
| เล่ม ๓ แผ่น ๔๔ วัน พุฒ เดือน แปด ปถมสาธ ขึ้น สิบสาม ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ จดหมาย เหตุ ฝรั่ง โบราณ ตั้ง แต่ คฤศตะ ศัก ราช ๑๕๑๑ ปี ตรง กับ บี่ มี่ [?] จุล ศักราช ๘๗๒ ปี ข้าพ เจ้า ครู สมิท ได้ คัด ลอก เนื้อ ความ เรื่อง นี้ มา แต่ ฉบับ ของ เสมียน กุหลาบ ซึ่ง ตั้ง ไว้ ใน ตู้ ห้อง ที่ ๑๓ ใน โรง เอกซิบิเชอน ณะ ท้อง สนาม หลวง เมื่อ การ สมโภช พระนคร บันจบ ครบ รอบ ร้อย ปี มา ลง พิมพ ไว้ เพื่อ จะ ให้ เบน หิตานุหิตะ ประโยชน แก่ ชน ชาว สยาม ให้ ทราบ ความ ตาม โบราณ ที่ ล่วง ไป แล้ว หลาย ร้อย ปี ซึ่ง มี ใน จดหมาย เหตุ โบราณ สืบ มา ฯะ
๏ ข้าพเจ้า สังฆราช ฝรั่งเสศ ชื่อ ยาง ปาเลอกัว บีด นอบ ซึ่ง ได้ เข้า มา อยู่ ใน กรุง รัตน โกสินทร มหินทรา ยุทธยา ณะ ประเทศ บางกอก สยาม ใน ครั้ง กลาง แผ่น ดิน พระบาท สมเด็จ พระนั่ง เกล้า เจ้า อยู่ หัว ซึ่ง เบน พระเจ้า แผ่นดิน ใน รัชกาล ที่ ๓ กรุง เทพ ฯ แล อยู่ ตลอด มา จน ถึง แผ่นดิน พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ซึ่ง เบน พระเจ้า แผ่นดิน ใน รัชกาล ที่ ๔ กรุง เทพ ฯ ใน คราว นั้น ท่าน มี พระราช โอง การ โปรด เกล้า ฯ ให้ ข้าพเจ้า ออก ไป เบน ล่าม ตาม ทูตานุทูต สยาม ซึ่ง เชิญ พระราช สาสน์ ออก ไป เจริญ ทาง พระราช ไมตรี กับ พระเจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเสศ ณะ กรุง ปา รีศ ซึ่ง ทรง พระนาม ว่า ณะโปเลียน โปนะปาด อัม เปรอ กรุง ปารีศ ครั้ง นั้น ข้าพเจ้า ได้ เกบ รวบ รวม จดหมาย เหตุ โบราณ ใน ประเทศ ยุโรป หลาย ชาติ รวบ รวม มา ถวาย พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ๆ มี รับ สั่ง โปรด ให้ ข้าพเจ้า แปล เปน ภา ษา สยาม ตาม เนื้อ ความ เดิม ของ เขา ไม่ ให้ คัด แปลง แก้ ไข ถ้อย คำ ข้าพเจ้า ได้ แปล เนื้อ ความ ตาม จด หมาย เหตุ ชาว ยุโรป ออก เปน ภาษา ไทย ได้ ความ ว่า เดิม ใน ปี มี่ คฤศตะ ศักราช ๑๕๑๑ ปี ตรง กับ ปี มี่ จุล ศักราช ๘๗๒ ปี ครั้ง นั้น พระเจ้า แผ่นดิน โปรตุ เกษ โปรด ให้ แอดมิรัล ดอน อัลฟองโซ เดอ บุเกวอร์กิ เปน แม่ ทัพ เรือ คุม เรือ รบ เทล สาม ลำ มา กรุง สยาม เริ่ม แรก ได้ เปน ทาง พระราช ไมตรี กัน กับ พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ซึ่ง ทรง พระนาม ว่า สมเด็จ พระ บรม ราชา มหา พุทธาง กูร ซึ่ง เปน พระเจ้า แผ่นดิน ที่ สิบเอ็ด ใน กรุง ศรี อยุทธยา เสด็จ ออก ทรง รับ รอง ราชทูต โปรตุเกษ ๆ ได้ เข้า เฝ้า ถวาย พระราช สาสน์ แล เครื่อง ราช บรรณาการ ปืน เล็ก คาบ สินถา ปลาย หอก ร้อย บอก กับ ของ อื่น อีก หลาย อย่าง เปน การ ตก ลง โปรด ยอม อนุญาต ให้ พวก โปรตุเกษ ได้ ทำ ทาง มา ตั้ง ห้าง ค้า ขาย อยู่ ใน กรุง สยาม เปน เดิม ดังนี้ แล ดัง จะ กล่าว ว่า ด้วย ชาว โปรตุเกษ ได้ มา อยู่ ใน กรุง สยาม ช้า นาน ได้ จดหมาย เหตุ เรื่อง บ้าน เมือง สยาม ไป ลง พิมพ์ ไว้ ใน เมือง โปรตุกาล มี แจ้ง อยู่ ใน หนังสือ พิมพ์ ของ สเก็ตตาร์ แล ดอก เตอ หะริศ ได้ แต่ง ไว้ แต่ โบราณ ใจ ความ ว่า แผ่น ดิน สยาม นั้น อยู่ ใน ทิศ ตวัน ออก เปน ประเทศ ใน ทวีป อาเชี่ย ใน แผ่นดิน สยาม นั้น มี เมือง หลวง ชื่อ กรุง ศรี อยุทธยา ประเทศ สยาม นั้น มี อาณา เขตร กว้าง ขวาง มี พระเจ้า แผ่นดิน มี อำนาจ มาก ได้ ปก ครอง แผ่นดิน สยาม โดย การ เรียบ ร้อย ปรกติ มี ทหาร มาก มี ช้าง เปน พาหนะ ใหญ่ มี ม้า เปน พาหนะ ใหญ่ ด้วย แล มี โค ต่าง มี กระบือ เกวียน เปน กำลัง ใช้ สอย ของ รี้ พล มี ทหาร เดิน เท้า ประจำ รักษา พระนคร อยู่ สอง หมื่น มี ม้า ประจำ พระ นคร อยู่ พัน หนึ่ง มี ช้าง ประจำ พระ นคร อยู่ ร้อย หนึ่ง แล ช้าง อยู่ ตาม อาณา เขตร หัว เมือง อีก หก ร้อย เสศ เมื่อ มี การ ศึก สงคราม มา ติด พระ นคร จะ ต้อง เรียก ทหาร เดิน เท้า เพิ่ม เติม อีก เมื่อ ไร ก็ ได้ ใน คราว เดียว สิบ หมื่น ช้าง เรียก ได้ พัน หนึ่ง ม้า เรียก ได้ ห้า พัน เข้า ปลา อาหาร ที่ จะ เปน เสบียง กำลัง เลี้ยง ทหาร นั้น มี บริบูรณ แล ถูก ราคา ด้วย แผ่นดิน สยาม ตั้ง อยู่ ใน ที่ กลาง แห่ง ประเทศ ที่ นับถือ พุทธ ศาสนา ด้วย กัน คือ อาณา เขตร สยาม ฝ่าย ทิศ เหนือ ติด ต่อ กัน กับ ประเทศ ลาว พุง ดำ ทิศ ตวัน ออก ติด ต่อ กัน กับ ลาว พุง ขาว แล ข่า กระเหรี่ยง แล เขมร แล ญวน ทิศ ตวัน ตก เฉียง เหนือ ติด ต่อ กัน กับ พม่า ทิศ ตวัน ตก เฉียง ใต้ ติด ต่อ กัน กับ มอญ แล อ่าว สยาม นั้น เนื่อง มา แต่ อ่าว เบงคาล บังกะหลา แล ฮินดูสถาน แล กรุง สยาม นั้น มี การ ค้า ขาย กับ เมือง จีน แล เมือง ญี่ปุ่น ทุก ปี แล ญวน บ้าง เปน ครั้ง เปน คราว มี ลูก ค้า เมือง จีน เอา สำเภา จีน มา บันทุก สินค้า ของ จีน มา ขาย ใน กรุง สยาม แล้ว พวก จีน เกบ ซื้อ สินค้า ของ ป่า ใน กรุง สยาม บันทุก สำเภา ไป ขาย ที่ เมือง จีน แล เมือง ญี่ปุ่น ด้วย มี ผล ประโยชน์ มาก เหลือ เกิน กรุง สยาม ตั้ง อยู่ ใน ระหว่าง กลาง แห่ง การ ค้า ขาย สมควร จะ เปน ประเทศ สมบูรณ ฯ ได้ เปน พระ มหา นคร ราชธานี มี อาณาจักร กว้าง ขวาง มี ประเทศ ราช ใหญ่ ล้อม รอบ พระ ราช อาณา เขตร พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ใน เวลา นั้น มี พระ ราช อำนาถ มาก เพราะ เหตุ เช่น นั้น ชาว ยุโรป ทั้ง หลาย ใน เวลา โน้น นั้น ไม่ อาจ จะ คิด ที่ จะ ข้าม เทล มา ทำ สงคราม ย่ำยี ใน พระราช อาณา เขตร สยาม ได้ ครั้ง นั้น ชาว โปรตุเกษ จึ่ง ได้ คิด มา ทำ ทาง ไมตรี กับ พ่อ ค้า ชาว สยาม หวัง ว่า จะ ได้ ตั้ง การ ค้า ขาย ใน แผ่นดิน สยาม ซึ่ง มี สินค้า อุดม ดี แต่ พ่อ ค้า ชาว สยาม นั้น ไม่ อาจ คบ ค้า กับ พวก ต่าง ประเทศ ได้ เพราะ กลัว ความ ผิด เมื่อ ชาว โปรตุเกษ ไม่ สม คิด แล้ว จึ่ง ได้ ขอ ต่อ เสนาบดี สยาม ว่า มี น้ำ ใจ จะ ขอ เฝ้า ถวาย ของ เปน อัน มาก แต่ หา ได้ เฝ้า ไม่ ใน ครั้ง แรก ด้วย พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ไม่ ยอม ให้ เข้า เฝ้า พวก โปรตุเกษ ได้ ฝาก สิ่ง ของ ที่ มี ราคา มาก ฝาก ถวาย พระเจ้า แผ่นดิน สยาม เพื่อ ความ ปราถนา จะ เปน ทาง พระราช ไมตรี ใน พระเจ้า แผ่นดิน สยาม จะ ได้ จัด การ ค้า ขาย ใน พระราช อาณาจักร ท่าน ครั้ง พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ได้ ทรง คุ้น เคย กับ พวก โปรตุ เกษ แล้ว ไม่ ทรง รังเกียจ ว่า จะ เปน สัตรู แผ่นดิน แน่ แล้ว จึ่ง โปรด ให้ ชาว โปรตุเกษ ได้ ตั้ง ห้าง ค้า ขาย ใน แผ่นดิน สยาม เปน เดิม แต่ จะ ได้ ทำ หนังสือ สัญญา การ ค้า ขาย ด้วย พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ใน ครั้ง ต้น นั้น หา ทราบ ไม่ ครั้น เมื่อ ชาว โปรตุเกษ ตั้ง ห้าง ค้า ขาย มั่น คง มี กำไร มาก แล้ว พวก โปรตุเกษ ก็ มา อยู่ มาก ด้วย กัน เปน หลาย ห้าง แล้ว พระเจ้า แผ่นดิน กรุง โปรตุกาล ได้ มี หนังสือ พระราช สาสน์ ฝาก มา ถวาย พระเจ้า กรุง สยาม เปน ทาง พระราช ไมตรี ฝาก ฝั่ง ใน การ พวก โปรตุเกษ อยู่ ใน พระราช อาณา เขตร ของ ท่าน แล กรุง สยาม ก็ ได้ ฝาก พระราช สาสน์ ตอบ ไป มา ถึง กัน เนือง ๆ ราษฎร ชาว สยาม ได้ คุ้น เคย กัน กับ พวก ชาว โปรตุเกษ จน ได้ แต่ง งาน มี บุตร หลาน เชื้อ สาย ชาติ โปรตุเกษ สืบ มา ใน กรุง ศรี อยุทธยา ตั้ง แต่ โปรตุเกษ ได้ มี อำนาถ ได้ ตั้ง ห้าง ค้า ขาย มั่น คง แขง แรง อยู่ ใน ประเทศ สยาม แล ประ เทศ อินเดีย หลาย ตำบล แล้ว ๚ะ
๏ ภาย หลัง มา ช้า นาน ชาว ฮอลันดา ได้ มี อำนาถ ข้าม เทล มา ตั้ง ห้าง ค้า ขาย อยู่ ใน ประเทศ อินเดีย หลาย แห่ง ด้วย พวก ฮอลันดา คิด กับ อำนาถ พวก โปรตุเกษ ไม่ ให้ ตั้ง การ ค้า ขาย อยู่ ใน ประเทศ อิน เดีย เปน การ แก้ แค้น ทศ แทน พวก โปรตุเกษ ที่ ทำ ก่อน เมื่อ เวลา หลัง ต่อ มา พวก ฮอลันดา มี กำลัง อำนาถ แขง แรง มาก ขึ้น จึ่ง ได้ เกียจ กัน การ ค้า ขาย พวก โปรตุเกษ ให้ ตก ไป ที ละ น้อย ๆ ๚ะ
๏ อนึ่ง บาทหลวง ฝรั่ง เข้า มา ณะ ประเทศสยาม แต่ เดิม เมื่อ ได ใจ ความ ว่า มิศเตอ ยี่ฮอน ชาติ โปรตุเกษ ได้ เข้า มา ตั้ง ห้าง ค้า ขาย อยู่ ใน ประเทศสยาม เปน ครั้ง ที่ สอง ครั้ง แผ่นดิน สมเด็จ พระไชย ราชา ธิราช เจ้า แผ่นดิน ที่ สิบ สาม ใน กรุง ศรี อยุทธยา ครั้ง นั้น มิศเตอ ยี่ฮอน ตั้ง ห้าง อยู่ ที่ หัว ถนน ตลาด ตึก ญี่ปุ่น ใกล้ วัด นาง ชีย อยู่ ที่ ฝั่ง ตวัน ออก นอก พระ นคร มิศเตอ ยี่ฮอน ได้ จดหมาย เหตุ เรื่อง กรุง ศรี อยุทธยา ใน คราว นั้น ที่ เขา ได้ เข้า มา อยู่ ใน กรุง สยาม มี เหตุ การ อย่างไร เขา ได้ เอา ใจ ใส่ จด จำ รวบ รวม ข้อ ความ ไว้ มาก เขา ได้ ส่ง เรื่อง ที่ เขา แต่ง เปน จดหมาย เหตุ กรุง สยาม ตาม ที่ เขา ได้ ทัน เหน แล รู้ สั่ง ไป ลง พิมพ ที่ เมือง โปรตุกาล แล้ว ภาย หลัง ข้าพเจ้า สังฆ ราช ฝรั่งเศศ ชื่อ ยาง ปาเลอ กัว บีฉอบ ได้ แปล จดหมาย เหตุ ของ มิศเตอ ยี่ฮอน ที่ ส่ง ไป ลง พิมพ ณะ เมือง โปรตุกาล แปล ออก เปน ภาษา ไทย ใจ ความ โดย พิศดาร แจ้ง อยู่ ใน ฉบับ พิศดาร สิบเก้า เล่ม สมุท ไทย นั้น แล้ว บัดนี้ จะ ขอ เกบ แต่ ข้อ ความ โดย ย่อ ๆ ภอ เปน สังเขบ มา แสดง ให้ ทราบ ตาม เวลา ตัด ความ ว่า แต่ สั้น ๆ เดิม ท่าน ไวซรอย ดิโร ชาติ โปรตุเกศ เปน ผู้ ถือ อาญา สิทธิ์ ของ ผู้ ครอง ฝ่าย โปรตุคาล ไวซรอย ดิโร ได้ เปน อธิบดี สิทธิ์ ขาด อยู่ ใน เมือง โคอา ประเทศ ยินเดีย ครั้ง หนึ่ง ท่าน ไวซรอย ดิโร มี คำ สั่ง ให้ มิศเตอ เฮนรี เปน ทูต เข้า มา เจริญ ทาง พระราช ไมตรี กับ ผู้ครอง กรุง สยาม ทรง พระ นาม ว่า พระเจ้า ทรง ธรรม มหา ประเสิฐ เปน พระเจ้า แผ่น ดิน ที่ ๒๒ ใน กรุง ศรี อยุทธยา ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม แต่ง การ รับ รอง ทูต โปรตุเกศ โดย ความ รัก ใคร่ นับถือ แขง แรง ครั้ง นั้น สังฆราช บาทหลวง ของ มี ซึ้ง โปรตุเกศ ที่ นับถือ สาศนา โรมัน กะทอลิก ตั้ง สั่ง สอน สาศนา อยู่ ตาม เกาะ มาลายู แล แขก อินเดีย พวก สังฆ ราช บาทหลวง โปรตุเกศ ได้ เข้า มา กรุง ศรี อยุทธยา คือ สังฆราช ชื่อ มิโคบีนอบ ๑ บาท หลวง เปโดร ๑ บาท หลวง ตอมซัม ๑ บาท หลวง มานิโร ๑ บาท หลวง สมิกโท ๑ รวม ห้า องค เปน ผู้ นำ สาศนา โรมัน กะทอลิก กฤช ตั้ง เข้า มา ตั้ง ประดิษฐาน ใน กรุง ศรี อยุทธยา เมื่อ ปี คฤษตะ ศักราช ๑๖๒๕ ปี ตรง กับ ปี มี่ จุลศักราช ๙๔๕ ปี ก่อน พวก บาทหลวง ฝรั่ง เสศ ครั้น ถึง แผ่นดิน สมเด็จ พระเจ้า รามา ธิเบศร นเรศร มหา ราช ปราสาท ทอง ซึ่ง เปน พระเจ้า แผ่นดิน ที่ ๑๕ ใน กรุง ศรี อยุทธยา นั้น ทรง พระกรุณา อนุญาต พระ ราชทาน ที่ ให้ พวก บาทหลวง สร้าง วัด ใน กรุง สยาม แต่ เปน วัด เล็ก น้อย ไม่ สู้ ใหญ่ โต ครั้น ถึง แผ่นดิน พระบาท สมเดจ พระ นารายน์ เปนเจ้า ซึ่ง เปน พระเจ้า แผ่น ดิน ที่ ๒๗ ใน กรุง ศรี อยุทธยา ท่าน พระราช ทาน พระราช ทรัพย ให้ พวก บาทหลวง ทำ วัด ๆ ฝรั่ง ใน คราว นั้น ใหญ่ โต รุ่ง เรือง ขึ้น มาก สาศนา บาทหลวง แพร่ หลาย ต่อ มา ตลอด ถึง ปัตยุบัน นี้ ๚ะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ ตั้ง แต่ วัน อังคาร เดือน แปด บูรพา สาธ ขึ้น ห้า ค่ำ จน วัน อาทิตย เดือน แปด บูรพา สาธ ขึ้น สิบ ค่ำ มี การ โต ใหญ่ สำแดง ความ บีติ ยินดี ของ พระเจ้า แผ่นดิน ว่า ได้ ช้าง พลาย สำคัญ ไว้ เปน ของ สำหรับ บ้าน เมือง ราษฎร ทั้ง หญิง ทั้ง ชาย ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย ภา กัน ไป ดู เปน อัน มาก ทุก วัน มิ ได้ ขาด ณวัน ศุกร เดือน แปด บูรพาสาธ ขึ้น แปด ค่ำ เวลา เช้า ได้ พระราช ทาน ชื่อ ช้าง ดัง นี้ ๚ะ
๏ พระ เสวตร รุจิราภาพรรณ สรรพวิบูลย คุณ คช ลักษณ อรรค อุดม ปฐม เสวตร นัคินรมถ ทันต โสภณ ศุพสรรพางค์ เหมสมางควโรภาศ พงษ กมลาศ นรังสรรค์ อุ โบสถ พันธุ พิสุทธิพงษา ธำรง จักรพรรดิ พาหนะ รัตน นฤบดินทร ปรมินทร บารมิตา สมันนา หาระ ประสิทธิ์ เฉลิม วิชิต สยาม ภพ ขจร จบ เกียรติ คุณ อดุล ประเสริฐ เลิศ ฟ้า ๚ะ
๏ ท่าน ผู้ หญิง ภาสกรวงศ์ คิด ตั้ง โรง เรียน ที่ จะ ส่อน การ ช่าง แก่ เด็ก ผู้ หญิง ทั้งปวง ที่ ศาลา ใน สวน ภาย ใน บ้าน ราชทูต ทุก วัน ยก แต่ วัน พระ เวลา ที่ จะ ส่อน นั้น ตั้ง แต่ สาม โมง เช้า จน เที่ยง ตอน หนึ่ง ตั้ง แต่ บ่าย สอง โมง จน บ่าย สี่ โมง ตอน หนึ่ง นัก เรียน จะ มา เรียน เพียง เวลา เดียว ใน ตอน เช้า ฤา ตอน บ่าย ก็ ได้ การ ที่ จะ ส่อน นั้น เปน สิ่ง การ สำ หรับ ผู้ หญิง เปน ต้น ว่า การ เย็บ ปัก ถัก ร้อย ฯ ล ฯ แล ใน วิชา การ ทำ กับ เข้า ของ กิน แล การ ฝึก สอน ให้ รู้ จัก รักษา บ้าน เรือน ๚ะ
๏ เด็ก ผู้ หญิง ที่ รับ เข้า ใน โรง เรียน นี้ มี กำหนด อายุศม์ ๑๐ ปี ขึ้น ไป แล ต่ำ ๑๕ ปี ลง มา จึง จะ รับ ไม่ เลือก ว่า เดก ผู้ หญิง บุตร ผู้ ดี ฤา พล เรือน ฤา ไพร่ จะ มา เรียน ได้ ทั้ง นั้น ๚ะ
๏ ท่าน ผู้หญิง ภาสกรวงศ์ จะ ลง ทุน ให้ ใน บันดา สิ่ง ของ แล เครื่อง มือ ที่ จะ ส่อน ทำ การ นั้น ทั้ง สิ้น แต่ สิ่ง ของ ที่ ได้ ทำ เปน รูป ประพรรณ ขึ้น แล้ว คง อยู่ เปน สมบัติ ของ ท่าน ผู้หญิง ภาสกรวงศ์ เดก หญิง ที่ ได้ ทำ การ นั้น แล้ว ปราถนา จะ เอา การ ที่ ตัว ทำ ไป บ้าน ก็ ได้ แต่ ต้อง เสีย ค่า สิ่ง ของ ที่ ได้ ทำ เพียง รา คา ทุน แล้ว ก็ เอา ไป ได้ ๚ะ
๏ การ ทั้งปวง ที่ ได้ กระทำ แล้ว โดย เดก หญิง นัก เรียน นั้น จะ ออก ตั้ง อวด แล้ว ขาย สำหรับ เปน ประ โยชน์ แก่ การ โรง เรียน นี้ ๚ะ
๏ บันดา เดก หญิง ทั้งหลาย ที่ ได้ มา ลงชื่อ ใน บาญชี เปน นัก เรียน แล้ว จะ ต้อง อยู่ ศึกษา เรียน ใน ชั้น เรียน นั้น อย่าง น้อย ไม่ ต่ำ กว่า หก เดือน แล ต้อง มา ทำ การ เรียน อยู่ เสมอ ๚ะ
๏ ถ้า เดก หญิง นัก เรียน นั้น มา บ้าง ไม่ มา บ้าง ไม่ เปน การ เสมอ โดย ไม่ มี เหตุ อัน สมควร ที่ จะ ต้อง หยุด แล เกียจ คร้าน แล้ว จะ ต้อง ลง โทษ ไล่ เสีย มิ ให้ เข้า ศึกษา ใน โรง เรียน สืบ ไป ๚ะ
๏ ท่าน ผู้ หญิง ภาสกรวงศ์ จะ เปน ผู้ ให้ รางวัล อัน สมควร แก่ เด็ก หญิง ที่ ขยัน ฝี มือ ดี แล ประพฤติ์ กิริยา อัน เรียบ ด้วย ๚ะ
๏ การ สั่ง ส่อน นั้น มิ ได้ คิด เอา ค่า เรียน สิ่ง ใด มา ศึกษา เรียน ได้ เปล่า ทั้ง สิ้น แล จะ มิ ชั้น พิเสศ ขึ้น ใน โรง เรียน นั้น สำหรับ เบ็ด รับ บุตร หญิง ทั้งหลาย ของ ท่าน ผู้ มี บันดา ศักดิ์ ซึ่ง มี ความ ปราถนา จะ มา ศึกษา แต่ ชั้น พิเสศ นี้ ท่าน ผู้ มี บันดา ศักดิ์ ที่ จะ ให้ บุตร หญิง มา เรียน ใน ชั้น พิเสศ จะ ต้อง เสีย เงิน ค่า ครู เดือน ละ ๒ บาท เพื่อ เปน การ ช่วย เกื้อ กล แก่ ครู ผู้ จะ ส่อน แต่ นัก เรียน นอก จาก ชั้น พิเสศ นี้ แล้ว ไม่ ต้อง เสีย เงิน ค่า ครู แล ค่า เรียน สิ่ง ใด เลย
๏ เมื่อ โรง เรียน นี้ วัฒนา การ เจริญ ขึ้น ไป แล้ว เดก หญิง ซึ่ง เข้า มา ฝึก สอน ใน โรง เรียน นี้ ผู้ ใด ที่ ยัง ไม่ รู้ หนังสือ อ่าน เขียน ได้ แล้ว ก็ จะ ขอ ครู มา จาก ประยูรวงษ โรง เรียน ไทย ให้มา ส่อน เปน เวลา ภอ ให้ เดก นัก เรียน ที่มิ ได้ รู้ หนังสือ นั้น มี โอภาศ ที่ จะ ได้ ศึกษา เรียน หนังสือ ไทย คิด เลข ด้วย ๚ะ
๏ ท่าน ผู้ หญิง ภาสกรวงศ ขอ เชิญ บันดา บิดา มารดา พ่อ บ้าน แม่ เรือน ของ เดก หญิง ทั้งหลาย จง ได้ ส่ง เดก ผู้ หญิง ทั้งปวง มา ฝึก หัด ที่ โรง นั้น เพื่อ ว่า วัน หนึ่ง วัน ใด เดก หญิง ที่ ได้ ศึกษา วิชา การ ช่าง ได้ โดย สมควร แล รู้ ธรรมเนียม กิริยา มารยาทร ที่ ดี แล้ว จะ ได้ เปน แม่ เรือน อัน ดี สืบ ไป ๚ะ
๏ กำหนด โรง เรียน จะ ได้ เปิด ตั้ง แต่ วัน พฤหัศบดี เดือน แปด บุรพาสาธ ขึ้น เจ็ด ค่ำ ปีระกาสัปตศก ๑๒๕๗ ๚ะ คำ สรรเสริญ
๏ ทุก วัน นี้ ราษฎร มี คำ สรรเสริญ เจ้า พระยา พล เทพ กระเษตรา ธิบดี ว่า ใจ ท่าน เปน ธรรม ราษฎร อุทธร กล่าว โทษ กรมการ ว่า ตัด สิน ความ ข่มเหง กด ขี่ ยื่น ต่อ ท่าน ๆ ออก รับ เรื่อง ราว เอง ท่าน อ่าน เอง ท่าน ตรวจ ดู เรื่อง ราว เอง แล้ว ท่าน ให้ ลูก ความ ไป นั่ง ที่ ศาล แล้ว ท่าน เซน เรื่อง ราว ไป ให้ กับ ขุน ศาล ใน ร่วม วัน ทัน ใด ไม่ ได้ ข้าม วัน ข้าม คืน เงิน ข้า ธรรมเนียม ยื่น เรื่อง ราว ท่าน ไม่ เอา คน ทั้งหลาย ได้ ทราบ ความ ข้อ นี้ จึ่ง เหน ว่า ท่าน ใจ บุญ พวก กรมการ ที่ ถือ ธรรม แต่ ด้วย ปาก ใจ เปน มหา ยัค กิน เลือด เนื้อ คน ได้ สร้าง ตึก หลัง ใหญ่ ๆ มั่ง มี แทบ ทุก ตัว คน บาง กรม อื่น ๆ ราษฎร ทำ เรื่อง ราว ร้อง ทุกข กล่าว โทษ เจ้า เมือง กรมการ ฤา กล่าว โทษ ลูก ขุน ตระลาการ ก็ ดี ยื่น ต่อ อธิบดี มี เจ้า พนักงาน ออก รับ เรื่อง ราว แล้ว มัก เรียก เอา ข้า ธรรม เนียม ฉบับ ละกึ่ง ตำลึง เจ้า พนักงาน รับ เรื่อง ราว แล้ว ก็ ไม่ นำ ขึ้น กราบ เรียน แกล้ง กด เรื่อง ราว ไว้ บ้าง ก็ มี ครั้น ลูก ความ ไป ตัก เตือน เจ้า พนักงาน ก็ พูด บิด พริ้ว ไป ว่า ความ ร้อย เรื่อง พัน เรื่อง จะ เอา ทัน ที ทัน ใด นั้น ไม่ ได้ ที่ กด ไว้ ครึ่ง เดือน ก็ มี เดือน หนึ่ง ก็ มี สาม เดือน ก็ มี ราษฎร ได้ ความ ลำบาก เปน ที่ สุด ที่ แล้ว ทำ ยังไร จะ ได้ เอา แบบ อย่าง ธรรมเนียม ของ เจ้า พระยา พล เทพ กระเษตราธิบดี ท่าน แม่ กอง ความ บาง คน ท่าน ก็ ถือ ธรรม ราษฎร อุทธร กล่าว โทษ ลูก ขุน ต้อง ไป ยื่น เรื่อง ราว กับ คุณ นี้ คุณ นั้น นาย นี้ นาย นั้น ต้อง เสีย ช้า ธรรมเนียม สิบเอ็ด สลึง ครั้น ราษฎร เหน ช้า นาน หลาย วัน เรื่อง ราว ไม่ ตก จึ่ง ไป ถาม นาย นี้ นาย นั้น ๆ ก็ ซัด ให้ ไป กราบ เรียน เจ้า คุณ แม่ กอง ครั้น ไป กราบ เรียน เจ้า คุณ แม่ กอง ๆ ก็ บอกให้ ไป หา คุณ นี้ คุณ นั้น ครั้น ไป หา คุณ นี้ คุณ นั้น ก็ ซัด ไป หา นาย นี้ นาย นั้น แต่ เวียน กัน อย่าง นี้ ฟัง ดู ก็ น่า สนุกนิ์ แต่ ราษฎร ยัง มี ความ อุ่น ใจ อยู่ อย่าง หนึ่ง ไป วัน ข้าง น่า ยัง มี ศาล ยุติธรรม ถ้า ลูก ขุน ตระลา การ กด ขี่ ข่มเหง คง จะ ไป ร้อง ที่ ศาล ยุติธรรม ทุก วัน นี้ ท่าน โต ๆ ท่าน ไม่ ทราบ ว่า โจท ว่า จำเลย เปน ความ กัน อย่าง ไร คือ โจท จำเลย เปน ความ กับ ลูก ขุน ตระลาการ ถ้า ใคร่ มี เงิน สินบล ให้ เขา ๆ ก็ เข้า เปน ทนาย ว่า แทน โจท แทน จำเลย อย่าง นี้ มี มาก นาย ลูก ขุน ตระลาการ มี่ ความ ดี อยู่ อย่าง หนึ่ง ไม่ ฆ่า สัตว ตัด ชีวิตร เลย กลัว บาป นัก ถ้า คน อื่น ฆ่า แกง มา ให้ กิน จึ่ง จะ รับทาน ส่วน ลูก ความ บน ให้ ช่วย ความ ถึง บาป เท่า บาป กรรม เท่า กรรม เขา ก็ คง ต้อง ช่วย เขา ถือ ว่า บาป กรรม ไม่ มี เขา ว่า ลูก ความ มา บน ให้ เขา เอง ๚ะ
๏ คน ใน กรุง สยาม มัก พูด กัน ว่า ชีวิตร มนุษ ๆ รัก ชีวิตร สัตว ๆ ก็ รัก เหมือน กัน เหตุ ไฉน ใน คน ถือ คฤษ ศาสนา บาง คน จึ่ง ว่า ฆ่า สัตว ไม่ มี บาป มี คำ แก้ ว่า ถ้า ฆ่า สัตว เปน บาป คน ที่ บริโภค เนื้อ สัตว ก็ ต้อง มี บาป เหมือน กัน ถ้า ฆ่า สัตว เปน บาป ปลาทู กับ ปูเคม สู้ เข้า มา โปรด สัตว ให้ คน กิน ทั่ว บ้าน ทั่ว เมือง มิ หนำ ซ้ำ ยัง บัน ทุก เรือ กำปั่น ไป ส่ง ถึง เมือง กะหลาป๋า ถึง เมือง สำปะ หลัง ให้ แขก กิน จึ่ง เหน ว่า ฆ่า สัตว ไม่ มี บาป ด้วย แขก นั้น ยาก จน ไม่ มี อะไร จะ กิน จึ่ง บันทุก ปลา ทู ไป ให้ กิน ช่วย ชีวิตร แขก ไว้ เอา บุญ ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ก็ เหมือน ท่าน ผู้ ใด ทำ การ ไม่ ดี ข้าพ เจ้า มี ความ เกลียด ชัง ข้าพเจ้า สู้ เสีย เวลา คิด ลู้ จ้าง คน เขียน สู้ เสีย อัฐ ซื้อ ตัว ไปรสนีย อยาก จะ ให้ คน รู้ ใน คฤษศาสนา ชี้ ให้ เหน ว่า ข้าง ไหน จะ จริง ๚ะ
๏ เจ้า สัจ ซื่อ เขา มี ความ เจบ ร้อน แทน ด้วย การ แผ่นดิน เขา ว่า คน ใน กรุง สยาม มี บุตร เอา ไป ฝาก วัด อาจาริย ก็ สอน ก ข นอโม ว่า เปน บุญ ครั้น โต ขึ้น ก็ บวช เปน สามเณร แล ภิกษุ การ บ้าน การ เมือง สิ่ง ไร ก็ มิ รู้ จัก ครั้น สึก ออก มา ก็ ไป ทำ ราชการ พระเจ้า แผ่นดิน ทรง พระกรุณา ชุบ เลี้ยง ให้ ไป เปน เจ้า เมือง ตัว เอง ก็ มิ ได้ รู้ จัก อะไร กิน แล้ว คิด แต่ จะ เบียด เบียฬ เอา เนื้อ ไพร่ มา เปน อนา ประโยชน์ แห่ง ตน ไม่ รู้ ว่า ไพร่ มี ความ ลำบาก วิไสย เปน เจ้า เมือง แล้ว กิน แล้ว จะ ต้อง ตฤก ตรอง บำรุง ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่นดิน อย่า ให้ ข่มเหง กด ขี่ ซึ่ง กัน แล กัน ตัดสิน ความ ต้อง ให้ เปน ยุติธรรม ให้ ราษฎร โม ทนา สาธุ ถ้า คิด ได้ อย่าง นี้ แล้ว จึ่ง ควร จะ เปน เจ้า เมือง ถ้า ตัด สิน เหน แก่ เงิน สินบน ไม่ มี ความ เมตา จิตร ทำ ให้ ราษฎร ได้ ความ เดือด ร้อน ราษ ฎร ต้อง เข้า มา ทำ ฎีกา ทูล เกล้าฯ ถวาย ให้ ได้ ความ ลำบาก ถึง ใต้ ฝ่า ลออง ธุลี พระบาท เจ้า เมือง กรม การ นั้น ก็ จัด เอา เปน คน กระบถ ต่อ แผ่นดิน เพราะ พระ เจ้า แผ่นดิน ตั้ง แต่ง ตัว ออก ไป ท่าน ปราถนา จะ ให้ บำรุง ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่นดิน อนา ประชา ราษฎร ให้ มี ความ ศุข ตัว มา เหน แก่ เงิน สินบน ประพฤติ การ ทุจริต แต่ ความ ข้อ นี้ หา มี ท่าน ผู้ ใด นำ ขึ้น กราบ บังคม ทูล พระกรุณา ไม่ ถ้า มี ขุนนาง เจ้า นาย ที่ สัจ ซื่อ นำ เอา ข้อ ความ ทั้ง นี้ ขึ้น กราบ บังคม ทูล ให้ ทรง ทราบ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ก็ คง จะ เปลี่ยน ตั้ง แต่ง คน ใหม่ ต่อ ไป ทุก วัน นี้ มี ผู้ ร้าย ปล้น สดม ก็ มี อยู่ ชุก ชุม ครั้น เจ้า ของ ทรัพย จับ ตัว ได้ ส่ง มา ยัง เจ้า เมือง กรมการ ผู้ ร้าย ก็ เอา ของ กลาง เปน สินบน เจ้า เมือง กรมการ ก็ ตัด สิ้น เข้า ด้วย ผู้ ร้าย ครั้น ราษฎร เข้า มา อุทร เจ้า เมือง กรมการ ก็ เอา เงิน ยัด ให้ แก่ ผู้ ชำระ ความ จริง ของ ราษฎร จริง ก็ กลับ เปน เท็จ ไป ครั้น ราษฎร ถวาย ฎีกา ทรง พระ กรุณา โปรด ให้ มี ข้า หลวง ออก ไป ชำระ ข้า หลวง ออก ไป ชำระ ก็ เอา สินบน เหมือน กัน เพราะ การ เปน เช่น นี้ ผู้ ร้าย จึ่ง ไม่ มี ความ ยำ เกรง เจ้า เมือง กรมการ ก็ ดี ข้า หลวง ก็ ดี เหน แก่ เงิน สินบน ไป เหน แก่ เสี้ยน หนาม แผ่นดิน ทำ ให้ ราษฎร ได้ ความ เดือด ร้อน ยับ เยิน ถ้า แม้น มี ศึก สงคราม จะ ได้ ใคร ใช้ อีก ประการ หนึ่ง ราษฎร ยับ เยิน เสีย หมด แล้ว ส่วย สา อากร จะ เกบ เอา กับ ใคร ท่าน นักปราช ทั้งหลาย ไม่ ตรอง ดู บ้าง ศุข ทุกข ของ ราษ ฎร ประการ ใด ก็ มิ ได้ รู้ ราษฎร ร้อง ทุกข ยื่น เรื่อง ราว กับ ท่าน แม่ กอง เดือน หนึ่ง ก็ ไม่ ได้ ชำระ ลาง ที สาม เดือน ไม่ ได้ ชำระ ก็ มี ครึ่ง ปี ไม่ ได้ ชำระ ก็ มี เรื่อง ราว ทั้ง นี้ ถ้า มี ความ สงไสย ขอ ให้ สืบ ราษฎร เทอญ ชาว สยาม ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า นาย เกิด อยู่ บ้าน คอก กระบือ นาย มี่ อยู่ บ้าน คอก วัว ส่ง ข่าว ความ ทุกข มา ให้ ท่าน ลง ใน สยามไสมย ให้ ได้ ความ ศุข ทั่ว กัน การ ทุก วัน นี้ ข้าพเจ้า เหน แขก ต่าง ประเทศ ซื้อ เอา วัว ออก จาก บ้าน เมือง ไป ขาย ต่าง ประเทศ เดือน ละ หลาย ร้อย เปน ที่ ตัด กำลัง แห่ง ชาว นา ใน บ้าน เมือง แท้ จริง ข้าพเจ้า เหน ว่า ถ้า บ้าน เมือง ใด ขัด สน โค กระบือ ผล ประโยชน์ สำหรับ ไร่ นา แล ผล ประโยชน์ แห่ง เข้า ทัง ผล ประ โยชน อื่น ก็ บก พร่อง ไม่ เตม ภม ควร ท่าน คอเวิน แมนต จะ ห้าม ปราม อย่า ให้ ผู้ ใด เอา โค กระบือ ออก จาก บ้าน เมือง ไป ได้ นี้ ก็ เปน ที่ จะ ให้ บ้าน เมือง เจริญ ศุข ได้ อนึ่ง ข้าพเจ้า พิเคราะห์ เห็น ว่า การ ที่ ยอม ให้ ผู้ ใด ผู้ หนึ่ง ซื้อ โค กระบือ ออก จาก บ้าน เมือง นั้น ดู เหมือน ผู้ ร้าย ที่ ลัก โค กระบือ กำเริบ ขึ้น เพราะ ผู้ ซื้อ โค กระบือ มัก คบ คิด กับ อ้าย ผู้ ร้าย หมาย ใจ จะ ให้ ได้ โค กระบือ ซื้อ ราคา ได้ ถูก พิเคราะห์ ดู ก็ สม จริง คือ ราคา โค ที่ บ้าน นอก กับ ราคา โค ที่ ขาย ลง กำปั่น นั้น เปน ราคา เหมือน กัน เพราะ มัน ซื้อ แต่ ผู้ ร้าย ได้ ราคา ถูก มัน จึ่ง ค้า ขาย ได้ เขา เห็น แต่ จะ ได้ ไม่ สงเคราะห์ แก่ เพื่อน มนุษ ที่ คน ชาว นา ชาว ไร่ ใจ มัน เหมือน ยักโข โลโพ เอา แต่ ได้ ฝ่าย เดียว ฯะ
๏ ใคร ทำ โทษ เทียร ตอบ แทน ทด ใคร คิด จิตร คด คด ต่อ บ้าง ใคร จริง จึ่ง ควร จรด ตั้ง ต่อ กัน นา ใคร ใคร่ ร้าง เร่ง ร้าง รัก ร้าง แรม โรย ฯะ
ณวัน ประหัสบดี เดือน เจด แรม สิบสี่ ค่ำ
เงิน แบงก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๖ เปนซ ๖ อัฐ
เงิน ไปรเวต สาม เดือน ๓ ชิลิง ๗ เปนซ กับ ๑ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๗๕ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน เจด แรม สิบสอง ค่ำ บาญชี่ย กำหนด การ จะ ทำ แล เงิน อัน ต้อง ใช้ คือ บัดยิด ครั้น อ่าน สอง ครั้ง แล้ว เฮาซ ออฟ กอมมันซ์ คัด ออก เสีย ไม่ รับ ฯะ
๏ มิสเตอ แกลดซโตน แจ้ง ความ ว่า เรื่อง นี้ คง ถือ ว่า เปน เรื่อง ของ แกบิเนด ฯะ
๏ พวก ที่ เฮาซ รับ ข้อ เพิ่ม เติม ของ เซอร์ ไมเคล ฮิกซ บี่จะ ห้าม มิ ให้ เพิ่ม เติม ภาษี เหล้า บีร แล เหล้า อื่น ๆ ฯะ
๏ เพราะ แพ้ เขา พวก มินิศตรี่ ที่ จะ ออก จาก ราช การ เสีย ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน เจด แรม สิบสอง ค่ำ เวลา เย็น คราว พวก แกบิเนด ชุมนุม ปฤกษา ราชการ วัน นี้ พวก มินิศตรี่ ตั้ง ใจ จะ เลิก ออก จาก ราชการ ฯะ
๏ ปาเลียแมนต์ เลิก การ ไป พลาง จน วัน ศุกร ฯะ
| กำปั่น เข้า ออก ใน กรุง เทพ | ||||||
| ณะเดือน แปด ปถมาสาธ วัน พุฒ ขึ้น หก ค่ำ จน ถึง วัน พุฒ ขึ้น สิบสาม ค่ำ ปี รกา สปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| เชอร์ดะ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๓๕๐ ตัน | อิริกเซน | กริม แอน โก | ฮำเบอร์ก | ขึ้น ๗ ค่ำ |
| บัวแก้ว | ก ๒ ส ค สยาม | ๓๓๘ | แลงก์ | ห้าง จิน | สิงฆโปร | ๘ ค่ำ |
| ต่อ สู้ ไพริน | ก ก ฟ สยาม | — | นาย ดิน | — | เกาะ ลี่ซัง | ๘ ค่ำ |
| ซงเบ้ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | ยอนซ์ | วินดซอ โรซ แอน โก | ซัวเถา | ๑๐ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๓๓ | เรดเมเกอร์ | มารกวาลด แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| มงกุฎ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | ยอรเดน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | ๗ ค่ำ |
| กิมซุนฮวด | ก ส ค สยาม | ๒๘๐ | เจ๊ก | ห้าง จิ่น | สิงฆโปร | ๘ ค่ำ |
| จำเริญ กำไร | ก ๒ ส ค สยาม | ๕๘๐ | กราก | — | ฮองกอง | ๘ ค่ำ |
| ไดจิ๋ว | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | ยอรเดน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | ๑๐ ค่ำ |
| ● กำปั่น กล ไฟ ชื่อ ซงเบ้ง ได้ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ถึง ๑๐๘๖๑ ห่อ ๚ะ | ||||||
๏ ภูเขา เหลือ แหล่ ล้วน สีลา หา มะณี จินดา ยาก ไซ้ ฝูง ชน เกิด นานา ประเทศ หา นักปราช นั้น ไซ้ เลือก แล้ว ฤา มี ๚ะ
๏ รศ หวาน ใน โลกย์ นี้ มี สาม รูป หญิง บริสุทธิ์ งาม อิก อ้อย สม เสพ รศ กล กาม เยาว โภค หวาน บ่ ปาน รศ ถ้อย กล่าว เกลี้ยง ไมตรี ๚ะ
๏ สัตรี ดี รูป ได้ เปน ทรัพย ชาย มี วิชา สรรพ ห่อน ได้ พราหมณ รู้ ไตร เภท นับ ประเสริฐ พราหมณา ภิกษุ เกิด ลาภ ได้ เพราะ ด้วย แสดง ธรรม ๚ะ
๏ นาย เรือน เปน ใหญ่ หยั้ง เรือน ตน นาย บ้าน เปน ใหญ่ คน ลูก บ้าน พระยา ใหญ่ กว่า ชน ใน เขตร แดน แฮ ปราช เปน ใหญ่ ทั่ว ด้าน สืบ ด้าว ทิศา ๚ะ
๏ พระยา กลัว ฆ่าศึก เบียด เบียน ซี่ บ่ เล่า เรียน เขียน อ่าน ไซ้ ชาว นา ละความ เพียร คร้าน เกียจ การ นา ทั้ง สาม สิ่ง นี้ ให้ โทษ แท้ สาธารณ ๚ะ
๏ รงงศิร สุริเยศ ถ้วน ถึง พัน ส่อง ทวีป ทั้ง สี พลัน ทั่ว ได้ แต่ ปล้อง ไม้ ไผ่ อัน บัง ต่อ นั้น ฤา ส่อง บ่ ถึง ใน ไซ้ หลาก ล้ำ กรรม ไฉน ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๔๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เซี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๗๕ บาท
๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน ลำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤา จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้อง การ ล่าม ฤา จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรงพิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ
๏ ลูกทุ่น บอก ที่ ราย ที่ ทเล ทา สี เขียว ได้ ไป จอด ไว้ ใต้ กำปั่น อัน จม นั้น คือ บีแอฟ วัตซัน ประมาณ สัก สามสิบ วา เมื่อ น้ำ ขอด เหนือ กำปั่น จม นั้น มี แต่ น้ำ สี่ วา เท่านั้น ลูก ทุ่น นั้น อยู่ แต่ เรือน โคม ไฟ ใน ทิศ นอท วัน กวาเตอร์ เวซะท แล ข้าง กลาง เกาะ สี่ชัง เปน ทิศ เซาท อีซะตะ ฮาฟ อีซตะ พระ วิสูตร สารคดิฐ เจ้า ท่า แจ้ง ความ มา ณวัน ศุกร เดือน เจด แรม แปด ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ๔ ห ) ๚ะ
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก
AYER'S CHERRY PECTORAL.
๏ ๓ ยา คือ เอเยอร์ เจะริ เปกโตรัล สำหรับ แก้ ไอ แก้ หวัด แก้ หืด แก้ ชัก แก้ เจบ คอ แก้ ไอ ร้าย แล ฝี ใน อก ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า กิน เกิน กำหนด มัก ให้ เหียน ราก ระวัง อย่า กิน เกิน กำหนด ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๐ หยด จน ถึง ๗๐ หยด ผู้ หญิง พ้น เขตร เดก กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๕๐ หยด เดก อายุ ขวบ เดี่ยว ให้ กิน ๕ หยด สอง ขวบ ๘ หยด สาม ขวบ ๑๐ หยด สี่ ขวบ ๑๒ หยด หก ขวบ ๑๕ หยด สิบ ขวบ ๒๕ หยด สิบห้า ขวบ ๓๐ หยด ถ้า จะ รู้ แน่ ว่า ควร จะ กิน เท่า ไร คน ละคน นั้น ให้ กิน อย่าง น้อย ก่อน แล้ว ค่อย กิน มาก เข้า จน จะ เหียน ราก แล้ว กิน น้อย กว่า นั้น ไป ถ้า ตัว ร้อน ปวด ศีศะ ปวด กะดูก ตัว หนาว ฤา แสบ ตัว กิน ยา เม็ด เอเยอร์ ปิลซ์ ให้ ถ่าย ตัว ให้ เลอียด ก่อน แล้ว กิน ยา ขนาน นี้ ต่อ ไป อย่า ออก แดด ร้อน นัก อย่า ออก ที่ หนาว นัก รับ ประทาน แต่ อาหาร ที่ ไฟ ธาตุ ของ ตัว ตี แตก ง่าย ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี ( จ. ห ) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด