เดือน ๖ แรม ค่ำ ๑, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๓ แผ่น ๓๖ วัน พุฒ เดือน หก แรม ๑ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
ทูตา นุทูต สยาม
ออก เจริญ ทาง พระราช ไมตรี กรุง ลันดัน

๏ ข้า พระพุทธ เจ้า หม่อม ราโชทัย กระต่าย ได้ รับ พระราช ทาน จด หมาย ราย เรื่อง ความ ตาม ระยะ ทาง ที่ พวก ราชทูต กราบ ถวาย บังคม ลา ออก จาก กรุง เทพ มหานคร ไป จำเริญ ทาง พระราช ไมตรี พระเจ้า กรุง ลอน ดอน ทูล เกล้า ทูล กระหม่อม ถวาย ใจ ความ ว่า ณวัน ศุกร เดือน เก้า ขึ้น สาม ค่ำ จุลศักราช ๑๒๑๙ ปี มเสง นพ ศก เวลา บ่าย ห้า โมง เสศ พระยา มนตรี สุริยวงษ ราช ทูต เจ้า หมื่น สรรเพ็ช ภักดี อุปทูต จะหมื่น มณเทียร พิทักษ ตรีทูต หม่อม ราโชทัย ล่าม จะหมื่น ราชามาตย นาย พิจารณ สรรพกิจ ผู้ กำกับ เครื่อง มงคล ราช บรรณา การ พร้อม กัน ใน พระบรม มหา ราชวัง เชิญ พระราช สาสน์ ขึ้น ใส่ พระยานนุมาศ แห่ ไป ถึง ท่า พระ แล้ว เชิญ ลง เรือ พระ ที่นั่ง ชล พิมาน ไชย ล่อง ลง ไป เมือง สมุทรปราการ ๚ะ

๏ วัน เสาร เดือน เก้า ขึ้น สี่ ค่ำ ย่ำ รุ่ง แล้ว พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรมหลวง วงษา ธิราช สนิท กับ เจ้า พระยา ศรีสุริยวงษ สมันต พง พิสุทธิ มหา บุรุษ รัตนโนดม ว่า ที่ สมุห พระกระลาโหม ให้ เชิญ พระราชสาสน แล รับ เครื่อง ราช บรรณาการ ลง เรือ พระ ที่นั่ง กล ไฟ สยาม อรสุม พล เสร็จ เวลา เช้า โมง หนึ่ง พระเจ้า น้องยา เธอ กรมหลวง วงษา ธิราช สนิท เจ้า พระยา ศรี สุริยวงษ แล พวก ขุน นาง ทั้ง ผู้ มี ชื่อ ซึ่ง จะ ไป ด้วย ราชทูต นั้น รวม ยี่สิบ เจ็ด คน ลง ใน เรือ แล้ว ให้ ใส่ ไฟ ใช้ จักร ออก ไป ถึง เรือ รบ อังกฤษ เปน เรือ กลไฟ ชื่อ เอนกวนเตอ จักร ท้าย ยาว สอง ร้อย สิบ สี่ ฟิต กว้าง สาม สิบ สาม ฟีต กิน น้ำ ภุก สิบ แปด ฟีต ถ้า จะ คิด อย่าง ไทย ฟีต หนึ่ง สิบ สี่ นิ้ว กับ สาม กะเบียด ใหญ่ ยาว สอง ร้อย สิบสี่ ฟีต คือ เส้น สิบ สอง วา สาม ศอก คืบ กับ กึ่ง นิ้ว กว้าง สาม สิบ สาม ฟีต คือ ห้า วา หก นิ้ว กับ สาม กะเบียด กิน น้ำ ภุก สิบ แปด ฟีต คือ สิบเอ็ด ศอก กับ นิ้ว กึ่ง กำลัง สาม ร้อย หก สิบ แรง ม้า คน ใน เรือ กัปตัน หนึ่ง ออฟฟิศ เซอ ยี่ สิบ ลูก เรือ ทหาร คน ใช้ รวม ร้อย แปด สิบ หก คน เปน เรือ กวิ้น โปรด ให้ มา รับ พวก ราชทูต เวลา เช้า สาม โมง ครึ่ง กัปตัน กับ ขุน นาง นาย ทหาร จัด ทหาร ถือ ปืน ยืน เรียง เคียง กัน คำนับ พระราช สาส์น สอง แถว แถว ละ หก คน มี คน ตี กลอง คน หนึ่ง พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรมหลวง วงษา ธิราช สนิท เจ้า พระยา ศรีสุริยวงษ จึ่ง ขึ้น ไป บน เรือ เอนกวนเตอ ก่อน แล้ว ให้ หม่อม ราโชทัย เชิญ พระบรม ราช สาสน จหมื่น มณเฑียร พิทักษ เชิญ พระบวรราช สาสน ขึ้น ไป ต่อ ฝ่าย หลัง กัปตัน ขุนนาง แล ทหาร คำนับ รับ พระราช สาสน แล้ว ให้ ทหาร ยิง ปืน ใหญ่ สลุต ราชทูต สิบ เก้า นัด แล้ว ให้ เชิญ พระ ราชสาสน ขึ้น ไว้ บน โต๊ะ ใน ห้อง ข้าง ท้าย เปน ที่ พวก ราชทูต อยู่ ครั้น ขน เครื่อง ราช บรรณาการ ขึ้น บน เรือ เอนกวนเตอ เสร็จ แล้ว เว ลา บ่าย โมง หนึ่ง พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรมหลวง วง ษา ธิราช สนิท เจ้าพระยา ศรีสุริยวงษ ก็ ลง เรือ พระ ที่นั่ง สยาม อรสุมพล กลับ เข้า มา ณะกรุง เทพ ฯ

๏ เวลา บ่าย โมง เศษ กัปตัน โอ แกแลแฮน ให้ ใส่ ไฟ ใช้ จักร ออก จาก ที่ ทอด สมอ นอก สันดอน ภอ เวลา สว่าง ขึ้น เปน วัน อาทิตย เดือน เก้า ขึ้น ห้า ค่ำ ถึง น่า ภูเขา สาม ร้อย ยอด เวลา พลบ ถึง เกาะ อ่าง ทอง ได้ ลม ดี กัปตัน ให้ เอา จักร ขึ้น แล่น ใบ ไป วัน จันทร เดือน เก้า ขึ้น หก ค่ำ เวลา ย่ำ รุ่ง ถึง เกาะ พะงัน ครั้น เวลา สาย ขัด ลม เรือ ไม่ เดิน บาง ที่ ก็ ถอย หลัง บาง ที่ เดิน ไป สัก น่อย จน ถึง บ่าย สอง โมง จึ่ง มี ลม แล่น ออก ไป ได้ ถึง แหลม กะลุมพุก ภอ พลบ วัน อังคาร เดือน เก้า ขึ้น เจด ค่ำ สว่าง ที่ อ่าว ยาง ตรง เกาะ กระ ขณะ นั้น ชัก ลม จน บ่าย สอง โมง เสศ จึ่ง ได้ ลม แล่น ตอ ไป พ้น เกาะ กระ ประมาณ ยี่ สิบ ห้า ไมล์ คือ พัน ร้อย ยี่ สิบ ห้า เส้น ภอ ค่ำ วัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น แปด ค่ำ มา สว่าง ตรง แหลม น่า เมือง ตานี เวลา พลบ ถึง น่า เมือง กะลันตัน ลม ทวน น่า กัปตัน ให้ ใส่ ไฟ ใช้ จักร ต่อ ไป วัน ประหัสบดี เดือน เก้า ขึ้น เก้า ค่ำ มา สว่าง ที่ น่า เมือง ตะรังกานู พ้น อ่าว ตะรังกานู ออก ไป มี เกาะ ชื่อ เกาะ ผ้าย เรือ ทวน น้ำ ทวน ลม จน เวลา ค่ำ จึ่ง ถึง เกาะ ตังโกรัน พวก จีน เรียก เกาะ เต๊า เปน แขวง เมือง ตะรังกานู กัป ตัน ให้ เอา จักร ขึ้น ใช้ ใบ ไป ฯะ

๏ วัน ศุกร เดือน เก้า ขึ้น สิบ ค่ำ สว่าง พ้น เกาะ ตังโกรัน ออก ไป ประมาณ ยี่สิบ ห้า ไมล คือ พัน ร้อย ยี่สิบ ห้า เส้น เรือ ทวน น้ำ ทวน ลม ก้าว ไม่ ออก กัปตัน ให้ ทหาร หัด ปืน ใหญ่ ทำ ท่า รบ ต่าง ๆ ให้ ราชทูต ดู เวลา บ่าย โมง หนึ่ง ให้ เอา จักร ลง ที่ แล้ว ใส่ ไฟ ใช้ จักร ต่อ ไป เวลา ทุ่ม เสศ ถึง น่า เมือง ปะหัง วัน เสาร เดือน เก้า ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ เวลา ย่ำ รุ่ง ถึง เกาะ ม่อ ใต้ เมือง ปะหัง น้อย หนึ่ง เวลา ย่ำ ค่ำ ถึง เกาะ นาก พวก จีน เรียก แต๊ บิ๊ว วัน อาทิตย เดือน เก้า ขึ้น สิบ สอง ค่ำ เวลา สว่าง ถึง สี่ ลา ขาว ที่ สี่ ลา ขาว นั้น เปน สี่ ลา งอก ขึ้น พ้น น้ำ บ้าง อยู่ ใต้ น้ำ บ้าง เปน ที่ น่า กลัว เรือ เข้า เรือ ออก จะ โดน ก็ จะ เปน อันตราย จึ่ง ก่อ หอ คอย สูง จุด โคม ไว้ บน นั้น เรือ เข้า ออก จะ ได้ เหน เปน ที่ สังเกต มี คน ผลัด เปลี่ยน กัน รักษา อยู่ ที่ นั้น เปน นิจ ฯะ

๏ เวลา เช้า สี่ โมง ถึง เมือง สิงฆะโปร รวม เก้า วัน กัปตัน ให้ ชัก ธง พระจอมเกล้า ขึ้น บน ปลาย เสา กระโดง น่า แล้ว ให้ ทอด สมอ ลง กัป ตัน ก็ ลง เรือ โบด ขึ้น ไป หา ฮอนเนอเรบล บลัน แคล เจ้า เมือง ๆ ให้ มิสเตอ แมกเนีย ลง มา ทัก ถาม ข่าว ราชทูต ที่ ใน เรือ รบ มิสเตอ แมกเนีย บอก ว่า เจ้า เมือง สิงมะโปร ให้ มา แจ้ง ความ แก่ ท่าน ราชทูต ว่า ได้ ยิน ข่าว ราชทูต จะ ออก มา นาน แล้ว เจ้า เนื่อง สิงฆะโปร ตั้ง ใจ คอย อยู่ ทุก วัน มิ ได้ ขาด แต่ วัน นี้ ราชทูต มา ถึง เปน วัน อาทิตย เจ้า เมือง เสีย ใจ นัก ด้วย จะ จัด แจง เชื้อ เชิญ แล ยิง สลุต รับ ยัง ไม่ ได้ ขอ เชิญ ภัก อยู่ ใน เรือ รบ สัก คืน หนึ่ง ก่อน ต่อ รุ่ง ขึ้น วัน จันทร จึ่ง จะ จัด ทหาร ตั้ง กระบวน รับ ราชทูต ให้ เปน เกียรติยศ แก่ พระเจ้า อยู่ หัว กรุง สยาม ราชทูต ตอบ ว่า ชอบ แล้ว เมื่อ เรือ กลไฟ เข้า ไป ถึง กรุง เทพ พระเจ้า อยู่ หัว แล ท่าน เสนา บดี ผู้ ใหญ่ ก็ ได้ จัด แจง ให้ เรา ออก มา เรา ก็ มี ความ ปราถนา จะ ออก มา ให้ ถึง โดย เรว จะ ใคร่ ภบ รู้ จัก กับ เจ้า เมือง แล ขุนนาง ด้วย แต่ วัน นี้ เปน วัน อาทิตย จะ ขอ งด ต่อ เวลา พรุ่ง นี้ จึ่ง จะ จัด แจง รับ ทูตานุทูต นั้น ตาม แต่ เจ้า เมือง สิงฆะโปร จะ จัด แจง ให้ สม ควร แก่ พระ เกียรติยศ เถิด พูด กัน เท่า นั้น แล้ว มิศเตอ แมกเนีย ก็ ลากลับ ไป

๏ วัน จันทร เดือน เก้า ขึ้น สิบสาม ค่ำ เวลา เช้า โมง ครึ่ง เจ้า เมือง สิงฆะโปร ให้ จัด เรือ โบต ลำ หนึ่ง น่า เรือ ปัก ธง พระจอมเกล้า ท้าย เรือ ปัก ธง อังกฤษ มี ขุนนาง ฝ่าย ทหาร ขัด กระบี่ อยู่ น่า เรือ คน หนึ่ง อยู่ ท้าย เรือ คนหนึ่ง คน ตี กระเชียง สิบ เล่ม คน ถือ ขอ ถ่อ ง่าม คอย รับ เรือ สอง คน คน ถือ หาง เสือ คน หนึ่ง รวม อังกฤษ สิบ ห้า คน ออก มา รับ ราชทูต ที่ เรือ รบ พวก ราชทูต ทั้ง หก คน แต่ง ตัว ใส่ หมวก ยอด ทอง ใส่ เสื้อ เขม ขาบ นุ่ง ผ้า ยก ทอง ใส่ สนับ เพลา คาด เขม ขัด ราตะคด ใส่ ถุง เท้า รอง เท้า เมื่อ ราชทูต จะ ลง เรือ ขึ้น ไป ใน เมือง นั้น ที่ เรือ เอนกวน เตอ มี ทหาร สิบ สอง คน ถือ ปืน ปลาย หอก ยืน คำนับ ส่ง ครั้น พวก ราชทูต ทั้ง หก คน ลง เรือ โบต ออก ไป ห่าง กำปั่น ประมาณ สาม เส้น เสศ ที่ ใน เรือ รบ ยิง ปืน ใหญ่ นัด หนึ่ง ให้ ขุนนาง ที่ บน เมือง รู้ เปน สัญญา ว่า ราชทูต ลง เรือ มา แล้ว เมื่อ ราชทูต ถึง ท่า น่า เมือง มิศเตอ แมกแกนซี ที่ สอง เจ้าเมือง กับ มิศเตอ แมกเนีย แล จีน กิม จิ๋ง เปน ที่ พระ พิเทศพานิช สยาม พิชิต ภักดี ทำ ราชการ ฉลอง พระเดช พระคุณ เปน ผู้ ช่วย ดู แล ว่า กล่าว ใน ที่ กงซุล ไทย อยู่ ที่ เมือง สิงฆะโปร ลง มา ยืน คอย รับ ราชทูต อยู่ เมื่อ พวก ขุนนาง ไทย จะ ขึ้น จาก เรือ นั้น มิศเตอ แมกเนีย ลง มา ยืน ถึง ที่ ริม เรือ แล้ว ยื่น มือ ให้ ราชทูต และ ขุนนาง ไทย จับ ประคอง ขึ้น ไป ครั้น ขึ้น ไป บน ตลิ่ง พร้อม กัน แล้ว มิศ เตอ แมกแกนซี บอก ว่า เจ้าเมือง ก็ ลง มา คอย รับ อยู่ ด้วย แต่ บัดนี้ หา สู้ สบาย ไม่ ขอ ลา ขึ้น ไป ก่อน ให้ ข้าพเจ้า กับ มิศเตอ แมกเนีย คอย รับ ราชทูต แทน ครั้น พูด กัน เท่า นั้น แล้ว นาย ทหาร ก็ เป่า แตร สัญญา ให้ ทหาร ปืน ใหญ่ น่า ป้อม สี่ กระบอก ยิง สลุต ๑๙ นัด ที่ ปืน ใหญ่ นั้น มี ทหาร รักษา อยู่ กระบอก ละ ห้า คน สี่ กระบอก รวม ทหาร ยี่ สิบ คน ทาง ที่ ราชทูต ขึ้น นั้น มี ทหาร ปืน ปลาย หอก ยืน คำนับ อยู่ สอง แถว ๆ ละ หกสิบ ห้า คน สอง แถว ร้อย สามสิบ คน มี คน เป่า แตร ตี กลอง ตี ฉาบ อีก ยี่ สิบ สี่ คน มา ตาม ส่ง ราชทูต ด้วย รถ ที่ มา รับ พวก ราชทูต ห้า รถ แต่ รถ ราชทูต อุปทูต รถ หนึ่ง เปน รถ มี ประทุน เทียม ด้วย ม้า เทศ คู่ หนึ่ง ครั้น มา ถึง ตึก ที่ ภัก ชื่อ เลศเปอเรนศ์ โฮเตล เปน ตึก สำหรับ เสรฐี นาย ห้าง ขุนนาง คน ไป มา เช่า อาไศรย เจ้า เมือง สิงฆะโปร จัด ทหาร แต่ง ตัว ถือ ปืน ปลาย หอก ผลัด เปลี่ยน กัน เดิน ยาม ตรวจ ตรา รักษา พวก ราชทูต ทั้ง กลาง วัน กลาง คืน สามสิบ คน มี รถ ประ จำ อยู่ สำหรับ ให้ ใช้ สาม รถ ใน ตึก นั้น มี เตียง ที่ นอน ครบ ทุก นาย แล้ว เวลา เช้า สาม โมง เลี้ยง เช้า เที่ยง เลี้ยง น้ำ ชา มี ขนม นม โค น้ำ ตาล ทราย ผล ไม้ ต่าง ๆ บ่าย สาม โมง เลี้ยง เช้า เย็น เวลา สอง ทุ่ม เลี้ยง น้ำ ชา มี ของ เหมือน เลี้ยง กลาง วัน อีก ครั้ง หนึ่ง มี เครื่อง สำหรับ ใช้ ต่าง ๆ เปน อัน มาก เจ้า เมือง สิงฆะโปร ให้ มิศเตอ แมกเนีย มา เยี่ยม เยียน ถาม ข่าว อยู่ เนือง ๆ แล ขุนนาง อื่น ก็ ไป มา มิ ได้ ขาด ฯะ


๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ฯะ

เปน ผัว เมีย กัน

๏ เฮก-ครีน-ณวัน ศุกร เดือน หก ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ที่ ราชทูต สมเด็จ พระบรม กระษัตร กวิน อังกฤษ ณกรุง เทพ มี การ กล่าว กัน ให้ มิศเตอ ชาลซ์ เอดวิน เฮก แล มิศ เมรี่ แอน ครีน ชาว กรุง ลันดัน ทั้งสอง เปน ผัว เปน เมีย กัน มิศเตอ เฮก เปน คน มี ชื่อ เสียง ณะกรุง เทพ คน ทั้งปวง จึ่ง มี ความ ยินดี ให้ ศีล ให้ พร ทั้ง สอง คน กิน อยู่ ด้วย กัน เปน ผัว เปน เมีย แล เจริญ ความ ศุข อยู่ กาล ช้า นาน ด้วย เทอญ ฯะ

เด็ก ออก ไป นอก เรียน หนังสือ

๏ ใน เรือ เฮกกุบา ออก ไป ครั้ง นี้ ได้ ยิน ว่า มิศ มอน เสมียน ห้าง ยูเกอ ซิก แอนโก ภา คน ไทย ลูก ผู้ ดี ออก ไป เรียน หนังสือ ที่ เมือง อังกฤษ สอง คน เด็ก สอง คน นั้น ดู เปน คน เรียบ ร้อย รูป ร่าง สะ สวย มาก คน หนึ่ง มี ผิว อัน ขาว ดู เกือบ จะ เปน คน ยุโรเปียน ที่ เดียว แล้ว ดู ลักษณ หน้า ตา ฉลาด มาก ถ้า ไป เรียน กลับ มา ถึง กรุง เทพ คง จะ เปน คน ใน ราชการ ได้ แต่ เงิน ที่ เสีย ใน การ เล่า เรียน นั้น จะ เปน เงิน หลวง ฤา เปน ของ บิดา เขา เสีย เอง ไม่ ทราบ ฯะ

๏ อนึ่ง เด็ก ไทย คน หนึ่ง ที่ ได้ ไป กับ หมอ เฮาซ แต่ ก่อน ประมาณ เก้า ปี สิบ ปี มา แล้ว ได้ ไป เล่า เรียน วิชา ใน เมือง อะเมริกะ แต่ เดียว นี้ ว่า ยาก จน เตม ที่ ชาว อะเมริกะ ต้อง เรี่ย ไร กัน ช่วย เลี้ยง อยู่ เปน ที่ น่า เวทนา มาก ควร จะ เรียก ให้ กลับ มา บ้าน เมือง ของ ตัว ๚ะ

โรงเรียน หนังสือ ที่ วัด ระฆังโฆสิตาราม

๏ หม่อม ราชวงษเนตร์ ขอแจ้ง ความ แก่ ท่าน สมณะ แก่ ท่าน ทั้งหลายได้ ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า มี ความ ศรัทธา บริจาค ทรัพย ท่าน ปลัด ทิม เปน ผู้ ช่วย ตรวจ ทำ การ ปลูก สร้าง ศาลา เรียน ขึ้นไว้ณะ ที่ วัด ระฆังโฆสิตาราม ริม ฝั่ง น้ำ ทิศ อาคะเณย์ สอง ชั้น ๆ ที่ หนึ่ง ปราถนา ให้ เปน ที่ พัก กุลบุตร เล่า เรียน ชั้น ที่ สอง สำหรับ พระ สงฆ์ ใน อาราม แล มา จาก จาตุ ทิศ อาไศรย เล่า เรียน แล เจริญ พระ ปริกรรม ข้าพเจ้า ได้ ให้ ช่าง ลง มือ ทำ การ แต่ ณะ วัน พุฒ เดือน สาม แรม เก้า ค่ำ ปี วอก ฉอศก ถึง วัน ขึ้น ค่ำ เดือน หก ปี ระกา สัปตศก การ ทำ ศาลา เรียน เรียบ ร้อย ควร พระ สงฆ แล กุลบุตร จะ เปน ที่ พัก เล่า เรียน ได้ จึ่ง นำ ความ กราบ ทูล พระเจ้า น้อง ยา เธอ พระองค์ อิศวร กุมาร ทราบ โปรด เกล้า ฯ พระราชทาน ครู เรียน ใน พระ บรม มหา ราชวัง ให้ ออก มา ตั้ง บอก หนังสือ แก่ กุลบุตร ทั้งหลาย ประจำ การ อยู่ ณะ ศาลา เรียน วัด ระ ฆัง แล ทรง พระ มหา กรุณา พระราชทาน เงิน เดือน ให้ กับ ครู เรียน แล เครื่อง ใช้ ใน การ โรง เรียน ต่าง ๆ ตาม สมควร เพื่อ ประสงค์ ใน พระ พุทธ ศาสนา ถาวร เปน กอง การ กุศล สืบ ไป ภาย น่า แล ทรง พระ มหา กรุณา แก่ กุลบุตร แล ข้า ราชการ แล ราษฎร ได้ เล่า เรียน หนังสือ แล วิชา เปน การ ทำ กิน ได้ ความ สุข บ้าน เมือง มี ความ เจริญ ยิ่ง ขึ้น ไป กว่า แต่ ก่อน จึ่ง โปรด เกล้า ฯ ให้ ครู เรียน เบิก ศาลา เรียน ให้ กุลบุตร ได้ เล่า เรียน แต่ ณะวัน ศุกร เดือน หก ขึ้น หก ค่ำ ปี ระ กา สัปตศก ศักราช ๑๒๔๗ สืบ ไป ข้า ราชการ แล ราษ ฎร ซึ่ง มี บุตร หลาน อายุ ศม ควร จะ เล่า เรียน หนังสือ ก็ ให้ ส่ง บุตร หลาน มา เล่า เรียน ต่อ ครู ศาลา วัด ระ ฆัง ตาม ประสงค์ อย่า มี ความ หวั่น หวาด ใน การ เล่า ฤา ต่าง ๆ กุลบุตร ซึ่ง มา เล่า เรียน ไม่ ต้อง เสีย ค่า จ้าง แล เสา ฮุ่ย อย่าง หนึ่ง อย่าง ใด เชิญ ท่าน ส่ง บุตร หลาน มา เล่า เรียน หนังสือ จะ ได้ เปน อุปนิไสย ใน การ ทำ มา หา กิน ของ ตน จะ ได้ ไม่ เปน คน พาล คิด การ ทุจริต ต่าง ๆ เพราะ ได้ รู้ การ ที่ เข้า แล้ว ก็ คง จะ ได้ คิด ถึง ความ ดี ใน ตน ได้ ทุก อย่าง ๆ การ ที่ เล่า ฦๅ ต่าง ๆ นั้น เปน ความ ไม่ จริง เลย อย่า ได้ สงไสย เลย ขอ ท่าน ทั้งหลาย จง วาง ใจ เถิด ด้วย เปน การ ทรง พระ มหา กรุณา เมตา แก่ ราษฎร เปน อัน มาก เพื่อ จะทรง ทำนุ บำรุงในพระพุทธ ศาสนา แล ความเจริญ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป การในโรงเรียนนี้หลวง สโมสร ได้ เปนผู้ ช่วยดูแลใน การ เรียน นี้ด้วย ฯะ

คำ ถาม

๏ ถาม ว่า อัน จะ มี ข้อ ผิด ใด พระธรรม นี้ ไม่ เปน ที่ ปลาด ใจ ดอก ด้วย ว่า คน มั้น ขี้ มัก ประดิษฐ แต่ง เพิ่ม เติม เอา เพราะ ว่า เขา แปลง แต่ง ใหม่ เท่า นี้ ท่าน จะ มา กล่าว โทษ ประมาท ดู หมิ่น ทั่ว ทั้ง พระ ไตร ปิฎก ทำ ไม ควร จะ เลือก เอา ที่ เปน คำ พระเจ้า แท้ ๆ มา ถือ ปรนิบัติ ตาม แล สละ ทิ้ง เสีย ถ้อย คำ ซึ่ง มนุษ แต่ง เพิ่ม เติม นั้น ฯะ

๏ แก้ ว่า ใน พระบาที่ ถ้า มี อรรถ ข้อ สั่ง สอน เปน อัน ชอบ ธรรม สม ด้วย พระพุทธ บัญญัติ ควร ที่ จะ ถือ นั้น ส่วน ว่า จะ รู้ ใน พระคำภีร์ นั้น อะไร เปน คำ พระเจ้า แล อะไร จะ เปน คำ มนุษ แต่ง เพิ่ม เติม นั้น ท่าน จะ รู้ ด้วย สำคัญ ประการ ใด เล่า ข้อ ซึ่ง ท่าน จะ ชม ว่า ดี ส่วน ผู้ อื่น จะ ว่า ไม่ ดี ที่ ชอบ คน นี้ จะไม่ ชอบ อารมณ ของ ท่าน คน นั้น ต่าง คน ต่าง เลือก เอา ตาม อัชฌา ไศย ของ อาตมา อย่าง นี้ จะ เรียก ว่า ยุติ ธรรม ที่ ไหน ได้ อนึ่ง เมื่อ สังเกต เหน ว่า พระธรรม นี้ ผิด ใน ข้อ ใหญ่ เปน กะทู้ ที่ เดียว เปน ที่ กลัว ว่า ข้อ อื่น ๆ เฟื้อ มา แต่ ข้อ ต้น แล กะทู้ นั้น จะ แปด ปน เจือ เจิม ด้วย ความ ผิด เหมือน กัน อุปมา เหมือน หนึ่ง ท่อ ธาร เมื่อ ไหล ออก จาก สี่ลา คน ทั้งหลาย สังเกต ว่า เปน น้ำ พิษม แสลง แล เพื่อ บังเกิด โรค โรคา ครั้น น้ำ นั้น ไหล ไป ไกล ได้ ประมาณ หลาย โยชน์ แตก แยก เข้า ห้วย เล็ก คลอง น้อย ก็ ยังไม่ สิ้น พิษม สิ้น ร้าย ชน มิ อาจ ที่ รับ ประทาน กิน น้ำ นั้น ได้ ด้วย พระ ธรรม ข้าง พระบาที่ ท่าน จง รับ แล ถือ ทั้ง หมด ฤา ว่า สละ ทิ้ง เสีย ทั้ง หมด อัน จะ ถือ บ้าง ไม่ ถือ บ้าง นั้น สำคัญ ว่า ตั้ง ตัว เปน ที่ ตระลาการ พิพากษา ตัด สิน ด้วย พระคำภีร์ น่า ที่ มหา ชน ทั้งหลาย จะ ติ เตียน ว่า ประกอบ ด้วย สรู้ ไม่ บังควร เลย ฯะ

๏ ถาม ว่า ส่วน ว่า ใน พระวิไนย ท่าน ยัง เหน มี ซึ่ง ข้อ ผิร ประการ ใด บ้าง แก้ ว่า ศีล ห้า คือ ปาณา ธิบาท ๑ อะทินนาทาน ๑ กาเมสุมิจฉาจาร ๑ มุสาวาท ๑ สุราเมไรย ๑ ใน บาพี่ ว่า เปน ศีล อัน ประเสริฐ แม้น พระสงฆ แล คฤหัสฐ จำ จะ ถือ นั้น เพื่อ บังเกิด ประโยชน แก่ ตน ใน อิทะโลก ประระโลกย ทั้ง นั้น ศีล เปน ปถม คือ ปาณา ธิบาท อย่า ฆ่า สัตว ตัด ชีวิตร ไม่ ควร จะ ถือ ไม่ เปน ประโยชน กลับ เปน อันตราย แก่ บ้าน เมือง ตาม เรา สำแดง เบื้อง น่า แล ศีล ที่ ห้า คือ สุราเมไรย พระ บาพี่ ให้ ถือ ด้วย เคร่ง ครัด มิ ให้ ดื่ม เหล้า มาท ว่า แต่ หยด เดียว หมอ ทั้งหลาย ซึ่ง รู้ ใน สัพคุณ ยา เขา ว่า เปน ยา วิเสศ อาจ สามาก บำบัด โรค เปน อัน มาก อัน จะ ดื่ม สุราเมไรย นั้น จะ เปน บาป เปน กรรม ก็ จำ เพาะ ต่อ เมื่อ จะ กิน เหลือ ขนาด จน เมา ฟั่น เฟือน สติ นั้น ไม่ บังควร เลย แล ด้วย พระ วีไนย สอง ร้อย ยี่สิบ เจด อัน สำหรับ สมณะ ภิกขุ เหมือน หนึ่ง ถือ ตะลิบัด แล ดู เพียง สี่ ศอก รอบ ตัว ฟัน เที่ยง มิ ให้ ฉัน จังหัน ห้าม เคี้ยว สำรวม อินทรีย เปน นิจการ ไป แล อื่น ๆ ดัง นี้ เปน อัน มาก ก็ ถือ ยาก เต็ม ที่ จน ว่า แทบ จะ ไม่ มี สมณะ องค ใด องค หนึ่ง อาจ สามาก จะ ถือ ศีล สอง ร้อย ยี่สิบ เจ็ด แห่ง พระ ปาติโมกข์ ตก ว่า ศีล พระบาพ์ นั้น ปาณา ธิบาท เปน อาทิ ถือ ไม่ ได้ เกิน กำลัง พ้น วิไสย มนุษ ตาม เรา จะ สำแดง ด้วย บท ฆ่า สัตว ตัด ชีวิตร พระ วีไนย อย่าง นี้ เรา เปรียบ เหมือน บุรุษ ผู้ หนึ่ง ใช้ บ่าว คน เดียว กับ ขวาน เล่ม หนึ่ง สั่ง ว่า มึง ไป ที่ ดง โน้น ฟัน ต้น ยาง แล้ว แบก เอา มา ให้ กู ให้ จง ได้ ถ้า หา ไม่ กู จะ เฆี่ยน ให้ ยับ ย่อย ทั่ว สารพางค ใคร ๆ ก็ จะ ถือ ว่า นาย ผู้ นั้น เสีย จริต กระมัง แล ด้วย วีไนย ซึ่ง มนุษ ถือ ไม่ ได้ แล พระ บาพ์ จะ ขืน ให้ ถือ นั้น ก็ เปน ดุจ เดียว แล ฯะ

เมือง ชื่อ มาระเซล

๏ ตั้ง อยู่ ทิศ ใต้ ประเทศ ฝรั่งเสศ ตั้ง อยู่ ริม ฝั่ง เทล เมดิตะราเนียน เปน เมือง มี พ่อ ค้า ค้า ขาย มาก เมือง นั้น มี ภูเขา เล็ก ๆ ล้อม อยู่ เว้น แต่ ข้าง เทล แล มี ที่ จอด กำปั่น ที่ นั้น กว้าง ขวาง สำหรับ เปน ท่า จอด กำปั่น เล็ก ๆ ได้ ๑๒๐๐ ลำ ชาว เมือง นั้น ได้ ทำ ที่ จอด กำปั่น แห่ง อื่น ใหม่ สำ หรับ จอด กำปั่น ลำ ใหญ่ ๆ ที่ ข้าง เมือง เก่า นั้น มี หน ทาง คับ แคบ แล คด ไป สอง ข้าง ทาง นั้น มี ตึก แล เรือน สูง นัก แล ที่ ข้าง เมือง ใหม่ นั้น เขา ได้ ทำ ให้ มี หน ทาง กว้าง ขวาง ตรง ไป ริม ทาง นั้น เขา ทำ ให้ สูง ขึ้น น่อย หนึ่ง ทั้ง สอง ข้าง พื้น กลาง ทาง นั้น ต่ำ เมือง นั้น มี วิหาร ใหญ่ หลัง หนึ่ง แล มี โรง สวด แล มี ที่ สำหรับ คน จน คน อะนาถา แล คน ป่วย เจบ หลาย ที่ แล ที่ สำหรับ ไว้ หนังสือ ฯะ


ข่าว โทรเลข ใน

สมเด็จ เจ้า ฟ้า กรมหลวง จักรพรรดิพงษ

๏ เสด็จ ออก จาก ปากน้ำ จะ ไป เกาะ สีชัง ณวัน อังคาร เดือน หก ขึ้น แปด ค่ำ ภอ สว่าง แล เสด็จ กลับ มา จาก เกาะ สีชัง มา ภัก ที่ ป้อม ผีเสื้อ สมุท ณวัน พุฒ เดือน หก ขึ้น เก้า ค่ำ เวลา สอง โมง เช้า เสด็จ ออก จาก ปากน้ำ จะ กลับ มา ยัง กรุง เทพ ณวัน นั้น เอง เวลา บ่าย สอง โมง ฯะ


ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงฆโปร์
ณวัน พุฒ เดือน หก ขึ้น เก้า ค่ำ
เงิน แบงก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๗ เปนซ

เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๗ เปนซ กับ ๒ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๗๕ เซนต

ข่าว โทรเลข นอก

ประเทศ อิงแลนด แล รุเชี่ย

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน ห้า แรม สิบสอง ค่ำ คอเวินแมนต รุเซีย มี คำ สั่ง ให้ เยนิรัล โกมะรอฟ แก้ การ บอก เหตุ จึ่ง ไป ตี พวก แอฟคัน ฯะ

ประเทศ จีนแล ฝรั่งเสศ

๏ กรุง ปาริศ วัน อาทิตย เดือน ห้า แรม สิบสาม ค่ำ ตาม คำ สัญญา จัด การ สงบ เลิก การ ฆ่า ศึก นั้น พวก จีน ต้อง ถอน ถอย ทัพ ไป ให้ พ้น ประเทศ ตอนกวิน แล พวก ฝรั่งเสศ ต้อง ถอน ถอย ให้ ทัพ ไป พ้น จาก เกาะ ฟอโมซะ ให้ ทัน กลาง เดือน เจด ฯะ

ประเทศ รุเชี่ย แล อิงแลนด

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน ห้า แรม สิบสี่ ค่ำ เยนิ รัล โกมะรอฟ มี ข่าว สาย โทรเลข แจ้ง ความ แก่ คอเวินแมนต ของ ตัว ว่า เกิด ตี กัน นั้น เพราะ พวก แอฟคัน อาไศรย คำ ยุ พวก อังกฤษ ไม่ ยอม ออก ไป พ้น คู กัน เมื่อ บังคับ สั่ง แล พวก แอฟคัน เปน พวก แรก ยิง ปืน ฯะ

เกาะ ไอเออแลนด

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน หก ขึ้น ค่ำ หนึ่ง พวก นาเช่อนอัลลิซด ร้อง เกลี่ยด ทั้ง ปรินซ แล ปรินเซซ ออฟ เวลิศ คราว ดำเนิน เดิน ถนน เมือง กอก ฯะ

แอฟคัน นิสถาน

๏ เมือง บอนเบ วัน อังคาร เดือน หก ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ท่าน อามี่ร เมื่อ เสร็จ การ สัญากับ ไวซรอย ลา ท่าน ไวซรอย จะ ไป ประเทศ แอฟคันนิสถาน ฯะ

๏ เมือง แกลกัตะ วัน เสาร เดือน ห้า ขึ้น หก ค่ำ ขอ ยก พาหะนะ กำลัง บ้าน เมือง ของ ท่าน จน สิ้น เชิง ให้ คอเวินแมนต อินเดีย ใช้ ถ้า จะ เกิด การ วุ่น วาย ที่ เขตร แดน ต่อ ของ พวก แอฟคัน ฯะ

ประเทศ ฝรั่งเสศ แล สยาม

๏ มี ข่าว โทรเลข ไป ถึง กรุง ลันดัน สอง ครั้ง ว่า มิศเตอ ทอมซัน ฝรั่งเสศ เจ้าเมือง ไซงอน ได้ ส่ง หนังสือ ชู่ มา ยัง คอเวินแมนต สยาม ทั้ง สอง ครั้ง นัน ราชทูต สยาม ที่ กรุง ลันดัน ลง พิมพ ข่าว โทรเลข แต่ กรุง สยาม ปะติเสศ ว่า คอเวินแมนต สยาม ว่า หนัง สือ ชู่ หา มี มา ไม่ แต่ มิศเตอ ทอมซัน นั้น แล ณวัน ประ หัศบดี เดือน หก ขึ้น สิบ ค่ำ มิศเตอ ถอยุ ผู้ ว่า การ กงซุล ฝรั่งเสศที่ กรุง เทพ ไป พลาง มี หนังสือ มา ยัง เจ้า ของ จด หมาย เหตุ สยาม วิกลิ์ อัดเวอไตเซอ ขอ ลง พิม ใจ ความ นั้น ว่า เรื่อง ที่ ว่า มิศเตอ ทอมซัน ฝรั่งเสศ เจ้า เมือง ประเทศ โกจินไชนะ ฝาก หนังสือ ขู่ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม เปน แต่ ความ คิด นึก ขึ้น เหตุ ที่ จะ ให้ คิด นึก ขึ้น ดัง นี้ หา มิ มา แต่ ครั้ง ได ไม่ อีก ข้อ หนึ่ง ว่า เพราะ พระบาท สมเด็จ เจ้า กรุง สยาม ได้ แสดง พระ ไทย ชอบ แล้ว ท่าน เจ้า เมือง ประเทศ โกจินไจะ จึ่ง มี ความ ยินดี ออก มา เยี่ยม เฝ้า คน หลวง ประเทศ สยาม ข้าง ชาย เทล ณะ วัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น สิบห้า ค่ำ ปี ระกา ยัง เปน ฉอศก ๑๒๔๖ – ๘ ๚ะ

ประเทศ อิงแลนด แล รุเซี่ย

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน หก ขึ้น สอง ค่ำ มิศเตอ แกลดซะโตน เมื่อ ตอบ คำ ถาม ใน ที่ ปฤกษา ราช การ อังกฤษ คือ เฮาซ ออฟ กอมมันซ ได้ แจ้ง ความ ว่า มี หนังสือ ราชการ มา จาก กรุง เซนต ปีเตอรซ เบิก อัน มี ความ แอบ อิง ให้ คำ กล่าว ก่อน มี ขึ้น ใหม่ ว่า ซึ่ง จะ รุก เร้า เขตร ประเทศ แอฟคัน ต่อ ไป นั้น เปน การ นอก คำ สั่ง นอก ความ หมาย ของ คอ เวินแมนต รุเซี่ย นั้น ๚ะ

ประเทศ แอฟคันนิสถาน

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน หก ขึ้น สี่ ค่ำ เยนิรัล โกมะรอฟ ได้ ตั้ง ผู้ ว่า บ้าน เมือง ไป พลาง ที่ เมือง เบญจเด ๚ะ

ประเทศ ซุคัน

๏ เมือง ซุอะกิม วัน ศุกร เดือน หก ขึ้น สี่ ค่ำ มิ ได้ จัด ทำ การ ใหญ่ สำคัญ อะไร ที่ เมือง ซุอะกิม ฯะ

ประเทศ อิงแลนด แล รุเซี่ย

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน หก ขึ้น ห้า ค่ำ ความ เชื่อ มาก ขึ้น ว่า การ สงบ เรียบ ร้อย ไม่ รบ กัน คง เปน อัน ยัง ยืน ฯะ

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน หก ขึ้น แปด ค่ำ มี ความ ร้อน ใจ เกิด ขึ้น ใหม่ กลัว จะ เกิด การ ศึก กัน

๏ หนังสือ จดหมาย เหตุ เดลี่ นุวซ ลง พิมพ ข้อ สำคัญ ข้อ หนึ่ง ว่า คราว พวก แกบิเนต ชุมนุม ปฤก ษา ราชการ อยู่ ณะวัน จันทร พวก นั้น ได้ ตั้ง ใจ สั่ง ให้ กอง ทัพ ของ เยนิรัล แครแฮม รีบ กลับ มา จาก เมือง ซุอะกิม กำปั่น รุเซี่ย ที่ เมือง กรอนชตัต จัด การ จะ ออก เทล ๚ะ

๏ เมือง กอนสตานไตนเปล วัน อังคาร เดือน หก ขึ้น แปด ค่ำ หนังสือ จดหมายเหตุ ละ ตุรกี ลง พิมพ ข้อ สำคัญ ข้อ หนึ่ง วัน นี้ ว่า ถ้า จะ ประกาศ การ ศึก กัน แล้ว พวก ตุรกี นั้น จะ เปน พวก เชย กลาง ไม่ เข้า ข้าง ไหน ฯะ


กำปั่น เข้า ออก ใน กรุงเทพ
ณะ เดือน หก ถัด แต่ วัน พุธ ขึ้น ๙ ค่ำ จน ถึง วัน พุธ แรม ๑ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
นันชันก ก ฟ อังกฤษ๘๐๕ ตันแบลก เบอวินดซอ โรซ แอน โกสิงฆโปรขึ้น ๙ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๑๓เรดเมเกอรมารกวาลด แอน โกสิงฆโปร๙ ค่ำ
วิเลียม ฟิลิปซก ๒ ส ค อเมริกัน๕๖๗ปอดเดอวังลีฮองกอง๑๐ ค่ำ
วอแลนด ขจร จต ขดีก ก ฟ สยามขุนจาร ใจ สมุทกะลันตัน๑๑ ค่ำ
แอมิตีก ก ฟ อังกฤษ๖๘๐เฮบกอซตเจ้า ของซุระบายะ๑๒ ค่ำ
แมก อะลิศเตอรก ก ฟ อังกฤษ๔๖๒ดัลลัคบอนิโอ กำปนีสิงฆโปร๑๓ ค่ำ
ขจาน จล ระดีก ก ฟ สยามขุนจาร ใจ สมุทอ่างหิน๑๓ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
มงกุฎก ก ฟ อังกฤษ๘๕๙ลฟวินดซอ โรซ แอน โกฮองกองขึ้น ๙ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๙๐ไวต์วินดซอ โรซ แอน โกสิงฆโปร๑๐ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๑๓เรดเมเกอรมารกวาลด แอน โกสิงฆโปร๑๑ ค่ำ
หาญ หัก ศัตรูก ก ฟ สยามนาย ยาระยอง๑๑ ค่ำ
ขจาน จตระดีก ก ฟ สยามขุนจาร ใจ สมุทอ่างหิน๑๑ ค่ำ
นันชันก ก ฟ อังกฤษ๘๐๕แบลกเบอวินดซอ โรซ แอน โกสิงฆโปร๑๒ ค่ำ
อลีนก ๓ ส สยาม๓๔๒สะมิเคโลสิงฆโปร๑๒ ค่ำ
๏ กำปั่น กล ไฟ นันชัน มี คน เดิน สาร ที่ ดาด ฟ้า ๘ คน ฯ กำปั่น กล ไฟ สุริยวงษ มี คน เดิน สาร ที่ ดาด ฟ้า ถึง
๒๐ คน ฯ กำปั่น กล ไฟ แมกอะลิซเตอร มี คน เดิน สาร ที่ [?] ดาด ฟ้า ๑๘ คน ฯ กำปั่น กล ไฟ ขจาน จตระดี ณวัน ขึ้น
๑๑ ค่ำ มา ทอด สมอ ที่ ปาก น้ำ แล ณวัน ถัด วัน นั้น ออก ไป ทเล เมื่อ รุ่ง เช้า ฯะ

วัด ดอน ตำบล บ้าน ทวาย

๏ พระภิกษุ ทั้งหลาย ซึ่ง อยู่ ใน อราม วัด ดอน ตำบล บ้าน ทวาย เจริญ พร มา ถึง เอไดเตอ เจ้า ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ขอ ท่าน ช่วย รับ เรื่อง นี้ ลง ใน สยาม ไสมย ด้วย ๚ะ

๏ ด้วย เดิม วัด ดอน นั้น เปน วัด สนุกนิ์ สนาน ทั้ง การ ทำ บุญ แล ทาน ตั้ง แต่ โบราณ มา แล้ว บัด เดี๋ยว นี้ วัด ก็ ร่วง โรย ไป ทั้ง พระสงฆ ทั้งหลาย ก็ ไม่ ใคร่ จะ อยาก จำ พระวะษา เพราะ เปน วัด กันดาร น้ำ ที่ จะ อาไศรย น้ำ นั้น ยาก เหตุ ท่าน เจ้า พนักงาน ผู้ จัด การ คลอง แต่ เดิม ท่าน ถม คลอง ที่ น้ำ ขึ้น ไป ได้ ถึง วัด นั้น เสีย พระ ภิกษุ ทั้งหลาย เจริญ พร มา ถึง ท่าน ทา ยก ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย ด้วย แล ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง ได้ คิด อ่าน การ ที่ จะ เบิด คลอง ได้ ฤๅ ขุด คลอง ที่ จะ ให้ น้ำ เข้า ถึง วัด เหมือน แต่ เดิม ก็ ดี ภอ ที่ จะ ให้ ภิกษุ ทั้งหลาย อาไศรย น้ำ เปน กำลัง ต่อ ไป แล้ว วัด ดอน ก็ จะ จำเริญ ด้วย พร แปด ประการ แล ทั้ง สาศนา ก็ จะ รุ่ง เรือง สุก ไส ขึ้น ทุก ๆ วัน ๚ะ


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

ราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เซี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท


ขอ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน

๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤๅ จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้อง การ ล่าม ฤๅ จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรงพิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ ๚ะ

๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ยี่ ขื้น สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ


ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก


AYER'S AGUE CURE.

๏ ๔ ยา คือ เอเยอร์ เอคฺ กฺยอ แก้ ไข้ จับ แล โรค ต่าง ๆ อัน มัก เกิด ใน ที่ ลุ่ม ที่ ชุ่ม ชื้น นัก ๚ะ

๏ ถ้า เกิด เหตุ ว่า ผิด ลม ผิด อากาศ ผิด ภูม ที่ แล้ว รีบ กิน ยา เอเยอร์ เอคฺ กฺเออ ให้ ดับ เหตุ ร้าย แล กิน จน ตัว หาย ดี ยา ขนาน นี้ กิน วัน ละ สี่ หน คราว ละ ช้อน น้ำ ร้อน ช้อน หนึ่ง ก่อน รับ ประทาน อาหาร สัก ครึ่ง ชั่ว โมง สาม หน แล ก่อน จะ เข้า นอน หน หนึ่ง ถ้า เดก อายุ สิบ ขวบ ให้ กิน ๓๐ หยด ถ้า ห้า ขวบ ๒๐ หยด ยา ขนาน นี้ กิน ได้ ใน น้ำ ชา น้ำ กาแฝ่ น้ำ นม ฤๅ ใน น้ำ ก็ ได้ ถ้า ไม่ ใคร่ เดิน กิน ยา เม็ด เอเยอร์ ปิ ลซ์ ให้ เดิน ภอ เปน ปรกติ ๚ะ


AYER'S HAIR VIGOR.

๏ ๕ ยา คือ เอเยอร์ แฮร วิคอร เปน ของ สำหรับ โต๊ะ แต่ง ตัว เปน ยา แก้ ผม หล่น ให้ ดก แล ผม หงอก ให้ มี ศรี อย่าง เดิม ๚ะ

๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า จะ ทา ผม เปน แต่ การ แต่ง ตัว ไม่ ต้อง เขย่า ขวด ถ้า จะ ใช้ รักษา เนื้อ ศีศะ เขย่า ก่อน จึ่ง ทา ผม เถิด ๚ะ

๏ เชิญ ไป ซื้อ ยา ห้า อย่าง นี้ ขี่ ห้าง เอ ยุ ลิง แอน โก ตั้ง ห้าง ฝั่ง แม่ น้ำ เจ้า พระยา ใต้ ปาก คลอง ขุด ใหม่ ล่าง เหนือ ตึก กงซุล โปรตุเกศ ขึ้น ไป น้อย หนึ่ง ๚ะ


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ กิจ การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ. ห) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด