เดือน ๑๐ แรม ๑๔ ค่ำ, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๗ วัน พุฒ เดือน สิบ แรม ๑๔ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
การ ฝรั่งเสศ กับ จีน

๏ การ ที่ วิวาท กับ จีน จน ต้อง ทำ ศึก สงคราม แก่ กัน นี้ เพราะ ฝรั่งเสศ ตี ประเทศ ญวน แล เมือง ตอนกวิน ซึ่ง ตั้ง อยู่ ใน ระหว่าง ประเทศ จีน แล ญวน กอง ทัพ ฝรั่งเสศ ตั้ง รักษา หัว เมือง ต่าง ๆ ใน แขวง ตอนกวิน แล ญวน อยู่ เส่เมอ เพราะ จะ จัด การ รักษา ยัง ไม่ เรียบ ร้อย ลง ได้ ด้วย พวก จีน ฮ่อ ตั้ง ซ่อง สุม เปน กอง โจร มาก ใน แขวง ตอนกวิน รบ กับ กอง ทัพ ฝรั่งเสศ เนื่อง ๆ มา ประมาณ สอง ปี เสศ ด้วย คอเวินแมนต์ ผู้ ปก ครอง ประเทศ จีน อุด หนุน ส่ง เสบียง อาหาร เครื่อง สาตรา อาวุธ แก่ พวก โจร ฮ่อ เหล่า นี้ ด้วย ๚ะ

๏ ใน ประเทศ จีน พระเจ้า แผ่นดิน ทรง พระนาม ว่า กองสู่ฮ่องเต้ พระนาม เดิม ชื่อ ไต้เตี้ยน ได้ ราช สมบัติ เมื่อ วัน ที่ ๑๒ เดือน ยันย แอรี่ ปี คฤศต ศักราช ๑๘๗๕ พระชนม์ ได้ ๔ ปี บัดนี้ พระชนม์ ได้ ๑๔ ปี ฮองไท เฮ้า พระราช มารดา ว่า ราชการ แทน หลี่ ฮองช้าง เปน เสนาบดี ผู้ ใหญ่ ตะเซง เปน ราชทูต อยู่ ประจำ ประ เทศ อังกฤษ แล ประเทศ ฝรั่งเสศ จีน แต่ง กอง ทัพ ปลอม เปน พวก โจร ฮ่อ เข้า มา รบ กอง ทัพ ฝรั่งเสศ ใน แขวง ตอนกวิน เนื่อง ๆ แพ้ ฝรั่งเสศ เปน หลาย ครั้ง เสีย ทแกล้ว ทหาร แล เครื่อง อาวุธ แก่ ฆ่าศึก เปน อัน มาก ๚ะ

๏ อนึ่ง ประเทศ ญวน แล ตอนกวิน เปน เมือง ออก แก่ พระเจ้า แผ่นดิน จีน มา ประมาณ หลาย ร้อย ปี ผู้ ครอง ฝ่าย ญวน แล ตอนกวิน ได้ เคย ส่ง เครื่อง บรรณา การ แก่ จีน สาม ปี ครั้ง หนึ่ง ก็ นับ ว่า อยู่ ใน อา ณาจักร ของ จีน ทั้งสิ้น เมื่อ ฝรั่งเสศ กับ จีน ยัง มิ ได้ ทำ ศึก แก่ กัน ประเทศ ทั้งสอง ก็ ตั้ง อยู่ ใน ทาง พระ ราช ไมตรี ลำพันธุมิตร ตาม หนังสือ ลัญญา ซึ่ง ทำ ไว้ ต่อ กัน การ ค้า ขาย ใน ระหว่าง จีน แล ฝรั่งเสศ ก็ สมบุรณ มา เปน ช้า นาน ฝ่าย คอเวินเมนต์ ฝรั่งเสศ มี ความ โลภ เจตนา หวัง จะ ใคร่ ได้ อาณา เขตร ญวน แล ตอนกวิน ให้ หมด รวม กับ เมือง ไซง่อน แล เขมร ซึ่ง เปน กอโลนี่ เมือง ขึ้น ของ ฝรั่งเสศ อยู่ แล้ว จึ่ง แสวง หา เหตุ ที่ จะ ก่อ การ วิวาท กับ พระเจ้า ทุก๊ก พระเจ้า กรุง อานัม ( ญวน ) เพื่อ จะ ได้ เปน ช่องโอกาศ ชิง เอา บ้าน เมือง ได้ โดย สดวก นา ๆ ประเทศ จะ ติ เตียน มิได้ ครั้น กัปตัน รีเวีย กับ ทหาร ฝรั่งเสศ ๓๐ คน ขึ้น ไป ตรวจ หัว เมือง แขวง ตอนกวิน ภบ พวก โจร ฮ่อ ได้ สู้ รบ กัน เปน สามารถ พวก โจร ฮ่อ จับ กัปตัน รีเวี่ย กับ ทหาร ได้ ทั้งสิ้น ตัด ศีศะ เสีย แล้ว ผ่า เอา ตับ มา ทำ กับเข้า เลี้ยง โต๊ะ นาย โจร ด้วย ถือ ว่า ถ้า ได้ กิน ตับ ของ พวก ฆ่าศึก แล้ว เปน เกียรติยศ แล กระทำ ให้ แกล้ว กล้า มี ฝีมือ ขึ้น การ เช่น นี้ เคย ปรา กฏ ใน พระราช พงษาวดาร จีน บ่อย ๆ ด้วย คน บูราณ รบ กัน ด้วย อาวุธ สั้น เหมือน ดั่ง ทวน แล เกาทัณฑ์ เปน ต้น ชาว อังกฤษ ฝรั่งเสศ แล เยอรแมน แต่ บูราณ ก็ รบ กัน ด้วย เกาทัณฑ์ แล อาวุธ สั้น มี เสื้อ เกราะ เหมือน กับ จีน คอเวินเมนต์ ฝรั่งเสศ จึ่ง ยก เอา เหตุ อัน นี้ เปน ข้อ พยาบาท แก้ แค้น แทน ทหาร ที่ ตาย จึ่ง แต่ง กอง ทัพ เพิ่ม เติม ยก ไป ตี หัว เมือง ใหญ่ น้อย ใน แขวง ตอนกวิน ฝ่าย ทุก๊ก พระเจ้า กรุง ญวน ก็ แต่ง กอง ทัพ ยก ไป ช่วย พวก โจร ฮ่อ รบ ฝรั่งเสศ ครั้น ฝรั่งเสศ ได้ หัว เมือง ใน แขวง ตอนกวิน บ้าง แล้ว พวก โจร ฮ่อ ก็ ยก หนี เข้า ป่า ไป ฝ่าย คอเวินแมนต ฝรั่ง เสศ จึ่ง ว่า เดิม พระเจ้า กรุง อานัม กับ ฝรั่งเสศ มี ทาง พระราช ไมตรี ต่อ กัน มา ช้า นาน ซึ่ง พระเจ้า ทุก๊ก ยก กอง ทัพ มา ช่วย พวก โจร ฮ่อ นั้น ก็ เปน ขาด ทาง พระราช ไมตรี กัน ( ข้าพเจ้า หวัง ใจ ว่า ท่าน ผู้ อ่าน คง จะ ไม่ ตัด ลิ้น ว่า ญวน เปน ผู้ ทำลาย ทาง พระราช ไมตรี เพราะ เมือง ตอนกวิน ขึ้น แก่ ญวน ๆ จึ่ง ต้อง ยก กอง ทัพ ไป ช่วย ป้อง กัน ฝรั่งเสศ ซึ่ง มา รุก เขตร แดน แต่ เปน ธรรมดา อยู่ เอง ที่ ฝรั่งเสศ จะ พูด เล่น ได้ ตาม ชอบ ใจ เพราะ มี อำนาถ มาก แม้น จะ มิ อ้าง เหตุ เช่น นั้น ประเทศ ซึ่ง มี อำนาถ อัน เสมอ กัน กับ ฝรั่งเสศ เหมือน ดัง อังกฤษ ก็ คง จะ ไม่ มา ขัด ขวาง ใน การ ที่ ฝรั่งเสศ จะ เอา เขตร แดน ญวน เลย แต่ การ ที่ พูด เช่น นั้น ก็ คง เข้า ใจ ว่า จะ กัน มิ ให้ จีน ขัด ขวาง ) แล้ว คอเวินแมนต์ ฝรั่งเสศ จึ่ง มี คำ สั่ง ให้ กอง ทัพ เรือ ยก เข้า ตี กรุง โห ซึ่ง เปน เมือง หลวง ของ ประเทศ ญวน แอดมิรัล กุเบด แม่ ทัพ เรือ ฝรั่งเสศ ให้ เรือ รบ เข้า ล้อม หัว เมือง ญวน ริม ทเล ไว้ ทุก เมือง แล้ว ออก ประกาศ เมื่อ เดือน ออกกัศ วัน ที่ ๑๗ ปี คฤศต ศักราช ๑๘๘๓ ให้ นา นา ประเทศ ทราบ ทั่ว กัน ว่า ใน เวลา ที่ ฝรั่งเสศ กับ ญวน ทำ สงคราม กัน นั้น ให้ เรือ ค้า ขาย ของ ประเทศ ที่ เปน กลาง ซึ่ง บันทุก สินค้า เข้า มา ขาย ใน หัว เมือง ญวน ซึ่ง เรือ รบ ฝรั่งเสศ ล้อม ไว้ จอด ภัก อยู่ นอก ที่ ล้อม สาม วัน เพื่อ ฝรั่งเสศ จะ ได้ ค้น สิ่ง ของ ที่ ต้อง ห้าม ใน การ สงคราม ซึ่ง เรือ ค้า ขาย เหล่า นั้น บันทุก มา ถ้า เรือ ค้า ขาย ลำ ใด ขืน แล่น ตัด เรือ รบ ที่ ล้อม เข้า ไป เรือ รบ ฝรั่งเสศ จะ จับ ไว้ ตาม กฎหมาย นา นา ประเทศ ๚ะ

๏ แล้ว เรือ รบ ฝรั่งเสศ ยิง ป้อม ปาก น้ำ เมือง โห ทหาร ญวน ยิง โต้ ตอบ กัน อยู่ สาม วัน ทหาร ญวน ตาย ประมาณ ๖๐๐ คน ที่ เหลือ ก็ ยก หนี ไป พระเจ้า ทุก๊ก เสด็จ หนี ไป จาก กรุง โห ๆ เสีย แก่ ฝรั่งเสศ เมื่อ เดือน ออคกัศ วัน ที่ ๒๐ ปี คฤศต ศักราช ๑๘๘๓ ขุนนาง ญวน ก็ อันเชิญ เจ้า เวียนล้าน ขึ้น เปน พระเจ้า แผ่นดิน แทน แล้ว จึ่ง แต่ง ทูต ออก ไป ทำ ไมตรี กับ แม่ ทัพ ฝรั่งเสศ ๆ ก็ ยอม รับ ทำ หนังสือ สัญญา ทาง พระราช ไม ตรี แล้ว ก็ ภา ทหาร เข้า มา ใน พระราช วัง ฝ่าย พระ เจ้า เวียนล้าน ยัง มิ ทัน ลง พระนาม ใน หนังสือ สัญญา ทอด พระเนตร เหน ทหาร ฝรั่งเสศ เข้า มา ใน พระราช วัง ตก พระไทย ภา ขุนนาง คน สนิท หนี ไป จาก พระราช วัง ครั้น พระเจ้า เวียนล้าน เสด็จ หนี ไป แล้ว แม่ ทัพ ฝรั่งเสศ กับ ดอกเตอร์ ฮาแมน ก็ ยก เจ้า เฮียบ เฮ้า ขึ้น เปน พระเจ้า แผ่นดิน แทน บังคับ ให้ ลง พระนาม ใน หนังสือ สัญญา ๆ มี ใจ ความ ข้อ ๑ พระเจ้า กรุง ญวน สัญญา ยอม ยก พระราช อาณา เขตร ญวน แล ตอน กวิน ให้ อยู่ ใน ความ ปก ครอง ของ ฝรั่งเศศ ข้อ ๒ หัว เมือง ดิน นวน ให้ เปน สิทธิ์ แก่ ฝรั่งเศศ ที่ เดียว ให้ ติด ต่อ กับ เมือง โคจิน ไจนะ คือ เมือง ไซ่ง่อน ซึ่ง เปน ของ ฝรั่งเศศ แล้ว ข้อ ๓ ให้ ฝรั่งเศศ รักษา ป้อม ตัว แอน แล ป้อม วินจุก เสมอ ไป ข้อ ๔ ทหาร ญวน ซึ่ง ยก ไป ช่วย พวก โจร ฮ่อ ใน แขวง ตอนกวิน นั้น ให้ เรียก กลับ มา โดย เร็ว ข้อ ๕ บันดา ขุนนาง ญวน ซึ่ง หนี ไป นั้น ให้ เรียก กลับ เข้า มา รับ ตำแหน่ง ที่ อยู่ ตาม เดิม ข้อ ๖ การ ที่ พระเจ้า กรุง ญวน จะ แต่ง ตั้ง ขุนนาง ต่อ ไป นั้น ถ้า ฝรั่งเศศ อนุญาต จึ่ง ตั้ง ได้ หนัง สือ สัญญา ฉบับ นี้ ทำ ที่ กรุง โห เมื่อ เดือน ออกคัศ วัน ที่ ๒๕ ปี คฤศต ศักราช ๑๘๘๓ เมื่อ ทำ หนังสือ สัญญา นี้ แล้ว มี ข่าว ฦๅ ว่า คอเวินแมนต ฝรั่งเศศ จะ ให้ เงิน แก่ พระเจ้า กรุง ญวน แล ขุนนาง รวม ปี ละ ๒ ๕๐๐ ๐๐๐ แฟรง ประมาณ หมื่น ชั่ง แล การ ที่ จะ จัด ราชการ เงิน แผ่นดิน นั้น อยู่ ใน อำนาจ ของ ฝรั่งเศศ ทั้งสิ้น ๚ะ

๏ อนึ่ง การ ซึ่ง วิวาท กับ ญวน ก็ สงบ กัน เพียง นี้ ประ เทศ ญวน กับ หัว เมือง ใน แขวง ตอนกวิน ก็ นับ ว่า อยู่ ใน ความ ป้อง กัน รักษา ของ ฝรั่งเศศ ตาม หนัง สือ สัญญา ฉบับ นี้ ๚ะ

๏ ฝ่าย หลี่ ฮองช้าง เสนาบดี ผู้ ใหญ่ ใน แผ่นดิน จีน ทราบ ว่า ฝรั่งเศศ บังคับ ขู่ ข่ม ให้ พระเจ้า แผ่นดิน ญวน ทำ หนังสือ สัญญา ยก เขตร แดน ญวน แล ตวนกวิน ให้ แก่ ฝรั่งเศศ แล้ว จึ่ง มี คำ สั่ง ให้ ตะเชง ราชทูต จีน ซึ่ง อยู่ ประจำ ใน กรุง ปารีศ ให้ แจ้ง ความ แก่ เสนาบดี ฝรั่งเศศ ผู้ ว่า การ ต่าง ประเทศ ว่า ประเทศ ญวน แล ตอนกวิน ได้ เคย ส่ง เครื่อง บรรณาการ แก่ พระเจ้า แผ่น ดิน จีน มา หลาย ร้อย ปี ก็ นับ ว่า เปน เมือง ซึ่ง อยู่ ใน ความ ปก ครอง ของ จีน อนึ่ง ถ้า พระเจ้า กรุง อานัม องค์ ใด เสวย ราช สมบัติ เปน พระเจ้า แผ่นดิน แล้ว พระ เจ้า แผ่นดิน จีน ได้ ทรง พระราช ทาน พระนาม แล ตรา ตั้ง ให้ ตาม ธรรมเนียม เมือง แล เครื่อง บรรณาการ เปน ประเพณี สืบ มา เฮียบเฮ้า พระเจ้า กรุง อานัม องค์ ใหม่ นี้ ฝรั่งเศศ ยก ย่อง ตั้ง ขึ้น เอง แล้ว บังคับ ให้ ทำ สัญญา ยก เขตร แดน ให้ จีน มิ ได้ อนุญาต ใน การ นี้ เหตุ ฉนั้น เสนาบดี จีน เหน ว่า ฝรั่งเศศ กระทำ ให้ ผิด ทาง พระราช ไมตรี จีน ถ้า คอเวินเมนต์ ฝรั่งเศศ เหน ความ ยุติธรรม แล้ว ขอ จง ยก เลิก หนังสือ สัญญา ฉบับ นี้ เสีย ทาง พระราช ไมตรี ใน ระหว่าง สอง พระนคร ก็ จะ ถาวร วัฒนา สืบ ไป ชั่ว กาล นาน ๚ะ

๏ ฝ่าย เสนาบดี ฝรั่งเศศ ตอบ ราชทูต จีน ว่า การ ซึ่ง ประเทศ ญวน แล ตอนกวิน ได้ เคย ส่ง เครื่อง บรรณา การ แก่ จีน สืบ มา แต่ โบราณ นั้น ก็ จริง แต่ ผู้ ปก ครอง ฝ่าย ญวน มี อำนาถ เตม ที่ จะ กระทำ สัญญา การ ศึก สงคราม ฤา ไมตรี กับ ประเทศ ใด ประเทศ หนึ่ง ก็ ได้ จีน ไม่ มี อำนาถ ที่ จะ ขัด ขวาง ใน การ เหล่า นั้น ถ้า ญวน ไม่ ส่ง เครื่อง บรรณาการ แก่ จีน อีก สืบ ไป ประเทศ ญวน ก็ นับ ว่า ขาด จาก เมือง บรรณาการ แก่ จีน ญวน ก็ เปน เอกราช ขึ้น ฤา จะ ยอม อยู่ ใน ความ ปก ครอง ของ ประเทศ หนึ่ง ประเทศ ใด ก็ ได้ ซึ่ง ผู้ ครอง ฝ่าย ญวน ทำ หนังสือ สัญญา ยก เขตร แดน ให้ แก่ ฝรั่งเสศ ประเทศ ญวน ก็ นับ ว่า อยู่ ใน ความ คุ้ม ครอง รักษา ของ ฝรั่งเสศ อยู่ เอง หนังสือ สัญญา นั้น ก็ เปน อัน ใช้ ได้ ถ้า จีน เห็น แก่ ทาง พระราช ไมตรี แล้ว ขอ อย่า ได้ มา เกี่ยว ข้อง ใน เรื่อง ญวน แล ตอนกวิน ต่อ ไป ฝรั่งเสศ กับ จีน ก็ จะ มี ทาง พระราช ไมตรี กัน สืบ ไป ชั่ว กาล นาน ๚ะ

๏ ฝ่าย ตะซุง ราชทูต จีน ได้ พูดจา โต้ ตอบ กับ ฝรั่งเสศ ใน การ เรื่อง นี้ มา ประมาณ ๘ เดือน ๙ เดือน ก็ มิ ได้ สำเร็จ ดั่ง ความ ประสงค์ ภายหลัง ขอ ให้ คอ เวินแมนน อังกฤษ ช่วย ตัด สิน เปน กลาง คอเวินแมนต อังกฤษ รับ ช่วย ว่า กล่าว ประเทศ ทั้งสอง ให้ ประนี ประนอม กัน อย่า ให้ ต้อง เกิด การ ศึก สงคราม อัน ใหญ่ ขึ้น ได้ มองสิเออร แวดดิงตอน ราชทูต ฝรั่งเสศ ซึ่ง อยู่ ประจำ ใน กรุง ลันดัน ก็ ตอบ คอเวินแมนต อัง กฤษ ว่า ซึ่ง คอเวินแมนต ฝรั่งเสศ จะ ยอม ยก เลิก หนังสือ สัญญา เสีย นั้น ไม่ ได้ ด้วย ฝรั่งเสศ จะ คิด ทะนุ บำรุง ญวน แล ตอนกวิน ให้ วัฒนา ถาวร รุ่ง เรือง ขึ้น จะ ได้ เปน ประโยชน์ แก่ การ ค้า ขาย ของ ชาว ยุโรป ทั่ว ไป แล ฝรั่งเสศ มิ ได้ คิด จะ ก่อ การ วิวาท ทำ ศึก สงคราม กับ จีน มี ความ ประสงค์ อย่าง เดียว ที่ รักษา ทาง ไมตรี เท่า นั้น ถ้า การ สงคราม เกิด ขึ้น ใน ระหวาง สอง ประเทศ แล้ว จีน ก็ เปน ผู้ ก่อ วิวาท ผู้ เดียว หา ใช่ ฝรั่งเสศ ไม่ ๚ะ


ข่าว ใน กรุง

ตี กัน ตาย

๏ เมื่อ ณวัน ศุกร เดือน สิบ แรม เก้า ค่ำ เวลา กลาง คืน มี ข่าว เล่า ฦา กัน ว่า ตี กัน ตาย ที่ ถนน เจริญ ตรง โรง สี ไฟ พระยา หัศฎง ยัง หา ได้ ตัว ผู้ ร้าย ไม่ ที่ เหล่า นั้น มิ ใช่ เปน ถนน หน ทาง เปลี่ยว เลย เรา ท่าน ทั้งหลาย ที่ จะ มี กิจ ธุระ จะ เดิน ไป มา ก็ ต้อง ระวัง ตัว เปน ที่ น่า กลัว หา มี โปลิศ รักษา อยู่ ไม่ เปน ที่ นักเลง ขี้ ยา ขี้ เหล้า ซ่อง สุม ชุมนุม กัน พวก พาล ชุก ชุม ที่ ตำบล เหล่า นั้น มิ ใคร่ ขาด เลย เปน ที่ น่า กลัว ของ ชาว บ้าน ร้าน ตลาด พวก ชาว สวน ก็ ภา กัน กลัว เปน อัน มาก ไม่ ใคร่ อาจ จะ เดิน ขึ้น ไป ได้ คิด ๆ ไป ดู เหมือน สัตว อยู่ ใน ป่า ไม่ มี เจ้า ของ จะ ติ จะ ฆ่า จะ ทำ อย่าง ไร ก็ ได้ ไม่ เกรง กลัว พระราช อาญา เลย ๚ะ

กระบือ ล้ม

๏ คน ที่ ไป เรือ เมล ว่า กระบือ ที่ เมือง ชุมภร ตาย นัก เกิด เปน โรค ตาย หมด ทุก บ้าน จน ไม่ มี กระ บือ จะ ใช้ ทำ นา กิน ปี น่า เข้า ใน เมือง นั้น เหน จะ ทำ ไม่ ใคร่ ได้ เหตุ ด้วย เพราะ กระบือ ตาย หมด ทุก บ้าน ทุก เรือน เข้า ก็ จะ แพง เข้า ด้วย ๚ะ

เรื่อง เมือง ลังกา

๏ จะ กล่าว ถึง เมือง ลังกา ถือ พุทธ สาสนา ว่า มนุษ เปน พระเจ้า สาระพัด สิ่ง ใด สิ่ง หนึ่ง ตรัส รู้ เอง แต่ ก่อน นั้น ใน เมือง ลังกา มี ชาว ลังกา คน หนึ่ง มา ถาม พวก คฤศเตียน ว่า ใน เมือง เรา ยอม นับถือ พระ สะมะณะโคตม เปน พระพุทธเจ้า แล จะ นับถือ เหมือน กับ ท่าน ผู้ สร้าง จะ ได้ ฤๅ ไม่ พวก คฤศเตียน ตอบ ว่า จำ นมัสการ ท่าน ผู้ สร้าง ถือ เอา เปน พระเจ้า เที่ยง แท้ แต่ ผู้ เดียว ซึ่ง จะ มา นับถือ พระ โคตม ด้วย นั้น ไม่ ได้ เปน อัน ขาด ด้วย เหตุ ว่า พระ โคตม เปน แต่ มนุษ ดอก ไม่ เปน พระบรม เจ้า หา มิ ได้ ถาม ว่า ท่าน จง สำแดง ว่า พระโค ตม ไม่ เปน พระบรมเจ้า ให้ ข้าพเจ้า เข้า ใจ สัก หน่อย แก้ ว่า เรา สำแดง อย่าง นี้ พระโคตม มิ ได้ ประกอบ ไป ด้วย สภาวะ อัน สำหรับ พระบรม เจ้า ตาม ได้ วิสัชนา มา แต่ หลัง ประการ หนึ่ง พระโคตม มิ ได้ เปน บรมอยู่ เอง ได้ มี เบื้อง ต้น แล เบื้อง ปลาย ได้ รู้ เกิด แล ได้ รู้ ตาย แปร ปรวน ไป มา ดุจ เหมือน มนุษ อื่น ๆ ทั้งปวง ประการ สอง พระโคตม มิ ได้ เปน ประถม เหตุ เพื่อ บังเกิด สัตว ทั้งปวง มิ ได้ สร้าง สวรรค ฟ้า ดิน โลกย อัน ใด อัน หนึ่ง เลย ได้ รับ ชิวิตร มา แต่ ท่าน ผู้ สร้าง เสีย อีก ประการ สาม พระโคตม มิ ได้ ปราศ จาก โทษ บาป แล มลทิน หา มิ ได้ จง พิศดู เรื่อง ชาฎก ห้า ร้อย ห้าสิบ ชาติ์ ที่ พระ โคตม ยัง ยืน ว่า ได้ เสวย อยู่ นั้น ว่า เกิด เปน นก กระจาบ นก กา นก ยุง พระยา หงษ เปน เต่า แล ปลา เปน ลิง ชื่อ พระยา วานร เปน นาคราช เปน โค เสือ สิงห ราชสิห์ แล ช้าง เผือก ชื่อ พระยา ฉัททัน โต ใหญ่ มหิมา จน เขา เอา งา ช้าง หนึ่ง มา ทำ เตียง นอน ได้ ที่ ว่า พระ โคตม ได้ เสวย ชาติ์ ใน ร่าง กาย สัตว เดระฉาน ก็ แต่ ตัว เลก จน ตัว ใหญ่ เปน อัน ลำดับ กัน ไป ดัง นี้ ก็ จัด เอา เปน มลทิน ไม่ สม ควร ด้วย สภาวะ พระ บรมเจ้า ใช่ แต่ เท่า นั้น เมื่อ พระ โคตม เสวย ชาติ์ เบ็น ครูฯ เปน ดาบศ เปน สาม เณร ชาติ อื่น ๆ เปน อัน มาก ก็ ได้ ทำ อกุศล กรรม ต่าง ๆ จน ว่า ใน เต มีย ชาฎก ซึ่ง เปน คำ เทศนา ของ พระโคตม นั้น เอง เธอ ยัง สาระภาพ ว่า อาตมา ได้ ไป ทน ทุกข ใน นรก กำหนด ได้ แปด หมื่น ปี ประการ สี่ พระ โคตม มิ ได้ ประกอบ ด้วย สัพพัญ ย่อม ว่า เบื้อง ต้น มิ ได้ ปรากฎ ถ้า เบื้อง ต้น แห่ง สัตว แล โลกย ทั้ง สาม มิ ได้ ปรากฎ แก่ พระ โคตม สำคัญ ว่า ได้ ตรัส รู้ ถ้วน ถี่ ใน อดีตกาล ล่วง พ้น ไป มิ ได้ รู้ ใน ประจุบัน จึ่ง มา กล่าว ด้วย เขา สุเมรุ แล จักระวาฬ ผิด กัน นัก หนา ด้วย สันถาน โลกย เรา นี้ นอก นั้น ได้ สอน ข้อ ผิด เปน อัน มาก คือ ด้วย เวียน เกิด เวียน ตาย สวรรค แล นรก ตาม เรา จะ สำแดง เบื้อง น่า ประการ ห้า พระ โคตม เมื่อ ยัง จำเริญ อายุศม์ จะ ได้ เปน ที่ พึ่ง แก่ มนุษ ก็ หา มิ ได้ ด้วย ว่า มา เทศนา ลัทธิ มิ จริง ภา มนุษ ให้ ลุ่ม หลง เปน อัน มาก เปน ต้น ว่า เพราะ บัติเสศ พระเดช พระคุณ แห่ง พระเจ้า ผู้ สร้าง ชิง เอา ยศ เกียรติ มหา มงคล ของ พระเจ้า ผู้ สร้าง อวด เอา มา เปน ประโยชน ใส่ ตัว ด้วย วาจา ที่ ออก ปาก ว่า ใน ไตร โลกย หา มี ผู้ ได ขี่ จะ ใหญ่ เสมอ เรา นี้ แล ครั้น ถึง อายุศม์ แปด สิบ ปี พระ โคตม ก็ กะ ทำ กาล กิริยา ตาย สานุศิศ ทั้งหลาย ก็ ป่าว ร้อง ประกาศ ว่า ลุ ถึง เมือง แก้ว นหา นิฤพาน ที่ แท้ จริง นิพาน นั้น คือ อัน ตะระทาน หาย พระโคตม อยู่ นิทาน นั้น จะ ได้ บำรุง โลกย แล มนุษ ชาติ์ ก็ หา มิ ได้ จะ เอา เปน ที่ พึ่ง ที่ อาไศรย ไม่ ได้ แล้ว เพราะ ข้อ ทั้ง นี้ เรา จึ่ง ว่า พระโคตม มา นับถือ เปน พระเจ้า เปน ที่ คำรพ ไหว้ ไม่ ได้ เปน อัน ขาด ถาม ว่า อัน ว่า เรื่อง นิทาน ของ พระ โคตม ท่าน รู้ มา แต่ ไหน แก้ ว่า เรื่อง นิทาน ของ พระ โคตม จดหมาย อยู่ ใน คำภีร์ ชื่อ พระ ประถม ผู้ ได ได้ อ่าน ก็ รู้ ว่า พระโคตม ได้ บังเกิด ใน เมือง กะบิลพัษ ได้ ประมาณ สอง พัน สี่ ร้อย สิบ สาม ปี บิดา มารดา ผู้ เปน เจ้า เมือง ทรง ชื่อ ว่า สิรี สุโทธ แล มหา มายา ครั้น ถึง อายุศม สิบหก พระวะษา ได้ วิวาท มงคล กับ นาง พิมพา บังเกิด บุตร ผู้ หนึ่ง ชื่อ ระหุน อยู่ มา เธอ รำพึง เหน อนิจจัง ก็ เบื่อ หน่าย ด้วย ของ โลกย กะ โลกีย์ ทั้ง ราช สมบัติ ทั้ง บุตร ภรรยา ออก ไป บวช อยู่ ใน ป่า กำหนด ได้ หก ปี จึ่ง ได้ ออก ไป เที่ยว บิณฑบาต แล สั่งสอน ตาม บ้าน เมือง ครั้น อายุศม ถ้วน คำรพย แปด สิบ ปี เขา วาง ยา พิเศ ใน อาหาร เธอ ก็ ลง โลหิต ถึง แก่ ความ ตาย ณเมือง โกสินราย ณวัน พุฒ เดือน หก ขึ้น สิบห้า ค่ำ ปี มะเสง เวลา ประจุ ไสมัย จะ ใกล้ รุ่ง ว่า เท่า นี้ ก็ ภอ ให้ เหน แจ้ง ว่า พระ โคตม ได้ รู้ เกิด รู้ เจบ มิ่ ลูก เมีย แล ถึง แก่ อนิจกำ เหมือน อย่าง มนุษ ทั้งหลาย สำคัญ ว่า ไม่ เปน พระบรม เจ้า ไม่ เปน พระ สำรห มนุษ จะ นับถือ คำรพ ไหว้ นั้น เปน แต่ มนุษ ดอก ถาม ว่า พระ โคตม ได้ เทศนา มาก มาย เปน อัน เพราะ ไพเราะ ชอบ หู จับ ใจ หา ใคร จะ เสมอ มี ได้ แล เหตุ ใด ท่าน มา ถือ ว่า เปน คน เหมือน หนึ่ง คน ทั้งหลาย เล่า แก้ ว่า เรา สารภาพ ว่า พระ โคตม ประกอบ ไป ด้วย สติ ปัญญา มาก ได้ เปน นักปราช บัณฑิตย ชาติ์ เฉลียว ฉลาด ได้ สอน เพราะ เสนาะ หู ก็ จริง ทั้ง นั้น พระ โคดม มิ ได้ กล่าว รู้ ถึง ท่าน ผู้ สร้าง ชิง เอา ยศ เกียรติ ของ ท่าน ผู้ สร้าง มา ใส่ แก่ อาตมา ให้ เขา นับถือ ต่าง พระบรม เจ้า ทำ ทั้ง นี้ ก็ ผิด นักหนา ไม่ สมควร ด้วย กิริยา บัณฑิตย ชาติ์ เลย ชาว ลังกา นับถือ ว่า มนุษ เปน พระเจ้า ผิด กับ ชาว ยุโรป ๆ ว่า พระเจ้า เปน อยู่ เอง สถิตย อยู่ สวรรค ใจ ความ นั้น ห่าง ไกล กัน เหมือน ฟ้า กับ ดิน จึ่ง คน ที่ นับถือ ตาม พระไตร ปิฎก คำ สอน ใน พระบาฬี ชำระ ตัด สิน ความ ไม่ ยุติธรรม เลย ด้วย คำ สั่ง สอน ใน พระบาฬี เจือ ไป ด้วย คำ เท็จ ก็ มี อยู่ มาก คือ กฎหมาย นั้น ท่าน เทียบ ออก มา จาก พระบาฬี ๆ กล่าว เปน คำ สำ นวน ชี้ การ ไม่ ขาด ซึ่ง กฎหมาย นั้น จึ่ง ได้ ชี้ การ ไม่ ขาด เหมือน กัน เมื่อ แต่ ก่อน นั้น เมือง ลังกา ท่าน ตั้ง ธรรมเนียม กฎหมาย มี สี่ธรรมราช ว่า ศาล เปน ผู้ ฟ้อง มี ลูกขุน เปน ผู้ สั่ง ฟ้อง มี ผู้ ประทับ ฟ้อง ให้ ตก ลง ไป ยัง ขุน ศาล แล้ว ขุน ศาล ต้อง เวียน ไป หา ลูกขุน ๆ ต้อง เวียน ไป หา ท่าน แม่ กอง ๆ ต้อง เวียน ไป หา ฎีกา แต่ อย่าง นี้ คน ชาว ยุโรป เหน ว่า มี ความ ลำบาก แก่ ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่นดิน คน ชาว ยุโรป จึ่ง ได้ เข้า อาษา เปน ตระลา การ ตัด สิน ความ ของ ราษฎร เปน ยุติธรรม ตั้ง แต่ นั้น มา เมือง ลังกา ก็ มี ความ จำเริญ ขึ้น ด้วย คน ชาว ยุโรป นั้น เขา เหน ว่า กฎหมาย เทียบ ออก มา จาก พระบาฬี นั้น เปน คำ วน เวียน ราษฎร ที่ อยาก จน อะนาถา มี ผู้ กด ขี่ ข่มเหง จะ ไป ฟ้อง ความ ไม่ มี เงิน จะ ไป เสีย ค่า ส่อหุ้ย ธรรมเนียม เพราะ ด้วย เปน การ เสีย เงิน มาก คน ชาว ยุโรป เหน ว่า ธรรมเนียม กฎหมาย อย่าง นี้ ไม่ ดี จึ่ง ได้ เข้า รับ อาษา เปน ตระลา การ ใช้ กฎหมาย ชาว ยุโรป คือ กฎหมาย ชาว ยุโรป เขา นั้น มี แต่ จะ บำรุง ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่นดิน อะนา ประชา ราษฎร เขา คิด เหน ว่า ราษฎร เหมือน กับ ห่าน ไข่ มัน เปน ทอง คำ บ้าน ใด เมือง ใด ราษฎร ไม่ มี ที่ ได้ มี แต่ ที่ เสีย บ้าน นั้น เมือง นั้น นับ วัน ก็ มี แต่ จะ ชุด โซม ไป เงิน แผ่นดิน ก็ จะ ไม่ มี ใช้ เปน เพราะ ด้วย ราษฎร ยาก จน บ้าน ใด เมือง ใด ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม บ้าน นั้น เมือง นั้น ก็ คง มี ความ ถาวร ท่าน นักปราช ผู้ ฉลาด มี ปัญญา ตริก ตรอง ให้ ละเอียด จึ่ง จะ รู้ ว่า จดหมาย เหตุ ฉบับ นี้ เปน ของ ดี วิเลศ เปรียบ ดุจดัง แก้ว ก็ ว่า ได้ จบ เรื่อง เมือง ลังกา แต่ เท่า นี้ ๚ะ

เจ้า คุณกระลาโหม

๏ มา ภัก ที่ ปาก น้ำ ใน เรือ ไฟ ลำ หนึ่ง เวลา เช้า สาม โมง ณะวัน พฤหัศบดี เดือน สิบ ขึ้น แบด ค่ำ ๚ะ

ข่าว โทรเลข นอก

การ กระบถ ใน ประเทศ เตอรกี

๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน สิบ ขึ้น สิบสอง ค่ำ ชาว ประเทศ รูมีเลี่ย ได้ ประกาศ ความ ว่า ได้ เข้า กัน กับ ชาว ประเทศ บัลแคเรีย ได้ จับ ตัว คอเวินนอร เยนิรัล ไว้ แล ได้ ประกาศ ตั้ง คอเวินแมนต จัด การ ไป พลาง ๚ะ

๏ กอง ทัพ รูมีเลีย ได้ สาบาล ถวาย ตัว ขึ้น อยู่ ใน พระองค เจ้า ปรินซ อะเลกซันเดอร พระเจ้า ประเทศ บัลแค เรีย จัด การ จะ ยก ทัพ ได้ ๚ะ

ปาลี่ยแมนต

๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน สิบ ขึ้น สิบสอง ค่ำ ปาลี่ยแมนต จะ นั่ง ปฤกษา การ ต่อ ไป อีก จน เดือน สิบสอง แรม สิบสี่ ค่ำ ๚ะ

ประเทศ ซะเปน

๏ คราว พวก แกบิเนด ชุมนุม ปฤกษา ราชการ ที่ กรุง แมดริด ณะวัน ศุกร เดือน สิบ ขึ้น สิบ ค่ำ ได้ ตั้ง ข้อ ใน เนวี มาก ทวี ขึ้น แน่ว์ คือ กำปั่น รบ ๚ะ

เกาะ มะคะแคชการ

๏ บอมเบ วัน จันทร เดือน สิบ ขึ้น สิบ สาม ค่ำ พวก ฝรั่งเศศ ที่ ออก ไป ดู ท่า ทาง แพ้ เขา ๚ะ

การ กระบถ ใน ประเทศ เตอรกี

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สิบ ขึ้น สิบสาม ค่ำ บัด นี้ พระองศ เจ้า ปรินซ อะเลกซันเดอร เดิน ทาง จะ ไป เมือง พีลอบโปลิซ ได้ จำหน่าย หมาย ประกาศ ว่า รับ จะ เปน เจ้า ครอบ ครอง ประเทศ บัลแคเรีย ทั้งสอง ประเทศ นั้น

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สิบ ขึ้น สิบสี่ ค่ำ ปรินซ อะเลกซันเดอร ได้ เสด็จ เข้า เมือง พีลลอโปลิซ เปน การ ได้ ไชย ชนะ แล คน ทั้งปวง ก็ รับ ด้วย ความ ยินดี เปน อัน มาก

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สิบ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ พวก ประเทศ รูแมเนี่ย พวก ครีช แล พวก เซอรเวี่ย เข้า สัญญา กัน จะ ขัด ขวาง มิ ให้ พวก ประเทศ แมซิโดเนี่ย เข้า กัน กับ พวก ประเทศ บัลแคเรีย ทั้งสอง ประเทศ นั้น ๚ะ

๏ มี คำ สั่ง ให้ กอง ทัพ เซอรเวี่ย ยก ทัพ ออก แล้ว ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน สิบ แรม ค่ำ หนึ่ง ซุล ตัน เจ้า ประเทศ เตอรกี งด มิ ได้ ทำ ก่อน เพราะ เห่น แก่ ประเทศ เยอรเมนี แล รูเซี่ย ๚ะ


๏ กรุงลัน ดัน วัน ศุกร เดือน สิบ แรม สอง ค่ำ บริติช คอเวินแมนต ได้ ขอ ให้ คอเวินแมนต ประเทศ ใหญ่ ต่าง ๆ จัด กาะ ให้ การ ก่อน คง อยู่ ใน ประเทศ รูมิเลีย ๚ะ

๏ ประเทศ เยอรเมนี แลซเปน ๚ะ

ซึ้ง จะ ให้ โปบ สังฆราช ใหญ่ สุด ของพวก บาทหลวง เปน คน กลาง การ ราย หมู่ เกาะ กาโรไลน ฝ่าย ประเทศ ทั้ง สอง ประเทศ นั้น รับ แล้ว ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน สิบ แรม สาม ค่ำ ใน กรุง ปารีศ เขา ปะติเสศ ท่า เดียว ว่า ฝรั่งเสศ แล พม่า หา ได้ ทำ หนังสือ สัญญา ทาง พระราช ไมตรี ต่อ กัน ไม่

การ กระบถ ใน ประเทศ เตอรกี

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สิบ แรม ห้า ค่ำ ราช ทูต แห่ง ประเทศ ใหญ่ ๆ นั้น จะ รีบ ชุมนุม ปฤกษา กัน ที่ กรุง กอนสตานไตโนเปล ๚ะ

๏ พวก คริซ แล พวก เซอรเวี่ย ร้อง ขอ ว่า ถ้า พวก บัลแคเรีย จะ รวม เข้า กัน เปน หนึ่ง แล้ว ต้อง ทำ ขวัญ อย่า ให้ พวก คริซ แล พวก เซอรเวี่ย แพ้ เปรียบ เลย ๚ะ


๏ คำ หัด พูด ภาษา อังกฤษ บท ต้น ๚ะ

๏ เชิญ ท่าน มา ข้าง ใน ปลี่ซิ วอก อิน ๏ ฉัน จะ เข้า ไป ขอรับ ไอวิล ไอ แซนก์ ยู ๏ เชิญ ท่าน นั่ง ที่ เก้าอี้ ปลี่ซิ บี ซีเตด อิน เอ แจเออ ๏ ท่าน สบาย ฤๅ อาร์ ยู เวลล์ ๏ ฉัน สบาย อยู่ ขอรับ ไควต์ เวลล์ ไอิ แซนก์ ยู ๏ ลูก เมีย ของ ท่าน สบาย ฤๅ อาร์ ยู เออ ไวฟ แอน ชิละเดรน เวลล์ ๚ะ

๏ เมีย ฉัน ไม่ สบาย ไม ไวฟ อิศ นอด เวลล์ ๏ เมีย ท่าน เปนโรค อย่าง ไร วัด อิศ ดี่ แมตเตอ ออฟ ยุเออ ไวฟ ๏ เมีย ฉัน กิน เข้า ไม่ ได้ ชี่ แฮศโน แอบปีไตติ ฟอร์ ฟุด ๏ เมีย ท่าน ไม่ สบาย นาน เท่าใด เฮา ลอง แฮศ ชี่ บิน เอลิง ๏ เขา ไม่ ได้ สบาย ศัก เดือน หนึ่ง ชิ แฮศ นอด บิน เวลล์ ฟอร์ คิลาศต์ มันท์ ๏ เชิญ ท่าน กิน น้ำ ชา ปลี่ซิ เตก เอ กับ ออฟ ตี๋ ๏ ฉัน จะ รับ ประทาน ขอรับ ไอ วิล อิฟ ยุ ปลี่ซิ ๏ ท่าน จะเอา น้ำตาลใส่ น้ำ ชา ด้วย ฤๅ วิลยุ เตก ซุคา อิน ยูเออ ตี๋ ขอรับ ฉันจะเอา เยศ เซออิฟ ยุ ปลี่ซิ ๏ ท่าน จะ เอา บุ่รี่ ฤๅ วิล ยู แฮฟ เอ ซิคา

๏ ไม่ เอา ขอรับ โน ไอิ แซนก์ ยู ๏ จะเอาหมากกินบ้าง ฤๅ วิล ยู เตก ซัม บี่เต็ล ๏ ฉัน ไม่ เคย กิน หมาก ไอิ แอม นอต แอกกัศตัมด์ ตู ยุซิ อิด ๏ ท่าน อายุ กี่ ปี เฮาโอลด์ อาร์ ยู ๏ ฉัน อายุ ได้ ๕๔ ปี ไอิ แอม ไฟพติ ฟอร์ ยิ เออซี โอลด ๏ ท่าน มา อยู่ บางกอก ได้ กี่ ปี เฮา ลอง แฮฟ ยู ลิพืด อิน บางกอก ๏ ฉัน อยู่ ที่ นี้ ได้ ๑๐ ปี แล้ว ไอิ แฮฟด์ ลิพืด ฮี่เออ เติ่น ยี่เออซ์ ๏ ท่าน มี ลูก กี่ คน เฮา เมนิ ชิละเดรน แฮฟ ยู ๏ ฉัน มี ลูก ชาย คน หนึ่ง แล ลูก หญิง คน หนึ่ง ไอิ แฮฟ วัน ซัน แอนด์ วัน ดอเตอ กำปั่น เข้า ออก ใน กรุง เทพ แต่ วัน อังคาร เดือน ๑๐ แรม ๖ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ๑๐ แรม ๑๓ ค่ำ ปีรกา สัปตศก ๑๒๔๗ ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ล์ ค แทน กำปั่น สอง เส่า ครึ่ง ก ๓ ล แทน กำปั่น สาม เส่า ก ล ค แทน กำปั่น เส่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ เรือ เข้า ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า ไวลานศ์ | ก ก ฟ สยาม | — | นายวิด | — | ฝั่ง ตวัน ตก | แรม ๖ ค่ำ แมกอะลิศเตอร์ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๒๗ | ตุลลอก | บอนิโอ กำปนี | สิงฆโปร | แรม ๘ ค่ำ เตตาโด | ก ก ฟ เยอรแมน | ๓๗๑๒ | บีเตอรซัน | ยุเกอร์ ซิค แอน โก | ไซง่อน | แรม ๘ ค่ำ ไดจิ๋ว | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๒๑ | ยอรดัน | วินดซอโรซ แอน โก | ซัวเถา | แรม ๑๑ ค่ำ วอรติเยน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๗๒ | เบราวัน | มากวาดศ์ แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๑๑ ค่ำ มาคะเรตตะ | ชกูเนอร ๓ เส่า คัชะ | ๒๒๒ | โบโร | จีน | สิงฆโปร | แรม ๑๑ ค่ำ เวซเปเชียน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๗๙๒ | เอแลกซันเดอร์ | วังลี | ฮองกง | แรม ๑๒ ค่ำ บีซิโอละ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๘๗๕ | เวอรเยน | ยุเกอร์ ซิค แอน โก | ฮองกง | แรม ๑๑ ค่ำ

เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก

มงกุฏ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | ลอฟ | วินดซอโรซ แอน โก | ฮองกง | แรม ๖ ค่ำ ดีกี่ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๑๖๖ | บุดแมน | มิสเตอร์ โคตี | ฮองกง | แรม ๘ ค่ำ โปรดัช | ก ก ฟ เยอรแมน | ๑๐๕๐ | โลเรนเซน | จีน มาวา | ฮองกง | แรม ๘ ค่ำ แมกอะลิศเตอร์ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๖๗ | ตุลลอก | บอนิโอ กำปะนี | สิงฆโปร | แรม ๑๑ ค่ำ สยาม | ก ๒ ล์ ค สยาม | ๒๔๙ | เตนต์ | จีน | ฟุเจา | แรม ๑๑ ค่ำ

๏ กำปั่น ขา เข้า แมกอะลิศเตอร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงฆโปร แล ยุโรบ คน เดิน สาร ห้อง แกะ บิน ๗ คน ที่ ดาษ ฟ้า ๓๖ คน ๏ กำปั่น เตตาโด บันทุก อับเฉา ๏ ไดจิ๋ว บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เข้า มา คน เดิน สาร ฝรั่ง คน หนึ่ง แล จีน ๒๙๗ คน ๏ วอรติเยน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เข้า มา จีน เดิน สาร ที่ ดาษ ฟ้า คน หนึ่ง ๏ เวซเปเชียน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาร ที่ ดาษ ฟ้า ๑๐ คน ๏ บีซิโอละ บันทุก แต่ อับเฉา ๚ะ

๏ กำปั่น ขา ออก มงกุฏ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล เมือง จีน แล เมือง ยี่ปุ่น ๏ ดีกี่ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ แมกอะ ลิศเตอร รับ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๚ะ


๏ คำ เปรียบ ข้อ หนึ่ง

๏ ณะกาล ครั้ง หนึ่ง สุนักข์ ตัว หนึ่ง คาบ ท่อน เนื้อ จะ ข้าม แม่ น้ำ ไป ก็ แล เหน เงา ของ ตัว สำคัญ ว่า สุนักข์ ตัว อื่น คาบ เนื้อ ไป เหมือน กัน ตัว เดิม นั้น เหน แล้ว อยาก ได้ อีก อด ไม่ ทล จึ่ง อ้า ปาก จะ ชิง เอา เนื้อ จาก ปาก สุนักข์ อื่น ครั้น อ้า ปาก แล้ว เนื้อ ที่ คาบ ไป นั้น ตก น้ำ จม เสีย ก็ สูญ หาย ฉิบ ๚ะ

๏ คำ เปรียบ ข้อ สอง

๏ มี สุนักข์ จิงจอก ตัว ภอ ใจ กิน ลูก องุ่น รัก นัก การ วัน หนึ่ง สุนักข์ จิงจอก ตัว หนึ่ง เข้า ไป ใน สวน เหน พวง ลูก อะงุ่น เปน อัน มาก สุก งอม ดี แต่ ว่า แขวน ไว้ สูง ๆ ดู หน้า กิน น้ำ ลาย ไหล อ้าย จิงจอก โดด ขึ้น จะ ชิง เอา โดด ขึ้น สุด กำลัง เปน หลาย ที่ หลาย ครั้ง จน ตัว เหนื่อย นัก จะ ชิง เอา ไม่ ได้ เหน เปน แน่ ว่า ไม่ ได้ แล้ว ก็ ขัด ใจ ว่า ใคร จะ เอา ก็ เอา เถิด เหน จะ เปรี้ยว นัก ไม่ เอา และ ๚ะ

๏ มงกุฎ สำหรับ กวิน อังศริษ มี ราคา เท่า ไร ๚ะ

๏ มงกุฎ สำหรับ ทรง ของ กวิ๋นวิกโตเรีย มงกุฎ นั้น ประดับ ด้วย เพชร ใหญ่โดย รอบ ขอบ มงกุฎ ๒๐ เม็ด เพชร ๒๐ เม็ด นั้น ราคา ๑๕ หมื่น เหรียน ที่ ยอด มงกุฎ นั้น ประดับ ด้วย เพชร ใหญ่ ยิ่ง อีก ๒ เม็ด ราคา ๒ หมื่น เหรียน ประดับ ที่ มุม มงกุฎ อีก ๕๔ เม็ด แต่ เปน เม็ด ย่อม ๆ ทั้ง ๕๔ เม็ด เปน ราคา ๒๗ หมื่น เหรียน มี รูป กางเขน ๔ รูป ประดับ อยู่ กับ มงกุฎ รูป กางเขน นั้น ล้วน ประดับ ด้วย เพชร แล แก้ว มุกดา แต่ ราคา เพชร แล แก้ว ที่ ประดับ ไม้ กางเขน หมด ด้วย กัน ๓๘ หมื่น เหรียน ราคา พลอย เพชร ที่ ประดับ มงกุฎ เปน ๘๒ หมื่น เหรียน

ของ กัน ปลวก

๏ ข้าพเจ้า ผู้ เจ้า ของ หนังสือ นี้ ได้ คิด อ่าน หา การ ที่ จะ กัน ปลวก มา หลาย ปี แล้ว เหน ว่า ควร จะ เอา ใจ ใส่ ตรึก ตรอง ดู ให้ เลอียด ข้าพเจ้า ได้ ลอง ดู ด้วย น้ำมัน ดิน ดำ หลาย ครั้ง แล้ว พึ่ง เข้า ใจ ว่า เปน ของ กัน ปลวก ได้ ข้าพเจ้า ปราถนา จะ ให้ คน ทั้งปวง ลอง ดู ด้วย น้ำมัน ดิน ดำ จึ่ง จะ รู้ แน่ เวลา วัน หนึ่ง นั้น ข้าพเจ้า ได้ เอา น้ำมัน ดิน ดำ ทา ที่ ก้น หีบ ไม้ ฉำฉา ลาง ใบ ก็ ทา ลาง ใบ ก็ มิ ได้ ทา แล ภา เอา ไป วาง ไว้ ที่ รัง ปลวก ทั้ง คู่แล ปลวก นั้น จะ ได้ ทำ อันตราย แก่ หีบ ที่ ทา น้ำมัน ดิน นั้น หา มิ ได้ ทำ ร้าย แก่ หีบ ใบ ที่ มิ ได้ ทา เท่า นั้น แล้ว ข้าพเจ้า จึ่ง เอา หีบ ที่ มิ ได้ ทา ที่ ปลวก กัด เสีย นั้น มา ทา น้ำมัน ดิน เข้า ดู แต่ ทา หา ทั่ว ไม่ สัตว นั้น ก็ เลือก กัด แต่ ที่ มิ ได้ ถูก น้ำมัน ดิน เท่า นั้น จะ ได้ ทำ อันตราย ใน ที่ ทา น้ำมัน นั้น หา มิ ได้ แต่ ข้าพเจ้า ได้ ลอง ดู หลาย อย่าง ต่าง ๆ กัน จึ่ง เข้า ใจ ว่า น้ำมัน ดิน ดำ ดี แท้ แก้ ปลวก ได้ แล ข้าพเจ้า คิด ใน ใจ ว่า จะ เอา น้ำมัน ดิน ที่ มิได้ ดำ เปน น้ำมัน ดิน อย่าง ใส่ นั้น มา ลอง ดู เหน จะ ใช้ ได้ บ้าง ดอกกระมัง แต่ ขัด ส่น อยู่ ยัง หา มี ไม่ อัน น้ำมัน ดิน ดำ นี้ มี ใน ลำ กำปั่น แทบ จะ ทุก ลำ เปน ของ หา ง่าย นัก ขอ ให้ ท่าน ทั้งหลาย อุส่าห์ ลอง ดู ด้วย ถ้า น้ำมัน ดิน กัน ปลวก ได้ ดี มั่นคง ก็ จะ เปน คุณ เปน ประโยชน์ แก่ เมือง ไทย มาก นักหนา บางกอก ริกอเดอร์ ๚ะ

ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะเรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบบันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เซี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท

เรือน แล ที่ House สำหรับ เช่า

๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤๅ ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤๅ ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤๅ จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤๅ ออก ถนน ใหญ่ ได้ ด้วย สดวก ( จ ห ) ๚ะ

ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สุน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี ( จ ห ) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด