
| เล่ม ๔ แผ่น ๙ วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น ๑๓ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ วัน พฤหัสบดี เดือน สิบ แรม เจด ค่ำ เวลา รุ่ง แล้ว ถึง เมือง ไลยอน เวลา สอง โมง เช้า หยุด รับ ประทาน อาหาร ตาม ระยะ ทาง ครั้ง หนึ่ง เวลา บ่าย ห้า โมง ถึง เมือง มาเซล ทูตานุทูต ไป ภัก อยู่ ที่ โฮเตล เดอ กอลอนี่ ๚ะ
๏ ณวัน ศุกร เดือน สิบ แรม แปด ค่ำ เวลา ค่ำ ขุนนาง ใน เมือง มาเซล กับ มิศเตอ ลำเบ เชิญ ทูตานุทูต ไป ดู ลคร ม้า กระบวน ที่ เล่น ขี่ ม้า รำ เท้า แล ตก แต่ง โรง นั้น ก็ คล้าย กัน กับ ลคร ที่ กรุง ปารีศ ดัง กล่าว มา แล้ว ผิด กัน แต่ ที่ มี ตะลก สอง คน ออก มา สีซอ เดิน ออก มา ถือ ซอ คน ละคัน ต่าง คน ต่าง ก็ สี ให้ เพลง เข้า กัน บาง ที คน นี้ ยื่น ซอ ให้ กับ คน โน้น สี แต่ คน นี้ กระดิก นิ้ว แล้ว คน โน้น ก็ ยื่น ซอ ให้ กับ คน นี้ สี คน โน้น กระดิก นิ้ว สี ขึ้น พร้อม กัน เพลง ก็ เข้า กัน ไม่ ได้ ผิด เพี้ยน ไป เหมือน กัน กับ สี ของ ตัว เอง กระดิก นิ้ว เอง บาง ที ก็ ยื่น แต่ คัน ชัก ให้ กัน แล กัน แล้ว ต่าง คน ต่าง ก็ เอา ซอ ลง สี กับ คัน ชัก พร้อม กัน เพลง นั้น ก็ เข้า กัน เพราะ ดี ไม่ ผิด เพี้ยน เลย แล้ว คน สอง คน นั้น ก็ วาง ซอ ลง เสีย ทั้งสอง คัน ไป หยิบ ขลุ่ย มา คัน หนึ่ง คน หนึ่ง ไป หยิบ สูบ ลม มา แล้ว คน ที่ ถือ สูบ ลม นั้น ก็ ยืน ขึ้น บน บ่า คน ถือ ขลุ่ย คน ที่ ถือ ขลุ่ย ก็ ชู ขลุ่ย ขึ้น ให้ คน ข้าง บน บ่า เอา สูบ ลม ใส่ เข้า ที่ ปาก ขลุ่ย แล้ว สูบ ลม ลง ไป ให้ ขลุ่ย ดัง คน ข้าง ล่าง ก็ กระดิก นิ้ว เหมือน กับ เป่า ด้วย ปาก แต่ กระบวน สีซอ แล เป่า ขลุ่ย นั้น ยัก ย้าย ไป ต่าง ๆ ทูตานุทูต ดู อยู่ จน เวลา สอง ยาม ลคร เลิก กลับ มา โฮเตล ทูตานุทูต ภัก อยู่ เมือง มาเซล สอง วัน ๏ ณวัน เสาร เดือน สิบ แรม เก้า ค่ำ เวลา เช้า สี่ โมง มิสเตอ เปรียง ขุนนาง ใน มินิศเตอ มะริน กับ มิสเตอลำเบ เชิญ ทูตานุทูต ลง เรือ อัศโมเด ณะ ท่า เมือง มาเซล กำ มะดัน มือ แตรัศ ออฟฟิเซอ แล ทหาร แต่ง ตัว รับ ตาม ธรรมเนียม ทหาร ขึ้น ยืน เพลา ร้อง หิบ อำเปรอ สาม ครั้ง เรือ รบ ที่ ทอด อยู่ เคียง เรือ อัศโมเด ลำ หนึ่ง กำม ดัน แล ออฟฟิเซอ แต่ง ตัว คำนับ ทหาร ยืน เพลา ร้อง หิบ อำเปรอ สาม ครั้ง เหมือน กัน เรือ คล้อย เลื่อน ออก จาก ท่า แล้ว หยุด สลุด สิบ เก้า นัด ทหาร บน ป้อม สลุด ตอบ สิบ เก้า นัด ฯะ
๏ ที่ นี้ จะ กลับ ว่า ด้วย ภูม ประเทศ กรุง ฝรั่งเสศ คือ กรุง ปารีศ ตั้ง อยู่ ริม แม่ น้ำ เซน ไกล จาก ปาก อ่าว ทเล ไป เจด โยชน์ กึ่ง แม่ น้ำ นั้น ไหล ตลอด ผ่า ไป ใน ท่า กลาง เมือง ใน กลาง แม่ น้ำ ที่ อยู่ ใน ระ หว่าง กรุง ปารีศ มี เกาะ อยู่ เกาะ หนึ่ง ทำ พระราช วัง ไว้ เกาะ นั้น ด้วย ใน แม่ น้ำ ตาม ริม ฝั่ง ทั้งสอง ฟาก ก่อ ด้วย สิลา ขึ้น มา มี กำแพง แก้ว กัน น้ำ ไว้ มิ ให้ ไหล ท่วม เมือง ได้ ทั้งสอง ฟาก มี กำแพง ล้อม รอบ พระนคร นอก กำแพง นั้น มี คู อีก ชั้น หนึ่ง คู นั้น ฦก ประมาณ หก วา กว้าง ประมาณ ห้า วา รอบ พระ นคร มี ทาง รถ ไฟ เข้า ไป ใน กำแพง เมือง เก้า แห่ง ทำ ทาง อุโมง เข้า ไป ใต้ แผ่นดิน เปน ทาง รถ บันทุก ผัก แล ปลา สด สอง ทาง มี ป้อม ใหญ่ น้อย ตั้ง อยู่ รอบ กำแพง ชั้น นอก มี ทหาร รักษา ประจำ อยู่ พร้อม ด้วย เครื่อง สาตรา อาวุธ สิบ แปด ตำบล ที่ ใน กรุง ปารีศ มี วัด อยู่ ห้า วัด มี โบถ ใหญ่ ยาว ได้ สาม เส้น ห้า วา ที่ น่า โบถ นั้น มี หอ คอย อยู่ สอง หอ สูง หอ ละ สิบ วา โบถ นั้น ตั้ง อยู่ ใน เกาะ แม่ น้ำ เซน ยัง มี อีก โบถ หนึ่ง ชื่อ ปาน เทือน ใน โบถ นั้น เปน ที่ ฝัง ศพ มี บันดา ศักดิ์ แล เสรฐี โบถ นั้น ใหญ่ โต มโหฬาร งาม นัก ใน กรุง ปารีศ นั้น มี เวริก หก ชั้น เจด ชั้น บ้าง มี สาย เตลคราฟ ล่าม ตลอด กัน ทุก เวริก สำหรับ จะ ได้ บอก เหตุ การ ให้ รู้ โดย เรว มี หอ คอย สูง อยู่ หอ หนึ่ง มี โรง ลคร ใหญ่ น้อย อยู่ สาม สิบ โรง แต่ ลคร นั้น เขา หา ได้ ไป เล่น ที่ อื่น ๆ ไม่ เล่น อยู่ แต่ ใน ตึก ที่ ทำ ไว้ สำหรับ เล่น เล่น เวลากลาง คืน ตั้ง แต่ พลบ ไป จน เวลา สอง ยาม จน เลิก บาง โรง เล่น ตั้ง แต่ บ่าย สอง โมง ไป จน เวลา พลบ จึ่ง เลิก ถ้า คน จะ เข้า ไป ดู ต้อง เสีย เงิน มาก บ้าง น้อย บ้าง ตาม ที่ นั่ง ดู ใกล้ แล ไกล ใน ตึก โรง โรง ลคร นั้น ทำ เปน ที่ ให้ คน ดู สี่ ชั้น บ้าง ห้า ชั้น หก ชั้น บ้าง ผู้ เล่น ได้ รับ เงิน มา จาก ผู้ มา ดู เงิน ค่า เล่น งานนั้น ต้อง เสีย สิบ อยิบ หนึ่ง มา แจก ให้ แก่ คน ยาก จน อนาถา เปน ธรรมเนียม ใน กรุง ปารีศ นั้น มี ตึก เลี้ยง คน เจบ ไข้ อยู่ สิบ แห่ง มี ที่ สกูล เรียน หนังสือ อยู่ หลาย สิบ สกูล มี ตึก ที่ แจก ยา แก่ คน ยาก จน นั้น หลาย ร้อย ตึก คุก ใส่ คน โทษ มี คุก หนึ่ง ใหญ่ โต นัก แต่ ไม่ มี คน โทษ มาก ด้วย ว่า คน ฝรั่งเสศ นั้น ถ้า เปน โทษ ต้อง จำ ตั้ง แต่ สาม เดือน ขึ้น ไป เขา ไม่ ได้ เอา ไว้ ใน กรุง ปารีศ เขา ส่ง ไป ให้ ทำ การ ตาม หัว เมือง ที่ เรียก ว่า ฮารเบอ หลวง คือ เมือง เซียระบุ หนึ่ง เมือง แปรด หนึ่ง เมือง โลเรียง หนึ่ง เมือง โรดซิบฟอ หนึ่ง เมือง ตุลน หนึ่ง เอา ไว้ ใน กรุง ปารีศ แต่ คน ที่ เปน โทษ เล็ก น้อย ประตู กรุง ปารีศ นั้น มี ทหาร โปลิศ รักษา แขง แรง นัก เพราะ เปน ที่ เขา ตรวจ ตรา ค้น คว้า ดู แล คน ที่ มา แต่ ต่าง ประเทศ ต้อง ให้ หนังสือ เบิก ล่อง สำหรับ ตัว ก่อน เขา จึ่ง ยอม ให้ เข้า ไป พวก ที่ มา ค้า ขาย แต่ ต่าง ประเทศ นั้น ต้อง เสีย เงิน ภาษี ก่อน แล้ว จึ่ง เอา ของ ไป ขาย ได้ ใน กรุง ใน กรุง ปารีศ นั้น มี ถนน หลาย ร้อย ถนน ที่ เปน ถนน ใหญ่ นั้น ทำ เปน สาม ทาง ทาง กลาง นั้น เปน ทาง รถ เดิน กว้าง สิบ วา ปราบ เสมอ ที่ ไหน ล่ม ก็ ย่อย ศิลา มา ถม ลง รถ เดิน ไป มา ศิลา ที่ ถม ถนน นั้น ก็ เลอียด เสมอ กัน เปน ทาง คน เดิน ที่ เปน ถนน เล็ก กว้าง สี่ วา บ้าง ห้า วา บ้าง ปู ด้วย ศิลา สี่ เหลี่ยม สำหรับ รถ เดิน ริม ถนน ทั้งสอง ข้าง ยก ขึ้น สูง แปด นิ้ว กว้าง ประมาณ สี่ ศอก เสศ ปู ด้วย ศิลา ใหญ่ น่า ศอก คืบ สี่ เหลี่ยม เปน ทาง คน เดิน แล้ว มี โปลิศ คอย ดู เหตุ การ เดิน ประจำ รักษา น่า ที่ อยู่ ทุก ถนน ทั้ง กลาง วัน แล กลาง คืน ถนน ที่ รถ เดิน นั้น มี ท่อ น้ำ ล่าม ไป ตาม ถนน ห่าง กัน เส้น หนึ่ง มี ท่อ แห่ง หนึ่ง คน ซึ้ง รักษา ถนน เวลา เช้า กวาด เตียน แล้ว รถ น้ำ ให้ ถนน ชุ่ม ครั้น ฝน ตก ลง มา แล้ว ก็ กวาด น้ำ ฝน เสีย มิ ให้ คั่ง ค้าง อยู่ กลาง ถนน ได้ ครั้น ฝน หาย แล้ว แดด กล้า มาก ขึ้น เอา น้ำ รถ ถนน ให้ ชุ่ม อีก แต่ รักษา อยู่ ดัง นี้ เสมอ เปน นิจ ตาม สอง ข้าง ถนน นั้น มี เสา เหลก กา ไหล่ ทอง แดง สูง ประมาณ ห้า ศอก ปัก ห่าง กัน ประมาณ แปด วา แต่ ปัก เยื้อง กัน เปน ฟัน ปลา บน ปลาย เสา ใส่ โคม แก้ว ตาม ไฟ ใน เวลา กลาง คืน ไฟ ที่ ตาม โคม นั้น ฝรั่งเศศ เรียก ไฟ ก๊าด เปน ของ ปลาด ไม่ ต้อง ใช้ น้ำมัน แล ใส่ เหมือน ตะเกียง ธรรมดา เวลา เยน เบ็ด กอก ไฟ ก๊าด ไป ทั่ว ทุก เสา โคม เสา โคม เปน หลอด ขึ้น ไป เอา แต่ ไฟ จุด ปลาย หลอด ก็ ติด สว่าง ดี กว่า ตะเกียง ที่ ตาม ด้วย น้ำมัน เมื่อ จะ ให้ ดับ ก็ บิด ควง เสีย อย่า ให้ ลม ก๊าด เดิน ได้ ไฟ ก็ ดับ บาง ถนน ที่ แคบ นั้น ก็ เอา เหล็ก ทำ เปน กิ่ง ติด เข้า กับ ผนัง ตึก มี โคม แก้ว ตาม ไฟ ก๊าด เหมือน กัน ไฟ ก๊าด นั้น ฝรั่งเศศ ใช้ ทั่ว ไป ทุก บ้าน ทุก เรือน ตึก ทั้งปวง ที่ ใน กรุง ปารีศ นั้น ล้วน แต่ ตึก ทั้งสิ้น ก่อ ด้วย สิ่ลา สูง สี่ ชั้น บ้าง ห้า ชั้น หก ชั้น เจด ชั้น บ้าง แต่ หลังคา นั้น มุง ด้วย เหล็ก บ้าง มุง ด้วย กระจก บ้าง มุง ด้วย สี่ลา ดำ บ้าง บาน น่าต่าง ทำ เปน สอง ชั้น บาน ไม้ อยู่ ชั้น นอก บาน กระจก อยู่ ชั้น ใน มี ผ้า โปร่ง ติด กับ บาน กระจก แล้ว มี ม่าน อีก ชั้น หนึ่ง ทำ ด้วย แพร บ้าง ผ้า บ้าง ฝา ผนัง ข้าง ใน ปิด กระดาษ ลาย ทอง บ้าง ลาย น้ำ ยา ต่าง ๆ บ้าง พื้น ตึก นั้น เอา ไม้ สี ต่าง ๆ มา ปู เปน ลวด ลาย ขัด ให้ เปน มัน บ้าง ปู พรม บ้าง ไม่ ได้ ปู เสื่อ เลย ทุก ตึก ที่ ฝา ผนัง มี เตา เหล็ก รอบ นอก ประกอบ สิ่นลา ขาว บ้าง สิ่นลา ลาย บ้าง สำหรับ ใส่ ไฟ ให้ อุ่น เมื่อ ระด หนาว แล้ว มี ปล่อง ตลอด ขึ้น ไป จน พ้น หลังคา ไม่ ให้ ควัน อยู่ ใน ตึก ได้ คน ที่ ใน กรุง ปารีศ นั้น ถ้า มี เงิน เพียง ห้า ร้อย ชั่ง แล้ว ไม่ ภอ จะ ทำ ตึก ได้ ต้อง เช่า โฮเตล เขา อยู่ คน ที่ มี เงิน เพียง สี่สิบ ชั่ง ห้าสิบ ชั่ง ยัง ว่า เปน คน จน บาง ที ต้อง เปน ลูก จ้าง ทำ การ อยู่ ใน มานุแฟก จะ ออก หา กิน ต่าง หาก ไม่ ได้ เพราะ ทุน น้อย จะ คิด ทำ การ สิ่ง ใด ก็ ขัด สน ตาม ตึก ชั้น ล่าง ส่อง ข้าง ถนน เปน ห้าง ร้าน ขาย ของ ต่าง ๆ ใน ลำ แม่ น้ำ กรุง ปารีศ นั้น ที่ ริม ฝั่ง ท่า จอด เรือ สอาด เลี่ยน เตียน ดี เรือ ซึ่ง จอด ประจำ อยู่ นั้น เปน เรือ สำหรับ ซัก ผ้า ทำ เก๋ง ต่าง ๆ จอด ติด กัน เหมือน แพ ที่ ใน ลำ แม่ น้ำ กรุง เทพ ฯ เรียบ ร้อย มี เรือ กล ไฟ เปน เรือ จ้าง ตก แต่ง ที่ นั่ง ที่ นอน งด งาม คอย รับ ส่ง คน ขึ้น ล่อง เที่ยว เล่น ใน ลำ แม่ น้ำ ตาม สบาย มี ตกาน ข้าม แม่ น้ำ สิบ หก ตกาน ก่อ ด้วย สิลา สิบ สอง ตกาน ทำ ด้วย เหล็ก สอง ตกาน ทำ ด้วย ไม้ สอง ตกาน ฝ่าย บน บก นั้น มี รถเทียม ด้วย ม้า ม้า เดี่ยว บ้าง คู่ หนึ่ง บ้าง สอง คู่ บ้าง คอย รับ จ้าง คน ไป มา ตาม ถนน รถ นั้น ทำ ต่าง ๆ เปน รถ เก๋ง บ้าง เปน รถ ประทุน บ้าง บาง รถ ข้าง ใน นั่ง ได้ สอง คน บ้าง นั่ง ได้ สี่ คน บ้าง เบาะ ที่นั่ง แล พนัก ที่พิง ใส่ นวม หุ้ม ด้วย แพร บ้าง หุ้ม ด้วย หนัง ฟอก ศรี ต่าง ๆ บ้าง ยัง รถ อย่าง อื่น เปน รถ ใหญ่ ไม่ สู้ งาม เรียก ว่า รถ ตะเรน นั่ง ข้าง ใน ได้ สิบสอง คน บน หลังคา นั่ง ได้ อีก หลาย คน เปน รถ ประจำ อยู่ ทุก ถนน ถ้า ใคร จ้าง ไป ก็ ได้ แต่ ใน ถนน ที่ กำหนด ไว้ ถ้า จะ ไป ถนน อื่น ก็ ต้อง ลง เสีย จาก รถ นั้น ไป ขึ้น รถ สำหรับ ถนน อื่น ต่อ ไป ๚ะ
ข่าว ใน กรุง
๏ สมเด็จ พระเจ้า น้องยาเธอ เจ้า ฟ้า ภาณุรังษี สว่าง วงษ กรม หลวง ภาณุ พันธุวงษ วรเดช ซึ่ง สำเร็จ ราชการ กรม ไปรสนีย แล โทรเลข รับ พระบรม ราช โองการ ใส่ เกล้า ฯ ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ สั่ง ให้ ประกาศ แก่ ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย พ่อ ค้า วานิช ประชา ราษฎร ชาว ต่าง ประเทศ ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า ๚ะ
๏ ๑ ได้ ตั้ง โรง ไปรสนีย ที่ พระราชวัง เกาะ บางปะอิน เปิด ใช้ การ ใน เวลา พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เสด็จ ประทับ อยู่ ที่ นั้น ติด ต่อ กับ กรุง เทพ ฯ เสมอ ทุก ๆ วัน ๚ะ
๏ ๒ ณวัน จันทร เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก จะ ได้ เปิด การ ไปรสนีย ซึ่ง ได้ ตั้ง ขึ้น ใหม่ ที่ เมือง นคร ไชยศรี พระปฐม เจดีย์ บางยาง เมือง สมุท สาคร เมือง สมุท สงคราม เมือง ราช บูรี เมือง เพ็ชร บูรี ติด ต่อ กับ ออฟฟีศ ไปรสนีย ที่ ๑ กรุง เทพ ฯ การ รับ ส่ง หนังสือ นั้น ๗ วัน ครั้ง ๑ ก่อน เมื่อ เหน สมควร แก่ ความ ต้อง การ มาก ขึ้น จะ จัด เวลา เมล เพิ่ม เติม อีก ที่ หลัง ๚ะ
๏ เมล สาย ที่ ๑ ระหว่าง กรุง เทพ ฯ กับ เมือง นคร ไชยศรี พระปฐม เจดีย เมล จะ เดิน ออก จาก กรุง เทพ ฯ ทุก วัน จันทร์ เวลา เช้า ถึง เมือง นคร ไชยศรี ถึง พระ ปฐม เจดี่ย ทุก วัน อังคาร ออก จาก เมือง นคร ไชย ศรี ออก จาก พระปฐม เจดี่ย ทุก วัน พุฒ ถึง กรุง เทพ ฯ ทุก วัน พฤหัสดี ๚ะ
๏ เมล สาย ที่ ๒ ระหว่าง กรุง เทพ ฯ กับ บางยาง เมือง สมุท สาคร เมือง สมุท สงคราม เมือง ราช บูรี เมือง เพ็ชร บูรี ๚ะ
๏ เมล จะ เดิน ออก จาก กรุง เทพ ฯ ทุก วัน พฤหัสบดี ถึง บางยาง ถึง เมือง สมุท สาคร ทุก วัน ศุกร ถึง เมือง สมุท สงคราม ทุก วัน เสาร์ ถึง เมือง เพ็ชร บุรี เมือง ราช บุรี ทุก วัน อาทิตย ฯะ
๏ เมล ออก จาก เมือง ราช บุรี ออก จาก เมือง เพ็ชร บุรี ทุก วัน ศุกร เวลา เช้า ออก จาก เมือง สมุท สงคราม ทุก วัน เสาร์ ออก จาก บางยาง ออก จาก เมือง สมุท สาคร ทุก วัน อาทิตย ถึง กรุง เทพ ฯ ทุก วัน จันทร ฯะ
๏ พิกัด ราคา ซึ่ง จะ ปิด ตั๋ว ตรา ที่ ซอง หนังสือ แล ห่อ สิ่ง ของ นั้น ฯะ
๏ หนังสือ เข้า ซอง ผนึก น้ำ หนัก บาท ละ ๔ อัฐ แล ทวี บาท ละ ๔ อัฐ เสมอ ไป ของ ห่อ มี น้ำ หนัก ๑ ปอนด์ ฤา หนัก ประมาณ ๓๐ บาท ปิด ตั๋ว ตรา ๑๒ อัฐ ทวี ปอนด ละ ๑๒ อัฐ ฯะ
๏ ไปรสนีย บัตร ราคา แผ่น ละ ๑ อัฐ ๑ โสฬศ หนัง สือ พิมพ์ ฤา แบบ ตัว อย่าง ต่าง ๆ มี น้ำ หนัก ๒ บาท ปิด ตั๋ว ตรา ๑ อัฐ ทวี ๒ บาท ๑ อัฐ ฯะ
๏ ถ้า ผู้ ใด จะ ส่ง หนังสือ แล สิ่ง ของ ไป ใน ตำบล เหล่านี้ แต่ เกรง หนังสือ แล สิ่ง ของ นั้น จะ หาย จะ ให้ เจ้า พนักงาน จด บาญชี ไว้ ก็ ได้ แต่ ต้อง เสีย ค่า ธรรมเนียม ต่าง หาก อีก สิ่ง ละ ๘ อัฐ ฯะ
๏ ถ้า ผู้ ส่ง หนังสือ แล สิ่ง ของ นั้น อยาก จะ ทราบ ว่า ผู้ รับ ได้ รับ แล้ว ก็ ได้ ต้อง เสีย ค่า ธรรมเนียม อีก ๔ อัฐ ฯะ
๏ ประกาศ มา แต่ ที่ การ กรม ไปรสนีย กรุง เทพ ฯ ณวัน เสาร์ เดือน ๑๑ ขึ้น ๘ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ ฯะ
๏ วัน ศุกร กลาง เดือน สิบเอ็ด เปน วัน ออก พระวะษา
๏ ณวัน พฤหัสบดี เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบสี่ ค่ำ เปน วัน แรก ตั้ง แต่ สอง ทุ่ม ขึ้น ไป เปน วัน เล่น การ ลอย กะธง วัน ศุกร กลาง เดือน สิบเอ็ด อีก วัน หนึ่ง แล วัน เสาร์ เดือน สิบเอ็ด แรม ค่ำ หนึ่ง อีก วัน หนึ่ง จึ่ง จะ สิ้น เลิก การ ลอย กะธง ใน เดือน สิบเอ็ด นั้น ๚ะ
๏ ตั้ง แต่ กลาง เดือน สิบเอ็ด พวก เจ้านาย แล ราษ ฎร เที่ยว ทอด กะฐิน ตาม วัด ต่าง ๆ ถวาย ของ แก่ คน ที่ บวช เปน พระ ภิกขุ ใน พุทธสาศนา นั้น ไป จน กลาง เดือน สิบสอง วัด หลวง ใน หลวง ทรง พระราช ทาน พระกะฐิน บ้าง ทรง โปรด ให้ เจ้า ต่าง กรม ไป ทอด บ้าง พวก ขุนนาง แล ราษฎร ก็ ภา กัน ไป ทอด ตาม ใจ ของ ราษฎร นั้น จน ตลอด เดือน นี้ พวก ชาว สยาม จะ มัว เล่น แต่ การ สนุกนิ์ ตาม ภาษา เขา ฝ่าย เดียว ภอ เลิก สิ้น ระดู ฝน แล้ว บาง คน จะ ไป เที่ยว บ้าน นอก ขอกนา บาง ที่ จะ ไป เที่ยว พระบาท พระฉาย บ้าง แล ที่ อื่น ๆ ตาม สนุกนิ์ ตาม สบาย ใจ ของ เขา ๚ะ
๏ ขอ คำนับ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน เอไดตอร เจ้า ของ สยาม ไสมย ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า ได้ อ่าน เรื่อง ต่าง ๆ ใน วิก ที่ แล้ว มา นั้น ก็ เปน ที่ ชอบ ใจ เปน อัน มาก แต่ เรื่อง ที่ ท่าน ว่า คอเวินแมนต สยาม นั้น มี เขตร แดน ฝ่าย ใต้ แล ทิศ ตวัน ตก ติด ต่อ กัน กับ เขตร แดน อังกฤษ แล ทิศ ตวัน ออก นั้น ติด กับ เขตร แดน ฝรั่งเสศ ข้าพเจ้า มี อุ่น ใจ หวัง ใจ คลาย ความ วิตก ความ กลัว อันตราย ไภย ภาย นอก เพราะ สยาม ประเทศ อยู่ ใน ระหว่าง เขตร แดน สอง พระนคร ซึ่ง มี อำนาถ อัน ใหญ่ ยิ่ง ตั้ง แต่ นี้ ไป ชาว สยาม ก็ จะ นอน ตา หลับ เปรียบ เหมือน ตั้ง บ้าน เรือน อยู่ ใน ค่าย เพ็ชร์ ถึง เจ็ด ชั้น ก็ ไม่ เท่า ด้วย ประเทศ อัง กฤษ ฝรั่งเสศ แล ประเทศ อื่น ๆ นั้น เคย ชอบ อัชฌา ไสย รัก ใคร่ เปน ไมตรี กัน มา ช้า นาน มิ ได้ ผิด พ้อง หมอง ใจ แล เบียด เบียฬ ซึ่ง กัน แล กัน สัก อย่าง หนึ่ง อย่าง ใด เลย ธุระ ของ ใคร ๆ ทำ ของ ๆ ผู้ ใด ก็ เปน ของผู้ นั้น ข้าพเจ้า ไว้ ใจ ว่า ความ ไมตรี ที่ เคย ปรานี ปรานอม กัน มา นาน แล้ว คง จะ ยั่ง ยืน นาน ดัง ที่ แล้ว มา นั้น ต่อ ๆ ไป กว่า จะ สิ้น โลกย ซึ่ง ท่าน เอไดตอร วิตก กลัว ว่า ชาว สยาม จะ ก่อ เหตุ ความ แตก ร้าว ฉาน กัน กับ ประเทศ อังกฤษ ฤา ฝรั่ง เสศ ที่ มี เขตร แดน ติด ต่อ กัน นั้น ท่าน อย่า พึง นึก เลย ที่ ชาว สยาม จะ ก่อ เหตุ ขึ้น ก่อน ต่อ ประเทศ ซึ่ง เปน มิตร ไมตรี กัน นั้น มี แต่ ลด หย่อน ผ่อน ตาม คอย ระวัง ระงับ ดับ เสีย เหตุ ซึ่ง จะ เกิด ขึ้น นั้น มิ ได้ คิด เอา รัด เอา เปรียบ ฤา คิด จะ รบ พุ่ง เอา ไชย ชะนะ กับ ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด เพราะ รู้ ตัว เจียม ตน ว่า มี อำนาถ อัน น้อย ฝ่าย พระเจ้า แผ่นดิน ก็ มี ความ เมตา กรุณา ทั่ว กัน มิ ได้ เลือก ที่ รัก มัก ที่ ชัง ไม่ ว่า ลาว เขมร มอญ เจ๊ก ญวน แขก แล ชาติ อื่น ๆ ฝ่าย คน ที่ เกิด บุตร หลาน เหลน ใน ประเทศ สยาม พระองค ก็ ทรง รัก ใคร่ เอ็นดู นับถือ ว่า เปน ชาว สยาม ทรง พระ มหา เมตา กรุณา ทั่ว ถึง กัน เหมือน ประเทศ อังกฤษ ฝรั่งเสศ แล ประเทศ อื่น ๆ รัก แล นับถือ คน ซึ่ง เกิด ใน ประเทศ เขตร แดน ของ เขา ฝ่าย เรา ที่ เกิด มา ใน ประเทศ สยาม จะ ต้อง รัก แล นับถือ พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ของ เรา ให้ สม กับ ที่ พระองค ได้ ทรง รัก เรา แล ป้อง กัน รักษา ปู่ ย่า ตา ยาย ของ เรา มา เรา จะ ขอ ปะติญาณ สาบาล ตัว ไว้ ว่า ไม่ ขอ เปน ข้า ผู้ อื่น นอก จาก เจ้า ของ เรา ฑะ
๏ ข้าพเจ้า มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เอไดตอร ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า ได้ อ่าน ใน สยาม ไศมย ของ ท่าน มี ความ ชื่น ชม ยินดี เปน อัน มาก แล ขอ พระเจ้า ได้ ทรง พระ กรุณา โปรด ชุบ เลี้ยง ท่าน ให้ อายุ ของ ท่าน เจริญ ยิ่ง ขึ้น ไป เปน นิจ อัตรา มี ความ ว่า ใน สยาม ไศมย เล่ม ๔ แผ่น ๘ เมื่อ วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น หก ค่ำ ปี ระกา สัปตศก มี ท่าน ผู้ หนึ่ง กล่าว ถึง ว่า ติ เตียน ดู หมิ่น ประมาท ไทย มี เนื้อ ความ หลาย ข้อ แจ้ง อยู่ ใน เล่ม ๔ แผ่น ๘ นั้น แล้ว ข้าพเจ้า ผู้ มี ปัญญา น้อย จะ ขอ กล่าว แก้ คำ สั้น ๆ มี ความ ว่า แต่ พวก ท่าน ที่ ได้ ออก ไป เล่า เรียน ที่ เมือง นอก ครั้น กลับ เข้า มา ใน กรุง สยาม ก็ ดู ว่า ไม่ เปน ประโยชน์ อะไร เลย จะ ช่วย การ ใหญ่ โต ก็ ไม่ ได้ ได้ แต่ เพียง เปน เสมียน เกบ เงิน เปน เสมียน ขาย ของ หา กิน อยู่ ตาม ห้าง ฝรั่ง ข้าพเจ้า จะ ขอ พูด บ้าง เล็ก น้อย ท่าน ผู้ ที่ ลง ใน สยาม ไศมย พูด แต่ การ ชอบ ใจ ของ ท่าน ๆ หา เข้า ใจ ไม่ ท่าน ผู้ ที่ เรียน หนังสือ มา จาก เมือง นอก บาง คน ก็ รู้ มาก แต่ เขา ไม่ อวด ตัว ว่า เขา รู้ มาก แต่ เขา คิด เห็น ว่า เขา รู้ ว่า ธรรมเนียม ต่าง ประเทศ เปน การ เที่ยง ไม่ คด โกง ขี้ ฉ้อ ตอแหล เหมือน อย่าง ใน ประเทศ อินเดีย เพราะ ฉะนั้น พวก เขา จึ่ง ชอบ ทำ มา หา กิน กับ พวก ฝรั่ง เพราะ ว่า พวก ฝรั่ง เขา ไม่ เบียด เบียฬ เพื่อน มนุษ ด้วย กัน เขา มี แต่ ความ เมตา กรุณา พวก เพื่อน มนุษ ด้วย กัน ไม่ เห็น ว่า เปน คน มี คน จน ไม่ เหมือน อย่าง ใน ประเทศ เมือง นี้ ๆ ท่าน ผู้ มี เงิน มี บุญ ขี้ มัก ข่มเหง คน จน แล้ว ลาง ที เห็น หน้า คน จน เข้า ไม่ พูด ด้วย ๚ะ
๏ แล้ว อีก ข้อ หนึ่ง ท่าน ผู้ ที่ ลง พิมพ์ ใน สยาม ไศมย เล่ม ๔ แผ่น ๘ ว่า ใน เมือง อังกฤษ ก็ หา มี วิชา ประโยชน์ ไป เที่ยว ไป เกบ เอา ภาษา อื่น มา เปน ภา ษา ของ ตัว เอง ข้อ นี้ ไม่ จริง ข้าพเจ้า จะ ขอ ถาม สัก ข้อ หนึ่ง ทำไม พวก อังกฤษ ถึง มี อำนาจ มาก พวก สยาม ก็ มี ความ กลัว ต่อ อังกฤษ ข้อ ความ ยัง มี มาก จะ ขอ งด ไว้ ก่อน ใน วิก น่า ข้าพเจ้า ผู้ มี ปัญญา น้อย จะ ขอ ต่อ เรื่อง ไป อีก การะเกษ ๚ะ
ณวัน ประหัสบดี เดือน สิบเอ็ด ขึ้น แปด ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๕ เปนซ ๖ อัฐ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๖ เปนซ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๘๐ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน สิบ แรม สิบ ค่ำ กอง ทัพ เตอร กี จะ รวม เข้า ที่ เมือง ซลอนิกะ ๚ะ
๏ ส่มเด็จ พระบรม เจ้า ซาร เสด็จ ประทับ ที่ กรุง โก เปนแฮเคน แต่ ไม่ โปรด ไม่ รับ พวก ที่ พวก บัลแคเรีย แต่ง ให้ เข้า มา เฝ้า ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน สิบ แรม สิบสอง ค่ำ พวก ราชทูต จับ การ หาฦๅ ปฤกษา กัน แล้ว ๚ะ
๏ พวก ออศเตรีย ปัติเสศ มิ ได้ หมาย จะ เอา ประเทศ บอศเนี่ย เปน เมือง ขึ้น มิ ได้ หมาย จะ เอา เซตร เตอร กี อิก มา ไว้ เปน เมือง ขึ้น ๚ะ
๏ พวก ราชการ เซอรเวีย ได้ โวต ยอม ให้ มี พล รบ แล เครื่อง รบ ซึ่ง คอเวินแมนต เรียกหา นั้น ๚ะ
๏ สมเด็จ พระบรม เจ้า ซาร โปรด รับ ให้ พวก ราช การ ที่ พวก บัลแคเรีย แต่ง เข้า มา เฝ้า ได้ ๚ะ
๏ กรุง ปารีศ วัน อังคาร เดือน สิบ แรม สิบสาม ค่ำ จน กระทั่ง บัด นี้ ได้ จัด เลือก อิเลกต พวก กอนเซอรวะติฟ ถึง ๑๒๕ นาย พวก นี้ ได้ กำไร ถึง ๔๓ ที่ นั่ง พวก ริบบลิกัน เลือก อิเลกต ไว้ ถึง ๑๕๑ นาย ๚ะ
๏ กรุง ปารีศ วัน พุฒ เดือน สิบ แรม สิบสี่ ค่ำ ข่าว ซึ่ง พึ่ง สั่ง เข้า มา นั้น แสดง ความ ว่า ได้ เลือก อิเลกต พวก กอนเซอรวะติฟ ถึง ๑๗๔ คน แล พวก ริบบลิกัน ๑๓๕ คน
๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัสดิ์ เดือน สิบ แรม สิบห้า ค่ำ ลอด ซอลีซบุรี่ แจ้ง ความ แล้ว ว่า ที่ จะ ให้ พล รบ ไป จัด การ ใน ประเทศ รูมิเลีย นั้น ไม่ ได้ แต่ ปอลิซี ของ คอเวินแมนต์ นั้น จะ หนุน การ ครอง ของ เตอร กี เมื่อ หนุน ได้ ให้ เปน ความ สบาย เข้า ๚ะ
๏ ไกโร วัน พฤหัสบดี เดือน สิบ แรม สิบห้า ค่ำ พวก อะบิซิเนียน ตี ได้ ค่าย คู ที่ เมือง คัซซะละ ๚ะ
๏ พวก อารับ สาม พัน คน ทั้ง ออศแมน ดิคนะ ล้ม ตาย คราว รบ กัน นั้น ๚ะ
๏ กอนสถ่านไตโนเปล วัน พฤหัสบดี เดือน สิบ แรม สิบห้า ค่ำ ซุลตัน เจ้า ประเทศ เตอร กี ได้ รับ ให้ พวก บัลแคเรีย รวม กัน เข้า ตาม ใจ ความ ใน การ รวม กัน เข้า กัน นั้น ๚ะ
๏ ใน ประเทศ แอฟริกะ มี แม่ น้ำ ใหญ่ แม่ น้ำ ไหล ไป จาก กลาง ประเทศ นั้น ไป ข้าง ตวัน ออก แล ลง รวม ที่ มหา สมุท แอดแลนติก ข้าง ตวัน ตก กลาง ประ เทศ ใหญ่ นั้น แผ่นดิน สอง ข้าง แม่ น้ำ นั้น มี พวก ฝรั่ง พวก ใหญ่ ตั้ง ชื่อ ว่า อินเตอรนาเซอนอัล อัซโซซิแอเชอน รับ เปน ธุระ จัด การ บ้าน เมือง ให้ เรียบ ร้อย จำเริญ ดี เข้า ใน ตำบล ต่าง ๆ เหล่า นี้ พวก ฝรั่ง คน ขาว ไป ตั้ง ไป อยู่ จับ ทำ การ ดี ขึ้น แต่ พวก ดำ ชาติ แอฟริกะ บาง พวก ไป เที่ยว ข่มเหง พวก ฝรั่ง คน ขาว นั้น ไป จับ ฆ่า ปิ้ง กิน คน ขาว บ้าง ตำบล สอง ฟาก แม่ น้ำ กอง โค นั้น ๚ะ
คางคก กับ หมาไน
๏ คางคก ตัว หนึ่ง กระโดด ขึ้น จาก บึง ตั้ง ตัว บน ตะลิ่ง แล เป่า ร้อง แก่ บันดา สัตว ใน ป่า ว่า ตัว เปน หมอ ศักสิทธิ์ แก้ ได้ โรค ทุก อย่าง ทั้งสิ้น คำ ประ กาศ นี้ เปน คำ ลึก ซึ้ง ฟัง ยาก พูด ยาก ไม่ มี ใคร เข้า ใจ สัตว ต่าง ๆ ก็ ชม ความ รู้ แล้ว ก็ เชื่อ คำ อวด นั้น ด้วย ต่อ ภายหลัง หมาไน ตัว หนึ่ง เคือง ขึ้น มา จึ่ง ถาม ว่า อย่าง ไร ตัว ปาก บาง แบน ผิว ด่าง รูป เปน สะเกด เปรอะ จะ มา อวด ว่า ตัว แก่ สรรพ โรค ผู้ อื่น ได้ เล่า ๚ะ
๏ คำ นี้ สอน ว่า วิไสย หมอ ควร จะ รักษา ตัว เอง ได้ ๚ะ
๏ คำ นี้ จะ ให้ เรา เตือน ตัว เรา เอง ว่า ถ้า ตัว เอง มี ความ ชั่ว ติด ตัว ไม่ ควร ที่ ตัว จะ ไป แก้ การ ผิด อัน นั้น เอง ใน ท่าน ผู้ อื่น คน ที่ ตา เจบ ไม่ ควร จะ อวด ตัว ประกาศ ว่า ตัว เปน หมอ ศักสิทธิ์ รักษา ตา คง หาย ๚ะ
นาย พราน กับ นก เขา
๏ นาย พราน คน หนึ่ง ออก ไป ใน ป่า จะ ยิง สัตว สัก ครู่ หนึ่ง มอง แล เหน นก เขา ตัว หนึ่ง จับ กิง ไม้ นาย พราน หมาย จะ ฆ่า เสีย จึ่ง ยก ปืน หมาย จะ ลั่น ปืน งู ร้าย ที่ ตัว เหยียบ ใต้ หญ้า กัด ขา เจบ ๆ เตม ทน จำ ต้อง เลิก การ ที่ หมาย ไว้ นั้น อศรพิศม์ งู ร้าย นั้น แล่น เข้า ทำ เลือด เสีย ตัว เจบ เตม ที่ นาย พราน รู้ สึก ตัว จึ่ง จำ ต้อง รับ ว่า สม แล้ว บ่น ว่า กรรม ได้ ให้ ความ ฉิบหาย มา ถึง ข้าพเจ้า เมื่อ ข้าพ เจ้า หมาย จะ ฆ่า ของ อื่น ฯะ
๏ เรื่อง นี้ จะ สอน ว่า ความ ร้าย คง มา ติด ผู้ ที่ คิด หมู่ หมาย ทำ ร้าย แก่ ท่าน ผู้ อื่น ฯะ
๏ จง จำ ไว้ ว่า ถ้า ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด มุ่ง หมาย ทำ ร้าย แก่ เพื่อน อัน ไม่ มี ความ ผิด แล ผู้ นั้น ไป ต้อง ความ ร้าย เช่น มุ่ง หมาย นั้น ใจ สังเกต ผิด แล ชอบ ของ ตัว ก็ จะ ทำ การ สำหรับ ใจ นั้น จน ผู้ ที่ ต้อง ร้าย เช่น หมาย จะ ทำ แก่ ผู้ อื่น นั้น คง รับ ว่า ที่ เปน มา แก่ ตัว สมควร แล้ว ฯะ
| กำปั่น เข้า ออก ใน กรุง เทพ | ||||||
| แต่ วัน อังคาร เดือน ๑๑ ขึ้น ๖ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๓ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ล ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| แมกอะลีศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๗ | ตัลลอด | บอนิโอ กำปนี | สิงฆโปร | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| แดนนุบ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๓ | แอนเดอรซัน | วินดซอ โรซ แอน โก | ซัวเถา | ขึ้น ๗ ค่ำ |
| ยัง สยาม | ก ๒ ล ค สยาม | ๗๙๒ | เคอรเสก | โพยี่ | ฮ่องกง | ขึ้น ๗ ค่ำ |
| เพ็นเตาเออร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๙๐ | เรลลี่ | คุอันคุน | ฮ่องกง | ขึ้น ๘ ค่ำ |
| แนนซัน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๐๕ | แบลกเบอรน | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๙ ค่ำ |
| ซิซิโร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๓๐๐ | เคนเคอร | จิ่น | ฮ่องกง | ขึ้น ๑๐ ค่ำ |
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๕๗ | ไฮคะ | จิ่น | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๘๐ | ไวด | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| พระจุลจอมเกล้า นด | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๑๑๑ | ไดตวุด | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| ซงเบ้ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | โยนซะ | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ อังกฤษ | — | โมลเซน | มากวาลด์ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| พระจอม เกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ชตรัตตัน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| อะไลน | ซกุเนอ ๓ เสา ลยาม | ๔๕๗ | ตอมซัน | จิ่น | สิงฆโปร | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| แมกอะลีศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๗ | ตัลลอด | บอนิโอ กำปนี | สิงฆโปร | ขึ้น ๘ ค่ำ |
| แดนนุบ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๓ | แอนเดอรซัน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| แนนซัน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๐๕ | แบลกเบอรน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| เพ็นเตาเออร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๙๐ | เรลลี่ | คอนควัน | ฮ่องกง | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า เพ็นเตาเออร มี คน เดิน สาร ที่ ดาษ ฟ้า ๓ คน ๏ แนนซัน คน ดิน สาร ที่ ดาษ ฟ้า ๔ คน มี่ แต่ | ||||||
| บะฉา ๏ ซิซิโร มี คน เดิน สาร ดาษ ฟ้า ๑๐ คน แล สินค้า ต่าง ๆ ๏ บอนิโอ มี คน เดิน สาร ดาษ ฟ้า ๒๘ คน แล | ||||||
| สินค้า ต่าง ๆ ๏ พระจุล จอม เกล้า มี เจ๊ก เดิน สาร บน ดาษ ฟ้า มาก | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก แดนนุบ รับ เมล จีน แล ยิปุ่น ๏ แนนซัน รับ จีน แล ยิปุ่น ฯะ | ||||||
หมาไน แล ลูก แพะ
๏ วัน หนึ่ง เมื่อ แดด ร้อน จัด หมาไน ตัว หนึ่ง แล ลูก แพะ ตัว หนึ่ง คราว เดียว กัน มา จะ กิน น้ำ แก้ กระหาย อยาก นั้น ที่ สาย น้ำ คลอง หนึ่ง อัน ไส สอาด ไหล ลง มา ตาม ข้าง เขา หิน แห่ง หนึ่ง หมา ไน ยืน อยู่ที่ สูง หน่อย หนึ่ง ลูก แพะ อยู่ ห่าง ลง ไป ริม สาย น้ำ นั้น อ้าย หมาไน อยาก ก่อ เหตุ ให้ วิวาท กัน กับ ลูก แพะ จึ่ง ถาม ว่า ทำไม จึ่ง กวน น้ำ ให้ ขุ่น จน กิน ไม่ ได้ มึง ต้อง แก่ ให้ ชอบ ด้วย ลูก แพะ ครั้น ยิน คำ ขู่ นั้น หา ความ มิ ความ วิตก ตอบ เปน คำ สุภาพ สิ้น เชิง จะ เปน อย่าง นั้น อย่าง ไร ได้ ไม่ เหน เลย ด้วย ว่า น้ำ ซึ่ง ผม กิน นั้น ไหล มา จาก ท่าน ถึง ผม น้ำ ขุ่น นั้น จะ ขึ้น ไป ถึง ท่าน เหน จะ ไม่ ได้ หมาไน จึ่ง ตอบ ว่า ชั่ง เถิด มึง เปน อ้าย พาล โกง ๆ บิด ๆ กู ได้ ยิน ว่า มึง ด่า กู ลับ หลัง สัก ครึ่ง ปี มา แล้ว ลูก แพะ จึ่ง ตอบ ว่า เชื่อ ผม เถิด คราว ซึ่ง ท่าน อ้าง นั้น ผม ยัง มิ ได้ เกิด ครั้น อ้าย หมาไน เหน ว่า จะ สู้ เพียง ความ จริง ไม่ แพ้ ลง ได้ เคือง แก่ คำราม ดัง ฮื่อ ๆ น้ำ ลาย ฟูม ปาก เปน ฟอง เช่น บ้า รุก เข้า ใกล้ แก่ ลูก แพะ ว่า อ้าย มึง ถ้า มึง มิ ได้ ทำ กู บิดา มึง ได้ ทำ กู ก็ เหมือน กัน อ้าย หมาไน จึ่ง ขบ ลูก แพะ อัน มิ ได้ ผิด อัน สู้ ไม่ ได้ นั้น ฉีก กิน เสีย อิ่ม มื้อ หนึ่ง ๚ะ
๏ เรื่อง นี้ สอน เปน ใจ ความ ว่า คน พาล มัน คง หา เหตุ ทำ ความ ร้าย จง ได้ ๚ะ
๏ เรื่อง นี้ เตือน ให้ รู้ ตัว คน ใจ ร้าย หา เหตุ เกี่ยง กัน ง่าย เมื่อ มัน หมาย จะ ทำ ร้าย จึ่ง ระวัง เพื่อน มัก วิวาท มัก เบียด เบียฬ ขม เห่ง คบ คน เช่น นี้ เหมือน เล่น กับ เครื่อง มือ คม ๆ นั้น และ ๚ะ
สิงโต แล วัว ตัว ผู้ สี่ ตัว
๏ วัว ตัว ผู้ สี่ ตัว เลม หญ้า อยู่ ใน ทุ่ง เดียว แล อยู่ ชิด ๆ กัน เมื่อ กำลัง กิน อยู่ สิงโต ตัว หนึ่ง เคย เหน บ่อย ๆ มี ความ ปราถนา อยาก จะ ได้ ตัว หนึ่ง มา กิน เสีย ภัก หนึ่ง แต่ ตัว เดียว สิงโต ฉวย เอา ไป ได้ ง่าย ๆ เมื่อ วัว ทั้ง สี่ ตัว อยู่ ด้วย กัน สิงโต ไม่ อาจ เล่น งาน กับ ตัว หนึ่ง ตัว ใด เมื่อ วัว อยู่ พร้อม กัน สิงโต ก็ รู้ ถ้า สู้ วัว เมื่อ อยู่ พร้อม นั้น วัว คง จะ ชะนะ สิงโต จึ่ง คอย แล ดู วัว มา แต่ ไกล ๆ พ้น อันตราย แต่ คิด อยู่ เสมอ หา ช่อง จะ ให้ วัว นั้น ออก ห่าง ๆ กัน ได้ แล้ว ตั้ง ใจ ให้ มี คำ กระซิบ ความ ไม่ ดี เนื่อง ๆ เหมือน วัว ตัว หนึ่ง ใส่ ความ ไม่ ดี ให้ เพื่อน ให้ เกิด ความ อิจฉา ริศยา แตก ร้าว กัน ไป มารยา นี้ เหมาะ แก่ ความ หมาย ของ สิงโต วัว ต่าง ตัว ต่าง เฉย ๆ แล้ว ต่าง ตัว ต่าง ห่าง กัน ไป ภอ สิงโต เหน วัว ผู้ ห่าง กัน ไป แล้ว มัน ขบ กิน วัว ที่ ละ ตัว ๆ จน หมด วัว ๚ะ
๏ นิทาน นี้ ส่อน ใจ ความ ว่า พร้อม กัน จึ่ง มี่ กำลัง ๚ะ
๏ นิทาน นี้ เตือน ว่า ถ้า แผ่นดิน บ้าน เมือง ฤา ครอบ ครัว ๆ หนึ่ง ครัว ใด แย่ง กัน ไม่ เข้า กัน ได้ แล้ว คง ฉิบหาย คง ยั่ง ยืน ไม่ ได้ ใน หมู่ มะนุษ ทุก ๆ หมู่ เปน บ้าน เมือง โต ใหญ่ ก็ ดี เปน บ้าน ครัว ละ ครัว ก็ ดี เหน แล เข้า กัน พร้อม กัน เปน ของ ลับ ที่ ให้ เกิด กำลัง ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว นำ ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี่ ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด