เดือน ๘ แรม ๕ ค่ำ, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๓ แผ่น ๔๕ วัน พุฒ เดือน แปด ปถมาสาธ แรม ห้า ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
ทูตา นุทูต สยาม
ออก เจริญ ทาง พระราช ไมตรี กรุง ลันดัน
( แผ่น ๔๑ ต่อ กับ แผ่น ๔๕ )

๏ วัน อาทิตย์ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น เก้า ค่ำ บ่าย สอง โมง ได้ ถ่าน สินลา บันทุก แล้ว กับตัน ให้ ถอน สมอ ใส่ ไฟ ใช้ จักร ไป ตาม ทาง ใน ที่ ช่อง แคบ แล เหน ฝั่ง ทั้ง สอง ข้าง พวก อังกฤษ ว่า บาง แห่ง แคบ ที่ เดียว เพียง แปด ไมล์ คือ สาม ร้อย หก สิบ เส้น กว้าง ก็ เพียง สิบ ห้า ไมล์ คือ หก ร้อย เจ็ด สิบห้า เส้น วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบสอง ค่ำ ย่ำ รุ่ง แล้ว ถึง ท่า เมือง สุเอศ เปน เมือง ขึ้น แก่ ไกโร ชาติ์ เตอรกี กับตัน ให้ ทอด สมอ ลง น่า เมือง แล้ว ชัก ธง พระ จอม เกล้า ขึ้น บน ปลาย เส่า น่า ประมาณ ไม่ ถึง ชั่ว โมง รอง กงซุล อังกฤษ ให้ จัด เรือ กล ไฟ เล็ก ลำ หนึ่ง ออก มา รับ พวก ราชทูต แล เครื่อง ราช บรรณาการ ตัว รอง กงซุล ก็ ลง เรือ โบต ตาม มา ด้วย แล้ว แจ้ง ความ ว่า บัด นี้ กงซุล มี ธุระ ขึ้น ไป เมือง ลอนดอน แต่ ได้ สั่ง ข้าพเจ้า ไว้ ว่า ถ้า ราชทูต มา ถึง เมื่อ ไร ให้ ข้าพเจ้า จัด แจง รับ อนึ่ง ทาง รถ ไฟ ที่ ทำ มา แต่ เมือง อาเล็กซันเดรีย ก็ ยัง ไม่ แล้ว จะ ต้อง จัด รถ เทียม ม้า แล อูฐ บันทุก เครื่อง ราช บรรณาการ ไป ส่ง จน ถึง ทาง รถ ไฟ ทาง สัก ยี่สิบ ห้า ไมล์ คือ พัน ร้อย ยี่สิบ ห้า เส้น ถึง แล้ว จึง จะ ได้ บันทุก รถ ไฟ ต่อ ไป ข้าพเจ้า ให้ จัด รถ แล อูฐ เตรียม ไว้ พร้อม แล้ว กับตัน โอแกแลแฮน จึง ให้ ยิง สลุต ยี่สิบ เอ็ด นัด เจ้า เมือง สุเอศ ก็ ให้ ยิง คำนับ ตอบ ยี่สิบ เอ็ด นัด เหมือน กัน เวลา เช้า สี่ โมง ครึ่ง พวก ราชทูต กับตัน โอแกแลแฮน พร้อม กัน ลง ใน เรือ กล ไฟ เล้ก น่า เรือ ปัก ธง พระ จอม เกล้า ท้าย ปัก ธง เตอร กี ออก จาก เรือ รบ เอนกวนเตอ ที่ เรือ รบ เอนกวน เตอ เสา น่า ชัก ธง ช้าง เผือก เมื่อ เรือ ห่าง กัน ออก มา ประมาณ สี่ วา ทหาร ที่ เรือ เอนกวนเตอ ยิง สลุต ส่ง ราชทูต อีก สิบเก้า นัด เรือ ไฟ เล้ก ใช้ จักร มา ตาม ร่อง น้ำ ที่ คด อ้อม วง เวียน ประมาณ ครึ่ง ชั่ว โมง ถึง ท่า จอด เมื่อ จะ ขึ้น บก มี คน ถือ ร่ม ขาว คัน ยาว กั้น ให้ ราชทูต คัน หนึ่ง อุปทูต คัน หนึ่ง รอง กงซุล เชิญ พวก ราชทูต ขึ้น ภัก บน โฮเตล จัด แจง เลี้ยง ดู สำเร็จ แล้ว บ่าย เกือบ โมง รอง กงซุล จึ่ง เชิญ พวก ราชทูต ทั้ง นาย แล ไพร่ ขึ้น รถ หก รถ เทียม ม้า รถ ละ สี่ ม้า มา ตาม ระยะ ทาง ชั่ว โมง หนึ่ง คิด เปน ทาง ห้า ไมล์ คือ ส่อง ร้อย ยี่สิบ ห้า เส้น มี ติก ที่ ภัก เปลี่ยน ม้า ครั้ง หนึ่ง เปลี่ยน ทุก ชั่ว โมง เมื่อ ถึง ที่ เปลี่ยน ม้า คำรบ สี่ เวลา บ่าย ห้า โมง กับตัน โอแกแลแฮน จึ่ง เชิญ พวก ราชทูต อยุด ภัก รับ อาหาร ใน โฮเตล เสร็จ แล้ว ออก จาก ที่ นั้น ไป ทาง อีก ภัก ม้า หนึ่ง ถึง ทาง รถ ไฟ ภอ ค่ำ เมื่อ ถึง นั้น รถ ไฟ ไป เสีย ก่อน แล้ว ต้อง อยุด ภัก คอย อยู่ ใน เรือน ผ้า จน ยาม เสศ รถ ไฟ กลับ มา ถึง กับตัน โอแกแลแฮน จึ่ง เชิญ พวก ราชทูต ขึ้น รถ ไฟ ไป จน เวลา ห้า ทุ่ม เสศ ถึง เมือง ไกโร เปน เมือง อุปราช ของ เมือง เตอร กี เจ้า เมือง ไกโร ชื่อ มฮัมหมัด ซา อิดปาซา ให้ ขุนนาง เอา รถ แปด รถ มา คอย รับ ราชทูต มี คน ถือ กระบอง หุ้ม เงิน ขี่ ม้า นำ น่า รถ ม้า หนึ่ง ทหาร ขัด ดาบ ขี่ ม้า คู่ หนึ่ง คน เดิน ถือ คบ ไฟ นำ หน้า สอง คู่ หลัง คู่ หนึ่ง คน ถือ โคม นำ น่า รถ คู่ หนึ่ง รถ ต่อ ลง มา มี คน ถือ ฅบ ไฟ รถ ละ คู่ ไป จาก รถ ไฟ ถึง ที่ โฮเตล ชื่อ โอไรเอ็นแตล จัด แจง ให้ ภัก อยู่ ที่ นั้น รุ่ง ขึ้น เจ้า ไกโร ให้ ขุนนาง เอา รถ เทียม ม้า เทษ รถ ละ คู่ สาม รถ มา เชิญ พวก ราชทูต ไป เที่ยว ชม วัด แล วัง เปน ที่ อยู่ เปลี่ยน ระดู วัด นั้น ใหญ่ โต ระโหถาน นัก เสา ใน โบถ ทำ ด้วย สินลา โมรา ทั้ง แท่ง ใหญ่ ประมาณ หก กำ ยาว ประมาณ สี่ วา พื้น แล ผนัง ดาด สินลา โมรา แผ่น หนึ่ง ยาว ศอก คืบ กว้าง ศอก คืบ โบถ นั้น ทำ สันถาน กลม คล้าย วัด แขก ที่ ตะเกีย กว้าง ประมาณ สาม สิบ วา เสศ ที่ วัง ก็ ใหญ่ กว้าง สนุกนิ์ งด งาม เปน ที่ อยู่ ตาม ระดู ร้อน แล ระดู หนาว ราชทูต เที่ยว ดู รอบ แล้ว ก็ กลับ มา ที่ อยู่ เวลา บ่าย สาม โมง เจ้า ไกโร ให้ ขุนนาง เอา รถ สาม รถ มา เชิญ พวก ราชทูต ไป เฝ้า ที่ ใน วัง เจ้า ไกโร แต่ง รับ ราชทูต ที่ ประตู มี ทหาร ขี่ ม้า ใส่ เสื้อ เกราะ ทอง เหลือง ตะ พาย ปืน ถือ ดาบ ยืน สอง แถว ๆ ละ หก สิบ ม้า ประ ตู ชั้น ใน ถือ ปืน ปลาย หอก สอง แถว ๆ ละ หก ร้อย คน ปี่พาทย สำหรับ ทหาร ปืน ปลาย หอก ยี่สิบ สี่ คน ที่ สนาม ใน มี ทหาร ปืน ใหญ่ ขี่ ม้า ประจำ อยู่ กระบอก ละ ยี่สิบ สี่ ม้า ปืน ใหญ่ หก กระบอก รวม ทหาร ร้อย สี่สิบ สี่ ม้า ปี่พาทย สำหรับ ปืน ใหญ่ ยี่สิบ สี่ คน พวก ราชทูต เข้า ไป ถึง ชั้น ไหน ทหาร ก็ คำนับ ตาม ทำเนียม ทุก ชั้น ครั้น ถึง ที่ เจ้า ไกโร ออก ขุนนาง พวก ราชทูต พร้อม กัน ลง จาก รถ แล้ว มี ขุนนาง สาม คน ออก มา เชิญ ให้ เข้า ไป ข้าง ใน ขณะ นั้น เจ้า ไกโร ออก มา นั่ง อยู่ บน ที่ ครั้น เห็น ราชทูต เจ้า ไกโร จึ่ง ลุก ยืน ขึ้น รับ แล้ว เชิญ พวก ราชทูต ให้ นั่ง บน ที่ อัน เดียว กัน กับ เจ้า ไกโร แต่ ที่ เจ้า ไกโร นั่ง เบาะ หมอน ทำ ด้วย โหมด เทษ ที่ พวก ราชทูต นั่ง เบาะ หมอน ทำ ด้วย แพร ดวง อย่าง หนา เปน แพร ฝรั่งเสศ เจ้า ไกโร ให้ เอา กล้อง มา ให้ พวก ราชทูต สูบ คน ละ คัน น้ำ กาแฝ่ คน ละ ถ้วย แล้ว พูดจา ปราไศรย กัน อยู่ ครู่ หนึ่ง ราชทูต ก็ ลา ออก มา ฝ่าย นอก ขุนนาง นาย ทหาร จึ่ง สั่ง ทหาร ให้ เดิน กระบวน ต่าง ๆ ให้ พวก ราชทูต ดู เสร็จ แล้ว ราชทูต ก็ ลา มา จาก วัง ขุนนาง จึ่ง นำ ไป ที่ สวน แห่ง หนึ่ง มี ที่ สำหรับ เจ้า ไกโร ไป ประพาศ หลาย แห่ง มี สระ น้ำ สระ หนึ่ง กว้าง ประมาณ สอง เส้น มี เกาะ กลาง ตาม ขอบ สระ ก่อ ด้วย สินลา อ่อน ทำ เปน ราง น้ำ ไหล ได้ รอบ ใน พื้น ราง จำหลัก เปน รูป สัตว น้ำ ต่าง ๆ แล้ว ก่อ ระเบียบ รอบ สระ กว้าง ประมาณ สาม วา ทิศ ตวัน ตก ทิศ ตวัน ออก ทิศ เหนือ ทิศ ใต้ ทั้ง สี่ ทิศ ทำ เปน มุข สำหรับ เจ้า ไกโร ประทับ มี ที่ นั่ง ที่ นอน พร้อม ทุก แห่ง พวก ราชทูต เที่ยว ดู รอบ แล้ว ก็ ลา กลับ มา ที่ สำนักนิ์ ๚ะ


๏ วัน ศุกร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบสี่ ค่ำ เวลา สี่ โมง เช้า ราชทูต ออก จาก เมือง ไกโร ไป ขึ้น รถ ไฟ เจ้า ไกโร ให้ ขุนนาง เจ้า พนักงาน ตาม มา ส่ง ด้วย สอง คน บ่าย โมง หนึ่ง ถึง ที่ ภัก เจ้า พนักงาน จึ่ง เชิญ พวก ราชทูต แล กับตัน โอแกแลแชน ขึ้น ไป รับ อาหาร บน โฮเตล กลาง ทาง เสร็จ แล้ว ก็ ขึ้น รถ ไฟ ต่อ ไป บ่าย สาม โมง ถึง แม่ น้ำ ไนล น้ำ ที่ นั้น ฤก สิบเจ็ด วา กว้าง สอง รอย วา รถ ไฟ ไป ถึง ริม ฝั่ง มี ตะพาน เลื่อน รถ ลง แพ เหล็ก ชัก ข้าม ฟาก ไป ตาม สาย โซ่ ที่ ขึง ไว้ ครั้น ถึง ท่า ฟาก ข้าง หนึ่ง แล้ว ก็ เลื่อน รถ ขึ้น จาก แพ ไป ตาม ทาง จน บ่าย ห้า โมง เสศ ถึง เมือง ชาย ทะเล เปน ท่า กำปั่น จอด ชื่อ เมือง อาเลกซันเดรีย เปน เมือง ขึ้น แก่ เมือง ไกโร ขุนนาง ใน เจ้า ไกโร จึ่ง เชิญ พวก ราชทูต เข้า ภัก อยู่ ใน วัง ชื่อ มูแชเฟียฮอเนอ อาเลกซันเดรีย เปน วัง ที่ ประทับ ของ เจ้า ไกโร รุ่ง ขึ้น เวลา เช้า ขุนนาง สาม นาย จึ่ง นำ ราชทูต ไป ที่ วัง อีก แห่ง หนึ่ง ยู่ ริม ชาย ทะเล มี ตึก ใหญ่ หลัง หนึ่ง กั้น เปน ห้อง เล็ก ห้อง ใหญ่ ประมาณ ยี่สิบ ห้อง พื้น ใน ห้อง ปู ด้วย ไม้ ลาย ต่าง ๆ บาง ห้อง ก็ ฝัง ทอง เหลือง เปน ลวด ลาย บาง ห้อง ก็ ปู ด้วย สินลา อ่อน บาง ห้อง ก็ ปู พรม เครื่อง แต่ง ห้อง ต่าง ๆ กัน คือ เก้าอี้ นั่ง เก้าอี้ นอน โต๊ะ เตียง บาง ที่ เปน ทอง เหลือง บาง ที่ เปน ไม้ ลาย บาง ที่ ทำ ด้วย สินลา ลาย แต่ เตียง นอน ของ เจ้า ไกโร นั้น ทำ ด้วย เงิน กว้าง สี่ ศอก ยาว สี่ ศอก มุ้ง แพร ปัก ทอง ที่ นอน เย็บ ด้วย ล้าระบับ ของ ทั้งปวง ที่ ใช้ ใน วัง นั้น เปน ของ ฝรั่งเสศ บ้าง เปน ของ อังกฤษ บ้าง พวก ราชทูต เที่ยว ดู ทั่ว แล้ว ก็ กลับ มา ที่ อยู่ ๚ะ


ว่า ด้วย ราชทูต ออก จาก ไกโร ไป ถึง เกาะ มอลตา
แล เมือง ยิบรอลเตอ แล เมือง ไวโค แล เมือง ปอร์ดสมัท

๏ วัน อาทิตย เดือน สิบเอ็ด แรม ค่ำ หนึ่ง บ่าย สอง โมง ทูตา นุทูต พร้อน กัน มา ลง กำปั่น ขนะ นั้น กับตัน โอแก แลแชน มา ส่ง ราชทูต ถึง ท่า แล้ว ก็ ลา คืน หลัง ยัง เรือ กล ไฟ เอนกวนเตอ กลับ มา ทาง ทะเล แดง อ้อม แหลม คูกฮบ ไป เมือง อิงแคลนด์ คือ เมือง อังกฤษ แต่ กำปั่น ที่ มา คอย รับ ราชทูต มี สอง ลำ ๆ ลำ หนึ่ง เปน กำปั่น รบ ชื่อ เดศเปอเรต ลำ หนึ่ง เปน เรือ เร็ว สำหรับ เจ้า แล ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ชื่อ กาเรดอก ต่อ ด้วย เหล็ก เดิน เร็ว ถึง โมง ละ สิบสอง นอด คือ ห้า ร้อย สี่สิบ เส้น ห้อง ที่ ก็ งด งาม ราชทูต เลือก เอา เรือ กาเรดอก เรือ นั้น จักร ข้าง ยาว ร้อย ยี่สิบ ฟิต คือ สิบแปด วา ศอก คืบ หก นิ้ว ปาก กว้าง ยี่สิบ ห้า ฟิต คือ สาม วา สาม ศอก แปด นิ้ว กับ สาม กะเบียด กิน น้ำ ฤก แปด ฟิต คือ สี่ ศอก คืบ สิบ นิ้ว กำลัง สาม ร้อย ห้าสิบ แรง ม้า มี ขุนนาง อยู่ ใน เรือ สิบ นาย ทั้ง กัปตัน คน เลว ห้าสิบ ห้า คน รวม หกสิบ ห้า คน ราชทูต แล คน ใช้ ลง ใน เรือ กาเรดอก พร้อม กัน แล้ว กัปตัน เกลเวอริง ก็ ให้ ใส่ ไฟ ใช้ จักร ออก จาก ท่า เมือง อาเลกซันเดรีย ไป ตาม ทะเล ชื่อ เมดิเตรา เนียน วัน พฤหัสบดี เดือน สิบเอด แรม ห้า ค่ำ เวลา แปด ทุ่ม ครึ่ง ถึง เมือง เกาะ ชื่อ มอลตา ขึ้น แก่ อังกฤษ รุ่ง ขึ้น เวลา เช้า สี่ โมง อังกฤษ เจ้า เมือง ชื่อ เซอ วิละเลี่ยม ริด ให้ เอา เรือ โบต สาม ลำ มา รับ พวก ราชทูต ขึ้น ไป บน ตลิ่ง แล้ว ที่ ป้อม น่า เมือง ก็ ยิง สลุต รับ สิบ เก้า นัด พวก ราชทูต ก็ ขึ้น รถ ไป ที่ บ้าน เจ้า เมือง พูด จา ไถ่ ถาม ทุกข์ สุข กัน แล้ว เจ้า เมือง จึ่ง ภา ให้ พวก ข้าหลวง เที่ยว ดู ใน เรือน ทุก ๆ ห้อง แล้ว จัด แจง เชิญ พวก ราชทูต ไป สำนักนี้ ภัก อยู่ ที่ โฮเตล วัน ศุกร เดือน สิบเอด แรม หก ค่ำ เวลา เช้า ห้า โมง เจ้า เมือง ให้ มา เชิญ พวก ราชทูต ไป ดู หัด ทหาร ๆ ที่ หัด วัน นั้น สอง พัน คน ดู ทหาร แล้ว เลย ไป ดู อู่ จน บ่าย ห้า โมง เจ้า เมือง ให้ มา เชิญ พวก ราชทูต หก คน ไป กิน โต๊ะ กับ ขุนนาง อังกฤษ สิบ ห้า คน ฯะ


๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ฯะ

ว่า ด้วย คาบอน

๏ ท่าน ผู้ แปล วิชา นักปราช ซึ่ง เรียก ว่า รสายนะ สาตร ได้ คัด เอา ความ ข้อ หนึ่ง มา ตั้ง ว่า ต่อ ไป นี้ ฯะ

๏ คาบอน นี้ เปน ธาตุ อัน แขง คาบอน ที่ มี ธาตุ อัน แขง นั้น มี อยู่ สาม ประการ คือ ถ่าน ไม้ แล ถ่าน หิน ที่ ท่าน ทั้งหลาย เหน อยู่ ทุก วัน นี้ ก็ เรียก ว่า คาบอน อย่าง หนึ่ง หิน เพชร อัน แขง ที่ มี ศรี อัน ขาว นั้น ก็ เรียก ว่า คาบอน อย่าง หนึ่ง ตะ กั่ว ดำ ที่ เรียก ว่า กราไฟท์ ที่ เขา ทำ เปน ดิน ส่อ ดำ ใช้ นั้น ก็ เรียก ว่า คาบอน อย่าง หนึ่ง มี ผู้ ถาม เข้า มา ว่า ของ สาม อย่าง นี้ มี ศรี แล สันฐาน ต่าง กัน มาก นัก ทำ ไม จึ่ง รู้ ว่า ประกอบ ไป ด้วย ธาตุ อย่าง เดียว กัน เล่า ตอบ ว่า เรา จะ ทด ลอง การ เช่น นี้ ก็ คง จะ รู้ ว่า ของ สาม สิ่ง ต่าง กัน มาก ก็ ยัง ประกอบ ด้วย ธาตุ อัน เดียว คือ ให้ เอา ถ่าน ไม้ แห่ง หนึ่ง ใส่ ลง ใน ภาชน ที่ มี แกซ ออกไซเยน เผา ไฟ จึ่ง บังเกิด มี คาบอนนิก แอกซิด แกซ ขึ้น ฤา ถ้า ท่าน จะ เอา ก้อน กราไฟท์ คือ ดิน ส่อ ดำ แห่ง หนึ่ง ใส่ ลง ใน ภาชน ที่ มี แกซ ออก ไซเยน เผา เสีย ก็ บังเกิด มี คาบอน นิก แอกซิด แกซ ขึ้น เหมือน กัน ฤา ถ้า ท่าน จะ ทด ลอง การ นั้น ต่อ ไป อีก ก็ ให้ เอา หิน เพชร ก้อน หนึ่ง เผา ด้วย แกซ ออกไซเยน เผา แล้ว ก็ คง จะ มี คาบอน นิก แอกซิด แกซ บังเกิด ขื้น เหมือน อย่าง ครั้ง ก่อน เหมือน กัน เพราะ เหตุ การ ทด ลอง เช่น กล่าว มา นี้ เรา ทั้งหลาย จึ่ง รู้ ว่า ของ สาม สิ่ง นี้ คือ ถ่าน ไม้ ๑ กราไฟท์ ๑ แล หิน เพชร ๑ ทั้ง สาม สิ่ง นี้ มี ธาตุ อย่าง เดียว กัน คือ คาบอน แต่ มี คำ ถาม อีก ว่า สาม สิ่ง นี้ ประกอบ ด้วย คาบอน สิ่ง เดียว เท่านั้น ฤา มี ธาตุ อื่น เข้า ปน อยู่ บ้าง ก็ มี คำ ตอบ ว่า หา มี ธาตุ อื่น ไม่ มี แต่ คาบอน สิ่ง เดียว เพราะ ว่า ถ้า เรา จะ ทด ลอง การ อย่าง หนึ่ง จึ่ง รู้ ว่า มี แต่ คาบอน สิ่ง เดียว คือ ให้ เอา ถ่าน ไม้ หนัก ๑๒ เกรน กราไฟท์ หนัก ๑๒ เกรน แล หิน เพชร หนัก ๑๒ เกรน ใส่ ลง ใน ภาชน สาม แห่ง เผา ต่าง หาก กัน เผา แล้ว ก็ คง จะ มี คาบอนนิก แอกซิด บังเกิด ขื้น หนัก เท่า กัน ทั้ง สาม แห่ง คือ ได้ น้ำ หนัก แห่ง ละ ๔๔ เกรน เพราะ เหตุ ฉะนั้น เรา ทั้งหลาย จึ่ง รู้ ว่า ของ สาม สิ่ง นี้ ถึง แม้น ว่า แปลก กัน มาก นัก คือ หิน เพชร อัน ประ เสริฐ กับ ถ่านไม้ ถ่าน หิน ตาม ธรรมดา แล ตะกั่ว ดำ ถึง กระนั้น ก็ ยัง ประกอบ ไป ด้วย เนื้อ อัน เดียว ตาม วิชา รสายนสาตร คือ คาบอน ซะ

ว่า ด้วย ขัด ข้อง

๏ ข้าพเจ้า ผู้ ตั้ง บ้าน เรือน อยู่ ตาม ลำ คลอง สมเด็จ เจ้าพระยา พระองค์ น้อย ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน หลวง พิไชยวารี ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ได้ ความ ลำบาก เพราะ ท่าน เอา เรือ กลไฟ ของ ท่าน เข้า ไป เกย ปาก คลยง ทำ การ ตั้วสิว อยู่ นั้น เปน ที่ ลำบาก กับ พวก ข้าพเจ้า ที่ ได้ เข้า ออก เปน ที่ สุด บาง คน ก็ ไป ราชการ บาง คน ก็ ไป ค้า ขาย พระ วัดพิไชย ญาติ ก็ ต้อง ไป บิณฑบาตรเวร ใน พระ บรมหา ราชวัง เมื่อ เวลา น้ำ จวน แห้ง เรือ ก็ อุด เสีย เต็ม ครั้น ถอย หลัง จะ มา ออก คลอง เจ้า คุณ ทหาร แล คลอง สาร แล คลอง หลัง วัด น้ำ ก็ ลง แห้ง สิ้น ทุก คลอง เหมือน อยู่ ใน ที่ ขัง จะ ไม่ ไป ก็ กลัว ผิด ด้วย เปน ราชการ ต้อง จำ ใจ ลง เรือ จ้าง ข้าม ฟาก ขื้น เดิน ไป รับ ราชการ แต่ ได้ ความ ลำ บาก ฉะนี้ หลาย วัน มา แล้ว จน นึก ประหลาด ขึ้น มา ว่า ท่าน ก็ เปน ขุนนาง มิใช่ จีน ถอย ชาติ์ ต่ำ ช้า รู้ ขนบธรรมเนียม ราชการ มาก เปน ผู้ ใหญ่ ควร จะ เหน แก่ พวก ข้า ราชการ ผู้ อื่น บ้างด้วย จะ เอา แต่ ประโยชน ตน ให้ เสีย ประโยชน์ ผู้ อื่น ให้ ได้ ความ ลำบาก ควร แล้ว ฤา แล้ว มา ได้ ยิน ผู้ ที่ ทำ การ อยู่ ใน เรือ นั้น เปน ลูก จีน พูดกัน ว่า ถึง ท่าน เจ้าสัว เอา คลอง ทำ เปน อู่ เรือ ก็ จริง แต่ อย่า เพิก บ่น ว่า เลย ถ้า ท่าน ทำ การ เรือ ของ ท่าน แล้ว เสร็จ ท่าน ก็ จะ ช่วย บำรุง คลอง นี้ ให้ เจริญ ลึก ลง มิ ให้ น้ำ แห้ง ขาด คลอง ได้ เมื่อ เรื้อ ของ ท่าน ขัด ขวาง เปน ประการ ใด จะ ได้ มา อาไศรย คลอง ทำ ต่อ ไป เมื่อ ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ความ ดัง นี้ มี ความ ยิน ดี เอี่ม ใจ เปน อัน มาก เพราะ มา นึก เหน ว่า จะ เปน ความ จริง ด้วย ท่าน เจสัว ผู้ นี้ เปน คน ปึก แผ่น แน่น หนา มี กำลัง ยศ ทรัพย มาก รุ้ จัก ความ ดี ความ งาม แล อายุศม์ ท่าน ก็ ค่อน ข้าง ผู้ ใหญ่ แล้ว เหน จะ บำรุง คลอง เข้า เพราะ เงิน ที่ จะ ใช้ ขุด คลอง นั้น ไม่ ลง กว่า ๕๐ ชั่ง เลย ท่าน คง ขุด ได้ ไม่ ยาก ด้วย จะ หา ชื่อ เสียง แต่ จะ พั้่ง เอา เปน การ จริง นั้น ยัง ไม่ ได้ ด้วย ว่า หา ได้ ยิน ต่อ ปาก ท่าน เอง ไม่ ข้าพเจ้า จึ่ง ได้ ถาม มา ใน สยาม ไสมย เพื่อ ประสงค จะ ให้ ได้ ความ จริง ถ้า จริง ดัง ข้าพ จ้า ได้ ทราบ มา แล้ว ขอ ท่าน ได้ โปรด ตอบ มา ทาง สยาม ไสมย เทิญ ท่าน ที่ รับ หนัง สือ สยาม ไสมย โดย มาก จะ ได้ ทราบ จะ ชวน กัน สรรเสิญ ท่าน ชื่อ เสียง ท่าน ก็ จะ หอม พุ้ง ขจร ความ เจริญ ก็ จะ เกิด มี ยิ่งๆ ขึ้น ไป ชั่ว บุตร แล หลาน เชิญ ท่าน ขุด เทิญ อย่า อุด เสีย เลย ขะ

ว่า ด้วย ธรรมเนียม

๏ มี ตา แก่ คน หนึ่ง เปน ชาว เขมร แต่ ไม่ รู้ ว่า สำนักนิ์ อยู่ บ้าน ใคร ไม่ ทราบ แก เล่า ว่า เมือง เขมร ภาษี อากร ไม่ เหมือน ทุก วัน นี้ ตั้ง แต่ องค ราชา วะดี ออก ไป เปน เจ้า แผ่นดิน ภาษี อากร มี เหมือน กรุง สยาม เหมือน กัน แล้ว ท่าน ตั้ง คน ไทย เปน ขุน นาง การ งาน สิ่ง ไร สุด แต่ ขุนนาง เจ้า นาย แต่ พระองค ท่าน ทรง ธรรม ราษฎร ร้องทุกข ถวาย ฎีกา ท่าน ก็ ส่ง ไป ให้ ขุน นาง เจ้า นาย สุด แล้ว แต่ ขุนนาง เจ้า นาย จะ ทำ สุก ก็ ได้ จะ ทำ ดิบ ก็ ได้ ราษฎร จะ กล่าวโทษ ขุน นาง เจ้า นาย ประการ ใด ท่าน ก็ ไม่ เอา โทษ ราษฎร ได้ ความ ยาก แค้น เหลือ ทน แล้ว ราษฎร จึ่ง ได้ ช่วย กัน เข้า ชื่อ ทำ เรื่อง ราว เข้า ร้อง ทุก ต่อ ขุนนาง ฝรั่งเสศ ๆ จึ่ง ได้ เอา เรื่อง ราว ของ ราษฎร ให้ องค ราชา วะดี ดู แล้ว ขุนนาง ฝรั่งเสศ ว่า กับ องค ราชา ว่า ตัว เปน เจ้า ของ แผ่นดิน ราษฎร ได้ ความ ยาก แค้น เดือด ร้อน ก็ ไม่ รู้ ถ้า ไม่ มี ราษฎร ส่วย สา อากร จะ ไป เก็บ เอา กับ ใคร องค์ ราชา วะดี ก็ ไม่ รู้ ที่ จะ ตอบ ประการ ใด ครั้น อยู่ ไป ไม่ ช้า ไม่ นาน เขา จึ่ง ถอด องค ราชา วะดี ไม่ ให้ ว่า การ แผ่นดิน ทุก วัน นี้ ฝรั่งเสศ เขา ว่า เอง เรื่อง ข่มเหง กด ขี่ ไม่ มี เขา บำรุง ราษฎร อย่าง เดียว เขา ถือ ว่า เกิด ศึก ราษฎร ช่วย เขา ได้ ขุนนาง เบียด เบี้ยฬ เขา ไม่ ได้ ธรรม เนียม ผิด กัน กับ กรุง เขมร ได้ ยิน พวก จีน พูด กัน ว่า ทุก วัน นี้ เมือง จีน เขา จัด ธรรมเนียม ใหม่ เขา ทำ ถัง ไคล้ กับ ตู้ ไปรสนีย ไว้ สำหรับ ให้ ราษฎร ร้อง ทุกข ถ้า แม้น เปน ความ ทำ เรื่อง ราว ทิ้ง ลง ใน ถัง วัน หนึ่ง เจ้า พนักงาน ไข ถัง วัน ละ หน ราษฎร ก็ ไม่ ต้อง เสีย อะไร แล้ว เขา ก็ ชำระ ตัศสิน ให้ เปน ยุติธรรม จะ ไป ข้าง ไหน แบก ถุง เงิน โต ๆ ก็ ไม่ มี ผู้ ร้าย วิ่ง ราว ฯะ

ว่า ด้วย เวียน เกิด เวียน ตาย

๏ ท่าน นักปราช ผู้ ฉลาด ใน กรุง สยาม มี คำ ถาม ถึง ข้อ ที่ เรา ได้ ชันสูตร แล้ว ว่า ไม่ มี เวียน เกิด เวียน ตาย ตาย ก็ หน เดียว เกิด ก็ หน เดียว คือ เรา ชันสูตร อย่าง นี้ พระเจ้า เปน ประถม เหตุ สร้าง อาดาม กับ อาวา เปน ต้น อาดาม กับ อาวา จึง ได้ สืบ ลูก ๆ จึง ได้ สืบ หลาน ๆ จึง ได้ สืบ เหลน ๆ จึง ได้ สืบ โหลน ครั้น พรรณา ให้ ถี่ ถ้วน การ ก็ จะ ยืด ยาว ไป นัก ถ้า มี เวียน เกิด เวียน ตาย อาดาม กับ อาวา ก็ คง จะ เวียน เกิด เวียน ตาย แต่ สอง คน ที่ ไหน จะ ได้ มี มนุษ ยิ่ง มาก ขึ้น ทุก วัน ภอ มนุษ ประ ติ สนธิ ใน ครรภ มารดา พระเจ้า ก็ ประทาน วิญาณ แก่ มนุษ ที่ อยู่ ใน ครรภ มารดา แต่ ความ ข้อ นี้ ใน พระ บาฬี ไม่ มี ท่าน จึง มิ ได้ รู้ จัก ฤา ท่าน ยัง มี ความ สงไสย เรา จะ อธิบาย ความ เปรียบ ภอ เปน คติ คือ ไม้ ไผ่ เดิม เขา เอา ซอ อัน เดียว ไป ปลูก ครั้น แล้ว เหตุ ไฉน ไม้ ไผ่ จึง ได้ เปน มาก ลำ ครั้น เปน หน่อ เปน ลำ เขา ตัด ไป ใช้ ไป กิน หน่อ ลำ ที่ เขา ตัด ไป ใช้ ไป กิน นั้น จะ เวียน มา เกิด อีก ก็ หา มิ ได้ จะ จริง อย่าง นี้ ฤา ไม่ ข้อ ซึ่ง ว่า เวียน เกิด เวียน ตาย นั้น ท่าน ยัง จะ ชันสูตร ได้ อย่างไร บ้าง เรา อยาก ใคร่ รู้ เวียน เกิด เวียน ตาย ใช้ ชาติ ใช้ กรรม มนุษ กลับ เปน สัตว ๆ กลับ เปน มนุษ มนุษ ทำ อกุศล ๆ กรรม บาป นั้น ติด ไป กับ วิญาณ พระเจ้า จึง ได้ ลง โทษ ให้ ไป ตก นรก ก็ ถ้า ผู้ [ใ]ด ตาม บัญญัติ พระ เจ้า ลุ กะ โทษ กลับ ตั้ง ใจ ใหม่ แล พระเยซู เจ้า โปรด ล้าง บาป ตั้ง แต่ นั้น ไป จน วัน ชีวิตร หา ไม่ ผู้ นั้น ตาย ไป พระเจ้า จะ รับ วิญาณ ผู้นั้น ไป ยัง สวรรค ถ้า พูด อย่าง นี้ คน ชาว กรุง สยาม มัก หัวเราะ เพราะ ด้วย เขา ไม่ รู้ จัก อะไร เรา จะ สำแดง ให้ ท่าน ฟัง คือ อ้าย คน คุก คน ตราง มิ ใช้ อกุศล ๆ จะ จับ ตัว มัน ไป ติด ก็ หา ไม่ คือ พระเจ้า ลง โทษ มัน จึง ได้ ติด คุก ติด ตราง อย่าง นั้น มิ ใช่ ฤา ฤา ว่า มัน ไป ติด เอง ฯะ

ความ ร้อน ใน กรุง เทพ

๏ ครู มิศเตอร แมก พาแลนด์ ที่ รับ ราชการ เปน ครู สอน กุล บุตร ชาว สยาม ให้ เรียน ภาษา อังกฤษ ได้ ดู ถอด ปรอด คือ เทอร มอมี่เตอร ทุก วัน แล จัด ร้อน มาก น้อย เท่า ใด ทุก วัน ตั้ง แต่ วัน แรก เดือน อ้าย ฝรั่ง จน สิ้น เดือน ห้า ปี ฝรั่ง ปี นี้ แล แบ่ง ทั่ว กัน ให้ รู้ว่า เดือน หนึ่ง ๆ นั้น ความร้อน มาก น้อย เท่า ใด ตาม กำหนด นั้น ความร้อน ใน เดือน อ้าย ปี ฝรั่ง นี้ ถึง ๘๐"๙ เดือน ญี่ ๘๑"๗๘ เดือน สาม ๘๓"๙๓ เดือน สี่ ๘๗"๔๔ เดือน ห้า ๙๐"๓๓ ๚ะ


ข่าว โทรเลข นอก

พวก มินิศตรี

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน เจด แรม สิบห้า ค่ำ พวก นำ พวก กอนเซอวิติฟ ที่ จะ รับ ตำแหน่ง ราชการ

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน แปด ปฐมาสาธ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง หนังสือ จดหมาย เหตุ ไตมซ์ ลง พิมพ์ แจ้ง ความ ข้อ หนึ่ง ว่า สมเด็จ พระบรม นาง กวีน ไม่ ยอม รับ การ ทูล ลา ออก จาก ราชการ ของ พวก มินิศตรี ของ มิศ เตอร์ แกลดซะโตน ก่อน กว่า ได้ รู้ ความ ยิ่ง เลเอียด ก่อน

คอเวินแมนต์

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน แปด ปฐมาสาธ ขึ้น สอง ค่ำ สมเด็จ พระบรม นาง กวีน มี พระบรม ราชโอง การ สั่ง ให้ เชิญ ลอด ซอลิซะบะรี่ มา ยัง วัง บัลโมรัล

๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน แปด ปฐมาสาธ ขึ้น สาม ค่ำ ณวัน เสาร์ มิศเตอร์ แกลดซะโตน ได้ กล่าว แจ้ง ความ ใน เฮาซ ออฟ กอมมันซ ว่า ด้วย พวก มินิศ ตรี ทูล ลา ขอ ออก จาก ราชการ สมเด็จ พระบรม นาง กวีน จึง อนุญาต รับ คำ กล่าว นั้น ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน แปด ปฐมาสาธ ขึ้น สี่ ค่ำ เปน ที่ เข้า ใจ กัน ว่า ลอด ซอลิซะบะรี่ ได้ รับ การ ที่ จะ จัด ให้ มี พวก มินิศตรี ใหม่ ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน แปด ปฐมาสาธ ขึ้น ห้า ค่ำ พวก กอมิศเชอน จัด ธุระ เสร็จ แล้ว ซึ่ง ประเทศ ทั้งหลาย ทั่ว กัน จะ บังคับ การ คลอง ลัด ซุเอซกะนัล นั้น ประเทศ อิงแลนด์ รับ เปน สำคัญ ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน แปด ปฐมาสาธ ขึ้น ห้า ค่ำ ลอด ซอลิซะบะรี่ รับ ธุระ จัด พวก มินิศตรี ใหม่ แล้ว

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน แปด ปฐมาสาธ ขึ้น หก ค่ำ พวก เฮาซ ออฟ กอมมันซ์ ถูก นับ ออก แล้ว ๚ะ

๏ ฮ่องกอง วัน พุฒ เดือน แปด ปฐมาสาธ ขึ้น หก ค่ำ อัดมิรัล กูเบ ถึง แก่ กรรม แล้ว๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน แปด ปฐมาสาธ ขึ้น เจด ค่ำ สมเด็จ พระบรม นาง กวีน กลับ มา ยัง วัง วินด ซอร์ แล้ว ๚ะ

๏ เปน กำลัง จัด แกบิเนต ใหม่ เปน ที่ เข้า ใจ กัน ว่า เซอ ไมเจล อิกซบีจะ จะ รับ เปน หัวน่า นำ พวก กอน เซอร์วะติฟ ใน เฮาซ ออฟ กอมมันซ์ ๚ะ


๏ ซึ่ง จะ พระราช ทาน ให้ มิศเตอ แกลดซะโตน มี ตำแหน่ง เปน เอิล ขึ้น ท่าน ไม่ รับ ฯะ

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน แปด ปฐมาสาธ ขึ้น แปด ค่ำ ลอด ซอลิซบะรี่ จัด แกบิเนต ใหม่ เสร็จ แล้ว ฯะ

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน แปด ปฐมาสาธ ขึ้น แปด ค่ำ แมเยอร เยนิรัล เซอร์ แอนดริว กลาก คราว พูด กัน อยุ่ เมื่อ เลี้ยง ดินเนอร์ เปน ที่ คำนับ ท่าน มหา ราชา ที่ เมือง โยโซร ท่าน แจ้ง ความ ว่า คอเวินเมนต์ ได้ ตั้ง ใจ จะ ทวี เครื่อง กัน เมือง สิงฆโปร ให้ มาก ขึ้น ฯะ

แกบิเนต ใหม่

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน แปด ปฐมาสาธ ขึ้น แปด ค่ำ เปน ลอด ใหญ่ ข้าง ขา คลัง แล เซกรี่เตรี่ ออฟ ซะแตด มาควิศ ซอลิซบะรี่ ฯะ

๏ ลอด ไฮ ชานเซลลอร์ เซอ แฮรดิง คิฟะ ฟาด ฯะ

๏ เปรไซเดนต์ ออฟ ธี กอนซิล เซอ ซะแตฟฟอด นอทโกด ฯะ

๏ ลอด ปรี่วี่ ซี่อั้ล ยัง ไม่ มี ตัว สำหรับ ฯะ

๏ เซกรี่เตรี่ ออฟ ซะแตด สำหรับ เมือง ขึ้น คือ กอ โลนี่ช์ ที่ ไรต ฮอนนอรเอเบล กอโลเนล ออฟ แอ ซแตนลี่ ฯะ

๏ เซกรี่เตรี่ ออฟ ซะแตด สำหรับ บ้าน เมือง เซอ แอร แอชิตัน กรอศ ฯะ

๏ เซกรี่เตรี่ ออฟ ซะแตด สำหรับ อินเดี่ย ลอด แรน ดอลฟะ ชัชอิด ฯะ

๏ เซกรี่เตรี่ ออฟ ซะแตด สำหรับ การ ณรงค์ สงคราม ที่ ไรต ฮอนอรเอเบล ดับเบลยู แฮช สมิท ฯะ

๏ จานเซลลอร์ ออฟ ที่ เอกซเจะเกอร์ ไรต ฮอนอรเอ เบล เซอร์ ไมเคล ฮิกซ บี่จะ ฯะ

๏ เฟอศ ลอด ออฟ ที่ อัดมิรัลตี่ ไรต ฮอนอรเอเบล ลอด ยอจะ แฮมิลตัน ฯะ

๏ แม่ กอง เจ้า กรม ไปรสนี่ย ไรต ฮอนอรเอเบล ลอด ยอน แมนเนอร์ซ ฯะ

๏ จี่ฟ เซกรี่เตรี่ ฟอร ไอเอรแลนด อาเธ อ เยมซ์ บัล โฟร ฯะ

๏ ลอด ลุเตนแนนต์ ออฟ ไอเอรแลนด ที่ เอิล ออฟ กานา วอน ฯะ

ราชทูต สยาม ใน ประเทศ ยุโรป

๏ เมื่อ ปรินเซซออฟ เวลิซ มี การ ชมนุม เปน ดรอ วิง รูม ณวัน จันทร เดือน เจด ขึ้น ห้า ค่ำ ราชทูต สยาม ติด ธุระ เปน จน ใจ ไป ไม่ ได้ ฯะ

๏ คราว อาชะ บิชบ ออฟ แกงเตอรบุรี่ มีการ ชุมนุม เปน ริเซบเชอน ที่ วัง แลมเปท ณวัน อังคาร เดือน หก แรม สิบ สี่ ค่ำ พระองก เจ้า ปรินซ แล ปรินเซซ กรมหมื่น นเรศ แล พระองค เจ้า ปรินซ ปริศฎาง ได้ ไป ถึง การ ฯะ


กำปั่น เข้า ออก ใน กรุงเทพ
ณเดือน แปด ปถมาสาธ วัน พุฒ ขึ้น สิบสาม ค่ำ จน ถึง วัน พุฒ แรม ห้า ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บัญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ล์ ค แทน
กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ล์ ค แทน กำปั่น สาม เสา กล ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
เฮกุบะก ก ฟอังกฤษ๕๔๐ ตันไวตวินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรขึ้น ๑๔ ค่ำ
บอรนิโอก ก ฟอังกฤษ๓๔๗ไฮด์บานหงสิงฆโปร๑๔ ค่ำ
ลุจก ๒ ล์ คอังกฤษ๔๘๔เบลบอรนิโอ กำปะนีสิงฆโปร๑๔ ค่ำ
แดนยุบก ก ฟอังกฤษ๕๖๓นิวตันวินดซอโรซ แอน โกฮ่องกง๑๕ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟเยอรแมน๕๑๓เรดเมเกอร์มารกวาลด์ แอน โกสิงฆโปรแรม ๑ ค่ำ
แคลซลินก ๒ ล์ คอังกฤษ๓๗๒ไรฟมารกวาลด์ แอน โกนุกัลส์เตล์๑ ค่ำ
กวีน ออฟ อิงแลนดก ๒ ล์ คสยาม๕๔๒ซูเมเกอรโพจีนลื่อ๒ ค่ำ
ติดจูก ล์ คสยามคุนปูสังขลา๒ ค่ำ
หาญหักศัตรูก ก ฟสยามนคร๒ ค่ำ
ซะโปรตซะแมนก ก ฟสยามราชบุรี๒ ค่ำ
แมกอะลิศเตอรก ก ฟอังกฤษ๔๖๗ตัดลักบอนีโอ กำปนี่สิงฆโปร๓ ค่ำ
วิเลียมแปเตอรซันก ๒ ล์ คอังกฤษ๖๑๙เบรเตอรยุเกอร์ ซิก แอน โกมาละบาร์๓ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
ซงเบ้งก ก ฟอังกฤษ๘๖๒ยอนซ์วินดซอรโรซ แอนโกฮ่องกงขึ้น ๑๕ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟอังกฤษ๕๔๐ไวต์วินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๒ ค่ำ
บอรนิโอก ก ฟอังกฤษ๓๔๗ไฮด์บานหงสิงฆโปร๒ ค่ำ
แนบีรก ก ฟอังกฤษ๘๙๓แกมเบลล์บอนีโอ กำปนี่ยุโรป๓ ค่ำ
เมอิดะก ก ฟสยามนาย ยาเกาะ สีชัง๔ ค่ำ
ซโปรตแมนก ก ฟสยามนาย สุก๔ ค่ำ
อัคราชก ก ฟสยามเตรล๔ ค่ำ
เอะมิติก ๒ ล์ คอังกฤษ๖๘๐เฮบกอซต์เจ้า ของยุโรป๕ ค่ำ
เซิรดะก ก ฟเยอรแมน๓๔๐เอริคเซนกริม แอน โกฮ่องกง๕ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟเยอรแมน๕๑๓เรดเมเกอร์มารกวาลด์ แอน โกสิงฆโปร๕ ค่ำ
แดนยุบก ก ฟอังกฤษ๕๖๓นิวตันวินดซอโรซ แอน โกฮ่องกง๕ ค่ำ
เปอรล์ก ๒ ล์ คอังกฤษ๔๐๐อตแตนเชนห้าง จิ่นฮ่องกง๕ ค่ำ
๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ บอรนิโอ มี คน เดิน สาร ที่ ดาษ ฟ้า ๒๕ คน ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ ลุจ มา ลำ เปล่า ๏ กำ
ปั่น กล ไฟ ชื่อ แดนยุบ มี คน เดิน สาร ที่ ดาษ ฟ้า ๑๖ คน ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ สุริยวงษ มี คน เดิน สาร ที่ ดาษ ฟ้า
๓๐ คน ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ แคลซลิน บันทุก ถ่าน หิน ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ แมกอะลิศเตอร มี คน เดิน สาร ที่ ดาษ ฟ้า
๕ คน ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ เอะมิติ บันทุก ไม้ สัก ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ เปอรล์ บันทุก เข้า สาร ฯะ

ชาว อินดุสถาน

๏ จะ กล่าว ถึง ชาว อินดุสถาน ถือ สาสนา พระ บาฬี คน ที่ ถือ สาสนา ตาม พระบาฬี นั้น มัก กด ขี่ ข่ม เหง ซึ่ง กัน แล กัน มัก ปล้น สดม กัน มัก เปน ความ กัน จน ได้ ความ ยาก จน ชาว อินดู ที่ ตรอง เหน อย่าง นี้ ต่าง คน ต่าง ก็ ทิ้ง สาสนา พระบา ฬี เข้า มา ถือ คฤศสาสนา เปน อัน มาก ด้วย สาสนา พระบาฬี มา ยก เอา มนุษ ขึ้น เปน พระเจ้า เขา คิด ไม่ เหน เลย ว่า มนุษ สร้าง กอง การ กุศล จึ่ง ได้ เลื่อน ขึ้น เปน พระเจ้า คิด เหน ไม่ จริง ไม่ มี ตัว พยาน จะ ให้ เขาเชื่อ อย่าง ไร ได้คิด ดู ก็ น่า หัว เราะ ถ้า ท่าน ผู้ ใด หลง เชื่อ ครอบ งำ ความ จริง ไม่ ตลอด ไป ได้ ชาว สยาม ๚ะ


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท


ขอ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน

๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤๅ จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้อง การ ล่าม ฤๅ จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรง พิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ

แจ้ง ความ แก่ คน เดิน กำปั่น

๏ ลูก ทุ่น บอก ที่ ราย ที่ ทเล ทา สี เขียว ได้ ไป จอด ไว้ ใต้ กำปั่น อัน จม นั้น คือ บีแอฟ วัดซัน ประมาณ สัก สามสิบ วา เมื่อ น้ำ ขอด เหนือ กำปั่น จม นั้น มี แต่ น้ำ สี่ วา เท่า นั้น ลูก ทุ่น นั้น อยู่ แต่ เรือน โคม ไฟ ใน ทิศ นอท วัน กวาเตอ์ เวซะท แล ข้าง กลาง เกาะ สี่ซังเปน ทิศ เซาท อีซตะ ซาฟ อีซตะ พระ วิสูตร สารคดิฐ เจ้า ท่า แจ้ง ความ มา ณวัน ศุกร เดือน เจด แรม แปด ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ๔ ห ) ฯะ


ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก


AYER'S AGUE CURE.

๏ ๔ ยา คือ เอเออร์ เอคู กูเออ , แก้ ไข้ จับ แล โรค ต่าง ๆ อัน มัก เกิก ใน ที่ ลุ่ม ที่ ชุ่ม ชื้น นัก ฯะ

๏ ถ้า เกิด เหตุ ว่า ผิด ลม ผิด อากาศ ผิด ภูม ที่ แล้ว รีบ กิน ยา เอเออร์ เอคู กูเออ ให้ ดับ เหตุ ร้าย แล กิน จน ตัว หาย ดี ยา ขนาน นี้ กิน วัน ละ สี่ หน คราว ละ ช้อน น้ำ ร้อน ช้อน หนึ่ง ก่อน รับ ประทาน อาหาร สัก ครึ่ง ชั่ว โมง สาม หน แล ก่อน จะ เข้า นอน หน หนึ่ง ถ้า เดก อายุ สิบ ขวบ ให้ กิน ๓๐ หยด ถ้า ห้า ขวบ ๒๐ หยด ยา ขนาน นี้ กิน ได้ ใน น้ำ ชา น้ำ กาแผ่ น้ำ นม ฤๅ ใน น้ำ ก็ ได้ ถ้า ไม่ ใคร่ เดิน กิน ยา เม็ด เอเออร์ ปิลซ์ ให้ เดิน ภอ เปน ปรกติ ก็ ได้ ฯะ


AYER'S HAIR VIGOR.

๏ ๕ ยา คือ เอเออร์ แฮร วิคอร เปน ของ สำหรับ โต๊ะ แต่ง ตัว เปน ยา แก้ ผม หล่น ให้ ดก แล ผม หงอก ให้ มี ศรี อย่าง เดิม ฯะ

๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า จะ ทา ผม เปน แต่ การ แต่ง ตัว ไม่ ต้อง เขย่า ขวด ถ้า จะ ใช้ รักษา เนื้อ ศีศะ เขย่า ก่อน จึง ทา ผม เถิด ฯะ

๏ เชิญ ไป ซื้อ ยา ห้า อย่าง นี้ ที่ ห้าง เอ ยลิง แอน โก ตั้ง ห้าง ฝั่ง แม่ น้ำ เจ้า พระยา ใต้ ปาก คลอง ขุด ใหม่ ล่าง เหนือ ตึก กงซุล โปรตเกซ ขึ้น ไป น้อย หนึ่ง ฯะ


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ. ห) ฯะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด