เดือน ๑๐ แรม ๗ ค่ำ, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๖ วัน พุฒ เดือน สิบ แรม ๗ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
การ ฝรั่งเศศ กับ จีน

๏ ว่า ด้วย ประเทศ จีน กับ ประเทศ ฝรั่งเศศ ทำ สง คราม แก่ กัน แล หนังสือ สัญญา ทาง พระราช ไมตรี แล เหตุ ที่ มองซิเออร์ ยูล เฟอรี ต้อง ออก จาก ที่ อรรค มหา เสนาบดี แล การ ที่ ตั้ง คอเวินแมนต์ ผู้ ปก ครอง แผ่นดิน ฝรั่งเศศ ใหม่ ๚ะ

๏ คอเวินแมนต์ ผู้ ปก ครอง ประเทศ ฝรั่งเศศ นี้ เปน ริปับลิก ไม่ มี กระษัตร ผู้ เปน ประธานาธิบดี ใน แผ่น ดิน นั้น เรียก ว่า เปรสิเดนต์ ราษฎร ทั้งหลาย เลือก ขึ้น ให้ เปน เปรสิเดนต์ อยู่ ตาม กำหนด ปี ตาม กฎ หมาย คอนสะไตตูเชอน สำหรับ แผ่นดิน ครั้น ถึง กำหนด เวลา ที่ เลือก ก็ เลือก เปรสิเดนต์ ใหม่ เปรสิเดนต์ คน เก่า ต้อง ออก จาก ตำแหน่ง แล เปลี่ยน กัน ไป เสมอ ผู้ ซึ่ง เปน คอเวินแมนต์ นั้น มี อรรค มหา เสนาธิบดี ๑ เสนาบดี ผู้ ว่า การ ต่าง ประเทศ ๑ เสนาบดี ผู้ ว่า คลัง มหา สมบัติ ๑ เสนาบดี ผู้ ว่า การ สินค้า ๑ เสนาบดี ผู้ ว่า การ กรม เมือง ๑ เสนาบดี ผู้ ว่า การ ทัพ บก ๑ เสนาบดี ผู้ ว่า การ ทัพ เรือ ๑ เสนาบดี ผู้ ว่า การ ศิลป สาตร ๑ ( คือ จัด การ เล่า เรียน สรรพ วิชา การ ของ ราษฎร ) เสนาบดี ผู้ ว่า การ ยุติธรรม ๑ ( คือ จัด การ ชำระ ถ้อย ความ ทุก อย่าง ทุก ประการ ) เสนาบดี ทั้ง ๙ นาย นี้ เรียก ว่า คอเวินแมนต์ ฤา แคบิเนต แต่ ผู้ เปน เปรสิเดนต์ นี้ มิ ได้ นับ เข้า ใน จำพวก คอเวินแมนต์ เปน ใหญ่ กว่า คอเวินแมนต์ ราชการ แผ่นดิน อยู่ ใน เงื้อม มือ ของ คอเวินแมนต์ ทั้งสิ้น ใน จำพวก คอเวินแมนต์ นั้น มี อรรค มหา เสนาธิบดี เรียก ใน ภาษา ฝรั่งเศศ ว่า ปรีเมีย เปน ประธานาธิบดี เมื่อ เวลา ที่ ตั้ง คอเวิน แมนต์ นั้น ผู้ ซึ่ง จะ เปน อรรค มหา เสนาธิบดี มี อำ นาถ เลือก เอา คน ที่ ร่วม ใจ กัน มา ตั้ง เปน เสนาบดี ว่า กรม ต่าง ๆ ดัง ที่ ว่า มา แล้ว นั้น ได้ แล เสนาบดี ทั้ง ๘ นาย นี้ ต้อง มี ความ สามะคี แก่ กัน โดย สุจริต เมื่อ จะ คิด ราชการ สำคัญ สิ่ง ใด แล้ว ต้อง เปน น้ำ หนึ่ง ใจ เดียว ลง เนื้อ เหน พร้อม กัน ราชการ อัน นั้น จึ่ง จะ สำเร็จ ได้ ถ้า แม้น ผู้ ใด ขัด ขวาง แก่ง แย่ง ใน การ ที่ ปฤกษา ราชการ สิ่ง นั้น ๆ ผู้ นั้น จำ เปน ต้อง ออก จาก คอเวินแมนต์ อนึ่ง เวลา เมื่อ อรรค มหา เสนา ธิบดี จำ เปน จะ ต้อง ออก จาก ตำแหน่ง ด้วย เหตุ สำคัญ ซึ่ง เกิด ขึ้น ใน ราชการ แผ่นดิน ฤา ไม่ จำ เปน จะ ต้อง ออก แต่ ไม่ มี ความ เตม ใจ ที่ จะ รับ ราช การ ต่อ ไป แล้ว ลา ออก เช่น นี้ เสนาบดี อีก ๘ นาย นั้น ก็ ต้อง ออก จาก คอเวินแมนต์ พร้อม กัน ผู้ ซึ่ง จะ มา เปน อรรค มหา เสนาธิบดี ใหม่ ก็ เลือก เอา คน ที่ ร่วม ใจ กัน มา ตั้ง เปน เสนาบดี ว่า การ คอเวินแมนต์ ต่อ ไป ๚ะ

๏ ปาเลี่ยแมนต์ นั้น คือ ที่ ประชุม หัว หน้า ของ ราษ ฎร ๆ ทุก หัว เมือง ประชุม เลือก ให้ เข้า มา นั่ง ปฤกษา ราชการ กับ คอเวินแมนต์ ใน ปาเลี่ยแมนต์ แทน ราษฎร ปาเลี่ยแมนต ใน กรุง ฝรั่งเสศ แบ่ง ออก เปน ที่ ประชุม ส่อง แห่ง ๆ หนึ่ง เรียก ว่า เสเนต แห่ง หนึ่ง เรียก ว่า เชมเบอร ออฟ เดปุตี่ ผู้ ที่ นั่ง ประชุม ใน เสเนต นั้น เรียก ว่า เสเนตอร ๆ มี ประมาณ ร้อย เสศ พวก ที่ นั่ง ประชุม ใน เชมเบอร ออฟ เดปุตี้ นั้น ที่ หลาย ร้อย คน เปรสิเดนต์ นั่ง เปน ประธาน ใน ที่ ประชุม เสเนต แล เสนาบดี ใน จำพวก คอเวินแมนต นั้น แยก เข้า มา นั่ง ประชุม ใน เสเนต ด้วย บ้าง เพื่อ เสเนตอร ทั้งหลาย จะ ได้ ไถ่ ถาม ด้วย ข้อ ราชการ ต่าง ๆ ใน ที่ ประชุม เซมเบอร ออฟ เดปูตี นั้น ผู้ ที่ เข้า มา ประชุม ต้อง เลือก คน หนึ่ง ขึ้น ให้ นั่ง เปน ประธาน ใน ที่ ประ ชุม เรียก ว่า ส์ปิเกอร์ ๆ เปน ผู้ ตัด สิน ใน การ ที่ ผู้ ที่ เข้า ประชุม จะ พูดจา โต้ เถียง กัน ที่ เปน ลำดับ ตาม กฎหมาย ซึ่ง ตั้ง ไว้ สำหรับ ปาเลี่ยแมนต เบื้อง ขวา แห่ง ที่ นั่ง ของ ส์ปิเกอร์ นั้น เปน ที่ นั่ง แห่ง อรรค มหา เสนาธิบดี แล เสนาบดี ใน จำพวก คอเวินแมนต ฝ่าย ซ้าย นั้น เปน ที่ นั่ง ของ พวก ออปโปสิเชอน ๆ นี้ เปน ผู้ มี ความ เหน ใน ทาง ราชการ ผิด กับ คอเวินแมนต เหตุ ฉนี้ จึง เรียก ว่า พวก ออปโปสิเชอน แปล ว่า พวก ต่อ สู้ ธรรมเนียม อังกฤษ นั้น ถ้า เปลี่ยน คอเวินแมนต ใหม่ แล้ว พวก ออปโปสิเชอน รับ เปน คอเวินแมนต แทน พวก ที่ ออก จาก คอเวินแมนต กลับ มา เปน พวก ออป โปสิเชอน เปลี่ยน กัน ดัง นี้ เสมอ ไป แต่ ธรรมเนียม ฝรั่งเศศ ไม่ เปน เช่น นั้น ถ้า พวก คอเวินแมนต ออก พวก ออปโปสิเชอน หา ได้ เปน คอเวินแมนต์ ไม่ เมื่อ เปรสิเดนต์ เชิญ ผู้ ใด มา เปน อรรค มหา เสนาธิบดี ผู้ นั้น เลือก เอา คน อื่น มิ ใช่ พวก ออปโปสิเชอน มา เปน คอเวินแมนต เปน ต้น ว่า เมื่อ มองสิเออร์ ยูล เฟอรี่ อรรค มหา เสนาธิบดี กับ เสนาบดี ใน จำพวก คอเวิน แมนต ลา ออก จาก ตำแหน่ง พร้อม กัน มองสิเออร์ เคลเมนโซ หัว หน้า ของ พวก ออปโปสิเชอน มิ ได้ เปน คอเวินแมนต มองสิเออร เดอ ปริซ ซอง ซึ่ง เปน ส์ปิเกอร์ ใน ที่ ประชุม เซมเบอร ออฟ เดปูตี รับ คำ เชิญ ของ เปรสิเดนต์ เครวี เปน อรรค มหา เสนาธิบดี เลือก เอา คน ซึ่ง ร่วม ใจ กัน มา เปน เสนาบดี ว่า การ คอเวินแมนต แต่ บันดา หัว หน้า ราษฎร ทั้งหลาย ซึ่ง มี ความ เหน ใน ทาง ราชการ เหมือน กัน กับ คอเวิน แมนต ก็ นั่ง ข้าง หลัง ถัด พวก เสนาบดี ออก ไป แล พวก ที่ มี ความ เหน ใน ทาง ราชการ อย่าง เดียว กัน กับ พวก ออปโปสิเชอน ก็ นั่ง ข้าง หลัง ถัด พวก ออป โปสิเชอน ออก ไป พวก ที่ มี ความ เหน เปน กลาง ก็ นั่ง แถว กลาง ตรง เก้าอี้ ของ ส์ปิเกอร์ ออก ไป ใน เวลา ที่ ประชุม พร้อม กัน ผู้ มา ประชุม ลุก ยืน ขึ้น ไถ่ ถาม พูดจา โต้ ตอบ ด้วย ข้อ ราชการ ต่าง ๆ กับ อรรค มหา เสนาธิบดี แล เสนาบดี ใน จำพวก คอเวินแมนต ได้ ทุก คน เมื่อ ปฤกษา ด้วย ข้อ ราชการ สิ่ง ใด เปน ต้น ว่า การ ตั้ง เปลี่ยน แก้ ไข เพิ่ม เติม ฤา เลิก ถอน กฎหมาย ฤา จะ กระทำ การ ศึก สงคราม ไมตรี ฤา หนังสือ สัญญา กับ นา ๆ ประเทศ ฤา จะ คิด เก็บ ภาษี อากร เงิน ขึ้น แผ่นดิน แล สรรพ ราชการ ใด ๆ ก็ ดี ครั้น ปฤกษา แล พูดจา โต้ เถียง กัน ตาม ความ เหน ของ พวก ที่ ประชุม นั้น แล้ว คน ที่ ประชุม นั้น ก็ แบ่ง ออก เปน สอง จำพวก ๆ ที่ เหน ว่า ราชการ สิ่ง นั้น ควร จะ เปน ไป ได้ แล จำพวก ที่ เหน ว่า จะ เปน ไป ไม่ ได้ คน สอง จำพวก นี้ ก็ ภา กัน เดิน ออก ไป จาก ที่ ประชุม ทั้ง หมด เว้น แต่ สปีเกอร คน เดียว แล้ว เดิน กลับ เข้า มา ใน ที่ ประชุม ข้าง ละคน สปีเกอร คอย นับ อยู่ จน หมด คน ถ้า พวก ได พวก หนึ่ง มาก กว่า กัน ราช การ ที่ ปฤกษา ก็ สำเร็จ ไป ตาม ความ เหน ของ จำ พวก ที่ มาก กว่า ทุก ครั้ง ถ้า คน สอง จำพวก นี้ เท่า กัน แล้ว สปีเกอร ต้อง เข้า ข้าง พวก ได พวก หนึ่ง ตาม ความ เหน ของ สปีเกอร ใน ราชการ อัน นั้น การ ที่ กล่าว มา นี้ เรียก ว่า โวด ถ้า คน สอง จำพวก มาก กว่า กัน อยู่ แล้ว สปีเกอร ไม่ ต้อง โวด เว้น แต่ คน สอง จำพวก เท่า กัน สปีเกอร ต้อง โวด เข้า ข้าง พวก หนึ่ง โวด ของ สปีเกอร เรียก ว่า คาวเตอร โวด ๚ะ

๏ การ อธิบาย มา โดย สังเขป นี้ เพื่อ จะ ให้ ท่าน ผู้ อ่าน เข้า ใจ ประเพณี การ รักษา ปก ครอง บ้าน เมือง ของ ชาว ฝรั่งเสศ เสีย ให้ ทราบ ชัด ก่อน ภาย หลัง จึ่ง จะ ได้ พูด ถึง การ เปลี่ยน คอเวินแมนต แล การ อื่น ๆ ได้ ชัด เจน ปราศจาก ความ สงไสย ของ ท่าน ผู้ อ่าน ๚ะ

๏ เดิม มองสิเออร์ ยูล เฟอรี่ ได้ เปน อรรค มหา เสนาธิบดี เมื่อ เดือน เฟปรแอรี่ ปี คฤศต ศักราช ๑๘๘๓ ตรง กับ จุลศักราช ๑๒๔๕ แล ได้ จัด การ แต่ง ตั้ง คน ที่ ร่วม ใจ ของ มองสิเออร์ ยูล เฟอรี่ ให้ เปน เสนาบดี ใน จำพวก คอเวินแมนต์ อำนาจ แผ่นดิน ก็ อยู่ ใน เงื้อม มือ ของ มองสิเออร์ ยูล เฟอรี่ แล พวก เสนาบดี เหล่า นั้น ราชการ ทั้งปวง ก็ เปน ไป โดย เรียบ ร้อย มองสิ เออร์ ยูล เฟอรี่ มี ใจ กำเริบ ใน ราชการ ต่าง ประเทศ คิด จะ แผ่ อาณา เขตร ให้ กว้าง ขวาง ใน ปราจิณ ทิศ เพราะ เหน ว่า ประเทศ น้อย ใหญ่ ใน ทิศ ตวัน ออก มี อำนาจ แล กำลัง น้อย คง จะ เบียด เบียฬ ช่วง ชิง เอา เขตร แดน ได้ ด้วย คม อาวุธ ฤๅ คิด เอา ด้วย กล อุบาย ล่อ ลวง ขู่ ข่ม ให้ ทำ หนังสือ สัญญา ยก เขตร แดน บ้าน เมือง ให้ ดัง ที่ เคย กระทำ แก่ ผู้ ปก ครอง ประเทศ ตูนิซ แล เขมร แล้ว อีก ประการ หนึ่ง คอเวิน แมนต เปน ที่ ราษฎร จำนวน เงิน ประมาณ ๔๕๒ ๐๐๐ ๐๐๐ ปอนด์ คิด เปน เงิน ไทย ประมาณ ๔๕ ๒๐๐ ๐๐๐ ชั่ง เงิน นี้ คอเวินแมนต ยืม ราษฎร ใช้ จ่าย ราชการ ทัพ แล อื่น ๆ เหมือน เมื่อ ปี คฤศต ศักราช ๑๘๗๐ ประมาณ สิบห้า ปี ล่วง มา แล้ว สมเด็จ พระเจ้า เอมบีเรอ นาโป เลียน ปราไชย พ่าย แพ้ เสีย พระ นคร แก่ สมเด็จ พระเจ้า กรุง ปรุเซีย เสนาบดี ฝรั่งเสศ เสีย เงิน ค่า ถ่าย เมือง แก่ เจ้า วอน บิศมาก อรรค มหา เสนาธิบดี ของ พระเจ้า กรุง ปรูเซีย แล เยอรแมนี่ เปน อัน มาก ผ่อน ใช้ มา เปน หลาย ปี จึ่ง หมด นี่ ราษฎร จึ่ง มาก ขึ้น แต่ ครั้ง นั้น ชาว ฝรั่งเสศ โกรธ แค้น พระเจ้า เอมเปรอ นาโป เลียน เปน อัน มาก เพราะ เหตุ ที่ อัปราไชย แพ้ ชาว ปรูเซีย จึ่ง เนรเทศ พระเจ้า เอมเปรอ นาโปเลียน กับ พระ มะเหษี พระราช บุตร เสีย จาก กรุง ฝรั่งเสศ แผ่น ดิน จึ่ง ได้ เปลี่ยน เปน รีปับลิก มา ๑๕ ปี แล้ว มองสิ เออว์ ยูล เฟอร์ เหน ว่า ถ้า รบ ประเทศ ใด ได้ ก็ คง จะ คิด เก็บ ภาษี อากร เอา แก่ ราษฎร หัว เมือง นั้น ได้ จะ ได้ ผ่อน ใช้ หนี้ ราษฎร ชาว ฝรั่งเสศ ความ คิด เช่น นี้ คน ที่ มิ ได้ เหน เข้า กัน กับ ฝรั่งเสศ มัก ว่า เปน การ แสวง หา ทรัพย สมบัติ ด้วย หา สุจริตธรรม ถือ ตน ว่า มี พาหนะ กำลัง มาก ก็ เที่ยว เบียด เบียฬ ข่ม เหง แย่ง ชิง เอา ทรัพย ของ ผู้ ที่ มี กำลัง น้อย แล้ว ก็ อ้าง ว่า จะ คิด บำรุง บ้าน เมือง ให้ สมบูรณ ไป ด้วย ความ สุข เจริญ ( ศิวิไลแซเชอน ) ก็ จะ ว่า ประสงค จะ เอา ทรัพย ของ เขา เปน อนา ประโยชน์ แก่ ตน เท่า นั้น ๚ะ


ข่าว ใน กรุง

พวก โปลิศ

๏ มี คำ ฦๅ กัน ว่า เหน พวก โปลิศ นั่ง กิน สุรา อยู่ กับ พวก นักเลง ที่ ถนน ตรอก วัด ญวน บ้าง ๆ ไป เที่ยว ด้อม มอง ดู บ้าน เรือน ของ ชาว บ้าน อยู่ เนือง ๆ เช่น นี้ ฤา เปน ธรรมเนียม ของ พวก โปลิศ จึ่ง ทำ ดัง นั้น ได้ ธุระ โปลิศ นั้น ต้อง รักษา อยู่ ที่ หน้า ที่ ของ ตัว คอย ระวัง รักษา เหตุ การ ทั้งปวง ที่ ถนน หลวง แล้ว ต้อง ผลัด เปลี่ยน กัน เฝ้า รักษา อยู่ เปน นิจ ตาม ธรรมเนียม แล กฎหมาย ที่ จะ ไป กิน สุรา กับ พวก นักเลง เที่ยว ซุ่ม ซ่อน ด้อม มอง ตาม ตรอก นั้น หา ควร ไม่ คือ คำ อังกฤษ เรียก ว่า โปลิศแมน เปน คน ที่ พระเจ้า แผ่นดิน ตั้ง ให้ ระวัง รักษา ที่ ถนน หลวง ใน การ ยุติธรรม ท่า กลาง คำ แขก เรียก ว่า ออรังมาตา เปน คน มี หู มี ตา ที่ พระเจ้า แผ่นดิน ใช้ ให้ เฝ้า ถนน หลวง ๚ะ

ว่า ด้วย ของ ซื้อ ขาย กัน

๏ บาง คน ทำ ให้ ของ มี ขึ้น เหมาะ จำเพาะ สำหรับ ใช้ เอง บาง คน ทำ ของ มาก ขึ้น เกิน ต้อง การ ใช้ ที่ เหลือ เกิน ที่ จะ ใช้ เอง ตั้ง ใจ จะ ขาย ซื้อ ของ อื่น ซึ่ง ตัว ไม่ มี ซึ่ง ตัว ทำ ไม่ ได้ นั้น ครั้น รู้ ว่า ใคร จะ ต้อง การ ของ เหลือ เกิน แล จะ ให้ ราคา มาก เพราะ อยาก ได้ ของ นั้น เจ้า ของ จำ ต้อง ขาย ให้ แก่ ท่าน อัน อยาก ได้ นั้น แล เตม ใจ ให้ ราคา แพง ๆ เพราะ อยาก ได้ ของ เหลือ ใช้ นั้น ก็ แพง ขื้น ถูก ลง ตาม แต่ จะ มี ของ มาก อย่าง หนึ่ง ตาม แต่ ความ ปราถนา คน อยาก ได้ มาก อย่าง ราคา ของ ขึ้น ๆ ลง ๆ เพราะ เหตุ สอง อย่าง นี้ และ ใคร จะ ไป ห้าม มิ ให้ เจ้า ของ ขาย ก็ จะ ทำ การ ไม่ ถูก ใคร จะ ไป ห้าม คน อัน ต้อง การ แล จะ ซื้อ ของ นั้น ก็ จะ ทำ ไม่ ถูก ถ้า เปิด ท่า ให้ คน ขาย แล ซื้อ ของ ที่ เหลือ ๆ เกิน ๆ ขาด ๆ นั้น ให้ คล่อง เข้า ก็ คง ทำ มิ ให้ ของ มี ราคา เกิน ขนาด ไป ได้ นั้น เมื่อ ขาย ของ ได้ ดี ผู้ ซึ่ง ทำ ของ คง ทำ ให้ มาก ๆ ถ้า เปน สัตว เจ้า ของ คง คิด เลี้ยง ให้ มาก ขึ้น ให้ ภอ ความ ต้อง การ นั้น ห้าม สินค้า ใน สินค้า นอก อัน จะ มี คุณ แก่ มนุษ ไม่ ดี ถ้า คอเวินแนนต์ ห้าม ก็ จะ ทำ ร้าย แก่ ลูก บ้าน ลูก เมือง เอง เอไดตอร ๚ะ

ยา ฝิ่น

๏ สิง นี้ เปน ของ ร้าย นัก แก่ คน ที่ กิน ที่ สูบ ที่ ใช้ ยาฝิ่น จน ติด เมื่อ ติด แล้ว อด อยาก นัก บาง คน ร้อง ขอ คอเวินแมนต ห้าม มิ ให้ ใคร เอา มา เปน สินค้า ห้าม มิ ให้ ลูก บ้าน ลูก เมือง ซื้อ กิน ซื้อ สูบ ซื้อ ใช้ ซึ่ง คอเวินแมนต จะ ห้าม มิ ให้ คน ทำ ของ ซื้อ ขาย กัน ซึ่ง จะ ห้าม มิ ให้ คน ซื้อ ขาย ของ คน เปน อัน มาก ต้อง การ แล รู้จัก ใช้ นั้น ราษฎร ที่ ทำ มา หากิน ก็ จะ ร้อง ว่า ข่มเหง เขา ปิด ท่า ทาง มิ ให้ เขา ทำ มา หากิน ได้ ของ ต่าง ๆ ซึ่ง มี โทษ แก่ คน ที่ จะ ใช้ นั้น ควร ที่ คน ทั้งปวง จะ ตรอง การ ให้ ละเอียด แล ของ ที่ จะ เปน อันตราย แก่ ตัว เมื่อ ใช้ นั้น อย่า ซื้อ อย่า ใช้ ของ นั้น เลย เมื่อ คน ระงับ ใจ อด ได้ ไม่ ซื้อ แล้ว ไม่ มี ผู้ ซื้อ ใช้ แล้ว ของ ร้าย นั้น ก็ คง ยุบ ลง สูญ หาย ไป เอง เมื่อ คน ไม่ อยาก ได้ ของ ไม่ ต้อง การ สิ่ง ไร แล้ว ไม่ มี ใคร อาจ ทำ ของ เช่น นั้น ไม่ มี ใคร อาจ ซื้อ ของ นั้น คิด ขาย เลย ให้ ลูก บ้าน ลูก เมือง เข้า กัน ทะนุ บำรุง การ ดี ของ ดี ทำ เนียม ดี การ ดี ของ ดี ทำเนียม ดี คง แผ่ ฟุ้ง ซ่าน ออก ไป ทั่ว ตลอด แผ่นดิน บ้าน เมือง มี คำ เลื่อง ภา กัน ว่า ลูก ค้า จีน ไทย ที่ เมือง พิจิต เมือง พิไชย เมือง สวรรค โลกย เมือง ศุกโขไทย เมือง พิศนุ โลกย ร้อง ว่า เจ้า ภาษี ฝิ่น เบียด เบียฬ ข่มเหง เขา นัก ซื้อ ฝิ่น ของ เขา แล ไม่ ใช้ เงิน ให้ เขา ด้วย ของ ที่ มี คุณ จำเภาะ เปนยา แก้ โรค ต่าง ๆ จง ใช้ เปน ยา แก้ โรค อย่า ไป ใช้ ฆ่า ตัว เอง เปล่า ของ ต่าง ๆ มี คุณ จำเภาะ อย่าง ไร จง ใช้ ใน ทาง มี คุณ นั้น นอก ทาง นั้น อย่า ใช้ เมื่อ ของ สิ่ง ไร จะ เปน อันตราย แก่ ตัว อย่า ดื้อ ไป ใช้ ของ นั้น จึง จะ ชอบ เพราะ ตัว ระงับ ใจ ชั่ว ตัว เอง ไม่ เปน อย่า ไป รังแก คน ที่ รู้ จัก ใช้ ของ ให้ เปน ผล แก่ ตัว แล เปน ผล แก่ ท่าน ผู้ อื่น ด้วย ถ้า ซื้อ ของ ๆ เขา ต้อง ใช้ เงิน ให้ เขา คล่อง ๆ จึ่ง จะ งาม ดี — เอ ไดเตอร ๚ะ

ความ ชั่ว มี อยู่ แก่ ทุก ตัว คน

๏ คน ใจ พาล มัน ทำ การ ชั่ว แล ไม่ รู้ ว่า ได้ ทำ การ ชั่ว คน เช่น นี้ ไป ไม่ ถึง ไหน ความ ฉิบ หาย คง มา ทัน เข้า โดย เรว ๆ คน ชั่ว บาง คน ไม่ คิด ถึง แม่ ลูก เมีย ถ้า ถึง ที่ คับ เข้า แล้ว ก็ จะ ขาย พ่อ แม่ ลู เมีย พี่ น้อง แล้ว มิ หน่า ซ้ำ ไป เที่ยว อวด ว่า ตัว ฉลาด ไม่ มี ใคร รู้ เท่า แต่ คน เช่น นี้ ใกล้ คุก ใกล้ นรก แล้ว ๚ะ

๏ ถ้า ไม่ มี ใคร เปลี่ยน ใจ คน พาล ได้ ให้ มี ใจ ใหม่ ขึ้น ที่ จะ เปน กำลัง เลิก เว้น การ ชั่ว ได้ แล้ว ถ้า ไม่ มี ใคร มี อาญา สิทธิ์ ที่ จะ โปรด ยก โทษ แห่ง การ บาป ซึ่ง คน เหล่า นี้ เคย ทำ มา แต่ ก่อน เมื่อ ยัง เปน ใจ พาล อยู่ ทาง รอด ทั้ง ใน ปัจุบัน ทั้ง ใน อนาคต ก็ จะ ไม่ มี สำหรับ มนุษ เลย เจ้า ของ สวรรค จึ่ง จะ โปรด ห้าม มิ ให้ ส่ง ผู้ ใด ไป ถึง นรก ได้ นอก จาก ความ กรุณา ของ เจ้า ของ สวรรค เจ้า ของ นรก นั้น ใน ทาง ที่ จะ ให้ คน เข้า สวรรค ไม่ มี ทาง ที่ จะ กัน มิ ให้ คน ไป สู่ ทุก เวทนา ใน นรก นั้น —— เอไดตอร ๚ะ

คำ ตอบ ต่อ ว่า ชาว สยาม ที่ อ้าง ว่า
ตัว ถือ คฤษโต สาศนา

๏ คำนับ มา ยัง ท่าน เอไดตอร ด้วย ข้าพเจ้า ได้ อ่าน สยาม ไสมย ลง วัน พุฒ เดือน สิบ ขึ้น แปด ค่ำ ปี ระกา สัปต ศก ๑๒๕๗ แผ่น ๓ น่า ๒๗ มี ความ ว่า คน ที่ บวช เปน พระภิกขุ นั้น เปรียบ ดุจดั่ง เพรียง กิน ทั้ง ลำ เรือ จะ วิด ก็ ไม่ แห้ง จะ ยา ก็ ไม่ หาย รั่ว คน เที่ยว บวช นั้น จะ ว่า ได้ บุญ อย่างไร คน ที่ ถือ สาสนา พระสมณะโคตม ไม่ เหน มี ปัญา อาไร เลย คน ชาว ยุโรป ถือ สาสนา พระ คฤษโต เจ้า มี ปัญา อาจ สามาถ จะ ทำ สรรพ สิ่ง ใด สิ่ง หนึ่ง ก็ ทำ ได้ ทุก อย่าง ข้าพเจ้า จึ่ง เหน ว่า สาสนา พระเยซู เจ้า จริง เที่ยง แท้ ๆ ก็ ข้อ ความ ที่ ว่า จริง เที่ยง แท้ นั้น ข้าพเจ้า เหน พูด มา เปน ความ ใหญ่ อยู่ ด้วย การ สาสนา เปน ของ สำคัญ ทุก ชาติ ทุก ภาษา ต่าง คน ก็ แสวง หา แต่ สาสนา แท้ จริง ด้วย กัน ทั้ง สิ้น ที่ ท่าน ผู้ ลง พิมพ ชม สาสนา พระเยซู ว่า คน ชาว ยุโรป ถือ สาสนา พระเยซู มี ปัญา นั้น ข้าพเจ้า ฟัง ยัง มี ความ สงไสย อยู่ ด้วย คน แต่ ต้น สาสนา ที่ ได้ ภบ กับ พระเยซู ได้ รับ โอวาท คำ สั่ง สอน มา จาก พระ โอษฐ ของ ท่าน แล ต่อ ๆ มา จน คฤษ ศักราช ได้ พัน ปี เสศ มา ก็ มิ ได้ ยิน ปรากฎ ว่า ท่าน ผู้ นั้น คิด ของ สิ่ง นั้น ขึ้น ข้าพ เจ้า มา ได้ ยิน ขึ้น แต่ เมื่อ สาสนา ล่วง พัน ปี มา แล้ว ได้ ภบ หนังสือ เปน ต้น ว่า การ ทำ เครื่อง จักร ฤา สาย โทรเลข แล สรรพ วิชา ช่าง ต่าง ๆ ก็ บอก ชื่อ ท่าน ผู้ คิด ทำ ขึ้น ทุก ๆ ท่าน ว่า ท่าน นักปราช ผู้ นั้น ชื่อ นั้น ได้ คิด ทำ สิ่ง นั้น ขึ้น แต่ คฤช ศักราช เท่า นั้น อยู่ บ้าน นั้น เมือง นั้น แล ได้ วาง ตำหรับ ไว้ ให้ กล บุตร ต่อ ๆ มา คิด ทำ ขึ้น แปลก ปลาด ออก ทุก ที่ สรรพ วิชา จึ่ง จำเริญ มาก ทวี ขึ้น ทุก ปี จน คน ที่ อยู่ ใน ประเทศ ยุโรป ที่ เขา มิ ได้ ถือ เยซู ศาสนา ก็ มี โดย มาก ก็ พลอย ทำ การ ชั่ง ต่าง ๆ นา ๆ ดี กว่า ผู้ ที่ ถือ สาสนา เยซู เคร่ง อีก เพราะ เหตุ นี้ ข้าพเจ้า จึ่ง ยัง สงไสย อยู่ ถ้า นับถือ สาสนา แล้ว ฉลาด ไม่ นับถือ แล้ว เปน คน โง่ ถ้า เปน ไป ดัง นี้ ได้ รู้ ทั่ว ไป ชาว สยาม ก็ คง หัน เข้า นับถือ ปรนิบัต บ้าง นี่ ก็ ยัง เหน อยู่ ด้วย ตา ว่า คน ที่ ถือ สาสนา พระเยซู ก็ โง่ บ้าง ฉลาด บ้าง มั่ง มี บ้าง จน บ้าง แล คน ที่ ไม่ ถือ ก็ เหมือน กัน มี ทั้ง โง่ ทั้ง ฉลาด มี คน จน มี คน มั่ง มี เท่า กัน เหน จะ ไม่ เปน ด้วย สาสนา เปน แน่ จะ เอา เปน ดัง ว่า นั้น ยัง ไม่ ได้ ก่อน ขอ เสีย เถิด อย่า พูด เช่น นี้ อีก เลย โดย สาสนา พระคฤษโต เจ้า จะ เปน ของ จริง แท้ คน ชาว สยาม กำลัง จะ ตรึก ตรอง เอา ความ จริง อยู่ แต่ พวก สิศ พระเยซู มา พูด ให้ ผิด ๆ ไป ความ ตรึก ตรอง ก็ จะ ตก ไป เสีย จะ ภา กัน หัวเราะ เล่น จะ เสีย เวลา ตรึก ตรอง อายุ จะ แก่ ไป ล่วง ไป เปล่า ขอ ท่าน เอไดเตอร ได้ โปรด ลง พิมพ ให้ จง ได้ ๚ะ

พวก เสนา

๏ ข้าพเจ้า ผู้ ประดิษฐ คิด สนอง ฉัน ขอ ตรอง ตาม เรื่อง ที่ ขัน ๆ ภอ แก้ ทุกข เอา สนุกนี้ มา ปน กัน จะ รำพรรณ ด้วย เรื่อง พวก เสนา พวก เสนา เหล่า นั้น ทุก วัน นี้ บ้าง ก็ มี เงิน ทอง อัน มาก หลาย บ้าง ก็ จน ไร้ ทรัพย ทั้ง คับ ใจ บ้าง ก็ ต้อง ไคว่ ไพล่ เผล เท ทุบาย บ้าง ก็ จ้าง วาน เขา ที่ คน รู้ ที่ จะ กู้ เงิน หลวง ที่ ใน หอ ที่ กู้ ได้ ดี ใจ น้ำ ลาย คลอ ที่ กู้ ไม่ ได้ ใจ ฝ่อ กลับ มา เรือน พวก ที่ ได้ นั้น ดู ขัน ขยัน ยิ่ง ดู ก็ ยิ่ง กว่า ท่าน เปน เจ้สัว มี อำนาถ ด้วย ท้อง ตรา จน หน้า มัว ไม่ รู้ ตัว ว่า จะ ช้ำ ระกำ ใจ ขึ้น ไป ถึง ที่ ตำแหน่ง แผลง อำนาถ ขู่ ตวาด ราษฎร สยอน ขน ทั้ง เจ้า เมือง กรมการ สท้าน ตน มี ฤทธิ รน ด้วย อำนาถ พระราช อาทยา มี เข้า ของ สิ่ง ใด ที่ ประหลาด ใส่ โตภ ถาด เอา มา ให้ ดัง ใจ หมาย ทั้ง เงิน บาท เงิน เฟื้อง ได้ มาก มาย เอา ใจ นาย ที่ ท่าน เปน เสนา ครั้น เกบ เงิน ได้ เสร็ จ สำเร็ จ แล้ว ก็ คลาศ แคล้ว ไป ซื้อ สินค้า ขาย ซื้อ ไม้ ซุง กำยาน ทยาน ใจ เพื่อ จะ ได้ เปน ประโยชน์ โภชนา บ้าง ก็ ได้ มี กำไร น้ำ ลาย ส่อ บ้าง ขาด ทุน เที่ยว วิ่ง หวอ จน คอ หิว ที่ หา ได้ ดี ใจ แต่ หน้า นิ่ว ที่ หา ไม่ ได้ ใจ ปลิว ไม่ อยู่ ตัว ถึง กำหนด ทศมาศ ส่ง เงิน หลวง เจ้า กระทรวง ถาม หา พวก เล่นา ท่าน ไป เกาะ นาย ประกัน แล รับ เรือน มา ตัก เตือน เร่ง รัด ให้ ส่ง เงิน บ้าง หลบ หลีก เลี่ยง เถียง ไม่ ได้ เขา รู้ ทัน จับ ได้ เกือบ ตาย โหง บ้าง ผัว หนี เมีย ยัง ก็ ตั้ง ตาม บ้าง เมีย หนี ผัว จน หมด ปั้ญญา ทั้ง บ่าว ไพร่ ไทย ทาย ท่าน ริบ หมด ทั้ง เรือน บ้าน ก็ จด ไม่ เหลือ หลอ ให้ อาดูร พูล เทวศ น้ำ เนตร คลอ เสี่ยง พ่อ พ่อ หาย ใจ เกือบ ไม่ ทัน ทั้ง คิด ถึง เรือน เย่า แล เข้า ของ ก็ บก พร่อง เสี่ย หมด สลด ศรี ไม่ รู้ ตัว หัว ใจ ก็ ยัง ดี บ้าง เงิน ที่ เกบ มา ได้ เอา ไว้ พลัน ให้ ญาติ วงษา เอา ค้า ขาย บ้าง ฉิบหาย เสี่ย ซ้ำ ระยำ สัน ชั้น จะ กิน ก็ ไม่ มี หา ไม่ ทัน เที่ยว ขี้ ปด กิน กัน ใน ตราง เจ้า กระทรวง ตรวน ส่อง ชั้น ไล่ น้ำ ตา ไหล ไม่ รู้ ที่ จะ ผาย ผัน กลาง คืน ถูก ขื่อ คับ ร้อย กับ กัน ไม่ วาย วัน ทุก เมื่อ ชั่ง เหลือ ที่ จน หลาย ปี แม้ ไม่ มี เงิน ส่ง ท่าน แล้ว จึง จำหน่าย ให้ คลาศ แคล้ว จาก วิถี ศัก ซ้อ มือ เปน ไพร่ หลวง ไม่ ห่วง ดี ไป อยู่ ที่ บางปะอิน เปน ถิ่น ที่ ๚ะ


ข่าว โทรเลข นอก
ฟระเทศ ซะเปน แล เยอรแมนี่

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน เก้า แรม สิบ ค่ำ ที่ จะ จัด การ เรียบ ร้อย ลง คอเวินแมนต เยอรแมน ยอม แล้ว จะ เลิก ถอย จาก หมู่ เกาะยับ ใน ฝูง เกาะ กา โรไลน นั้น ถ้า จะ ให้ เหน จริง ว่า ประเทศ ซะเปน ได้ ชัก ธง ที่ เกาะ ยับ เหล่า นั้น ก่อน พวก เยอรแมน ได้ ชัก ธง ที่ หมู่ เกาะ ยับ นั้น ฯะ

ประเทศ ซะเปน แล เยอรแมนี่

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สิบ ขึ้น สาม ค่ำ คอ เวินแมนต ซะเปน มี หนังสือ เปน ทาง อัชฌาไศย แก่ กอเวินแมน เยอรแมนี่ แจ้ง เหตุ ให้ ทราบ ถึง เหตุ ซึ่ง เขา ถือ ว่า หมู่ เกาะ กาโรไลนซ์ เปน เขตร ของ เขา แล แสดง ความ ไว้ ใจ ว่า คง จัด การ ให้ เรียบ ร้อย ลง เปน ทาง ไมตรี ทั้ง สอง ฝ่าย นั้น ฯะ

ประเทศ อันนัม

๏ กรุง ปารีศ วัน อาทิตย เดือน สิบ ขึ้น ห้า ค่ำ คอ เวินแมนต ฝรั่งเสศ ไม่ ยอมทำ ตาม เยอรนิรัล ดะกรูซี่ ขอ ให้ เอา ประเทศ อันนัม ไว้ เปน ประเทศ ฝรั่งเสศ แต่ ย่อม ถ้า เหน เปน การ จำ เปน ควร แล้ว ถอด เจ้า ประเทศ อันนัม อย่า ให้ เปน เจ้า ต่อ ไป ๚ะ

ประเทศ อิงแลนด แล รุเชี่ย

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สิบ ขึ้น หก ค่ำ หนัง สื้อ สัญญา ฉบับ ราง ฝ่าย ประเทศ อิงแลนด แล รุเซี่ย ลง ลาย มือ ไซน แล้ว ๚ะ

เกาะ แมดะคาสการ

๏ พวก ฝรั่งเสศ จับ การ รุก รบ ที่ เกาะ แมดะคาส การ อีก แล้ว ๚ะ

ประเทศ อันนัม

๏ กรุง ปาริศ วัน พุฒ เดือน สิบ ขึ้น แปด ค่ำ มี คำ ประกาศ แจ้ง ความ แก่ คน ทั้งปวง ว่า จันมอง เปน กระษัตร ประเทศ อันนัม แล้ว ๚ะ

ประเทศ เยอรแมนี่

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สิบ ขึ้น แปด ค่ำ หนัง สื้อ จดหมาย เหตุ คือ เดลิ ไตมซ์ ลง ข่าว โทรเลข ข้อ หนึ่ง ว่า กำปั่น เยอรแมน จำเภาะ หมู่ หนึ่ง เปน กำลัง จัด ให้ ไป ข้าง ขา ราชการ ใน มหา สมุท แอดแลนด ติก เหนือ ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน สิบ ขึ้น สิบ ค่ำ ฝ่าย ประโยชน ใน การ ค้า ขาย ประเทศ อิงแลนด จะ หนุน ความ คิด ความ หมาย ของ พวก เยอรแมน ด้วย หมู่ เกาะ กาโรไลนซ์ นั้น ๚ะ

หมู่ เกาะ กาโรไลนซ

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สิบ ขึ้น สิบ ค่ำ พวก อังกฤษ เตือน ให้ พวก ซะเปน ยอม ให้ การ ราย นี้ แล้ว แต่ คนกลาง ( คือ รับ อาไบแตรเช่อน ) ๚ะ


สุภาสิต
กฎหมาย

๏ เป็น แบบ อัน ควร คน ตลอด บ้าน เมือง ที่ ตั้ง กฎหมาย นั้น จะ ประพฤติ์ ตาม โดย เลอียด ทั้ง เจ้า นาย แล คน ทั่ว กัน ทั้ง สิ้น ๚ะ

ทำเนียม

๏ อัน ไม่ ดี ไม่ ควร จะ ขืน ถือ เมื่อ เหน จริง แล้ว เปน ทำเนียม ไม่ ดี ถอน เลิก เสี่ย ยิ่ง เรว ยิ่ง ดี ๚ะ

ความ โง่

๏ มี คน เปน อัน มาก เกิด ใน ตำบล บ้าน เมือง เลก ๆ น้อย ๆ แล มิ ได้ ออก ไป จาก ตำบล บ้าน เมือง ที่ ตัว เกิด นั้น คน เช่น นี้ บาง ที มี บาง ตัว คน มัก อวด นึก ใน ใจ ว่า ไม่ มี ใคร มี ปัญญา เท่า ตัว ตำบล บ้าน เมือง อื่น ๆ นั้น ไม่ เท่า แล สู้ ตำบล บ้าน เมือง ของ ตัว ที่ ตัว เกิด นั้น หา ได้ ไม่ ฯะ

คำ เลื่อง ลือ กัน

๏ ว่า พวก ฮ่อ มา ตั้ง เปน กอง โจร อยู่ ที่ หนอง คาย ข่มเหง ราษฎร ชาว บ้าน ให้ ได้ ความ เดือด ร้อน ข่าว ว่า จะ มี ทัพ ขึ้น ไป สอง ทาง ฯะ


กำปั้น เข้า ออก ใน กรุงเทพ
แต่ วัน อังคาร เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๕ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ๑๐ แรม ๖ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดั่ง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เส่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เส่า ก ส ค แทน กำปั่น เส่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั้นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
บอนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๔๙ไฮดะจีน บานหงสิงฆโปรแรม ๑ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๙๐ไวตะวินดซอ โรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๒ ค่ำ
มงกุฎก ก ฟ อังกฤษ๘๕๘ถอฟวินดซอ โรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๒ ค่ำ
ปรอซดอซก ก ฟ เยอรแมน๓๐๕๐โลเรนเซนจีน มาวาฮองกองแรม ๔ ค่ำ
เอมมะ มูเดฮก ๒ ส ค เยอรแมน๕๐๕แกดิงฮองกองแรม ๕ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
เดรนโดก ๒ ส์ ค อิตาเลียน๖๕๓ฟาซี่ โอบอนิโอ กำปนียุโรปแรม ๑ ค่ำ
แอนนี่ก ๒ ส ค เยอรแมน๔๒๕บรอนซะกีวินดซอ โรซ แอน โกฮองกองแรม ๑ ค่ำ
ชงเบงก ก ฟ อังกฤษ๘๒๒โยนซะวินดซอ โรซ แอน โกฮองกองแรม ๑ ค่ำ
พระจุล จอม เกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๓ไลตวุดวินดซอ โรซ แอน โกฮองกองแรม ๓ ค่ำ
บอนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๔๙ไฮดะจีน บานหงสิงฆโปรแรม ๕ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๙๐ไวตะวินดซอ โรซ แอน โกฮองกองแรม ๕ ค่ำ
บัวผันก ๒ ส์ ค สยาม๕๗๔แซกซตอฟจีนฮองกองแรม ๕ ค่ำ
มงกุฎก ก ฟ อังกฤษ๘๕๘ถอฟวินดซอ โรซ แอน โกฮองกองแรม ๖ ค่ำ
๏ กำปั้น ขา ออก ชงเบ้ง บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ยิปุ่น ๏ กำปั้น บอนิโอ รับ เมล สิงฆโปร
อินเดีย แล ยุโรป ไป ๏ กำปั้น มงกุฎ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล เมือง ยิปุ่น ๏ กำปั้น พระจุล จอมเกล้า
บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ยิปุ่น ๚ะ

ผู้ ดี

๏ ใน ภาษ อังกฤษ มี คำ ชาว สยาม บัด นี้ มัก ใช้ เปน อัน มาก ที่ จริง เยนเตลแมน แล เลดี้ ส่อง คำ นี้ เลง เอา ชาย หญิง เรียบ ร้อย อัน ประพฤติ์ การ งาม ดี สม ปัญา ความ รู้ มาก อนึ่ง มัก เรียก ชาย หญิง อัน มี ตำแหน่ง ใน ราชการ ผู้ ชาย นั้น เรียก ว่า เยนเตลแมน ภรรยา ผู้ ชาย อัน มี ตำแหน่ง นั้น เรียก ว่า เลดี้ เพราะ คน อัน มี ชื่อ เสียง ว่า เปน คน เรียบ ร้อย ประพฤติ์ การ งาม ดี สม ปัญา สม ความ รู้ มาก ใน หลวง ใน ประเทศ ต่าง ๆ ชอบ เลือก ตั้ง คน เช่น นี้ ให้ มี ตำแหน่ง เปน ข้า ราชการ ถ้า ท่าน ผู้ มี ตำ แหน่ง มิ ได้ ประพฤติ์ การ งาม ดี สม ปัญา สม ความ รู้ มาก ถึง คน จะ ยอ เรียก ว่า เยนเตลแมน แล เลดี้ แต่ ที่ จริง นั้น คน ประพฤติ์ การ ไม่ ดี การ ชั่ว หา เปน เยนเตลแมน แล หา เปน เลดี้ ไม่ ๚ะ

คำ เปรียบ

๏ มี ยาย แก่ คน หนึ่ง มี บ่าว หญิง สอง คน ที่ เมื่อ เวลา ไก่ ขัน นาย เคย ปลุก ให้ ตื่น ทำ งาน หญิง ทาษ สอง คน นั้น คิด ว่า ไก่ เปน ผู้ ทำ ให้ ลำบาก แก่ เขา ด้วย ต้อง ตื่น ขึ้น ทำ งาน แต่ เช้า มืด ทุก วัน หญิง ทาษ นั้น จึ่ง อุบาย ฆ่า ไก่ เสีย และ นาย ของ หญิง ก็ กลัว ว่า บ่าว จะ ตื่น สาย ไป เพราะ ไม่ มี ไก่ ขัน ด่วน ๆ ก็ ปลุก บ่าว ตั้ง แต่ เที่ยง คืน ฯะ

๏ คำ นี้ เปรียบ คน ที่ หนี ความ ยาก อยาก แสวง แต่ ความ สบาย อย่าง เดียว ก็ ยิ่ง กลับ วิ่ง เข้า ไป สู่ ความ ยาก อัน ยิ่ง ๚ะ

ว่า ด้วย สิงโต แล หนู

๏ อยู่ มา วัน หนึ่ง สิงโต ตัว หนึ่ง นอน หลับ อยู่ ใน ถ้ำ ของ เขา มี หนู ตัว หนึ่ง ได้ วิ่ง ข้าม โดน จะมูก สิงโต เข้า สิงโต ก็ ลุก ขึ้น โดด ตบ เอา หนู ได้ เกือบ จะ ฆ่า ตัว แล้ว หนู นั้น ก็ วิง วอน ขอ ชีวิตร แต่ สิง โต ว่า ท่าน เปน สัตว ใหญ่ อย่า ได้ ทำ ข้าพเจ้า ให้ ตาย ให้ เสีย ชื่อ ด้วย ฆ่า สัตว เลก เลย สิงโต ก็ ปล่อย หนู เสีย อยู่ มา ภายหลัง หน่อย หนึ่ง สิงโต เที่ยว ไป ใน ป่า ก็ ติด บ่วง เข้า สิงโต คิด อุบาย จะ แก้ ไข ให้ หลุด จาก บ่วง ก็ หา ได้ ไม่ สิงโต ก็ ร้อง เสียง เปน อัน ดัง ก้อง ไป ทั้ง ป่า หนู ได้ ยิน เสียง สิง โต ร้อง ก็ รู้ ว่า เปน เสียง สิงโต ที่ ได้ ปล่อย ให้ ตน รอด ชีวิตร ก็ วิ่ง มา หา สิงโต บอก สิงโต ว่า ข้าพเจ้า จะ ปล่อย ท่าน นั้น โดย เรว แล้ว ก็ กัด เชือก ด้วย ฟัน แหลม ของ ตัว จน เชือก นั้น ขาด สิง โต ก็ หลุด ไป ได้ ๚ะ

๏ คำ เปรียบ นี้ เบน ใจ ความ ว่า การ ที่ ทำ คุณ ไว้ ก็ คง จะ มี การ แทน คุณ ๚ะ


เปน ข้อ ขัน ต่าง ๆ เปน ความ สั้น

๏ อยู่ มา วัน หนึ่ง นก ชาติ์ ไอเออร ลันด เหน ช้าง ตัว หนึ่ง กำลัง กิน หญ้า คน นั้น จึ่ง ร้อง ว่า โอเย เปน สัตว อย่าง ไร กิน หญ้า ด้วย หาง มัน ๚ะ


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไส่มย
ถง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท

ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง

ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๗๐ บาท


เรือน แล ที่ House สำหรับ เช่า

๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไส่มย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ ด้วย สดวก ( จ ห ) ฯะ


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้กลาง โลก ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี ( จ ห ) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด