เดือน ๖ แรม ๑๕ ค่ำ, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๓ แผ่น ๓๘ วัน พุฒ เดือน หก แรม สิบห้า ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
ทูตา นุทูต สยาม
ออก เจริญ ทาง พระราช ไมตรี กรุง ลันดัน
( แผ่น ๓๖ ต่อ กับ แผ่น ๓๘ )

๏ ณวัน อังคาร เดือน เก้า ขึ้น สิบสี่ ค่ำ เวลา เช้า สาม โมง เสศ เซอ แมกกอส์แลนด์ เบ่น ขุน นาง สำหรับ ตัด สิน ความ ใน เมือง สิงฆะโปร์ มา เยี่ยม ราชทูต ถึง ตึก ที่ อยู่ เมื่อ มา นั้น แต่ง ตัว ใส่ เสื้อ สักหลาด แดง กรอม ลง ไป ถึง เท้า มี คน ถือ กะบอง หุ้ม เงิน นำ น่า คู่ หนึ่ง เวลา สี่ โมง เช้า มิศ ตอ แมกเนีย เอา รถ หก รถ มา เชิญ พวก ราชทูต ไป บ้าน เจ้า เมือง พวก ราชทูต ทั้ง หก คน แต่ง ตัว เหมือน เมื่อ แรก ขึ้น มา จาก กำปั่น เสร็จ แล้ว มิศเตอ แมกเนีย ก็ เชิญ ให้ ขึ้น รถ ภา ไป บ้าน เจ้า เมือง บน ยอด ภูเขา เมื่อ ถึง นั้น มี ทหาร ปืน ปลาย หอก ยืน อยู่ น่า บันได สอง แถว ๆ ละ หก คน คน หนึ่ง ผลัด เปลี่ยน กัน เดิน ถือ กล้อง ส่อง คอย ดู เหตุ การ ซึ่ง จะ มี มา ใน ท้อง เทล จะ ได้ รู้ โดย เรว ครั้น รถ ประทับ น่า บันได แล้ว พวก ราชทูต ก็ ภา กัน ขึ้น ไป หา เจ้า เมือง ต่าง ทัก ทาย ปราไสย กัน ตาม ธรรม เนียม แล้ว ลา เจ้า เมือง ไป บ้าน พระพิเทศ พานิช อยู่ ที่ นั้น ประมาณ ครึ่ง ชั่ว โมง จึง กลับ มา ตึก ที่ สำนักนิ้ ๚ะ

๏ วัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น สิบห้า ค่ำ เวลา เช้า สี่ โมง เสศ เจ้า เมือง มา เยี่ยม ราชทูต ถึง ที่ อยู่ พูดจา กัน แล้ว ก็ ลา กลับ ไป ประมาณ สิบ นา ที่ รอง เจ้า เมือง ชื่อ มิศเตอ แมกแกนซี มา หา ราชทูต ถาม ข่าว ศุข ทุกข์ กัน ตาม ธรรมเนียม รุ่ง ขึ้น ณวัน ประหัศบดี เดือน เก้า แรม ค่ำ หนึ่ง เวลา เช้า สี่ โมง มิศเตอ แมกเนี่ย มา เชิญ พวก ราชทูต ไป เที่ยว ดู ถิ่น ถาน บ้าน เมือง แล ไป หา เซอ แมกอศ แลนด์ ผู้ ชำระ ความ แล้ว กลับ มา ตึก ที่ ภัก บ่าย โมง หนึ่ง พวก กงซุล หลาย ชาติ์ มา เยี่ยม ราชทูต เวลา บ่าย สี่ โมง พวก ราชทูต ไป หา มิศ เตอ แมกแกนซี่ เวลา ทุ่ม หนึ่ง พระพิเทศพานิช เชิญ พวก ทาชทูต หก คน ไป กิน โต๊ะ เลี้ยง อย่าง อังกฤษ มี อังกฤษ สิบเอด คน ไทย หก คน จีน สอง คน แขก คน หนึ่ง รวม กัน ยี่สิบ คน ๚ะ

๏ วัน ศุกร เดือน เก้า แรม สอง ค่ำ เวลา สี่ โมง เย็น จีน จงฮวด นาย ห้าง พระยา พิศาลศุผล เชิญ พวก ราชทูต ไป กิน โต๊ะ เลี้ยง อย่าง จีน มี ไทย หก คน จีน สอง คน รวม แปด คน เวลา สอง ทุ่ม กัปตัน กิมเส่ง จีน เชิญ พวก ราชทูต ไป กิน โต๊ะ ที่ บ้าน บน ยอด ภูเขา เมื่อ ไป นั้น จหมื่น มณเฑียรพิ ทักษ จหมื่น ราชามาตย ไป รถ เดี่ยว กัน รถ นั้น ล้า หลัง คน ขับ รถ ภา หลง ทาง ไป ไม่ ถูก ก็ คืน กลับ ที่ สำนักนี้ ที่ กัปตัน กิมเส่ง เลี้ยง โต๊ะ มี ปี่พาทย์ อย่าง อังกฤษ วง หนึ่ง ยี่สิบ แปด คน มี พวก อังกฤษ รำ เท้า ผู้ ชาย ผู้ หญิง เต้น เปน คู่ กัน ประมาณ สามสิบ คู่ พวก อังกฤษ ที่ ไป กิน โต๊ะ ประ มาณ ร้อย ห้าสิบ เสศ ล้วน แต่ ผู้ ดี ทั้ง สิ้น พวก ราช ทูต ไทย สี่ คน จีน ประมาณ ยี่สิบ เสศ แขก เทษ เจด คน แขก มาละยู สิบห้า คน พวก ราชทูต ดู อังกฤษ รำ เท้า อยู่ จน ห้า ทุ่ม เสศ จึ่ง กิน โต๊ะ ครั้น เสรจ ภัก อยู่ สัก ยี่สิบ นาที ก็ กลับ มา ตึก ที่ อยู่ ฯะ

๏ ว่า ด้วย ราชทูต ออก จาก เมือง สิงฆะโปร แล่น ไป เมือง ไกโร แว่น แคว้น อายฆุบโต ฯะ

๏ วัน เสาร เดือน เก้า แรม สาม ค่ำ มี คน อังกฤษ ผู้ ดี มา เยี่ยม ราชทูต หลาย คน จน ถึง เวลา บ่าย ห้า โมง เสศ พวก ราชทูต ก็ ขึ้น รถ พร้อม กัน ออก จาก ที่ สำนักนี้ ไป ลง เรือ ที่ ท่า มี ทหาร ถือ ปืน ยืน คำนับ สอง แถว ๆ ละ หกสิบ คน มี ทหาร เป่า แตร เปน สัญญา บอก ให้ ทหาร ปืน ใหญ่ สาม กระบอก ยิง สลุด สิบ เก้า นัด มิศเตอ แมกแกนซี หนึ่ง มิศเตอ แมกเนีย หนึ่ง เซอ แมกกอสแลนด หนึ่ง พระพิเศษพานิช หนึ่ง ขุนนาง อังกฤษ ฝ่าย กรมท่า หนึ่ง ลง มา ส่ง ถึง เรือ ใน เรือ นั้น มี ขุนนาง ฝ่าย ทหาร กำกับ เรือ คน หนึ่ง คน ถือ ขอ ถ่อ ง่าม คอย รับ เรือ สอง คน คน ตี กระเชียง สิบ คน พวก ราชทูต ก็ ลง เรือ มา ถึง เรือ กลไฟ แล้ว กัปตัน จึ่ง บอก ว่า คน ไป ค้าง อยู่ บน เมือง สิงฆะโปร เก้า คน ยัง ให้ ไป ตาม หา อยู่ ใน เวลา นี้ ยัง จะ ไป มิ ได้ แล้ว เดือน ก็ มืด นัก ต่อ เกือบ สว่าง จึ่ง ค่อย ไป ถึง เวลา สิบเอ็ด ทุ่ม จึ่ง ให้ ถอน สมอ ใช้ จักร ไป สว่าง ที่ ใน อ่าว เรียว ณวัน อังคาร เดือน เก้า แรม หก ค่ำ เวลา ห้า โมง เช้า ถึง เกาะ แคศะปา บ่าย โมง เสศ ถึง เกาะ เมนตานนอ อยู่ ข้าง ซ้าย มือ พ้น ออก ไป ข้าง ขวา มือ น้อย หนึ่ง มี อีก สอง เกาะ เรียก เกาะ เหนือ เกาะ ใต้ ถัด สอง เกาะ ออก ไป มี อีก เกาะ หนึ่ง ชื่อ เตบละ ฯะ

๏ วัน พุฒ เดือน เก้า แรม แจด ค่ำ เช้า โมง เสศ ถึง เกาะ ชื่อ วาตเชอ บ่าย สอง โม ถึง ช่อง ยะกะกรา บ่าย สี่ โมง ถึง แหลม แอนเยอ กัปตัน ให้ ทอด สมอ ลง ตรง น่า ป้อม ป้อม นั้น เปน ด่าน เมือง ยะกะกรา มี บ้าน เรือน อยู่ ไม่ มาก นัก ทั้ง ตึก ทั้ง โรง ประมาณ สอง ร้อย หลัง ที่ ใต้ ป้อม ลง ไป มี หอ คอย สูง จุด โคม บน ยอด สำหรับ ให้ เรือ เข้า ออก เหน เปน สำ คัญ ที่ น่า ป้อม กำปั่น อะเมริกัน เที่ยว หา ปลา วาน เข้า ไป ทอด ภัก อยู่ สอง ลำ เมื่อ เรือ กลไฟ เอนกวนเตอ ทอด สมอ ลง แล้ว มี เรือ ลูก ค้า แล่น ใบ บ้าง เรือ กระเชียง บ้าง เอา ผล ไม้ เผือก มัน แล สัตว มี ชีวิตร คือ วานร แล นก เปด ไก่ สัตว อื่น อีก หลาย อย่าง ออก มา ขาย เปน หลาย ลำ แล้ว มี เรือ โบต ดาด ผ้า ตี กระเชียง ออก มา ลำ หนึ่ง ถึง จอด เข้า ข้าง เรือ กลไฟ แล้ว ตัว นาย ขึ้น มา บอก แก่ ขุนนาง ที่ ใน เรือ ว่า เรา เปน เจ้า ท่า จะ มา หา กัป ตัน ขุนนาง ใน เรือ จึ่ง เข้า ไป บอก กัปตัน ว่า นาย เจ้า ท่า มา หา ท่าน กัปตัน ก็ สั่ง ให้ เข้า มา ครั้น นาย เจ้า ท่า มา ถึง แล้ว คำนับ พูดจา ไถ่ ถาม ตาม การ สัก ครู่ หนึ่ง ก็ ลา ไป กัปตัน จึง ให้ ชัก ธง วิลันดา ขึ้น บน ปลาย เสา น่า แล้ว ยิง ปืน ใหญ่ สลุต ๒๑ นัด ฝ่าย ข้าง บน ป้อม ก็ ยิง ตอบ ๒๑ นัด แล้ว กัปตัน จึง เชิญ พวก ราชทูต ลง เรือ โบต ตี กระเชียง ไป ถึง ท่า แล้ว ภา เดิน ขึ้น ไป ใกล้ เรือน นาย เจ้า ข่า ฝ่าย นาย เจ้า ท่า รู้ ก็ ออก มา รับเชิญ ให้ เข้า ไป ใน ตึก แล้ว กัปตัน กับ นาย เจ้า ท่า จึง นำ ราช ทูต ไป เที่ยว เดิน ดู ตำบล บ้าน ตาม ทาง ประมาณ ชั่ว โมง หนึ่ง แล้ว นำ ไป ที่ โรง อาบ น้ำ น้ำ นั้น ไหล ลง จาก ภูเขา เย็น ใส สอาด นัก ครั้น พวก ราชทูต อาบ น้ำ แล้ว แวะ ไป นั่ง อยู่ ที่ ตึก เจ้า ท่า ครู่ หนึ่ง ภอ ค่ำ ก็ ลา กลับ มา เรือ เรือ ยัง ทอด ค้าง อยู่ น่า ด่าน คืน หนึ่ง รุ่ง ขึ้น วัน ประหัศบดี เดือน เก้า แรม แปด ค่ำ เวลา สี่ โมง เช้า จึง ถอน สมอ ใช้ จักร ออก จาก ที่ นั้น ไป จน เย็น ยัง หา พ้น เกาะ ยะกะรา ไม่ เกาะ นั้น อยู่ ซ้าย มือ เมื่อ ออก ไป ข้าง ขวา มือ แล เหน ภูเขา ที่ เกาะ สุมาตรา เวลา ค่ำ ลม ดี กัป ตัน ให้ เอา จักร ขึ้น ใช้ ใบ ไป ๚ะ

๏ วัน ศุกร เดือน เก้า แรม เก้า ค่ำ ไม่ แล เหน ฝั่ง เหน เกาะ เหน ภูเขา เลย วัน อาทิตย เดือน สิบ ขึ้น สี่ ค่ำ เวลา เที่ยง ต้นหน วัด แดด บอก ว่า เรือ เรา เดี๋ยว นี้ ตรง เกาะ ลังกา แล้ว แต่ ไกล กัน แล ไม่ เหน วัน ประหัศบดี เดือน สิบ ขึ้น แปด ค่ำ เวลา ค่ำ ขัด ลม เรือ ไม่ เดิน ราชทูต ให้ ถาม กัปตัน ว่า เรา ขัด ลม ดัง นี้ ถ้า จะ ใช้ ไฟ ไม่ ได้ ฤา กัปตัน ตอบ ว่า ถ่าน มี น้อย ถ้า ใช้ ไฟ ถ่าน จะ หมด เสีย เกลือก เปน เหตุ การ ไป ข้าง น่า เรา ก็ จะ ได้ ความ ขัดสน ประการ หนึ่ง ถ่าน หมด เรือ ก็ จะ โคลง นัก ๚ะ

๏ ณวัน เสาร เดือน สิบ ขึ้น สิบ ค่ำ เวลา ค่ำ จึง ได้ ลม ดี วัน อาทิตย เดือน สิบ แรม สาม ค่ำ เวลา สอง ยาม เสศ เกิด ลม สลาตัน จัด นัก คลื่น ใหญ่ สูง กว่า เรือ พัด เสมอ อยู่ จน ถึง วัน จันทร เดือน สิบ แรม สี่ ค่ำ เวลา ค่ำ ต้นหน บอก ว่า พรุ่ง นี้ ภอ สว่าง จะ เหน ฝั่ง ข้าง แหลม แอฟริกะ ครั้น รุ่ง ขึ้น เว ลา สว่าง ก็ เหน ฝั่ง ที่ ฝั่ง นั้น มี ภูเขา ทราย สูง เรียก ที่ นั้น ชื่อ ว่า ยาดาฟุม เปน ปาก ทาง ที่ จะ เข้า ใน เทล แดง ขณะ นั้น ลม สลาตัน ยัง พัด จัด อยู่ เวลา เช้า สอง โมง เสศ เหน กำปั่น สอง เสา ครึ่ง เปน เรือ ฝรั่งเสศ แล่น ตาม เรือ เอนกวนเตอ เข้า ไป ลำ หนึ่ง เรือ เอนกวนเตอ แล เรือ ฝรั่งเสศ นั้น ต้อง ลด ใบ เอา แต่ ใบ ชั้น ต้น ไว้ ด้วย ลม แรง นัก มิศเตอ เรมันด ต้นหน บอก ว่า ยัง อีก สอง สาม ชั่ว โมง เทล ก็ จะ ราบ ไม่ มี คลื่น ครั้น แล่น ไป จน เวลา สี่ โมง เช้า กัปตัน ให้ เอา จักร ลง ใช้ ไฟ ไป สัก ชั่ว โมง หนึ่ง ลม ก็ สงบ คลื่น เรียบ เส์มอ เหมือน น้ำ ใน แม่ น้ำ เว ลา บ่าย โมง เส์ศ แล ไม่ เหน ฝั่ง แล เกาะ เลย ฯะ


๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ฯะ

พระราช พิธี โสกันต์

๏ ณ กลาง เดือน หก ได้ มี การ โสกันต์ พระ เจ้า ลูก เธอ พระองค เจ้า ประวิศ วัฒโนดม ใน พระบรม ราชวัง ถึง สาม วัน คน เปน อัน มาก ออก แน่น ภา กัน ไป ดู ทั้ง แห่ ทั้ง การ โสกันต์ เปน ที่ สนุกนิ์ ใจ ด้วย กัน เปน อัน มาก สุด ปลาย การ โสกันต นั้น สมเด็จ พระเจ้า บรม วงษ เธอ เจ้า ฟ้า มหามาลา กรม พระบำราบ ปรปักษ แครนด์ มาศเตอร จึ่ง ทรง นำ เครื่อง ราช อิสริยยศ ทุติยะ จุลจอม เกล้า วิเสศ ดวง หนึ่ง กับ ดิโปลมา ขึ้น ทูล เกล้า ฯ ถวาย พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง รับ เครื่อง ราช อิศริยยศ ทุติยะ จุล จอมเกล้า สวม พระศอ พระเจ้า ลูก ยา เธอ พระ องค เจ้า ประวิศ วัฒโนดม แล้ว พระราช ทาน ดิโปลมา และ พระราช ทาน ภาน ทอง คำ ๑ หีบ ทอง คำ ลง ยา ๑ บ้วน พระ โอษฐ ทอง คำ ๑ พระเต้า ทอง คำ ๑ เปน เครื่อง ยศ สำหรับ พระเจ้า ลูก ยา เธอ กับ พระ ราชทาน เงิน ตรา สมโภช ด้วย ห้า ชั่ง ครั้น เส็จ การ สมโภช แล้ว ก็ เสดจ ทรง ราชยาน โดย กระบวน แห่ กลับ เข้า ข้าง ใน พระบรม มหา ราชวัง ฯะ

ข่าว ตาย

๏ มิศเทอ นิเกซิ เปน มาแนเยอ ห้าง บอนิโอ กำปะนี ที่ เมือง ฮ่องกอง แล แต่ ก่อน เคย เปน กงซุล สยาม ใน เมือง ฮ่องกอง นั้น สัก แปด ปี มา แล้ว ท่าน กลับ ไป บ้าน เมือง ของ ตน ณวัน อาทิตย เดือน ห้า ขึ้น เจด ค่ำ ท่าน ถึง แก่ กรรม ได้ ทน เจบ ลำบาก นาน ด้วย ฯะ

มิศเตอ เกนิดี

๏ แต่ ก่อน เคย อยู่ ใน กรุง เทพ เปน พวก กงซุล อัง กฤษ ได้ อยู่ หลาย ปี จน ได้ ที่ เปน เซกันด์ อัซิซิชแตนต์ แล้ว กลับ ออก ไป อยู่ ใน กรุง ลุ้นด้น หลาย ปี จึ่ง ได้ ตำ แหน่ง ตรา ตั้ง เปน กงซุล ไป ตั้ง อยู ที่ เมือง โอลิเล ที่ เกาะ สุมาตรา บัด นี้ สมเด็จ พระบรม กระษัตริ์ กวีน พระเจ้า ประเทศ อิงแลนด ได้ ทรง พระ กรุณา โปรด เลื่อน ที่ ประทาน พระราช สัญาบัตร ให้ เปน กงซุล อัง กฤษ ใน ประเทศ ปะนามา ฯะ

ราชทูต สยาม ใน กรุง ลันดัน

๏ ณวัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สาม ค่ำ สมเด็จ พระ บรม กระษัตริ์ พระเจ้า กวีน อิงแลนด โปรด ให้ มี ที่ ชุมนุม ดรอวิง รุม ที่ พระ บรม ราชวัง ที่ กรุง ลันดัน เพราะ คราว ชุมนุม นี้ กวีน เสด็จ ออก ด้วย คราว เดียว นาน มา แล้ว พวก ผู้ หญิง ที่ ถูก เชิญ ก็ มี มาก กว่า คราว กวีน มิ ได้ เสด็จ ออก คน ที่ ชุม ตาม ถนน เซนต เยมซ มอล มา ดู ท่าน ทั้งหลาย ที่ จะ เข้า เฝ้า นั้น ก็ มาก ต่อ มาก หลาย พัน หนัก หนา วัน นั้น ลม อากาศ งาม ดี นัก แดด ส่อง สว่าง แจ่ม ใส ใน พวก ที่ เข้า เฝ้า นั้น ราชทูต จีน แล มาชิโอเนซ ตเชง ภรรยา ราชทูต สยาม แล พระองค เจ้า นาง วรฤทธิ์ ภรรยา ราชทูต ญิปุ่น แล มาแดม กระวะเช ภรรยา กับ มิศเตรศ ซตุวัด เลน ภรรยา ของ เซกริ แตรี่ อังกฤษ ของ ราชทูต ญิปุ่น แล เซอ เฟรดริก เวลด ๏ ภรรยา ของ ราชทูต จีน ได้ นำ เลดิ บลอซัม ตเชง บุตร สาว แล มิศเตรศ แฮลิเต มะกาดนี่ ภรรยา เซกรี่แต รี่ อังกฤษ ราชทูต จีน แล ภรรยา ของ ราชทูต สยาม ได้ นำ มิศเตรศ แอฝ เวอนี่ ภรรยา เซกรี่แต รี่ อังกฤษ ราชทูต สยาม เข้า เฝ้า ด้วย ๚ะ

๏ ณวัน ประหัศบดี เดือน สี่ แรม สิบสอง ค่ำ พระ องค เจ้า ปรินเซซ ออฟ เวลซะ มี การ ชุมนุม กัน คือ ตรอวิง รูม คราว นั้น ราชทูต ประเทศ จีน สยาม แล ญิ ปุ่น รับ เชิญ ได้ เข้า เฝ้า ด้วย ๚ะ

๏ ณวัน เสาร เดือน สี่ แรม สิบ สี่ ค่ำ สมเด็จ พระ ราช โอรส องค ใหญ่ ของ สมเด็จ พระ บรม กระษัตรี กวีน เจ้า อังกฤษ คือ ปรินซ ออฟ เวลซะ มี การ ชุมนุม คือ ละวี ใน คราว ชุมนุม นั้น ราชทูต ประเทศ จีน แล สยาม รับ เชิญ ได้ เข้า เฝ้า ด้วย ๚ะ

๏ กำหนด เงิน ซึ่ง จะ เบิก สำหรับ การ ต่าง ๆ ใน เอเยนซี่ แล กงซุลเลด เยนิรัลอังกฤษ ที่ กรุง เทพ จำนวน ปี สิ้น วัน พุฒ เดือน สี่ แรม สิบ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๕๗

๏ สำหรับ เอเยนต แล กงซุล เยนิรัล ๑๖๐ ชั่ง สำหรับ กงซุล ๘๐ ชั่ง สำหรับ เฟอซต อะซิซแตนต ๕๐ ชั่ง เซกันด อะซิซแตนต ๓๕ ชั่ง สำหรับ หมอ ยา ๓๐ ชั่ง สำหรับ คน หัด เรียน แปล ๒๐ ชั่ง สำหรับ เสมี ยน แล ครู ๗ ชั่ง ๘ ตำลึง สำหรับ ผู้ คุม แล คน เกาะ เขา ๔๑ ชั่ง ๑๕ ตำลึง ราย ปี รวม เปน ๔๑๔ ชั่ง เสศ ค่า อื่น ๆ นั้น มี ดัง นี้ ค่า ของ สำหรับ ตัว แล ค่า เดิน สาร ๓๐ ชั่ง ค่า ไปรสนีย แล ค่า ข่าว โทรเลข ๑๕ ชั่ง ค่า สำหรับ ใช้ ใน คุก ๘ ชั่ง ค่า เบตเลด ๑๐ ชั่ง ค่า สำหรับ ซ่อม แซม ตึก แล โรง ณะที่ กงซุล ๑๕๗ ชั่ง รวม เบดเสร็จ จน สิ้น จำนวน ปี ๖๓๕ ชั่ง ๒ ตำลึง ๚ะ

ราชทูต สยาม สำหรับ ประเทศ ยุโรป

๏ เมื่อ พระองค ปฤฤษฎางค์ ได้ ไป ยัง กรุง มะดริด เมื่อ เสร็จ ราชการ ที่ กรุง ลิศบัน เมื่อ ราชทูต สยาม จะ เฝ้า สมเด็จ พระเจ้า ซะเปน ที่ กรุง มะดริด ท่าน จะ กลับ ไป อยู่ กรุง ปารีศ คราว ท่าน อยู่ ใน กรุง ลิศบัน คราว ชุมนุม ครั้ง สี่ ของ พวก แม่ กอง ไปรสนีย ทั่ว โลกย นั้น ท่าน สำแดง ความ แทน กอเวินแมนต สยาม ว่า ประเทศ สยาม จะ ยอม ประพฤติ การ ตาม ประเทศ ทั้งปวง อัน เข้า กัน เปน พวก เดียว กัน รับ ธุระ ไปรสนีย ทั่ว โลกย คือ โปซะตัล ยุเนียน ใน คราว นั้น เปรไซ เดนต์ พวก นั้น แสแดง ความ ดี ใจ แห่ง ท่าน ทั้งปวง ที่ ชุม นุม กัน นั้น ว่า ประเทศ สยาม ได้ เข้า พวก ยุเนียน นี้ ด้วย ครั้น ชุมนุม กัน คราว สุด ครั้ง นั้น ราชทูต สยาม ได้ ทำ ซะปี๊จ เปน ภาษา ฝรั่งเสศ พวก โปรตุคาล แล พวก อื่น ๆ นั้น ก็ ชอบ ใจ เปน อัน มาก ท่าน ได้ ว่า ใน ครั้ง นี้ ธุระ ราชการ ของ ข้าพเจ้า จะ ไม่ สำเร็จ ถ้า ข้าพเจ้า มิ ได้ แสดง ความ ดี ใจ เปน อัน มาก ที่ ยอม อยู่ ใน ข้อ ปรนิบัติ ของ พวก นี้ ที่ เปน ยุไนเวอรซัล โบซตัล ยุเนียน แล การ แยก แปลก การ นี้ จำ จะ ให้ ประเทศ สยาม ได้ คุณ แล ประโยชน มา จาก ซิวิไลเซเช่อน ซึ่ง เปน ที่ นับถือ เปน อัน ยิ่ง ท่าน ทั้งหลาย คง อนุญาต ให้ ข้าพเจ้า เพิ่ม เติม สัก คำ ว่า ใน กรุง ลิศบัน นี้ เปน ที่ ควร นักหนา ประเทศ สยาม จะ แสแดง ความ ยิง ยอม ตาม พวก ยุเนียน นี้ เพราะ ว่า ประเทศ โปรตุคาล เปน ประเทศ ยุโรป แรก ที่ ได้ มี ทาง ไมตรี กัน กับ ประเทศ สยาม ทาง พระราช ไมตรี นั้น ได้ ติด ต่อ เนื่อง กัน มา เกือบ สาม ร้อย ปี มา แล้ว ข้าพเจ้า ก็ ไว้ ใจ แน่ ว่า ข้าพเจ้า ได้ แปล เลอียด แล้ว ความ นึก เหน ใน ใจ ของ ท่าน ทั้งหลาย นี้ ว่า เมื่อ ข้าพเจ้า ได้ แสแดง ความ ประเทศ สยาม ยอม เข้า กัน ทำ ตาม พวก นี้ ท่าน ทั้ง หลาย นี้ มี ความ ดี ใจ เปน อัน มาก เพราะ ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา อัน ยิ่ง ใน ใจ ของ ท่าน คือ ว่า อยาก จะ ให้ การ ซิวิไลเซอเช่อน แผ่ ออก ไป ทั่ว ตลอด พิภพ ๚ะ

๏ คราว ราชทูต สยาม ภัก อยู่ ใน กรุง ลิศบัน นั้น ท่าน ได้ เข้า เฝ้า สมเด็จ พระเจ้า ประเทศ โปรตุคาล ทั้ง กิง ทั้ง กวิ่น ๚ะ


เอไดเตอร์
คำนับ มา ยัง ท่าน ทั้งปวง ให้ เข้า ใจ ทั่ว กัน ว่า

๏ หนังสือ สยาม ไสมย นี้ เปน หนังสือ สืบ หา ความ ดี ความ จริง แล ข่าว ต่าง ๆ มา จาก ทุก ทิศา นุทิศ ทั้ง ครั้ง โบราณ ทั้ง บัตยุบัน นี้ ท่าน ผู้ ที่ ซื้อ ไป อ่าน นั้น เปน คน ถือ สาศนา ต่าง ๆ มี ความ รู้ ชำนาญ ใน วิชา แล หนังสือ ต่าง ๆ ผิด กัน แต่ เพียง รู้ มาก กว่า กัน น้อย กว่า กัน เท่า นั้น ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ อ่าน ก็ ขอบ ใจ ท่าน นั้น ถ้า ไม่ ซื้อ อ่าน ก็ มิ ได้ รังเกียจ ใน ท่าน นั้น จะ ซื้อ อ่าน ฤา จะ ไม่ ซื้อ อ่าน ก็ ได้ ตาม ชอบ ใจ ไม่ เปน ที่ บ่น ที่ ว่า แล้ว ใจ ของ ท่าน ทั้งหลาย ต่าง ๆ หา ความ รู้ ก็ ต่าง ๆ กัน ท่าน ทั้งปวง เหน ว่า ของ สิ่ง ไร ดี แล ชั่ว จะ อะธิบาย ให้ เหน คุณ ใน ของ ซึ่ง ดี นั้น แล โทษ ใน ของ ซึ่ง ไม่ ดี นั้น มา ขอ ให้ ลง พิมพ ถ้า เหน ซึ่ง ว่า มา นั้น ไม่ เปน ร้าย แก่ ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ก็ จะ ลง พิมพ ให้ ความ ที่ ท่าน ต่าง ๆ แต่ง มา ขอ ลง พิมพ นั้น ไม่ ต้อง กับ ความ คิด กับ ปัญญา เหน จริง แล ความ ซึ่ง เอไดเตอร นับถือ นั้น ก็ มี ชุม แต่ เอไดเตอร ยัง อุส่าห์ ลง พิมพ ให้ เพราะ ที่ เขา ว่า เอไดเตอร ไม่ เหน ด้วย ยัง เปน ที่ เตือน ปัญญา เตือน ความ คิด ให้ เหน ความ ดี ความ จริง ยิ่ง แน่ นอน ถึง ใคร จะ ติ ความ ดี ความ จริง มาก น้อย สัก เท่าไร คง ออก ดี ออก จริง ยิ่ง เลอียด ขึ้น ดั่ง เงิน ดั่ง ทอง คำ ที่ ลอง ชำระ ด้วย ไฟ แล้ว คง ไม่ สูญ คง ไม่ เสีย แต่ ของ ไม่ ดี ของ ไม่ จริง ทน คำ ไล่ เลียง ชันสูตร ไป ไม่ ได้ นาน สัก เท่า ไร คง จับ พิรุธ ได้ จึ่ง ว่า พึง เข้า ใจ เถิด ท่าน นักปราช ที่ แขง ใจ สืบ หา ความ จริง ความ ดี เพื่อ จะ ประพฤติ ตาม ให้ สม ความ จริง ความ ดี แล ให้ สม ปัญญา เหน จริง นั้น จน สิ้น เชิง กำลัง ปัญญา แล ความ คิด แล มิ ได้ มี ความ วิตก เลย ว่า ความ ดี ความ จริง นั้น จะ แพ้ เปรียบ เสีย ไป เพราะ คน ปัญญา ไม่ ถึง จะ ติ เตียน ความ ดี ความ จริง ขอ แต่ เพียง นี้ อย่า สกัด ห้าม ท่าน ผู้ มี ปัญญา ถึง ความ แสดง ให้ เหน คุณ อัน ประเสริฐ ล้ำ เลิศ แห่ง ความ ดี ความ จริง นั้น ถ้า เปิด ท่า ทาง ให้ ทั้งสอง ข้าง แถลง เหน ชั้น เชิง ปัญญา พูด ปัญญา เหน นั้น ความ ดี ความ จริง ของ อัน มี คุณ แท้ คง ชนะ คง ยั่ง ยืน ถาวร แล ของ ไม่ ดี ไม่ จริง นั้น คง ดับ สูญ ทน การ ชำระ ไม่ ได้ อยู่ เอง อย่า ถือ ว่า ตัว รู้ สารพัด แล้ว อย่า ถือ ว่า ที่ จะ เรียน อีก ไม่ มี แล้ว ความ ดี เปน ของ เดิน ยิ่ง ดี ขึ้น ไป ได้ นักปราช แท้ ๆ คง คิด อ่าน ให้ ทั้ง ปัญญา ทั้ง ความ รู้ ทั้ง ความ ดี ของ ตัว ขยาย ยิ่ง มาก ยิ่ง งอก ออก ไป ทุก ครั้ง คง ไม่ ปิด ตา ปิด หู ไม่ คลุม ครอบ ใจ ห้าม มิ ให้ เหน มิ ให้ ฟัง มิ ให้ รู้ มิ ให้ ทำ ให้ ความ รู้ แล ความ ดี ของ ตัว จำเริญ งาม ยิ่ง ขึ้น ไป ๚ะ


ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงฆโปร์
ณวัน ประหัสบดี เดือน หก แรม เก้า ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๗ เปนซ กับ ๑ อัฐ

เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๗ เปนซ กับ ๕ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๗๕ เซนต


ข่าว โทรเลข นอก

อิงแลนด แล รุเซีย

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน หก แรม ค่ำ หนึ่ง หนัง สื่อ จดหมาย เหตุ คือ ซแตนดาด ได้ ลง พิมพ ข้อ หนึ่ง ว่า กอง ทัพ รุเซีย ได้ ตี แล ไป ตั้ง อยู่ ใน เมือง เมรุจักร ห้าง ใกล้ จาก เมือง เบนเด ข้าง ทิศ ใต้ สัก สอง โยชน ครึ่ง ฯะ

ฝรั่งเศศ แล อิยิบต

๏ เมือง ไกโร วัน ประหัศบดี เดือน หก แรม สอง ค่ำ การ วุ่น ที่ เกิด ขึ้น ฝ่าย ฝรั่งเศศ แล อิยิบต จัด เสร็จ แล้ว

ทัพ กอโลนี่ เมือง ขึ้น ของ อังกฤษ

๏ บอมเบ วัน ประหัศบดี เดือน หก แรม สอง ค่ำ คอ เวินแมนต ของ สมเด็จ พระบรม กระษัตริ บรม นาง กวิน อังกฤษ ได้ รับ จะ ใช้ พวก ทัพ ประเทศ เซาท นุ เวลซ ที่ บัดนี้ อยู่ ใน ประเทศ ซุดัน ใน การ รบ ใน ประเทศ อินเดีย แล แอฝคันนิสถาน ฯะ

อิงแลนด แล รุเซีย

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน หก แรม สามค่ำ มี คำ กล่าว ว่า ชิง พวก ทัพ รุเซีย ปอยู่ ใน เมือง เมรุจัก ไม่ มี ที่ ตั้ง เปน จริง ได้ ประเทศ ต่าง ๆ ชวน ให้ ประเทศ ตุระกี รักษา การ กลาง อย่า เข้า ข้าง ใด เลย ฯะ

อิงแลนด แล รุเซีย

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน หก แรม สี่ ค่ำ ท่า ทาง ซึ่ง จะ มี การ สงบ เรียบ ไม่ รบ กัน ก็ ยัง ชั่ว เข้า หนัง สือ จดหมาย เหตุ เดลิ นุซะ ลง พิมพ ข้อ หนึ่ง ว่า คอ เวินแมนต อังกฤษ รับ ข่าว เปน ทาง ราชการ ครึ่ง หนึ่ง ว่า สมเด็จ พระเจ้า เอมปุรอร รุเซีย นั้น มี พระราช ประสงค์ เปน อัน ยิ่ง จะ ให้ มี การ สงบ เรียบ อย่า รบ กัน ก็ มี พระไทย จะ ยอม ให้ พวก กลาง ตัด สิน ให้ ฯะ

อิงแลนด แล รุเซีย

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน หก แรม สี่ ค่ำ มี คำ เลื่อง ภา กัน ว่า สมเดจ พระเจ้า ประเทศ เดนมาก ได้ รับ ว่า จะ เปน ผู้ กลาง จัด การ ฝ่าย ประเทศ อิงแลนต แล รุเซีย

๏ ได้ จัด จ้าง กำปั่น ส่ง คือ แตรนซโปต สิบ ลำ ให้ ส่ง ของ ทัพ ไป ถึง ประเทศ อินเดีย ฯะ

ฝรั่งเศศ แล จีน

๏ เมือง ฮองกอง วันเสาร เดือน หก แรม สี่ ค่ำ พวก จีน คอย ถอย ออก ไป จาก เมือง ตอน กวีน อยู่ ฯะ

อิงแลนด แล รุเซีย

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน หก แรม หก ค่ำ หนัง สือ จดหมาย เหตุ เดลี่ นุซะ ลง พิมพ เรื่อง สำคัญ เรื่อง หนึ่ง แจ้ง ความ ว่า หนังสือ รุเซีย ตอบ หนังสือ อังกฤษ เปน ทาง เรียบ ร้อย แล ณวัน เสาร แกบิเนต เกานซิล อังกฤษ ปฤกษา ถึง ความ ในหนังสือ นั้น เปน ทาง ชอบ อัชฌาไศรย ดี ด้วย ฯะ


คำ สุภาสิต โคลง

๏ ความ สัตย ประเสริฐ แท้ ทาง ผล เปน พ่านักนี้ นรชน บ่ แคล้ว ความ สัตย เปน มงคล ใหญ่ ยิ่ง สุด ประเสริฐ เลิศ แล้ว เล่า ล้วน คำ ดี ๚ะ

๏ เมีย ท่าน ผิด พ่าง เพี้ยง มารดา ทรัพย ท่าน เหมือน ดั่ง ยา พิษม ร้าย รัก สัตว เท่า ชีวา ปาน เปรียบ ครอง ดั่ง นี้ พลัน ย้าย ยาด เยื้อง เมือง สวรรค ๚ะ

๏ สาม ภพ พรหมโลกย พ้น ลง มา ทุกข เพื่อ เจือ ตัณหา หน่วง ไว้ จิตร จาก ราค ราคา คืน ศุข เสีย สละ กิเลศ ได้ ชื่อ ได้ ดวง นิพาน ๚ะ

๏ กบ เกิด กอด กับ ต้น บัว บาน ฤา ห่อน รู้ รศ หวาน หนึ่ง น้อย ภุมรา ทุเรศ สถาน ทาง โยชน์ ไกล แฮ บิน ร่อน ซอน ซาบ สร้อย เกลือก เคล้า เรณู ๚ะ

๏ วิศณุ เวศ เว้น เชริด สร้อย อาภรณ์ อากาศ วาย สุริย จร แจ่ม หล้า กรุง ใด ไร้ บวร เปรม ปราช แม้ งาม เลิศ ล้น ฟ้า ห่อน ได้ ดู งาม ๚ะ

๏ ชาย เฉา เขลา ขลาด เคลิ้ม งุน ฉงน หญิง คร้าน การ งาน ตน เกลียด ไกล คน ชั่ว ชาติ ทรชน สอง เหล่า นี้ นา อย่า คบ ควร คบ ได้ แต่ ผู้ รู้ ธรรม ๚ะ

๏ ดัก จันท์ พัน มง ไม้ จำปา แปลง ปลูก ไผ่ หนาม หน้า รก เรื้อ ฆ่า หงษ์ มยุระ โกญจา เนือง นาศ เลี้ยง แต่ กา กิน เนื้อ ว่า รู้ รศ ธรรม ๚ะ


แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน

๏ คำนับ มา ยัง ท่าน ทั้งหลาย ที่ เปน เจ้า เงิน เกี่ยว ติด อยู่ กับ ทรัพย มิศเตอร ปีเตอร กาเตอร ผู้ ถึง แก่ กรรม แล้ว ขอ ให้ ท่าน ส่ง บาญชี เงิน นั้น มา ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด เปน หนี้ สิน เชิญ ท่าน รีบ มา ใช้ เงิน นั้น ให้ ทัน วัน พุฒ เดือน แปด ปถมาสาธ แรม ห้า ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ ด้วย เถิด มิศเตอ ซี่ เอดเลฟเซน เอกเซกุตอร ผู้ จัด การ ทรัพย ของ ผู้ ตาย แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน หก แรม สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ๔ ห ๚ะ

การ เลล้ง ขาย

๏ จะ มี การ เลล้ง ขาย ณวัน เสาร เดือน เก้า ขึ้น ห้า ค่ำ จะ ขาย ทั้ง บ้าน ทั้ง ที่ ทั้ง ของ สำหรับ บ้าน ของ มิศเตอร ปีเตอร กาเตอร ผู้ ถึง แก่ กรรม แล้ว ถ้า มิ ได้ ขาย เปน การ เงียบ ก่อน เวลา นั้น ของ เหล่า นี้ อยู่ ห้าง ประมาณ สัก แปด สิบ เสลา ข้าง ตวัน ออก จาก ตะภาน แดง ริม คลอง ที่ ตะลาด บางรัก จะ เลล้ง ขาย ใน บ้าน ของ ผู้ ถึง แก่ กรรม แล้ว ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง อยาก จะ ซื้อ เปน การ เงียบ การ โปรเวต เชิญ มา หา ข้า พเจ้า ซี่ เอดเลฟเซน เอกเซกุตอร ผู้ จัด ทรัพย ของ ผู้ ถึงแก่ กรรม แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ๔ ห ) ๚ะ


กำปั่น เข้า ออก ใน กรุงเทพ
ณะ เดือน หก วัน พุฒ แรม ๙ ค่ำ จน ถึง วัน พุฒ แรม ๑๕ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดั่ง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน รำปั้น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวันเข้า
พระจุล จอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๑ ตันไลตวูดวินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๗ ค่ำ
หาญ หัก ศัตรูก ฟ ร สยามนาย ยาระยอง๗ ค่ำ
ไตจิ๋วก ก ฟ อังกฤษ๘๖๒ยอเดนวินดซอโรซ แอนโกซัวเถา๑๐ ค่ำ
บางกอกก ก ฟ สยามพระชลยุทธ โยทินจันทบุรี๑๐ ค่ำ
มะเกลิศเดอรก ก ฟ อังกฤษ๘๖๗ดุลลอกบอรนิโอ กำปนีสิงฆโปร๑๔ ค่ำ
ต่อ สู้ ไพรินก ฟ ร สยามเกาะ สีชัง๑๓ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
ดานุบก ก ฟ อังกฤษ๕๑๖นุตันวินดซอโรซ แอน โกฮองกองแรม ๙ ค่ำ
ดุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๑๓เรดิมะเกอร์มารกวาลด แอน โกสิงฆโปร๑๐ ค่ำ
เฮกบุะก ก ฟ อังกฤษ๕๔๐ไวตะวินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปร๑๓ ค่ำ
นระเบนบุตร์ก ก ฟ สยามนาย มาลคร๑๐ ค่ำ
พระจุล จอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๑ไลตวูดวินดซอโรซ แอน โกฮองกอง๑๒ ค่ำ
๏ กำปั่น กล ไฟ เข้า มา แล บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ฯะ

สุภาสิต โคลง

๏ ใจ แปร ใจ พุ้ง ซ่าน โถง เถง ใจ รักษา ใจ เอง ยาก ใช้ ใจ ปราช แต่ ปาง เพลง ใจ ซื่อ ดัง ช่าง ปืน ดัด ไม้ แต่ง ให้ ปืน ตรง ๚ะ

๏ ใจ เรว ใจ ห้าม ยาก ใจ ฉันท์ ใจ เกิด อาธร พลัน เที่ยง แท้ ใจ สำเหนียก นึก ธรรม์ น้าว หน่วง ใจ นา ใจ ดั่ง นี้ เลิศ แล้ ชีพ ม้วย เมือง สวรรค ๚ะ

๏ ผู้ พาล ฤา รอบ รู้ ชาญ ชิด ไป สู่ หา บัณฑิตย ค่ำ เช้า สดับ ธรรม เนื่อง นิจ บ่ ทราบ ใจ นา ดุจ หวัก ตัก เข้า ห่อน รู้ รศ แกง ๚ะ

๏ คน ใด ใจ ฉลาด ด้วย ปัญา ได้ สดับ ปราช เจรจา โสต สู้ แถง อรรถ บัด เดี๋ยว มา ซับ ซาบ ใจ นา ดุจ ลิ้น อัน เรว รู้ ทราบ ด้วย รศ แกง ๚ะ

๏ ท่าน บ่ เรียก ฤา รีบ ขึ้น เรือน หา ท่าน บ่ ชวน เจรจา เร่ง รู้ ยอ ตน อะหัง กา เกิน เพื่อน คน ชนิด นี้ สู้ หน่าย หน้า อย่า สมาน ๚ะ

๏ กลออม เพญ เพียบ น้ำ ฤา ติง กลออม พร่อง ชล ตรลิง เฟื่อง หม้อ ปราช บ่ กล่าว สูง สิง หยง เย่อ ใหญ่ นา ผู้ รู้ น้อย อวด อ้อ พูด เพ้อ ผิด ธรรม ๚ะ


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เตือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท


ขอ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน

๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤา จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้องการ ล่าม ฤา จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรงพิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ


พระแก้ว อย่าง ดี

๏ มา ใหม่ มี อยู่ ที่ ห้าง ฟาก โมเดก น่า บ้าน พระ ยา อินทรา ธิบดี ศรีราช รองเมือง ถนน เฟื่อง นคร เนตร เกษ ยัง มิ ได้ เบิก เชิญ ท่าน แต่ง ตาม ชอบ ใจ ซื้อ ไว้ บูชา เปน ราคา ห้า บาท ใช้ ขึ้น ถง บห่อน ได้ ราคา ใช้ ไม่ ยั่ง ยืน แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน หก แรม แปด ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ (๑ ห.) ๚ะ


ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก


AYER'S CHERRY PECTORAL.

๏ ๓ ยา คือ เอเออร์ เจรี เปกไดรัล สำหรับ แก้ ไอ แก้ หวัด แก้ หืด แก้ ชัก แก้ เจบ คอ แก้ ไอ ร้าย แล ผี ใน อก ๚ะ

๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า กิน เกิน กำหนด มัก ให้ เหียน ราก ระวัง อย่า กิน เกิน กำหนด ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๐ หยด จน ถึง ๗๐ หยด ผู้ หญิง พ้น เขตร เดก กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๕๐ หยด เดก อายุ ขวบ เดี่ยว ให้ กิน ๕ หยด สอง ขวบ ๘ หยด สาม ขวบ ๑๐ หยด สี่ ขวบ ๑๒ หยด หก ขวบ ๑๕ หยด สิบ ขวบ ๒๕ หยด สิบห้า ขวบ ๓๐ หยด ถ้า จะ รู้ แน่ ว่า ควร จะ กิน เท่า ไร คน ละคน นั้น ให้ กิน อย่าง น้อย ก่อน แล้ว ค่อย กิน มาก เข้า จน จะ เหียน ราก แล้ว กิน น้อย กว่า นั้น ไป ถ้า ตัว ร้อน ปวด ศีศะ ปวด กะดูก ตัว หนาว ฤา แสบ ตัว กิน ยา เม็ด เอเออร์ บิลซ์ ให้ ถ่าย ตัว ให้ เลอียด ก่อน แล้ว กิน ยา ขนาน นี้ ต่อ ไป อย่า ออก แดด ร้อน นัก อย่า ออก ที่ หนาว นัก รับ ประทาน แต่ อาหาร ที่ ไฟ ธาตุ ของ ตัว ตี แตก ง่าย ๚ะ


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังคฤษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสยกลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ  ขึ้น  น้ำ  ลง  ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ. ห) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด