เดือน ๑๑ ขึ้น ๖ ค่ำ, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๘ วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น ๖ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
การ ฝรั่งเสศ กับ จีน

๏ ครั้น คอเวินแมนต อังกฤษ ช่วย พูดจา เกลี่ย กล่าย มิ ยอม ตก ลง กัน แล้ว ตะเซง ราชทูต จีน จึ่ง แจ้ง ความ แก่ คอเวินแมนต ฝรั่งเสศ ว่า ถ้า กอง ทัพ ฝรั่งเสศ ยก เข้า ตี เมือง แบกนิน แล เมือง ซองเต้ ซึ่ง อยู่ ใน แขวง ตอนกวิน วัน ใด วัน นั้น จีน กับ ฝรั่งเสศ ก็ ขาด ทาง พระราช ไมตรี กัน จะ ได้ เริ่ม ทำ ศึก กัน สืบ ไป ๚ะ

๏ ครั้น อยู่ ประมาณ สี่ ห้า วัน แม่ ทัพ ฝรั่งเสศ บอก สาย โทรเลข มา ถึง เสนาบดี ผู้ ว่า การ ทัพ ใน กรุง ปารีศ ว่า ได้ ยก เข้า ตี เมือง แบกนิน แล เมือง ซองเต้ ได้ แล้ว ข่าว นี้ ก็ ทราบ ทั่ว ไป ใน นา ๆ ประเทศ ตะเซง ราชทูต จีน ก็ ลา คอเวินแมนต ฝรั่งเสศ ขอ หนัง สือ ปาศไปต สำหรับ ตัว ตาม กฎหมาย นา นา ประเทศ พา พวก ทูตานุทูต จีน ออก จาก กรุง ปารีศ มา ยัง กรุง ลันดัน มี ความ ขุ่น เคือง มองเลืออร์ ยูล เฟอรี่ เปน อัน มาก แล หมาย ใจ ว่า มองสิเออร์ ยูล เฟอรี่ คง จะ ต้อง ออก จาก ที่ อรรค มหา เสนาธิบดี โดย เรว ถ้า มองสิเออร์ ยูล เฟอรี่ ยัง มี ใจ กำเริบ คิด จะ ทำ ศึก ขับ เขี้ยว กับ จีน สืบ ไป ซึ่ง จีน จะ ยอม แพ้ ฝรั่งเสศ โดย ง่าย นั้น อย่า สงไสย จีน คง จะ ต่อ สู้ กับ ฝรั่งเสศ ไป จน สุด กำลัง ฝรั่งเสศ ก็ คง จะ รักษา เมือง ตอน กวิน แล ญวน ไว้ ให้ เรียบ ร้อย ปรกติ ไม่ ได้ ด้วย เหตุ สาม ประการ ข้อ ๑ ใน แขวง ตอนกวิน มี ระดู ร้าย กอบ ไป ด้วย ความ ไข้ มาก แม้น ทหาร ฝรั่งเสศ จะ ตาย ด้วย คม อาวุธ ของ ทหาร จีน น้อย ก็ คง จะ ตาย ด้วย ไข้ ป่า มาก ก็ คง จะ ตั้ง รักษา เมือง อยู่ ไม่ ได้ ข้อ ๒ ถ้า ฝรั่งเสศ ยัง จะ กระทำ ศึก กับ จีน ไป กราบ ใด เงิน แผ่นดิน ฝรั่งเสศ ก็ คง จะ ต้อง จ่าย ใช้ ใน ราช การ ทัพ มาก ราษฎร ผู้ ต้อง เสีย ภาษี อากร มาก เพราะ การ ที่ รบ จีน ก็ คง จะ ภา กัน มี ความ โกรธ เคือง มองสิเออร์ ยูล เฟอรี่ ฯ คง จำ เปน ต้อง ออก จาก ที่ อรรคมหาเสนาธิบดี ข้อ ๓ ถ้า ฝรั่งเสศ รักษา เมือง ตอนกวิน ไว้ ให้ เรียบ ร้อย ยัง ไม่ ได้ เพราะ พวก โจร ฮ่อ ยัง มี่ ชุก ชุม ทก ตำบล แล ต้อง เขี้ยว ขับ ทำ สง คราม กับ จีน อยู่ ฉนี้ การ ค้า ขาย ใน เมือง ตอนกวิน ก็ จะ เจริญ ไป ไม่ ได้ ถ้า การ ค้า ขาย ไม่ มี่ ฝรั่ง เสศ จะ เกบ เงิน ภาษี อากร แก่ ใคร ได้ ก็ คง จะ ขาด ทุน ใน การ ที่ จ่าย เงิน ใช้ ใน ราชการ ทัพ ภาย หลัง ก็ คง จะ ต้อง ขอ ทำ ไมตรี กับ จีน อยู่ เอง ๚ะ

๏ ตั้ง แต่ ตะเชง ราชทูต จีน ออก จาก กรุง ปารีศ แล้ว ฝรั่งเสศ กับ จีน ก็ รบ กัน มา จน ต้น ปี คฤศต ศักราช ๑๘๘๔ แล้ว หลี่ ฮองช้าง ขอ ทำ ไมตรี กับ ฝรั่ง เสศ อีก คอเวินแมนต ฝรั่งเสศ จึ่ง ให้ กัปตัน ฟอเนี่ย ขึ้น ไป ทำ หนังสือ สัญา กับ หลี่ ฮองช้าง ที่ เมือง เทียน ซิน ซึ่ง อยู่ ปาก น้ำ แห่ง กรุง ปีกิง ใน สัญา นั้น ใจ ความ ว่า จีน ยอม ให้ หนังสือ สัญา ซึ่ง ฝรั่งเสศ ทำ ไว้ กับ ผู้ ปก ครอง ฝ่าย ญวน เปน ใช้ ได้ คือ ให้ ประเทศ ญวน แล ตอนกวิน อยู่ ใน ความ บก ครอง ของ ฝรั่ง เสศ แล จีน จะ เรียก กอง ทัพ กลับ จาก เมือง ตอน กวิน โดย เรว ๚ะ

๏ ครั้น ทำ สัญา กัน เสรจ แล้ว กัปตัน ฟอเนี่ย ก็ กลับ มา ยัง กอง ทัพ เรือ ฝรั่งเสศ แล้ว แม่ ทัพ ฝรั่งเสศ กับ คน ทหาร ๕๐๐ คน ยก ขึ้น ไป รักษา เมือง หลัง ส่วน ซึ่ง อยู่ ใน แขวง ตอนกวิน แล แจ้ง ความ แก่ แม่ ทัพ จิ่น ผู้ รักษา เมือง หลัง สวน ว่า บัด นี้ จิ่น ขอ ทำ ไมตรี ยอม ยก เขตร แดน ตอนกวิน ให้ แก่ ฝรั่งเสศ แล้ว ให้ เลิก กอง ทัพ ไป เสีย จาก เมือง หลัง สวน แต่ ใน สาม วัน ฝ่าย แม่ ทัพ จีน ยัง หา ได้ รับ คำ สั่ง จาก หลี่ ฮอง ช้าง ให้ ยก เลิก กลับ ไป สำคัญ ว่า ฝรั่งเสศ มา หลอก ลวง ครั้น ครบ กำหนด สาม วัน จีน ก็ ยก เข้า โจม ตี ทัพ ฝรั่งเสศ ๆ น้อย กว่า ก็ ถอย หนี กลับ มา อยู่ ปาก น้ำ ตอนกวิน ฝ่าย คอเวินแมนต ฝรั่งเสศ ตัด สิน ว่า จีน เสีย สัตย ไม่ ทำ ตาม สัญญา จึง เพิ่ม กอง ทัพ บก ทัพ เรือ ให้ ยก ไป รบ จีน อีก สืบ ไป แอดมิรัล คุเบต คุม กอง ทัพ เรือ ยก เข้า ยิง เมือง ฟุเจา ทำลาย โรง ทำ เครื่อง อาวุธ ของ จีน เสีย สิ้น แล้ว ตี เมือง กิลุง ซึ่ง อยู่ ใน เกาะ ฟอโมซะ ได้ แล ล้อม เกาะ ฟอโมซะ ไว้ เปน สามารถ ห้าม มิ ให้ เรือ ค้า ขาย ของ ประเทศ ที่ เปน กลาง บันทุก สิ่ง ของ ที่ ต้อง ห้าม ใน การ สง คราม เข้า ไป ขาย แก่ จีน ฝรั่งเสศ กับ จีน ก็ รบ กัน อยู่ หลาย เดือน ๚ะ

๏ ตั้ง แต่ กอง ทัพ เรือ ฝรั่งเสศ ล้อม เกาะ ฟอโมซะ ไว้ (การ ที่ ล้อม นี้ เรียก ว่า บลอกเกด) คอเวินแมนต ฝรั่ง เสศ แจ้ง ความ แก่ คอเวินแมนต ทุก ประเทศ ที่ เปน กลาง ว่า ใน ระหว่าง ที่ กอง ทัพ เรือ ล้อม เกาะ ฟอโมซะ อยู่ นั้น ห้าม มิ ให้ เรือ ค้า ขาย ของ ประเทศ ที่ เปน กลาง บันทุก เครื่อง สาตรา อาวุธ แล สิ่ง ของ ที่ ต้อง ห้าม ใน การ สงคราม ดั่ง ที่ กล่าว ไว้ ใน กฎหมาย นา ๆ ประเทศ ซึ่ง นา ๆ ประเทศ ใน ทวีป ยุโรป ถือ กัน สืบ มา นั้น เอา เข้า ไป ขาย แก่ จีน ใน เวลา ซึ่ง ทำ สง คราม กัน ถ้า เรือ ลำ ใด บันทุก ของ ที่ ต้อง ห้าม ไป ขาย แก่ จีน เรือ รบ ฝรั่งเสศ ค้น ภบ จับ ได้ ก็ จะ เอา มา ชำระ ที่ ศาล แอดมิรัล ติคอต ใน เมือง ไซ่ง่อน ตาม กฎหมาย นา ๆ ประเทศ ถ้า พิจารณา เปน สัตย ก็ จะ ริบ เอา สิ่ง ของ เหล่า นั้น เสีย สิ้น ๚ะ

๏ ฝ่าย คอเวินแมนต จีน มี คำ สั่ง ให้ ตะเซง ราชทูต จีน ซึ่ง ประจำ อยู่ ใน กรุง ลันดัน แจ้ง ความ แก่ ลอด แกรนวิล เสนาบดี อังกฤษ ผู้ ว่า การ ต่าง ประเทศ ว่า ใน เวลา ซึ่ง จีน กับ ฝรั่งเสศ ทำ ศึก กัน อยู่ นั้น ขอ ให้ คอเวินแมนต อังกฤษ ซึ่ง เปน กลาง มิ ได้ เข้า ข้าง ฝ่าย หนึ่ง ฝ่าย ใด ให้ บังคับ ชาว อังกฤษ ใน เมือง ฮอง กอง สิงฆโปร์ ลังกา เอเดน ให้ ถือ กฎหมาย พ่อเรน เอน ลิศเมนต์ แอกต์ ซึ่ง อังกฤษ ตั้ง ไว้ เมื่อ ปี คฤศต ศัก ราช ๑๘๗๐ โดย แขง แรง ใน ระหว่าง สงคราม จีน กับ ฝรั่งเสศ ๚ะ

๏ ครั้น ณวัน อังคาร เดือน สาม ขึ้น ห้า ค่ำ ปี วอก ฉอศก ๑๒๔๖ คอเวินแมนต์ อังกฤษ มี คำ สั่ง โดย ทาง สาย โทรเลข ถึง ผู้ รักษา เมือง ขึ้น อังกฤษ ใน ทิศ ตวัน ออก คือ เอเดน ๑ ลังกา ๑ สิงฆโปร ๑ ฮ่องกง ๑ ให้ ประกาศ กฎหมาย ฟอเรน เอนลิศแมนต์ แอกต์ มาตรา ๑๐ ให้ บันดา สับเยก อังกฤษ ทราบ ทั่ว กัน แล ให้ ประ พฤติ ถือ ตาม ใน เวลา จีน กับ ฝรั่งเสศ รบ กัน นั้น โดย แขง แรง มี ความ ดัง นี้ ๚ะ

๏ มาตรา ๑๐ ถ้า ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ซึ่ง อยู่ ใน พระราช อาณา เขตร ของ สมเด็จ พระบรม นาง เจ้า กวีน วิกโต เรีย มิ ได้ รับ พระบรม ราชา นุญาต จาก สมเด็จ พระ บรม นาง เจ้า บังอาจ ส่ง เครื่อง สรรพ สาตรา อาวุธ ปืน ใหญ่ น้อย ฤา แลก เปลี่ยน เครื่อง อาวุธ ฤา ส่ง เสบียง อาหาร ฤา สรรพ สิ่ง ใด ๆ ก็ ดี ซึ่ง เปน การ อุด หนุน ใน การ รบ ฤา เปน ใจ รู้ เหน ใน การ นั้น ก็ ดี ให้ แก่ เรือ กำปั่น ซึ่ง เข้า มา จอด ที่ ท่า เมือง ของ อังกฤษ ซึ่ง เปน เรือ รบ ต่าง ประเทศ ซึ่ง ทำ สง คราม แก่ ประเทศ ซึ่ง เปน ไมตรี กับ อังกฤษ ผู้ นั้น ต้อง ใน ระหว่าง บังอาจ ฝ่า ฝืน ขืน ล่วง กฎหมาย ฉนี้ ให้ ลง โทษ สอง สถาน สถาน หนึ่ง ให้ ปรับ เปน ข้อ ละเมิด สถาน หนึ่ง ให้ จำ ไว้ ณะคุก ฤา แต่ สถาน ใด สถาน หนึ่ง แล้ว แต่ ตระลาการ ศาล แอดมิรัลตี ซึ่ง ชำระ ผู้ นั้น จะ เหน ควร ถ้า ตัด สิน ให้ จำ ไว้ ณะคุก จะ ให้ ทำ การ หนัก ด้วย ฤา ไม่ ฉัน ใด แล้ว แต่ โทษา นุโทษ ๚ะ

๏ ครั้น คอเวินแมนต์ อังกฤษ ประกาศ กฎหมาย นี้ แล้ว ฝรั่งเสศ ก็ หย่อน กำลัง ลง เพราะ เรือ รบ ซึ่ง บันทุก ทหาร ไป รบ จีน นั้น ต้อง แวะ จอด ที่ ท่า เมือง เอเดน ลังกา สิงฆโปร ฮองกง จะ ซื้อ ถ่าน แล อาหาร ไม่ ได้ ด้วย สับเยก อังกฤษ ไม่ อาจ ส่ง ลำเลียง แล ถ่าน หิน ให้ เหมือน แต่ ก่อน โดย จะ บันทุก ไป จาก กรุง ฝรั่งเสศ เอง ก็ คง จะ ไม่ ภอ ด้วย ระยะ ทาง ถึง ๔๐ วัน เสศ ถ้า ถ่าน แล เสบียง หมด ลง กลาง ทาง ก็ จะ ได้ ความ ขัด สน เรือ รบ กับ ทหาร ก็ จะ ภา กัน เปน อันตราย เสีย กลาง ทเล เมื่อ คอเวินแมนต์ อังกฤษ ออก ประกาศ กฎหมาย ได้ ประมาณ ๒๐ วัน คอเวินแมนต ฝรั่ง เสศ จึง แจ้ง ความ แก่ คอเวินแมนต เยอรมัน แล อังกฤษ ว่า ห้าม ไม่ ให้ เรือ ค้า ขาย อังกฤษ แล เยอรมัน บัน ทุก เข้า ไป ขาย แก่ จีน ใน ระหว่าง ศึ้ก ด้วย เข้า ควร เปน ของ ต้อง ห้าม ใน การ สงคราม คอเวินแมนต เยอรแมน ยอม ตาม ฝรั่งเสศ แต่ คอเวินแมนต อังกฤษ ไม่ ยอม เพราะ เหน ว่า เปน สินค้า ไม่ เปน ของ ต้อง ห้าม ใน การ ศึก การ นี้ เปน กล อุบาย ของ มองสิเออร ยูล เฟอรี่ เพื่อ จะ ตัด กำลัง จีน ถ้า ห้าม เข้า ได้ จีน ก็ จะ กันดาร อาหาร ลง คง จะ ยอม แพ้ แก่ ฝรั่งเสศ โดย ง่าย ก็ หา สำเร็จ ดั่ง ความ ประสงค์ ของ มอง สิเออร์ ยูล เฟอรี่ ไม่ แม้น คอเวินแมนต เยอรแมน ยอม แล้ว ก็ ดี แต่ คอเวินเมนต์ อังกฤษ ไม่ ยอม จีน ก็ คง ซื้อ เข้า ได้ เสมอ ด้วย เรือ ค้า ขาย อังกฤษ มาก กว่า เรือ ค้า ขาย เยอรแมน หลาย สิบ เท่า ๚ะ


ข่าว ใน กรุง
ใน หลวง

๏ วัน เสาร์ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สอง ค่ำ ใน หลวง เสด็จ ออก จาก กรุง เทพ เวลา เช้า สอง โมง ยี่สิบ ห้า มินิต จะ ไป ยัง เกาะ บางปะอิน ๚ะ

ข่าว ตาย

๏ มี ความ ลือ กัน ว่า จอม มารดา ของ กรม หมื่น ภูธเรศ ธำรงค์ ศักดิ์ ถึง แก่ กรรม แล้ว ฯะ

มี อ้าย ผู้ ร้าย ปล้น
ตำบล ใน คลอง บางซื่อ แขวง กรุง เทพ

๏ ซึ่ง อำแดง คล้าย อายุ ๗๐ ปี เปน ภรรยา นาย อิ่ม จางวาง ใน กรม หมื่น กระษัตรศรี แต่ นาย อิ่ม ผู้ ผัว ถึง อนิจ กรรม เสีย ประมาณ ๑๒ ปี เสศ อำแดง คล้าย ผู้ เปน เจ้า ของ เรือน มี บุตร สาม คน หญิง สอง คน อำแดง คำ อำแดง แจ่ม ชาย หนึ่ง นาย จอน ตั้ง บ้าน เรือน อยู่ คลอง บาง ซื่อ แขวง กรุง เทพ นาย เห่ง เปน กำนัน ตั้ง แต่ ปาก คลอง เข้า ไป บ้าน อำแดง คล้าย ประมาณ สาม เส้น สี่ เส้น เสศ วัน เสาร์ เดือน สิบ แรม สิบ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ เวลา สาม ยาม เสศ มี อ้าย ผู้ ร้าย ประมาณ ๑๒ คน เข้า ปล้น บ้าน ของ อำแดง คล้าย นาย จอน ผู้ บุตร อายุ สาม สิบห้า ปี รับ หนังสือ พิมพ์ สิบ ยก อยู่ ใน หม่อม เจ้า ตรี บุตร กรม หมื่น กระษัตรศรี นอน อยู่ ใน มุ้ง ที่ ประตู ริม บันได อ้าย ผู้ ร้าย เอา พลอง ตี ถูก ศีศะ นาย จอน แผล หนึ่ง ยาว ประมาณ สอง องคุลี นาย จอน ยก มือ ซ้าย ขึ้น รับ จึ่ง ได้ ถูก นิ้ว กลาง ขาด ข้อ หนึ่ง แล้ว อ้าย ผู้ ร้าย จุก คบ ยิง ปืน ประมาณ ๖ นัด ๗ นัด จึ่ง ได้ ขึ้น เกบ ทรัพย สิ่ง ของ ต่าง ๆ คือ เงิน ๑๕ ชั่ง สาย สร้อย ทอง หนัก ตำลึง หนึ่ง สาย ๑ ภาน เงิน หนัก ๖ ตำลึง ๑ ภาน ขัน ถม ล้าง หน้า ๑ ขัน กับ ทอง รูป พรรณ ไม่ รู้ น้ำ หนัก แต่ อำแดง คล้าย ได้ รับ จำนำ ไว้ เปน เงิน ๖ ตำลึง และ เครื่อง ทอง เหลือง ผ้า นุ่ง ห่ม ต่าง ๆ อ้าย ผู้ ร้าย ออก จาก เรือน อำแดง คล้าย ผู้ เปน มารดา แล้ว เข้า ใน เรือน อำแดง คำ ผู้ บุตร ทุบ ตู้ กระจก ของ อำแดง คำ หนึ่ง ตู้ เกบ เอา ผ้า สะกอส ผืน ๑ ดาบ ญี่ปุ่น เล่ม ๑ ขัน กระบาด ทอง เหลือง ๒ ขัน แล้ว อ้าย ผู้ ร้าย เอา ของ ใส่ ย่าม ศพาย ลง เรือน ไป เมื่อ คืน วัน อ้าย ผู้ ร้าย ปล้น มี คน ที่ อยู่ บน เรือน ชาย ๑ หญิง ๓ คือ อำแดง คล้าย ผู้ มารดา อำแดง คำ นาย จอน อำแดง แจ่ม ผู้ บุตร รวม ๔ คน เด็ก ๖ คน ซึ่ง เรือน ที่ ริม บ้าน อำแดง คล้าย ถูก ปล้น ข้าม ฟาก คลอง มี อยู่ สาม บ้าน คือ บ้าน นาย ชื่น ภรรยา ชื่อ หนู ๑ นาย อิน ภรรยา ชื่อ นวน ๑ นาย คิด ภรรยา ชื่อ หุ่น ๑ ข้าง เรือน ที่ ถูก ปล้น ข้าง ตวัน ตก นาย พัน ภรรยา ชื่อ ซับ ยัง บ้าน ที่ ต่อ ๆ กัน มา ห่าง ประมาณ สอง เส้น สาม เส้น มี ๒๐ เรือน ๚ะ

ว่า ด้วย โปลิศ

๏ ข้าพเจ้า มองแวะ ชาติ มาระเมน ได้ ไป มา ค้า ขาย ที่ เมือง บางกอก นี้ เนือง ๆ แต่ เมื่อ ครั้ง แผ่นดิน พระบาท สมเดจ พระจอม เกล้า จน มา ถึง แผ่นดิน พระ เจ้า กรุง สยาม ปัจุบัน ใน ชะนะ เมื่อ ต้น แผ่นดิน ข้าพ เจ้า ได้ เดิน ตาม ถนน แถว บ้าน คอกควาย เนือง ๆ ครั้ง นั้น เหน มี โปลิศ เดิน ยาม ตาม ถนน ดู คล้าย ๆ กับ เมือง มาระเมน ครั้น ใน ปี ระกา สัปตศก นี้ ตาม ที่ แถว ถนน ตั้ง แต่ ใต้ บางรัก ลง ไป ถึง ถนน ตก ไม่ เหน มี โปลิศ รักษา ถนน เหมือน ดั่ง แต่ ก่อน นั้น เลย เหน พวก อ้าย ผู้ ร้าย ชก ต่อย ถือ มีด ไล่ ทิ่ม แทง กัน อยู เนือง ๆ ก็ ไม่ เหน โปลิศ จับ อ้าย คน ร้าย บาง ที ก็ เหน มี โปลิศ เดิน ไป มา คน หนึ่ง บ้าง สอง คน บ้าง ครั้น คน เดิน ถนน ร้อง ให้ ช่วย จับ คน ร้าย โปลิศ ก็ พูด ว่า จับ ไม่ ได้ กลัว มัน ตี เอา โปลิศ เช่น นี้ ดู เหมือน โปลิศ สำหรับ เดิน เที่ยว เล่น ตาม ถนน ข้าพเจ้า เหน ว่า โปลิศ เมือง ไทย สู้ แต่ เมือง มาระเมน เมือง ขึ้น ของ อังกฤษ ก็ ไม่ ได้ เหมือน เมือง มาระเมน โปลิศ รักษา ถนน แขง แรง เจริญ ทุก ๆ วัน ดู ๆ โปลิศ ที่ เมือง ไท ทุก วันนี้ เสื่อม ลง กว่า แต่ ก่อน มาก นัก การ ที่ โปลิศ ใน เมือง ไทย เสื่อม ลง นี้ เปน ที่ ให้ คน อัน ไม่ เหน ตะลอด นินทา ว่า ท่าน ผู้ ใหญ่ จะ ไม่ สู้ รัก ราษฎร ดอก กระมัง จึ่ง เพิก เฉย เสีย อย่าง นี้ อนึ่ง ข้าพเจ้า เดิน ตาม ถนน ได้ ยิน แต่ ราษฎร ไทย ร้อง คราง ว่า โรง ศาล ทุก วัน นี้ เตม ทน ร้อน รน นักหนา เก้า ปี สิบ ปี ก็ ไม่ แล้ว ไม่ เปน อัน ทำ มา หา กิน ได้ เพราะ โรง ศาล กด เอา ความ ไว้ เนิ่น ช้า ข้าพเจ้า เหน ว่า ถ้า เปน ดั่ง นั้น จริง โรง ศาล เมือง มาระเมน ดี กว่า ศาล เมือง ไทย แท้ จริง ศาล เมือง มาระเมน ท่าน ผู้ ใหญ่ เอา ใจ ใส่ แขง แรง เร่ง ให้ ความ ราษฎร แล้ว โดย เรว เขา จะ ได้ ไป ทำ มา หา กิน ความ เขา มี อย่าง นี้ ขอ ให้ ท่าน ครู สมิท เอา ความ ที่ เหน นี้ ลง ใน สยาม ไสมย เพื่อ ท่าน ผู้ ใหญ่ จะ รัก ชาติ ไทย บ้าง ครู สมิท ก็ มา อยู่ เมือง ไทย นาน แล้ว จง เอนดู ชาว ไทย ด้วย เถิด ให้ เอา คำ นี้ ลง ใน สยาม ไสมย แต่ ข้าพเจ้า มา แต่ เมือง มาระเมน ก็ ยัง มี น้ำ ใจ สงสาร ชาว ราษฎร ไทย อยาก จะ ให้ ได้ ความ ศุข อย่าง เมือง มาระเมน ๚ะ

๏ ถ้า ราษฎร สยาม จะ เลิก การ สนุกนี้ การ ไม่ ดี หา วิชา หา กิน โดย ซื่อ สุจริต เพียร ทำ มา หา กิน เลิก การ นักเลง ก็ จะ ไม่ ต้อง เปน ความ กัน คน ทั้งปวง ก็ จะ สบาย เข้า เปน อัน มาก เปน อัน งาม ด้วย เอไดตอร ๚ะ


๏ ประกาศ ตั้ง สิเกรตารี่ หลวง ๚ะ

๏ มี พระ บรมราช โองการ โปรด เกล้า ให้ ประกาศ แก่ พระ บรมวงษา นุวงษ ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย แล ชาว สยาม ชาว ต่าง ประเทศ บันดา ที่ จะ มี การ เกี่ยว ข้อง กับ ไปรเวต สิเกรตารี่ หลวง ฝ่าย ต่าง ประเทศ ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า เมื่อ ณวัน ศุคร เดือน แปด บุรพา สาธ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี ระกา สัปตศก นี้ ได้ โปรด เกล้า ฯ มี หมาย ประกาศ ว่า ตำแหน่ง ไปรเวต สิเกรตารี่ หลวง ฝ่าย ต่าง ประเทศ จะ ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ พระ เจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้าโสณบัณฑิตย์ รับ ราชการ ฉลอง พระเดช พระคุณ ต่อ ไป นั้น ๚ะ

๏ บัด นี้ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า โสณบัณ ฑิตย์ เสด็จ กลับ มา จาก ประเทศ ยุโรป ถึง กรุง เทพ แล้ว ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ให้ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระ องค์ เจ้า โสณบัณฑิตย์ รับ ราชการ ฉลอง พระเดช พระ คุณ ใน ตำแหน่ง ไปรเวต สิเกรตารี่ หลวง ฝ่าย ต่าง ประเทศ ตั้ง แต่ ณวัน ที่ ออก ประกาศ นี้ ไป ๚ะ

๏ ถ้า ผู้ ใด มี ราชการ เกี่ยว ข้อง ใน ตำแหน่ง ไปร เวตสิเกรตารี่ หลวง ฝ่าย ต่าง ประเทศ จง ประพฤติ ราช การ ต่อ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้าโสณบัณฑิตย์ ตาม สม ควร แก่ ราชการ เทอญ ๚ะ

๏ ประกาศ มา ณวัน จันทร เดือน สิบ แรม สิบสอง ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ศักราช ๑๒๕๗ เปน วัน ที่ ๒๑๗๓ ใน รัชกาล ปัตยุบัน นี้ ๚ะ

๏ คำ ชม สรรเสริญ ๚ะ

๏ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ฝ่าย ชาว สยาม พร้อม ใจ กัน แต่ พวก ข้าพเจ้า ๓๖ คน ซึ่ง ได้ ออก เงิน รับ หนังสือ พิมพ์ สยาม ไสมย ใน ปี นี้ ทั้ง ๓๖ คน นั้น ได้ อ่าน สยาม ไสมย ทุก ทุก ครั้ง ก็ ไม่ พริ้ง เพราะ เสนาะ หู เหมือน ฉบับ นี้ เล่ม ๔ แผ่น ๗ เมื่อ ณวัน พุฒ เดือน สิบ แรม สิบสี่ ค่ำ ปี ระกาสัปตศก นั้น ซึ่ง มี เนื้อ ความ กล่าว ถึง เรื่อง ฝรั่งเศศ กับ จีน วิวาท กัน นั้น เปน เรื่อง ควร อ่าน ชอบ ฟัง ทั้ง ๓๖ คน ๆ พร้อม ใจ กัน ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน ครู สมิท เอไดเตอร ได้ โปรด นำ เรื่อง ฝรั่งเศศ กับ จีน วิวาท กัน นั้น ลง ใน สยาม ไสมย วิก น่า ต่อ ข้อ ความ ที่ ลง ก่อน ให้ ตลอด ไป ถ้า เนื้อ ความ มาก ขอ ให้ ทุก ๆ วิก กว่า จะ หมด เรื่อง ฝรั่งเศศ กับ จีน นั้น พวก ข้าพเจ้า ๓๖ คน แล ผู้ อื่น ก็ ภา กัน ตื่น เต้น ยินดี ออก เงิน รับ หนังสือ สยาม ไสมย ใน วิก น่า โดย มาก เพราะ อ่าน ชอบ ฟัง เรื่อง ฝรั่งเศศ กับ จีน ทั้ง เจ้า นาย แล ขุนนาง เสรษ ฐี พ่อ ค้า ประชา ชน ชาว กรุง สยาม มี ความ ยินดี ที่ ได้ อ่าน ได้ ฟัง เรื่อง ฝรั่งเสศ กับ จีน นั้น ชวน กัน พูด ว่า หนัง สือ สยาม ไสมย ราว กับ หู ทิพ ของ ชาว เรา ที่ ได้ ฟัง ไม่ น่า เสีย ดาย เงิน เลย ๚ะ

๏ ติ คน ที่ ประมาท ไทย ๚ะ

๏ ข้าพเจ้า ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เอไดเตอร ด้วย ข้า พเจ้า ได้ อ่าน สยาม ไสมย ของ ท่าน ก็ ได้ เปน ประโยชน์ แก่ ข้าพเจ้า นั้น มาก นัก ได้ รู้ ความ ใน กรุง เทพ ต่าง ๆ เหตุ ดี แล เหตุ ชั่ว มา ฉบับ ใน วัน พุฒ เดือน เจ็ด แรม สิบสาม ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ได้ ยิน เรื่อง หนึ่ง ที่ กล่าว ไว้ ข้าง ท้าย เรื่อง นิยาย ใจ ความ ว่า คน กรุง สยาม หา ได้ ฝาก ลูก ออก ไป เล่า เรียน วิชา ไม่ หวง ลูก ไว้ โง่ กับ บ้าน ความ ที่ กล่าว ข้อ นี้ ข้าพเจ้า ยัง สงไสย มาก นัก ข้าพเจ้า ชะเน ดู ว่า ท่าน ผู้ ที่ กล่าว นั้น เหน จะ เปน แต่ ละเมอ ดอก ท่าน ทั้งหลาย ก็ ย่อม ทราบ อยู่ เอง ว่า ลูก สัตว ๆ รัก ลูก นก ๆ รัก แต่ ลูก คน ๆ คง รัก เปน แน่ เพราะ ว่า คน เปน ที่ สูง กว่า สัตว เดระฉาน มาก นัก แล้ว หนึ่ง มนุษ ได้ มี ความ เจบ ร้อน แทน กัน แล กัน มี ความ พะยาบาท มาก กว่า สัตว แล มี ความ กรุณา ก็ มาก กว่า สัตว เหตุ ดัง นี้ มนุษ คง จะ รัก ลูก มาก แล อยาก จะ ให้ ลูก ดี ทุก ตัว คน ที่ กล่าว โทษ บิดา มารดา นั้น ไม่ ควร ท่าน จง พินิจ พิจารณา ดู เถิด เหมือน หนึ่ง ดัง กา ที่ จะ เอา ศรี ขาว มา ทา แปลง เปน นก อื่น คน ทั้งหลาย ก็ คง จะ เหน ว่า เปน นก อื่น แต ภาย ใน ของ กา นั้น คง จะ เปน กา อยู่ นั้น เอง คง จะ หา กิน ไม่ อยู่ ใน ยุติธรรม ได้ คง จะ ตาม อย่าง ธรรม ดา ของ ตน เดิม ท่าน จึ่ง สังเกต ดู เถิด ว่า กาเหว่า แม่ กาเหว่า ได้ คลอด ไข่ บน ต้น ผล พฤกษา อัน สูง แล กาเหว่า นั้น ก็ ได้ ละไข่ ไป แต่ ตัว ครั้น มา ภายหลัง แม่ กา จึ่ง ได้ กก ไข่ นั้น จน เกิด ตัว อ่อน แล แม่ กา ก็ ได้ รัก ดัง กับ ลูก ของ ตน ครั้น กาเหว่า เติบโต ขึ้น กาเหว่า ก็ ได้ ไป เสีย จาก กา หา ได้ ตาม เช่น อย่าง ของ กา ต่อ ไป ไม่ เหมือน หนึ่ง ศิลปะสาตร ของ ชาว ยุโรป ก็ เปน อัน ประเสิฐ สำหรับ ที่ จะ ให้ กุลบุตร เล่า เรียน แต่ ชาว สยาม บัดนี้ ก็ ได้ เล่า เรียน มาก อยู่ ที่ ข้าพเจ้า ได้ เหน นั้น ที่ ท่าน เปน เจ้ สัว ฤา พ่อ ค้า ที่ มี เงิน ก็ ได้ ฝาก บุตร ออก ไป เล่า เรียน ที่ หัวเมือง อังกฤษ นั้น มาก สิงฆโปร บ้าง ปีแนง บ้าง ฮองกอง บ้าง แกลกัตตา บ้าง บาง ท่าน ที่ ไม่ มี เงิน จะ ฝาก ฝัง ให้ บุตร ออก ไป เล่า เรียน ที่ นอก ก็ ได้ ฝาก ไว้ ที่ บ้าน ครู สอน สาสนา ใน กรุง เทพ ที่ ท่าน บาทหลวง บ้าง ที่ โรง เรียน หลวง บ้าง ประมาณ ไม่ ถ้วน ว่า สัก กี่ สิบ คน แต่ พวก ท่าน ที่ ได้ ออก ไป เล่า เรียน ที่ นอก ครั้น กลับ เขา มา ก็ ดู ว่า ไม่ เปน ประ โยชน์ อะไร เลย จะ ช่วย การ งาน ใหญ่โต ก็ ไม่ ได้ ๆ อยู่ เพียง แต่ เปน เสมียน เกบ เงิน เปน เสมียน ขาย ของ หา กิน อยู่ ตาม ห้าง ฝรั่ง บาง ที ท่าน เปน ลูก จีน ครั้น กลับ เข้า มา เล่า ทำ กิริยา เหมือน หนึ่ง จีน ร่วม ธง บาง ท่าน ที่ เปน ไทย ก็ สวม กังเกง ฝรั่ง แล ทำ กิริยา เหมือน หนึ่ง ชาว ยุโรบ ได้ พูด แขก ครึ่ง หนึ่ง ฝรั่ง ครึ่ง หนึ่ง แล้ว กลับ รังแก คน ประเทศ เดียว กัน ด้วย เชื่อ ว่า ตัว พูด ฝรั่ง ได้ ไม่ ต้อง กลัว เกรง แก่ ท่าน ผู้ ใด ท่าน เหล่า นั้น ประพฤติ์ การ เหมือน ไม่ รัก ชาติ ของ ตัว เหมือน ห้าม คน ไทย ไม่ ให้ เล่า เรียน หนังสือ ไทย คน ฝรั่ง ๆ เกิด มา คง จะ เรียน หนังสือ ฝรั่ง เปน แน่ หนังสือ ไทย คง จะ น้อย คน เรียน ข้าพเจ้า เปน ราษฎร ก็ อยาก จะ ใคร่ ชม คน ไทย ล้วน แต่ ไทย แล อยาก ใคร่ เหน หนังสือ ไทย มงกุฎ สยาม ใช้ ตลอด ทั่ว พิภพ ท่าน ที่ ผู้ มี เงิน มาก ฤๅ ท่าน ครู สอน สาสนา ถ้า จะ คิด แปล วิชา ฝรั่ง ออก เปน ไทย ก็ จะ เปน ประโยชน์ แก่ กรุง สยาม เปน อัน มาก วิชา วัด แดด วิชา ทำ ไฟ ฟ้า แล ยัง อยู่ อีก มาก เหลือ ที่ จะ พรรณา ถ้า วิชา เหล่า นั้น ตก อยู่ ใน กรุง สยาม เล่า กรุง สยาม ไม่ กี่ ปี ก็ จะ คล้าย กับ ทวีป ยุโรบ เปน แน่ แล อักษร สยาม คง จะ ไม่ สูญ คง จะ ทวี ขึ้น ทุก ๆ ปี หนึ่ง ชาว เรา คน ที่ ไม่ มี ทรัพย ก็ คง จะ ได้ รู้ วิชา ต่าง ๆ ไม่ ต้อง เรียน ภาษา ฝรั่ง ถ้า ท่าน ผู้ ดี ที่ มี วาสนา จะ คิด การ เข้า เล่า ก็ เหน คง จะ สำเร็จ การ คง จะ งาม หน้า แก่ เจ้า แผ่นดิน นั้น มาก นัก ไม้ ช้า ไม่ นาน คน ใน ทวีป อา เชีย คง จะ ต้อง ฝาก บุตร เข้า มา เล่า เรียน เปน แน่ แต่ ก่อน แต่ ไร่ ใน เมือง อังกฤษ ก็ หา มี วิชา ประ เสริฐ ไม่ อังกฤษ ก็ ได้ แสวง หา ลาง ที่ ปะ ที่ เมือง ฝรั่ง เสศ บ้าง ปะ ที่ เยอรมัน ปะ ที่ อะมริกา ปะ ที่ อิทะลี่ แล ตาม ประเทศ ต่าง ๆ อีก หลาย ประเทศ อังกฤษ จึ่ง ได้ คิด แปล ออก เปน ภาษา ของ ตน ฝ่าย ประเทศ ต่าง ๆ นั้น เล่า ก็ ได้ แสวง หา เหมือน กัน แล ได้ แปล ออก เปน ภาษา ของ ตน เหมือน กัน เหตุ ฉะนั้น ทวีป ยุโรบ จึ่ง ได้ บริบุณ วิชา การ รู้ การ ดัง นี้ ควร ท่าน ทั้งหลาย ที่ ใน กรุง สยาม จะ เอา เยี่ยง อย่าง ถึง จะ ไม่ คิด ถึง ตน ว่า ตน เกิด มา แล้ว ก็ ต้อง ตาย ขอ ให้ ท่าน คิด ถึง เมื่อ ภาย หน้า นั้น เถิด มะลิ ๚ะ

๏ คอเวินแมนต์ สยาม ๚ะ

๏ บัด นี้ มี เขตร ต่อ กัน กับ อังกฤษ ใน ทิศ ใต้ แหลม มะ ลายู ที่ เรียกว่า ซะเตรต์ เซเตลแมนต์ ต่อ กัน กับ อังกฤษ ข้าง ทิศ ตวัน ตก คือ บริติซ เบอรมะ ข้าง ทิศ พายับ นั้น ต่อ กัน กับ พม่า ฃอง เจ้า อังวะ ข้าง ทิศ อิสาณ ต่อ กัน กับ ประเทศ ตอนกวิน ข้าง ทิศ ตวัน ออก แล ทิศ อาซะเน ติด ต่อ กัน กับ ประเทศ เขมร เขตร อังกฤษ กับ สยาม เปน ที่ เข้า ใจ กัน แล้ว ทั้ง สอง ประเทศ นี้ มี พระราช ไมตรี สนิท สนม กัน นาน มี ความ อัชฌา ไศรย ชอบ รัก ใคร่ กัน นาน พวก อังกฤษ มิ ได คิด เอา รัด เอา เปรียบ กัน กับ ประเทศ สยาม เลย แต่ ไหน ๆ มา เจ้า นาย เขมร เคย พึ่ง อาไศรย คอเวินแมนต์ ประเทศ สยาม ต่อ ที่ หลัง นึก คิด อย่าง ไร ไม่ รุ้ จึง ยก บ้าน เมือง ให้ ฝรั่งเสศ คุม รักษา ไว้ ฝรั่งเสศ ได้ เมือง เขมร แล้ว ก็ ได้ ตี เมือง ญวน เมือง ตอนกวิน ประเทศ เหล่า นี้ บัด นี้ เปน ของ ๆ ฝรั่งเสศ ๆ จึง มี เขตร ต่อ กัน กับ เขตร สยาม ฝ่าย ตวัน ออก นั้น แล ครั้น ประเทศ คอเวินแมนต แขง แรง เช่น ฝรั่งเสศ แล อังกฤษ มี เขตร ต่อ เขตร สยาม ทั้ง สาม ด้าน คือ ทิศ ตวัน ออก ทิศ ใต้ ทิศ ตวัน ตก แล้ว ที่ ชาติ์ แอเซีย ชาติ หนึ่ง ชาติ ใด จะ มา ย่ำ ยี เบียด เบียฬ เยียบ ประเทศ สยาม เหน จะ ไม่ ได้ แต่ คอ เวินแมนต์ สยาม ต้อง ระวัง แต่ อย่าง เดียว อย่า ให้ มี เหตุ เกิด ขัด เคือง กัน กับ คอเวินแมนต์ ฝรั่งเสศ ฤา คอเวิน แมนต์ อังกฤษ ถ้า แตก ร้าว กัน กับ คอเวินแมนต์ อังกฤษ ฤา คอ วินแมนต์ ฝรั่งเสศ ครั้ง ใด แล อังกฤษ ฤา ฝรั่งเสศ เคือง ขึ้น มา จะ ต้อง รบ กับ พวก สยาม ก็ จะ แตก เสีย เมื่อ นั้น ธุระ ใหญ่ บัด นี้ คือ คอเวินแมนต์ สยาม จำ ต้อง ประ พฤติ การ เรียบ ร้อย เช่น เคย ประพฤติ์นั้น อย่า ให้ แตก ร้าว กัน กับ อังกฤษ แล ฝรั่งเสศ เลย เอไลเตอร ๚ะ


ข่าว โทรเลข นอก

รุเซีย แล เยอรแมนี้

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สิบ แรม หก ค่ำ มอง เซอ ดะ คิออร จะ ไป รับ สมเด็จ พระเจัา ซา ที่ กรุง โกเปนแฮกิน เมื่อ เดิน ทาง นั้น มองเซอดะ คิออร จะ เยี่ยม แล ปฤกษา กัน กับ ปรินซ บิศมาก ด้วย ๚ะ

การ กระบถ ใน ประเทศ เตอรกี

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สิบ แรม เจด ค่ำ ปรินซ อเลกซันเดอร ตั้ง ใจ แล้ว จะ ใช้ ข้าหลวง ไป เฝ้า ซุล ตัน ให้ วาง ใจ ว่า จะ จัด ให้ ความ สงบ การ เรียบ คง อยู่ ตลอด หัว เมือง บัลแคเรีย ใหม่ ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน สิบ แรม แปด ค่ำ แม้น มี ความ หมาย ใจ ว่า การ จะ แล้ว กัน ด้วย เรียบ ร้อย ยัง เปน กำลัง การ สำหรับ การ ณรงค์ ใน ประ เทศ ครีซ ประเทศ เซอร์เวี่ย แล ประเทศ บัลแครีย ๚ะ

๏ เจ้า พนักงาน ประเทศ เตอรกี ได้ เรียก แล จัด สำ หรับ จะ ยก ทัพ ได้ แต่ พวก พลรบ สำหรับ แก้ ขัด ถึง แปด กอง ( บัตแตเลี่ยน ) ๚ะ

๏ การ กระบถ ใน เตอรกี ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สิบ แรม เก้า ค่ำ พวก บัลแคเรีย เคือง นัก เพราะ คอเวินแมนต์ รุเซีย ขอ ให้ ถอด ปรินซ อะเลกซันเดอร ๚ะ


กำปั่น เข้า ออก ใน กรุง เทพ
แต่ วัน อังคาร เดือน ๑๐ แรม ๑๓ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ๑๑ ขึ้น ๕ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กปิตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
ตรีตอซก ก ฟ เยอรแมน๑๑๕๒บลิเกนจีนฮองกองแรม ๑๓ ค่ำ
บอนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๙๕ไฮดะจีน บานหงสิงฆโปรแรม ๑๕ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๙๑ไวตะวินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๑๕ ค่ำ
กอยีฟื่นก ๒ ส ค อเมริกัน๗๗๑ไควนมากวาลด์ แอน โกนุยอกขึ้น ๑ ค่ำ
กงลี่ก ๒ ส สยาม๔๗๓แฮนเซนพระยา ละครสิงฆโปรขึ้น ๒ ค่ำ
โรซะมันดก ก ฟ อังกฤษ๔๖๒มอเตลแมนไซพองขึ้น ๒ ค่ำ
พระจอม เกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๑ชตวัตตันวินดซอโรซ แอน โกซัวเถาขึ้น ๒ ค่ำ
บานลี่ก ๒ ส ค สยาม๒๖๐มาเตนโพจีนลื่อฮองกองขึ้น ๓ ค่ำ
กวิน ออฟ อิงแลนดก ๒ ส ค สยาม๕๕๒ชุมเกอโพจีนลื่อฮองกองขึ้น ๓ ค่ำ
โคไลอะก ๒ ส ค สยาม๕๕๒ไมเคลซันจีนสิงฆโปรขึ้น ๔ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
ไตจิ๋วก ก ฟ อังกฤษ๘๖๒ยอรดันวินดซอโรซ แอน โกฮองกองแรม ๑๕ ค่ำ
วอไดเยนก ก ฟ อังกฤษ๘๗๖เบรานะมากวาลด์ แอน โกฮองกองแรม ๑๕ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๙๘ไวตะวินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรขึ้น ๒ ค่ำ
บอนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๙๗ไฮดะจีน บานหงสิงฆโปรขึ้น ๒ ค่ำ
มาคะริทะดัช ซกุเนอ ๓ เสา๒๒๒บาโรจีนสิงฆโปรขึ้น ๓ ค่ำ
เวซเปเซียนก ก ฟ อังกฤษ๗๘๒แอเลกซันเดอร์วัวลี่ฮองกองขึ้น ๓ ค่ำ
อะบอโลก ก ฟ ร สยาม----วิลปุเกดขึ้น ๓ ค่ำ
ตรีตอซก ก ฟ เยอรแมน๑๑๕๒บลิเกนจีนฮองกองขึ้น ๔ ค่ำ
โรซะมันดก ก ฟ อังกฤษ๔๖๒มอเตลแมนจีนสิงฆโปรขึ้น ๕ ค่ำ
๏ กำปั่น ขา เข้า บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป คน เดิน สาร ห้อง แกบิน ๓ คน ที่ ดาษ ฟ้า
๑๖๐ คน ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาร ที่ ดาษ ฟ้า ๖๗ ๏ พระจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล จีน แล
ยิปุ่น คน เดิน สาร ห้อง แกะบิน มิสเตอร์ ยอดัน แล จีน เดิน สาร ดาษ ฟ้า ๒๐๘ คน ๏ กวิน ออฟ อิงแลนด บันทุก สินค้า ต่าง ๆ
๏ กำปั่น ขา ออก ไตจิ๋ว บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล จีน แล ยิปุ่น ๏ วอไดเยน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล จีน แล ยิปุ่น
๏ เฮกุบะ สินค้า ต่าง ๆ เมล เมือง สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป
๏ โรซะมันด บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๆ

ตำรา ลม อากาศ

๏ อัน ว่า อากาศ นั้น ล้อม รอบ แผ่นดิน ทุก ทิศ เปรียบ เหมือน น้ำ อยู่ บน แผ่นดิน ทุก ทิศ แต่ ลม นั้น เบา กว่า น้ำ หลาย เท่า แล สิ่ง ของ ทั้ง หมด อยู่ บน แผ่นดิน เปน หนัก เบา มาก น้อย ตาม กำลัง แผ่นดิน จะ ชัก ดูด เข้า ไป ทอง คำ หนัก กว่า เหลก ๆ หนัก กว่า ไม้ ฯ หนัก กว่า กระดาษ เพราะ เหตุ แผ่นดิน ได้ ชัก จึ่ง มี น้ำ หนัก แล เบา ถ้า แผ่นดิน มิ ได้ ชัก ของ ทั้งปวง นั้น ฯ ก็ จะ มี น้ำ หนัก น้อย จะ เบา เท่า กัน ทุก สิ่ง ฝ่าย ว่า ลม อากาศ นั้น แผ่นดิน ได้ ชัก แรง เท่า ไร นักปราช ได้ คิด กำหนด ไว้ แล้ว แล ลม อากาศ นั้น อยู่ บน แผ่นดิน ก็ ดี อยู่ บน ทเล ก็ ดี นิ้ว แล นิ้ว ทั่ว ไป หนัก ได้ สิบ ชั่ง เปรียบ เหมือน น้ำ อยู่ บน แผ่นดิน ภุก ได้ ห้า วา กับ เจด นิ้ว อากาศ นั้น ก็ หนัก เท่า กับ น้ำ นั้น ทุก ทิศ ถ้า ผู้ ใด มี วิมัติ สงไสย จะ ใคร่ ลอง ดู ว่า จะ จริง เหมือน คำ ว่า แล้ว นั้น ฤา ไม่ ถ้า จะ ลอง ดู จง ทำ ท่อ สี่ เหลี่ยม ข้าง ใน นั้น กว้าง เหลี่ยม ละ นิ้ว สูง หก วา ให้ ตัน ไว้ ข้าง หนึ่ง แล้ว ใส่ น้ำ ให้ เต็ม จึ่ง กลับ ท่อ นั้น เอา ตัน ขึ้น เอา ปาก ข้าง เปิด ไว้ นั้น ลง จุ่ม ไว้ ใน ขัน น้ำ ก็ ได้ ใน ชาม น้ำ ก็ ได้ น้ำ ใน ท่อ นั้น ก็ จะทรุด ลง มา คง อยู่ แต่ ห้า วา กับ เจด นิ้ว เท่า นั้น ไม่ ได้ ทรุด ลง มา อีก เลย เพราะ เหตุ ลม อากาศ นั้น ดัน น้ำ ใน ขัน แล ใน ชาม นั้น ไว้ ทุก นิ้ว เท่า กัน กับ น้ำ ใน ท่อ นั้น แล้ว จง เท น้ำ ใน ท่อ ขึ้น ชั่ง ดู ก็ จะ เหน ว่า หนัก สิบ ชั่ง เหมือน ที่ ว่า แล้ว ๚ะ

๏ อีก ปราการ หนึ่ง ลม อากาศ อยู่ บน แผ่นดิน ก็ ดี อยู่ บน ทเล ก็ ดี แล นิ้ว แล นิ้ว ทั่ว ไป หนัก เท่า กับ ปรอด สูง สาม สิบ เจด นิ้ว ทุก ที่ ถ้า จะ ให้ รู้ เปน สำคัญ แน่ จง เอา ท่อ สี่ เหลี่ยม ข้าง ใน เหลี่ยม ละ นิ้ว ยาว สาม สิบ แปด นิ้ว ให้ กัน ตัน ข้าง หนึ่ง จึ่ง เอา ปรอด ใส่ ให้ เต็ม แล้ว จึ่ง กลับ ท่อ นั้น เอา ก้น ขึ้น เอา ปาก ลง ใน ขัน ใน ชาม เปล่า ก็ ได้ ปรอด นั้น ก็ จะ ทรุด ลง มา คง อยู่ แต่ สาม สิบ เจด นิ้ว เท่า นั้น ไม่ ได้ ทรุด ลง มา อีก เลย เพราะ เหตุ ลม อากาศ นั้น ดัน ปรอด ที่ ปาก ท่อ นั้น ไว้ ทุก นิ้ว ทุก นิ้ว เท่า กัน กับ ปรอด ใน ท่อ นั้น ไม่ ให้ ปรอด ใน ท่อ นั้น ไหล ออก ได้ แล้ว จง เท ปรอด ใน ท่อ นั้น ออก ชั่ง ดู ก็ จะ เหน ว่า หนัก สิบ ชั่ง เท่า กัน เปน สำคัญ ว่า ลม อากาศ หนัก สิบ ชั่ง เท่า กัน เปน สำคัญ ว่า ลม อากาศ หนัก เท่า กับ ปรอด ใน ท่อ สูง สาม สิบ เจด นิ้ว แล หนัก เท่า กับ น้ำ ใน ท่อ ห้า วา กับ เจด นิ้ว เหมือน กัน ๚ะ

๏ อีก ประการ หนึ่ง ถ้า จะ เอา ท่อ ทำ ด้วย เหลก ก็ ดี แล ทอง แดง ก็ ดี สี่ เหลี่ยม ข้าง ใน เหลี่ยม ละ นิ้ว ยาว สั้น ตาม ชอบ ใจ ให้ ตัน ข้าง หนึ่ง ขึ้น แล้ว จึ่ง เอา ปาก ข้าง เบ็ด นั้น คว่ำ ลง กับ ก้อน ตกั่ว แล ก้อน ทอง แดง หนัก สิบ ชั่ง ให้ อัด ลม ไว้ แล ทำ รู ข้าง ก้น เบ็ด หนึ่ง ภอ จะ ชัก สูบ ลม ให้ ออก หมด แล้ว ก็ ปิด รู นั้น เสีย ท่อ นั้น ก็ จะ ยก ก้อน ตกั่ว แล ของ ทั้งปวง หนัก ได้ สิบ ชั่ง เปน เพราะ เหตุ ว่า ไม่ มี ลม ข้าง ใน แล ลม อากาศ ข้าง นอก นั้น มัน จึ่ง ดัน ไว้ ให้ หนัก สิบ ชั่ง ได้ เปน สำคัญ ว่า ลม อากาศ อยู่ ทุก นิ้ว ๆ ยก ของ หนัก ได้ สิบ ชั่ง สิ้น ตำรา แต่ เท่า นี้ ๚ะ

ว่า ด้วย เดก

๏ ยัง มี เดก คน หนึ่ง ชื่อ เอดดี้ ป้า เปน ผู้ เลี้ยง ดู ไว้ ป้า จึ่ง ว่า อาทิตย ก็ ตก แล้ว ลูก ไก่ เล็ก ๆ ก็ เข้า นอน แล้ว ก็ ควร ที่ ตัว จะ นอน เอดดิ จึ่ง ตอบ ว่า ธรรมดา ว่า ไก่ ลูก เข้า นอน แม่ ก็ ต้อง นอน ด้วย ลูก ไม่ ใช่ ฤๅ ๚ะ

ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน

สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง

ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท

ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังครึษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ ห) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด