
| เล่ม ๔ แผ่น ๕ วัน พุฒ เดือน สิบ ขึ้น ๘ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ มอง ติคคนี่ มา หา ราช ทูต ว่า ได้ มอบ หนังสือ ให้ มินิศเตอ ทวแนล แล้ว มินิศเตอ ทวแนล ว่า จะ มา หา ทูตา นุทูต ที่ ไอเตล แล้ว มองติคคนี่ ภา ทูตานุทูต ไป ที่ สกูล เรียน หนังสือ บน ภูเขา นอก กรุง ปารีศ แห่ง หนึ่ง ตาม ที่ ไป นั้น มี บ้าน มี ตึก มี สวน มี ทุ่ง นา มี ตะ ภาน ข้าม คลอง เล็ก ตำบล หนึ่ง ทาง เจท ไมล์ ถึง ที่ สกูล เรียน หนังสือ บน เขา ขึ้น เขา มี ตึก ใหญ่ ทำ ห้อง ลด เลี้ยว ใน ห้อง มี เตียง ปู ที่ นอน วาง เรียง เปน แถว กัน ทุก ห้อง ห้อง หนึ่ง ก็ มี เตียง นาง ชี แม่ อะ ธิการ กำกับ อยู่ ทุก ๆ ห้อง แล้ว มี ห้อง อาบ น้ำ ห้อง ล้าง หน้า ไม่ ต้อง หา ที่ อื่น ลำบาก ใน สกูล ที่ ว่า นี้ เปน สกูล สำหรับ เด็ก ผู้ หญิง เรียน ครู ผู้ บอก ก็ เปน ผู้ หญิง ทั้ง สิ้น ไม่ มี ผู้ ชาย เลย หลัง สกูล มี ผล ไม้ ปลูก ต้น ไม้ ดอก ไม้ ต่าง ๆ แล ปลูก หญ้า แพวก ทำ เปน รูป ตรา สมเด็จ พระเจ้า อำเปร่อ ก็ มี ใน สวน นั้น ทำ รั้ว เปน ตา ตะราง กั้น ไว้ สำ หรับ ให้ เด็ก นัก เรียน เล่น แล้ว มี โรง หมอ แล ที่ สอน สาศนา พร้อม บริบูรณ ครั้น ดู ทั่ว แล้ว มอง ติคคนี่ ภา ทูตานุทูต ไป ดู ที่ สกูล เรียน อีก ตำบล หนึ่ง เปน ที่ ลูก เจ้า ลูก เสรษ ฐี ลูก ขุนนาง เรียน ที่ สกูล นั้น ทำ เปน ตึก หลัง หนึ่ง โต กว่า สกูล บน เขา เด็ก ที่ เรียน นั้น ผู้ ชาย ก็ อยู่ ส่วน ผู้ ชาย ผู้ หญิง ก็ อยู่ ส่วน หญิง ไม่ ได้ ปน กัน มี กำแพง กั้น ไว้ กลาง ใน ห้อง มี เตียง แล ฟูก หมอน เก้า อี้ นั่ง แล ที่ ล้าง หน้า บริบรณ ข้าง หลัง ตึก นั้น ทำ เปน สวน ดอก ไม้ มี ที่ น้ำ พุ ไว้ สำหรับ เด็ก นัก เรียน เล่น แห่ง หนึ่ง มี กำ แพง กัน ไว้ เหมือน กัน เด็ก ผู้ ชาย ก็ เล่น อยู่ พวก หนึ่ง เด็ก ผู้ หญิง ก็ เล่น อยู่ พวก หนึ่ง มี โรง หมอ หลัง หนึ่ง มี โบถ ส่อน สาสนา โบถ หนึ่ง แต่ นางชี แม่ อธิการ ที่ เปน ครู ใหญ่ นั้น ได้ ประทาน ตรา สมเด็จ พระเจ้า อำเปรอ แขวน ติด เสื้อ สี ตรา แม่ อธิการ เปน ครู รอง ห้า คน นั้น ได้ ประทาน ตรา แขวน คน ละ ตรา ทูตานุทูต ดู ทั่ว แล้ว แม่ อธิการ ใหญ่ เชิญ ให้ รับ ประทาน ขนม น้ำ แขง ทำ เปน ผล ไม้ ต่าง ๆ น้ำ องุ่น น้ำ ชา น้ำ กาแฟ ครั้น ทูตานุทูต รับ ประ ทาน แล้ว ก็ กลับ มา โฮเตล ฯะ
๏ วัน ศุกร เดือน สิบเอต แรม ค่ำ หนึ่ง ราชทูต มี หนังสือ ไป ถึง มิศเตอร เธอแปน เจ้า พนักงาน มอบ ของ ทรง ยินดี พระเจ้า น้อง เธอ ดาบ ฝัก ถม หนึ่ง ทาน ถม หนึ่ง ซ่อง บุหรี่ ถม หนึ่ง สาม สิ่ง ไว้ ให้ นำ ถวาย พระเจ้า น้อง เธอ ด้วย พระเจ้า น้อง เธอ เสด็จ ไป เที่ยว เมือง อาเย ยัง ไม่ เสด็จ กลับ มา กรุง ปารีศ ฯะ
๏ ณวัน เสาร เดือน สิบเอต แรม สอง ค่ำ ขุนนาง ที่ สอง รอง มินิศเตอ ทูวแนล หนึ่ง มองติดคนี หนึ่ง ได้ นำ เอา ของ สมเด็จ พระเจ้า อำเปรอ มา พระราช ทาน แก่ ทูตฯ นุทูต ที่ ได้ ไป เฝ้า สิบ สี่ คน กับ สมุห จดหมาย ขุน นาง ที่ ได้ ตรา สมเด็จ พระเจ้า อำเปรอ ทูล เกล้า ทูล กระ หม่อม ถวาย เล่ม หนึ่ง มา ให้ ทูต ที่ โฮเตล มี ราย ใน นี้ พระยา ศรี พิพัฒน์ รัตน ราช โกษา ราชทูต ได้ ตลับ ใส่ ยา นัด ทอง คำ ลง ยา หลัง ประดับ เพชร มี ตรา พระนาม ตลับ หนึ่ง เจ้า หมื่น น้อย วรนารถ อุปทูต ได้ แหวน ประดับ เพชร มี ตรา พระนาม องค หนึ่ง พระ ณรงค วิชิตร ตรีทูต ได้ แหวน ประดับ เพชร มี ตรา พระ นาม วงษ หนึ่ง นาย สรรพ วิไชย หนึ่ง หลวง อินทร มนตรี หนึ่ง นาย สม ขุน บุตร ราชทูต หนึ่ง สาม คน นี้ได้ ปืน แฝด ประจุ ท้าย มี เครื่อง พร้อม คน ละหีบ นาย ชาย บุตร อุปทูต หนึ่ง ขุน มหา สิทธิ โวหาร หนึ่ง หมื่น จักษ วิจิตร หนึ่ง หลวง ราช สุรินทร หนึ่ง ขุน สมบัติ บดี หนึ่ง ขุนจรเจน เทล หนึ่ง นาย เอี่ยม หนึ่ง นาย เบี่ย หนึ่ง แปด คน นี้ ได้ นาฬิกา ตลับ ทอง คำ มี ตรา พระนาม คน ละ ตลับ ๚ะ
๏ ณวัน จันทร เดือน สิบเอก แรม สี่ ค่ำ นักปราชผู้ เฝ้า มี ก๊าด มา เชิญ ทตานุทูต ไป เที่ยว ดู สวน ๆ นั้น เปน ที่ สนุกนิ์ ซอง ของ คน ไม่ มี คู่ มี ตึก หลัง หนึ่ง ตก แต่ง งด งาม ข้าง นอก ตาม บัว แล เชิง กลอน ตึก นั้น สว่าง ด้วย โคม ตะเกียง ไฟ ก๊าด วาง เรียง เปน แถว จน รอบ ตึก ข้าง ใน ทำ ลด เลี้ยว มี โต๊ะ แล เก้าอี้ ตั้ง ปู ด้วย กำมะหยี่ มี โคม ห้อย แล ตะเกียง ต่าง ๆ ใช้ ไฟ ก๊าด ทั้ง สิ้น เปน ที่ สำหรับ เลี้ยง โต๊ะ แต่ บันดา พวก ที่ มา ดู เล่น เต้น รำ นั้น อยาก จะ รับ ประทาน สิ่ง ใด ก็ เสีย เงิน ให้ แก่ เจ้า ของ สวน ผู้ เลี้ยง ก็ ได้ รับ ประทาน สม ความ ปราถนา มา ทุก สิ่ง ใด ที่ ตาม ถนน เดิน นั้น ที่ ก่อ หญ้า แล ต้น ไม้ ก็ จุด โคม ตะ เกียง ไฟ สว่าง ทั่ว ไป ทั้ง สวน มี ลาน เปน ที่ สำหรับ รำ เท้า เตียน สอาด มี ปี่พาทย์ สอง สำรับ ๆ หนึ่ง ประ จำ อยู่ ที่ ร้อง เพลง แล เลี้ยง โต๊ะ สำรับ หนึ่ง อยู่ ที่ ซุ้ม สำหรับ ที่ รำ เท้า ยัง มี หญิง พวก หนึ่ง หา รับ ประทาน ใน ตัว เอง ไม่ ต้อง ลง ทุน สิ่ง ใด มิ ได้ หญิง พวก นั้น ก็ เสีย เงิน เข้า ไป ใน สวน นั้น พวก ผู้ ชาย ที่ มา ดู แล มา เต้น รำ ก็ ต้อง เสีย เงิน เหมือน กัน ทั้ง สิ้น ครั้น เข้า ไป ใน สวน พร้อม กัน แล้ว ชาย ก็ เที่ยว เลือก ดู เหน ชอบ หญิง คน ใด ก็ ยึด มือ พูดจา กัน แล้ว เข้า ไป รำ เท้า เปนคู่ ๆ พลิก แพลง ถ้ำ ทาง ต่าง ๆ ครั้น เวลา ดึก เลิก เต้น รำ แล้ว คู่ ของ ใคร ก็ ภา กัน ไป เข้า โฮเตล จำเพาะ คืน หนึ่ง ถึง เวลา เช้า แล้ว ก็ ต่าง คน ต่าง ไป หญิง ที่ เข้า ไป ให้ เลือก ใน สวน นั้น เปน คน งาม มี ของ แต่ง ตัว มาก ทูตานุทูต ดู ทั่ว แล้ว เวลา สอง ยาม กลับ มา โฮเตล ๚ะ
๏ วัน อังคาร เดือน สิบเอก แรม ห้า ค่ำ ทูตานุทูต ได้ รับ หนังสือ นักปราช ว่า ด้วย จะ ต้อง การ สัตว ต่าง ๆ ฉบับ หนึ่ง หนังสือ นักปราช ถวาย โค กับ รูป โค ฉบับ หนึ่ง หนังสือ มินิศเตอ ทูวแนล ผู้ สำเร็จ ราช การ ต่าง ประเทศ ตอบ ราชทูต ว่า ด้วย เรื่อง สุรา ฉบับ หนึ่ง ใน หนังสือ นั้น ว่า มินิศเตอ ทูวแนล ได้ รับ หนังสือ เจ้า พระยา ระวิวงษ มหา โกษา ธิบดี ผู้ ว่า การ ต่าง ประเทศ ได้ ทราบ ความ ทุก ประการ แล้ว ด้วย สุรา นั้น เปน การ ข้อ ใหญ่ อยู่ มินิศเตอ ทูวแนล จะ ตัดสิน ไป แต่ ผู้ เดียว ไม่ ได้ จะ ต้อง ปฤกษา มินิศเตอ ผู้ ว่า การ ค้า ขาย ก่อน ปฤกษา ตก ลง พร้อม กัน แล้ว จึ่ง จะ มี หนังสือ ตอบ ถึง ท่าน เสนา บดี กรุง สยาม ให้ ทราบ ครั้น เวลา ทุ่ม หนึ่ง มินิศเตอ ทูวแนล มา หา ทูต ที่ โฮเตล เชิญ พระแสง มา มอบ ให้ ทูตานุทูต นำ มา ทูล เกล้า ทูล กระหม่อม ถวาย พระบาท สมเด็จ พระ เจ้า กรุง สยาม องค หนึ่ง ว่า พระแสง องค นี้ เปน ของ ทรง สมเด็จ พระเจ้า อำเปรอ ได้ ทรง แล้ว ราชทูต รับ พระแสง ไว้ แล้ว มินิศเตอ ทูวแนล บอก ว่า เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ ซึ่ง สมเด็จ พระเจ้า อำเปรอ ให้ จัด ส่ง เข้า มา ตอบ แทน ทูตานุทูต ได้ นำ พระแสง นี้ ถวาย แล้ว สมเด็จ พระเจ้า แผ่นดิน กรุง สยาม ก็ จะ มี่ พระ ไทย ยินดี นัก ทาง พระราช ไมตรี สมเดจ พระเจ้า กรุง ฝรั่งเศศ กับ สมเดจ พระเจ้า กรุง สยาม ก็ จะ ได้ สนิท ยืดยาว ต่อ ไป ภาย น่า มินิศเตอ ทูวแนล บอก ว่า เครื่อง มงคล ราชการ บรรณาการ ซึ่ง สมเด็จ พระเจ้า อำ เปรอ สั่ง ให้ เจ้า พนักงาน จัด ส่ง เข้า มา ตอบ แทน ทูล เกล้า ทูล กระหม่อม ถวาย สมเดจ พระเจ้า แผ่นดิน กรุง สยาม ทั้งสอง พระองค นั้น ได้ ใส่ หีบ ส่ง เรือ ที่ ท่า เมือง มาเซล แล้ว แล้ว จะ นำ บาญชีอ ราย สิ่ง ของ มา ส่ง ให้ แก่ ราชทูต ต่อ ภาย หลัง พูดจา กัน อยู่ จน เวลา ยาม หนึ่ง มินิศเตอ ทูวแนล ลา กลับไป ๚ะ
๏ ณวัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด แรม หก ค่ำ มินิศเตอ ทูวแนล ให้ มองติดคนี่ เชิญ พระราช สาสน สมเดจ พระเจ้า อำเปรอ ถวาย ตอบ ใน พระบรม มหา ราชวัง ถวาย ตอบ ใน บวร ราชวัง รวม ห่อ หนึ่ง หนังสือ มินิศเตอ ทูวแนล ถวาย กรม หลวง วงษาธิราช สนิท ว่า ด้วย ประทาน ดาบ แล้ว ตอบ แทน ปืน แฝด คร่ำ ทอง คำ มี เครื่อง พร้อม หีบ หนึ่ง หนังสือ ตอบ เจ้า พระยา รวีวงษ มหา โกษา ธิบดี ฉบับ หนึ่ง ถึง ทูตานุทูต มอบ บาญชีอ เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ ฉบับ หนึ่ง หนังสือ มองติดคนี่ ถวาย ใน พระ บรม มหา ราชวัง ฉบับ หนึ่ง ถวาย ใน บวร ราชวัง ฉบับ หนึ่ง หนังสือ มิสเตอร์ เครฮัน ขอ เปน ที่ กงซุล ถวาย ใน พระบรม มหา ราชวัง ฉบับ หนึ่ง ถวาย ใน พระบวร ราชวัง ฉบับ หนึ่ง กับ สมุด เรื่อง ราว ต่าง ๆ สอง หีบ ถวาย ใน พระบรม มหา ราชวัง หีบ หนึ่ง ถวาย ใน พระ บรม มหา ราชวัง คอเวินแมนต ได้ สมุด ฝรั่งเสศ ไป ตี ปี้กิง สิบ เล่ม กับ ดวง ทอง แดง รูป ทูต โกษา ปาน ห้า ดวง ถวาย ใน พระบรม มหา ราชวัง ตรา ดวง หนึ่ง สมุด สอง เล่ม ถวายใน พระบวร ราชวัง ตรา ดวง หนึ่ง สมุด สอง เล่ม ให้ ราชทูต ตรา ดวง หนึ่ง สมุด สอง เล่ม ให้ อุปทูต ตรา ดวง หนึ่ง สมุด สอง เล่ม ให้ ตรี ทูต ตรา ดวง หนึ่ง สมุด สอง เล่ม บาญชีอ เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ ถวาย ใน พระบวร มหา ราชวัง พระตรา ชื่อ กัน กรั้ว ประดับ เพชร องค หนึ่ง พระแสง ดาบ องค หนึ่ง ตัว อย่าง เครื่อง อาวุธ ต่าง ๆ หีบ หนึ่ง ถวาย ใน บวร ราชวัง เครื่อง ถ้วย ช่าม อย่าง ดี สำหรับ หนึ่ง แต่ เรือ กันโบด กลไฟ เหล็กนั้น จะ ให้ อัดมิราล บอนา เจ้า เมือง ไซง่อน คุม เข้า กราบ ทูล ถวาย ครั้ง หลัง เรือ กันโบด นั้น ถอด ได้ สิบห้า ท่อน ยาว ยี่ สิบ หก เม็ด คิด เปน ไทย สิบ สาม วา ปาก กว้าง ห้า เม็ด คิด เปน ไทย สิบ ศอก กิน น้ำ ฦก สาม เม็ด สิบ สีนติ้น คิด เปน ไทย หก ศอก ห้า นิ้ว รวม น้ำ หนัก เรือ น้ำ หนัก ปืน แปด สิบ เก้า ตอน กำลัง จักษ สาม สิบ แรง ม้า เปน เรือ กลไฟ เหล็ก จักษ ท้าย แต่ เรือ สอง ลำ นี้ หา ได้ อยู่ ที่ กรุง ปารีศ ไม่ อยู่ ที่ เมือง ไซง่อน ครั้น ทูตานุทูต ได้ รับ สิ่ง ของ เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ แล ของ พระราช ทาน เสร็จ แล้ว เวลา พลบ คอเวินแมนต จัด รถ มา รับ แปด รถ แล้ว ทูตา นุทูต พร้อม กัน ได้ กราบ ถวาย บังคม ลา ส่มเด็จ พระเจ้า อำเปรอ ออก จาก โฮเตล เรศบีโร ถึง ท่า รถ ไฟ เวลา สอง ทุ่ม มิศเตอรลำเบ เชิญ ทูตานุทูต ขึ้น รถ ไฟ ออก จาก กรุง ปารีศ หยุด ภัก เติม น้ำ เติม ถ่าน มา ตาม ระยะ ทาง จน รุ่ง ๚ะ
ข่าว ใน กรุง
๏ ณวัน จันทร์ เดือน สิบ ขึ้น สิบสาม ค่ำ เวลา เช้า แล เที่ยง ทหาร ปืน ใหญ่ บน บก แล พวก ที่ กำปั่น รบ ยิง สลุด สาม เวลา ใน การ เฉลิม พระชนม์ พรรษา ๚ะ
๏ เมื่อ เวลา เที่ยง พวก เจ้า นาย ข้า ราชการ คน นอก คน ใน แต่ง ตัว เต็ม ยศ เข้า เฝ้า ถวาย คำนับ ทูล ให้ ศีล ให้ พร ตาม ตำแหน่ง แล้ว ใน ท้อง พระโรง มหา จักกรี นั้น ดำรัส ตรัส ตอบ ดัง นี้ ๚ะ
พระบาท ส่มเดจ พระเจ้า อยู่ หัว
๏ พระบรม วงษา นุวงษ เสนา บดี มนตรี มุขมาตย ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย ทั้งปวง แล ราชทูต กงซุล ผู้ แทน เมือง ต่าง ประเทศ ที่ เปน ไมตรี ๚ะ
๏ เรา มี ความ ยินดี ที่ จะ ได้ มา ภบ กับ ท่าน ทั้ง หลาย ให้ พร แก่ เรา ณที่ ชุมนุม ใน มงคล สมัย อัน เปน วัน ตรง กับ วัน สมภพ เดิม ของ เรา ใน ปี นี้ อีก นั้น เรา มี ความ ชอบ ใจ ท่าน โดย ความ เต็ม ใจ แล้ว แล ความ ปราถนา ของ เรา นี่ โดย แท้ จริง ที่ จะ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง มี ความ เจริญ สุข สวัสดิ์ พิพัฒ มงคล ยิ่ง ๆ ขึ้น ๚ะ
๏ เมื่อ ถึง ครบ ปี หนึ่ง ซึ่ง ได้ มา ภป ปะ พร้อม กัน ใน ที่ ชุมนุม ใหญ่ ดัง นี้ ทำให้ เรา ลำฦก ถึง การ ที่ ล่วง แล้ว มา ปี กลาย นี้ ซึ่ง เปน ที่ ยินดี ของ เรา แล ท่าน ทั้งหลาย เหมือน กัน เมื่อ ได้ คิด เหน ว่า การ บ้าน เมื่ยง เรา มี ความ สงบ เรียบ ร้อย เปน ผาศุข ตลอด ไป ทั้ง ภาย นอก แล ภาย ใน ๚ะ
๏ ทาง พระราชไมตรี กับ เมือง ต่าง ประเทศ ทั้งปวง ก็ มี ความ อัชฌาไศรย เรียบ ร้อย ดี อย่าง ยิ่ง แล ทาง ค้า ขาย ก็ เจริญ อยู่ เส่มอ ๚ะ
๏ ตั้ง แต่ ต้น ระดู ปี นี้ มา ก็ มี ฝน งาม เปน ที่ หวัง ได้ แน่ ว่า น้ำ ท่า จะ ไม่ มาก ไม่ น้อย เกิน กว่า ความ ต้องการ เทือก สวน ไร่ นา ทั้งปวง ที่ เจริญ ขึ้น ทุก วัน ๆ นั้น คง จะ มี ผล งาม ดี ให้ เปน ที่ ชื่น ชม ของ ราษฎร ของ เรา ได้ แล การ ค้า ขาย คง ต้อง เจริญ ตาม กัน ๚ะ
๏ ปี นี้ กรม พระราชวัง บวร สถาน มงคล ทิววงคต เสี่ย ขาด ญาติ พี่ น้อง ผู้ ใหญ่ ที่ เคย เหน กัน ใน ที่ ประ ชุม นี้ ไป ผู้ หนึ่ง การ ที่ เธอ ทิววงคต เสี่ย ใน เวลา มัชฌิม ไวย เร็ว ไป ฉนี้ เปน ที่ เรา มี ความ สลด ใจ เปน อัน มาก ตำแหน่ง นี้ เรา ได้ ปฤกษา พร้อม กัน แล้ว ว่า จะ งด ไว้ จะ ไม่ ตั้ง ขึ้น อย่าง เดิม อีก ต่อ ไป แต่ พนักงาน สรรพ กิจการ อัน เนื่อง ด้วย ตำแหน่ง นั้น คง เปน อัน สมทบ กัน อยู่ ตาม พระราช กำหนด กฎหมาย แล ประเพณี บ้าน เมื่ยง กว่า เรา จะ คิด ผ่อน ผัน จัด การ ให้ สมควร กับ การ ของ บ้าน เมือง สืบ ไป ภาย น่า ๚ะ
๏ ราชการ ใน บ้าน เมื่ยง ที่ ได้ จัด การ เปลี่ยน แปลง ไป คราว ใด เรา ก็ เชื่อ ว่า การ นั้น เปน ไป เพื่อ ความ ศุข ของ บ้าน เมือง ตาม ที่ เหน เปน เรียบ ร้อย ดี มา ทุก คราว ทุก สมัย ฉนั้น ๚ะ
๏ ความ จริง ที่ เรา สามารถ จัด การ บ้าน เมือง ได้ สำเร็จ ตลอด ทั่ว ไป ใน พระราช อาณา เขตร อัน กอบ ด้วย หัว เมือง ทั้งหลาย แผ่ ขยาย อยู่ ใน พื้น แผ่นดิน อัน ไพศาล มี ราษฎร อาไศรย อยู่ พูด ภาส่า อัน เดียว กัน เพี้ยน กัน บ้าง ดัง นี้ เปน เหตุ ที่ เติม ใจ ยินดี ของ เรา เปน อัน มาก ไทย ลาว ชาน ทั้งปวง นี้ ก็ นับถือ ว่า ตัว เปน พวก อยู่ ใน ชาติ เดียว กัน อัน หนึ่ง แล ตั้ง ตา หมาย ว่า เรา เปน ใหญ่ ผู้ อุปถัมภ์ ทั้ง นั้น ๚ะ
๏ ทาง บก ทาง น้ำ ที่ เปน หน ทาง จะ ได้ เจริญ การ ค้า ขาย ให้ คน ไป มา ถึง กัน ได้ ง่าย นั้น เรา ก็ ได้ เกื้อ กูล อยู่ เส่มอ แล้ว ที่ กำลัง แรง คน จะ เปน พาหนะ ไป ไม่ ไหว ด้วย ทาง ไกล ก็ จะ ผัน ผ่อน ใช้ กำลัง เครื่อง จักร กล ไฟ ที่ วิชา ใหม่ ๆ ได้ เกิด ขึ้น สำหรับ ประโยชน์ ความ ศุข แก่ มนุษ แล หน ทาง ทั้ง ปวง ที่ จะ ได้ เกื้อ กูล แก่ การ ไปรสนีย์ ที่ เรา ได้ เข้า เปน ผู้ สัญญา ผู้ หนึ่ง รวม อยู่ ใน สากล ไปรสนีย์ ทุก ประเทศ แล้ว นั้น ให้ เปน การ ใช้ ได้ ตลอด ไป ทั่ว กรุง สยาม ๚ะ
๏ ราชการ แล การ ค้า ขาย ที่ ต้อง การ ใช้ การ เรว ยิ่ง ขึ้น เพียง ใด ก็ ได้ จัด การ โทรเลข ขยาย ให้ มาก ออก ไป ตาม หัว เมือง ซึ่ง เปน ท่า เรือ ไป มา ค้า ได้ บ้าง แล้ว แล ทาง บก สาย ที่ ทำ ตลอด ไป จน ถึง เมือง ลาว ฝ่าย เหนือ นั้น ก็ สำเรจ แล้ว จะ เปิด ใช้ ได้ ใน เรว ๆ นี้ ๚ะ
๏ ใน ท้อง เทล ทาง เรือ เดิน ไป มา แล ท่า เรือ จอด ซึ่ง เหน เปน ที่ จะ ทวี การ ค้า ขาย ได้ ก็ ได้ ทำ แผน ที่ แล จัด การ ท่าน บำรุง ให้ ดี เหมือน กับ ที่ ใน เมือง ไกล ที่ ยัง ไม่ ปรากฏ ทั่ว แก่ คน ทั้งปวง แน่ ชัด ก็ ได้ ให้ ตรวจ ตรา ทำ แผน ที่ เพื่อ ให้ สำเรจ ปะโยชน์ แก่ คน ทั้งปวง อยู่ เสมอ ๚ะ
๏ การ วิชา ของ คน ทั้งปวง ซึ่ง เรา เหน เปน ต้น ของ ความ เจริญ นั้น ได้ จัด การ ให้ มี การ ไล่ หนังสือ แล ตรวจ บาญชี คน ที่ เข้า เรียน ใน โรงเรียน ที่ ตั้ง ขึ้น ใหม่ เปน การ หลวง เปน อัน มาก ก็ มี นักเรียน มาก ขึ้น เสมอ คง จะ เปน การ สำเรจ ได้ ดี อย่าง หนึ่ง ๚ะ
๏ ราชการ ทั้งปวง ที่ เปน มา โดย เรียบ ร้อย ตลอด ปี ทุก น่า ที่ ทุก พนักงาน ของ ท่าน ทั้งปวง นั้น เรา มี ความ ชื่น ชม ยินดี เปน อัน มาก ๚ะ
๏ ฝ่าย ท่าน ผู้ แทน คอเวินแมนต ต่าง ประเทศ ทั้งปวง ซึ่ง ได้ เข้า มา อยู่ ใน กรุง สยาม เพื่อ จะ เจริญ ทาง พระ ราช ไมตรี แล ทาง ค้า ขาย ใน ระหว่าง กรุง สยาม กับ ประเทศ ของ ท่าน นั้น เรา ขอ แสดง ความ ยินดี ที่ ท่าน ได้ อุสาห รักษา ทาง พระราช ไมตรี โดย ความ ซื่อ ตรง ใน การ ที่ มี เกี่ยว ข้อง ซึ่ง กันแล กัน ทวี มาก ขึ้น กว่า แต่ ก่อนนั้น ได้ โดย เรียบ ร้อย เตม ใจ ด้วย กัน ทั้ง สอง ฝ่าย ๚ะ
๏ เรา ขอ ขอบ ใจ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง ที่ ได้ อำ นวย ไชย ให้ พร แก่ เรา ใน ครั้ง นี้ แล ที่ ได้ แสดง ความ ยินดี ด้วย กับ เรา จุด โคม ตาม ไฟ เพื่อ ให้ เปน เกียรติยศ แก่ เรา ใน ครั้ง นี้ นั้น เรา ขอ ให้ ท่าน ทั้งหลาย มี ความ ศุข ศิริ สวัสดิ์ พิพัฒ มงคล ทุก ประการ เทอญ ๚ะ
๏ ตาม เวลา กำหนด ใน หนังสือ ก๊าด เชิญ ของ กรม หมื่น เทวะวงษ วะโรประการ พวก เจ้า นาย ข้า ราชการ สยาม แล ราชทูต กงซุล ลูก ค้า วานิช ทั่ง ภรรยา แล บุตร ประชุม พร้อม กัน ที่ วัง สราญรมย์ ๚ะ
๏ พวก แตร พิณ ปี่ พาทย์ มะโหรี่ มี หลาย หมู่ พวก เด็ก ผู้ หญิง พวก ซัก ลี่ซอ เล่น เพลง หลาย บท เปน ที่ ชอบ ใจ คน ทั้งปวง ที่ พึ่ง นั้น ฯะ
๏ พวก เจ้า แล ขุนนาง ทั้ง ราชทูต กงซุล ฝรั่ง แล ลุก ค้า วานิช ที่ ชอบ แล เต้น รำ เปน ได้ เต้น รำ เกือบ ตลอด เวลา ชุมนุม นั้น ๚ะ
๏ เมื่อ สมเดจ พระบาท พระจ้า กรุง สยาม กับ สม เดจ พระนาง เสดจ ทรง อยู่ ใน ห้อง หนึ่ง ใน วัง สราญรม นั้น พวก ฝรั่ง ทั้ง ชาย ทั้ง หญิง เปน คู่ ๆ เดิน เข้า ไป ประตู หนึ่ง ถวาย คำนับ ใน ห้อง ที่ เสดจ ทั้งสอง ทรง อยู่ นั้น แล เดิน ออก จาก อีก ประตู หนึ่ง ใน หลวง ทรง ตรัส เปน ความ พระราช อัฌาไศรย แก่ คน เก่า คน เก้า แล้ว เมื่อ พวก ที่ ประชุม พร้อม นั้น ได้ ออก ไป ห้อง ใหญ่ ห้อง หน้า นั้น ทั้ง กิง ทั้ง กวิน เสด็จ มา ทอด พระเนตร ดู สัก ครู่ หนึ่ง คน ทั้งปวง ต่าง คน ต่าง ถวาย คำนับ แล้ว ทั้ง กิง ทั้ง กวิน เสดจ กลับ เข้า พระบรม มหา ราช วัง คราว คน ชุมนุม อยู่ นั้น ฝน มิ ได้ ตก อากาศ เยยน เหมาะ แก่ การ ฉลอง พระ ชนม พรรษา ๚ะ
๏ คราว ยิง ซลุต ที่ กำปั่น กลไฟ สยาม มกุฏ เมื่อ กำ ลัง ยัด ปืน ดิน จุด สอง คน นั้น ตก น้ำ สูน ไป มี คำ ภา กัน ว่า ไม้ ยัด ปืน นั้น ถูก เรือ ลำ หนึ่ง มี ชาย คน หนึ่ง ชาย คน นั้น ก็ จม น้ำ หาย ยัง มิ ได้ ภบ ปะ ตัว ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ได้ อ่าน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ใน เล่ม ๔ แผ่น ๓ ว่า ด้วย ลคร ปรินซเทียเตอ อ้าง ถึง จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย เล่ม ๔ แผ่น ๕๑ ข้าพเจ้า จึ่ง ตรวจ ดู ใน จดหมาย เหตุ ทั้ง สอง ฉบับ ดู ถ้อย คำ ที่ กล่าว ไม่ พบ ปัญา คน เยนเตลแมน ทั้งสอง ฝ่าย ใน แผ่น ๕๑ ก็ กล่าว ความ เกิน ไป จน ไม่ น่า ฟัง ใน แผ่น ๓ เล่ม ๔ ก็ กล่าว ความ ไม่ งาม ไม่ สมควร จะ ขอ ตัด สิน ว่า คน สอง จำพวก นี้ ฝ่าย หนึ่ง ชอบ ใจ ยินดี ด้วย การ สนุกนี้ ใจ เปน มิศ กับ ท่าน ผู้ นั้น ฝ่าย หนึ่ง มี ใจ อิดฉา ฤศยา เปน คู่ สัตรู ของ ท่าน ผู้ นั้น จดหมาย เหตุ ทั้งสอง ฉบับ นี้ ไม่ ควร ท่าน ทั้งหลาย ฟัง เปน อารมณ์ เพราะ ไม่ มี ถ้อย คำ คำ ใด ที่ จะ เปน คะติ สอน ใจ เปน คำ โดย ธรรมดา รัก กัน ก็ ชม ว่า กัน ดี ยอ กัน ชัง กัน ก็ ติ เตียน นินทา กัน คิด อิดฉา ฤศยา กัน ไป ด้วย กาย วาจา ใจ ตาม นิไสย สันถาน ของ ผู้ นั้น ๆ ที่ ชอบ อัชฌาไศย แล ไม่ ชอบ อัชฌาไศย ข้าพเจ้า จึ่ง จะ ขอ สรุบ รวบ คำ ตัดสิน การ เรื่อง นี้ ว่า ผู้ กล่าว สรรเสิญ ๆ เกิน กว่า การ ที่ สมควร เปน คน มี ปัญา อัน ต่ำ เลว กล่าว คำ ยอ ให้ ชอบ ใจ ท่าน ผู้ นั้น ผู้ ที่ กล่าว คำ ติ เตียน ก็ ติ เตียน เกิน ไป เปน คน สันดาน หยาบ ช้า พาล กล่าว เปน คน อาริ วิวาท สัตรู คู่ อิดฉา ฝ่าย ท่าน เอไดเตอร เจ้า ของ จดหมาย เหตุ นำ คำ ดัง นี้ มา ลง ใน จดหมาย เหตุ ของ ท่าน ก็ ไม่ สมควร การ ซึ่ง เปน ไป ดัง นี้ ก็ เปน ด้วย ความ วัฒนา ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย จะ เสื่อม ทราบ จะ บังเกิด ความ ไทย นะ ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย จะ ไม่ เปน ที่ ชอบ ใจ แล เปน ที่ เบื่อ หน่าย ของ คน ทั่ว ไป ก็ พึง สังเกต ได้ ว่า เมื่อ ออก ใน ปี ที่ หนึ่ง ยัง ไม่ มี ผู้ ใด รู้ ก็ เปน ที่ น่า อ่าน น่า ฟัง ปี ที่ สอง สยาม ไสมย เจริญ ฟุ้ง เฟื่อง มาก ปี ที่ สาม คลาย ลง ไป เพราะ ผู้ ที่ รับ ต้อง เสีย เงิน มาก ด้วย ออก ทุก วัน พุฒ ครั้น มา ถึง ปี ที่ สี่ ดู ไม่ ใคร่ มี ผู้ ใด รับ เพราะ จดหมาย เหตุ ออก ไม่ เปน ที่ น่า ฟัง และ ไม่ เปน ที่ ชอบ หู คน เพราะ จดหมาย เหตุ ช่วย คน พาล นินทา ผู้ นั้น ติ ผู้ นั้น ผิด ๆ ถูก บาง ที คน ไม่ มี ความ ผิด แกล้ง ติ ให้ ผิด คน ไม่ มี ความ ยอ สรรเสริญ ผิด บ้าง ถูก บ้าง จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย เกือบ จะ เปน หนังสือ ที่ คน พาล บิด ด่า ประจาน กัน ปิด ไว้ ที่ ทาง สามแพร่ง ศาลา วัด เช่น นี้ ลง แล้ว ข้าพเจ้า จะ ขอ ทำนาย ว่า ถ้า จะ เกบ ความ เช่น นี้ ลง แล้ว คง จะ ไม่ มี คน รับ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย รี่สิบ คน เพราะ ใจ คน ใน ประเทศ นี้ ผิด กัน กับ คน ใน ประเทศ ยุโรป ท่าน จะ เอา อย่าง ประเทศ ยุโรป นั้น ไม่ ได้ ๚ะ
๏ ข้อ ๑ ที่ ท่าน รับ คำ ของ คน ที่ กล่าว ด้วย ราชการ ผิด ๆ ถูก ข้อ นี้ ก็ ไม่ สมควร กับ ข้อ ที่ กล่าว จะ ถอด ทำ โทษ ลูกขุน ตระลา การ และ ร้อง ให้ เปลี่ยน แปลง ตั้ง กฎหมาย อย่าง ธรรมเนียม ต่าง ๆ ตาม ประสงค์ ของ คน ที่ มี ปัญา อัน หยาบ เจือ ไป ด้วย ทาษ ปัญา นั้น ก็ ไม่ สมควร แต่ ข้าพเจ้า ผู้ มี ปัญา อัน น้อย ยัง เห็น ว่า การ ที่ คอเวินแมนต จะ คิด การ โต สำคัญ การ ที่ จะ บำรุง รักษา ราษฎร นั้น เปน การ ใหญ่ จะ จัด โดย รีบ ด่วน นั้น จัด ไม่ ได้ เพราะ การ เปน เพษ บ้าน พื้น เมือง มา แต่ โบราณ ถึง กระ นั้น จัด ขึ้น ดี กว่า แต่ ก่อน มาก คือ มี โปลิศ รักษา การ ทั้ง ฝั่ง ตวัน ออก ตวัน ตก ท้อง น้ำ แล อื่น ๆ เหลือ ที่ จะ พรรณา ปี หนึ่ง เดือน หนึ่ง เปลือง พระราช ทรัพย แผ่นดิน เปน อัก มาก ฝล ประโยชน์ ของ แผ่น ดิน สยาม ยัง น้อย กว่า ผล ประโยชน์ ของ ประเทศ ยุโรป จะ เอา อย่าง ธรรมเนียม แล การ อะไร ๆ เหมือน ประ เทศ ยุโรป ยัง ไม่ ได้ การ ที่ จะ ทรมาร ลูกขุน ตระลา การ นั้น เปรียบ เหมือน ทรมาร เสือ ห้าม เสือ มิ ให้ กิน เนื้อ สัตว เปน จะ ต้อง หา ผล ประโยชน ให้ ได้ เพียง ภอ กับ การ ที่ จะ จำหน่าย เนื้อ สัตว ให้ เสือ กิน เพียง ภอ จึ่ง จะ ห้าม เสือ ทำ อาญา แก่ เสือ ได้ แขง แรง ขอ ท่าน เอไดเตอร ตำหริ ตรึก ตรอง ให้ งาม สม อย่า ตาม ใจ คน ที่ มี ปัญา อัน ต่ำ การ ที่ จะ ลง จดหมาย เหตุ จะ ต้อง ตรวจ พิเคราะห โดย การ ที่ สม ควร ลง จึ่ง ลง จึ่ง จะ เปน ที่ ชอบ แก่ โสรัต สาธุชน ทั่ว ไป ๚ะ
๏ ถ้า แล ท่าน เอไดเตอร ไม่ มี ความ อาทัน ถือ เปน อุเปกขา แล้ว ถ้อย คำ ของ ข้าพเจ้า ที่ กล่าว มา นี้ ควร จะ ลง ใน จดหมาย เหตุ ของ ท่าน ข้า พเจ้า แล ชาว ชน ทั้งหลาย จะเหน ใจ ท่าน ว่า ท่าน เปน ผู้ ประเสริฐ มิ ได้ ปิด ความ ร้าย แต่ ขยาย ความ ดี ไม่ ชอบ ไม่ ชัง คำ ชม คำ ติ เตียน ขอ ท่าน จง ตรึก ตรอง โดย สม ควร ข้าพเจ้า ขอ คำนับ ขอบ ใจ มา ยัง ท่าน ๚ะ
๏ ท่าน ที่ ว่า ต่อ มา นี้ จะ มิ ให้ ชาว สยาม ต่าง คน ต่าง สำแดง ความ คิด ความ เหน ของ เขา ฤา ชาว สยาม ที่ ปัญญา พริบ ไหว แต่ พริบ ไหว ข้าง พาล ข้าง ร้าย ก็ มี ที่ ปัญญา ทึพ แต่ ทึพ ไป ข้าง พาล ก็ มี ที่ ปัญญา ทึพ แต่ ทึพ ไป ข้าง ดี ข้าง ซื่อ ก็ มี ที่ ปัญญา พริบ ไหว แล พริบ ไหว ไป ข้าง ดี ข้าง ซื่อ สุจริต ก็ มี แต่ เหน จะ น้อย เตม ที่ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ประส่งค ความ จะ ให้ คน ทั้งปวง มี ท่า ทาง ที่ จะ ให้ ปัญญา ของ ชาว สยาม ทั่ว กัน ขยาย ทวี งาม ขึ้น จะ ให้ ชาว สยาม ฟัง การ แล ความ ต่าง ๆ จึง จะ รู้ จัก เปรียบ เทียบ ธรรมเนียม คน ต่าง ๆ ประเทศ ต่าง ๆ ชาติ ต่าง ๆ จะ ได้ รู้ จัก ชี้ ให้ เหน ชัด ว่า ธรรมเนียม นี้ การ นี้ วิชา นี้ ถ้อย คำ นี้ สำนวน นี้ ดี กว่า กัน งาม กว่า กัน แล นำ ให้ ชาว สยาม ทั่ว กัน มี ใจ รัก เลือก อุษา ประพฤติ์ เอา แต่ ที่ ดี กว่า กัน เว้น ด้วย ความ เพียร อัน ไม่ ดี นั้น ทุก อย่าง เมื่อ เรียน กัน ดัง นี้ ซึ่ง วัน ก่อน เรา เคย อวด ว่า ดี ไป หน่อย หนึ่ง คน ที่ ปัญญา ความ คิด เลอียด เข้า คง ว่า การ แล ธรรมเนียม ก่อน ซึ่ง เรา เคย ถือ นั้น ไม่ ดี สู้ ธรรมเนียม ใหม่ ที่ ประพฤติ์ เดี๋ยว นี้ ไม่ ได้ ซึ่ง ท่าน เตือน ปัญญา นั้น ขอบ ใจ นักหนา ไม่ ถือ ไม่ โกรธ เลย ——เอไดเตอร ๚ะ
๏ พระเจ้า น้อง ยาเธอ ทั้ง ภรรยา จะ ออก จาก ตึก ราชทูต ที่ กรุง ลันดัน ข้าง แรม เดือน เก้า จะ กลับ เข้า มา ยัง กรุง เทพ รับ ราชการ ตาม ตำแหน่ง ใหม่ ซึ่ง ใน หลวง ทรง โปรด ตั้ง ให้ นั้น ๚ะ
๏ กรม หมื่น นเรศวรฤทธิ์ ซึ่ง ไป รับ พระราช โอรส ทั้งสี่ นั้น ที่ เมือง มาเซล กลับ มา ยัง กรุง ลันดัน ภา พระราช โอรส เข้า มา ด้วย หมอ เกาวัน ติด ตาม พระ ราช โอรส มา ด้วย ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สิบ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง คอเวินแมนต อังคริษ รับ ตาม ธรรมเนียม ข้อ ความ ซึ่ง พนักงาน รุเซีย มา ขอ ด้วย เรื่อง เขตร ต่อ เขตร นั้น
| กำปั่น เข้า ออก ใน กรุงเทพ | ||||||
| แต่ วัน อังคาร เดือน ๑๐ ขึ้น ๗ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บัญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| แมกอะลิศเตอร์ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๒๗ | ตุลลอก | บอนิโอ กำปนี่ | ลิงฆ โปร | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| ซงเบ้ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๒๓ | โยนซะ | วินดซอโรซ แอน โก | ซัวเถา | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| สยาม มงกุฏ | ก ก ฟ ร สยาม | — | ไลเซอ | — | เกาะ เสม็ด | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| ท่า ฮ่องกอง | ก ๒ ส ค สยาม | ๒๓๔ | ชะเตไมเอร์ | จีน โพเชง | สิงฆ โปร | ขึ้น ๑๓ ค่ำ |
| พระจุล จอม เกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ไดตวุด | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆ โปร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| แนนแซน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๐๕ | แบลก เบิน | วินดซอรซ แอน โก | ฮ่องกอง | ขึ้น ๙ ค่ำ |
| สุริยะวงษ | ก ก ฟ เยอระแมน | ๕๑๓ | โมลเชน | มาร์กวาลด์ แอนโก | สิงฆ โปร | ขึ้น ๙ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๒๗ | ตุลลอก | บอนิโอ กำปนี่ | สิงฆ โปร | ขึ้น ๑๓ ค่ำ |
| ศิศิ โร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๓๐ | ยอนซะ | จิน | ฮ่องกอง | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า ซงเบ้ง จีน เดิน สาร ที่ ดาษฟ้า ๑๔๐ คน ใน ห้อง แกะ บิน แหม่ม เซบเอิบ ๏ ท่า ฮ่องกอง มี ไทย | ||||||
| เดิน สาร ดาษฟ้า ๒ คน ๏ กำปั่น ขา ออก แมกอะลิศเตอร เอา เมล สิงฆ โปร อินเดีย แล ยุโรป ไป ๏ ศิศิ โร เอา เมล | ||||||
| จีน ยิปุ่น แล อะเมริกะ ไป ๚ะ | ||||||
๏ ข้าพเจ้า นาย เกิด กับ นาย มี ได้ ส่ง ความ เหน มา ให้ ท่าน ครู สมิท ลง ใน สยาม ไสมย ด้วย เรื่อง คน ค้า ขาย เอา โค ออก จาก บ้าน เมือง ไป ขาย ต่าง ประเทศ กระ ทำ ให้ โค มี่ ราคา แพง ขึ้น คน อยาก จน ที่ ทำ นา มี่ เงิน น้อย ไม่ ภอ ซื้อ โค ก็ ต้อง ทำ นา ด้วย แรง แห่ง ตน แต่ ข้าพเจ้า ก็ ทราบ ว่า ความ เหน ทั้ง นี้ ได้ ลง ใน สยาม ไสมย ให้ ความ เหน ข้อ นี้ ฦๅ ไป แล้ว แต่ เหน ที่ ท่าน เสนาบดี ยัง มิ ได้ อ่าน สยาม ไสมย ฤๅ ว่า ท่าน ยอม ยินดี ให้ โค สำรับ ทำ นา นั้น มี่ ราคา แพง ฤๅ ท่าน จะ ว่า เปน ความ เหน ของ ราษฎร โง่ ไพร่ แท้ ที่ จริง ก็ เปน อยู่ ใน กระกูล ไพร่ ราษฎร ก่อน แล้ว จึง เลื่อน เปน ผู้ ดี ทั้ง สิ้น ซึ่ง จะ มา นึก เอา ความ เหน ของ ไพร่ ราษฎร ว่า โง่ เง่า นั้น เหน จะ ไม่ สู้ ถูก ความ โง่ ความ ฉลาด ก็ เหมือน กัน อย่า ดู หมิน ความ เหน ไพร่ ที่ เปน เดิม นี้ เลย ขอ โปรด คิด อย่า ให้ โค ออก จาก บ้าน เมือง นัก เลย ให้ ข้าพเจ้า ไพร่ ที่ ทำ นา ซื้อ โค ราคา ถูก น่อย เถิด คำ นี้ เพราะ เหน เงียบ เสียบ จึง มา ขอ ให้ ท่าน ลง ใน สยาม ไสมย ลอง ดู อีก เพื่อ จะ เปน การ ๚ะ
๏ ความ ดี แล ความ จริง ของ สาสนา ต่าง ๆ ไม่ ผิด กัน ไม่ ขัด ข้อง กัน ถึง ใคร จะ ติ เตียน สัก เท่าไร ความ จริง ความ ดี นั้น คง ไม่ แพ้ คง ไม่ เสีย แต่ คง ยั่ง ยืน เจริญ ถาวร ยิ่ง ๆ ขึ้น ไป เปน นิจกาล อย่า คิด วิตก เพราะ ความ ดี แล ความ จริง เปล่า ๆ เลย คง ไม่ สูน ดอก ของ ไม่ ดี ไม่ จริง นั้น ครั้น รู้ เข้า แล้ว ครั้น จับ จริง แล เทจ แล ไม่ ดี แล้ว ธรรมเนียม ต่าง ๆ ที่ งอก ออก มา จาก ความ ไม่ จริง ความ ไม่ ดี นั้น จะ ขืน เอา ไว้ ทำ ไม ไม่ จริง ไม่ ดี แล้ว เลิก เสีย ทิ้ง เสีย ยิง เรว ยิง ดี ยิง งาม แก่ ผู้ ทิ้ง ไม่ จริง ไม่ ดี นั้น ได้ จง เพียร หา ความ ดี ความ จริง ไว้ เถิด ๚ะ
ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ขุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียกเอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ฯะ
เปน ทั้ง หมอ ยา ทั้ง หมอ ผ่า
ภัก อยู่ ที่ โรง เลี้ยง แขก คือ ยูไนเวอซัล โฮเตล เคียง ห้าง ทำ ขนม ปั๋ง คน ใช้ คน โรค มาหา ได้ แล้ว แต่ จะ ต้อง การ พึ่ง กับ ยา แล วิชา ของ หมอ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น สอง ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ด ๑ ) ๚ะ
มี ขาย
ห้าง บน อยู่ ที่ เสา ชิงช้า
ห้าง ล่าง อยู่ ริม บ้าน กงซุล ฝรั่งเสศ
โคม แคซ อย่าง ดี ใหม่
๏ จุด ไม่ ต้อง ใช้ ไส้ แล ไม่ เปลือง แสง สว่าง ดี เสมอ แคซ ได้ หลาย ๆ ดวง ไม่ มี อันตราย ต่าง ๆ ไม่ ระเบิด ไม่ เสีย ไม่ รั่ว แล ไม่ แตก ควร จะ ใช้ ได้ เปน ตะเกียง อย่าง วิเสศ แล ไว้ ใจ ได้ เปน แน่ ( ห ๒ )
๏ เปน ภาษา อังคริน บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้กลางโลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่านั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี ( จ ห ) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด