
| เล่ม ๔ แผ่น ๑๐ วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด แรม ๕ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ ข้าพเจ้า ซึ่ง เปน ชาว ราษฎร ตั้ง บ้าน เรือน อยู่ ณะตำ บล บาง ขุนพรหม กรุง เทพ ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน เอไดเตอร ทราบ ขอ ท่าน ได้ เอา เรื่อง ความ ของ ข้าพ เจ้า ที่ ได้ กล่าว มา นี้ ลง ใน หนังสือ สยาม ไสมย ทราบ ทั่ว กัน เมื่อ ณะเดือน ห้า เดือน หก ปี ระกา สัปตศก ข้าพเจ้า เดิน ขึ้น ลง อาบ น้ำ ทาง ตะภาน ยาว น่า บ้าน พระ วรภัณฑ์ พลากร เสมอ เนือง ๆ ข้าพเจ้า เหน พระ ภิกษุ สงฆ์ ๓ รูป กับ สามเณร ๒ รูป ภัก อาไศรย จำวัด อยู่ ที่ ศา ลา ปลาย ตะภาน น่า บ้าน พระวรภัณฑ์ พลากร ข้าพเจ้า ได้ แวะ เข้า พูดจา ปราไศย แก่ พระ ภิกษุ สงฆ แล สามเณร ว่า ท่าน มา ภัก อยู่ ด้วย กิจ อัน ใด พระ ภิกษุสงฆ สาม เณร จึง ได้ แจ้ง ความ ให้ ข้าพเจ้า ฟัง ว่า ตัว ของ ท่าน นั้น เปน หมู่ ไพร่ หลวง กรม ล้อม พระ บรมมหา ราช วัง เจ้า หมู่ มูล นาย เขา ให้ ลง มา ท่าน บอก ว่า ท่าน ลง มา ภัก อยู่ ที่ นี่ นาน ได้ ประมาณ สอง เดือน สาม เดือน แล้ว การ ก็ ยัง ไม่ สำเรจ เด็ด ขาด กัน ลง ได้ เที่ยว บิณฑบาตร ตาม ชาว บ้าน ก็ ไม่ ภอ ฉัน ที่ บ้าน พระ วรภัณฑ์ พลากร ได้ จัด กับปี้ จังหัน ส่ง ไป ถวาย แก่ พระ ภิกษุ สงฆ แล สาม เณร อยู่ เนือง ๆ อนึ่ง ข้าพเจ้า ได้ ไป มา ฟัง พระ ธรรม เทศนา ที่โรง ธรรม ใน บ้าน พระ วรภัณฑ์ พลากร เสมอ เนือง ๆ เมื่อ ณะวัน เดือน เก้า ขึ้น สิบ สอง ค่ำ ปี ระกา สัปตศก เวลา บ่าย สามโมง ข้าพเจ้า เดิน มา ทาง น่า บ้าน พระ วรภัณฑ์ พลากร ข้าพ เจ้า เหน นาย ออฟฟีเซอร อยู่ ใน กรม วัง กับ ภัก พวก ออฟฟีเซอร นั้น สาม คน สี่ คน ภา กัน จับ ตัว ผู้ มี ชื่อ ซึ่ง เปน ทาษ พระ วรภัณฑ์ พลากร ก่อน แล้ว ตก เปน ทหาร เข้า ไป ใน บ้าน พระ วรภัณฑ พลากร ข้าพเจ้า ยืน แอบ มอง ดู อยู่ น่า บ้าน ข้าพเจ้า เห็น ออฟฟีเซอร นั้น ภา ผู้ มี ชื่อ เข้า ไป หา พระ วรภัณฑ พลากร แล้ว พูด ว่า ผม ขอ รับ ประทาน โซ่ ใส่ นาย คน นี้ เข้า ไป ใน วัง สัก สาย หนึ่ง ครั้น จะ เอา ตัว เข้า ไป ก็ กลัว นาย คน นี้ จะ หนี ตาม ทาง พระ วรภัณฑ พลากร ว่า โซ่ ไม่ มี แล้ว ออฟฟีเซอร นั้น ว่า ผม ขอ ภัก อาไศรย อยู่ ที่ นี่ ก่อน กว่า ทหาร จะ มา รับ แล้ว ก็ นั่ง พูด อยู่ กับ พระ วรภัณฑ พลากร ได้ ประมาณ ครู่ หนึ่ง นาย คน นั้น ก็ วิ่ง หนี ออฟฟีเซอร นั้น ออก ไป ทาง หลัง บ้าน พระ วรภัณฑ พลากร ต่อ หน้า ออฟฟีเซอร คน นั้น ๆ กับ ผู้ มี ชื่อ สาม คน ก็ ภา กัน วิ่ง ไล่ ติด ตาม คน นั้น ออก ไป ทาง หลัง บ้าน พระ วรภัณฑ พลากร ก็ หา ได้ ตัว นาย คน นั้น ไม่ ได้ ประมาณ ครู่ หนึ่ง ออฟฟีเซอร นั้น กับ ผู้ มี ชื่อ สาม คน ก็ ภา กัน กลับ มา หา พระ วรภัณฑ พลากร ใน ที่ บ้าน แล้ว พูด กับ พระ วรภัณฑ พลากร ว่า ขอ บารมี ใต้ ท้าว ได้ โปรด ด้วย ช่วย บล จับ ตัว นาย คน นี้ ให้ ได้ แล้ว จะ ให้ เงิน สินบน สัก ๕๐ บาท แล้ว พระ วรภัณฑ พลากร ถาม ว่า เงิน สินบน นั้น ท่าน ผู้ ใด จะ ออก ออฟฟีเซอร นั้น ว่า เงิน หลวง จะ ออก ให้ พระ วรภัณฑ พลากร ว่า เปน แต่ การ เล็ก น้อย ไม่ ควร จะ ต้อง ออก เงิน หลวง ให้ เปลือง พระราช ทรัพย์ ของ หลวง แล้ว พระ วรภัณฑ พลากร ว่า ไม่ ต้อง บน บาล มัน จะ หนี ไป ข้าง ไหน พ้น ภอ เวลา กลาง คือ มัน คง จะ กลับ เข้า มา หา เมีย มัน ใน บ้าน ฉัน จะ ช่วย เปน ธุระ จับ ตัว ไว้ ให้ ได้ แล้ว ออฟฟีเซอร นั้น กับ ผู้ มี ชื่อ ก็ ภา กัน ลา พระ วรภัณฑ พลากร ไป ข้าพเจ้า ก็ ไป บ้าน ข้าพ เจ้า ครั้น เวลา พลบ ค่ำ วัน นั้น ข้าพเจ้า มา ฟัง พระธรรม เทศนา ที่ ใน บ้าน พระ วรภัณฑ พลากร จน พระ ภิกษุ สงฆ์ สำแดง ธรรม จบ แล้ว ข้าพเจ้า ลา พระ วรภัณฑ พลากร จะ ไป บ้าน ภอ เดิน ออก จาก ประตู บ้าน พระ วรภัณฑ พลากร ข้าพเจ้า เหน ทหาร ภา กัน ยืน อยู่ ตาม ถนน น่า บ้าน พระ วรภัณฑ พลากร ประ มาณ ยี่สิบ สามสิบ คน ข้าพเจ้า มี ความ ตก ใจ จึ่ง ได้ หัน กลับ เข้า ไป ใน บ้าน พระ วรภัณฑ พลากร อีก แต่ ข้าพเจ้า นั่ง แอบ คอย ฟัง เหตุ การ อยู่ ที่ ใต้ ต้น จัน ใน บ้าน พระ วรภัณฑ พลากร ข้าพเจ้า เหน ผู้ มี ชื่อ สอง คน เข้า มา หา พระ วรภัณฑ พลากร ที่โรง ธรรม แล้ว พูด อ้าง ว่า มี คำ สั่ง ให้ มา กราบ ใต้ ท้าว ด้วย ราย คน ทหาร ที่ หนี ไป นั้น ขอ บารมี ใต้ ท้าว ได้ โปรด ช่วย เปน ธุระ จับ ตัว นาย คน นั้น ให้ ได้ พระ วรภัณฑ พลากร ว่า อย่า ว่า แต่ การ เท่า นี้ เลย การ ยิ่ง กว่า นี้ ก็ รับ ฉลอง พระเดช พระคุณ ได้ อย่า ให้ ท่าน ทรง พระวิตก เลย ถ้า นาย คน นั้น เข้า มา ใน บ้าน เวลา ใด จะ จับ เอา ตัว ไป ถวาย แล้ว พระ วรภัณฑ พลากร ห้าม ว่า อย่า ให้ ทหาร มา มาก เปน การ เอิกเกริก เช่นนี้ นาย คน นั้น จะ มี ความ สดุ้ง ตก ใจ ก็ จะ หลบ เลื่อน ไป เสีย ไกล ผู้ มี ชื่อ สอง คน นั้น จึ่ง ว่า ถ้า ใต้ ท้าว รับ เปน ธุระ แขง แรง แล้ว ตั้ง แต่ วัน นี้ ต่อ ไป ผม ไม่ ให้ ทหาร มา วุ่น วาย อีก ต่อ ไป แล้ว ผู้ มี ชื่อ สอง คน ก็ ลา พระ วรภัณฑ พลากร ไป ข้าพเจ้า ก็ ไป บ้าน ข้าพเจ้า ครั้น รุ่ง ขึ้น ณวัน เสาร เดือน เก้า ขึ้น สิบสาม ค่ำ ปี ระกา สัปตศก เวลา เช้า ประ มาณ สองโมง ข้าพเจ้า เดิน จะ ลง ไป อาบ น้ำ ทาง ตะภาน น่า บ้าน พระ วรภัณฑ พลากร ภอ ข้าพเจ้า เดิน มา ถึง น่า บ้าน พระ วรภัณฑ พลากร ข้าพเจ้า เหน ออฟพิเซอร แล ทหาร กรมวัง ภา กัน มา ยืน อยู่ น่า บ้าน ใน บ้าน ข้าง บ้าน หลัง บ้าน พระ วรภัณฑ พลากร ประมาณ ห้า สิบ คน หกสิบ คน แล้ว ข้าพเจ้า จึ่ง เดิน เข้า ไป ใน บ้าน พระ วรภัณฑ พลากร ข้าพเจ้า เหน ผู้ มี ชื่อ ซึ่ง เปน ออฟฟี่เซอร ทหาร นั่ง พูด อยู่ กับ ท่าน เงิน ภรรยา พระ วรภัณฑ พลากร ที่ โรง ธรรม แต่ พระ วรภัณฑ พลา กร ไม่ เหน ภรรยา พระวรภัณฑ พลากร ว่า ท่าน ไม่ อยู่ รอ คอย ให้ ท่าน กลับ มา ก่อน ตัว นาย คน นั้น ที่ หนี ไป เมื่อ เวลา วัน นั้น กลับ มา หา เมีย ที่ ใน บ้าน แต่ เวลา คืน นี้ ท่าน ได้ พูดจา เกลี้ย กลอม ให้ คน รักษา ไว้ มั่น คง แล้ว ท่าน จะ นำ เอา ตัว นาย คน นั้น เข้า ไป ถวาย เอง ฝ่าย ออฟฟี่เซอร ผู้ นั้น ว่า ได้ พูดจา ไว้ กับ คุณ พระ วรภัณฑ พลากร แต่ เวลา คืน นี้ เสร็จ แล้ว ไม่ ต้อง คุณ พระ กลับ มา ก็ ได้ จะ ขอ รับประทาน ตัว นาย คน นั้น ไป ให้ ได้ ใน เวลา นี้ ภรรยา พระวรภัณฑพลา กร ได้ ถาม ออฟฟี่เซอร ผู้ นั้น ว่า รี่ ผู้ รับ สินบน ฤา เปล่า ข้าง ฝ่าย นาย กับตัน แล ออฟฟีเซอร ผู้ นั้น บอก กับ ภรรยา พระ วรภัณ พลากร ว่า ไม่ มี ผู้ ใด รับ สินบล แล้ว ภรรยา พระ วรภัณฑ พลากร ว่า ถ้า อย่าง นั้น ฉัน จะ ให้ นาย นั้น ไป ก็ ได้ แต่ ขอ เสีย อย่า ให้ ทุบ ตี มัน ให้ เหลือ เกิน นอก จาก อาญา หลวง นาย กับตัน รับ ปาก คำ ต่อ ภรรยา พระ วรภัณฑ พลากร ว่า ไม่ เปน ไร ดอก แล้ว จะ ช่วย ทูล ว่า คน ร้าย นี้ คุณ พระ วรภัณฑ พลากร ท่าน ได้ ช่วย เปน ธุระ เกลี้ย กล่อม เอา ตัว นาย คน นั้น ไว้ ให้ แล้ว ภรรยา พระ วรภัณพลากร จึ่ง ให้ ทาษ นำ นาย กับตัน แล ออฟฟีเซอร ทหาร ไป เอา ตัว นาย คนนั้น ที่ ห้อง หลัง บ้าน พระ วรภัณฑ ข้าพเจ้า กับ หมื่น ภิบาล บูรี อำเภอ ก็ ตาม ไป ดู ด้วย ข้าพเจ้า เหน ออฟฟีเซอร แล ทหาร ภา กัน เข้า ล้อม ที่ กระท่อม นาย คน นั้น นอน อยู่ นั้น ข้าพเจ้า ได้ ยิน ออฟฟีเซอร คน หนึ่ง ร้อง เรียก ให้ คน นั้น ออก มา แต่ โดย ดี นาย นั่น ก็ ออก จาก ห้อง แต่โดยดี มิ ได้ สู้ รบ ประการ ใด ทหาร ก็ ภา กัน เข้า จับ คน นั้น มัด ไว้ แล้ว นาย กับตัน นาย ออฟฟีเซอร ทหาร ก็ ภา กัน เข้า กลุ่ม รุม ทุบ ตี นาย คน นั้น ประมาณ หลาย ที่ ข้าพเจ้า เหน ศีศะ นาย นั่น แตก โลหิต ไหล อาบ ตัว แล้ว หมื่น พิบาล บูรี อำเภอ ร้อง ห้าม ว่า ขอ เสีย ที่ เถิด เจ้า ไม่ ได้ สู้ รบ ประการ ใด มัน จะ ถึง แก่ ชีวิตร ลง ใน บ้าน ท่าน จะ ภา กัน เกิด ความ ใหญ่ นาย กับตัน นาย ออฟฟีเซอร ทหาร ก็ หยุด หา ได้ ทุบ ตี คน นั้น อีก ต่อ ไป ไม่ แล้ว ทหาร ก็ ภา กัน เอา ตัว คน นั้น ไป ข้าพเจ้า ตาม ไป ดู ภอ ถึง น่า วัด สาระพัด ช่าง นาย กับตัน แล นาย ออฟฟีเซอร ทหาร ก็ ภา กัน เข้า กลุ้ม รุม ทุบ ตี คน นั้น อีก หลาย ที่ แล้น ก็ เอา ตัว คน นั้น เข้า ไป ใน พระ บรมมหา ราชวัง รุ่ง ขึ้น เช้า ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ข่าว เล่า ภา กัน ว่า นาย นั้น ถูก เฆี่ยน ห้าสิบ ที แล้ว เสีย เงิน สินบน อีก สามสิบ บาท ความ เรื่อง นี้ ข้าพเจ้า ได้ ทราบ อยู่ ว่า พระ วรภัณฑ พลากร ท่าน เกลี้ย กล่อม เอา ตัว ไว้ ให้ จึ่ง ได้ ตัว คน นั้น ไป แต่ โดย สดวก ถ้า พระ วรภัณฑ พลากร ไม่ เปน ธุระ ก็ จับ ตัว นาย นั้น หา ได้ ไม่ ทำ ไม จึ่ง ได้ คิด เปน เงิน สินบน ขึ้น อีก ฤา จะ เปน กลอุบาย เมื่อ เวลา มา เอา ตัว นาย นั่น นั้น นาย กับตัน แล ออฟฟีเซอร ทหาร ก็ ได้ พูดจา กับ ภรรยา พระ วรภัณฑ พลากร ว่า ไม่ มี ผู้ ใด รับ สินบน ภรรยา พระ วรภัณฑ พลากร จึ่ง ได้ ย่อม ให้ จับ ตัว นาย นั่น ไป ข้าพเจ้า พิเคราะห์ ดู เหน ว่า ออฟฟีเซอร สอง คน นี้ ทำ การ หา ได้ อยู่ ใน ยุติ ธรรม ไม่ แล ปราศจาก ความ เม็ตตา จิตร หา ได้ คิด มี่ ความ กรุณา ปรานี่ ต่อ เพื่อน มนุษ ไม่ จะ ทำ การ สิ่ง ใด ก็ หาญ หัก ไม่ รู้ จัก ประมาณ การ ผิด แล ชอบ ออฟ พีเซอร สอง คน นี้ ถึง จะ ทำ ราชการ ต่อ ไป คง จะ ไม่ มี ความ เจริญ ถ้า นาน ไป เบื้อง น่า จะ ไม่ มี ตัว ทหาร อย่ รับ ราชการ เปน เที่ยง แท้ แล้ว จะ ทำ ให้ เสื่อม เสีย พระ เกียรติยศ หลาย ประการ อนึ่ง ข้าพเจ้า ได้ ยิน ข่าว เล่า ฦๅ กัน ว่า พวก ทหาร ใน กรม ล้อม พระบรมมหา ราชวัง ภา กัน อพยบ หลบ หนี ไป มาก แล้ว แต่ จะ เปน คน สักกี่ คน นั้น ข้าพเจ้า หา ทราบ ชัด ไม่ ข้าพเจ้า คิด มี ความ สังเวศ สลด ใจ ถึง พระ วรภัณฑ พลากร ที่ มี ทหาร มา ล้อม น่า บ้าน หลัง บ้าน เปน การ เหลือ เหตุ พระ วรภัณฑ พลากร คน นี้ ก็ เปน ข้า ราชการ อย่ ทำ ไม พวก ทหาร จึง ได้ ทำ การ บังอาจ ถึง เช่น นี้ ซึ่ง ไม่ มี ความ เกรง บ้าง เลย ฤๅ จะ ถือ ว่า เจ้า นาย ของ เขา แขง แรง แล มี อำนาจ มาก ใน เวลา นี้ แต่ พระ วรภัณฑ พลากร คน นี้ เปน คน ดี มี ความ อัชฌา ไศรย ต่อ ชาว บ้าน แล มี ความ เลื่อม ใส ใน พระพุทธ สาสนา ได้ อาราธนา พระสงฆ มา แสดง พระ ธรรม เทศนา เสมอ ทุก วัน ถึง วัน อุโบสถ ก็ ได้ จำแนก แจก ทาน แก่ ผู้ ที่ มา ฟังพระธรรมเทศนา ทุก วัน อุโบสถ ตั้ง แต่ พระ วรภัณฑ พลากร ไป อยู่ ที่ บ้าน ถนน โรง เหล็ก ตำบล บาง ขุนพรหม นั้น พวก คน พาล ก็ สงบ เรียบ ร้อย ลง กว่า แต่ ก่อน ข้าพเจ้า จึง ได้ มี ความ เจบ ร้อน แทน พระวรภัณฑ พลากร ความ ที่ ข้าพเจ้า กล่าว มา ทั้ง นี้ โดย ความ สัจ ความ จริง ของ ข้าพเจ้า ทั้ง สิ้น ขอ ท่าน เอไดเตอ ได้ โปรด แก่ ข้าพเจ้า จง ช่วย เปน ธุระ เกบ เอา เนื้อ ความ ของ ข้าพเจ้า ที่ กล่าว มา นี้ ลง ใน หนังสือ สยาม ไสมย ให้ สิ้น เชิง ๚ะ
๏ วัน ศุกร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบห้า ค่ำ เวลา เช้า ๕ โมง เสศ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อย่ หัว เสด็จ ออก พระที่ นั่ง อัมรินทร วินิจฉัย ทรง จุด เทียน เครื่อง มัศการ แล้ว เสด็จ ประทับ พระที่ นั่ง โทรน ด้าน ตวัน ออก ครั้น พระสงฆ รับ พระราช ทาน ฉัน แล้ว พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น ประจักษ ศิลปาคม กราบ ถวาย บัง คม ลา ขึ้น ไป จัด ราชการ ส่ง กอง ทัพ หัว เมือง ฝ่าย เหนือ แล้ว มนตรี พจนกิจ นำ พระอมรวิไสยสรเดช พระราช วรินทร แม่ ทัพ สอง นาย แล พระศรี เสนา ข้า หลวง กับ จมื่นไชยาภรณ์ ๑ หลวง มลโยธานุโยค ๑ หลวง พิพิธภักดี ๑ หลวง นราธิกรฤทธิ์ ๑ ขุน ชาญ สรกุล สับลุตเตอร์แนน กรม ทหาร มหาดเล็ก ๑ กับ ออฟฟีเซอร กรม ทหาร รักษา พระบรม มหา ราชวัง ๖ นาย คือ หม่อม ราชวงษ ยัน กัปตัน ๑ หลวง วิชิต สรสาตร กัปตัน ๑ ขุน สิทธิพรหมา เซอร เยอร์ ๑ ดิปติแอศ์ยุ แตน นาย พัน ๑ สัปลุตเตอรแนน นาย หรัด ๑ สัปลุต เตอรแนน นาย ช่วง ๑ กับ ออฟฟีเซอร กรม ทหาร ปืน ใหญ่ ๔ นาย คือ หม่อม ราชวงษ อรุณ ลุตเตอรแนน ๑ ลุตเตอรแนน นาย เส่บ ๑ ลุตเตอร แนน นาย จิต ๑ ลุต เตอรแนน นาย พรด ๑ ซึ่ง เปน นาย ทัพ นาย กอง กับ หลวง เขตานุรัก ๑ หลวง วิจารสาลี ๑ กรมนา ผู้ จะ ขึ้น ไป จ่าย เข้า ส่ง กอง ทัพ กราบ ถวาย บังคม ลา ขึ้น ไป ราชการ ทัพ ทุ่ง เชียงคำ แขวง เมือง พวน แล้ว พระ บาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว จึ่ง ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ พระราช ทาน น้ำ สังข แล ทรง เจิม พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น ประจักษ ศิลปาคม แล พระราช ทาน พระแสง ดาบ ฝัก ถมยา ๑ ประคำ ทอง สาย ๑ สาย เครื่อง ๒ สาย ถาด ทอง คำ บ้าน ทอง คำ ถ้วย หยก เครื่อง ชารศ สำหรับ หนึ่ง ฉลอง พระองค์ เยียรบับ อย่าง น้อย ๒ องค์ เงิน ตรา ๕๐ ชั่ง แล้ว จึ่ง มี พระบรม ราช โองการ พระราช ทาน ไชยมงคล แก่ ข้า ราชการ นาย ทัพ นาย กอง กับ พระราช ทาน เงิน ตรา เสื้อ ผ้า ตาม สม ควร แล้ว โปรด เกล้า ฯ พระราช ทาน กา ทอง โต๊ะ ทอง แก่ พระยา จำแสนบดี สำรับ ๑ พระศรี เสนา สำรับ ๑ ครั้น เสร็จ แล้ว จึ่ง ทรง พระราช ดำเนิน ทอด ผ้า ไตรย พระราช ทาน แก่ พระสงฆ ๒๐ รูป สดัปกรณ พระบรม อัฐิ พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ด้วย เปน วัน สวรรคคา ครั้น พระสงฆ ซึ่ง รับ พระราช ทาน ฉัน ถวาย พระพร ลา กลับ แล้ว จึ่ง โปรด เกล้า ฯ ให้ นิมนต์ พระสงฆ สดัปกรณ อีก ๑๐๐ รูป แล้ว ทรง แจก เงิน พระ ราช ทาน แก่ พระบรม วงษา นุวงษ แล ราษนิกุล ตาม เคย ครั้น สิ้น ราชการ เวลา เที่ยง แล้ว เสด็จ ขึ้น ะ
๏ บัญชี ราย วัน แล วัด ซึ่ง จะ เสดจ พระราช ดำ เนิน พระ ราชทาน พระ กระฐิน ใน กรุง เทพ มหานคร ทั้ง สถลมารค แล ชลมารค ใน ปี รกา สัปตศก นี้ ทาง สถลมารค ฯะ
๏ ณวัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด แรม ห้า ค่ำ วัดราช ประดิษฐ ที่ ๑ วัด บวรนิเวศ ที่ ๒ วัด มหรรณ พาราม ที่ ๓ วัด มหา ธาตุ ๔ ฯะ
๏ วัน พฤหัสบดี เดือน สิบเอ็ด แรม หก ค่ำ วัด จักร วัติราชา วาศ ที่ ๑ วัด สัม พันธวงษา ราม ที่ ๒ วัด ประทุม คงคา ที่ ๓ ฯะ
๏ วัน เสาร เดือน สิบเอ็ด แรม แปด ค่ำ เสดจ พระราช ดำเนิน โดย ขบวน พยุห ยาตรา วัด พระ เชตุ พน ที่ ๑ วัด ราชบุรณ ที่ ๒ วัด ราชบพิธ ที่ ๓ วัด สุทัศ เทพ วราราม ที่ ๔ ฯะ
๏ ทาง สถลมารค ๓ วัน รวม ๑๑ วัด เท่า นี้ ฯะ
๏ ทาง ชลมารค วัน อาทิตย เดือน สิบเอ็ด แรม เก้า ค่ำ เสดจพระราช ดำเนิน โดย ขบวน พยุห ยาตรา ฯะ
๏ วัด รุณ ราชวรา ราม ที่ ๑ วัด โมฬี โลกยา ราม ที่ ๒ อวัด หงษ รัตนา ราม ที่ ๓ วัด ราช สิทธา ราม ที่ ๔ สิ้น ขบวน พยุห ยาตรา เท่า นี้ ฯะ
๏ วัน จันทร เดือน ลิบเอ็ด แรม ลิบ ค่ำ วัด กัลญาณ มิตร ที่ ๑ วัด ประยุร วงษา วาศ ที่ ๒ วัด บุบผา ราม ที่ ๓ วัด พิไชย ญาติ การาม ที่ ๔ ฯะ
๏ วัน อังคาร เดือน ลิบเอ็ด แรม ลิบเอจ ค่ำ วัด มหา พฤฒา ราม ที่ ๑ วัด เทพ ศิริน ทรา วาศ ที่ ๒ วัด โสมนัศ วิหาร ที่ ๓ ฯะ
๏ วัน พุฒ เดือน ลิบเอ็ด แรม ลิบ ส่อง ค่ำ วัดดุ ลิภา ราม ที่ ๑ วัด คฤหบดี ที่ ๒ วัด บวร มงคล ที่ ๓ วัด ราชาธิวาศ ที่ ๔ ฯะ
๏ วัน พฤหัศ บดี เดือน ลิบเอ็ด แรม ลิบ สาม ค่ำ วัด เวฬุรา ชิน ที่ ๑ วัด หนัง ที่ ๒ วัด ราช โอรสา ราม ที่ ๓ ฯะ
๏ วัน ศุกร เดือน ลิบเอ็ด แรม สี่ ค่ำ วัด เครือ วัล ที่ ๑ วัด พระ ยาธรรม ที่ ๒ วัด นากกลาง ที่ ๓ วัด ชิโนกล่า ราม ที่ ๔
๏ ทาง ชลมารค ๖ วัน รวม ๒๒ วัด เท่า นี้ ฯะ
๏ แต่ พระ กฐิน ซึ่ง จะ เสดจ พระราช ดำเนิน พระ ราช ทาน วัด หัว เมือง แล พระ กฐิน ซึ่ง จะ พระราช ทาน พระ บรมวงษานุวงษ ฝ่าย น่า ฝั่งย ใน แล ข้า ราช การ นั้น จะ แจ้ง ความ มา ให้ ทราบ ต่อ คราว หลัง ๚ะ
๏ วัน พุฒ เดือน ลิบเอ็ด ขึ้น ลิบ สาม ค่ำ เวลา เช้า สี่ โมง พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม เสดจ ออก จาก เกาะ บาง ปะอิน ใน กำปั่น ไฟ วิสาตรี ซึ่ง เปน เรือ พระ ที่ นั่ง จะ กลับ มา ยัง กรุง เทพ ก็ เสดจ เข้า ใน พระ บรมราชวัง ณะวัน นั้น เอง ๚ะ
ข่าว โทรเลข นอก
๏ เมือง กอนสถานไตโนเปล วัน ศุกร เดือน ลิบเอ็ด ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ท่า ทาง ประเทศ เซอรเวีย ที่ จะ ขู่ คอ เวินเมนต์ นั้น ขอ ให้ เขตร ขยาย มาก ขึ้น ฯะ
๏ เมือง กอนสถานไตโนเปล วัน เสาร์ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น ส่อง ค่ำ ซึ่ง ว่า เจ้า ซุลตัน ยอม รับ ให้ ประเทศ บัลแคเรีย เข้า กัน ทั้งสอง นั้น ว่า เกิน ไป ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สี่ ค่ำ เปน ที่ เข้า ใจ กัน ว่า ประเทศ กำลัง มาก นั้น ไม่ เหน ไม่ เข้า กับ ความ ร้อง หา ของ ประเทศ ครีซ แล ประ เทศ เซอรเวีย ฯะ
๏ พวก ที่ ชอบ ให้ รบ นั้น ใน เมือง กอนสถานไต โนเปล ที่ จะ มาก แล พวก เตอรกี จัด การ รบ อยู่ เปน การ ใหญ่ ๚ะ
๏ เซอร แฮช ดรัมมันด วุลฟะ ได้ จัด ใจ ความ อัน จะ เปน ที่ ตั้ง ข้อ สัญญา กับ ท่าน แกรนด ไวเซีย นั้น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น หก ค่ำ กอง ทัพ เพื่อ ของ พวก คริซ นั้น จัด เรียก ไว้ แล้ว หนังสือ จดหมาย เหตุ คือ เยอรนัล ดะ แซนตบีเตอรซะเบิก ลง พิมพ์ ข้อ หนึ่ง ว่า เพราะ ความ ซึ่ง ประเทศ น้อย ๆ นั้น ร้อง หา นั้น เหน ชอบ ที่ จะ ยุด ให้ ทำ ตาม หนังสือ สัญญา ซึ่ง ทำ ไว้ ที่ กรุง เบอรลื่น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัษบดี เดือน สิบเอ็ด ขึ้น เจด ค่ำ มี หนังสือ ต่อ กับ ฝ่าย อังกฤษ แล ฝรั่งเลศ ว่า ด้วย เรื่อง เมือง พม่า มองเซอ ดะ เฟรซีเนด แจ้ง ความ เปน ที่ ไว้ ใจ ว่า คอเวินแมนต ฝรั่งเลศ จะ ไม่ เถียง ความ ซึ่ง อังกฤษ อ้าง ว่า คำ ร้อง อังกฤษ จะ ทำ ให้ สำเร็จ ความ ปราถนา ใน ประเทศ พม่า เหนือ นั้น ๚ะ
๏ กรุง ลันตัน วัน จันทร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ กอง ทัพ เซอรเวี่ย ตี ได้ ซอง โกซิ อักที่ เขตร แดน ประเทศ มาซิโดเนี่ย ๚ะ
๏ พวก อาละแบเนี่ยน แจ้ง ความ ว่า พร้อม ที่ จะ ช่วย โปต เจ้า ประเทศ เตอรกี ๚ะ
๏ กรุง ปารีศ วัน อังคาร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบสอง ค่ำ บัลลอด ครั้ง สอง นั้น เปน กำไร แก่ พวก ริบับลิกัน ใน พวก แจมเบอร ออฟ เดะบูติ พวก กอนเซอรเวติฟ มี ๒๐๐ คน พวก ริบับลิกัน ๓๘๔ คน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบสาม ค่ำ หนังสือ จด หมาย เหตุ ไตมซ ลง ข้อ สำคัน ข้อ หนึ่ง ว่า ท่าน จีฟ กอมมิชเชอนเนอร พม่า อังคริษ นั้น มี คำ สั่งให้ พวก พม่า ตอบ คำ อัลโตมาตัม ใน สี่ วัน ให้ จง ได้ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบ สาม ค่ำ ราชทูต พม่า ที่ กรุง ปารีศ มี คำ สั่ง ให้ ถาม บริติช คอ เวินแมนต จะ รับ ราชทูต พม่า เพื่อ จะ ต่อ พระราช ไม ตรี ทั้งสอง ฝ่าย อีก ฤา ไม่ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบ สาม ค่ำ การ ฝ่าย ประเทศ เซอรเวี่ย แล บัลแคเรีย อยู่ ข้าง จะ ฝืด นัก ๚ะ
๏ พวก อังคริษ ได้ เตือน ทั้ง ประเทศ คริซ แล เซอร เวี่ย เปน ทาง อัชฌาไศรย จง ระวัง ให้ มาก ๆ อย่า ไป เกี่ยว ข้อง กับ การ วุ่นวาย นั้น ๚ะ
๏ เซอร ไมเคล ฮิกซ บีจะ เมื่อ พูด เปน คำ สปีจ ที่ เมือง ยอก นั้น ท่าน ว่า มี ความ ไว้ ใจ ว่า การ สงบ เรียบ ร้อย คง อยู่ จะ ไม่ รบ กัน ฯะ
๏ ใน หนังสือ จดหมาย เหตุ เรา ได้ ว่า ลม อากาศ นิ้ว แล นิ้ว ทั่ว แผ่นดิน หนัก สิบ ชั่ง เท่า กัน กับ ปรอด สูง ๓๗ นิ้ว ถ้า จะ เอา ท่อ เล็ก ๆ ทำ ด้วย แก้ว ยาว ประมาณ สี่สิบ นิ้ว ให้ ตัน ข้าง หนึ่ง แล้ว เอา ปรอด ใส่ ให้ เต็ม แล้ว กลับ ปาก ท่อ คว่ำ ลง ใน ชาม ก็ จะ เห็น ว่า ปรอด นั้น ทรุด ลง คง อยู่ แต่ สาม สิบ เจ็ด นิ้ว เท่า นั้น ไม่ ทรุด ลง มา อีก เลย เพราะ เหตุ ลม อากาศ นั้น ดัน ปรอด ที่ ปาก ท่อ นั้น ไว้ นิ้ว แล นิ้ว หนัก สิบ ชั่ง เท่า กัน กับ ปรอด ใน ท่อ นั้น เครื่อง ที่ ทำ ด้วย แก้ว อย่าง นี้ อังกฤษ เรียก ชื่อ ว่า บโรเมเตร แปล ว่า เครื่อง นี้ เปน ที่ สังเกต ว่า ลม อา กาศ หนัก เท่า ไร เครื่อง อย่าง นี้ เขา ทำ สันถาน รูป หลาย อย่าง แต่ ทว่า ได้ ทำ ตาม วิชา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น ทุก อย่าง สันถาน รูป อย่าง หนึ่ง ที่ คน ได้ ใช้ มาก เขา ทำ อย่าง นี้ เขา ทำ ท่อ ด้วย แก้ว เล็ก ๆ ยาว ประมาณ สี่สิบ ห้าสิบ นิ้ว ให้ ตัน ไว้ ข้าง หนึ่ง ข้าง ปาก ท่อ ที่ เบิด นั้น ให้ งอ คู้ ขึ้น สี่ ห้า นิ้ว แล้ว ใส่ ปรอด ให้ เต็ม ก็ จะ ทรุด ลง ถึง สาม สิบ เจ็ด นิ้ว เท่า นั้น แล ปรอด จะ ล้น ออก ข้าง ท่อ ที่ งอ ขึ้น นั้น น้อย หนึ่ง แล้ว เอา ด้าย ผูก สิ่ง ที่ เบา ๆ ที่ จะ ลอย บน ปรอด ที่ ไม่ จม นั้น อย่อน ลง ไป ใน ท่อ ให้ ของ นั้น ลอย อยู่ บน ปรอด แล ปลาย ด้าย ข้าง หนึ่ง ให้ มี ลูก ถ่วง ให้ เบา กว่า สิ่ง ที่ ลอย อยู่ บน ปรอด นั้น ผูก ไว้ แล้ว ให้ พาน ไว้ กับ เข็ม เหมือน เข็ม นาฬิกา แล เครื่อง นี้ จะ เปน ที่ สังเกต จะ ได้ รู้ ว่า ลม อากาศ หนัก แล เบา ถ้า ว่า ลม อากาศ เบา กว่า เคย เปน ปรอด จะ ทรุด ลง ข้าง ก้น ท่อ ที่ ตัน นั้น แล จะ ขึ้น ข้าง ปาก ท่อ ที่ เบิด นั้น ลูก ถ่วง ด้าย นั้น จะ พาน ให้ เข็ม ลง ถ้า ลม อากาศ หนัก กว่า เคย เปน ปรอด จะ ขึ้น ข้าง ท่อ ตัน จะ ทรุด ลง ข้าง ท่อ เบิด เข็ม ก็ จะ กลับ ขึ้น ตาม หนัก มาก แล น้อย แล เครื่อง นี้ เขา ได้ ใช้ ใน กำปั่น มาก จะ เปน ที่ สัง เกต ว่า ลม อากาศ หนัก แล เบา ถ้า นาย กำปั่น อยู่ ที่ ใด ๆ เหน ว่า เข็ม นั้น ลง ก็ รู้ ว่า ลม อากาศ นั้น เบา นัก นาย กำปั่น ก็ รู้ เปน สำคัญ ว่า จะ บังเกิด พยุห์ แล ลม ฝน อัน ใหญ่ ใน ที่ นั้น ๚ะ
๏ แล ที่ เรา ได้ ว่า แต่ ก่อน ว่า ลม อากาศ นิ้ว แล นิ้ว ทั่ว ไป หนัก สิบ ชั่ง นั้น เรา ได้ ว่า เมื่อ ลม อากาศ บริสุทธิ์ ปราศจาก หมอก แล เมฆ แต่ ทว่า ลาง ที่ ลม อากาศ ก็ เบา ลง กว่า สิบ ชั่ง บ้าง ถึง แปด ชั่ง เก้า ชั่ง บ้าง ใน ที่ แห่ง นั้น เมื่อ เปน ร้อน หลาย วัน อยู่ ใน ที่ ใด ๆ ลม อากาศ ที่ ติด กับ แผ่นดิน ก็ เปน ร้อน เมื่อ ร้อน แล้ว ก็ จะ เบา จะ ลอย ขึ้น แล ลม อา กาศ ที่ แห่ง อื่น จะ ไหล เข้า ไป อยู่ ที่ นั้น ให้ เปน หนัก เสมอกัน แล อาย น้ำ อาย ดิน เมื่อ เปน ร้อน ก็ ลอย ขึ้น ใน ลม อากาศ พร้อม กัน กับ ลม อากาศ ที่ ร้อน นั้น เปน หมอก เปน เมฆ เมื่อ เปน ร้อน นัก หลาย วัน ใน ที่ อัน ใหญ่ ก็ ให้ ลม อากาศ เปน เบา นัก อยู่ ที่ นั้น แล ลม อากาศ อยู่ ที่ อื่น ก็ จะ ไหล พัด ไป อยู่ ใน ที่ นั้น จะ บังเกิด ลม มา ทุก ทิศ เปน พยุห์ ใหญ่ เหมือน ที่ เกิด ใน ทเล ใหญ่ บ่อย ๆ เมื่อ นาย กำปั่น เหน ปรอด ใน บโรเมเตอ ก็ รู้ ว่า ลม อากาศ เบา ไป นัก จะ บังเกิด ลม พยุห์ ใหญ่ ก็ จะ ต้อง จัด แจง กำปั่น ให้ ดี ๚ะ
๏ อีก ประการ หนึ่ง มี ลม พัด มา แต่ ทิศ ข้าง เหนือ หก เดือน แล้ว ก็ กลับ พัด มา แต่ ทิศ ข้าง ใต้ หก เดือน เปน เพราะ เหตุ ลม พัด ไป ตาม พระ อาทิตย์ เมื่อ พระ อาทิตย์ ไป ข้าง ใต้ ก็ ให้ อากาศ ร้อน เบา ขึ้น อยู่ ที่ นั้น ลม อากาศ อยู่ ข้าง เหนือ ก็ จะ ไหล ไป อยู่ ที่ นั้น เปน ลม พัด ไป แต่ ข้าง เหนือ ไป สู่ ทิศ ใต้ ที่ พระ อาทิตย์ ตั้ง อยู่ นั้น เมื่อ พระ อาทิตย์ ไป ข้าง เหนือ ก็ ให้ ลม อากาศ ร้อน เบา ไป อยู่ ที่ นั้น ลม อากาศ อยู่ ข้าง ใต้ จะ ไหล ไป อยู่ ที่ นั้น เปน ลม พัด มา แต่ ข้าง ใต้ ไป สู่ ทิศ ข้าง เหนือ ที่ พระ อาทิตย์ ตั้ง อยู่ เหมือน กัน เพราะ เหตุ ดัง นั้น ลม จึ่ง พัด ไป ข้าง เหนือ หก เดือน พัด ไป ข้าง ใต้ หก เดือน ตาม พระ อาทิตย์ ไป ดัง นั้น ๚ะ
๏ ใน กาล ก่อน นั้น มี ตัว อูฐ เข้า มา เฝ้า ที่ เขา ถือ ว่า เปน เจ้า อูฐ นั้น คุก เข่า ลง ร้อง ทุกข์ แก่ ยูบีเตอ ว่า ข้าพเจ้า เปน สัตว ทน ความ ลํบาก น้า เพราะ ความ ที่ ไม่ มี เขา ศีศะ ฤๅ เครื่อง อาวุธ อื่น ๆ ที่ จะ รักษา ตัว เหมือน วัว ผู้ แล สัตว อื่น ต่าง ๆ ขอ ท่าน ได้ โปรด ให้ ข้าพเจ้า มี เขา ฤๅ เครื่อง อื่น ๆ ที่ จะ ให้ เรา ต่อ สู้ พวก สัตรู ของ เรา ได้ ตาม ที่ ท่าน จะ เหน ควร ฝ่าย ยูบี เตอ ได้ ยิน คำ ร้อง ทุกข์ เปน ความ ที่ ไม่ ควร ปราถนา ดัง นั้น ก็ อด หัวเราะ ไม่ ได้ แล้ว จึ่ง บอก อูฐ ว่า เรา จะ ไม่ ทำ ตาม เจ้า ใน ข้อ นั้น เลย แต่ เรา จะ ลงโทษ แก่ เจ้า เพราะ เจ้า บังอาจ มา ขอ ที่ ไม่ สม ควร จะ ขอ นั้น ตั้ง แต่ นี้ ไป จะให้ เจ้า มี หู สั้น ไป เพื่อ จะ ได้ เปน ที่ ประกาศ ซึ่ง ความ ผิด ของเจ้า ต่อ ๆ ไป เปน นิจ แล ๚ะ
| กำปั่น เข้า ออก ใน กรุง เทพ | ||||||
| แต่ วัน อังคาร เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๒ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ๑๑ แรม ๔ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เส่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เส่า ก ส ค แทน กำปั่น เส่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| วิลเลม | ก ๒ ส ค ฮอลันดา | ๖๙๗ | เยซตวาด | บอนิโอ กำปนี | ซุระบายะ | ขึ้น ๑๓ ค่ำ |
| แคดคิซ | ก ก ฟ สยาม | — | พระปรีชาจานสมุท | — | เมือง ลคร | ขึ้น ๑๓ ค่ำ |
| เฮะกาดิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | เลารี่ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| นะระเบน | ก ก ฟ สยาม | — | ตวน | — | เมือง ลคร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| บัวแก้ว | ก ๒ ส ค สยาม | ๓๓๘ | แซนดัล | ลิเฮงลี่ | ฮ่องกง | แรม ๑ ค่ำ |
| โรซะมอนด | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๒ | มอเตลแมน | จิ่น | สิงฆโปร | แรม ๒ ค่ำ |
| กอนฟุซิอัซ | ก ส ค สยาม | ๒๕๘ | ซิมปะซัน | จิ่น | สิงฆโปร | แรม ๓ ค่ำ |
| แมกอะลิสเตอร์ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๒ | ตัลลอค | บอนิโอ กำปนี | สิงฆโปร | แรม ๔ ค่ำ |
| มงกุฎ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๕๘ | ลอฟ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๔ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๗ | ไฮคะ | จิ่น | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๔ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๙๐ | ไวตะ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๑๓ | โมละเซน | มากวาลด์ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| ขุนฮวด | ก ๒ ส ค สยาม | ๒๐๘ | จิ่น | จิ่น | สิงฆโปร | แรม ๑ ค่ำ |
| กิกิโร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๙๐ | แคนเยอร | จิ่น | ฮ่องกง | แรม ๒ ค่ำ |
| ซงเบ้ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | โยนซะ | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกง | แรม ๒ ค่ำ |
| เอมมะ | ก ๒ ส ค เยอรแมน | ๕๐๕ | แกดิง | วินดซอ โรซ แอน โก | ยุรโป | แรม ๒ ค่ำ |
| คอยพีน | ก ๒ ส ค อะเมริกัน | ๗๗๑ | ไคนะ | มากวาลด์ แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๓ ค่ำ |
| เฮกาดิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | เลารี่ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๔ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า วิลเลม บันทุก อับเฉา ๓๐๐ ตัน ๏ นะระเบน เครื่อง จักร เสีย ต้อง กลับ ๏ บัวแก้ว บันทุก ห่อ ๒๑ ๕๔๖ | ||||||
| เปน สินค้า ต่าง ๆ ๏ โรซมอนด บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาร ดาษฟ้า ๔ คน ๚ะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ รับ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ รับ เมล | ||||||
| สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ สุริวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ กิกิโร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล | ||||||
| จิ่น แล ยิปุ่น ๏ ซงเบ้ง บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ คอยพีน บันทุก เข้า สาร ๏ เฮะกาดิ รับ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๚ะ | ||||||
๏ ขอ คำนับ แจ้ง ความ มา ยัง ครู สมิท ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า ได้ อ่านจดหมายเหตุสยามไสมัย แผ่น วัน พุฒ เดือน สิบ แรมสิบสี่ ค่ำ ปีกา สัปตศก ษาระบาน น่า ว่า เรื่อง เมือง ลังกา กล่าว ด้วย ศาส์ นา พระโคดม พระเยซู ติพระโคดม สรรเสิญพระเยซู ข้าพเจ้า ฟัง เปน ที่ รำคาน ใจ ตา หู ยิ่ง หนัก คิด จะไม่ อยาก อ่าน หนังสือ สยาม ไสมัย นี้ ต่อ ไปอีก เลย ท่าน ครูสมิท นี้ อาธรรพ์ ศาสนา ของ ตัวยก ย่อง ศาสนา เขา สิ ติเตียน ไม่ สมควร เลย พระของไคร ก็ ชม ว่า ดี ไม่ ควร จะ ติ พระเขา ยกย่อง พระตัวเขา จะติพระของ ตัว บ้าง จะ โกรธฤาไม่ ถ้า ไม่ โกรธ ข้าพเจ้า จะแต่ง ความ ลง ใน จตหมายเหตุ ของ ท่าน ชี้ แจง ติโทษ พระเยซู ต่าง ๆ ให้ ปรากฏ แก่ คน ทั่วไป ท่าน ก็ จะไม่ ลง จตหมยเหตุ ให้ ข้าพเจ้า เพราะ รัก พระของ ท่าน ฃอ ให้ ท่าน ถือ ใจ ว่า พระ ของ ใคร ๆ ก็ นับ ถือ พ่อ แม่ ใคร ๆ ก็ นับถือ ถ้า แม้น จะ สอน ศาสนา เยซู ต้อง ตี พิม แจก เขา เปล่า ๆ ไม่ ควร จะ ต้อง ลง จตหมายเหตุ ต้อง เสีย เงิน รับ เขา เสี่ย เงิน ปราถนา จะ อ่าน รู้ ความ ที่ดี เฃาเสียเงิน แล้ว เอา ความ ติ โทษ พระ ของ เขา มา ให้ เขา อ่าน เขา โกรธ มาก ลง มา บ่อย ๆ หลาย หน แล้ว สู้ นิ่งเสีย คิด ว่า จะ เปน ตะละเมื่อ บ่อย ๆ ยัง นี้ จะ ต้อง ต่อ ว่า กัน บ้าง ถ้า และ ท่าน จะ ถือ ใจ ว่า ไม่ ได้ ขอ ง้อ คน ไทย ให้ รับ จด หมายเหตุ ฃอ ให้ ลง มา ในจดหมายเหตุสยาม ไสมัยว่า เสีย เงิน แล้ว จะ ไม่ อยาก รับ ต่อ ไป จะ คืน เงิน ให้ ใคร ที่ ยัง ไม่ ให้ เงิน จะ บอก เลิก หยุด เสีย ก็ ได้ ข้าพเจ้า จะ ขอ ถอน ชื่อ ข้าพเจ้า ไม่ รับ จดมายเหตุ ที่ ชั่ว มา ไว้ ใน เรือน บ้านต่อไป ถ้า ท่าน เปน คนที่ ออก ตัว ว่า เปน คน กลาง จง เอา หนังสือ ฉบับ นี้ ของ ข้าพเจ้า ลง ใน จด หมายเหตุ บ้าง สิ จึง จะ ว่า เปน คน กลาง คนดี ข้าพเจ้า จะ ว่า อย่าง นี้ ท่าน จะโกรธ ก็โกรธ เถิด ๚ะ
๏ จดหมายเหตุ มี เจ้า ของ ผู้ ต้อง ลงทุน ออก เงิน เปลือง เวลา เปน อัน มาก จึง เปนจดหมายเหตุ ขึ้น ได้ ซึ่ง ที่ ละคน ๆ ที่ ออก เงิน ปี ละ หก บาท จะ มา บังคับ เจ้า ของ จดหมายเหตุ ที่ ต้อง ออก ทุน รอน ปี ละ หลาย พัน บาท ไม่ สมควร เลย เจ้า ของ จดหมายเหตุ เหน ว่า สิ่ง ไร จะ เตือน ปัญา ให้ คน ตรึก ตรอง เปรียบ เทียบ ความ ช่วย ให้ คน เหน ดี เหน จริง เหน ควร เหน งาม เจ้า ของ ก็ คง ลง ตาม ชอบ ใจ ของ เจ้า ของ ซึ่ง จะ ลง แต่ ความ ตาม ชอบ ใจ คน ละคน ที่ จะ ซื้อ ที่ อ่าน นั้น รับ ไม่ ได้ ถ้า ไม่ ชอบ ใจ อย่า ซื้อ เจ้า ของ ไม่ ได้ ข่มขี่ให้ ใคร ซื้อ เลย ถ้า นักเลง คน พาล จะ ซื้อ สยาม ไสมัย แล เพราะ เขา ห้าม ไม่ ให้ เอไดตอร ลง ความ ซึ่ง ท่าน ผู้ อื่น แต่ง ติเตียน การ นักเลง ต่าง ๆ นั้น แต่ มา ร้อง ว่า อย่า ห้าม ของ รัก นั้น ผู้ ซึ่ง มา ต่อ ว่า ครั้ง นี้ จะ ว่า กะไร บ้าง พึง เข้า ใจ เถิด นักปราช คง ได้ ปัญา แต่ ของ ที่ ชอบ ใจ แล แต่ ของ ที่ ไม่ ชอบ ใจ ด้วย ถ้า ไม่ เหน ไม่ เชื่อ เหมือน เขา อย่า ห้าม เขา ให้ เขา พูด จน สิ้น เชิง สิ้น ปัญา ของ เขา ถ้า ของ เขา ไม่ จริง ถาวร ไป ไม่ ได้ อยู่ เอง ถ้า ของ เขา จริง ถึง ใคร จะ เคือง สัก เท่า ไร ของ ๆ เขา คง ยั่ง ยืน ถาวร ของ ที่ ไม่ จริง คง เสื่อม สูญ หาย ไป เอง เอไดตอร ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย
ส่ง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤๅ ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤๅ ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤๅ จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมัย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤๅ ออก ถนน ใหญ่ ได้ ด้วย สดวก ( จ ห ) ฯะ
๏ เปน ภาษา อังครึษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลภย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สุน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด