เดือน ๗ แรม ๑๓ ค่ำ, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๓ แผ่น ๔๒ วัน พุฒ เดือน เจ็ด แรม สิบสาม ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
โปรตุกาล

๏ กระษัตร โยฮัน บำรุง ประเทศ โปรตุกาล ให้ จำ เริญ ขึ้น พระองค์ ก็ ยก ราชวัง ไป ตั้ง อยู่ ใน เมือง ลิซะบัน เปน เมือง หลวง แล้ว กระษัตร กับ ราช โอรส ก็ เกณฑ์ กอง ทัพ ไป รบ กับ ชาว ทวีป อัฟริกะ ได้ ไชย ชนะ เมือง หนึ่ง แล้ว ราช โอรส ที่ สาม ชื่อ เฮนรี่ มี ยศ ศักดิ มาก เพราะ ได้ แล่น กำ ปั่น เที่ยว ไป เขา แล่น ไป ภบ เกาะ ชื่อ โประโต ซัน โต แล้ว ก็ ไป ภบ เกาะ มะดรา เขา ก็ ได้ ภบ เกาะ อา โซเร แล้ว ได้ ภบ ประเทศ สอง แห่ง แห่ง หนึ่ง ชื่อ ซี่เอระลีโอน แห่ง หนึ่ง ชื่อ ฆี่เนี่ย อยู่ ข้าง ทิศ ตวัน ออก ใน ทวีป อัฟริกะ ๚ะ

โยอัน ที่ ส่อง

๏ มี คน หนึ่ง ชื่อ บาโธละมายดีอัษ ได้ กลับ มา แต่ แหลม ชื่อ แกบ ออฟ คุดโฮบ แปล ว่า แหลม ไว้ ใจ ดี อยู่ ข้าง ทิศ ใต้ ทวีป อัฟริกะ คน นั้น ให้ ชื่อ ว่า แหลม ทน ทุกข์ ธรมาร เพราะ เหตุ แรก ภบ ถูก ลม ถูก ฝน มาก ตรง แหลม นั้น แต่ บัด นี้ พวก อังกฤษ เรียก แหลม ไว้ ใจ ดี โยอัน ที่ ส่อง ได้ ใช้ บาโธละมายดีอัษ ให้ แล่น กำปั่น ไป ข้าง ทิศ ตวัน ตก เพื่อ จะ ได้ ภบ แผ่นดิน ใหม่ อีก เมื่อ โยอัน ที่ ส่อง ถึง อนิจกรรม แล้ว มี เจ้า องค์ หนึ่ง ชื่อ อี มานุเอล ขึ้น ครอง ราช สมบัติ จน ถึง ศักราช ๑๕๒๑ ปี ใน เวลา ศักราช พระเยซู ๑๔๙๗ ปี กระษัตร องค์ นั้น ก็ ใช้ คน ชื่อ วาษโก ให้ แล่น กำปั่น ไป รอบ แหลม ไว้ ใจ ดี นั้น เปน กำปั่น สี่ ลำ ด้วย กัน แล้ว วาษโก ก็ แล่น ไป ถึง เมือง โคอา อยู่ ใน ประเทศ อินเดีย เปรียบ เหมือน วาษ โก ได้ ทำ หน ทาง ใหม่ ที่ จะ ไป ถึง อินเดีย เมือง โคอา นั้น ตั้ง อยู่ ใน ประเทศ อินเดีย ข้าง เทล อะแรเบี้ย ตั้ง อยู่ บน เกาะ แห่ง หนึ่ง เกาะ นั้น ตั้ง อยู่ ที่ ปาก แม่ น้ำ มานโดวา เกาะ นั้น วัด โดย รอบ เปน ประมาณ สอง โยชน์ ครึ่ง เมือง โคอา แบ่ง ออก เปน สอง ส่วน ส่วน หนึ่ง เก่า ส่วน หนึ่ง ใหม่ ส่วน เก่า อยู่ จาก ปาก แม่ น้ำ ขึ้น ไป ประมาณ โยชน์ ครึ่ง เดี๋ยว นี้ ส่วน เก่า มี คน น้อย แต่ ทว่า มี โรง สวด โต ใหญ่ หลาย แห่ง ส่วน ใหม่ ตั้ง อยู่ ที่ ปาก แม่ น้ำ ข้าง ใน ป้อม เจ้า เมือง กรมการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย อาไศรย อยู่ ใน ส่วน ใหม่ เมือง โคอา มี ท่า จอด สอง แห่ง ริม ท่า จอด มี ป้อม ต่าง ๆ กัน แล ป้อม มี ปืน ใหญ่ ใน เวลา ๑๕๑๐ ปี ชาว โปรตุกาล คน หนึ่ง ที่ เปน นาย ทหาร ได้ ไชย ชนะ เมือง นั้น ตั้ง แต่ ๑๕๕๙ ปี กระษัตร โปรตุกาล ครอง ทรัพย สมบัติ ใน เมือง อินเดีย ที่ ขึ้น แก่ กระษัตร โปรตุกาล ได้ อาไศรย อยู่ เมือง โคอา เมือง นั้น ได้ ค้า ขาย ด้วย โปรตุกาล แล เมือง จีน แล เมือง บาง เมือง ใน ทวีป อัฟริกะ สินค้า เมือง นั้น คือ น้ำ ตาล ทราย แล ยา นัด แล พริก ไท แล ดิน ประสิว ขาว แล เพชร์ พลอย แล ไม้ จันทน์

๏ เมื่อ คฤษศักราช ๑๕๐๕ ปี ที่ อินเดีย มี เจ้า เมือง โปรตุกาล ชื่อ ฟรันซิสโค อัลเมดา แล เจ้า เมือง นั้น กับ บุตร ของ ตน ได้ เอา เรือ รบ ไป ทวีป อาฟะริกะ ได้ ตี เอา หลาย เมือง เมือง นั้น ได้ ขึ้น แก่ ประเทศ โปรตุกาล บุตร ท่าน เจ้า เมือง คน นั้น เอา เรือ รบ แล่น ไป ถึง เมือง ลังกา แล ชาว เกาะ นั้น กับ คน นั้น ได้ ค้า ขาย ด้วย แล บุตร เจ้า เมือง นั้น ได้ กลับ ไป ถึง เมือง โคอาได้บันทุก อบเชย เทศ หลาย ร้อย หาบ แล้ว ภาย หลัง ชาว ประเทศ โปรตุกาล นั้น ได้ ไป ตั้ง โรง พ่อ ค้า หลาย แห่ง แล ได้ ไชย ชนะ แก่ ชาว เกาะ นั้น แต่ ทว่า เหตุ เพราะ ความ ร้าย ของ ชาว โปรตุกาล นั้น ชาว เกาะ นั้น ไม่ สู้ ชอบ กับ เขา เหตุ ดั่ง นั้น ชาว เกาะ ขอ ให้ พวก ฮอลันดา มา ช่วย ไล่ พวกโปรตุกาล ให้ ไป จาก เกาะ ลังกา นั้น เสีย แล พวก ฮอลันดา ได้ ช่วย ชาว เกาะ นั้น ได้ ตี เอา เมือง โค ลำโป เปน หัว เมือง ใน เกาะ นั้น แล ได้ ไล่ พวก โปรตุกาล เสีย เวลา นั้น เปน คฤศตศักราช ๑๖๕๖ ปี ตั้ง แต่ เวลา นั้น พวก โปรตุกาล ไม่ ได้ ครอง ใน เกาะ ลังกา นั้น ๚ะ

๏ กระษัตร อีมานุเอล ได้ ใช้ คน ชื่อ คาปะรัล ให้ แล่น ด้วย กำปั่น บาง ลำ จะ ไป ถึง อินเดีย ตวัน ออก แล้ว คน นั้น ได้ แล่น ไป จาก เมือง ลิซะบัน แล เมื่อ ได้ แล่น ศัก เดือน ครึ่ง ได้ ภบ ดิน แห่ง หนึ่ง คิด ว่า เปน แต่ เกาะ อยู่ ริม อัฟริกะ แต่ ทว่า ดิน นั้น เปน อเมริ กะ ใต้ แล้ว คน นั้น ก็ ได้ จอด กำปั่น อยู่ ที่ นั้น แล อีก วัน หนึ่ง ได้ ขึ้น ไป บน บก กับ พวก ทหาร ที่ ไป ด้วย เอา ดิน นั้น ว่า เปน ของ กระษัตร โปรตุกาล กระษัตร อีมานุเอล ได้ ให้ ชื่อ แก่ ดิน นั้น ว่า บระสิล เหตุ เพราะ ใน ที่ นั้น มี ไม้ แดง เปน อัน มาก แต่ ทว่า พวก โปร ตุกาล ไม่ เอา ใจ ใส่ ถึง ประเทศ บราสิล นั้น เหตุ เพราะ เขา ยัง หา เงิน ทอง อยู่ ใน ที่ นั้น แต่ ทว่า เขา ได้ ใช้ กำปั่น สอง ลำ ทุก ปี ๆ ไป ถึง เมือง นั้น เอา คน มี โทษ มาก กับ ผู้ หญิง ที่ เปน หญิง กรอก ให้ ไป อยู่ ที่ นั้น แล เมื่อ กำปั่น นั้น กลับ มา ก็ บันทุก สิน ค้า คือ ไม้ สำหรับ ย้อม ผ้า แล นก แก้ว แล ชิง แล ใน เวลา ศักราช พระเยซู ได้ ๑๕๔๘ ปี กระษัตร โปรตุกาล ได้ ไล่ พวก ยูดาย ให้ ไป อยู่ ใน ประเทศ บระสิล นั้น เหตุ ดั่ง นั้น พวก ยูดาย ได้ เอา ยอด อ้อย มา จาก เกาะ มะเดรา ปลูก ใน ที่ นั้น แล เมื่อ กระษัตร อีมานุเอล ได้ ยิน ว่า พวก ยูดาย ได้ ทำ ดั่ง นั้น พระองค์ ก็ ใช้ คน หนึ่ง ให้ เปน เจ้า ใน เมือง นั้น ๚ะ

๏ ใน ศักราช พระเยซู ๑๕๑๒ ปี มี ชาว โปรตุกาล คน หนึ่ง ชื่อ มาเซลัน ได้ แล่น กำปั่น ภบ เกาะ หมู่ หนึ่ง ชื่อ โมลุกัษ ตั้ง อยู่ ข้าง ทิศ ตวัน ออก เมือง สิงฆะ โประ คือ เมือง ใหม่ อยู่ ที่ กลาง เกาะ เซเลเบซ์ กับ เกาะ ปาปูอา ใน หมู่ เกาะ นั้น ก็ มี สาคู แล สาเก แล โกโก แล ลูก ไม้ หลาย อย่าง แล มี ต้น มะเกลือ แล ไม้ เตง แล ไม้ ศัก เมื่อ คน นั้น ได้ ภบ หมู่ เกาะ นั้น พวก อารบ ได้ อาไศรย อยู่ ที่ นั้น แล สาศนา ใน เกาะ นั้น เปน สาศนา มะหะมัด แล ชาว โปรตุกาล ได้ ไชย ชนะ แก่ หมู่ เกาะ นั้น ได้ อาไศรย อยู่ ใน ที่ นั้น จน ถึง เวลา ศักราช พระเยซู ๑๕๐๐ ปี ใน เวลา นั้น พวก โฮลันดา ก็ มา รบ กับ พวก โปรตุกาล ไล่ ให้ ไป จาก เกาะ นั้น แล ภาย หลัง ใน ศักราช พระเยซู ๑๕๒๐ ปี มา ฆลัน ได้ แล่น กำปั่น ไป ถึง ทิศ ข้าง ใต้ อะเมริกะใต้ ได้ ภบ ช่อง เทล แห่ง หนึ่ง ให้ ชื่อ ของ ตน แก่ ช่อง นั้น แล ช่อง นั้น มี ชื่อ เหมือน กัน ตราบ เท่า ทุก วัน นี้ ๚ะ

๏ เพราะ เหตุ กำปั่น โปรตุกาล ได้ แล่น ไป มา ใน เวลา นั้น กำปั่น เมือง อื่น ได้ มา ค้า ขาย ใน เมือง ลิซะบัน เปน อัน มาก แล เมื่อ กระษัตร อีมานูเอล สิ้น พระ ชนม์ ใน ศักราช พระเยซู ๑๕๒๑ ปี พระราช โอรส ก็ ได้ ครอบ ครอง ราชสมบัติ ชื่อ ว่า โยอัน ที่ สาม เมื่อ โยอัน ที่ สาม เปน กระษัตร ก็ ได้ ใช้ คน ให้ แล่น กำปั่น ไป หลาย ลำ เขา ได้ ภบ ที่ ดิน ใหม่ หลาย แห่ง แล้ว ได้ ค้า ขาย ใน อินเดีย ข้าง ทิศ ตวัน ออก นั้น เพราะ เหตุ ดั่ง นั้น สมบัติ ใน เมือง โปรตุกาล จึง บริบูรณ์ ขึ้น เปน อัน มาก แล ใน ศักราช พระเยซู ๑๕๓๖ ปี กระษัตร นั้น ก็ ยอม ให้ บาทหลวง ตั้ง กฎหมาย ข่ม ขี่ คน ที่ ไม่ ถือ ตาม บาทหลวง ก็ ยอม ให้ บาทหลวง จำพวก หนึ่ง ชื่อ เยซูอิด ให้ เข้า มา ใน ประเทศ โปร ตุกาล ใน ศักราช พระเยซู ๑๕๔๐ ปี บาทหลวง จำ พวก นั้น ยัง ไม่ ได้ ไป อาไศรย ใน ประเทศ อื่น ใน ทวีป ยูโรป นั้น แล้ว บาทหลวง บาง คน ก็ ไป เที่ยว สั่ง สอน ใน อินเดีย ซึ่ง ขึ้น แก่ กระษัตร โปรตุกาล แล้ว กระษัตร โยอัน ที่ สาม ได้ เลือก บาทหลวง พวก นั้น ให้ เปน ครู สั่ง ส่องพระราช โอรส ซึ่ง เปน โอรส หัว ปี ซึ่ง จะ ได้ เปน กระษัตร แทน บิดา เมื่อ บิดา สิ้น พระชนม์ แล้ว ๚ะ

๏ พระราช โอรส นั้น ได้ ครอบ ครอง สมบัติ แทน พระราช บิดา ได้ ชื่อ ว่า เซบาซะเตียน ได้ ถือ ตาม เยซูอิด นั้น ได้ สนทนา ด้วย ครู บ่อย ๆ ว่า ถึง เวลา ที่ ไป รบ ด้วย พวก มะรอโก ซึ่ง อยู่ ใน ทวีป อัฟริกะ แล เมื่อ กระษัตร นั้น มี พระชนม์ ได้ ๒๐ ปี ก็ คุม พล ทหาร ชาว พวก โปรตุกาล ประมาณ แปด ร้อย เก้า ร้อย คน ไป รบ กับ เมือง ทันเกีย ไป ตี เอา เมือง นั้น ได้ เพราะ เหตุ ว่า เมือง ทันเกีย นั้น มิ ได้ มี สำคัญ ว่า พวก โปรตุกาล นั้น จะ เปน ฆ่า ศึก มา รบ เหตุ ที่ กระษัตร ได้ ไชย ชนะ แก่ เมือง ทัน เกีย นั้น แล้ว อยู่ มา อีก สาม ปี กระษัตร นั้น ได้ คุม พล ทหาร พวก โปรตุกาล ประมาณ ๙๐๐๐ คน พวก ฮอลันดา ๓๐๐๐ คน พวก อังกฤษ ๗๐๐ คน พวก ซะปา เนีย ๒๓๐๐ คน ทหาร เหล่า นั้น ลง กำปั่น รบ ประมาณ ๑๐๐๐ ลำ ทั้ง ใหญ่ ทั้ง เล็ก แล กำปั่น เหล่า นั้น ก็ แล่น มา จอด อยู่ ที่ เมือง หนึ่ง ชื่อ อลยิรา แล ครั้ง นั้น กระษัตร เมือง มะรอโก ได้ คุม พล ทหาร ประมาณ ๑๐๐๐๐๐ คน ได้ มา รบ กระษัตร เซบาซะเตียน ที่ เมือง นั้น แล้ว ก็ สนทนา กับ กระษัตร นั้น ว่า จะ ทำ ไมตรี แก่ กัน แต่ กระษัตร เซบาซะเตียน มิ ได้ ยอม ทำ ไมตรี ด้วย แล้ว มา อีก น่อย หนึ่ง ทหาร ทั้ง สอง ฝ่าย นั้น ได้ ทำ สงคราม กัน แล ทหาร ข้าง กระ ษัตร มะรอโก ได้ ไชย ชนะ แก่ ทหาร กระษัตร เซบา ซะเตียน แล้ว กระษัตร เซบาซะเตียน ได้ สิ้น พระ ชนม์ ใน เวลา นั้น แล เจ้า ซึ่ง ไป ด้วย หลาย องค นั้น ก็ ตาย ใน เวลา นั้น สิ้น แล พวก ทหาร ทั้ง ปวง ก็ ตาย เปน อัน มาก ยังเหลือ ทหาร อยู่ แต่ ห้าสิบ คน เท่า นั้น ๚ะ


๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ

การ สมโภช ช้าง พลาย สำคัญ
ที่ กรุง เก่า

๏ บัด นี้ กำหนด จะ ได้ ตั้ง พิธีรนน ไชยมาตร แล การ สมโภช ณวัน แรม ๑๒ ค่ำ ๑๓ ค่ำ ๑๔ ค่ำ เดือน แปด บุบ พาสาธ จะ ได้ นำ ช้าง พลาย สำคัญ ลง แพ ล่อง ลง มา กรุงเทพ ๚ะ

ฝน ตก

๏ ทุก ปี ๆ ตั้ง แต่ กลาง เดือน หก จน กลาง เดือน เจด มัก มี ฝน ชุก ชุม แผ่นดิน ชื้น เปน อัน มาก ชาว นา มัก ขยัน จัด การ นา แล ตก เข้า กล้า แล ปัก ดำ ปี นี้ ที่ กรุง เทพ ใน เวลา ที่ กำหนด แล้ว นี้ ฝน แล้ง ตก น้อย มา ตก มาก น่อย หนึ่ง เมื่อ เดือน เจด แรม หก ค่ำ แรม แปด ค่ำ ๚ะ

กำปั่น ไฟ ที่ จะ เข้า มา ยัง กรุง

๏ กำปั่น ไฟ เฮกุบะ ได้ ออก จาก เมือง สิงฆโปร วัน เสาร์ เดือน เจด แรม เก้า ค่ำ ที่ จะ ถึง กรุง เทพ ณวัน พุฒ เดือน เจด แรม สิบสาม ค่ำ กำปั่น ไฟ พระจุณ จอม เกล้า ได้ ออก จาก เมือง ซัวเถา วัน ศุกร เดือน เจด แรม ค่ำ หนึ่ง แล ได้ มา ถึง กรุง เทพ วาน นี้ กำปั่น ไฟ ไตจิ๋ว ได้ ออก จาก เมือง ซัวเถา ณวัน พุฒ เดือน เจด แรม หก ค่ำ แล้ว ที่ จะ มา ถึง กรุง เทพ ณวัน อาทิตย เดือน แปด ปถมา สาธ ขึ้น สาม ค่ำ ๚ะ

ข่าว เลื่อง ฦา กัน

๏ ข่าว ฦา กัน ว่า แต่ ก่อน นี้ แต่ ขะโมย ย่อง เบา ทุก วัน นี้ ตาม บึ้ง ตาม บาง ตาม บ้าน นอก ได้ ยิน แต่ ปล้น กัน ทำ ไม จะ หา ขุนนาง สัจ ซื่อ ไม่ เหน แก่ เงิน สินบน ออก ไป ชำระ จะ ไม่ มี ที่ เดียว ฤา ถ้า เหน แก่ เงิน ชำระ อย่าง ไร ก็ ไม่ หมด คน ร้าย ด้วย หวย เบี้ย ถั้ว โป มัน เข้า สิง มัน มัน ไม่ มี เงิน จะ เล่น มัน ก็ ต้อง ปล้น ข่าว ฦๅ กัน ว่า โปลิศ วิ่ง ราว แขก ที่ หัว ป้อม แง้ม น่า วัด โพ ที่ สี่ กั๊ก บ้าน ม่ะ ก็ วิ่ง ราว ถ้า แต่ อย่าง นี้ แล้ว ราษ ฎร ชาว สวน ชาว นา ที่ มี เงิน จะ นอน ตา ไม่ หลับ กลัว จะ ถูก ปล้น ชาว สยาม ฯะ

คำ ร้อง ทุกข

๏ ข้าพเจ้า นาย เณร นาย น้อย นาย แผ้ว นาย มิ่ง นาย ปล่อง นาย เซียง นาย หมอก นาย พวง จีน อ่วม อำแดง นาก ภรรยา นาย ปั้น ชาว เมือง สววรคโลกย ซึ่ง ต้อง จำ อยู่ นั้น คำนับ มา ถึง ท่าน เอไดตอร เจ้า ของ จด หมาย เหตุ สยาม ไสมย ด้วย ข้าพเจ้า สัต ผู้ ยาก เปน คน มืด แล บุญ น้อย ไม่ รู้ อะไร แล้ว เปน คน เขญ ใจ ที่ สุด เหลือ ปัญา ชั้น ปลา ร้า ไม่ มี จะ กิน อัฐ พัศ ก็ หมด สิ้น ยัง แต่ กาย ฃอ ท่าน ได้ เอา เรื่อง ข้าพเจ้า สัต ผู้ ยาก ช่วย ใส่ ลง ใน สยาม ไสมย ด้วย เพื่อ จะ ให้ ท่าน ผู้ มี ปัญา อ่าน เล่น ขัน ๆ ต่อ ไป เบื้อง น่า นั้น ท่าน ทั้งหลาย อย่า เอา เยี่ยง ข้าพเจ้า เลย แต่ เดิม เมื่อ จุลศักราช ๑๒๔๖ นั้น ข้าพเจ้า กับ ผู้ มี ชื่อ ได้ เข้า รับ เปน ลูก จ้าง เดือน ที่ ลูก ค้า ทั้งหลาย ที่ ซื้อ ขาย ไม้ ขอน สัก ใน เมือง สววรคโลกย เดือน หนึ่ง แปด บาท บ้าง ราย วัน ๆ ละ สลึง บ้าง ภอ ได้ เสีย ข้า ราช การ เหลือ รับ ประทาน บ้าง ครั้น อยู่ มา มี คน อาธรรม์ หยาบ ช้า ฟ้อง หา กล่าว โทษ ข้าพเจ้า ว่า เปน ผู้ ร้าย ลง มา ยัง กรุง เทพ ฯ ด้วย ข้อ ผิด หา มิได้ จึง มี พระ บรม ราชโองการ โปรด เกล้า ฯ ให้ มี ข้า หลวง ตำรวจ ขวา ถือ อำนาถ มี หลัก คา ไป ชำระ พวก ข้าพ เจ้า ปราถนา จะ มิ ให้ เปน เสี้ยน หนาม แผ่นดิน ได้ มิ ใช่ ฦๅ ครั้น ถึง จึ่ง เอา ตัว ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ใส่ ตรวน ขัง ตราง ไล่ เลียง ไต่ ถาม มิ ให้ มี นาย ประ กัน หา เปน ยุติธรรม มิได้ จน นาย ปั้น ถึง แก่ อนิจ กรรม ช้ำ ตาย ใน ตราง ความ ก็ หา ตก ลง แล้ว ไม่ ท่าน จึ่ง เอา เรือ ฉลอม บันทุก พวก ข้าพเจ้า นักโทษ ล่อง ลง มา ยัง กรุง เทพ ทั้ง ตัว โจท แต่ โจท นั้น ท่าน เปน ผู้ มี วาศนา เปน พระยา เมือง สววรคโลกย ท่าน แต่ง ทนาย มา แทน แม้น ข้าพเจ้า จะ เล่า อีก ก็ ยัง มาก แล้ว ยาก ที่ ข้าพเจ้า จะ เขียน ฯะ

๏ ครั้น ถึง กรุง เทพ แล้ว ท่าน ข้า หลวง ก็ ส่ง ข้า พเจ้า นักโทษ ทั้งปวง ขึ้น อยู่ ตำบล บ้าน บางจาก ชำระ ความ ข้าพเจ้า ที่ ศาล หลวง ใช้ สี่ เข้า จน ถึง เวลา หก โมง เย็น ก็ หยุด ภอ ดึก ประมาณ สอง ยาม เสศ ภอ หวย ออก ท่าน ผู้ คุม ก็ คุม นักโทษ ผู้ มี ชื่อ ไป ว่า ความ ที่ ศาลา หลวง สี่ ๆ เข้า ท่าน ก็ ใช้ ทั้ง สี่ ทั้ง ซ้อม วัน หนึ่ง เกวียน ปั้น แต่ ตัว โจท ท่าน ก็ ปล่อย กลับ ไป เมือง เสีย แล้ว ข้าพเจ้า สัต ผู้ ยาก ยัง แต่ ก็ จะ ตาย ขอ ท่าน ผู้ มี วาศนา จง ช่วย ข้าพเจ้า ด้วย เทอญ ๚ะ

คำ ถาม ความ ที่ ยัง มัว

๏ ข้าพเจ้า ผู้ เปน คน กลาง แต่ มี ใจ รัก ใน ที่ จริง ที่ ถูก ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เอไดตอร ขอ ท่าน ได้ ช่วย เอา คำ ของ ข้าพเจ้า นี้ ลง ใน หนังสือ สยาม ไสมย ด้วย ข้าพเจ้า มี ความ ขอบ ใจ ท่าน ๆ ได้ อุส่าห์ ลง พิมพ์ สยาม ไสมย ให้ คน ทั้งหลาย รู้ เหตุ ต่าง ๆ ข้า พเจ้า ได้ อ่าน ของ ท่าน ใน วิก เดือน หก ขึ้น เก้า ค่ำ ปี ระกา สัปตศก น่า ๔๙๘ มี คำ ว่า แก้ ใน พระไตร ปิฎก เปน ทาง ชี้ ว่า พระไตร ปิฎก จะ เชื่อ ได้ ฤๅ มิได้ นั้น ข้าพเจ้า อ่าน แล้ว ก็ มี ความ ยินดี ด้วย ท่าน ผู้ แต่ง ชี้ แจง ไว้ เปน หลาย ข้อ ควร จะ สดับ ตรับ ฟัง แต่ มี ข้อ หนึ่ง ใน หนังสือ นั้น ที่ ว่า เหตุ ใด เหตุ ว่า ครั้น เรา ชันสูตร แล้ว ว่า ไม่ มี เวียน เกิด เวียน ตาย เรื่อง ราว ทั้ง นี้ เปน อัน สับปลับ มุสาวาท เสี่ย สิ้น ที่ กล่าว มา นี้ ก็ เปน ที่ น้ำ ใจ ให้ ตริ ตรอง แล้ว ก็ แต่ ที่ ท่าน ชันสูตร นั้น ข้าพเจ้า แล คน ทั้งหลาย เหน ว่า ยัง เปน แต่ คำ เลย ๆ ลอย ๆ อยู่ ไม่ เปน ประโยชน์ แก่ ผู้ ที่ ได้ ยิน ได้ ฟัง เหตุ ฉะนี้ ขอ ท่าน ผู้ แต่ง เรื่อง นั้น ได้ มี คำ ตอบ อีก สัก ครั้ง หนึ่ง ว่า ที่ ท่าน ชัน สูตร ถึง การ เวียน เกิด เวียน ตาย ว่า จะ มี จริง ฤๅ ไม่ นั้น ด้วย ท่าน ได้ กระทำ เปน ประการ ใด จน รู้ ได้ ถ้า ท่าน ได้ ช่วย ชี้ แจง แสดง การ นั้น ออก ให้ ปรากฏ แล้ว ก็ จะ เปน ที่ น่า สรรเสริญ มาก นัก ข้า พเจ้า อวย พร มา ขอ ให้ มี ความ ศุข เถิด ๚ะ

เรื่อง นิยาย

๏ มี นิทาน อยู่ เรื่อง หนึ่ง ตา กับ ยาย สอง คน ผัว เมีย ตา อายุศม ได้ แปด สิบ ยาย อายุศม ได้ เจด สิบ สอง คน รวม เปน อายุศม ร้อย ห้า สิบ เดิม สอง คน ผัว เมีย ถือ สาศนา ตาม พระบาพี่ ครั้น อยู่ มา ตา รำ พึง คิด เหน ว่า คน ซึ่ง ถือ สาศนา ตาม พระบาพี่ นั้น ไม่ กลัว แก่ ความ บาป ตัด สิน ความ ไม่ เปน ยุติธรรม เหน แต่ จะ ได้ สินบน ฝ่าย เดียว ตา จึ่ง มา คิด เหน ว่า คน ซึ่ง ถือ สาสนา ตาม พระบาพี่ มิ ได้ กลัว ความ บาป กิน แล้ว หา แต่ ความ เปน นัก เลง เล่น เบี้ย สูบ ฝิ่น กิน เหล้า ครั้น ไม่ มี เงิน แล้ว เที่ยว ลัก ขะโมย ขี้ฉ้อ ส่อ เสียด โกหก ต่อ แหล กด ขี่ ข่ม เหง ซึ่ง กัน แล กัน ทำ การ มิ ดี ต่าง ๆ ความ ทั้ง นี้ ขุนนาง เจ้า นาย ก็ ได้ รู้ อยู่ ด้วย กัน ทั้ง สิ้น ผู้ ร้าย ตาม หัว เมือง ก็ ชุก ชุม แต่ ก่อน มี แต่ ขะโมย ย่อง เบา ทุก วัน นี้ ผู้ ร้าย มั่ว สุม ชุมนุม กัน เข้า ปล้น สดม โค กระบือ ทั้ง กลาง วัน กลาง คืน ราษฎร ชาว สวน ชาว นา ชาว บ้าน นอก ได้ ความ ยาก แค้น เดือด ร้อน หา รู้ ที่ จะ ทำ ประการ ใด ไม่ ครั้น จับ ได้ ผู้ ร้าย ก็ ต้อง เปน ความ กับ ผู้ ร้าย ขุนนาง เจ้า นาย ก็ ไม่ ช่วย ทุกข์ ของ ราษฎร บ้าง ที่ รู้ ก็ ทำ เปน ไม่ รู้ ทิ้ง ทุกข ไว้ กับ พระ เจ้า แผ่นดิน องค เดียว ตา จึ่ง มา คิด เหน ว่า เรา จะ ถือ ตาม พระบาพี ก็ จะ ต้อง ประพฤติ์ การ บาป ตา จึ่ง ได้ ลา จาก ศีล พระ บาพี เข้า ถือ คฤศศาสนา เปน พวก คฤศเตียน ๆ เขา ถือ ว่า ใน โลกย เรา นี้ มี พระ เจ้า องค เดียว สวรรค ๆ เดียว นรก ๆ เดียว พระ อาทิตย ก็ ดวง เดียว การ ซึ่ง กล่าว มา แล้ว ทั้ง นี้ รวม กัน ทั้ง โลกย มิ ใช่ ของ เอง ของ กู ใน คฤศ ศาสนา ท่าน ว่า เกิด หน เดียว ตาย หน เดียว มี สวรรค นรก เปน เบื้อง น่า ซึ่ง กล่าว ว่า เวียน เกิด เวียน ตาย ความ ข้อ นี้ ไม่ จริง ถ้า ท่าน ผู้ ใด มี ความ ติด ใจ สงไสย ตา จะ ยก เรื่อง พระไตร ปิฎก เรื่อง เวียน เกิด เวียน ตาย เรื่อง ฆ่า สัตว ตัด ชีวิตร ให้ ท่าน ทั้งหลาย ฟัง จะ ได้ สิ้น ข้อ วิมุติ สงไสย แต่ จะ ต้อง คอย ฟัง เอา วิก น่า ยัง มี นิทาน อีก เรื่อง หนึ่ง พระ มหา กระษัตร ใช้ ให้ คน ไป เลี้ยง เสือ ให้ เงิน ไป ซื้อ หมู ให้ เสือ กิน วัน ละ บาท เสือ ได้ กิน แต่ สาม สลึง ให้ ไป กำ กับ อีก คน หนึ่ง เปน สอง คน เสือ ได้ กิน แต่ สลึง ให้ ไป กำ กับ อีก คน หนึ่ง เปน สาม คน เสือ ได้ กิน สลึง หนึ่ง ครั้น ให้ ไป กำ กับ อีก คน หนึ่ง ครบ สี่ คน เสือ นั้น จึ่ง ได้ ตาย เปรียบ ดุจ ดัง กล่าว โทษ ขุน ศาล ร้อง กับ ท่าน ลูกขุน กล่าว โทษ ลูกขุน ร้อง กับ ท่าน แม่ กอง กล่าว โทษ แม่ กอง ต้อง ไป ถวาย ฎีกา แต่ ศาล ฎีกา นั้น เหน จะ ไม่ รับ สินบน ถึง จะ รับ สิน บน ยัง มี ศาล ยุติธรรม ราษฎร ยัง มี ที่ พึ่ง อยู่ ก็ ที่ ตรง ศาล ยุติธรรม แต่ จะ ไป ถึง ศาล ยุติธรรม เหน จะ ต้อง คลาน ขึ้น ไป เหมือน กับ นิทาน เลี้ยง เสือ นิทาน สอง เรื่อง นี้ มี ที่ เมือง พม่า จะ ขอ เตือน สะติ คน ใน กรุง สยาม ท่าน ผู้ ดี มี ทรัพย มาก ผิด กับ คน ชาว ยุโรป คน จีน เมือง สิงฆะโปร เมือง ฮองกง ฝรั่ง ให้ คน โทษ ระเบิด เขา แล้ว จ้าง เจ๊ก หาบ ไป ถม ที่ ชาย เทล ถม จน ตื้น ปลูก ตึก ให้ ราษฎร เช่า คน จีน ทำ มา หา ได้ กลับ ไป บ้าน ซื้อ สวน ซื้อ นา ปลูก ตึก ให้ คน เช่า ชาว กรุง สยาม ความ เรื่อง นี้ ไม่ มี ใคร คิด เลย หวง ทรัพย เอา ไว้ ป่วย การ เสีย เปล่า มี ลูก ก็ ไม่ ฝาก ให้ ไป เล่า เรียน หวง ลูก ไว้ โง่ กับ บ้าน ศิลปสาตร วิชา ความ รู้ ก็ ไม่ มี ลูก จะ ไป ข้าง ไหน สัก หน่อย ก็ ตาม ประคับ ประคอง เหมือน พ่อ แม่ จะ พึ่ง บุญ ลูก คน จีน มา เมือง ไทย พ่อ แม่ ก็ ไม่ ได้ ประ คับ ประคอง ทำ มา หา ได้ ยัง อุส่าห ฝาก เงิน ไป ให้ พ่อ แม่ คน ใน กรุง สยาม พ่อ แม่ อุปถาก ลูก ครั้น ลูก โต ขึ้น มี แต่ จะ ล้าง ผลาญ เงิน ทอง ของ พ่อ แม่ ทำ อย่าง ไร จะ ได้ เหมือน กับ คน จีน คำนับ มา ยัง ท่าน เอไดเตอ ทุก วัน นี้ ราษฎร ได้ ความ ยาก แค้น เดือด ร้อน เหลือ ทน ท่าน เอไดเตอ ก็ ย่อม จะ ทราบ อยู่ บ้าง เมื่อ ไร พระเจ้า จะ โปรด ให้ คน อาสัตย อาธรรม กลับ เปน คน ตรง เข้า ๚ะ

กล่าว ด้วย ฆ่าสัตว ตัด ชีวิตร
ให้ สิ้น ข้อ วิมุติ สงไสย

๏ ว่า ด้วย ฆ่า สัตว ตัด ชีวิตร ถาม ว่า เขา ย่อม ว่า ฆ่า สัตว เปน บาป ส่วน ด้วย ฆ่า สัตว ตัด ชีวิตร ท่าน ถือ เปน ประการ ใด บ้าง แก้ ว่า อัน ว่า ฆ่า สัตว นั้น แบ่ง เปน สอง สถาน ฆ่า มนุษ สถาน หนึ่ง ฆ่า สัตว เดระฉาน นั้น สถาน หนึ่ง ตาม เรา ได้ สำแดง ใน บท กล่าว ด้วย พระบัญัติ มหา กระษัตร แล เจ้า นาย ผู้ ประกอบ ด้วย อาญา สิทธิ์ เขา ล้าง ชีวิตร โจร ผู้ ร้าย พวก กระบถ ได้ อนึ่ง ใน การ ณรงค สงคราม ที่ จะ ฆ่า ฟัน สัตรู ซึ่ง มา ประจน ก็ หา โทษ บาป มิ ได้ นอก กว่า นั้น ผู้ ใด ฆ่า มนุษ คือ กระ ทำ อกุศล กรรม ข้าง แผ่นดิน ย่อม ลง ราช อาญา ให้ ตก ตาม ข้าง ศาสนา กำหนด โทษ ถึง นรก ชั่ว นิรันตร ไป ฝ่าย ว่า ฆ่า สัตว เดระฉาน ถ้า แล ฆ่า มัน เสีย ด้วย โทษ จิตร สำแดง เปน ใจ ร้าย ไม่ บังควร เลย แต่ ว่า บุคคล ผู้ ใด ฆ่า สัตว คือ จร เข้ แล เสือ เปน อาทิ สัตว ที่ รบ กวน กีด ขวาง กระ ทำ อันตราย ต่าง ๆ เหมือน หนึ่ง มด ยุง ริ้น กะนี้ ฆ่า สัตว เพื่อ ประโยชน ทำ ยา ฤๅ จะ ทำ เครื่อง ใช้ สอย ฤๅ ว่า เอา เนื้อ มัน มา ขาย แล บริโภค เปน อาหาร เลี้ยง ชีวิตร ทำ ดัง นี้ ไม่ มี โทษ บาป หา มิ ได้ ถาม ว่า เหตุ ใด เมื่อ ฆ่า สัตว เดระฉาน อย่าง นี้ ไม่ มี บาป จง วิสัชนา ให้ เข้า ใจ แก้ ว่า เหตุ ด้วย พระเจ้า ได้ ตั้ง มนุษ ไว้ เปน นาย ใหญ่ ครอบ ครอง สัตว เดระฉาน ทั้งปวง แล สัตว ทั้งหาย นั้น พระ องค ได้ สร้าง ตบ แต่ง ไว้ เพื่อ เปน ประโยชน แก่ มนุษ ทุก อย่าง ทุก ประการ ท่าน จง พิจารณา แล ดู รูป ร่าง สี่ สัน น่า ตา แห่ง มนุษ จึ่ง จะ เข้า ใจ ว่า มนุษ นั้น เปน นาย แห่ง สัตว เดระฉาน มนุษ ยื่น ตรง เหลียว แล ได้ ทุก ทิศ ทุก ข้าง ทั้ง เบื้อง บน เบื้อง ต่ำ ตั้ง อยู่ ใน โลกย เหมือน หนึ่ง เจ้า ของ อยู่ ใน เรือน แห่ง ตน สัตว ทั้งปวง ได้ ยิน สุระ เสียง มนุษ บ้าง ก็ ตัว สั่น นบ นอบ ด้วย ยำ เกรง บ้าง ก็ สะดุ้ง ตก ประ หม่า ประถาด หนี ไป สัตว ทั้งปวง กลัว ฝีมือ แล เครื่อง มือ แห่ง มนุษ มิ อาจ สามาถ จะ ต่อ สู้ ตั้ง อยู่ ได้ แม้น เด็ก คน หนึ่ง บังคับ บัญชา ฝูง โค กระบือ ช้าง ม้า ได้ สบาย สัตว ใหญ่ ๆ ประกอบ ด้วย กำลัง มาก เหน ปาน ดั่ง นั้น ยัง สัตง กลัว พั่ง บังคับ กุมาร เด็ก เล็ก น้อย สำคัญ ว่า มนุษ เปน นาย สัตว เดระฉาน จริง เทียา แท้ พระเจ้า ได้ สร้าง ประทาน สัตว เดระฉาน ทั้ง สิ้น เพื่อ เปน ประโยชน แก่ มนุษ ทุก อย่าง สาระพัด ปลา ใน ห้วย คลอง หนอง บึง ละหาน แม่ น้ำ แล เทล มหา สมุท ชะนิด น้อย ใหญ่ เกิด มา สำหรับ อะไร มิ ใช่ สำหรับ แต่ จะ เปน อาหาร แก่ มนุษ แล ฤๅ ช้าง ม้า วัว ควาย ช่วย กำลัง มนุษ สุนักข์ เฝ้า ล้อม เรือน แมว คุ้ม ไภย อันตราย ที จะ เบียด เบียฬ สิ่ง ของ สุกร เปด ไก่ สำหรับ กิน เดน เสศ เข้า ปลา ทำ ภาษี แก่ เจ้า ของ มิ ใช่ ว่า มนุษ จะ ได้ อาไศรย จำ เพาะ แก่ เนื้อ สัตว หา มิ ได้ ยัง อาไศรย แก่ กระดูก งา หน่อ หนัง ขน เปน ประโยชน สิ้น ทั้ง นั้น จึ่ง เหน แจ้ง ว่า สัตว เดระฉาน บังเกิด มา สำหรับ มนุษ ถาม ว่า สัตว ที่ ต้อง ฆ่า นั้น เจบ ทน ทรมาร นัก อยู่ แล มิ ผูก เวร พยาบาท ใน ชาติ์ น่า กับ มนุษ ผู้ ซึ่ง กะ ทำ ร้าย แก่ มัน แล ฤๅ แก้ ว่า ท่าน อย่า สงไสย เลย สัตว เดระฉาน บังเกิด ก็ แต่ สำหรับ ชั่วนี้ จะ มา ผูก เวร พยาบาท กับ มนุษ ใน ชั่ว น่า นั้น ไม่ ได้ ดอก ชีวิตร สัตว เดระฉาน สูญ ไป ที่ เดียว ขณะ มัน ถึง แก่ ความ ตาย เปรียบ เหมือน หนึ่ง ชีวิตร ต้น ไม้ สาบ สูญ หาย นะกาล เมื่อ เขา ถอน เสีย แล ฟัน โค่น ลง ก็ เหมือน กัน ต้น ไม้ มี ชีวิตร อย่าง หนึ่ง สัตว เดระฉาน มี ชีวิตร อย่าง อื่น ก็ จริง ทั้ง นั้น ชีวิตร สัตว เดระฉาน มิ อาจ สมาถ ที่ จะ จำเริญ ภาย พาก น่า เหตุ ด้วย ว่า สัตว เดระฉาน นั้น มิ ได้ เวียน เกิด เวียน ตาย ตาม เรา ชนะสูต แล้ว ใน บท หลัง ครั้น ตาย แล้ว จะ ว่า มัน ไป สวรรค ฤๅ สู่ นรก นั้น ว่า ไม่ ได้ เพราะ ว่า มัน ทำ การ ชอบ ธรรม ทำ บาป ไม่ ได้ ก็ บัด นี้ ท่าน ว่า กลัว มัน จะ ผูก เวร พยาบาท ใน ชีวิตร น่า แล ท่าน จะ ให้ มัน จำเริญ ซึ่ง ชีวิตร น่า สถาน ที่ ได เล่า ถ้า ยัง มี ความ สงไสย วิก น่า จึ่ง จะ แก้ ให้ ฟัง ต่อ ไป ๚ะ

๏ กรุง สยาม เพราะ ถือ ฆ่า สัตว ตัด ชีวิตร มี คน บาป บ้าน เมือง จึ่ง ได้ เกิด โจร ผู้ ร้าย ชุกชุม ครั้น จะ ฆ่า โจร ผู้ ร้าย ก็ กลัว บาป ชำระ ความ ข่ม เหง กด ขี่ เอา แต่ เงิน ไม่ กลัว บาป ชาว สยาม ๚ะ


ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงขโปร์
ณวัน ประหัสบดี เดือน เจด แรม เจด ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๖ เปนซ ๖ อัฐ

เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๗ เปนซ กับ ๑ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๗๕ เซนต



กำปั่น เข้า ออก ใน กรุง เทพ
ตั้ง แต่ ณะเดือน เจ็ด วัน พุฒ แรม หก ค่ำ จน ถึง วัน พุฒ แรม สิบสาม ค่ำ ปี รกาสปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
แนเบียก ๒ ส ค อังกฤษ๙๘๓ ตันแกมเบลบอรนิโอกำปะนีสิงฆโปรแรม ๗ ค่ำ
แรบิดก ๒ ส ค สยาม๔๒๙ชะโตนบริงวังลงสิงฆโปร๘ ค่ำ
อิดินก ๒ ส ค อังกฤษ๓๑๒นอยน์จิ่นฮองกอง๙ ค่ำ
พระ จอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๑ชะตรัตตันวินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปร๑๒ ค่ำ
นะระเบนบุตร์ก ก ฟ สยามมดเมือง นคร๑๒ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
กอนฟุซีอัชก ส ค สยาม๒๘๕ซิมปซันจิ่นสิงฆโปรแรม ๖ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๑๓เรดิมะเกอร์มารกวาลด แอน โกสิงฆโปร๖ ค่ำ
ออโรระก ๒ ส อังกฤษ๒๙๕เปลดเนอร์จิ่นสิงฆโปร๗ ค่ำ
แดนนุบก ก ฟ อังกฤษ๕๖๑นุตันวินดซอโรซ แอน โกฮองกอง๘ ค่ำ
ไดอะมอนด์ ซิตีก ๒ ส ค สยาม๓๖๑ชะเปนเซอรโพจิ่นลื่อสิงฆโปร๘ ค่ำ
บางกอกก ก ฟ สยามพระชลยุทธ โยทินจันหบูรี๘ ค่ำ
พระจุล จอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๓ไลกวูดวินดซอรโรซ แอนโกฮองกอง๙ ค่ำ
๏ กำปั่น กล ไฟ เข้า มา แล บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ฯะ

สุภาสิต โคลง

๏ ใน มนุษ โลกย นี้ สอง ประการ คำ เสงี่ยม เจียม สาร เลิศ แล้ว หนึ่ง คำ สิ่ง สาทาร มี เล่า ร้าย แรง เร่ง คลาส แคล้ว ห่าง ห้อง นฤพาน ฯะ

๏ ต่อ ต้อง ทุกข โทษ ถ้อย ถึง ตน หน้า โศรก เศร้า เสือก สน สู่ ซร้อง ว่า วอน ช่วย กังวล วาย ทุกข แล้ว พ่อ ดี้ แต่ ต่อ หน้า พร้อง พลอด ร้าย ภาย หลัง ๚ะ

๏ ลับ หลัง ลบ ล้าง ส่าย เสีย คุณ ต่อ หน้า ยก ยอ บุญ กล่าว เกลี้ยง มิตร ใด ใจ ปาน ปูน นี้ อย่า คบ นา กล กลออม น้ำ เลี้ยง ปาก ไว้ เนย นม ๚ะ

๏ แม้ ทำ คุณ ท่าน ไว้ ถึง พัน ครั้น มี โทษ แต่ อัน หนึ่ง ใช้ ติ ฉิน นินทา ผัน อื่น เล่า กลบ ลบ คุณ หลัง ได้ ยิ่ง ด้วย พัน ทวี ะ


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๗๐ บาท


ขอ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน

๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤา จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้อง การ ล่าม ฤา จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรงพิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ

แจ้ง ความ แก่ คน เดิน กำปั่น

๏ ลูก ทุ่น บอก ที่ ราย ที่ ทเล ทา สี เขียว ได้ ไป จอด ไว้ ใต้ กำปั่น อัน จม นั้น คือ บีแอฝ วัดชัน ประมาณ สัก สามสิบ วา เมื่อ น้ำ ขอด เหนือ กำปั่น จม นั้น มี แต่ น้ำ สี่ วา เท่านั้น ลูก ทุ่น นั้น อยู่ แต่ เรือน โคม ไฟ ใน ทิศ นอท วัน กวาเตอร์ เวซะท แล ข้าง กลาง เกาะ สี่ชัง เปน ทิศ เซาท อีซตะ ซาฟ อีซตะ พระ วิสูตร สารคดิฐ เจ้า ท่า แจ้ง ความ มา ณวัน ศุกร เดือน เจด แรม แปด ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ๔ ห ) ๚ะ


ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก


AYER'S AGUE CURE.

๏ ๔ ยา คือ เอเยอร์ เอคฺ กูเออ แก้ ไข้ จับ แล โรค ต่าง ๆ อัน มัก เกิด ใน ที่ ลุ่ม ที่ ชุ่ม ชื้น นัก ๚ะ

๏ ถ้า เกิด เหตุ ว่า ผิด ลม ผิด อากาศ ผิด ภูม ที่ แล้ว รีบ กิน ยา เอเยอร์ เอคฺ กูเออ ให้ ดับ เหตุ ร้าย แล กิน จน ตัว หาย ดี ยา ขนาน นี้ กิน วัน ละ สี่ หน คราว ละ ช้อน น้ำ ร้อน ช้อน หนึ่ง ก่อน รับ ประทาน อาหาร สัก ครึ่ง ชั่ว โมง สาม หน แล ก่อน จะ เข้า นอน หน หนึ่ง ถ้า เดก อายุ สิบ ขวบ ให้ กิน ๓๐ หยด ถ้า ห้า ขวบ ๒๐ หยด ยา ขนาน นี้ กิน ได้ ใน น้ำ ชา น้ำ กาแฝ น้ำ นม ฤา ใน น้ำ ก็ ได้ ถ้า ไม่ ใคร่ เดิน กิน ยา เม็ด เอเยอร์ บิลซ์ ให้ เดิน ภอ เปน ปรกติ ก็ ได้ ๚ะ


AYER'S HAIR VIGOR.

๏ ๕ ยา คือ เอเยอร์ แฮร วิคอร เปน ของ สำหรับ โต๊ะ แต่ง ตัว เปน ยา แก้ ผม หล่น ให้ ดก แล ผม หงอก ให้ มี ศรี อย่าง เดิม ๚ะ

๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า จะ ทา ผม เปน แต่ การ แต่ง ตัว ไม่ ต้อง เขย่า ขวด ถ้า จะ ใช้ รักษา เนื้อ ศีศะ เขย่า ก่อน จึ่ง ทา ผม เถิด ๚ะ

๏ เชิญ ไป ซื้อ ยา ห้า อย่าง นี้ ที่ ห้าง เอ ยุลิง แอน โก ตั้ง ห้าง ฝั่ง แม่ น้ำ เจ้า พระยา ใต้ ปาก คลอง ขุด ใหม่ ล่าง เหนือ ตึก กงซุล โปรตุเกย ขึ้น ไป หน่อย หนึ่ง ๚ะ


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี ( จ. ห ) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด