
| เล่ม ๓ แผ่น ๓๕ วัน พุฒ เดือน หก ขึ้น เก้า ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ นิราศ ยิสาร ๚ะ
๏ ข้าง วิหาร แถบ ด้าน บูรทิศ ได้ พินิจ แน่ ใจ ไม่ ไหล หลง พระ เจดีย์ มี เสร็จ อีก เจด องค์ แต่ ทรวด ทรง สันถาน เปน ย่าน กลาง หลัง วิหาร ด้าน ใต้ ที่ ใท้ เตน มี เตว เปน สี่ เหลี่ยม เทียม กระถาง แต่ ภูก สันพัน ที่ จะ วัด วาง ปาก เหว กว้าง สอง ศอก ได้ บอก ทรง สี่ลา ใหญ่ ปิด ปาก ดู หลาก ล้ำ ไม่ เหน น้ำ นั่ง พินิจ พิศวง มี พระ สถูป ลังกา อยู่ ตก องค์ ก่อ เปน วง ล้อม ป้องฬาร ช่อง สี่ลา ใน มุข เด่น น่า วิหาร โอ สุด มี พระ พุทธรูป ยืน ริม พื้น ฝา เปน รูป พระ ห้าม ญาติ์ ประหลาด ตา ทรง มหา เครื่อง ต้น สกล กาญจน สูง หก ศอก สี่ นิ้ว กำหนด ไว้ แต่ ไม่ ได้ เบิก พระ เนตร น่า สงสาร ด้วย เดิม มี ผู้ จะ มา ศรัทธา ทาน ก็ เกิด การ อาเภท มี เหตุ ไภย ให้ เจบ จักษุ ปวด เปน ยวด ยิ่ง ต้อง ทอด ทิ้ง เลย เลิก ไม่ เบิก ได้ ที่ หลัง สิ้น ผู้ศรัทธา ระอา ใจ ไม่ มี ใคร เบิก พระเนตร เพราะ เหตุ กลัว แล้ว มี เหล็ก สอง ตะปริง ยิง พระ โอษฐ มา ทำ โทษ พระ ได้ น่า ไคร่ หัว ช่าง ไม่ เกรง บาป กรรม เหมือน ทำ ตัว ท่าน ทำ ชั่ว ล้าง ผลาญ ประการ ใด ข้าพเจ้า จึง ได้ เที่ยว ไต่ ถาม อยาก ทราบ ความ มั่น คง ที่ สงไสย ไป ปะ ภบ ผู้ เฒ่า ที่ เข้า ใจ จึง เล่า ให้ ฉัน ฟัง แต่ หลัง มา ว่า เดิม ที มี เด็กเดินไป เที่ยว แต่ ภอ เลี้ยว ลับ ลง ไป ตรง หน้า เสียง ร้อง กรี๊ด ขึ้น ประหลาด หลาด วิญญา พระ สงฆ ภา กัน ตรง ลง ไป ดู ไม่ เหน เด็ก ที่ นั้น ขัน หนัก หนา เหน แต่ ผ้า นุ่ง ของ เด็ก กอง อยู่ ที่ ตรง น่า พระ นั้น ครั้น ไป ดู จึง มี ผู้ สังเกต รู้ เหตุ การ เหน โลหิต คิดแคง อยู่ ที่ โอยซู จึ่ง ลง โทษ ว่า พระ นั้น ปะหาร เจ้า คะณะ ที่ อยู่ แต่ บุราณ จึ่ง คิด การ เอา ตะปลิง มา ยิง ไว้ เพื่อ จะ กัน อัน ตราย ไป ภาย น่า มิให้ ข้า โอยซู ขึน กิน คน ได้ ตั้ง แต่ เอีย โอยซู นั้น ต่อ วัน ไป แล้ว ก็ ไม่ มี เหตุ สังเกต มา อัน คำ นอก บอก เล่า เอา ทุก สิ่ง จะ เท็จ จริง นั้น อยู่ กับ ผู้ ว่า เปน แต่ โบราณ คำ ปรำ ปรา เล่า กัน มา สืบ ข้อ ต่อ ๆ กัน โอ้ แต่ รูป พระ นี้ ไม่มี จิตร เขา ยัง คิด เคือง แค้น แสน กระ สัลย เอา ตปลิง ยิง โอยซู ต้อง โทษ ทัณท์ ดู อัศ จรรย์ เหมือน ประจาน สงสาร ใจ แต่ ที่ เขา ยิสาร นั้น ประหลาด ลม อากาศ สบาย ดี กว่า ที่ ไหน เปน ระ ดู คิมหันตเมื่อฉัน ไป สังเกต ใน เครื่อง ปรอท หลอด มณิ ขึ้น ถึง ร้อน ผ่อน เพียง หก สิบ เจด ได้ สอบ เสร็จ เลข ฝรั่ง ตั้ง ดีถี ความ ร้อน น้อย ถอย ตาม สิบ สาม ดิตรี่ กว่า ใน ที่ กรุงเทพ มหา นคร ระว่าง นั้น ลม เปน ตวัน ตก แล้ว ก็ วก แปร เปน หัว คิ้ว ชร แต่ พื้น แผ่น พสุธา ไกล สาคร ไม่ สู้ ร้อน นัก หนอ ภอ ประ มาณ ข้าพเจ้า เที่ยว ดู ได้ รู้ ชัด ใน จังหวัด บริเวณ นิวาศ สถาน ถึง ห้า ชั่วโมง เสศ สังเกต นาน จึ่ง มัศ การ กราบ ลา ลง มา เรือ เวลา หก โมง ค่ำ ชะอำ ขับ ฟ้า พยับ เมฆ แดง เข้า แฝง เฝือ หวน คะนึง ถึง มิตร ที่ ชิด เชื้อ คิด ถึง เมื่อ ยาม ค่ำ เคย สำราญ แล้ว หัก ห้าม ความ อาวรณ ที่ ร้อน เร่า จึ่ง สั่ง บ่าว กับ บุตร สุด สงสาร หา สำรับ สรรพ เสร็จ สำเร็จ การ รับ ประทาน โภชนา เวลา เยน จอด นาวา อยู่ น่า เขา ถึง เก้า ทุ่ม แล ดู ดุ่ม เขา ใหญ่ มิ ใคร่ เหน จวน สว่าง น้ำ ค้าง ตก ซก กระเซ็น ยิ่ง หนาว เย็น เยือก ใจ มิ ได้ นอน ภอ สาม ยาม น้ำ เตม ขึน เตม ผั่ง ถอย นาวัง ออก จาก ท่า น่า สี่ขร ออก ปาก อ่าว ยิสาร มา ใน สาคร เรือ ก็ จร ถึง เทล เปน เวลา กลาง คืน มืด มิ ได้ ดู ชม หมู่ สัตว เหน แต่ มัจฉา หว้าย แหวก แถก ถลา น้ำ กระเด็น เปน หิ่งห้อย ดู พรอย ตา ท้อง ชะลา แล เหน เปน ประกาย เหน เรือ ฉลอม แล่น โย มา ไม่ น้อย เที่ยว จับ หอย จับ ปลา เอา มา ขาย แล เหน หลัก ปัก เคียง อยู่ เรียง ราย เปน แยบ คาย คน ปัญญา รู้ หา กิน ให้ หอย แมงภู่ ภา กัน มา เกาะ ก็ ถึง เคราะห์ วอด วาย ตาย จน สิ้น เรือ ก็ ล่วง เลย มา ใน วาริน แล เหน สินธุ สว่าง อยู่ พรั่ง พราย เหน คน ขี่ เรือ น้อย เที่ยว ลอย เบ็จ ช่าง ไม่ เขด คิด ไป น่า น่า ใจ หาย แม้น เรือ จม ล่ม ลง แทบ คง ตาย อุส่าห ภาย เรือ มา เที่ยว หา กิน ชาว ปะมง พวก นี้ ที่ เขา ว่า ทำ ปาณา ติบาท ติด เปน นิจ สิน จึ่ง ชำนาญ หาญ กล้า ทาง วาริน ต้อง หา กิน ตาม กัน ทุก วัน ไป ตั้ง แต่ ออก จาก ที่ มี สังเกต สาม ทุ่ม เสศ มินิต นาฬิกา ไข ถึง ปาก อ่าว จวน แจ้ง แสง อุไทย เหน เถื่อน ใกล้ เมือง สมุท สงคราม ภอ สว่าง ขึ้น มา เวลา นั้น เปน วัน จันทร เดือน เจด ขึ้น สิบ สาม คำนับ เปน กำหนด จด มา ตาม ที่ ข้อ ความ เรื่อง นิราศ สวาสดิ์ จร ทั้ง สอง ฟาก ปาก อ่าว แล ชอุ่ม พฤกษา ซุ้ม ซ้อน ซับ สลับ สลอน ที่ ตาม กิ่ง พฤกษา ฝูง วานร เที่ยว สัญจร วิ่ง วล ดู ลน ลาน เหน ฝูง นาค มาก มาย เที่ยว ว่าย น้ำ บ้าง ดั้น ดำ จับ ปลา เปน อาหาร ทั้ง ปลา ปู่ ดู กล่น ริม ชลธาร จะ ร่ำ นาน ก็ จะ ช้า ไม่ น่า ฟัง พ้น ปาก อ่าว เข้า ไป ได้ คุ้ง หนึ่ง ก็ มา ถึง จังหวัด วัด ฝรั่ง มี บาท หลวง เปน ครู อยู่ ระวัง คิด สอน สั่ง สาสนา ให้ ถาวร ถ้า แม้น สิศ สัตรี จะ มี ผัว ต้อง ภา ตัว ไป ให้ พั่ง ท่าน สั่ง สอน เปน ธรรมเนียม เทียม ไทย เหมือน ให้ พร แต่ คำ สอน ที่ เขา ว่า ก็ น่า ฟัง ให้ ผัว เดียว เมีย เดียว จน ดับ จิตร อย่า ได้ คิด วุ่น วาย เมื่อ ภาย หลัง ใคร ขืน คิด สอง ใจ ว่า ไม่ ฟัง พระ ฝรั่ง ไม่ โปรด ต้อง โทษ ทัณฑ ที่ น่า โบถ มี อย่าง ไม้ กางเขน ด้วย ต้น เวร เรื่อง ราว เขา กล่าว ขัน เดิม มี พระ เยซู ผู้ สำคัญ มา เข้า ครรภ มารดา ชื่อ มาเรีย เหน มนุษ ทำ บาป ยิ่ง หยาบ ใหญ่ กลัว จะ ไป ภา กัน ตก นรก เสี่ย ให้ อาวรณ์ ร้อน ใจ เหมือน ไฟ เลีย จะ สู้ เสีย ชีวา วาย ช่วย ตาย แทน จึ่ง ได้ ยอม ให้ เขา เอา ขึ้น ขึง ตปู ตรึง บน ไม้ กางเขน แน่น จะ ล้าง บาป คน ชั่ว ให้ ทั่ว แดน รับ โทษ แทน พวก มนุษ เขน หลุค กรรม อัน เรื่อง ราว กล่าว ไว้ ใน หนังสือ จึ่ง นับ ถือ ไม้ กางเขน เปน ของ ขำ ด้วย เปน ที่ รอง พระ คิด ประ จำ จึ่ง ได้ ทำ ไว้ ทุก แห่ง จง แจ้ง การ แต่ ภอ พ้น วัด ฝรั่ง สอง ฝั่ง ฟาก ล้วน ป่า จาก ราย เรียง เคียง ขนาน ดู เงียบ เหงา เปล่า ใจ อาไลย ลาญ มี เยือน บ้าน ห่าง ๆ อยู่ ข้าง บน ถึง วัด บาง โลหะ โณน ฦๅ จึง ให้ ชื่อ โลหะ น่า ฉงน คง จะ มี เหล็ก ไหล เปน ไก กล จึง ให้ คน ร้อง เรียก สำเนียก มา ภอ ล่วง ล้ำ ตำบล มา พ้น วัด เหน ขนัด ตาม แนว แถว พฤกษา เปน สวน ต้น ผล ไม้ มี นาๆ มี เคหา ตั้ง เรียง เคียง ๆ กัน ถึง ตำบล แม่ กลอง ใต้ คลอง อ้อม นั้น มี ป้อม ปีก กา หนึ่ง ดู ขึง ขัน มี เชิง เทิน ใบ เสมา สาระพัน อยู่ ฝั่ง ตวัน ออก ตรง ริม คงคา ก่อ ด้วย อิฐ พอก พูน ถือ ปูน พื้น มี ช่อง ปืน ตาม แล่น ดู แน่น หนา ทั้ง ตึก ดิน ซุ้ม ไฟ ใบ เสมา มี ศาลา บ่อ น้ำ อยู่ ข้าง ใน รูป ประพรรณ นั้น ดู ไม่ สู้ ย่อม คล้าย กับ ป้อม ปาก คลอง บาง กอก ใหญ่ สำหรับ ผลาญ หมู่ ทมิฬ อรินทร ไภย มี ปืน ใหญ่ อยู่ ประจำ เปน สำคัญ พ้น ป้อม ถึง ปาก คลอง แม่ กลอง เข้า เวลา เช้า สาม โมง สังเกต มั่น น้ำ แห้ง คลอง ต้อง จอด รอ กัน จน ตวัน เที่ยง ถึง ตึง ทิวา ภอ น้ำ ขึ้น เข้า คลอง ได้ ล่อง น้ำ ฝีพาย จำ แจว เรือ จน เมื่อย ชา ด้วย คลอง นั้น คด ค้อม อ้อม ไป มา สวน พฤกษา สอง ฟาก หมาก มะพร้าว อีก ทั้ง ต้น ผล ไม้ มี หลาย อย่าง ม่วง มะปราง ปริง ปรู ชม ภู่ ขาว ทั้ง กล้วย อ้อย น้อย หน่า ข่า มนาว ถั่ว ฝัก ยาว พริก มะเขือ เหลือ รำพัน ระยะ ย่าน บ้าน ช่อง ทั้ง สอง ข้าง เปน ระว่าง ราย เรียง เคียง ๆ คั่น ไม่ ใกล้ ไกล ได้ สำ เหนียก ภอ เรียก กัน ตั้ง แต่ ฉัน มา ใน คลอง สอง ชั่วโมง ภอ สิ้น เขตร สวน ต้น ผล ไม้ ต่อ ออก ไป เปน ทิว ดู ลิ่ว โล่ง ล้วน ป่า จาก ป่า ฟืน พื้น โปลง อิ[..] ชั่วโมง มินิต หนึ่ง ถึง ศาลา มี ห้า หลัง ตั้ง ไว้ ที่ กลาง ย่าน ตำบล บ้าน สุนักข หอน เขา เรียก หา ไม่ เหน สุนักข หอน เห่า เปล่า อุรา เหน แต่ วานร เที่ยว วิ่ง เกรียว ไป ที่ ตรง นั้น น้ำ ชน ชล แชวก มี คลอง แยก ตวัน ตก วก ไป ได้ ออก คลอง สว่าง อารมณ ราษฎร์ จง คาล ใจ ตรง โคก ไผ่ กลาง ย่าน เปน บ้าน ดอน เรือ ติด น้ำ ค้ำ ยาก ลำบาก เหลือ ต้อง จอด เรือ รอ ภัก สุนักข หอน ชั่ว โมง หนึ่ง จึง ได้ ศัล ไลย จร ฝีพาย อ่อน ทวน น้ำ แจว ร่ำ มา ถึง สามสิบ สอง คด ดู ลูก เลี้ยว ช่าง คด เคี้ยว จริง เล่า เหมือน เขา ว่า ต้อง แจว อ้อม อ่อน จิตร คิด ระ อา นี่ คด มา แต่ เมื่อ ไร หยาก ได้ ยิน ถึง คลอง คด ๆ เพียง ไหน ภอ ได้ รู้ แต่ จิตร ผู้ คน คด ไม่ หมด สิ้น ดู น่า ซื่อ แต่ ข้าง ใน ใจ ทมิฬ คด ทั้ง ลิ้น ลวง หลอก ออก ระอา ถึง ชาย คด ปด บ้าง ภอ ยัง ชั่ว ไม่ น่า กลัว เหมือน หญิง จริง ๆ หนา อัน หญิง คด คิด อ้าง ล้าง ชีวา อาจ จะ ฆ่า สามี ถึง ชีวัน เหมือน โมรา เรื่อง จันทโครบ เมื่อ มา ภบ โจร ป่า พนาสัณฑ์ เพราะ อยาก ครอง สอง จิตร คิด ฉกรรจ์ ยื่น พระ ขรรค ให้ โจร ฆ่า เอา สามี ๚ะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ฯะ
๏ คำนับ มายังท่าน เอไดเตอร ได้ ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า ได้ ยิน ข่าว ภา กัน ลง มา จาก เกาะ บางปะอิน ว่า สม เด็จ พระเจ้า บรม วงษ เธอ เจ้า ฟ้า มหา มาดา กรม พระ บำราบ ปรปักษ ถูก วิ่ง ราว กำเวียน ทอง แต่ ได้ ยิน ว่า จับ ผู้ วิ่ง ราว นั้น ได้ จะ ชำระ ประการ ใด ข้าพเจ้า ยัง ไม่ แจ้ง แน่ ก็ การ นี้ ดู ปลาด แต่ ที่ มี่ วาศนา สูง ยัง ถูก วิ่ง ราว ฃอ ท่าน ทั้งหลาย จง หมั่น ระวัง ตัว ให้ มาก จะ เสีย ที่ นักเลง มี คำ เลื่อง ภา ว่า ปล้น ฆ่า ฟัน กัน ตาย หลาย แห่ง ชาว สยาม หนุ่ม ๆ ทุก วัน นี้ เปน นักเลง ขี้ เมา ขี้ ยา จี้ เล่น การ พนัน ชุก ชุม นัก พวก โปลิศ ควร จะ เต็ม ใจ ช่วย การ แผ่นดิน บ้าน เมือง จับ พวก เหล่า พาล ให้ แขง แรง เมื่อ มัน กำเริบ ทำ ผิด นั้น เมื่อ ราษฎร เปน เช่น นี้ ชุม นัก เปน การ ร้อน แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง แท้ ฯะ
๏ ข่าว เล่า ลือ กัน มา จาก คลอง พระปฐม ว่า มี่ พวก อ้าย ผู้ ร้าย ประมาณ สามสิบ สี่สิบ คน เข้า ปล้น ตี ฟัน ยาย แก่ คน ที่ เฝ้า บ้าน ตาย แล้ว พวก อ้าย ผู้ ร้าย ก็ เกบ เอา เข้า ของ เงิน ทอง ไป ครั้น พวก กรมการ จะ มา จับ ตัว มัน รู้ เข้า ก็ ภา กัน หนี ซุ่ม ซ่อน อยู่ ใน ป่า ใน พง ให้ พ้น เขตร หัว เมือง นั้น มัน ทำ แต่ อย่าง นี้ จึ่ง ไม่ ได้ ตัว มัน ฯะ
๏ ข้าพเจ้า นาย กุลา อับโดลา อยู่ ตึก ชาว ต่าง ประเทศ ขอ คำนับ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน ครู สมิท ให้ ลง จดหมาย เหตุ ด้วย ตำบล ที่ มี่ โปลิศ ก็ ดี ไม่ มี่ โปลิศ ก็ ดี ถ้า เกิด คน ร้าย ฟัน แทง แย่ง ชิง ลัก สิ่ง ของ กัน แล กัน ราษฎร ชาว บ้าน แล คน เดิน ทาง ทั้งหลาย มี่ ความ เดือด ร้อน ด้วย การ ข้อ หนึ่ง คือ คน ร้าย กระทำ การ ชั่ว ต่าง ๆ ข้าพเจ้า พวก ราษ ฎร รู้ เหน แล้ว จะ มี่ น้ำ ใจ ช่วย จับ ไป ส่ง ปราถนา จะ ให้ เพื่อน ราษฎร ได้ ความ สุข แล มี่ ความ ชอบ ใน แผ่นดิน ครั้น จับ ผู้ ร้าย ไป ส่ง ท่าน เจ้า กระ ทรวง ผู้ ช่วย รักษา แผ่นดิน ๆ ก็ เรียก เอา เงิน ค่า ลายัด ค่า ส่ง ค่า เชิง ประกัน กับ ข้าพเจ้า ผู้ เอา ตัว ไป ส่ง แล้ว ท่าน เจ้า พนักงาน เอา ตัว อ้าย คน ร้าย ใส่ ตรวน ไว้ เร่ง เอา เงิน ของ ท่าน แต่ ส่วน ข้าพเจ้า ซึ่ง มี่ น้ำ ใจ ไม่ เสีย ดาย ชีวิตร เข้า จับ เอา ตัว อ้าย ผู้ ร้าย ไป ส่ง นั้น ก็ มี่ ความ ลำบาก และ ซ้ำ เสีย เงิน ทอง อีก ครั้น จะ ไม่ จับ อ้าย ผู้ ร้าย เล่า ท่าน เจ้า พนักงาน ก็ พาล เอา ว่า เปน พวก อ้าย ผู้ ร้าย ครั้น จับ เข้า ก็ ความ เดือด ร้อน ดัง นี้ แต่ พวก ทหาร กอง โปลิศ บก น้ำ จับ ได้ ท่าน ก็ ยก ย่อง กัน แล้ว มี เงิน เดือน มาก ขึ้น ไป แต่ ราษฎร จับ ได้ นั้น ไป ส่ง ก็ ต้อง เสีย เงิน ทอง แล ป่วย การ ด้วย ไม่ มี ความ ชอบ สัก อย่าง เดียว ถ้า ท่าน เจ้า พนักงาน ประกาศ ว่า ถ้า ผู้ ใด จับ คน ชก ตี แย่ง ชิง ลัก ลอบ กัน ก็ ดี ได้ ตัว คน ร้าย ส่ง แล้ว ได้ รับ ประ ทาน ชื่อ แล ยศ มี ความ ชอบ ใน แผ่นดิน สม ควร แก่ กำลัง การ แล้ว ผู้ ราษฎร ใน กรุง แล นอก กรุง ก็ จะ มี น้ำ ใจ รักษา คน ร้าย แขง แรง ทุก คน ไม่ ต้อง เสีย เงิน เดือน ให้ โปลิศ บก แล น้ำ ทั้ง สิ้น ข้อ หนึ่ง ท่าน เจ้า พนักงาน ได้ เงิน สินบน แล้ว ตั้ง แต่ง ให้ เปน ตระลาการ อำเภอ ๆ เสีย เงิน แล้ว ก็ ต้อง มา คิด โกง ราษฎร คิด อ่าน เอา เงิน ไป ให้ ท่าน ผู้ ตั้ง แต่ง ราษฎร จึ่ง ได้ เดือด ร้อน การ ตั้ง อำเภอ นั้น ชอบ แต่ ชุมนุม ราษฎร ผู้ ใหญ่ บ้าน ตำบล ไหน ๆ ตำบล นั้น ยอม ยก กัน ขึ้น เปน อำเภอ เอง ทุก วัน นี้ เจ้า พนักงาน เอา พวก ของ ตัว ปราถนา จะ ให้ ลาภ แต่ พวก ของ ตัว เอง ตั้ง แต่ง ขึ้น ราษฎร จึ่ง ได้ มี ความ เดือด ร้อน ฯะ
๏ ข้าพเจ้า ชาว เรือ ซื้อ ผล ไม้ ของ สวน บ้าง เล็ก น้อย จะ ขึ้น ไป เมือง กรุง แลก เข้า หา ปลา กิน บ้าง ข้าพเจ้า ก็ ออก เรือ ไป ครั้น ถึง ด่าน เช้า พวก ด่าน ก็ ร้อง เรียก เรือ ข้าพเจ้า ร้อง เรียก เสียง ดัง เหมือน พระยา ราชสีห แผด สิงหนาท ให้ คน ชาว เรือ กลัว ข้าพเจ้า ได้ ยิน ดัง นั้น ก็ กลัว ด้วย ไม่ เคย ข้า พเจ้า ก็ แวะเรือ เข้า ไป พวก ด่าน ถาม ข้าพเจ้า ว่า จะ ไป ข้าง ไหน แล้ว ข้าพเจ้า บอก ว่า จะ ไป แลก เข้า ที่ เมือง กรุง แล้ว พวก ด่าน ก็ เข้า ใน ประทุน เรือ ข้าพเจ้า ได้ ดู สิ่ง ของ ต้อง ห้าม ไม่ มี มี แต่ ของ ผล ไม้ ของ สวน แล้ว ก็ ขอ ของ ผล ไม้ กิน ข้าพเจ้า ก็ หยิบ พลู ให้ สาม กำ พวก ด่าน ก็ ไม่ เอา จะ เอา มะพร้าว ข้าพเจ้า บอก ว่า มะพร้าว แพง พวก ด่าน ก็ ไม่ ฟัง ก็ หยิบ เอา มะพร้าว ของ ข้าพเจ้า ไป คู่ หนึ่ง ข้าพเจ้า กลัว ด้วย อำนาถ เขา ก็ หา ว่า กระไร ไม่ ข้าพเจ้า ก็ ออก เรือ ไป ครั้น ไป ถึง ด่าน เข้า อีก ก็ ร้อง ให้ เรือ ข้าพเจ้า แวะ ข้าพเจ้า ก็ แวะ เข้า ไป แล้ว พวก ด่าน นั้น ก็ ลง มา ที่ เรือ ครั้น ดู เรือ แล้ว ก็ ไม่ ว่า กระไร แล้ว นั่ง มอง ไป มอง มา ก็ เห็น ของ กิน จึ่ง ขอ ของ กิน จะ เอา แต่ ที่ ของ มี ราคา ข้าพเจ้า ก็ หา ยอม ให้ ไม่ แล้ว เข้า แย่ง ชิง เอา มะพร้าว คู่ หนึ่ง เมื่อ ข้าพเจ้า เข้า จอด นั้น เกิด เทลาะ ทุบ ตี กับ พวก เรือ ชาว บ้าน นอก แล้ว พวก ด่าน ก็ เอา แจว เรือ ลำ นั้น ขึ้น ไป เล่ม หนึ่ง ข้าพเจ้า ไม่ รู้ ว่า เหตุ จะ เปน ประ การ ใด ไม่ ข้าพเจ้า ก็ ออก เรือ เลย ขึ้น ไป เสีย เมือง กรุง ไป แลก เข้า หา ปลา ได้ แล้ว ครั้น กลับ ลง มา พวก ด่าน ก็ เรียก ให้ แวะ ข้าพเจ้า ก็ แวะ เข้า จะ ขอ เข้า สาร เข้า เปลือก อีก ข้าพเจ้า ก็ สู้ ยอม ให้ ส่ง ของ ทั้ง ขึ้น ทั้ง ล่อง พวก ชาว เรือ กลัว เปน อัน มาก จึ่ง ต้อง นิ่ง เสีย ไม่ อาจ จะ ว่า กระไร ทำ การ ดั่ง นี้ ดู เหมือน คน พาล เข้า ตี ชิง วิ่งราว เขา กิน ควร จะ ขอ ร้อง ตาม แต่ เขา จะ ให้ ภอ เปน กำลัง ราชการ ไป พวก ราษฎร ที่ เดิน เรือ ค้า หา กิน จะ ได้ มี ความ ศุข ความ เยน ใจ ด้วย พวก ด่าน ทำ การ ดั่ง นี้ เหน จะ ยัง ไม่ ทราบ ถึง ท่าน ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ ถึง ได้ เปน การ เช่น นี้ ๚ะ
๏ มี ข่าว เล่า ภา กัน ว่า เมื่อ เร็ว นี้ มี คน พาล ตาม ถนน ใหม่ ที่ เหนือ วัด พระยา ไกร แห่ง หนึ่ง ต้น ทองหลาง ราย แห่ง หนึ่ง เขา ว่า ทำ ร้าย เขา มา หลาย คน แล้ว พวก คน พาล เหล่า นี้ ถ้า มี โปลิศ ลง มา รักษา อยู่ ที่ เหล่า นี้ บ้าง พวก ราษฎร ที่ อยู่ ตาม สวน ก็ จะ เดิน ไป มา ได้ สบาย ก็ จะ มี ความ ศุข ความ เย็น ใจ ด้วย เปน ที่ หน ทาง ประชุม คน เปน อัน มาก แต่ ถนน อื่น ๆ ก็ มี โปลิศ รักษา อยู่ แทบ ทุก ถนน แต่ ถนน ตก บาง คอแหลม ขึ้น ไป จน ถึง วัด ลาด หา มี โปลิศ รักษา ไม่ ถ้า ท่าน เจ้า พนักงาน จัด การ ให้ โปลิศ ลง มา รักษา ตาม ระยะ หน ทาง ที่ ว่า มา นี้ ก็ จะ มี คุณ แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง เปน อัน มาก พวก ราษฎร ชาย หญิง ก็ จะ ภา กัน สรรเสริญ ท่าน ผู้ จัด การ ทุก วัน ทุก เวลา ยิ่ง ขึ้น ไป เทอญ ๚ะ
๏ จะ ว่า แก้ ใน พระไตรย ปิฎก มี ข้อ ผิด เปน อัน มาก พระไตรย ปิฎก มา ยก ย่อง สรรเสริญ คุณ แห่ง พระโคดม ผู้ เปน แต่ นักปราช ยก ขึ้น ตั้ง ไว้ เปน ที่ พระพุทธเจ้า ส่วน ด้วย ท่าน ผู้ สร้าง ผู้ เปน พระ พุทธิ เจ้า เที่ยง แท้ มี พระคุณ ใหญ่ หลวง พระไตรย ปิ ฎก ยก เสีย มิ ได้ ว่า กล่าว สัก คำ เดียว เลย ตาม เรา ได้ ชันสูตร สำแดง มา แต่ หลัง แล้ว ท่าน ผู้ สร้าง นิมิตร สร้าง ซึ่ง ไตร โลกย มนุษ ชาติ์ แล สัตว สิ่ง ของ ทั้งปวง ทั้งนั้น ใน พระไตรย ปิฎก ประดิษฐ ว่า โลกย ก็ ดี สรรพ สัตว ก็ ดี เปน อยู่ เอง เปน ธรรมดา ด้วย สัณฐาน โลกย พิภพ เล่า พระไตรย ปิฎก ประดิษฐ โลกย เรา มี สัณฐาน แบน ให้ พระอาทิตย เวียน รอบ พระสุเมร ให้ มหา เมฆ ก่อ เหตุ ที่ จะ ทำลาย โลกย แล้ว ก็ ตั้ง ขึ้น ใหม่ อาไศรย แก่ บุญ แก่ กรรม แห่ง สัตว ทั้งปวง ข้อ ทั้ง นี้ ล้วน แต่ ผิด ไม่ จริง สัก สิ่ง สัก อัน ตาม เรา ได้ สำแดง มา แต่ หลัง ใน พระไตรย ปิฎก สอน ว่า เทวดา มนุษ แล สัตว ดิรัจฉาน ทั้งปวง เวียน เกิด เวียน ตาย เนือง ๆ ไป กว่า จะ ได้ สู่ มหา นฤพาน ข้อ อัน นี้ ไม่ เปน จริง ดอก ตาม เรา ได้ สำแดง ใน บท อัน ดับ แต่ นี้ ไป พระไตรย ปิฎก สอน ว่า สัตว ดิรัจฉาน ทั้ง ปวง คือ เทวดา แล มนุษ ประกอบ ด้วย อกุศล กรรม กลับ ชาติ์ ใช้ กรรม บาป แห่ง ตน จึ่ง ห้าม มิ ให้ ฆ่า สัตว ตัด ชีวิตร สัตว ดิรัจฉาน นั้น ด้วย ข้อ นี้ เรา จะ ชันสูตร ให้ เหน ว่า ไม่ เปน จริง ต่อ เมื่อ จะ วิสัชนา ด้วย ฆ่า สัตว ตัด ชีวิตร พระไตรย ปิฎก ให้ เขา ไหว้ สักการ บูชา พระ ปติมากร พระสถูป รูป พระเจดี่ย พระธาตุ พระศรี มหาโพธิ คือ ต้น โพ อัน ว่า สิ่ง ทั้ง นี้ ไม่ เปน ที่ ไหว้ ที่ บูชา ตาม เรา จะ สำแดง ให้ เหน แจ้ง นอก นั้น ใน พระไตรย ปิฎก ยัง มี ข้อ ผิด เปน อัน มาก ด้วย สวรรค ด้วย นรก แล อรรถา ธิบาย อื่น ๆ เปน อัน มาก ครั้น จะ พรรณา ถึง นั้น ถ้วน ถี่ ก็ ยึด ยาว ไป นัก อัน หนึ่ง ใน คำ เทศนา แห่ง พระโคดม กล่าว ว่า ถึง ความ แล กุศล กรรม ต่าง ๆ เปน ข้อ ชอบ ธรรม สมควร ด้วย พุทธ บัญญัติ แห่ง พระเจ้า เที่ยง แท้ ก็ มี อยู่ บ้าง เรี่ย ราย ไป ใน พระคัมภีร์ ต่าง ๆ ก็ จริง อยู่ แต่ ว่า นอก กว่า นั้น ล้วน แต่ เรื่อง ราว เวียน เกิด เวียน ตาย เรื่อง กระษัตร เรื่อง นาค ครุธ ราชสีห์ ช้าง ม้า โค กระบือ ลิง นก เต่า ปลา เรื่อง พิกล วิปริต ต่าง ๆ นา ๆ ดี จะ เล่า เล่น ให้ สนุกนิ์ ใจ ประโลม โลกย ไม่ เปน ที่ เชื่อ ไม่ เปน แก่น สาร หามิ ได้ เหตุ ใด เหตุ ว่า ครั้น เรา ชัน สูตร แล้ว ว่า ไม่ มี เวียน เกิด เวียน ตาย เรื่อง ราว ทั้ง นี้ เปน อัน สับปลับ มุสาวาท เสีย สิ้น เหตุ ฉะนี้ เมื่อ เรา สังเกต เหน มี พิรุธ แล ตำหนิ มลทิน ใน พระไตรย ปิฎก เหน ปาน ดั่ง นี้ ก็ สำคัญ ว่า พระคัมภีร นั้น ไม่ เปน เที่ยง แท้ หา ควร ที่ จะ เชื่อ ฟัง บอ มิได้ นักปราช เขา ย่อม สั่ง สอน ว่า ถ้า ได้ จับ ปด ของ ผู้ ใด แค่ สัก ครั้ง เดียว ไม่ ควร จะ เชื่อ ผู้ นั้น เลย ฯะ ชาว สยาม ฯ
ใน เมือง ปาริศ
๏ มี วิหาร อัน ใหญ่ ยาว ได้ หก สิบ ห้า วา มี หอ คอย อยู่ น่า สอง อัน สูง อัน ละ สาม สิบสี่ วา เขา กระทำ วิหาร นั้น สอง ร้อย ปี จึ่ง แล้ว เมื่อ เสร็จ แล้ว ภอ ศักราช พระเยซู ได้ ๑๒๐๐ ปี วิหาร นั้น อยู่ ใน เกาะ แม่น้ำ เซ็น ยัง มี วิหาร อีก วิหาร หนึ่ง ชื่อ ปาน เที่ยง เปน ที่ ฝั่ง ศพ คน ที่ มี ยศถาศักดิ์ วิหาร นั้น โต ใหญ่ งาม นัก เมือง ปาริศ มี เรือน สำหรับ พวก ทหาร มี หอ คอย อัน หนึ่ง สร้าง สามสิบ ปี จึ่ง แล้ว มี ที่ ใส่ หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ คน มั่ง มี แล คน จน ตาม จะ อ่าน ก็ อ่าน ได้ มี อีก แห่ง หนึ่ง สำหรับ ใส่ หนังสือ ที่ นั้น มี หนังสือ พิมพ์ ห้า แสน เล่ม หนังสือ ยัง ไม่ ได้ ตี พิมพ มี อยู่ แสน เล่ม ที่ ไว้ หนังสือ อีก หลาย ที่ บาง ที่ มี หนังสือ แสน ห้า หมื่น เล่ม เมือง ปาริศ มี ทั้ง โรง งิ้ว โรง ลคร ทั้ง ใหญ่ เล็ก ครั้น ถึง เวลา เล่น ได้ รับ เงิน จาก คน ที่ มา ดู เงิน ค่า เล่น นั้น ต้อง เสีย สิบ ลด หนึ่ง แจก ให้ แก่ คน จน เปน ธรรมเนียม คน ที่ มา ค้า ขาย แต่ ต่าง ๆ ประเทศ ต้อง เสีย เงิน ค่า ภาษี ก่อน จึ่ง เอา ของ เข้า ไป ขายได้ ๚ะ
เมือง เลียน
๏ เปน เมือง ที่ สอง ใน ประเทศ ฝรั่งเสศ ตั้ง อยู่ ใน ที่ ร่วม กัน แห่ง แม่น้ำ โรน แล แม่น้ำ โซน ที่ ริม แม่น้ำ โรน นั้น มี ท่า จอด ต้น ไม้ ปลูก เปน แถว ไป ทั้ง สอง ข้าง เมือง นั้น มี ตึก แล เรือน โต ๆ ใหญ่ ๆ งด งาม แล้ว ก็ มี หนทาง สำหรับ คน เที่ยว ไป วิหาร ใหญ่ ใน เมือง นั้น มี อยู่ หลัง หนึ่ง แล ที่ สำหรับ ไว้ หนังสือ ที่ คน ทั้งปวง เอา ไป อ่าน ทุก วัน ๆ มี หนังสือ อยู่ แสน สอง หมื่น เล่ม เมือง เลียน กว้าง แปด สิบ เส้น ยาว ร้อย เส้น แม่ น้ำ เซ่น มี ตะพาน ที่ ทำ ด้วย หิน ทำ ด้วย ไม้ แล แม่ น้ำ โรน มี ตะพาน ข้าม ทำ ด้วย หิน ทำ ด้วย ไม้ บ้าง ใน เมือง หนทาง คับ แคบ แล มืด บ้าง เพราะ สอง ข้าง มี ตึก สี่ถา สูง เจด ชั้น แปด ชั้น บ้าง มี ที่ สำหรับ คน กำพร้า อะนาถา แล คน ป่วย ไข้ ต่าง ๆ เปน หลาย แห่ง แล มี โรง สวด หลาย หลัง แล มี เรือน จำ หลัง หนึ่ง โต ใหญ่ กว้าง ขวาง ที่ สั่ง สอน ต่าง ๆ บาง ที่ สำหรับ สอน คน ให้ เปน หมอ บาง ที่ สำหรับ สอน ให้ เปน ผู้ สอน สาศนา มี พ่อ ค้า มาก มี ทั้ง สิ่ง ของ สาระพัด ที่ ทำ ด้วย มือ ก็ มี มาก คือ ผ้า ไหม แล ผ้า ทำ ด้วย ไหม ปน กับ ศักลาด แล ผ้า ทำ ด้วย ไหม ปน กับ ด้าย แล ผ้า ห่ม แล ผ้า แพร แล ถุง ตีน ทำ ด้วย ไหม แล ตาด ศักราช พระเยซู ได้ ๑๘๒๘ ปี มี ที่ ทอ ผ้า ไหม ๗๑๕๐ แห่ง มี โรง พิมพ หนังสือ ต่าง ๆ มี อีก ที่ สำหรับ ทำ กระดาษ บาง ที่ เขา กระทำ เครื่อง แก้ว ต่าง ๆ บาง ที่ กระทำ เครื่อง เงิน เครื่อง ทอง สาระพัด ทุก สิ่ง บาง ที่ กระทำ ดอก ไม้ บาง ที่ กระทำ หมวก ชาว เมือง นั้น ได้ ค้า ขาย มาก ด้วย ชาว เมือง อื่น เขา ได้ ค้า ขาย อาหาร สาระพัด กับ ทั้ง น้ำมัน แล ซ่าบู่ แล น้ำ องหุ่น ๚ะ
๏ ฉัน ใด แม่น้ำ และ หนทาง หลาย แพร่ง แห่ง บึง บาง บ่อ ห้วย เฉก เช่น จิตร ใจ นาง ใน โลกย ฤๅ อิ่ม กามา ด้วย เสพ ซ้อง สงสาร ๚ะ
๏ ปู เบี้ยว หัว เป ล่า ไช้ ตีน ยัง งู บ่ มี ตีน ตรัง ไก่ ไม้ นม ไก่ บ่ มี หวัง เลี้ยง ลุก เปน แฮ ทรพล คน ยาก ไร้ อย่า ได้ ดู แคลน ๚ะ
ณวัน เสาร์ เดือน ห้า แรม สิบสอง ค่ำ
เงิน แบนก์ ฉันทัน ลี่ เดือน ๓ ซิลิง ๗ เปนซ ๑ อัฐ
เงิน ไพรเวศ สาม เดือน ๓ ซิลิง ๗ เปนซ กับ ๔ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๗๕ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ปารีศ วัน พุฒ เดือน ห้า แรม เก้า ค่ำ มอง เซอ บริชซอง แจ้ง ความ แล้ว ว่า ฝรั่งเศศ คง ให้ จีน ทำ ตาม หนังสือ สัญญา ที่ ทำ ที่ เมือง เตียนตซิน ถ้า ทำ หนังสือ สัญญา ไม่ ตก ลง กัน แล้ว คง ต่อ สู้ รบ กัน เปน การ กล้า หาญ สามารถ เงิน ขาด อัน ไม่ ครบ ๒๐๐ ๐๐๐ ๐๐๐ แฟรนก์ บัด นี้ โวต ยอม ให้ แล้ว ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ห้า แรม เก้า ค่ำ กำลัง จัด การ รบ กัน ไม่ ได้ หยุด กัน ทั้งสอง ฝ่าย ๚ะ
๏ กรุง ปารีศ วัน พุฒ เดือน ห้า แรม เก้า ค่ำ มอง เซอ ดะ ปาติโนตระ มี ข่าว บอก ความ ว่า ตซุง ลิยา มิน ยอม แรติไฟ การ แรก เริ่ม แห่ง การ สงบ เลิก รบ กัน ๚ะ
๏ กรุง ดับลิน วัน ประหัสบดี เดือน ห้า แรม สิบ ค่ำ พระราช โอรส แล พระราช ธิดา ปรินซ แล ปรินเซซ ออฟ เวลิศ ทั้ง ปรินซ แอลเบิด วิกตอ ร มา ถึง เมือง ดับลิน วัน นี้ แล ราษฎร รับ เจ้า ทั้ง สาม พระองค ด้วย ความ อาษา รัก เปน อัน มาก ๚ะ
๏ บอมเบ วัน ประหัสบดี เดือน ห้า แรม สิบ ค่ำ พวก รุเชี่ย รุก ตี พวก แอฟคัน ริม ฝั่ง แม่ น้ำ กุซกะ พวก แอฟคัน แพ้ เสีย ผู้ คน เปน อัน มาก ๚ะ
ประเทศ อิงแลนด แลรุเชี่ย
๏ วัน สุกร เดือน ห้า แรม สิบเอก ค่ำ ใน ที่ ปฤก ษา ราชการ อังกฤษ คือ เอา ซือออฟ กอมมันซ มิศเตอ แคลตซะโตน เมื่อ ตอบ คำ ถาม ได้ ว่า คอเวินแมนต์ เหน ภอ ดี แล้ว ว่า ซึ่ง พวก รุเชี่ย รุก ตี พวก แอฟคัน นั้น เปน การ เขา ทำ เมื่อ ไม่ มี เหตุ ขัด เคือง จึ่ง ได้ หา ให้ มี คำ ตอบ แก้ ๚ะ
| กำปั่น เข้า ออก ใน กรุงเทพ | ||||||
| ณะ เดือน หก ถัด แต่ วัน พุฒ ขึ้น ๒ ค่ำ จน ถึง วัน พุฒ ขึ้น ๙ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เส่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เส่า ก ส ค แทน กำปั่น เส่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรีย ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| สยามมงกุฎ | ก ก ฟ ร สยาม | ๑๐๐๐ ตัน | ไลเซอร | เกาะ สีชัง | ขึ้น ๓ ค่ำ | |
| บอรนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๙๕๘ | ไหด | บันฮอง | สิงฆโปร | ๓ ค่ำ |
| มงกุฎ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๕๙ | ลฟ | วินดซอโรซ แอน โก | ซัวเถา | ๓ ค่ำ |
| ลิวึงซะตัน | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๓๗ | ซะเตฟเฟนซ์ | กอมาว้า | ฮองกอง | ๓ ค่ำ |
| รุกอถฟ | ก ก ฟ สยาม | ๑๖๖ | เมเยอร | เกิดติ | กำปอด | ๖ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๔๐ | ไวต์ | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ๗ ค่ำ |
| แมรี ลุวิซ | ก ๒ ส ค เยอรแมน | ๔๔๒ | เก ร ซี | วินดซอโรซ แอน โก | ฮองกอง | ๗ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| ไตเจียว | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | ยอรดัน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | ขึ้น ๒ ค่ำ |
| แรบึด | ก ๒ ส ค สยาม | ๔๒๙ | ซะไดน์ปริง | วังลี | สิงฆโปร | ๒ ค่ำ |
| เดอกิ | ก ๒ ส ค สยาม | ๔๒๔ | เรยนอลด | เจ๊ก | ฮองกอง | ๒ ค่ำ |
| เกลดอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๓๗ | ลินการด์ | เถาบันเสง | สิงฆโปร | ๓ ค่ำ |
| เจริญ วาศนา | ก ๒ ส ค สยาม | ๕๖๕ | อุลริช | เถามาเต็ง | ฮองกอง | ๔ ค่ำ |
| แมก อะลิศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๒ | ดัลลัค | บอนิโอ กำปนี | สิงฆโปร | ๕ ค่ำ |
| บางกอก | ก ก ฟ สยาม | ๓๖๐ | พระจล ธุร ยอทิน | — | จันทบุรี | ๕ ค่ำ |
| ดีกี | ก ก ฟ เยอรแมน | ๓๖๖ | บุหแมน | เกิดเต | สิงฆโปร | ๕ ค่ำ |
| ท่า ฮองกอง | ก ๒ ส ค สยาม | ๖๓๕ | เมอเลอร | ปอ เส่ง | ฮองกอง | ๕ ค่ำ |
| ต่อ สู้ ไพรีน | ก ก ฟ สยาม | — | นาย ดิน | — | เกาะ สีชัง | ๕ ค่ำ |
| พระจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๐๑๑ | ซะตรัดตัน | วินดซอรโรซ แอน โก | ฮองกอง | ๖ ค่ำ |
| บอรนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๙ | ไหด | สิงฆโปร | ๖ ค่ำ | |
| ๏ กำปั่น กล ไฟ สยาม มงกุฏ มา ทอด สมอ ที่ ปาก น้ำ พลาง แล้ว ออก ทะเล ณวัน ขึ้น ห้า ค่ำ นั้น จะ ไป เมือง | ||||||
| จันทบุรี ฯ กำปั่น กล ไฟ บอรนิโอ มี คน เดิน สาร ใน ห้อง แกะบิน ถึง ๓ คน ฯ กำปั่น กล ไฟ มงกุฏ มี คน เจ๊ก เดิน | ||||||
| สาร ที่ ดาด ฟ้า ๕๗๕ คน ฯ กำปั่น กล ไฟ รุดอถฟ บันทุก พริกไท มี คน เดิน สาร ที่ ดาด ฟ้า ถึง ๑๒๐ คน ฯ กำปั่น | ||||||
| สอง เส่า ครึ่ง แรบึด บันทุก เข้า สาร ฯ กำปั่น สอง เส่า ครึ่ง ท่า ฮองกอง บันทุก เข้า สาร ฯ กำปั่น กล ไฟ เฮกุบะ | ||||||
| มี คน เดิน สาร ที่ ห้อง แกะบิน คน หนึ่ง แล ที่ ดาด ฟ้า มี ๑๒ คน | ||||||
๏ คน ได ไป เสพ ด้วย คน พาล จัก ทน ทุกข เนา นาน เนิ่น แท้ เสพ สู่ ผู้ ทรง ญาณ เปรม ปราช เสวย ศุข ล้ำ เลิศ แล้ เพราะ ได้ สดับ ดี ๚ะ
๏ คน ได ใจ แจ่ม ด้วย ปรีชา เหน เฒ่า แก่ พฤฒา ถ่อม ไหว้ สรรเสริญ ทั่ว เทวา มนุษ ใน ปรโลกย จัก ได้ สู่ ฟ้า เสวย สวรรค์ ๚ะ
๏ ฟัก แฟง แตง เต้า ถั่ว งา ยล หว่าน สิ่ง ได เปน ผล สิ่ง นั้น ทำ ทาน หว่าน กุศล สืบ สิ่ง ดี แฮ ทำ บาป บาป กระชั้น ชั่ว ร้าย ตาม ตน ๚ะ
๏ ตม เกิด แต่ น้ำ เล่น เปน กระสาย น้ำ อาบ ล้าง ตม หาย ซาก ไซ้ บาป เกิด ด้วย ใจ หมาย หมู่ บาป จัก มล้าง บาป ได้ เพราะ น้ำ ใจ เอง
๏ ฝูง หงษ หลง อยู่ ด้วย ฝูง กา อุสุกราช เปน โค นา ท่าน ใช้ ม้า ต้น เปน ม้า ลา ตก ต่ำ นักปราช เปน บ้า ใบ้ เพราะ ใกล้ คน พาล ๚ะ
๏ คบ กา กา โทษ ให้ เสีย พงษ ทั้ง ตระกูล หฺม หงษ แหลก ด้วย คบ คน ชั่ว จะ ปลง ปลด ชอบ เสีย นา ตราบ เท่า ลูก หลาน ม้วย สืบ ล้าง กัน ไป ๚ะ
๏ ร้อย คน คน หนึ่ง กล้า กลาง ณรงค พัน คน ปัญญา ยง ยิ่ง ผู้ แสน คน สร้าง ความ ตรง คน หนึ่ง ใบ้ เท่า คน หนึ่ง สู้ อาจ อ้าง อวย ทาน ๚ะ
๏ หญิง ได ผัว ราศ ร้าง สาม คน ข้า หลีก หนี สาม หน จาก เจ้า ลูก ศิษย ผิด ครู คน สาม แห่ง เขา เหล่า นี้ อย่า เข้า เสพ ส้อง สมาคม ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤา จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้องการ ล่าม ฤา จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรงพิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ ๚ะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ นัก
AYER'S CHERRY PECTORAL.
๏ ๓ ยา คือ เอเออร์ เจะริ เปกโตรัล สำหรับ แก้ ไอ แก้ หวัด แก้ หืด แก้ ชัก แก้ เจบ คอ แก้ ไอ ร้าย แล ผี ใน อก ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า กิน เกิน กำหนด มัก ให้ เหียน ราก ระวัง อย่า กิน เกิน กำหนด ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๐ หยด จน ถึง ๗๐ หยด ผู้ หญิง พ้น เขตร เดก กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๕๐ หยด เดก อายุ ขวบ เดี๋ยว ให้ กิน ๕ หยด สอง ขวบ ๘ หยด สาม ขวบ ๑๐ หยด สี่ ขวบ ๑๒ หยด หก ขวบ ๑๕ หยด สิบ ขวบ ๒๕ หยด สิบห้า ขวบ ๓๐ หยด ถ้า จะ รู้ แน่ ว่า ควร จะ กิน เท่า ไร คน ละคน นั้น ให้ กิน อย่าง น้อย ก่อน แล้ว ค่อย กิน มาก เข้า จน จะ เหียน ราก แล้ว กิน น้อย กว่า นั้น ไป ถ้า ตัว ร้อน ปวด ศีศะ ปวด กระดูก ตัว หนาว ฤา แสบ ตัว กิน ยา เม็ด เอเออร์ ปิลซ์ ให้ ถ่าย ตัว ให้ เลอียด ก่อน แล้ว กิน ยา ขนาน นี้ ต่อ ไป อย่า ออก แดด ร้อน นัก อย่า ออก ที่ หนาว นัก รับ ประทาน แต่ อาหาร ที่ ไฟ ธาตุ ของ ตัว ตี แตก ง่าย ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๘๗ ถึง ๑๘๙๕ ครบ แปด ปี (จ ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด