เดือน ๑๒ แรม ๑๑ ค่ำ, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๑๕ วัน พุฒ เดือน ๑๒ แรม ๑๑ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
สาศนา พระ สัมณะโคตม

๏ ข้าพเจ้า ชาว สยาม ซึ่ง เปน คน นับถือ สาศนา พระ สัมณะโคตม แต่ ข้าพเจ้า มี ปัญญา อัน น้อย มิ ได้ เรียน รู้ ใน พระบาลี อัน แท้ จริง เปน แต่ ครู อาจาริย ได้ แนะ นำ สั่ง ส่อน ไว้ บ้าง เล็ก น้อย จะ ขอ อธิบาย ใน ข้อ สาศนา ไป ตาม รู้ ความ เหน บ้าง เล็ก น้อย ด้วย ข้าพเจ้า เปน ผู้ สืบ หา สาศนา อัน แท้ จริง ถ้า สาศนา ใด คำ สั่ง ส่อน เปน กลาง ก็ จะ ถือ เอา สาศนา อัน นั้น เปน ที่ พึ่ง ก็ เหน แต่ สาศนา พระ สัมณะโคตม เปน สาศนา แท้ จริง เพราะ คำ ส่อน ของ ท่าน เปน กลาง ไม่ ยก ตน ข่ม ท่าน ไม่ กล่าว ดี แก่ ตัว กล่าว ชั่ว ให้ ตก อยู่ แก่ ผู้ อื่น ถ้า ผู้ ใด จะ ถือ เอา ตาม คำ สอน ท่าน อย่าง ต่ำ ให้ ถือ ศีล ห้า ใน มั่น อย่าง ที่ ๒ ให้ ถือ ศีล แปด ที่ ๓ ให้ ถือ ศีล สิบ ที่ ๔ ให้ ถือ ศีล ๒๒๗ ถ้า ท่าน ผู้ ใด เหน จะ ถือ ตาม คำ ส่อน ของ ท่าน ได้ ก็ พึง เข้า รับ ถือ เอา ตาม คำ ส่อน ของ ท่าน เมื่อ เหน ว่า จะ ถือ ไม่ ได้ ก็ มิ ได้ กด ขี่ ให้ ถือ เมื่อ ผู้ ใด ถือ ได้ ก็ เปน บุญ ของ ผู้ นั้น ผู้ ใด ถือ แล้ว ไม่ ทำ ตาม ข้อ บัญญัติ ก็ เปน โทษ ของ ผู้ นั้น ซึ่ง ว่า เปน บุญ ของ ผู้ นั้น บุญ นั้น มี เนื้อ ตัว เปน อย่าง ไร อ๋อ บุญ นั้น ไม่ มี เนื้อ ตัว บุญ นั้น กระทำ ให้ ผู้ นั้น มี ใจ อัน เย็น เหตุ ใด ผู้ นั้น จึ่ง มี ใจ เย็น ซึ่ง ผู้ นั้น มี ใจ เย็น เพราะ ถือ ตาม คำ ส่อน ของ พระพุทธเจ้า คือ ไม่ เบียด เบียฬ ข่มเหง สัตว แล มนุษ ไม่ โลภ ไม่ ยินดี ด้วย ของ ผู้ อื่น ที่ จะ เอา มา เปน ของ ตัว ด้วย ไม่ ชอบ ธรรม ไม่ ยินดี ด้วย สัตรี ที่ มี ผู้ หวง แหน เปน ต้น ว่า ผัว เขา พ่อ แม่ เขา นาย เขา ญาติ ของ เขา เปน ที่ บำรุง รักษา หวง แหน แล ผู้ นั้น จะ ไม่ เจรจา กล่าว คำ เท็จ แล คำ หยาบ คำ ชั่ว ที่ ไม่ มี ประโยชน์ ใน การ ชอบ ธรรม แล ผู้ นั้น ไม่ ยินดี ด้วย ของ สิ่ง ที่ จะ กระทำ ให้ ใจ เปน บ่า ประ พฤติ การ ผิด ไป ต่าง ๆ ถ้า ผู้ ใด ประพฤติ ได้ ดั่ง นี้ ก็ มี ใจ อัน เย็น ปราศจาก โลภ ไม่ สู้ ขวน ขวาย สิ่ง ใด ความ ร้อน ใจ ทุกข์ โทษ ไม่ ค่อย มี แก่ ผู้ นั้น ก็ เรียก ว่า ได้ บุญ คือ บุญ ของ ผู้ นั้น ถ้า ผู้ ใด ไม่ ประพฤติ ผู้ นั้น ก็ ประกอบ การ นอก จาก พระพุทธ บัญญัติ คือ ผู้ นั้น ข่มเหง เขา นัก ก็ คง มี ผู้ มี อำ นาถ กว่า มา กด ขี่ ข่มเหง ตัว บ้าง ให้ ได้ ความ เดือด ร้อน ถ้า แล ผู้ นั้น โลภ ปราถนา ของ ผู้ อื่น มาก ถ้า ไม่ ได้ ดั่ง ความ ปราถนา ก็ มี ใจ เดือด ร้อน พาก เพียร เอา โดย ไม่ ชอบ ธรรม ได้ สิ่ง ของ นั้น มา โดย ทุจริต เปน ต้น ว่า ลัก เขา ขะโมย เขา ๆ จับ ได้ ก็ จะ ได้ ความ ทุกข ยาก ลำบาก เดือด ร้อน มี โทษ ไภย ต่าง ๆ เรียก ว่า บาป อีก ประการ หนึ่ง จะ ขอ กล่าว ความ สั้น ๆ ผู้ ใด ประพฤติ การ ชั่ว ที่ เปน ความ ร้อน ผู้ นั้น ก็ จะ ได้ ความ ร้อน ใจ ผู้ ใด ประพฤติ การ เย็น ตาม พุทธโอวาท ผู้ นั้น ก็ จะ ได้ ความ เย็น เปน ศุข แก่ ตัว ของ ตัว เอง ประการ หนึ่ง ให้ คิด ว่า เรา จะ ทำ ทุกข แล ทำ การ กด ขี่ ข่มเหง เขา ผู้ นั้น ๆ เขา จะ ได้ ความ เดือด ร้อน ฉันนั้น ถ้า ผู้ นั้น เขา มาทำ แก่ เรา ดั่ง นั้น บ้าง เรา จะ ได้ ความ เดือดร้อน เสีย ใจ ประการ ใด ให้ คิด เอา ใจ เรา ใส่ ใจ เขา เอา ใจ เขา มา ใส่ ใจ เรา ตฤก ตรอง ดู ก็ คง จะ รู้ จัก บาป บุญ คุณ โทษ ทุก ประการ ผู้ ใด เหน ทุกข โทษ ที่ จะ ทำ เขา แล เขา จะ ทำ เรา แท้ จริง ผู้นั้น ก็ จะ เว้น การ ชั่ว ประพฤติ การ ที่ ชอบ ได้ ความ เยย็น ใจ ผู้ ใด ประพฤติ ดี ความ ดี ก็ อยู่ แก่ ผู้นั้น ผู้ ใด ประพฤติ ชั่ว ความ ชั่ว ก็ อยู่ แก่ ผู้นั้น การ ที่ จะ มี ผู้ ใด ผู้ หนึ่ง จะ ยอม ให้ เขา ฆ่า ชีวิตร ว่า รับ ความ ชั่ว ความ บาป ของ คน ร้อย พัน หมื่น แสน ได้ นั้น ไม่ จริง เลย เปน คำ หลอก ลวง ของ ผู้ นั้น จะ ให้ คน ทั้งปวง ยินดี นับถือ ตัว ของ ตัว กับ อีก คำ หนึ่ง กล่าว ว่า ถ้า ผู้ ใด ทำ ดี นับถือ พระ องค์ ผู้ นั้น ตาย ไป พระวิญาณ จะ มา รับ ผู้ นั้น ไป สวรรค์ จะ ขอ ถาม ว่า พระวิญาณ อะไร พระวิญาณ รูป ร่าง เปน อย่าง ไป ศรี สัน วรรณ เปน อย่าง ไร ใคร เปน ผู้ ได้ เหน ใคร เปน พยาน คือ มา รับ เอา ใคร ไป ผู้ ใด กลับ มา บอก เล่า กับ คน ที่ ไม่ นับ ถือ เมื่อ ตาย ไป พระองค์ ลง โทษ ๆ ที่ ไหน ลง โทษ ทำ ประการ ใด ผู้ ใด เหน ผู้ ใด เปน พยาน ผู้ ใด หนี กลับ มา ได้ บอก กล่าว แก่ ผู้ ใด ข้าพเจ้า พิเคราะห์ ดู เปน คำ เหลว ๆ หลอก กัน ลวง กัน ไม่ มี หลัก กาน สิ่ง ใด จะ เปน ที่ เชื่อ ฟัง ความ ที่ เหลว ๆ ไม่ น่า ฟัง ฟัง แล้ว น่า หัวเราะ มี อยู่ โดย มาก จะ ขอ ชี้ หัว ข้อ แต่ ภอ ให้ เข้า ใจ ใน เรื่อง คฤษศาสนา มี ข้อ หนึ่ง ว่า ครั้ง หนึ่ง พระเจ้า จะ ลง โทษ มนุศย์ จะ บัน ดาน ให้ น้ำ ท่วม โลกย พระ จึง มา บอก แก่ ท่าน ผู้ หนึ่ง ซึ่ง เปน ผู้ นับถือ พระองค์ ให้ ต่อ เรือ ใหญ่ แล้ว ให้ เก็บ ผล ไม้ แล พฤกษา ละดาวัล แต่ พรรณ สัตว ต่าง ๆ ลง ใน เรือ ใหญ่ เมื่อ เวลา น้ำ ท่วม แล้ว จะ ได้ หนี ไภย ไป เมื่อ น้ำ ลด แล้ว จะ ได้ หว่าน พืชน์ ผล ไม้ พฤกษา ละดาวัล แล ปล่อย สัตว ต่าง ๆ ให้ เปน พืชน์ พันธุ ต่อ ไป ท่าน ที่ ชื่อ อาดาม ฤา ลาบาล ( ข้าพเจ้า จำ ชื่อ ไม่ ได้ ) ท่าน คน นั้น จึง ได้ ทำ ตาม คำ พระ บอก ก็ ได้ รอด จาก ความ ตาย ด้วย น้ำ แล้ว จึง ได้ หว่าน เภาะ พืชน์ ต่าง ๆ แล ปล่อย สัตว ต่าง ๆ จึง ได้ เปน พืชน์ พันธุ แต่ ครั้ง นั้น สืบ มา จน ทุก วัน นี้ คำ เหล่า นี้ ไม่ น่า เชื่อ ฟัง เลย เพราะ สัตว จัตุ บาท ทวิบาท หลาย หมื่น อย่าง พืชน์ ภูตคาม ก็ หลาย หมื่น สิ่ง บาง ที มี ใน ประเทศ ยุโรป ประเทศ อื่น ไม่ มี บาง ที มี แต่ ประเทศ อะเมริกา บาง สิ่ง มี แต่ ใน ประเทศ อินเดีย มี ใน ประเทศ โน้น บ้าง ประเทศ นี้ บ้าง กี่ ท่าน ผู้ นั้น ที่ เปน ผู้ รวบ รวม พืชน์ พรรณ ทั้งปวง รวบ รวม สิ่ง ของ ที่ ไม่ วิญาณ แล มี วิญาณ อยู่ กี่ สิบ ปี จึง ได้ ครบ สิ่ง พวก ของ ท่าน ผู้ นั้น ที่ ช่วย กัน หา มี สัก กี่ หมื่น เรือ ของ ท่าน ที่ ต่อ นั้น กว้าง กี่ พัน ไมล์ ยาว กี่ พัน ไมล์ จึง บันทุก ของ ทั้งปวง หมด คน ที่ ได้ อ่าน ได้ ฟัง หนังสือ เรื่อง นี้ ไม่ รู้ ที่ จะ เชื่อ อย่าง ไร ดู ไม่ ใช่ คำ สั่ง สอน เปน คำ เล่า นิทาน หลอก เด็ก ให้ เด็ก ฟัง เล่น อีก ประ การ หนึ่ง พระเจ้า ท่าน มี อิทธิฤทธิ์ เปน ผู้ ทรง สร้าง สารพัด ถ้า ท่าน บันดาล ให้ น้ำ ท่วม โลกย แล้ว ท่าน จะ บันดาล สร้าง ฝูง สัตว ขึ้น อีก ไม่ ได้ ฤา จึ่ง ให้ ท่าน ผู้ นั้น แก ได้ ความ ลำบาป จับ สัตว ต่าง ๆ ไป ทำ พันธุ ๚ะ

๏ กับ อีก ข้อ หนึ่ง ข้าพเจ้า ได้ ยิน คน ที่ นับถือ คฤศ ศาสนา กล่าว กัน ว่า ไม่ มี ผี ปีศาจ ทำไม จึ่ง มี คำ หนึ่ง ว่า พระเยซุ เจ้า เสด็จ ไป ที่ แห่ง หนึ่ง ภบ คน ๆ หนึ่ง มี ผี ปีศาจ เข้า สิง อยู่ พระองค์ ก็ ขับ ไล่ ผี นั้น ไป เสี่ย แต่ วัน นั้น คน นั้น ผี ปีศาจ ก็ ไม่ ได้ สิง อีก ต่อ มา อ้าย ผี นั้น มัน มา แต่ ไหน ถ้า จะ แก้ ว่า ผี ซาตาน ๆ ใคร สร้าง มัน มา ของ สิ่ง ใด ๆ พระ เปน ผู้ สร้าง องค์ เดียว สร้าง ผี ซาตาน มา ทำไม ภอ ที่ ศาสนา ของ พระองค์ จะ รุ่ง เรือง ทำไม จึ่ง สร้าง ผี ซาตาน มา คอย ทำลาย ศาสนา ของ พระองค์ คำ อัน นี้ เปน ที่ ให้ สงไสย ให้ ไม่ เชื่อ ว่า ศาสนา แท้ จริง อีก ประการ หนึ่ง พระเจ้า ท่าน มี อิทธิฤทธิ์ ตาม ที่ กล่าว ไว้ ว่า เปน ผู้ บันดาล สร้าง สรรพ สิ่ง ทั้งปวง ทำไม จึ่ง ไม่ สร้าง ให้ คน นับถือ ศาสนา คำ สอน ของ พระองค์ อย่าง เดียว เหตุ ใด จึ่ง สร้าง ให้ คน ถือ ศาสนา ไป ต่าง ๆ กัน ให้ ศาสนา อื่น เปน สัตรู ฆ่าศึก กับ ศาสนา ของ พระองค์ ดัง นี้ จะ ให้ เชื่อ ว่า พระเจ้า สร้าง สิ่ง ทั้งปวง นั้น เชื่อ ไม่ ได้ ถ้า จะ มี นักปราช สิศ ของ พระองค์ มา แก้ ด้วย โวหาร ว่า พระเจ้า ท่าน ตาม ใจ มนุศย์ ไม่ ข่มขี่ น้ำ ใจ มนุศย์ ถ้า จะ ว่า อย่าง นั้น ไม่ ถูก เปน พระ แล้ว จะ ต้อง ช่วย สงเคราะห์ มนุศย์ ๆ พวก ใด ถือ ผิด จะ ต้อง บันดาน ด้วย ฤทธิ์ ของ พระองค์ ให้ ถือ ที่ ถูก ไม่ ควร เลือก พวก ที่ รัก มัก ที่ ชัง เพราะมนุศย์ ทั้งปวง ก็ เปน ของ ของ พระเจ้า องค์ เดียว สร้าง มา ทั้ง นั้น ทำ ไม จึ่ง ปล่อย ไป ถือ ที่ ผิด ข้าพเจ้า ทั้งหลาย จึ่ง เหน ว่า พระเจ้า ไม่ มี ฤทธิ์ อะไร เลย ไม่ ได้ สร้าง สิ่ง ใด เลย ของ เกิด เอง เปน เอง โดย ธรรมดา ถ้า พระ เปน ผู้ สร้าง จริง จะ สร้าง สิ่ง ใด คง สร้าง ที่ ต้อง พระ ไทย ตาม พระ ประสงค์ ของ ที่ สร้าง ไม่ มี คุณ มี ประ โยชน์ ใคร จะ สร้าง ทำไม กับ จะ ขอ ถาม ความ ข้อ หนึ่ง ว่า ท่าน ที่ นับถือ คฤศศาสนา ว่า สวรรค์ อยู่ ใน ทวีป ใด อยู่ ตรง ไหน ลูก โลกย อัน เดียว กับ มนุศย์ โลกย ฤา คน ละ ลูก ข้อ นี้ ข้าพเจ้า มี ความ สงไสย เพราะ ได้ อ่าน หนังสื่อ ใน เรื่อง คฤศศาสนา ข้อ หนึ่ง มี ว่า พี่ น้อง สอง คน พี่ ชาย ชื่อ เอซาว น้อง ชาย ชื่อ โยเสพ ฤา ยาโคบ จำ ไม่ ได้ เพราะ ได้ อ่าน หนัง สือ ช้า นาน ใน เรื่อง ราว นั้น มี ว่า ผู้ ที่ เปน น้อง นั้น เดิน ทาง ไป นอน อยู่ กลาง ทาง แล้ว ได้ เหน บันได ที่ จะ ขื้น สวรรค์ แล มี ทูต สวรรค์ ลง มา ทาง บันได แล้ว พระ ยะโฮวา เยี่ยม พระภักตร ออก มา ทัก แล พูด ด้วย ชาย ผู้ นั้น ซึ่ง กล่าว ความ ดัง นี้ น่า หัว เราะ ไม่ เหน จริง คล้าย ๆ เรื่อง รามเกียรติ แล เรื่อง พระอะไภย เรื่อง ไคเกก หองสิน เมื่อ มี เรื่อง อยู่ ดัง นี้ จะ ยก ว่า เปน สาศนา แท้ จริง อย่าง ไร ข้าพเจ้า จะ ขอ กล่าว ความ ตาม ที่ คน ทั้งปวง เขา ไม่ เชื่อ มี ความ สงไสย ภอ เปน สังเขป เพียง เท่า นี้ ครั้น ข้า พเจ้า จะ ลง เนื้อ เหน แก้ แล อธิบาย ความ ตาม เหน ไป ก็ ไม่ สมควร เพราะ มี ความ เกรง ใจ ท่าน ที่ ถือ กฤษสาศนา แล ข้าพเจ้า คิด ว่า สาศนา ของ เขา ๆ ถือ ของ เรา ๆ ถือ ไม่ ควร จะ ติ เขา ซึ่ง กล่าว มา ทั้ง นี้ ก็ เพราะ จะ สืบ เอา ความ จริง ให้ พบ ปะ พระ สาศนา ที่ ประเสริฐ ถ้า สิ้น ความ สงไสย เหน จริง แล้ว จะ ได้ ประพฤติ ให้ ถูก ต้อง ข้าพเจ้า ขอ คำนับ มา ถึง ท่าน เอไดตอร์ ขอ ท่าน ได้ เอา ความ ของ ข้าพเจ้า ลง ใน จดหมาย เหตุ ของ ท่าน บ้าง ให้ คน ทั้งปวง เหน ปรากฎ ว่า ท่าน ครู เปน ผู้ วิเลศ เปน คน กลาง ไม่ อาธรรม์ ไม่ ได้ ยก ย่อง แต่ กฤษสาศนา ฝ่าย เดียว ใคร มี ความ ปราถนา อย่าง ไร ก็ ลง ให้ ตาม ใจ ถ้า ท่าน ลง ใน จดหมาย เหตุ ของ ท่าน จะ มี คุณ แก่ พระ กฤษสาศนา ด้วย เพราะ จะ มี นักปราช ที่ มี ปัญา ลง ความ แก้ ตาม ข้อ วิมุติ สงไสย คน ทั้งปวง ที่ มี ปัญา จะ ได้ เอา ความ ทั้งสอง อย่าง นี้ เทียบ เคียง ตาม ข้อ ปุจฉา วิสัชนา สอด ส่อง การ ถ้า เหน จริง ตาม กฤษ สาศนา ก็ จะ ได้ ถือ ว่า กฤษสาศนา เปน สาศนา แท้ จริง อีก ประการ หนึ่ง ถ้า ท่าน เอไดตอร์ ไม่ เอา ความ ของ ข้าพเจ้า ลง ใน จดหมาย เหตุ คน ทั้งปวง ก็ จะ ประมาท ว่า กฤษสาศนา ไม่ ใช่ สาศนา แท้ จริง ดี แต่ พูด คน เดียว กล่าว คน เดียว ครั้น มี ผู้ ขัด คอ ขอ ลง ใน จดหมาย เหตุ ไม่ ลง ให้ เพราะ จะ ลง ไป ไม่ มี คำ จะ แก้ เขา จึง ต้อง ยก ความ ของ เขา เสีย ไม่ ลง ให้ ใน จดหมาย เหตุ ดี แต่ เบิด หลังคา เขา หลัง คา ของ ตัว ปิด บัง ไว้ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ขอ คำนับ มา ถึง ท่าน ขอ ท่าน เอา ความ ของ ข้าพเจ้า ลง มา ใน จดหมาย เหตุ ของ ท่าน ให้ ข้าพเจ้า เหน ความ เหน แท้ จริง ว่า ท่าน เปน ผู้ วิเสศ ไม่ รัก คน ชม ไม่ เกลียด คน นินทา วาง ใจ เปน กลาง แต่ ใจ ของ ข้าพเจ้า นึก แน่ ใน ใจ ว่า ท่าน ครู คง จะ ลง มา ใน จดหมาย เหตุ เปน แน่ แล้ว วิก น่า วิก โน้น ข้าพเจ้า คง จะ ได้ ฟัง ความ ที่ เปน คำ แก้ ด้วย สาศนา แท้ ให้ มี ใจ สว่าง เหน การ ดี ชั่ว อื่น ๆ ตลอด ไป ๚ะ

๏ เมื่อ ท่าน จะ เอา ของ ๆ เขา มา ว่า ไป หยิบ เอา เรื่อง ราว ของ เขา ให้ ละเอียด อย่า ดัก ๆ เอา แล้ว ว่า จำ ไม่ ได้ ไป ซื้อ หนังสื่อ ของ เขา แล้ว คัด ความ มา ว่า ให้ ถูก ให้ ต้อง จึ่ง จะ ควร งาม เอไดตอร์ ๚ะ

อ้าย ผู้ ร้าย ปล้น

๏ เมื่อ ณวัน เสาร์ เดือน สิบสอง แรม เจ็ด ค่ำ มี อ้าย ผู้ ร้าย ขึ้น ปล้น บ้าน จีน ต้อย ที่ ตำบล บาง สะไก่ อ้าย ผู้ ร้าย ตี เอา จีน ต้อย ถูก เจ็บ หลาย แผล บ้า จีน ต้อย อายุศม์ ๕๗ ปี ข้อ เท้า หัก แล้ว แทง เอา จีน เซย บุตร จีน ต้อย ถูก ไห ปลาร้า โลหิต ตก ใน แล ถูก ตี ที่ อื่น อีก หลาย แผล ครั้น รุ่ง ขึ้น ณวัน อาทิตย์ เดือน สิบ สอง แรม แปด ค่ำ เวลา บ่าย ประมาณ ๔ โมง จีน เซย ตาย เมื่อ อ้าย ผู้ ร้าย ฟัน ประตู เข้า ไป ใน เรือน ได้ นั้น เก็บ เอา เงิน ไป ได้ ประมาณ ๑๔๐๐ บาท กับ สิ่ง ของ รูปพรรณ เปน หลาย สิ่ง แจ้ง อยู่ ใน คำ ตราสิน ของ จีน ต้อย นั้น แล้ว ต่อ เมื่อ รุ่ง ขึ้น วัน แรม แปด ค่ำ ชาว บ้าน ได้ ไป เยี่ยม ได้ เหน เลือด อ้าย ผู้ ร้าย ตก ตาม ทาง มา จน วัด น้อย บ้าง แล ไป ทาง อื่น บ้าง เปน หลาย ทาง ๚ะ

คำ ร้อง ทุกข

๏ ข้าพเจ้า นาย ทรัพ อยู่ ณบ้าน ท่า งิ้ว แขวง เมือง สระบุรีย์ ขอ แจ้ง คำนับ มา ยัง ท่าน ครู สมิท เจ้า ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย ได้ ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า อายุศม์ ได้ ห้า สิบ หก ปี เปน แต่ ชาว บ้าน นอก ขอก นา ทำ ไร้ ไถ นา หา กิน เลี้ยง บุตร แล ภรรยา เปน คน โง่ ไม่ รู้ จัก ธรรมเนียม แล กฎหมาย บ้าน เมือง บัด นี้ ข้าพเจ้า มี ความ ทุกข์ ร้อน เหลือ ทน แล้ว ไม่ ทราบ ว่า จะ คิด อ่าน ทำประการใด จึ่ง จะ ให้ ท่าน เสนาบดี ผู้ใหญ่ ทราบ บ้าง เพื่อ ท่าน จะ ได้ มี ความ เอ็นดู แก่ ข้าพเจ้า สัตว ผู้ ยาก ขอ ท่าน ครู สมิท ได้ โปรด ส่มเคราะ เอา บุญ แก่ ข้าพเจ้า สัก ครั้ง ได้ เอา เรื่อง ราว ฉบับ นี้ ลง ใน สยาม ไสมัย เพื่อ ความ ทุกข ยาก แค้น ของ ข้าพเจ้า จะ ลุ ทราบ ถึง ฯ พณ ฯ ผู้ สำเร็จ ราชการ กรุง เก่า บ้าง ครั้น ข้าพเจ้า จะ ทำ เรื่อง ราว ขัด ข้อง ร้อง ทุกข เงิน ก็ ไม่ มี ที่ จะ จ้าง เขา เขียน ตัว ข้าพเจ้า เล่า ก็ ติด โซ่ จำ ตรวน ขัง ตราง อยู่ จน ทุก วัน นี้ เดิม ได้ ประมาณ ห้า ปี เศษ นาย เทด บ้าน ท่า กระเบา แขวง เมือง สระบุรีย์ ฟ้อง หา ว่า ข้าพเจ้า เปน ผู้ ร้าย ลัก เอา กระบือ ของ นาย เทด ไป สอง ตัว เนื้อ ความ หลาย ข้อ แจ้ง อยู่ ใน ฟ้อง ของ นาย เทด นั้น สืบ สวน ทวน พยาน ก็ หา จริง ดั่ง ฟ้อง ของ นาย เทด ไม่ ได้ ชำระ ว่า กล่าว ถึง สืบ สวน ทวน พยาน ข้าพเจ้า ก็ หา ได้ มี พิรุท บก พร่อง ข้อ หนึ่ง ข้อ ใด ๆ ไม่ ตลาการ กับ นาย เทด โจท กด ขี่ ข่มเหง หน่วง เหนี่ยว ความ ไว้ ให้ ช้า อยู่ จน ทุก วัน นี้ ไม่ ชำระ ว่า กล่าว ให้ แล้ว ตาม ยุติ ธรรม มิ หนำ ซ้ำ กรมการ นัด บอก ส่ง นาย เทด โจท ข้าพเจ้า จำเลย ล่อง ลง มา ให้ ถึง กรุง เทพ แต่ ณวัน ศุกร เดือน สิบเอ็ด แรม ค่ำ หนึ่ง ให้ พร้อม กัน กรมการ อำ พราง เสี่ย หา ได้ ส่ง นาย เทด โจทกับ คำ หา คำ ให้ การ คำ พยาน ลง มา ตาม นัด ไม่ ส่ง แต่ ตัว ข้าพเจ้า จำเลย มา ใส่ โซ่ จำ ตรวน ขัง ไว้ ฝ่าย เดียว ดั่ง นี้ ข้าพเจ้า คอย นาย เทด โจท ตั้ง แต่ ณวัน เสาร์ เดือน สิบเอ็ด แรม สอง ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ จน ทุก วัน นี้ กรม การ ก็ หา ส่ง ตัว นาย เทด โจท ลง มา ณกรุง เทพ ฯ ว่า ความ กัน ไม่ ข้าพเจ้า สัตว ผู้ ยาก จะ มิ ต้อง ติด โซ่ จำ ตรวน ขัง ตราง อยู่ ดั่ง นี้ ฤา ขอ ปัญา ท่าน ผู้ ยุติธรรม ได้ โปรด ช่วย ตริก ตรอง ดู เถิด ความ สัจ ความ จริง ข้าพเจ้า ดั่ง นี้ ๚ะ

ชาว โทรเลข ใน
ประกาศ พม่า

๏ มี ข่าว มา ถึง ที่ ราชทูต สมเดจ พระ นาง กวิ๋น ที่ กรุง เทพ ว่า กอง ทัพ อังกฤษ ได้ ไป ยัง พม่า เหนือ เปน การ คล่อง ณวัน อังคาร เดือน สิบสอง ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ มี การ รบ กัน บ้าง คราว นั้น พวก อังกฤษ ตี ได้ ป้อม ต่าง ๆ ถัด เขตร แดน ขึ้น ไป น้อย หนึ่ง ตั้ง แต่ วัน นั้น มิ ได้ มี การ ต่อ สู้ กัน เปน ที่ วาง ใจ กัน ว่า กรุง ประเทศ พม่า คง ตก อยู่ ใน มือ อังกฤษ ณวัน พุฒ เดือน สิบสอง แรม สาม ค่ำ ๚ะ

๏ คราว ก่อน เมื่อ พวก พม่า ต่อ สู้ กัน กับ พลรบ พวก บริติช ก็ แพ้ มา สอง หน แล้ว ครั้น เปน เช่น นี้ แล้ว ควร ที่ พวก พม่า จะ ได้ จำ ว่า การ ซื่อ ตรง การ เรียบ ร้อย เปน ทำนอง บ่อไลซี ดี ที่ สุด ควร จะ รู้ ว่า ที่ สู้ กำลัง พวก บริติช เปน ที่ เหลือ กำลัง รู้ ว่า คง แพ้ ไม่ ควร จะ สู้ แล้ว ๚ะ

ข่าว โทรเลข นอก

พม่า

๏ เมือง แรงคูน วัน จัทร เดือน สิบสอง ขึ้น สิบ ค่ำ กระษัตร เมือง พม่า ไม่ ยอม ทำ ตาม อัลไตมาตัม คำ สุด ของ พวก บริติช นั้น จึ่ง รับ รบ กัน แล้ว พวก บริติช ได้ ระดม ยิง ป้อม ๆ หนึ่ง ที่ อยู่ ใกล้ เคียง เขตร แดน แล ได้ ตี กำปั่น รบ พม่า ไว้ ลำ หนึ่ง แล้ว ๚ะ

ประเทศ เซอรเวีย แล บัลแคเรีย

๏ เมือง กอนซแตนไตโนแปล วัน จันทร เดือน สิบสอง ขึ้น สิบ ค่ำ กอง ทัพ เซอรเวีย ได้ ตี เมือง ซาริบรอด ได้ แล้ว แล ปรินซ อะเลกซันเดอร์ ได้ ขอ ซุลตัน เจ้า ประ เทศ เตอรก็ มา ช่วย ด้วย ๚ะ

ประเทศ เยอรแมนี่

๏ กรุง ลันด้น วัน จันทร เดือน สิบสอง ขึ้น สิบ ค่ำ สมเดจ พระเจ้า เอมบีรอร เปน ไข้ หวัด หนัก อยู่ ๚ะ

๏ เมือง กอนซแตนไตโนแปล วัน อังคาร เดือน สิบสอง ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ โปรด เจ้า กรุง กอนซแตนไต โนเปล ไม่ ยอม ช่วย ปรินซ อะเลกซันเดอร ฯะ

หมู่ เกาะ กาโรไลน

๏ กรุง เบอรลิน วัน อังคาร เดือน สิบสอง ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ โปบ หัว หน้า พวก บาตร์ หลวง เตือน พวก เยอร แมนี ให้ รับ ว่า พวก ซเปน เปน เจ้า ครอง หมู่ เกาะ กาโรไลน ฯะ

ประเทศ เซอรเวีย แล บัลแคเรีย

๏ กรุง กอนซแตนไตโนเปล วัน พุฒ เดือน สิบสอง ขึ้น สิบสอง ค่ำ พวก บัลแกเรีย ถูก แพ้ อัปราชย เสีย ผู้ คน ล้ม ตาย ถูก อาวุธ เปน บาด แผล เปน เชลย เปน อัน มาก ฯะ

๏ พวก เซอรเวีย เปน กำลัง เดิน จวน จะ ถึง เมือง โซไฟอะ ฯะ

ปาเลี่ยเมนต์

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน สิบสอง ขึ้น สิบ สาม ค่ำ คำ ประกาศ คน หลวง อังกฤษ ออก แล้ว ให้ ปาเลี่ยเมนต์ เลิก ฯะ

พม่า

๏ เมือง แรงกูน วัน พฤหัศบดี เดือน สิบสอง ขึ้น สิบ สาม ค่ำ พวก บริติช ตี เมือง นินลา ได้ แล้ว ฯะ

ประเทศ เซอรเวีย แล บัลแคเรีย

๏ กรุง กอนซแตนไตโนเปล วัน พฤหัศบดี เดือน สิบ สอง ขึ้น สิบสาม ค่ำ พวก เซอรเวีย ตี เมือง วิดิน แล เมือง แรโคมีร ได้ แล้ว แต่ ถูก แพ้ อัปราชย เสีย ผู้ คน เปน ขึ้น มาก ที่ เมือง ซลีวนิตซะ ฯะ

ประเทศ เซอรเวีย แล บัลแคเรีย

๏ กรุง กอนซแตนไตโนเปล วัน พฤหัศบดี เดือน สิบ สอง ขึ้น สิบ สาม ค่ำ พวก เซอรเวีย เสีย ผู้ คน ล้ม ตาย ถึง สาม พัน คน ที่ เมือง ซลีวนิตซะ ปรินซ อะเลกซันเดอร อยู่ คราว รบ กัน นั้นแล แสดง ใจ กล้า หาร เปน อันมาก ด้วย ฯะ


ข่าว ตาย

๏ ณวันพุฒ เดือน สิบ สอง แรม สิบ สี่ ค่ำ มองซิเออ ซีเบอทีเลีย เซกริ แตรี ใน กรม โทรเลข เจบ ด้วย โรค ลง ราก ใน เวลา บ่าย แล ถึง แก่ กรรม ณวัน นั้น เอง เวลา สาม ทุ่ม พวก ชอบ รัก กัน จัด การ ฝัง ศพ เวลา บ่าย สี่ โมง ณวัน พฤหัศบดี เมื่อ ถึง กาล กำหนด เจ้า นาย ขุนนาง สยาม แล พวก ราช ทูต พวก กงซุล แล พวก ฝรั่ง พวก สยาม เปนอันมาก ชุมนุม ที่ บ้าน ท่าน ผู้ถึง แก่ กรรมนั้น สมเดจ พระ เจ้า กรุง สยาม โปรด พระราช ทาน พระวอ สำหรับ ห้าม ศพ แล พวก แตร เครื่อง ฝรั่ง สำหรับ ตาม ศพแล ทำ เพลง ควร แก่ การ แห่ ตาม ศพ นั้น เตม ถนน ตั้ง แต่ ปาก ตรอก โรง ภาษี จน ถึง ปาก ตรอก วัด สังฆราช บาทร หลวง พวก บาทร หลวง รับ ศพ เมื้อ เข้า ประตู กำแพง วัด นั้น นำ ศพ เข้า ไป ใน วัด แล้ว มี การ สวด นมัศการ สำหรับ ผู้ใหญ่ ตาม ธรรมเนียม ของ เข้า เมือ เปน การ ศพ ผู้ ใหญ่ ท่าน สังฆราช พวก บาทร หลวง ที่ เรียก ว่า บีชอบ เปน หัว น่า ใน การ ศพ ใน วัด ครั้น เสรจ การ สวด ใน วัด พวก พนักงาน แห่ ศพ ไป จาก วัด ถึง ที่ ฝัง พวก บาทร หลวง สาม คน กระทำ การ สวด ที่ ป่าช้า ครั้น เอา ศพ ลง หลุม แล้ว ราชทูต ฝรั่งเศศ ได้ พูด ถึง ท่าน ผู้ ถึง แก่ กรรมนั้น ว่า ท่าน ผู้ ตาย นั้น เปน คน ฝรั่งเศศ ที่ ได้ ช่วย คอเวิน เมนต สยาม จัด การ โทรเลข ให้ ได้ การ เปน อัน เรียบ ร้อย พวก สยาม ก็ มี ความ รัก นับถือ ท่าน เปน อัน มาก เพราะ ท่าน ได้ ทำ ราชการ ด้วย ซื่อ สุจริต เลอียด ตั้ง แต่ นั้น มา เจ้า นาย ขุนนาง ชาว สยาม แล ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ พวก ฝรั่ง มา ช่วย การ ศพ คราว นี้ เปน พยาน แสดง ความ ดี ซึ่ง ท่าน ได้ ทำ แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง แล แก่ คน ทั้งปวง ตลอด แผ่นดิน บ้าน เมือง ด้วย ๚ะ


คำ ตอบ

๏ ใน จดหมาย เหตุ ข้าพเจ้า ผู้ เขลา ปัญญา ได้ อ่าน จดหมาย เหตุ ของ ท่าน เอไดตอร ได้ ทราบ ความ หลาย ข้อ ซึ่ง ท่าน ยก พระไตร ปิฎก เมือง ลังกา ออก มา ชี้ แจง เจือ ไป ด้วย คำ เท็จ ก็ มี อยู่ มาก คน ชาว กรุง สยาม อ่าน แล้ว หา ได้ เอา ปัญญา อัน เลอียด ตรึก ตรอง ดู ไม่ เหมือน อย่าง คน ที่ บวช เปน ภิษุ เหตุ ไฉน จึ่ง ได้ ว่า เอา ฟ้า เอา ดิน มา ชั่ง ก็ ยัง ไม่ เท่า บวช ตัว คือ จะ ได้ บุญ อย่างไร คน ที่ บวช เปน ภิษุ นั้น ต้อง แต่ อาบัติ ทุก วัน ทุก คืน ไม่ เหน ช่อง ที่ จะ เอา ตัว รอด กับ อีก ข้อ หนึ่ง ส่อน ว่า ล่าว พรหม จารี่ นาง ฟ้า สวรรค กวน เข้า ทิพ เข้า ยาคู ถวาย พระ ว่า ได้ บุญ กับ ข้อ ที่ โกน จุก เอา แบบ อย่าง พระอินศวร คือ มนุศย คน ไร เปน ผู้ ได้ รู้ เหน หาก ทว่า มี จริง ดุจดั่ง ที่ กล่าว มา แล้ว นี้ เรา มนุศย ก็ ไม่ ควร จะ ทำเทียม ยัง มี อีก หลาย ข้อ ทอด กระฐิน ทอด ผ้า ป่า มี เทศ มี แจง ก่อ พระทราย ก็ ว่า ได้ บุญ ครั้น จะ พรรณา ไป ก็ ยัง มี อีก มาก คน ชาว กรุง สยาม ก็ ย่อม รู้ อยู่ ทุก คน คือ คำ สั่ง สอน ทั้ง นี้ จะ ให้ มนุศย เสีย เงิน ป่วย การ อายุศม์ ป่วย การ ปัญญา เอา เงิน อัน นั้น ไว้ เรียน วิชา ดี กว่า จะ ชี้ แจง ให้ ชาว กรุง สยาม ทราบ คือ ใน คฤศ ศาสนา ท่าน กล่าว ไว้ ว่า มนุศย เปน คน บาป ทั้ง โลกย พระเจ้า จึ่ง ให้ พระ คฤศ โต เจ้า เปน พระวิญาณ ลง มา บังเกิด เปน พระบุตร สม มุติ เยซู เพื่อ จะ ได้ สั่ง สอน มนุศย์ ให้ ทิ้ง เสีย ซึ้ง การ บาป จะ ได้ เอา ตัว รอด การ ที่ ทิ้ง บาป นั้น อย่างไร เรา มนุศย์ จะ ต้อง ลุก กะโทษ ต่อ หน้า วิญาณ พระเจ้า ฯ นั้น อย่างไร พระเจ้า นั้น องค เดียว เปน เจ้า ของ ชีวิตร แห่ง สัตว เปน เจ้า ของ โลกย ทั้ง สิ้น ผู้ ใด มี ความ เชื่อ มี ความ ไว้ ใจ มี ความ รัก จง ลุก กะโทษ เต็ม ใจ ทำ ตาม พระเยซู เจ้า สั่ง รับ ศีล จุ่ม น้ำ แล้ว จะ ได้ ความ รอด ชำระ เสีย ซึ่ง ความ บาป เอา ดวง จิตร หน่วง เหนี่ยว พระเยซู เจ้า ไว้ อยู่ ใน คำ โอวาท สั่ง สอน ของ พระเจ้า จน กราบ ท้าว วัน ตาย แล้ว พระเจ้า จะ รับ เอา วิญาณ ผู้ นั้น ไป ยัง สวรรค ถือ อย่าง นี้ จึ่ง ได้ รุ่ง เรือง ปัญญา อาจ สามาท จะ ทำ วิชา ได้ ต่าง ๆ ซึ่ง จดหมาย เหตุ มี บาง คน ติเตียน ว่า คน ออก ไป เรียน หนังสือ ฝรั่ง เมือง นอก ไม่ ได้ วิชา อะไร ได้ แต่ วิชา เปน ลูก จ้าง ทำ บาญชี เก็บ เงิน ไม่ เหน ช่วย การ โต ใหญ่ ได้ การ ไม่ เปนเช่น นั้น คน ที่ เขา เปน ลูก จ้าง นั้น เขา หา กิน กับ ฝรั่ง เขา ว่า ฝรั่ง เปน ยุติธรรม ไม่ ได้ โกง เขา คน ซึ่ง เจ้า แผ่นดิน ชุบ เลี้ยง ให้ เขา เปน เสนาบดี ถ้า แม้น เขา จะ พร้อม ใจ กัน เข้า กราบ บังคม ทูล พระ กรุณา คิด ตัด ผู้ ร้าย เสีย ให้ สิ้น เชิง บ้าน เมือง ก็ จะ อยู่ เย็น เปน ศุข ราษฎร ก็ จะ มี ความ สบาย ไม่ ต้อง ทำ ฎีกา ขึ้น ทูล เกล้า ฯ ถวาย ให้ ได้ ลำบาก ถึง ใต้ ฝ่าลออง ธุลี พระบาท ขุนนาง เจ้า นาย ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย ก็ ไม่ ช่วย กัน คิด ทิ้ง ทุกข ให้ พระเจ้า แผ่นดิน พระองค์ เดียว ถ้า แต่ อย่าง นี้ แล้ว พระเจ้า แผ่นดิน จะ หา ความ ศุข ความ สบาย มา แต่ ไหน ขุนนาง เจ้า นาย ที่ มี ความ ซื่อ ความ กะตัญญู ต่อ แผ่นดิน ควร จะ ต้อง ช่วย รับ ทุกข อย่า ให้ ราษฎร กด ขี่ ข่มเหง ซึ่ง กัน แล กัน ผู้ ที่ จะ ช่วย นั้น ต้อง เปน สำมาทิฐิ ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม มิ ได้ เกรง ใจ ท่าน ผู้ ใด ผู้ หนึ่ง แล้ว อย่า ฉ้อ ราษฎร์ บัง หลวง อย่า เหน แก่ อามิศ สิน จ้าง สินบล ตัดสิน เหมือนกับ คน ถือ พระเยซู สาสนา นั้น เอา ธรรมเนียม เสนาบดี ของ เขา เมือง นอก คน ประเทศ เรา ก็ ย่อม รู้ อยู่ แก่ ใจ ว่า กฎหมาย ธรรม เนียม เขา ดี เปน สำมาทิฐิ เที่ยง แท้ เหตุ ไฉน เรา จึ่ง ไม่ เอา อย่าง ธรรมเนียม ของ เขา ๆ ไม่ ต้อง ถือ น้ำ ของ เรา ต้อง ถือ น้ำ ปีละ สอง ครั้ง ตัดสิน ความ ไม่ เปน ยุติธรรม สาม ปี ห้า ปี ก็ ไม่ จบ ทำ ให้ ราษฎร ได้ ความ ลำบาก ป่วย การ หา กิน ชาว สยาม ฯะ


แต่ วัน อังคาร เดือน ๑๒ แรม ๓ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ๑๒ แรม ๑๐ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
มงกุฎก ก ฟ อังกฤษ๘๒๒ลอฟวินดซอ โรซ แอน โกซัวเถาแรม ๓ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๑๓มอลเซนมากวาลด แอน โกสิงฆโปรแรม ๕ ค่ำ
แวเลนโดนก ๒ ส ค ฝรั่งเศศ๖๔๒ริแวสยูเกอร์ ซิค แอน โกไซง่อนแรม ๕ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๙๐ไวตะวินดซอ โรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๗ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
ซิบาลก ๒ ล ค นอวิเยียน๕๖๐แฮงเคอรยูเกอร ซิค แอน โกไม่ รู้แรม ๓ ค่ำ
เฮกาติก ก ฟ อังกฤษ๖๐๗เลารีวินดซอ โรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๓ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๑๓มอลเซนมากวาลด แอน โกสิงฆโปรแรม ๗ ค่ำ
มงกุฎก ก ฟ อังกฤษ๘๒๗ลอฟวินดซอ โรซ แอน โกฮ่องกองแรม ๘ ค่ำ
บอนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๔๗ไฮดะบาน ฮ่องสิงฆโปรแรม ๘ ค่ำ
โรซมอนดก ก ฟ อังกฤษ๔๒๒มอรเตลแมนจิ่นสิงฆโปรแรม ๙ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๙๐ไวตะวินดซอ โรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๑๐ ค่ำ
๏ กำปั่น ขา เข้า มงกุฎ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เดิน สาร แกบิน ๏ ดาษ ฟ้า ๖๒ คน ๏ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ
เดิน สาร ดาษ ฟ้า จีน ๙๗ คน ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ มี คน เดิน สาร แกบิน ๏ ดาษ ฟ้า ๗ คน ฯะ
๏ กำปั่น ขา ออก สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ มงกุฎ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล
เมล ฮ่องกอง แล ยี่ปุ่น คน เดิน สาร แกบิน ๓ คน ๏ บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ โรซ
มอนด บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ฯะ

นิทาน ๗
หมา ใน อยู่ ใน บ่อ

๏ อยู่ มา วัน หนึ่ง หมา ใน ตก ใน บ่อ มัน เอา เล็บ ตั้ง ใน ข้าง บ่อ นั้น จึ่ง เอา หัว ไว้ บน น้ำ ได้ สัก ครู่ หนึ่ง หมา จิงจอก ตัว หนึ่ง มา แอบ ริม บ่อ มอง ดู เหน หมาใน จึ่ง ร้อง ขอ หมา จิงจอก ช่วย ชีวิตร ด้วย เถิด ขอ ให้ เอา เชือก เส้น หนึ่ง โยน ปลาย ลง ใน บ่อ ฉัน จะ ได้ อาไศรย เอา ตัว รอด หมา จิงจอก นั้น มี จิตร เมตา ส่มเพท แล แสดง ความ ส่มเพท ดัง นี้ ท่าน ทำ ไม จึ่ง ตก ลำบาก เช่น นี้ เล่า มี ใจ ส่มเพท เบน อัน มาก จริง ๆ หมา ใน จึ่ง ตอบ ว่า อย่า อย่าง นั้น เลย พี่ ถ้า อยาก จะ ให้ ฉัน ดี อย่า ยืน นิ่ง สังเวท กัน เลย แต่ ขอ รีบ ช่วย ด้วย เรว พลันเถิด ด้วย ว่า ความ ส่มเพท นั้น เปน ของ หนาว ไม่ เปน อัน อุ่น ใจ เมื่อ ตัว ต้อง ลำบาก จม อยู่ ใน น้ำ เพียง ศีศะ จวน ๆ จะ ตาย ด้วย อด อาหาร ฤๅ ด้วย สำลัก น้ำ ๚ะ

๏ เรื่อง นิทาน นี้ จะ ส่อน ว่า คราว ต้อง ลำบาก อยู่ เปน คราว ทด ลอง รู้ แน่ ว่า ใคร เปน เพื่อน รัก จริง ๚ะ

๏ เรื่อง นิทาน นี้ จะ ส่อน ให้ รู้ ว่า เพื่อน รัก จริง ๆ นั้น เมื่อ เรา มี ความ เจริญ ศรี ศุข มัก มา เยี่ยม เยียน แต่ เมื่อ เรา เชิญ แต่ เมื่อ เรา ทน ทุกข์ ลำ บาก อยู่ เพื่อน รัก จริง ๆ นั้น มัก อาษา เวียน มา เยี่ยม เยียน ช่วย แต่ ลำพัง ใจ เขา เอง ถ้อย คำ เพราะ งาม เปน ของ ดี แต่ การ คุณ แก้ ขัด นั้น ดี กว่า ถ้อย คำ เพราะ งาม นั้น เปน อัน มาก ๚ะ

นิทาน ๘
หมา ใน แต่ง ตัว ด้วย ขน แกะ

๏ หมา ใน ตัว หนึ่ง เอา หนัง ขน แกะ ตัว หนึ่ง มา แต่ง ตัว ปลอม เปน แกะ แล ด้วย มารยา นี้ ได้ ลอก จับ แกะ เอา ไป จาก ฝูง ไป กิน เสีย หลาย ๆ ตัว อยู่ มา วัน หนึ่ง เจ้า ของ ฝูง แกะ มา ปะ เข้า จึ่ง เอา เชือก ผูก คอ แล ผูก ตัว ไว้ กับ ต้น ไม้ อัน อยู่ ใกล้ เคียง นั้น เพื่อน เจ้า ของ ฝูง แกะ อื่น ๆ เดิน มา ทาง นั้น เหน เข้า ก็ เข้า ไป เคียง แล นึก แปลก ประหลาด ใน ใจ คน หนึ่ง จึ่ง ถาม ว่า อย่าง ไร พี่ ๆ แขวน คอ ฆ่า แกะ ด้วย ฤๅ คน เดิม จึ่ง ตอบ ว่า ไม่ อย่าง นั้น แต่ น้อง มัก แขวน คอ ฆ่า หมาใน จับ มัน ได้ ครั้ง ไร ถึง มัก ปลอม ตัว เอา หนัง ขน แกะ มา ใส่ คน เดิม จึ่ง ให้ คน เดิน ทาง นั้น เหน ว่า เขา สังเกต ผิด แล้ว เขา จึ่ง สรรเสิญ การ ซึ่ง เจ้า ของ ฝูง แกะ นั้น ทำ ว่า ถูก ต้อง แล้ว ๚ะ

๏ เรื่อง นิทาน นี้ ส่อน ว่า ผล ซึ่ง ได้ เพราะ การ โกง นั้น คง ฉิบหาย ภอ ความ จริง โผล่ ขึ้น มา ๚ะ

๏ เรื่อง นิทาน นี้ เตือน ใจ ว่า คน ที่ มี ความ ผิด แล้ว กลับ ทำ เทียม ก็ กระทำ ให้ ความ ผิด นั้น มาก ขึ้น ใคร จับ ประจาน คน ทำ เทียม มิ ให้ เพื่อน แพ้ มาร ยา มัน คน ทั่ว กัน คง สรรเสิญ คน นั้น แม้น จะ จน ตำแหน่ง ต่ำ เพียง ใด ดี กว่า ทรัพย์ สมบัติ ชื่อ เสียง เลื่อง ลือ มั่ง คั่ง บริบุรณ อัน ได้ ด้วย การ ไม่ จริง การ โกง ๚ะ

หมอ แอ แอฟ ดะ ซูซา

๏ ขยาย ไป จาก โรง เลี้ยง แขก คือ ยูไนเวอรซัล โฮเตล จึ่ง ไป ตั้ง โรง ขาย ยา แล รักษา คน ไข้ ใน เรือน หลัง หนึ่ง เคียง ถนน กรุง เจริญ ฟาก ตวัน ออก เคียง ตรง ข้าม ฟาก ถนน โรง ภาษี ขา เข้า ขา ออา หมอ แอ แอฟ ดะ ซูซา แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สิบ ส่อง ขึ้น ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก (๔ ห)


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ ห) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด