
| เล่ม ๓ แผ่น ๔๐ วัน พุฒ เดือน เจ็ด ขึ้น สิบสี่ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
( แผ่น ๓๙ ต่อ กับ แผ่น ๔๐ )
๏ ที่ สอน ให้ รัก คน ทั้งปวง เหมือน รัก ตัว เอง ก็ ไม่ ถูก กัน กับ การ เล่น พนัน กัน พระเจ้า จึ่ง ตรัส ว่า ดั่ง นี้ ว่า ซึ่ง ท่าน ปราถนา จะ ให้ คน อื่น ทำ แก่ ท่าน ๆ จง ทำ สิ่ง นั้น ให้ เข้า ด้วย สิ้น ทุก สิ่ง นี้ และ เปน คำ สั่ง สอน แห่ง พระ บัญญัติ แล ผู้ ทำ นาย ทั้งหลาย นั้น
๏ ถ้า คน ทั้งปวง เข้า ใจ ใน ข้อ นี้ แล้ว แล จะ ถือ เอา ด้วย ใจ รัก การ เล่น ที่ ปะทุษ ร้าย ทั้งปวง นั้น จึ่ง จะ สูญ หาย จาก แผ่นดิน สิ้น ฝ่าย คน ที่ มี น้ำ ใจ จะ เล่น ดั่ง นั้น เพราะ ว่า เหน แก่ ปวะโยชน ของ คน อื่น ฤา ใคร จะ ถือ อย่าง นั้น เล่า เขา เหน แก่ ประโยชน ของ ตัว เอง มิ ใช่ ของ คน อื่น นาย ผี ร้าย เข้า ดน ใจ ตัว ให้ หลง ใน ประเพณี เล่น นั้น มิ ใช่ พระ วิญญาณ สักสิทธิ์ แห่ง พระเจ้า เข้า ดน ใจ ๚ะ
๏ กระษัตร ซะโลโม ว่า ดั่ง นี้ ว่า ผู้ ชอบ ธรรม จะ ประ กอบ ด้วย ความ ศุกข์ ถ้า ผู้ ใด ขวน ขวาย จะ ได้ มี่ สมบัติ มาก ผู้ นั้น หา พ้น จาก ควม ผิด ไม่ ใน กิจ ธุระ แห่ง นักเลง จึ่ง จะ ได้ เหน ว่า ข้อ ผิด นั้น ก็ จริง แท้ เขา ไม่ ใคร่ จะ ได้ เงิน กำไร ใน การ อัน ลำบาก ด้วย มือ แล กาย นั้น ก็ เปน น่า เกลียด ชัง เขา ไม่ เอา เขา หยาก จะ ได้ เปน มั่ง มี โดย เรว เขา ดู แหน เงิน แวว ๆ จับ ตา หยาก จะ ได้ ถ้า จะ ได้ อย่าง ไร จะ ได้ เปน ชอบ ธรรม ฤา มิ ชอบ ธรรม เขา ก็ ไม่ ตรึก ไม่ ตรอง นึก ด้วย นั้น เขา ชัง เสี่ย เขา จึ่ง กราบ ลง นะมัศการ เงิน กำไร นั้น ๆ เหมือน พระ เจ้า ที่ ตัว ปรนิบัติ แล้ว เหมือน พ่อ แม่ อาจาริย สอน ให้ ดี นั้น เขา ก็ ทิ้ง เสีย หมด ไม่ ถือ เลย ฯะ
๏ ถ้า นักเลง ผู้ ใด จะ สวด อ้อน วอน พระเจ้า ขอ พระองค์ โปรด ให้ พ้น อันตราย แต่ ตัว ยัง ทำ ชั่ว อยู่ ที่ สวด นั้น ไม่ ได้ การ เปน ที่ เยาะ เย้ย พระ ผู้ เปน เจ้า เพราะ ว่า เขา ไม่ มี น้ำ ใจ ที่ จะ พ้น อัน ตราย นั้น เมื่อ เขา เหน ความ ผิด แล้ว ก็ ยัง โจน ลง ด้วย ใจ กล้า ใน ความ ผิด พวก พ้อง คน นักเลง เปรียบ เหมือน คน เปน โรค ขี้เรือน หน ทาง เขา เหมือน ถนน เลือด อย่าง เขา เหมือน เขา ก้าว ลง สู่ นรก เขา คอย เกี้ยว เลี้ยว เอา ซึ่ง อันตราย มิ ให้ พ้น ตัว ไป ได้ เขา ก็ เสีย ทรัพย สิ้น ด้วย สอน ผิด มาก กว่า ผู้ ดี เสีย ด้วย ประโยชน ที่ สอน ถูก คน นักเลง ไม่ สวด อ้อน วอน พระ ผู้ เปน เจ้า เลย ถ้า เขา สวด แล้ว ก็ เปน ที่ พ้อ เลียน พระเจ้า แล ฯะ
๏ ว่า เอา ใจ ใส่ ประพฤทธิ์ ซึ่ง ชอบ ธรรม ต่อ น่า คน ทั้งปวง ใน ข้อ นี้ ก็ จะ ให้ หา ที่ ภอ จะ เลี้ยง ชีวิตร ของ ตัว ก็ ดี เมีย ลูก ของ ตัว ก็ ดี ด้วย ชอบ ธรรม อย่า ให้ เปน บาป ฝ่าย คน สุจริต ทั้งปวง ก็ เหน ว่า การ เล่น เปน ที่ รังเกียจ ถ้า จะ หา ผู้ ชอบ ธรรม สัก คน หนึ่ง ที่ จะ ถือ ว่า ดี ไม่ ใคร่ จะ มี หา ยก ฯะ
๏ นักเลง เอง ก็ มี บ้าง ย่อม ว่า การ งาน ของ ตัว ที่ ประพฤติ์ นั้น ชั่ว นัก ใน พวก นักเลง มี คน หนึ่ง ที่ ละ การ ชั่ว แล้ว จึ่ง ว่า แก่ ผู้ แต่ง หนังสือ นี้ ว่า ถ้า นักเลง จะ สอน ลูก ของ ตัว ไม่ ให้ ประพฤติ์ ตาม การ นักเลง นั้น เหน จะ ดี กว่า ท่าน จะ สอน เพราะ ว่า เรา ได้ ประพฤติ์ แล้ว จึ่ง รู้ ว่า การ นั้น ชั่ว นัก ท่าน ไม่ ได้ ประพฤติ์ ใน การ นักเลง จึ่ง ไม่ รู้ ว่า ชั่ว ฯะ
๏ ฝ่าย ผู้ นักเลง นั้น เขา ได้ เอา ใจ ใส่ ประพฤติ์ เปน ที่ ชอบ ต่อ น่า คน ทั้งปวง ฤา หา มิ ได้ เขา ก็ ประ พฤติ์ เกิน ขนาด ยิ่ง นัก เขา ก็ ยัง เอา ใจ ใส่ ประ พฤติ์ ชั่ว อยู่ ฯะ
๏ คน ผู้ ใด ตรึก ตรอง อ่าน ที่ กล่าว มา แล้ว ก็ จะ เหน ว่า คำ พระ ก็ ห้าม การ เล่น ด้วย สิ่ง ใด ๆ ที่ ชั่ว ติด กัน นั้น ส่วน การ เล่น ที่ ไม่ เสีย เงิน ลาง คน เปน ผู้ ดี เหน ว่า การ เล่น นั้น หา เปน ชั่ว ไม่ ที่ ใน ข้อ นี้ ก็ จำ จะ กล่าว สัก น้อย หนึ่ง ข้อ หนึ่ง เล่า การ เล่น นั้น ไม่ ต้อง การ ไม่ เปน ประโยชน แก่ คน นักเลง ฝ่าย คน ที่ ทำ การ ยาก เหนื่อย ด้วย มือ แล กาย แล การ คิด อ่าน ใน ใจ เขา ก็ ยัง ยั้ง หยุด เสีย บ้าง เพื่อ จะ ให้ บันเทา เสีย ซึ่ง กระวนกระวาย ใน กาย และ การ ชั่ว บาป คือ การ นักเลง นี้ ไม่ ยั้ง ไม่ หยุด ได้ เลย ที่ นอก จาก การ นักเลง นั้น ก็ มี การ อื่น อยู่ เปน อัน มาก คือ ว่า คน ที่ เคย สนทนา กัน เปน ที่ สนุกนิ์ สะบาย ก็ ดี คือ คน ที่ เขียน ที่ อ่าน หนังสือ สอน สะติ ปัญญา ก็ ดี คือ คน ที่ เที่ยว ดู แล เหน ซึ่ง สิ่ง ประหลาด ใน โลกาย ก็ ดี คน เหล่า นี้ ก็ จะ เอา ซึ่ง สนุกนิ์ เปน ประโยชน แก่ ตัว นั้น จะ ทิ้ง เสีย เหมือน นักเลง นั้น ได้ ฤา คน ที่ เปน นักเลง นั้น ทิ้ง ซึ่ง การ ที่ ดี นั้น ได้ เพราะ เขา เหน ว่า สนุกนิ์ นั้น เปน ไม่ สนุกนิ์ ฯะ
๏ อีก ข้อ หนึ่ง การ นักเลง สำแดง ตัว อยู่ เอง ว่า เปน การ ชั่ว มี ผู้ ดี อยู่ หลาย คน ที่ มี สะติ ปัญญา หลัก แหลม หา เปน คน ชั่ว ไม่ คน เหล่า นี้ ก็ ตรึก ตรอง ดู ว่า การ เล่น นั้น ก็ ชั่ว เพราะ ซึ่ง อันตราย ที่ ติด ต่อ ๆ กัน ไป ด้วย ใน พระธรรม คำภีร์ ของ พระเจ้า มี คำ หนึ่ง ว่า ดัง นี้ ว่า สิ่ง ใด ที่ ปรากฎ เปน การ ชั่ว ให้ อด ละ เสีย ฯะ
๏ อีก ข้อ หนึ่ง เล่า คน ที่ จะ เล่น นั้น เพราะ ว่า เหน แก่ สนุกนิ์ สบาย นาน ไป ก็ จะ เกิด ใจ โลภ ผู้ แต่ง หนังสือ นี้ คิด ว่า ถ้า จะ เอา สัก สิบ คน ที่ ใน พวก นัก เลง ตรึก ตรอง ดู ใน กิริยา อาการ เขา ทั้ง สิบ คน นั้น จะ มี เก้า คน ที่ แต่ แรก เล่น นั้น ว่า จะ ให้ สนุกนิ์ ใน ใจ ลาง คน เปน ผู้ ดี มี ยศถา บันดา ศักดิ ทั้ง หญิง ชาย มี รูป ร่าง อัน งาม เปน ที่ รัก เฉลียว ฉลาด มา ประชุม พร้อม ชวน กัน เล่น ให้ สบาย ที หลัง เมื่อ เคย ดัง นี้ แล้ว ก็ จะ มัก ได้ เงิน ทอง ครั้น ว่า นาน ไป ก็ เปน นักเลง จริง ๆ แล้ว ก็ จะ ถึง ซึ่ง ความ ฉิบหาย เปน เที่ยง แท้ ฯะ
๏ อีก ข้อ หนึ่ง เมื่อ พวก นักเลง เหน ผู้ ดี มา ชุม นุม กัน เล่น ดัง นั้น เขา ก็ นึก ว่า การ ของ ตัว นั้น หา ชั่ว ไม่ และ ผู้ดี หลาย คน ที่ เล่น สนุกนี้ นั้น เขา ก็ ไม่ คบ หา สมาคม กับ พวก นักเลง แต่ ทว่า กิริยา อา การ ผู้ ดี นั้น ก็ คล้าย กัน กับ กิริยา อาการ ของ นักเลง คน ทั้ง ปวง ไม่ ตรึก ตรอง ให้ เลอียด จึ่ง ว่า เปน พวก นักเลง ด้วย กัน ลาง คน ก็ จะ มี บ้าง จะ สิ้น สงไสย ด้วย การ ชั่ว นั้น ก็ มี ด้วย เหตุ ที่ ว่า เหน ผู้ ดี นั้น เขา เล่น แล้ว จะ มี ใจ กล้า ทำ ชั่ว อยู่ เปน นิจ และ ผู้ นักเลง นั้น ก็ จะ ชม ตัว ว่า ตัว ดี ๚ะ
๏ เหตุ ฉะนี้ บุคคล ผู้ ใด มี น้ำ ใจ ที่ จะ ประพฤติ์ ตาม ชอบ ธรรม ต่อ คน ทั้ง ปวง ต้อง จะ ให้ ปราศจาก ซึ่ง การ เล่น ที่ ไม่ ต้อง การ นั้น ๚ะ
๏ ประการ สอง อะธิบาย ว่า การ เล่น ที่ เปน ชั่ว ทั้งปวง นั้น เปรียบ เหมือน กอง อะสุจิ เปน ที่ พึง เกลียด ยิ่ง นัก โอ พระเจ้า ขอ พระองค์ โปรด อย่า ให้ ข้าพเจ้า เหน ใน การ ชั่ว นั้น ว่า เปน ดี เลย ที่ ชั่ว ก็ ให้ เหน ว่า ชั่ว ที่ ดี นั้น ก็ ให้ เหน ว่า ดี ชั่ว นั้น ก็ มี อยู่ ต่าง ๆ กัน ลาง ที่ ความ ชั่ว ก็ เกิด ด้วย โง่ ลาง ที่ เกิด ด้วย ใจ ปราถนา จะ ทำ ชั่ว ลาง ที่ ก็ จะ มี ที่ จะ แก้ ตัว ได้ บ้าง ลาง ที่ ก็ ไม่ มี ช่อง ที่ จะ แก้ ตัว ได้ ลาง ที่ ที่ ชั่ว นั้น เมื่อ แรก เปน ชอบ ธรรม เพราะ ว่า เกิน นัก ก็ กลับ เปน ชั่ว เปรียบ เหมือน รัก ใน บุตร ก็ ควร อยู่ ถ้า ความ รัก นั้น เกิน ไป ยิ่ง กว่า รัก พระเจ้า ก็ กลับ เปน การ ชั่ว ที่ ความ ผิด มี มาก น้อย เท่า ใด ควร เรา จะ เกลียด เท่า นั้น เหน ว่า การ นักเลง นั้น เปน การ ชั่ว ระคน ด้วย อันตราย ลามก เปน ที่ จะ บันดาล ให้ ฉิบหาย ไม่ ควร ที่ จะ ให้ ระคน ปน ด้วย สิ่ง อัน ดี ที่ จะ เกลียด ชัง นั้น ก็ สม ควร อยู่ แล้ว ท่าน ทั้งปวง เอ่ย การ นักเลง นี้ จะ ให้ ท่าน ได้ ความ เดือด ร้อน เปน อัน มาก ท่าน จง ตรึก ตรอง ฟัง ที่ เรา จะ กล่าว เดี๋ยว นี้ ใน กิจ การ แห่ง นักเลง อัน เปน ข้อ ปะทุษฐ ร้าย เปรียบ เหมือน ต้น ไม้ ใด ๆ ก็ ดี เมื่อ มี ถูก แล้ว ก็ ย่อม ชี้ แจง ให้ รู้ ว่า เปน ต้น อัน นั้น แล ผล ที่ เกิด มา จาก นักเลง นั้น ก็ จะ ชี้ แจง ให้ รู้ เหน เหตุ ทุกข์ ยาก แห่ง ตน แล ๚ะ
๏ อนึ่ง เขา ก็ เสีย ประโยชน แห่ง ตน เอง คน ผู้ นัก เลง เอ๋ย น่า เอนดู ท่าน นี้ หลง ไป ใน ทาง ที่ ฉิบหาย ถ้า ท่าน เข้า อยู่ ใน ทาง อัน นั้น แล้ว และ ไม่ ปราศ จาก เสีย โดย เรว จะ เสีย ประโยชน เปน อัน มาก ซึ่ง จะ นำ ประโยชน นั้น กลับ มา แก่ ตัว อีก หามิ ได้ เลย ให้ เขา ตรึก ตรอง ดู ใน ข้อ นี้ เถิด คือ ว่า คน เปน นักเลง นั้น ป่วย การ เวลา วัน คืน เปล่า แล คน เวลา ที่ เขา เสีย นั้น เขา ถือ ว่า หา มี ราคา ไม่ แล เมื่อ เกือบ จะ ถึง กาล กิริยา ตาย จึง จะ รู้ ซึ่ง วัน แล เวลา นั้น ว่า มี ราคา มาก แต่ ทว่า หา รู้ ราคา ตลอด ไม่ เมือ ถึง ที่ ปรับ โทษ นั้น แล จึ่ง จะ รู้ ตลอด ได้ ๚ะ
๏ นิทาน ว่า กาล ก่อน ยัง มี นาง กระษัตริ์ องค หนึ่ง ทรง พระ นาม ชื่อ ว่า เอลิซาเบ็ต ได้ เสวย ราช สมบัติ ใน เมือง อังกฤษ เมือ ใกล้ จะ สิ้น พระ ชนม์ ท่าน จึ่ง ว่า ดัง นี้ ว่า เมือง หลวง แล ราช สมบัติ ทั้งปวง ถ้า จะ แลก ให้ ชีวิตร รอด จาก อนิจกรรม ได้ อีก โมง หนึ่ง ก็ จะ แลก เอา ๚ะ
๏ ด้วย ว่า เวลา นั้น เปน ที่ จะ ให้ ชีวิตร สัตว ตั้ง อยู่ ได้ มนุษ ก็ ได้ รับ พระ ราชทาน เวลา นั้น ที่ จะ ทำ ให้ ชอบ พระไทย แห่ง พระเจ้า แล จะ ทำ ซึ่ง ฉลาด ที่ ดี ให้ เปน ประโยชน แก่ ตน ได้ กับ บุคคล ผู้ อื่น ที่ จะ ตั้ง ใจ เสีย ใหม่ ก็ ดี จะ ให้ หา ที่ พึ่ง เอา ตัว รอด ใน เวลา นั้น ก็ ดี ถ้า ตรึก ตรอง ดู ที่ จะ ประพฤติ์ ดัง นี้ จึ่ง จะ ได้ ชีวิตร ไม่ สิ้น ไม่ สูญ ถ้า ว่า เวลา นั้น ให้ เสีย เปล่า แล้ว ก็ จะ ถึง ที่ รับ พระราช อาญา เปน นิจ นิรันตร์ ฝ่าย นักเลง นั้น ให้ เวลา ป่วย การ เปล่า กระทำ ที่ สิ่ง มิ ได้ เปน ประ โยชน แก่ บุคคล ผู้ อื่น เปน คน ขี้ เกียจ ขี้ คร้าน ทำ แต่ การ โง่ ใน ชัย มิ บัญา ภก ซึ่ง ไม่ คิด ไม่ ทำ การ ใหญ่ ที่ ประเสริฐ เขา ก็ ไม่ ทำ ด้วย เหตุ พระเจ้า ทรง ให้ ทาน ชีวิตร ไว้ นั้น เขา ก็ ไม่ รู้ เหตุ แล มา เพิก เฉย เสีย ไม่ ตรึก ตรอง ไต่ ถาม ให้ รู้ ดี แล ชั่ว
๏ ผู้ นักเลง นั้น มา เสีย ทรัพย สมบัติ ของ ตัว ด้วย มี คำ พระ ประการ หนึ่ง ว่า ดัง นี้ ว่า ใคร ผู้ ใด จะ ได้ มั่ง มี โดย เรว ผู้ นั้น มี ตา แล จิตร อัน ชั่ว ไม่ พิจารณา ดู ว่า จะ ถึง ความ ยาก จน ใน กิริยา อาการ แห่ง นักเลง นั้น จึ่ง จะ เห็น ว่า คำ ที่ กล่าว มา นี้ ถูก ต้อง แท้ จริง นักเลง นั้น มี ตา แล จิตร นั้น ชั่ว มัก โลภ แล อิจฉา แล อยาก ได เงิน ทอง เปน กำ ลัง ไม่ รู้ ว่า อยาก จน จะ มา ถึง ตัว วัน ไร เหมือน สตรี ที่ มี ครรภ อัน แก่ เกือบ จะ คลอด ซึ่ง บุตร นั้น ไม่ รู้ ว่า วัน ไร จะ คลอด ก็ จะ เหมือน ที่ ยาก จน นั้น จะ มา โดย เรว ถึง ตัว ถ้า มิ ดัง นั้น ก็ จะ เปน ดุจ คน อัน ถือ ซึ่ง สาตราวุธ วิ่ง มา ด้วย กำลัง อัน เรว จะ ทำ ร้าย แก่ ตัว ๚ะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ ณวัน จันทร เดือน เจด ขึ้น สิบสอง ค่ำ ราช ทูต อังกฤษ ได้ จัด การ ชุมนุม แดนซิง เปน การ เฉลิม พระชนมพรรษา ของ สมเด็จ พระบรม กระษัตริ์ พระบรม นาง กวิน ประเทศ ยิงแลนด์ แล เอมเปรซ ประ เทศ บริติช อินเดีย ผู้ หลก ผู้ ใหญ่ ทั้ง เจ้า นาย สยาม แล พวก ราชการ ประเทศ ต่าง ๆ ใน ประ เทศ สยาม ทั้ง ลูก ค้า วานิช แล บุตร ภรรยา พวก เหล่า นี้ ได้ ประชุม กัน เปน อัน มาก เปน คราว สนุกนิ์ สนาน เปน อัน มาก ตั้ง แต่ เวลา สาม ทุ่ม จน เกือบ ๆ สว่าง ๚ะ
๏ กำปั่น กล ไฟ ลำ นี้ ได้ ออก จาก กรุง เทพ ณวัน เสาร์ เดือน หก แรม สิบเอ็ด ค่ำ จะ กลับ ไป เมือง สิงฆ โปร ณวัน จันทร์ เดือน หก แรม สิบสาม ค่ำ จักร ท้าย เสี่ย ไป กำปั่น ลำ นั้น ต้อง ทอด สมอ ใน แลติคูต หก ดิครี สี่สิบ ห้า นิมิต แล ลอนไยตูด ร้อย สาม ดิครี ณวัน พุฒ เดือน หก แรม สิบสี่ ค่ำ เวลา เช้า ต้นหน จีฟ เมด ลง เรือ ไลฟโบด ออก จาก กำปั่น ไฟ ณวัน อาทิตย เวลา เช้า เดือน เจด ขึ้น สี่ ค่ำ กำปั่น กล ไฟ สุริยวงษ ปะ เรือ ไลฟโบด นั้น เข้า จึง ได้ เกบ ทั้ง ลำ เรือ ทั้ง ลูก เรือ ภา กัน มา ยัง กรุง เทพ ต้นหน นั้น ครั้น ถึง ใน เวลา เช้า สาม โมง วัน นั้น จึง ไป แจ้ง ความ ให้ รู้ ถึง เหตุ ซึ่ง เกิด ขึ้น กลาง ทะเล นั้น จึง มี ข่าว โทรเลข แจ้ง ความ แก่ พวก เอเยนต์ ที่ เมือง สิงฆโปร พวก เอเยนต์ นั้น มี คำ ตอบ ทาง โทรเลข ว่า จะ รีบ จัด การ ให้ ไป ช่วย กำปั่น ที่ จะ ไป ช่วย คง ถึง กำ ปั่น เฮกุบะ ณวัน พุฒ เดือน เจด ขึ้น เจด ค่ำ ผู้ ซึ่ง เปน ธุระ ฝ่าย กำปั่น เฮกุบะ นั้น หมาย การ ว่า กำปั่น เฮกุบะ ลำ นั้น คง ถึง เมือง สิงฆโปร ณวัน เสาร์ เดือน เจด ขึ้น สิบ ค่ำ ซึ่ง จะ ซ่อม แซม แก้ ไข จัด จักร ใหม่ นั้น คง แล้ว เรว แล ไม่ กี่ วัน กำปั่น เฮกุบะ ลำ นั้น ก็ จะ กลับ ไป กลับ มา ยัง กรุง เทพ แล เมือง สิงฆโปร ตาม เคย ๚ะ
๏ ณวัน อังคาร เดือน เจด ขึ้น หก ค่ำ กำปั่น ใบ อะ เมริกัน สอง เส่า ครึ่ง ลำ หนึ่ง ชื่อ บี แอฝ วอดซัน มา ทอด สมอ ที่ น้ำ เชี่ยว นอก สันดอน ครั้น ถึง เวลา แดด จะ ตก กปิตัน ยอยะ ฮี่ ฮอกินซ์ เดิน สาร กำปั่น ไฟ สยาม เกบ คลี่เออ จะ เข้า มา ยัง กรุง เทพ กำปั่น อะ เมริกัน นั้น บันทุก น้ำ มัน เกโรซิ่น แล ขึ้น ห้าง มากวาดค์ แอน โก แล ได้ แล่น ใบ มา ตรง จาก เมือง นุยอก ครั้น ถึง เวลา ห้า ทุ่ม เกิด ไฟ ไหม้ ที่ กำปั่น ลำ นั้น เสีย ทั้ง กำปั่น แล น้ำ มัน ซึ่ง บันทุก มา นั้น เวลา สิบเอ็ด ทุ่ม วัน นั้น เอง ไฟ ยัง ไหม้ อยู่ ยัง ไม่ หมด คน ที่ กำปั่น ทุก คน มา อาไศรย อยู่ ที่ กระโจม เรือน ไฟ ที่ ปาก อ่าว ไม่ เปน อันตราย แต่ สัก คน เดียว รอด ทุก คน กำปั่น ลำ นั้น เปน กำปั่น เมือง นุยอก ๚ะ
๏ ณวัน ศุกร เดือน เจด ขึ้น เก้า ค่ำ เวลา กลาง คืน ดึก ประมาณ สอง ยาม เสศ คน ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม ครั้น คน ทำ งาน เลิก งาน เข้า นอน แล้ว มี อ้าย คน ร้าย พวก หนึ่ง ลอบ เข้า มา เอา เหล็ก บิดหล่า เจาะ ประตู ตึก ครู สมิท ทลุ เปน รู แปด รู กระดาน ยัง ไม่ ขาด ล้วง มือ เข้า มา ถอน สลัก ยัง ไม่ ได้ เพราะ จะ มี เหตุ การ ขึ้น ใน ตึก สัก อย่าง หนึ่ง พวก อ้าย คน ร้าย นั้น จึ่ง กระดาก ทำ การ ไม่ สำเร็จ ไป ได้ แต่ อ้าย คน ร้าย นี้ ที จะ มา ส่อง พวก ทั้ง บก ทั้ง น้ำ ได้ คอย ช่วย กัน ชาว สยาม จีน ไทย อัน มี เรือ บันทุก ของ ขาย มัก ชอบ อา ไศรย จอด นอน ตาม ฝั่ง น้ำ เจ้า พระยา ที่ บาง คอ แหลม พวก เหล่า นี้ เหนื่อย มา ก็ เข้า จอด เรือ ภัก นอน หลับ สนิท แล พวก คน ร้าย ที่ หา กิน ตาม ฝั่ง แม่ น้ำ ที่ บาง คอแหลม มัก ย่อง เข้า ลัก มะโมย ของ ไป จาก พวก เรือ ที่ จอด นั้น บาง ที เจ้า ของ ตื่น ทัน ก็ ได้ สู้ กัน กับ พวก คน ร้าย ใจ กล้า ก็ สู้ เจ้า ของ เรือ ยิง ฟัน แทง เอา บ้าง เปน ดัง นี้ เนื่อง ๆ มิ ได้ ขาด ถ้า เจ้า พนักงาน โปลิศ น้ำ โปลิศ บก จะ จัด พวกโปลิศ ไป คอย ดัก จับ พวก อ้าย คน ร้าย นี้ คง จะ ได้ ตัว เปน แน่ ด้วย พวก อ้าย คน นี้ มี ใจ กำเริบ กล้า หาญ นัก เที่ยว พาย เรือ ขึ้น ลง ตาม ฝั่ง แม่ น้ำ ที่ บาง คอแหลม ทุก คืน มิ ใคร่ จะ ขาด ลำ ละ สอง คน ลำ ละ สาม คน ลำ ละ สี่ คน บ้าง ๚ะ
๏ ถ้า จัด คน อัน เปน พนักงาน คอย จับ ดู แล พวก อ้าย คน ร้าย นี้ คง ได้ การ เปน แน่ อย่า สง ไสย ถ้า เจ้า พนักงาน ไม่ สมเพท ช่วย ราษฎร แล้ว ราษฎร ก็ จะ ได้ ความ เดือด ร้อน แล้ว ก็ จะ เปน เหยื่อ แก่ พวก อ้าย คน ร้าย อยู่ เนื่อง ๆ มิ ได้ ขาด ถ้า ราษฎร ยับ เยิน ไป ทุก แห่ง ทุก หน ดัง นี้ แล้ว บ้าน เมือง จะ เปน ที่ เจริญ อย่าง ไร ได้ ๚ะ
๏ ขอ คำนับ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน เอไดเตอร สยาม ไสมย ได้ ทราบ นาน ๆ ได้ รับ แล อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ของ ท่าน ครั้ง หนึ่ง ด้วย เหน ทาง ที่ จะ ไป มา จาก กรุง เทพ นั้น ไกล กัน เพราะ เหต ฉนั้น จึ่ง ไม่ ใคร่ มี ช่อง มี โอกาศ ที่ จะ รับ หนังสือ ของ ท่าน บ่อย ๆ ครั้น ได้ รับ แล ได้ อ่าน หนังสือ ของ ท่าน แล้ว ก็ เปน ที่ เย็น ใจ สบาย เบา ใจ เปรียบ เหมือน มี ผู้ มา ยิบ ยก ภูเขา จาก อก ไป ได้ ครั้ง หนึ่ง คราว หนึ่ง อุษาห์ อ่าน ทวน ไป ทวน มา เปน หลาย เที่ยว ไม่ รู้ จืด จาง ด้วย ข้าพเจ้า เปน ชาว ป่า ดง บ้าน นอก อยาก จะ ทราบ ข่าว ที่ ดี ๆ ด้วย ไม่ เคย รู้ ไม่ เคย ได้ ยิน ข่าว อัน ดี ๆ ตื่น ขึ้น แต่ เช้า ตรู่ ได้ ยิน แต่ ข่าว โจท กัน ว่า ผู้ ร้าย ปล้น ที่ บ้าน นั้น ๆ ลัก กระบือ ของ คน นั้น เท่า นั้น ตัว แล ไป ขาย ไว้ ที่ ช่อง นั้น ๆ เส นาย ช่อง จะ เอา ค่า ถ่าย ตัว ละเท่า นั้น ฝ่าย เจ้า ของ ตบ อก ร้อง ไห้ เพราะ เปน ที่ ตัด กำลัง หา กิน ครั้น จะ ถ่าย ฤา ก็ ไม่ มี เงิน ครั้น จะ ไม่ ถ่าย ฤา ก็ สิ้น กำลัง หา กิน ต้อง จำ เปน จำ ด้าน น่า ไป เที่ยว กราบ ไว้อ้อน วอน ขอ กู้เงิน ท่าน ผู้ อื่น มา ถ่าย กระบือ ของ ตน สู้ทน เสีย ดอก เบี้ย ให้ ท่าน เปน เช่า ซั่ง ละ เกวียน ไป กว่า จะ ใช้ เงิน เดิม ให้ ท่าน หมด ราษฎร เวียน ถ่าย อยู่ ดัง นี้ จน ภา กัน ยาก จน เปน หนี้ เปน ค่า เขา เสีย โดย มาก ครั้น ภา กัน ไป ร้อง ฟ้อง ต่อ ท่าน ผู้ รักษา เมือง ๆ ก็ ชำระ ความ แต่ หา ถึง ที่ จะ เยน ใจ เบา อก ของ ชาว บ้าน ลูก เมือง ไม่ ครั้น จะ ภา กัน ทำ ฎีกา เข้า ไป ทูล เกล้า ฯ ถวาย ก็ กลัว ความ นั้น จะ ไป ไม่ ตลอด เพราะ เปน ที่ ขัด ขวาง อยู่ หลาย ประการ ตัว อย่าง มี อยู่ บ้าง แล้ว ที่ สาร ฎีกา แล สาร กรม มหาดไทย นั้น อีก อย่าง หนึ่ง ชาว บ้าน นี้ เปน คน ขี้ ขลาด เปน คน จน แต่ ปลา ร้า ยัง ไม่ ใคร่ มี กิน ตลอด ปี จะ เอา เงิน ที่ ไหน มา เสีย ค่า นั่น ค่า นี่ เล่า เพราะ เหตุ ดัง นี้ จะ มี ที่ สนับ สนุน ช่วย ภา เข้า ถวาย ฎีกา เปล่า ๆ ได้ ฤา พวก ราษฎร เหล่า นี้ เปน คน ชัก นำ ไม่ ถึง หลัง ทั้ง นั้น ถ้า ไม่ มี ผู้ ที่ ตั้ง ซื่อ ออก มา ช่วย ถึง ที่ นี่ แล้ว เหน จะต้อง ภา กัน ฉิบหาย เสีย สิ้น เปน แท้ ความ ทุกข เดือด ร้อน ของ ราษฎร นั้น ยัง มี อยู่ อีก หลาย ประการ ไม่ ควร ที่ ข้าพ เจ้า จะ รื้อ ขื้น ว่า กล่าว ซ้ำ ซาก เปน ที่ บาด ใจ ท่าน ผู้ใหญ่ เพราะ ความ เหล่า นี้ มี แจ้ง อยู่ ใน เรื่อง ราว ของ ราษฎร ที่ ยัง ตก ค้าง อยู่ ใน สาร ฎีกา แล สาร กรม มหาด ไทย บ้าง แล้ว เปน ความ จริง เกือบ ทั้ง สิ้น ๚ะ
๏ หนังสือ จดหมาย เหตุ ของ ท่าน นี้ ข้าพเจ้า เปน แต่ ชาว ป่า ตา บ้าน นอก ยัง นึก น่า รัก น่า ชม น่า สรรเสริญ เปน เหมือน หน ทาง ฤา ตพาน ให้ คน จน อนา ถา ที่ ไม่ มี พวก พ้อง ที่ สนับ สนุน เดิน ใกล้ เคียง พระ บรม มะหา ราชวัง ร้อง เรียก แต่ ภอ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง ได้ ยิน แว่ว ๆ แต่ สนัด ว่า เสียง ที่ ร้อง เรียก ให้ ช่วย อยู่ ฝ่าย นอก นั้น เปน เสียง มนุษ ไม่ ใช้ สัตว ถึง พระองค์ ไม่ ทรง ได้ ยิน คง จะ มี ท่าน ที่ ซื่อ ตรง กระตัญญู ได้ ยิน คง จะ นำ เอา ข่าว อัน นั้น ๆ เข้า กราบ บังคม ทูล ให้ ทรง ทราบ ใต้ ฝ่าลออง ธุลี พระบาท แล ท่าน ที่ ซื่อ ตรง กระ ตัญญู ต่อ แผ่นดิน นั้น คง จะ ไม่ นิ่ง พั่ง เหมือน มัว พั่ง สี่ซอ ขอ ให้ มี ผู้ มา ช่วย พวก ข้าพเจ้า สัต ผู้ ยาก ด้วย เถิด ๚ะ
๏ บาง คน ที่ ตรึก ตรอง ไม่ สู้ เลี่ยด มัก พูด กัน ว่า ถ้า พระเจ้า สร้าง มนุษ ทำ ไม ไม่ สร้าง ให้ เหมือน กัน หมด วิไสย ท่าน ผู้ สร้าง สิ่ง ใด ก็ สร้าง ของ ต่าง ๆ แล้ว แต่ จะ ต้องการ ใช้ ไม่ เหมือน กัน เพราะ จะ ใช้ ต่าง ๆ คำ แก้ ความ สงไสย เช่น นี้ มี อยู่ ใน หนังสือ ปุจฉา วิสัชนา ใน สาศนา แท้ จริง แล เรื่อง อื่น ๆ หลาย เรื่อง ใน พระเยซ สาศนา นั้น เชิญ ท่าน ทั้งหลาย ที่ สงไสย ไป ซื้อ เอา เรื่อง เหล่า นั้น ไป อ่าน เถิด แล ประพฤติ์ ตาม ให้ เลอียด ความ สงไสย ของ ท่าน คง สูญ หาย ไป หมด พึง เข้า ใจ เถิด ของ ทั้งปวง ทุก สิ่ง จำ ต้อง มี ผู้ คิด จัด สร้าง ประกอบ กัน เข้า ทำนุ บำรุง ให้ สำเร็จ ความ ปราถนา ของ ผู้ สร้าง นั้น ของ ต่าง ๆ เปน อัน มาก มนุษ สร้าง ได้ ใช้ ให้ สำเร็จ ความ ปราถนา ของ มนุษ เรา ทั้งหลาย ก็ ต้อง ชม สรรเสริญ ความ คิด แล กำลัง ของ มนุษ ผู้ สร้าง แล รักษา แล ใช้ ของ เลอียด ได้ ให้ สำเร็จ ความ ปราถนา เหมือน เช่น เรือน ตึก นาฬิกา แล กำปั่น ใบ กำปั่น ไฟ เครื่อง จักร แล สาย โทรเลข แล ทาง เหล็ก รถ ไฟ แต่ ของ ยิ่ง เลอียด กว่า ของ เหล่า นี้ คือ อากาศ ฝน ฟ้า ดิน น้ำ ลม ไฟ ดาว โลกย ดวง อาทิตย แล ดวง จันทร แล ของ ทั้ง สิ้น ซึ่ง มี อยู่ ใน สากล โลกย ของ เหล่า นี้ จำ ต้อง มี ผู้ สร้าง ๆ จำ ต้อง เปน ผู้ มี ปัญญา มี ฤทธิ์ มี พาหนะ กำลัง มี ชีวิตร เลอียด วิเสศ จำ ต้อง เปน ผู้ ดี ประเสริฐ ยิ่ง เกิน ผู้ อื่น ทั่ว กัน ทั้ง สิ้น ผู้ วิเสศ ผู้ ประเสริฐ ผู้ ดี ยิ่ง กว่า ผู้ อื่น ทั่ว ทั้ง สิ้น นั้น จำ ต้อง เปน พระ ผู้ เปน เจ้า นั้น เอง อัน ควร สรรพสิ่ง อัน มี ชีวิตร อัน มี ปัญญา อัน รู้ จัก สังเกต ผิด แล ชอบ ดี แล ชั่ว จะ นับถือ คำรบ ไหว้ แล ปรนิบัติ ตาม ด้วย ซื่อ สุจริต ตลอด ชีวิตร ใน กาล ทุก เมื่อ พระ ผู้ เปน เจ้า พระเจ้า องค์ นี้ ได้ สร้าง มนุษ แล ได้ ประ ทาน ให้ มนุษ มี ดวง จิตร วิญญาณ อัน เปน ของ เลอียด อย่าง เดียว กัน กับ พระ เจ้า ผู้ เปน ดวง วิญญาณ อัน วิเสศ บริสุทธิ์ พระเจ้า องค์ นี้ แล ได้ โปรด ให้ ดวง จิตร วิญญาณ ของ มนุษ มี กำลัง สังเกต ผิด แล ชอบ ได้ รู้ จัก ดี รู้ จัก ชั่ว รู้ จัก ควร ไม่ ควร รู้ จัก งาม ไม่ งาม แล้ว มี พระไทย โปรด ให้ มนุษ มี กำลัง ตั้ง ใจ เลือก ตั้ง ใจ รัก ตั้ง ใจ มนะ เพียร ประ พฤติ์ การ ที่ เลือก ไว้ นั้น แล ได้ บังคับ สั่ง ว่า คน ที่ เชื่อ ที่ เลือก รัก แล ประพฤติ์ การ ซึ่ง พระองค์ ได้ สั่ง ไว้ นั้น จะ จัด ว่า เปน คน ชอบ ธรรม จะ มี บำเหน็จ ผล ดี แล ความ สุข แก่ คน ที่ ประพฤติ์ ตาม นั้น ทั้ง ใน ปจุบัน ทั้ง ใน อะนาคต ด้วย คน ที่ ไป จัด เลือก รัก ประพฤติ์ ทำ การ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ห้าม ไว้ นั้น ก็ เปน คน กระบถ ต่อ พระ ผู้ เปน เจ้า ก็ จะ เปน คน บาป เปน คน อาธรรม แล คน เหล่า นี้ เพราะ เปน ฆ่า ศึก กัน กับ พระเจ้า ผู้ เปน เจ้า ของ นั้น จำ ต้อง ให้ มี บำเหน็จ ผล ร้าย แล ความ ทุกข์ ทั้ง ใน ปจุบัน ทั้ง ใน อะนาคต ด้วย พระเจ้า องค์ นี้ มี ริทธิ์ เดชา นุ ภาพ ที่ จะ ให้ ผล ดี ผล ร้าย นั้น ปรากฎ ใน ปจุบัน นี้ ด้วย เกิด วิบัติ อันตราย ต่าง ๆ แก่ คน พาล เกิด ความ ดี ต่าง ๆ แก่ คน ซื่อ สุจริต เถี่ยง แท้ นั้น พระเจ้า ได้ โปรด สร้าง ให้ มนุษ ทั่ว โลกย เปน คน ฟรี มี กำลัง จัด เลือก การ ดี แล ประพฤติ์ ตาม เลือก ก็ ได้ จัด เลือก ดี แล้ว แล ตั้ง ใจ เว้น ไม่ ประพฤติ์ ตาม ที่ จัด เหน ว่าไม่ ดี แล้ว เปน การ ชอบ ธรรม แก่ ตัว แล พระเจ้า จะ โปรด จัด ว่า เปน การ ชอบ ธรรม แก่ คน นั้น ด้วย คน ที่ จัด เลือก การ ไม่ ดี แล ตั้ง ใจ ประพฤติ์ คน นั้น เปน คน บาป แล พระเจ้า คง จัด ว่า คน นั้น เปน คน บาป แล จำ ต้อง ทำ โทษ แก่ มัน สม ใจ ชั่ว ของ มัน หาก ว่า เรา จะ ล้อม สกัด คน หนึ่ง คน ใด ไว้ แล ข่ม ขี่ ขืน ให้ มัน ทำ การ ดี ตาม ชอบ ใจ ของ เรา แล ข่ม ขี่ ขืน มิ ให้ มัน ทำ การ ชั่ว ที่ ใจ ของ มัน รัก นั้น เพราะ มัน ไม่ มี คราว ไม่ มี ช่อง ที่ จะ ทำ ชั่ว ที่ มัน รัก นั้น จะ ว่า มัน เปน คน ดี เปน คน ชอบ ธรรม ได้ ฤา ถ้า ไม่ มี ใคร คุม สกัด ปิด ท่า ทาง ของ มัน เมื่อ ไร มัน คง ทำ ความ ชั่ว ที่ ใจ มัน รัก เมื่อ นั้น แล จึง ว่า พึง เข้า ใจ เถิด มัน เปน คน พาล อยู่ นั้น เอง ซึ่ง พระเจ้า ได้ ทรง พระกรุณา โปรด สร้าง ให้ เจ้า เปน คน ฟรี พระเดช พระคุณ เปน ที่ ล้น ที่ พ้น แล้ว จง อุส่าห์ เพียร ขอ ให้ พระเจ้า ผู้ เปน เจ้า โปรด ให้ ใจ ของ ตัว จัด เลือก รัก เตม ใจ ดี ใจ ประพฤติ การ ทุก สิ่ง ซึ่ง พระเจ้า สั่ง นั้น แล เตม ใจ ดี ใจ เว้น การ ชั่ว ทุก สิ่ง ซึ่ง พระเจ้า ห้าม ไว้ ใน พระ ธรรม คำภีร์ ด้วย ความ ซื่อ สุจริต ตลอด ชีวิตร ด้วย เถิด จะ ได้ เปน คน ชอบ ธรรม แท้ เพราะ ว่า รัก ทำ จำเภาะ แต่ การ อัน เปน ที่ ชอบ พระไทย ของ พระ ผู้ เปน เจ้า อัน แท้ จริง นั้น แล ๚ะ
ข่าว โทรเลข ใน กรุง
๏ ณวัน เสาร์ เดือน เจด ขึ้น สิบ ค่ำ เวลา เช้า ห้า โมง เจ้า คุณ อยู่ ใน เรือ ปีกนิก เรือ ไฟ เล็ก ลาก มา ถึง ปาก น้ำ เจ้า คุณ ภัก อยู่ ที่ ปาก น้ำ เจ้า คุณ กลับ ขึ้น มา ยัง กรุง เทพ เวลา เที่ยง ณวัน จันทร เดือน เจด ขึ้น สิบสอง ค่ำ ๚ะ
๏ การ ใน เมือง นี้ ยัง ไม่ เรียบ ร้อย ดี ดู เหมือน พวก เขมร ไม่ สู้ เตม ใจ อยู่ ใต้ บังคับ พวก ฝรั่งเสศ นาน ๆ ที่ หนึ่ง มัน ดอด ออก มา สู้ พวก ฝรั่งเสศ ครั้น ทน ไม่ ไหว หนี กลับ เข้า ใน ป่า ใน ดง ที่ พวก ฝรั่ง เสศ ตาม ไม่ ไหว นั้น ๚ะ
| กำปั่น เข้า ออก ใน กรุงเทพ | ||||||
| ตั้ง แต่ ณเดือน เจ็ด วัน พุฒ ขึ้น เจ็ด ค่ำ จน ถึง วัน พุฒ ขึ้น สิบสี่ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เล่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำ หนัก | ชื่อกัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| ไดอะมอนด์ ซิตี | ก ๒ ส ค สยาม | ๒๖๓ ตัน | ซะเปนเซอร | โพจีนสื้อ | สิงฆโปร | ขึ้น ๗ ค่ำ |
| กวิน ออฟ อิงแลนด | ก ๒ ส สยาม | ๕๕๒ | ซุแมเกอร์ | โพจีนสื้อ | สิงฆโปร | ๘ ค่ำ |
| กงเบ๋ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๗๖๒ | โยนซะ | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกง | ๙ ค่ำ |
| ออโรระ | ก ๒ ส ค อังกฤษ | ๒๙๕ | ปลิดเนอ | จีน ฮกโพ | สิงฆโปร | ๑๒ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไปไหน | วัน ออก | |||||
| มงกุฎ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๕๙ | ลอฟ | วินดซอร โรซ แอนโก | สิงฆโปร | ขึ้น ๘ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๑๓ | เรดิมะเกอร์ | มารกวาลด แอน โก | สิงฆโปร | ๘ ค่ำ |
| แคตดดิ์ช | ก ก ฟ สยาม | — | — | — | เมือง ปราน | ๘ ค่ำ |
| ซะโปตซะแมน | ก ก ฟ สยาม | — | สุก | — | อ่างศิลา | ๑๑ ค่ำ |
| ถงหิน | ก ๒ ส คสยาม | ๑๒๐ | จื่น | ห้าง จีน | ส่งขล่า | ๑๓ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น กล ไฟ เข้า มา แล บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ฯะ | ||||||
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤๅ จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้องการ ล่าม ฤๅ จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรงพิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉศก ๚ะ
๏ หนังสือ นี้ เปน ที่ ให้ รู้ ทั่ว ตลอด กัน ว่า แต่ ก่อน จีน ลิมชิงซอง คน หนึ่ง จีน ลิม จีน ลิออง คน หนึ่ง จีน ยี่โอโต ปุย คน หนึ่ง แล จีน ตันใจซิน คน หนึ่ง ทั้ง สี่ คน นี้ เคย เข้า หุ้น เข้า ส่วน ตั้ง ห้าง มี ชื่อ สินไตลือง บัด นี้ ต่าง คน ต่าง เต็ม ใจ เลิก เข้า หุ้น เข้า ส่วน เลิก ห้าง นั้น แล้ว ตั้ง แต่ ณวัน เสาร์ เดือน หก แรม สิบห้า ค่ำ ปี วอก ฉศก ๑๒๔๖ แต่ จีน ตันใจซิน จะ ใช้ หนี้ สิน แห่ง ห้าง นั้น จีน ลิมชิงซอง ขอ แจ้ง ความ มา ณวัน เสาร์ เดือน เจด ขึ้น สาม ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ ( ๓ ห ) ๚ะ
แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน
๏ คำนับ มา ยัง ท่าน ทั้งหลาย ที่ เปน เจ้า เงิน เกี่ยว ติด อยู่ กับ ทรัพย มิศเตอร ปีเตอร กาเตอร ผู้ ถึง แก่ กรรม แล้ว ขอ ให้ ท่าน ส่ง บาญชี เงิน นั้น มา ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด เปน หนี้ สิน เชิญ ท่าน รีบ มา ใช้ เงิน นั้นให้ ทัน วัน พุฒ เดือน แปด ปฐมาสาธ แรม ห้า ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ ด้วย เถิด มิศเตอร ซี เอคเลฟเซน เอกเซกุตอร ผู้ จัด การ ทรัพย ของ ผู้ ตาย แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน หก แรม สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ๔ ท ) ๚ะ
การ เลลัง ขาย
๏ จะ มี การ เลลัง ขาย ณวัน เสาร เดือน เก้า ขึ้น ห้า ค่ำ จะ ขาย ทั้ง บ้าน ทั้ง ที่ ทั้ง ของ สำหรับ บ้าน ของ มิศเตอร บีเตอร กาเตอร ผู้ ถึง แก่ กรรม แล้ว ถ้า มิ ได้ ขาย เปน การ เงียบ ก่อน เวลา นั้น ของ เหล่า นี้ อยู่ ห้าง ประมาณ สัก แปด สิบ เลลา ข้าง ตวัน ออก จาก ตะภาน แดง ริม คลอง ที่ ตะลาด บางรัก จะ เลลัง ขาย ใน บ้าน ของ ผู้ ถึง แก่ กรรม แล้ว ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง อยาก จะ ซื้อ เปนการ เงียบ การ ไปรเวต เชิญ มา หา ข้า พเจ้า ซี เอต แลฟ เซน เอกเซกุ ตอร ผู้ จัด ทรัพย ของ ผู้ ถึง แก่ กรรม แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ๔ ท ) ๚ะ
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก
AYER'S PILLS.
๏ ๑ ยา เม็ด แก้ ผูก คือ เอเออร์ กะทาติก ปิลซ์ เปน ยา กิน ง่าย มี คุณ เปน อัน มาก แก้ ผูก แน่น แล ไม่ เปน อันตราย เลย รักษา ท้อง ช่วย ไฟ ธาตุ แก้ ปวด ศีศะ ควร จะ เอา ไว้ ใน บ้าน ให้ เด็ก ให้ ผู้ ใหญ่ กิน เมื่อ ไม่ สบาย นั้น ๚ะ
๏ ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เด็ก แล้ว จะ ให้ เดิน แต่ อ่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๒ จน ๔ เม็ด ถ้า จะ ให้ เดิน เลอียด ตั้ง แต่ ๔ จน ๖ เม็ด ผู้ หญิง แล เดก ต้อง กิน หย่อน กว่า นี้ หน่อย หนึ่ง ถ้า ต้อง กิน บ่อย ๆ จัด กิน เมด แต่ ภอ ควร กับ การ ๚ะ
AYER'S SARSAPARILLA.
๏ ๒ ยา คือ เอเออร์ ซาร์ซะปะริลละ เปน ยา แก้ เลือด ช่วย บำรุง ชีวิตร แล ความ สบาย แล ให้ ร่าง กาย มี ชีวิตร ใหม่ ทั่ว ตลอด ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ควร จะ กิน วัน ละ สาม ครั้ง ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก แล้ว ให้ กิน ช้อน ๑ ฤๅ ๒ ช้อน น้ำ ชา ถ้า ผู้ ชาย อายุ ตั้ง แต่ ๑๕ ปี จน ๒๐ ปี แล ผู้ หญิง ผู้ กำลัง อ่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๕ จน ถึง ๕๐ หยด ถ้า เดก อ่อน ตั้ง แต่ แปด ขวบ จน ๑๕ ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๖๐ หยด ถ้า เดก ตั้ง แต่ ๓ ขวบ จน แปด ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๑๕ หยด จน ๓๐ หยด เมื่อ แรก กิน ๆ แต่ อย่าง น้อย ก่อน แล้ว กิน มาก ตาม กำ หนด สม กับ การ ถ้า ใส่ ยา ใน น้ำ ร้อน น้อย คุณ ยา ก็ จะ มาก ขึ้น เมื่อ จะ ใช้ ยา ขนาน นี้ ต้อง ระวัง ให้ ท้อง เดิน ด้วย ยา เม็ด เอเออร์ ปิลซ์ แต่ อย่า ให้ เดิน หนัก ได้ อาบ น้ำ บ่อย ๆ รักษา ตัว ให้ สอาด รับ ประทาน อาหาร ให้ สม ควร สม กำลัง ไม่ ต้อง อด อยาก ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด