
| เล่ม ๓ แผ่น ๔๒ วัน พุฒ เดือน แปด ปถมาสาธ แรม สิบสอง ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ กระษัตร เซบาซะเตียน ไม่ มี พระราช โอรส ที่ จะ ครอบ ครอง สมบัติ ซึ้ง ลุง กระษัตร ชื่อ เฮนรี ครอง สมบัติ สอง ปี แล้ว ก็ ตาย ขณะ นั้น ก็ บังเกิด จุลาจล วุ่น วาย เปน อัน มาก ใน พวก โปรตุกาล เจ้า เมือง ปา ระมา แล เจ้า ผู้ หญิง ใน เมือง บรากันซา กับ กระษัตร ซเปน ชื่อ ฟิลิบ ทั้ง สาม องค นี้ จะ ชิง กัน เอา สมบัติ เมือง โปรตุกาล ด้วย ว่า อัคมเหษี พระองค มาเรีย เปน คนิฐา กระษัตร โยอัน ที่ สาม ๆ เปน บิดา เซบาซะเตียน ชาว โปรตุกาล ไม่ ชอบ กระ ษัตร ฟิลิบ จึ่ง ไม่ ยอม ให้ เสวย สมบัติ โปรตุกาล
๏ ชาว โปรตุกาล ยก สมบัติ ให้ แก่ อันโตนีโอ กระษัตร ฟิลิบ จึ่ง คุม พล ทหาร ประมาณ ๒๐ ๐๐๐ คน มา ทำ สงคราม กับ กระษัตร โปรตุกาล ทหาร ทั้ง สอง ฝ่าย ได้ รบ กัน ใน เมือง หนึ่ง ชื่อ อัลกานตารา ใน ศักราช ๑๕๘๑ ปี แล้ว ฟิลิบ ได้ ไชย ชนะ กระษัตร อันโตนิโอ หนี ไป ชาว พวก โปรตุกาล ยอม ให้ ฟิลิบ ครอง สมบัติ แต่ ชาว ประเทศ นั้น ยัง ไม่ สู้ ชอบ ฟิลิบ อีก น่อย หนึ่ง ได้ คิด กระบถ ได้ ไล่ พวก ซเปน จาก เมือง ลีซะบัน เมือง หลวง แล้ว ได้ ยก เจ้า เมือง บรากันซา ให้ เปน กระษัตร เมือง โปรตุกาล ให้ ชื่อ โยฮัน ที่ สี่ ๚ะ
๏ เมื่อ กระษัตร ฟิลิบ ได้ ครอง เมือง โปรตุกาล พวก อังฤษ แล พวก ฮอลันดา ได้ ตี เอา เมือง หลาย เมือง ซึ่ง เปน เมือง ขึ้น แก่ ประเทศ โปรตุกาล แล้ว พวก ฮอลันดา ได้ ไป ตี เอา หมู่ เกาะ ชื่อ โมลุกัศ แล ประเทศ บราซิล ครึ่ง หนึ่ง แล บ้าน เมือง ใน ประเทศ คีเนีย แล้ว เขา ก็ ไป ค้า ขาย อาไศรย อยู่ ใน อินเดีย มาก แล้ว ได้ ไล่ พวก โปรตุกาล เสีย ที่ ละ น้อย ๆ จาก เมือง หลาย เมือง ซึ่ง เปน เมือง ขึ้น แก่ โปรตุกาล แต่ ก่อน นั้น ๚ะ
๏ เมื่อ อันโดนีโอ สิ้น พระชนม์ อัลฟ้นโซ ที่ หก ได้ ครอง สมบัติ ต่อ ไป หน่อย หนึ่ง ก็ ถึง อนิจ กรรม แล้ว น้อง ชาย พระองค์ นั้น ชื่อ เปโดร ที่ สอง ได้ ครอง สมบัติ เมื่อ เปโดร ที่ สอง ครอง สมบัติ ได้ ทำ ไมตรี กับ พวก ฮอลันดา ด้วย ว่า กระษัตร อิงแลนด เปน คน กลาง แล้ว พวก ฮอลันดา ได้ ยอม คืน ประเทศ บราชิล แล เมือง โคยา ซึ่ง เขา คิ เอา ไป แต่ ก่อน นั้น ๚ะ
๏ เมื่อ เปโดร ที่ สอง ถึง อนิจกรรม โยฮัน ที่ ห้า ได้ ขึ้น ครอง สมบัติ ต่อ ไป เมื่อ โยฮัน ที่ ห้า นั้น ได้ ครอง ทรัพย สมบัติ ใน เมือง ที่ เปน เมือง ขึ้น นั้น ก็ บริบูรณ์ ๚ะ
๏ เมื่อ กระษัตร โยฮัน ที่ ห้า สิ้น พระชนม์ ราช โอรส ชื่อ โยเซพ ที่ หนึ่ง ได้ ตั้ง ผู้ สำเร็จ ราชการ ให้ ดู แล แทน พระองค ผู้ สำเร็จ ราชการ นั้น ได้ ข่ม เหง พวก บาทหลวง ชื่อ เยซูอี่ศ ห้าม มิ ให้ เข้า ไป ใน พระราชวัง มิ ให้ อาไศรย อยู่ ใน ที่ ๆ สำหรับ จะ แก้ บาป พวก พ้อง กระษัตร นั้น แล เมื่อ เวลา ศัก ราช พระเยซู ๑๗๖๑ ปี กระษัตร ได้ ไล่ บาทหลวง เยซู อิศ นั้น เสีย จาก เมือง โปรตุกาล แล้ว ก็ ริบ เอา ทรัพย สมบัติ ของ บาทหลวง นั้น สิ้น อีก ประการ หนึ่ง โย เซพ ที่ หนึ่ง ได้ มี แม่ ทัพ มา แต่ เมือง ฮอลันดา แม่ ทัพ นั้น ได้ หัด ทหาร ใน ประเทศ นั้น ดี กว่า แต่ ก่อน แล ใน เวลา ศักราช พระเยซู ๑๗๖๐ ปี ราชธิดา ของ โยเซพ ที่ หนึ่ง ชื่อ ว่า มาเรีย ฟรานซิซกา อีซะเบลา ได้ กระทำ การ วิวาหะ กับ ด้วย อาชาย ชื่อ ดอน เปโดร แล เมื่อ โยเซพ ที่ หนึ่ง สิ้น พระชนม์ ราชธิดา นั้น ได้ ครอง สมบัติ ภาย หลัง ราชธิดา นั้น ก็ เปน คน เสีย จิตร ไป เหตุ ดัง นั้น จึ่ง มี ผู้ ว่า ราชการ แทน มาเรีย แล้ว เขา ได้ เลือก บาง คน ให้ ว่า ราชการ แต่ โอรส ที่ ชื่อ ว่า เจ้า บราซิล นั้น ได้ เปน ใหญ่ ใน คน ว่า ราชการ แล้ว อีก แปด ปี เมื่อ มาเรีย มาร ดา เปน บ้า หนัก ไป ราชโอรส ได้ ว่า ราชการ แทน มารดา แต่ ผู้ เดียว ๚ะ
๏ ศักราช พระเยซู ๑๗๙๗ ปี พวก อังกฤษ ได้ กระทำ สงคราม กับ พวก ฝรั่งเสศ เพราะ เหตุ พวก โปรตุกาล ได้ ทำ ไมตรี กับ พวก อิงแลนด แต่ ก่อน นั้น พวก อิงแลนด ว่า ควร ที่ พวก โปรตุกาล จะ มา ช่วย รบ กับ พวก ฝรั่งเสศ แต่ ว่า พวก ซะเปน ซึ่ง เปน ไมตรี กับ พวก ฝรั่งเสศ ได้ ห้าม ชาว โปร กาล ว่า ถ้า ไป ช่วย พวก อิงแลนด์ แล้ว นั้น แล เปน เหตุ สงคราม กับ พวก โปรตุกาล แล พวก ซะเปน ใน เวลา ศักราช พระเยซู ๑๗๙๙ ปี เมื่อ พวก ฝรั่งเสศ ได้ ความ ลำบาก นัก ผู้ ว่า ราชการ นั้น คือ ราชโอรส ได้ ทำ ไมตรี ใหม่ กับ ประเทศ อิงแลนด แล ประเทศ รูเซีย แต่ ทว่า ใน ศักราช พระเยซู ๑๘๐๑ ปี เมื่อ โบนาปาด ได้ เปน กระษัตร ใน เมือง ฝรั่งเสศ เขา ได้ สั่ง ให้ ชาว ซะ เปน ทำ สงคราม กับ พวก โปรตุกาล แต่ ทว่า ใน เวลา ปี นั้น สอง ประเทศ นั้น ได้ ทำ ไมตรี กัน ด้วย ว่า ชาวเมือง โปรตุกาล ได้ ยก เมือง หนึ่ง ชื่อ โอลิ เวนซา ให้ แก่ ชาว ซะเปน แล ได้ ให้ เงิน บ้าง แล ใน เวลา ศักราช พระเยซู ๑๘๐๓ ปี เมื่อ โบนาปาด ได้ กระทำ ศึก สงคราม กับ หลาย ประเทศ ใน ทวีป ยุโรป ชาว ประเทศ โปรตุกาล ได้ ให้ เงิน เปน อัน มาก แก่ โบนาปาด ด้วย เขา ไม่ ได้ ไป ช่วย โบนาปาด ใน เวลา นั้น แต่ ว่า ใน เวลา ศักราช พระเยซู ๑๘๐๗ ปี โบ นาปาด ก็ สั่ง ราช โอรส ให้ ว่า ราชการ ใน เมือง โปร ตุกาล นั้น ว่า อย่า ให้ กำปั่น อังกฤษ มา จอด ใน ท่า จอด ใน ประเทศ นั้น แต่ ว่า ราช โอรส นั้น ไม่ ยอม ตาม คำ สั่ง แต่ ทว่า ได้ ลง กำปั่น อังกฤษ ที่ จอด ใน เมือง ลี่ซะบัน นั้น กับ ทั้ง ครอบ ครัวแล คน ที่ อยู่ ใน วัง นั้น ด้วย แล ได้ แล่น ไป ถึง ประเทศ บราซิล ใน อะ เมริกา ใต้ นั้น ๚ะ
๏ แล้ว ใน เวลา วัน นั้น ที่ กระษัตร ได้ ละ เมือง ลี่ซะบัน พวก ทหาร ฝรั่งเสศ เข้า ไป ใน เมือง นั้น แล้ว ภาย หลัง พวก ทหาร อังกฤษ ได้ ขึ้น ไป อาไศรย ที่ ทิศ ใต้ ประเทศ นั้น แล้ว ใน เวลา ศักราช พระเยซู ๑๘๐๗ ปี ทหาร ทั้ง สอง ฝ่าย ได้ ทำ สงคราม กัน บ่อย ๆ จน ถึง เดือน แปด ปี นั้น แล้ว ใน เวลา เดือน นั้น พวก ทหาร อังกฤษ ก็ ได้ ไชย ชนะ แก่ พวก ทหาร ฝรั่งเสศ แล้ว เอา ทหาร ฝรั่งเสศ บันทุก กำปั่น อังกฤษ ส่ง ไป เมือง ฝรั่งเสศ แล้ว ใน เวลา ศักราช พระเยซู ๑๘๑๔ ปี พวก อังกฤษ ไป ทำ ไมตรี กับ พวก ฝรั่งเสศ ด้วย ว่า สอง ประเทศ นั้น เขา ยอม ให้ ราชโอรส ที่ หนี ไป ถึง ประเทศ บราซิล ให้ กลับ มา ครอง สมบัติ ใน ประเทศ โปรตุกาล แต่ ทว่า ราชโอรส ชาว บราซิล นั้น ไม่ ได้ กลับ มา จาก ประเทศ บราซิล จน ถึง มารดา ที่ เปน บ้า นั้น ถึง อนิจ กรรม คือ ศักราช พระเยซู ๑๘๑๖ ปี ๆะ
๏ ถาม ว่า ฆ่า สัตว เดรฉาน มัน พ้น ทุกข์ ก็ จริง ส่วน ผู้ ฆ่า มัน จะ ไม่ พ้น บาป กระมัง แก้ ว่า ครั้น ทำ คุณ แก่ สัตว เดระฉาน ช่วย มัน ให้ พ้น ทุกข์ เหมือน อย่าง ว่า จะ ได้ บาป ที่ ไหน จึ่ง ถือ ว่า ได้ บุญ เสีย อีก ส่วน สัตว ที่ เรา ช่วย ให้ พ้น ทุกข์ ดัง นี้ จะ มา ผูก เวร พยาบาท ก็ หา ไม่ เปรียบ เหมือน หนึ่ง ด้วย คน ที่ เปน โรค มือ เปื่อย เน่า ไป ถ้า จะ ทิ้ง ไว้ กระ นั้น ก็ จะ ลำบาก ไป ช้า นาน แล้ว ก็ จะ ตาย เสีย เปล่า ยัง มี หมอ ผู้ ฉลาด คน หนึ่ง มา ตัด มือ เน่า นั้น เสีย ฝ่าย ผู้ นั้น ก็ รอด ชีวิตร เจริญ อายุศม์ เปน สุข ต่อ ไป แล ผู้ หาย โรค นั้น จะ มา ผูก เวร กับ หมอ ก็ หา มิ ได้ ยัง มี จิตร โสมนัศ ปรี ดา สรรเสิญ คุณ ของ ท่าน ผู้ โปรด ให้ รอด ชีวิตร แล ถาม ว่า พระบาท์ ห้าม ปานา ธิบาต ด้วย เคร่ง หนัก หนา ถ้า แล ฆ่า สัตว ไม่ เปน บาป ที่ ไหน จะ ห้าม โดย เคร่ง ครัด ดัง นี้ แก้ ว่า พระบาท์ ห้าม มิ ให้ ฆ่า สัตว เพราะ เหตุ ที่ ส่วน ว่า เดระฉาน ทั้ง หลาย คือ มนุษ โทษ ใช้ ชาติ้ ใช้ กรรม ครั้น จะ ฆ่า สัตว เดระฉาน ก็ เหมือน หนึ่ง ฆ่า มนุษ แต่ ทว่า ใน บท กล่าว ด้วย เวียน เกิด เวียน ตาย เรา ได้ ชัณสูตร แล้ว ว่า มนุษ จะ เอา กำเหนิด ใน สัตว เดระ ฉาน นั้น ไม่ ได้ ดอก อีก ประการ หนึ่ง ถ้า แล มนุษ เอา บังเกิด ใน สัตว เดระฉาน จริง เหมือน อย่าง พระ บาท์ ก็ ควร ที่ มหา กระษัตร เจ้า แผ่นดิน จะ ลง พระ อาญา โดย สาหัส แก่ ผู้ ซึ่ง ฆ่า สัตว เดระฉาน ชนิด ใหญ่ ชนิด น้อย ก็ บัดนี้ นะ ทุก บ้าน ทุก เมือง ไม่ เหน มี ราช กฎหมาย บราบ โทษ แก่ ผู้ ซึ่ง ฆ่า สัตว หมู เปด ไก่ ปลา น้อย ใหญ่ ก็ ห้าม ได้ ถาม ว่า อัน มนุษ จะ บำรุง ชีวิตร ไช่ ว่า จำเพาะ อาไศรย แก่ เนื้อ หมู เนื้อ ปลา จะ บำรุง ชีวิตร ด้วย เข้า ผัก ฟัก ถั่ว แล ผล ไม้ เท่า นั้น ไม่ ได้ ฤๅ แก้ ว่า วิไสย สัตว เดระฉาน มัน ย่อม บำรุง รักษา ชีวิตร ด้วย สิ่ง เดียว อัน สำหรับ มัน ช้าง ม้า วัว ควาย ย่อม กิน แต่ หญ้า หมู่ นก บ้าง กิน ปลา บ้าง กิน ผล ไม้ เช่น นี้ เช่น นั้น ส่วน มนุษ บริโภค สาระพัด ได้ ตาม อัชฌาไสย แห่ง ตน เปน ธรรมดา อยู่ ฉะนี้ เพราะ เหตุ ว่า พระเจ้า ได้ ตั้ง มนุษ เปน นาย โลกย เดระฉาน ก็ ดี ผล ไม้ ต่าง ๆ ก็ ดี พระเจ้า ประทาน ให้ เปน อาหาร เปนประโยชน แก่ มนุษ สิ้น ทั้ง นั้น ผู้ ใด จะ ว่า หมู เป็ด ไก่ แล ปลา ไม่ เปน อาหาร อัน สำหรับ มนุษ ผู้ นั้น ก็ โจทนา ขัด ขวาง สะติ ปัญญา แห่ง นา ๆ ประเทศ ทั้ง สิ้น ผู้ นั้น อยู่ นอก แบบ นอก วิไสย มนุษ ไม่ ควร จะ เชื่อ ฟัง เลย ก็ บัด นี้ หมู เป็ด ไก่ เต่า ปลา เปน อาหาร สำหรับ มนุษ ส่วน มนุษ จะ ทำ เปน ไฉน จะ ได้ รับ ประทาน ซึ่ง อาหาร นั้น จะ ต้อง คอย ให้ สัตว ตาย เอง ด้วย เปน ห่า เปน โรค แล ชะรา ฤๅ ถ้า กระนั้น มัน จะ เปน อาหาร ล้วน แต่ แสดง พิศม์ ร้าย บริโภค ไม่ สนิท เลย ไม่ โอชารส เลย เรา จึ่ง ว่า เหมือน มนุษ จะ เอา สัตว เปน อาหาร จำ เปน ดัก จับ เอา มา ทำ กิน เสีย นั้น แล เปน วิไสย มนุษ เที่ยง แท้ อนึ่ง ที่ ว่า มนุษ อาไศรย แก่ สติปัญญา แล เครื่อง มือ ไป ดัก ไป ยิง สัตว เอา มา เปน ภักษาหาร นั้น เสพ เสีย พระ หฤๅไทย แห่ง พระ เจ้า ด้วย เหตุ ว่า พระองค์ ประทาน ซึ่ง สัตว ให้ เปน อาหาร แก่ มนุษ แล้ว พระองค์ ประทาน ซึ่ง ความ คิด เพี่ย จะ ได้ ทำ ไซ่ อวน แห ฉมวก กระสุน ปืน แล เครื่อง มือ ต่าง ๆ นา ๆ เพื่อ ประโยชน จะ ได้ สัตว นั้น เปน อาหาร โดย ง่าย ครั้น ว่า มนุษ ถือ ทำ ตาม น้ำ พระ หฤๅไทย แห่ง พระเจ้า ผู้ ใด จะ มา โจทตะนา ว่า มี โทษ บาป เล่า อัน จะ รู้ ว่า น้ำ พระไทย ของ พระ องค์ คือ ให้ มนุษ เอา หมู เป็ด ไก่ ผัก ปลา มา แกง กิน เลี้ยง ชีวิตร นั้น จะ รู้ด้วยคำ ปฤศนา ดัง นี้ บุ รุษ ผู้ หนึ่ง มี ลูก เมีย บ่าว ไพร่ เปน อัน มาก ให้ ทำ เรือก สวน ไร่ นา ปลูก ผัก เลี้ยง ปลา เป็ด ไก่ ของ กิน สรรพ สิ่ง มี่ อุดม บริบูรณ ครั้น อยู่ มา บุรุษ ผู้ นั้น มา สั่ง เสีย กับ ลูก เมีย คน ใช้ ชาย หญิง ทั้งหลาย ว่า สู ทั้งหลาย จง เอา แต่ เข้า สิ่ง เดียว เปน อาหาร เถิด ถ้า สู ทั้งหลาย ขืน เอา ผัก ปลา มา แกง กิน เรา นี้ จะ เอา โทษ โดย สาหัส เปน มั่น คง ผู้ ใด ได้ ฟัง บุรุษ ผู้นั้น ห้าม ปราม ฉะนี้ ก็ นึก แค้น ติ เตียน ว่า ตา แก่ นี้ ใจ กระหนี่ เสีย เปล่า ไม่ รู้ ปราไสย แก่ ไพร่ ละ ให้ สิ่ง ของ เสีย เปล่า ทำ อย่าง นี้ หา ควร ไม่ ก็ บัดนี้ ไม่ บัง ควร บุรุษ ล่า อาไร จะ บัง ควร แก่พระ เจ้า เล่า พระองค์ ทรง พระกรุณา เปน อัน กว้าง ขวาง หา ที่ สุด มิ ได้ วิก น่า จะ ขอ แก้ ต่อ ไป ( ชาว สยาม )
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
ที่ จะ ไป อยู่ เรียน วิชา ศิลปสาตร ที่ กรุง ลันดัน
๏ วัน เสาร์ เดือน แปด บุรพาสาธ แรม ค่ำ หนึ่ง เวลา บ่าย ๕ โมง เลศ หม่อม เจ้า เพิ่ม ๑ พระยา ไชย สุรินทร ๑ ขุน วิจิตร วรสาส์น ๑ ซายัน นาย เกด ๑ ซายัน นาย ปึก ๑ ซายัน นาย เวต ๑ กรม ทหาร มหาด เล็ก รักษา พระองค์ นาย นุ่ม เปรียญ ๑ นายโต ๑ นาย สอน ๑ กราบ ถวาย บังคม ลา จะ ตาม เสด็จ พระ เจ้า ลูก เธอ ทั้ง ๔ พระองค์ ออก ไป กรุง ลันดัน ๚ะ
๏ วัน อาทิตย เดือน แปด บุรพาสาธ แรม ส่อง ค่ำ เวลา บ่าย ๕ โมง เลศ บุตร เจ้า พระยา พลเทพ เกษตรา ธิบดี กราบ ถวาย บังคม ลา ตาม เสด็จ พระเจ้า ลูก เธอ ออก ไป กรุง ลันดัน ๚ะ
๏ วัน อังคาร เดือน แปด บุรพาสาธ แรม สี่ ค่ำ เวลา เช้า ๒ โมง เลศ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เสด็จ ออก พระที่ นั่ง จักรกรี มหา ปราสาท ทรง พระ มหา สัง ทักษิณาวัฏ พระราช ทาน น้ำ แล ทรง เจิม พระเจ้า ลูก เธอ พระองค์ เจ้า กิติยากรณ์ วรลักษณ พระเจ้า ลูก เธอ พระองค์ เจ้า รพีพัฒน ศักดิ์ พระเจ้า ลูก เธอ พระ องค์ เจ้า ประวิช วัฒนโนดม พระเจ้า ลูก เธอ พระองค์ เจ้า จิรประวัติ วรเดช ทั้ง ๔ พระองค ซึ่ง จะ เสด็จ ออก ไป กรุง ลันดัน นั้น แล้ว เสด็จ ไป ประทับ พระที่ นั่ง ราชกิจ วินิจฉัย ทรง ส่ง พระเจ้า ลูก เธอ ทั้ง ๔ พระองค ลง เรือ พระที่ นั่ง โสภณ ภควดี แล พระบรม วงษา นุวงษ ข้า ราชการ ทั้งปวง ก็ ได้ ตาม ไป ส่ง พระเจ้า ลูก เธอ ทั้ง ๔ พระองค จน ถึง เมือง สมุท ปราการ ๚ะ
๏ วัน จันทร เดือน แปด บุรพาสาธ แรม สาม ค่ำ เวลา บ่าย ๔ โมง เจ้า พนักงาน นำ มองซิเออ เลอ กอมเต ดิ เกอ การเดก ๑ มองซิเออ ลอยุ ๑ มองซิเออ หาดวิล ๑ เข้า เฝ้า ทูล ลออง ธุลี พระบาท ทูล เกล้า ฯ ถวาย อักษร สาส์น ตรา ตั้ง ตำแหน่ง ที่ ชาเย ดา แฟ ดิ ละริบับลิก ฝรั่งเสศ พระ บาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระราช ดำรัส ตอบ ว่า
๏ เรา มี ความ ยินดี มาก ที่ ได้ รับ ชาเย ดา แฟร์ ของ ท่าน เปรสิเดนต์ ริบับลิก กรุง ฝรั่งเสศ ซึ่ง ได้ ตั้ง ให้ มา อยู่ ใน สำนักนี้ เรา เปน ครั้ง แรก เพราะ เปน ที่ หมาย สำคัญ ว่า เปน พยาน ใน ความ ประสงค์ ท่าน เปรสิเดนต์ ริบับลิก แล คอเวินแมนต ฝรั่งเสศ ซึ่ง ได้ มี ความ รัก ใคร่ ใน ทาง พระราช ไมตรี ต่อ กรุง สยาม ๚ะ
๏ อีก ประการ หนึ่ง นั้น เรา เชื่อ แน่ แท้ แก่ ใจ ว่า การ ที่ เลื่อน ยศ ผู้ แทน กรุง ฝรั่งเสศ ขึ้น นี้ คง จะ ทำ ให้ ราชการ ที่ เปน ไป อยู่ ใน สอง พระ นคร เปน การ สดวก ดี แล เปน การ เจริญ ขึ้น ใน ทาง สัมพันธมิตร
๏ ใน ส่วน เรา เอง ได้ ตั้งใจ ที่ จะ รักษา ทาง พระ ราชไมตรี กรุง ฝรั่งเสศ โดย ความ ซื่อ ตรง แล ความ อุสาหะ อย่าง ยิ่ง ที่ จะ ให้ การ ทั้งปวง เปน ไป โดย เรียบ ร้อย ง่าย สดวก เปน ประโยชน แก่ ราชการ ทั้ง สอง พระ นคร ๚ะ
๏ เรา ขอ ให้ ท่าน ตั้ง อยู่ ใน ความ ศุข เจริญ ใน ตำแหน่ง ยศ ซึ่ง ได้ รับ ใหม่ นี้ ยืน ยาว สืบ ไป เทอญ ๚ะ
๏ ขอ คำนับ มา ถึง ท่าน หมอ สมิท เจ้า ของ จดหมาย มา ให้ ทราบ ขอ ท่าน ได้ ลง สยาม ไสมย แจ้ง ความ ให้ คน ทั้งหลาย ทราบ ว่า จดหมาย เหตุ นี้ เปน ของ ดี จะ หา อะไร มา เปรียบ ก็ สู้ ไม่ ได้ คือ คำ ใน จดหมาย เหตุ กล่าว ไว้ นั้น ปราถนา จะ ให้ คน อาสัตย อาธรรม ทิ้ง เสีย ซึ่ง การ บาป คน ที่ โฉด เขลา โง่ เง่า ไม่ มี ปัญญา ก็ คง จะ ติ เตียน ว่า จดหมาย เหตุ กล่าว คำ ประจาร ขอ ท่าน นักปราช ผู้ ฉลาด เอา ปัญญา อัน เลอียด ตฤก ตรอง ดู จึ่ง จะ รู้ จริง ๚ะ
๏ ราษฎร มัก พูด กัน ว่า ปี หนึ่ง เงิน ทอง ของ หลวง เข้า ท้อง พระคลัง เปน อัน มาก ที่ น่า ตำหนัก แพ ถ้า ขุนนาง จะ ซื้อ หิน มา ก่อ เปน เขื่อน คง จะ ถาวร คน ต่าง ประเทศ มา ขึ้น ลง ก็ จะ สรรเสิญ ว่า งาม บ้าน เมือง โรง เรือ ไป ปลูก ไว้ วัด ระฆัง ก็ จะ ได้ แล้ว ที่ โรง เรือ ปราบ เสีย ให้ เตียน เอา ต้น ประดู่ มา ปลูก คน ไป มา ขึ้น ลง จะ ได้ อาไศรย ร่ม แล ดู ก็ เปน ที่ หมด จด ขุนนาง เจ้า นาย ก็ ได้ เคย ออก ไป เมือง ฝรั่ง เที่ยว เล่น บ้าน เมือง เขา หมด จด ท่าน ก็ ย่อม รู้ เหน อยู่ บ้าง ริม น่า ตำหนัก แพ เอา ซุมฝอย เครื่อง โสโครก มา เท อวด แขก บ้าน แขก เมือง แล ดู ไม่ ดี เลย คุณ นาย นั่น ก็ ไม่ ควร จะ ปลูก สร้าง เรือน ไว้ ที่ นั้น วิไล บ้าน เมือง ใน บ้าน งาม น่า บ้าน รก มี กอง ซุมฝอย คน ขึ้น ล่อง เหน ทั่ว ทุก ตัว คน ท่าน ผู้ ใด จะ สรรเสริญ ว่า งาม นั้น ยัง ไม่ ได้ จะ ต้อง ชำระ ของ โสโครก ที่ น่า บ้าน เสีย ก่อน จึ่ง ควร จะ สรรเสริญ ว่า งาม ดี ๚ะ
๏ มี นิทาน อยู่ เรื่อง หนึ่ง สอง คน ผัว เมีย มี ลูก ผู้ ชาย อยู่ คน หนึ่ง ผัว จะ เอา ลูก ไป ฝาก กับ หมอ อะเมริกัน ที่ สอน สาสนา ปราถนา จะ ให้ ลูก เรียน วิ ชา ความ รู้ สืบ ไป วัน น่า ลูก โต ใหญ่ พ่อ แม่ แก่ เถ้า ลูก จะ ได้ หา เงิน ทอง มา เลี้ยง พ่อ แม่ ฝ่าย เมีย ไม่ ยอม กลัว ลูก ไป อยู่ กับ หมอ ๆ จะ ให้ เข้า รีด ฝ่าย ผัว ว่า เปน คน ดี แล้ว หมอ จึ่ง จะ ยอม ให้ เข้า รีด แล้ว ตาย ไม่ ต้อง ไป ตก นรก ฝ่าย เมีย ว่า เหตุ ไฉน สาศนา ของ หมอ ว่า ฆ่า สัตว ไม่ มี บาป ฝ่าย ผัว ว่า ฆ่า สัตว นั้น พระเจ้า บันดาน สร้าง ไว้ เพื่อ เปน อาหาร แก่ มนุษ ๆ ทั้ง โลกย์ จะ ต้อง อาไศรย แก่ เนื้อ สัตว ถ้า ผู้ ได ได้ กิน เนื้อ สัตว ผู้ นั้น ก็ มี กำลัง มาก ผู้ ที่ ไม่ ได้ กิน เนื้อ สัตว มี กำลัง ก็ จริง แต่ มี น้อย ฝ่าย เมีย จึ่ง ว่า ชีวิตร มนุษ ๆ รัก ชีวิตร สัตว ๆ รัก เหตุ ไฉน จึ่ง ว่า ฆ่า สัตว ไม่ เปน บาป ฝ่าย ผัว จึ่ง ว่า ชีวิตร มนุษ ๆ รัก ความ ข้อ นี้ จริง มนุษ รู้ ผิด แล ชอบ มนุษ ตาย มี สวรรค กับ นรก เปน เบื้อง น่า ข้อ ซึ่ง ว่า สัตว รัก ชีวิตร นั้น ความ ข้อ นี้ ไม่ จริง เพราะ สัตว นั้น ไม่ รู้ จัก ความ ตาย ไม่ รู้ ผิด ไม่ รู้ ชอบ รู้ จัก แต่ กิน กับ รู้ จัก เขา เงื้อ ไม้ จะ ตี ตก ใจ วิ่ง หนี ชีวิตร จิตร วิญาณ สัตว ไม่ เหมือน กับ มนุษ วิญาณ เขา นั้น คล้าย กับ ต้น ไม้ ๆ แล เวลา ที่ มี คน ถอน มัน ขึ้น ก็ ตาย สูญ ที่ เดียว ชีวิตร สัตว นั้น ก็ เหมือน กัน แต่ ฝ่าย เมีย นั้น มา ตรึก ตรอง ที่ คำ ผัว พูด เหน จริง ด้วย แต่ ยัง จะ เอา ลูก ไป ฝาก วัด อา จาริย จะ ได้ สอน ก ข น โม ให้ แก่ ลูก ๆ จะ ได้ โต ขึ้น จึ่ง จะ ได้ บวช เปน เณร โปรด แม่ บวช เปน พระ โปรด พ่อ ฝ่าย ผัว จึ่ง ว่า ตัว ไป ล่วง รู้ มา จาก ไหน ฝ่าย เมีย จึ่ง ว่า ไป รู้ มา จาก พระบาฬี ฝ่าย ผัว จึ่ง ว่า พระ บาฬี นั้น ใคร ตบ แต่ง ใคร เขียน ไว้ หา เจ้า ของ มิ ได้ ซึ่ง จะ เชื่อ พระบาฬี นั้น ไม่ ได้ ด้วย พระ บาฬี นั้น ไม่ มี ตัว พยาน พระบาฬี กล่าว ถึง พระเจ้า ว่า มนุษ สร้าง กอง การ กุศล จึ่ง ได้ เลื่อน ขึ้น เปน พระเจ้า ผิด กัน กับ คำ พระเจ้า เที่ยง แท้ พระเจ้า เที่ยง แท้ ท่าน กล่าว ไว้ ว่า ท่าน เปน ต้น เหตุ เดิม ท่าน เปน อยู่ เอง ของ สาระพัด ทั้ง โลกย์ นี้ เกิด มา จาก พระเจ้า ๆ ให้ เกิด จึ่ง จะ ได้ เกิด ใน พระบาฬี กล่าว ถึง เทวดา มนุษ สัตว เดระฉาน ก็ ผิด ทั้ง นั้น ใน คฤศ สาศนา เทวดา ท่าน ว่า จิตร ต่าง หาก รูป กาย มิ ได้ ข้าง [?] พระบาฬี ว่า มี รูป กาย ส่วน มนุษ ตาย ไป มี สวรรค์ กับ นรก เปน เบื้อง น่า พระบาฬี กล่าว ว่า เวียน เกิด เวียน ตาย ใช้ ชาติ์ ใช้ กรรม สัตว เดระฉาน ตาย แล้ว ก็ สูญ ที่ เดียว พระบาฬี กล่าว ว่า สัตว เดระฉาน กลับ มา เกิด เปน มนุษ ๆ ตาย ไป เปน สัตว เดระฉาน คำ สอน ใน พระบาฬี ไม่ จริง ก็ มาก เชื่อ ก็ ยาก ท่าน จง พิจารณา ดู เอา เถิด ว่า มนุษ มาก ฤา สัตว เดระฉาน มาก สัตว เดรฉาน มด ปลวก ยุง ริ้น กุ้ง ปลา ใน ทเล มาก กว่า มนุษ ร้อย เท่า แสน ทวี ปลา น้ำ จืด ก็ ดี ปลา น้ำ เคม [?] ก็ ดี ตัว โต มัน กิน ตัว เล็ก ตัว เล็ก มัน กิน ตัว น้อย ๆ มัน กิน อ้าย ตัว จ้อย กะจิริด มัน ไม่ ได้ สร้าง กอง การ กุศล มัน สร้าง แต่ อะกุศล กรรม เลี้ยง ชีวิตร เปน นิจ รันดร์ ทำ อย่าง ไร มัน จะ ได้ กลับ ขึ้น มา เปน มนุษ ท่าน นักปราช ผู้ ฉลาด จง เอา ปัญญา อัน ละเอียด ตรึก ตรอง ดู แต่ เท่า นี้ ก็ คง จะ รู้ ว่า พระบาฬี ไม่ น่า เชื่อ ซึ่ง จะ เอา ลูก ไป ฝาก วัด นั้น คน บุราณ เหน ว่า เปน การ ดี อัน ที่ จริง ไม่ มี ดี เลย ครั้น ลูก นั้น โต ขึ้น ได้ บวช ครั้น สึก ออก มา ไม่ เหน ได้ วิชา อะไร ได้ แต่ เปน นักเลง หัวไม้ บ้าง ก็ เปน คน พาล เที่ยว ลัก ขะโมย ถ้า เล่น เบี้ย เสีย ถั่ว ของ พ่อ แม่ ก็ ขะโมย เอา บ้าง ก็ เปน เจ้า ชู้ เกี้ยว ผู้ หญิง เมีย เจ้า เมีย นาย ก็ มิ ได้ เลือก บ้าง ก็ บวช แล้ว เปน ประดาชิก เขา จับ ตัว ไม่ ได้ เขา เอา พ่อ แม่ ไป เปน จำนำ แทน ตัว อย่าง นั้น ฤๅ จะ เรียก ว่า โปรด พ่อ แม่ ผู้ อ่าน ทั้งหลาย ผู้ ฟัง มาก มาย อย่า ได้ ฉงน ข้อ คำ แก้ ไข เบื้อง ปลาย แล ต้น หวัง จะ ให้ ชน รีบ รัน รู้ พลัน พระเจ้า ถาวร อยู่ ทุก นคร บหอน แปร ผัน ท่าน สร้าง โลกย สืบ มา ทุก วัน พระ เจ้า องค์ นั้น มั่น คง ตรง แท้ มี แต่ องค์ เดียว ไม่ ได้ คด เลี้ยว บิด เบี้ยว ปรวน แปร เปน ใหญ่ ใน โลกย เปน ยอด ยิ่ง แท้ เปน พระเจ้า แน่ เที่ยง แท้ ถาวร ฝูง คน อย่า หลง ว่า พระ หลาย องค์ จง จำ คำ สอน พระ เจ้า องค์ นี้ มิ ได้ จาก จร อยู่ ทุก นคร รู้ หมด ถ้อย ความ ชาติ์ พระเจ้า แท้ ไม่ ผัน ไม่ แปร นิ้ว แน่ คง นาม มี แต่ องค หนึ่ง ไม่ ถึง สอง สาม จง เร่ง รู้ ตาม ข้อ ความ บท นี้ ฝูง คน ทั้งหลาย ถึง บุญ มาก มาย ตาย แล้ว เลื่อน ที่ ขึ้น เปน พระเจ้า จะ เปน เช่น นี้ คง จะ ไม่ สม คำ พระ ว่า คำ สอน นี้ ใช้ ผิด อย่าง นิไสย ห่าง ไกล นัก หนา อัน ชาติ์ มนุษ ไม่ ทิ้ง ธรรม ดา ไม่ เลื่อน ขึ้น มา เปน พระเจ้า ได้ ๚ะ
๏ จบ โลกย พิภพ นี้ มี พระเจ้า องค เดียว มี สวรรค ๆ เดียว มี นรก ๆ เดียว มี พระอาทิตย ก็ ดวง เดียว รวม กัน ทั้ง โลกย รวม กัน ทุก ๆ ชาติ์ ทุก ภาษา ซึ่ง ท่าน ผู้ ใด ว่า พระ ของ เอง ของ กู คำ อัน นี้ จะ ต้อง หัว เราะ ๚ะ
ข่าว โทรเลข ใน กรุง
๏ เสด็จ ถึง แล้ว พัก ที่ ปากน้ำ จะ เที่ยว ไป ตาม ฝั่ง ตวัน ตก ใน เรือ กลไฟ แคลติศ ณวัน อังคาร เดือน แปด ปฐมาสาธ แรม สี่ ค่ำ เวลา สี่ ทุ่ม แล เสด็จ กลับ มา ยัง กรุง เทพ ใน เรือ กลไฟ สอง ปล่อง ณวัน พุฒ เดือน แปด ปฐมาสาธ แรม ห้า ค่ำ เวลา เที่ยง ๚ะ
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน แปด ปฐมาสาธ ขึ้น เก้า ค่ำ ได้ กู้ เงิน ใหม่ อีก คราว หนึ่ง ถึง ๒ ๒๕๐ ๐๐๐ ปอนด์ จะ เสีย ดอก เบี้ย ร้อย ละ หก ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน แปด ปฐมาสาธ ขึ้น สิบ เอ็ด ค่ำ มี คราว เปน คราว สำคัญ กับ พวก มินิศเตอร พวก ที่ นำ พวก ลิบริล ไม่ ยอม ช่วย อุด หนุน ถอด ซอ ลิซบะรี่ กว่า ปาเลี่ยแมนต จะ จับ ว่า ราชการ ต่อ ไป อีก ฯะ
๏ ครั้น มี การ ขัด ถึง สิบสอง วัน การ ค้า ขาย จับ ตั้ง อีก แล้ว ฯะ
ณวัน อังคาร เดือนแปด ปฐมาสาธ ขึ้น สิบสอง ค่ำ
เงิน แบกภ์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๖ เบนซ ๖ อัฐ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๗ เบนซ กบ ๑ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๗๕ เซนต
๏ ดารา มี มาก ร้อย หมื่น พัน บ่ เสมอ ดวง จันทร หนึ่ง ได้ คน พาล มาก อะนันต์ ใน โลกย์ จะ เทียบ เท่า ปราช ไซ้ ยาก แท้ ควร ถนอม ฯะ
๏ ลิ้น พราหมณ์ ตา นก แร้ง จมูก มด จิตร พระ ยา กำหนด แม่น แท้ คำ ครู สั่ง สอน ทศ ธรรม แก ศิษ นา ห้า สิ่ง นี้ เที่ยง แล้ รวด รู้ ใคร เสมอ ฯะ
๏ ทั้ง พัน ไท เทพ เรือง ฤทธิรง ไป่ เท่า พระ อินทร องค หนึ่ง ไซ้ คุณ พัน หนึ่ง ดำรง ความ ชอบ โทษ เดี๋ยว อาจ ลบ ได้ สุด สิ้น พัน คุณ ฯะ
๏ ภุมเสน มี รศ เร้า เสาวคนธ กลั้ว เกลือก เกลื้อ แกม กล ใช่ เชื้อ ทรชาติ โฉด เฉา ฉงน ทำ เทียบ ปราช นา ตัว ลิง ให้ ห่ม เสื้อ ห่อน รู้ ลวด ลาย ฯะ
๏ ผู้ แพท ทาย ว่า ไข้ ลม กุม โหร ว่า เคราะ ร่วม รุม โทษ ไซ้ แม่ มด ว่า ผี คุม ทำ โทษ ปราช ว่า กรรม ซัด ให้ ผ่อน แก้ ตาม กรรม ฯะ
๏ ตีน งู งู ไซ้ หาก เหน กัน นม ไก่ ไก่ สำคัญ ไก่ รู้ พวก โจร ต่อ โจร หัน เหน เล่ห กัน นา นัก ปราช ต่อ ปราช ผู้ ปราช ไซ้ ยินดี ฯะ
๏ มี ลูก คือ ลูก ซี้ กา แก มี ค่า คือ ตำแย บ่ เอื้อน มี เรือ แหนง ขี่ แพ ดี กว่า มี แม่ เรือน เลื่อน เปื้อน อยู่ เพียง ชันที ฯะ
๏ ยาม ศุข ชม ชื่น ช้อย สำราญ คด เข้า เกลือ ใส่ จาน ส่ง ให้ บมิได้ จะ รำคาญ เคือง ขุ่น ขม ขื่น เกลื่อน เข้า ได้ ยิ่ง ชิ้น ปลา ดี ฯะ
| กำปั่น เข้า ออก ใน กรุง เทพ | ||||||
| ณ เดือน แปด ปถมาสาธ วัน พุฒ แรม ห้า ค่ำ จน ถึง วัน พุฒ แรม สิบสอง ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ล ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ล แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เลา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไพ จักร ข้าง ฯะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำ หนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| ลุอิซ | ก ๓ ล ฝรั่งเสศ | ๒๙๙ ตัน | ลิมอยน์ | ยูเกอร ซิก แอน โก | นุกาซเตล | แรม ๖ ค่ำ |
| ท่า ฮ่องกง | ก ๓ ล สยาม | ๖๓๕ | มลเลอร | บ่อเซง | สิงฆโปร | ๑๐ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| เอเดน | ก ๒ ล ค อังกฤษ | ๓๑๒ | นอวิน | เจ้า ของ | ฮ่องกอง | แรม ๕ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๗ | ตัลลัค | บอนิโอ กำปนี | สิงฆโปร | ๖ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ เอเดน บันทุก เข้า สาร แล ไม้ สัก ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ ลุอิซ บันทุก ถ่าน หิน ฯะ | ||||||
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤา จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้อง การ ล่าม ฤา จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรง พิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ
๏ ลูก ทุ่น บอก ที่ ราย ที่ ทเล ทา สี เขียว ได้ ไป จอด ไว้ ใต้ กำปั่น อัน จม นั้น คือ บีแอฟ วัดซัน ประมาณ สัก สามสิบ วา เมื่อ น้ำ ขอด เหนือ กำปั่น จม นั้น มี แต่ น้ำ สี่ วา เท่า นั้น ลูก ทุ่น นั้น อยู่ แร่ เรือน โคม ไฟ ใน ทิศ นอท วัน กวาเตอร์ เวซะท แล ข้าง กลาง เกาะ สีชังเปน ทิศ เซาท อีซะตะ ซาฟ อีซตะ พระ วิสูตร สาครดิฐ เจ้า ท่า แจ้ง ความ มา ณวัน ศุกร เดือน เจด แรม แปด ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ๔ ห ) ๚ะ
๏ เพราะ มิศเตอร เอ เดไมอะนอฟ คน หนึ่ง ถึง แก่ กรรม แล้ว แล เพราะ มิศเตอร เอ ยุลิง คน หนึ่ง เจบ นาน มา แล้ว ห้าง เอ ยุลิง แอน โก นั้น จึง จะ รีบ เลิก การ ห้าง นั้น ๚ะ
๏ ขอ ให้ เจ้า เงิน มา ส่ง บาญชี แล สก หนี้ นั้น มา ใช้ เงิน ให้ เสร็จ แก่ กัน ก่อน วัน เสาร เดือน แปด ทุติยสาธ นาย ห้าง เอ ยุลิง ผู้ เปน ลิกวิเดตอร ซอ แจ้ง ความ มา ณวัน เสาร เดือน แปด ปฐมาสาธ แรม แปด ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ด ๑ ) ๚ะ
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สัก สิทธิ์ นัก
AYER'S PILLS.
๏ ๑ ยา เม็ด แก้ ผูกคือ เอเออร์ กะทาติก ปิ้ลซ์ เปน ยา กิน ง่าย มี คุณ เปน อัน มาก แก้ ผูก แน่น แล ไม่ เปน อันตราย เลย รักษา ท้อง ช่วย ไฟ ธาตุ แก้ ปวด ศีศะ ควร จะ เอา ไว้ ใน บ้าน ให้ เด็ก ให้ ผู้ ใหญ่ กิน เมื่อ ไม่ สบาย นั้น ๚ะ
๏ ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เด็ก แล้ว จะ ให้ เดิน แต่ อ่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๒ จน ๔ เม็ด ถ้า จะ ให้ เดิน เลอียด ตั้ง แต่ ๔ จน ๖ เม็ด ผู้ หญิง แล เดก ต้อง กิน หย่อน กว่า นี้ หน่อย หนึ่ง ถ้า ต้อง กิน บ่อย ๆ จัด กิน เมด แต่ ภอ ควร กับ การ ๚ะ
AYER'S SARSAPARILLA.
๏ ๒ ยา คือ เอเออร์ ซาร์ซะปะริลละ เปน ยา แก้ เลือด ช่วย บำรุง ชีวิตร แล ความ สบาย แล ให้ ร่าง กาย มี ชีวิตร ใหม่ ทั่ว ตลอด ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ควร จะ กิน วัน ละ สาม ครั้ง ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก แล้ว ให้ กิน ช้อน ๑ ฤา ๒ ช้อน น้ำ ชา ถ้า ผู้ ชาย อายุ ตั้ง แต่ ๑๕ ปี จน ๒๐ ปี แล ผู้ หญิง ผู้ กำลัง อ่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๕ จน ถึง ๕๐ หยด ถ้า เดก อ่อน ตั้ง แต่ แปด ขวบ จน ๑๕ ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๖๐ หยด ถ้า เดก ตั้ง แต่ ๓ ขวบ จน แปด ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๑๕ หยด จน ๓๐ หยด เมื่อ แรก กิน ๆ แต่ อย่าง น้อย ก่อน แล้ว กิน มาก ตาม กำ หนด สม กับ การ ถ้า ใส่ ยา ใน น้ำ ร้อน น้อย คุณ ยา ก็ จะ มาก ขึ้น เมื่อ จะ ใช้ ยา ขนาน นี้ ต้อง ระวัง ให้ ท้อง เดิน ด้วย ยา เม็ด เอเออร์ ปิ้ลซ์ แต่ อย่า ให้ เดิน หนัก ได้ อาบ น้ำ บ่อย ๆ รักษา ตัว ให้ สอาด รับ ประทาน อาหาร ให้ สม ควร สม กำลัง ไม่ ต้อง อด อยาก ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เจ็ด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๘๗ ถึง ๑๘๙๔ ครบ เจด ปี (จ. ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด