เดือน ๙ แรม ค่ำ ๑, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๑ วัน พุฒ เดือน เก้า แรม ๑ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
ว่า ด้วย เวียน เกิด เวียน ตาย

๏ จะ ขอ กล่าว ตาม พระบาลี ว่า ด้วย เวียน เกิด เวียน ตาย ถาม ว่า เรา มนุษ นี้ บังเกิด ไม่ เสมอ กัน ลาง คน เกิด เปน บุตร กระษัตร เจ้า พระยา แล นาย ประกอบ ด้วย ศฤงฆาร บริวาร มี ปัญา รูป โฉม มี ความ ศุข สนุกนิ์ สบาย บาง คน เล่า เกิด เปน ทาษ บ่าว เขา ยาก จน เข็ญ ใจ ไร้ ทรัพย เปน คน อับ ปัญา โฉด เขลา รูป ชั่ว ตัว ดำ หู หนวก ตา บอด ประกอบ ไป ด้วย พะยาธี ทน ทุก เวทนา ต่าง ๆ นา ๆ เหตุ ผล ทั้ง นี้ มิ เปน เพื่อ มา แต่ บุญ แล บาป ตัว ได้ สร้าง ไว้ ใน ชาติ์ ก่อน แล ฦๅ แก้ ว่า ที่ ว่า มนุษ เกิด ไม่ เสมอ กัน นั้น มิ ได้ เพื่อ มา แต่ บุญ แล บาป ที่ สร้างไว้ ใน ชาติ์ ก่อน หา มิ ได้ ประการ หนึ่ง ท่าน ผู้ สร้าง ได้ โปรด สร้าง ให้ เกิด มา ตัว เปล่า เปน ทารก อ่อน ทั่ว กัน ให้ มี ทั้ง ปัญา ทั้ง กำลัง ที่ จะ เปน ไป ได้ ต่าง ๆ แล้ว แต่ ใจ รัก ใจ เพียร บาง คน เปน คน ยาก จน แล คน เสรฐี ครั้น เกิด เปน คน ชนิด ต่าง ๆ กัน ดัง นี้ มนุษ ช่วย กัน อาไศรย แก่ กัน แล ทำ คุณ แก่ กัน อนึ่ง แม้น ถึง ว่า พระ บรม เจ้า แท้ จริง สร้าง มนุษ เสมอ กัน ฝ่าย มนุษ หา ได้ จำเริญ เสมอ อยู่ ดัง นั้น ไม่ เพราะ เหตุ ว่า กิริยา มนุษ เปน อัน ต่าง กัน บ้าง ก็ เปน ใจ กระหนี่ มัก เก็บ ปะสม ไว้ บ้าง มัก ผลาญ เงิน ทอง เสีย เลือก คน เปน ใจ หมั่น รู้ สงวน เข้า ของ เลือก คน เปน คน เกียจ คร้าน เปน นักเลง กิน เหล้า เล่น เบี้ย ขาย ลูก ขาย เมีย เสีย คน จำพวก หนึ่ง เปน ใจ อันทะพาล มุ่ง หมาย แต่ จะ ถัก ชิง ฉ้อ กระบัด ข่มเหง เรง ร้าย ถ้า ไม่ มี มะหา กระษัตร เจ้า นาย คุ้ม ครอง ปราบ โจร ผู้ ร้าย บ้าน เมือง จะ ตั้ง อยู่ มิ ได้ จะ มี ก็ แต่ ข่มเหง กัน ฆ่า ฟัน กัน มนุษ ชาติ์ ก็ จะ ถึง ซึ่ง พินาศ ฉิบ หาย เปน มั่น คง อีก ประการ หนึ่ง เล่า ใคร จะ บัง อาจ ติ เตียน ท่าน ผู้ สร้าง ว่า เหตุ ใด พระองค มิ ได้ สร้าง มนุษ ให้ เลมอ กัน เล่า เมื่อ พระองค สร้าง มนุษ พระองค มิ ได้ เปน หนี้ เปน สิน ของ ผู้ ใด พระ องค ประทาน ซึ่ง ชีวิตร แก่ ทุก คน นั้น ก็ เปน พระ เดช พระคุณ หา ที่ สุด อยู่ แล้ว ชีวิตร นี้ แล เปน ที่ ประเสริฐ ยิ่ง กว่า หมด แม้น คน เจ็บ โรค นัก ให้ ลำบาก กาย เต็ม ที่ แล คน ชะรา ภาพ กำพร้า เอกา อนาถา ไม่ มี ที่ พึ่ง เลย เขา ก็ ยัง รัก นับถือ ชีวิตร อยู่ อัน ว่า พระบรม เจ้า อัน แท้ จริง จะ ประทาน แก่ มนุษ สิ่ง ของ อื่น ๆ นอก กว่า ชีวิตร นั้น ก็ สุด แต่ พระหฤาไทย เถิด เปรียบ เหมือน หนึ่ง ขุน หลวง ย่อม ประทาน เบี้ย หวัด แก่ ข้า ราชการ ทั้ง สิ้น แต่ ทะว่า มิ ได้ ประทาน เลมอ กัน ประทาน ก็ สุด แต่ พระราช หฤาไทย นั้น แล ๚ะ

๏ ถาม ว่า ถ้า กระ นั้น มนุษ บังเกิด แต่ หน เดียว แล ฤา แก้ ว่า มนุษ เกิด แต่ หน เดียว แล ตาย ก็ หน เดียว เหมือน กัน ครั้น ว่า มนุษ สิ้น เบญจขันธ์ ส่วน มะโน จิตร อัน พึ่ง พระบรม บุญ กุศล ของ สมเด็จ พระ บรมหา เยซูเจ้า เรา ก็ ได้ ไป สู้ สวรรค ถ้า ประกอบ ด้วย การ บาป ไม่ มี ผู้ ช่วย เปน ที่ พึ่ง ก็ ไป สู้ นรก ที่ จะ กลับ คืน เปน ร่าง กาย ต่อ ไป เปน ว่า หา มิ ได้ เหตุ ด้วย เมื่อ มนุษ ตาย ไป ส่วน กาย นั้น เปื่อย เน่า ไป เปน ปัถวีธาตุ ก็ สำหรับ ถม แผ่นดิน สิ้น ทั้ง นั้น อุปะมา เหมือน หนึ่ง ต้น ไม้ ซึ่ง ตาย ไป ก็ ย่อม ผุ พัง ไป จะ ได้ งอก ขึ้น มา อีก ก็ หา มิ ได้ ฯะ

๏ ถาม ว่า กาย มนุษ เปื่อย เน่า สาบ สูญ ก็ เหน จริง ส่วน มะโนจิตร จะ เอา บัติสนธิ บังเกิด ใหม่ ใน ร่าง กาย มนุษ แล สัตว เดระฉาน นั้น ไม่ ได้ ฤา แก้ ว่า ท่าน พึง เข้า ใจ เถิด บัติสนธิ ใน ครรภ มารดา เมื่อ ไร พระเจ้า ประสาท สร้าง มะโนจิตร เมื่อ นั้น เปน อย่าง นี้ แก่ ทุก คน ต้อง การ อะไร จะ ให้ มะ โนจิตร ของ ผู้ ตาย มา สู่ ร่าง กาย ใหม่ มะโนจิตร ของ ผู้ ตาย นั้น มี แต่ สวรรค ฤา ว่า นรก เปน เบื้อง น่า อัน จะ รู้ ว่า พระเจ้า ประสาท มะโนจิตร แก่ ทุก คน เมื่อ ปะติสนธิ ใน ครรภ มารดา นั้น เรา รู้ ด้วย เหตุ ที่ มนุษ ชาติ์ ยิ่ง วัน ยิ่ง สืบ สันดาน ทวี ขึ้น ถ้า มะโน จิตร ของ ผู้ ตาย ย่อม มา สู่ ร่าง กาย มนุษ ใหม่ จำ จะ ว่า แต่ แรก สร้าง พิภพ ได้ มี มะโนจิตร เท่า ไร ก็ คง อยู่ ทุก อัน เท่า นั้น คน หนึ่ง ตาย คน หนึ่ง เกิด ใหม่ ผลัด เปลี่ยน กัน เวียน เกิด เวียน ตาย ก็ บัดนี้ หา เปน ดั่ง นั้น ไม่ ผู้ ได พิจารณา เรื่อง นิทาน พงษาวดาร บ้าน เมือง ทุก ประเทศ แต่ ปะถม เดิม แรก ตั้ง ประเทศ นั้น ก็ จะ เหน แจ้ง ว่า แต่ แรก นั้น มนุษ มี อยู่ น้อย นัก ครั้น อยู่ มา จึ่ง ได้ สืบ สันดาน เผื่อ แผ่ ไป นะ ทุก ประเทศ ทุก ภาษา เหตุ ฉนี้ ประ เทศ ได เปน อัน บุราณ กว่า ก็ ย่อม มี มนุษ มาก กว่า ประเทศ อื่น เหมือน หนึ่ง เมือง จีน กะนี้ แต่ แรก มี แต่ คน น้อย แล บัดนี้ สืบ สันดาน ทวี ขึ้น เต็ม แผ่น ดิน นั้น เหลือ เฟือ จน ชาว เมือง จีน แตก ไป อยู่ เมือง อื่น เมือง ไกล อีก เล่า อนึ่ง ย่อม ปรากฎ แก่ ตา เหน ว่า สามี่ ภรรยา ส่อง คน ใช่ ว่า จะ บังเกิด จำเกาะ แต่ บุตร ส่อง คน แต่ ว่า บาง ที่ เกิด ลูก สี่ คน บ้าง หก คน บ้าง สิบ คน บ้าง แต่ บุตรา บุตรี นั้น ยัง สืบ สันดาน ต่อ ออก ไป อีก เล่า ถ้า แล พระเจ้า มิ ได้ สร้าง มะโน จิตร เพื่อ ชีวิตร แก่ กาย มนุษ ที่ สืบ สันดาน ทวี ขึ้น นั้น ส่วน มะโนจิตร เดิม ไม่ ภอ เพียง ขัด สน หนัก หนา แล จะ เอา มะโนจิตร มา แต่ ไหน ภอ บำรุง ชีวิตร กาย ใหม่ ๆ ทั้ง สิ้น นั้น ๚ะ

๏ ถาม ว่า เมื่อ ขัด สน มะโนจิตร ดั่ง นี้ จง ถือ ว่า สัตว เดระฉาน ที่ ตาย ไป เอา บังเกิด ใน ร่าง กาย มนุษ จึ่ง จะ ภอ เพียง มิ ใช่ ฤา แก้ ว่า ข้อ ซึ่ง ว่า เรา ได้ ว่า มนุษ ชาติ์ ยิ่ง วัน ยิ่ง ทะวี่ ขึ้น ด้วย สัตว เดระฉาน ก็ ยิ่ง แล้ว สัตว เดระฉาน ซึ่ง เปน ที่ พึ่ง แก่ มนุษ เปน ต้น เหมือน ช้าง ม้า วัว ควาย เปด ไก่ แพะ แกะ ปลา ตัว ไหน แล อื่น ๆ มนุษ ย่อม รักษา บำรุง ไว้ ให้ สืบ ชาติ์ ทะวี่ ขึ้น ยิ่ง หนัก หนา จึ่ง เหน ว่า ยิ่ง ขัด สน ด้วย มโนจิตร ที่ จะ ได้ บำรุง กาย มนุษ อนึ่ง ที่ เขา ถือ ว่า สัตว เดระฉาน จะ ไป เอา บังเกิด ใน ร่าง กาย มนุษ แล มนุษ จะ เกิด เปน สัตว เดระฉาน นั้น ไม่ ได้ ดอก เหตุ ได เหตุ ว่า มนุษแล สัตว เดระ ฉาน มี ส่ะภาวะ ต่าง กัน อยู่ ตามเรา ได้ สำแดง ใน บท อัน กล่าว ด้วย มะโนจิตร ลม จะ กลาย เปน ดิน น้ำ จะ กลับ เปน ไฟ ล์ ลา จะ กลาย เปน ต้น ไม้ ๆ จะ กลับ กลาย เปน สัตว เดระฉาน นั้น ไม่ ได้ เปน ฉัน ใด ฝ่าย ว่า สัตว เดระฉาน จะ เกิด เปน มนุษ แล มนุษ จะ เกิด เปน สัตว เดระฉาน ก็ ไม่ ได้ เปน ฉะนั้น แล ด้วย เหตุ ว่า มี ส่ะภาวะ ต่าง กัน ที่ เดียว แต่ เม็ด ขนุน กับ ทุ เรียน พิจารณา เหน ว่า ไม่ สู้ผิด กัน นัก ทั้ง นั้น ก็ ดี ถ้า จะ เอา เม็ด ขนุน นั้น ไป ปลูก สัก กี่ ครั้ง กี่ หน ก็ จะ ไม่ กลับ กลาย เปน ทุเรียน ได้ ส่วน เม็ด ทุ เรียน นั้น ครั้น จะ ไป ปลูก กี่ ครั้ง กี่ หน ก็ ไม่ เหน ขึ้น เปน ขนุน ดอก เหตุ เปน ด้วย พืชน์พรรณ อัน ต่าง กัน อยู่ ก็ บัดนี้ สัตว เดระฉาน กับ มนุษ ผิด ยิ่ง กว่า เม็ด ขนุน กับ เม็ด ทุเรียน แล ฦๅ จึ่ง ว่า สัตว เดระฉาน จะ เกิด เปน มนุษ แล มนุษ จะ เกิด เปน สัตว เดระฉาน นั้น ไม่ ได้ เปน อัน ขาด ที่ เดียว ฯะ

๏ ถาม ว่า แต่ ปาง ก่อน บุรุษผู้ วิเลิศ เปน อัน มาก ลำภุก ชาติ์ ได้ สอง ชาติ์ บ้าง สิบ ชาติ์ บ้าง พระโคดม ยัง ยืน ว่า ได้ รู้ ชาต์ ทั้งปวง ที่ ได้ เสวย แต่ บูราณ มา แล มิ หนำ ได้ เทสนา ออก มา สำแดง เรื่อง ชาฎก ของ อาตะมา เปน อัน มาก มาย ถ้า แล ไม่ มี เวียน เกิด เวียน ตาย ที่ ไหน มหา บุรุษ นั้น จะ ลำภุก ชาติ์ ของ อาตะมา ได้ ฉนี้ แก้ ว่า ที่ ได้ มี บุรุษ แต่ ปาง ก่อน ลำ ภุก ชาติ์ ได้ คง ไม่ เปน จริง ดอก ถ้า แล มนุษ แต่ ก่อน ลำภุก ชาติ์ ได้ เหตุ ไฉน ทุก วัน นี้ หา มี ใคร ลำ ภุก ชาติ์ ได้ เล่า ถ้า เรา ได้ เสวย ชาติ์ แต่ ครั้ง ก่อน แล้ว ก็ ควร ที่ จะ จำ ได้ ซึ่ง เหตุ ผล ใน ชาติ์ หลัง นั้น เหตุ ว่า เวียน เกิด เวียน ตาย ใช้ ชาติ์ ดัง นี้ ก็ หวัง จะ ได้ รับ โทษ แล บำเหน็จ ตาม กุศล แล อะกุศล แห่ง ตน ที่ จะ ใช้ กรรม ใน ชาติ์ นี้ ก็ แต่ สำหรับ จะ ให้ คน อาธรรม เข็ด หลาบ สละ เสีย ซึ่ง กรรม บาป ซึ่ง ได้ กระทำ ใน ชาติ์ ก่อน นั้น แล ที่ จะ อยู่ เปน ศุข ใน ชาติ์ นี้ ก็ แต่ สำหรับ เตือน ส่ะติ อารมณ คน ใจ บุญ ให้ ถนอม เรี่ยว แรง เพื่อ สร้าง บุญ กุศล สืบ ไป ดัง เก่า นั้น แล ถ้า แล เรา ได้ ลืม ซึ่ง การ กุศล แล อัก กุศลทั้งปวง แล้ว จะ ไม่ เปน ที่ เตือน ใจ ให้ สร้าง การ กุศล สืบ ไป ฦๅ ว่า ละ เสีย ซึ่ง การ อักกุศล นั้น แล ผู้ ซึ่ง มิ ได้ รู้ บาป ของ ตน จะ ต้อง มา ใช้ กรรม แล ผู้ ซึ่ง ลืม ผล กุศล ของ ตัว เสีย แล้ว จะ มา รับ บำเหน็จ ไม่ รู้ ตัว ดัง นี้ คิด ดู ไม่ เหน บังควร เลย อนึ่ง ถ้า เรา ได้ เจริญ ใน ชาติ์ ก่อน นั้น จะ เปน เหตุ เปน ผล แก่ เรา ประการ ใด ๆ ก็ คง จะ ลำฦก ใน ชาติ นี้ ได้ บ้าง แม้น คน แก่ ชะรา ยัง จำ ได้ ซึ่ง ได้ เปน เหตุ แก่ ตน เมื่อ ยัง เปน เด็ก เปน หนุ่ม ซึ่ง เรา ได้ ฝัน เหน เมื่อ หลับ อยู่ ณะ เวลา ราตรี ก็ ยัง จำ ได้ แล มา เล่า ให้ ผู้ อื่น ฟัง ด้วย เหตุ ดัง นี้ ถ้า เรา ได้ เสวย ชาติ ต่าง ๆ แต่ ก่อน มา แล้ว เรา จะ ได้ เปน ใจ งวงงง ยิ่ง กว่า คน ซึ่ง นอน หลับ ฝัน แล ฤา จึ่ง จำ ไม่ ได้ สัก สิ่ง ใด สิ่ง หนึ่ง เลย ถาม ว่า เขา ย่อม ว่า บุญ กรรม ตบ แต่ง จึ่ง ได้ เวียน เกิด เวียน ตาย เสวย กุศล แล ทน ทุกข์ ตาม บุญ แล กรรม ของ อาตะมา เปน ไร ท่าน ไม่ เหน ด้วย บ้าง เลย วิก น่า จึ่ง จะ แก้ ต่อ ไป ( ชาว สยาม ) ๚ะ


๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ

ประกาศ ไปรสนีย์

๏ สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยาเธอ เจ้า ฟ้า ภาณุรังษี สว่าง วงษ กรม หลวง ภาณุ พันธุวงษ วรเดช ซึ่ง สำเร็จ ราชการ กรม ไปรสนีย์ แล โทรเลข รับ พระบรม ราช โองการ ใส่ เกล้า ฯ ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ สั่ง ให้ ประกาศ แก่ บันดา ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย พ่อค้า วานิช ประชา ราษฎร แล ชาว ต่าง ประเทศ ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า ณวัน พุฒ เดือน เก้า แรม ค่ำ หนึ่ง ปี ระกา สัปตศก กรม ไปรสนีย์ จะ ได้ เปิด การ รับ ส่ง หนังสือ ของ ชน ทั้งหลาย ๚ะ

๏ ติด ต่อ จาก แขวง กรุง เทพ ฯ ไป ถึง แขวง เมือง นคร เขื่อน ขัณฑ์ แล เมือง สมุท ปราการ ทุก ๆ วัน

๏ น้ำ หนัก หนังสือ แล สิ่ง ของ ที่ จะ ปิด ตั๋ว ตรา ฝาก ส่ง ไป ถึง ซึ่ง กัน แล กัน นั้น มี อัตรา ดัง จะ ว่า ต่อ ไป นี้ ฯะ

๏ หนังสือ ซึ่ง ใส่ ใน ซอง ปิด ผนึก มี น้ำ หนัก ๑ บาท ต้อง ปิด ตั๋วตรา ๔ อัฐ แล ทวี หนัก บาท ละ ๔ อัฐ เสมอ ไป ฯะ

๏ ของ ห่อ มี น้ำ หนัก ๑ ปอนด์ ฤา หนัก ประ มาณ ๓๖ บาท ต้อง ปิด ตั๋วตรา ราคา ๑๒ อัฐ แล ทวี ปอนด์ ละ ๑๒ อัฐ เสมอ ไป ฯะ

๏ ไปรสนีย์ บัตร นั้น ให้ ใช้ ตาม ราคา ที่ ได้ ใช้ กัน อยู่ ใน กรุง เทพ ฯ ฯะ

๏ หนังสือ พิมพ์ แล แบบ ตัว อย่าง ต่าง ๆ มี น้ำ หนัก ๒ บาท ต้อง ปิด ตั๋วตรา ๑ อัฐ แล ทวี ๒ บาท ละ อัฐ เสมอ ไป ฯะ

๏ ประกาศ มา แต่ ตึก ใหญ่ ที่ ว่า การ กรม ไปรสนีย์ แล โทรเลข ณะ

๏ ณวัน พฤหัสบดี เดือน เก้า ขึ้น สิบ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก จุล ศักราช ๑๒๔๗ ๚ะ


ชม สรรเสิญ พวก โปลิศ ทุก วัน นี้

๏ ข้าพเจ้า ผู้ ตั้ง บ้าน เรือน อยู่ คลอง บาง กอก ใหญ่ ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน ครู สมิท ขอ ท่าน ได้ เอา ความข้อ นี้ ของ ข้าพเจ้า ลง ใน สยาม ไสมย ให้ ท่าน ผู้ ที่ ได้ รับ หนังสือ สยาม ไสมย ทั้ง หลาย ทั้งปวง รู้ ทั่ว กัน ด้วย ถนน หลัง บ้าน ข้าพเจ้า เมื่อ แต่ ก่อน นั้น มี ผู้ ร้าย ย่อง เบา แล คน ประพฤติ์ เปน พาล เปน อัน มาก ถึง มี โปลิศ เหี่ย เปล่า ดู เหมืกน ไม่ มี ข้าพเจ้า จีน ไทย ทั้งหลาย ทั้งปวง ได้ ความ เดือด ร้อน เปน อัน มาก มา บัดนี้ ตั้ง แต่ เจ้าคุณ พิพิธ ท่าน ได้ ว่า โปลิศ ขึ้น ใหม่ ราษฎร จีน ไทย ทั้งหลาย ทั้งปวง มี ความ เย็น ใจ โจร ผู้ ร้าย แล คน ประพฤติ์ เปน พาล ก็ เบา บาง ลง เพราะ โปลิศ รักษา ถนน กวด ขัน ทั้ง หก ตำบล ประ การ หนึ่ง โปลิศ ทุก วัน นี้ ไม่ เหมือน โปลิศ แต่ ก่อน ดู แขง แรง ตั้ง ใจ รักษา น่า ที่ ของ ตน ไม่ ละ เมิน เพราะ ได้ รับ พระราช ทาน เงิน เดือน เลี้ยง ชีวิตร โดย ง่าย ไม่ ต้อง ขาย เงิน เดือนเหมือน โปลิศ แต่ ก่อน คน ที่ ขัด สน ยาก จน ชวน กัน มา รับ จ้าง เข้า โปลิศ ก็ มี ความ เย็น ใจ เพราะ เจ้าคุณ พิพิธ ท่าน ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม ท่าน ไม่ ใช่ คน โกง มิ ได้ คิด เบียด เบียฬ ฉ้อ ราช บัง หลวง มิ ได้ เบิก เงิน เดือน โปลิศ มา กด นิ่ง ใช้ ส้อย ตน เสีย ต่อ หก เดือน เจ็ด เดือน จึง จะ แจก ให้ โปลิศ สัก เดือน หนึ่ง มิ ได้ เอา บ่าว ของ ท่าน เข้า เปน โปลิศ คราว ก่อน ๆ ลาง ที่ มี แต่ ชื่อ ใน บาญชี หา มี ตัว ไม่ ที่ มี ตัว อยู่ นั้น ลาง ที ก็ ใช้ ให้ ไป ทำ สวน ทำ นา ของ นาย ลาง ที่ ถึง เวลา เบิก เงิน เดือน ท่าน ก็ เก็บ เอา เงิน เดือน เสีย ลาง ที่ ขอ แรง พวก โปลิศ ที่ มา รับ จ้าง นั้น ไป ลง แขก ฟัน ดิน แล ดาย หญ้า สวน แล นา ของ นาย โปลิศ รักษา น่า ที่ จึง บก พร่อง ลง หา มี สัก กี่ คน ไม่ พระเจ้า แผ่นดิน สู้ สละ เสีย พระราช ทรัพย เปน อัน มาก ปราถนา จะ ให้ ราษฎร จีน ไทย ทั้งหลาย ทั้งปวง อยู่ เย็น เปน ศุข พระเดช พระคุณ ของ พระเจ้า แผ่นดิน หา ที่ สุด มิ ได้ การ เปน เช่น นี้ เพราะ เปน คน โลภ ปราศจาก ความ เมตา กรุณา แก่ ชาว ประชา ราษฎร คิด หา แต่ ผล ประโยชน ใส่ ตน อย่าง เดียว ฯะ

๏ มี หนังสือ มา ถึง โรง พิมพ์ เนือง ๆ บาง ที ติ พวก โปลิศ บาง ที ชม สรรเสิญ ถ้า ท่าน ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ จะ เอา ใจ ใส่ จริง จัด เลือก หา คน ซื่อ คน ปัญญา ไว ๆ ให้ เปน พวก โปลิศ ถอด แล ทำ โทษ แก่ คน โปลิศ อัน ไม่ ดี นั้น ให้ มี บำเหน็จ รางวัล แก่ ผู้ ที่ จับ เอา โจร ผู้ ร้าย แล ของ กลาง เอา คืน มา ให้ เจ้า ของ ได้ โดย สดวก พวก โจร แล ผู้ ร้าย คง จะ ซา ลง ไป สนัด ควร จะ จัด ให้ มี คน ปน โปลิศ ลับ คอย ดัก คอย จับ อ้าย ผู้ ร้าย บ้าน เมือง ก็ จะ เรียบ ลง แล จะ มี ความ ศุข เจริญ มาก ขึ้น ไป ด้วย ฯะ

คำ ร้อง ทุกข

๏ ข้าพเจ้า จีน น้อย เปน คน เสีย จักษุ ทั้งสอง ข้าง เปน พ่อ ค้า ไม้ ขอนสัก ตั้ง บ้าน เรือน อยู่ บ้าน บาง ไม้ ขอน แขวง เมือง สวรรคโลกย ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน ครู สมิท ผู้ เจ้า ของ สยาม ไสมัย ได้ ทราบ ขอ ท่าน ได้ โปรด ช่วย เอา ข่าว อัน นี้ ลง ใน สยาม ไสมัย เพื่อ จะ ได้ ทราบ ถึง ท่าน เสนาบดี ผู้ ใหญ่ บ้าง ด้วย ข้าพเจ้า เปน สัต ผู้ ยาก เสีย จักษุ ทั้งสอง ข้าง มี สติ ปัญญา อัน น้อย ไม่ รู้ ที่ จะ หา ผู้ ใด เปน ที่ พึ่ง ได้ เดิม ข้าพเจ้า เปน พ่อ ค้า ไม้ ขอนสัก มา ได้ ประมาณ หลาย สิบ ปี แล้ว ข้าพเจ้า ได้ ไป ซื้อ ไม้ ขอนสัก จาก ผู้ มี ชื่อ หลาย คน ณะ เมือง แพร่ เมือง หน้าน ปล่อย ลอย ลง มา หลาย ร้อย ต้น ตาม ธรรมเนียม บ้าน เมือง ครั้น ณวัน เดือน เก้า ปี วอก ฉศก น้ำ เหนือ มี มาก ไม้ ขอนสัก ของ ข้าพเจ้า ลอย ลง มา แต่ เมือง แพร่ เมือง หน้าน ถึง เมือง สวรรคโลกย ไม้ ของ ข้าพเจ้า หาย ไป เปน อัน มาก ครั้น ณวัน เดือน สิบ ปี วอก ฉศก ภรรยา ข้าพเจ้า กับ ลูกค้า ไทย จีน เปน อัน มาก ไป ตรวจ ดู ภบ ไม้ ของ พวก ข้าพเจ้า อยู่ ใน แพ ผู้ มี ชื่อ เปน รอย ทุบ ถาก ดวง ตรา มี ตรา รูป รามสูร ถือ ขวาน เปน ตรา ยี่ห้อ สำคัญ ของ ผู้ มี ชื่อ ตี ทับ ตรา ของ พวก ข้าพเจ้า ทุก ต้น ชะณะ เมื่อ พวก ข้าพเจ้า ไป ตรวจ ไม้ ที่ แพ ผู้ มี ชื่อ นั้น พระยา สวรรคโลกย สั่ง ให้ หลวง นา หลวง แพ่ง กรมการ ไป กำกับ เปน ท่าม กลาง นาย ผู้ มี ชื่อ นั้น ก็ ยัง ขืน ถือ ปืน ถือ ดาบ จะ ทำ อันตราย แก่ พวก ข้าพเจ้า แล กรมการ ด้วย นาย ผู้ มี ชื่อ นั้น ก็ หา มิ ความ ยำ เกรง เจ้า เมือง กรมการ ไม่ แต่ ถือ ดี ว่า ตัว เปน ชาติ พม่า พูด ทวาย ได้ จึ่ง ตั้ง คุม สมัค พัค พวก ถือ หอก ถือ ดาบ ทำ บังอาจ แย่ง ชิง เอา ไม้ ขอน สัก ของ พวก ข้าพเจ้า ไป กิน ลอย เหน ว่า ตัว ข้าพเจ้า เปน คน พิการ ฤา ว่า นาย ผู้ มี ชื่อ นั้น ซื้อ มา จาก คน ใด ก็ ให้ ส่ง ตัว ผู้ ขาย ออก มา ว่า ความ กัน จึ่ง จะ ได้ เหน เท็จ แล จริง ที่ จริง นั้น คน ทั้ง เมือง เหนือ แล คน บ้าน ทวาย ก็ ย่อม รู้ อยู่ ทุก คน ว่า นาย ผู้ มี ชื่อ นั้น ไม่ ได้ ซื้อ ไม้ จาก ท่าน ผู้ ใด เลย พวก ข้าพเจ้า รู้ อยู่ ว่า ถ้า น้ำ เหนือ มี มา นาย ผู้ มี ชื่อ นั้น กับ พวก นาย นั้น ก็ เตรียม หวาย แล พรวน ลง เรือ พายม้า แจว ขึ้น แจว ล่อง อยู่ ที่ เมือง เก่า ตลอด บ้าน หาดเสี่ยว คล้าย ๆ ทับ พม่า จวน เมื่อ จะ เสีย แก่ อังกฤษ เปน ความ จริง ของ ข้าพเจ้า ให้ สืบ เอา ตาม ราษฎร ชาว บ้าน แล ลูก ค้า ไทย จีน เมือง สวรรคโลกย นั้น เถิด ไม่ เชื่อ ก็ ให้ ท่าน ถาม แต่ ท่าน ที่ มี บันดาศักดิ์ ก็ ได้ นาย ผู้ มี ชื่อ นั้น ก็ ยัง บ้าอาจ ให้ ลูก จ้าง ถือ ปืน ไป ที่ ศาลา กลาง พูดจา กัน เหมือน เพื่อน อัน สนิท กัน จะ พรรณา กล่าว ถึง เรื่อง คน นั้น ต่อ ไป ก็ ยืด ยาว เต็ม ที่ ให้ ท่าน คลี่ ดู ใน เรื่อง ราว ของ ข้าพเจ้า กับ ใบ บอก ที่ เจ้า เมือง กรมการ ส่ง ลง มา ณะกรุง เทพ นั้น ก็ คง จะ เหน ว่า ข้าพเจ้า มิ ได้ มุษา ยัง ตก ค้าง อยู่ ที่ เจ้า พนักงาน หลาย เดือน แล้ว ก็ หา มี่ ท่าน ผู้ ใด ชำระ ให้ ข้าพเจ้า จน ทุก วัน นี้ ไม่ พวก ข้าพเจ้า ต้อง ค้าง อยู่ ณะกรุง เสีย ค่า โสหุ้ย ค่า กิน แล ค่า ป่วย การ ต่าง ๆ เปน อัน มาก บัด นี้ ก็ เปน เดือน เก้า น้ำ เหนือ มี มา ถึง ระดู ที่ จะ ต้อง ไป คอย ระวัง เกบ รวบ รวม ไม้ ขอน ศัก ของ พวก ข้าพเจ้า ถ้า พวก ข้าพเจ้า ไม่ ได้ ขึ้น ไป ระ วัง เกบ ไม้ ของ พวก ข้าพเจ้า ก็ จะ มี ผู้ ลัก เอา ไป หมด ข้าพเจ้า จะ ต้อง ขาย บุตร แล ภรรยา เพราะ กู้ เงิน เขา มา ค้า ขาย อีก ประการ หนึ่ง ข้าพเจ้า ได้ ยิน ข่าว ว่า จำเลย ข้าพเจ้า ต้อง โทษ ไป ติด โซ ตรวน อยู่ ใน ตราง ดังนี้ ฤา ไป เมือง เหนือ เกบ ไม้ อีก แกล้ง ทำ หน่วง เหนี่ยว ข้าพเจ้า ไว้ ให้ เนิ่น ช้า ต่อ เมื่อ ได้ ความ ของ พวก ข้าพเจ้า ได้ ชำระ กัน ให้ เดจ ขาด ขอ ท่าน ผู้ มี ปัญญา ช่วย โปรด ชี้ แจง ให้ กับ ผู้ ที่ ท่าน เปน ตะลาการ แจ้ง บ้าง โดย ความ สัตย จริง ของ พวก ข้าพเจ้า เปน ชาว บ้าน นอก ขอกนา หา รู้ ด้วย ธรรมเนียม แล กฎหมาย ไม่ ฯะ

คำ ร้อง ทุกข์

๏ ราษฎร ร้อง ทุกข์ ควร ท่าน ผู้ ใหญ่ จะ ป้อง กัน รักษา ลูก บ้าน เมือง ทั่ว กัน อย่า ให้ ใคร ข่มเหง เลย ๚ะ

๏ คำนับ ท่าน ผู้ ประเสริฐ แล เปน ผู้ บำรุง โลกย ให้ งด งาม แล ความ เจริญ ใน ไสมย ปจุบัน นี้ ทราบ ๚ะ

๏ ข้าพเจ้า ขอ คำนับ แจ้ง ความ เปน เนื้อ ความ หลาย ข้อ ยัง มี ขุนนาง ผู้ หนึ่ง เปน บุตร ท่าน ผู้ ใหญ่ ทำ การ ถือ อำนาจ ว่า เปน บุตร ใน กระ กูล เที่ยว คุม แห่ง อณาประชา ราษฎร อยู่ เนือง ๆ ข้อ หนึ่ง เที่ยว สืบ เสาะ หา ว่า ผู้ ใด ผู้ หนึ่ง มี บุตร สาว แล้ว พูดจา จะ เอา โดย อำนาจ ถ้า แล บิดา มารดา มิ ยิน ยอม ให้ ก็ ข่มเหง ให้ บ่าว ทาษ ฉุด ลาก เอา บุตร สาว ไป กว่า จะ ได้ เพราะ ผู้ บิดา มาร ดา จะ ว่ากล่าว ก็ มี ความ หวั่น หวาด กลัว บุญ ก็ ต้อง จำ ใจ นิ่ง เสีย ครั้น เอา ไป ก็ ให้ บ่าว บ้าง พี่ แล น้อง บ้าง ทำ การ ชำเรา แล้ว ส่ง คืน แต่ อย่าง นี้ มี อยู่ หลาย แห่ง ข้าพเจ้า เหน ว่า บ้าน เมือง ที่ ไหน จะ รุ่ง เรือง ได้ ขอ ท่าน จง มี ความ เมตา แก่ คน ทั้งหลาย ด้วย เทอญ ๚ะ

๏ ข้อ ๒ เที่ยว เสพ สุรา แล้ว ก็ เที่ยว โรง ผู้ หญิง แล้ว ทำ ความ ชั่ว ทุบ ตี ผู้ หญิง เจ็บ ป่วย เปน เชิง ยอก ครั้น นาย โรง เข้า มา ขอ ห้าม โดย ทาง กรุณา ผู้ หญิง ก็ ซ้ำ เตะ ต่อย ให้ เจ็บ ป่วย หลาย แห่ง ข้าพเจ้า เหน ชัด ว่า หา เหน แก่ เปน บุตร กระกูล ไม่ ถ้า เหน แก่ เปนกระกูล แล้ว จำ ต้อง รักษา แผ่น สัญญาบัต เจ้า แผ่นดิน แล รักษา กระกูล บำบัด ใจ ยุด ย่อน อย่า ให้ เสีย พระเกียรติยศ ได้ จึ่ง จะ เรียก ว่า เปน บุตร กระกูล ได้ ขอ ท่าน ผู้ ประเสริฐ แล เปน ผู้ เจ้า ของ โลกย จง จัด การ ใน โลกย ให้ สว่าง กระจ่าง ดุจ หนึ่ง เมื่อ เวลา พระ อาทิตย เมื่อ ยาม เที่ยง ข้าพเจ้า มี ความ ยิน ดี แห่ง ท่าน เปน อัน มาก อนึ่ง ทราบ สะแตม แล้ว ขอ ท่าน จัด การ ให้ โลกย สว่าง ใน เรว ด้วย เทอญ ฯะ

๏ ใน ความ ราย นี้ จริง เทจ อยู่ แก่ ผู้ กล่าว แต่ คน อัน ควร จะ เอา ความ จริง แล เท็จ ใน คำ ร้อง ทุกข์ นี้ สืบ เอา ความ คง ได้ หาก ว่า ไม่ จริง เรา จึ่ง ลบ ปิด บัง ชื่อ คน ที่ เขา ว่า ได้ ทำ การ ร้าย การ ขาย หน้า การ ทำ ให้ เสีย พระเกียรติยศ การ ข่มเหง บุตร สาว ชาว บ้าน ชาว เมือง ถ้า คน มี ชื่อ เสียง มี หน้า ตา ขืน ทำ ความ ชั่ว เช่น นี้ คน ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง คง เกลียด คง ชัง ครั้น ถึง ที่ ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ ขัด เข้า จะ ต้อง พึ่ง แก่ ชาว บ้าน ลูก เมือง ไม่ มี ใคร จะ ยินดี ช่วย เลย ลูก กระกูล ทำ ให้ เสีย กระกูล อย่า ประมาด ลูก บ้าน ลูก เมือง ว่า เปน แต่ ไพร่ เขา ก็ เปน มนุษ ด้วย กัน บุตร สาว เขา ก็ เปน มนุษ ด้วย กัน เพราะ เปน คน จน ควร ผู้ ที่ มี ตำแหน่ง ถือ ว่า เปน ลูก กระกูล จะ เอา ธุระ ช่วย คน เช่น นี้ คน ทั้งปวง ทั้ง คน มั่ง มี แล คน จน คง ชม สรรเสริญ ช่วย ธุระ จริง เมื่อ ตัว จะ ถึง ที่ ขัด อีก ประการ หนึ่ง อย่า ลืม นะ พระบรม เจ้า ผู้ เปน เจ้า ของ แห่ง คน อยาก คน จน คง เปน ธุระ ช่วย เขา แล ให้ เปน อัน ปรากฎ ว่า ไม่ เข้า กัน กับ คน พาล แม้น เปน ผู้ มี วาสนา แม้น เปน ลูก กระกูล ด้วย เอได ตอร์ ฯะ

๏ คำ เปรียบ ว่า ด้วย มด แล นก พิราบ ๚ะ

๏ มด ตัว หนึ่ง อยาก กิน น้ำ ก็ ไป กิน น้ำ ที่ ฝั่ง ก็ ตก ลง ใน น้ำ นก พิราบ ตัว หนึ่ง จับ อยู่ ที่ ต้น ไม้ เหน มด ลอย น้ำ เกือบ จม อยู่ แล้ว ก็ คาบ เอา ใบ ไม้ มา ทิ้ง ลง ใน น้ำ ที่ ริม มด ๆ ไต่ ขึ้น บน ใบ ไม้ นั้น ได้ ลม พัด ใบ ไม้ เข้า ถึง ตลิ่ง มด ขึ้น บก ได้ ครั้น ภาย หลัง มี คน จัด แจง บ่วง จะ ดัก นก มด คิด ว่า นก จะ เสีย ที่ เดียว ไม่ รู้ ว่า มี บ่วง จะ มา ลง ติด บ่วง มด ก็ กัด ตีน คน ๆ ก็ ดิ้น นก จึ่ง ตก ใจ ไป เสีย ใจ ความ นี้ ว่า การ ที่ เขา ทำ คุณ ไว้ ก็ ควร ที่ จะ แทน คุณ ฯ


ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงซะโปร์
ณวัน จันทร เดือน เก้า ขึ้น เจด ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๗ เปนซ ๑ อัฐ

เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๗ เปนซ กับ ๒ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๖๕ เซนต


ข่าว โทรเลข นอก

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น สอง ค่ำ เซกรี แตรี ออฟ ซเตด สำหรับ การ ณรง สงคราม เมื่อ ตอบ คำ ถาม ใน ที่ ปฤกษา ราชการ อังกฤษ คือ เฮาซ์ ออฟ กอมมันซ์ แจ้ง ความ ว่า พวก ที่ มี ภรรยา แล บุตร ที่ จัด ไว้ เพื่อ การ จะ ช่วย แก้ ให้ พ้น ร้อน ด้วย เรว แล พวก อื่น ๆ นั้น จะ ช่วย เรว ๆ ด้วย ๚ะ

๏ ลอด วุลซิลี ได้ ตำแหน่ง เปน ไวเกาน ขึ้น แล้ว

๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน เก้า ขึ้น สาม ค่ำ พวก ปฤกษา ราชการ อังกฤษ ทั้ง สอง เฮาซ์ นั้น ได้ โวด ความ ชอบ ใจ แก่ กอง ทัพ บก แล กอง ทัพ กำ ปั่น ที่ ได้ ไป รับ ราชการ ใน ประเทศ อิยิบต มิ ได้ มี ใคร แบง แยง กัน เลย ฯะ

เกาะ ซันซิบาร์

๏ เมือง บัมเบ วัน ศุกร เดือน เก้า ขึ้น สี่ ค่ำ อัด มิรัล เยอรแมน ได้ ส่ง ข้อ สุด ที่ ยอม ได้ คือ อัล ติมาตัม แก่ สุลตัน เจ้า เกาะ ซันซิบาร ครั้น สุล ตัน มิ ได้ ตอบ กำปั่น รบ เยอรแมน ไป ตั้ง ท่า ตรง น่า ราชวัง แต่ ยัง มี ที่ ไว้ ใจ ว่า จะ ตกลง กัน เรียบ ร้อย

ปาเลี่ยแมนต์

๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย์ เดือน เก้า ขึ้น หก ค่ำ ณวัน เสาร ปาเลี่ยแมนต์ จับ ทำ ราชการ ต่อ สมเด็จ พระ บรมกระษัตริ์ กวีน ใน พระบรม สปีจ นั้น แสดง ความ โทมนัศ เพราะเยนิรัล คอดัน ถึง แก่ กรรม แล้ว แล วาง พระไทย ว่า การ ต่อ อังกฤษ แล รูเซีย จะ จัด การ แล้ว แก่ กัน เปน ที่ ชอบ เรียบ ร้อย ทั้ง สอง ฝ่าย ฯะ

ข่าว ตาย

๏ มี ข่าว มา จาก เมือง บอซะตัน ใน ยุไนเตดซเตศ อะเมริกะ ว่า มิศเตอ เย ดับเยลยุ ตอรรี ที่ แต่ ก่อน เปน ไวซะ กงซุล อะเมริกัน ใน กรุง เทพ ครั้น ถึง บ้าน แล้ว ตลอด ระดู หนาว คือ วินเตอร นั้น ไม่ ใคร จะ สบาย ท่าน ก็ หมาย ใจ ว่า อีก สอง เดือน จะ กลับ มา อยู่ ใน กรุง เทพ วัน หนึ่ง เจบ นัก เข้า อีก สาม วัน จึ่ง ถึง แก่ กรรม ฯะ


กำปั่น เข้า ออก ใน กรุง เทพ
แต่ วัน อังคาร เดือน ๙ ขึ้น ๘ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน เก้า ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เล่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ล ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๙๐ ตันไวตะวินดซอร โรซ แอน โกสิงฆโปรขึ้น ๙ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๓๓เรดเมเกอร์มารกวาลด แอน โกสิงฆโปร๑๐ ค่ำ
แมกอะลิศเตอรก ก ฟ อังกฤษ๔๖๗ตัลลอคบอรนิโอ กำปนีสิงฆโปร๑๐ ค่ำ
ซงเบ้งก ก ฟ อังกฤษ๘๖๒โยนซะวินดซอ โรซ แอน โกฮองกอง๑๐ ค่ำ
วอรเวิตซก ก ฟ เยอรแมน๖๑๒บรุนมากวาลด แอน โกไซ่ง่อน๑๕ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
ดานุบก ก ฟ อังกฤษ๕๖๑นุตันวินดซอ โรซ แอน โกฮองกองขึ้น ๘ ค่ำ
บอรนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๔๙ไฮดะเย่เชงสิงฆโปร๘ ค่ำ
มงกุฎก ก ฟ อังกฤษ๘๕๘ลอฟวินดซอ โรซ แอน โกฮองกอง๙ ค่ำ
ซุนฮวดก ๒ ส ค สยามจีนจีนสงขลา๙ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๙๐ไวตะวินดซอ โรซ แอน โกสิงฆโปร๑๐ ค่ำ
พระจุล จอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๑ไลดวุดวินดซอ โรซ แอน โกฮองกอง๑๐ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๓๓เรดิเมดเกอรมาร์กวาลด์ แอน โกสิงฆโปร๑๓ ค่ำ
กงดีก ส ค สยาม๔๗๓แฮเชนพระยา ลครสิงฆโปร๑๓ ค่ำ
แมกอะลิศเตอรก ก ฟ อังกฤษ๔๖๗ตุลลอคบอรนิโอ กำปะนีสิงฆโปร๑๕ ค่ำ
ซงเบ้งก ก ฟ อังกฤษ๘๖๒โยนซะวินดซอ โรซ แอน โกฮองกองแรม ๑ ค่ำ
ลินดะก ๒ ส ค อิตาเลี่ยน๗๑๐โอลิวารี่วินดซอ โรซ แอน โกยุโรปขึ้น ๑๕ ค่ำ
๏ กำปั่น ไฟ มงกุฎ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ กำปั่น ไฟ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ กำปั่น ไฟ พระจุลจอม
เกล้า บันทุก สินค้า ทั้ง เมล จีน ยิปุ่น แล อะเมริกัน ๏ กำปั่น ไฟ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ทั้ง เมล สิงฆโปร อิน
เดีย แล ยุโรป ๏ กำปั่น ไฟ กงดี บันทุก ไม้ สัก ๏ กำปั่น ไฟ แมกอะลิศเตอร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร
แล ยุโรป ๏ กำปั่น ไฟ ซงเบ้ง บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล จีน ยิปุ่น อะเมริกัน ๚ะ
๏ กำปั่น ไฟ ขา เข้า กำปั่น ไฟ แมกอะลิศเตอร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาร ที่ ดาษ ฟ้า ๒๘ คน ๏ กำปั่น
ไฟ ซงเบ้ง บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาร ที่ ดาษ ฟ้า ๔ คน ๚ะ

ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไศมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท

ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง

ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เซี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท


เรือน แล ที่ House สำหรับ เช่า

๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไศมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ ด้วย สดวก ( จ ห ) ๚ะ


หมอ แอ แอฟ ดะ ซูซา
เปน ทั้ง หมอ ยา ทั้ง หมอ ผ่า

ภัก อยู่ ที่ โรง เลี้ยง แขก คือ ยุไนเวอซัล โฮเตล เคียง ห้าง ทำ ขนม ปัง คน ไข้ คน โรค มาหา ได้ แล้ว แต่ จะต้อง การ พึ่ง กับ ยา แล วิชา ของ หมอ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น สอง ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ด ๑ ) ๚ะ


เลล้ง ขาย

๏ ม้า ฮอซะ แล ม้า โปนี่ อัน เหลือ เกิน โรง ม้า หลวง แล โรง ทหาร ม้า ๚ะ

๏ มิศเตอร์ แฮริ แอ แบดแมน รับ คำ สั่ง ให้ เลล้ง ขาย น่า แถว ตึก ทหาร ใหม่ ณวัน จันทร์ เดือน เก้า แรม หก ค่ำ เวลา บ่าย สอง โมง จะ เลล้ง ขาย ม้า สัก ยี่ สิบ ตัว เปน ม้า ฮอซะ ม้า โปนี่ เปน ม้า เกาะ ออซ แตรเลีย ที่ หัด ฝึก เลี้ยง งาม ดี แล้ว แล ใน คราว เดียว กัน นั้น จะ เลล้ง ขาย เปน ราย เปน ส่วน ต่าง หาก ม้า ครบ ตัว หนึ่ง ศรี หมอก เปน ม้า อินเดีย อา ยุ สัก เจด ปี สูง สัก สิบสี่ กำ ๚ะ

๏ หนังสื้อ แกตะลอก ชี้ บอก ของ เลอียด จะ มี ที่ ออฟฟิซ นาย ห้าง ผู้ จะ เลลัง นั้น ที่ ถนน บำรุง เมือง ตีน ตะภาน ข้าง โรงสี้ ๚ะ

๏ นาย ห้าง แฮริ แอ แบดแมน ผู้ จะ เลลัง ขาย นั้น แจ้ง ความ มา ณวัน อังคาร เดือน เก้า ขึ้น สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ห ๑ ) ๚ะ


ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก


AYER'S CHERRY PECTORAL.

๏ ๓ ยา คือ เอเออร์ เจริ เปกโตรัล สำหรับ แก้ ไอ แก้ หวัด แก้ หืด แก้ ชัก แก้ เจบ ฅอ แก้ ไอ ร้าย แล ฝี ใน อก ๚ะ

๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า กิน เกิน กำหนด มัก ให้ เหียน ราก ระวัง อย่า กิน เกิน กำหนด ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๐ หยด จน ถึง ๗๐ หยด ผู้ หญิง พ้น เขตร เดก กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๕๐ หยด เดก อายุ ขวบ เดี่ยว ให้ กิน ๕ หยด สอง ขวบ ๘ หยด สาม ขวบ ๑๐ หยด สี่ ฃวบ ๑๒ หยด หก ขวบ ๑๕ หยด สิบ ขวบ ๒๕ หยด สิบห้า ขวบ ๓๐ หยด ถ้า จะ รู้ แน่ ว่า ควร จะ กิน เท่า ไร คน ละคน นั้น ให้ กิน อย่าง น้อย ก่อน แล้ว ค่อย กิน มาก เข้า จน จะ เหียน ราก แล้ว กิน น้อย กว่า นั้น ไป ถ้า ตัว ร้อน ปวด ศีศะ ปวด กะดูก ตัว หนาว ฤา แล่บ ตัว กิน ยา เม็ด เอเออร์ บีลซ์ ให้ ถ่าย ตัว ให้ เลอียด ก่อน แล้ว กิน ยา ขนาน นี้ ต่อ ไป อย่า ออก แดด ร้อน นัก อย่า ออก ที่ หนาว นัก รับ ประทาน แต่ อาหาร ที่ ไฟ ธาตุ ของ ตัว ตี แตก ง่าย ๚ะ


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี่ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้องการ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี ( จ ห ) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด