เดือน ๑๐ ขึ้น ค่ำ ๑, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๓ วัน พุฒ เดือน สิบ ขึ้น ค่ำ ๑ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ ราชทูต สยาม
ออก ไป เจริญ ทาง พระราช ไมตรี กรุง ฝรั่งเศศ

๏ ช่าง ที่ ทำ บอก ว่า โคม หนึ่ง ราคา สี่ หมื่น แปด พัน แพรง คิด เปน เงิน ไทย สอง ร้อย ชั่ง แล้ว ไป ดู มานุแฟก ที่ ทำ เครื่อง ม้า อีก แห่ง หนึ่ง ช่าง ที่ ทำ นั้น เย็บ ด้วย เครื่อง จักร ทั้ง สิ้น ทอง ที่ บีด ลวด ลาย นั้น ก็ บีด ด้วย พิมพ์ มิ ได้ ยาก แก่ ผู้ ทำ เลย เวลา บ่าย สี่ โมง ทูตานุทูต ก็ กลับ มา โฮเตล ครั้น เวลา ค่ำ ไป ดู ที่ สวน ทำ สำหรับ เต้น รำ แห่ง หนึ่ง ต้น ไม้ ที่ ใน สวน นั้น ทำ ด้วย ทอง แดง ทำ ด้วย เหล็ก เคลือบ ศรี เหมือน ใบ ไม้ ต้น ไม้ จริง ๆ ถ้า ไม่ สังเกต ก็ ไม่ รู้ ว่า เปน ของ ทำ ผล ไม้ นั้น ทำ ด้วย แก้ว ตาม ไฟ ก็าด ใน นั้น ดู งด งาม นัก เวลา ล่อง ยาม เลิก จาก เต้น รำ แล้ว ก็ กลับ มา โฮเตล ส่วน ที่ ทำ เปน ปาก ไว้ สำหรับ เต้น รำ นั้น ใน กรุง ปารีศ ยัง มี อีก หลาย ตำบล จะ พรรณา ไป ก็ ยืด ยาว นัก ฯะ

๏ วัน เสาร เดือน เก้า แรม สาม ค่ำ เวลา เที่ยง ทูตานุทูต ไป หา ลอดเกาลี่ ทูต อังกฤษ ซึ่ง อยู่ ณกรุง ปารีศ เหมือน กงซุล แต่ ประเทศ ยุโรป เรียก กัน ว่า ทูต ลอด เกาลี่ ออก มา รับ เชิญ ให้ ทูตานุทูต ขึ้น ไป บน ตึก ที่ อยู่ ลอดเกาลี่ ๆ จึ่ง ถาม ราชทูต ว่า ทูตานุทูต มา อยู่ ที่ กรุง ปารีศ นี้ มี ความ ศุข สะบาย อยู่ ฤา ราชทูต ตอบ ว่า มี ความ ศุข สะบาย อยู่ ด้วย กัน ทั้ง สิ้น ราชทูต จึ่ง ว่า กับ ลอดเกาลี่ ว่า สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม โปรด ให้ ทูตานุทูต จำ ทูล พระ ราช สาสน์ แล เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ มา เจริญ ทาง พระราช ไมตรี สมเด็จ พระเจ้า กรุง ฝรั่ง เล่ศ ทูตานุทูต ได้ ถวาย พระราช สาส์น์ แล้ว ยัง แต่ พระราช สาส์น์ จะ ไป ถวาย พระเจ้า กรุง บริต ตาเนีย นั้น ท่าน จะ โปรด ประการ ใด ลอดเกาลี่ ตอบ ว่า บัดนี้ กวิ่น ไม่ ได้ อยู่ ที่ กรุง ลันดัน เสด็จ ไป อยู่ ซะกอดแลนด บาง ที ก็ อยู่ ค้างปี ถ้า ทูตานุทูต จะ ไป ลันดัน นั้น เหน จะ ไม่ ได้ เฝ้า เพราะ ที่ เมือง ซะกอดแลนด นั้น ไม่ มี ที่ จะ เสด็จ ออก รับ ทูตา นุทูต ให้ สม แก่ พระเกียรติยศ พระเจ้า กรุง สยาม พระราช สาส์น์ นั้น ถ้า ท่าน จะ ส่ง ให้ ข้าพเจ้า ฯ จะ รับ ส่ง ไป ถวาย ให้ ถึง พระหัตถ กวิ่น ถ้า ท่าน จะ ส่ง พระ ราช สาส์น์ มา ให้ ข้าพเจ้า เมื่อ ใด ข้าพเจ้า จะ คอย รับ แล ส่ง ไป ถวาย กวิ่น เมื่อ นั้น แล ทูตานุทูต ก็ ลา กลับ มา โฮเตล ๚ะ

๏ วัน อังคาร เดือน เก้า แรม หก ค่ำ เวลา สอง โมง เช้า ราชทูต ให้ นาย สรรพวิไชย หลวง อินทร มนตรี ขุนจรเจนทะเล เชิญ พระราช สาส์น์ กับ เครื่อง มงคล ราชบรรณาการ ไป ที่ อยู่ ลอดเกาลี่ เวลา นั้น ลอดเกาลี่ หา อยู่ ไม่ ให้ มิศเตอร์ ทอลอ ที่ สอง รับ พระราช สาส์น์ กับ เครื่อง มงคล ราชบรรณาการ ไว้ ครั้น เวลา บ่าย ห้า โมง อุปทูต หนึ่ง ตรีทูต หนึ่ง นาย ชาย หนึ่ง หลวง ชาติสุรินทร์ หนึ่ง ขุนจรเจน ทะเล หนึ่ง นาย หวาด หนึ่ง นาย เอี่ยม หนึ่ง รวม เจ็ด นาย ลา ท่าน มิศเตอ ทวะแนล ผู้ สำเร็จ ราชการ ต่าง ประเทศ ไป เที่ยว กรุง ลันดัน เมื่อ ถึง ที่ ท่า รถ ไฟ แล้ว ต้อง ซื้อ สมุด สำหรับ ตัว ไป คน ละ เล่ม รถ เฟอซ กล๊าศ นั้น มี ที่ นั่ง หลัง หนึ่ง สาม ห้อง ๆ หนึ่ง นั่ง ได้ สี่ คน พร้อม ด้วย ฟูก หมอน ไป รถ เฟอซ กล๊าศ สี่ คน เสี่ย เงิน คน ละ เก้าสิบ แพรง รถ เซะกันด กล๊าศ นั้น ก็ กั้น เปน สาม ห้อง เหมือน กัน แต ห้อง หนึ่ง นั่ง ได้ แปด คน ไปรถ เซะกันตกล๊าศ สามคน เสี่ย เงิน คน ละ หกสิบ ห้า แพรง ทั้ง ไป ทั้ง มา ขึ้น รถ ไฟ ออก จาก กรุง ปาริศ ตาม ทาง รถ ไฟ ไป นั้น มี นา เข้า โภชสาลี แล ไร่ ผัก แล มี สวน มี บ้าน เมือง ตลอด ไป ตาม ทาง รถ ไฟ บาง แห่ง มี ภูเขา เขา เจาะ เปน อุโมง ยาว ร้อย เส้น บ้าง สอง ร้อย เส้น บ้าง ใน อุโมง บาง แห่ง ทำ เปน ตะภาน ข้าม คลอง น้ำ ไหล เรือ เดิน ได้ บน ตะภาน ใต้ ตะภาน เปน ทาง รถ ไฟเดิน ตั้ง แต่ ออก จาก กรุง ปาริศ ไป ตาม ทาง หยุด เติม น้ำ เติม ถ่าน รับ คน ส่ง คน สิบห้า แห่ง เมื่อ รถ หยุด เข้า ณะ ที่ แห่ง ใด เจ้า ของ ผู้ ตรวจ คน ก็ เอา กระดาษ หนังสือ สำหรับ ตัว ไว้ ใบ หนึ่ง ทุก แห่ง รถ ไฟ ไป ตาม ทาง ข้าม ตะภาน กลาง ทุ่ง สอง ตำบล ข้าม ตะภาน แม่ น้ำ สอง ตำบล ลอด ตะภาน ตำบล หนึ่ง ลอด อุโมง สาม ตำบล เวลา สอง ยาม ถึง เมือง โบลง เปน ทาง ร้อย เก้า สิบห้า ไมล์ แล้ว ลง เรือ กลไฟ ข้าม ไป เวลา นั้น หมอก ลง ไม่ เหน ร่อง กับตัน ให้ ใช้ จักร ไม่ เต็ม กำลัง ถึง ท่า ฟกซะเติน เวลา สิบ ทุ่ม คลาด เวลา รถ ไฟ

๏ วัน พุฒ เดือน เก้า แรม ค่ำ หนึ่ง เวลา ย่ำ รุ่ง ขึ้น รถ ไฟ ไป จาก ท่า ฟกซะเติน หยุด ใส่ น้ำ ใส่ ถ่าน รับ คน ส่ง คน สิบ เอจ ตำบล ข้าม ตะภาน กลาง ทุ่ง สอง ตำบล ตะภาน แม่ น้ำ ตำบล หนึ่ง ลอด อุโมง ห้า แห่ง เวลา สี่ โมง เช้า ถึง ที่ ภัก รถ ไฟ ณะกรุง ลันดัน เปน ระยะ ทาง แปดสิบ ห้า ไมล์ มิศเตอร เมชัน ผู้ รับ ว่า การ กงซุล เดนมาก ที่ กรุง เทพ รับ ทูตา นุทูต ไป อยู่ โฮเตล ใน กรุง ลันดัน ครั้น เวลา บ่าย สอง โมง อุปทูต ตรีทูต เลั่มียน ล่าม ไป ดู อุโมง ใต้ น้ำ ใน อุโมง นั้น ยาว สอง พัน พึด คือ สิบห้า เส้น เจด วา ศอก สี่ นิ้ว กว้าง สี่สิบ พึด คือ หก วา สิบสี่ นิ้ว ภุก แต่ ปาก อุโมง จน ถึง พื้น ล่าง เจด สิบ หก พึด คือ สิบ เอ็ด วา สอง ศอก ห้า นิ้ว ทำ เปน สอง ทาง ทาง หนึ่ง ทำ เปน ทาง คน เดิน ทาง หนึ่ง ตั้ง ร้าน ขาย ของ เล่น ของ กิน ต่าง ๆ สว่าง แจ้ง ด้วย แสง ไฟ ก๊าศ คน เดิน เที่ยว ไป มา มิ ได้ ขาด อนึ่ง เรือ กลไฟ ที่ ขึ้น ล่อง อยู่ ใน ลำ แม่ น้ำ นั้น ถ้า มา ถึง ตรง อุโมง คน ที่ อยู่ ใน อุโมง ก็ รู้ ด้วย จักร พัด น้ำ ดัง ได้ ยิน สนัด ทูต เที่ยว ซื้อ ของ เล่น อยู่ ใน อุโมง จน เย็น แล้ว ก็ กลับ มา ที่ สำนักนี้ รุ่ง ขึ้น เวลา สาม โมง เช้า ไป ดู ที่ โกโลเซี่ยม เปน ที่ สำแดง ให้ เหน ตึก ถนน แม่ น้ำ ทั่ว ทั้ง กรุง ลัน ดัน แห่ง หนึ่ง เมื่อ ไป ถึง แล้ว เจ้า ของ ที่ จึง ให้ เข้า นั่ง ใน ที่ ดู ที่ ดู นั้น นั่ง ได้ สิบหก คน แล้ว เจ้า ของ จึ่ง หัน จักร ที่ นั้น ก็ ลอย ขึ้น ไป สูง ประมาณ สิบ วา ครั้น ถึง ชั้น บน เจ้า ของ จึ่ง ให้ ออก เดิน ดู ตาม เฉลี่ยง กลม โดย รอบ แล เหน เปน ภูม ถาน บ้าน เมือง กว้าง ใหญ่ ไกล สุด สาย ตา มี ถนน ตึก บ้าน ร้าน ตลาด ลำ แม่ น้ำ เรือ ขึ้น ล่อง ดู เหมือน จริง ครั้น ดู ทั่ว แล้ว ก็ เข้า ใน ที่ พร้อม กัน ไข จักร กลับ คืน ลง มา ดัง เก่า ต้อง เสีย เงิน ให้ เจ้า ของ ที่ คน หนึ่ง สอง สลึง แล้ว ไป ดู ที่ มรดาตุศซอน ก็ อีก แห่ง หนึ่ง ชั้น ล่าง เปน ที่ ขาย ของ ต่าง ๆ มาก กว่า ชั้น สอง ชั้น สาม ทำ เปน รูปมนุษ ปั้น ด้วย ขี้ ผึ้ง ประ สม มี รูป กวีน รูป ปรินซอาลเบิด แล พระรูป เจ้า ลูก เธอ เก้า องค์ กับ วงษานุวงษ แล รูป พระ เจ้า นะโปเลียน บอนนิปาด สมเด็จ พระเจ้า อำเปรอ เอมเปรศ พระมะเหษี พระเจ้า ลูก เธอ นะโปเลียน แล รูป กระษัตร ต่าง เมือง ต่าง ชาติ์ รูป ดุก รูป ลอด รูป มินิศะเตอ รูป อื่น ๆ ยืน นั่ง มี อยู่ มาก บาง รูป ก็ กลอก ตา ได้ รูป ผู้ หญิง คน หนึ่ง นอน หาย ใจ ดู เหมือน นอน หลับ รูป ทั้งปวง นั้น สวม กางเกง เสื้อ แล เครื่อง แต่ง ตัว ต่าง ๆ ตาม ยศ ดู ผิว พรรณ์ สัณฐาน ปรากฎ เหมือน คน เปน นั่ง พูด จา ปราไศย เล่น ตาม มิศหาย ไป มา เยียม เยือน กัน แล มี ตัว อย่าง เครื่อง อาวุธ สำหรับ ฆ่า คน อย่าง ฝรั่งเสศ อย่าง อังกฤษ อยู่ ที่ นั้น ด้วย ครั้น ดู ทั่ว แล้ว ต้อง เสีย เงิน ให้ กับ ผู้ อยู่ รักษา คน หนึ่ง สาม สลึง แล้ว ก็ กลับ มา ที่ ภัก รุ่ง ขึ้น เวลา สาม โมง เช้า ไป เที่ยว ตาม ห้าง ร้าน ตลาด ใน กรุง ลันดัน แล้ว ไป ดู ที่ มานุแฟก มิสเตอร์ ยอน เปน ที่ ทำ เรือ กลไฟ ใหญ่ น้อย มานแฟก นั้น ใหญ่ โต นัก เมื่อ ทูต ไป มิสเตอร์ ยอน เปน อยู่ ที่ บ้าน หา ได้ อยู่ มานูแฟก ไม่ ที่ มานูแฟก นั้น มี เครื่อง เตละกราฟ ล่าม สาย ตลอด ไป ถึง ที่ อยู่ มิสเตอร์ ยอน เปน ผู้ รักษา บอก เตละกราฟ ไป ถึง มิสเตอร์ ยอน เปน ๆ ทราบ ว่า ทูต ไป ที่ มานูแฟก ก็ รีบ มารับ ถึง แล้ว ภา ไป ดู มานแฟก อุลิด ของ เดอเออแมน อังกฤษ ที่ ทำ เครื่อง ปืน ใหญ่ แล ที่ หล่อ เหล็ก ฟาก แล้ว ภา ไป ลง เรือ กลไฟ จักร ข้าง เที่ยว ดู ตาม ลำ แม่ น้ำ เทมซ์ แม่ น้ำ นี้ อยู่ ใน กลาง กรุง ลันดัน มี ตภาน ข้าม แปด แห่ง บาง ตภาน ทำ ด้วย เหล็ก บาง ตภาน ทำ ด้วย สี่ลา พ้น ตภาน ลง ไป น้ำ ภุก [?] มาก กำปั่น ใหญ่ เข้า ออก ได้ แม่ น้ำ นั้น บาง แห่ง กว้าง บาง แห่ง เท่า แม่ น้ำ เจ้าพระยา ใน กรุง เทพ มหา นคร บาง แห่ง ก็ แคบ กว่า ตาม ริม ฝั่ง ทั้ง สอง ฟาก ลง เขื่อน เหล็ก บ้าง ลง เขื่อน สี่ลา บ้าง มี ตึก แล ดู ตลอด ไป ตาม ลำ แม่ น้ำ กำปั่น ใบ แล เรือ กลไฟ ใหญ่ น้อย ใน แม่ น้ำ เทมส์ นั้น ที่ เข้า อู่ อยู่ ก็ มาก ที่ แล่น ขึ้น ล่อง ไป มา แล จอด ทอด อยู่ ก็ มาก มิสเตอร์ ยอน เปน ภา ไป ตาม ลำ แม่ น้ำ ทาง ประ มาณ หก สิบ ไมล์ แล้ว จึ่ง ขึ้น บก กลับ มา ที่ ภัก เรือ ที่ กรุง ลันดัน นั้น ครั้น จะ พรรณา ไป ก็ ยืด ยาว มาก นัก ด้วย มี อยู่ ใน หนังสือ พิมพ์ ที่ หม่อม ราโชไทย ตระต่าย แต่ง เมื่อ ราชทูต ออก ไป เจริญ ทาง พระราช ไมตรี ณะกรุง ลันดัน แต่ ครั้ง ก่อน นั้น แล้ว


๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ

กรม พระราชวัง บวร ฯ ทิวงคต

๏ ครั้น ณวัน เสาร์ เดือน เก้า แรม สี่ ค่ำ เวลา บ่าย สาม โมง พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว เสดจ พระราช ดำเนิน ขึ้น ไป พระราช วังบวร ฯ เสดจ ทาง พระ ที่ นั่ง อิศรา วินิจฉัย ขึ้น ประทับ บน เก๋ง ใหม่ ที่ พระ ศพ กรม พระราชวัง บวร สถาน มงคล พระราช ทาน น้ำ สรง พระศพ กรม พระราช วังบวร ฯ ชาว ประโคม ก็ ประ ประโคม แตร สังข กลอง ชะนะ พระบรม วงษา นุวงษ จึ่ง สรง น้ำ พระศพ ตาม ลำดับ ครั้น สรง แล้ว เจ้า พนักงาน ทรง เครื่อง พระศพ เชิญ พระศพ ลง พระลอง แล้ว เชิญ ออก ทาง ประตู สถาน มณเฑียร ขึ้น ประดิษ ฐาน บน ยาน นุมาศ ๓ ลำคาน ประกอบ พระโกษ ทอง น้อย มี เครื่อง สูง กลอง ชะนะ เทวะดา คู่ แห่ ๆ พระ ศพ มา เข้า ประตู พระ ที่นั่ง อิศรา วินิจฉัย เจ้า พนัก งาน เชิญ พระศพ ขึ้น ตั้ง บน ชั้น แว่น ฟ้า ใน พระ ที่นั่ง อิศรา วินิจฉัย แล้ว โปรด เกล้า ฯ ให้ นิมนต พระสงฆ ราชา คณะ ถานา นุกรม ๕๐ รูป สดัปกรณ พระราช ทาน ผ้า ไตรย แก่ พระสงฆ ทั้ง ๕๐ รูป มี พระสงฆ สวด พระ อภิธรรม ประจำ พระศพ ทั้ง กลาง วัน ทั้ง กลาง คืน ๚ะ

ศาล ต่าง ประเทศ

๏ พะยา เจริญราช ไมตรี ตระลาการ ใหญ่ ณะศาล ต่าง ประเทศ นั้น ถูก ปรับ ไหม แล จำ จอง บัด นี้ ใช้ พระดิฐการ ภักดิ์ ผู้ เปน ตระลาการ ศาร อุทธร ความ หัว เมือง ขึ้น กรมท่า ไป รับ ราชการ ชำระ ความ ที่ ศาล ต่าง ประเทศ แทน พระยา เจริญ ราช ไมตรี ต่อ ไป แต่ ณวัน ศุกร เดือน เก้า ขึ้น สิบ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ศักราช ๑๒๔๗ นี้ แล้ว ฯะ

ข่าว นคร เชียง ใหม่

๏ ใน สาม เดือน ที่ พึ่ง แล้ว นั้น ที่ เมือง นคร เชียง ใหม่ มี การ ศพ ภรรยา หลวง ของ เจ้า เมือง นคร เชียง ใหม่ เปน การ โต ใหญ่ วิเลิศ กว่า ที่ เคย มี ใน เมือง นั้น พระยาส้ม ประพร เลิก ราชการ ที่ นคร เชียง ใหม่ กลับ มา ยัง กรุง เทพ แล้ว แล พระยา มนตรี คน ใหม่ ขึ้น ไป เปน ข้า หลวง ช่วย ราช การ แทน แล้ว ท่าน จับ ว่า การ แล้ว พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรมหมื่น พิชิต ปรีชากร สิ้น ราชการ เสดจ กลับ มา ยัง กรุง เทพ แล้ว ชาว เมือง นคร เชียง ใหม่ ทั้ง ชาว นอก ที่ อาไศรย อยู่ ใน เมือง นั้น ชม สรรเสริญ ภรรยา เจ้า เมือง เชียง ใหม่ ที่ สิ้น ประชน แล้ว นั้น เปน อัน มาก ว่า ท่าน เมื่อ เปน อยู่ นั้น มี ความ อัชฌาไศรย เปน อัน มาก เรียบ ร้อย ดี นัก คน ทั้งปวง ก็ ชม สรรเสริญ พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรมหมื่น พิชิต เปน อัน มาก ด้วย เสดจ ช่วย คน ทั้งปวง ที่ คิด อ่าน ทำ การ ดี ไว้ เสดจ ได้ ช่วย พวก หม่อ อะเมริกัน จัด ให้ พวก หม่อ นั้น ได้ ที่ สำหรับ สอน พระเยซู สาษนา ใน เมือง ลคร แล ได้ ช่วย ให้ ได้ ที่ ใน นคร เชียง ใหม่ สำหรับ สร้าง ตึก รักษา คน ไข้ ใน เมือง นั้น ด้วย ไม่ ช้า ไม่ นาน นัก หมอ บีเบิลซ จะ ไป ยัง เมือง ลคร จะตั้ง ที่ สอน พระเยซู สาษนา แล ตั้ง ที่ สำหรับ รักษา คน ไข้ ใน เมือง นั้น พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ได้ พระราชทาน เงิน สอง พัน รูบี้ สำหรับ ตั้ง โรง ยา รักษา คน ไข้ นั้น ๚ะ

๏ บาง คน ที่ เมือง เชียง ใหม่ บ่น ว่า กลัว จะ ขัด เข้า ปี นี้ ทั้ง ฝน ปี นี้ น้อย นัก ถ้า ฝน ไม่ ตก มา ใน เดือน สิบ เอ็ด ข้าง ขึ้น เข้า ใน นคร เชียง ใหม่ แล เมือง ลาว ทั้ง นั้น จะ ขาด เปน แน่ แต่ เดี๋ยว นี้ เข้า สาร ซื้อ ขาย กัน ใน เชียง ใหม่ สอง กรัง บ้าง สาม กรัง บ้าง เปน เงิน รูบี้ หนึ่ง ถ้า เข้า น้อย ไป ปี นี้ ใน เมือง ลาว นั้น พวก ลาว นั้น คง มี ความ ลำบาก เปน อัน มาก ๚ะ

ว่า ด้วย ลคร ปรินซ์ เทียเตอร

๏ ข้าพเจ้า ผู้ สังซื้อ ถือ ใน คฤศศาสนา ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ แผ่น ๕๓ ว่า ด้วย ลคร ปรินซ์ เทีย เตอร์ มี ความ ชอบ ต่อ แผ่นดิน คือ เจ้า ต่าง ประ เทศ มา ดู ลคร ของ ปรินซ์ เทียเตอร แล้ว มี ตรา ให้ แก่ เจ้า ของ ปรินซ์ เทียเตอร ซึ่ง เรา ท่าน จะ มา ยก ย่อง กัน ว่า เปน ตรา ความ ชอบ นั้น ยัง ไม่ ได้ ก่อน ชอบ แต่ เจ้า ของ ปรินซ์ เทียเตอร ไป ตี ทัพ ฮ่อ จับ ได้ ฆ่า ฤา ชิง มา ทำ ยา นะ อย่าง หนึ่ง ฤา ราษฎร มี คน ข่ม เหง กด ขี่ ได้ ความ เดือด ร้อน ต้อง ทำ ฎีกา ขึ้น ทูล เกล้า ฯ ถวาย ถึง ใต้ ฝ่าลออง ธุลี พระบาท ฤา บ้าน เมือง เกิด โจร ผู้ ร้าย ช่วย ทุกข ของ ราษฎร ได้ ฤา ลูก ขุน ตระลาการ ตัด สิน ความ ไม่ เปน ยุติธรรม เหน แก่ สิน บน เจ้า ของ ปรินซ์ เทียเตอร จะ ได้ นำ เอา ความ ซึ่ง กล่าว มา แล้ว ทั้ง นี้ ขึ้น คำนับ กราบ บังคม ทูล ทราบ กรุณา ได้ ทรง ทราบ ถึง ใต้ ฝ่าลออง ธุลี พระบาท ท่าน จะ ได้ จัด ตั้ง เปลี่ยน ธรรมเนียม เสีย ใหม่ ลูกขุน ตระลาการ คน ไร ดี ท่าน จะ ได้ ให้ เงิน เดือน ให้ สม แก่ ยศ ศักดิ์ คน ไร ไม่ ดี ท่าน จะ ได้ คัด ออก ไม่ ต้อง การ จะ ตั้ง ลูกขุน ตระลาร ให้ มาก เสีย เบี้ย หวัด เงิน เดือน ถ้า ตั้ง ลูกขุน ตระลาการ มาก ก็ คง เหมือน กับ นิทาน เลี้ยง เสือ การ ซึ่ง จะ ตัดสิ์น ความ ของ ราษฎร นั้น จะ ให้ เปน ยุติธรรม คิด ดู ก็ ไม่ ยาก ถ้า ลูกขุน ตระลาการ จะ ตัดสิ์น ความ ของ ราษฎร ขอ ให้ สาบาน ต่อ หน้า พระ ผู้ เปน เจ้า ว่า จะ ตัดสิ์น ให้ ตาม ยุติธรรม ไม่ เข้า ด้วย ฝ่าย โจท ฝ่าย จำเลย ถ้า ตัดสิ์น ไม่ เปน ยุติธรรม ควร ต้อง ถอด เปลี่ยน ออก เสีย จาก ที่ เปรียบ ดุจ ดั่ง ของ เน่า เสีย ถ้า ขืน เอา ไว้ ก็ คง ภา ของ ที่ ดี พลอย เน่า เสีย ไป ด้วย เจ้า ของ ปรินซ์ เทียเตอร ก็ ไม่ คิด อ่าน นำ เอา ข้อ ความ ทั้ง นี้ ขึ้น กราบ บังคม ทูล พระกรุณา ซึ่ง จดหมาย เหตุ แผ่น ๕๓ มี คำ ยก ย่อง สรรเสริญ ว่า ลคร ของ ปรินซ์ เธียเตอร มี ความ ชอบ ต่อ แผ่นดิน ข้าพเจ้า ผู้ สัจซื่อ จึ่ง ยัง ไม่ เห็น ด้วย เจ้า ของ ปรินซ์ เทียเทอร พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระกรุณา ชุบ เลี้ยง ให้ เปน ถึง อะธิคะ บดี ต่าง พระเนตร พระกัน ท่าน ควร จะคิด อ่าน ช่วย การ แผ่นดิน อย่า ให้ คน ข่มเหง ราษฎร ได้ ความ เดือด ร้อน ด้วย ราษฎร มี ความ ชอบ ท่อ แผ่นดิน เปน อัน มาก ถ้า แม้น ให้ ราษฎร ป่[..] ปี้ เสีย แล้ว เงิน ภาษี อากร ก็ จะ น้อย ลง เงิน แผ่นดิน ก็ จะ ไม่ ภอ ใช้ ซึ่ง ปรินซ เทียเตอร ช่วย เอา เด็ก สาว มา เปน ลคร มา เล่น พ้อ กับ เด็ก หนุ่ม เจ้า ของ ปรินซ เทียเตอร เปน คน แก่ สูง อายุสง์ ที่ ไหน สาว หนุ่ม จะ รัก คนแก่ มัน คง จะ รัก คน หนุ่ม ครั้น มัน ตาม คน หนุ่ม ไป เจ้าของ ปรินซ เทียตอร ก็ ต้อง ทำ เรื่อง ราว ถวาย ฎีกา ต้อง เปน ความ แก่ ราษฎร ถึง เรื่อง เมีย น้อย เรื่อง ลคร คิด ดู แล้ว ไม่ สม ควร เลย ถ้า เปน ธรรมเนียม จีน ธรรมเนียม ยุโรป ที่ เขา จะ สรร เสริญ ท่าน นั้น เห็น จะ น้อย นัก ผู้ ที่ จะ ติ เตียน ท่าน นั้น เห็น จะ มี มาก จดหมาย เหตุ ว่า ด้วย แต่ง งาน บ่าว สาว หา ผู้ ใหญ่ มา เปน หลัก เปน ประธาน แล้ว ภา กัน เข้า โรง สวด ปะติยาน ต่อ หน้า พระเจ้า ว่า จะ ผัว เดียว เมีย เดียว อยู่ ด้วย กัน จน แก่ เถ้า วัน ตาย ธรรมเนียม อย่าง นี้ เปน ยุติธรรม เที่ยง แท้ ถ้า พวก ชาว เรา มา ประพฤติ์ เอา อย่าง เขา บ้าง ก็ จะ ไม่ ต้อง เปน ความ กัน ซึ่ง คนที่ มี เมีย มาก นั้น มี โทษ ใน ประ จุบัล ชาติ นี้ แล ชาติ น่า ไม่ เปน ยุติธรรม เลือก ที่ รัก มัก ที่ ชัง จึ่ง เห็น ว่า เกิด โทษ ครั้น ตัว เรา ตาย ไป วิญญาณ เรา นั้น จะ เข้า ไป สวรรค์ ก็ ไม่ ได้ ทุก วัน นี้ ทรง พระกรุณา โปรด ให้ ราษฎร ถวาย ฎีกา เดือน หนึ่ง วัน พระ สี่ หน ๆ หนึ่ง ถึง ๒๐ ฉบับ ๓๐ ฉบับ เปน เหตุ เพราะ ผู้ พิพากษา คะดี ของ ราษฎร ไม่ เปน ยุติ ธรรม ฎีกา จึ่ง ได้ มาก ควร จะ ต้อง ขุด ราก เง่า ผู้ พิภากษา เสีย บ้าง ความ ฎีกา นั้น จึ่ง จะ ค่อย น้อย ลง ๚ะ

๏ ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ผู้ มี บันดา ศักดิ์ เปน ที่ นับ ถือ กัน ทั้ง บ้าน เมือง จะ เอา ใจ ใส่ ช่วย การ แผ่นดิน บ้าน เมือง แล อะนา ประชา ราษฎร ตาม วาสนา สูง ตาม พาหนะ กำลัง มาก นั้น คน ทั้งปวง คง ชม จริง ๆ คง เอา ชื่อ เสียง ไว้ ใน แผ่นดิน ว่า ท่าน ได้ ทำ ความ ดี ไว้ กับ คน ทั้งปวง กับ บ้าน เมือง ด้วย คิด ให้ ความ ดี แผ่ ฟุ้ง ซ่าน ออก ไป คง ดี กว่า ที่ จะ คิด ให้ แต่ ความ สนุกนิ์ แผ่ ฟุ้ง ซ่าน ออก ไป นั้น เอไดเตอร ๚ะ

คำ เตือน ชาว สยาม

๏ ฉบับ นี้ เรา ลง ให้ แต่ เรา เหน ว่า ท่าน อยู่ ข้าง จะ ว่า ความ หนัก เหลือ เกิน ถ้า ท่าน เหน ว่า ท่าน มี ความ ดี อยาก จะ สำแดง ให้ คน ทั้งปวง เหน จริง ต้อง คิด อ่าน เอา ใจ เขา อย่า พูด ให้ เขา เคือง ขัด ใจ โกรธ ขึ้น มา ได้ ถ้า โกรธ แล้ว ถึง ท่าน จะ ว่า ความ ดี สัก เท่า ไร ผู้ ที่ โกรธ ที่ อ่าน คง ไม่ เหน ด้วย ขอ อย่า พูด แรง เกิน ไป คน จึ่ง จะ ตรึก ตรอง ดู ว่า ซึ่ง กล่าว มา นั้น จะ จริง เท็จ ดี ชั่ว เปน ประการ ใด เอไดตอร

๏ ข้าพเจ้า ได้ มี หนังสือ ไป ถึง หมอ ดัน หมอ วันได ว่า ด้วย พระไตร ปิฎก มี คำ ถาม แล คำ แก้ ให้ เหน ความ เท็จ แล จริง เหตุ ไฉน หมอ นั้น จึ่ง ไม่ ส่ง หนังสือ นั้น มา ให้ ท่าน เอไดเตอร ลง ใน จดหมาย เหตุ หนังสือ ฉบับ นั้น ข้าพเจ้า ได้ จ้าง ให้ นักปราช แต่ง เขียน เสีย เงิน กว่า บาท ปราถนา จะ ให้ ชาว กรุง สยาม รู้ ว่า พระไตร ปิฎก คำ ที่ สอน นั้น จริง ฤา เท็จ ที่ ส่วน ว่า มนุษ เลื่อน ขึ้น เปน พระเจ้า บวช เปน ภิกษุ โปรด บิดา บวช เปน ส่ามเณร โปรด มารดา มนุษ ตาย ไป เปน สัตว เขา พระสุเมรุ สูง แปด หมื่น สี่ พัน โยชน ใคร เปน ผู้ ขึ้น ไป วัด ท่าน นักปราช ใน กรุง สยาม ท่าน ชัณสูต อย่าง ไร จึ่ง ได้ มี ความ เชื่อ วิไสย เกิด มา เปน มนุษ เหมือน กัน ก็ ย่อม มี ส่ะติ ปัญา ด้วย กัน ทุก คน คำ ใน พระบาพี ที่ กล่าว สั่ง สอน นั้น ฟัง ไม่ เข้า หู เลย คือ ใน พระบาพี กล่าว ว่า พระ สมณะ โคดม เมื่อ ยัง เปน มนุษ บุถุชน อยู่ นั้น ตาย ไป ตก นรก ใช้ ชาติ ใช้ กรรม แล้ว ไป เกิด เปน สิงสาราสัตว ต่าง ๆ นา ๆ แล้ว เหตุ ไฉน จึ่ง ได้ กลับ ขึ้น มา เปน พระเจ้า ท่าน ชั่ง ไม่ เอา ปัญา อัน เอลียด ตรอง ดู คือ คำ ใน พระบาพี กล่าว อย่าง นี้ สม ควร จะ เชื่อ ฟัง ได้ แล้ว ฤา ถ้า ท่าน ผู้ ใด เชื่อ ตาม พระบาพี ผู้ นั้น ก็ คง จะ ไป สู่ ที่ ผิด ด้วย เรา ได้ เหน ได้ อ่าน ใน ตัว บท กฎหมาย คือ ท่าน เทียบ ออก มา จาก พระบาพี ๆ มี คำ เท็จ แต่ ท่าน หา ได้ สังเกต ไม่ นักปราช ท่าน ย่อม ว่า จับ เท็จ ได้ หน เดียว เขา ก็ ไม่ ใช้ นี่ ส่าอาไร จับ ปด ได้ หลาย หน ก็ ยัง ขืน จะ ใช้ เพราะ เชื่อ คำ เท็จ เช่น นี้ ตระลาการ ตัดสิน ความ จึ่ง ไม่ เปน ยุติธรรม ถ้า จะ ให้ เปน ยุติธรรม เรา เหน ว่า ออก เงิน จ้าง ฝรั่ง หมอ ความ ที่ รู้ จัก กฎหมาย มา เปน ตระลาการ ไม่ ต้อง มาก มี สัก สาม คน ก็ ภอ ใช้ แต่ ต้อง เอา กฎหมาย ของ ชาว ยุโรป จึ่ง จะ เปน ยุติธรรม ด้วย เขา ไม่ มี ความ เกรง ใจ ท่าน ผู้ ใด ผู้ หนึ่ง เขา ตัดสิน ตาม กฎหมาย ถ้า เปลี่ยน ตั้ง ตระลาการ เสีย ใหม่ เอา กฎหมาย ชาว ยุโรป ไม่ ช้า ไม่ นาน บ้าน เมือง ก็ จะ มี ความ เจริญ ขึ้น ทุก วัน คน ต่าง ประเทศ ก็ ไม่ อาจ ดูถูก ดู หมิ่น เรา ซึ่ง ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ ยอม ให้ ท่าน เอไดเตอร ออก จดหมาย เหตุ คือ คน ชั่ว จะ กลับ ใจ ให้ เปน ดี เปน พระเดช พระคุณ หา ที่ สุด มิ ได้ ทุก วัน นี้ ท่าน ทรง คิด ตั้ง ศาล ยุติธรรม แต่ หา ไม่ ได้ ขุนนาง ที่ จะ รับ ว่า ขอ ละติ ปัญญา ของ ท่าน เอไดเตอ ทำ อย่าง ไร จะ ได้ มี ตัว รับ ว่า ขอ ท่าน สำแดง ไป ใน จด หมาย เหตุ ถ้า แต่ ปัญญา ของ คน ไทย แล้ว ซึ่ง จะ ให้ เปน ยุติธรรม นั้น เหน จะ ไม่ ได้ ( ชาว สยาม ) ฯะ

๏ เมื่อ ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด มี ใจ รัก พระเจ้า แท้ จริง แล กลัว บาป ด้วย แล เปน นัก ปราช ชำ นาญ ใน กฎ หมาย แล้ว ตั้ง คน เช่น นั้น เปน ตระลาการ ยุติ ธรรม ได้ แต่ ต้อง ให้ ตระลาการ นั้น มี พาหนะ กำลัง ทำ ให้ สำเร็จ คำ ตัดสิน อย่า ต้อง กลัว ใคร จึ่ง จะ สำ เร็จ การ เมื่อ ตระลาการ ยุติธรรม ตัด สิน แล้ว ลูก ความ ต้อง เตม ใจ ทำ ตาม ตระลาการ ว่า อย่า คิด ลาก การ ให้ ช้า ไป ความ ก็ จะ แล้ว ไป ได้ ด้วย เรว แล เอไดเตอ ๚ะ


ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงฆโปร์
ณวัน จันทร เดือน เก้า แรม หก ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๖ เปนซ ๗ อัฐ

เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๗ เปนซ กับ ๑ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียญ ๗๒ เซนต


ข่าว โทรเลข นอก

เกาะ ไอเออร์แลนด์

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน เก้า แรม ค่ำ หนึ่ง มิสเตอร์ ปาเนล ไว้ ใจ แน่ ว่า คราว ชุมนุม ปฤกษา ราช การ คราว น่า นั้น คง สำเร็จ การ ให้ ชาว ไอเออรแลนด ครอง บ้าน เมือง เขา เอง ๚ะ


รุเชี่ย แล ออศเตรีย

๏ สมเด็จ พระเจ้า เอมบีรอร์ แล เอมบีเรศ เจ้า ทั้ง สอง ประเทศ นั้น ได้ เยี่ยม กัน ที่ เมือง เกรมไซเออร์ ๚ะ

เกาะ ไอยรแลนด

๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน เก้า แรม สอง ค่ำ มี การ วุ่น วาย การ เคือง เปน อัน มาก เกิด ขึ้น ใน แขวง ตราลี่ ๚ะ

รุเชี่ย แล ออศเตรีย

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน เก้า แรม สาม ค่ำ แจ้ง ความ ออก เปน ทาง ครึ่ง ราชการ ว่า ซึ่ง สมเดจ พระเจ้า เอมบีรอร ได้ เยี่ยม เยียน กัน ที่ เมือง แกรมเชียร เปน ปะกัน ใหม่ ว่า คง มี ความ สบาย สงบ เงียบ เรียบ ร้อย ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน เก้า แรม สี่ ค่ำ สมเดจ พระเจ้า เอมบีรอร ซาร แสดง ความ ดี พระไทย เปน อัน มาก เพราะ ความ ต้อง กัน ถูก กัน สนิท ซึ่ง มี ขึ้น ที่ เมือง เกรมเชียร ๚ะ

โรค ลง ราก

๏ กรุง ปาริศ โรค ลง ราก แอเชี่ย ทวี ขึ้น ใน เมือง ตุลอน ๚ะ


เตือน คน ที่ เถียง กัน ต่าง ๆ

๏ ถ้า จะ เถียง กัน จง เถียง กัน เปน ทาง อัชฌาศรย พูด ให้ เรียบ ร้อย ให้ เหน ชัด ว่า ความ ที่ เรา ว่า นั้น เปน อัน ถูก แล จริง แล้ว เบีด เผย ความ ดี ของ เรา ถ้า ความ ของ เรา เปน ความ ดีความ จริง มี คุน แท้ จริง แล้ว คน อัน ต้องการ ที่ พึ่ง ใน ความ ดี ของ เรา นั้น คง เวียน มา หา ความ ดี นั้น เอง เมื่อ จะ ให้ เหน ไม่ ดี ไม่ จริง ซึ่ง ท่าน ผู้ อื่น ถือ นั้น พูด คำ เรียบร้อย อย่า ให้ คน ที่ ถือ ผิด กับ เรา นั้น ขัด ใจ เคือง ใจ ถ้า ขัด ใจ เคือง ใจ แล้ว เขา จะ โกรธ เกลียด เรา แล ความ ดี ความ จริง ที่ เรา จะ แสดง ออก นั้น เขา คง ไม่ ยินดี รับ —เอไดตอร ๚ะ


มี ขาย

ที่ ห้าง พั๊ก แอนด ไบเดก ทั้ง ห้าง บน แล ห้าง ล่าง
ห้าง บน อยู่ ที่ เสา ชิงช้า
ห้าง ล่าง อยู่ ริม บ้าน กงซุล ฝรั่งเสศ

โคม แคซ อย่าง ดี ใหม่

๏ จุด ไม่ ต้อง ใช้ ไส้ แล ไม่ เปลื้อง แสง สว่าง ดี เสมอ แคซ ได้ หลาย ๆ ดวง ไม่ มี อันตะราย ต่าง ๆ ไม่ ระเบิด ไม่ เสีย ไม่ รั่ว แล ไม่ แตก ควร จะ ใช้ ได้ เปน ตะเกียง อย่าง วิเสศ แล ไว้ ใจ ได้ เปน แน่ ( ห ๒ )


กำปั่น เข้า ออก ใน กรุง เทพ
แต่ วัน จันทร เดือน ๙ แรม ๗ ค่ำ จน ถึง วัน จันทร เดือน เก้า แรม ๑๔ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
แมกอลิศเตอรก ก ฟ อังกฤษ๘๒๒ยอรตันวินดซอ โรซ แอน โกซัวเถาแรม ๑๒ ค่ำ
เต่ยจิวก ก ฟ อังกฤษ๘๖๗ตุลลอกบอรนิโอ กำปะนีสิงฆโปรแรม ๑๑ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
นระเบน บุตรีก ก ฟ สยามหลวง จากยาส่งขลาแรม ๙ ค่ำ
เฮกบุะก ก ฟ อังกฤษ๕๙๑ไวตะวินดซอโรซ แอนโกสิงฆโปรแรม ๙ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๑๓โมลเซนมาร์กวาลด์ แอนโกสิงฆโปรแรม ๑๑ ค่ำ
เวซปาเซียนก ก ฟ อังกฤษ๗๙๒อะเลกซันเดอร์ห้องลี่ฮองกองแรม ๑๑ ค่ำ
ตริตอซก ก ฟ เยอรแมน๑๑๒๕แปลเกนจินฮองกองแรม ๑๓ ค่ำ
แมกอะลิศเตอรก ก ฟ อังกฤษ๘๖๗ตุลลอกบอรนิโอ กำปนีสิงฆโปรขึ้น ๑ ค่ำ
ไมดะก ก ฟ สยามเมือง ปราน
๏ นระเบนบุตรี ออก สาม โมง บ่าย ๏ เฮกบุะ เอา เมล สิงฆโปร อินเดีย แล ยุโรป ไป ๏ สุริววงษ เอา เมล สิงฆโปร อินเดีย แล
ยุโรป ไป ๏ แมกอะลิศเตอร เอา เมล สิงฆโปร อินเดีย แล ยุโรป ไป ๚ะ
๏ ตั้ยจิ๋ว บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาร ดาษ ฟ้า ๑๕๗ คน ๏ แมกอะลิศเตอร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาร ดาษ
ฟ้า ๗ คน ใน ห้อง แกบิน มิศเตอร ชะเตา แมม ลึง แล บุตร ๏ ไมดะเจ้า คุน กระลาโหม เดิน สาร ออก ไป ๚ะ

พูด ถึง บาทหลวง

๏ มี คน ส่อง คน พูด กัน คน นี้ พูด ว่า เปน ขุนนาง เจ้า นาย มี บุญ คน โน้น ถาม ว่า มี บุญ อย่าง ไร คน นี้ ตอบ ว่า มี บุญ มี คน หมอบ คลาน มี คน พูด ขอ รับ คน โน้น จึ่ง ว่า มี บุญ อย่าง นั้น ไม่ ดี จะ ต้อง มี ความ ร้อน ใจ จะ ต้อง ว่า คน ด่า คน เฆี่ยน ตี คน เรา จง เหน ว่า เปน การ ไม่ ดี สู้ หมอ อะเมริกัน ไม่ ได้ หมอ ได้ เงิน เดือน ๆ แปดสิบ เหรี่ยน กิน แล้ว แปล พระคำภีร์ สั่ง สอน ให้ เรา ท่าน ทิ้ง เสีย ซึ่ง ความ บาป หมอ มี ความ ศุข เย็น ใจ ซึ่ง บุญ ที่ ว่า นั้น มี แต่ ความ ทุกข ร้อน ใจ คน ข้าง นี้ จึ่ง ถาม ว่า หมอ กับ บาทหลวง ใคร จะ ได้ เงิน มาก คน ข้าง โน้น ตอบ ว่า หมอ ได้ เดือน ละ แปดสิบ เหรี่ยน แต่ บาทหลวง ได้ มาก น้อย เท่า ใด เรา ไม่ ทราบ คน ข้าง นี้ จึ่ง ว่า บาทหลวง ได้ เงิน เดือน คือ คน ตาย บาทหลวง จัด แจง เปน ธุระ คน ทำ บาป ไป ลุกะโทษ กับ บาทหลวง บาทหลวง ยก บาป ให้ ทำ การ วิวาหะ มงคล การ ผัว เมีย บาทหลวง เปน ธุระ จัด แจง ให้ บาทหลวง มี ที่ ได้ เงิน อยู่ หลาย อย่าง แล้ว จึ่ง ถาม ถึง พระไทย ว่า พระไทย มี ที่ ได้ เสีย อย่าง ไร บ้าง ตอบ ว่า เวลา เช้า ไป บิณฑบาตร เช้า มา ฉัน คน ตาย ไป บังสกุล แล้ว เขา นิมนต์ ไป สวด กับ ไป เทศ ให้ เขา ฟัง เปน ส่มเด็จ เจ้า ได้ เงิน เดือน ลูก วัด ได้ นิจพัต เงิน เดือน ละ ส่อง สลึง มี ที่ ได้ อยู่ ๔ อย่าง ๕ อย่าง เรา ทราบ อยู่ แต่ เท่า นี้ ๚ะ

แก้ ใน พระไตร ปิฎก

๏ จดหมาย เหตุ แผ่น ๕๑ ว่า ถึง แผ่น ๓๒ จะ ให้ แก้ ใน พระไตร ปิฎก ข้า พระเจ้า สาระภาพ แก้ ว่า อย่าง นี้ พระธรรม ข้าง พระบาฬี ไม่ เปน จริง เที่ยง แท้ หา มิ ได้ ใน บัดนี้ เรา จะ สำแดง ให้ เหน ว่า พระไตร ปิฎก ฝ่าย เพศ พระโคดม ไม่ มี เจ้า ของ ไม่ มิ ผู้ ตบ แต่ง ประการ หนึ่ง ไม่ เปน ที่ ตั้ง ไม่ เปน หลัก ใน พระสาศนา ประการ หนึ่ง มี ตำหนิ เปน อัน มาก ไม่ เปน จริง เที่ยง แท้ ประการ หนึ่ง ศิล แล วินัย แห่ง พระธรรม นั้น ถือ ไป ไม่ ได้ ประการ หนึ่ง มิ อาสามาท ที่ จะ ภา เรา มนุษ ไป สู่ สวรรค แล แคล้ว เสีย ซึ่ง นรก ได้ อีก ประการ หนึ่ง เปน ห้า ประการ ด้วย กัน ( ชาว สยาม )


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ขุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว๋า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน

สิบ บันหัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันหัด เดือน ละ ๑๕ บาท ทุก บันหัด อัน เกิน สิบ บันหัด จะ เรียก เอา บันหัด ละ ๖ สลึง

ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท


เรือน แล ที่ House สำหรับ เช่า

๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤๅ ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤๅ ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤๅ จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤๅ ออก ถนน ใหญ่ ได้ ด้วย สดวก ( จ ห ) ๚ะ


หมอ แฮ แอฟ ดะ ซูซา
เปน ทั้ง หมอ ยา ทั้ง หมอ ผ่า

ภัก อยู่ ที่ โรง เลี้ยง แขก คือ ยุในเวอซัล โฮเตล เคียง ห้าง ทำ ขนม ปัง คน ไข้ คน โรค มา หา ได้ แล้ว แต่ จะ ต้อง การ พึ่ง กับ ยา แล วิชา ของ หมอ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น ๔ อง ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ด ๑ ) ๚ะ


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี่ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี ( จ ห ) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด