
| เล่ม ๓ แผ่น ๔๑ วัน พุฒ เดือน เจ็ด แรม หก ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
ออก เจริญ ทาง พระราช ไมตรี กรุง ลันดัน
( แผ่น ๓๘ ต่อ กับ แผ่น ๔๑ )
๏ วัน ประหัสบดี เดือน สิบ แรม เจด ค่ำ เวลา รุ่ง แล เหน ฝั่ง เอเดน อยู่ ฝั่ง ฟาก แผ่นดิน อาหรับ เช้า โมง เสศ ถึง น่า ป้อม ๆ นั้น ไม่ ใหญ่ ไม่ โต นัก ตั้ง อยู่ บน ภูเขา เมื่อ กำปั่น เอนกวนเตอ เข้า ไป ใกล้ แล้ว ฝ่าย ข้าง บน ป้อม ชัก ธง ขึ้น รับ แล้ว ยิง ปืน สี่ นัด กัปตัน จึ่ง สั่ง ให้ ทอด สมอ ลง ตรง น่า ป้อม ประมาณ ยี่สิบ นาที มี แขก ปน เจ้า ท่า ลง เรือ โบต แล่น ใบ ออก มา ถึง กำปั่น แล้ว บอก กัปตัน ว่า ที่ นี้ ไม่ ดี ให้ ไป ทอด ข้าง ภูเขา ด้าน ตวัน ตก เถิด กัปตัน จึ่ง ให้ ถอน สมอ ยิง ปืน ใหญ่ นัด หนึ่ง แล้ว บน ป้อม ก็ ยิง รับ นัด หนึ่ง เรือ เอนกวนเตอ ก็ ใช้ จัก แล่น อ้อม ภูเขา ไป ทาง ทิศ ใต้ แล้ว เลี้ยว ไป ข้าง ตวัน ตก เวลา เช้า สาม โมง เสศ ถึง ที่ ทอด สมอ ใน อ่าว ที่ ทอด สมอ นั้น มี เรือ กล ไฟ เรือ ใบ ทอด อยู่ ประมาณ สาม สิบ เสศ ครั้น บ่าย สาม โมง พวก ราชทูต ภา กัน ไป เที่ยว เล่น บน บก ที่ บน บก มี โฮเตล คือ ตึก สำหรับ ให้ คน เช่า อาไศรย แล ขาย เข้า ปลา อาหาร มี รถ มี ม้า มี ฬา สำหรับ ให้ คน เดิน ทาง เช่า ขี่ มี อูฐ ให้ เช่า บัน ทุก ของ คน ใน ประเทศ นั้น เปน คน ดำ ผม หยิก ชั่ว มาก ใจ ก็ ดุ ร้าย ยาก จน นัก เมื่อ กำปั่น ถึง ทอด ท่า แล้ว มี พวก เด็ก มา ว่าย น้ำ อยู่ ตาม ข้าง เรือ ว่าย น้ำ ท่วง ที ก็ ผิด กับ ไทย ว่าย ทน อยู่ ได้ นาน ๆ ถึง สาม สี่ ชั่ว โมง คน บน กำปั่น เอา เบี้ย ทองแดง ทิ้ง ลงไป ใน ทะเล ไม่ ทัน จม ลง ไป ถึง พื้น ดิน เด็ก พวก นั้น ก็ แย่ง ชิง กัน ดำ เอา ได้ ไม่ มี สูญ เลย ที่ ประเทศ นั้น ร้อน นัก ด้วย ฝน น้อย บาง ที สาม ปี จึ่ง จะ ตก สัก ครั้ง หนึ่ง บน ภูเขา ต้น ไม้ แต่ สัก ต้น หนึ่ง ก็ ไม่ มี ที่ เอเดน นั้น อังกฤษ ตี เอา ได้ เปน ที่ สำหรับ ไว้ ถ่าน สินลา ใช้ ใน การ เรือ กล ไฟ ที่ เอเดน มี ป้อม อยู่ หลาย ป้อม มี ทหาร แล ปืน ใหญ่ น้อย ไว้ รักษา เขตร แดน ที่ แดน ต่อ แดน ให้ เอา สินลา ก่อ กำแพง กั้น ไว้ ถ้า คน ชาติ์ อื่น พลัด ออก ไป นอก กำแพง พวก คน คำ เหน ก็ ฆ่า เสีย เก็บ เอา ผ้า เอา ของ ไป เรือ เอนกวนเตอ ทอด ท่า รับ ถ่าน อยู่ ที่ เอเดน ถึง ณวัน เสาร์ เดือน สิบ แรม เก้า ค่ำ เวลา สอง ทุ่ม จึ่ง ให้ ใส่ ไฟ ใช้ จักร ออก จาก ที่ รุ่ง ขึ้น เวลา บ่าย สี่ โมง ถึง ที่ ช่อง แคบ ชื่อ แบเบล แมนเดบ ใน ทาง ทะเล แดง นั้น มี บ้าน ห่าง ๆ เมื่อ เรือ เอนกวนเตอ ใช้ ไฟ ไป แล เหน ฝั่ง บ้าง แล ไม่ เหน บ้าง บาง ที ก็ แล ไม่ เหน ฝั่ง ถึง สอง วัน บ้าง สาม วัน บ้าง ฯะ
๏ ณวัน พุฒ เดือน สิบ แรม สิบสาม ค่ำ ลม เปน พัด หลวง ทวน น่า นัก กับตัน ให้ ลด เสา เพลา ลง เสีย ชั้น หนึ่ง จน ถึง วัน ศุกร เดือน สิบ แรม สิบห้า ค่ำ ลม ยิ่ง พัด กล้า ขึ้น เรือ เดิน ได้ แต่ โมง ละ นอด หนึ่ง บ้าง ครึ่ง นอด บ้าง นอด หนึ่ง คือ สี่สิบ ห้า เส้น กับตัน จึ่ง ให้ เอา เสา กระโดง ขึ้น ที่ แล่น ก้าว ไป ลม จัด นัก ขึ้น ทุก วัน บาง ที ใบ ขาด เชือก ขาด จน ถึง วัน จันทร์ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สาม ค่ำ เวลา เช้า ก่อน เที่ยง เรือ เอนกวนเตอ แล่น ก้าว เข้า ไป ภอ แล เหน ภูเขา ที่ ฝั่ง ข้าง ขวา มือ เหน เรือ ใบ หลาย ลำ ๆ หนึ่ง ยาว ประมาณ ห้า วา หก วา มี พวก แขก ใน ลำ เรือ ประมาณ ลำ ละ ๓๐ คน ๔๐ คน แล่น ตรง ออก มา ครั้น ใกล้ กำปั่น แล้ว ก็ ชัก ใบ กลับ ไป ขณะ นั้น ถ่าน ใน เรือ ยัง เหลือ อยู่ น้อย ไม่ ภอ ใช้ จน ถึง ท่า สุเอศ กับตัน จึ่ง ปฤกษา พวก ขุนนาง อังกฤษ เหน พร้อม กัน ว่า จะ แวะ เข้า ที่ บ้าน เวซ วัน อังคาร เดือน สิบ เอ็ด ขึ้น สี่ ค่ำ จึ่ง ให้ บ่าย เรือ เข้า ที่ ตรง อ่าว บ้าน เวซ เวลา บ่าย โมง เสศ ถึง เกาะ อยู่ ตรง ปาก อ่าว เวซ บ่าย ห้า โมง ถึง ท่า น่า บ้าน เวซ กับตัน ให้ ทอด สมอ ลง ห่าง ตลิ่ง ประมาณ สี่ เส้น ที่ ริม ฝั่ง มี เรือน นาย บ้าน ชาว บ้าน ประมาณ ยี่สิบ เรือน เรือน นั้น ก่อ ด้วย ก่อน สินลา เอา ดิน ทำ เปน ใบสอ สันถาน เหมือน เตา ที่ เผา ม่อ เผา อิฐ ไม่ มี หลัง คา เอา แต่ ใบไม้ แล หญ้า ขึ้น คลุม ไว้ ภอ ร่ม แดด ใน ประเทศ นั้น ฝน แล้ง บาง คน ว่า สี่ ปี บ้าง ห้า ปี บ้าง จึ่ง จะ ตก สัก ครั้ง หนึ่ง คน ที่ นั้น ใช้ อูฐ ม้า แล ฬา เปน พาหนะ สำหรับ ขี่ แล บันทุก ของ ๆ ที่ นั้น แพง นัก ฟอง ไก่ สิบ สี่ ฟอง เปน เงิน รูเบี้ย หนึ่ง คิด เปน เงิน ไท สาม สลึง คน อยู่ ที่ นั้น ยาก จน เขญ ใจ ด้วย เปน ประเทศ แล้ง มี แต่ น้ำ ค้าง ตก มาก รุ่ง ขึ้น เวลา เช้า กับตัน จึ่ง ขึ้น ไป ดู พื้น บน บก สัก ครึ่ง โมง แล้ว กลับ มา เรือ เวลา สาย แขก พวก เตอร์กี เปน นาย ทหาร ลง มา หา กับตัน แล้ว ถาม ว่า กำปั่น นี้ จะ ไป ข้าง ไหน กับตัน ตอบ ว่า จะ ไป ท่า สุเอศ นาย ทหาร จึ่ง ว่า มี คน อยู่ ที่ นี้ สัก ร้อย เสศ จะ ขอ โดย สาร ไป ท่า สุเอศ ด้วย จะ ให้ เงิน ค่า โดย สาร คน ละ สิบ เหรียญ กับตัน ตอบ ว่า จะ ให้ ไป ไม่ ได้ ด้วย เรือ นี้ เปน เรือ หลวง แขก นาย ทหาร จึ่ง ถาม ว่า ท่าน มา นี้ จะ ประสงค์ สิ่ง ใด กับตัน ตอบ ว่า เรา มา จะ ต้อง การ ซื้อ น้ำ ซื้อ ฟื้น นาย ทหาร รับ ว่า ได้ แล้ว ก็ ลา ไป ประ มาณ สัก ครึ่ง โมง มี เรือ บันทุก น้ำ บันทุก ฟื้น ลง มา ส่ง ที่ กำปั่น น้ำ นั้น ใส่ ใน หนัง แพะ หนัง แพะ นั้น ลอก ออก จาก ตัว แพะ แล้ว เอา มา เย็บ เปน รูป อยู่ เหมือน กับ ตัว แพะ เมื่อ จะ ใส่ น้ำ เอา กรอก ลง ไป ทาง คอ แล้ว เอา เชือก ผูก เสีย ฟื้น ที่ ได้ มา น้อย นัก หา ซื้อ อีก ก็ ไม่ ได้ กับตัน จึ่ง ว่า จะ ต้อง ไป ที่ เมือง โกไช อีก จึ่ง จะ ได้ ถ่าน ได้ ฟื้น ภอ ใช้ รุ่ง ขึ้น ณ วัน พฤหัศบดี เดือน สิบ เอ็ด ขึ้น หก ค่ำ เวลา เช้า สี่ โมง เสศ กับตัน ให้ ใส่ ไฟ ใช้ จักร ออก จาก บ้าน เวซ ๚ะ
๏ วัน ศุกร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น เจ็ด ค่ำ เวลา เช้า สาม โมง ถึง เมือง โกไซ เปน เมือง ขึ้น แก่ เตอร์กี เรือ เอนกวนเตอ ทอด สมอ ลง ห่าง ตลิ่ง ประมาณ สี่ เส้น แล้ว มี พวก เตอร์กี เปน นาย ด่าน มี ธง เตอร์กี ปัก ท้าย เรือ มา ถาม กับตัน ว่า ท่าน มา นี้ จะ ประสงค์ สิ่ง ใด ฤๅ กับตัน โอแกแลฮน ตอบ ว่า กวิ๋น รับ สั่ง ให้ เรา รับ ราชทูต ไทย ไป ส่ง ถึง ท่า สุเอศ บัด นี้ ถ่าน หมด ลง เรา จึ่ง แวะ มา ปราถนา จะ ซื้อ ถ่าน สินลา นาย ด่าน รับ ว่า ได้ แล้ว ก็ ลา กลับ ไป กัปตัน จึ่ง ให้ ขุนนาง อังกฤษ ขึ้น ไป ดู ถ่าน แล้ว ให้ บอก เจ้า เมือง ว่า กัปตัน โอแกแลแอน สั่ง มา ว่า ที่ เรือ รบ จะ ยิง สลุต คำนับ ธง เตอร์กี เจ้า เมือง จะ สลุต คำนับ ตอบ ฤา ไม่ สลุต เจ้า เมือง จึ่ง ตอบ มา ว่า จะ คำนับ ตอบ ขุนนาง อังกฤษ ก็ กลับ มา แจ้ง แก่ กัปตัน ตาม คำ เจ้า เมือง ว่า กัปตัน จึ่ง ให้ ทหาร ปืน ใหญ่ ยิง สลุต ๒๑ นัด ฝ่าย เจ้าเมือง โกไซ ก็ ให้ ยิง ตอบ ๒๑ นัด เหมือน กัน ถึง เวลา บ่าย สี่ โมง พวก ราชทูต ภา กัน ไป เที่ยว เล่น บน บก ครั้น จวน ค่ำ แล้ว ก็ กลับ ลง มา กำปั่น รุ่ง ขึ้น เจ้าเมือง ให้ มา เชิญ พวก ราชทูต หก คน กับต้น โอแกแลแอน หนึ่ง มิศเทอ เรมันต์ ต้นหน ใหญ่ หนึ่ง มิศเทอ ฟอเรศิล เปน ขุนนาง วัด แดด ใน กำปั่น รบ หนึ่ง รวม ไทย กับ อังกฤษ เก้า คน ขึ้น ไป กิน โต๊ะ ที่ บ้าน เจ้า เมือง กับเข้า เลี้ยง นั้น ตาม ทำเนียม ของ พวก เตอร์กี คล้าย ๆ กับเข้า แขก ที่ มา อยู่ ใน เมือง ไทย ของ มี หลาย สิ่ง แต่ ยก มา ตั้ง ที ละสิ่ง ของ นั้น ล้วน แล้ว ไป ด้วย เนื้อ แพะ แล เนื้อ แกะ ครั้น กิน แล้ว พวก คน ที่ รับ ใช้ จึ่ง เอา กล้องใส่ ยา จุด ไฟ เข้า มา คำนับ ส่ง ให้ คน ละอัน น้ำ กาแผ่ คน ละถ้วย เมื่อ สำเร็จ แล้ว เจ้าเมือง ให้ ภา พวก ราชทูต กับ อังกฤษ ไป เที่ยว ดู ป้อม แล ถิ่น ถาน บ้าน เมือง ป้อม นั้น ก่อ ด้วย สินลา แต่ ไม่ แน่น หนา ด้วย บาง นัก ที่ บน ป้อม มี ปืน ใหญ่ กระสุน สาม นิ้ว แปด กระบอก กระสุน สอง นิ้ว กึ่ง กระบอก หนึ่ง ปืน กระสุน แตก กระบอก หนึ่ง บาน ประตู ป้อม หุ้ม เหล็ก ครั้น ดู ทั่ว แล้ว ก็ ภา กัน ลง จาก ป้อม ไป เที่ยว ดู ตาม ตลาด บ้าน เรือน ชาว บ้าน ชาว เมือง ทำ สันถาน คล้าย เรือน อังกฤษ ก่อ ด้วย สินลา เอา ทราย กับ ดิน ถือ ต่าง ปูน บ้าง ถือ ปูน บ้าง แต่ ไม่ มี หลังคา เอา แต่ สิ่ง ซึ่ง บัง แดด ได้ ขึ้น บัง ไว้ ที่ เรือน เจ้า เมือง นั้น เอา ไม้ พาด ทำ ขื่อ ให้ ถี่ แล้ว ก็ เอา ก้าน อินทะผาลำ เรียบ ให้ ชิด เอา ดิน ปน ทราย ดาด ข้าง บน บาน น่า ต่าง ทำ ด้วย กระจก พื้น ก็ ดาด ดิน ปน ทราย เหมือน อย่าง หลังคา ใน ประเทศ นั้น คน ตา บอด แล เจ็บ ตา มาก ด้วย เปน เหตุ เพราะ เจ้า เมือง เก็บ เอา ผู้ ชาย ไป หัด ปืน เปน ทหาร ถ้า คน ยาก จน มี บุตร เปน ชาย แล้ว ก็ เอา ของ ที่ ร้าย แรง ยอด ตา ข้าง ขวา ของ บุตร ให้ บอด เสีย จะ ได้ ไม่ ต้อง เปน ทหาร ด้วย ตา ข้าง ขวา บอด เลง ดู สูน ปืน ไม่ ได้ ครั้น เที่ยว ดู บ้าน ช่อง ทั่ว แล้ว ก็ กลับ มา ลา เจ้าเมือง เจ้า เมือง จึ่ง ลง มา ส่ง ถึง ประตู บ้าน ต่าง คำนับ กัน ทั้ง สอง ฝ่าย แล้ว ก็ กลับ มา กำปั่น ฯะ
๏ ภูเขา เอนก ล้ำ มาก มี บ่ มิ หนัก ธรณี เล่า ไช้ หนัก นัก แต่ กระลี่ ลวง โลกย์ อัน จะ ทรง ไว้ ได้ แต่ พื้น นรการ ฯะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ฯะ
๏ ณวัน พุฒ เดือน เจด ขึ้น สิบสี่ ค่ำ ใน หลวง เสด็จ ขึ้น กำปั่น วิสาตร์ กลับ ล่อง มา ยัง กรุง เทพ แต่ เกาะ บาง ปะอิน ฯะ
๏ ณวัน พุฒ เดือน เจด ขึ้น สิบสี่ ค่ำ เสด็จ มา ภัก รอ ที่ ปาก น้ำ เวลา บ่าย สอง โมง แล ใน เวลา บ่าย สอง โมง วัน นั้น เอง เสดจ ออก ไป ข้าง น้ำ เชี่ยว ฯะ
๏ ณวัน ศุกร เดือน เจด ขึ้น เก้า ค่ำ พระบาท สมเด็จ พระ เจ้า กรุง สยาม เสดจ ประทับ เรือ พระ ที่นั่ง กล ไฟ จักร ข้าง ออก จาก พระ ราชวัง บางปอิน ขึ้น ไป กรุง เก่า พร้อม ด้วย เรือ กล ไฟ ตาม เสดจ พระ ราชดำเนิน หลาย ลำ เลี้ยว เข้า แคว ป่าศัก เวลา ย่ำ เที่ยง ถึง บ้าน บ่อ โพง ซึ่ง เปน ที่ ช้าง พลาย สำคัญ มา ภัก อยู่ ประ ทับ เรือ พระ ที่นั่ง เสดจ พระ ราช ดำเนิน ขึ้น ประทับ ที่ โรง ช้าง สำคัญ ทอด พระเนตร ช้าง แล้ว เสดจ พระ ราช ดำเนิน ขึ้น ประทับ บน พลับพลา เจ้า ยุติธรรมธร เจ้า นคร จำปาศักดิ กับ เจ้า อุปราช ซึ่ง นำ ช้าง พลาย สำคัญ มา เฝ้า ทูล ออง ธุลี่ พระบาท ที่ พลับพลา ทรง พระ ราช ดำหรัส ถาม ราชการ บ้าน เมือง แล สุข ทุกข ตาม สมควร แล้ว ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ให้ นำ ช้าง พลาย สำคัญ ออก มา นอก โรง ให้ เดิน ไป มา แล้ว ยืน อยู่ น่า พลับพลา แล้ว สมเดจ พระ เจ้า บรมวงษ เธอ เจ้า ฟ้า มหา มาลา กรม พระ บำราบ ปรปักษ ให้ นำ ช้าง พัง ๒ ช้าง ซึ่ง พระยา มหา อำมาตย ทูล เกล้า ถวาย มา ยืน ถวาย ตัว ที่ น่า พลับพลา แล้ว โปรด เกล้า ให้ นำ ช้าง พลาย สำคัญ มา ยืน แท่น แล้ว รด น้ำ ครั้น เสร็จ แล้ว นำ กลับ เข้า โรง เวลา บ่าย ๒ โมง เสศ พระบาท สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว เสด็จ พระราช ดำ เนิน กลับ ลง เรือ พระ ที่นั่ง ออก จาก บ่อ โพง กลับ ลง มา ถึง พระราชวัง บางปะอิน เวลา บ่าย ๔ โมง ประทับ เรือ พระ ที่นั่ง ที่ ท่า พระ ราชวัง แล้ว เสด็จ ขึ้น ฯะ
๏ สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยาเธอ เจ้า ฟ้า ภาณุรังษี สว่าง วงษ กรม หลวง ภาณุพันธุวงษ วรเดช ซึ่ง สำเร็จ ราช การ กรม ไปรสนีย์ โทรเลข ขอ ประกาศ แก่ ท่าน ทั้ง ปวง ซึ่ง มี ความ ยินดี ปราถนา จะ ใช้ การ ไปรสนีย์ นั้น ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า ฯะ
๏ ตั้ง แต่ ณวัน จันทร์ เดือน เจด แรม สี่ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก จุลศักราช ๑๒๔๗ นี้ ไป แผ่นดิน สยาม จะ เข้า อยู่ ใน สากล ไปรสนี่ย อัน รวม กัน แล ตั้ง แต่ วัน นั้น ไป คอเวินเมนต์ สยาม จะ จัด การ ไปรสนี่ย รับ ส่ง หนังสือ ไป มา ใน เมือง ต่าง ประเทศ ๚ะ
๏ อนึ่ง จะ มี ตำแหน่ง โรง ไปรสนี่ย สำหรับ การ นี้ ที่ โรง ภาษี่ เวลา เบิด โรง ไปรสนี่ย ที่ ทำ การ นั้น ตั้ง แต่ ๓ โมง เช้า จน ถึง เวลา เที่ยง แล ตั้ง แต่ เวลา บ่าย สอง โมง จน ถึง เวลา บ่าย ๕ โมง ทุก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย ใน วัน อาทิตย นั้น จะ เบิด จำเพาะ เวลา ที่ จะ ส่ง หนังสือ ออก ไป เมือง สิงฆโปร์ ฤๅ รับ หนังสือ มา แต่ เมือง สิงฆโปร์ ใน เวลา การ ที่ สำคัญ คือ เวลา ที่ จวน จะ ส่ง หนังสือ ออก ไป แล เวลา ที่ พึ่ง ได้ รับ หนังสือ มา แต่ เมือง สิงฆโปร์ ๚ะ
๏ อนึ่ง เวลา ที่ จะ ส่ง หนังสือ ออก ไป นั้น จะ มี หนังสือ ประกาศ ส่ง ไป ทาง ไปรสนี่ย ให้ ทราบ เวลา ที่ จะ บิด หีบ หนังสือ ซึ่ง จะ ฝาก ไป นั้น กำหนด ไว้ ว่า จะ บิด ก่อน เวลา ที่ เรือ จะ ออก ครึ่ง โมง ก็ ถ้า ผู้ ใด เอา หนังสือ มา ใส่ ใน ตู้ ไปรสนี่ย ใน โรง ไปร สนี่ย ก่อน เวลา ที่ เรือ ออก ครึ่ง โมง ฤๅ ไป ใส่ ไว้ ใน หีบ ไปรสนี่ย ที่ ตะภาน เรือ กำปั่น ไฟ จอด สิบ นา ที่ ก่อน เวลา เรือ นั้น ออก หนังสือ ก็ คง ได้ ส่ง ไป ใน เที่ยว เรือ นั้น ไม่ ว่า เปน เวลา กลาง วัน ฤๅ กลาง คืน ๚ะ
๏ อนึ่ง เจ้า พนักงาน โรง ไปรสนี่ย จะ จัด ให้ มี ที่ สำหรับ ฝาก หนังสือ บน เรือ กำปั่น แล ที่ นั้น จะ บิด ตาม เวลา ที่ เหน ควร ๚ะ
๏ หนังสือ ที่ ส่ง ไป ถึง เมือง ซึ่ง อยู่ ใน สากล ไปร สนี่ย หนังสือ ผนึก ซอง หนัก ครึ่ง ออนส์ ประมาณ บาท หนึ่ง ๑๒ อัฐ ไปรสนี่ย บัตร ๔ อัฐ จดหมาย เหตุ หนังสือ พิมพ์ แล ตัว อย่าง หนัก ๒ ออนส์ ประมาณ ๔ บาท ๓ อัฐ ค่า จด บาญชี ๑๒ อัฐ ค่า บอก ว่า รับ ของ แล้ว ๖ อัฐ ไป ถึง สเตรด เสตเตลเมนต์ แล เมือง จีน หนังสือ ผนึก ซอง หนัก ครึ่ง ออนส์ ประมาณ บาท หนึ่ง ๘ อัฐ ไปรสนี่ย บัตร ๔ อัฐ จดหมาย เหตุ หนังสือ พิมพ์ แล ตัว อย่าง หนัก ๒ ออนส์ ประมาณ ๔ บาท ๒ อัฐ ค่า จด บาญชี ๘ อัฐ ค่า บอก ว่า รับ ของ แล้ว ๖ อัฐ เมือง ซึ่ง มิ ได้ อยู่ ใน สากล ไปรสนี่ย อัน รวม กัน คือ แอฟริกะ ฝ่าย ใต้ ออศเตรเลี่ย นุซิลันศ์ ตัศมาเนี่ย เกาะ ฟี่ยี่ หนังสือ ผนึก ซอง หนัก ครึ่ง ออนส์ ประมาณ บาท หนึ่ง ๒๔ อัฐ ไปรสนี่ย บัตร ไม่ มี จดหมาย เหตุ หนังสือ พิมพ์ แล ตัว อย่าง หนัก ๒ ออนส์ ประมาณ ๔ บาท ๑๒ อัฐ ค่า จด บาญชี ๑๒ อัฐ ค่า บอก ว่า รับ ของ แล้ว ไม่ มี ซะระวัก แล เกาะ บอนิโอ ฝ่าย เหนือ หนังสือ ผนึก ซอง หนัก ครึ่ง ออนส์ ประมาณ บาท หนึ่ง ๘ อัฐ ไปรสนีย บัตร ไม่ มี จดหมาย เหตุ หนัง สือ พิมพ์ แล ตัว อย่าง หนัก ๒ ออนส์ ประมาณ ๕ บาท ๒ อัฐ ค่า จด บาญชี ๘ อัฐ ค่า บอก ว่า รับ ของ แล้ว ไม่ มี ๚ะ
๏ กำหนด น้ำ หนัก หนังสือ พิมพ ต่าง ๆ ที่ ส่ง ไป ได้ มัด หนึ่ง นั้น หนัก ๕ ปอน กับ ๖ ออนส์ คือ ประมาณ หนึ่ง ชั่ง ๑๑ ตำลึง เปน อย่าง มาก แล มิ ให้ ยาว กว่า ๒ ฟีต กว้าง ๑ ฟุต สูง ๑ ฟุต คือ ประมาณ ยาว ศอก ๑ กว้าง คืบ ๑ สูง คืบ ๑ ๚ะ
๏ ตัว อย่าง สิ่ง ของ ต่าง ๆ นั้น ไม่ ให้ ยาว กว่า ๘ นิ้ว ฟุต กว้าง ๕ นิ้ว ฟุต สูง ๒ นิ้ว ฟุต คือ ประมาณ ยาว ย่อม คืบ กว้าง ๓ นิ้ว สูง นิ้ว กึ่ง แล ไม่ ให้ หนัก กว่า ๘ ออนส์ ๚ะ
๏ สิ่ง ของ ต่าง ๆ ที่ รวม เปน มัด เปน ห่อ เปน ต้น ว่า ตัว อย่าง สิ่ง ของ แล หนังสือ พิมพ นั้น กำหนด ห่อ หนึ่ง มิ ให้ หนัก กว่า ๘ ออนส์ คือ ประมาณ ๘ ตำลึง ๚ะ
๏ ใน ระหว่าง เวลา ที่ ยัง มิ ได้ ตัว ตรา ไปรสนีย ใหม่ มา ใช้ นั้น ให้ ใช้ ตัว ตรา ที่ มี อยู่ สำหรับ ใช้ ใน กรุง สยาม แล ตัว ตรา ราคา สลึง หนึ่ง นั้น ให้ ใช้ เปน ราคา ๑๒ อัฐ ก่อน แล ตัว ตรา อื่น ๆ นั้น ให้ ใช้ ตาม ราคา ที่ บอก ไว้ ใน ตัว ตรา ทุก อย่าง การ ทั้งปวง จะ ชี้ แจง ความ ต่าง ๆ ให้ เลอียด ต่อ ไป ใน หนังสือ วิธี ไปรสนีย ซึ่ง จะ ตี พิมพ์ ใน เร็ว ๆ นี้ ๚ะ
๏ สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยาเธอ เจ้า ฟ้า ภาณุรังษี สว่าง วงษ กรม หลวง ภาณุ พันธุวงษ วรเดช ซึ่ง สำเร็จ ราชการ กรม ไปรสนีย กรม โทรเลข ขอ ประกาศ แก่ ท่าน ทั้งปวง ซึ่ง มี ความ ยินดี ปราถนา จะ ใช้ การ ไปรสนีย นั้น ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า ๚ะ
๏ บัด นี้ ได้ รับ คำ โทรเลข จาก อินเตอนาแชนแนล บุเรอ ที่ เมือง เบิน ซึ่ง เปน ออฟฟิซ กลาง สำหรับ จัด การ สากล ไปรสนีย นั้น ว่า การ ที่ กรุง สยาม จะ เข้า ใน การ สากล ไปรสนีย อัน รวม กัน จะ จัด การ ให้ ทัน ก่อน ใน วัน พุฒ เดือน แปด ปฐมา สาธ แรม ห้า ค่ำ นั้น ยัง ไม่ ได้ ๚ะ
๏ เพราะ ฉนั้น ใน ระหว่าง ตั้ง แต่ เดือน หนึ่ง คือ แรม เดือน เจ็ด แล ข้าง ขึ้น เดือน แปด ปฐมา สาธ นี้ การ รับ หนังสือ เมล ต่าง ประเทศ จะ ได้ รับ ส่ง ใน ที่ ซึ่ง ได้ ทำ อยู่ แต่ ก่อน ๚ะ
๏ ประกาศ มา แต่ ตึก ใหญ่ ที่ ว่า การ กรม ไปรสนีย ณวัน อาทิตย เดือน เจ็ด แรม สาม ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ใน ท้าย หนังสือ นี้ ได้ อ่าน จดหมาย เหตุ แผ่น ๓๖ มี คำ แก้ ว่า ใน พระไตรปิฎก ซึ่ง คน สอง คน นี้ ย่อม จะ เปน นักปราช ฉลาด รู้ ใน พระไตรปิฎก คือ ตัว ข้าพเจ้า เอง ก็ ได้ เรียน รู้ อยู่ บ้าง ปู่ ย่า ตา ยาย ของ ข้าพเจ้า เกิด ใน เมือง นี้ ได้ นับถือ พระไตรปิฎก ซึ่ง คำ กล่าว ใน พระบาพี นั้น ถือ ว่า จริง เที่ยง แท้ ก็ ซึ่ง ใน จดหมาย เหตุ มี คำ ถาม คำ แก้ ถึง พระไตร ปิฎก ดี ร้าย คน สอง คน ย่อม จะ รู้ พระไตร ปิฎก ข้าพเจ้า อยาก จะ ถาม ใน พระไตร ปิฎก พระธรรม ข้าง พระบาพี มี พระธรรม แปด หมื่น สี่ พัน พระธรรมขันธ์ เปน พระคัมภีร์ หลาย พัน ผูก แบ่ง เปน สาม ภาคย คือ พระสูตร ภาคย หนึ่ง พระวินัย ภาคย หนึ่ง พระบรมัตถ์ อีก ภาคย หนึ่ง จึ่ง เรียก ว่า พระไตร ปิฎก แล พระธรรม ข้าง พระบาพี นี้ จะ ไม่ เปน จริง เที่ยง แท้ แล ฤา ข้าพเจ้า อยาก จะ ให้ ท่าน นักปราช ใน คฤศศาสนา แก้ ความ ออก มา ให้ กระ จ่าง คือ นักปราช คน ไทย ก็ มี อยู่ บ้าง ถ้า แม้น ท่าน แก้ ใน พระไตร ปิฎก เหน จริง แล้ว พวก ข้าพเจ้า ก็ จะ ถือ ตาม คฤศศาสนา ของ ท่าน ขอ เชิญ ท่าน แก้ ความ มา ให้ เหน จริง ท่าน อย่า ได้ มี ความ เกรง ใจ เลย ถ้า แม้น ท่าน มี ความ เกรง ใจ ท่าน จะ เปน หมอ สอน สาสนา ไม่ ได้ ๚ะ
๏ พวก หมอ อะเมริกัน เข้า มา อยู่ ใน กรุง สยาม สั่ง สอน สาสนา ประมาณ สี่สิบ ปี ห้าสิบ ปี หมอ ไม่ ยก เอา คำ ใน พระไตร ปิฎก ออก มา ว่า ให้ แก่ คน ทั้ง หลาย ฟัง คน ทั้งหลาย สำคัญ ว่า คำ สอน ใน พระ ไตร ปิฎก นั้น จริง ถ้า ท่าน ยก คำ เทศ ใน พระไตร ปิฎก ออก มา ว่า ให้ ฟัง แล้ว ไม่ ช้า ไม่ นาน คน ทั้งหลาย ก็ จะ ถือ ใน คฤศสาสนา ๚ะ
ณวัน พุฒ เดือน เจด ขึ้น ๑๕ ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลึง ๖ เปนซ ๗ อัฐ เงิน โปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลึง ๗ เปนซ กับ ๒ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๗๕ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน เจด ขึ้น ค่ำ หนึ่ง มิศเตอร แกลดซโตน แจ้ง ความ ว่า ได้ นำ บิล ข้อ หนึ่ง จะ ช่วย ให้ คอเวินเมนต์ เลิก ได้ ใน เดือน สิบสอง ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน เจด ขึ้น สอง ค่ำ มิศ เตอร แกลดซโตน เมื่อ ตอบ คำ ถาม ได้ ว่า ยัง กำหนด หาฤา ปฤกษา กัน อยู่ กับ คอเวินเมนต์ รุเซีย ๚ะ
๏ เมือง ซุอะกิม วัน ศุกร เดือน เจด ขึ้น สอง ค่ำ กอง ทัพ อังกฤษ เปน อัน มาก จะ ให้ ถอน ออก จาก เมือง ซุอะกิม โดย เร็ว ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน เจด ขึ้น สี่ ค่ำ มะคืน นี้ เมื่อ มิศเทอร แกลดซโตน ตอบ คำ ถาม ได้ ว่า บาง ที จะ เปน หลาย วัน ก่อน คอเวินแมนต์ จะ รับ คำ ตอบ ขาด แต่ พวก รุเชี่ย ด้วย เขตร ต่อ ของ ประเทศ แอฝ คัน ส่วน หนึ่ง สมเด็จ พระเจ้า ซาร์ เจ้า รุเชี่ย มี พระราช หัตถ เลขา แจ้ง ความ ขอบ ใจ เยนิรัล โกมะรอฟ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน เจด ขึ้น หก ค่ำ มิศ เทอร แกลดซโตน เมื่อ ตอบ คำ ถาม ได้ ว่า จะ แจ้ง ความ ต่อ ไป ด้วย การ เขตร แดน ต่อ ของ ประเทศ แอฝคัน นั้น ยัง หา ได้ ไม่ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน เจด ขึ้น เจด ค่ำ กอง ทัพ ของ สมเด็จ พระบรม กระษัตริ์ เจ้า กวิ๋น อังกฤษ จับ จัด ถอน แล้ว แต่ แม่ น้ำ ไนละ ข้าง บน ๚ะ
๏ หนังสือ จดหมาย เหตุ ปาลมาล แคเซต ปัติเสศ คำ เลื่อง ฦๅ อัน อึง กัน อยู่ ใน สอง สาม วัน นั้น ว่า ใน การ หาฦๅ ปฤกษา กัน กับ รุเชี่ย นั้น ถึง ที่ ติด แล้ว ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน เจด ขึ้น เจด ค่ำ ได้ ตัว อ้าย ริเอล คน กระบถ นั้น แล้ว หนังสือ จดหมาย เหตุ ประเทศ อิตะลี่ แจ้ง ความ ว่า กอง ทัพ อิตะลี่ รับ คำ สั่ง แล้ว ให้ เตรียม การ เตรียม ตัว จะ ได้ ไป เมือง ซุอะกิม ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน เจด ขึ้น แปด ค่ำ กอง ทัพ ดือ คาด นั้น รับ คำ สั่ง แล้ว ให้ ภัก รอ อยู่ ที่ เมือง อะเลกซันเดรี่ย คอย คำ สั่ง ต่อ ไป ก่อน ฯะ
๏ หนังสือ จดหมาย เหตุ เดลิ นุซะ ลง พิมพ ข้อ หนึ่ง ว่า ซึ่ง ให้ ภัก รอ นั้น ก็ เพราะ การ หาฦๅ ปฤกษา กัน กับ อิงแลนด แล รุเชี่ย ถึง ที่ ติด นั้น แล้ว ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน เจด ขึ้น เก้า ค่ำ ใน เฮาซ ออฟ กอมมันซ ลอด ฮาติงตัน แจ้ง ความ ว่า ไม่ ควร ที่ จะ แจ้ง เหตุ ซึ่ง ให้ กอง ทัพ คาด นั้น ภัก รอ ที่ เมือง อะเลกซันเดรี่ย ไป ก่อน ฯะ
๏ หนังสือ จดหมาย เหตุ ซะแตนดาต ลง พิมพ ข้อ หนึ่ง ว่า รุเชี่ย จะ หา ความ ต่อ ใหม่ ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน เจด ขึ้น สิบ ค่ำ แอด มิรัล ฮอนบี่ รับ ตำแหน่ง เปน แม่ กอง กำกับ กำปั่น หุ้ม เหล็ก สิบ ห้า ลำ ที่ บัดนี้ ชุมนุม อยู่ ที่ เมือง โปด แลนด ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน เจด ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ใน พวก แกบิเนด นั้น เกิด การ ไม่ เหน ถูก กัน เปน อัน มาก ที่ จะ ตั้ง ข้อ กฎหมาย ใหม่ ว่า ด้วย การ ผิด ใน เกาะ ไอเออรแลนด นั้น ๚ะ
๏ มิศเตอ แกลดซะโตน เมื่อ ตอบ คำ ถาม ใน เฮาซ ออฟ กอมมันซ ได้ ว่า พวก อังกฤษ กับ พวก เตอรก็ ได้ หาฤๅ ปฤกษา กัน ด้วย การ ที่ พวก เตอรก็ จะ ตั้ง อยู่ ใน เมือง ซุอะกึม แต่ ยัง มิ ได้ ปฤกษา หาฤๅ กับ ประเทศ อื่น ด้วย เรื่อง ราย นี้ ๚ะ
๏ กำปั่น ลำ นี้ ที่ เสีย จักร ท้าย เมื่อ แล่น ล่อง มา จาก กรุง เทพ นั้น มา ถึง เมือง สิงฆะโปร ณวัน อาทิตย เดือน เจด ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ กำปั่น ไฟ ลาก ของ แตน ยัง แป คาร ดอก กำปะนี คือ บางกอก ได้ ลาก กำปั่น ไฟ เฮะ กุบะ ลง มา ถึง ที่ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน เจด ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ลอด วุล ซิลี ยัง จะ ค้าง อยู่ ที่ เมือง ไกโร คอเวินแมนต อะนุญาต ยอม ให้ ใช้ เงิน ห้า แสน ชั่ง สำหรับ จัด สนน แล ทาง เหล็ก สำหรับ รถ เปน ทาง พลรบ เข้า เขตร แดน ต่อ ของ ประเทศ อินเดีย นั้น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน เจด ขึ้น สิบ สาม ค่ำ ฝูง กำปั่น รบ ของ อัคมิรัล ฮอนบี่ จะ แล่น พร้อม เปน พวก กัน แล หัด ท่า ทาง ตรง ชาย เทล เกาะ ไอเออร แลนด ๚ะ
๏ จามรี ขน ข้อง หยด เปลื้อง ปลด ชีพ บ รัก สงวน ยศ ยิ่ง ไซ้ นรชน สม มด มี ชาติ์ พึ่ง เยี่ยง สัตว นั้น ไว้ สืบ เบื้อง ฉบับ สอน ๚ะ
๏ ขม สะเดา น้ำ ผึ้ง ทศ กร ปน ปอง ปลูก รศ คน อิก อ้อย น้ำ พัน กลออม ปรน รศ เล่า ขม แห่ง สะเดา น้อย ห่อน เว้น วาย ขม ๚ะ
๏ เขา ใหญ่ สูง ร้อย โยชน คณนา ล้าง ด้วย พล โยธา ราบ ได้ จะ มล้าง พยศ ษา มารยาด นั้น นา แม้ วาย ชีพ แล้ว ไซ้ เรื่อง ร้าย บมี วาย ๚ะ
| กำปั่น เข้า ออก ใน กรุง เทพ | ||||||
| ตั้ง แต่ ณะเดือน เจ็ด วัน พุฒ ขึ้น สิบสี่ ค่ำ จน ถึง วัน พุฒ แรม หก ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เส่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เส่า ก ส ค แทน กำปั่น เส่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| แมกอะลิศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๗ ตัน | ตัลลอก | บอรนิโอกำปะนี | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๔ ค่ำ |
| โคไลอะ | ก ๒ ส ค สยาม | ๕๕๕ | ไมเคลซัน | จื่น | สิงฆโปร | ๑๔ ค่ำ |
| เอนวอย | ก ๒ ส ค สยาม | ๓๓๐ | เดดเลฟซัน | จื่น | สิงฆโปร | ๑๔ ค่ำ |
| บอรนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๙ | ไฮดะ | บานหง | สิงฆโปร | ๑๕ ค่ำ |
| ซะโปตซะแมน | ก ก ฟ สยาม | — | นาย สุก | — | อ่าง สี่ลา | ๑๕ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๑๓ | เรดิมะเกอร์ | มารกวาลด แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๒ ค่ำ |
| พระจุล จอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๑๑๓ | ไลตวุด | วินดซอโรซ แอน โก | ซัวเถา | ๔ ค่ำ |
| แดนนุบ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๑ | นุต้น | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ๕ ค่ำ |
| ไฮดง | ก ๒ ส ค อังกฤษ | ๓๒๕ | ไมลนะ | ฮกโพ | ลงฆโป | ๕ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| ซงเบ้ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | โยนซะ | วินดซอโรซ แอนโก | ฮองกอง | ขึ้น ๑๔ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๗ | ตัลลอก | บอรนิโอ กำปนี | สิงฆโปร | แรม ๒ ค่ำ |
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังฤษก | ๓๔๘ | ไฮดะ | บานหง | สิงฆโปร | ๒ ค่ำ |
| ซะโปตซะแมน | ก ก ฟ สยาม | — | นาย สุก | — | ราชบุรี | ๒ ค่ำ |
| แกโรไลน์ | ก ๒ ส ค สยาม | ๓๓๘ | กอก | จื่น | สิงฆโปร | ๔ ค่ำ |
| วังลี่ | ก ๒ ส ค สยาม | ๓๓๘ | วอก | จื่น | ฮองกอง | ๕ ค่ำ |
| บานหลี่ | ก ๒ ส ค สยาม | ๒๖๐ | มาติน | จื่น | สิงฆโปร | ๕ ค่ำ |
| แฟลกัน | ก ๒ ส ค สยาม | ๓๖๘ | เอเวนซ | จื่น | สิงฆโปร | ๕ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น กล ไฟ เข้า มา แล บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ฯะ | ||||||
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๗๐ บาท
๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤๅ จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้อง การ ล่าม ฤๅ จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรง พิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ พอ สม ควร การ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ
๏ หนังสือ นี้ เปน ที่ ให้ รู้ ทั่ว ตลอด กัน ว่า แต่ ก่อน จีน ลิมซิงซอง คน หนึ่ง จีน ลิม จีน ลิออง คน หนึ่ง จีน ยี่ โอ โต ปุย คน หนึ่ง แล จีน ตันใจซิน คน หนึ่ง ทั้ง สี่ คน นี้ เคย เข้า หุ้น เข้า ส่วน ตั้ง ห้าง มี ชื่อ สินไตลอง บัด นี้ ต่าง คน ต่าง เตม ใจ เลิก เข้า หุ้น เข้า ส่วน เลิก ห้าง นั้น แล้ว ตั้ง แต่ ณวัน เสาร์ เดือน หก แรม สิบห้า ค่ำ ปี วอก ฉศก ๑๒๔๖ แต่ จีน ตันใจซิน จะ ใช้ หนี้ สิน แห่ง ห้าง นั้น จีน ลิมซิงซอง ขอ แจ้ง ความ มา ณวัน เสาร์ เดือน เจด ขึ้น สาม ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ ( ๓ ห ) ๚ะ
แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน
๏ คำนับ มา ยัง ท่าน ทั้งหลาย ที่ เปน เจ้า เงิน เกี่ยว ติด อยู่ กับ ทรัพย มิศเตอร ปีเตอร กาเตอร ผู้ ถึง แก่ กรรม แล้ว ขอ ให้ ท่าน ส่ง บาญชี ย เงิน นั้น มา ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด เปน หนี้ สิน เชิญ ท่าน รีบ มา ใช้ เงิน นั้น ให้ ทัน วัน พุฒ เดือน แปด ปฐมาสาธ แรม ห้า ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ ด้วย เถิด มิศเตอ ซี เอดเลฟเชน เอกเซกุตอร ผู้ จัด การ ทรัพย ของ ผู้ ตาย แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน หก แรม สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ๔ ห ) ๚ะ
การ เลลัง ขาย
๏ จะ มี การ เลลัง ขาย ณวัน เสาร เดือน เก้า ขึ้์น ห้า ค่ำ จะ ขาย ทั้ง บ้าน ทั้ง ที่ ทั้ง ของ สำหรับ บ้าน ของ มิศเตอร ปีเตอร กาเตอร ผู้ ถึง แก่ กรรม แล้ว ถ้า มิ ได้ ขาย เปน การ เงียบ ก่อน เวลา นั้น ของ เหล่า นี้ อยู่ ห้าง ประมาณ สัก แปด สิบ เลลา ข้าง ตวัน ออก จาก ตะภาน แดง ริม คลอง ที่ ตะลาด บางรัก จะ เลลัง ขาย ใน บ้าน ของ ผู้ ถึง แก่ กรรม แล้ว ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง อยาก จะ ซื้อ เปนการ เงียบ การ ไปรเวต เชิญ มา หา ข้า พเจ้า ซี่ เอล เลฟ เซน เอกเซกุ ตอร ผู้ จัด ทรัพย ของ ผู้ ถึง แก่ กรรม แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ๔ ท ) ๚ะ
หมาย ให้ ทราบ ทั่ว กัน
๏ ขอ เชิญ พวก เจ้า หนี้ แล พวก ที่ มี เกี่ยว ข้อง ใน ราย สับเยก โปรตุเกษ เบลี่ซาริโอ บราศ เด บาโรศ ที่ ถึง แก่ อนิจกรรม ตาย ณ กรุง เทพ ฯ นั้น ก็ ให้ มา ร้อง ฟ้อง เสี่ย ที่ ศาล กงซุล โปรตุเกษ นี้ แต่ ใน กำหนด ยี่สิบ วัน ถ้า แล พ้น ไป จาก กำหนด นี้ แล้ว ก็ จะ ไม่ รับ ฟ้อง ของ ท่าน ผู้ ใด เลย ๚ะ
๏ อีก ประการ หนึ่ง แจ้ง ความ ว่า จะ มี การ เลลัง ขาย เครื่อง ใช้ สอย ของ ผู้ ตาย นี้ ที่ ประตู ศาล กง ซุล โปรตุเกษ ณวัน จันทร เดือน เจด แรม สี่ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๚ะ
๏ ศาล กงซุล เยเนอราล โปรตุเกษ ณ กรุง เทพ มหา นคร วัน ที่ ๘ เดือน เม คฤศตศักราช ๑๘๘๕ ปี ( ห ๑ )
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก
AYER'S CHERRY PECTORAL.
๏ ๓ ยา คือ เอเออร์ เจรริ เปกโตรัล สำหรับ แก้ ไอ แก้ หวัด แก้ หืด แก้ ชัก แก้ เจบ คอ แก้ ไอ ร้าย แล ผี ใน อก ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า กิน เกิน กำหนด มัก ให้ เหียน ราก ระวัง อย่า กิน เกิน กำหนด ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก ให้ กิน ตั้ง แต่ ๕๐ หยด จน ถึง ๗๐ หยด ผู้ หญิง พ้น เขตร เดก กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๕๐ หยด เดก อายุ ขวบ เดี่ยว ให้ กิน ๕ หยด สอง ขวบ ๘ หยด สาม ขวบ ๑๐ หยด สี่ ขวบ ๑๒ หยด หก ขวบ ๑๕ หยด สิบ ขวบ ๒๕ หยด สิบห้า ขวบ ๓๐ หยด ถ้า จะ รู้ แน่ ว่า ควร จะ กิน เท่า ไร คน ละคน นั้น ให้ กิน อย่าง น้อย ก่อน แล้ว ค่อย กิน มาก เข้า จน จะ เหียน ราก แล้ว กิน น้อย กว่า นั้น ไป ถ้า ตัว ร้อน ปวด ศีศะ ปวด กะดูก ตัว หนาว ฤา แสบ ตัว กิน ยา เม็ด เอเออร์ ปิลซ์ ให้ ถ่าย ตัว ให้ เลอียด ก่อน แล้ว กิน ยา ขนาน นี้ ต่อ ไป อย่า ออก แดด ร้อน นัก อย่า ออก ที่ หนาว นัก รับ ประทาน แต่ อาหาร ที่ ไฟ ธาตุ ของ ตัว ตี แตก ง่าย ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด