เดือน ๑๑ แรม ๑๒ ค่ำ, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๑๑ วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด แรม ๑๒ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
คำ เตือน สะติ

๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ใน ท้าย หนังสือ นี้ ขอ แสดง ความ เหน ของ ข้าพเจ้า ให้ คน ทั้งหลาย ทราบ แต่ ข้าพเจ้า จะ ขอ ย่น ความ แต่ ย่อ ๆ ภอ เปน นิสัย ปัจจัย แก่ ท่าน ผู้ อ่าน แล ผู้ ฟัง ข้าพเจ้า เหน ว่า คำ ที่ ข้าพเจ้า จะ กล่าว ออก ไป นี้ จะ ผิด ถูก เปน ประการ ใด ก็ ขอ ให้ ท่าน ผู้ อ่าน ผู้ ฟัง อไภย โทษ แก่ ข้าพเจ้า ด้วย เพราะ ข้าพเจ้า เปน คน แซเวศ ไม่ ใช่ เปน คน เยนเตล แมน เหมือน เขา ทั้งหลาย แล เปน คน ยัง อ่อน สติปัญญา ข้าพเจ้า ได้ อ่าน ดู จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ออก เมื่อ วัน พุฒ เดือน สิบ ขึ้น แปด ค่ำ มี ใจ ความ ว่า ด้วย คำ ติเตียน คน ที่ สรรเสิญ แล คน ที่ ติ เตียน ลคร ปรินซะ เทียเตอ นั้น ก็ ถูก แล้ว เพราะ คน เหล่า นี้ เปน คน ทาษ ปัญญา หา ตรึก ตรอง อะไร ไม่ มี แต่ กระดาษ กับ ดินสอ ฤา ปากกา ก็ จะ เขียน หนังสือ ปิด แสตมป ทิ้ง มา ให้ กับ ท่าน เอไดเตอร์ เจ้า ของ จดหมาย เหตุ เท่า นั้น ไม่ รู้ จะ เปน การ ผิด ชอบ ประการ ใด ก็ หา รู้ ไม่ ก็ ซึ่ง ท่าน ผู้ ติเตียน คน ที่ กล่าว ความ เกิน ไป ไม่ น่า ฟัง นั้น ก็ ถูก แล้ว สม ควร ที่ จะ เปน คน เยนเตลแมน ได้ ก็ แต่ ข้าพเจ้า มา พิเคราะ ดู ภาย หลัง ก็ เหน ว่า ท่าน ผู้ นี้ หา เปน คน เยนเตลแมน ที เดียว ไม่ ข้าพเจ้า กลัว ว่า จะ เปน คน ทาษ ปัญญา ดอก กระมัง จึง ได้ กล่าว การ พาด ไป ถึง ผู้ ที่ ร้อง ขอ ให เปลี่ยน ถอด ลูก ขุน ตระลาการ เพราะ คน ที่ กล่าว ว่า จะ ให้ ถอด ลูก ขุน ตระลาการ ข้าพเจ้า เหน ว่า สมควร ด้วย ว่า จะ เปน เหมือน คำ เตือน สะติ ฤา ตัก เตือน ท่าน คอเวินแมน ไม่ เปน การ ผิด อะไร ถ้า ตระ ลาการ นั้น ทำ การ ผิด แล ตัดสิน ความ ไม่ เปน ยุติ ธรรม แล้ว ก็ ควร จะ ถอด ออก จาก ตำแหน่ง นั้น แล เอา ผู้ อื่น เปน แทน จึ่ง จะ สมควร ซึ่ง จะ มา เหน ว่า เปน การ ผิด นั้น ข้าพเจ้า ไม่ เหน ด้วย มิ ใช่ ว่า ผู้ ที่ กล่าว ว่า จะ ให้ ถอด ลูกขุน ตระลาการ นั้น จะ ให้ ถอด ทัน ที่ เมื่อ ไร ก็ มิ ได้ กล่าว เช่น นั้น เลย การ ที่ คอเวินแมน คิด ทำ นั้น เปน การ ใหญ่ ซึ่ง จะ คิด ทำ ให้ แล้ว สำเร็จ โดย เรว นั้น ไม่ ได้ ผู้ กล่าว มา คง จะ ย่อม รู้ จะ ขอ เปรียบ ให้ ท่าน ทั้งหลาย เหน ว่า เมือง ลันดัน ก็ ดี เมือง ฝรั่งเสศ ก็ ดี เมือง อะเมริกะ ก็ ดี เมือง เหล่า นี้ ล้วน เปน เมือง ใหญ่ ทั้งสิ้น ก็ เหตุ ใด เขา จึ่ง จัด แจง การ ให้ เรียบ ร้อย ให้ เปน สิวีไลย ขึ้น ได้ ก็ เมือง เรา คือ เมือง ไทย นั้น เปน เมือง เลก ถ้า จะ เปรียบ กับ เมือง เขา จะ เลก กว่า เมือง เขา สัก หลาย เท่า เหลือ ที่ จะ ประมาณ ถ้า จะ คิด อ่าน ให้ เปน การ จริง ก็ คง จะ ได้ ถึง ส่วย สาอากร จะ ได้ น้อย ก็ คง จะ ใช้ สอย ภอ เพราะ เปน เมือง เลก ถึง เพท บ้าน เพท เมือง จะ มี มา แต่ โบราณ ก็ คง จะ ดัด แปลง ให้ เปน สิวีไลย ขึ้น ได้ ก็ แต่ เดิม คน เมือง ไทย นั้น ตัด ผม มะหาด ไทย ทั้งสิ้น ก็ เหตุ ใด เดี๋ยว นี้ จึ่ง ตัด ผม รอง ทรง กัน ทั้งสิ้น ขอ ตรึก ตรอง ดู แต่ เท่า นี้ เถิด แล จะ ขอ กล่าว อีก สัก ข้อ หนึ่ง ว่า ซึ่ง ข้าพ เจ้า อ่าน ดู ภบ ว่า เลี้ยง ลูกขุน ตระลาการ เหมือน เลี้ยง เสือ ซึ่ง จะ ให้ เสือ อด กิน เนื้อ สัตว นั้น ไม่ ได้ ต่อ เมื่อ ไร ให้ เนื้อ สัตว แก่ เสือ ภอ กิน จึ่ง จะ ได้ ข้อ นี้ ดู เหมือน เปน การ ไม่ จริง มี นิทาน อยู่ เรื่อง หนึ่ง เปน นิทาน อังกฤษ ว่า ด้วย คน เลี้ยง เสือ ยัง มี คน ผู้ หนึ่ง เดิน ไป ตาม ทาง ใน ป่า เหน ลูก เสือ นอน อยู่ ข้าง ทาง สาม สี่ ตัว แต่ หา เหน แม่ เสือ ไม่ คน ผู้ นั้น มี จิตร คิด อยาก จะ ได้ ลูก เสือ มา เลี้ยง ดู ว่า ลูก เสือ นั้น จะ เชื่อง ฤา ไม่ จึ่ง เดิน เข้า ใกล้ ลูก เสือ นั้น แล้ว ก็ อุ้ม ลูก เสือ ตัว หนึ่ง กลับ ไป บ้าน ของ ตน เวลา นั้น แม่ เสือ หา อยู่ ไม่ ไป หา กิน ใน ป่า ครั้น คน ผู้ นั้น เอา ลูก เสือ มา เลี้ยง ไว้ ลูก เสือ นั้น ก็ ค่อย เชื่อง ลง ทุก ที แล คุ้น เคย กับ คน ทั้งหลาย ที่ ไป มา บน เรือน ของ คน ผู้ นั้น แล มิ ได้ แสดง การ เกลี่ยด ชัง ต่อ ผู้ ใด เลย เจ้า ของ ก็ ซื้อ เนื้อ ให้ ลูก เสือ กิน อิ่ม เสมอ เปน นิจ ทุก วัน ครั้น อยู่ มา วัน หนึ่ง เปน เหตุ ที่ จะ แสดง ความ ร้าย ของ มัน ออก ให้ คน เหน บังเอิน ให้ เจ้า ของ นั้น นอน หลับ แล ลูก เสือ นั้น เคย มา แสดง ความ รัก ต่อ เจ้า ของ ทุก วัน เคย เลีย บ้าง เคย กระโดด บ้าง ครั้น เมื่อ เจ้า ของ นอน หลับ ลูก เสือ ก็ มา เลีย ที่ มือ เจ้า ของ ครั้น เลีย นาน ไป โลหิต ก็ ไหล ออก เขา ย่อม ว่า ลิ้น สัตว ที่ เปน ชาติ เสือ ฤา สิงโต นั้น มี ลิ้น อยาบ นัก เสือ นั้น ครั้น เมื่อ ได้ กลิ่น เลือด ก็ ยิ่ง เลีย ต่อ ไป จน เจ้า ของ รู้ สึก ตัว เจบ ตื่น ขึ้น ครั้น เจ้า ของ ตื่น แล้ว เหน โลหิต เข้า มี ความ ตก ใจ จึ่ง ชัก มือ ของ ตน ออก เสือ นั้น ยิ่ง กัด เอา มือ ไว้ มิ ยอม ที่ จะ ให้ เจ้า ของ ชัก ออก มา ได้ เลย เจ้า ของ จึ่ง ดิ้น เสือ นั้น ก็ ยิ่ง กัด เอา ไว้ แน่น ครั้น พวก บ่าว เมื่อ ได้ ยิน นาย ดิ้น จึ่ง ออก มา มอง ดู เหน ลูก เสือ กัด มือ นาย ไว้ แล คำราม ด้วย เสียง อัน ดัง ประดุจ หนึ่ง ว่า เสือ นั้น กัด ได้ ลูก โค ฤา ลูก แพะ ครั้น เมื่อ เจ้า ของ เหน เบ่า เข้า จึ่ง บอก ให้ บ่าว ไป เอา ปืน มา จึ่ง ได้ ยิง เสือ นั้น ตาย ก็ ขอ ท่าน ผู้ ที่ มี ปัญญา จง ตริก ตรอง ดู เถิด ว่า แต่ ให้ เสือ กิน อิ่ม อยู่ เสมอ แล้ว ก็ เสือ ยัง กัด เอา เจ้า ของ ได้ ธรรมดา เปน ชาติ เสือ แล้ว ก็ ไม่ ทิ้ง เพท เสือ นั้น ได้ ลูกขุน ก็ ดี ตระลาการ ก็ เหมือน กัน ถึง จะ ให้ กิน เบี้ย หวัด เงิน เดือน สัก เพียง ไร ก็ ยิ่ง ไม่ หาย โกง เปน นิสัย ของ ตน เอง ซึ่ง จะ ให้ วัว แปลง เปน เสือ ฤา เสือ แปลง เปน สิงโต นั้น ไม่ ได้ จบ ความ เหน ของ นาย พัน นาย มุ้ย แต่ เท่า นี้ ๚ะ

๏ ถ้า พระ เจ้า ผู้ประกอบ ด้วย สรรพริทธ ไม่ เปลี่ยน ใจ มะนุษ ให้ หาย ขาด จาก บาป ไป ได้ คน บาป คน โกง คง เปน คน บาป คง โกง อยู่ นั่น เอง จำเพาะ พระเจ้า ผู้ ประกอบ ด้วย สรรพริทธ โปรด เปลี่ยน ใจ มะนุษ ให้ เกลี่ยด การ บาป การ ร้าย การ ไม่ ซื่อสุจริต ได้ เมื่อ คน ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง รู้ ถึง พระเจ้า องค์ นี้ แล นมัสการ ขอ ให้ พระเจ้า องค์ นี้ โปรด ล้าง ผลาน ใจ โกง ให้ มี ใจ เชื่อ ใจ รัก การ ซื่อ สุจริต แล้ว จึ่ง จะ มี คน ซื่อ เกิด ชื้น เปน อัน มาก เปน พื้น ใน แผ่นดิน บ้าน เมือง เมื่อ มี คน ซื่อ เปน อัน มาก แล้ว ใน หลวง จะ หา คน โปรด ให้ มี ตำแหน่ง ขึ้น มี ที่ เลือก แล้ว เมื่อ คน ซื่อ คน กลัว บาป เปน พวก ข้า ราชการ ทั้ง นั้น แล้ว ใน หลวง ทั้ง อนา ประชาราษฎร ทั่ว ตลอด พระราช อณาเขตร คง มี ความ สบาย ความ จะเจริญ ยิ่ง ๆ ขึ้น ไป ทุก วัน เอไดตอร ๚ะ

คำ ชน สรรเสริญ

๏ ข้าพเจ้า ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เจ้า ของ สยาม ไสมย ด้วย ท่าน เปน คน ใจ บุญ ช่วย ทุกข์ ราษฎร ขอ ท่าน ได้ เอา คำ สรรเสริญ ของ ข้าพเจ้า ลง ใน สยาม ไสมย ด้วย ตัว ข้าพเจ้า อยู่ ใน กรุง เทพ คิด พร้อม ใจ กัน รวม ทั้ง ชาย ทั้ง หญิง แขก ฝรั่ง ไทย จีน ขอ สรร เสริญ พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น พิชิต ปรีชากร ด้วย ข้าพเจ้า ทราบ ว่า พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ เลื่อน กรม ขึ้น จะ เปน กรม หลวง ข้าพเจ้า มี ความ ชื่น ชม ขอบ พระเดช พระคุณ ล้น เกล้า ฯ หา ที่ สุด มิได้ ท่าน พระองค์ นี้ มี พระไทย ยิน ดี แก่ ข้า ราชการ ท่าน เปน ผู้ เมตา กรุณา ปรานี แก่ สัต ผู้ ยาก มิ ได้ เบียด เบียฬ เหน แก่ ลาภ ท่าน เหน แก่ ราชการ แสวง หา ความ ชอบ ท่านุ บำรุง บ้าน เมือง ให้ เรียบ ร้อย ท่าน เอา ใจ ใส่ ใน ราชการ ท่าน จึ่ง ทรง เหน ว่า ทุก วัน นี้ ราษฎร เปน ถ้อย ความ กัน ด้วย เรื่อง ทาษ เรื่อง กู้ หนี้ เรื่อง ทำ สัญญา ใน เรื่อง สาร กรมธรรม์ นี้ มาก นัก ท่าน จึ่ง ทรง คิด มิ ให้ ราช ฎร ลำบาก ด้วย เรื่อง เปน ความ กัน ฉ้อ ฉน กัน แล ให้ มี ประโยชน์ แก่ แผ่นดิน จึ่ง จัด ทำ หนังสือ พิมพ์ ขึ้น ไว้ ใหม่ ถ้า ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด จะ ทำ สารกรม ธรรม์ ก็ ให้ เขียน ด้วย หนังสือ พิมพ์ ที่ ท่าน คิด ทำ ไว้ ตั้ง แต่ หนังสือ พิมพ์ ท่าน ออก จำหน่าย ไป ราษฎร ใน กรุง นอก กรุง มี ความ ศุข มาก ขึ้น มิ ได้ ฉ้อ ฉน กัน ได้ ไม่ เหมือน แต่ ก่อน แล เงิน แผ่นดิน ก็ มี ประโยชน์ ด้วย ราคา ท่าน ทำ มา แต่ นอก ปึ้ง ละ เหรียน ท่าน จำหน่าย ปึ้ง ละ สาม ตำลึง ได้ ประโยชน์ แก่ แผ่นดิน ถึง ๑๐ บาท กว่า ให้ ราษฎร ซื้อ ขาย กัน แต่ ใบ ละ เฟื้อง บัด นี้ อำเภอ ยัง เบียด เบียฬ ฉ้อ เอา ถึง ใบ ละ สลึง ส่อง สลึง ข้าพเจ้า ทั้งหลาย เกิด มา อายุ ได้ เท่า นี้ แล้ว ยัง เหน ว่า ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย ที่ จะ คิด อ่าน ให้ ราษฎร มี ความ ศุข แล ให้ เปน ประโยชน์ แก่ แผ่นดิน นั้น น้อย ตัว คน มัก แสวง หา ผล ประโยชน์ ของ ตัว ปลูก ตึก ขึ้น ไว้ โต ใหญ่ เที่ยว รังแก ราษฎร ฉุด ลาก ลูก สาว เอา มา เปน เมีย มัว เมา อยู่ แต่ ลูก เมีย ไม่ ใคร่ จะ เอา ใจ ใส่ แก่ ราชการ ไม่ ถ้า ท่าน มี บุญ ขึ้น อีก เหมือน ที่ ว่า มา นี้ ราษฎร จะ มี ความ ศุข ขึ้น มาก คน ซึ่ง เข้า มา เปน ข้า พึ่ง บุญ ท่าน น้อย เขา ไป พึ่ง บุญ ท่าน ที่ มี บุญ มาก คน ทั้งหลาย ไม่ รู้ ว่า ท่าน จะ มิ ต่อ ไป แล รั้ว วัง ท่าน ก็ ไม่ ครึก ครื้น ท่าน ทั้ง หลาย ไม่ อาจ จะ เข้า มา เปน ข้า ท่าน ด้วย ท่าน ยัง ไม่ มี บุญ มี อำนาจ พระ องค์ ท่าน สติ ปัญญา มาก นัก ดู เหมือน ว่า สิ้น สมเด็จ เจ้า พระยา แล้ว ไม่ มี ท่าน ผู้ ใด จะ มา เหมือน พระองค์ ท่าน จะ มี อยู่ สอง แต่ กรม หมื่น เทวะวงษ วะโรประการ แต่ เท่า นั้น ๚ะ


ทัพ ที่ จะ ไป รงับ การ ฝ่าย เหนือ

๏ วัน จันทร เดือน สิบเอจ แรม สาม ค่ำ เวลา ย่ำค่ำ พระมนตรี พจนกิจ นำ เจ้า หมื่น ไวยรนารถ แม่ ทัพ แล พระ พหลพล พยุห เสนา ๑ หลวง หัดถสาร ศุภกิจ ๑ หลวง ดัษกร ประสาศ ๑ หลวง อาจหาญ ณรงค์ ๑ หลวง จำนง ยุทธกิจ ๑ หลวง วิชิตชาญ ศึก ๑ หลวง โยธาณ ติการ ๑ หลวง วิเลิศ สุรการ ๑ กับ นาย จ่าย วด ๑ แล นาย ทัพ นาย กอง กราบ ถวาย บังคม ลา ไป ราชการ ทัพ ปราบ พวก อ้าย ฮ่อ ซึ่ง เปน โจร ใน หัว เมือง ฝ่าย เหนือ แล้ว พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว จึ่ง ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ พระ ราชทาน แหวน เพชร วง ๑ พาน ทอง เล็ก พาน ๑ เงิน ตรา ห้า สิบ ชั่ง เสื้อ เยียร บับ ๑ เสื้อ เสื้อ ริ้ว ทอง ๑ เสื้อ แก่ เจ้า หมื่น ไวย วรนารถ กับ พระ ราชทาน เสื้อ เข้ม ขาบ ริ้ว แก่ พระ พหลพล พยุห เสนา ๑ เสือ ครั้น พระ ราชทาน เสื้อ ผ้า สิ่ง ของ แก่ นาย ทัพ นาย กอง ตาม สมควร แล้ว จึ่ง มี พระบรม ราชโองการ โปรด เกล้า ฯ พระ ราชทาน ไชย มงคล แก่ แม่ ทัพ แล นาย ทัพ นาย กอง ครั้น สิ้น ราชการ แล้ว เวลา ทุ่ม เศษ เสดจ ขึ้น ๚ะ

๏ ท่าน เจ้า หมื่น ไวย วรนารถ แม่ ทัพ กำหนด จะ ยก ณวัน อังคาร เดือน ๑๑ แรม ๑๑ ค่ำ ปีรกา สัปตศก ๑๒๔๗ เวลา เช้า สอง โมง แต่ ได้ ยก ล่วง น่า ไป แล้ว นั้น ณวัน เสาร เดือน ๑๑ แรม ๘ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ เวลา เช้า เต๋ สอง โมง เรือ ไฟ หลาย ลำ เบ่น อัน มาก ลาก จูง เรือ บันทุก ของ แล ทหาร สำหรับ จะ รงับ การ โจร จีน ฮ่อ ฝ่าย เหนือ นั้น ๚ะ

ข่าว ตาย

๏ มิศเตอร์ อันเดอร เอนเยนอีร ที่ สอง ใน กำปั่น ไฟ อังครึษ ชื่อ มงกุฏ ตก น้ำ ตาย เมื่อ วัน อาทิตย์ เดือน สิบเอ็ด แรม เก้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สับตศก ๚ะ

โรง เรียน นันทยุทยาน

๏ สกุล นันทยุทยาน นี้ เปน สกุล ที่ หนึ่ง ที่ สมเด็จ พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ได้ ทรง พระราช ดำหริ ตั้ง ขึ้น ก่อน กว่า สกุล ทั้งหลาย บรรดา ที่ ตั้ง ขึ้น ใน กรุง สยาม นี้ ๚ะ


๏ วัน ที่ สอง เดือน ยันยวารี คฤศต ศักราช ๑๘๗๙ ปี ตรง กัน กับ ณวัน ประหั้บดี เดือน ยี่ ขึ้น สิบ ค่ำ ปี ขาล สำเรทธิศก ศักราช ๑๒๔๐ เปน วัน ที่ ได้ ตั้ง ต้น เปิด สกูล นันทยุทยาน ใน คราว นั้น มี นักเรียน หลวง ๕๐ คน นักเรียน สมัค ๕๐ คน รวม นักเรียน ๑๐๐ คน นักเรียน ทั้งหลาย ล้วน ได้ เรียน หนังสือ ภา ษา อังกฤษ บ้าง เรียน หนังสือ ไทย บ้าง มี ครู ต่าง ประเทศ สำหรับ สอน หนังสือ ภาษา อังกฤษ ๓ คน ครู ไทย สำหรับ สอน หนังสือ ไทย ๔ คน รวม เปน ครู สอน ๗ คน ธรรมเนียม การ สอน แล การ เล่า เรียน ใน สกูล นันทยุทยาน นี้ ครู สอน ทั้งหลาย ได้ ตั้ง ลง ไว้ เปน เหมือน อย่าง การ สอน แล การ เล่า เรียน ใน ประเทศ ทิศ ตวัน ตก ครั้น กาล ล่วง มา ถึง ณวัน ศุกร์ เดือน ยี่ ขึ้น เจ็ด ค่ำ ปี เถาะ เอกศก ศักราช ๑๒๔๑ เปน วัน ที่ บรรจบ รอบ แห่ง การ เล่า เรียน ครู ทั้งหลาย จึ่ง ประชุม นักเรียน ทั้งปวง พร้อม กัน ไล่ สอบ ทั้ง หนัง สือ อังกฤษ แล หนังสือ ไทย แล ใน การ ที่ ประชุม ไล่ สอบ หนังสือ นั้น มี พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น พิชิต ปรีชากร ๑ พระยา ศรี สุนทร โวหาร ๑ เปน ประ ธาน แก่ คน ทั้งหลาย คือ คน ชาว สยาม บ้าง แล คน ต่าง ประเทศ บ้าง มา ประชุม ฟัง อยู่ ครั้น การ ไล่ สอบ หนังสือ นักเรียน หยุด ลง ณครั้ง นั้น คน ทั้งหลาย ก็ กล่าว วาจา สรรเสิญ ชม การ สอน แล การ เล่า เรียน มี ประการ ต่าง ๆ แล้ว พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น พิชิต ปรีชากร จึ่ง เสด็จ จาก ที่ ประทับ ทรง ยืน ประดิษ ฐาน ณะ เบื้อง น่า แห่ง นักเรียน ทั้งหลาย แล้ว จึ่ง ทรง ประกาศ ตัก เตือน เปน ใจ ความ ว่า ดี แล้ว นักเรียน ทั้งหลาย จง อุส่าห์ มี ความ เพียร เรียน ทั้ง หนังสือ อังกฤษ แล หนังสือ ไทย ให้ ได้ จริง จะ ได้ เปน คุณ เปน ประโยชน์ แก่ แผ่นดิน สืบ ต่อ ไป แล จง มี ความ กตัญญู กตเวที ใน พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ที่ พระองค์ ทรง พระ เมตตา สู้ เสีย สละพระราช ทรัพย์ ออก จับ จ่าย อุด หนุน การ สอน แล การ เล่า เรียน ให้ ตั้ง ขึ้น ได้ เช่น นี้ พระเดช พระคุณ เปน ล้น เกล้า ฯ ครั้น ทรง ประกาศ ตัก เตือน ฉะนี้ แล้ว จึ่ง ทรง พระราช ทาน รางวัล แก่ นักเรียน บาง คน ผู้ ที่ มี ความ ชอบ ใน หนังสือ แล ไล่ หนังสือ ได้ ทั้ง หนังสือ ไทย แล หนังสือ อังกฤษ อนึ่ง ไล่ หนังสือ ได้ แล พระราช ทาน ความ ชอบ ให้ เช่น นี้ เปน การ ดี ที่ จะ ให้ นัก เรียน ทั้งหลาย มี ความ อุส่าห ใน การ ที่ จะ ทำ ความ รู้ ของ ตน ให้ วิเสศ ขึ้น ๚ะ

๏ การ ไล่ หนังสือ อังกฤษ แล ไล่ หนังสือ ไทย ใน สกูล นันทยุทยาน คราว นี้ เปน คราว แรก ที่ ได้ มี ขึ้น ใน ประเทศ สยาม แล การ ไล่ หนังสือ นักเรียน ใน สกุล นี้ ก็ ได้ มี มา โดย ลำดับ ตลอด ถึง หก ปี ๚ะ

๏ อนึ่ง การ เล่า เรียน หนังสือ ภาษา ต่าง ประเทศ นี้ มี บาง คน ย่อม คิด เหน ไป ว่า คำ จะ ต้อง ส่ง บุตร์ ของ ตน ไป เรียน ยัง เมือง นอก จึ่ง จะ รู้ หนังสือ ภา ษา อังกฤษ โดย อย่าง เลอียด ได้ ก็ เมื่อ มี โรง เรียน แล ครู ต่าง ประเทศ รู้ หนังสือ ไทย ส่อน ได้ ทั้ง ภาษา อังกฤษ แล ภาษา ฝรั่งเสศ เยอรมัน มี อยู่ ฉะ นี้ แล้ว จะ ให้ บุตร ของ ตน เรียน หนังสือ ภาษา ต่าง ประเทศ ใน เมือง นี้ ก็ ได้ เพราะ ว่า ครู ส่อน ใน สกุล สยาม นี้ ชำนาญ ทั้ง ภาษา ไทย แล ภาษา อังกฤษ ถ้า มี ผู้ มา เรียน หนังสือ อังกฤษ ต่อ ครู เช่น นี้ เหน ว่า จะ รู้ หนังสือ อังกฤษ เลอียด กว่า ผู้ ไป เรียน ที่ เมือง นอก เพราะ ว่า ครู เช่น นี้ บอก ได้ แล แปล ได้ ด้วย เปน ประโยชน์ แก่ นักเรียน ทั้งสอง ฝ่าย ๚ะ

๏ อนึ่ง ถ้า นักเรียน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เรียน หนังสือ ภาษา อังกฤษ แล้ว จง แสวง หา ครู ที่ รู้ ทั้ง หนังสือ ภาษา ไทย แล หนังสือ ภาษา อังกฤษ ด้วย ถ้า ได้ ครู อย่าง นี้ ส่อน แล้ว นักเรียน ผู้ นั้น ก็ จะ เปน คน มี ความ รู้ อัน เลอียด สามารถ จะ แปล ได้ ทั้ง หนัง สือ ไทย แล หนังสือ อังกฤษ ๚ะ

๏ ถ้า นักเรียน ผู้ ใด ไป เรียน หนังสือ อังกฤษ ต่อ ครู ต่าง ประเทศ ที่ ไม่ รู้ หนังสือ ภาษา ไทย แล้ว นัก เรียน ผู้ นั้น ก็ จะ อ่าน ได้ แต่ หนังสือ อังกฤษ แล อ่าน คล่อง ดี ที่ เดียว แต่ หา เข้า ใจ ความ แปล อย่าง ไร ไม่ อุประมา เหมือน คน ชาว สยาม บาง คน ที่ ได้ เล่า เรียน หนังสือ สวด มนต์ ที่ เปน ภาษา บาฬี อ่าน ได้ เขียน ได้ ทั้ง อ่าน ทั้ง เขียน ได้ คล่อง ทั้ง สอง อย่าง แต่ ว่า หา เข้า ใจ ความ แปล ของ บาฬี นั้น อย่าง ไร ไม่ เพราะ เหตุ ฉะนี้ ข้าพเจ้า จึ่ง เหน ว่า ครู ผู้ ส่อน หนังสือ ภาษา ฝ่าย อังกฤษ นั้น ถ้า ไม่ รู้ หนังสือ ภาษา ไทย แล้ว แล จะ ส่อน นักเรียน ให้ เปน คน มี ความ รู้ กว้าง ขวาง แล ใช้ การ ดี โดย เลอียด เพื่อ คุณ ประ โยชน์ แก่ แผ่นดิน นั้น เหน ว่า จะ เปน ที่ ขัด ขวาง มาก กลัว จะ เปน เช่น อย่าง คน ไทย บาง คน ที่ เล่า หนัง สือ สวด มนต์ คล่อง ฉนั้น ๚ะ

๏ นักเรียน ที่ ไป เรียน หนังสือ อังกฤษ ที่ เมือง นอก นั้น ครู ผู้ จะ ส่อน ก็ ไม่ รู้ หนังสือ ภาษา ไทย ฝ่าย นักเรียน ไทย ก็ ยัง ไม่ รู้ หนังสือ ภาษา อังกฤษ ถ้า นักเรียน เรียน หนังสือ อังกฤษ ได้ แล้ว จะ คิด แปล เปน ภาษา ของ ตัว แล มี ความ ขัด ข้อง อยู่ ถาม ครู ครู ก็ ไม่ สามารถ จะ บอก ได้ เพราะ ครู ไม่ รู้ หนังสือ ภาษา ไทย ๚ะ

๏ เหตุ ฉะนี้ จึ่ง เหน ว่า ธรรมเนียม ครู ส่อน กับ นักเรียน จำ ต้อง รู้ หนังสือ ภาษา ของ นักเรียน บ้าง จึ่ง จะ สอน แล เรียน กัน ได้ โดย สดวก แล วิชา ความ รู้ ของ นักเรียน ที่ ได้ เรียน ต่อ ครู ผู้ ชำนาญ ใน หนังสือ ทั้ง สอง ฝ่าย เช่น นี้ สมควร ที่ จะ เปน คุณ เปน ประโยชน์ แก่ แผ่นดิน สืบ ต่อ ไป แมกฟาแลนด์ ๚ะ


เหตุ ให้ มี ความ เจริญ

๏ ข้าพเจ้า มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เอไดตอร ทราบ ด้วย ว่า ข้าพเจ้า ได้ รับ สยาม ไสมย ของ ท่าน มี ความ ชอบ ใจ ท่าน เปน อัน มาก ใน เล่ม ๔ แผ่น ๙ ว่า ด้วย ผู้ ที่ ไป เรียน หนังสือ เมือง นอก นั้น ข้าพเจ้า ผู้ มี ปัญญา น้อย จะ ขอ กล่าว ต่อ ไป บาง คน ก็ มี ความ เพียร เล่า เรียน รู้ มาก แต่ เขา ไม่ อวด ตัว ว่า รู้ มาก คน ที่ บิดา มารดา ของ ท่าน ที่ มี เงิน มาก น้อย คน ที่ จะ อุส่าห์ เล่า เรียน ขี้ มัก พูด กัน ว่า รู้ ก็ ชาม หนึ่ง ไม่ รู้ ก็ ชาม หนึ่ง เพราะ ฉะนั้น พวก ที่ อยู่ ใน ทวีป อินเดีย ไม่ ค่อย มี วิชา ไม่ เหมือน อย่าง คน ใน ทวีป ยุโรป จะ ขอ กล่าว การ ยุติธรรม ที่ จะ เชื่อ ฟัง ได้ ชาว ยุโรป แล อะเมริกัน รัก เพื่อน มนุษ ซึ่ง กัน แล กัน ใน ประเทศ ของ เขา ไม่ เบียด เบียฬ กัน ก็ เพราะ ว่า คอเวินแมนต์ แล ตระลาการ ของ เขา เปน คน อยู่ ใน ยุติธรรม แล มี ความ เจริญ ผาศุก รัก ธง ของ เขา ซึ่ง พวก ใด แล ภาษา ใด จะ ยก เอา ธง ของ เขา ไป นั้น ไม่ ได้ พวก เขา สู้ ตาย ไป ด้วย ธง ของ เขา ไม่ เหมือน อย่าง ใน ประเทศ นี้ ข่ม ขี่ ข่มเหง ซึ่ง กัน แล กัน เพราะ เปน เหตุ ฉะนั้น ผู้ น้อย ต้อง หา ที่ เย็น ไม่ ชอบ ที่ ร้อน ถ้า ท่าน ตระ ลาการ ทำ การ ยุติธรรม แล้ว ถึง ว่า พวก สยาม ก็ จะ รัก ธง ของ ตัว ซึ่ง ภาษา อื่น จะ มา พูด ด้วย เรื่อง อะไร แล้ว ก็ คง จะ ไต้ ตอบ ก็ อย่า ดู แต่ อื่น แต่ ไกล เลย ใน ซะเตรด เซตเตลแมน คือ สิงฆโปร มลากา ปีแนง เปน หัว เมือง ขึ้น แก่ อังกฤษ ชาติ อื่น ภาษา อื่น ไป อยู่ ที่ หัว เมือง เหล่า นี้ ก็ ต้อง อยู่ ใน กฎหมาย อินเตอรเนเชอนัล ลอ ถ้า หาก ว่า ตระลาการ ใน เมือง นี้ ไม่ เบียด เบียฬ แล ข่มเหง ซึ่ง กัน แล กัน ก็ คง จะ เปน ไป ได้ บ้าง เล็ก น้อย คน ใน ประเทศ สยาม นี้ ซึ่ง เปน คน เล็ก น้อย ขี้ มัก พูด แล ถาม กัน ว่า ทำไม ชาว ประเทศ อังกฤษ แล อะเมริกัน เขา มี ความ ผาศุก แล เจริญ ขึ้น ไป ทุก ๆ ที่ ด้วย เหตุ ประการ ใด มี คน นักเรียน ที่ ท่าน ได้ รู้ แล ได้ ฟัง จึ่ง มี คำ วิสัชนา ตอบ ว่า ซึ่ง เขา มี ความ เจริญ ต่าง ๆ ด้วย สรรพ วิชา ความ รู้ แล ทรัพย สมบัติ แล ความ ศุข นั้น เพราะ ว่า พวก เขา ไม่ เบียด เบียฬ คิด อิจฉา ริศยา ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ไม่ เปน เหมือน อย่าง เช่น ซินเนอร์ เที่ยว เบียด เบียฬ เพื่อน มนุษ ด้วย กัน แล ยก ตัว ของ ตัว เอง ขึ้น แล ข่ม ขี่ ตัว ของ ผู้ อื่น ลง แล ของ เหล่า นี้ ก็ ประ กอบ ด้วย คริศล่าศนา แล มี คำ พยาน สำคัญ อยู่ ข้อ หนึ่ง ให้ เหน ความ จริง ใน กาล ก่อน ล่วง มา ไม่ สู้ นาน นัก มี ท่าน ผู้ ใหญ่ คน หนึ่ง เปน ชาติ แขก ใน ประเทศ ฮินดูสถาน ท่าน ไป เที่ยว ยัง กรุง ลันดัน ใน ประเทศ อังกฤษ หวัง ใจ จะ ใคร่ ดู ภูม ถาน บ้าน เมือง อุส่าห์ สู้ เสีย เงิน ค่า จ้าง กำปั่น แล โสหุ้ย ต่าง ๆ เปน อัน มาก ครั้น ไป ถึง ประเทศ อังกฤษ แล้ว ก็ มี พระ เสาวนี รับ สั่ง ของ สมเด็จ พระเจ้า กวีน วิกโตเรีย ซึ่ง เปน บรม กระษัตรี ยานี ผู้ มี เหษยา นุภาพ นั้น ให้ เข้า ไป เฝ้า ท่าน ผู้ ใหญ่ นั้น ก็ เข้า ไป เฝ้า ตาม รับ สั่ง ครั้น ท่าน ได้ ทัศนา ชม เชย สรรพ สมบัติ ราช อิศริยยศ ดัง นั้น ก็ มี ความ ยินดี นัก จึ่ง กราบ บังคม ทูล ถาม กวีน นั้น ว่า บัด นี้ ข้าพเจ้า ได้ มา เหน บ้าน เมือง ของ ท่าน ปรากฎ งด งาม แล มี ความ เจริญ ดัง นี้ ก็ เปน ที่ ยินดี พิศวง นัก แล จัก ใคร่ ทราบ ว่า ที่ บ้าน เมือง ท่าน มี ความ ผาสุก เจริญ ดัง นี้ จะ เปน เพราะ เหต ประการ ใด ครั้น พระนาง ท้าว เธอ ได้ ทรง สดับ ดัง นี้ นั้น จึ่ง มี รับ สั่ง ให้ คน ไป หยิบ เอา หนังสือ พระ คำภีร์ พระเจ้า เที่ยง แท้ มา ให้ ท่าน ผู้ ใหญ่ นั้น ดู แล้ว ตรัส บอก ว่า ซึ่ง ประเทศ บ้าน เมือง ของ เรา มี ความ ผาสุก เจริญ ต่าง ๆ ดัง ท่าน ได้ มา เหน ฉะนี้ ก็ เปน เพราะ พระ คำภีร์ มิ ได้ เปน เพราะ สิ่ง อื่น ๆ นั้น เลย ท่าน ผู้ อ่าน แล ผู้ ฟัง ก็ จง พิเคราะห์ ดู เถิด ใน วิก น่า ข้าพเจ้า ผู้ มี ปัญญา น้อย จะ ขอ ต่อ เพิ่ม เติม บ้าง อีก เล็ก น้อย ข้าพเจ้า ขอ อาไภย โทษ ท่าน ทุก ๆ คน ที่ ได้ อ่าน สยาม ไสมย เพีย หาก ว่า จะ เปน เหลือ เกิน ไป การะเกษ ๚ะ


นิทาน ๕
ตัว ฟ้า กิน ต้น หนาม

๏ ใน ระดู เกี่ยว เข้า เจ้า ของ บันทุก ตัว ฟ้า ด้วย เสบียง อาหาร หลาย อย่าง ให้ ไป ส่ง ถึง นา เจ้า ของ แล คน ทำ นา จะ ได้ เลี้ยง กัน กิน แก้ หิว กำลัง เหนื่อย กำลัง แดด เมื่อ ตัว ฟ้า เดิน ทาง อยู่ มา ปะ ต้น หนาม อย่าง ดี งาม ตัว ฟ้า ก็ หิว แสบ ท้อง นัก ก็ กัด ต้น หนาม กิน เข้า เมื่อ กำลัง กิน อยู่ จึ่ง นึก ขึ้น มา ใน ใจ ว่า คน นักเลง กิน มาก สัก เท่า ใด คง มี ความ สนุก ใน ใจ เปน อัน มาก ถ้า เลือก กิน ได้ ของ อร่อย หลาย ชนิด ที่ ติด หลัง ข้าพเจ้า นั้น แต่ กิ่ง หนาม ที่ ข้าพเจ้า กิน อยู่ นี้ อร่อย กว่า เกิน เครื่อง กิน ต่าง ๆ ที่ เขา เคย จัด เลี้ยง กัน กิน นั้น เปน อัน มาก ๚ะ


๏ เรื่อง นิทาน นี้ ส่อน ว่า ของ ซึ่ง จะ เปน อาหาร แก่ คน หนึ่ง จะ เปน ยาพิศม์ แก่ คน อื่น ๚ะ

๏ เรื่อง นี้ เตือน ว่า เรา มัก ปะ คน บ่อย ๆ ที่ แสดง ความ อัศจรรย์ ใจ เช่น เด็ก เพราะ คน อื่น ไม่ รัก ไม่ ชอบ ของ อื่น จำเพาะ เช่น ตัว เหน ตัว ชอบ ตัว รัก นั้น การ เหน ผิด กัน รัก กัน ไม่ เหมือน กัน เช่น นี้ มัก ให้ คน ติเตียน กัน ขัด ขวาง กัน เปล่า ๆ นิทาน เรื่อง นี้ ห้าม การ เช่น นี้ ๚ะ


ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงฆโปร์
ณวัน ประหัสบดี เดือน สิบเอ็ด แรม หก ค่ำ
เงิน แบงก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๕ เปนซ ๖ อัฐ

เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๖ เปนซ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๙๐ เซนต


ข่าว โทรเลข นอก

การ กระบถ ใน เตอร กี

๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน อังคาร เดือน สิบเอด แรม สี่ ค่ำ พวก เซอเวีย ปติเสศ ว่า ไม่ ได้ ล่วง เขตร ฯะ

ปาเลี่ยเมนต์

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สิบเอด แรม สี่ ค่ำ ปาเลี่ยเมนต์ จะ เลิก ณะวัน พุฒ เดือน สิบสอง ขึ้น สิบ สอง ค่ำ ฯะ

๏ คอเวินเมนต์ หมาย จะ เพิ่ม เติม กำปั่น หุ้ม เหล็ก อิก เก้า ลำ ใน อิก สอง ปี นี้ ฯะ

ประเทศ ตอนกวิน

๏ เมือง ฮ่องกง วัน พุฒ เดือน สิบเอด แรม ห้า ค่ำ พวก ฝรั่งเสศ เสีย คน แต่ น้อย แต่ ตี ได้ เมือง ทันใหม่ พวก ธง ดำ กระจัด กระจาย หนี ฯะ

การ กระบถ ใน เตอร กี

๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน จันทร เดือน สิบเอด แรม สาม ค่ำ กอง ทัพ เซอรเวีย ยึด เอา โรง ภาษี พวก บัลแคเรี่ย ที่ เขตร แดน ไว้ เปน ที่ พัก อาไศรย ฯะ

ประเทศ อิยิปต

๏ หนังสือ สัญญา ฝ่าย พวก อังคริษ แล พวก เตอร กี ทำ แล ลง มือ ไซน แล้ว แล เซอร์ แฮช ดรัมมอนด วุลฟ วัน นี้ จะ ลา ออก ไป ยัง ประเทศ อิยิปต ฯะ


คำ สุภาสิต

๏ อย่า คบ คน พาล ๆ จะ ภา ไป หา ผิด คบ บัณ ฑิตย ๆ จะ ภา ไป หา ผล คบ คน จน ทรพน จะ เปลื้อง ตัว ฯะ


แต่ วัน อังคาร เดือน ๑๑ แรม ๔ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ๑๑ แรม ๑๑ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดั่ง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เส่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เส่า ก ส ค แทน กำปั่น เส่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
แฟรเดลแลนซะ—   อิตาเลียน๗๙๗ซีแอพพิ่งวินดซอโรซ แอน โกซะมะแรงแรม ๕ ค่ำ
กอโรแนเซอนก ก ฟ ร สยามมาแซลสิงฆโปรแรม ๕ ค่ำ
มิริเดียนชกุเนอ ๓ เส่า สยาม๒๙๕กรุซจิ่นซังไฮ้แรม ๖ ค่ำ
ไฮจิอองก ๒ ส ค อังกฤษ๓๒๕ไมลฮอกโพฮ่องกองแรม ๗ ค่ำ
ไตจิ๋วก ก ฟ อังกฤษ๘๖๒ยอรดันวินดซอโรซ แอน โกซัวเถาแรม ๙ ค่ำ
วอติเกินก ก ฟ อังกฤษ๘๗๖เบรานมากวาลด์ แอน โกฮ่องกองแรม ๙ ค่ำ
บอนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๔๗ไฮดะบานหงสิงฆโปรแรม ๙ ค่ำ
เบิ้ลก ก ฟ อังกฤษ๗๐๕มันดะจิ่นไซง่อนแรม ๑๐ ค่ำ
บีกิโอละก ก ฟ เยอรแมน๘๗๔นินซันยุเกอรซิค แอน โกอิโลอิโลแรม ๑๐ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๙๐ไวตะวินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๑๐ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๑๓โมลุะเซนมากวาลด แอน โกสิงฆโปรแรม ๑๐ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
โรซะมอนดก ก ฟ อังกฤษ๖๐๘เถารี่วินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๕ ค่ำ
พระจุลจอมเกล้าก ก ฟ องกฤษ๑๐๑๑ไลตวุรุวินดซอโรซ แอน โกฮ่องกองแรม ๖ ค่ำ
แมกอะลิศเตอรก ก ฟ อังกฤษ๕๖๒ตัลลอคบอนิโอ กำปนีสิงฆโปรแรม ๖ ค่ำ
ซะโปดซะแมนก ก ฟ ร สยามนาย เนียมราชบุรีแรม ๗ ค่ำ
มงกุฏก ก ฟ อังกฤษ๘๕๒ลอฟวินดซอโรซ แอน โกฮ่องกองแรม ๑๑ ค่ำ
บอนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๔๗ไฮดะบานหงสิงฆโปรแรม ๑๑ ค่ำ
บีกิโอละก ก ฟ อังกฤษ๘๗๕นิซซันยุเกอรซิค แอน โกมนิละแรม ๑๑ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ องกฤษ๕๙๐ไวตะบอนิโอ กำปนีสิงฆโปรแรม ๑๒ ค่ำ
๏ กำปั่น ขา เข้า ไฮจิออง บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ ไตจิ๋ว บันทุก สินค้า ต่าง ๆ จีน เดิน สาร ดาษฟ้า ๒๒๐ คน
๏ วอติเกิน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ จีน เดิน สาร ดาษฟ้า ๑๕ คน ๏ บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ จีน เดิน สาร ดาษฟ้า
๒๕ คน ๏ เบิ้ล บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ บีกิโอละ บันทุก อับเฉา จีน เดิน สาร ห้อง แกะบิน คน หนึ่ง ๏ เฮกุบะ บันทุก
สินค้า ต่าง ๆ จีน เดิน สาร ดาษฟ้า ๑๐ คน ๏ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ฝรั่ง เดิน สาร ห้อง แกะบิน ๒ คน ๆ เดิน
สาร ดาษฟ้า ๖ คน ๚ะ
๏ กำปั่น ขา ออก พระจุลจอมเกล้า บันทุก เข้า ของ ต่าง ๆ แล เมล จีน แล ยิปุ่น ๏ แมกอะลิศเตอร บันทุก เข้า ของ
ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ มงกุฏ บันทุก เข้า ของ ต่าง ๆ แล เมล จีน แล ยิปุ่น ๏ บอนิโอ บันทุก เข้า ของ
ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ บีกิโอละ บันทุก เข้า ของ ต่าง ๆ แล เมล มนิละ ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ
แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๚ะ

ว่า ด้วย โปลิศ

๏ ข้าพเจ้า ขอ คำนับ มา ยัง ผู้ เจ้า ของ สยาม สไมย ขอ ท่าน ได้ เอา คำ ที่ ข้าพเจ้า มี มา นั้น ได้ ลง ใน สยาม สไมย ให้ ท่าน มี ความ สุข สวัสดิ์ เจริญ เทอญ ๚ะ

๏ ข้าพเจ้า เหน อยู่ ทุก วัน นี้ ขอ ให้ ทราบ ฝ่าลออง ธุ ลี พระบาท สมเด็จ พระเจ้า แผ่นดิน ปก ครอง กรุง สยาม แล ท่าน พระองค์ เจ้า ต่าง กรม และ เสนาบดี ทรง ทราบ ด้วย ทุก วัน นี้ อย่า พูด ถึง นอก กรุง เลย พูด กัน แต่ ใน กรุง เถิด ข้าพเจ้า เหน ว่า เงินแผ่น ดิน ตก น้ำ หมก โคลน เสีย มากนัก ด้วย จ่าย ทำการ สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ไม่ ได้ แน่ เปน ประโยชน์ เลย ซึ่ง ถนน ที่ จ้าง โปลิศ ให้ รักษา ไว้ นั้น เมื่อ เดิม ยัง ไม่ มี โปลิศ ก็ เหมือน กัน เจ้า พนัก งาน ไม่ ใคร่ จะ เอา ใจ ใส่ ใน ราชการ มัก เอา แต่ ความ สบาย ที่ จะ เปน สุข กับ ตัวเอง ถ้า มี ใคร เอา เงิน มา เดิน ซอ เปน นาย คน นั้น มัก จะ เปน ได้ และ กดหมาย โปลิศ ก็ มี อยู่ แต่ สู้ กดหมาย เงิน ไม่ ได้ การ จึ่ง ไม่ เรียบ ร้อย นาย โปลิศ บาง คน เข้า มา ทำ ราชการ หมาย มั่น เข้า มา แต่ จะ เอา เงิน จะ เอายศ และ จะ เอาลูก สาว เขา เพราะ มี อำนาจ แล้ว ใน ถนน จะ ทำ สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ก็ ทำ ได้ มี คน กลัว เกรง คน ที่ ไม่ เหน แก่ เงิน เดือน อยาก จะ หา ความ ชอบ ใน แผ่นดิน เหน แก่ ราชการ นั้น ไม่ เปน นาย ได้ เพราะ เขา ไม่ มี เงิน มา เดิน ข้อ ๑ ที่ ข้อ โปลิศ จะ สมัค ทำ นั้น จะ ให้ รักษา ระวัง กรอก ตลาด แล ให้ แขง แรง นั้น โปลิศ ก็ มี ความ กลัว ด้วย จับ ผู้ คน เข้า ไป ใน แล้ว มัน ต่อ สู้ โปลิศ บาง คราว ก็ ต้อง แพ้ มี ความ ผิด ข้อ ๒ นาย โปลิศ บาง คน ไม่ มี ตระกูล เปน ไพร่ เที่ยว มัว เมา รังแก ผู้ คน แต่ ยัง เปน นาย เขา ได้ ข้อ ๓ ถ้า ไม่ มี เงิน ที่ จะ กิน เหล้า รังแก พวก รถ จับ รถ ไว้ ถ้า ให้ เงิน มัก ปล่อย ไม่ ให้ เงิน มัก ไม่ ปล่อย ไม่ มี ข้อ ผิด ใน ทาง กดหมาย เลย ยัง จับ อ้าย พวก รถ นั้น เปน คน ลูก จ้าง กลัว เกรง เขา ลาง รถ ขับ มา ม้า ไม่ วิ่ง คน รถ เดาะ ปาก ให้ ม้า วิ่ง มัน ก็ จับ ว่า นกหู มัน คน อย่าง นี้ ก็ ยัง ได้ เงิน เดือน แล มี อำนาจ ด้วย ข้อ ๕ ลาง คน ที่ ไม่ เคย เปน โปลิศ แต่ ภอ เข้า มา เปน นาย ยาม ก็ ไว้ ยศ เที่ยว ข่มเหง ชาว บ้าน ค่ำ ค่ำ ผู้ คน เดิน มา ถ้า เปน คน โง่ เง่า เปน หญิง เกี้ยว พาน เขา ถ้า เขา ด่า ให้ ทำ เปน จับ จะ เอา ความ จับ เนื้อ ตัว เขา ขัง ไว้ ฝ่าย นาย ใหญ่ มา ถาม ว่า เรื่อง อาไร มัน ว่า ด่า ถึง ท่าน อธิบดี ผู้ สำเร็จ ราชการ กรม โปลิศ ถ้า ให้ เงินเส้น เสีย มัน ก็ ปล่อย ทำ ไม จึ่ง จะ เงียบ การ ไป ได้ ๚ะ

ว่า ด้วย ลูก เจ้าง

๏ ข้าพเจ้า นาย แนม ได้ ยิน คน พูด กันว่า ทุก วัน บัด เดี๋ยว นี้ เปน ด้วย เหตุ อัน ใด ก็ ไม่ ร้ แน่ แต่ บัน ดา คน ที่ เปน ลูก จ้าง ท่า การ อยู่ ใน กำ ปั้น หลวง และ การ อื่น ต่าง ๆ ว่า เงิน เดือน ไม่ ใคร่ จะ ได้ เลย เปน เจ็ด เดือน แปด เดือน มา แล้ว ก็ ยัง ไม่ ได้ จะ เปน ด้วย เงิน ยัง ไม่ มี ฤา ๆ ว่า เจ้า พะนักงาน เบิก มา ใช้ สอย เสีย เอง แล้ว ๆ แกล้ง ว่า เงิน หลวง ยัง ไม่ ได้ ออก มา เปน ดัง นี้ ดอก กระมัง ฤา ผู้ พูด มา เช่น นี้ จะ พูด ไม่ จริง ดอก กระมัง ถ้า ดัง นั้น แล้ว จะ ทำ ให้ ชื่อ เสี่ยง เมือง ไทย เสีย ไป ด้วย คน ไม่ รู้ ความ ตลอด จะ นินทา ว่า เจ้า พะนักงาน ไม่ ดู แล เอา ใจ ใส่ ระวัง การ ตาม ตำแหน่ง ของ ตัว ให้ ดี ๆ เมื่อ คน เปน ลูก จ้าง ถ้า ไม่ ได้ เงิน แล้ว ก็ จะ เปน การ ลำบาก เพราะ ไม่ มี จะ ซื้อ กิน


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท

ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บัน ทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง

ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เซี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี ( จ ห ) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด