
| เล่ม ๔ แผ่น ๑๔ วัน พุฒ เดือน ๑๒ แรม ๔ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ ว่า ด้วย พระเยซู ลง มา โปรด มนุษ โปรด ด้วย คำ สั่ง ส่อน อย่าง นี้ เปน หน ทาง สวรรค์ ผู้ ใด มี ความ เชื่อ ทำ ตาม โอวาท สั่ง ส่อน ผู้ นั้น ก็ ได้ ไป สวรรค์ ผู้ ใด ไม่ เชื่อ ไม่ ทำ ตาม ก็ ต้อง ไป สู่ นรก เปน ของ สำคัญ ใหญ่ ยิ่ง ของ มนุษ พระเยซู รับ บาป มนุษ ทั้ง หลาย มนุษ ต้อง ปะติญาณ ต่อ หน้า พระ ผู้ เปน เจ้า ว่า จะ ถือ ตาม โอวาท สั่ง ส่อน ยอม ทิ้ง บาป ไม่ กระทำ ต่อ ไป มนุษ ผู้ นั้น ก็ ไม่ ต้อง ไป สู่ นรก อย่าง นี้ เรียก กัน ว่า พระเยซู รับ บาป จะ พรรณา ไป ก็ จะ ยืด ยาว นัก ใน จดหมาย เหตุ ชี้ แจง ว่า ด้วย ชาว ลังกา กล่าว ถึง พระไตรย ปิฎก ท่าน ทั้งหลาย อ่าน แล้ว ยัง มี ความ เชื่อ อยู่ ฤา ผู้ ซึ่ง แต่ง เรื่อง นั้น อยาก จะ ให้ ท่าน ถือ ถูก จะ ได้ ไป สวรรค ด้วย กัน มี คน อ่าน จดหมาย เหตุ มี คำ สรรเสริญ ว่า เดิม เขา ก็ ถือ ตาม พระบาฬี ครั้น ได้ อ่าน จด หมาย เหตุ จึง ได้ รู้ ว่า พระไตรย ปิฎก กล่าว เหลือ ที่ จะ ฟัง เอา ปัญา อัน เลอียด ตรึก ตรอง ดู ถ้า ขืน ยัง จะ เชื่อ ของ ไม่ ควร จะ เชื่อ จะ เอา ยุติธรรม มา แต่ ไหน ซึ่ง คำ ส่อน ไม่ มี ช่อง จะ ให้ มนุษ เอา ตัว รอด พระเจ้า เที่ยง แท้ ท่าน เปน วิญาณ ควร เรา ทั้งหลาย จะ ต้อง สวด อ้อน วอน ท่าน ให้ ทุก เช้า ค่ำ ด้วย ท่าน เปน เหมือน พ่อ แม่ ท่าน สร้าง เรา มา ซึ่ง เรา ไป เอา อิฐ ปูน ทราย มา ทำ ว่า เปน พระ นั้น มี บาป เปน อัน มาก คือ ดู่ พระเจ้า ๏ ข้าพเจ้า คัด คำ เพลง มา ส่อน ดู กร เรา ท่าน ผู้ ฟัง ผู้ อ่าน วิจาร ใน จิตร แม้น ปราถนา จะ มา เปน ศิษ พระเยซู คฤษ คิด ทำ ตาม พระเยซู เจ้า สั่ง อย่า พลั้ง อย่า พลาด พระเยซู ส่อน มนุษ นิกร ไม่ ให้ ประมาท น้ำ ใจ ได้ ชั่ว มัว เมา ร้าย กาจ ให้ คลาย หาย ขาด เปน ชาติ คน ดี ตาม ที่ ส่อน สั่ง การ ทุจริต ความ บาป ได้ ผิด มา แล้ว แต่ หลัง จง ละ จง เว้น อย่า เหน อย่า ฟัง จง ตั้ง ใจ หวัง อย่าง ตาม ความ ดี วิธี ปรากฎ ผู้ ใด ใคร รู้ ผิด ชอบ จง ดู บัญญัติ ทัศบท ทั้ง สิบ ประการ ประทาน ไว้ หมด ถ้อย คำ กำหนด พระเยซู สั่ง ไม่ พลั้ง ผิด ธรรม สำ หรับ มนุษ ทั้งปวง สิ้น สุด ให้ รู้ ให้ จำ การ ชั่ว แล ดี ควร ที่ ควร ทำ รู้ เพราะ ถ้อย คำ บัญัติ ตรัส ส่อน พร พระตั้ง ไว้ อัน ว่า บัญัติ ถ้วน ทั้ง สิบทัศ ถ้า แม้น ผู้ ใด อุส่าห์ ทำ ตาม ความ บัญัติ ไช้ ชอบ น้ำ พระไทย ใน พระเยซู ผู้เปน บุตร ประการ หนึ่ง เล่า โอวาท พระเจ้า ท่าน สั่ง ส่อน มา ว่า ให้ อด ใจ อย่า ได้ โกรธา อย่า ถือ กายา เร่ง ให้ รำคาญ ถึง การ บาป หลัง ให้ ตั้ง จิตร รัก คน ทั้งปวง นัก เหมือน รัก ตัว ตน รัก พระเยซู ให้ ยิ่ง กว่า คน สมบัติ ล้น พ้น ท้วน ทั้งปวง อย่า ล่วง พระ เลย แม้น ว่า ผู้ ใด ทำ ดั่ง นี้ ได้ พระ ไม่ เมินเฉย ภอ พระไทย นัก ทรง รัก ชม เชย ได้ ศุข สเบย เสวย สวรรค อัน มะโห ฬาร อยู่ วัน หนึ่ง เล่า พระเยซู เจ้า ทรง เหน ฝูง ชน ประชุม พร้อม กัน ที่ นั่น บัดดน เสด็จ ขึ้น บน บรรพต อัน ใหญ่ ให้ โอวาท สิษ ว่า แม้น ผู้ ใด ละม่อม ถ่อม ใจ ลง ไว้ เปน นิจ ผู้ นั้น คง ได้ ศุข ใน ดวง จิตร คง จัก สถิตย สวรรค ชั้น บน ทุก คน ผู้นั้น อนึ่ง แม้น ผู้ ใด รู้ ตัว ชั่ว ไช้ ว่า ได้ ล่วง ผิด กลับ ทุกข เศร้า สร้อย น้อย ใจ ได้ คิด ว่า ตัว ทุจริต ทำ ผิด เนื่อง ๆ เคือง แค้น ใจ ตน ผู้นั้น คง ได้ สำราญ บาล ใจ ได้ ประจักษผล เพราะ ไป ภาย หน้า ศุขขา เลิศ ล้น สำเร็จ ทุก คน เที่ยง แท้ แน่ นอน พระ ส่อน จง จำ อนึ่ง แม้น ผู้ ใด ตั้ง อด ออม ใจ ได้ ศุข ประจักษ ไป ภาย หน้า นั้น พลัน ได้ สม รัก มรดก มาก นัก สมบัติ แผ่น ดิน หมด สิ้น ใหญ่ หลวง ผู้นั้น คง ได้ ศุข เลิศ ไกร กว่า คน ทั้งปวง มี่ ยศ อุดม สมบัติ อัน ล่วม กว่า คน ทั้งปวง มี ใน แผ่นดิน สิ้น ทั่ว โลกา ประการ หนึ่ง ไช้ ถ้า แม้น ผู้ ใด รัก ใคร่ ปราถนา ความ ดี ชอบ ธรรม จะ นำ เอา มา ศุข ประจักษตา ภาย หน้า อิ่ม ใจ เพราะ ได้ ธรรม ยิ่ง อนึ่ง แม้น ผู้ ใด เมตา รัก ใคร่ ใน สัตว ทุก สิ่ง ได้ ศุข ประจักษ เที่ยง นัก แท้ จริง จะ ได้ พึ่ง พิง พระเจ้า มนุษ สุด ใน ภาย หน้า อีก อย่าง หนึ่ง เล่า ผู้ ใด บันเทา ให้ ใจ สุทธา มลทิน สิ้น ไป ได้ ซึ่ง ศุข ประจักษมี มา ภาย หน้า ประสบ ภบ พระ สวรรค ประการ หนึ่ง นา ผู้ ใด ปราถนา มนุษทั้ง นั้น ให้ รัก กัน ดี ไม่ ตี ไม่ รัน ศุข อัน มหันต์ เกิด เหน ประจักษ เที่ยง นัก มั่น คง คือ ไป ภาย หน้า คน ทั้งปวง มา เรียก ผู้นั้น ตรง ว่า ลูก พระเจ้า ด้วย ว่า พระองค ชี้ เอา ผู้ นั้น ว่า ใจ เหมือน พระ บิดา นักหนา หนึ่ง เล่า ผู้ ใด ประดิฐ จิตร ไว้ ใน ทาง ธรรมา ผู้ อื่น ติเตียน เบียด เบียฬ อิจฉา ตั้ง จิตร อุส่าห์ สกด อดใจ ได้ ศุข ประจักษ คือ ไป ภาย หน้า ศุข บรีดา สมบัติ ที่ รัก จัก ภิญ โย ยิ่ง ทุก สิ่ง มาก นัก กอบ ด้วย ยศ ศักดิ์ ใน เมือง สวรรค แม่น มั่น แน่ จริง ประการ หนึ่ง เล่า ผู้ เปน สิษ เรา ทำ ตาม ทุก สิ่ง ซึ่ง คำ เรา ส่อน ถาวร แน่ จริง มี ผู้ เย่อ หยิ่ง ชิงชัง อิจฉา ว่า สาระพัด ว่า สิษ เรา ชั่ว โฉด เขลา เมา มัว ทุก ตัว คน นั้น จง อด โทโส โม โห เรว พลัน จง เร่ง อด กลั้น กลับ ใจ ยินดี ปรี เปรม สบาย ได้ ความ ศุข นัก เพราะ เหน ประจักษ บำเหนจ เหลือ หลาย ซึ่ง ทรง ประทาน สำราญ จิตร กาย สม ดั่ง ใจ หมาย ใน เมือง สวรรค อัน เลิศ ไกร ชาว สยาม ซึ่ง อ้าง ว่า ถือ พระเยซู ศาสนา ฯะ
๏ คน ทั้งหลาย ที่ ถือ พุทธ ศาสนา นั้น สรรเสริญ ว่า ศีล ห้า เปน ยอด ศีล ปานา ติบาต ฆ่า สัตว กิน เนื้อ สัตว อะทินนาทาน ขี้ ฉ้อ ส่อ เสียด กาเม สุมิจ ฉา อย่า ทำ ลูก เขา เมีย เขา มุสา วาทา กล่าว ความ เท็จ มิ จริง สุรา เมไรย ซึ่ง ของ เมา ต่าง ๆ ก็ ไม่ เหน ท่าน ผู้ ใด ถือ ได้ สัก คน ก็ ไม่มี ท่าน ผู้ ปฤกษา ตระลาการ มัก คิด ว่า พระเจ้า แผ่นดิน ทรง พระกรุณา ชุบ เลี้ยง ตัดสิ้น ความ ของ ราษฎร ไม่ เปน ยุติธรรม ก็ ไม่ มี ผู้ ใด เอา โทษ ถ้า ตัดสัน เปน ยุติธรรม ราษฎร ไม่ ต้อง ถวาย ฎีกา เพราะ เหน ความ อย่าง นี้ จึ่ง ได้ แต่ง จดหมาย เหตุ ธรรมเนียม ยุโรป ยก สาสนา แท้ จริง ออก มา ชี้ แจง ให้ เหน เท็จ แล จริง คน ชาว ยุโรป ซึ่ง ถือ คฤษ สาสนา ตัดสิน ความ ของ ราษฎร ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม ไม่ ต้อง ได้ ความ เดือด ร้อน ถึง พระเจ้า แผ่นดิน ขุนนาง เจ้า นาย ได้ อ่าน จดหมาย เหตุ ฉบับ นี้ แล้ว ที่ ท่าน มี ความ สัตซื่อ กะตัญญู ต่อ แผ่นดิน ขอ จง ได้ พร้อม ใจ กัน นำ เอา ความ ยุติธรรม ขึ้น กราบ บังคม ทูล พระกรุณา ให้ เหมือน ธรรมเนียม ยุโรป ตัดสิน ความ ด้วย กงซุล อังกฤษ คน เดียว ขึ้น ไป เปน ตระลา การ ตัดสิน ความ ของ ราษฎร ที่ เมือง เชียง ใหม่ กับ หัว เมือง อื่น ๆ อีก หลาย เมือง ซึ่ง เกี่ยว ข้อง กับ คน ใน สับเยก เขา ยัง ตัดสิน ชี้ ขาด ได้ เปน เหตุ เพราะ เขา ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม ขุนนาง เจ้า นาย ทั้งหลาย ก็ ย่อม จะ รู้อยู่บ้าง การ ชั่ว การ ไม่ ดี ใน กรุง สยาม นี้ ก็ ยัง มี อยู่ หลาย อย่าง คือ ใน คำ ทำนาย ท่าน ว่า ม้า สอง ปาก เหน หญ้า อยาก อ้า ปาก น้ำลาย ไหล บุรุษ สอง ป่อง ป้อน จน อ่อน ใจ ความ ข้อ นี้ ขุนนาง เจ้า นาย ก็ ได้ ทราบ เหตุ ไฉน จึ่ง ไม่ นำ ขึ้น กราบ บังคม ทูล ให้ ตัด ทิ้ง เสีย บ้าง ชาว สยาม ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า จะ ขอ เล่า นิทาน ให้ ท่าน ฟัง สัก เรื่อง หนึ่ง สอง คน พ่อ ลูก เก็บ ผล มม่วง ได้ มา หก ผล แต่ ผล หนึ่ง เน่า ไป ซีก หนึ่ง พ่อ บอก ให้ ลูก ทิ้ง เสีย ลูก มี ความ เสีย ดาย ว่า มัน ยัง ดี อยู่ ซีก หนึ่ง จะ ทิ้ง มี ความ เสีย ดาย จึ่ง เอา มะม่วง เน่า กับ ดี ไป บิด เอา ไว้ ด้วย กัน ครั้น มะม่วง นั้น สุก มะม่วง เน่า ก็ ภา มะม่วง ดี พลอย เน่า เสีย ไป ด้วย กัน หมด ฉัน ใด ก็ ดี ท่าน นักปราช ผู้ ฉลาด จง เอา ปัญญา ตรึก ตรอง ดู เถิด จะ เข้า ตำรา มะม่วง ฤา ไม่ ซึ่ง จะ ให้ เปน ยุติธรรม ก็ ต้อง ชำระ ของ เน่า ทิ้ง เสีย ซึ่ง จะ เอา ของ ดี กับ ของ เน่า ระคน ปน กัน ยุติธรรม ที่ ไหน จะ เกิด ขึ้น ได้ เพราะ เขา คิด ว่า ท่าน ผู้ ตัดสิน ความ ผิด ราษฎร ถวาย ฎีกา ท่าน ผู้ ตัดสิน แก้ ตัว ว่า เคลิบ เคลิ้ม ซึ่ง สะติ ฟั่น เฟือน เคลิบ เคลิ้ม ก็ ไม่ คัด ตัด ออก คน มั่ง มี ตี คน ตาย ที่ กลาง ถนน หลวง ไม่ รู้ ว่า ชำระ กัน อย่างไร วิไสย ความ ธรรมเนียม ยุติธรรม ผู้ แพ้ ต้อง เสีย เงิน แทน ผู้ ชะนะ จึ่ง จะ เปน ยุติธรรม ความ ใน บ้าน เมือง เรา นี้ ผู้ แพ้ เสีย เงิน ผู้ ชะนะ ก็ ต้อง เสีย เงิน ๆ ที่ เสีย นั้น ตก ไป อยู่ กับ ใคร ตก ไป อยู่ กับ คน ทำ นา บน หลัง ราษฎร คน จน ไป ฟ้อง ความ ไม่ มี เงิน จะ ให้ ค่า ธรรมเนียม เจ้า พนักงาน ไม่ สั่ง ไม่ เปน ฟ้อง ถ้า มี เงิน ไป บล กับ พวก พนัก งาน ความ ไม่ เปน ฟ้อง ขาด อายุ ความ ท่าน ก็ คง จัด แจง ให้ เปน ฟ้อง ครู สมิท เหน แก่ การ แผ่น ดิน มี ความ รัก เจ้า แผ่นดิน จึ่ง ได้ ลง ทุน ออก จดหมาย เหตุ ประสงค จะ ให้ เพื่อน มนุษ ด้วย กัน เดิน ทาง ตรง ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม ครู สมิท ไม่ ได้ เอา รัด เอา เปรียบ ข่มขี่ สาศนา พระโคดม ซึ่ง กล่าว มา แล้ว ทั้ง นี้ ครู สมิท จะ ได้ รัด ได้ เปรียบ ใน สาศนา เงิน เฟื้อง เบี้ย ร้อย ก็ ไม่ มี ครู สมิท สู้ เสีย เวลา แต่ง เปน ใจ ความ ว่า ห่าน ไข่ มัน เปน ทอง คำ ถ้า แม้น เจ้า ของ ไม่ จัด แจง บำรุง รักษา ตะ รีด เอา แต่ ไข่ มัน ฝ่าย เดียว มัน คง จะ บ่าย หน้า ไป พึ่ง บุญ ท่าน ผู้อื่น ทุก วัน นี้ จีน ไทย อยาก ได้ เปน ค่า คน พวก อัน อยู่ ใน ยุติธรรม ไม่ มี คน กดขี่ ข่มเหง เปน ความ จน ใจ ติด ด้วย หนังสือ สัญญา ถ้า ไม่ ติด แล้ว ราษฎร ก็ คง ชวน กัน มา เข้า กัน กับ พวก ที่ จะ ไม่ เบียด เบียฬ เหลือ เกิน นั้น ชาว สยาม ๚ะ
๏ วัน อาทิตย เดือน สิบสอง ขึ้น สอง ค่ำ เวลา ย่ำ ค่ำ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เสด็จ ออก พระ ที่ นั่ง จักรกรี มหา ปราสาท ประทับ พระแท่น ด้าน ตวันตก
๏ พระ มนตรี พจนกิจ นำ พระวิภาค ภูวดล กับ เจ้า พนักงาน กรม แผน ที่ กราบ ถวาย บังคม ลา ขึ้น ไป ราชการ ทำ แผนที่ ที่ เมือง หลวง พระ บาง แล เมือง หนอง คาย ๚ะ
๏ วัน จันทร เดือน สิบ สอง ขึ้น สาม ค่ำ เวลา ย่ำ ค่ำ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่หัว เสด็จ ออก พระ ที่นั่ง จักรกรี มหา ประสาท ตาม เคย ๚ะ
๏ พระมนตรี พจนกิจ นำ จ่า ห้าว ยุทธ การ กราบ ถวาย บังคม ลา ขึ้น ไป ราชการ ตรวจ เรือ เข้า ซึ่ง ขึ้น ไป ส่ง กอง ทัพ ตาม ลำ น้ำ หัว เมือง ฝ่าย เหนือ ๚ะ
๏ ณวัน ศุกร เดือน สิบสอง แรม สี่ ค่ำ เวลา ค่ำ ทุ่ม เสศ กำปั่น ลำ นี้ เมื่อ อยู่ ตรง บาง คอแหลม โดน เรือ ฉลอม ลำ หนึ่ง เรือ ฉลอม นั้น ล่ม ของ กระ จัด กระจาย ไป คน ที่ อยู่ ตาม เหล่า นั้น ออก ไป เกบ ของ ที่ ลอย ไป หมด แต่ คน ใน เรือ ฉลอม นั้น ยัง ไม่ รู้ ว่า กี่ คน ที่ จะ จม น้ำ ตาย ทุก คน ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ชาว เดิน เรือ ขึ้น ล่อง ค้า ขาย ทั้ง ไทย จีน เข้า ชื่อ ประมาณ หก สิบ คน ได้ ความ เดือด ร้อน ขอ คำนับ แจ้ง ความ มา ถึง ท่าน เอไดตอร ผู้ จัด การ สยาม ไสมย ด้วย ข้าพเจ้า ทั้งหลาย เปน คน จน ขัด สน จึ่งได้ คิดประกอบการ หากิน ทาง ค้า ขาย เลี้ยง ชีวิตร บัดนี้ ผู้ นั่ง ด่านทำการ กด ขี่ ข่มเหง ราษฎร ลงเอาทรัพย์ สิ่ง ของ แก่ ชาว เรือ ค้า ขาย ลำ ละ มาก นัก ข้าพเจ้า ค้า สิ่ง ไร จะ ขอ ให้ แต่ สิ่ง ของ สินค้า นั้น แต่ เล็ก น้อย นาย ด่าน ก็ ไม่ ยอม เรียก เอา เงิน แก่ ราษฎร ลำ ละ บาท บ้าง สอง สลึง บ้าง อ้าง ว่า คอเวินเมนต์ สยาม สั่ง ให้ เกบ เงิน แก่ ราษฎร จะ ทำ ด่าน ขึ้น ใหม่ การ ก็ ล่วง มา หลาย ปี แล้ว ก็ ไม่ เหน ทำ ด่าน ทาง ขึ้น เฝ้า แต่ ลง เอา เงิน พวก ราษฎร อยู่ เสมอ ถ้า เปน พวก เรือ บันทุก สุกร หัว เมือง จะ เข้า มา ขาย ใน กรุง เทพ ฯ ล่วง ด่าน ทาง เช้า มา นาย ด่าน เก็บ เอา เงิน เรียง ลำ เสมอ ลำ ละ บาท อ้าง ว่า พระ บาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว แต่ ก่อน ได้ โปรด เกล้า ฯ ตรัส สั่ง แก่ นาย ด่าน นั้น ไว้ ว่า ถ้า มี เรือ ราษฎร บัน ทุก สัตว มี ชีวิตร ข้าม น่า ด่าน ให้ นาย ด่าน เรียก เงิน ลำ ละ บาท หนึ่ง ซื้อ น้ำ มัน จุด ประจำ รักษา ด่าน ข้าพเจ้า ทั้งหลาย เปน คน บ้าน นอก ได้ ยิน อ้าง ถึง พระเจ้า แผ่นดิน ดัง นั้น ก็ สดุ้ง ตก ใจ เกรง กลัว ยอม ให้ ลำ ละ บาท หนึ่ง ทั่ว กัน ถ้า เรือ ลำ ใด ขัด ขืน ไม่ ยอม ให้ โดย ดี พวก ด่าน นั้น ก็ ภา กัน เข้า ยื้อ แย่ง ทุบ ตี ฉุด ลาก บาง ที ยึด เอา แจว ไว้ เอา หาง เสือ ไว้ เสีย ราษ ฎร รำคาน กลัว สินค้า ที่ ใน เรือ เน่า เปื่อย ก็ ยอม เสีย ให้ จึ่ง จะ ได้ เที่ยว ค้า ขาย ต่อ ไป ได้ ข้าพเจ้า ทั้ง หลาย ทั้งปวง เปน คน เคย เที่ยว ค้า ขาย จบ ทั่ว ทุก ด่าน แล้ว ไม่ เหน มี เหมือน ด่าน ที่ ว่า มา นี้ เลย ที่ ด่าน อื่น ๆ ทั้งปวง ก็ เปน แต่ สอด ส่อง ค้น ดู สิ่ง ของ ที่ ต้อง ห้าม ฤๅ ผู้ คน แปลก ปลอม เปน ตาม ธรรม เนียม ฯ ด่าน ไม่ ได้ ทำ ข่มเหง เบียด เบียฬ ราษฎร เหมือน ด่าน ที ตำบล นี้ ทุก วัน นี้ ราษฎร ค้า ขาย สิ่ง ใด ก็ ต้อง เสีย ภาษี สิง นั้น ตาม ธรรมดา บ้านเมือง แล้ว ยัง ซ้ำ มา ต้อง เสีย ให้ แก่ ผู้ รักษา ด่าน อีก ชั้น หนึ่ง เล่า การ ค้า ขาย เดียว นี้ ใช่ มี กำไร ล้น หลาม เหลือ เฟือ จน ถึง เปน เสรฐี ภอ แต่ เสีย ภาษี แล ค่า ลูก จ้าง กับ ได้ เลี้ยง ชีวิตร บ้าง เท่า นั้น ซึ่ง ผู้ นั่ง ด่าน กระทำ ความ เบียด เบียฬ ตั้ง กอง กด ขี่ ข่มเหง พวก ราษฎร อยู่ ดัง นี้ ราษฎร ทั้งปวง ได้ ความ ทุกข์ เดือด ร้อน เปน อัน มาก ขอ ท่าน ผู้ เจ้า ของ หนัง สือ สยาม ไสมย จง เอา เรื่อง ราว ร้อง ทุกข์ ของ พวก ข้าพเจ้า นี้ ลง ใน จดหมายเหตุ ด้วย จะ ได้ ทราบ ถึง เจ้านาย ขุนนาง ที่ ท่าน มี ความ เมตา จิตร แล มี ความ กรุณา สงสาร สัตว ผู้ ยาก จะ ได้ ช่วย ปราบ ปราม ชาว ด่าน ให้ เลิก การ ที่ ไม่ เปน ยุติธรรม สิ่ง นี้ ราษฎร จะ ได้ มี ความ ผาศุก ทำ มา หา เลี้ยง ชีวิตร สดวก เปน ปรกติ ข้าพเจ้า ขอ ให้ พร แก่ ท่าน เจ้า ของ สยาม ไสมย ให้ อยู่ เยน เปน สุข ทุก ทิวา ราตรี อย่า มี ไภย พิบัติ โรค ไภย อันตราย สิ่ง ได มา ใกล้ กลาย ขอ ให้ เพิ่ม ภูล สยาม ไสมย วัฒนา การ ยิ่ง รุ่ง เรือง ทั่ว พระราช อาณา เขตร พิภพ สยาม เทอญ ๚ะ
๏ ที่ นี้ จะ กล่าว ถึง เมือง ยิปุ่น เขา เปลี่ยน ตั้ง ธรรมเนียม ใหม่ เดิม ธรรมเนียม เขา ก็ มี เมีย มาก ครั้น แล้ว เขา มา คิด เหน ชาว ยุโรป มี ผัว เดียว เมีย เดียว ไม่ เลือก ที่ รัก มัก ที่ ชัง ไม่ มี ความ จุก จิก เดิม เขา นับถือ เจ้า ว่า เปน พระ ครั้น แล้ว เขา ได้ สดับ ตรับ ฟัง คำ ของ พวก คฤศเตียน เอา คฤศศาสนา ออก สั่ง สอน ว่า มี พระเจ้า องค์ เดียว เปน เจ้า ของ โลกย พิภพ เปน เจ้า ของ ชีวิตร แห่ง สัตว์ ทั้งหลาย เขา คิด เหน จริง ของ เดิม ที่ เขา นับถือ นั้น เขา สละ ทิ้ง หมด เขา เอา ธรรมเนียม กฎหมาย ชาว ยุโรป เขา ไม่ ได้ กด ขี่ ข่มเหง เบียด เบียฬ แก่ ราษฎร เขา มี แต่ ตั้ง จิตร คิด เมตา บำรุง ราษฎร ให้ เรียน วิชา อย่าง เดียว ราษฎร ก็ มี ใจ รัก เจ้า แผ่นดิน ทุก วัน นี้ เมือง ยิปุ่น แขง แรง เหมือน กับ เมือง ชาว ยุโรป เปน เหตุ ด้วย เพราะ เขา ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม แต่ กรุง สยาม นี้ ก็ ว่า เปลี่ยน ธรรมเนียม ใหม่ แต่ เปน ไทย ครึ่ง ฝรั่ง ครึ่ง ถ้า เปน ฝรั่ง ล้วน ดู ก็ จะ งาม ตา ข่าว ฦๅ กัน จะ ตั้ง ศาล ยุติธรรม ถ้า ไม่ เอา ตาม อย่าง ธรรมเนียม ยิปุ่น เหน จะ ไม่ เปน ยุติธรรม ได้ ด้วย ยิปุ่น เขา มี ความ เชื่อ ใน คฤศศาสนา การ ยุติธรรม ออก จาก คฤศ ศาสนา ยิปุ่น เขา เอา ฝรั่ง เปน ครู แล้ว เขา ใช้ กฎ หมาย ชาว ยุโรป ความ กด ขี่ ข่มเหง ไม่ มี การ นั้น จึ่ง ได้ เปน ยุติธรรม แล้ว เขา คิด เหน ว่า พระ ที่ สร้าง ด้วย เงิน ทอง ของ ต่าง ๆ ไม่ มี วิญาณ ถึง จะ กราบ ไหว้ อ้อน วอน ท่าน ๆ ก็ นั่ง นิ่ง เฉย เสีย แล้ว อีก ประ การ หนึ่ง เขา คิด เหน ว่า พระเจ้า ผู้ เปน บิดา สร้าง เรา มนุษ คือ เรา เปน ลูก ของ พระเจ้า ซึ่ง เรา มนุษ จะ มา สร้าง พระเจ้า นั้น ไม่ ได้ ผู้ ใด ที่ สร้าง พระเจ้า นั้น เขา เหน ว่า มี บาป มาก เขา จึ่ง ได้ เอา ธรรมเนียม อังกฤษ แล อะเมริกัน ทุก วัน นี้ เมือง ยิปุ่น ชาว ยุโรป นา ๆ ประเทศ ก็ สรรเสริญ การ งาน ทั้ง นี้ ก็ เปน เพราะ พวก ยิปุ่น มี ความ เชื่อ ใน คฤศศาสนา คน เปน อัน มาก ทั้ง ผู้ ใหญ่ ผู้ นัก ก็ พลอย เหน ดี ด้วย แล้ว เขา มา คิด เหน ว่า ทำ บุญ อย่าง บูราณ เสีย ทั้ง เงิน ลำ บาก แก่ ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่นดิน เขา คิด เหน เปน การ บาป ซึ่ง มี การ ศึก ณรงค์ สงคราม ฤา การ อะไร ต่าง ๆ ก็ ดี เขา สู้ เสีย เงิน จ้าง ทุก วัน นี้ เมือง ยิปุ่น ราษฎร มี ความ เจริญ ขึ้น กว่า แต่ เดิม มาก ตาม บันดา ขุน นาง เจ้า นาย เขา มี ความ สัจซื่อ ต่อ แผ่นดิน เขา คิด เหน ว่า ราษฎร มี คุณ ต่อ แผ่นดิน ถ้า ไม่ มี ราษฎร ทำ เงิน ส่ง เข้า ท้อง พระคลัง เงิน แผ่นดิน ที่ ไหน จะ มี ใช้ ถ้า บ้าน เมือง เกิด ศึก สงคราม จะ ต้อง อาไศรย แรง ราษฎร ช่วย ถ้า เบียด เบียฬ กด ขี่ ข่มเหง ราษฎร ๆ ที่ไหน จะ มีใจ ช่วย ตาม บันดา ขุนนาง เจ้า นาย พร้อม ใจ กัน เข้า กราบ บังคม ทูล พระเจ้า แผ่นดิน ก็ ทรง เหน ดี แต่ อย่าง นั้น แล้ว เขา ยัง ต้อง เอา ฝรัง เปน ครู ใช้ กฎหมาย ฝรั่ง จึ่ง เปน ยุติธรรม แล้ว ทรง พระกรุณา โปรด ให้ ขุนนาง เจ้า นาย ที่ มี เงิน ซื้อ บ้าน ช่อง ตึก ราม ให้ แก่ ราษฎร เช่า ทำ มา หา กิน บ้าน เมือง จึ่ง มี ความ วัฒนา ไม่ กด ขี่ ข่มเหง ซึ่ง กัน แล กัน เงิน ค่า เช่า นั้น เปน เงิน บริสุทธิ์ สืบ กุลบุตร ลูก หลาน ก็ ได้ เก็บ ค่า เช่า เลี้ยง ชีวิตร ต่อ ไป แล้ว ก็ มี ชื่อ เสียง ใน แผ่นดิน ซึ่ง มี เงิน แต่ง เรือ แพ นาวา ไป ค้า ถ้า เรือ แตก ทรัพย นั้น ก็ สูญ ที่ เดียว ชื่อ เสียง ก็ ไม่ มี ถ้า ขุนนาง เจ้า นาย แล คน มั่ง มี พร้อม ใจ กัน ซื้อ ที่ ปลูก ตึก ให้ คน เช่า นา ๆ ประเทศ เข้า มา ดู ก็ จะ เปน ที่ งาม ตา ท่าน ผู้ ที่ มี ทรัพย มาก แล ทรัพย นั้น ไม่ บริสุทธิ์ ครั้น ตัว ชีวิตร หา ไม่ ลูก หลาน ก็ ฟ้อง มรฎก กัน ทรัพย นั้น ก็ เปน อัน ตระทาน ท่าน อย่า ดู อื่น ดู ไกล เลย ตาม บันดา เจ้า ภาษี นาย อา กร เบียด เบียฬ กด ขี่ ข่มเหง ราษฎร เรียก เอา ภาษี เหลือ ๆ เกิน ๆ ทรัพย นั้น ไม่ บริสุทธิ์ ตาม บันดา เจ้า ภาษี นาย อากร จึ่ง ได้ เบน หนี้ หลวง ไม่ เว้น ตัว คน เพราะ ด้วย การ บาป ท่าน นักปราช ผู้ ฉลาด จง เอา ปัญญา อัน เลอียด ตฤก ตรอง ดู เถิด จะ จริง เหมือน อย่าง ว่า ฤา ไม่ ถ้า เหน จริง แล้ว จง ทำ ที่ ดี เถิด ตัด ทิ้ง ความ ชั่ว ขุน ศาล ตระลาการ ที่ ไม่ ดี แล้ว ก็ ต้อง ตัด ทิ้ง อย่า ได้ เลี้ยง ต่อ ไป บ้าน ก็ จะ มี ความ จำเริญ ฝรั่งเศศ บ้าน เมือง เขา ใหญ่ โต กว่า กรุง สยาม หลาย เท่า เขา ยัง เปลี่ยน ตั้ง ธรรมเนียม ใหม่ ได้ คิด ดู แต่ เท่า นี้ เทอญ ๚ะ
๏ เมื่อ ครั้ง พระบาท สมเด็จ พระจอมเกล้า เจ้า อยู่ หัว ท่าน ได้ เคย ตรัส ว่า เขา เปน ชาว ต่าง ประเทศ แต่ เขา เปน คน นอก สาศนา ของ ไทย เพราะ ท่าน ได้ ทรง ทราบ ความ ดัง นี้ ท่าน จึ่ง ได้ ทำ หนังสือ สัญญา ทาง พระราช ไมตรี กับ พวก ชาว ยุโรป บ้าน เมือง จึ่ง ได้ มี ความ จำเริญ กว่า แต่ ก่อน คน ชาว กรุง สยาม เหน จะ ไม่ ใคร่ มี คน รู้ ถึง เรื่อง ราว ทั้ง นี้ นักปราช ผู้ ฉลาด ใน กรุง สยาม ก็ มี มาก เหตุ ไฉน จดหมาย เหตุ เขา กล่าว ถึง พระเจ้า เขา ประสงค์ จะ ให้ รู้ ใจ ความ คือ พระ เจ้า นั้น ลักษณ อย่าง ไร จึ่ง ได้ เรียก ว่า พระเจ้า คือ พระเจ้า เหน ว่า มนุษ ทำ แต่ การ บาป ท่าน จึ่ง ได้ ให้ พระวิญาณ ลง มา เกิด เปน พระบุตร สมมุต เยซู เปน ผู้ จะ ถ่าย โทษ มนุษ เที่ยว สั่ง สอน ให้ มนุษ ทิ้ง บาป ใจ ความ อัน นี้ เรียก ว่า พระเจ้า โปรด สัต มนุษ ไม่ ต้อง ไป ตก นรก คือ ใน พระบาฬี ว่า พระสมณ โคตม ไป เที่ยว บิณฑบาตร ผู้ ใด เอา เข้า ปลา มา ใส่ บาตร เรียก ว่า พระเจ้า โปรด สัตว ท่าน ไม่ ได้ สอน ให้ มนุษ ทิ้ง บาป จะ โปรด อย่าง ไร ได้ เขา ย่อม ว่า ต้น คด ปลาย ตรง ปลาย ตรง นั้น คือ ให้ มนุษ ทิ้ง บาป ไม่ สอน ให้ มนุษ ทิ้ง บาป ๆ ติด ตัว ไป จน วัน ตาย จะ เรียก ว่า ปลาย ตรง อย่าง ไร ได้ อีก ประการ หนึ่ง เขา ย่อม ว่า สวรรค์ ใน อก นรก ใน ใจ ท่าน ให้ เอา ใจ ตั้ง จิตร คิด เมตา แก่ เพื่อน มนุษ ด้วย กัน พระเจ้า เที่ยง แท้ ไม่ ได้ สอน ให้ เอา สิ่ง ของ ทำ ทาน เรียก ว่า เปน บุญ คน ที่ จะ ขืน เอา ทาน เปน บุญ ซึ่ง ทำ ทาน นั้น ถึง จะ ทำ อย่าง ไร ก็ เอา ตัว ไม่ รอด ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ที่ เปน สับเยก ต่าง ประเทศ ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน เอไดตอร์ ทราบ ด้วย ว่า พวก ข้าพเจ้า เปน ความ กัน ที่ ศาล โบริสะพา กับ นาย อากร อยู่ หลาย เรื่อง คอเวินแมน ฝ่าย สยาม ตั้ง ให้ ท่าน ตระลาการ ชำระ เรื่อง ความ แล พวก ลูก จ้าง หลาย คน ที่ ต้อง ถูก จับ ไป ใส่ โซ่ ตรวน ขัง ตราง ไว้ นั้น จน จีน ลูก จ้าง คน หนึ่ง เจ็บ เติม ที่ ก็ หา ปล่อย ไม่ เกือบ ตาย แล้ว ท่าน ตระลา การ ถึง ให้ ปล่อย ครั้น ปล่อย ออก มา ได้ วัน หนึ่ง ก็ ตาย ข้าพเจ้า ขอ ครู สมิท เปน ที่ พึ่ง แล ได้ โปรด เอา เนื้อ ความ เหล่า นี้ ลง ใน สยาม ไสมัย ว่า ท่าน ตระลาการ เปน คน รู้ ธรรมเนียม ต่าง ประเทศ แล้ว ทำไม จึง ไม่ ชำระ ความ ใน ทาง ยุติธรรม กัก ขัง ลูก จ้าง ของ พวก ข้าพเจ้า ไว้ จน ได้ ความ พินาศ ฉิบหาย ท่าน ไม่ รัก เพื่อน มนุษ ซึ่ง กันแล กัน พวก ข้าพเจ้า เปน คน ต่าง ประเทศ เข้า มา ใน เมือง ไทย ก็ อยาก จะ ทำ มา หา กิน เลี้ยง ชีวิตร หา กิน โดย ทาง ผี่ ช่อง ก็ อยาก จะ ได้ เงิน เดี๋ยว นี้ มี ความ เกิด ขึ้น ตระ ลาการ ก็ ข่ม ขี่ ไม่ เวทนา ต่อ พวก ข้าพเจ้า เลย พวก ข้าพเจ้า สิ้น ปัญญา ไม่ รู้ ทำ อย่าง ไร ขอ ท่าน ผู้ สร้าง โลกย์ นี้ ได้ โปรด มี ความ เมตา กรุณา ต่อ พวก ข้าพ เจ้า ด้วย เถิด ๚ะ
๏ คน ชาว กรุง สยาม เมื่อ พ่อ แม่ มี ชีวิตร อยู่ เหน ไม่ ใคร่ จะ มี ใคร เอา ใจ ใส่ พิทักษ รักษา ดู แล ฤา ทำ มา หา ได้ จะ ได้ เอา เงิน ทอง มา เกื้อ กูล พ่อ แม่ ก็ ไม่ ใคร่ จะ เหน มี่ ต่อ พ่อ แม่ ชีวิตร หา ไม่ แล้ว จึ่ง จะ ได้ คิด อ่าน สนอง คุณ พ่อ แม่ เอา ศพ ไว้ สวด ให้ เปน อะไร ขึ้น มา แล้ว ไป เอา เพท จีน มา ถือ นิด ไป เอา เพท ญวน มา ถือ หน่อย แล้ว เอา หลง ญวน มา ทำ กองเต็ก ลาง บ้าน ก็ เอา แขก มา สวด จะ สวด ให้ เปน อะไร ขึ้น มา ชั่ง ไม่ เขา ปัญญา อัน เลอียด ตรอง ดู ของ จริง ก็ ควร จะ เชื่อ ของ เท็จ ก็ ไป เอา มา เชื่อ ได้ ของ ที่ เปน เท็จ ทำ แล้ว เสีย ทั้ง เงิน ได้ ทั้ง บาป ด้วย ป่วย การ ทำ มา หา กิน ไม่ ต้องการ จะ เอา ผี ไว้ กับ บ้าน ให้ เหมน แล้ว ทำ เครื่อง ศพ งาม อวด เพื่อน มนุษ ว่า ข้า มี กระตัญญู ลาง คน ก็ ขน เอา เงิน ทอง ออก ทำ ทาน เรียก กัน ว่า ทำ บุญ ถ้า ขืน นับถือ กัน อย่าง นี้ ผู้ ดี มี เงิน ก็ จะ ต้อง จน คำ เตือน ส่ะติ จดหมาย เหตุ ครั้ง ใหม่ มี คน สรรเสิญ ว่า ได้ ฟัง เหตุ ต่าง ๆ เปน คติ สอน ใจ ไม่ หน้า เสี่ย ดาย เงิน เลย ๚ะ
ข่าว โทรเลข นอก
๏ เมือง กอนซแตนไตนเปล วัน จันทร เดือน สิบสอง ขึ้น สาม ค่ำ ซึ่ง ราชทูต เยอรแมน ที่ เตอร กี เอา ใจ ใส่ ให้ การ คิด เหน ของ อังกฤษ แล รุเซีย เข้า หา กัน เปน ที่ หนุน ความ ไว้ ใจ ว่า จะ จัด การ สงบ เรียบ ร้อย ให้ ได้ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สิบสอง ขึ้น สี่ ค่ำ ลอด ซอลศบะรี่ คราว พูด ที่ การ เลี้ยง ที่ คิลตฮอล เมื่อ วัน จันทร ค่ำ ท่าน ว่า คอเวินแมนต์ ไว้ ใจ ว่า จะ เปลี่ยน การ ใน ประเทศ พม่า แต่ น้อย ภอ สมควร แก่ ประโยชน ของ ชาว ประเทศ พม่า แล บริตช เอมไปร์ ทั้งสอง ฝ่าย ท่าน ก็ มี ความ ยินดี ที่ จะ ได้ เติม ความ การ ซึ่ง คอเวินแมนต์ อังกฤษ กระทำ นั้น ต้อง กัน เตม กับ ความ ชอบ แล การ ไมตรี กับ พวก จีน ๚ะ
๏ เมือง กอนซแตนไตนเปล วัน พฤหัศบดี เดือน สิบ สอง ขึ้น หก ค่ำ พวก ประเทศ ใหญ่ ที่ ชุมนุม ปรึกษา การ เหน ชอบ เปน ใจ ความ ว่า จัด ให้ การ จะ ได้ กลับ เปน ไป ได้ ตาม เดิม ซึ่ง จะ ให้ เปน ไป ดัง นี้ ต่าง คน ต่าง เหน ไป คลทาง ๚ะ
๏ เมือง ปาริศ วัน พฤหัศบดี เดือน สิบสอง ขึ้น หก ค่ำ พวก เบลเยี่ยม ปรึกษา หา ฤา กัน ด้วย หมาย จะ เข้า กัน กับ พวก ปรึกษา ด้วย เรื่อง ราย เงิน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน สิบสอง ขึ้น แปด ค่ำ พวก เซอรเวีย ประกาศ แล้ว จะ รบ กัน กับ พวก บัลแค เรี่ย เพราะ พวก บัลแครี่ย นั้น ไป เกี่ยว ข้อง กับ ด่าน นอก ของ พวก เซอรเวีย เกิน ควร ไป ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย์ เดือน สิบสอง ขึ้น เก้า ค่ำ กอง ทัพ เซอรเวีย เลย ข้าม เขตร แดน จะ ไป ยัง เมือง โซไฟอะ ๚ะ
๏ หมู่ เล็ก หมู่ น้อย ได้ สู้ กัน แล้ว แล พวก บัล แครี่ย ถอย หลัง ไป บ้าง ๚ะ
| แต่ วัน อังคาร เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๑ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ๑๒ แรม ๓ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เส่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เส่า ก ส ค แทน กำปั่น เส่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กปิตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| ไกอะมอนดซิตี้ | ก ๒ ส ค สยาม | ๒๖๒ | ซเปนเซอร | โฟจีนลื้อ | ฮ่องกอง | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| เพ็นเตาเออร์ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๗๐๐ | เกลลี่ | คุอันคุอัน | ฮ่องกอง | ขึ้น ๑๓ ค่ำ |
| เฮกากิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | เลารี่ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๖๗ | ตัลลอก | บอนิโอ ก่ำปะนี่ | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| โรซะมอนด | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๒ | มอรเตอแมน | จิ่น | สิงฆโปร | แรม ๒ ค่ำ |
| โฮคุอัน | ซกุเนอ ๓ ส ฮอลันดา | ๒๔๖ | ลิเคน | จิ่น | สิงฆโปร | แรม ๒ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| ซงเบ้ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๒๒ | โยนซะ | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกอง | ขึ้น ๑๔ ค่ำ |
| เพ็นเตาเออร์ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๗๐๐ | เกลลี่ | คุอันคุอัน | สิงฆโปร | แรม ๑ ค่ำ |
| เฮกากิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | เลารี่ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๓ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๖๗ | ตัลลอก | บอนิโอ ก่ำปะนี่ | สิงฆโปร | แรม ๓ ค่ำ |
| ยุเลตเตร | ก ๓ ส นอวิเยียน | ๗๓๐ | แอรีกซอน | บอนิโอ ก่ำปะนี่ | ยุโรป | แรม ๓ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ชา เข้า เพ็นเตาเออร์ จีน เดิน สาร ดาษฟ้า เปน อัน มาก แล สินค้า ต่าง ๆ ๏ ไดอะมอนดซิตี้ บันทุก สินค้า | ||||||
| ต่าง ๆ ๏ เฮกากิ มิศเตอร บี่จี่ เดิน สาร แกะบิน ๏ แมกอะลิศเตอร มิศเตอร เบล สอง คน แล หมอ รอเบิดซอน แล บุตร | ||||||
| สาว เดิน สาร แกะบิน ๚ะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ชา ออก ซงเบ้ง เมล จิ่น แล ยิปุ่น บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ เพ็นเตาเออร์ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป | ||||||
| ๏ เฮกากิ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ แมกอะลิศเตอร เมล สิงฆโปร แล ยุโรป | ||||||
| ๏ ยุเลตเตร แล สินค้า ต่าง ๆ | ||||||
๏ ทัพ พม่า มา ตั้ง ล้อม ถึง สาม ปี ก็ ไม่ มี แม่ ทัพ ออก รับ รอง ฝ่าย ขุนนาง ต่าง คน ก็ ร้าว ฉาน ไม่ ร่วม จิตร คิด การ เปน เจ้า ของ สำลวน ค้น หา แต่ เงิน ทอง เที่ยว แต่ มอง อิจฉา กัน ตา เดี่ยว เมื่อ ไม่ มี สามคคี ร่วม รศ รัก ถึง มาก ลัก หมื่น แสน ออก ขับ เขี้ยว ไม่ พร้อม มูล สมาคม เปน กลม เกลียว เหมือน กับ มี แรง เดียว ไม่ เปน การ ฑะ
ไก่ ตัว ผู้ แล หมา ใน
๏ ใน ระดู ร้อน เวลา เช้า มืด วัน หนึ่ง หมา ใน เดิน เคียง โรง เลี้ยง ไก่ แล สัตว อื่น ที่ นา ก็ ติด บ่วง ที่ เจ้า ของ นา จัด ไว้ จะ ดัก สัตว กิน ไก่ ไก่ ตัว ผู้ ตัว หนึ่ง แล เห็น การ ซึ่ง เปน ขึ้น นั้น แต่ ไกล แต่ ไม่ ไว้ ใจ ใน สัตว ร้าย เช่น นั้น ค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ มอง ดู แต่ มี ความ วิตก ใน ใจ เปน อัน มาก ภอ หมา ใน แล เหน ไก่ ตัว ผู้ นั้น ก็ ทัก พูด เปน ชั้น เชิง สำนวน ฉลาด นัก พ่อ ทูล หัว หลาน เหน พี่ ตก ลำบาก เช่น นี้ ก็ เพราะ หลาน เมื่อ คอย แอบ เดิน ตาม ทิว ไม้ นั้น จะ กลับ ไป บ้าน ได้ ยิน หลาน ขัน จึ่ง นึก ขึ้น มา ใน ใจ จะ ทัก หลาน ถาม ก่อน ว่า สบาย ดี อยู่ ฤๅ หลาน จึ่ง จะ คอย เดิน ต่อ ไป แต่ บังเอิน มา ติด บ่วง นี้ เปน เหตุ เปน กรรม บัด นี้ พี่ ไหว้ พ่อ ทูล หัว ขอ มีด แต่ หลาน จะ ได้ ตัด เชือก นี้ ฤๅ พ่อ ทูล หัว ขอ บิด นิ่ง ความ ไว้ ก่อน กว่า พี่ จะ ได้ กัด เชือก นี้ ให้ ขาด ด้วย ฟัน เมื่อ ไก่ ตัว ผู้ เข้า ใจ ความ หา ได้ ตอบ ประ การ ใด ไม่ จึ่ง รีบ ไป แจ้ง ความ ทั้งสิ้น เล่า ให้ เจ้า ของ นา ทราบ เจ้า ของ นา จึ่ง เอา อาวุธ อย่าง ดี ติด มือ ไป ด้วย แล้ว ไป ทำลาย แก่ หมา ใน มัน ไม่ ทัน หนี ไป ได้ ฑะ
๏ เรื่อง นิทาน นี้ จะ สอน ว่า เมื่อ จะ ทำ บุญ คุณ ให้ ท่าน ใช้ ปัญญา ทำ แต่ ที่ ควร ฑะ
๏ เรื่อง นิทาน นี้ เตือน ว่า คน ใจ บุญ ซื่อ ตรง ดี จริง คง สืบ ถาม ให้ รู้ ถึง ที่ ขัด ที่ จะ ไป ช่วย แก้ นั้น แล จะ ให้ ช่วย ด้วย เตม ใจ แต่ คง ระวัง ทำ บุญ คุณ ให้ ทาน แก่ คน อัน ควร ที่ จะ ช่วย ด้วย ฑะ
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤๅ ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤๅ ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤๅ จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤๅ ออก ถนน ใหญ่ ได้ ด้วย สดวก (จ ห) ฯะ
๏ ขยาย ไป จาก โรง เลี้ยง แขก คือ ยุไนเวอรซัล โฮเตล จึ่ง ไป ตั้ง โรง ขาย ยา แล รักษา คน ไข้ ใน เรือน หลัง หนึ่ง เคียง ถนน กรุง เจริญ ฟาก ตวัน ออก เคียง ตรง ข้าม ฟาก ถนน โรง ภาษี ขา เข้า ขา ออก หมอ แอ แอฟ ตะ ซูซา แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สิบ สอง ขึ้น ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก (๔ ห)
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไศมย
ลง ความ น้อย กว่า ล่าม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๖๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ รู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๘ ถึง ๑๘๙๕ ครบ แปด ปี (จ ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด