
| เล่ม ๓ แผ่น ๕๑ วัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น สอง ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
ออก เจริญ ทาง พระราช ไมตรี กรุง ลันดัน
( แผ่น ๕๔ ต่อ กับ แผ่น ๕๑ )
๏ วัน จันทร์ เดือน สิบเอ็ด แรม เก้า ค่ำ เวลา เที่ยง พวก ข้า หลวง พร้อม กัน ไป ลง เรือ กาเรดอก บน ป้อม น่า เมือง จึ่ง ให้ ยิง สลุต ส่ง ราชทูต ๑๙ นัด กับตัน เกลเวอ ริง ก์ ให้ ใส่ ไฟ ใช้ จักร ไป จาก เกาะ มอลตา วัน ศุกร เดือน สิบเอ็ด แรม สิบสาม ค่ำ เวลา สี่ ทุ่ม ถึง เมือง ยิบรอลเตอ รุ่ง ขึ้น เช้า สี่ โมง กับตัน เกลเวอริง ให้ ชัก ธง พระจอม เกล้า ขึ้น เสา กลาง ธง พระ ปิ่นเกล้า ขึ้น เสา น่า บน ป้อม น่า เมือง ก็ ยิง ปืน สลุต คำนับ ๒๑ นัด อยู่ ประมาณ สิบห้า นาที อังกฤษ เจ้า เมือง ชื่อ เซอร์เยมซ์ เฟอร์คัดชอน ให้ รถ สาม รถ มา รับ พวก ราชทูต ขึ้น บน บก พวก ราชทูต แต่ง ตัว นุ่ง ห่ม เหมือน ขึ้น ที่ เมือง สิงฆะโปร แล้ว ลง จาก กำปั่น ไป ขึ้น รถ เมื่อ ราชทูต จะ ขึ้น รถ มี ทหาร ปืน ปลาย หอก ยืน คำนับ สอง แถว ๆ ละ ห้าสิบ คน ปี่พาทย์ สำหรับ ทหาร สี่สิบ คน ครั้น ขึ้น รถ พร้อม กัน แล้ว คน ขับ รถ ก็ ขับ รถ ไป ถึง บ้าน เจ้า เมือง ๆ จัด แจง ต้อน รับ ตาม ทำเนียม พูด จา กัน เสร็จ แล้ว ราชทูต ก็ ลา มา โฮเตล ที่ ภัก บ่าย สอง โมง เจ้า เมือง ให้ เอา รถ มา สาม รถ เชิญ พวก ราชทูต ไป ดู ป้อม ๆ นั้น มั่น คง แน่น หนา นัก ด้วย เปน ภูเขา ข้าง ใน ภูเขา เจาะ รวง เปน อุโมง รอบ ไป ที่ ใน อุโมง กว้าง ประมาณ เจ็ด ศอก สูง ประมาณ หก ศอก แล้ว เจาะ ช่อง ปืน เปน ระยะ ห่าง กัน ประมาณ สาม วา ถึง น่า ศึก จะ ยิง บ้าง ก็ ไม่ ถูก ทหาร บน ป้อม ด้วย ภูเขา นั้น สูง ยิง ก็ จะ ตะเลิด ขึ้น ไป ข้าง บน ฝ่าย ข้าง บน ยิง ปัก ปลาย ปืน ลง มา ได้ ถนัด ราชทูต ดู ป้อม แล้ว ไป ดู ตึก ทหาร ๆ ที่ ตึก นั้น สอง พัน คน ที่ ยิบรอลเตอ อยู่ ข้าง แผ่น ดิน ซเปน แต่ เปน เมือง ขึ้น แก่ อังกฤษ ตั้ง อยู่ ปาก ช่อง ทะเล แซง แรง ขบ ขัน มี ทหาร อยู่ รักษา ทุก ถนน พร้อม ด้วย สาตราวุธ ๚ะ
๏ วัน อาทิตย์ เดือน สิบสอง ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เวลา เช้า เจ้า เมือง มา เยี่ยม ราชทูต ที่ โฮเตล ไถ่ ถาม ศุข ทุกข์ แล้ว ก็ ลา กลับ ไป รุ่ง ขึ้น เช้า สี่ โมง ครึ่ง เจ้า เมือง ให้ รถ ห้า รถ มา รับ พวก ราชทูต ไป ส่ง ถึง ท่า ที่ กำปั่น จอด เมื่อ ไป ถึง ท่า มี ทหาร ยืน คำนับ คอย ส่ง อยู่ สอง แถว ประ มาณ ร้อย คน มี ปี่พาทย์ วง หนึ่ง นาย ทหาร ใหญ่ กับ ขุนนาง ลง มา ส่ง ถึง กำปั่น หลาย คน ครั้น ราชทูต ลง ใน กำปั่น แล้ว ทหาร บน ป้อม ก็ ยิง สลุต สิบ เก้า นัด กับตัน เกลเวอริง จึ่ง ให้ ถอน สมอ ออก จาก เมือง ยิบรอลเตอ ไป ๚ะ
๏ รุ่ง ขึ้น เช้า บังเกิด ลม ใหญ่ พัด แรง จัด ไป จน ดึก เหลือ กำลัง จักร์ ข้อ เสือ เครื่อง ไฟ หัก ออก ไป กับตัน ให้ เอา โซ่ ขัน เข้า ไว้ มั่น คง แล้ว ก็ ใช้ ไฟ ต่อ ไป วัน พฤหัศ เดือน สิบสอง ขึ้น ห้า ค่ำ เวลา บ่าย โมง เสศ ถึง เมือง ไวโค อยู่ ฟาก ฝรั่งเสศ แต่ ขึ้น แก่ เมือง โปรตุกาล กับตัน เห็น ลม พัด กล้า อยู่ จึ่ง ให้ แวะ เข้า ทอด สมอ ภัก อยู่ ที่ น่า เมือง แล้ว จะ ได้ เอา ถ่าน สินลา เติม ด้วย เมื่อ กำปั่น เข้า ภัก อยู่ เจ้า เมือง แล ขุนนาง ฝ่าย ทหาร พล เรือน ก็ ลง มา เยี่ยม ราชทูต ถึง ใน กำปั่น ๚ะ
๏ วัน เสาร เดือน สิบสอง ขึ้น เจ็ด ค่ำ เวลา สี่ โมง เช้า ออก จาก เมือง ไวโค วัน อังคาร เดือน สิบสอง ขึ้น สิบ ค่ำ เวลา ยาม หนึ่ง ถึง ท่า เมือง ปอรดสมัท เปน ท่า ขึ้น ที่ จะ ไป เมือง ลันดัน แต่ เรือ ยัง ไม่ ได้ เข้า ประทับ ท่า ด้วย เปน เวลา กลางคืน กับตัน ให้ ทอด สมอ ลง ห่าง ตลิ่ง ประมาณ สิบ ห้า เส้น รุ่ง ขึ้ง เวลา เช้า กับตัน เกลเวอริง ให้ ชัก ธง พระ จอม เกล้า ขึ้น เสา กลาง ธง พระ ปิ่นเกล้า ขึ้น เสา น่า ธง อังกฤษ อยู่ ข้าง ท้าย ประมาณ ครึ่ง ชั่ว โมง แอดมิรัล แม่ ทัพ เรือ จึ่ง ลง มา เยี่ยน ถาม ข่าว ราชทูต ที่ ใน กำปั่น แล้ว แจ้ง ความ ว่า กวิน มี รับ สั่ง มา ว่า ถ้า ราชทูต ไทย มา ถึง เมื่อ ไร ก็ ให้ จัด แจง รับ โดย อย่าง ยิ่ง จะ ได้ เปน พระ เกียรติยศ แก่ พระ เจ้า กรุง สยาม ด้วย พระ เจ้า กรุง สยาม กับ พระ เจ้า กรุง ลันดัน นี้ มี พระไทย รัก กัน เหมือน พระญาติ พระวงษ อัน สนิท แต่ จะ รับ ให้ เหมือน อย่าง ไทย นั้น ไม่ ได้ ด้วย ของ ที่ ใช้ แล เครื่อง แห่ แหน ไม่ เหมือน กัน จะ ต้อง รับ ตาม ทำเนียม ข้าง ยุโรบ แล้ว แอดมิรัล เล่า ความ ว่า กวิน รับสั่ง ให้ ประกาศ ว่า ที่ ทาง แห่ง ใด ๆ ซึ่ง เปน ที่ ต้อง ห้าม แล เปน ที่ ต้อง เสีย เงิน จึ่ง จะ ดู ได้ ถ้า พวก ราชทูต ไทย ปราถนา จะ ดู ก็ ให้ ดู ได้ โดย สดวก อย่า ให้ ห้าม ปราม ขัด ขวาง เลย แล้ว แอดมิรัล ก็ ลา กลับ ไป กับตัน เกลเวอริง จึ่ง ให้ ถอย กำปั่น เข้า ไป เทียบ ท่า ทหาร บน ป้อม ก็ ยิง สลุด ๑๙ นัด เวลา เช้า สี่ โมง แอดมิรัล จึ่ง ภา อังกฤษ คน หนึ่ง ลง มา หา ราชทูต แล้ว บอก ว่า ลอรด กลาเรนดอน ให้ ข้าพเจ้า นำ คน นี้ ชื่อ มิศเตอ เฟาล์ มา อยู่ ด้วย ท่าน จะ ได้ ปรนิบัติ รับ การ กิจ ธุระ ทั้งปวง ด้วย คน นี้ รู้ ทำเนียม ข้าง อินเดีย ได้ เคย ไป อยู่ เมือง พม่า ถึง สิบ แปด ปี บอก เท่านั้น แล้ว แอดมิรัล ก็ ลา กลับ ไป สั่ง ให้ ทอด ตพาน ปู ผ้า แดง มี ราว สอง ข้าง ลง มา จน ถึง กำปั่น เวลา เช้า สี่ โมง เสศ ราชทูต ได้ เชิญ พระ ราชสาสน์ ขึ้น จาก เรือ กาเรดอก แอดมิรัล ให้ ยิง สลุด คำนับ ธง พระ จอม เกล้า ๒๑ นัด มี ทหาร ปืน ยืน สอง แถว ๆ ละ หก สิบ คน ปี่พาทย วง หนึ่ง ยี่ สิบ คน พวก ราชทูต พร้อม กัน ทั้ง หก คน ขึ้น รถ ไป บ้าน แอดมิรัล ๆ จึ่ง เชิญ พวก ราชทูต กิน โต๊ะ กับ ขุนนาง อังกฤษ อีก สิบ เจ็ด คน แล้ว ให้ ภา พวก ราชทูต ไป อยู่ ที่ โฮเตล คืนหนึ่ง
ถึง เมือง ลันดัน ดู การ เล่น ต่าง ๆ
๏ วัน พฤหัสบดี เดือน สิบสอง ขึ้น สิบสอง ค่ำ เวลา เช้า ห้า โมง มิศเตอ เฟาล์ จึ่ง เชิญ พวก ราชทูต ขึ้น รถ เทียม ม้า ไป ที่ รถไฟ แล้ว เชิญ พระ ราชสาสน์ แล ทูตานุทูต กับ สิ่ง ของ เครื่อง ราช บรรณาการ ทั้งปวง ขึ้น รถ ไฟ ต่อไป หน ทาง แต่ เมือง ปอรดสมัท เปน ท่า ขึ้น จน ถึง เมือง ลันดัน เปน ทาง เก้า สิบ สี่ ไมล ครึ่ง คือ สิบ พัน สอง ร้อย ห้า สิบ สอง เส้น เวลา บ่าย สอง โมง ถึง เมือง ลันดัน มี ทหาร ขี่ ม้า ถือ ดาบ มา คอย รับ อยู่ สาม สิบ สอง คู่ เจ้า พนักงาน จัด รถ มา คอย รับ ห้า รถ เทียม ม้า รถ ละ คู่ แต่ เปน รถ อย่าง ดี สอง รถ ๆ หนึ่ง ที่ ราชทูต อุปทูต นั้น มี สักลาด คลุม น่า รถ ปัก ไหม ทอง เปน ตรา พระ จอม เกล้า ที่ ประตู รถ เขียน เปน ธง ช้าง เผือก มี คน แต่ง ตัว ใส่ หมวก ติด สาย แถบ ทอง ยืน ท้าย รถ คน หนึ่ง รถ ที่ สอง ตรี ทูต กับ หม่อม ราโชทัย มี สักลาด คลุม น่า รถ ปัก ไหม เงิน เปน ตรา พระ จอม เกล้า ที่ ประตู เขียน ธง ช้าง เผือก มี คน แต่ง ตัว ยืน ท้าย รถ คน หนึ่ง เหมือน กัน แต่ รถ นอก นั้น เปน รถ ตาม ธรรมดา พวก ราชทูต ขึ้น รถ พร้อม กัน แล้ว คน ขับ รถ ก็ ขับ ม้า ภา ไป ส่ง ถึง โฮเตล ๆ ที่ ราชทูต อยู่ นั้น ชื่อ กลาริช โฮเตล เปน ที่ ดี อยู่ ใน เมือง ลันดัน ไม่ มี โฮเตล อื่น ดี ขึ้น ไป กว่า นี้ รุ่ง ขึ้น วัน ศุกร์ เดือน สิบ สอง ขึ้น สิบสาม ค่ำ เวลา เช้า สี่ โมง ลอรด แชลบัน เปน ที่ สอง รอง ลอรด กลาเรนดอน มา เยี่ยน ราชทูต ไถ่ ถาม ทุกข ศุข แล้ว ก็ ลา กลับ ไป บ่าย โมง หนึ่ง ราชทูต ทั้ง สาม หม่อม ราโชไทย จมื่น ราชามาตย นาย พิจารณ สรรพกิจ พร้อม กัน ขึ้น รถ สาม รถ ไป หา ลอรด กลาเรนดอน ซึ่ง เปน ผู้ สำเร็จ ราชการ ข้าง ฝ่าย ต่าง ประเทศ พูด จา ปราไสย กัน ตาม ทำเนียม แล้ว ราชทูต ก็ ลา กลับ มา โฮเตล ๚ะ
๏ ภอ บ่าย ห้า โมง ลอรด กลาเรนดอน มา เยี่ยน ราชทูต แล้ว บอก ว่า ถ้า ท่าน จะ ไป เที่ยว ดู บ้าน เมือง แล ของ สิ่ง ใด ๆ ข้าพเจ้า สั่ง มิศเตอ เฟาล์ ไว้ ว่า ให้ ภา ไป เที่ยว ดู ตาม ชอบ ใจ ครั้น เวลา ค่ำ มิศเตอ เฟาล์ เชิญ ให้ พวก ราชทูต ไป ดู ละคอน ๆ นั้น เล่น เรื่อง อังกฤษ รบ กับ พวก แขก แล้ว มี ผู้ หญิง คน หนึ่ง ออก มา ขี่ ม้า แต่ แรก นั่ง ขี่ ก่อน แล้ว ก็ ขับ ให้ ม้า ห้อ วิ่ง วง ไป ใน สังเวียน ภอ ม้า ห้อ เตม ฝีเท้า หญิง นั้น จึ่ง ลุก ยืน ขึ้น เมื่อ กำลัง ม้า ห้อ มิ ได้ หยุด แล้ว ยืน แต่ง ตัว เปลี่ยน เสื้อ เก่า ออก ทิ้ง เสีย ใส่ เสื้อ ใหม่ บาง ที ก็ ยืน บน หลัง ม้า เท้า เดียว แล้ว เต้น เปน ฝรั่ง รำ เท้า เปลี่ยน ท่า ทาง ยัก เยื้อง ต่าง ๆ บน หลัง ม้า เมื่อ กำลัง ห้อ บาง ที ยืน เอน ตัว ลง มา ข้าง ม้า ดู เหมือน จะ ตก แต่ ว่า ไม่ ตก อาน ที่ ขี่ ทำ เหมือน แผ่น กระดาน แล้ว จึ่ง หุ้ม ผ้า ครั้น หญิง นั้น ขี่ สิ้น กระบวน แล้ว ก็ คืน เข้า โรง ชาย คน หนึ่ง จึ่ง เปลี่ยน ม้า ตัว อื่น ขี่ ออก มา ให้ ม้า รำ เท้า ก้าว ข้าง ละสอง ที เหมือน อย่าง ท่า คน ที่ รำ เท้า ถ้า คน ขี่ เงย หน้า ม้า ก็ เงย หน้า ขึ้น ด้วย คน ก้ม ลง ม้า ก็ ก้ม ตาม คน เอน ตัว ไป ซ้าย แล ขวา ม้า ก็ เอน ตัว ไป ตาม แต่ ทำ ท่า ทาง ยัก ย้าย หลาย อย่าง แล้ว จึ่ง ลง จาก หลัง ม้า ม้า ก็ วิ่ง กลับ ไป จะ เข้า โรง เมื่อ ม้า ถึง ประตู โรง มี ชาย สอง คน ยก ไม้ คน ละ ข้าง สูง พ้น ดิน ประมาณ สอง ศอก คืบ ขวาง หน้า ม้า ไว้ ม้า ก็ กระโดด ข้าม ไม้ เข้า ใน โรง ๚ะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ ณวัน เสาร เดือน แปด อุตราสาธ แรม สิบ สาม ค่ำ เจ้า นาย แล ขุนนาง แล คน ต่าง ประเทศ ได้ ชุมนุม กัน ที่ ป่า ช้า ฝรั่ง ดู เขา ชัก ม่าน ให้ ท่าน ทั้งหลาย ดู รุป แบบ วัด ฝรั่ง ที่ ใน หลวง ทรง พระกรุณา โปรด สร้าง รุป นาย อาลบาสเตอร์ นั้น ทำ ไว้ ด้วย ดิน ขาว เปน ที่ ให้ เหน ว่า นาย อาลบาสเตอร์ เปน ที่ ชอบ พระไทย ของ ใน หลวง แล้ว สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยาเธอ เจ้า ฟ้า ภา ณุรังษี สว่าง วงษ กรม หลวง ภาณุพันธุวงษ วรเดช ได้ เอา พุ่ม พวง บุษบา ตั้ง ไว้ เคียง รุป นาย อาลบาสเตอร์ เปน ที่ สำแดง ความ ชอบ นับถือ นาย อาสบาสเตอร์ มิศเตอร์คราช เปน ผู้ ซึ่ง ทำ รุป แล แบบ วัด ฝรั่ง ที่ สร้าง ไว้ นั้น ๚ะ
๏ พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น พิชิตปรีชากร เสด็จ กลับ มา จาก เชียง ใหม่ แล้ว เสด็จ ชม ว่า พวก หมอ ฝรั่ง ได้ ตั้ง โรง รักษา คน ไข้ คน เจบ ที่ คน จน หมอ ก็ รักษา ให้ ยา เปน ทาน คน มั่งมี หมอ ก็ เอา เปน ค่า ยา พวก หมอ นี้ ได้ ทำ คุณ แก่ คน เมือง เชียง ใหม่ เปน อัน มาก ๚ะ
๏ พระองค์ เจ้า โสณบัณฑิตย์ กลับ มา จาก เมือง นอก เกือบ จะ ถึง กรุง เทพ แล้ว ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ขอ แจ้ง ความ แก่ ท่าน ทั้งหลาย ผู้ ที่ ได้ มี ความ เสีย ใจ ใน ข่าว เล่า ฤๅ ว่า มี ชาย ผู้ หนึ่ง มา ลัก ภา เอา หญิง ลคร ใน โรง ชื่อ ปรินซ์ เทียเตอ ไป นั้น ให้ ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า ได้ เหน ได้ อ่าน หนัง สือ สยาม ไสมย เหน มี ถาม ข่าว เรื่อง ปรินซ์ เทียเตอ มาก มาย นักหนา แล เหน การ ว่า ไม่ ภอ ที่ จะ ว่า ความ ยืด ยาว ให้ เตม แผ่น กระดาษ ซึ่ง จะ ได้ เหน ความ อย่าง อื่น ๆ ต่อ ไป ไม่ แล มิ ใช่ การ ของ เรา ท่าน ทั้งหลาย ด้วย แต่ ท่าน ผู้ ที่ ลง จดหมาย เหตุ ว่า มา ยืด ยาว ตัว ข้าพเจ้า ก็ เหน สนุกนี้ โดย ทาษ ปัญญา ขอ ตอบ โดย ยืด ยาว สัก ครั้ง หนึ่ง ถ้า จะ ผิด ถูก เหลือ เกิน ประการ ใด ขอ ท่าน ผู้ อ่าน จง อะไภย โทษ แก่ ข้าพเจ้า ๆ ขอ อะธิบาย ว่า ซึ่ง คน ที่ มา ลัก ภา เมีย ท่าน ไป นั้น มัน ทำ การ ไม่ ดี มัน ก็ จะ ต้อง ถูก ปรับ ปรุง ตาม พระราช กำหนด กฎหมาย เอง เปน การ มิ ใช่ ธุระ ของ เรา ท่าน แล ซึ่ง ท่าน ทั้งหลาย มี ความ วิตก ว่า ท่าน เจ้า ของ ลคร จะ คิด ท้อ ถอย จะ เลิก ลคร เปน การ สนุกนิ์ เสีย นั้น ก็ ชอบ อยู่ แต่ ท่าน คิด เกิน ไป ข้าพเจ้า ขอ อธิบาย ให้ ฟัง แล เหน ว่า ลคร โรง ที่ เปน ลคร ดี ใน กรุง สยาม หา ผู้ ใด จะ เสมอ ไม่ แล้ว ได้ เกื้อ กูน ใน การ แผ่นดิน ด้วย คือ มี กระ ษัตร แล เจ้า ต่าง ประเทศ เข้า มา ใน กรุง สยาม ก็ ได้ ไป ดู การ เล่น สนุกนิ์ หลาย ครั้ง จน ท่าน เจ้า ของ ได้ ตรา ต่าง ประเทศ ซึ่ง เขา พูด กัน อยู่ บ่อย ๆ ว่า ได้ ตรา นี้ เพราะ ลคร ก็ แล ลคร มิ ใช่ เปน การ แผ่นดิน ฤา ข้าพเจ้า เหน ควร ว่า ท่าน เจ้า ของ ลคร ควร จะ คิด การ เล่น ลคร นี้ ให้ ดี ขึ้น อีก ต่อ ไป เพราะ ฉนั้น ข้าพเจ้า ไว้ ใจ ว่า ท่าน เจ้า ของ ลคร จะ ไม่ คิด ท้อ ถอย เลิก เสีย แล ข้าพเจ้า ได้ ยิน ได้ ฟัง มา หลาย ครั้ง ว่า ลคร โรง นี้ จะ เลิก ก็ พลอย มี ความ เสีย ใจ ว่า จะ ไม่ ได้ ดู ลคร ที่ ดี อย่าง ยิ่ง แล ไม่ มี ผู้ ใด จะ คิด เล่น ต่อ ไป ได้ อีก แล้ว ดัง นี้ ทุก ๆ ครั้ง ครั้น ภาย หลัง ก็ ได้ ว่า หา เลิก ไม่ แล มี คน ผู้ หนึ่ง พูด ว่า ท่าน เจ้า ของ ลคร มี อารมณ์ ชอบ ใน การ ลคร นี้ มาก ถ้า ท่าน มี ความ ทุกข ร้อน กระวน กระวาย ใน ใจ ใน กาย ขึ้น เมื่อ ใด ก็ มี ลคร แก้ ทุกข บาง ที ก็ เรียก ลคร คน ใด ๆ ซึ่ง รำ ดี เปน ที่ ชอบ ใจ ของ ท่าน มา รำ ให้ ท่าน ดู ภอ แก้ ความ กระวน กระวาย ของ ท่าน ได้ บาง ที ก็ ซ้อม หัด ที่ โรง ข้าง ล่าง บาง ที ก็ ซ้อม หัด บน ตึก เปน การ บำรุง การ สนุกนิ์ ของ ท่าน ภอ แก้ ทุกข ไป ได้ คราว หนึ่ง ก็ ดี อยู่ เพราะ ท่าน เปน ผู้ มี บันดา ศักดิ์ มาก ต้อง หา เครื่อง ประกอบ แก้ ทุกข แก้ รำคาญ ไว้ บ้าง จึง จะ ชอบ แต่ ไม่ เปน การ สำคัญ อะไร ซึ่ง เปน การ สำคัญ นั้น คือ เจ้า ของ ลคร ท่าน เหน แก่ การ แผ่นดิน อย่าง เดียว เพราะ ท่าน ได้ ฝึก หัด ลคร ไว้ ได้ ช่วย ใน การ แผ่นดิน เพราะ ฉนั้น การ เล่น ลคร ท่าน จึง ไม่ อาจ ที่ จะ เลิก ได้ ดัง คำ เล่า ฦๅ ด้วย เปน การ มี คุณ อยู่ ทั้งสอง ฝ่าย แล อีก อย่าง หนึ่ง ตัว ท่าน เจ้า ของ ลคร ท่าน ก็ เปน เสนาบดี ผู้ ใหญ่ มี อำนาจ มาก แล เวลา ที่ พะเนิน เปน เวลา เคราะห์ ของ ท่าน แต่ จะ ว่า ไป ถ้า เหลือ เกิน ประการ ใด ขอ รับ ประทาน โทษ ท่าน ผู้ อ่าน ด้วย เพราะ เหตุ ฉะนี้ ท่าน ทั้งปวง จง พึง รู้ เถิด ว่า ท่าน เจ้า ของ ลคร จะ กลัว อัน ใด กับ คน ที่ จะ มา คิด ลัก ภา ลคร ซึ่ง ท่าน เปน ผู้ ช่วย การ แผ่นดิน ที่ เปน การ สนุกนิ์ ไป อีก เล่า ถ้า จะ มี ผู้ ใด มา คิด ลัก ภา คน ลคร ของ ท่าน ไป อีก ท่าน ก็ คง เพท ทูล ตาม การ ใน ธุระ ของ ท่าน เอง ไม่ ภัก หา ท่าน ผู้ ใด ว่า กล่าว ดอก ขอ ท่าน ทั้ง หลาย ซึ่ง มี น้ำ ใจ ช่วย ท่าน เจ้า ของ ลคร อย่า มี ความ วิตก เลย ซึ่ง ได้ มี น้ำ ใจ คิด ช่วย ท่าน เจ้า ของ ลคร อยู่ แล้ว ก็ เปน ความ ดี ความ เจริญ ของ ท่าน ทั้งหลาย ด้วย ๚ะ
๏ เมื่อ ลูก ความ แพ้ เขา ฤา คน พาล ถูก ปรับ โทษ ตาม ความ ชั่ว ที่ มัน ทำ ไว้ พวก เหล่า นี้ มัก เที่ยว หา ท่าน ผู้ ใหญ่ แล ร้อง บ่น ว่า ตระลาการ ไม่ ดี ตระ ลาการ กิน สินบน แล้ว เข้า กัน กับ เขา เอา จริง เปน เท็จ เอา เท็จ เปน จริง ครั้น ตรึก ตรอง พิจารณา ดู ความ ที่ ร้อง มา นี้ จึ่ง คิด ใน ใจ ว่า ตระลาการ เหล่า นี้ เปน ใคร เปน คน ที่ ใน หลวง ตั้ง เปน ตระลาการ เปน ลูกขุน บ้าง เปน คน ที่ ท่าน เสนาบดี ตั้ง ให้ ชำระ ความ ต่าง ๆ ที่ ตก ใน กรม นั้น ๆ ท่าน ผู้ ใหญ่ ซึ่ง ตั้ง พวก ตระลาการ เหล่า นี้ บังคับ สั่ง ให้ พวก เหล่า นี้ ชำระ ความ ด้วย ซื่อ สุจริต ช่วย ดับ ความ ทุกข ความ ร้อน ของ ลูก บ้าน ลูก เมือง เมื่อ การ เปน เช่น นี้ แล้ว ถ้า ตระลาการ เสีย ไป เพราะ เงิน ทอง ลูก สาว งาม ขา หมู เปด ไก่ แล ของ สินบน ต่าง ๆ นั้น โทษ อัน ทำ ตระลาการ เสีย ไป จะ เปน โทษ ของ ใคร เล่า ใคร มี ปัญญา ตรึก ตรอง ดู คง เหน ว่า ลูก ความ นั้น เอง เปน ต้น เหตุ ให้ ความ ของ ตัว เอง เสีย ไป ลูก ความ ข้าง หนึ่ง เอา ของ ให้ ตระลาการ ลูก ความ อีก ข้าง หนึ่ง รู้ เข้า คิด อ่าน หา ของ ที่ ตระลาการ ติด ใจ ชอบ ใจ ยิ่ง มาก กว่า นั้น เสีย อีก ตระลาการ จึ่ง เซ ไป เซ มา ตาม ของ ที่ ตัว ชอบ ใจ มาก นั้น โทษ นี้ แล เปน โทษ ของ ลูก ความ มิ ใช่ โทษ ของ ผู้ อื่น ถ้า ลูก ความ แขง ใจ ไม่ คิด หา ของ ทำ ให้ ตระลาการ เสีย ไป นั้น ตระลาการ จำ ต้อง ชำระ ความ ตาม ซื่อ ตาม ตรง ไม่ พั้ง แล้ว เมื่อ เรา ว่า มา เช่น นี้ อย่า ให้ ตระลาการ ใจ โลภ นึก ใน ใจ ว่า ตัว ไม่ มี ผิด ตัว ก็ มี ความ ผิด มาก ใหญ่ ควร จะ เปน คน รู้ จัก ระงับ ใจ อด ใจ ควร จะ ห้าม คน ที่ เอา สินบน มา ให้ นั้น เพราะ มัน นึก ใน ใจ ว่า เรา ที่ เปน ตระลาการ นั้น ไม่ เปน คน ซื่อ ตรง เปน คน พาล เหน แก่ สินบน ของ กำนัน จะ มา ซื้อ เรา ตระลาการ ควร จะ จำ คน พาล ที่ จะ ทำ ให้ ตัว เปน คน เสีย ไป แล้ว ชำระ ความ ด้วย ซื่อ สุจริต ให้ มัน เหน ว่า มัน สังเกต ผิด ไป แล้ว มัน หลง ไป เหน ว่า คน ซื่อ เปน คน โกง คน ที่ จะ เอา ของ สินบน ให้ พวก ข้า ราชการ ลำเอียง โกง เหน แก่ เขา ควร จะ เปน โทษ ลึก ซึ้ง เพราะ ทำ การ บ้าน เมือง เสีย ธรรมเนียม ไป ให้ ลูก บ้าน ลูก เมือง ได้ ความ เดือด ร้อน ด้วย แล ตระลาการ ที่ รับ สินบน ควร จะ เปน โทษ ใหญ่ แล ถูก ถอด จาก ตำ แหน่ง เพราะ ขาย พระภักตร ใน หลวง ซึ่ง ทรง พระ กรุณา โปรด ตั้ง ให้ ป้อง กัน รักษา ลูก บ้าน ลูก เมือง ต่าง พระเนตร พระกรรณ เมื่อ ลูก ความ เลิก ส่ง ของ สิน บน ไม่ คิด ชัก ให้ ตระลาการ หลง เมื่อ ตระลาการ ถือ ใจ มั่น เคร่ง ครัด ประพฤติ การ ซอง ตัว ด้วย ซื่อ สุจริต ให้ ลูก ความ แล คน ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง เหน ว่า ตระลา การ เปน ใจ แน่ ลำเอียง ไป ไม่ ไหว แล้ว ทัง บ้าน ทัง เมือง ทั้ง อนา ประชา ราษฎร ทั้ง ตระลาการ ก็ จะ มี ความ สุข ความ เจริญ เปน อัน มาก ที่ เดียว ฯะ
๏ ข้าพเจ้า ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน ทั้งปวง ได้ ทราบ เดิม พวก ข้าพเจ้า ขึ้น ไป ค้า ขาย ซื้อ ไม้ ขอน สัก ณะ เมือง นคร เมือง หน้าน เมือง แพร่ เมือง สวรรคโลกย ครั้น ไม้ ขอน สัก ของ พวก ข้าพเจ้า ไหล ลอย ลง มา ถึง แขวง เมือง เหนือ มี อ้าย ผู้ ร้าย ลอบ ลัก เอา ไม้ ขอน ค้า ของ พวก ข้าพเจ้า ไป ทุบ ถาก ดวง ตรา ยี่ห้อ ซุ่ม ซ่อน ไว้ เปน อัน มาก พวก ข้าพเจ้า จับ ได้ จึ่ง ภา กัน ไป อายัด ไม้ ขอน สัก กับ ตัว อ้าย ผู้ ร้าย ต่อ เจ้า เมือง กรมการ เมือง เหนือ เจ้า เมือง กรมการ หา รับ อายัด ไม้ ของ กลาง กับ ตัว อ้าย ผู้ ร้าย ไว้ ตาม กฎ หมาย บ้าน เมือง ไม่ พวก อ้าย ผู้ ร้าย จึ่ง มี ใจ กำ เริบ ลัก รวบ รวม เอา ไม้ ขอน สัก ของ พวก ข้าพเจ้า ผูก เปน แพ ล่อง หนี ไป จาก แขวง เมือง เหนือ พวก ข้าพเจ้า ไล่ ตาม จับ ได้ ไม้ แพ หนึ่ง กับ ตัว อ้าย จีน ผู้ ร้าย พวก ข้าพเจ้า ได้ อายัด ไม้ ของ กลาง กับ อ้าย จีน ผู้ ร้าย ไว้ กับ เจ้า เมือง กรมการ เมือง ศุกโขไทย แต่ อีก แพ หนึ่ง อ้าย ผู้ ร้าย ลัก ล่อง หนี ลง มา จำ หน่าย ณะกรุงเทพ พวก ข้าพเจ้า ตาม หา ทัน ไม่ ไม้ แพ ที่ จับ ได้ นั้น พวก ข้าพเจ้า ได้ ยื่น เรื่อง ราว แล้ว บัด นี้ พวก ข้าพเจ้า ทราบ ความ ว่า พวก ที่ ถูก ฟ้อง นั้น หนี ออก ไป เมือง ไซ่ง่อน ปราถนา จะ หา หนังสือ สับเยก คุ้ม ตัว ยัง หา กลับ มา ไม่ ความ ก็ ยัง ค้าง อยู่ ยัง หา ได้ ชำระ ว่า กล่าว ประการ ใด จน ทุก วัน นี้ ฯะ
๏ ข้าพเจ้า ได้ อ่าน หนังสือ สยาม ไสมย สอง ข้อ สรรเสิริญ ข้อ หนึ่ง ข้อ หนึ่ง ร้อง ทุกข์ อยู่ ใน สยาม ไสมย แผ่น ที่ ๔๔ ที่ ว่า ราษฎร ทำ เรื่อง ราว ร้อง ทุกข กล่าว โทษ ลูกขุน ตระลาการ นั้น ท่าน เจ้า กระทรวง ซึ่ง เปน แม่ กอง ผู้ ใหญ่ ก็ เพิก เฉย เสีย บาง ที ก็ กลับ ให้ จำเลย ชำระ โจท เช่น นี้ ก็ มี อยู่ เนือง ๆ ดั่ง นี้ บาง เรื่อง ก็ กด เรื่อง ราว นิ่ง เสีย ยั้ง ไม่ ได้ ชำระ ก็ มี อยู่ บ้าง เพราะ ท่าน เหน ว่า ผู้ ที่ เปน ตระลาการ เหล่า นี้ เงิน ปี เงิน เดือน และ เบี้ยหวัด นั้น น้อย นัก ไม่ ภอ กิน ท่าน จึ่ง ต้อง หลับ ตา เสีย บ้าง ความ เปน ดั่ง นี้ เพราะ ธรรมเนียม เมือง ธรรมเนียม บ้าน ให้ เงิน เดือน เงิน ปี ไม่ ภอ กิน ไม่ ภอ ใช้ ลูกขุน ตระลา การ ไม่ ใช่ เปน เทวดา จะ ได้ กิน ของ ทิพย นี้ เขา ก็ ต้อง กิน เหมือน คน อื่น ๆ ที่ เปน มนุษ ด้วย กัน เขา ก็ ต้อง หา ลำไพ่ เอา เอง บ้าง ก็ ชั่ง เถิด ข้อ ที่ ท่าน ว่า ข้าหลวง ถือ ตรา ออก ไป ชำระ ความ ตาม หัว เมือง นั้น ไป ชำระ แต่ เงิน แล สินบน นั้น เหตุ ก็ เหมือน กัน กับ ตระลาการ ที่ ว่า มา แล้ว นั้น ข้าหลวง ก็ ไม่ มี เงิน ภอ ใช้ ท่าน ผู้ ใหญ่ ที่ ใช้ ให้ ข้าหลวง ไป มี ความ ผิด เอง รู้ อยู่ แล้ว ว่า ผู้ ที่ จะ ไป ก็ ต้อง กิน ต้อง ใช้ เหมือน กัน กับ ผู้ อื่น ควร จะ ต้อง ให้ เงิน ภอ กิน ภอ ใช้ เปน กำไร ค่า แรง บ้าง เล็ก น้อย ถ้า ท่าน ผู้ ใหญ่ จะ ให้ ราษฎร มี ความ ศุข ทั่ว กัน แล้ว ควร จะ ให้ เงิน กับ คน เหล่า นี้ ให้ เขา ภอ กิน ภอ ใช้ ถ้า เขา ทำ ความ ผิด เบียด เบียฬ ข่มเหง ราษฎร แล้ว ทำ โทษ ให้ จง หนัก ประการ หนึ่ง ถ้า คน ประกอบ ด้วย ราชการ ต่าง ๆ เปน ขุนศาล ตระลาการ ก็ ดี ห้าม อย่า ให้ มี เมีย มาก จะ ได้ ตัด โลภ ให้ หย่อน ผ่อน ลง เสีย บ้าง ถ้า มี เมีย มาก อยู่ แล้ว ถึง จะ ให้ เงิน เดือน มาก สัก เท่า ใด เมีย ก็ จะ มาก ขึ้น อีก เท่า นั้นๆ จน จะ กำหนด ไม่ ได้ เงิน เดือน ที่ พระราช ทาน ให้ ก็ จะ ไม่ ภอ กิน ภอ ใช้ อยู่ ร่ำ ไป ก็ จะ ต้อง หา เอา เอง ด้วย อุบาย จาก คน อื่น บ้าง ตาม อำนาถ วาศนา ของ ตน อยู่ มิ รู้ สิ้น สุด กว่า จะ ภอ กิน ภอ ใช้ จะ ต้อง ให้ ตัด เสีย ซึ่ง ราก เง่า เค้า มูล แห่ง โลภ คือ มาตุกาม อย่า ให้ มาก เช่น เมือง มอลเมน ถ้า คน ทำ ราชการ แล้ว ต้อง มี เมีย คน เดียว ถ้า เขา ไม่ เปน คน ราชการ เปน แต่ พ่อ ค้า วานิช นั้น ไม่ กำหนด การ มาตุกาม ไม่ มี ข้อ ห้าม ถึง เขา จะ มี เมีย สัก เท่า ใด ก็ ตาม ใจ ของ เขา ๆ ไม่ มี อำนาถ ที่ จะ ข่ม ขี่ เบียด เบียฬ ราษฎร ได้ ถ้า เว้น ไว้ แต่ ผู้ ที่ ว่า มา แล้ว นั้น จะ กด ขี่ เบียด เบียฬ ราษฎร ได้ โดย อำนาถ ตน เอง ประการ หนึ่ง เงิน ทอง ส่วย สา อากร ทั้งหลาย นี้ นั้น ได้ มา แต่ ราษฎร มิ ใช่ ฤา ควร จะ เอา ใจ ใส่ ระวัง บำ รุง ใน ราษฎร บ้าง ราษฎร เหมือน หนึ่ง อัน ต้น ไม้ อัน มี ผล แล มี ท่าน ผู้ หนึ่ง มี แผ่นดิน เปน ที่ สวน นั้น มาก ท่าน ผู้ นั้น จะ ดู รวัง สวน ของ ตัว แต่ ผู้ เดียว นั้น ทั่ว ไป ไม่ ได้ ด้วย ที่ สวน มี มาก หลาย แห่ง หลาย ตำบล เหลือ กำลัง ที่ จะ รวัง จึง ใช้ ให้ ลูก จ้าง หลาย คน ไป รวัง ดู ต่าง หู ต่าง ตา ทุก ๆ ตำบล แล้ว สั่ง ว่า ท่าน จง ระวัง สวน ต้น ผล ไม้ ของ เรา ให้ ดี ๆ แล้ว ลูก จ้าง ก็ ต่าง คน ต่าง ไป ตาม นาย สั่ง บาง คน ที่ ดี ก็ เอา ใจ ใส่ ต้น ผล ไม้ ที่ สวน ตำบล นั้น สวน ตำบล นั้น ก็ บริบูรณ ขึ้น กว่า แต่ ก่อน บาง คน ที่ ไป ระวัง เปน คน ไม่ ดี มิ ได้ มี ความ กะตัญญู ต่อ ท่าน เจ้า ของ สวน ครั้น ไป แล้ว ก็ ตั้ง ใจ แต่ เกบ ผล ไม้ ใส่ พก ใส่ ห่อ มา เปน ประโยชน์ ของ ตัว เท่า นั้น มิ ได้ เอา ใจ ใส่ ระวัง บำรุง ต้น ผล ไม้ ให้ เจริญ ขึ้น กลับ ทำ ให้ ต้น ผล ไม้ ชำรุด ซุด โทรม เปน อัน มาก หลาย แห่ง หลาย ตำบล มิ ได้ คิด ถึง ท่าน เจ้า ของ สวน เลย
ข่าว โทรเลข นอก
๏ เมือง ไกโร วัน พุฒ เดือน แปด อุตราส่าธ แรม สาม ค่ำ ข่าว ที่ พึง รับ นั้น แจ้ง ความ ว่า แขก ดาลิฟ อับ ดุลลา จับ การ ครอง ว่า ราชการ เพราะ แขก มาดี ถึง แก่ กรรม แล้ว ๚ะ
๏ เมือง ปารีศ เปรซิเดนต เกรวิ รับ ราชทูต จีน คน ใหม่ มี คำ คำนับ กันให้ เปน ที่ ไว้ ใจ กัน ทั้ง สอง ฝ่าย ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน หนังสือ ครึ่ง ราชการ พวก ออศ์เตรีย แจ้ง ความ ว่า มองเซอ ดะ คีเออร์ ถือ ใน ใจ ว่า จะ จัด การ เปน อัน ตก ลง กัน กับ พวก อังกฤษ ไม่ ได้ ก่อน การ เยนิรัล อิเลกเชอน(คือ เลือก ตั้ง พวก จัด ราชการ ทั่ว บ้าน เมือง)จะ แล้ว เสร็จ จึ่ง ได้ ซ้อ ให้ เลิก การ สัก เดือน ไป พลาง ๚ะ
๏ เมือง ไกโร วัน อาทิตย เดือน แปด อุตราส่าธ แรม ห้า ค่ำ เซอร์ เฮนรี่ ครัมมอนด์ วุลฟะ จะ ไป ยัง เมือง กอนซตันไต โนเปล เปน การ จำเพราะ ฝ่าย ประเทศ อิยิปต ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน แปด อุตราส่าธ แรม ห้า ค่ำ มะ คืน นี้ เมื่อ ลอด ซอลิซบุรี พูด คราว เลี้ยง กัน ที่ แมน เช่อน เฮาซ์ ท่าน ได้ แสดง ความ ไว้ ใจ ว่า ไม่ ช้า ไม่ นาน อังกฤษ แล รุเซีย จะ เดิน เคียง กัน เปน ทาง เจริญ ความ ศุข ด้วย กัน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน แปด อุตราส่าธ แรม หก ค่ำ หนังสือ จดหมาย เหตุ ซะแตนดาด ว่า ลอด ชัซซิล เจ่ม แชง กล้า นัก ว่า ความ โง่ แล กำลัง ครอบ งำ ไม่ ถึง ของ ท่าน นั้น เปน กำลัง ทำ ให้ พวก กอน เซอรวะติฟ เสีย เกิน ที่ จะ แก้ ฟื้น ได้ ๚ะ
๏ ทรัพย สมบัติ ของ นาย ห้าง มิศเตอร เอดวาด บอนิ วิล อัน อยู่ ริม หน ทาง แล คลอง ไป ถึง สี่ลม ที่ นั้น ยาว สอง เส้น ห้า วา ศอก กว้าง สอง เส้น ห้า วา ใน ที่ อัน นั้น มี เรือน สำหรับ คน อยู่ สาม หลัง แล มี ต้น ผล ไม้ ต่าง ๆ เปน ที่ ประดับ ที่ นั้น ด้วย ถ้า ผู้ ซึ่ง อยาก ซื้อ อยาก จะ รู้ ความ ยิ่ง เลอียด เชิญ ไป หา แล ถาม เอา ความ แต่ นาย ห้าง มูเลอแอน ไมซเนอร์ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น สอง ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ๒ ห ) ๚ะ
| กำปั่น เข้า ออก ใน กรุงเทพ | ||||||
| ถัด แต่ วัน พุฒ เดือน ๙ แรม สิบ ค่ำ จน ถึง วัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น ๒ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น ล่อง เล่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เล่า ก ล่ ค แทน กำปั่น เล่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| เตี่ยจิว | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ ตัน | ยอรดัน | วินดซอรโรซ แอนโก | สิงฆโปร | แรม ๘ ค่ำ |
| แฟลกอน | ก ๒ ล่ ค สยาม | ๓๖๘ | เอวัน | คงฮิง | สิงฆโปร | ๙ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๙๐ | ไวต | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | ๑๐ ค่ำ |
| แมกอลิศ์เตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๗ | ตัลลอค | บอรนิโอ กำปะนี | สิงฆโปร | ๑๒ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๑๓ | เรดเมเกอร์ | มารกวาลด แอน โก | สิงฆโปร | ๑๒ ค่ำ |
| บีซิโอละ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๘๗๕ | อิซเคน | มะนิละ | ๑๔ ค่ำ | |
| พระจุลจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๘๒ | ชตรัดตัน | วินดซอโรซ แอน โก | ซัวเถา | ๑๒ ค่ำ |
| ไดอมอนด์ซิติ | ก ๒ ส ค สยาม | ๒๖๑ | ซเปนเซอร์ | โพจีนลื้อ | สิงฆโปร | ๑๒ ค่ำ |
| เวมิศ์แกศเตล | ก ๒ ล่ ค อังกฤษ | ๗๑๕ | แบนน์ | ยุเกอร์ สิก แอน โก | สิงฆโปร | ๑๓ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| ท่า ฮ่องกอง | ก ๓ ส สยาม | ๕๖๗ | ไมเออร์ | ฮอกโพ | ฮ่องกอง | แรม ๙ ค่ำ |
| บัวแก้ว | ก ๒ ล่ ค สยาม | ๓๓๗ | แซนดัลัด | เฮงลี่ | ฮ่องกอง | ๙ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๙๐ | ไวต | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ๑๕ ค่ำ |
| แมกอะลิศ์เตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๗ | ตุลอก | บอรนิโอ กำปนี | สิงฆโปร | ๑๕ ค่ำ |
| โอลิมเบีย | ก ก ฟ เยอรแมน | ๗๘๘ | คริซเตียนเซน | มาวา | ฮ่องกอง | ๑๐ ค่ำ |
| ฮอกลอง | ก ล่ ค สยาม | ๕๐ | จิ๋น | จิ๋นสินคุอัน | ตรังคานู | ๑๐ ค่ำ |
| เตี่ยจิว | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | ยอรดัน | วินดซอโรซ แอน โก | ฮ่องกอง | ๑๒ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๑๓ | เรดิเมตเกอร | มาร์กวาลด์ แอน โก | สิงฆโปร | ๑๓ ค่ำ |
| บีซิโอละ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๘๗๕ | อิซเคน | ยุเกร ซิก แอน โก | มะนิละ | ๑๕ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ไฟ สุริยวงษ ได้ เอา เมล สิงฆโปร แล ยุโรบ ออก ไป เมื่อ เข้า มา มี สินค้า ต่าง ๆ แล คน เดิน สาร ดาษฟ้า | ||||||
| ๕ คน เมื่อ ออก ไป มี สินค้า ต่าง ๆ ๑ กำปั่น ไฟ เฮกุบะ ได้ เอา เมล สิงฆโปร แล คน เดิน สาร เข้า มา มิศเตอร มะเคร | ||||||
| คอร ดาษ ฟ้า ๓๐ คน แล สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป เมื่อ ออก ไป ๑ กำปั่น ไฟ | ||||||
| แมก อะลิศ์เตอร ได้ เอา เมล สิงฆโปร แล ยุโรป เข้า ไป คน ดาษ ฟ้า ๑๔ คน ๑ กำปั่น ไฟ เตี่ยจิว ได้ เอา เมล อะเมริกัน | ||||||
| แล เมือง จีน เมือง ญี่ปุ่น แล สินค้า ต่าง ๆ เข้า มา แล เมื่อ ออก ไป ๑ กำปั่น ไฟ พระจุล จอม เกล้า มี คน เดิน สาร ในแกะ | ||||||
| บิน ส่อง คน จีน ดาษ ฟ้า ๑๓๗ คน ได้ เอา เมล เมือง จีน ยิปุ่น ออก ไป ๑ กำปั่น ไฟ โอลิมเบีย บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ออก | ||||||
| ไป ๑ กำปั่น ไฟ บีซิโอละ บันทุก เข้า สาร ออก ไป ๚ะ | ||||||
๏ ใน เมืองอังกฤษ แล เมือง อเมริกัน แล เมือง เยอรแมน เหล่า นี้ เขา ได้ นับถือ การ วิวาหะ มงคล แต่ง งาน บ่าว สาว กัน นั้น เคร่ง ครัด แขง แรง ที่ เดียว เปน ข้อ สำคัญ ใหญ่ โต ที่ ใน เมือง นอก คือ ธรรม เนียม ที่ เขา ได้ ทำ การ วิวาหะ นั้น ต้อง ใช้ คน ผู้ ใหญ่ แล คน ทั้งหลาย ชุมนุม พร้อม กล่าว กัน แล้ว ไป ฝ่าย หลัง ต้อง อยู่ ด้วย กัน จน ตราบ เท้า สิ้น ชีวิตร ไม่ ให้ ทิ้ง คว่าง กัน ถ้า ไป ข้าง หน้า ทิ้ง คว่าง กัน แล้ว ต้อง มี ความ อัปรายศ ขาย น่า รู้ทั่ว กัน เพราะ ดังนี้ ที่ เมือง นอก จึง ได้ เอา วัน คืน เวลา ชื่อ ผู้ หญิง แล ผู้ ชาย ลง ใน จดหมาย เหตุ อยาก จะ ให้ รู้ ทั่ว กัน ครั้น วัน หน้า จะ ได้ ระวัง ตัว ไม่ อาจ ทิ้ง คว่าง กัน ได้ เพราะ เหตุ ผัว เมีย กัน เปน การ ใหญ่ ซึ่ง คน ต้อง มี ความ ตรึก ตรอง เสีย ก่อน ให้ ได้ จึง จะ ได้ กล่าว กัน เพราะ เช่น นี้ ซึ่ง คน ใน เมือง ไทย นี้ แต่ง งาน กัน ก็ ง่าย อย่า กัน ก็ ง่าย มัก เกิด ความ ร้าง อย่า วุ่น วาย ถึง พ่อ แม่ พี่ น้อง ต้อง ไป เปน ความ อยู่ โรง แล ศาล ต้อง แบ่ง สิน เดิม กัน บ้าง ก็ มี ต้อง แบ่ง มรฎก ก็ มี เพราะ เหตุ บิดา มารดา ไม่ นับ ถือ การ วิวาหะ มงคล เปน การ สำคัญ กล่าว กัน แล้ว คน หนึ่ง ก็ อยาก จะ กล่าว ต่อ ไป อยาก จะ ให้ มี เมีย หลาย คน แล้ว มี ลูก หลาย แม่ ด้วย กัน มัก เกิด ความ หึง หวง ทเลาะ วิวาท เปน ความ มรฎก พก สถาน กัน ต่าง ๆ คือ ธรรมเนียม ทำ การ มงคล กัน ใน เมือง ไทย นี้ ข้าง ผู้ ชาย นั้น ก็ หา ผู้ ใหญ่ ไป ขอ แก่ พ่อ แม่ ที่ ผู้ หญิง ถ้า ให้ แล้ว ก็ เอา ทอง คำ ไป ให้ มั่น ครั้น มั่น แล้ว ก็ กำหนด วัน ดี ทำ การ วิวาหะ กัน ครั้น ถึง เวลา วัน จะ ทำ การ มงคล กัน ก็ ต้อง เอา ทุน สิน มาก แล น้อย ตาม แต่ สัญญา กัน ให้ ผู้ ใหญ่ คน เอา ไป ให้ แก่ ข้าง ผู้ หญิง แล้ว ก็ เอา ประ สม กัน เข้า ตาม มาก แล น้อย ครั้น ถึง เวลา เย็น ค่ำ เช้า ก็ หา ผู้ ใหญ่ มา รด น้ำ ทั้ง ผู้ หญิง แล ผู้ ชาย ภอ ดึก ได้ เวลา ประมาณ สัก ส่อง ยาม สาม ยาม ทั้ง พ่อ แม่ ข้าง ฝ่าย ผู้ หญิง ก็ เอา ตัว ผู้ หญิง ส่ง ให้ เปน สิทธิ์ ของ ผู้ ชาย ได้ อยู่ เปน ผัว เมีย กัน จึง ได้ เรียก ว่า วิวาหะ มงคล แต่ง งาน กัน ซึ่ง เหน คน เมือง ไทย นี้ ทำ การ วิวาหะ มงคล นั้น ก็ ดี แล้ว แต่ ไม่ ถือ เปน การ ใหญ่ โต อยาก แต่ จะ หา เมีย นั้น ร่ำ ไป กล่าว กัน คน หนึ่ง แล้ว ก็ อยาก จะ หา ต่อ ๆ ไป เช่น นี้ จึ่ง ได้ เอา ลง ใน จดหมาย เหตุ เพราะ ความ อยาก จะ ให้ คน ทั้งหลาย ที่ แต่ง งาน นี้ ให้ อยู่ กิน ด้วย กัน เปน ศุข ด้วย จะ ได้ มี ความ อาย จะ ได้ ไม่ ทิ้ง คว่าง กัน ฝ่าย หลัง จะ ได้ ประพฤติ อย่าง ธรรมเนียม นอก นั้น แล้ว จะ ได้ ความ สุข เจริญ กัน ทั้ง สอง ฝ่าย ด้วย กัน ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤา จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้อง การ ล่าม ฤา จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรงพิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ
แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน
เปน ทั้ง หมอ ยา ทั้ง หมอ ผ่า
ภัก อยู่ ที่ โรง เลี้ยง แขก คือ ยูไนเวอซัล โฮเตล เคียง ห้าง ทำ ขนม ปัง คน ใช้ คน โรค มา หา ได้ แล้ว แต่ จะ ต้อง การ พึ่ง กับ ยา แล วิชา ของ หมอ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น สอง ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ด ๑ ) ๚ะ
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก
AYER'S AGUE CURE.
๏ ๔ ยา คือ เอเออร์ เอคู กูเออ แก้ ไข้ จับ แล โคร ต่าง ๆ อัน มัก เกิด ใน ที่ ลุ่ม ที่ ชุ่ม ชื้น นัก ๚ะ
๏ ถ้า เกิด เหตุ ว่า ผิด ลม ผิด อากาศ ผิด ภูม ที่ แล้ว รีบ กิน ยา เอเออร์ เอคู กูเออ ให้ ดับ เหตุ ร้าย แล กิน จน ตัว หาย ดี ยา ขนาน นี้ กิน วัน ละ สี่ หน คราว ละ ช้อน น้ำ ร้อน ช้อน หนึ่ง ก่อน รับ ประทาน อาหาร สัก ครึ่ง ชั่ว โมง สาม หน แล ก่อน จะ เข้า นอน หน หนึ่ง ถ้า เดก อายุ สิบ ขวบ ให้ กิน ๓๐ หยด ถ้า ห้า ขวบ ๒๐ หยด ยา ขนาน นี้ กิน ได้ ใน น้ำ ชา น้ำ กาแฝ่ น้ำ นม ฤา ใน น้ำ ก็ ได้ ถ้า ไม่ ใคร่ เดิน กิน ยา เม็ด เอเออร์ ปิลซ์ ให้ เดิน ภอ เปน ปรกติ ก็ ได้ ๚ะ
AYER'S HAIR VIGOR.
๏ ๕ ยา คือ เอเออร์ แฮร วิคอร เปน ของ สำหรับ โต๊ะ แต่ง ตัว เปน ยา แก้ ผม หล่น ให้ ดก แล ผม หงอก ให้ มี ศรี อย่าง เดิม ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า จะ ทา ผม เปน แต่ การ แต่ง ตัว ไม่ ต้อง เขย่า ขวด ถ้า จะ ใช้ รักษา เนื้อ ศีศะ เขย่า ก่อน จึ่ง ทา ผม เถิด ๚ะ
๏ เชิญ ไป ซื้อ ยา ห้า อย่าง นี้ ที่ ห้าง เอ ยลิง แอน โก ตั้ง ห้าง ฝั่ง แม่ น้ำ เจ้า พระยา ใต้ ปาก คลอง ขด ใหม่ ล่าง เหนือ ตึก กงซุล โปรตเกษ ขึ้น ไป น้อย หนึ่ง ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด