
| เล่ม ๔ แผ่น ๒ วัน พุฒ เดือน เก้า แรม ๘ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
ของ เจ้า พระยา บดินทร เดชา
( แผ่น ๕๒ ต่อ กับ แผ่น ๒ เล่ม ๔ )
๏ ครั้น ถึง คลอง ขุด เขมร เรียก ว่า คลอง จอแด เปน คลอง กว้าง จะ เดิน กอง ทัพ ลุย น้ำ ข้ามคลอง ก็ ไม่ ได้ ด้วย น้ำ ลึก ครั้น จะ ไป ข้าม ที่ ท่า วัด มะ กอก นั้น เปนที่ ตื้น ก็ จะ เดิน อ้อม ช้า ไป กลัว กอง ทัพ ญวน จะ ตาม มา ทัน ครั้น จะ ทำ ตภาน เชือก ข้าม ก็ จะ ช้า เวลา อยู่ ที่ ช้า วัน หนึ่ง ครั้ง นั้น สั่ง ให้ พระยา สุนทร สงคราม ผู้ ว่า ราชการ เมือง สุพรรณ คุม กอง ช้าง ไป โค่น กอ ไผ่ เอา ช้าง งัด ลง คลอง ลาก มา ผูก สะสม ต่อ กัน เปน ทำนบ ข้าม คลอง แล้ว ตัด ต้น ไม้ มา ปัก กัน กอ ไผ่ ใน คลอง ไม่ ให้ น้ำ พัด ไป ได้ จึง เดิน ช้าง มา แล คน ลุย น้ำ ตาม ทำนบ กอ ไผ่ ที่ ขวาง คลอง นั้น ข้าม รีพล ช้าง ม้า แล โค ต่าง มา ได้ สิ้น แล้ว สั่ง ให้ พระยา กำแพง เพชร คุม พล ทหาร ๕๐๐ อยู่ รั้งหลัง ถ้า เหน ญวน ยก มา ใกล้ ค่าย โคก สะแก ให้ พระยา กำแพง เพชร ปิด ประตู น่า ค่าย โดย รอบ ใน ค่าย นั้น ให้ ทำ จังหัน เกราะ แปด มุม ค่าย ลม พัด มา กระทบ จังหัน ๆ จะ ได้ ตี เกราะ ดุจ คน นั่ง ยาม แล้ว ให้ เอา ฟืน สุม ไฟ ไว้ ใน ค่าย สี่ ห้า กอง ให้ ควัน ไฟ ขึ้น ไป ให้ อ้าย ญวน เหน ว่า ยัง มี คน รักษา ค่าย อยู่ แล้ว ให้ พระยา กำแพง เพชร เปิด ประตู หลัง ค่าย ล่า ทัพ ถอย มา ข้าม คลอง จอแด มา แล้ว ให้ เอา ช้าง งัด กอ ไผ่ ทำนบ ให้ พัง เลี่ย อย่า ให้ อ้าย ญวน ข้าม คลอง ตาม เรา มา ได้ โดย เรว แล้ว ให้ พระยา กำแพง เพชร ล่า ทัพ ถอย มา ช้า ๆ ฟัง ดู เสียง ดิน ปืน ที่ เรา ฝัง ไว้ นั้น ถ้า ดัง ขึ้น ส่ม เรา คิด เมื่อ ใด ก็ ให้ พระยา กำแพง เพชร ยก ทัพ กลับ ไป ดู อ้าย ญวน จะ ตาย หมด ฤา จะ เหลือ บ้าง ที่ เหลือ นั้น ภอ จะ จับ เปน ได้ ก็ ให้ จับ มา ถ้า จับ เปน ไม่ ได้ ก็ ให้ ฆ่า เสีย ให้ สิ้น ถ้า ส่ม ดัง นี้ ให้ ม้า เรว รีบ มา บอก ให้ รู้ตัว จะ ได้ มี หนังสือ ตอบ โต้ ไป ให้ พระยา กำแพง เพชร จัด การ ต่อ ไป ถ้า ไม่ ส่ม คิด ก็ ให้ พระยา กำแพง เพชร ล่า ทัพ มา หา ทัพ ใหญ่ โดย เรว คราว นั้น ญวน ยก กอง ทัพ ไล่ ติด ตาม ไทย มา ถึง ค่าย โคก ละแก กอง น่า ไม่ เหน พล ไทย รักษา ค่าย ตาม หอ รบ ได้ ยิน แต่ เสียง เกราะ ตี อยู่ ก็ สำคัญ ว่า ไทย ปิด ประตู ค่าย ทำ อุบาย จะ ให้ ญวน กรู เข้า ไป ใน ค่าย ไทย ไทย ที่ แอบ อยู่ ใน ค่าย แล นอก ค่าย จะ ได้ กรู กัน มา ฆ่า ฟัน แทง ญวน คิด ดัง นี้ จึ่ง มิ ได เข้า ไป ใน ค่าย ตั้ง รอ อยู่ ณะ บ้า รก จน ทัพ อง กวางโดย อง ลำโดย มา ทัน เข้า ถาม อง ตุนเล้ แม่ ทัพ น่า ว่า เหตุ ใด จึ่ง มา ตั้ง รอ อยู่ ที่ นี้ มิ ได้ ยก เข้า ใน ค่าย อง ตุนเล้ ตอบ ว่า เหน ประตู ค่าย ปิด อยู่ ไม่ มี คน รักษา แต่ ว่า มี ควัน ไฟ อยู่ ใน ค่าย แล เสียง เกราะ เคาะ ตรวจ ตรา กัน อยู่ ที จะ มี ผู้ คน แอบ ซุ่ม อยู่ ใน ค่าย แล เสียง เกราะ เคาะ ตรวจ ตรา กัน อยู่ ที จะ มี ผู้คน แอบ ซุ่ม อยู่ ใน ค่าย นอก ค่าย พ่อ ให้ พวก เรา เข้า ไป ใน ค่าย จะ ใคร ดุ้ม มา ฆ่า ฟัน พวก เรา ตาย โดย ง่าย อง กวางโดย องลำโดย จึ่ง ตอบ ว่า อ้าย ตา ขาว ไม่ พิจารณา โดย ปัญญา อัน เลอียด ว่า ไทย จะ ทิ้ง ค่าย จริง ๆ ฤา จะ มี ผู้คน แอบ อยู่ ใน นั้น แล ดู บน ค่าย เปน ไร อีกา บิน ขึ้น ลง ใน ค่าย กิน เสบียง อาหาร ของ ไทย อีกา ร้อง ใน ค่าย เสียง ออก แซ่ เซง ถ้า มี ผู้คน อยู่ ใน ค่าย เหมือน อย่าง เอง ว่า อีกา ก็ คง จะ ไม่ ลง ไป ใน ค่าย ได้ นี้ คน ไม่ มี เปน แน่ อีก อีกา จึ่ง บิน ขึ้น บิน ลง เปน อันมาก ซึ่ง ความ คิด แม่ ทัพ ไทย ทำ จังหัน เกราะ แล สุม ไฟ ไว้ ใน ค่าย นั้น เพราะ จะ ให้ กอง ทัพ น่า สงไสย จะ ได้ ไม่ เข้า ไป ก่อน แล จะ ให้ กอง ทัพ น่า อยู่ รอ กอง ทัพ ใหญ่ เข้า ไป พร้อม กัน ที่ เดียว จะ ได้ ตาย ด้วย มาก ๆ ความ คิด เจ้า พระยาบดินทร เดชา ดัง นี้ ญวน ก็ ทำ กิริยา สม กับ ความ คิด ของ ท่าน ทุก ประการ ครั้น อง กวาง โดย อง ลำโดย มา ถึง โคก สะแก ไม่ ยั้ง ทัพ เหน ค่าย เปล่า ต้อน กอง ทัพ เบิด ประตู เข้า ค่าย ไป ทั้ง สิ้น เมื่อ แม่ ทัพ ญวน เข้า ไป ใน ค่าย นั้น ภัก อยู่ ที่ ศาลา ใหญ่ สั่ง ให้ นาย ทัพ นาย กอง ไป เที่ยว ตรวจ หา เครื่อง ส้าตรา อาวุธ แล เสบียง อาหาร ใน ค่าย ได้ มา หลาย อย่าง ต่าง ๆ คือ ปืน ดาบ มีด พร้า เสียม ที่ เจ้า พระยาบดินทร เดชา ทิ้ง ไว้ ใน ค่าย ทำ ที่ เปน หลง ลืม แล เอา ไป ไม่ หมด มี กระสุน ดิน ดำ บ้าง เล็ก น้อย เพราะ จะ ให้ เปน ที่ ญวน เชื่อ ว่า ทิ้ง ค่าย แล เสบียง อาหาร สรรพาวุธ ไว้ จริง ๆ ไม่ ได้ ล่า ไป เปน กล อุบาย เพื่อ จะ ให้ ญวน สิ้น สงไสย ไม่ มี ความ รังเกียจ ใน ค่าย จะ ได้ เรียก รี้พล เข้า มา ภัก ใน ค่าย ทั้งสิ้น ครั้ง นั้น ญวน เก็บ เสบียง อาหาร ดิบ สุก ของ ไทย ใน ค่าย ไว้ มาก ครั้น เวลา ค่ำ วัน นั้น ญวน ภัก อยู่ ใน ค่าย ทั้ง สิ้น ได้ ยิน เสียง ต่อ แตน ร้อง กระหึ่ม ครึ่ม ไป ใน ใต้ แผ่นดิน ญวน จึ่ง เอา เหล็ก แล ไม้ ไป สัก ริม ค่าย ภบ หลาย หลุม เบิด ออก ดู บ้าง ลาง หลุม ภบ แตน ต่อ บิน ขึ้น มา ต่อย เหมือน ที่ ไทย ทำ ไว้ ณะ ตำบล ลำลาด ป่า ตะโก นาย ทัพ นาย กอง ญวน นำ ความ นี้ ไป บอก กับ อง กวาง โดย ๆ หัวเราะ เยาะ แล้ว พูด ว่า ไทย เปน บ้า ทำ อย่าง ทารก เอา ต่อ แตน มา ช่วย รับ เปน รี้พล แล้ว อง กวาง โดย สั่ง นาย ทัพ นาย กอง ให้ เอา เหล็ก ไป เที่ยว สัก หา ถ้า เปน หลุม ใด มี ต่อ แตน ก็ ให้ เอา ไฟ ทิ้ง ลง ไป ใน หลุม เผ่า ตอ แตน เสีย ให้ ตาย อย่า ให้ บิน มา ทำ ร้าย กับ กอง ทัพ ได้ ขะณะ นั้น นาย ทัพ นาย กอง เอา เหล็ก ไป สัก ภบ หลุม ใหญ่ หลาย หลุม ได้ ยิน เสียง ต่อ แตน ร้อง อยู่ ใน หลุม เปน อันมาก จึ่ง เอา ไฟ สุม ปาก หลุม แล เผ่า ต่อ ให้ ตาย ไฟ นั้น ลุก ลง ไป ถึง ก้น หลุม ตาม มุม ค่าย หลาย หลุม ไฟ ถูก ฉนวน ดิน ปืน ที่ ลาม มา รอบ ค่าย ไฟ ติด ฉนวน แล่น รอบ ค่าย ดิน ปืน ใหญ่ ที่ บันจุ ไว้ หลาย สิบ บอก แล ติด ถึง ดิน ปืน แล ดิน ปืน ที่ เรี่ย ราย ไว้ รอบ ค่าย แล ตาม ถนน น่า ค่าย ลุก ขึ้น พร้อม กัน เสียง ดัง ก๋ามนาท หวาด หวั่น ไหว สท้าน สเทือน ไป หลาย ร้อย เส้น ถูก ผู้คน กอง ทัพ ญวน ล้ม ตาย ประมาณ ๘๐๐คน ที่ ป่วย เจบ ลำบาก ประมาณ ๔๐๐ ที่ เจบ พวก กอง ตระเวน ด่าน ทาง อยู่ ห่าง ค่าย ไม่ ถูก ไฟ ดิน ปืน นั้น ประมาณ ๒๐๐ แตก หนี กระจัด พรัด พราย เข้า ไป ซุก ซ่อน อยู่ ใน ป่า ดง บ้าง ฯะ
แม่ ทัพ น่า ของ เจ้า พระยาบดินทร เดชา
๏ ข้าพเจ้า เอไดตอร ได้ คัด ลอก เนื้อ ความ กล อุบาย ศึก มา จาก ฉบับ ของ เสมี่ยน กุหลาบ ซึ่ง ตั้ง ไว้ ใน ห้อง ที่ ๑๗ โรง เอก ซฮิบิเชอน ณะ ท้อง สนาม หลวง เมื่อ การ สมโภช พระนคร บันจบ ครบ รอบ ร้อย ปี นั้น คัด ตัด ใจ ความ แต่ กล อุบาย ศึก มา ลง พิมพ ไว้ เพื่อ จะ ให้ เปน หิตานุหิตะ ประโยชน แก่ ชน ชาว สยาม มี เนื้อ ความ ดังนี้ ๚ะ
๏ ฝ่าย เจ้า พระยา นคร ราชสิมา ทราบ ว่า อ้าย ญวน ยก ทัพ บก มา ภัก ที่ ฝั่ง แม่ น้ำ โขง รอ คอย ทัพ เรือ จะ ข้าม ฟาก ครั้ง นั้น เจ้า พระยา นคร ราช สิมา เหน ว่า จะ รับ ทัพ ญวน ไม่ อยู่ จะ ต้อง ทิ้ง ค่าย ล่า ทัพ หนี ไป ตั้ง รับ อ้าย ญวน อยู่ ที่ เมือง เขมร ถ้า อ้าย ญวน จะ ตาม ตี ท้าย พล เรา ๆ จะ คิด กล อุบาย ไม่ ให้ อ้าย ญวน ตาม ตี เรา ได้ เรา จะ คิด กล อุบาย ไว้ ข้าง หลัง ให้ อ้าย ญวน ตาย ไป เอง ทั้งสิ้น คิด แล้ว จึง สั่ง ให้ พระยา พล สงคราม กับ พระ มหาด ไทย เอา ดิน ปืน แล ปืน ใหญ่ บันจุ กระสุน บ้าง ฝาก ไม้ แก่น บ้าง ฝัง ไว้ ใต้ ดิน ใน ค่าย แล นอก ค่าย โดย รอบ ล่าม ฉนวน ขึ้น มา ถึง ใต้ เตา ไฟ เก่า ที่ เคย หุง เข้า กิน ใน ค่าย เสรจ แล้ว จึง ทิ้ง เสบียง อาหาร ดิบ สุก ไว้ ใน ค่าย ตาม สมควร เหมือน เกบ ไป ไม่ ทัน แล้ว ก็ ล่า ทัพ ถอย ไป ใน ค่ำ วัน นั้น เดิน ทัพ มา สอง วัน สอง คืน ถึง แม่ น้ำ เล็ก ๆ แยก มา แต่ แม่ น้ำ โขง แห่ง หนึ่ง จึง สั่ง ให้ นาย ทัพ นาย กอง ตัด ไม้ ปัก เสา ทำ ตภาน เชือก ข้าม ช้าง ม้า แล คน เดิน เท้า เสรจ แล้ว จึง สั่ง กอง อาทมาต ให้ ตัด ไม้ รวก เสี้ยม เปน เหลา ปัก จม น้ำ ไว้ ใต้ ตภาน เชือก แล ปัก เรี่ย ราย ไป ใน คลอง เปน เหลา สอง หมื่น เสศ แล้ว ให้ พระ พิชิต โยธา คุม คน เอา เลื่อย ไป ชัก เสา ตภาน ทุก เสา ให้ คอด เกือบ จะ ขาด เสร็จ แล้ว ก็ เดิน ทัพ ต่อ ไป ถึง วัด โคก มะลิ เปน วัด ใหญ่ โต แต่ รั้ง อยู่ กลาง ป่า จึง ภัก พล อยู่ ที่ นั้น คืน หนึ่ง ๚ะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ฯะ
๏ ณวัน ศุกร เดือน เก้า แรม สาม ค่ำ เวลา ห้า ทุ่ม กรม ใน พระราช วัง บวร สถาน มงคล ทรง พระชวร นัก ธิวงคต ณวัน เสาร์ เดือน เก้า แรม สี่ ค่ำ มี พระบรม ราชโองการ สั่ง ให้ พวก ราชการ ที่ ชัก ธง ใน ที่ ต่างๆ ทุก วัน ลด ธง ไว้ ทุกข ถึง เจ็ด วัน พวก กงซุล ต่าง ประ เทศ แล กำปั่น ต่าง ๆ ก็ ลด ธง ไว้ ทุกข ตาม พระบรม ราชโองการ นั้น ๚ะ
ไฟ ไหม้
๏ ณวัน ศุกร เดือน เก้า แรม สาม ค่ำ เวลา บ่าย เกิด เพลิง ไหม้ ตึก เรือน หลาย หลัง ที่ ตรอก เข้า สาร หลัง ลำเพง
๏ วัน อาทิตย เดือน เก้า ซืน สิบสาม ค่ำ จีน คน หนึ่ง หาบ ปลาทู ขาย ใน กำแพง เมือง ที่ ตรง วัง กรมหมื่น เทวะวงษ วะโรประการ เป็น อธิบดี ว่า การ ต่าง ประเทศ มี คน หนึ่ง มี ตรวน ประจำ ตีน เป็น บ่าว ของ เจ้า กรม น้ำ ส่ง เรียก เจ๊ก ๆ ก็ แวะ เข้า ไป หา พูดจา จะ ซื้อ ปลา แต่ ไม่ ตก ลง ถนน ราคา กัน ครั้น เจ๊ก ออก มา ถึง ถนน แล รู้ ว่า ปลา ของ ตัว หาย ไป ตัว หนึ่ง เจ๊ก จึ่ง กลับ เข้า ไป ต่อ ว่า กับ คน โทษ นั้น เป็น เสียง ดัง คน โทษ นั้น เคือง ขัด ใจ ขึ้น มา จึ่ง หยิบ ไม้ ดุ้น หนึ่ง ยาว ประมาณ ศอก คืบ ตี เจ๊ก ที่ ศีศะ เจ๊ก นั้น พูด ไม่ ออก แล สิ้น ใจ ตาย เจ้า พนักงาน จึ่ง มา จับ เอา ตัว คน นั้น ไป ฯะ
๏ ข้าพเจ้า นาย ยิ้ม กราบ เท้า มา ถึง ท่าน ครู สนิท ให้ ทราบ ด้วย ขอ ท่าน ได้ มี ความ เอ็นดู กับ ข้าพเจ้า ด้วย เถิด มี ความ สรรเสริญ ถึง ท่าน ทั้งสอง คือ นาย สุด ผัว นาย แพ ภรรยา ตั้ง บ้าน เรือน อยู่ บาง ขุนพรม มี ความ ซื่อ สัตย มิ ได้ คิด เอา รัด เอา เปรียบ กับ สัต ผู้ ยาก ข้าพเจ้า นาย ยิ้ม ได้ เอา ภรรยา มา ขาย ไว้ เป็น ทาษ ให้ ใช้ สอย แล้ว ข้าพเจ้า ขอ เอา ภรรยา ผูก ดอกเบี้ย ไป ท่าน ทั้งสอง ว่า จะ หา ดอก เบี้ย ที่ ไหน มา ให้ อย่า เลย เอา ลูก มา ให้ เล่น กับ ลูก ข้า เถิด ท่าน ทั้งสอง พูด กับ ข้าพเจ้า ดัง นี้ ข้าพเจ้า จึ่ง เอา ลูก มา ไว้ ให้ อยู่ ได้ สัก สี่ ห้า ปี แล้ว ข้าพเจ้า มา ขอ เอา เงิน ขึ้น อีก ๔๐ บาท ท่าน ทั้งสอง พูด ว่า มัน มาก นัก จะ เอา ไป ทำไม ท่าน หา ให้ ไม่ ข้าพเจ้า จึ่ง หา เงิน มา ให้ กับ ท่าน ทั้งสอง แต่ เงิน ใน สาร กรมธรรม์ ชั่ง สิบสอง ตำลึง ท่าน ทั้งสอง ก็ รับ เงิน ไม่ เอา ดอกเบี้ย จน สัก บาท หนึ่ง ข้าพเจ้า เห็น ว่า ท่าน ทั้งสอง พุด อยู่ ใน ยุติธรรม เปน คน ซื่อ สัตย ควร ที่ จะ นับถือ เหมือน กับ ท่าน ผู้ เฒ่า ผู้ แก่ เหน แก่ ความ มรณะ มี ความ เมตา กับ สัตว มิ ได้ มี ความ เบียด เบียฬ เอา เนื้อ สัต ผู้ ยาก เลย ข้าพเจ้า นาย ยิ้ม เหน ว่า ท่าน ครู สมิท มี ความ เอ็นดู แก่ สัต ผู้ ยาก ขอ ท่าน มี ความ เมตา กับ ข้าพเจ้า ด้วย เถิด ช่วย เก็บ เนื้อ ความ ของ ข้าพเจ้า ที่ มี ความ ปราถนา สรรเสริญ ท่าน ทั้งสอง คือ นาย สุด ผัว นาย แพ ภรรยา ที่ ท่าน ผู้ ใด ได้ รับ หนังสือ สยาม ไสมย จะ ได้ สรรเสริญ กับ ท่าน ที่ ทำ การ ซื่อ สุจริต ขอ ให้ ท่าน มี อายุศมะ จำเริญ เถิด ฯะ
๏ ข้าพเจ้า นาย ยิ้ม นี้ เปน คน ชาว สวน สติ บัญา น้อย ได้ ยาก ลำบาก เพราะ เขา คน อื่น ๆ เพราะ เขา พุด ว่า ไม่ เอา เข้า เอา ดอกเบี้ย แต่ ท่าน ทั้งสอง นี้ พุด ได้ จริง จึ่ง มี ความ สรรเสริญ ท่าน สู้ เสีย ค่า สแตมป ข้าพเจ้า เปน ทาษ เขา ก็ จะ ต้อง คิด ถึง ท่าน ผู้ มี คุณ เปน อัน ยิ่ง นัก เถิด ๚ะ
๏ เรื่อง นี้ เรา เอา ลง พิมพ์ เปน ที่ ให้ เข้า ใจ ว่า มี คน เปน อัน มาก ที่ เปน ทาษ เขา ใน ประเทศ สยาม นี้ ที่ จริง พวก เหล่า นี้ ถ้า เอา ใจ ใส่ จะ เรียน วิชา การ ต่าง ๆ คง มี ปัญญา รับ จ้าง แต่ ท่าน ที่ ต้อง การ วิชา ของ ตัว ถ้า เปน คน มี วิชา การ ดี คง ได้ วัน ละ สลึง เฟื้อง บ้าง สอง สลึง บ้าง แบ่ง เงิน เดือน นั้น เปน สาม ส่วน ส่วน หนึ่ง จำหน่าย ซื้อ เสบียง อาหาร เลี้ยง ชีวิตร ส่วน หนึ่ง ไป ใช้ ดอกเบี้ย ให้ แก่ นาย เงิน ทุก เดือน ส่วน หนึ่ง ใช้ หัก เงิน ใน สาร กรมธรรม์ ให้ ยุบ น้อย ลง ไป ทุก เดือน เมื่อ ส่ง เงิน ดอกเบี้ย แล ส่ง ต้น เงิน หัก ให้ เงิน ใน สาร กรมธรรม์ ยุบ น้อย ลง ไป ให้ ท่าน ทำ ตั๋ว รีซีด ให้ ว่า ได้ รับ เงิน ไว้ เท่า นั้น ใน วัน นั้น เดือน นั้น ปี นั้น เปน ใบ เสร็จ ไม่ ช้า ไม่ นาน ตัว กับ ลูก เมีย คง หลุด พ้น จาก หนี้ จาก ทาษ จะ ทำ ดั่ง นี้ ได้ แต่ คน ซื่อ ๆ คน โกง บิด พลิ้ว คน นักเลง สุรา ฝิ่น นักเลง เล่น การ พนัน กัน มัน คง ทำ ไป ไม่ ไหว คน อ่อน ลำถัง อ่อน บัญา ระงับ ใจ ไม่ ไหว ถ้า จะ เปน คน ซื่อ ตรง แน่ ต้อง สวด อ้อน วอน ขอ ให้ สมเด็จ พระ บรม มหา เยซู เจ้า เรา เอ็นดู ปรานี่ โปรด ยก โทษ ล้าง บาป ที่ ทำ มา แต่ หน หลัง ขอ ให้ พระองค์ โปรด เปลี่ยน ใจ ถอน ใจ พาล ให้ พ้น ตัว ประทาน ให้ มี ใจ ใหม่ อ่อน น้อม ยินดี เพียร ทำ การ ทั้งปวง ตาม พระองค์ สั่ง ประทาน กำลัง แล ดี ใจ เว้น การ ทั้งปวง ที่ เปน การ บาป ซึ่ง พระองค์ ห้าม มิ ให้ ทำ นั้น ครั้น ได้ ใจ ใหม่ แล กำลัง ใหม่ คง ทิ้ง ความ ชั่ว ทั้ง สิ้น ไม่ ช้า คง ใช้ หนี้ สิ้น จน หมด แล คน เช่น นี้ คง รัก เมีย รัก ลูก รัก ตัว เอง คง รู้ ความ อาย ไม่ ขาย ภรรยา แล บุตร แล ตัว เอง ต่อ ไป เลย เมื่อ ท่าน ผู้ อื่น เพียร ทำ การ ส่ะ ส่ม เงิน ได้ รู้ จัก ใช้ เงิน ของ ตัว งอก ทวี ขึ้น ใน การ ซื่อ สุจริต ถ้า ตัว ไม่ มี ปัญญา ทำ ให้ เงิน งอก เท่า กับ ท่าน คง ไม่ ยืม ของ ท่าน คง ไม่ ยอม ให้ ท่าน ผู้ อื่น เอา เงิน ของ ท่าน มา ใช้ เปล่า หลาย ปี ไม่ งอก คง มี ความ อาย ที่ จะ เอา เงิน ของ ท่าน ผู้ อื่น มา ใช้ เปล่า คง มี ความ อาย ที่ จะ ขาย ภรรยา แล บุตร อัน ควร จะ เปน ที่ รัก สุด ใจ เอไดตอร์ ๚ะ
ให้ ต้อง เบียดเบียฬ เขา
๏ ข้าพเจ้า นาย บิน ไพร่ ได้ อ่าน สยาม ไสมัย ใน แผ่น ๔๔ มี ดัง นี้ นายธรรม ออก ความ เหน ว่า ควร ให้ ค่า จ้าง คน ใน ราชการ เงิน ภอ กิน ภอ ใช้ แต่ ให้ กำหนด อยู่ กิน เปน ผัว เดี่ยว เมีย เดียว เช่น อย่าง เมือง มอระเมน ความ เหน เช่น นี้ ใน สยาม ไทย ไม่ สำเร็จ ดอก กระมัง แต่ เมือง มอระเมน เดิม นั้น ก็ อยู่ใน กฎหมาย อย่าง มี เมีย มาก ราก รก รุง รัง ครั้น ทุก วัน นี้ มอระเมน อยู่ ใน กฎหมาย อังกฤษ เจริญ ศุข ผิด กว่า แต่ ก่อน หลาย เท่า เพราะ เขา อยู่ ใกล้ ทาง แห่ง กฎหมาย อะริย บุคล ที่ ละ เสีย จาก การ มาตุคาม สิ้น เสร็จ แต่ กฎหมาย แห่ง อังกฤษ ให้ ผ่อน การ มาตุ คาม เบา บาง ลง เปน การ ผัว เดี่ยว เมีย เดี่ยว คล้าย ๆ ใกล้ อย่าง อะริย บุคล ผล ประโยชน ใน ทาง ยุติธรรม แห่ง เขา จึ่ง ดี ยิ่ง กว่า ประเทศ ที่ มี กฎหมาย อย่าง มี เมีย มาก ราก รก นั้น พูด ทั้ง นี้ ใช่ ว่า อยาก เปน ขุนนาง ก็ หามิ ได้ เพราะ รู้ แล้ว ว่า ตน เปน ไพร่ ใน คำ เทศนา ก็ ปรากฏ ชัด ว่า ไพร่ มา แต่ นรก จก เปรต เหตุ ฉนี้ ไพร่ ใน เมือง ไทย จึ่ง เสวย ทุกข์ เวทนา มาก กว่า ไพร่ ใน ประเทศ ยุโรป แล อะเมริกัน ถ้า จะ เกิด เปน ไพร่ ไป เปน ไพร่ ใน ประเทศ ยุโรป แล อะ เมริกัน ดี กว่า ถ้า จะ เปน ขุนนาง ก็ เกิด ใน เมือง ไทย จะ ได้ บริโภค มาตุคาม ให้ สนุกนิ์ สนาน ใจ ข่มเหง ไพร่ ก็ เหน จะ ไม่ สู้ บาป เพราะ ไพร่ มัน เปน คน รก จก เปรต ส่ม ควร ที่ จะ รับ ทุกข์ รับ โทษ พูด ทั้ง นี้ ก็ พูด ตาม เหน แล ตาม ได้ ยิน ได้ ฟัง มา หา ได้ ว่า เท็จ มา กล่าว ไม่ ท่าน ผู้ ที่ เปน ขุนนาง นั้น ใน คำ เทศนา ก็ ว่า เกิด มา แต่ สวรรค อย่า หุน หัน โกรธ ฉัน ผู้ ไพร่ ที่ พูด จริง นี้ เลย โอ๋ อก ของ พวก ไพร่ นี้ เอ๋ย จง อุส่าห์ ระวัง ตน อย่า ให้ มี คะ ดี ใด ๆ ได้ เลย ตระลาการ เขา จะ ทำ เหยียบ เรือ ส่อง แคม ข้าง โจท จำเลย ก็ จะ ภา กัน ฉิบหาย เปล่า แพ้ แล ชนะ ก็ ไม่ เปน เรื่อง เคือง ใจ เหมือน กัน ฯะ
๏ กล่าว ด้วย ทุกข์ อะนิจัง อะนัตตา สังขารา เรา ท่าน ไม่ เที่ยง คน ชาว สยาม มัก สอน กัน ว่า ผู้ ใด คิด ได้ อย่าง นี้ เสมอ ทุก เช้า ค่ำ นับถือ กัน ว่า เปน บุญ มี คน ขัด เข้า มา ว่า ไม่ เหน ด้วย ๆ เรา ท่าน ทุก วัน นี้ ไม่ เปน แก่น สาร สมบัติ มาก น้อย เท่า ใด ตาย แล้ว เอา ไป ไม่ ได้ ก็ ย่อม รู้ อยู่ ด้วย กัน ทุก คน ดู เหมือน ไม่ ต้อง สอน ก็ คง จะ รู้ ถ้า จะ สอน ให้ ดี แล้ว ต้อง สอน ให้ นับถือ พระเจ้า องค์ เดียว ร่วมกัน ทั้ง โลกย บท สอง อย่า ได้ เคารบ ไหว้ รูป ๆ ที่ มนุษ สร้าง นั้น เปน การ พระห้าม บท สาม อย่า ออก นาม ชื่อ พระเจ้า กล่าว เล่น ไม่ ดี เลย บท สี่ จง นับถือ วัน สะบาโต ฟัง เทศน์ สวด อ้อน วอน พระเจ้า บท ห้า จง ปรนิบัติ พ่อ แม่ ฉลอง คุณ ท่าน บท หก อย่า ฆ่า มนุษ นอก ครรภ ใน ครรภ บท เจด อย่า ได้ ทำชั่ว กับ ผัว เมีย อื่น จง ผัว เดียว เมีย เดียว บท แปด อย่า แวด เวียน เพียร ลัก ทรัพย ของ ท่าน ผู้ อื่น บท เก้า อย่า มุษา เปน พะยาน เท็จ กล่าว คำ จริง บท สิบ อย่า เบียด เบียฬ สิ่ง ของ ๆ เพื่อน บ้าน ไม่ ดี เลย แล้ว จง รัก เขา ผู้ อื่น ให้ เหมือน กับ รัก ตัว ของ ตัว เอง ด้วย มนุษเรา เปน คน มี บาป ต้อง ลุกะ โทษ เพียร ประพฤติ์ ตาม สมเด็จ พระบรม มหา เยซูเจ้า เรา สั่ง ทุก ประการ จน กราบ เท้า วัน ตาย แล้ว จึ่ง จะ เอา ชีวิตร จิตร วิญญาณ นั้น รอด ได้ สม คำ ซึ่ง พระเยซู เจ้า เรา ตรัส ผู้ ที่ เชื่อ แล รับ ศิล จุ่ม น้ำ จะ รอด แล ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ได้ อ่าน หนังสือ นักปราช ผู้ ฉลาด แต่ง เรื่อง ว่า ด้วย สำมะคี ใน กรุง สยาม เรา นี้ เหน จะ หา ยาก ด้วย พระบาฬี คำ สอน ว่า ตัว ของ เรา เอง ก็ อย่า ให้ พึ่ง รัก สาธาไร ตัว ของ ท่าน ผู้ อื่น จะ ให้ เปน สำมะคี ต่อ กัน ท่าน คิด ดู แต่ เท่า นี้ เถิด ทุก วัน นี้ กรุง สยาม เรา เปน เพราะ ด้วย คำ สอน ห้าม มิ ให้ รัก ราษฎร จึ่ง ได้ เปน ความ กัน เหลือ ที่ จะ ประ มาณ ถ้า แม้น สอน ให้ รัก กัน ที่ ไหน จะ ได้ เปน ความ กัน อย่าง นี้ ของ ไม่ ใช่ ของ ตัว ก็ ฟ้อง ว่า ของ ตัว จะ เอา ส่วน แบ่ง ปั้น ก็ รู้ อยู่ ว่า ตาย เอา ไป ไม่ ได้ เหตุ ไฉน จึ่ง ได้ ไป ฟ้อง เขา ชั่ง ไม่ คิด ถึง ทุกขัง อะนิจัง อะนัตตา บ้าง เลย เปรียบ ให้ ฟัง แต่ เท่า นี้ ผู้ ที่ แต่ง หนังสือ สำมคี นั้น จะ ไม่ จริง การ ซึ่ง ว่า สำมคี นั้น พวก จีน ก็ ไม่มี ใคร สั่ง สอน เหตุ ไฉน เขา จึ่ง สำมคี กัน ได้ เมื่อ ฝรั่งเศศ ไป ตี บ้าน เมือง เขา ถ้า เขา ไม่ สำมคี ต่อ กัน ฝรั่งเศศ ก็ คง เอา พวก จีน เปน เชลย เปรียบ ความ แต่ เท่า นี้ ท่าน พึ่ง เข้า ใจ เอา เถิด คน ชาว เมือง ลังกา มอญ พม่า ลาว เขมร ไทย ถือ ตาม โอวาท สั่ง ส่อน พระโคดม ว่า ตัว ของ ตัว ก็ อย่า ให้ รัก สาอาไร ท่าน ผู้ อื่น จะ ไป สามัคี กัน ได้ คำภีร์ คฤศศาสนา ส่อน ว่า มนุษ แล้ว ให้ รัก กัน จึ่ง จะ สามัคี ต่อ กัน ได้ ซึ่ง คำ ที่ สอน ว่า ไม่ ให้ รัก กัน นั้น ท่าน นักปราช ใน กรุง สยาม เหน ชอบ ด้วย แล้ว ฤา ถ้า แม้น ท่าน เหน ชอบ การ สามัคี นั้น เหน จะ เปน ไป ไม่ ได้ นักปราช ผู้ ฉลาด ยัง อ่อน ปัญญา นัก ถ้า แม้น ท่าน มี ปัญญา แล้ว ท่าน ต้อง แต่ง เรื่อง สุจริต เรื่อง ยุติธรรม แล้ว ภาย หลัง จึ่ง ค่อย แต่ง เรื่อง สามัคี ความ สาม ข้อ นี้ ยาก ที่ จะ แต่ง จะ สอน ถึง จะ สอน เขา อย่าง ไร เขา ก็ ไม่ เหน ด้วย เขา คิด เหน ตาม เพศ บ้าน เพศ เมือง ซึ่ง จะ สอน ให้ เขา ดี ทิ้ง ความ ชั่ว เสีย นั้น เขา เหน จะ ไม่ ยอม พวก มิศชันเอรี่ หมอ อะเมริกัน ตั้ง ใจ เอา ความ ดี เข้า มา สั่ง สอน ประมาณ ๔๐ ปี ๕๐ ปี ก็ ไม่ มิ ท่าน ผู้ ใด คิด เหน ชอบ ด้วย ใน คฤศศาสนา ว่า มนุษ เปน คน บาป ท่าน ต้อง เอา ปัญญา อัน เลอียด ตรึก ตรอง ดู จึ่ง จะ รู้ จริง ผู้ ใด มี ความ เชื่อ ใน คฤศศาสนา จัด เปน คน มี ปัญญา เอา ตัว รอด ได้ คน ชาว ยุโรป เพราะ เขา มี ความ เชื่อ พระเจ้า จึ่ง ดน ใจ ให้ เขา มี ปัญญา สาระพัด สิ่ง ใด ที่ เขา จะ ทำ ได้ คน ที่ ไม่ มี ความ เชื่อ พระเจ้า จึ่ง ได้ สาป เสีย ไม่ ให้ มี ปัญญา แต่ ก่อน นั้น พวก อินเดีย เปน คน เช่น เหมือน กับ ข่า กะเหรี่ยง พวก มิดชันเอรี่ ไป สั่ง สอน ศาสนา พวก อินเดีย มี ความ เชื่อ ทุก วัน นี้ พวก อินเดีย ถือ ใน คฤศศาสนา มาก ก็ มี ปัญญา คล้าย กับ ฝรั่ง ท่าน นักปราช ผู้ ฉลาด มี ปัญญา ตรอง ดู ความ แต่ เท่า นี้ ก็ คง รู้ ว่า คฤศศาสนา จริง เที่ยง แท้ ( ชาว สยาม ) ฯะ
ณวัน พุฒ เดือน เก้า แรม หนึ่ง ค่ำ
เงิน แบกร์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลึง ๖ เปนซ ๗ อัฐ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลึง ๗ เปนซ กับ ๑ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๗๗ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ เมือง บอมเบ วัน จันทร เดือน เก้า ขึ้น เจด ค่ำ ซุล ตัน เจ้า เกาะ ซันซิบาร ยอม ทำ ตาม พวก เยอรแมน ร้อง หา นั้น ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน เก้า ขึ้น เจด ค่ำ ใน ชะณะ เดี๋ยว นี้ บริติช คอเวินแมนต มิ ได้ หมาย จะ ให้ พวก ข้า หลวง จัด เรื่อง เขตร เลิก กลับ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น เก้า ค่ำ หนังสือ จดหมาย เหตุ ซะแตนดาด ลง พิมพ ข้อ หนึ่ง ว่า คอ เวินแมนต รูเซี่ย ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ด้วย ตำบล ช่อง ซุลฝี่การ นั้น แล ได้ ดัด แปลง ความ อยาก ได้ นั้น ภอ เปน ที่ ไว้ ใจ ว่า คง รักษา การ สงบ เรียบ ๚ะ
๏ เมือง ไกโร วัน ประหัศบดี เดือน เก้า ขึ้น สิบ ค่ำ พวก กระบถ เอา เมือง เดเบ แล เมือง อะบุศุชิ ไว้ แล้ว แล พวก กระบถ นั้น ขยาย ทัพ จะ ไป ยัง เมือง ดองโคละ เมือง ใหม่ นั้น ฯะ
๏ กรุง ปารีศ วัน ศุกร เดือน เก้า ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ โรค ลง ราก แอเชี่ย นั้น ทวี ขึ้น ใน เมือง มาเซลซ์ คน ตื่น ใจ กลัว เปน อัน มาก ๚ะ
๏ เมือง ไกโร วัน ศุกร เดือน เก้า ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ค่าย ที่ เมือง กะซะละ อ่อน น้อม ยอม ขึ้น กับ พวก ที่ ล้อม เมือง ไว้ นั้น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน เก้า ขึ้น สิบสี่ ค่ำ รุเซี่ย เลิก ยก ความ ที่ หา อัน ว่า ด้วย ช่อง ซุลฝี่การ นั้น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน เก้า ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ ความ วุ่น วาย ใน กรุง มะดริด มาก ขึ้น ด้วย เรื่อง เยอรเมนี่ เอา เกาะ กาโรไลน บาง เกาะ ไว้ เปน ของ ๆ เยอร แมนี่ ทาง พระราช ไมตรี ทั้ง สอง ฝ่าย นั้น ขยับ จะ แตก ร้าว ขาด กัน ไป ๚ะ
๏ ที่ กรุง เซนต์ปีเตอรซเบิก เขา ปะติเสด ว่า สัญา ต่อ รุเซี่ย แล โกเรีย นั้น ไม่ มี ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน เก้า ขึ้น สิบห้า ค่ำ มี คำ สั่ง ให้ กอง ทัพ เพื่อ นั้น ขยาย ไป ๚ะ
ราชทูต สยาม
๏ กรม หมื่น นเรศวรริทธิ์ ทั้ง ภรรยา ออก จาก ลันดัน แล้ว จะ ไป ที่ กอนไติเนต์ จะ แวะ ที่ กรุง ปารีศ ก่อน จะ ไป ประเทศ ซวิเซอรแลนด แล อิตะลี่ จะ คอย กำปั่นไฟ อังกฤษ จึ่ง จะ ถึง เมือง ปรินดิซี ณวัน อาทิตย เดือน แปด อุตรา สาธ แรม สิบสี่ ค่ำ จะ รับ พระราช โอรส ของ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม สี่ พระองค ซึ่ง ใน หลวง ใช้ ให้ ไป เรียน สิลประสาตร ที่ ประเทศ อิงแลนด์ หมอ เคา วัน เปน ธุระ กำกับ นำ ใน การ ที่ จะ เล่า เรียน สิลประ สาตร นั้น ๚ะ
| กำปั่น เข้า ออก ใน กรุงเทพ | ||||||
| แต่ วัน อังคาร เดือน ๙ ขึ้น ๙ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน เก้า ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| วอรเวิตช์ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๖๑๒ ตัน | บรุน | มารกวาลด แอน โก | ไซง่อน | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| วอรติเคน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๗๖ | เบราน์ | จิ๋น | เกาะ หมาก | แรม ๒ ค่ำ |
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๕๙ | ไฮดะ | จิ๋น | สิงฆโปร | ๔ ค่ำ |
| ติเรนโต | ก ๒ ส ค อิตาเลียน | ๖๕๓ | ฟาซิโอ | บอรนิโอ กำปะนี | เกาะ หมาก | ๔ ค่ำ |
| บางกอก | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๙๗ | เวแมน | วินดซอโรซ แอน โก | แคลซโค | ๕ ค่ำ |
| ตริโต | ก ก ฟ เยอรแมน | ๑๑๕๒ | ไปลกิน | วินดซอรโรซ แอนโก | ฮองกอง | ๕ ค่ำ |
| ซตอร์ฟุซเดน | ก ๒ ค รูเชียน | ๕๘๖ | แคด | วินดซอ โรซ แอน โก | บะแตเวีย | ๕ ค่ำ |
| เวซแปเชียน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๗๙๒ | แอเลกซันเดอ | ฮวลี่ | สิงฆโปร | ๖ ค่ำ |
| กิมซุนฮวด | ก ๒ ส ค อังกฤษ | ๒๐๘ | จิ๋น | จิ๋น | สิงฆโปร | ๖ ค่ำ |
| ฮิลดะ | ก ๒ ส ค ซวิดิช | ๔๗๕ | แอฟซิล๊อซ | ยุเกอรซิก แอน โก | บะแตเวีย | ๒ ค่ำ |
| สยาม | ก ๒ ค สยาม | ๒๘๐ | — | จิ๋น | สิงฆโปร | ๒ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๕๐ | ไวตะ | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ๗ ค่ำ |
| บัวผัน | ก ๒ ค สยาม | ๕๗๔ | ซักซตอฟ | จิ๋น | ฮองกอง | ๗ ค่ำ |
| สุริยวมษ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๑๓ | โมลเซน | มาร์กวาลด์ แอน โก | สิงฆโปร | ๗ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| แมกอะลิสเตอร์ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๗ | ดุลลอด | บอรนิโอ กำปนี | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| ลินดะ | ก ๒ ส ค อิตาเลียน | ๗๑๐ | โอลิวารี่ | วินดซอโรซ แอน โก | ยุโรป | ๑๕ ค่ำ |
| เฮรมิศ | ก ๒ ส ค เยอรแมน | ๔๔๐ | ครุเบ | บอรนิโอ กำปนี | ฟาลเมาท์ | แรม ๒ ค่ำ |
| พ่อตุน | ก ๒ ส ค สยาม | ๖๐๕ | โซเดอรซตรอม | จิ๋น | ฮองกอง | ๔ ค่ำ |
| วอรติเคน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๗๖ | เบราน | จิ๋น | ฮองกอง | ๕ ค่ำ |
| พุเจา | ก ๒ ส ค สยาม | ๓๐๐ | ไมเออ | จิ๋น | ฮองกอง | ๕ ค่ำ |
| กอนฟุซิอัซ | ก ส ค สยาม | ๒๕๘ | ซิมซัน | จิ๋น | ฮองกอง | ๖ ค่ำ |
| วอรเวิตช์ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๖๑๒ | บรุน | มากวาลด แอน โก | ฮองกอง | ๗ ค่ำ |
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๕๙ | ไฮดะ | จิ๋น | สิงฆโปร | ๗ ค่ำ |
| ไดอะมอนดซิตี | ก ๒ ส ค สยาม | ๒๖๑ | ซเป็นเซอร์ | จิ๋น | ฮองกอง | ๗ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า กำปั่น ไฟ เวอรเวิตซ มี แต่ อับเฉา ๏ กำปั่น ไฟ วอรติเคน แหม่ม เบราน เดิน สาร มา ๏ กำปั่น | ||||||
| ไฟ บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาร ที่ ดาษ ฟ้า ๗๐ คน ๏ กำปั่น ไฟ บางกอก มี แต่ อับเฉา แล ของ กิน | ||||||
| ๏ กำปั่น ไฟ ตริโต มี แต่ อับเฉา จิ๋น เดิน สาร สอง คน ฝร่ง คน หนึ่ง ๏ กำปั่น ไฟ เวซแปเชียน บันทุก ของ ต่าง ๆ | ||||||
| ๏ กำปั่น ไฟ ฮินดะ มา ลำ เปล่า ๏ กำปั่น ไฟ สยาม บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ฯะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ไฟ ขา ออก แมกอะลิสเตอร์ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ กำปั่น ไฟ เฮรมิศ | ||||||
| บันทุก ไม้ สัก ๏ กำปั่น ไฟ ลินดะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ กำปั่น วอรติเคน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล ฮ่องกอง | ||||||
| แล ญี่ปุ่น อะเมริกัน ๏ กำปั่น ไฟ บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร อินเดีย แล ยุโรป ฯะ | ||||||
๏ จดหมาย เหตุ แผ่น ๔๑ ว่า ถึง แผ่น ๓๒ จะ ให้ แก้ ใน พระไตร ปิฏก ข้า พระเจ้า สาระภาพ แก้ ว่า อย่าง นี้ พระธรรม ข้าง พระบาท ไม่ เปน จริง เที่ยง แท้ หา มิ ได้ ใน บัดนี้ เรา จะ สำแดง ให้ เหน ว่า พระไตร ปิฏก ฝ่าย เพศ พระโคดม ไม่ มี เจ้า ของ ไม่ มี ผู้ ตบ แต่ง ประการ หนึ่ง ไม่ เปน ที่ ตั้ง ไม่ เปน หลัก ใน พระสาศนา ประการ หนึ่ง มี ตำหนิ เปน อัน มาก ไม่ เปน จริง เที่ยง แท้ ประการ หนึ่ง ศีล แล วิไนย แห่ง พระธรรม นั้น ถือ ไป ไม่ ได้ ประการ หนึ่ง มิ อาสามาท ที่ จะ ภา เรา มนุษ ไป สู่ สวรรค แล แคล้ว เสีย ซึ่ง นรก ได้ อีก ประการ หนึ่ง เปน ห้า ประการ ด้วย กัน ( ชาว สยาม )
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย
ลง ความ น้อย กว่า ล่าม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะเรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๗๐ บาท
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมัย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ๚ะ
เปน ทั้ง หมอ ยา ทั้ง หมอ ผ่า
ภัก อยู่ ที่ โรง เลี้ยง แขก คือ ยูไนเวอซัล โฮเตล เคียง ห้าง ทำ ขนม ปัง คน ไข้ คน โรค มา หา ได้ แล้ว แต่ จะต้อง การ พึ่ง กับ ยา แล วิชา ของ หมอ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น สอง ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ๚ะ
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก
AYER'S AGUE CURE.
๏ ๔ ยา คือ เอเออร์ เอคู กุเออ แก้ ไข้ จับ แล โคร ต่าง ๆ อัน มัก เกิด ใน ที่ ลุ่ม ที่ ชุ่ม ชื้น นัก ๚ะ
๏ ถ้า เกิด เหตุ ว่า ผิด ลม ผิด อากาศ ผิด ภูม ที่ แล้ว รีบ กิน ยา เอเออร์ เอคู กุเออ ให้ ดับ เหตุ ร้าย แล กิน จน ตัว หาย ดี ยา ขนาน นี้ กิน วัน ละ สี่ หน คราว ละ ช้อน น้ำ ร้อน ช้อน หนึ่ง ก่อน รับ ประทาน อาหาร สัก ครึ่ง ชั่ว โมง สาม หน แล ก่อน จะ เข้า นอน หน หนึ่ง ถ้า เดก อายุ สิบ ขวบ ให้ กิน ๓๐ หยด ถ้า ห้า ขวบ ๒๐ หยด ยา ขนาน นี้ กิน ได้ ใน น้ำ ชา น้ำ กาแผ่ น้ำ นม ฤๅ ใน น้ำ ก็ ได้ ถ้า ไม่ ใคร่ เดิน กิน ยา เม็ด เอเออร์ บีลซ์ ให้ เดิน ภอ เปน ปรกติ ก็ ได้ ๚ะ
AYER'S HAIR VIGOR.
๏ ๕ ยา คือ เอเออร์ แฮร วิคอร เปน ของ สำหรับ โต๊ะ แต่ง ตัว เปน ยา แก้ ผม หล่น ให้ ดก แล ผม หงอก ให้ มี ศรี อย่าง เดิม ๚ะ
๏ ขนาน นี้ ถ้า จะ ทา ผม เปน แต่ การ แต่ง ตัว ไม่ ต้อง เขย่า ขวด ถ้า จะ ใช้ รักษา เนื้อ ศีศะ เขย่า ก่อน จึ่ง ทา ผม เถิด ๚ะ
๏ เชิญ ไป ซื้อ ยา ห้า อย่าง นี้ ที่ ห้าง เอ ยุลิง แอน โก ตั้ง ห้าง ฝั่ง แม่ น้ำ เจ้า พระยา ใต้ ปาก คลอง ขุด ใหม่ ถ่าง เหนือ ตึก กงซุล โปรตเกษ ขึ้น ไป น้อย หนึ่ง ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกะ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี (จ ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด