เดือน ๘/๘ ขึ้น ๑๑ ค่ำ, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๓ แผ่น ๔๘ วัน พุฒ เดือน แปด ทุติยสาธ ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
คำ ตัด สิ้น ใน เรื่อง ฆ่า สัตว เดระฉาน
( ยี่ เอ เยรินี เปน ผู้ แต่ง )

๏ เรื่อง ที่ ปุจฉา ว่า มนุษ จะ ประกอบ ด้วย อำนาจ ที่ จะ บริโภค เนื้อ สัตว เดระฉาน ฤา จะ หา ประกอบ ด้วย อำนาจ อัน นั้น ไม่ แล การ ซึ่ง จะ บริโภค เนื้อ นั้น จะ เปน การ อะกุศล การ วิปริต ผิด เพท ผิด วิไสย ก็ เปน ข้อ โจท กัน แล กัน ไป มา ใน จด หมาย เหตุ สยาม ไสมย จำเนียร ช้า นาน แต่ คุ้ม ถึง ทุก วัน นี้ ความ ก็ ยัง แคลง ใจ อยู่ คะเน ว่า จะ เปน ไป ดัง นี้ เสมอ เพราะ ใน การ ที่ จะ สืบ สวน กะทู้ ความ นี้ ถึง จะ เอา ศาสนา เปน ประธาน ก็ จะ ไม่ ตลอด รอด ฝั่ง เหตุ ว่า ศาสนา ซึ่ง เรา ถือ กัน แล กัน แปลก ไป แล คำ ตัดสิ้น นั้น จึง จะ ผิด กัน ไป ด้วย แล ฝ่าย ทุก คน ก็ จะ เกิด ความ วิมุติ สงไส ด้วย จะ ย่อม เหน ว่า ควร จะ ถือ ทั่ว กัน ตาม ความ แน่ แก่ ใจ ของ ตัว ๚ะ

๏ ข้าพเจ้า เปน คน มี ใจ เปน กลาง นับถือ ศาสนา ที่ สม ด้วย ธรรมดา ทั้งปวง ไม่ มี ความ เอียง ไป ข้าง หนึ่ง ข้าง ใด จะ ขอ ทด ลอง ตัดสิ้น ใน เรื่อง ฆ่า สัตว นั้น ใน การ นี้ ข้าพเจ้า จะ เอา วิชา ศิลประสาตร เปน ที่ ตั้ง หมาย ว่า จะ เกื้อ กูล ถ้อย คำ ของ ข้าพเจ้า โดย ข้อ ชันสูตร หลาย ข้อ ซึ่ง ข้าพเจ้า ได้ คัด เอา มา แต่ ตำรา วิชา ชีวันสำตร แล รศายนสาตร เปน ต้น ๚ะ

๏ ความ ซึ่ง ข้าพเจ้า ขอ สำแดง จะ ให้ แจ้ง คือ การ ที่ มนุษ จะ ฆ่า สัตว แล จะ ใช้ เนื้อ มัน เปน เครื่อง บริโภค เปน การ ธรรมดา แล ถูก ต้อง ด้วย กรรมบถ ๚ะ


๏ แต่ ภอ พิจาระณา ข้อ ความ นี้ จะ มี คำ ถาม ว่า เหตุ ไฉน มนุษ จะ มี อำนาจ ที่ จะ ประหาร ชีวิตร สัตว มนุษ ก็ เกิด มา แล สัตว ก็ เกิด มา ใน โลกย เรา นี้ จึ่ง ทั้ง มนุษ ทั้ง สัตว คง จะ มี อำนาจ อัน หนึ่ง อัน เดียว กัน ที่ จะ อาไศรย เจริญ ชีวิตร ใน โลกย นี้ ฯะ

๏ วิสัชชะนา ว่า เพราะ มี ฤทธิ์ จึ่ง มี อำนาจ คือ ว่า ถ้า สัตว ตัว หนึ่ง ตัว ใด มี กำลัง ภอ ที่ จะ ฆ่า สัตว ตัว อื่น มัน จึ่ง จะ มี อำนาจ ที่ จะ ทำ ดัง นั้น โดย ทาง อื่น มัน จะ ประกอบ ด้วย ฤทธิ์ อัน นั้น ทำ ไม เพราะ เหตุ ฉะนี้ ถ้า เสือ กิน กวาง แล ปลา ฉลาม กิน ปลา อื่นๆ ด้วย ฤทธิ์ แล กำลัง ที่ จะ ประพฤติ์ นั้น มัน ก็ ถือ มา แต่ ธรรมโลกย แล มัน ถือ ฤทธิ์ นั้นแล ประพฤติ์ การ นั้น เพราะ เนื้อ สัตว อัน มัน ฆ่า แล้ว กิน จำ เปน สำหรับ บำรุง ตัว แล มัน มี เล็บ มี งา มี เขี้ยว มี ฟัน ถือ มา แต่ กำเหนิด สำหรับ จับ แทง ฆ่า เสีย แล กิน สัตว นั้น เอง ถึง กระนั้น มัน มี อำนาจ ที่ จะ ฆ่า แล กิน สัตว เหล่า นั้น ฝ่าย มนุษ กำลัง วังชา ก็ มี น้อย แต่ มี ฤทธิ์ มี ปัญญา ที่ แทน นั้น ซึ่ง เปน ฤทธิ์ อะณา จักร บันดาร ให้ เขา เปน โพธิสัตว เปน ทวิบาท วิเสศ ตั้ง อยู่ เปน เอก แต่ ใน กลาง บันดา สัตว แห่ง โลกย เรา นี้ เพราะ เหตุ ที่ ประกอบ ด้วย ฤทธิ์ สิทธิ ขาด อัน นี้ มนุษ จึ่ง มี อำนาจ ที่ จะ เอา สัตว เดร ฉาน ทั้ง สิ้น มา ใช้ ใน การ ต่าง ๆ แล ที่ จะ รับ ประ ทาน เนื้อ มัน แล เอา หนัง ขน เขา กระฎูก ของ มัน มา ใช้ เปน ประโยชน แก่ ตัว เขา เอง ฯะ

๏ แต่ บัดนี้ ยัง มี คำ ถาม อีก ว่า ซึ่ง ว่า มนุษ ประ กอบ ด้วย ฤทธิ์ ใหญ่ กว่า หมด บันดา สัตว แล มี วาศนา เอก ใน บันดา สัตว โลกย นี้ ก็ จริง แต่ ไม่ กำหนด เลย ว่า มนุษ จำ จะ ใช้ ฤทธิ์สิทธิ ขาด ของ เขา นั้น สำ หรับ ข่มเหง เบียด เบียฬ ประหาร ชีวิตร สัตว นั้น ฤา โดย ทาง อึ่น เขา จำ จะ ใช้ ฤทธิ์ นั้น เอง สำหรับ อะนุ กูล สัตว นั้น ให้ มี ความ เจริญ อย่าง ไร เล่า จึ่ง จะ ควร อย่าง ไร เล่า จึ่ง จะ ชอบ ธรรม ๚ะ

๏ ตอบ ว่า หาก ว่า สัตว เดระฉาน ชาติ์ หนึ่ง ชาติ์ ได จะ ประกอบ ด้วย ฤทธิ์ เหลือ เพื่อ พึ่ง คน ว่า สัตว ชาติ์ นั้น จะ ใช้ ฤทธิ์ นั้น นอก ที่ นอก ทาง ไป เปน จริง เพราะ สัตว เดระฉาน มัน ขัด สนด้วย สติ ปัญา เหตุ ฉนี้ สัตว เดระ ฉาน ที่ มัก เปน อาหาร แก่ สัตว อึ่น ประกอบ ไป ด้วย เครื่อง ที่ จะ กัน ตัว ฤา โดย เล่ห กล ต่าง ๆ สำ หรับ จะ ซ่อน ตัว ไว้ ฤา สำหรับ เอา ตัว ให้ รอด ได้ ถึง กระนั้น สัตว ที่ อาไศรย แก่ เนื้อ จง ฆ่า เสีย สัตว ที่ จะ ใช้ เลี้ยง ตัว นั้น จง ทำ อำนาจ กับ สัตว นั้น แล ต่อ สู้ ให้ จง ได้ เสีย ก่อน จึ่ง จะ ได้ กิน เพราะ เหตุ ฉนี้ บันดา สัตว เดระฉาน อัน อาไศรย แก่ เนื้อ ทุก เวลา ทุก เมื้อ มัน อยาก จะ กิน ก็ ต้อง ฆ่า ครั้น อิ่ม แล้ว ไม่ ต้อง การ กิน เนื้อ สัตว อึ่น แล้ว ก็ ไม่ นึก แล้ว จะ ไป รบ จะ ไป แสวง หา ความ ลำบาก โดย เหตุนี้ ได้ เหน ปรากฎ ว่า ซึ่ง สัตว พวก นี้ มัน กิน แต่ เฉภาะ บำรุง ตัว แล มัน มี แต่ กำลัง ภอ เพียง สำหรับ ได้ ต่อ สู้ สัตว นา ๆ อัน เปน อาหาร ธรรมดา ของ มัน ฝ่าย มนุษ เล่า การ ก็ ไม่ เปน ดัง นี้ ด้วย ว่า มนุษ มี ฤทธิ์ ภอ ที่ จะ ต่อ สู้ สัตว ทั้งปวง ที่ ละ ตัว อยาก จะ ใช้ ฤทธิ์ นั้น นอก ที่ นอก ทาง เมื้อ ได ก็ ใช้ ได้ แต่ ทว่า ข้าพเจ้า จะ สำแดง ให้ เหน ประจักษ ว่า ซึ่ง มนุษ ไม่ เคย ใช้ ฤทธิ์ อัน นั้น ทำ ทุจริต ผิด วิไสย เลย

๏ ด้วย เปน เหตุ จริง ซึ่ง สัตว บ้าน แล สัตว เชื่อง ทุก ชาติ์ อัน มนุษ มา ใช้ ใน การ ต่าง ๆ เหมือน วัว ควาย ม้า แมว แล สุนักข์ นั้น มนุษ ก็ บำรุง ชุบ เลี้ยง มัน ให เจริญ ทวี ขึ้น ก็ ปลูก โรง ทำ คอก สำหรับ อาไศรย มัน กัน แดด กัน ฝน กัน สัตว ร้าย มิ ให้ ถูก ต้อง อันตราย บาง ที่ ก็ ข่มเหง มัน ให้ เหนื่อย เมื่อย ล้า เกิน ขนาด ฤา เบียด เบียฬ เคี่ยว เขญ มัน ก็ จริง แต่ เดี๋ยว นี้ บันดา คน ที่ มี ใจ เมตา ปรานี ก็ ย่อม เหน พร้อม กัน แล้ว ไม่ ควร ไม่ ชอบ ธรรม จะ ทำ เช่น นี้ จึ่ง ได้ ตั้ง จำ พวก หนึ่ง ขึ้น สำหรับ ติ เตียน ปรับ ไหม ลง อาญา ชนชนา ที่ ไม่ มี ความ ปรานี สังเวศ สงสาร ต่อ สัตว เหล่า นั้น ๚ะ

๏ ส่วน สัตว ซึ่ง มนุษ มา ใช้ เปน เครื่อง บริโภค ข้าพเจ้า ก็ เหน แจ้ง ความ แล้ว ว่า มนุษ มี อำนาจ ที่ จะ ประ พฤติ์ นั้น แล ความ นี้ ข้าพเจ้า มาด หมาย จะ วิการ ให้ เหน เที่ยง แท้ ต่อ ไป นี้ ๚ะ

๏ ข้อ ชันสูตร อัน ข้าพเจ้า เอา เปน ที่ ตั้ง ใน ความ ยั่ง ยืน ของ ข้าพเจ้า นี้ ก็ แจ้ง อยู่ ตาม อัน ดับ นี้ ๚ะ


๏ ข้อ ที่ หนึ่ง ว่า คะรุวนา แห่ง ส่วน อาการอัน เคี้ยว แล บอบ ละ ลาย อาหาร ใน สริระกาย มนุษ ถ้า แล สืบ สวน กับ คะรุวนา ส่วน อาการ ชนิท เดียว นั้น ใน สริระ กาย สัตว เดระฉาน อันกิน เนื้อ ก็ ดี อัน ไม่ กิน เนื้อ ก็ ดี จง ได้ เหนว่า แปลก กัน แล กัน ไป มาก แต่ คล้าย กันมาก กว่า ใน สัตว อัน อาไศรย แก่ เนื้อ ๚ะ

๏ ข้อ ที่ สอง ว่า เพราะ สันฐาน แล เพท แห่ง พ่าง พื้น โลกย นี้ บาง ที จำ เปน มนุษ จะ บริโภค เนื้อ สัตว เดระฉาน ๚ะ

๏ ข้อ ที่ สาม ว่า พงษาวดาร แห่ง มนุษ สำแดง ว่า การ ที่ บริโภค เนื้อ นั้น เปน ธรรมเนียม ของ มนุษ ตั้ง แต่ เดิม ของ มนุษ เปน มา นั้น ๚ะ

๏ ความ ซึ่ง อยู่ ใน ข้อ ทั้ง สาม ซึ่ง ข้าพเจ้า กล่าว มา นี้ ข้าพเจ้า จะ อะธิบาย โดย พิศดาน ที่ ละ ข้อ ข้าง ท้าย นี้ ๚ะ

๏ ที่ หนึ่ง ว่า ด้วย คะรุวนา ส่วน อาการ อัน เคี้ยว แล บอบ ละ ลาย อาหาร ๚ะ

๏ ก็ เปน ความ แน่ นอน ของ ชีวัน สาตร วิทยา ซึ่ง ใน สัตว ทุก ชาติ์ ทุก ชนิท สันฐาน ส่วน อาการ ทั้งปวง แห่ง ร่าง กาย ชอบ อัชฌาไสย กัน กับ ของ อัน รับ ประทาน นั้น แล สุด แต่ ของ นั้น แล ลักษณะ แห่ง ของ นั้น ด้วย ว่า ครั้น พิจารณา ส่วน อาการ ส่วน ใด ตลอด แล้ว ได้ กล่าว โดย ชัด คือ สัตว ที่ มี ส่วน อาการ เช่น นั้น เลี้ยง ตัว มัน โดย อาหาร สิ่ง นั้น ๆ แล ประกอบ ไป ด้วย ลักษณะ ประการ นั้น ๆ ๚ะ

๏ ฝ่าย ส่วน อาการ อัน เคี้ยว อาหาร ของ เราคือ ฟันนั้น ถ้า จะพิจารณา โดย ถ้วนถี่ มา สืบ สวน กับ ฟัน สัตว อื่น ๆ คง ลุ ถึง รู้ ว่า ฟัน เรา นั้น เปน สำหรับ ที่ จะ เคี้ยว อาหาร ชนิท ไร มาท แม้น เรา ได้ เหน ว่า สัตว อัน อาไศรย แก หญ้า มัน มี แต่ ฟัน กราม อย่าง เดียว สำหรับ โม หญ้า ซึ่ง มัน กิน นั้น แล สัตว ชาติ์ อัน มัก เคี้ยว เอื้อง อาหาร มัน นอก กว่า นั้น มี น่า ฟัน ๘ ซี่ก ตั้ง อยู่ ใน ปาก ส่วน ล่าง โดย ทาง อื่น สัตว ซึ่ง อาไศรย แก่ เนื้อ มี ฟัน สาม ชนิท คือ ฟัน น่า กับ เขี้ยว แล กราม มนุษ ก็ มี ฟัน ทั้ง สาม ชนิท ที่ ว่า มา นี้ แต่ มัน ไม่ เหมือน ฟัน สัตว เหล่า นั้น โดย รอบ คอบ เหตุ ว่าไม่ เปน ธรรมดา มนุษ จะ จับ แล จะ ฆ่า สัตว ด้วย ฟัน ดุจ ดั่ง สัตว ร้าย จึง ฟัน มนุษ ปลาย น่า ฟัน นั้น ไม่ ใคร่ จะ แหลม แล ฟัน เขี้ยว ไม่ ยาว ไม่ งอน เหมือน อย่าง น่า ฟัน สัตว พวก นี้ อนึ่ง ฟัน กราม มนุษ แบน แล ปลาย ฟัน นั้น หา สู้ แหลม คม เหมือน กับ ฟัน กราม สัตว ร้ายไม่ ฟัน ชนิท นี้ สัตว ร้าย กำหนด จะ ใช้ สำหรับ สกัด แล ซีก อาหาร แล เปน สำหับ เขี้ยว กระดูก สัตว อื่น ด้วย ฟัน อย่าง นี้ จึง ประกอบ ไป ด้วย กำลัง ใหญ่ กว่า ฟัน กราม มนุษ ถ้า คริริด เนื้อ ความ ซึ่ง กล่าว มา นี้ คง จะ เหน แน่ แก่ ใจ ซึ่ง มนุษ มี ประ เพท คล้าย กับ สัตว ที่ อาไศรย แก่ เนื้อ ยิ่ง กว่า กับ สัตว ที่ อา ไศรย แก่ หญ้า แม้น ว่า เครื่อง เคี้ยว อาหาร ของ มนุษ สม สำหรับ กิน อาหาร ที่ ปน ด้วย เนื้อ บ้าง แล ด้วย ของ ที่ เพื่อ มา แต่ พฤกษ ชาติ บ้าง จึ่ง จะ อธิบาย ว่า คน ที่ อยาก จะ ห้าม มนุษ มิ ให้ กิน มังษา เขา ดู เหมือน ไม่ รู้ จัก อาการ แล กำเนิด แห่ง สรีระกาย มนุษ ๚ะ

๏ บัดนี้ ถ้า เรา พินิจ พิเคราะห์ ส่วน อาการ ต่าง ๆ อัน สำรวม สาระพางค มนุษ แล มา ทด ลอง ตาม ตำรา วิชา รศายนสาตร ให้ คัด แยก ออก เปน ธาตุ เลอียด นา ๆ จึ่ง ได้ เหน ว่า มัน ระคน ปะปน ด้วย ภาวะ สาม สิ่ง นี้ เปน ต้น คือ ไฟบริน คือ ว่า ใย เนื้อ สิ่ง หนึ่ง เปน ภาวะ อัน ตบ แต่ง เส้น เนื้อ ทั้งหลาย เซและติน คือ กล้า ฤๅ วุ้น สิ่ง หนึ่ง เปน ภาวะ อัน ตบ แต่ง หนัง บาง แล กระดูก แล เอ็น เส้น ทั่ว สาระพางค์ เอลบุมิน คือ ใย ไข อีก สิ่ง หนึ่ง เปน ภาวะ อะหลอด อัน ปน อยู่ ใน เลือด ใน เส้น สาย ต่าง ๆ แล ใน สมอง ๚ะ

๏ การ เลี้ยง ตัว ก็ เปน แต่ การ ที่ จะ แสวง หา ของ อัน แล้ว ไป ด้วย ภาวะ อย่าง เดียว กับ สาม สิ่ง นี้ ฤๅ ด้วย สิ่ง คล้าย กับ สิ่ง นี้ ก็ ดี ส่ง เข้า ไป ใน ไฟ ธาตุ ให้ แทน ภาวะ อัน เปลือง ซวน เซ ไป ตาม ส่วน อาการ ทั่ว สริระกาย เพราะ การ งาน ซึ่ง มัน ประพฤติ์ เนื่อง ๆ เหตุ ฉนี้ ของ ที่ ประกอบ ไป ด้วย ไฟปริน แล เซและติน แล เอลบุมิน สาม ภาวะ นี้ ฤๅ ด้วย ภาวะ อัน มี ประเพท คล้าย กับ ภาวะ เหล่า นี้ คง เปน สุเปะเพียร ชนะ จำ เภาะ แก่ มนุษ แล ของ ที่ ประกอบ ด้วย ภาวะ นั้น เปน อัน ยิ่ง คง เปน สุเปะเพียร ชนะ อย่าง ยิ่ง เลอียด ยิ่ง ประเสริฐ ขึ้น ๚ะ

๏ ท่าน ผู้ ชำนาญ ใน วิชา รสายนสาตร ก็ ทด ลอง เนื้อ ต้น ไม้ ผัก หญ้า แล สัตว ต่างๆ แล้ว ได้ สังเกต ว่า พืชน์ พัน แล เม็ด ผัก หลาย ชนิด เหมือน เข้า สาร เข้า โพช สาลี่ ถั่ว แล มัน จุ ไว้ ไฟปริน แล เซและติน แล เอลบุมิน โดย บริบูรณ์ แล สี่รา นั้น ประกอบ ไป ด้วย ภาวะ อย่าง อื่น ชื่อ เกซิอิน คือ เนย สี่รา แต่ เกซิอิน นี้ แล้ว ไป ด้วย ธาตุ หนึ่ง เดี่ยว กับ ไฟปริน แล เอลบุมิน

๏ บัดนี้ มี คำ ถาม ว่า ด้วย พืชน์ พัน แล เม็ด ผัก หญ้า ต่าง ๆ กอบ ด้วย ไฟปริน เซและติน แล เอลบุมิน เหมือน หนึ่ง เนื้อ สัตว เดระฉาน เหตุ ไฉน จึ่ง มนุษ ต้อง ประสงค์ จะ บริโภค เนื้อ เล่า จะ กิน แต่ เข้า กับ ถั่ว แล ผัก หญ้า ต่าง ๆ ก็ จะ ไม่ อิ่ม ไม่ แขง แรง เหมือน กัน ฤๅ แก ว่า ไฟปริน เซและติน แล เอลบุมิน ซึ่ง รวบ รวม อยู่ ใน เม็ด แล พืชน์ พัน นั้น ไม่ มี สันฐาน อย่าง เดี่ยว กัน กับ ไฟบริน เซและติน แล เอลบุมิน อัน ได้ สังเกต มา ใน เนื้อ สัตว เพราะ เหตุ เช่น นี้ ภาวะ ที่ ปน อยู่ ใน ของ กิน อัน เพือ มา แต่ รุกข์ชาตื้ ครั้น เข้า ไป ใน ไฟ ธาตุ อยู่ แล้ว คง ปราศ ออก จาก กัน เสีย ทัง สิ้น แล จำแลง เพท เสีย ก่อน จึ่ง จะ ละลาย ไป แล จะ กลับ กลาย ไป เปน เลือด ได้ แต่ ภาวะ ที่ สำรวม อยู่ ในเนื้อ สัตว ครั้น ถึง ท้อง แล้ว ก็ ละลาย ไป ที่ เดียว ไม่ ช้า ไม่ นาน ก็ จำแลง สันฐาน เปน เลือด แล้ว เหตุ ฉนี้ ของ กิน ที่ เพือ มา แต่ รุกข์ ชาติ์ ไฟ ธาตุ จง ถนอม ไว้ นาน ๆ เสีย ก่อน มัน จะ ละลาย ไป ได้ แล จำ จะ ประกอบ ด้วย กำลัง มาก หวัง จะ บอบ ละลาย มัน ไป อนึ่ง ไส้ พุง ที่ เปน วาหะ แก่ ของ นั้น คง ยืด ยาว อยู่ เพื่อ ของ นั้น จะ ได้ เวลา ภอ เพียร ที่ จะ ละลาย ไป เสร็จ ก่อน จะ ลอด ตัว สั้น โดย ทาง อื่น เนื้อ ก็ ละลาย ไป โดย เร็ว โดย ง่าย แล ไส้ พุง ที่ จะ รับ นั้น ก็ ไม่ จำ จะ ยืด ยาว เลย ๚ะ

๏ ความ ซึ่ง ข้าพเจ้า สำแดง ออก นี้ ก็ จริง อยู่ ด้วย ว่า สัตว เดระฉาน อัน อาไศรย แก่ เนื้อ มี กะเภาะ อาหาร เล็ก น้อย เปน กะเภาะ เดียว แล ไส้ พุง ยาว ประมาณ สัก สาม สี่ เท่า ตัว มัน แต่ สัตว อัน อาไศรย แก่ หญ้า มี กะเภาะ อาหาร ไขว้ เขวนัก ประกอบ เปน สอง กะเภาะ สาม กะเภาะ สี่ กะเภาะ ก็ มี แล บาง ที อาหาร อัน มัน ส่ง เข้า ไป ใน ท้อง แล้ว มัน ก็ ต้อง ให้ กลับ คืน มา ขึ้น ใน ปาก เคี้ยว เอื้อง อีก นอก กว่า นั้น ไส้ พุง ของ มัน ก็ ยาว รี อยู่ เมื่อ สั้น ที่ เดียว ก็ ยาว สิบ สอง เท่า ร่างกาย ที่ แกะ ไส้ พุง นั้น ยาว ถึง ยี่สิบ เจด เท่า ตัว ๚ะ

๏ ฝ่าย มนุษ ไส้ พุง นั้น ยาว ประมาณ ๓๕ ศอก คืบ คือ ๕ เท่า กว่า ร่าง กาย ของ เขา แล ไฟ ธาตุ คล้าย กับ กะเภาะ อาหาร แห่ง สัตว ที่ อาไศรย แก่ เนื้อ อนึ่ง ใน ตะรอก ที่ ยัง กิน แต่ น้ำ นม กับ ของ เหลว อ่อน ๆ ไส้ พุง นั้น ยาว ๑๐ เท่า กว่า ตัว จึ่ง คง เหน กระหนัก ว่า ครุวนา แห่ง ส่วน อาการ ที่ บอบ ละลาย อาหาร ใน สรีระ มนุษ ก็ สม สำหรับ มังษา เปน ต้น แล การ ที่ บริโภค ผัก หญ้า ไม่ ใคร่ ชอบ อัชฌาไสย กับ สันฐาน แห่ง กาย มนุษ แม้น เรา ได้ ทราบ ว่า มนุษ ทุก วัน นี้ เคย รับ ประทาน ของ หลาย สิ่ง หลาย อย่าง นอก กว่า เนื้อ สัตว เดระฉาน ๚ะ

( เรื่อง นี้ ยัง จะ มี ต่อ ไป )

๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ

พระองค์ เจ้า ดิศวรกุมาร

๏ พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ พระราช ทาน พระราชหัถ เลขา ตรา ตั้ง แก่ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า ดิศวร กุมาร สำเนา ตรา ตั้ง มี ว่า ๚ะ

๏ พระบาท สมเด็จ พระ ปรมินทร มหาจุฬา ลงกรณ์ พระ จุล จอมเกล้า เจ้า อยู่ หัว มี พระบรม ราชโองการ มาร พระบัณฑูร สุรสิงหนาท โปรด เกล้า โปรด กระหม่อม ให้ พระเจ้า น้องยาเธอ พระองค์ เจ้า ดิศวร กุมาร ท,จ,ว,ม,ม, ซึ่ง เปน ราช เอด เดอ แกมป ผู้ รับ พระบรม ราชโองการ เลื่อน เปน ลุเตอแนนต์ คอลอแนล ใน กรม ทหาร มหาด เล็ก รักษา พระองค์ มี อำนาจ ที่ จะ บังคับ การ ใน กรม ทหาร มหาดเล็ก รักษา พระองค์ ตาม ข้อ บังคับ ทุก ประการ จง เว้น การ ควร เว้น หมั่น ประพฤติ การ ควร ประพฤติ ให้ ต้อง ตาม กฎหมาย ข้อ พระราช บัญญัติ เก่า ใหม่ แล ธรรมเนียม สำหรับ กรม นั้น ทุก ประการ จง มี ศุข สวัสดิ์ เจริญ เทอญ ๚ะ

๏ ตั้ง แต่ ณวัน ศุกร เดือน แปด บูรพาสาธ แรม เจด ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ศักราช ๑๒๔๗ เปน ปี ที่ ๑๘ ฤา วัน ที่ ๖๐๗๙ ใน รัชกาล ปัตยุบัน นี้ ๚ะ

เลื่อน ตำแหน่ง

๏ ให้ มิศเตอร์ โยเซ มาเรีย เฟดิลิศ ดา กอศตา เปน หลวง ราชาย สาธก เจ้า พนักงาน ตรวจ ภาษี ขา เข้า ขา ออก ใน กรม ศุลกากร ขึ้น กรม พระคลัง มหาสมบัติ ถือ ศักดินา ๘๐๐ ๚ะ

แขก เมือง เฝ้า

๏ ณวัน อังคาร เดือน แปด บูรพาสาธ แรม สิบเอ็ด ค่ำ เวลา บ่าย สี่ โมง พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เสด็จ ออก พระ ที่ นั่ง จักรกรี มหา ปราสาท ด้าน ตวัน ออก เจ้า พนักงาน นำ มิศเตอ ริชแมน กงซุล ออสเตรีย เข้า เฝ้า ทูล ลออง ธุลี พระบาท กราบ ถวาย บังคม ลา กลับ ออก ไป ยุโรป กับ นำ มิศเตอ ซาเตา ราชทูต อังกฤษ เข้า เฝ้า ทูล ลออง ธุลี พระบาท ทรง พระราช ดำหรัส ด้วย ราชทูต แล กงซุล ตาม สมควร ๚ะ

พระราช ทาน เครื่อง ยศ

๏ มี พระบรม ราชโองการ โปรด เกล้า ฯ พระราช ทาน พระบรม ราชา นุญาต ให้ พระเทพผลู เจ้า กรม กอง ตระเวน ซ้าย รับ เครื่อง ราช อิสริยยศ มงกุฎ สยาม ชั้น ๔ ชื่อ ภัทรา ภรณ์ ภ, ม, เปน เกียรติยศ สืบ ไป ขอ ให้ มี ความ ศุข สวัสดิ ทุก ประการ เทอญ ๚ะ

๏ พระราช ทาน แต่ ณวัน อาทิตย เดือน แปด บูรพาสาธ แรม เก้า ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ศักราช ๑๒๔๗ เป็น วัน ที่ ๖๐๘๑ ฤา ปี ที่ ๑๘ ใน รัชกาล ปัตยุบัน นี้ ๚ะ

พระราช ทาน โปรด ยก อากร

๏ มี พระบรม ราชโองการ โปรด เกล้า ฯ ให้ งด อา กร ยา สุบ ใน เมือง สระ บุรี เมือง ลพบุรี เมือง สิงค บุรี เมือง พนัสนิคม เมือง บางลมุง ไว้ อย่า ให้ นาย อากร ไป เก็บ เงิน อากร แก่ ราษฎร เลย ให้ กรม มหาด ไทย กรม ท่า มี ท้อง ตรา ดำเนิน พระบรม ราชโองการ ออก ไป ให้ เจ้า เมือง กรมการ ประกาศ แก่ ราษฎร ใน หัว เมืองนั้น ๆ ให้ ทราบ ทั่ว กัน ถ้า ผู้ ใด จะ มา อ้าง ว่า ตัว เปน นาย อากร มา เรียก เงิน อากร ยา สูบ แก่ ราษฎร ใน แขวง เมือง ทั้ง ๕ นี้ อย่า ให้ ยอม เสีย ให้ เลย ๚ะ

๏ ประกาศ มา ณวัน พุฒ เดือน แปด บูรพาสาธ แรม สิบ สอง ค่ำ ปี รกา สัปตศก ศักราช ๑๒๔๗ เปน วัน ที่ ๒๐๘๔ ใน รัชกาล ปัตยุบัน นี้ ๚ะ

ผูก ปี้ จีน

๏ เจ้า พระยา ศรีพิพัฒรัตน ราชโกษาธิบดี รับ พระ บรม ราชโองการ ใส่ เกล้า ฯ ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า สั่ง ว่า ให้ ประกาศ แก่ บันดา จีน ทั้งปวง ใน กรุง หัว เมือง ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า เจ้า พนักงาน กรม พระคลัง สินค้า ได้ นำ ความ ขึ้น กราบ บังคม ทูล พระกรุณา ว่า ใน ปี รกา สัปตศก นี้ ถึง กำหนด ที่ จะ ผูก ปี้ ข้อ มือ จีน เก็บ เงิน ใช้ ราชการ งาน โยธา ทำนุ บำรุง พระนคร ครั้ง หนึ่ง นั้น จึ่ง มี พระบรม ราชโองการ โปรด เกล้า ฯ ดำหรัส สั่ง ให้ เจ้า พนักงาน ผูก ปี้ ข้อ มือ จีน ตาม ธรรมเนียม มา แต่ ก่อน เจ้า พนักงาน กำหนด จะ ได้ ผูก ปี้ ข้อ มือ จีน ที่ พระคลัง สินค้า ตั้ง แต่ วัน พุฒ เดือน แปด อุตราสาธ ขึ้น สี่ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ไป กว่า จะ สิ้น จำนวน จีน แล ข้าหลวง กับ เจ้า พนักงาน จะ ได้ ออก ไป ผูก ปี้ ข้อ มือ จีน ใน หัว เมือง พร้อม ด้วย ผู้ ว่า ราชการ เมือง กรมการ ทุก เมือง ด้วย ถ้า จีน ทั้งปวง ทราบ ความ แล้ว ให้ มา ให้ เจ้า พนักงาน ผูก ปี้ เกบ เงิน ช่วย ราชการ พระนคร ตาม เคย มา แต่ ก่อน อย่า ให้ เปน ที่ ขัด ขวาง ได้ ให้ พระยา โชฎึก ราช เศรษฐี ป่าว ร้อง ให้ จีน ทั้งปวง ทราบ ทั่ว กัน ตาม รับ สั่ง ๚ะ

๏ ประกาศ มา ณวัน อาทิตย์ เดือน แปด อุตราสาธ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี รกา สัปตศก ศักราช ๑๒๔๗ ๚ะ


เรื่อง นิทาน

๏ จะ กล่าว ถึง นิทาน เจ้า สัจ ซื่อ กับ เจ้า สอน ยาก สอง คน เปน ตระลาการ ด้วย กัน เจ้า สอน ยาก ถาม เจ้า สัจ ซื่อ ว่า เจ้า ตัดสิ่น ความ เอา เท็จ ทำ จริง เอา จริง ทำ เท็จ จะ ไม่ ได้ ฤา เจ้า สัจ ซื่อ ว่า ไม่ ได้ ด้วย พระ มหา กระษัตร ท่าน ให้ เงิน เดือน เรา ทุก เดือน ตัว เรา ลูก เมีย เรา เหลือ กิน เหลือ ใช้ สอย ไม่ ต้อง การ จะ รับ สินบน ถ้า เรา รับ สินบน บาป กรรม ก็ จะ มี รู้ ถึง เจ้า กล่าว ถึง นาย ทราบ ถึง พระมหา กระษัตร ท่าน ก็ จะ ลง โทษ ถอด เปลี่ยน เรา เงิน เดือน เรา ก็ จะ ไม่ ได้ ชื่อ แล ตัว เรา ก็ จะ ต้อง เสีย ไป ทั้ง ชาติ์ แล้ว เรา ตาย ไป พระ เจ้า ก็ จะ ลง โทษ เรา ไป ยัง นรก เจ้า สอน ยาก จึ่ง ถาม เจ้า สัจ ซื่อ ว่า เจ้า ไป รู้ มา จาก ไหน เจ้า สัจ ซื่อ ว่า เรา รู้ มา จาก พระคำภีร์ คฤศ ศาสนา แล้ว เจ้า สัจ ซื่อ จึ่ง ถาม เจ้า ส่อน ยาก ว่า เจ้า ตัดสิ์น ความ จะ ให้ เปน ยุติธรรม ไม่ ได้ ฤา เจ้า ส่อน ยาก ว่า ไม่ ได้ เหตุ ไร จึ่ง ไม่ ได้ เพราะ ตัว เรา มี ลูก เมีย มาก ถ้า ไม่ รับ สินบน แล้ว เรา จะ เอา อะไร มา เลี้ยง ลูก เลี้ยง เมีย ซึ่ง เรา ใช้ อุบาย รับ สินบน ขุนนาง เจ้า นาย โต ๆ ท่าน ก็ ย่อม รู้ แต่ ท่าน ไม่ เอา โทษ เรา เรา ถือ ตาม พระบาฬี ถึง จะ มี บาป กรรม สัก เท่า ไร เรา ก็ คง จะ เวียน เกิด เวียน ตาย ได้ พระเจ้า ของ เรา ท่าน ก็ ไม่ เอา โทษ เรา ด้วย ท่าน ไป สู่ พระนิพาน เสี่ย แล้ว พระเจ้า ของ เรา ไม่ เหมือน กับ พระ เจ้า ฝรั่ง สอง คน ว่า เปน สอง เนื้อ ความ ก็ หา รู้ ที่ จะ ให้ ท่าน ผู้ ใด ตัดสิ์น ได้ ไม่ ยุตติ์ นิทาน เจ้า สัจ ซื่อ กับ เจ้า ส่อน ยาก แต่ เท่า นี้ ก่อน ๚ะ


ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงขโปร์
ณวัน จันทร เดือน แปด อุตราสาธ ขึ้น สอง ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๗ เบนซ ๓ อัฐ

เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๗ เบนซ กับ ๓ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรีย น ๗๕ เซนต


ข่าว โทรเลข นอก

๏ เมือง ฮ่องกง วัน อังคาร เดือน แปด ปฐมสาธ แรม สิบ เอ็ด ค่ำ พวก ที่ คาย ญวน ที่ กรุง หุย รุก ที่ ทัพ ฝรั่งเสศ ซึ่ง มองเซอ ดะกูรูซิ ที่ เมือง ทวนอัน กำ กับ อยู่ แต่ พวก ญวน แพ้ ถอย กลับ ความ เลอียด ยัง หา มี ไม่ ๚ะ

๏ ฮ่องกง วัน อังคาร เดือน แปด ปฐมสาธ แรม สิบ เอ็ด ค่ำ ข่าว มี มา อีก แจ้ง ความ ว่า พวก ญวน ถึง ๓๐๐๐๐ รุก ตี คาย ฝรั่งเสศ ที่ กรุง ญวน คือ เมือง หุย แต่ แพ้ ฝรั่งเสศ ต้อง ถอย กลับ แล เสีย ทหาร ญวน ถึง ๑๒๐๐ คน ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน แปด ปฐมสาธ แรม สิบ เอ็ด ค่ำ มะ คืน นี้ ใน ที่ ประชุม ปฤกษา ราชการ อัง กฤษ คือ เฮาซ ออฟ ลอดซ์ ลอด ซอลิซบุรี แจ้ง ความ ว่า ด้วย ทำนอง ปอลิซิ ของ พวก แกบิเนต ๚ะ

๏ จะ จับ การ ทำ สัญา กัน กับ พวก รุเซีย ต่อ กัน กับ ความ ของ คอเวินแมนต ก่อน นั้น ด้วย ความ ไว้ใจ ว่า จะ ตก ลง กัน เปน การ เรียบ สงบ แต่ คอ วินแมนต อังกฤษ นั้น พร้อม ที่ จะ ป้อง กัน เขตร อินเดี่ย ต่อ นั้น แล ถ้า เกิด เหตุ พร้อม ที่ จะ เลีย เกิน เขตร นั้น ออก ไป ให้ การ ณรงค สงครามต ถอย กลับ ไป ๚ะ ๏ ที่ จะ จัด ลำดับ การ ที่ ประเทศ อิยิบต นั้น จะ ต้อง เปลื้อง เวลา ไป บ้าง ๚ะ

๏ ใน เกาะ ไอเออรแลนด จะ ประพฤติ์ การ ล้ม กฎหมาย ตาม ธรรมเนียม ด้วย เขม แขง ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน แปด ปฐมสาธ แรม สิบ สอง ค่ำ ลอด แรนดอลฟะ ชัชฮิล แจ้ง ความว่า ไม่ มี เหตุ ที่ จะ นึก ว่า การ เถียง กัน ด้วย เขตร ต่อ ประ เทศ แอพคัน จะ ไม่ จัด ลำดับ ให้ เสร็จ แก่ กัน เปน การ เรียบ ร้อย เจริญ ความ ศุข ๚ะ

๏ เมือง ไกโร วัน ประหัศบดี เดือน แปด ปฐมสาธ แรม สิบ สาม ค่ำ เชอ เอวิลิน แบริง ออก จาก ประเทศ อิยิบต แล้ว ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน แปด ปฐมสาธ แรม สิบ สาม ค่ำ เซกรีแตรี สำหรับ การ ณรงค สงคราม เมื่อ ตอบ คำ ถาม ได้ ว่า ได้ ตั้ง หมาย แล้ว จะ ขอ ให้ มี โวต แสดง ความ ชอบ ใจ กอง ทัพ บริติช ที่ ได้ ใช้ ใน การ ใน ประเทศ ซุดัน ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน แปด ปฐมาสาธ แรม สี่ ค่ำ เชอร ไมเคล ฮิกซ บีจ ได้ นำ บาญชี ราย เงิน เข้า มา มะคืน นี้ ท่าน ชวน ให้ งด การ สะสม เงิน ใช้ หนี้ คอเวินแมม ก่อน จน ถึง คราว จะ สะสม เงิน ไว้ ใหม่ นั้น แล ขอ ให้ คลัง หลวง ทำ แล จำหน่าย บิล ถึง ๔ ๐๐๐ ๐๐๐ ปอนด ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน แปด ปฐมสาธ แรม สิบ ห้า ค่ำ หนังสือ จดหมาย เหตุ เดลี่นุซ ลง พิมพ ข้อ หนึ่ง ว่า เปน ที่ หมาย จะ จัด ตั้ง ค่าย ปริติช ค่าย หนึ่ง ที่ เมือง การดะหาร ฤา ใกล้ เคียง เมือง นั้น เปน ที่ เกิน ที่ กอง ทัพ เปน อัน มาก พัก อยู่ นั้น ๚ะ

๏ เมือง ฮองกอง วัน เสาร เดือน แปด ปฐมาสาธ แรม สิบ ห้า ค่ำ เยนิรัล กุรซี ได้ รับ คำ สั่ง แล้ว ให้ เลิก กอง ทับ อัน นั้น ๚ะ


สุภาษิต โคลง

๏ ชาติ เกิด รูป พร้อม อาการ ชรา ร่าง สาธารณ เหี่ยว แห้ง พยาธิ บันดาล ต่าง ต่าง มรณ กา แร้ง แย่ง ยื้อ กัน กิน ๚ะ

๏ สงสาร จักร ลี่ นี้ เวียน วัย เกิด แก่ โรค บัล ลัย ห่อน สั้น เพราะ เหตุ บตรอง ไตร ลักษณ ธรรม แฮ พึ่ง วิจารณ ประชื้น คิด เค้า เปล่า สูญ ๚ะ

๏ สาร สืบ ฉบับ สั้น เสรจ สนอง ชำร เรื่อง คง ของ เก่า แก้ ผิด เพี้ยน เปลี่ยน แปลง ลอง ลิ ขิต เดิม นา ล้วน โอวาท ปราช แท้ ถี่ ถ้วน ควร ถนอม ๚ะ


กำปั่น เข้า ออก ใน กรุง เทพ
ถัด แต่ วัน พุฒ ขึ้น ๔ ค่ำ จน ถึง วัน พุฒ เดือน ๘ ทุติยสาธ ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บัญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ล์ ค แทน
กำปั่น สอง เล่า ครึ่ง ก ๓ ล์ แทน กำปั่น สาม เล่า ก ล์ ค แทน กำปั่น เล่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
เฮลีนก ๓ ส สยาม๓๔๗ ตันชมีเค โลว์วังลีสิงฆโปรขึ้น ๕ ค่ำ
บางกอกก ก ฟ สยามพระจลยุทธยอทินจันทบุรี๕ ค่ำ
มงกุฏก ก ฟ อังกฤษ๘๖๒ลฟวินดซอรโรซ แอนโกสิงฆโปร๗ ค่ำ
แกโรไลน์ก ๓ ส สยาม๓๓๘กอคสิงฆโปร๘ ค่ำ
แดนยุบก ก ฟ อังกฤษ๕๖๑นิวตันวินดซอรโรซ แอน โกฮองกอง๙ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
แมกอะลิศเตอรก ก ฟ อังกฤษ๔๖๗ตัลลัคบอรนิโอ กำปะนีสิงฆโปรขึ้น ๔ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๑๓เรดเมเกอร์มารกวาลด แอน โกสิงฆโปร๕ ค่ำ
ถูจูก ๒ ล์ ค อังกฤษ๔๙๕เบลล์บอรนิโอ กำปะนียุโรป๕ ค่ำ
แอดเวนซก ๒ ล์ ค สยาม๓๓๖ฮ่ามอย๕ ค่ำ
พระจอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๗๗ชตรัดตันวินดซอรโรซ แอน โกฮองกอง๕ ค่ำ
เฮยเจิงก ๒ ล์ ค อังกฤษ๒๒๕ไมดน์ฮอกโบฮองกอง๗ ค่ำ
มงกุฏก ก ฟ อังกฤษ๘๖๒ลฟวินดซอรโรซ แอน โกฮองกอง๙ ค่ำ
๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ เฮลีน บันทุก มะพร้าว ๓๐๐ ๐๐๐ ลูก กับ ถ่าน หิน ๒๒๐ ตัน ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ มงกุฏ มี คน เดิน
สาร ที่ ห้อง แกะบิน คน หนึ่ง เปน ฝรั่ง แล ที่ ดาษ ฟ้า เจ๊ก ๓๐ คน ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ แดนยุบ มี เจ๊ก เดิน สาร ที่ ดาษ
ฟ้า ๑๐ คน ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ เฮยเจิง บันทุก เข้า สาร

สุภาสิต โคลง

๏ จำ ลอง ลักษณ แล้ว เนิน นาน ครั้น มี่ หมด บด สิง สรรพ เสรจ สิ้น ไว้ สำหรับ ผู้ บัญ ญา ไฉน เฉา แช ขอ จง เจริญ สวัสดิ พื้น ยศ หยิ่ง ยาว ยื่น ๚ะ


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท

ขอ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน

๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤา จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้อง การ ล่าม ฤา จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรง พิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ

แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน

๏ เพราะ มิศเตอร เอ เดไมอะนอฟ คน หนึ่ง ถึง แก่ กรรม แล้ว แล เพราะ มิศเตอร เอ ยุลิง คน หนึ่ง เจบ นาน มา แล้ว ห้าง เอ ยุลิง แอน โก นั้น จึง จะ รีบ เลิก การ ห้าง นั้น ๚ะ

๏ ขอ ให้ เจ้า เงิน มา ส่ง บาญชี่ย แล ลูก หนี้ นั้น มา ใช้ เงิน ให้ เสร็จ แก่ กัน ก่อน วัน เสาร์ เดือน แปด ทุติยสาธ นาย ห้าง เอ ยุลิง ผู้ เปน ลิกวิเดตอร ขอ แจ้ง ความ มา ณวัน เสาร์ เดือน แปด ปฐมาสาธ แรม แปด ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ด ๑ ) ๚ะ

แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน

๏ จะ ขาย จน หมด ของ ห้าง จะ ขาย จน หมด ของ ห้าง จะ ขาย จน หมด ของ ห้าง ๚ะ

๏ นาย ห้าง มิศเตอร เอ ยุลิง แอน โก ขอ แจ้ง ความให้ ท่าน ทั้ง หลาย ทั้งปวง รู้ ทั่ว กัน ว่า จะ ขาย ของ ที่ ยัง เหลือ อยู่ ใน ห้าง จน หมด ของ จะ ลด ให้ ต่ำ กว่า ราคา เคย ขาย นั้น ร้อย ละ ยี่สิบ ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น คือ ๚ะ

๏ เหล้า ไวน์ ทั้ง ถัง ทั้ง หีบ ๏ เหล้า แจรี่ ๏ เหล้า โปด ไวน์ ๏ เหล้า แจมเปน ๏ เหล้า บรันดี ๏ เหล้า ยิน ๏ เหล้า ขม คือ บิดเตอร์ซ์ ๏ เสบียง อาหาร ๏ ขนม บิศกัด ๏ ตะเกียง ต่าง ๆ หลาย ชนิด ๏ นาฬิกา พก แล นาฬิกา ตั้ง ๏ เครื่อง ภาชน กาไหล่ ๏ เครื่อง แก้ว ๏ เครื่อง กระเบื้อง ๏ กระดาษ ซอง ปากไก่ หมึก แล ของ ต่าง ๆ สำหรับ กัน ๏ เครื่อง กำปั่น คือ เชือก สาย ลวด ๏ เชือก สาย เฮมป ๏ รอก ๏ ขอ เกี่ยว แล ของ สำหรับ กัน ๏ ศรี ต่าง ๆ น้ำ มัน สำหรับ ทาศรี ๏ น้ำ มัน เตอรเปนไตน ๏ ตู้ สำหรับ ตั้ง ของ ขาย ของ อื่น เป็น อัน มาก เหลือ ที่ จะ บอก ได้ เมื่อ ซื้อ ของ ต้อง ใช้ เงิน สด กัน ๚ะ

๏ นาย ห้าง เอ ยุลิ่ง ลิกวิเดเตอร แจ้ง ความ มา ณวัน ศุกร เดือน แปด ปฐมาสาธ แรม สิบสี่ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๘ ปีระกา สัปตศก ( ๒ ห ) ๚ะ


ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก


AYER'S AGUE CURE.

๏ ๔ ยา คือ เอเยอร์ เอคู กูเออ แก้ ไข้ จับ แล โรค ต่าง ๆ อัน มัก เกิด ใน ที่ ลุ่ม ที่ ชุ่ม ชื้น นัก ๚ะ

๏ ถ้า เกิด เหตุ ว่า ผิด ลม ผิด อากาศ ผิด ภูม ที่ แล้ว รีบ กิน ยา เอเยอร์ เอคู กูเออ ให้ ดับ เหตุ ร้าย แล กิน จน ตัว หาย ดี ยา ขนาน นี้ กิน วัน ละ สี่ หน คราว ละ ช้อน น้ำ ร้อน ช้อน หนึ่ง ก่อน รับ ประทาน อาหาร สัก ครึ่ง ชั่วโมง สาม หน แล ก่อน จะ เข้า นอน หน หนึ่ง ถ้า เดก อายุ สิบ ขวบ ให้ กิน ๓๐ หยด ถ้า ห้า ขวบ ๒๐ หยด ยา ขนาน นี้ กิน ได้ ใน น้ำ ชา น้ำ กาแฟ น้ำ นม ฤๅ ใน น้ำ ก็ ได้ ถ้า ไม่ ใคร่ เดิน กิน ยา เม็ด เอเยอร์ บีลซ์ ให้ เดิน ภอ เป็น ปรกติ ก็ ได้ ๚ะ


AYER'S HAIR VIGOR.

๏ ๕ ยา คือ เอเยอร์ แฮร วิคอร เป็น ของ สำหรับ โต๊ะ แต่ง ตัว เป็น ยา แก้ ผม หล่น ให้ ดก แล ผม หงอก ให้ มี ศรี อย่าง เดิม ๚ะ

๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า จะ ทา ผม เป็น แต่ การ แต่ง ตัว ไม่ ต้อง เขย่า ขวด ถ้า จะ ใช้ รักษา เนื้อ ศีศะ เขย่า ก่อน จึง ทา ผม เถิด ๚ะ

๏ เชิญ ไป ซื้อ ยา ห้า อย่าง นี้ ที่ ห้าง เอ ยลิง แอน โก ตั้ง ห้าง ฝั่ง แม่ น้ำ เจ้า พระยา ใต้ ปาก คลอง ขุด ใหม่ ล่าง เหนือ ตึก กงซุล โปรตเกซ ขึ้น ไป น้อย หนึ่ง ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด