เดือน ๑ แรม ๙ ค่ำ, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๑๙ วัน พุฒ เดือน อ้าย แรม ๙ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗
ชาว ส่ยาม ตอบ คำ พระ พุทธ ส่าศนา
ที่ ว่า มี ความ วิมุติ สงไสย

๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ได้ อ่าน หนังสือ สยาม ไสมย แผ่น ๑๗ วัน พุฒ เดือน อ้าย ขื้น สิบ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ ที่ กล่าว สาระบาญ ไว้ เบื้อง บน ว่า ( ทาง เจริญ ) ได้ พิเคราะ ความ ตาม ที่ กล่าว มี ความ ยินดี อยาก จะ ฟัง ความ อธิบาย ต่อ ไป แล อยาก จะ กล่าว คัด ค้าน เถียง บ้าง เลก น้อย ตาม ที่ ยัง มี ความ สงไสย ข้อ ที ว่า ใน ประเทศ ยุโรบ เขา มี ความ รุ่ง เรื่อง ก็ เพราะ เขา มี ความ เชื่อ แล รัก แล ความ ไว้ ใจ ใน พระเจ้า เที่ยง แท้ ข้อ นี้ ข้าพเจ้า มี ความ เหน ไป ว่า ซึ่ง ประเทศ ที่ เจริญ นั้น เพราะ ด้วย คน ใน ประเทศ นั้น เขา เปน สมัคคี พร้อม เพรียง กัน ประกลบ การ ค้า ขาย แล ตริ ตรอง ด้วย ปัญา คิด การ วิชา ช่าง จะ ทำ การ อย่าง ใด จะ ได้ ทรัพย์ เปน ผล ประโยชน์ ตรอง การ ไป ลง ทุน ทำ ไป จน สำเร็จ อีก อย่าง หนึ่ง เปรียบ เหมือน คน ที่ เกิด ใน ตระ กล ช่าง ต่าง ๆ ก็ คง จะ คิด รัก การ ช่าง ทำ การ ช่าง ได้ แล้ว ก็ คิด ประดิษ พลิก แพลง ให้ วิชา ช่าง ซึ่ง เปน เครื่อง หา กิน ของ ตัว ให้ เจริญ ขื้น ถ้า คน ที่ เกิด ใน ตระกูล หมอ ก็ คง รู้ วิชา หมอ แล้ว ฝึก หัด ความ ดี ความ วิเสศ ยิ่ง ขื้น ประเทศ ยุโรบ นั้น เขา เปน ประเทศ ช่าง ความ รู้ วิชา ช่าง เขา จึ่ง เจริญ ยิ่ง ขื้น ที่ เขา มี อำนาจ สง่า มาก นั้น เพราะ คน ใน ประเทศ เขา มี คน มาก แล แต่ เดิม เขา ได้ ตั้ง ธรรมเนียม อำนาจ ไว้ เปน ธรรม เนียม กล้า แขง มา แต่ เดิม ถือ ธรรมเนียม มั่น คง แขง แรง ด้วย ความ พร้อม เพรียง กัน แล ผู้ ที่ จะ พิภากษา ตัด สิน ชำระ ความ เขา ถือ กฎหมาย กลัว กฎหมาย ผู้ ใด ผิด เขา เอา โทษ จริง ผู้ ใด ถูก เขา ไม่ กลับ ให้ เปน ผิด เขา รักษา ธรรมเนียม มั่น คง ประการ หนึ่ง ใน ประเทศ ที่ เขา มี ความ เจริญ เขา ไม่ ยินดี ด้วย การ เล่น พนัน อย่าง ชั่ว ร้าย ให้ มี ขึ้น ใน ประเทศ ของ เขา จึ่ง ได้ มี ความ เจริญ เปน โดย อย่าง นี้ ประเทศ ที่ ยัง ไม่ มี ความ เจริญ นั้น เพราะ ความ เจริญ ของ คน ใน ประเทศ นั้น ยัง ไม่ พร้อม เพรียง กัน แล ประเทศ นั้น คง จะ มี การ ที่ ชั่ว ร้าย มาก อยู่ จึ่ง ยัง ไม่ เจริญ ความ เจริญ แล ไม่ เจริญ ของ ประเทศ เปน ด้วย คน พร้อม เพรียง ประกอบ ความ เจริญ แล ไม่ เจริญ ไม่ ใช่ ศาสนา ทำ ให้ เจริญ ถ้า แล ศาสนา ใด ทำ ให้ เจริญ แล ไม่ เจริญ ได้ ถ้า ผู้ ใด เชื่อ ถือ ศาสนา นั้น คน ที่ ถือ ศาสนา นั้น คง จะ ไม่ มี คน จน เขญ ใจ จะ มี แต่ เปน คน มั่ง มี เปน เศรษฐี ทั่ว กัน ถ้า ผู้ ใด ที่ ถือ ศาสนา ผิด คน ใน หมู่ นั้น คง จะ เปน คน จน เขญ ใจ ไม่ มี คน มั่ง มี เลย คน ที่ ถือ ศาสนา ถูก คง จะ ไม่ ต้อง เปน ลูก จ้าง ของ คน ที่ ถือ ศาสนา ผิด ข้อ นี้ ข้าพเจ้า เหน การ ดัง นี้ ๚ะ

๏ กับ ข้อ ที่ หนึ่ง กล่าว ว่า ผู้ ที่ ถือ ตาม พระ สมณะ โคดม แล้ว ไม่ ทำ ตาม คำ ปติญาน พระ พุทธเจ้า ท่าน ก็ มิ ลง โทษ ผู้ ใด เปน แต่ ท่าน แนะ นำ ให้ ว่า ทำ อย่าง นั้น อย่าง นั้น เปน การ ดี ทำ อย่าง นั้น อย่าง นั้น ไม่ ดี เมื่อ ใคร ถือ ใคร ทำ การ ที่ ดี ได้ ความ ดี ก็ เปน ของ ผู้ นั้น เมื่อ ใคร ไม่ ถือ การ ดี ทำ การ ชั่ว ความ ชั่ว ความ ไม่ ดี ก็ อยู่ แก่ ตัว ผู้ นั้น ตาม แต่ ผู้ นั้น จะ ถือ ตาม พระองค์ ท่าน ได้ เพียง ใด ๚ะ

๏ กับ ข้อ ที่ ว่า พระ สมณโคดม เปน พระเจ้า พระ โคดม ท่าน เปน มนุษย์ เหตุ ไฉน จึ่ง ได้ ว่า ท่าน เปน พระเจ้า ก็ ท่าน ที่ มี ความ สงไสย์ ดัง นี้ ใจ ของ ท่าน สำคัญ ใจ ท่าน ว่า พระเจ้า จริง ๆ นั้น เปน อย่าง ไร รูป ร่าง สันถาน อย่าง ไร จึ่ง จะ เปน พระเจ้า ฤๅ ท่าน จะ เพ่ง เลง เอา ว่า ที่ ทรง พระ นาม สาม พระ บิดา พระ บุตร พระ วิญาณ เปน พระเจ้า เที่ยง แท้ ถ้า ท่าน ถือ ดัง นี้ เหน จะ ไม่ ถูก กระมัง เพราะ คำ ที่ เรียก ว่า พระ เจ้า นี้ เปน คำ ของ คน ชาว ไทย สมมุติ เรียก กัน มา ข้าพเจ้า จะ ขอ อธิบาย ตาม เปน คน โง่ ๆ ตาม ผู้ ใหญ่ พูด กัน ว่า คน ที่ นุ่ง ผ้า เหลือง แล้ว เว้น การ ต่าง ๆ นั้น สมมุติ เรียก ว่า พระ พระ ตัว หนังสือ ตัว นี้ ออก มา จาก (วร) วร นี้ เขา ว่า ประเสริฐ คือ พระ โคดม นั้น ท่าน เกิด ใน ตระกูล กระษัตร ก็ สมมุติ เรียก ว่า เจ้า ครั้น ท่าน ไป บวช จึ่ง เรียก ว่า พระเจ้า เพราะ เจ้า ไป บวช เปน พระ แต่ ทุก วัน นี้ ถึง เจ้า จะ ไป บวช ก็ เรียก ว่า เจ้า พระ นั่น เจ้า พระ นี่ ครั้น เรียก พระเจ้า จะ เทียบ เคียง เสมอ พระ โคดม ด้วย คำ ที่ เรียก ว่า พระเจ้า นั้น ยก ไว้ เปน ที่ นับถือ เปน คำ สูง สม ควร แก่ พระ บรมมหา กระษัตรา ธิราช เจ้า สมมุติ ว่า พระ บาท สมเด็จ พระ พุทธ เจ้า อยู่ หัว พระเจ้า แผ่นดิน แล มี คำ เรียก ว่า พระ เจ้า บรมวงษ เธอ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระเจ้า ลูก ยาเธอ แล พระเจ้า ฯ ล ฯ เธอ ที่ เปน ราช ตระกูล จะสม ควร เปน พระเจ้า คำ ที่ เรียก ว่า พระเจ้า นี้ ไม่ อัศจรรย อัน ใด เปน ของ สิ่ง ที่ นับถือ ก็ เรียก ว่า พระเจ้า ครั้น คน ต่าง ประเทศ ที่ ถือ ศาสนา ต่าง ๆ สิ่ง ที่ เขา นับถือ เขา จะ พูด จะ เรียก สิ่ง ที่ นับถือ ของ เขา ๆ ไม่ รู้ ว่า จะ เรียก อาไร เปน ภาษา ไทย เขา ได้ ยิน คน ไทย ร้อง เรียก สิ่ง ที่ นับถือ ว่า พระเจ้า เขา ก็ เอา อย่าง เรียก สิ่ง ที่ นับถือ ของ เขา ว่า พระเจ้า บ้าง ทำ ไม จึ่ง จะ มา ตู่ เอา คำ ที่ เรียก ว่า พระเจ้า นี้ เปน ของ พระ บิดา พระ บุตร พระ วิญาณ เปน เจ้า ของ ชื่อ พระเจ้า ข้าพเจ้า ผู้ มี ปัญญา น้อย เหน ความ ดัง นี้ จะ ผิด ชอบ ประการ ใด ขอ อาไภย แก่ ท่าน ทั้งหลาย จง อาไภยโทษ แก่ ข้าพเจ้า เทอญ ๚ะ

๏ กับ อีก อย่าง หนึ่ง ข้าพเจ้า จะ ขอ กล่าว การ อีก เล็ก น้อย ด้วย ตัว ของ ข้าพเจ้า เปน คน ไทย ก็ ต้อง ถือ พระ โคดม เปน ที่ หนึ่ง ถือ ความ กระตัญญู เปน ที่ สอง เปน ต้น ว่า ถือ พระ องค์ นี้ ถือ เจ้า องค์ นี้ ถือ นาย คน นี้ ถือ ผู้ มี คุณ คน นี้ ก็ จะ ถือ ไป ชั่ว ชี วิตร โดย ความ แน่ นอน มั่น คง ถ้า ผู้ ใด ถือ พระ องค์ นี้ ถือ เจ้า องค์ นี้ ถือ นาย คน นี้ แล้ว ก็ ละ ทิ้ง เสีย ไป ถือ พระ องค์ อื่น เจ้า องค์ อื่น นาย คน อื่น ผู้ มี คุณ คน อื่น แล้ว กลับ มา คิด ทำลาย ล้าง ด้วย ความ อกระตัญญู ต่อ สิ่ง ที่ ได้ เคย นับถือ ก่อน เสีย ดัง นี้ คน ผู้ นั้น ข้าพเจ้า ไม่ ชม สรรเสริญ เลย เปน คน ชั่ว ร้าย อกระตัญญู ใจ คอ ไม่ แน่ นอน ถึง จะ ไป ถือ พระ องค์ อื่น เจ้า องค์ อื่น นาย คน อื่น ผู้ มี คุณ ใหม่ ก็ คง จะ ถือ ไม่ จริง ไม่ แน่ นอน ทำ เชื้[?] ทำ ถือ ทำ รัก ทำ เกรง ไป คณะ หนึ่ง คราว หนึ่ง ใน เวลา ที่ จะ ประกอบ ลาภ ผล ได้ บริบูรณ ถ้า ลาภ ผล ไม่ บริบูรณ ก็ คง คิด ละ คิด ทิ้ง สิ่ง ที่ นับถือ นี้ ไป หา สิ่ง ที่ นับถือ โน้น ต่อ ๆ ไป เพราะ เปน คน ใจ ไม่ แน่ นอน ประ กอบ ด้วย ความ สุจริต เปน สันดาน คน อย่าง นี้ ข้าพเจ้า ไม่ ขอ เอา อย่าง เลย จะ ถือ พระ โคดม เจ้า ไป กว่า จะ หา ชีวิตร ไม่ โดย แท้ จริง * * ๚ะ

๏ ว่า ด้วย พระเจ้า แท้ จริง ๚ะ

๏ ข้าพเจ้า ได้ อ่าน สยาม ไส่มย เล่ม ที่ ๔ แผ่น ๑๗ ว่า ท่าน ผู้ หนึ่ง มี วิมุติ สงไสย พระ เปน เจ้า ผู้ สร้าง ว่า ถึง สาศนา พระเยซู เปน คำ ติเตียน ต่าง ๆ มี เนื้อ ความ หลาย ข้อ ว่า ให้ ผู้ ถือ สาศนา พระเยซู ลง พิมพ แก้ ความ วิมุติ สงไสย ข้าพเจ้า เปน ฝ่าย ข้าง ศิษย์ พระเยซู ขอ แสดง ลักษนะ พระเจ้า เที่ยง แท้ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ฟัง อัน ว่า พระเจ้า เที่ยง แท้ นี้ พระ อาศํ เปน อยู่ เอง โดย ธรรมดา พระเจ้า ที่ เกิด แล ที่ ตาย ของ พระองค์ ไม่ มี ทรง ฤทธิ์ ทุก ประการ เที่ยง ธรรม พระองค์ นฤมิต สร้าง สวรรค์ นรก มนุศย โลกย โดย นิยม ธรรมดา ของ พระองค์ แล้ว พระองค์ แผ่ พระ วิญาณ ของ พระองค์ ทั่ว ทั้ง ไตร ภพ ๆ ดี แล ชั่ว อยู่ ใน อำนาก ของ พระองค์ ทั้ง สิ้น พระองค์ บัญญัติ สำหรับ ไตร ภพ ของ พระองค์ นี้ และ เปน ลักษนะ พระเจ้า เที่ยง แท้ ซึ่ง มนุศย นักปราช ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ที่ ไม่ ใช่ เจ้า ของ ไตร ภพ จะ มา บังอาจ ตั้ง บัญญัติ สำหรับ ไตร ภพ ว่า ทำ อย่าง นี้ ให้ ไป สวรรค์ ทำ อย่าง นั้น ให้ ไป นรก เออ สวรรค นรก ก็ ไม่ ใช่ ของ ตน เหตุ ใด มี ใจ ซุก ซน มา ตั้ง บัญญัติ สำหรับ สวรรค นรก นั้น เล่า ตัว ก็ เปน แต่ นักปราช ชาติ มนุศย ที่ เกิด มา แล้ว ก็ ต้อง ตาย เหมือน มนุศย์ ทั้งหลาย นี่ และ ดู กร ท่าน อัน ว่า พระเจ้า เที่ยง แท้ นี้ พระองค์ สำแดง ว่า ความ ตาย นี้ ต้อง ตาย เพราะ ความ บาป ซึ่ง เรา ท่าน จะ มา นึก เอา นักปราช ที่ ต้อง ตาย นั้น ว่า เปน พระเจ้า เที่ยง แท้ นั้น หา ควรไม่ นี่ และ ถ้า กรุง สยาม นี้ จะ มี นักปราช ผู้ หนึ่ง บังอาจ ตั้ง บท กฎหมาย ว่า ถ้า ผู้ ใด เว้น เสีย ไม่ ฆ่า สัตว จะ ให้ เปน ขุนนาง ถ้า ผู้ ใด ฆ่า สัตว จะ จับ ใส่ คุก กฎหมาย ของ นักปราช ผู้ นี้ จะ เปน อัน ใช้ ได้ ฤา ไม่ เอย ก็ อำนาจ ที่ ตัว จะ ตั้ง ผู้ ใด ให้ เปน ขุนนาง นั้น ก็ ไม่ มี แล อำนาถ ที่ ตน จะ ปรับ โทษ นั้น ใส่ คุก ก็ ไม่ มี คน เช่น นี้ นักปราช ที่ ฉลาด แท้ เขา จะ ปรับ ว่า นักปราช ผู้ บังอาจ คง หมาย เช่น ว่า มา นี้ นั้น เปน บ้า มิ หนำ พระเจ้า ยู่ หัว ก็ จะ ทรง พระ พิโรธ ว่า เปน กระบฏ จะ วาง กฎหมาย ให้ ฆ่า คน กระบฏ นั้น เสีย ไม่ ใช่ ฤา ถ้า เรา ท่าน หลง เชื่อ ฟัง คำ ประกาศ แห่ง บุรุษ กระบฏ นั้น เรา ท่าน ก็ คง จะ รับ โทษ กึ่ง คน กระบฏ นั้น ไม่ ใช่ ฤา เรา ท่าน จง ตรึก ตรอง ดู ให้ สม ปัญญา แห่ง มนุศย์ ควร เรา ท่าน ระ กราบ ไหว้ พระ เจ้า เที่ยง แท้ ยัน มี ลักษณะ ดัง ว่า มา เบื้อง ต้น นั้น ว่า เปน สาศนา แห่ง ตน ๆ จึง จะ ควร ดูกร ท่าน อัน ว่า นักปราช ชาติ ยุโรบ แล อะเมริกา เขา ก็ ได้ ประ ชุม สอบ สวน สาศนา ต่าง ๆ ใน โลกย์ เพื่อ จะ เอา เปน สาศนา สำหรับ บ้าน เมือง เขา ก็ ตรวจ ถี่ ถ้วน จึง เหน จริง ว่า สาศนา พระ ผู้ สร้าง นี้ และ ประ เสริฐ กว่า สาศนา ทั้ง หลาย เขา จึง พร้อม ใจ กัน รับ เอา สาศนา พระ ผู้ สร้าง นี้ เปน ข้อ สั่ง สอน สำหรับ บ้าน เมือง เมือง แห่ง เขา จึ่ง เจริญ ยิ่ง กว่า นา นา ประ เทศ ที่ ถือ นอก สาศนา พระ ผู้ สร้าง แล้ว บันดา ชน ที่ ถือ สาศนา ต่าง ต่าง นั้น ก็ เกรียว กรู กัน ไป สู่ สำนักนี้ ประเทศ ที่ สาศนา พระเยซู ประดิษฐาน อยู่ นั้น เพื่อ จะ ร่ำ เรียน เอา วิชา ต่าง ต่าง แล ทำ เนียม แต่ ชน ฝ่าย สาศนา พระเยซู นี้ แล ควร ว่า สาศนา พระเยซู เปน ใหญ่ กว่า ทั้ง ปวง แจ้ง อยู่ ใน ใจ ใน อก ของ ท่าน ผู้ ที่ วิมุติ สงไสย แล ติ เตียน พระ ผู้ สร้าง นั้น เอง ถ้า ข้าพเจ้า จะ แสดง ความ รุ่ง เรือง แล อำนาถ ราช ศักดิ์ บ้าน เมือง ฝ่าย พระเยซู ให้ กว้าง ขวาง ก็ ดู เหมือน พูดจา กด ขี่ พูด แต่ เท่า นี้ ท่าน ก็ ย่อม รู้ อยู่ แล้ว

๏ อนึ่ง สาศนา พระเจ้า เที่ยง แท้ ผู้ สร้าง สั่ง สอน ว่า การ สินบน ไม่ เปน ทาง กุศล แต่ สาศนา เท็จ เทียม นั้น มัก สั่ง สอน เกี่ยว ข้อง เอา การ สิน บน เปน ทาง กุศล คือ พระเจ้า ผู้ สร้าง สอน ว่า แม้น ผู้ ใด ทำ บาป เข้า แล้ว ผู้ นั้น จะ เอา ทรัพย์ สมบัติ เต็ม ทั้ง โลกย์ แล สูง ขึ้น ถึง อากาศ ถวาย บูชา แก่ พระเจ้า จะ ขอ ไป สวรรค์ ผู้ นั้น ตาย พระ องค์ ก็ ยิ่ง ปรับ โทษ ให้ ไป นรก ถ้า และ ผู้ ใด ทำ บาป รู้ สึก ตน ว่า ตน เปน คน บาป แล้ว ก็ เสีย น้ำ ใจ เปน ทุกข์ เพราะ ตน ทำ บาป แล้ว ก็ สาระภาพ ลุแก่โทษ โดย ใจ สุภาพ ต่อ พระเจ้า ว่า ตั้ง แต่ นี้ ไป ข้าพเจ้า จะ ไม่ ทำ บาป ต่อ ไป อีก แล้ว ผู้ นั้น เบื่อ หน่าย ใน การ บาป ผู้ นั้น ตาย พระองค์ ยก ล้าง บาป ให้ ไป สวรรค์ อัน ว่า สาศนา เท็จ เทียม มัก สอน กัน ว่า ให้ เอา สิ่ง ของ ถวาย แล บูชา แก่ ผู้ ชอบ ธรรม แล ให้ แก่ คน กำพร้า จะ ได้ ไป สวรรค์ นี่ และ เรียก ว่า สาศนา สินบน เปน มนทิน เกี่ยว ข้อง อยู่ ใน ตัณหา ความ อยาก มี จิตร เกี่ยว ข้อง ใน โลกย์ อยู่ เช่น นี้ บห่อน จะ ได้ ศุขติ ภุม ที่ บรม ศุข นั้น เลย ฃอ ให้ ท่าน เอไตอร์ เอา คำ ตอบ แก้ ความ สงไสย ลง สยาม ไสมัย ด้วย เถิด ๚ะ๛


ประกาศ
เบิด การ สาย โทรเลข ทาง เมือง นคร เชียง ใหม่

๏ สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยาเธอ เจ้า ฟ้า ภาณุรังษี สว่าง วงษ กรม หลวง ภาณุพันธุวงษ วรเดช ซึ่ง สำเร็จ ราช การ กรม ไปรสนีย แล โทรเลข ประกาศ แก่ ท่าน ทั้งหล าย ทั้งปวง บันดา ผู้ ซึ่ง มี ความ ยินดี ที่ อยาก จะ ทราบ แล อยาก จะใช้ การ สายโทรเลข ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า สาย โทรเลข ซึ่ง พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระ กรุนา โปรด เกล้า ฯ ให้ เจ้าพนักงาน ทำ ตั้ง แต่ กรุง เทพ ฯ ออก ไป ตาม หัว เมือง ฝ่าย เหนือ แล ได้ เบิด ใช้ การ ตาม ซึ่ง ได้ ประกาศ มา แต่ ก่อน นั้น แล้ว บัดนี้ เจ้าพนัก งาน ได้ ทำ การ ต่อ สายโทรเลข ขึ้น ไป ตาม หัว เมือง ตลอด ถึง เมือง นคร เชียง ใหม่ ได้ ตั้ง โรง โทรเลข สำหรับ บอก ข่าว ไป มา ใน ระหว่าง สาย นี้ ๚ะ คือ กรุง เทพ ฯ แห่ง ๑ กรุง เก่า แห่ง ๑ เมือง ลพบุรี แห่ง ๑ เมือง ตาก แห่ง ๑ (แต่ เวลา นี้ ยัง จัด ไม่ พร้อม) เมือง นคร เชียง ใหม่ แห่ง ๑ ๚ะ

๏ ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง มี ความ ประสงค์ จะ บอก คำ โทรเลข ไป มา ใน ตำบล ซึ่ง ว่า มา ข้าง บน นี้ คง เรียก ราคา ค่า บอก คำ ละเฟื้อง ตาม ซึ่ง ได้ ประกาศ มา แต่ เดิม ๚ะ

๏ แต่ คำ โทรเลข ซึ่ง เปน ราชการ ทั้งปวง ต้อง รับ ทุก เวลา ทัน ที่ ที่ ตึก ใหญ่ กรม ไปรสนีย แล โทรเลข กรุง เทพ ฯ ๚ะ

๏ ประกาศ มา แต่ ที่ ว่า การ กรม ไปรสนีย กรุง เทพ ฯ ณวัน ๓ เดือน ๑ แรม ๑ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ ๚ะ

ข่าว ราชการ

๏ วัน อังคาร เดือน อ้าย ขึ้น เก้า ค่ำ ปี ระกา สัปตศก เวลา บ่าย ๕ โมง เศศ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เสด็จ ออก พระ ที่นั่ง จักรกรี มหา ปราสาท พระ บรม วงษานุวงษ แล ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย เฝ้า ทูล ลออง ธุลี พระบาท โดย ลำดับ ใน คราว นั้น ได้ ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ พระราช ทาน สัญญา บัตร ให้ ขุนศรี ธรรมลังการ์ เปน หลวง ธรรมรักษา เจ้า กรม สังฆการีย์ ถือ ศักดินา ๑๐๐๐ ให้ ขุนศรี ธรรมภาร เปน ขุนศรี ธรรม ลังการ์ ปลัด นั่ง ศาล กรม สังฆการีย์ คง ถือ ศักดินา ๕๐๐ ให้ นาย น้อย มหาดเล็ก เวร ศักดิ เปน ขุนศรี ธรรมภาร มี ตำแหน่ง ราชการ ใน กรม สังฆการีย์ ถือ ศักดินา ๕๐๐ กับ ให้ ขุน อาญาราษ เปน ประแดง จันท์ อักษร เสมียน ตรา กรม พระนคร บาล ถือ ศักดินา ๖๐๐ ให้ ขุน ปราบ อัคคี เปน ขุน วิถี ธรรม สัญจร ปลัด รอง กรม กอง ตระเวน ซ้าย ถือ ศักดินา ๖๐๐ ๚ะ

๏ วัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น สิบ ค่ำ เวลา บ่าย ๕ โมง เสศ คราว เสด็จ ออก ว่า ราชการ ได้ ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ พระราช ทาน สัญญา บัตร ให้ เจ้า ราช สัมพันธวงษ เปน เจ้า อุปราช เมือง นคร ลำปาง กับ พระ ราชทาน เครื่อง ยศ แล เสื้อ ผ้า พรรณ นุ่ง ห่ม ด้วย ตาม สมควร แล้ว จึ่ง พระราช ทาน สัญญา บัตร ให้ หลวง ฤทธิ นาย เวร เปน เจ้า หมื่น ศรีสรรักษ หัวหมื่น มหาด เล็ก ต้น เชือก เวร เดช ถือ ศักดินา ๑๐๐๐ ฯะ

ข่าว ตาย

๏ พระยา ประจันต ประเทศ เจ้า เมือง ป่วย เปน ไข้ จับ ครั้น ถึง ณวัน เสาร์ เดือน อ้าย แรม สิบสี่ ค่ำ ปี วอก ฉอ ศก พระยา ประจันต ประเทศ ถึง แก่ กรรม พระ พลพยุห สงคราม ผู้ ว่า ราชการ เมือง กระบี่ ป่วย เปน ไข้ ครั้น ณวัน จันทร์ เดือน เก้า ขึ้น สิบสอง ค่ำ ปี ระกา สัปภศก เวลา ๔ ทุ่ม เสศ พระพลพยุห สงคราม ถึง แก่ กรรม อา ยุศม์ ได้ ๔๑ ปี อนึ่ง หลวง พรหม ภักดิ์ ศรีราช สงคราม ยกระบัตร เมือง ตกั่ว ป่า ป่วย เปน โรค ชรา มา ช้า นาน ครั้น ณวัน อังคาร เดือน สิบ ขึ้น สิบสี่ ค่ำ ปี ระกา สัปต ศก เวลา ทุ่ม เสศ หลวง พรหม ภักดิ์ ศรีราช สงคราม ยกระบัตร ถึง แก่ กรรม อายุศม์ ได้ ๗๖ ปี ฯะ

๏ วัน เสาร์ เดือน สิบสอง แรม สิบสี่ ค่ำ ปี ระกา สัปต ศก เวลา บ่าย ๕ โมง เสศ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม เสด็จ ออก ณพระ ที่นั่ง จักรกรี มหา ปราสาท เจ้า พนักงาน กรม วัง นำ แขก เมือง ขึ้น เข้า เฝ้า พระยา เทพ ประชุน กราบ บังคม ทูล พระ กรุณา เบิก ศรีตวัน กรมการ หัว เมือง ซึ่ง คุม ต้น ไม้ เงิน ทอง เครื่อง ราช บรรณาการ เข้า มา ทูล เกล้า ฯ ถวาย นั้น แล้ว พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ให้ พระราช ทาน เสื้อ ผ้า พรรณ นุ่ง ห่ม กับ ของ ต่าง ๆ มอบ ให้ ศรีตวัน กรมการ นำ ออก ไป พระราช ทาน แก่ ผู้ ว่า ราชการ ทุก เมือง แล พระราช ทาน แก่ ศรีตวัน กรมการ ซึ่ง เข้า มา เฝ้า นั้น ด้วย ๚ะ

ราชทูต กรุง โปรตุคอล เข้า เฝ้า

๏ วัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น ห้า ค่ำ ปี ระกา สัปตศก เวลา บ่าย ๔ โมง พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม เสด็จ ออก พระ ที่นั่ง จักรกรี มหา ปราสาท ประทับ พระ ที่ นั่ง โทรน เจ้า พนักงาน กรมวัง นำ ซินยอ ทอมัศดา โซ ซา รอซา มินิศเตอร์ เปลนิปอเตนณารี่ ราชทูต เข้า เฝ้า พระยา พิพัฒ โกษา จึ่ง กราบ บังคม ทูล พระ กรุณา เบิก พระราช สาสน์ ของ สมเด็จ พระเจ้า ดม ลุยวิศ พระ เจ้า แผ่นดิน โปรตุคอล ซึ่ง ตั้ง ให้ ซินยอ ทอมัศ ดา โซ ซา รอซา มินิศเตอร์ เปลนิปอเตนฉารี่ เปน ราชทูต เข้า มา เฝ้า เจริญ ทาง พระราช ไมตรี นั้น ครั้น พระยา พิพัฒ โกษา กราบ บังคม ทูล พระ กรุณา แล้ว ราชทูต จึ่ง นำ พระราช สาสน์ ตรา ตั้ง นั้น ขึ้น ถวาย พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทรง รับ พระราช สาสน์ แล้ว มี พระ บรม ราชโองการ ดำรัส ทรง ยินดี ใน ทาง พระ ราช ไมตรี ซึ่ง สมเด็จ พระเจ้า กรุง โปรตุคอล ได้ มี พระราช สาสน์ ตั้ง ซินยอ ทอมัศ ดาโซซา รอซา มินิศเตอร์ เปลนิปอเตนฉารี่ ราชทูต เข้า มา เฝ้า นั้น ครั้น แล้ว พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม เสด็จ ขึ้น การ ซึ่ง ราชทูต เข้า เฝ้า ครั้ง นี้ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม โปรด เกล้า ฯ ให้ เจ้า พนักงาน จัด การ รับ ตาม สมควร คือ เมื่อ รถ ราชทูต มา ถึง ถนน ท้อง สนาม ไชย นั้น เจ้า พนักงาน ปืน ใหญ่ ยิง สลุด ๑๙ นัด เมื่อ ราชทูต เข้า มา ใน พระ บรม มหา ราชวัง นั้น มี ทหาร รักษา พระ บรม มหา ราชวัง รับ ที่ น่า ทิม ดาบ ๔๐๐ กับ ทหาร แตร ด้วย วง หนึ่ง แล้ว เจ้า พนักงาน กรม ช้าง กรม ม้า ได้ ผูก ช้าง ต้น ม้า ต้น มา ยืน ที่ น่า พระ ที่นั่ง จักรกรี มหา ปราสาท ตาม เคย ๚ะ

การ เลื่อน กรม

๏ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ สมเด็จ พระเจ้า บรม วงษ เธอ เจ้า ฟ้า มหา มาลา กรม พระ บำราบ ปรปักษ เปน สมเด็จ พระ เจ้า บรม วงษ เธอ เจ้า ฟ้า มหา มาลา กรม สมเด็จ พระ บำราบ ปรปักษ ฯ ตั้ง แต่ ณวัน เสาร์ เดือน อ้าย ขึ้น หก ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ศักราช ๑๒๔๗ ๚ะ

การ ทำ บุญ พระชนม์

๏ วัน จันทร์ เดือน อ้าย ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี ระกา สัปตศก เปน วัน ตั้ง การ พิธี ทำ บุญ พระชนม์ พรรษา ของ พระ เจ้า บรม มหัยยิกา เธอ กรม สมเด็จ พระ สุดารัตน์ ราช ประยูร ใน พระ บรม มหา ราชวัง ๚ะ

ข่าว กำปั่น ไฟ สุริยวงษ

๏ เรือ กำปั่น ไฟ สุริยวงษ ออก ไป คราว นี้ คน ใน เรือ เกิด อหิวาตะกะโรค ขึ้น คน ตาย คน หนึ่ง จะ เข้า ไป จอด ถึง ที่ เมือง สิงฆโปร์ ก็ ยัง ไม่ ได้ ต้อง จอด ขัง อยู่ ใน ที่ กำหนด ห่าง เมือง เพราะ กลัว ความ ไข้ นั้น จะ ติด เข้า ไป ด้วย ๚ะ

การ เล่น กล

๏ วัน พุฒ เดือน อ้าย แรม สอง ค่ำ ปี ระกา สัปตศก เวลา สาม ทุ่ม เสศ มี การ เล่น กล ที่ ยุในเวอร์ซัล โฮ เตล บันดา ไทย แล ฝรั่ง ได้ มา ประชุม ดู เล่น เปน ที่ สนุกนิ์ สบาย เปน อัน มาก กล ที่ เล่น นั้น มี หลาย อย่าง ต่าง ๆ แต่ คน ดู นั้น ที่ ยัง มิ ได้ เคย เหน ก็ ชื่น ชม ว่า เปน ของ แปลก ปลาด คน ที่ ได้ เหน แล้ว ก็ ไม่ เปน ของ อัศจรรย์ อะไร นัก เพราะ เปน ของ ไม่ จริง เปน แต่ ของ หลอก กัน เล่น ให้ เปน ที่ เจริญ แห่ง ความ สุข ของ ใจ แล ตา เท่า นั้น ๚ะ

คำ สรรเสริญ พระ บารมี

๏ นักเรียน ทั้งปวง โรง อาศรมชัน จะ ได้ รางวัน ชวน กัน ยินดี จง สาธุการ สรรเสริญ คุณ ท่าน พร้อม กัน ด้วย ดี พระ บารเมศ ปก เกษ เกษี ทรง ธรรม์ พัน ปี ครอง เมือง เรื่อง ไชย พระเจ้า อยู่ หัว สยาม กรุง ไกร ปราโมช เลื่อม ใส พระไทย เบิก บาล

๏ โปรด อุปถัมภ์ ศาลา เรียน นี้ ครั้น ครบ สิ้น ปี จึ่ง มี รางวัน ศิศย์ ทั้งหลาย นั้น พึ่ง ครู อาจาริย์ จึ่ง จะ ประเสริฐ ใน ราชการ ปฤชา ชำนาญ การ รู้ มาก มี จง มี น้ำ ใจ ฉลอง คุณ ไป ตั้ง ใจ ภักดิ์ ต่อ องค์ จอม จักร หลัก ปะถะพี่ ๚ะ

๏ ทรง ทราบ ความ ดี คง จะ โปรด ปราน กุมาร ทั้ง นี้ หมั่น เพียร เรียน ดี มี วิชา การ เปน ที่ เสน่หา บิดา สงสาร รับ สิน การ งาน ทำ ตาม บุตรา ถวาย ไชย มงคล ธำรง นครา พระบาท สมเด็จ จุล จอม โลกา ให้ พระชนม์ พรรษา ยืน กว่า ร้อย ปี

ข่าว โทรเลข นอก

ประเทศ ซุดัน

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน อ้าย ขึ้น แปด ค่ำ ได้ ทำ หนังสือ สัญญา ลง มือ ไซน แล้ว ที่ กอโลนีอัล ออฟ พีซ รับ ว่า มหา ซารา เมือง โยโฮร จะ เปน ตำแหน่ง คือ ซุลตัน เมือง โยโฮร ๚ะ

ประเทศ บัลแคเรีย แล เซอร์เวีย

๏ ซึ่ง บอก ข่าว ว่า ตี กัน วาน นี้ หา เปน จริง ไม่

ตอน กวิน

๏ หนังสือ ริปอต ของ กอมมิตตี เดปุติ เหน ชอบ ที่ จะ ให้ ถอย ออก จาก ประเทศ ตอนกวิน ด้วย เร็ว ๚ะ

ประเทศ ยุไน เตดซะเตดซะ

๏ เมือง นุยอก วัน อังคาร เดือน อ้าย ขึ้น เก้า ค่ำ ได้ นำ บิล เข้า ใน เซเนต เลิก การ ทำ เงิน ๚ะ

ปาเลี่ยแมนต

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน อ้าย ขึ้น เก้า ค่ำ มี คำ สั่ง ให้ ปาเลี่ยแมนต์ ชุมนุม วัน อังคาร เดือน ญี่ ขึ้น แปด ค่ำ ที่ ว่า ก่อน นั้น ผิด ไป ๚ะ

๏ ภอ ปาเลี่ยแมนต์ จะ ชุมนุม เข้า คอเวินแมนต์ จะ คอย รู้ ความ แต่ เร็ว ๆ ว่า คน ทั้ง บ้าน เมือง ยัง ไว้ ใจ ใน ปาเลี่ยแมนต์ นั้น ฤา ๚ะ

ประเทศ เซอร์เวีย แล บัลแคเรีย

๏ ปรินซ อะเลกซันเดรีย จะ ให้ พวก เซอรเวีย ไป ให้ พ้น จาก เมือง วิดิน ให้ ได้ ๚ะ


ประเทศ เตอร์กี แล บัลแคเรีย

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น สิบสอง ค่ำ หนัง สือ จดหมาย เหตุ ซะแตนดาด ลง พิมพ์ ข่าว เตลิแกรม ข้อ หนึ่ง ว่า เจ้า ซุลตัน ตั้ง ใจ แล้ว จะ ตั้ง ปรินซ แก เลกซันเดอร ให้ เปน เจ้า ครอง เมือง รูมิเลีย ตลอด ชีวิตร ถ้า เปน ที่ ยิง ยอม พร้อม ของ ท่าน ทั้งหลาย ที่ ได้ ลง มือ ไซน หนังสือ สัญญา ที่ ทำ ที่ เมือง เบอรลีน ๚ะ

ประเทศ ไอเออร แลนด

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน อ้าย ขึ้น สิบสาม ค่ำ หนัง สือ จดหมาย เหตุ ไตมซ ได้ ลง เรื่อง ความ ข้อ หนึ่ง แจ้ง ความ ว่า มิศเตอร แกลดซะโตน ได้ คิด การ ซึ่ง จะ จัด ปาเลี่ยแมน ไอไรซ ถวาย แก่ สมเด็จ พระ บรม นาง กวีน เจ้า อังกฤษ แล สมเด็จ พระ บรม นาง กวีน ได้ ส่ง เรื่อง หมาย ไว้ นั้น ให้ แก่ พวก มินิรเตอร ๚ะ

นิทาน ๑๕
แม่ หมู กับ หมาไน

๏ แม่ หมู ตัว อนึ่ง พึ่ง ออก ครอก นอน อยู่ ใน คอก ลูก ครอก ล้อม ตัว แม่ อยู่ หมา ใน ตัว อนึ่ง น้ำ ลาย ไหล ด้วย ความ ปราถนา ลับ ใน ใจ อยาก จะ เอา ลูก หมู ตัว อนึ่ง ไป กิน มื้อ อนึ่ง แต่ จน ปัญญา ไม่ รู้ จะ ให้ สำเรจ ความ ปราถนา นั้น อย่าง ไร จึ่ง คิด อ่าน จะ ประจบ ประแจง ให้ แม่ หมู นั้น นับถือ ไว้ ใจ ใน ตัว แล้ว เข้า ใก้ล พูดจา จะ เกลีย กล่อม ว่า แม่ ทูล หัว สะบาย ดี อยู่ ฤา แม่ ฉัน จะ ช่วย ธุระ แม่ ด้วย ราย ลูก นั้นได้ ฤา หาก ว่า แม่ อยาก จะ ออก เที่ยว เอา อากาศ สัก ครู่ อนึ่ง แม่ จง ไว้ ใจ ฉัน ฉัน จะ เอา ใจ ใส่ แล ดู ป้อง กัน รักษา ลูก เล็ก ทั้ง ฝูง เหมือน แม่ เหมือน กัน แม่ หมู จึ่ง ตอบ ว่า ข้าพเจ้า เข้า ใจ ความหมาย ของ ท่าน แล้ว เพื่อ จะ ให้ ท่าน รู้ ว่า ข้าพเจ้า เข้า ใจ ถึง ความ หมาย นั้น ข้าพเจ้า ต้อง พูด เปน ความ จริง ว่า ข้าพเจ้า ชอบ ที่ ของ ท่าน มาก กว่า ชอบ ตัว ท่าน เปน เพื่อน เพราะ เหตุ เช่น นี้ ถ้า ท่าน จะ ประพฤติ การ สม หนา ใน อัน มี บันดา ศักดิ์ แล ทำ เปน คุณ แก่ ข้าพเจ้า นั้น ข้าพเจ้า ขอ อย่า ให้ ได้ เหน หน้า ของ ท่าน อีก เลย เปน อัน ขาด ๚ะ

๏ เรื่อง นิทาน นี้ จะ สอน ถ้า คน แปลก หน้า จะ รับ อาษา ช่วย อย่า ด่วน ไว้ ใจ เขา เลย ๚ะ

๏ เรื่อง นี้ เตือน สติ ว่า เด็ก ที่ ซื่อ ตรง ไม่ ใคร่ สงไสย ผู้ อื่น มัก เสีย ที่ เพราะ ยอม ให้ คน แปลก หน้า มา ช่วย ธุระ ปลาย มือ จึ่ง ได้ รู้ เหน ว่า คน เหล่า นั้น หา แต่ ประโยชน์ ของ เขา เอง เมื่อ เขา รับ อาษา ช่วย ทำ คุณ แก่ เรา คน ที่ ควร เรา จะ รู้ จัก ไม่ ใคร่ จะ ด่วน มา แสดง ความ รัก นั้น ๚ะ


แต่ วัน อังคาร เดือน อ้าย แรม ๓ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน อ้าย แรม ๗ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
โรซเดลก ๒ ล ค อังกฤษ๕๔๘เอวันซยุเกอร ซิค แอน โกกาดิฟแรม ๑ ค่ำ
บัวบันก ๒ ล ค สยาม๔๗๕ซักซตอพไพยี่ฮ่องกองแรม ๓ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๑๓โมลเซนมากวาลด แอน โกสิงฆโปรแรม ๔ ค่ำ
มงกุฎก ก ฟ อังกฤษ๘๐๒ลอฟวินดซอโรซ แอน โกซัวเถาแรม ๕ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๘๐ไวตะวินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๕ ค่ำ
บอนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๙๔ไฮตะบานฮยองลงสิงฆโปรแรม ๕ ค่ำ
โฮเกียนเรือ สยาม๒๐๘จีนเจ้สัว เลื่อนสิงฆโปรแรม ๖ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
ซงเบ้งก ก ฟ อังกฤษ๘๖๒โยนซะวินดซอโรซ แอน โกฮ่องกองแรม ๓ ค่ำ
พอแบลลอซกุเนอ ๓ ส เยอรแมน๒๕๐รูติจีนอะมอยแรม ๓ ค่ำ
แวเลนไตนก ๒ ล ค ฝรั่งเสศ๖๘๒รือัลยุเกอร์ ซิค แอน โกยุโรปแรม ๓ ค่ำ
อุบละรดีชก ก ฟ ร สยามแรม ๕ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๑๓โมลเซนมากวาลด แอน โกสิงฆโปรแรม ๗ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๘๐ไวตะวินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๗ ค่ำ
มงกุฎก ก ฟ อังกฤษ๘๐๒ลอฟวินดซอโรซ แอน โกฮ่องกองแรม ๘ ค่ำ
บอนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๙๔ไฮตะจีนสิงฆโปรแรม ๘ ค่ำ
๏ กำปั่น ขา เข้า บัวบัน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาร แกบิน ๓ จีน ดาษ ฟ้า ๕ คน ๏ สุริยวงษ บันทุก สิน
ค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป เดิน สาร แกบิน มิศเตอร เคศะ แล ภรรยา กัปตัน แรดิแนเกอร บาท หลวง สอง
คน แล เด็ก ๓ คน ๏ มงกุฎ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เจ็ก เดิน สาร ๑๐๕ คน ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ บอนิโอ
บันทุก ดิน ไดนะ ไมต ๒๐ หีบ เข้า มา ๏ โฮเกียน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ฯะ
๏ กำปั่น ขา ออก ซงเบ้ง บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล ยิปุ่น แล จีน ๏ พอแบลลอ บันทุก ไม้ สัก แล ไม้ แดง
๏ อุบละรดีช พระยา ภาษกรวงษ เดิน สาร ๏ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ เฮกุบะ
บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ มงกุฎ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล ยิปุ่น แล จีน ๏ บอนิโอ บัน
ทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ฯะ

นิทาน ๑๓
แม่ สิงโต กับ แม่ หมาไน

๏ แม่ สิงโต แล แม่ หมาไน มา เจอ กัน เข้า จึ่ง สนทนา กัน แล้ว พูด กัน ถึง สัตว ต่าง ๆ กัน ว่า สัตว บาง ชนิด มี ลูก คราว ละ มาก กว่า กัน แม่ หมาไน จึ่ง ว่า แก่ สิงโต ว่า ส่วน ตัว เหน ว่า ใน เรื่อง ราย นี้ แม่ หมา จึ่ง มี ความ สุข มาก เท่า สัตว อื่น อื่น เพราะ ว่า ปี ละ คราว คลอด บุตร เปน ฝูง ดี ดี เสมอ แต่ บาง ชนิด สัตว นั้น ที่ คลอด บุตร คราว ละ ตัว เดียว แล ตลอด ชีวิตร นั้น คลอด บุตร แต่ คราว เดียว ฤา เติม มาก สอง คราว ใน ชีวิตร อนึ่ง แล สัตว เช่น นี้ เพราะ ลูก น้อย มัก อวด ตัว ว่า ดี เกิน สัตว อื่น อื่น นั้น แล ประมาท ข่ม ว่า ต่ำ กว่า ตัว ไม่ น่า จะ พูด กับ เขา แม่ สิงโต รู้ สึก ตัว ว่า ซึ่ง ว่า มา นี้ จะ เฉง เอา แม่ สิงโต สิงโต เคือง แก่ จึ่ง ตอบ ว่า ซึ่ง เอง ว่า นั้น ก็ จริง ก็ มี เหตุ จึ่ง ว่า ได้ เอง คลอด บุตร คราว ละ มาก มาก หลาย ตัว แล้ว ก็ คลอด เปน ฝูง บ่อย บ่อย แต่ ลูก นั้น มัน เปน อะไร เปน หมาไน เท่า นั้น เอง กู ก็ มี ลูก แต่ คราว ละ ตัว เดียว แต่ อย่า ลืม นะ ตัว นั้น เปน สิงโต ไม่ ใช่ อื่น ๚ะ

๏ เรื่อง นิทาน นี้ จะ สอน ว่า ตระกูล สูง ควร จะ ประ พฤติ การ เรียบ งาม ๚ะ

๏ เรื่อง นี้ เตือน ว่า ถ้า บิดา มารดา ตระกูล สูง บุตร นั้น มี ธุระ อัน หนี ไม่ พ้น ถ้า ตระกูล สูง แล้ว จำ ต้อง ประพฤติ การ เรียบ การ โต ใหญ่ การ งาน ถ้า มิ ได้ ทำ แล้ว ตระกูล สูง นั้น เปน ที่ นินทา หา เปน รัศมี แก่ ตัว ไม่ ๚ะ๛


แบงกอก ฮอสบีตแตล

๏ ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า คือ โรง ยา ทาน สำหรับ รักษา โรค ต่าง ๆ ที่ เรียก ว่า แบงกอก ฮอสบีตแตล นั้น ได้ เปืด แล้ว สำหรับ รักษา คน โรค ต่าง ๆ เมื่อ ณวัน จันทร์ เดือน อ้าย ขึ้น แปด ค่ำ ปี รกา สัปตศก จะ เปิด รับ รักษา คน เจ็บ แล ดู โรค ต่าง ๆ แล จะ ให้ ยา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง หนึ่ง จน ถึง เวลา สาม โมง เช้า ๚ะ

๏ แล จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ตาม เวลา ที่ กำ หนด มา แล้ว ๚ะ

๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอียด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ที่ เปน หมอ รักษา โรค ต่าง ๆ แล บาด แผล ที่ โรง แบงกอก ฮอสบีตแตล ตั้ง อยู่ ที่ ถนน สี ลม ที่ ตึก คุณ เวต เก่า แจ้ง ความ มา ณวัน พฤหสบดี เดือน อ้าย ขึ้น สี่ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก (จ ห) ๚ะ


ข้าพเจ้า มิศเตอร์ มูเลอร์ แล ไมซเนอร์

๏ ขอ แจ้ง ความ แก่ ท่าน ทั้งหลาย ได้ ทราบ ด้วย บัด นี้ ข้าพเจ้า ได้ ยัก ย้าย ห้าง ไป ตั้ง ขาย สิ่ง ของ อยู่ ที่ ริม โรง ละกูล สุนันทาไลย ถ้า ท่าน ทั้งหลาย จะ ซื้อ สิ่ง ของ ต่าง ๆ ที่ ห้าง ข้าพเจ้า ขอ เชิญ ท่าน ไป ที่ ห้าง ตั้ง ใหม่ ตาม กำหนด นั้น เทอญ ( ๓ ห ) ๚ะ

เรือน แล ที่ House สำหรับ เช่า

๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤๅ ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤๅ ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤๅ จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมัย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤๅ ออก ถนน ใหญ่ ได้ ด้วย สดวก ( จ ห ) ฯะ


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น

ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี้

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี้ ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี้ ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี้ ละ ๘๐ บาท


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี้ ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี้ ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี้ ( จ ห ) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด