
| เล่ม ๔ แผ่น ๑๓ วัน พุฒ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ ว่า ด้วย สาศนา เปน การ ใหญ่ โต คน ที่ มี ปัญญา มี ใจ รัก การ ดี่ การ งาม ครั้น มี บุตร อายุ ส่มควร เล่า เรียน ได้ ก็ เอา ลูก ไป ฝาก โรง สกุล เสี่ย เงิน ทอง มาก น้อย เท่า ไร้ ไม่ มี ความ รังเกียจ แล้ว อาจารย ก็ ส่อน หนังสือ ให้ เล่า เรียน แต่ ต้อง ให้ รู้ ถึง พระเจ้า แท้ จริง แล คำ สั่ง ส่อน ของ พระเจ้า นั้น พระเจ้า นั้น อย่างไร คือ ใน พระคำภีร์ กล่าว ว่า พระ ยะโฮวา คือ พระ บิดา พระเยซู คือ พระบุตร พระ จิตร คือ พระวิญาณ รวม เปน พระเจ้า องค์ เดี่ยว คือ พระเจ้า เหน ว่า มนุษ ทำ ล้วน แต่ การ บาป จึ่ง ให้ พระบุตร ลง มา บังเกิด เพื่อ จะ สั่ง ส่อน มนุษ แล ช่วย ธุระ แก้ ขัด ของ มนุษ แล ให้ ทิ้ง การ บาป คือ ทิ้ง การ บาป นั้น อย่างไร ต้อง ลุก กะโทษ แล้ว ทำ ตาม พระเจ้า สั่ง เอา ดวง จิตร ตั้ง อยู่ ใน ศีล กลัว บาป จน กราบ ท้าว วัน ตาย ถ้า ตาย แล้ว พระเจ้า จึ่ง ได้ รับ เอา วิญาณ นั้น ไป ยัง สวรรค ถ้า ท่าน ผู้ ใด ไม่ ประพฤติ์ การ เช่น นี้ เมื่อ ตาย แล้ว พระเจ้า จะ ลง โทษ แก่ วิญาณ มนุษ นั้น ไป ยัง นรก ไม่ เหมือน กับ พระบาพี่ กล่าว ว่า บุญ มาก บุญ ชัก เอา ไป บาป มาก บาป ชัก เอา มา ' บุญ กับ บาป ไม่ มี รูป มี กาย ไม่ มี เนื้อ ไม่ มี ตัว เปน แต่ การ การ นั้น ไม่ มี กำลัง ไม่ มี ฤทธิ์ ผู้ ทำ นั้น มี ฤทธิ์ มี กำลัง ต่าง หาก อีก ประการ ผู้ ที่ ไป สวรรค นั้น ต้อง พระเจ้า รับ ไป ผู้ ที่ ไป นรก ต้อง พระเจ้า ลง โทษ เปรียบ ดุจดั่ง ข้า ราช การ มี ความ ชอบ พระ มหา กระษัตร ยก จึ่ง เปน ขุน นาง ได้ ที่ จะ เปน ขุนนาง เอา เอง นั้น ผิด วิไสย คน ที่ ทำ ผิด นั้น ก็ ต้อง พระมหา กระษัตร ลง โทษ จึ่ง จะ เอา ไป ทำ ได้ พระเจ้า มี พระคำภีร์ พระมหา กระษัตร ต้อง มี กฎหมาย เกิด มา เปน มนุษ จะ ต้อง รู้ ใน คำ โอวาท สั่ง สอน คือ คำ ที่ สอน นั้น ข้าง ไหน จะ จริง ข้าง ไหน จะ เท็จ เปน มนุษ ต้อง มี ปัญญา ด้วย กัน ทุก คน ถ้า เปน นักปราช ฉลาด รู้ ก็ จะ ต้อง เลือก เอา ของ ที่ จริง ของ ที่ จริง นั้น อย่างไร คือ คำ สั่ง สอน นั้น คน ทั้งหลาย ฟัง ได้ ไม่ ขัดหู ไม่ ขัด ปัญญา ตรึก ตรอง เลอียด ซึ่ง มนุษ ตาย ไป เปน สัตว ๆ กลับ มา เปน มนุษ จริง ดุจดั่ง พระบาฬี กล่าว มนุษ ทั้ง โลกย์ นี้ จะ มี เปน สัตว เดระฉาน มา บังเกิด ทั้งสิ้น ฤา ซึ่ง สอน ว่า เวียน เกิด เวียน ตาย ใช้ ชาติ ใช้ กำม์ ปลา ใน พระ มหา สมุท ตัว โต มัน กิน อ้าย ตัว เล็ก ใน สิล ปานาติบาต ห้าม ไม่ ให้ ฆ่า สัตว ปลา มี อกุศล กำม์ ทำ ไฉน จะ ได้ กลับ มา เปน มนุษ เล่า ซึ่ง พระบาฬี กล่าว ถึง พระเจ้า กล่าว ถึง สวรรค กล่าว ถึง นรก เทวตา มนุษ ศุข ติภุม ทุกข ติภุม เหลือ สะติ ปัญญา คน อัน รู้ จัก คิด รู้ จัก สังเกต จะ เชื่อ ฟัง ได้ คน อัน มี ปัญญา ดี กว่า ชาว ลังกา พม่า มอญ ลาว เขมร ควร จะ เอา ปัญญา อัน เลอียด ตรึก ตรอง คือ คำ ใน พระบาฬี สั่ง สอน นั้น เจือ ไป ด้วย คำ เท็จ ถ้า จะ เชื่อ ตาม พระบาฬี ไม่ เหน มี ช่อง โอกาส ที่ จะ ให้ เอา ตัว รอด คือ พระบาฬี สอน ให้ บวช เปน ภิกษุ มี ศิล ๒๒๗ คือ คน ที่ ได้ บวช นั้น เอา ฟ้า เอา ดิน มา เปรียบ ก็ ไม่ เท่า บวช ตัว ความ ข้อ นี้ ข้าพเจ้า ไม่ เหน ด้วย คือ คน ที่ บวช นั้น มี ศิล ๒๒๗ เปรียบ ดุจดั่ง ขี่ เรือ เพรียง กิน ทั้ง ลำ จะ ยา อย่างไร ก็ ไม่ หาย รั่ว จะ วิด อย่างไร ก็ ไม่ แห้ง เปรียบ ดุจดั่ง ภิกษุ จะ ระวัง อย่างไร ก็ ไม่ พ้น อาบัติ จะ รักษา อย่างไร ก็ ไม่ พ้น บาป ว่า แต่ ย่อ ภอ เข้า ใจ คน ที่ คิด เหน อย่าง นี้ จึ่ง ได้ อุส่าห์ ยก คฤษ สาศนา ขึ้น เทียบ เปรียบ เนื้อ ความ ให้ คน ชาว ประเทศ ต่าง ๆ ฟังเพื่อ จะ ได้ เปน ขะติ ส่อน ใจ สาศนา เปน ของ สำคัญ เรา ท่าน ทุก วัน นี้ คง จะ ต้อง ตาย ด้วย กัน ทุก คน ข้าพเจ้า ผู้เปน ศิษ พระเยซู ได้ เรียน รู้ใน พระคัมภีร์ จึ่ง ได้ นำ เอา คำ อัน นี้ มา แสดง สุด แล้ว แต่ ท่าน ผู้ อ่าน ผู้ ฟัง จะ เชื่อ ไม่ เชื่อ คน อัน ต้อง การ ด้วย ที่ พึ่ง แน่ ใน ปัตจุบัน แล ใน ข้าง น่า จะ ได้ พึ่ง จะ ได้ เอา ตัว รอด เปน แน่ ถ้า ผู้ ใด ถือ ที่ ถูก คง ได้ ไป สู่ สวรรค เปน เที่ยง แท้ ถ้า ถือ ผิด ต้อง ไป สู่ นรก อยู่ เอง คน อัน ถือ ตาม บาพี ว่า เวียน เกิด เวียน ตาย ท่าน จึ่ง ไม่ ค่อย กลัว บาป ถ้า แม้น กลัว บาป ท่าน คง จะ ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม ถ้า ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม นา ๆ ประเทศก็ ไม่ มี ใคร อาจ ข่มเหง คน อัน ไม่ ได้ ถือ ใน พระเยซู สาศนา มี ทรัพย สิน เงิน ทอง ไม่ ใคร่ เกลื้อ กุน เพื่อน มนุษ ด้วย กัน ไม่ ใคร่ รัก กัน ใคร มี ทรัพย มาก ก็ คง คิด อ่าน ทำ บุญ ต่าง ๆ สร้าง วัด บ้าง บวช บ้าง เลี้ยง พระ บ้าง หมาย เอา ชาติ น่า จะมั่ง มี แต่ ผู้ เดียว หา ได้ รู้ว่า ตาย ไป แล้ว จะ ไม่ ได้ เกิด คน อัน ถือ พระเยซู สาศนา จริง มี ทรัพย มาก ตั้ง เม็ตตา จิตร อุปถาก์ คน ยาก จน อะนาถา ปลูก โรง ทาน ให้ คน อาไศรย ถือ ว่า ตาย เอา ไป ไม่ ได้ ตาม คฤษ โอวาท สั่ง สอน กล่าว ด้วย แก้ว สาม ประการ โอ้ พระบิดา พระบุตร พระวิญาณ คุณา อัน ใหญ่ ทรง สร้า ง ทุก สิ่ง ยอด ยิ่ง เหลือ ใจ ดิน ฟ้า หนา ใหญ่ ให้ เปน วัน คืน ภูเขา ต้น ไม้ สัตว เล็ก สัตว ใหญ่ นับ แสน นับ หมื่น อเนก หนักหนา เต็ม หล้า ฟ้า พื้น คึก คึก คฤก ครื้น ทั่ว พื้น ธรณิ มนุษ หญิง ชาย เปน รูป เปน กาย ทั้งหลาย มาก มี บันดา มี มิตร จิตร กาย วาจี พระองค ปราณี ให้ มี นานา อาหาร ทุก อย่าง เปรี้ยว หวาน ต่าง ๆ เข้า น้ำ ผัก ปลา ทั้ง เครื่อง นุ่ง ห่ม อบ รม กายา เครื่อง แป้ง แต่ง ทา นา ๆ มาก มาย พระเจ้า บันดาน สิ่ง ของ กระ การ เรือน บ้าน ทั้งหลาย เปน ที่ อาไศรย มนุษ หญิง ชาย เปน ที่ สบาย ทั้งหลาย ทุก คน เงิน ทอง ของ ใช้ เก็บ รัก ษา ไว้ ได้ เปน เพื่อน ตน มี ทั้ง สมบัติ ไม่ รู้ขัด สน ต้อง การ ทำวน ติด ตน ตาม ไป คน บาป มัว มืด มี จิตร จาง จืด มืด มิตร เหลือ ใจ บรู้คุณ พระบิดา ผู้ ใคร จะ ต้อง โภย ไภย ใน ไฟ อาจิณ พระ องค์ ยัง ว่า มี พระ เมตา ทั่ว ฟ้า แดน ดิน จะ ให้ รอด ตน ฝูง คน ทั้ง สิ้น ตั้ง อยู่ ใน ศิล ประพฤติ การ ตาม พระเยซู เจ้า สั่ง จึ่ง จะ รอด ตัว คน ที่ ถือ ว่า ฆ่า สัตว เลี้ยง ชีวิตร เปน บาป ขอ อย่า ได้ กิน เนื้อ สัตว ที่ เขา ฆ่า เลย เปน อัน ขาด ถ้า กิน แล้ว ก็ เหมือน กับ สมคบ โจร พระมหา กระษัตร ล้าง ชีวิตร โจร ไม่ มี โทษ เพราะ โจร นั้น ล่วง กฎหมาย เปน กระบถ ต่อ แผ่นดิน จึ่ง ฆ่า มัน ไม่ มี บาป เมื่อ ครั้ง โนฮา มนุษ ล่วง บัญญัติ พระเจ้า เปน กระบถ พระเจ้า จึ่ง บันดาน ให้ น้ำ ท่วม มนุษ ตาย เกือบ หมด แต่ ทุก วัน มี มนุษ มี ความ เชื่อ ใน คฤษ สาศนา พระเจ้า จึ่ง ดน ใจ ให้ มนุษ ทำ ศิล ประสาตร วิชา การ ได้ ต่าง ๆ นา ๆ ซึ่ง คน ไทย ทุก วัน นี้ ก็ มี ความ เชื่อ เปน อันมาก จึ่ง ประพฤติ การ ดี ขึ้น กว่า แต่ ก่อน ก็ ย่อม รู้ เหน อยู่ แก่ ตา จะ ขอ สรรเสริญ กรุง สยาม ซึ่ง ได้ ทำ หนังสือ สัญญา แก่ ชาว ยุโรป เปน ทาง พระราช ไมตรี บ้าน เมือง มี ความ เจริญ ขึ้น เปน มาก ถ้า ตั้ง อยู่ ใน สัามมา ทิฐิ เหมือน กับ ชาว ยุโรป บ้าน เมือง ก็ คง มี ความ ถาวร ถ้า ชาย ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง มี เมีย คน เดียว คลคน เปน ทำเนียม บ้าน เมือง ได้ ความ ศรีวิไลย ก็ คง บังเกิด ขึ้น ยิ่ง ๆ ขึ้น ไป ชาว สยาม ซึ่ง อ้าง ว่า ถือ พระเยซู สาศนา ฯะ
๏ ข้าพเจ้า ผู้ สัจ ซื่อ มี ชื่อ อยู่ ใน ท้าย หนังสือ ขอ คำนับ มา ถึง ท่าน เอไดตอร์ ผู้ เจ้า ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ทราบ ท่าน ก็ เปน นักปราช ฉลาด รู้ ใน คะดี โลกย คะดี ธรรม ท่าน กล้า ออก คฤศล่าศนา ออก มา เปรียบ เทียบ สั่ง สอน กุลบุตร จะ ตั้ง พื้น ใน ใจ คน จน พวก ซึ่ง จะ ตัด สิน ความ ของ ราษฎร จะ ได้ ทำ ให้ เปน ยุติธรรม การ งาน ทั้ง นี้ ก็ เปน เหตุ เพราะ ท่าน มี ความ รัก ราษฎร ตาม บันดา พวก ราษฎร มัน ช่วย กัน หา ส่ง เจ้า ภาษี นาย อากร ๆ จึ่ง เอา เงิน อัน นี้ ส่ง เข้า ท้อง พระคลัง บ้าน เมือง มี ศึก สงคราม ก็ ยัง จะ ต้อง เกณฑ์ มัน ไป ทัพ คิด ขึ้น มา มัน ก็ มี คุณ ต่อ แผ่นดิน เปน อัน มาก เหตุ ไฉน พวก จีน มา แต่ ต่าง ประเทศ จึ่ง ได้ เอา หวย ถั่ว โป ไป เที่ยว ตั้ง ทุก แขวง ทุก ตำบล เกบ เอา เงิน กับ ราษฎร ๆ ที่ ไม่ มี เงิน เล่น ก็ ต้อง ขาย สิ่ง ของ ทอง รูปพรรณ บ้าง ก็ ต้อง ขาย ที่ บ้าน บ้าง ต้อง ขาย ลูก เมีย บ้าง ต้อง ขาย ตัว เอง บ้าง ต้อง เปน ขะโมย ถ้า ไม่ เลิก หวย ถั่ว โป ราษฎร นับ วัน ก็ จะ ทรุด โทรม ไป แต่ ความ ข้อ นี้ ชาว ยุโรป เขา รู้ แต่ ขุนนาง เจ้า นาย ท่าน เกิด ใน บ้าน ใน เมือง ของ ตัว ความ ข้อ นี้ หา มี ท่าน ผู้ ใด รู้ ไม่ ท่าน คิด เหน เสีย ว่า ทุก วัน นี้ เงิน เข้า ท้อง พระคลัง มาก ราษฎร ได้ ความ ยาก แค้น เดือด ร้อน ท่าน ไม่ รู้ ด้วย ท่าน เกิด มา มี แต่ ความ สบาย ไม่ ต้อง ขี่ เรือ ไป ค้า ขี่ ม้า ไป ขาย เงิน ทอง ไหล เข้า ไป เอง ท่าน ไม่ มี ความ ลำบาก ขุนนาง ก็ มี แต่ ลูก ผู้ ดี จึ่ง จะ เปน ขุนนาง ได้ ถ้า ยาก เยน เขญ ใจ ไร้ ทรัพย์ ถึง จะ มี บุญ มี ปัญญา ก็ เปน ขุนนาง ไม่ ได้ ท่าน ถือ ว่า คน ต่ำ ตระกูล ผู้ ดี ทำ ชั่ว ท่าน ว่า กรรม ของ หล่อน เขญ ใจ ทำ ชั่ว ท่าน ว่า ชาติ มัน อย่าง นั้น เอง ข้าพเจ้า ผู้ สัจ ซื่อ ปัญญา น้อย แต่ มี ความ กะตัญู ต่อ แผ่นดิน คิด เหน ว่า เมือง ชาว ยุโรป เขา ตั้ง เสนา บดี เขา ต้อง เลือก เอา คน ดี รู้ คะดิ โลกย คะดิ ธรรม มา ตั้ง ต่าง พระเนตร พระกรรณ ช่วย ดู แล รักษา ราษ ฎร ไม่ ให้ กด ขี่ ข่มเหง ซึ่ง กัน แล กัน มี แต่ จะ ให้ เล่า เรียน ศิลปสาตร วิชา หา กิน ตาม ชอบ ธรรม บ้าน เมือง เขา จึ่ง มี ความ เจริญ นักปราช ผู้ ฉลาด ใน วิชา ความ รู้ ก็ มี มาก ถ้อย ความ ก็ ไม่ คอย มี คน ชาว เรา หา ได้ รู้ จัก ธรรมเนียม อัน นี้ ไม่ เพราะ การ เปน เช่น นี้ จึ่ง ได้ ตัด สิน ความ ของ ราษฎร ไม่ เปน ยุติธรรม ผู้ ที่ จะ พิภากษา ความ ต้อง กลัว การ บาป ต้อง กลัว พระเจ้า แผ่นดิน จะ ทำ โทษ จึ่ง ควร จะ รับ ทุกข ของ ราษฎร ได้ ซึ่ง เปน คน ไม่ รู้ ว่า ราษฎร มี คุณ ต่อ แผ่นดิน อย่าง ไร เพราะ เขา ไม่ รู้ คะดี โลกย คะดี ธรรม เขา ไม่ มี ความ เมตา จิตร เขา เอา แต่ ตัว เขา ดี ฝ่าย เดียว ไม่ รัก เพื่อน มนุษ ด้วย กัน คน ที่ ถือ สาศนา มนุษ แต่ง ไว้ นั้น คิด แต่ อย่าง นี้ แทบ ทุก ตัว คน การ เปน เช่น นี้ แต่ มี เมีย หลาย คน แล้ว ยัง เลือก ที่ รัก มัก ที่ ชัง ล่า อะไร จะ ตัด สิน ความ ของ ราษฎร ให้ เปน ยุติธรรม ได้ ทุก วัน นี้ เรา ท่าน ก็ ได้ รู้ อยู่ ด้วย กัน ว่า เมือง ลังกา เมือง พม่า เมือง มอญ เมือง ลาว เมือง เขมร ไม่ ได้ ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม บ้าน เมือง เสีย แล้ว ขึ้น กับ พวก ที่ เทม ใจ จัด การ ให้ ราษฎร บัด นี้ ได้ ความ ศุข ความ เจริญ ไป ได้ แล สาศนา เดิม ของ พวก นั้น นับ วัน ก็ จะ เสื่อม สูญ ไป ความ ทั้ง นี้ ก็ ได้ ยิน แก่ หู รู้ แก่ ใจ ข่าว เล่า ฦๅ กัน ว่า กรุง สยาม จะ ตั้ง ยุติธรรม แต่ ไม่ ทราบ ว่า จะ ตั้ง ตาม คฤษสาศนา ฤๅ อย่าง ไร ถ้า จะ ตั้ง ตาม คฤษสาศนา จะ ต้อง ขอ เชิญ นักปราช แท้ ที่ เปน คน ซื่อ ตรง เปน คน กลัว บาป ที่ รู้ กะดี โลกย กะดี ธรรม จริง ๆ ที่ ระงับ ใจ เปน ไม่ ให้ กำเริบ ที่ เพียร เว้น การ ควร เว้น แล เพียร ทำ การ ควร ทำ คน อย่าง นี้ มา ตั้ง เปน ตระ ลาการ ยุติธรรม นั้น จึ่ง จะ เที่ยง แท้ ถ้า ใช้ คน เช่น เคย ใช้ มา แล้ว นั้น กลัว จะ เปน เหมือน อย่าง เมือง เขมร
๏ ท่าน เอไดตอร ได้ ทราบ ข่าว อยู่ บ้าง ฤๅ เปล่า เมือง จันทบุรี เมื่อ ครั้ง แผ่นดิน พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ตาม บันดา ลูก จีน หลาน จีน ทรง พระ กรุณา โปรด ให้ ผูก ปี้ ตาม ตระกูล พ่อ ด้วย ลูก จีน ไม่ ได้ เปน เชลย จึ่ง โปรด ให้ ผูก ปี้ ไม่ ได้ เอา เข้า ใน ราชการ ข่าว ภา กัน ว่า เดี๋ยว นี้ ท่าน จะ เอา ลูก จีน หลาน จีน มา สัก เปน ทหาร คง เมือง ตาม บันดา ลูก จีน หลาน จีน ชวน กัน อพยบ หลบ หนี ทิ้ง บ้าน ทิ้ง ลูก เมีย ไร่ พริก ไม่ มี ใคร ดู แล ที่ หนี ไป หา ท่าน บาท หลวง ให้ ช่วย ก็ มี มาก ที่ คิด กัน จะ เข้า ฝาก ตัว เปน ค่า ใน ท่าน กงซุล ก็ มี มาก ฝ่าย พวก ไพร่ หลวง ก็ ร้อง ทุกข์ ว่า พวก ไพร่ หลวง นี้ ก็ มี กรรม มา คิด เอา ปี่ หนึ่ง ๔ ตำลึง ๒ บาท เมือง พม่า พวก ชะเลย เสีย เงิน ให้ กับ คอเวินแมนต อังกฤษ ปี หนึ่ง คล ห้า เหรียน ราชการ ไม่ ได้ ใช้ ธรรมเนียม ไทย ต้อง เปน อย่าง นี้ ถ้า มี ทัพ ก็ จะ เกณฑ์ ไป ทัพ ถ้า ชนะ ศึก สงคราม กลับ มา เปน ไพร่ หลวง ตาม เดิม ถึง ปี่ นาย ก็ เรียก เอา ๔ ตำลึง ๒ บาท เสมอ ทุก ปี ด้วย ข้าพเจ้า เหน ว่า ท่าน ออก จดหมาย เหตุ ท่าน จะ ช่วย บำรุง แผ่นดิน มี คุณ หลาย อย่าง หลาย ประการ ถ้า นักปราช แล้ว ต้อง มี คำ สรรเสิญ คิด ถึง บุญ คุณ ท่าน เพราะ ท่าน ออก จดหมาย เหตุ อธิบาย ความ ชี้ แจง เปรียบ เทียบ ถึง คะดี โลกย คะดี ธรรม การ ดี การ ชั่ว การ บุญ การ บาป ท่าน ผู้ ใด ได้ อ่าน ได้ ฟัง รู้ สึก ตัว คง ทิ้ง ความ ชั่ว จะ ได้ กลับ ตัว เปน คน ดี ตั้ง อยู่ ใน ยุติ ธรรม ทราบ ถึง พระเนตร พระกรรณ คง จะ สรรเสิญ ๚ะ
๏ ณวัน เสาร์ เดือน สิบสอง ขึ้น แปด ค่ำ เวลาย บ่าย น้อย หนึ่ง สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม อยู่ ใน เรือ ไฟ พระที่ นั่ง วิสาตรี เสด็จ ลง ตาม แม่ น้ำ เจ้า พระยา จะ เสด็จ ไป ถึง เมือง สมุท ปราการ เสด็จ ถึง ปาก น้ำ เวลา บ่าย ๔ โมง ครึ่ง วัน นั้น เอง ครั้น ถึง เวลา บ่าย หก โมง สามสิบ มินิต จึ่ง เสด็จ ออก จาก ปาก น้ำ จะ ไป นอก สันดอน ณวัน อาทิตย เดือน สิบสอง ขึ้น เก้า ค่ำ เวลา เช้า ห้า โมง ยี่สิบ ห้า มินิต เสด็จ ออก จาก ปาก น้ำ จะ กลับ มา ยัง กรุง เทพ ฯ เวลา บ่าย ๔ โมง ยี่สิบ มินิต เรือ พระที่ นั่ง วิสาตรี ขึ้น มา ตาม ลำ แม่ น้ำ เจ้า พระยา เลย บางคอแหลม ขึ้น ไป ๚ะ
๏ วัน ศุกร เดือน สิบเอ็ด แรม เจด ค่ำ ปี ระกา สัปตศก เวลา บ่าย ๕ โมง เสศ พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว เสดจ ออก พระ ที่ นั่ง จักรกรี มหา ปราสาท ประทับ ยัง พระ ที่ นั่ง โทรน พระ บรม วงษานุวงษ แล ข้า ราชการ ฝ่าย ทหาร พล เรือน เฝ้า ทูล ละออง ธุลี พระ บาท โดย ลำดับ ครั้น สุด เสียง ประโคม แล้ว เจ้า พนัก งาน กรมวัง นำ แขก เมือง เข้า เฝ้า ทูล ละออง ธุลี พระ บาท พระ นรินทรราช เสนี กราบ บังคม ทูล พระ กรุณา เบิก เมือง ไทรย บุรี ๑ เมือง ปลิศ ๑ เมือง สตูน ๑ เมือง ตานี ๑ เมือง สาย บุรี ๑ เมือง ยิหริ่ง ๑ เมือง รามัญ ๑ เมือง ญลา ๑ เมือง หนองจิก ๑ รวม ๙ เมือง ได้ แต่ง ให้ ศรีตวัน กรมการ คุม ต้นไม้ ทอง เงิน เครื่อง ราชบรรณาการ จำนวน ปี ระกา สัปตศก เข้า มา ทูล เกล้า ฯ ถวาย พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระราช ปฏิสัรฐาน แก่ แขก เมือง ตาม สมควร ครั้น เวลา ย่ำ ค่ำ แล้ว เสดจ ขึ้น ๚ะ
๏ สมเดจ พระเจ้า น้อง ยาเธอ เจ้า ฟ้า ภาณุรังษี สว่าง วงษ กรม หลวง ภาณุ พันธุวงษ วรเดช ซึ่ง สำเร็จ ราชการ กรม ไปรสนีย แล โทรเลข รับ พระ บรม ราช โองการ ใส่ เกล้า ฯ ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ สั่ง ให้ ประกาศ แก่ ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย พ่อ ค้า วานิช ประชา ราษฎร ชาว ต่าง ประเทศ ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า ๚ะ
๏ ตั้ง แต่ นี้ ต่อ ไป พิกัด ราคา ไปรสนีย บัตร ซึ่ง ได้ มี อยู่ ใน หนังสือ วิธี ไปรสนีย ส่วน ที่ ๒ น่า ๑๐ แล้ว นั้น จะ ได้ จัด การ แก้ เปลี่ยน ราคา ใหม่ ตาม ซึ่ง จะ มี ต่อ ไป ดัง นี้ ๚ะ
๏ ไปรสนีย บัตร ที่ มี ดวง ตรา ติด อยู่ เปน ราคา อัฐ หนึ่ง ซึ่ง ปรากฏ ตาม ที่ คน ทั้งปวง ได้ ทราบ ทั่ว กัน แล้ว นั้น จะ คิด ราคา สำหรับ ใช้ ใน จังหวัด กรุง เทพ ฯ แล ใน พระราช อาณา เขตร เปน แผ่น ละ ๑ อัฐ ๑ โสฬศ เปน ยุติ แน่ ๚ะ
๏ ประกาศ มา แต่ ตึก ใหญ่ ที่ ว่า การ กรม ไปรสนีย แล โทรเลข ณวัน พฤหัสบดี เดือน สิบสอง ขึ้น หก ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ศักราช ๑๒๔๗ ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า พวก ราษฎร ไทย ส่ง ข่าว ผู้ ร้าย ใน ถนน แถว นอก กำแพง เมือง ที่ ถนน กรุง เจริญ มี ผู้ ร้าย ชุก ชุม ขึ้น กว่า แต่ ก่อน ๆ มาก คน ทั้งปวง จะ ไม่ นินทา ว่า โปลิศ เสื่อม ซา ลง กว่า แต่ ก่อน ๆ นั้น มาก ฤๅ คือ เกิด ชก ชิง วิ่ง ราว กัน ใน ถนน บาง ที โปลิศ ก็ ยืน ดู เฉย เสีย คน จะ ไม่ ว่า ฤๅ ว่า การ โปลิศ ทุก วัน น่ ดู เหมือน แต่ง ตัว เปน โปลิศ เดิน เล่น ให้ คน ต่าง ประเทศ เหน ว่า เมือง นี้ มี โปลิศ บ้าง แล เพราะ อย่าง นี้ แล ผู้ ร้าย จึง กำเริบ ชุก ชุม ขึ้น ณวัน อาทิตย เดือน สิบสอง ขึ้น สอง ค่ำ มี การ ชน ไก่ เคียง โปลิศ ชะเตเชอน ที่ ปาก กรอก เข้า โรง ภาษี แล พวก โปลิศ ยืน ดู เล่น เปน ที่ สนุกนิ์ ใจ ของ เขา บาง ที ใน กลาง ถนน รถ รอ ตรง กัน สอง สาม รถ กีด ทาง รถ อื่น ไม่ เหน ใคร ห้าม จัด ให้ เรียง เปน แถว กัน ริม ถนน เปิด ทาง ไว้ กลาง ถนน รถ อื่น จะ ได้ เดิน คล่อง ๆ กิริยา การ โปลิศ เหลว ไหล ลง ทุก วัน นี้ จะ โทษ ใคร พวก ฝรั่ง ที่ เปน นาย โปลิศ ฤา พวก ไทย ที่ เปน นาย โปลิศ เพราะ เปน ผู้ จัด การ โปลิศ ไม่ หมด จด คิด ๆ มา ก็ น่า เสีย ใจ แทน พระเจ้า อยู่ หัว เพราะ คน ที่ รับ เปน นาย รอง ดี แต่ ปาก การ ไม่ ดี เช่น นี้ ที่ ไหน จะ มี ความ เจริญ ศุข คง ไม่ ได้ แท้ ขอ ให้ เทวดา ที่ ทรง ธรรม์ บันดาล ให้ ท่าน ผู้ ใหญ่ ที่ จัด การ หลวง เหน ใน ความ ยุติธรรม ตาม พระราช ประสงค์ ของ พระเจ้า อยู่ หัว บ้าง เถิด แต่ เหน จะ ไม่ ได้ เพราะ ไม่ เมตา ราษฎร เลย ขอ ให้ ท่าน เจ้า ของ สยาม ไสมัย ช่วย เอา ข่าว นี้ ลง ใน สยาม ไสมัย ให้ ทราบ ถึง ท่าน ผู้ ใหญ่ โดย เรว เทอญ ๚ะ
๏ สม อากาศ นิ้ว แล นิ้ว ทั่ว แผ่นดิน หนัก สิบ ชั่ง เท่า กัน กับ น้ำ ใน ท่อ ภุก ได้ ห้า วา กับ เจ็ด นิ้ว ถ้า จะ เอา ท่อ สูง หก วา ให้ ตัน ข้าง หนึ่ง เต็ม ด้วย น้ำ แล้ว กลับ ปาก ท่อ นั้น ลง ใน ชาม น้ำ ใน ท่อ นั้น ก็ จะ ทรุด ลง คง อยู่ แต่ ห้า วา กับ เจ็ด นิ้ว เท่า นั้น ไม่ ได้ ทรุด ลง อีก เลย เปน ทั้ง นี้ เพราะ ลม อากาศ ได้ ดัน น้ำ ที่ ปาก ท่อ นั้น ไว้ นิ้ว แล นิ้ว หนัก สิบ ชั่ง เหมือน ที่ ว่า มา แล้ว นั้น ๚ะ
๏ คน ทั้งปวง ได้ รู้ ดัง นั้น แล้ว จึ่ง ทำ เปน สูบ น้ำ สูบ นั้น มี หลาย อย่าง ต่าง ๆ กัน คือ สูบ น้ำ แล สูบ ลม แต่ ทว่า ได้ ทำ ตาม วิชา ลม อากาศ ที่ ว่า มา แล้ว นั้น แล เครื่อง สูบ น้ำ อย่าง หนึ่ง ที่ จะ ทำ ได้ ง่าย ที่ คน ได้ ใช้ มาก นั้น เขา ทำ อย่าง นี้ ให้ ทำ เปน ท่อ เล็ก ใหญ่ ตาม ใจ มิ ได้ กำหนด ริม ปาก ท่อ ข้าง ใน ที่ จะ จุ่ม ลง ใน น้ำ นั้น ให้ มี ปตู ลม เปิด ขึ้น แล ปิด ลง ได้ ที่ ลูก สูบ นั้น ก็ ทำ ให้ มี ปตู ลม เปิด ขึ้น แล ปิด ลง ได้ เหมือน กัน เอา ท่อ สูบ นั้น จุ่ม ลง ใน น้ำ หน่อย หนึ่ง ถ้า ชัก ลูก สูบ นั้น สูง ขึ้น เพียง ใด ก็ จะ เข้า ตาม ช่อง ปตู ข้าง ล่าง เพียง เสมอ ลูก สูบ เท่า นั้น แล น้ำ เข้า ไป ใน สูบ นั้น เพราะ ไม่ มี ลม อยู่ ข้าง ใน ลม อากาศ จึ่ง ดัน น้ำ ข้าง นอก ท่อ ให้ ดัน ปตู สูบ เข้า ไป ได้ ถ้า กด ลูก สูบ ลง ไป น้ำ ก็ ไม่ ออก ได้ เพราะ ดัน ปตู ข้าง ล่าง ให้ ปิด ไว้ จน น้ำ ดัน ขึ้น ให้ ปตู ที่ ลูก สูบ นั้น เปิด ออก แล ชัก ลูก สูบ ขึ้น อีก ที หนึ่ง น้ำ ก็ จะ ไหล ออก ตาม ท่อ ข้าง บน ตั้ง แต่ นั้น น้ำ จะ ไหล ออก ทุก ที ชัก ลูก สูบ มิ ได้ ขาด เครื่อง สูบ น้ำ อย่าง นี้ เขา ได้ ใช้ มาก ได้ สูบ น้ำ ให้ ออก จาก ท้อง กำปั่น บ้าง ได้ สูบ น้ำ ใน บ่อ แล ใน แม่ น้ำ ให้ ขึ้น บน เรือ บ้าง เขา ได้ ใช้ ใน กำปั่น นั้น สอง สูบให้ พร้อม กัน บ้าง ลาง ลำ ใช้ สูบ สี่ สูบ บ้าง ให้ ไป พร้อม กัน แล ปตู ช่อง ลม ใน สูบ ข้าง ล่าง นั้น ให้ สูง กว่า น้ำ ห้า ศอก หก ศอก ก็ ได้ ถ้า ปตู นั้น สูง กว่า ห้า วา กับ เจ็ด นิ้ว ถึง จะ ชัก สุบ สัก เท่า ใด ๆ น้ำ ก็ มิ ได้ ขึ้น เลย เพราะ กำลัง ลม ข้าง ใน กับ ข้าง นอก ดัน ไว้ เท่า กัน อีก ประการ หนึ่ง ปตู ลูก สุบ นั้น อย่า ให้ มี รู สัก หนิด หนึ่ง เลย ถ้า มี รู ประมาณ เท่า ช่อง เขม ลม จะ เข้า ไป ข้าง ใน ได้ จะ ชัก น้ำ ไม่ ขึ้น เลย ๚ะ
๏ สุบ น้ำ อีก อย่าง หนึ่ง ก็ ทำ เหมือน กัน กับ สุบ ที่ ว่า มา แล้ว ผิด กัน แต่ ไม่ มี ปตู ช่อง ลม ที่ ลูก สุบ แต่ ปตู ที่ สุบ ข้าง ล่าง นั้น มี เหมือน กัน แต่ ทว่า มี ท่อ เล็ก ที่ น้ำ จะ พุ ออก นั้น ทำ ให้ ต่ำ ลง มา เหนือ ปตู หน่อย หนึ่ง เมื่อ ชัก สุบ ขึ้น ปตู จะ เบิด น้ำ จะ เข้า ใน สุบ เมื่อ กด ลง น้ำ จะ ดัน ปตู ให้ เบิด แล้ว น้ำ จะ พุ ออก ตาม ท่อ เล็ก นั้น ท่อ อย่าง นี้ สำหรบ เขา รด ต้น ดอก ไม้ ถ้า จะ ให้ น้ำ โปรย ออก ไป ไกล ก็ ต้อง กด ลูก สุบ ลง ให้ แรง ตาม ปราถนา จะ ให้ ใกล้ แล ไกล แล เครื่อง สุบ นี้ เมื่อ ชัก ลูก สุบ ขึ้น น้ำ ก็ หยุด มิ ได้ พุ ออก เมื่อ กด ลง น้ำ จึ่ง พุ ออก ได้ ทุก ที ๚ะ
๏ จะ ว่า ถึง สุบ น้ำ อีก อย่าง หนึ่ง กระทำ เหมือน กัน กับ สุบ ที่ ว่า มา ใน ที่ สอง ต่าง กัน แต่ อย่าง ใหม่ ที่ ว่า นี้ มี หีบ ลม ด้วย จึ่ง ทำ ให้ ท่อ เล็ก ที่ น้ำ จะ พุ ออก นั้น เข้า ไป ใน หีบ ลม แล ให้ มี ปตู ปิด เบิด ได้ ที่ ปลาย ท่อ เล็ก ที่ อยู่ ใน หีบ ลม นั้น ด้วย แล้ว จึ่ง ให้ มี ท่อ เล็ก ๆ อีก อัน หนึ่ง ให้ หยั่ง ลง มา กลาง หีบ ลม นั้น ให้ สูง พ้น พื้น ก้น หีบ ลม นั้น สอง นิ้ว สาม นิ้ว ก็ ได้ แต่ ปลาย ท่อ นั้น ให้ สูง กว่า หีบ ลม ขึ้น ไป สอง ศอก สาม ศอก ก็ ได้ ให้ ขึ้น ไป เหมือน กัน กับ ลูก สุบ นั้น เมื่อ ชัก ลูก สุบ ขึ้น จะ ดูด น้ำ เข้า ตาม ช่อง ปตู ให้ น้ำ เข้า ไป ใน สุบ เมื่อ กด ลง ปตู สุบ น้ำ จะ ปิด ปตู ที่ อยู่ ปลาย ท่อ เล็ก ที่ อยู่ ใน หีบ ลม จะ เบิด น้ำ จะ เข้า ใน หีบ ลม ทั้งหมด เมื่อ ชัก ลูก สุบ ขึ้น อีก น้ำ ใน หีบ ลม นั้น จะ ดัน ปตู ที่ ปลาย ท่อ เล็ก นั้น ให้ ปิด น้ำ จะ กลับไหล ไป ใน สุบ นั้น ไม่ ได้ น้ำ ข้าง นอก จะ ไหล เข้าใน สุบ ได้ เพราะ ชัก ลูก สุบ ขึ้น ปตู สุบ นั้น เบิด เมื่อ กด ลูก สุบ ลง อีกน้ำ จะ เข้า ไป ใน หีบ ลม อีก จะ อัด ลม อยู่ ข้าง ใน ลม จะ ออก ไม่ ได้ เพราะ น้ำ ท่วม ปลาย ท่อ ข้าง ล่าง ที่ หยั่ง ลง ใน หีบ ลม นั้น เมื่อ ชัก ลูก สุบ ขึ้น แล กด ลง หลาย ที ก็ ยิ่ง อัด ลม ใน หีบ นั้น นัก ลม จะ ดัน น้ำ ให้ ขึ้น ตาม ท่อ ใน หีบ ลม ที่ ออก ข้าง บน แรง ยิ่ง นัก น้ำ จะ พุ่ง ออก ทุก ที ชัก ลูก สุบ แล กด ลง มิ ได้ หยุด เลย เครื่อง สุบ น้ำ นี้ ก็ เปน เครื่อง สำหรับ ดับ ไฟ แล ที่ สุด ปลาย สูบ น้ำ นั้น เขา ให้ มี ท่อ ทำ ด้วย หนัง สัตว์ ต่อ ติด ไป จะ ให้ ไกล ห้า เส้น หก เส้น ก็ ได้ ให้ ปลาย ท่อ หนัง นั้น ลง ใน บ่อ ก็ ได้ ใน แม่ น้ำ ก็ ได้ ยัง สูบ น้ำ อีก หลาย อย่าง ก็ กระทำ ตาม วิชา นี้ ทั้ง หมด ๚ะ
ข่าว โทรเลข นอก
๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด แรม สิบสอง ค่ำ ด้วย เรื่อง บัลแคเรีย นั้น ประเทศ ใหญ่ ไม่ เหน ด้วย ไม่ เข้า กัน การ ชุมนุม นั้น จึ่ง ช้า ไป ๚ะ
๏ เมือง ปารีศ วัน พฤหัศบดี เดือน สิบเอ็ด แรม สิบ สาม ค่ำ การ ชุมนุม นั้น สั้น แล้ว ที่ เหน ด้วย จะ ลง มือ ไซน สัญา คือ ฝรั่งเสศ ชะวิดเซอรแลนด์ อิตะลี่ แล ครีศ เบลเยี่ยม ยัง ไม่ เข้า ด้วย ๚ะ
๏ เมือง ปารีศ วัน อาทิตย เดือน สิบสอง ขึ้น สอง ค่ำ สัญา นั้น จะ ให้ คง อยู่ อีก ห้า ปี แล้ว ให้ ต่อ อีก ห้า ปี เพื่อ จะ ได้ จัด การ ให้ เสร์จ กัน ๚ะ
๏ กรุง ลันด้น วัน อาทิตย เดือน สิบสอง ขึ้น สอง ค่ำ คน ที่ รักษา บ้าน เมือง เรี่ย ไร ออก เงิน ให้ ยืม ใช้ สำหรับ การ บ้าน เมือง ถึง ๓๔ ๐๐๐ ๐๐๐ แดรกไม ๚ะ
๏ พวก ปฤกษา ราชการ ประเทศ ครีศ คือ แจมเบอร ออฟ เดะปูตี้ ได้ โวต ให้ ออก เงิน สำหรับ พล รบ กำปั่น ถึง เงิน ๑๒ ๐๐๐ ๐๐๐ แดรกไม ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สิบเอ็ด แรม สิบ สี่ ค่ำ หนังสือ ริ โปด ของ แจมเบอร ออฟ คะ ปติ กอมมิเชอน ที่ พึ่ง ออก แล้ว นั้น ครั้น ว่า ถึง หนังสือ สัญา ทาง ราช ไมตรี แล การ ค้า ขาย ที่ ทำ ขึ้น แล้ว กับ เจ้า แผ่นดิน พม่า นั้น หนังสือ ริ โปด นั้น เหน ชอบ ที่ จะ ขยาย การ ค้า ขาย ของ ฝรั่งเลศ บ้าง ใน ปีนินซุละ เข้า ไป แล เหน ชอบ ที่ จะ ให้ ฝรั่งเลศ มี ภาหนะ กำ ลัง ที่ เมือง หลวง พระบาง ๚ะ
๏ อังกฤษ กับ พม่า ที่ จะ รบ กัน แน่ ถ้า รบ กัน ประ เทศ พม่า ทั้งสิ้น คง ตก เปน เมือง ของ อังกฤษ คอเวิน แมนต์ พม่า ไม่ รู้ จัก ครอง บ้าน เมือง ให้ ราษฎร ได้ ความ สุข ความ เจริญ ไม่ รู้ จัก ดับ แล ปราบ คน พาล จึ่ง มี เหตุ จำ ต้อง มี คอเวินแมนต์ อัน มี กำลัง ครอง เมือง ให้ เรียบ ลง ได้ ๚ะ
| แต่ วัน อังคาร เดือน ๑๒ ขึ้น ๔ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เส่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เส่า ก ส ค แทน กำปั่น เส่า ครึ่ง ก ฟ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำ หนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๑๓ | มอลเซน | มากวาลด แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๗ ค่ำ |
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๗ | ไฮดะ | บาน ฮ่อง | สิงฆโปร | ขึ้น ๘ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๔๐ | ไวตะ | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๘ ค่ำ |
| ยุลีแตร | ก ๒ ส ค นอวิเยียน | ๗๓๐ | เอริกซัน | บอนิโอ ก่ำปนี | บะเตเวีย | ขึ้น ๑๐ ค่ำ |
| อุบลบริทิษ | ก ก ฟ สยาม | — | — | — | ปากน้ำ | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| ขงเบ้ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๒๒ | โยนซะ | วินดซอโรซ แอน โก | ซัวเถา | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| ยูไนกอน | ก ๒ ส ค อังกฤษ | ๔๙๙ | แมกคุคัล | — | อิโล อิโล | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| อีลละ | ก ๒ ส ค ซวิด | ๔๗๕ | แอฟรีลินซ | มะเกลน แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| ท่าฮ่องกอง | ก ๓ ส เส่า สยาม | ๖๓๘ | ชะเตเมยเออ | จิ่น | ฮ่องกง | ขึ้น ๕ ค่ำ |
| โรซะมอนด | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๒๒ | มอเตลแมน | เลาบานเชน | สิงฆโปร | ขึ้น ๕ ค่ำ |
| เฮะกติ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๘ | เลารี่ | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๕ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอร์ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๖๗ | ตัลลอค | บอนิโอ ก่ำปะนี่ | สิงฆโปร | ขึ้น ๕ ค่ำ |
| พระจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ซตรัตตัน | วินดซอโรซ แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๘ ค่ำ |
| ฮ่องลี | ก ส ค สยาม | ๒๘๓ | เฮนเซน | — | บอมเบ | ขึ้น ๑๐ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๑๓ | มอลเซน | มากวาลด แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๐ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๔๐ | ไวตะ | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๗ | ไฮดะ | บานฮ่อง | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๐ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ชา เข้า อุบลบริติช กรมหมื่น เทวะวงษ วะโรประการ เดิน สาร มา ๏ ขงเบ้ง เมล จิ่น ยิปุ่น แล อะเมริกะ มา | ||||||
| จิ่น เดิน สาร ดาษฟ้า มาก ๏ กำปั่น ชา ออก ท่าฮ่องกอง บันทุก เข้า ๏ เฮกติ บันทุก เข้า แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป | ||||||
| ๏ แมกอะลิศเตอร บันทุก เข้า แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ พระจอมเกล้า บันทุก เข้า แล เมล จิ่น ยิปุ่น ๏ ฮ่องลี | ||||||
| บันทุก ไม้ สัก ๏ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆ | ||||||
| โปร แล ยุโรป ๏ บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๚ะ | ||||||
๏ ข้าพเจ้า เจ๊ก อัง เปน ลูก จ้าง ครูสมิท ที่ บาง คอแหลม แขวง กรุง เทพ ฯ ด้วย ว่า ข้าพเจ้า จะ ขอ เตือน เพื่อน มนุษ ทั้งหลาย ซึ่ง เปน เจ๊ก แล จีน ที่ รับ ราชการ ผูก ปี้ ณะโรง ภาษี ร้อย ชัก สาม นั้น จง ระวัง ตัว เถิด ถ้า แม้น ว่า ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด มี ความ เลิน เล่อ ไม่ ระวัง ตัว คง จะเสีย รู้ เปน อัน แน่ ใจ ความ ว่า ณวัน อาทิตย์ เดือน สิบเอ็ด แรม เก้า ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ ข้าพ เจ้า เจ๊ก อัง ได้ รับ ราช การ ผูก ปี้ ที่ โรง ภาษี ร้อย ชัก สาม นั้น เสีย เงิน สี่ บาท สลึง เฟื้อง ครั้น ผูก ปี้ เสรจ สรรพ แล้ว ข้าพเจ้า เดิน ออก มา จาก ที่ สำเรจ ราชการ ผูก ปี้ นั้น แล มี หญิง คน หนึ่ง อยู่ ริม โรง ภาษี นั้น อายุ ประ มาณ ได้ สัก สี่สิบ ปี แล หญิง คน นั้น ได้ เรียก ข้าพ เจ้า ว่า อาเจ๊ก ลื้อ มา ที่ นี่ เรว ๆ ก่อน ซี ครั้ง นั้นยัง ไม่ เยน อั๊ว จะ ชัก ให้ เพื่อ จะ ได้ รูด เข้า รูด ออก เมื่อ ขี้ ครั้ง นั้น จะ เย็น แล หญิง คน นั้น ก็ ได้ เข้า ใกล้ จับ เอา ข้อ มือ ของ ข้าพเจ้า หญิง คน นั้น ก็ ได้ รูด เชือก ที่ ติด อยู่ กับ ปี้ ใน ข้อ มือ ของ ข้าพเจ้า แล ตั๋ว ซึ่ง มี อยู่ ใน กำมือ ของ ข้าพเจ้า นั้น ได้ หาย ไป ใน เวลา นั้น เอง แล้ว ข้าพเจ้า ต้อง เสีย เงิน อีก หน หนึ่ง เปน สอง หน ด้วย กัน คิด เปน เงิน แปด บาท สาม สลึง ตั้ง แต่ จับ การ ผูก ปี้ ต้อง เสีย เงิน สอง หน ดั่ง นี้ หลาย คน หญิง คน นี้ จะ มี เล่ห์กล ประ การ ใด ก็ หา ทราบ ไม่ ๚ะ
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤๅ ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤๅ ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤๅ จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤๅ ออก ถนน ใหญ่ ได้ ด้วย สดวก ( จ ห ) ๚ะ
๏ ขยาย ไป จาก โรง เลี้ยง แขก คือ ยุในเวอรซัล โฮเตล จึ่ง ไป ตั้ง โรง ขาย ยา แล รักษา คน ไข้ ใน เรือน หลัง หนึ่ง เคียง ถนน กรุง เจริญ ฟาก ตวัน ออก เคียง ตรง ข้าม ฟาก ถนน โรง ภาษี ขา เข้า ขา ออก หมอ แอ แอฟ ดะ ซูซา แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สิบ สอง ขึ้น ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ๔ ห )
ช่าง ชัก รูป
๏ ได้ เปิด โรง ชัก รูป ที่ ถนนกรุง เจริญ ข้าง ตะวัน ออก เยื้อง เคียง ตรง ที่ ราชทูต สมเดจ พระบรม นาง กวิน อังกฤษ แล จัด การ พร้อม แล้ว ที่ จะ ชัก รูป ตาม อย่าง ใหม่ อย่าง เรว นั้น ทุก วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง หนึ่ง จน เวลา เช้า ห้า โมง ๚ะ
๏ ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ชอบ ให้ ช่าง ชัก รูป ไป ชัก รูป ที่ บ้าน ท่าน ก็ จะ จัด ไป ชัก ที่ นั้น ก็ ได้ ช่าง ชัก รูป แอฟ ซูแมน แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สิบสอง ขึ้น ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ๒ ห ) ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด