เดือน ๑ ขึ้น ๑๐ ค่ำ, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๑๗ วัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
พระพุทธสาศนา
ความ วิมุติ ส่งไสย

๏ ขอ คำนับ ถึง ท่าน เค.ไดตอร์ เจ้า ของ หนังสือ พิมพ์ สยาม ไสมย ข้าพเจ้า ได้ รับ ทราบ ความ ใน หนังสือ ของ ท่าน ลง วัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น เก้า ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ศักราช ๑๒๔๗ เล่ม ๓ แผ่น ๕๒ น่า ๖๓๓ มี ความ กล่าว ถึง ธรรม อัน พิเลิศ แล ยก ย่อง ถึง พระ ผู้ เปน เจ้า อัน แท้ จริง องค์ เดียว ที่ ควร จะ ไหว้ กราบ เปน ข้อ ความ เกี่ยว ข้อง ด้วย การ สาศนา ซึ่ง เปน ที่ ชอบ หัทยา ไศรย ของ ข้าพเจ้า ผู้ มี ความ ปราถนา จะ ใคร่ ทราบ ใน สาศนา แท้ จริง ข้าพเจ้า จึ่ง ได้ มี ความ อุส่าห์ เขียน มา ยัง ท่าน โดย ที่ ยัง มี ความ ส่งไสย อยู่ แม้ ว่า ท่าน มี ใจ กรุณา นำ เอา ความ วิมุติ ส่งไสย ของ ข้าพเจ้า นี้ ลง หนังสือ พิมพ์ ของ ท่าน ส่ง ถึง ท่าน ผู้ ที่ ยก ย่อง สรรเสริญ คุณ พระผู้ เปน เจ้า อัน แท้ จริง ได้ ข้าพเจ้า จะ มี ความ ขอบ ใจ ท่าน มาก ๚ะ

๏ ความ วิมุติ ส่งไสย ของ ข้าพเจ้า นั้น ข้าพเจ้า ตฤก ตรอง ดู ก็ ไม่ ตก ลง ใน ใจ เลย ด้วย ใน หนังสือ ของ ท่าน ที่ กล่าว สรรเสริญ คุณ พระ ผู้ เปน เจ้า ว่า เปน พระเจ้า อัน แท้ จริง องค์ เดียว ที่ ควร เคารพย์ ไหว้ กราบ นับถือ พระ ผู้ เปน เจ้า องค์ นั้น ข้าพเจ้า อยาก จะ ทราบ ว่า ท่าน เลง เอา ผู้ ใด ว่า เปน พระเจ้า อัน แท้ จริง พระ ย้าหล่า ฤา พระอิศวร นรายน์ ฤา ยะโฮ วา เจ้า ด้วย ชน ทั้งหลาย ที่ ได้ ถือ ใน สาม สาศนา นี้ ยัง แก่ง แย่ง กัน อยู่ ข้าง ฝ่าย ผู้ ที่ ถือ สาศนา มะหะหมัด ก็ ว่า พระอิศวร นรายน์ แล พระยะโฮวา เจ้า เปน พระ เจ้า ไม่ แท้ จริง ปลอม ข้าง ฝ่าย พวก ที่ ถือ สาศนา พราหมณ์ ก็ ว่า พระยะโฮวา พระอ้าหล่า เบน พระเจ้า ไม่ แท้ จริง ปลอม ข้าง ฝ่าย ผู้ ที่ ถือ ใน คฤษ สาสนา ก็ ว่า พระ อ้าหล่า พระอิศวร นารายน์ เปน พระเจ้า ไม่ แท้ จริง ปลอม ก็ ความ นี้ ไม่ ลง รอย กัน ข้าง พวก สาสนา นี้ ก็ ว่า สาสนา โน้น ไม่ จริง ข้าง พวก สาสนา โน้น ก็ ว่า สาสนา นี้ ไม่ จริง จึ่ง ได้ เบน ที่ สงไสย ใจ ของ ข้าพเจ้า อย่าง ยิ่ง ไม่ รู้ จะ จัด เอา พระเจ้า องค์ ไหน ได้ ว่า เบน พระเจ้า อัน แท้ จริง องค์ เดียว ที่ ควร จะ เคารพย์ นับถือ ว่า เบน ผู้ ประเสริฐ ใน โลกย ๚ะ

๏ อนึ่ง ชาว คฤษ สาสนา ซึ่ง ถือ ว่า พระยะโฮวา เจ้า เบน พระ ผู้ เบน เจ้า อัน ประเสริฐ แท้ จริง องค์ เดียว ที่ ควร จะ กราบ ไหว้ นั้น ก็ ยัง ไม่ แจ่ม กระจ่าง ว่า พระยะโฮวา เจ้า นั้น อยู่ ที่ ไหน ด้วย เบน แต่ พวก ที่ ถือ สาสนา นั้น คาด ขะเน เอา เอง ไม่ เบน การ แน่ ได้ ถึง โดย จะ เชื่อ ว่า พระ ผู้ เบน เจ้า ได้ ลง มา บอก เล่า แนะ นำ ให้ ยิ้ว ผู้ หนึ่ง ฤา โมเสศ ตบ แต่ง สาสนา แล สอน ชน ทั้งหลาย หวัง จะ ให้ ชน เหล่า นั้น รู้ กิติ สัพท์ กิติคุณ ของ พระองค์ ที่ ได้ มี ความ กรุณา ต่อ มนุศย ทั่ว ไป แล จะ ให้ มนุศย ทั้งหลาย นับถือ ท่าน ท่าน จะ ได้ ช่วย ให้ มนุศย ไป สู่ สุคติ เมื่อ เวลา ดับ จิตร ไป นั้น ก็ สิ่ง ใด เล่า จะ เบน เครื่อง ชัณสูตร ให้ รู้ ได้ จริง ว่า ยิ้ว ผู้ ที่ ร้อย กรอง สาสนา นั้น ได้ รับ คำ สั่ง จาก พระ ผู้ เบน เจ้า จริง จะ ยึด เอา สิ่ง ใด เบน พยาน ฤา จะ คิด ว่า ถ้า พระ ผู้ เบน เจ้า ไม่ ได้ แนะ นำ สั่ง สอน ให้ ยิ้ว ผู้ นั้น แล้ว ที่ ไหน ยิ้ว ผู้ นั้น จะ มี ปัญญา ตก แต่ง สาสนา นั้น ขึ้น ได้ ตฤก ตรอง ดู ก็ ยัง รวน เร อยู่ ไม่ แน่ กับ ใจ เพราะ ว่า โอวาท คำ สั่ง สอน ใน พระคำภีร์ ไบเบิ้ล ที่ ยิ้ว ผู้ นั้น ทำ ก็ ไม่ เหน มี คุณ วิเสศ พิสดาร อะไร ถ้า จะ จับ ผิด สิ่ง ซึ่ง ควร จะ เชื่อ ไม่ ได้ ก็ มี มาก มาย นัก ข้าพเจ้า ได้ อ่าน ใน พระคำภีร์ ไบเบิ้ล กล่าว ด้วย การ สร้าง โลกย ดู ก็ เบื้อย ๆ ไป ไม่ เหน อธิบาย อะไร ให้ แจ่ม แจ้ง แม้ ว่า ยิ้ว ผู้ นั้น ได้ รับ คำ สั่ง จาก พระ ผู้ เปน เจ้า จริง แล้ว ก็ คง จะ อธิบาย ใน การ เรื่อง โลกย ได กว้าง ขวาง ชัด เจน ไม่ ต้อง ให้ มนุศย ภาย หลัง ได้ ความ ลำบาก ที่ จะ ต้อง สืบ เสาะ ด้วย พระ ผู้ เบน เจ้า ได้ สร้าง โลกย เอง ก็ คง จะ อาจ สามารถ รู้ ได้ ทั้ง โลกย ไม่ ต้อง สงไสย ประการ หนึ่ง ใน การ เรื่อง โลกย ที่ กล่าว ใน คำภีร์ ไบเบิ้ล ก็ ผิด กัน กับ ที่ นักปราช ภาย หลัง ที่ เขา ได้ ตรวจ ตรา มา ทำ ไว้ เปน แบบ แม้น ว่า พระ ผู้ เปน เจ้า ได้ แนะ นำ สั่ง สอน ให้ ยิ้ว ผู้ นั้น จริง พระ ผู้ เปน เจ้า ก็ ต้อง โง่ ที่ สุด ไม่ รู้ จัก อะไร ด้วย ถ้อย คำ ใน ไบเบิ้ล นั้น ชันสูตร ไม่ จริง สัก อย่าง ๚ะ

๏ อนึ่ง ข้อ ความ ที่ กล่าว ว่า ให้ มนุศย ทั้งหลาย ควร จะ ระฤก ถึง คุณ พระ ผู้ เปน เจ้า นั้น ข้าพเจ้า ได้ ไต่ สวน ใน ใจ ก็ ไม่ เหน ช่อง โอกาศ เลย สัก อย่าง ว่า พระ ผู้ เปน เจ้า มี คุณ ต่อ มนุศย สร้าง มนุศย มา ก็ ทิ้ง ให้ โง่ เขลา อยู่ ถึง ๖๖๘ ปี จน ชั้น ด. ช. ซ. ศ. ก็ ไม่ มี จะ ว่า พระ ผู้ เปน เจ้า มี คุณ ต่อ มนุศย อย่าง ไร ประการ หนึ่ง ใน พระไทย ของ พระองค์ ที่ กล่าว ใน ไบเบิ้ล เล่า ก็ เต็ม ไป ด้วย ความ หึง หวง อิจฉา ต่อ มนุศย สร้าง มนุศย มา เฝ้า สวน คือ ตัว ของ อาดาม แล ภรรยา ของ อาดาม ก็ ไม่ ให้ รู้ จัก ภาษา มนุศย จน ชั้น ตา ก็ ลืม ไม่ ได้ นี้ หาก ว่า ได้ งู ผู้ ใจ ทำ คุณ มา บอก เล่า ให้ ภรรยา อาดาม เก็บ ผล ไม้ วิเสศ กิน อาดาม แล ภรรยา อาดาม จึง ได้ ลืม ตา ขึ้น แล รู้ จัก ภาษา มนุศย ครั้น พระ ผู้ เปน เจ้า ทรง ทราบ ว่า อาดาม แล ภรรยา อาดาม กิน ผล ไม้ วิเสศ เข้า ไป มี ความ ฉลาด ขึ้น พระ ผู้ เปน เจ้า มี ความ หึง หวง อิจฉา อา ดาม แล ภรรยา อาดาม กลับ ปรับ อาดาม แล ภรรยา อาดาม ว่า ล่วง เกิน คำ สั่ง ลง โทษ อาดาม แล ภรรยา อาดาม จน ถึง ลูก หลาน เหลน ความ แท้ จริง อย่าง นี้ จะ ว่า พระ ผู้ เปน เจ้า มี คุณ ต่อ มนุศย อย่าง ไร ซึ่ง ยก ย่อง พระ ผู้ เปน เจ้า นั้น เหน เหลือ เกิน ไป ถ้า แม้น ว่า ผู้ ใด ที่ ลง เนื้อ เหน แล ยก ย่อง สรรเสริญ พระ ผู้ เปน เจ้า ว่า เปน พระเจ้า อัน แท้ จริง ได้ มี คุณ ต่อ มนุศย สถาน ใด แล้ว โปรด อธิบาย ชี้ แจง ให้ ข้าพเจ้า ทราบ ได้ โดย เลอียด ข้าพเจ้า จะ มี ความ ยินดี แล ขอบ ใจ ท่าน เปน อัน มาก ฯะ

๏ พระเจ้า องค์ นั้น ผู้ เปน ต้น เหตุ ได้ สร้าง ของ ทั้ง ปวง เปน พระเจ้า แท้ จริง เมื่อ คน ภาษา ต่าง ๆ พูด ถึง ฤา หมาย ถึง ระฤก ถึง พระ ผู้ เปน เจ้า แห่ง ของ ทั้งปวง ทั่ว สกล โลกย ผู้ นั้น ได้ เลง เอา พระ บรม เจ้า อัน แท้ จริง นั้น ด้วย คำ ที่ เขา จะ ใช้ หมาย พระเจ้า องค์ นั้น ไม่ เปน สำคัญ อะไร เลย ภาษา ต่าง กัน คำ นั้น คง ต่าง กัน ระวัง แต่ อย่า หมาย อย่า เคารพย ของ อัน ต่ำ กว่า พระเจ้า องค์ แท้ จริง นั้น แล ขอ ท่าน พึง เข้า ใจ เถิด มี ของ มี เรื่อง มี ความ เปน อัน มาก ที่ นักปราช เฉลียว ฉลาด แหลม ไป สัก เท่า ไร รู้ ไป ไม่ ถึง อธิบาย ไป ไม่ เข้า ใจ แต่ ยัง เปน จริง อย่าง ควร ที่ เชื่อ ถ้า เชื่อ ก็ จะ มี คุณ แก่ ตัว เปนอัน มาก เอไดตอร์

พระพุทธ ล่าศนา

๏ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ที่ ได้ เคย อ่าน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย ขอ คำนับ มา ถึง ท่าน เอไดตอร์ ด้วย ท่าน ลง จดหมาย เหตุ กล่าว ด้วย ล่าศนา พระเยซู ฟัง ดู เปน ที่ เพราะ เพลิน ใจ เลื่อม ใส สัทธา แล้ว จึ่ง พิเคราะ ตาม เรื่อง ราว ล่าศนา พระเยซู ก็ มี ความ สง ไสย พิเคราะ ดู เปน คำ ลวง ต่าง ๆ จึ่ง แต่ง ความ มา ขอ ลง จดหมาย เหตุ เปน คำ คัด ค้าน ปราถนา จะ ให้ ท่าน ลง ใน จดหมาย เหตุ แล้ว จะ ได้ มี ผู้ วิลัชนา ชี้ แจง ข้อ สงไสย ให้ สว่าง จะ ได้ อ่อน น้อม เชื่อ ถึก ว่า เปน ล่าศนา แท้ จริง ก็ ไม่ เหน ท่าน ลง มา ใน จด หมาย เหตุ ข้าพเจ้า ยิ่ง นึก สงไสย ว่า ล่าศนา พระเยซู ไม่ จริง คำ ที่ พวก ข้าพเจ้า กล่าว ไป จะ เปน คำ ขัด คอ ที่ ถูก พูด แก้ ตัว ไม่ ได้ ครั้น จะ ลง มา ใน จดหมาย เหตุ ก็ กลัว คำ เถียง ล่าศนา ทั้งสอง ฝ่าย ล่าศนา พระเยซู จะ ไม่ มี แก่น สาร เปน ล่าศนา กล่าว เล่น ตาม ชอบ ใจ ฝ่าย เดียว ถ้า แล เปน ล่าศนา แท้ จริง แล้ว ควร เอา ถ้อย คำ ของ พวก ข้าพเจ้า ที่ กล่าว ส่ง ไป แล้ว ลง ใน จรหมาย เหตุ วิลัชนา แก้ ไข มา ให้ เหน จริง จึ่ง จะ ชอบ นี้ ท่าน กลับ บิด ถ้อย คำ ของ พวก ข้าพเจ้า เสี่ย ยก เสี่ย นี้ จะ เรียก ว่า ท่าน เปน คน กลาง คน ยุติธรรม ยัง ไม่ ได้ จะ ขอ เปรียบ ว่า ตัว ท่าน เหมือน เปน ลูกขุน ผู้ พิภากษา ความ คน ที่เปน ความ นั้น ฝ่าย หนึ่ง เปน ญาติ เปน พวก พ้อง ของ ท่าน ฝ่าย หนึ่ง เปน ผู้ อื่น เปน คู่ ความ กัน ฝ่าย พวก ของ ท่าน มี คำ ผิด ๆ ท่าน ก็ ปฤกษา เชิด ชู ยก ย่อง ว่า เปน คำ ถูก ส่วน คน ที่ ไม่ ใช่ พวก ของ ท่าน มี คำ โต้ แย้ง ถึง ถูก ท่าน ก็ ปฤกษา ยก คำ ของ เขา เสีย โดย ไม่ เปน ยุติธรรม ก็ คำ เขา ทั้งสอง ฝ่าย จะ ผิด ถูก ประการ ใด ต้อง ตี แผ่ ประชุม ชน ทั้งหลาย ตัด สิน จึ่ง จะ ชอบ เมื่อ จะ เหน ว่า คำ ของ เขา ผิด ก็ จะ ต้อง กล่าว ชี้ แจง มา ให้ สว่าง จึ่ง จะ ชอบ นี่ เอา คำ ของ เขา ไป ทิ้ง เสีย ดัง นี้ จะ ว่า ยุติธรรม อย่าง ไร ซึ่ง จด หมาย เหตุ ของ ท่าน ลง ติเตียน ลกขุน ตระลาการ ว่า ปฤกษา ความ ไม่ เที่ยง ธรรม์ นั้น ฉัน ใด ใจ ของ ท่าน ก็ ฉัน นั้น เข้า แต่ ฝ่าย ที่ เปน พวก ของ ท่าน พวก อื่น เกี่ยว ข้อง เข้า ก็ เปน ไป เหมือน กัน ศาสนา ของ ผู้ อื่น ก็ ย่อม ติเตียน ยก ย่อง สรรเสริญ แต่ ศาสนา ของ ตัว ครั้น มี ผู้ คัด ค้าน เข้า ก็ บิด คำ คัด ค้าน เสีย ดัง นี้ จึ่ง เหน ว่า ศาสนา พระเยซู เปน ศาสนา พูด เล่น ฝ่าย เดียว ที่ ไม่ มี ผู้ ขัด คอ ถึง จะ มี ผู้ ขัด คอ ก็ ไม่ ฟัง เสียง พูด เสียง ดัง กลบ เกลื่อน ไป ข้าพเจ้า จะ ขอ เล่า นิทาน เปรียบ ให้ ฟัง ว่า มี ชาย คน หนึ่ง ชอบ รัก ใน การ มวย มี โวหาร พูด มาก อวด ว่า ตัว เปน คน มวย วิเสศ หา ผู้ จะ เสมอ เหมือน มิ ได้ มี ศิศย์ มาก การ ที่ สั่ง สอน ศิศย์ ก็ สั่ง สอน เหลว ๆ ไม่ เปน ท่า เปน ทาง แต่ ผู้ ศิศย์ ทั้งปวง ไม่ มี ใคร รู้ ถึง ว่า ถ้า มวย จริง ๆ อย่าง ไร ครู ก็ อวด ว่า ตั้ง เข้า ไป อย่าง นั้น เตะ เข้า ไป อย่าง นั้น ถูก ตรง นั้น อ้าย คน นั้น ตาย เปน แต่ มวย ปาก คุย คน เดียว ครั้น มี คน มวย ที่ เขา ได้ เรียน รู้ กระบวน มวย มา พูด ขัด คอ ก็ พูด แก้ ไข ดื้อ ๆ ดัน ข้าง ๆ คู กลบ เกลื่อน ไป ครั้น เขา ขอ สอบ ฝีมือ ก็ ไม่ สู้ เขา พูดจา ไกล ไป ครั้น เขา ไป แล้ว ก็ อุบาย พูด แก่ ศิศย์ ว่า อ้าย คน นั้น มัน ไม่ รู้ จัก กระบวน มวย จริง ซะ มัน มา ขอ สอบ ตัว เรา เอา เข้า ก็ จะ ตาย มัน ไม่ รู้ จัก อะไร ซึ่ง ไม่ สอบ กับ มัน กลัว มัน ตาย เกิด ความ บ้าง กลัว เกรง ใจ คน โน้น คน นี้ บาง ที ก็ ว่า มัน เปน คน ต่ำ ช้า ไม่ คู่ ควร พวก สานุศิศย์ ก็ เชื่อ ถือ ดัง นี้ ฉัน ใด เรื่อง ศาสนา ที่ ไม่ แท้ จริง ก็ ฉัน นั้น ดี แต่ พูด คน เดียว ครั้น เขา พูด ขัด คอ เข้า ก็ เหลว ไหล ไป เขา เหน ไม่ มี ประ โยชน์ เขา ขี้ คร้าน ตอบ ปาก ก็ ได้ ใจ กล่าว คำ ยก ตัว ข่ม ท่าน เพ้อ พก ไป ครั้น เขา ขัด คอ ไป ก็ ต้อง ยก คำ ของ เขา เสีย เอา คำ ของ เขา ทิ้ง น้ำ เสีย ดัง นี้ จะ เรียก ว่า เปน คน กลาง อย่าง ไร เหน แต่ ว่า เปน ศาสนา ยก ตัว ข่ม ท่าน ถึง ฝ่าย ตัว จะ พูด ขวาง รี่ เกะ กะ ไป อย่าง ไร ก็ ชม ของ ตัว ว่า พูด ถูก พูด ดี ที่ เขา พูด ขัด คอ ถึง ถูก ก็ เกณฑ์ เอา เปน ผิด ดัง นี้ ไม่ สมควร เปน คน กลาง ถ้า เปน คน กลาง ขอ จง เอา ถ้อย คำ ของ พวก ข้าพเจ้า ที่ ได้ ส่ง ไป แล้ว ลง มา ใน จดหมาย เหตุ มา ให้ ปรากฏ ชี้ แจง แก้ ไข มา ให้ เหน จริง ถ้า ไม่ ลง ความ ของ ข้าพเจ้า แล ไม่ ชี้ แจง แก้ ไข มา พวก ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ก็ จะ คิด ว่า ศิศย์ พระเยซู เจ้า ไม่ มี ผู้ ใด แก้ ถ้อย คำ ของ พวก ศิศย์ พระ สมณะ โคดม ได้ จึ่ง ต้อง เอา ถ้อย คำ ของ เขา ไป ซ่อน ปิด เสีย ศาสนา พระเยซู ไม่ จริง เปน ศาสนา หลอก ให้ เขา เชื่อ ถือ กราบ ไหว้ อย่าง เดียว ไม่ มี ความ สั่ง สอน วิการ พิศดาร อัน ใด ๚ะ

๏ ถ้า ท่าน จะ ไม่ ลง ด้วย สาศนา พระ ส่มณะ โคดม ก็ อย่า ลง สาศนา พระ เยซู เมื่อ จะ ลง สาศนา พระเยซู ต้อง ลง คำ ของ ศิศย์ พระ ส่มณะ โคดม ด้วย อย่า เลือก ที่ รัก มัก ที่ ชัง จึ่ง จะ เรียก ว่า จดหมาย เหตุ ส่วน คน ติ สาศนา พระ ส่มณะ โคดม ลง ใน จดหมาย เหตุ ให้ ส่วน คน แต่ง ความ คัด ค้าน ด้วย สาศนา พระเยซู โกรธ ทิ้ง เสีย ไม่ ลง จดหมาย เหตุ ให้ ข้อ นี้ ไม่ ยุติ ธรรม ใน ใจ ของ ท่าน เอไดตอร์ ก็ ท่าน เอไดตอร์ จะ พาก เพียร ให้ ใจ คน ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง เปน ยุติธรรม ไป ทั้ง นั้น อย่าง ไร ได้ แต่ ใจ ของ ครู เอง ก็ เหน ได้ ว่า ไม่ เปน ยุติธรรม จะ มา สอน แล ทรมาร คน อื่น ให้ เปน ยุติธรรม อย่าง ไร เล่า ท่าน ครู ที่ มี ผู้ ติ สาศนา ไทย ยินดี ลง จดหมาย เหตุ ออก เชิด ชู ที่ มี ผู้ ติเตียน สาศนา ของ ท่าน ครู ไม่ รับ ลง จดหมาย เหตุ ให้ ก็ เหน ว่า ดี แต่ ยก ตัว ข่ม ท่าน จะ เอา ยุติธรรม ที่ ไหน มา ท่าน ครู อย่า สอน คน ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง เลย จง สั่ง สอน ใจ ของ ท่าน ครู เอง ให้ ดี เสีย ก่อน จึ่ง จะ สั่ง สอน คน มาก ๆ ได้ * ๚ะ

๏ ท่าน ดาว ดวง นี้ ชอบ นินทา เอไดตอร์ แล จด หมาย เหตุ ของ เอไดตอร์ แต่ ไม่ มี สำคัญ ข้อ หนึ่ง ข้อ ใด ให้ เหน คุณ ใน พุทธ สาศนา ฤา ใน คน ที่ ถือ ประ พฤติ ตาม พระ พุทธ สาศนา นั้น แก่น สาร ไม่ มี มี แต่ นินทา เท่า นั้น เอไดตอร์ ๚ะ

ทาง เจริญ

๏ ข้าพเจ้า ขอ ส่ง ข่าว บรม ศุข มา ให้ ท่าน เจ้า ของ สยาม ไสมย เอา ข่าว ของ พระเจ้า เที่ยง แท้ ลง ใน สยาม ไสมย ไว้ สำหรับ ทั่ว กัน คือ ข่าว ข้อ คำ สั่ง สอน ของ พระเจ้า เที่ยง แท้ นั้น ว่า ถ้า ผู้ ใด มี ความ เชื่อ ใน พระองค์ ผู้ นั้น จะ มี ความ รัก ใน พระองค์ แล้ว ผู้ ที่ เชื่อ แล รัก ใน พระองค์ นั้น เขา จะ ปรากฏ ความ ไว้ ใจ ใน พระองค์ ตาม ความ เชื่อ แล ความ รัก ที่ ว่า มา นั้น นี่ และ เปน บุญ กุศล อย่าง ยิ่ง อย่าง เอก ที่ จะ ได้ ไป สู่ บรม ศุข อัน เที่ยง ถาวร ความ เชื่อ ความ รัก ความ ไว้ ใจ ใน พระเจ้า เที่ยง แท้ นี้ เปน ทาง สำหรับ ความ เจริญ รุ่ง เรือง ผาสุก โดย พระ สาศนา เที่ยง แท้ ที่ ทรง พระนาม ๓ ว่า พระบิดา พระบุตร พระ วิญาณ บริสุทธิ์ สาม พระนาม นี้ เปน เอกา นุภาพ เดียว ศักสิทธิ์ รุ่ง เรือง ล้น พ้น กว่า ทั้ง สิ้น จง ดู ทวีป ยุโรป อะเมริกา ผาสุก รุ่ง เรือง ก็ เพราะ เขา มี ความ เชื่อ แล ความ รัก แล ความ ไว้ ใจ ใน พระเจ้า เที่ยง แท้ เขา จึ่ง มี สง่า ราศรี กว่า นา ๆ ประเทศ นี้ ก็ เปน พยาน ว่า เขา ถือ สาศนา ถูก อย่าง ดี เที่ยง แท้ ยัน ว่า หลัก บ้าน หลัก เมือง ต้อง ยุด หน่วง สาศนา ด้วย กัน ทั้งสิ้น ถ้า ประเทศ ได รับ สาสนา ถูก ก็ ต้อง ดี ได้ ความ สุข ดี ถ้า ประเทศ ได รับ สาสนา ผิด จาก พระเจ้า เที่ยง แท้ แล้ว ก็ ได้ แต่ ความ เดือด ร้อน บห่อน รุ่ง เรือง มี แต่ เบียด เบียน ซึ่ง กัน แล กัน ๚ะ

๏ ชาว สยาม แก้ คำ คน ถือ พุทธสาสนา ต่อ ว่า นั้น าะ

๏ จะ ขอ กล่าว ถึง ท่าน นักปราช ใน กรุง สยาม อธิ บาย ความ ใน ข้อ สาสนา คน ที่ แสวง หา ความ จริง มี ความ ชอบ เนื้อ จำเริญ ใจ ขอบ คุณ ของ ท่าน ผู้ คิด อธิบาย ความ ประสงค์ จะ ให้ คน ทั้งหลาย รู้ สาสนา แท้ จริง นาน ไป วัน ข้าง น่า คน ใน ชาว กรุง สยาม คง จะ ได้ รู้ ใน สาสนา แท้ จริง คือ ท่าน ผู้ อธิบาย ความ ท่าน ว่า ท่าน ถือ สาสนา พระโคดม ถ้า ท่าน ผู้ อื่น ได้ ฟัง แล้ว ท่าน มี ความ เชื่อ ทุก วัน นี้ ผู้ ที่ ได้ เล่า เรียน ใน พระ บาฬี มี น้อย ตัว คน ผู้ อธิบาย ความ ไม่ ได้ เรียน เปน แต่ ครู บา อาจารย์ บอก เล่า จะ เอา ความ รู้ จริง มา แต่ ไหน ถ้า ท่าน อยาก จะ รู้ จริง จะ อธิบาย ความ ให้ ท่าน ฟัง ว่า แต่ ย่อ ภอ เข้า ใจ คือ ใน พระ บาฬี กล่าว ว่า พระ สมณะโคดม เปน กระ ษัตร ครอบ ครอง แผ่นดิน เมือง ตำบล หนึ่ง ครั้น แล้ว ท่าน มา คิด รำพึง ถึง อนิจจัง ทุกขัง อะนัตา เปน ของ นอก กาย สมบัติ ทั้ง นี้ ตาย เอา ไป ไม่ ได้ ท่าน จึ่ง ได้ สละ ละราช สม บัติ เข้า ป่า ไป บวช แล้ว เที่ยว บิณฑบาตร ขอ เขา กิน ท่าน ม่า น้อย สันโดด ตัด ช่อง น้อย แต่ ภอ ตัว ท่าน คน ทั้งหลาย เหน เปน ความ ดี จึ่ง ได้ ตาม เอา อย่าง ท่าน ผู้ ซึ่ง อธิบาย ความ ว่า ถือ สาสนา พระ โคดม คน ที่ บวช นั้น ได้ ปติญาณ ต่อ หน้า พระพุทธรูป ว่า บวช แล้ว จะ ไม่ สึก จะ บวช จน ชีวิตร หาไม่ แล้ว คน ที่ บวช ปติญาณ ว่า บวช แล้ว รับ ว่า จะ รุกขมูล แล้ว คน ที่ เทสนาบัติ ว่า นะปุ เนวัง กะริต สามิ นะปุ เนวัง พาสิต สามิ นะปุ เนวัง จินตะยิต สามิ นั้น แปล ว่า กะไร คน ที่ บวช ก็ ไม่ รู้ ใจ ความ อัน นี้ คือ ท่าน แปล ว่า ไม่ กล่าว แล้ว ไม่ กระทำ แล้ว ไม่ คิด แล้ว อย่าง นั้น ไม่ ใช่ ฤา ท่าน เหน ว่า ใคร ถือ ได้ กี่ คน แต่ เรา เหน ว่า ไม่ มี ใคร ถือ ได้ จน สัก คน เดียว คน มี เมีย แล้ว จึ่ง ไป บวช เรา เหน ว่า ผัว เมีย ยัง ไม่ ขาด กัน คือ สึก ดอก มา ก็ คง เปน ผัว เมีย กัน สมบัติ ที่ ว่า สละ เสีย นั้น ก็ คง จะ กลับ มา ครอบ ครอง ตาม เดิม เรา จึ่ง เหน ว่า คน ที่ ถือ สาสนา พระโคดม นั้น ถือ ไม่ จริง คือ พระ บาฬี จะ เปน คำ ของ พระ โคดม ฤา เปน คำ ของ ท่าน ผู้ ใด แต่ง กล่าว ยก ย่อง ว่า พระ สมณะโคดม เปน พระ เจ้า จะ ถาม หา ผู้ เขียน ผู้ แต่ง ก็ ไม่ ได้ จะ ถาม หา ท่าน ผู้ รู้ จริง ก็ ไม่ มี เปน แต่ อ้าง ว่า มี ใน พระ บาฬี ๆ ว่า พระ สมณะโคดม เปน พระเจ้า พระ โคดม ท่าน เปน มนุษย์ เหตุ ไฉน จึ่ง ได้ ว่า ท่าน เปน พระเจ้า คือ ท่าน บอก เล่า ไว้ กับ ท่าน ผู้ ใด ว่า ท่าน เปน พระเจ้า ท่าน ไป นิพาน เปน แต่ สานุศิษย ว่า เอา เอง ๚ะ

๏ เรื่อง นี้ วิก น่า ยัง มี ต่อ ไป อีก ๚ะ

ดาว ตก มาก

๏ ณวัน เสาร์ แรม หก ค่ำ เดือน สิบ สอง ปี ระกา สัปต ศก ศักราช ๑๒๔๗ ตั้ง แต่ เวลา ค่ำ จน เวลา เช้า มืด มี ชาว สยาม คน หนึ่ง มี หนังสือ มา ถึง ข้าพเจ้า ว่า ให้ ช่วย ชี้ แจง ใน เรื่อง ดาว ตก นั้น ลง ใน สยาม ไสมย เนื้อ ความ ใน หนังสือ นั้น มี ดัง นี้ ๚ะ

๏ ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ครู สมิท ด้วย เมื่อ ณวัน ศุกร เดือน สิบสอง แรม หก ค่ำ เวลา ยาม เสศ ได้ เกิด การ อัศจรรย ขึ้น บน อากาศ คือ มี ผี พุ่ง ไต้ เตม ไป ทั้ง ท้อง ฟ้า ไม่ มี เวลา หยุด สัก เซกันด์ หนึ่ง จน ถึง เวลา จวน รุ่ง จึ่ง หาย ไป หมด บาง ดวง ก็ เปน เหมือน เทวดา จุติ บาง ดวง ก็ เหมือน ดาว ร่วง หลุด ย้อย มา จาก อากาศ เปน การ แปลก ปลาด ไม่ เคย มี เลย ข้าพเจ้า ขอ ท่าน ได้ โปรด สงเคราะห เอา ข่าว นี้ ช่วย ลง พิมพ์ ใน หนังสือ สยาม ไสมย ให้ ท่าน ทั้ง หลาย ทราบ ด้วย เผื่อ ท่าน ผู้ ใด จะ ทราบ การ นี้ ว่า เปน มา ครั้ง ใด ๆ บ้าง อนึ่ง ครู สมิท เปน ผู้ มี ปัญญา อาจ สามารถ ได้ รู้ วิชา ใน ทวีป ยุโรป ทุก อย่าง ฤา ท่าน นักปราช ซึ่ง เปน ผู้ สามารถ ทราบ ใน คำภีร์ โหรา สาตร คำ นวร สุริย อุป ราคา จันทร อุปราคา จง ได้ เมตา ช่วย ลง พิมพ์ ชี้ แจง ให้ ทราบ ด้วย ว่า เหตุ ซึ่ง เปน ใน อากาศ ดัง นี้ จะ ให้ คุณ แล ให้ โทษ แก่ โลกย แล บ้าน เมือง อย่าง ไร บ้าง ฤา ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ สิ่ง ใด ใน โลกย พิการ ไป ฤา โลกย เลง อัน ใด ตรง กับ สิ่ง อัน ใด จึ่ง ได้ ปรากฏ เปน ขึ้น ดัง นี้ ขอ ท่าน ได้ โปรด ชี้ แจง โดย พิศดาน ให้ เลอียด ได้ ก็ จะ เปน บุญ เปน คุณ แก่ ผู้ โง่ เขลา เปน อัน มาก แต่ ถ้า ท่าน ผู้ ใด จะ โปรด อะธิบาย ชี้ แจง แล้ว ขอ อย่า เอา คำ บ้า บ้า อย่าง ว่า นิมิตร ดัง นั้น จะ เปน ดัง นี้ พูด ซุบ ซิบ กัน ไป ตาม นิยม ของ บูราณ มา กล่าว เลย ขอ จง เอา คำ ซึ่ง นักปราช เปน คะติ มา สำแดง เถิด ฯะ

๏ ข้าพเจ้า ผู้ เจ้า ของ สยาม ไสมย จึ่ง ได้ คัด ดู ใน ตำรา ดาว ซึ่ง เปน ของ นักปราช ใน ประ เทศ ยุโรป ได้ คิด ทำ ไว้ เปน ภาษา อังกฤษ ที่ หมอ มักดอนอัสด แปล เปน ภาษา ไทย ลง พิมพ์ ไว้ แต่ ณปี กุน สัปตศก ๑๒๓๗ ที่ น่า ๘๔ บท ๓๘ มี เนื้อ ความ ดัง นี้ ๚ะ

บท ๓๘
๏ ชุติงสตาร์ าะ

๏ ชุติงสตาร์ นั้น ชาว สยาม เรียก ว่า เทวดา จุติ เคย มี มา ตั้ง แต่ โบราณ แล้ว ทุก ๆ นคร แล ทุก ๆ ประเทศ ก็ มี เหมือน กัน กลาง คืน ทุก ๆ คืน ก็ มี อยู่ บ้าง เล็ก น้อย เมื่อ มัน เกิด มี มาก นั้น เปน แต่ คราว คราว หลาย ร้อย ปี ล่วง มา แล้ว พวก นักปราช เคย ได้ เหน เปน คราว คราว เปน จำเกาะ ตาม เดือน บ้าง เมื่อ กฤษ ศักราช ๗๖๓ ปี ได้ บังเกิด มาก ณเดือน ออคัซ แล เดือน โนเวมเบอร์ แต่ ซึ่ง มี เปน คราว คราว นั้น ห่าง กัน ประมาณ สัก ๓๓ ปี ก็ มี บ้าง เมื่อ กฤษ ศักราช ๑๘๓๓ ปี ณเดือน โนเวมเบอร์ ก็ บังเกิด เปน มาก เปน ใหญ่ เปน ตั้ง แต่ กลาง คืน ประมาณ ยาม หนึ่ง แล มิ ได้ หยุด เลย จน ตลอด รุ่ง เช้า ท้อง ฟ้า ทั้ง สิ้น ก็ ดู เหมือน เต็ม ไป ด้วย ดาว ชุติง ซตาร์ เล็ก ซตาร์ โต บ้าง ก็ ดู เหมือน มัน ตก ลง มา ยัง พื้น ดิน บาง ดวง เล็ก ดู เกือบ แล ไม่ เหน บาง ดวง ก็ โต มี สว่าง มาก

๏ เมื่อ ได้ พุ่ง ไป ตาม ท้อง อากาศ นั้น ก็ ได้ ให้ สว่าง อยู่ ข้าง หลัง ตาม กัน มัน ไป บาง ที่ สว่าง นั้น ได้ อยู่ นาน สัก โมง ครึ่ง บาง ที่ ก็ มี ศรี ต่าง ต่าง เหมือน อย่าง รุ้ง กิน น้ำ บ้าง ดวง ดู เหมือน มี เสียง ไป เทวดา จุติ ทั้ง หมด นั้น ก็ ดู เหมือน ได้ เกิด แต่ หมู่ ดาว คือ กอนซเตลเลเชอน ลีโอ แล ผ่าน ไป ยัง ตวัน ตก คน ทั้งหลาย ได้ เหน เมื่อ คราว นั้น ก็ เปน การ ปลาด นัก พวก นักปราช เหน ว่า การ นี้ ไม่ ได้ อยู่ ข้าง ใน ลม อากาศ แต่ ได้ เกิด นอก ลม อากาศ ๚ะ


[]

บท ๓๗
๏ มี่ตีโอไรตซ์ แล ไฟเออบอลซ์ ๚ะ

๏ รูป ๒๖ นี้ อยู่ น่า ๘๖ ให้ เหน แสง สว่าง แห่ง ของ ที่ มัก เรียก ว่า ดาว ตก ๚ะ

๏ ของ เหล่า นี้ เปน ลูก ไฟ พุ่ง ไป ใน อากาศ ตก ลง ที่ ดิน บ้าง ก็ มี อยู่ บ่อย บ่อย ทั่ว โลกย แต่ มัน เคย ติด เนื่อง กัน กับ ชูติงสตาร์ ที่ เปน คราว คราว นั้น บาง อัน ก็ เปน เล็ก เล็ก บาง อัน ก็ โต พุ่ง เฉลี่ยง ไป เรว นัก ตลอด ท้อง อากาศ มา ยัง แผ่น ดิน มัน มัก มี เสียง ดัง แล้ว แตก กระจาย ไป เปน ลูก กลม กลม เมื่อ มัน พุ่ง ไป ใน ท้อง อากาศ มี สว่าง อยู่ ตาม ก้น ไป แล้ว ก็ สูญ หาย ไป ที ละ น้อย น้อย จน หมด แล บาง ที ก็ ตก ลง มา ถึง ดิน แล ไม่ เหน สว่าง เลย เมื่อ มัน ตก นั้น บาง ที ก็ ไม่ มี เสียง ซีด เสียง ซาด บาง ที ก็ มี เมฆ มืด มา ด้วย แล เสียง ดัง เหมือน ปืน ใหญ่ บาง ที ก็ ตก ไม่ มี เสียง เลย เมื่อ ตก ถึง ดิน แล้ว ยัง ร้อน อยู่ ดู ดำ เหมือน ไฟ ไหม้ แล้ว เมื่อ ได้ เอา ลูก นั้น มา ลอง ดู แล้ว ก็ เหน เปน แร่ เหล็ก บ้าง นิเกล บ้าง ซัลเฟอ บ้าง ทอง แดง บ้าง แล คาร์บอน บ้าง

๏ แต่ เหล็ก แล ของ ทั้ง ปวง เหล่า นั้น หา เหมือน แร่ เหล็ก ที่ อยู่ ใน ดิน นี้ ไม่ เพราะ ฉัน นั้น จึ่ง เหน ว่า ไม่ เปน ของ ใน พิภพ นี้ เลย ย่อม มา แต่ ที่ อื่น อื่น ซึ่ง จะ มา แต่ ที่ ไหน ก็ ยัง ไม่ รู้ แน่ บาง คน เหน ว่า มา แต่ ดวง จันทร บาง คน เหน ว่า มา แต่ ดาว หาง บาง คน ก็ เหน ว่า มัน ได้ เวียน รอบ ดวง อาทิตย นั้น เหมือน แปลเนต อื่น อื่น แต่ มัน ได้ หลีก ออก จาก ทาง มัน จึ่ง ตก ลง มา ที่ ดิน ซึ่ง จะ ว่า มัน มา แต่ ที่ ไหน แน่ ที เดียว ก็ ยัง ว่า ไม่ ได้ เพราะ ยัง ไม่ รู้ แน่ จง ดู รูป แบบ ที่ ๒๖ จะ ได้ เหน ที่ เคย เปน เคย มี มา นั้น ๚ะ

เกิด ไฟ ไหม้

๏ ณวัน พฤหั้บดี เดือน อ้าย ขึ้น สี่ ค่ำ เวลา กลาง คืน ประมาณ สี่ ทุ่ม เสศ เกิด เพลิง ไหม้ ที่ ตำบล บาง ปะแก้ว ใต้ ห้าง ครู สมิท ข้าม ลง ไป ฟาก ข้าง โน้น เพลิง ติด โรง สาม ห้อง เล็ก ๆ สิ้น หลัง หนึ่ง ๚ะ


ข่าว โทรเลข นอก

การ ตั้ง พวก ราชการ

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัสบดี เดือน สิบสอง แรม สิบ สอง ค่ำ ได้ ตั้ง พวก ลิเบรัล ๒๓๕ พวก กอนเซอร์เว ติฟ ๓๙๖ พวก โฮมรุเดอร์ ๕๒ นาย ๚ะ

ข้าพเจ้า มิศเตอร์ มูเลอร์ แล ไมซเนอร์

๏ ขอ แจ้ง ความ แก่ ท่าน ทั้งหลาย ได้ ทราบ ด้วย บัด นี้ ข้าพเจ้า ได้ ยัก ย้าย ห้าง ไป ตั้ง ขาย สิ่ง ของ อยู่ ที่ ริม โรง สะกุล สุนันทาไลย ถ้า ท่าน ทั้งหลาย จะ ซื้อ สิ่ง ของ ต่าง ๆ ที่ ห้าง ข้าพเจ้า ขอ เชิญ ท่าน ไป ที่ ห้าง ตั้ง ใหม่ ตาม กำหนด นั้น เทอญ ( ๑ ห ) ๚ะ


แต่ วัน อังคาร เดือน อ้าย ขึ้น ๒ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน อ้าย ขึ้น ๙ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เล่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เส่า ก ส ค แทน กำปั่น เล่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
บอนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๔๙ไฮดะบุนหองลองสิงฆโปรขึ้น ๖ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๘๐ไวตะวินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรขึ้น ๖ ค่ำ
ฟอบะแลนด์๓เส่า ชกุเนอเยอแมน๒๕๐รูดี้จีนอะมอยขึ้น ๖ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
สยาม ซับโปเตอรก ก ฟ ร สยามดะ ซูซาเกาะ สีชังขึ้น ๒ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๑๓มอดเซนมากวาลด แอน โกสิงฆโปรขึ้น ๕ ค่ำ
พระจอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๑ซตรัตตันวินดซอโรซ แอน โกฮองกองขึ้น ๘ ค่ำ
บอนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๔๙ไฮดะบุนฮองลงสิงฆโปรขึ้น ๘ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๘๐ไวตะวินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรขึ้น ๙ ค่ำ
๏ กำปั่น ขา เข้า บอนิโอ มี ดิน ปืน ๑๖ ถัง กัปตัน เกนตะ เดิน สาร มา ใน แกบิน แล ชาว สยาม สอง คน ๏ เฮกุบะ
บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล มิศเตอร์ เครค เดิน สาร แกบิน ดาษ ฟ้า ๑๒ คน ๚ะ
๏ กำปั่น ขา ออก สยาม ซับโปเตอร ถึง ปาก น้ำ เวลา บ่าย สาม โมง ๏ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล
สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ พระจอมเกล้า บันทุก สินค้า ๆ แล เมล จีน แล ยิปุ๋ ๏ บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงฆ
โปร แล ยุโรป ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๚ะ

คน อ้าง ว่า มี กะตัญญู ต่อ แผ่นดิน

๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ตั้ง บ้าน เรือน อยู่ ริม โรง ไหม วัง น่า ขอ คำนับ กราบ ท้าว ถึง ท่าน ครู ผู้ มี ปัญญา ระงับ ความ ทุกข์ และ สุข ของ พวก ข้าพเจ้า ได้ ทราบ บัด นี้ ข้าพเจ้า ได้ ความ ว่า พวก เหล่า คน โกง พระราช ทรัพย ของ หลวง ชุก ชุม เช่น นี้ ขอ ท่าน ครู จง เหน ความ กะตัญญู ข้าพเจ้า ด้วย ช่วย ส่มเคราะ ให้ ปรากฎ ใน สยาม ไส่มย ให้ ทราบ บัด นี้ ข้าพเจ้า ได้ ความ ชัด ว่า ขุน คน หนึ่ง เปน คน ตรง มี ความ กะตัญญู จริง ๆ คิด กัน กับ ขุน อีก คน หนึ่ง ทำ เรื่อง ราว ไป ยื่น แก่ เจ้า คุณ พระยา คน หนึ่ง ใจ ความ ว่า พระ คน หนึ่ง ฝ่าย พระราชวัง บวร ฉ้อ พระ ราช ทรัพย ของ หลวง ไป เปน อะณา ประโยชน์ ความ หลาย ข้อ มี แจ้ง อยู่ ใน เรื่อง ราว ของ ขุน คน หนึ่ง นั้น เจ้า คุณ พระยา คน นั้น บัญชา ว่า ชำระ ยัง ไม่ ได้ กลัว จะ เกิน ท่าน ผู้ ใหญ่ ไป ให้ ไป ทำ เรื่อง ราว ยื่น ให้ แก่ ท่าน ผู้ ใหญ่ อัน ควร จะ รับ นั้น เถิด ข้าพเจ้า เหน ว่า พระยา คน นั้น เปน ยุติธรรม จริง ๆ เปน คน อยู่ ใน คาระวะ เปน แท้ ควร ที่ จะ สรรเสิญ ได้ ขุน ส่อง คน จึ่ง เอา เรื่อง ราว ไป ยื่น แก่ ท่าน ผู้ ใหญ่ อัน ควร จะ รับ นั้น แต่ ยัง หา จัด ประการ ใด ไม่ ข้าพเจ้า เหน ว่า ขุน ทั้ง สอง คน ที่ ทำ เรื่อง ราว ยื่น ครั้ง นี้ เปน การ ตรง จริง ๆ กะตัญญู เปน แท้ ควร ที่ จะ สรรเสิญ แต่ ข้าพเจ้า ก็ ได้ ทราบ ความ มา นาน แล้ว ว่า พระ คน หนึ่ง เปน คน โกง ฉ้อ พระราช ทรัพย ของ หลวง ไป ไว้ บ้าน เรือน เนือง ๆ มา จน กระทั่ง กรม พระราชวัง ธิวงคต ลง แล้ว พระ คน นั้น ยัง คบ คิด กัน กับ ทาษ กระทำ การ เปน เสี้ยน หนาม ฉ้อ ลัก ของ หลวง อยู่ เสมอ แล ปิด บัง คน หลวง ไพร่ หลวง ทหาร และ เลือก ไล่ ไป เสีย ที่ อื่น ๆ ศัก ให้ พ้น ไพร่ หลวง ไป แล้ว พระ คน นั้น ได้ เอา เงิน แก่ พวก คน เหล่า นั้น คละ ชั่ง คละ สาม สิบ ตำลึง เปน อัน มาก และ ประการ หนึ่ง ซึ่ง นาย ทหาร ก็ ได้ รู้ เหน ก็ มาก ครั้น จะ ฟ้อง ร้อง เสีย แต่ แรก ก็ เกรง พระ ส่อง คน อยู่ ด้วย เปน แม่ ปะแจ ลูก ปะแจ กัน ซึ่ง ขุนนาง ผู้ ใหญ่ เปน นาย คน แล้ว กระทำ ให้ ผิด ประเวณี่ ราชการ แผ่นดิน เช่น นี้ ข้าพเจ้า เหน ว่า หา อยู่ ใน น้ำ พิพัฒ สัจา พระเจ้า อยู่ หัว ไม่ เปน คน โกง อักกะตัญญู เปน แท้ และ การ เช่น ว่า มา นี้ ประเทศ อื่น ๆ ไม่ ใคร่ มี ขุนนาง กระทำ อย่าง นี้ ขอ ท่าน ครู จง เหน แก่ ความ กะตัญญู ข้าพเจ้า ให้ สำเรจ ตาม ความ ปราถนา จะ ได้ ปรากฎ ไว้ ใน พสุธา จะ ได้ เปน ฉบับ สำหรับ ราชการ ไป ภาย น่า เทอญ ฑะ

๏ เรื่อง นี้ จะ จริง เทจ เปน อัน จับ กัน ได้ แน่ ถึง จะ จริง ไม่ จริง ก็ เปน ที่ เตือนปัญญา ให้ พวก ข้าราชการ เอา ใจ ใส่ ใน ราชการ ด้วย ซื่อ สุจริต ถ้า ซื่อ สุจริต แน่ แล้ว ความ นินทา คง เปน ความ ไม่ จริง เอไดเตอร์ ๚ะ


เรือน แล ที่ House สำหรับ เช่า

๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤๅ ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤๅ ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤๅ จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร์ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤๅ ออก ถนน ใหญ่ ได้ ด้วย ส่ดวก ( จ ห ) ๚ะ


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๒ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๔๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย​ บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่านั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ ห) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด