เดือน ๑ ขึ้น ๓ ค่ำ, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๑๖ วัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น ๓ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
เรื่อง ปลา บู่ ทอง

๏ สุรางคนาง ๏ เอย็น ลง รอน ๆ กำพร้า บังอร ต้อน วัว เข้า ไป ถึง บ้าน เจ้า แล้ว นาง แก้ว คลา ไคล เอา รำ ลง ไป จะ ให้ พระ มารดา เรียก แล้ว เรียก เล่า พระ แม่ ทูล เกล้า เจ้า ไป ไหน นา รำ อ่อน ร่อน ไว้ จัก ให้ มารดา เชิญ มา แม่ มา นาง ปลา บู่ ทอง อย่า เกลียด ลูก ยา มา เร็ว มา รา อย่า ช้า โดย ปอง เฝ้า เรียก ริม ฝั่ง ร้อย ชั่ง นั่ง มอง แม่ ปลา บู่ ทอง ไป ไหน ไม่ มา หลาก จิตร คะเน ฤา หนึ่ง แม่ เร่ ไป กิน ภักษา ฤา เขา ทอด แห ต้อง แม่ แล นา จึ่ง ไม่ เหน มา หา ลูก ทราม ไว เรียก พลาง แล หา ริม ฝั่ง คงคา น้ำ ตา หลั่ง ไหล นาง ปลา เพื่อน ยาก ตาย จาก ลูก ไป กำม์ เรา ชื่อ ไร ดัง นี้ มารดา แม่ เจ้า เปน คน สิ้น หาย วาย ชนม์ มา เกิด เปน ปลา คิด ถึง ลูก น้อย แม่ ค่อย ชัง มา ลูก ได้ เหน หน้า มารดา ทุก วัน วัน นี้ แม่ หาย ม้วย มอด วอด วาย มิ ได้ สำคัญ ตาย เสีย ที่ ไหน ฤา ใคร โบย รัน แม่ ม้วย อาสัญ ใน กลาง คงคา ลูก คิด หลาก ใจ ท่าน ใช้ ลูก ไป เลี้ยง โค กลาง นา กลับ มา แม่ หาย ตาย จาก ลูกยา ดี ร้าย มารดา มอด ม้วย เปน ผี มา กู จะ ไป สอด ลอด ถาม ไถ่ แยบ คาย ร้าย ดี กลับ ขึ้น มา ถาม สุนักข์ อัน มี มัน ไม่ ใย ดี ค้อน ควัก น่า ตา กู ไม่ รู้ เหน แม เอง เปน ปลา ท่าน ไม่ ได้ ฆ่า เอง อย่า ว่า ไป แมว หมา เจ้า กำมี้ มัน บอก ยอก ยำ ร่วม คำ พร้อม ใจ ว่า ไม่ เหน เนตร ปัติเสศ เร้น ไป กำพร้า ร้อง ไห้ ถึง พระ มารดา นาง นั่ง ร้อง ไห้ เปด เหน ทราม ไว มี ใจ เมตา ร้อง เรียก เทวี มา นี่ ก่อน รา เข้า มา ใกล้ ข้า จะ บอก คะดี เปด คลาย เกล็ด ปลา นี้ แน่ มารดา กำพร้า โฉม ศรี เจ้า ออก ไป นา ท่าน ให้ ฆ่า ตี แกง เสีย วัน นี้ แมว หมา ได้ กิน เจ้า รับ เกล็ด ปลา ร้อย ชั่ง พะงา สลบ กลาง ดิน น้ำ เนตร ไหล หลั่ง พัง ลง ริน ๆ ฟาย น้ำ ตา กิน คิด ถึง มารดา ยก ขึ้น ทูล หัว ลูก อยู่ แต่ ตัว คน เดี๋ยว เอกา ไม่ มี เผ่า พงษ ญาติวงษ พงษา เหน แต่ แม่ ปลา จาก ลูก สูญ หาย โอ้อก กู อา ปลา บู่ แม่ ข้า แม่ มา วอด วาย กรรม เรา ชื่อ ไร อยู่ ใย มิ ตาย เจ้า กำ มุ่ง หมาย แต่ พระ มารดา นาง กราบ นาง ไหว้ แล้ว จาก ลูก ไป ร้อง ไห้ ครวญ หา สุริยา รุ่ง ราง ครั้น ว่าง ขึ้น มา นาง แก้ว กำพร้า ต้อน วัว ออก ไป เอา เกล็ด มารดา ห่อ ชาย ภูษา น้ำ ตา หลั่ง ไหล ร้อน รน พัน ตัว ต้อน วัว ออก ไป เดิน พลาง ทาง ไห้ คิด ถึง มารดา เดิน พลาง ครวญ คร่ำ ตี อก ฟก ช้ำ เปน กรรม เวรา ทุกข์ ผอม ตรอม ใจ ที่ ใน กลางนา นาง เข้า ริม ป่า พิศถาน โดย หมาย นาง ขุด ดิน ลง คิด ความ จำนง ถึง แม่ อัน ตาย เนื้อ แท้ แม่ ข้า นาง ปลาโฉม ฉาย เขา ฆ่า ให้ ตาย จง รอด ขึ้น มา ให้ เปน ต้น มะเขือ งอก พลัน ทัน เนื้อ ทัน ใจ ลูก ยา ให้ เปน มะเขือ เปราะ จำเกาะ ขึ้น มา นาง ตั้ง สัจจา พิศถาน ด้วย พลัน เทวา อัน มี บันดาล ธระณี งอก ขึ้น คู่ กัน ลูก ดอก ใบ เขียว กิ่ง ก้าน เรียว เด ยว เตี้ย สูง แค่ กัน อัน งาม สด ใส นาง เหน แก่ ตา กราบ ไหว้ วันทา มารดา อระไทย ชื่น ชม หันษา กัลยา คลาย ใจ ที่ นี้ ลูก ได้ เหน พระ มารดา ตั้ง แต่ นั้น ไป กัลยา คลา ไคล ไป ทุก เวลา ชม เชย มะเขือ น้ำ เนื้อ มารดา อยู่ จำเนียน มา แม่ เลี้ยง รู้ ไป บัดนั้น เทวี นวล นาง ชะนิษฐ์ เรียก ลูก ทัน ใจ นาง อ้าย ของ แม่ อา อย่า ช้า เร็ว ไว แม่ อี๋ จังไร มัน เปน ขึ้น มา มัน เปน มะเขือ เปราะ สอง ต้น จำ เกาะ อยู่ ที่ ริม ป่า ทั้ง สอง ต้น นั้น แม่ มัน เกิด มา ตัว อี๋ กำพร้า มัน ไป เชย ชม แต่ แม่ รู้ ข่าว อก ร้อน ผะ เผ่า คี ไฟ รอ รม เจ้า เร่ง ออก ไป ทราม ไว เอว กลม ทำ ให้ ชิด ชม อย่า ให้ มัน เหน คอย ดู ซ้าย ขวา ถอน ชัก หัก มา อย่า ให้ มัน เหน ทั้ง ลูก ทั้ง ใบ เจ้า อย่า ได้ เว้น เอา มา เคี้ยว เล่น อย่า ให้ เหลอ เลย นาง อ้าย กัลยา ฟัง คำ มารดา หัวเราะ ร่า ชม เชย ส่ง ตะกร้า มา เถิด นะ พระ แม่ เอ๋ย มิ ให้ เหลือ เลย ครั้ง ที่ นี้ นา ว่า แล้ว แคล้ว ไป ตาม แถว แนว ไพร แฝง แฝก แหวก คา ตา หมั่น แล ลอด สอด ทั้ง ซ้าย ขวา ระวัง นาง กำพร้า ลอด ตัด ลัด ไป ส่วน นาง กำพร้า เชย ชม มารดา แล้ว คลาด คลา ไคล กำพร้า คน ยาก ออก จาก ร่ม ไทร ระวัง ระไว ดู โค ทั้ง หลาย นาง อ้าย สาธารณ์ มัน แกล้ง สังหาร มัน เด็จ เปล่า ตาย มัน เข้า ถ้อน ชัก หัก ใส่ กระบาย มะเขือ นั้น ตาย ทั้ง สอง แล นา ได้ แล้ว คลา ไคล เร่ง รีบ ฉับ ไว มา ใน พฤกษา เดิน รี่ ปรี่ เปร่า เยาะ เหย่า เดิน มา ครั้น ถึง เคหา พ่อ แม่ ดี ใจ หุงเข้า ขึ้น พลัน แล้ว มัน ชวน กัน กิน สำราญ ใจ ลูก เดด กิ่ง ก้าน หัก ราน กิ่ง ใบ ทิ้ง ลง น้ำ ไหล ตาม สั่ง เทวี ส่วน เปด ซอน ไซ้ ได้ เม็ด ลูก ใน มะเขือ อัน มี เอา ไว้ คอย ท่า กำพร้า นารี่ เนื้อ แถว ชนนี่ ของ แก้ว กัลยา ครั้น เวลา เย็น จึ่ง เจ้า เข้า ไป ไม่ เหน มะเขือ นาง คิด สงไสย ลาก ใจ หนัก หนา ฤๅ อี มานยา มัน มา พบ พาน เมื่อ เปน ปลา บู่ มิ มาน สัตรู มัน ล้าง มัน ผลาญ มะ เขือ แม่ ข้า มัน มา สังหาญ ถอน ชัก หัก ราณ ไป จาก ลูกยา น่า คิด น้อย ใจ สัตรู จังไร มัน แกล้ง ริศยา ติดตาม ล้าง ผลาญ เจ้า คุณ มารดา มือ ผ่าย น้ำ ตา ซวน ซบ แด ยัน ๚ะ


ข่าว ใน กรุง

๏ เลื่อน ที่ ขึ้น ๚ะ

๏ วัน พุฒ เดือน สิบสอง แรม สี่ ค่ำ เวลา เช้า โปรด เกล้า ให้ เจ้า พนักงาน นิมนต์ พระสงฆ รับ พระ ราช ทาน ฉัน บน พระ ที่นั่ง จักรีมหาปราสาท ในการ สม โภช เงิน เบี้ย หวัด ครั้น เวลา บ่าย ส่อง โมง เสศ พระ บาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว จึ่ง เสด็จ ออก ทรง จุด เทียน เครื่อง มัสการ แล้ว ทรง จุด เทียน เครื่อง สังเวย เจ้า พนักงาน กรมพระ อาลักษณ์ อ่าน ประกาศ ครั้น จบ แล้ว พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว จึ่ง พระ ราช ทาน ใบ อนุญาต เงิน เบี้ย หวัด แก่ พระเจ้า บรมวงษเธอ กรม พระ ปวเรศวริยา ลงกรณ์ แล พระ บรมวงษานุวงษ ซึ่ง ทรง ผนวช ทุก พระ องค์ ครั้น แล้ว พระเจ้า บรมวงษเธอ กรมพระ ปวเรศวริยา ลงกรณ์ ถวาย อะติเรก พระ สงฆ์ ถวาย พระ พร ลา กลับ พระ บาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว จึ่ง ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ให้ เจ้าพนักงาน แจก เบี้ย หวัด พระ ราช ทาน แก่ พราหมณ แล ข้า ราชการ กรมโหร กรม ช่าง ๑๐ หมู่ ได้ โปรด เกล้า พระ ราช ทาน ตรา ตั้ง ให้ มิศเตอร เซา ลุด เตอรแนน เปน กัปตัน ใน กรมทหาร มหาด เล็ก รักษา พระ องค์ ถือ ศักดินา ๑๐๐๐ ๚ะ

๏ แขก เมือง เข้า เฝ้า ๚ะ

เจ้าพนักงานนำ ดอกเตอร คาเบรียล ผู้ ว่า การ แทน กงซุล เยอร มัน กับ มิศเกอ ซินซิงเกอร เข้า ทูล ลออง ธุลีพระบาท แล้ว ดอกเตอ คาเบรียล นำ พระ ราช สาสน ของ สมเด็จ พระ เจ้า เอมเปรอ กรุง เยอรมัน ขึ้น ทูล เกล้า ถวาย ครั้น ดอก เตอร คาเปรียล กับ มิศเตอ เซนซิงเคอ กราบ ถวาย บังคม ลา แล้ว พระ บาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เสด็จ ขึ้น

บังคม พระรูป

๏ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ได้ ให้ ช่าง หล่อ พระรูป พระเจ้า อยู่ หัว ทั้ง สี่ พระองค์ ที่ ได้ ดำรง รัชกาล ใน กรุง เทพ ฯ นี้ ไว้ เพื่อ ให้ ข้า ราชการ แล พระบรม วงษา นุวงษ เปน ที่ ระฤก ถึง พระเดช พระคุณ แล จะ ได้ ถวาย บังคม พระบรม รูป ทั้ง สี่ พระองค์ นั้น ปี ละ หน ใน วัน ที่ ถวาย บังคม นั้น มัก ยิง ปืน คำนับ เช้า กลาง วัน แล เวลา เย็น ใน วัน เดี๋ยว นั้น สาม ครั้ง ปี นี้ การ บังคม พระรูป ตก ณวัน พฤหัสบดี เดือน สิบ สอง แรม ค่ำ หนึ่ง ๚ะ

จับ ผู้ ร้าย ได้

๏ ข้าพเจ้า ราษฎร ชาว เรือ ชาว แพ ตาม แถว ลำ แม่ น้ำ ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เอไดตอร์ ได้ ทราบ ด้วย เมื่อ ณวัน เดือน สิบเอ็ด แรม เก้า ค่ำ ทหาร กอง ตระ เวน จับ อ้าย แดง อ้าย ถิก ผู้ ร้าย ได้ ที่ น่า วัด ประทุม คงคา เวลา กลาง คืน พวก ข้าพเจ้า ชาว เรือ ชาว แพ มี ความ ยินดี ยิ่ง นัก ด้วย อ้าย แดง อ้าย ถิก สอง คน นี้ เปน ผู้ ร้าย เที่ยว กระทำ โจรกำ ให้ ราษฎร ได้ ความ เดือด ร้อน อยู่ เนือง ๆ ตั้ง แต่ จับ อ้าย ผู้ ร้าย สอง คน นี้ ไป เสีย แล้ว อ้าย คน ร้าย ก็ น้อย เบา บาง ลง ถ้า ทหาร กอง ตระเวน เอา ใจ ใส่ ตรวจ ตรา อยู่ ได้ ดัง นี้ ก็ จะ มี คุณ แก่ ราษฎร เปน อัน มาก ๚ะ

อะหิวาตะกะโรค

๏ ตั้ง แต่ เดือน สิบสอง ข้าง ขึ้น มัก จะ เปน เพท ลง ราก ชุก ชุม มา ขอ ให้ ท่าน ทั้งหลาย บันดา ที่ มี ความ รัก ชีวิตร จง หมั่น ระวัง รักษา ร่าง กาย แล อาหาร ที่ จะ บริโภค แล สิ่ง ที่ เปน ของ โสโครก ต่าง ๆ อย่า ให้ มี ขึ้น ใน บ้าน ใน เรือน ได้ เพราะ โรค ที่ จะ บัง เกิด นั้น เปน เพราะ อาหาร ที่ ผิด สำแดง แล กลิ่น เหมน โสโครก ต่าง ๆ เปน เชื้อ ก่อน จึง เปน โรค ขึ้น ๚ะ

ข่าว ตาย

๏ ณวัน พฤหัศบดี เดือน สิบสอง นาย ห้าง มิศเตอร์ ยุเกอร ถึง แก่ กรรม แล้ว พวก นาย ห้าง กำปะนี นั้น แต่ง จดหมาย แจ้ง ความ บอก ข่าว ตาย แล เชิญ ให้ บันดา คน ทั้ง สิ้น ประชุม ช่วย ใน การ ฝัง ศพ ใน เวลา บ่าย ๔ โมง วัน นั้น เอง เปน คราว ที่ จะ เอา ศพ ลง เรือ ภา ไป ถึง ป่าช้า ฝรั่ง อัน อยู่ ใน ระหว่าง กลาง วัด พระยาไกร แล โรง สี ไฟ พระยา อัษฎงค์ ศพ นั้น อยู่ ใน เรือ ใหญ่ ลำ หนึ่ง กำปั่น ไฟ เล็ก ลาก เรือ ศพ มา ถึง ป่าช้า ห้า โมง เสศ ครั้น เรือ ถึง ป่าช้า แล้ว หมอ อิตอน ไป รับ ศพ นำ เข้า ไป ใน โรง สำหรับ ให้ ค้าง รอ กว่า การ สวด การ สั่ง สอน กัน จะ เสร็จ การ เมื่อ การ ที่ โรง ศพ ภัก ไป พลาง นั้น เสร็จ แล้ว คน ทั้งปวง ยก ศพ ไป วาง เคียง หลุม ที่ จะ ฝัง ศพ นั้น ครั้น วาง ศพ เสร็จ แล้ว หมอ อิตอน อ่าน เรื่อง สม กับ คำ ฝัง ศพ แล้ว คน จึง ยก เอา ศพ ลง ใน หลุม ต่าง คน ต่าง เอา พวง ดอก ไม้ เปน ยัน มาก โปรย ลง ใน หลุม ทับ โลง แล ทิ้ง ก้อน ดิน ใน หลุม นั้น คน ละก้อน ครั้น หมอ อิตอน สวด อ้อน วอน แล้ว เจ้า พนักงาน จึง จัด การ กลบ หลุม นั้น เสีย แล้ว ต่าง คน ต่าง เลิก กลับ ไป บ้าน พวก แตร ฝรั่ง แล ชาว สยาม อื่น ๆ อัน จะ มา ช่วย ใน การ ศพ มา ไม่ ทัน การ ๆ เสร็จ จึง ได้ มา ๚ะ


ข่าว โทรเลข ใน

๏ ข่าว ราชการ ที่ สาย โทรเลข มา ถึง ราชทูต อังกฤษ ที่ ตั้ง อยู่ ใน กรุง สยาม ว่า กรุง มันดะเล ที่ เปน ประ เทศ พม่า นั้น บัด นี้ เสีย แก่ อังกฤษ แล้ว โดย ความ ชื่น ตา ชื่น ใจ ไม่ ต้อง ยาก แก่ พล ไพร่ ทหาร ทั้งสอง ฝ่าย ยอม ยก เมือง ให้ โดย ดี ตั้ง แต่ ณวัน พฤหัศบดี เดือน สิบสอง แรม สิบสอง ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ศัก ราช ๑๒๔๗ ฯะ


ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงฆโปร์
ณวัน จันทร์ เดือน สิบสอง แรม เก้า ค่ำ
เงิน แบกร์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๕ เปนซ ๑ อัฐ

เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๕ เปนซ ๕ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ทิง ๕ เหรียน ๙๐ เซนต

ข่าว โทรเลข นอก

๏ การ ข้าง ตวัน ออก ฯะ

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สิบสอง ขึ้น สิบสี่ ค่ำ ปรินซ อะเล็กซันเดอร์ อ่อน น้อม ถวาย ตัว แก่ โปด เจ้า ประเทศ เตอรกี แล ถอน ทหาร บัลแคเรีย จาก ประเทศ รูมีเลีย ตวัน ออก

๏ การ รบ กัน ที่ เมือง บัลแคเรีย ฯะ

๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย์ เดือน สิบสอง แรม ค่ำ หนึ่ง เมือง วิดิน ยัง มิ ได้ แพ้ เสีย แก่ ฆ่า ศึก เช่น นี้ ข่าว บอก มา แต่ ก่อน กำลัง สู้ รบ กัน แขง แรง ชะนะ บ้าง แพ้ บ้าง ข้าง ละ ข้าง พล รบ ชิด เข้า เมือง โซไฟอะ ที่ จะ ตี เรว ๆ ฯะ

๏ การ ตั้ง พวก ช่วย ว่า ราช การ ฯะ

๏ มิศเตอร ปาเนล มี หนังสือ แสดง ความ เตือน พวก ไกริช ที่ ไป อยู่ อิงแลนด เมือง สกอดแลนด แล เกาะ ไอเอรแลนด ขอ อย่า ให้ โวด ตั้ง พวก ลิบิรัล ฤๅ พวก ราดิกัล ใน ครั้ง ตั้ง พวก ช่วย ปรึกษา การราช ครั้ง นี้ ฯะ

ภูเขา ไฟ

๏ ภูเขา ลูก หนึ่ง ที่ เรียก ว่า ภูเขา โปลิน อัน อยู่ แหลม ข้าง อาคเณย์ ที่ เกาะ อันดูนาระ ตั้ง แต่ คน จำ ได้ มิ ได้ ปรากฏ ว่า เปน อยู่ แต่ ข่าว ที่ เพิ่ง ได้ ใหม่ ๆ แจ้ง ความ ว่า เปน อีก แล้ว ควัน พลุ่ง ขึ้น มา จาก ปาก ปล่อง คน ที่ อยู่ เคียง ๆ นั้น ครั้น ได้ ยิน เสียง สนั่น ใต้ ดิน ก็ ภา กัน ตก ใจ เปน อัน มาก เกาะ นี้ อยู่ ข้าง ทิศ อิสาณ แต่ เกาะ ฟลอริศ ออก ไป ใน เกาะนั้น มี คน ประมาณ ๓๖๐๐๐ ๚ะ

เกาะ มนิลา

๏ วัน จันทร เดือน สิบสอง ขึ้น สิบ ค่ำ ประมาณ สัก ห้า ทุ่ม ชาว เกาะ นี้ ตก ประหม่า เพราะ แผ่นดิน ไหว เกิน เคย จึ่ง กลัว ไป เปน อัน มาก ก่อน แผ่นดิน ไหว นั้น มี เสียง สนั่น ใต้ ดิน สัก ๒๓ เซแกนด แผ่นดิน ไหว นั้น มี ไป ถึง หัว เมือง ต่าง ๆ ใน เกาะ นั้น แต่ มิ ได้ เปน อัน ตราย แก่ คน แก่ ของ ๚ะ

พม่า

๏ เมือง แรงคน วัน ศุกร เดือน สิบสอง ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ พวก พม่า มิ ได้ สู้ กัน แขงแรง ๚ะ

ข่าว ตั้ง พวก ทำ ราชการ

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สิบสอง ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ มิศ เตอร แลดดซโตน แจ้ง ความ ว่า เหน ชอบ ใน การ ซึ่ง ลอด ซอลซบะรี ได้ ทำ ใน เรื่อง ราย ประเทศ บัลแคเรีย ๚ะ


การ รบ ใน ประเทศ บัลแคเรีย

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือนสิบสอง แรม สอง ค่ำ ไปรต เจ้า เตอร กี ได้ แจ้ง ความ แก่ ประเทศ ใหญ่ ถ้า พวก ยุโรป มิ ได้ เปน ธุระ พวก เตอร กี จะ ออก ตี พวก เซอร เวีย ๚ะ

การ ตั้ง พวก ราชการ

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สิบสอง แรม สาม ค่ำ การ จัด ตั้งเลือก พวก ราชการ จับ เลือก ตั้ง วัน นี้ แล้ว ฯะ

การ รบ ใน ประเทศ บัลแคเรีย

๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน อังคาร เดือน สิบ สอง แรม สาม ค่ำ แล้ว พวก เซอรเวีย ได้ ยิง ระดม เมือง วิดิน เมือง นั้น กำลัง ไหม้ อยู่ ๚ะ

ประเทศ ซเปน

๏ กรุง แมดริด วัน พุฒ เดือน สิบสอง แรม สี่ ค่ำ สม เด็จ พระเจ้า ประเทศ ซเปน สวรรคต วัน นี้ ด้วย โรค ลง โลหิต (บิด) ๚ะ

การ รบ ใน ประเทศ บัลแคเรีย

๏ เมือง กอน ซแตนไตโนเปล วัน พุฒ เดือน สิบสอง แรม สี่ ค่ำ พวก เซอรเวีย ถูก แพ้ อะปราไชย กำลัง ถอย หนี ๚ะ

ข่าว ตั้ง พวก ราช การ

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สิบสอง แรม สี่ ค่ำ ตาม ข่าว ที่ มี มา แล้ว พวก ลิบริล ตั้ง ได้ ๓๒ คน พวก กอน เซอรวะติฟตั้ง ได้ ๓๖ คน ๚ะ

๏ ลอด แรนดอลฟ ชัซซิล แพ้ พวก เบอรมิงแอม ได้ ตั้ง ไรต ฮอนอรแอเบล ยอน ไบรด เปน คน รับ ราชการ สำหรับ เมือง นั้น ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัษบดี เดือน สิบสอง แรม ห้า ค่ำ ตาม ข่าว ที่ มี มา นั้น พวก ลิบริล ตั้ง ได้ ๘๖ คน พวก กอน เซอรวะติฟตั้ง ได้ ๘๘ คน ๚ะ

๏ พวก เซาทแบดิงตัน ได้ ตั้ง ลอด แรนดอลฟ ชัซซิล เปน ผู้ รับ ราชการ ๚ะ

๏ ประเทศ ซเปน ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัษบดี เดือน สิบสอง แรม ห้า ค่ำ พวก มินิศตรี ลา ออก จาก ราชการ ๚ะ

พม่า

๏ เมือง แรงคูน วัน อังคาร เดือน สิบสอง แรม สิบ ค่ำ พวก บริติซ ตี เอา เมือง อังวะ ไว้ แล้ว กระษัตร พม่า อ้อน วอน ขอ ให้ เลิก การ รภ ขอให้ ทำ ทาง ราช ไมตรี แต่ พวก บริติซ บังคับ ให้ น้อม ยก ตัว ให้ แล้ว แต่ เขา จะ จัด การ ๚ะ

การ ตั้ง พวก ปรึกษา ราชการ

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สิบสอง แรม สิบ ค่ำ ความ ที่ บอก นั้น แจ้ง ความ ว่า ได้ ตั้ง พวก ลิบริล ๑๖๐ คน พวก กอนเซอรวะตฟ ๑๘๒ คน พวกโฮม รุเลอ ๒๙ คน


พม่า

๏ เมือง แรงคน วัน พุฒ เดือน สิบสอง แรม สิบเอ็ด ค่ำ พล รบ บริติช ที่ จัด ออก ไป นั้น ได้ กรุง แมนดะเล ไว้ แล้ว มิ ได้ รบ ตี กัน กระษัตร ทีบอ น้อม ยก ตัว ให้ ไว้ กับ พวก บริติช แล้ว ฯ แต่ พวก บริติช จะ จัด การ ต่อ ไป ๚ะ

การ ตั้ง พวก ปรึกษา ราชการ

๏ กรุง ลันด้น วัน ศุกร เดือน สิบ ส่อง แรม หก ค่ำ จน กระทั่ง บัดนี้ ตั้ง ได้ พวก ลิบริล ๓๑๐ คน ตั้ง ได้ พวก กอนเซอวะติฟ ๓๑๑ ฯะ

๏ กรุง ลันด้น วัน อาทิตย์ เดือน สิบ ส่อง แรม แปด ค่ำ จน กระทั่ง ถึง วัน เสาร์ ตั้ง ได้ พวก ลิบริล ๓๕๕ คน พวก กอนเซอวะติฟ ๓๖๗ คน ฯะ

ประเทศ เซอรเวีย แล บัลเคเรีย

๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน อาทิตย เดือน สิบ ส่อง แรม แปด ค่ำ พวก บัลเคเรีย ตี ได้ เมือง ปิรอด แล คุม รักษา เมือง อยู่ แล ได้ จัด การ งด การ รบ ไว้ พลาง ฯะ


๏ คำ ร้อง ทุกข์ ๚ะ ข้าพเจ้า มี ชื่อ ที่ ข้าง ท้าย หนังสือ ได้ อ่าน สยาม ไสม เล่ม ๔ แผ่น ๑๔ วัน พุฒ เดือน สิบสอง แรม ๔ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ ว่า ด้วย ชาว ด่าน กด ขี่ ข่มเหง พวก เรือ ราษฎร ไป มา ค้า ขาย เลี้ยง ชีวิตร โดย สุจริต และ พวก ด่าน ทำ แก่ เขา ดั่ง นี้ เหมือน เขา ว่า แล้ว ก็ ควร ให้ คอเวอ แมนต์ มี หมาย ประกาศ ปิด ไป ทุก ด่าน ทุก ตำ บล ให้ รู้ ทั่ว กัน ทั้งสอง ฝ่าย ว่า ขุน ด่าน มี อำนาจ เกบ ข้า ธรรมเนียม แต่ ราษฎร ได้ เท่า นั้น ฝ่าย ราษฎร ก็ จะ ได้ ทราบ ว่า ตัว คง ต้อง เสีย ค่า ทำเนียม ด่าน แต่ เท่า นั้น ก็ ไม่ มี ความ ร้อน ใจ ด้วย กัน ทั่ว ไป ทั้ง สอง ฝ่าย ด้วย ว่า มี หมาย ประกาศ อยู่ เปน สำคัญ เที่ยง แท้ แล้ว ถ้า ไม่ มี หมาย ประกาศ ปิด ที่ ด่าน แล้ว ฝ่าย พวก ด่าน ก็ อ้าง ว่า มี คำ สั่ง ท่าน ผู้ ใหญ่ และ มี รับ สั่ง พระเจ้า แผ่นดิน ให้ ราษฎร กลัว แล้ว ลง เอา ค่า ทำ เนียม มาก ๆ น้อย ๆ ไม่ เปน ยุติธรรม ได้ ถ้า มี หมาย ประกาศ อยู่ แล้ว ก็ จะ ฉ้อ กัน ไม่ ได้ ขุน ด่าน ก็ ดี ราษฎร ก็ ดี มิ ได้ ทำตาม หมาย ประกาศ แล้ว ก็ ให้ มี โทษ ตาม โทสานุโทษ อนึ่ง พวก จีน ตั้ง โรง จำนำ ใน แขวง กรุง เทพ ฯ หัว เมือง ฝ่าย เนื้อ ฝ่าย ใต้ นั้น มิ ได้ มี ประโยชน์ แก่ แผ่นดิน แต่ สัก สิ่ง เลย มี แต่ ช่อง ผู้ ร้าย ฉก ลัก เอา ทรัพย์ ต่าง ๆ เปน ต้น ว่า ผ้านุ่ง ผ่อน ห่ม ถ้า ฉวย เอา มา ได้ แล้ว เข้า โรง จำนำ เสีย ทัน ใด นั้น ถึง จะ ตาม มา เหน ของ ของ ตัว อยู่ ก็ ไม่ อาจ จะ จับ กุม ผู้ รับ จำนำ ได้ สวน ผู้ ร้าย ก็ เข้า ไป เสีย หลัง โรง ผู้ รับ จำนำ ครั้น เจ้า ของ กลับ มา แล้ว ผู้ ร้าย ก็ กลับ ออก มา รับ เงิน ไป ราคา บาท เอา แต่ สอง สลึง บ้าง สลึง เฟื้อง บ้าง ข้าพเจ้า ได้ เหน อยู่ เนือง ๆ ครั้น เจ้า ของ ทรัพย์ จะ ไป ฟ้อง ผู้ รับ จำนำ ยังโรง ศาล ด้วย ราคา หก สลึง แปด สลึง เท่า นั้น ถ้า จะ ฟ้อง ต้อง เสีย เงิน ค่า ฟ้อง มาก กว่า ราคา ของ ที่ หาย นั้น อีก มาก กว่า สอง ส่วน ฤา สาม ส่วน ก็ ต้อง นิ่ง ไป ผู้ ร้าย กับ ผู้ สมคบ ผู้ ร้าย ก็ มี กำ ไร สบาย ใจ ที่ เดียว ส่วน ราษฎร ชาว บ้าน ที่ ขัด สน ก็ มี ความ ร้อน ใจ เปน อัน มาก ที่ เดียว ขอ ท่าน เอไดเตอร จง เมตา เอา ข้อ ความ ทั้ง นี้ ลง ใน สยาม ไสมย ด้วย เทอญ ฯะ


แปล คำ อังกฤษ เปน ไทย
ซิวีไล แซเชอน

๏ Civility. ซิวีลิตี สรรพนาม อยู่ ใน การ เรียบ ร้อย ทำเนียม ละเอียด งาม ใช้ เมื่อ พูด ถึง เมือง ต่าง ๆ ที่ คน ทั้ง บ้าน เมือง นั้น ไม่ อยาบ ช้า ต่ำ ดั่ง สัตว คุ้น เคย กับ การ ดี กิริยา งด งาม ซึ่ง มนุษย ทำ แก่ กัน ฯะ

๏ Civilization. สรรพนาม มี การ เรียบ ร้อย เปน ทำ เนียม ติด ตัว มี ทำเนียม พ้น การ หยาบ ช้า ของ คน บ้าน นอก คอก นา คน ป่า ทำเนียม ดี ขึ้น เพราะ ได้ เรียน วิชา การ แล หนังสือ ตำรา วิธี ต่าง ๆ ฯะ

๏ Civilize. ซีวีไลซ์ กิริยาศัพท์ กระทำ ให้ คน พ้น จาก การ อยาบ ช้า ของ ชาว ป่า นำ ให้ คน เตม ใจ ประพฤติ์ การ เรียบ ร้อย งาม ส่อน ให้ คน รู้ วิธี เลี้ยง ชีวิตร ด้วย เปน การ เรียบ ร้อย ปรกติ ฯะ

๏ Civilized. ซิวีไลเซด กริด ให้ รอด พ้น จาก ทำ เนียม อยาบ ช้า ของ ชาว ป่า ส่อน ให้ รู้ วิชา หนังสือ ตำรา แล การ เรียบ ร้อย ฯะ

๏ Civilizer. ซิวีไลเซอร กิริยา ศัพท์ ผู้ ซึ่ง กระทำ ให้ คน เรียบ ร้อย ขึ้น กระทำ ให้ คน อื่น ทิ้ง การ อยาบ ช้า ซึ่ง เปน ทำนอง คน ชาว ป่า แล ส่อน ให้ เขา รู้ วิธี ทำ เนียม ชาติ คน เรียบ ร้อย ผู้ ให้ รอด พ้น จาก ทำเนียม หยาบ ช้า เปน สัตว เดียรฉาน เคย ประพฤติ์ นั้น ฯะ

๏ Civilizing. ซิวีไลซิง กริด คุณ ศัพท์ สำหรับ ใช้ ด้วย นาม ศัพท์ ให้ รอด จาก ทำเนียม ชาว ป่า เคย ประ พฤติ์ ส่อน ให้ รู้ วิชา แล ทำเนียม เรียบ ร้อย ฯะ

๏ Civilly. ซิวีลี คุณ ศัพท์ ใช้ ด้วย กิริยา ศัพท์ ตาม อย่าง ควร คอเวินเมนต์ ฤา ควร แก่ คน อัน เปน ชาว แผ่นดิน บ้าน เมือง ตาม อย่าง สม กับ การ ควร ของ คน ทั้งปวง สม กับ ความ แพ่ง ตาม กฎหมาย เรียบ ร้อย อัชฌาไศรย ฯะ


แต่ วัน อังคาร เดือน ๑๒ แรม ๑๐ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน อ้าย ขึ้น ๒ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บัญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
สยาม ซับโปเตอรก ก ฟ ร สยามดะ ซูซาเกาะ สี่ชังแรม ๑๐ ค่ำ
วอร ไตเยนก ก ฟ อังกฤษ๘๗๒เบรานมากวาลด แอน โกฮ่องกองแรม ๑๐ ค่ำ
ไดจิ๋วก ก ฟ อังกฤษ๘๖๒นุตอนวินดซอโรซ แอน โกฮ่องกงแรม ๑๑ ค่ำ
แมกอะลิศเตอรก ก ฟ อังกฤษ๖๐๘ดุลลอกบอนิโอ กัมปนีสิงฆโปรแรม ๑๓ ค่ำ
เฮกาดิก ก ฟ อังกฤษ๖๐๘เลารี่วินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๑๔ ค่ำ
อะไลนก ๒ ส ค เยอรแมน๕๘๔ครอแมนบอนิโอ กัมปะนี่ซูระบายยะแรม ๑๕ ค่ำ
โรซะเดลก ๒ ส ค อังกฤษ๕๕๘เอแวนซะยุเกอร์ ซิค แอน โกกาดิฟแรม ๑๒ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๔๑๓มอลเซนมากวาลด แอน โกสิงฆโปรขึ้น ๒ ค่ำ
พระจอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๑ชตรัตตันวินดซอโรซ แอน โกซัวเถาขึ้น ๒ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
แปตริออตก ๒ ส ค นอวิเยียน๔๘๔เยเลฟเซนวินดซอ โรซ แอน โกยุโรปแรม ๑๓ ค่ำ
วอร ไตเยนก ก ฟ อังกฤษ๘๗๒เบรานมากวาลด แอน โกฮ่องกองแรม ๑๕ ค่ำ
ไดจิ๋วก ก ฟ อังกฤษ๘๖๒นุตอนวินดซอโรซ แอน โกฮ่องกองแรม ๑๕ ค่ำ
แมกอะลิศเตอรก ก ฟ อังกฤษ๖๐๐ดุลลอกบอนิโอ กำปะนีสิงฆโปรขึ้น ๒ ค่ำ
เฮกาดิก ก ฟ อังกฤษ๖๐๘เลารี่วินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรขึ้น ๒ ค่ำ
๏ กำปั่น ขา เข้า วอรไตเยน บันทุก สินค. ต่าง ๆ คน เดิน สาร ดาษ ฟ้า ๑๕ คน ๏ ไดจิ๋ว บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน
เดิน สาร แกบิน ๏ ดาษ ฟ้า ๗ คน ๏ แมกอะลิศเตอร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป มิศเตอร แดวิด
ซอน มิศเตอร ทอน มิศเตอร เดนนิซ แล มิศเตย. ยอง เดิน สาร แกบิน เข้า มา ๏ เฮกาดิ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ มิศเตอร
ฮันเตอร มิศเตอร ฮาวิ มิศเตอร ดาวิน เดิน สาร แกบิน ๏ โรซะเดล บันทุก ถ่าน หิน ๗๐๐ ตอน คน เดิน สาร แกบิน ๏ ดาษ
ฟ้า ๑ ๏ สุริวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ กอเวรนอ เจ้า เมือง มะกา ภรรยา เกานต เกอการะเดก ราชทูต ฝรั่งเสศ แล มอง
ซิเออร เครฮอน กงซุล เยนิรัล สยาม ที่ กรุง ปาริศ เดิน สาร มา ๏ พระจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล จีน แล ญี่ปุ่น
ภรรยา หมอ จีก เดิน สาร ใน เกบิน มา ๚ะ
๏ กำปั่น ขา ออก วอรไตเยน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ ไดจิ๋ว บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล จีน แล ญี่ปุ่น ๏ แมก
วะลิศเตอร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ เฮกาดิ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๚ะ

นิทาน ๑๐
กบ อยาก จะ ได้ กระษัตร ครอง

๏ พวก กบ ที่ เคย อาไศรย สระ บ่อ กิน อยู่ สบาย เปน สุข ทุก แห่ง ทุก ตำบล วัน หนึ่ง ประชุม พร้อม กัน กระทำ การ อึกระทึก ถวาย เรื่อง ราว ขอ ยุไปเตอร โปรด จัด แต่ง ตั้ง ให้ เขา มี กระษัตร องค์ หนึ่ง ครอบ ครอง เขา ยุไปเตอร ก็ ยอ ล้อ เรื่อง ร้อง ขอ นั้น จึ่ง ผลัก ซุง ต้น หนึ่ง ลง ใน บึ้ง จึ่ง ตรัส ว่า นั่น แล กระ ษัตร องค์ หนึ่ง สำหรับ ครอง เจ้า แรก เมื่อ ซุง นั้น กระ ทบ น้ำ ๆ นั้น กระเดน เปน คลื่น เปน ละลอก กบ ก็ ตก ใจ กลัว ไม่ อาจ เข้า ไกล ได้ ไป ไม่ นาน เมื่อ กบ เหน ไม้ ทั้ง ต้น ลอย นิ่ง กบ เหล่า นั้น จึ่ง ค่อย เข้า มา ใกล้ ที ละ เล็ก ที ละ น้อย ครั้น เหน ว่า ไม่ ได้ เปน เหตุ อย่าง หนึ่ง อย่าง ใด จึ่ง กล้า กระโดด ขึ้น บน หลัง ไม้ แล้ว เล่น กัน ตาม ชอบ ใจ ไป มา ก็ ไม่ ชอบ กระษัตร ที่ เงียบ ไม่ มี ร้าย ดัง นี้ กบ เหล่า นั้น จึ่ง แต่ง พนักงาน ให้ แต่ง เรื่อง ราว อีก ครั้ง หนึ่ง ขอ กระษัตร ผู้ ครอง ใหม่ อีก องค์ หนึ่ง เพราะ กระษัตร องค์ นี้ ทั้ง ไม่ ชอบ ทั้ง คง ไม่ ชอบ เบื้อง น่า ยุไปเตอร คราว นี้ จึ่ง ใช้ ให้ นก กระกรุม เปน เจ้า ครอง กบ นั้น ต่อ ไป ภอ นก กระกรุม เปน ตำแหน่ง ขึ้น แล้ว ก็ จับ กบ กิน ตัว ละ ตัว โดย เร็ว ตาม กำลัง ตาม ชอบ ใจ ครั้น เปน เช่น นี้ แล้ว พวก กบ ใช้ คน แอบ ไป เกลี่ย กล่อม เมอรกุรี่ ขอ ให้ ท่าน ไป เฝ้า ทูล ขอ ให้ ยุไปเตอร ทรง พระ เมตา โปรด จัด ให้ เขา มี กระษัตร ครอง องค อื่น ถ้า ทำ ดัง นั้น ไม่ ได้ ขอ ให้ กระษัตร องค ก่อน มา ครอง เขา ยุไปเตอร ตรัส ตอบ ว่า อย่า เลย ของ มัน เลือก สัน เอา เอง ให้ มัน ทน โทษ ตาม ความ โง่ ของ มัน ๚ะ

๏ เรื่อง นิทาน นี้ จะ สอน ว่า อย่า มัก ง่าย ต่อ สู้ คอเวินแมนต ซึ่ง จัด ตั้ง เปน คอเวินแมนต แล้ว ตาม ธรรมดา ๚ะ

๏ เรื่อง นิทาน นี้ จะ สอน ให้ มี ใจ อ่อน น้อม ต่อ คอเวินแมนต ด้วย ความ ซื่อ สุจริต เช่น คน ชอบ ธรรม รัก ทำ เปน นิจ นั้น เมื่อ คอเวินแมนต์ ไม่ ดุ ไม่ ร้าย สู้ ทน การ ผิด เล็ก น้อย แต่ คอเวินแมนต์ นั้น ดี กว่า ที่ จะ หัก หาญ จัด การ ไม่ เคย ให้ เกิด การ ผิด ร้าย กว่า เดิม นั้น เปน อัน มาก ๚ะ


เรือน แล ที่ House สำหรับ เช่า

๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไศมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฦๅ ออก ถนน ใหญ่ ได้ ด้วย สดวก (จ ห) ๚ะ


หมอ แอ แอฟ ดะ ซูซา

๏ ขยาย ไป จาก โรง เลี้ยง แขก คือ ยูไนเวอรซัล โฮเตล จึ่ง ไป ตั้ง โรง ขาย ยา แล รักษา คน ไข้ ใน เรือน หลัง หนึ่ง เคียง ถนน กรุง เจริญ ฟาก ตวัน ออก เคียง ตรง ข้าม ฟาก ถนน โรง ภาษี ขา เข้า ขา ออก หมอ แอ แอฟ ดะ ซูซา แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สิบ สอง ขึ้น ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก (๔ ห)


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไศมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฦๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะลง กว่า หน หนึ่ง จะเรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน

สิบ บันทัด ฦๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท ทุก บันทัด ถัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง

ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เซี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฦๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ ห) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด