
| เล่ม ๔ แผ่น ๒๐ วัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น ๒ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน ครู สมิท เอไดตอร์ ผู้ ครอบ ครอง เคหะ สถาน ณะ ตำบล บาง คอแหลม ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า ได้ มี ความ อุสาหะ เรียบ เรียง หนังสือ ซึ่ง เปน เรื่อง คะติ โลกย คะติ ธรรม โดย ใน พระบาฬี ฝ่าย สยาม ให้ ชื่อ ว่า นิยา นิกะ ประโยชน์ เปน ความ ว่า ผู้ ประกอบ ผู้ ประพฤติ ย่อม ถึง ซึ่ง ศุข ประโยชน์ ที่ จริง ที่ ดี ทั้ง โลกย นี้ แล โลกย น่า ข้าพ เจ้า มี ความ ปราถนา จะ ช่วย ท่าน ให้ ท่าน เอา ลง ใน หนังสือ สยาม ไสมย วีก ละ น้อย ๆ กว่า จะ สิ้น เรื่อง เพราะ เปน เรื่อง ใน พระ พุทธ สาศนา ความ ยืด ยาว นัก แต่ ข้าพเจ้า จะ ขอ คำนับ บอก กับ ท่าน ว่า จะ คอย ฟัง ข่าว คราว ดู ถ้า ผู้ ที่ อ่าน นั้น ชอบ ฟัง อยู่ บ้าง ไม่ มี คำ แฉ่ง ว่า ประการ ใด ควร ภอ จะ เปน ประโยชน์ ทั่ว ๆ กัน ไป ได้ แล้ว ข้าพเจ้า ไม่ คิด กับ ความ ยาก เหนื่อย จะ เอา น้ำ พัก น้ำ แรง ช่วย ท่าน ตาม สติ ปัญญา ไม่ คิด ค่า จ้าง มิ ได้ จะ ช่วย ใน การ รุ่ง เรือง ของ หนังสือ สยาม ไสมย เท่า นั้น เพราะ เปน ปี ใหม่ ข้าง ไทย ข้าพเจ้า จึง ได้ ลง คิด แล ส่ง ต้น ฉบับ มา ยัง ท่าน ตาม แต่ ท่าน จะ ลง พิมพ์ ใน วีก ไหน ๆ แต่ ข้าพเจ้า จะ ขอ ส่ง แต่ คราว ละ สี่ ฉบับ สำหรับ เดือน ละ หน หนึ่ง ๔ เรื่อง ท่าน จะ เอา ลง วีก ละ เรื่อง ๆ ถ้า ท่าน เหน ดี แล้ว เชิญ ท่าน เอา ลง ใน สยาม ไสมย ตาม ความ ประสงค์ ของ ท่าน เถิด มี จำ นวน เปน ตอน ๆ ทั้ง ๔ เรื่อง ๔ วีก ต่อ ไป นี้ ๚ะ
๏ ว่า ด้วย กิจ ๔ ประการ ความ ใน พระบาฬี ว่า กิจ โฉ มนุสปติ ลาโภ กิจฉัง มัจจานชีวิตัง กิจฉัง สัทธรรม สะวะนัง กิจโฉ พุทธานัง อุปาโท วิก ที่ ๑ นี้ ขอ อธิบาย ความ ใน กิจ ที่ ๑ ก่อน ยก เอา ข้อ ความ ใน เอละกะ ปัตสูต ว่า กิจโฉ มนุสปติ ลาโภ อธิบาย ว่า ความ ดี ของ เอละกะปัต ที่ ได้ กระทำ ไว้ มี เปน อัน มาก ครั้น เมื่อ จะ ทำลาย ขันธ์ สิ้น ชีพ มี ความ ปติสาร์ เดือด ร้อน รำคาน แต่ นิด หนึ่ง เท่า นั้น ทำลาย ขันธ์ แล้ว ด้วย อำนาจ ความ ร้อน ใจ ยัง ไป บังเกิด เปน สัตว์ เดรฉาน ช้านาน ถึง พุทธันดร หนึ่ง จึ่ง ว่า ยาก นัก ที่ จะ ได้ เกิด มา เปน มนุศย อนึ่ง ท่าน เปรียบ ด้วย เต่า จักษุ บอด ที่ อาไศรย อยู่ ใน พระ มหา สมุท อัน ภุก นาน ๑๐๐ ปี ผุด ครั้ง หนึ่ง แล้ว กลับ จม ลง ไป มิ ได้ ประสบ ช่อง แอก น้อย ความ ที่ เต่า ตา บอด จะ ผุด ขึ้น มา ให้ ล่บ กับ ช่อง แอก ที่ ลอย มา ใน มหา สมุท นั้น ก็ ว่า เปน อัน ยาก อยู่ แล้ว แต่ ยัง ง่าย กว่า ที่ สัตว์ จะ ได้ เกิด มา เปน มนุศย์ ตะละ ครั้ง ๆ สม ด้วย พระ พุทธ วจนะ ที่ สมเด็จ พระ ผู้ ทรง พระ ภาคย ตรัส แก่ ภิกษุ ทั้งหลาย ใน นะขา ทะลิต ความ ว่า พระ องค์ ทรง ช้อน ฝุ่น ทราย ใน พื้น ปัตพี่ ด้วย ช่อง พระ นะขา แล้ว ตรัส ถาม ภิกษุ ทั้งหลาย ว่า ฝุ่น ใน ช่อง เล็บ เรา กับ ฝุ่น ทราย ใน พื้น ปัตพี่ ใคร จะ มาก กว่า กัน ภิกษุ ทั้งหลาย กราบ ทูล ว่า ฝุ่น ทราย ใน พื้น แผ่นดิน มาก กว่า ฝุ่น ทราย ใน ช่อง พระ นะขา เหลือ ที่ จะ ประมาณ แล้ว พระองค์ จึ่ง ทรง ตรัส ว่า มนุศย ตาย จาก มนุศย แล้ว จะ ไป สู่ อบาย ภูม ทั้ง ๔ มาก กว่า ที่ จะ ได้ กลับ มา เปน มนุศย ดัง ฝุ่น ทราย ใน แผ่นดิน มาก กว่า ฝุ่น ทราย ใน เล็บ เรา ฉัน นั้น เมื่อ นักปราช มา พิเคราะห์ ไป ตาม ความ จริง ยก สัตว นรก เปรต วิไสย อสุรกาย เสีย ว่า แต่ สัตว เดรฉาน ที่ ตา เหน พวก เดียว ฝูง มด แล ปลวก กุ้ง ปลา ฦๅ เยื่อ เคย ที่ ไส รุน มา เปน อาหาร ของ มนุศย มาก มาย นัก ไม่ มี ที่ จะ กำหนด คะเน นับ ได้ ว่า เท่า ใด แต่ ล้วน พวก อสุรกาย ภุม ทั้ง นั้น ประ การ หนึ่ง ถึง มาท ว่า ได้ เกิด มา เปน มนุศย แล้ว แต่ เปน มนุศย ที่ ขัด สน ยาก จน ง่อย เปลี้ย เสีย จริต พิกล พิการ ไป ก็ เสีย คราว เสีย เวลา ฦๅ พันเอิน ให้ ไป เกิด เสีย ใน ประเทศ ที่ เขา ไม่ นับถือ พระ พุทธ สาศนา ฦๅ พันเอิน ไม่ ให้ ได้ ความ เลื่อม ใส สัทธา ดั่ง ใน พระ กรรภ คาถา ทานวัณนะนา ถึง มนุศย ว่า มี ๔ จำพวก คือ มนุสสะ เนระโก พวก หนึ่ง นั้น ร่างกาย เปน มนุศย เหมือน กับ เขา ทั้งหลาย แต่ ไม่ มี ช่อง ที่ จะ หา ความ ศุข ได้ เพราะ โรค ไภย ฦๅ เจ้า หมู่ มูลนาย ฦๅ คน พาล เบียด เบียน ข่มเหง ให้ ได้ ความ ขัด ขวาง ยาก จน แต่ ต้อง เกิด ต้อง อยู่ ใน ประเทศ ที่ ไม่ บริบูรณ ด้วย ก็ ไม่ อาจ จะ หา ความ ศุข ได้ มนุศย จำพวก นี้ ก็ เหมือน สัตว นรก มนุสสะ เปโต อีก จำพวก หนึ่ง นั้น เหมือน เปรต คือ ว่า ได้ ความ หิว โหย โรย แรง อด อาหาร การ กิน ต้อง ลำบาก เพราะ การ แสวง หา อาหาร เลี้ยง ชีวิตร ได้ กิน บ้าง ไม่ ได้ กิน บ้าง อด ๆ อยาก ๆ ร่าง กาย ซูบ ผอม เหี่ยว แห้ง เศร้า หมอง ไม่ อาจ หา ความ ศุข เพื่อ จะ ก่อ สร้าง กอง การ กุศล ได้ มนุสสะ เดรฉาโน อีก พวก หนึ่ง นั้น มี อาการ คล้าย กับ สัตว เดรฉาน ต้อง อาไศรย ท่าน ผู้ อื่น เลี้ยง ชีวิตร ยัง เปน อยู่ มิ ได้ รู้ จัก การ ดี การ ชั่ว ผล ประ โยชน์ ประกอบ ไป ด้วย การ ทุจริต ต่าง ๆ ด้วย กาย วาจา ใจ มนุสสะ เทโว อีก จำพวก หนึ่ง นั้น เหมือน เทวดา มี ปัญญา รู้ ผิด แล ชอบ ผล ประโยชน์ พันเอิน ให้ มี ความ ศุข เปน ช่อง จะ ได้ บำเพ็ญ กอง การ กุศล จึ่ง ควร เหน ได้ ว่า ยาก นัก ที่ จะ ได้ เกิด เปน มนุศย ฯ แล้ว แต่ เปน มนุสสะ เนระโก มนุสสะ เปโต มนุสสะ เดรฉา โน ไป เสีย ก็ ไม่ มี ช่อง ที่ จะ หา ศุข แล ประโยชน์ ใส่ ตัว ได้ เพราะ เหตุ นี้ ไม่ ควร ที่ จะ ประมาท ดู หมิ่น ใน การ ที่ ได้ เกิด มา เปน มนุศย นี้ เปน ของ หา ยาก ฯ ที่ จะ ได้ ยิ่ง นัก เปน ลาภ อัน ประเสริฐ ควร จะ ทำ ที่ พึ่ง แก่ ตน ด้วย ตน อัน หา ตน มิ ได้ ด้วย กาละ ยุค พรหมจรรย์ เปน ต้น ด้วย ความ ไม่ ประมาท เถิด ทะ
แก้ คำ ค้าน ของ คน ที่ มิ ได้ ถือ พระเยซู สาศนา
๏ จะ กล่าว ถึง ชาว ลังกา ที่ ถือ พุทธ สาศนา ว่า พระ สมณ โคดม เปน พระเจ้า มี ความ วิมุติ สงไสย ว่า คฤศ สาศนา เปน สาศนา หลอก ลวง พูด กัน เล่น ไม่ เปน แก่น สาร หา พยาน ไม่ ได้ แล้ว อ้าง ถึง ตัว ได้ เรียน รู้ ใน พระคัมภีร์ ไบเบิ้ล ว่า คำ สอน นั้น เหลว ไหล ไม่ จริง เปน ของ ปลอม ลวง โลกย แล้ว ตู่ ว่า พระยะ โฮวา มิ ใช่ พระเจ้า คือ พระ สมณโคดม ดอก เปน พระ เจ้า เที่ยง แท้ จึ่ง ได้ มี คำ แก้ ให้ คน พวก ตา มืด ฟัง คือ ใน จดหมาย เหตุ ได้ กล่าว ถึง ลักษณ พระเจ้า ให้ แก่ ชาว ลังกา ฟัง ถึง หลาย ยก หลาย ครั้ง คน ทั้งหลาย ก็ ไม่ เข้า ใจ ๆ ความ ว่า ลักษณ พระเจ้า นั้น อย่างไร เรา จะ บอก ให้ ท่าน ฟัง ลักษณ พระเจ้า นั้น คือ ต้อง รู้ เห็น ด้วย ใจ นั่น แล คือ พระยะโฮวา เปน บิดา แห่ง มนุษย์ ทั้ง โลกย เปน พระเจ้า เที่ยง แท้ ถ้า เห็น ด้วย ตา คือ พระ สมณ โคดม ที่ เขา ทำ รูป ไว้ อยู่ ใน โบถ เรา ได้ ออก จดหมาย เหตุ ชี้ แจง ใจ ความ ว่า ด้วย ลักษณ พระเจ้า ท่าน เปน ต้น เหตุ ท่าน เปน อยู่ เอง ท่าน สร้าง โลกย อัน นี้ ท่าน เปน เจ้า ของโลกย พิภพ ทั้ง สิ้น สาระพัด ของ ใน โลกย นี้ ประจุ อยู่ ใน พระ องค์ ๆ เปน ผู้ สร้าง จึ่ง ได้ เรียก ว่า พระ ผู้ เปน เจ้า เจ้า ของ ตัว องค์ นี้ คือ แปล ว่า เจ้า ของ จึ่ง ได้ เอา เหตุ อัน นี้ เรียก ว่า พระเจ้า พระเจ้า นั้น ท่าน เสมอ ต้น เสมอ ปลาย ท่าน มิ ได แปร ปรวน ไป มา ท่าน ถาวร อยู่ เปน นิจ ท่าน มี อยู่ ก่อน โลกย ถึง ไฟ บัลไลย กัลป จะ มา เผา โลกย์ ทั้ง หมด สิ้น ท่าน ก็ เปน อยู่ อย่างไร ก็ อย่าง นั้น คือ คน ชาว ยุโรป ซึ่ง ถือ พระเยซู ศาสนา เห็น ด้วย ใจ นับถือ พระเจ้า มี ลักษณะ ใจ ความ อย่าง นี้ ซึ่ง พวก ท่าน ไป เห็น พระเจ้า ด้วย ตา ว่า เปน พระเจ้า พวก ท่าน จึ่ง ได้ เปน คน โง่ ที่ สุด ที่ แล้ว หา อาไร จะ มา เปรียบ เท่า ความ โง่ ของ ท่าน ก็ ไม่ รู้ ที่ จะ เอา มา เปรียบ ที่ นี้ จะ แก้ ข้อ พะยาน ซึ่ง พวก ท่าน ติเตียน พระยะโฮวา ว่า พระ ยะโฮวา โง่ ไม่ รู้ จัก อะไร คน ที่ ถือ สาสนา พระยะโฮวา เปน นักปราช ฉลาด รู้ ศิลปสาตร สาระพัด วิชา การ ต่าง ๆ อาจ สามาถ ที่ จะ ทำ ได้ พวก ท่าน ก็ ย่อม รู้ อยู่ แก่ ใจ ของ ท่าน เอง นี่ ก็ จัด เอา เปน พยาน ได้ คน ชาว ยุโรป อยู่ เมือง ลอนดอน แล เห็น แต่ น้ำ กับ ฟ้า ยัง ใช้ เรือ ไป ถึง เมือง ลังกา ถึง นา ๆ ประเทศ ก็ ใช้ ไป ถูก นี่ ก็ จัด เอา เปน พยาน ได้ ข้อ ซึ่ง ท่าน ว่า คฤศ ศาสนา เปน ศาสนา ปลอม ข้อ นี้ จะ แก้ ให้ ท่าน ฟัง ว่า เมือง อะเมริกัน ที่ มี ความ เชื่อ ใน คฤศ ศาสนา ราษฎร ขุน นาง เจ้า นาย เรี่ย ไร กัน ออก เงิน ปี หนึ่ง หลาย พัน ชั่ง ให้ พวก คฤศเตียน ออก ไป นา ๆ ประเทศ เอา พระคำภีร์ ของ พระคฤศโต เจ้า ออก แปล เปน ภาษา ของ คน ชาว ต่าง ประเทศ ประสงค์ จะ ให้ พวก นั้น เข้า ใจ ถึง พระ เที่ยง แท้ จะ ได้ ประพฤติ การ ที่ ถูก สละ ทิ้ง ซึ่ง การ บาป ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม เมื่อ ตาย แล้ว จะ ได้ ไป สวรรค ด้วย กัน ซึ่ง พวก คฤศเตียน ออก ไป เที่ยว สั่ง สอน คน ชาว นา ๆ ประเทศ ก็ ได้ มี ความ เชื่อ ความ รัก ความ ไว้ ใจ นี่ ก็ เปน พยาน ข้อ ใหญ่ ถ้า คฤศ ศาสนา ไม่ จริง แล้ว ซึ่ง นา ๆ ประเทศ ที่ ไหน จะ มี ความ เชื่อ ท่าน ต้อง เอา ปัญญา อัน เลอียด ตรึก ตรอง ดู อย่า เพ่อ ติเตียน คฤศ ศาสนา เปน ของ ปลอม นาน ไป วัน ข้าง น่า ท่าน จึง จะ เห็น ว่า เปน ของ จริง ครั้ง นั้น แล้ว ท่าน จึง จะ ต้อง กราบ ไหว้ คราว นี้ จะ แก้ ข้อ ซึ่ง ท่าน ว่า พระคำภีร์ ไบเบิล ซึ่ง ว่า ท่าน ได้ อ่าน ว่า คำ สั่ง ลอน ใน พระคำภีร์ ไบเบิล เปน คำ เหลว ไหล ไม่ เปน แก่น สาร คือ ผู้ที่ อ่าน นั้น รู้แต่ เปลือก ไม่ รู้ แก่น ใน เรา จะ เปรียบ ความ ให้ ท่าน ฟัง ทุก วัน นี้ อังกฤษ ไป ตี เมือง อังวะ เปน เหตุ ด้วย อะไร คือ พม่า ไม่ เปน ยุติธรรม พระ ผู้เปน เจ้า จึง ได้ ให้ ผู้ ยุติธรรม ไป ครอบ ครอง นาน ไป วัน ข้าง น่า ตาม บันดา พวก พม่า นับ วัน ก็ คง จะ ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม ท่าน อย่า เข้า ใจ ว่า อังกฤษ ไป ตี พม่า ท่าน ต้อง เข้า ใจ ว่า พม่า ไม่ ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม เปน คน บาป พระเจ้า จึง บันดาน ลง โทษ แก่ พวก พม่า ให้ พาย แพ้ พวก อังกฤษ ฯะ
ข่าว ใน กรุง
๏ วัน นี้ เวลา บ่าย ๔ โมง เมล์ สำหรับ เมือง เชียง ใหม่ จะ ออก แต่ กรุง เทพ ฯ ๚ะ
๏ กลับ มา ยัง กรุง เทพ ฯ ณวัน พุฒ เดือน อ้าย แรม เก้า ค่ำ เดิน สาน มา ใน กำปั่น ไฟ บางกอก มา จาก จันทบุรี ๚ะ
๏ วัน พุฒ เดือน อ้าย แรม เก้า ค่ำ กำปั่น ไฟ แคลดิซ ทอด สมอ ที่ ปาก น้ำ จะ ออก ไป ยัง อ่าง สี่ลา เจ้า คุณ ทหาร อยู่ ใน กำปั่น ลำ นั้น ด้วย ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า นาย แจ้ง ได้ ยิน ข่าว เมื่อ ณวัน เดือน สิบสอง ขึ้น แรม กี่ ค่ำ จำ ไม่ ได้ ที่ แขวง เมือง แม่ กลอง ผู้ ร้าย เข้า ปล้น บ้าน ตา แก่ มี ลูก สาว อยู่ คน หนึ่ง อายุศม ลูก สาว นั้น ได้ สิบแปด ปี มี เงิน อยู่ สัก สาม ร้อย บาท ลูก สาว นั้น กลัว ขะโมย จึง เอา เงิน นั้น ซ่อน ไว้ บน หลังคา แล้ว จัด แจง เสี้ยม หลาว ไม้ รวก ไว้ สำหรับ จะ สู้ รบ ผู้ ร้าย เวลา วัน หนึ่ง มี ผู้ ร้าย หก คน มา เข้า ปล้น บ้าน ตา แก่ นั้น แล้ว กะทั่ง ประตู เรือน แตก ทำลาย ผู้ ร้าย หวัง ใจ ว่า จะ เอา ทรัพย์ นั้น ได้ โดย ง่าย ส่วน ผู้ หญิง ลูก สาว นั้น เปน คน กล้า หาร ต่อ สู้ ผู้ ร้าย ด้วย สามาถ แทง ถูก ผู้ ร้าย ตาย สอง คน ยัง เหลือ อยู่ สี่ คน ก็ เข้า กลุ้ม รุม กัน ฟัน แทง ผู้ หญิง ๆ ก็ ต่อ สู้ โดย ส่ามารถ มี บาด แผล ประมาณ ยี่สิบ แผล ผู้ ร้าย สี่ คน ก็ มี บาท แผล เจบ หลาย แห่ง ไป ด้วย กัน ทั้ง นั้น แต่ หา ได้ ทรัพย์ สิ่ง ใด ไป ไม่ แล้ว หนี ไป แต่ สอง คน ที่ ตาย นั้น เพื่อน กัน ตัด เอา ศีศะ ไป เสีย ไม่ ให้ เจ้า ของ ทรัพย์ รู้ จัก หน้า เมื่อ ผู้ ร้าย กลับ มา ถึง บ้าน พวก พ้อง พี่ น้อง จะ ถาม ว่า ทำไม เจ้า จึง มี บาด แผล ดัง นี้ คน สี่ คน เหน จะ ตอบ ว่า เมื่อ เวลา คืน นี้ เรา นอน หลับ ไป ฝัน ว่า ผู้ ร้าย มา ปล้น บ้าน เรา ๆ ก็ ฉวย ได้ ดาบ ลุก ขึ้น สำคัญ ว่า จริง ก็ ตก น่า ต่าง ลง ไป พี่ น้อง ทั้งหลาย จง เข้า ใจ เถิด ๚ะ
๏ ขอ คานับ มา ถึง ท่าน เอไดเตอร ได้ ทราบ ด้วย มี ข่าว เล่า ฦา โจทษ กันว่า เมือง อังวะ นั้น เสีย กับ อังกฤษ นี้ และ เปน ที่ พิศวง สงไสย นัก ด้วย เมือง พม่า นั้น ถิ่น ถาน บ้าน เมือง แขง แรง หนัก ทั้ง ทะแกล้ว ทหาร ก็ พรั่ง พร้อม บริบูรณ ไม่ เปน ที่ น่า เชื่อ เลย ว่า เสีย เมือง กับ อังกฤษ ง่าย ๆ โดย รวด เร็ว นั้น ด้วย เมือง นั้น ตั้ง มา ช้า นาน มิ ได้ เคย เสีย กับ ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด เลย ฦา ชรอย จะ เปน เหตุ ที่ ให้ เสีย บ้าน เมือง นั้น จะ เปน เพราะ เจ้า นาย เลิน เล่อ ถือ ทิฐิมานะ แก่ง แย่ง ให้ แตก ร้าว ฉาน กัน ขึ้น เอง แล ราษฎร คง ได้ ความ เดือด ร้อน แล เอา ใจ ออก หาก เผื่อ แผ่ ปัจจามิศ ๆ จึง มี ช่อง โอกาส ทำ ร้าย บ้าน เมือง ได้ ถ้า เจ้า นาย แล ราษฎร รัก ใคร่ ปรานี ปรานอม กัน ดี อยู่ แล้ว ที่ ไหน เลย จะ เปน ถึง เช่น นี้ ข้าพเจ้า ตรอง ดู เผิน ๆ โง่ ๆ เคอะ ๆ เหน ว่า บ้าน ใด เมือง ใด ราษฎร ได้ ความ เดือด ร้อน มาก บ้าน นั้น เมือง นั้น คง จะ เกิด วิปริศ มี อัน เปน ไป ต่าง ๆ เหมือน เมือง โคเรีย ที่ จีน เรียก ว่า เกาหลี กึก นั้น เสีย กับ ญี่ปุ่น รวด เร็ว นัก ด้วย เหตุ เพราะ ราษฎร ไม่ มี ความ ศุข มิ ใช่ ฦา ที่ ไม่ เคย มี ก็ ให้ มี ขึ้น ไม่ เคย ทำ ก็ ให้ ทำ ๆ ให้ ผิด กับ ประเพณี จน ราษฎร ได้ ความ เดือด ร้อน ทน ไม่ ได้ อีก อย่าง หนึ่ง คิด เหน ว่า ราษฎร นั้น ไม่ สำคัญ เปรียบ เหมือน ลูก ไก่ อยู่ ใน กำ มือ จะ ทำ อะไร ก็ ทำ ได้ ครั้น ศัตรู มา ถึง บ้าน เมือง แล้ว ก็ ป่วน ปั่น บังคับ ใคร่ ก็ ไม่ ได้ ต่าง คน ต่าง คิด เอา ตัว รอด เวลา ศุข พา กัน มัว เมา แสวง หา แต่ ยศถา ศักดิ์ เบียด เบียน ถอด เสื้อ ผ้า ลอก หนัง กำพร้า ของ ราษฎร เวลา ทุกข์ มา ถึง ตัว เข้า แล้ว จึง คิด ถึง ราษฎร งัว หาย แล้ว จึง คิด ทำ คอก น้ำ พึ่ง เรือ เสือ พึ่ง ป่า ค่า พึ่ง นาย ๆ พึ่ง ค่า แต่ ฮันสิน แล ขงเบ้ง มี สติปัญญา อัน ศุกขุม ยัง มิ ได้ ประมาท ดู ถูก ดูหมิ่น ข่มเหง ราษฎร ให้ ได้ ความ เดือด ร้อน เจ็บ ช้ำ น้ำ ใจ ยัง ต้อง เอา เนื้อ เอา ใจ อาไศรย ความ คิด สติปัญญา กำลัง ทะแกล้ว ทหาร ถ้า เจ้า นาย เมือง พม่า แล เมือง เกาหลี่ ก็ คิด ได้ ดัง นี้ แล้ว ใคร จะ ย่ำ ยี ล่วง เกิน ดู ถูก ได้ พวก ย่อง เบา ไม่ ใคร่ กลัว เจ้า ของ บ้าน สัก กี่ มาก น้อย ดอก หนา แต่ มัน มัก เกรง สุนักข์ นี่ พวก พม่า เปน อัน มาก จำ เปน จำ ไป อาไศรย เข้า สับเยก อังกฤษ ให้ เปน ผู้ ป้อง กัน อันตราย ต่าง ๆ เพราะ เปน เหตุ ที่ ทน ไม่ ได้ ดุจดัง กล่าว มา แล้ว นั้น ถึง พวก อังกฤษ เล่า ย่อม จะ มี ความ อัธญาไศรย เปน ที่ เย็น สัก หน่อย หนึ่ง ราษฎร จึ่ง ยึด เอา เปน ที่ พึ่ง พา อาไศรย จึ่ง พา กัน เพิก เฉย ปล่อย ปละ ละ ให้ บ้าน เมือง เสีย ๆ ง่าย ๆ ชรอย จะ มอง เหน ความ สุข ไป ฝ่าย ภาค น่า มนุศย ย่อม มี ความ คิด ดี กว่า สัตว เดียรฉาน เปน แท้ แต่ สัตว เดียรฉาน ยัง รู้ ที่ ร้อน ที่ เย็น ร้อน หนัก ต้อง หา เย็น นี้ เปน มนุศย หนัก นัก ต้อง วาง จะ โทษ ว่า พวก พม่า นั้น ไม่ ซื่อ ตรง กระตัญญู ต่อ เจ้า นาย ของ เขา นั้น ไม่ ถูก เพราะ เจ้า นาย ของ เขา ไม่ นับถือ ว่า เปน ชาติ เดียว กัน แล อยู่ แผ่นดิน เดียว กัน มัก ดู ถูก มนุศย เหล่า นั้น เหลือ เกิน เวลา บ้าน เมือง อยู่ เย็น เปน สุข ไม่ ผ่อน ให้ พวก กัน มี ความ สุข บ้าง เวลา ทุกข์ ใช้ ให้ พวก กัน ไป ตาย ใคร จะ ยอม มนุศย ถึง จะ เอา ชื่อ คา โซ่ ตรวน พันธนา ไว้ สัก เท่า ใด ๆ ก็ ไม่ แน่น หนา เท่า ผูก ด้วย รัก ๆ แล้ว ถึง สัตรู จะ มา ทั้ง แปด ทิศ ก็ มิ ได้ ย่น ย่อ ท้อ ถอย หนี อย่า ว่า แต่ มนุศย เลย สัตว ก็ ดี ถ้า นาย รัก ใคร่ เลี้ยง ดู ให้ ทาน กิน อิ่ม หมี พี มัน แล้ว ก็ ต้อง รัก ท่าน อยู่ เอง ชรอย พวก พม่า จะ มี ความ โทรมนัส น้อย ใจ เจ้า นาย ของ เขา สัก อย่าง หนึ่ง อย่าง ใด จึ่ง มิ ได้ มี น้ำ ใจ ช่วย เจ้า นาย ป้อง กัน รักษา บ้าน เมือง ให้ เตม กำลัง ฤา เจ้า นาย ของ เขา จะ เปน คน เลือก ที่ รัก มัก ที่ ชัง ไม่ รู้ จัก เลี้ยง คน ดี ถึง คน ใด เปน คน ชั่ว จะ ชั่ว สัก เท่า ใด ไม่ ควร รัก ท่าน ก็ รัก ไม่ ควร เชื่อ ท่าน ก็ เชื่อ ให้ คน ชั่ว ช้า สามาณย บังคับ ข่มขี่ คน ที่ ดี มี สติปัญญา ๆ ก็ ต้อง หลบ หลีก เอา ตัว รอด อยู่ เอง ฤา จะ เปน เพราะ ชะตา เมือง ตก ฤา จะ เปน เพราะ เทพ รักษ ที่ รักษา บ้าน เมือง นั้น เปน เทพ รักษ อัน อาสัตย อาธรรม จึ่ง เข้า ตน ใจ เจ้า นาย พะเอิน ให้ มี ความ รัก ใคร่ บำรุง บำ รุง คน ชั่ว หยาบ ช้า สามาณ อาสัตย อาธรรม สอ พลอ กัง ฉิน ให้ มี ความ รุ่ง เรือง เจริญ มี อำนาจ กฎขี่ ข่มเหง ราษฎร จน ได้ ความ เดือด ร้อน ถึง กับ ต้อง จำ เปน จำ เอา ใจ ออก หาก จาก เจ้า นาย ไป เข้า กับ ปัจจามิศ ด้วย ความ เจ็บ ใจ เปน เหตุ เพราะ พม่า ไม่ รู้ จัก รัก พม่า ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ใน ท้าย หนังสือ นี้ ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เอเดิเตอร์ เจ้า ของ สยาม ไสมย ทราบ ด้วย ท่าน ได้ ออก เรื่อง ราว ต่าง ๆ ให้ คน ทั้งหลาย ทราบ ข้อ ประพฤติ นั้น ข้าพเจ้า พลอย มี ความ ยินดี เปน ที่ สุด แต่ ความ ลำบาก ของ ชาว สยาม อิก ข้อ หนึ่ง ข้าพเจ้า ไม่ ได้ ยิน ใน สยาม ไสมย ของ ท่าน เลย คือ เงิน เดือน ที่ ต้อง ตั้ง แซงแซ่น เบิก เงิน ออก เลมี่ยน ใน กรม ต่าง ๆ นั้น วาง ฎีกา เบิก เข้า ไป สี่ เดือน ห้า เดือน ก็ จม อยู่ ใน กัน ตู้ เหตุ ทั้ง นี้ เพราะ เจ้า พนักงาน เพิก เฉย เสีย เอง นึก ว่า เงิน เดือน ที่ จะ ต้อง ออก แจก เลมี่ยน ไม่ เปน การ สำคัญ อัน ใด แต่ ที่ แท้ ที่ จริง เงิน ที่ เข้า ท้อง พระคลัง ก็ ไม่ มี ใคร ปติเสศ ได้ ว่า ไม่ ได้ มา จาก ราษฎร ผู้ ที่ เปน เลมี่ยน ที่ เปน คน ไทย แท้ ศักดินา เพียง สาม ร้อย สอง ร้อย ลง มา ได้ รับ พระ ราชทาน เงิน เดือน ก็ เพียง คน หนึ่ง เดือน ละ สาม สิบ บาท เปน อย่าง ล่ง เดือน ละสิบ บาท เปน อย่าง ต่ำ บริโภค เข้า ไป ทุก วัน ทุก เดือน ตัว ก็ ต้อง มา นั่ง แก ร่ว เขียน หนังสือ อ้า ปาก คอย เงิน เดือน อยู่ สี่ เดือน ห้า เดือน ได้ เดือน หนึ่ง เหลือ สติ กำลัง ไม่ ภอ ท้อง บุตร ภรรยา ข้าพเจ้า เหน ว่า เลมี่ยน ก็ เปน การ สำคัญ และ เปน กำลัง ราช การ มาก มิ ใช่ จ้าง มา เขียน สัตว เดือน กิ้ง กือ เมื่อ ไร เจ้าพนักงาน ไม่ เหน อก ของ ราษฎร เลย ถ้า เปน เงิน ภาษี อากร ฤๅ จะ ได้ เร่ง รัด ไม่ ให้ ค้าง งวด ค้าง เดือน หา ความ ดี ใส่ ตัว แต่ ที่ ไม่ เปน ยุติธรรม แก่ แผ่น ดิน เงิน หลวง ไม่ ให้ ขาด เงิน ราษ จะ เว้น ถ้า เงิน จับ จ่าย ให้ กับ ราษฎร ก็ ปิด บัง เสีย ยิ่ง กว่า หวง นี่ ของ ตัว ความ อัน นี้ คน ต่าง ประเทศ ก็ ไม่ สรรเสริญ ธรรมเนียม อัน นี้ ยัง ง่อน แง่น ไม่ เปน เฃ้า สาร ของ เลมี่ยน ที่ ยาก จน เลย บาง ที เจ้า พนักงาน พูด ให้ เสีย พระ เกียติร์ ยศ ไป ต่าง ๆ ว่า เงิน ใน ท้อง พระ คลัง หา ลัก บาท เดียว ก็ ไม่ มี แต่ พูด เช่น นี้ ไม่ มี ผู้ ใด เชื่อ เลย ข้าพเจ้า เหน ว่า ธรรม เนียม ราช การ ต่าง ๆ ฤๅ การ สง่า ตา ใน บ้าน ใน เมือง จะ เจริญ แปลก ประหลาด มาก ดี กว่า ตำรา เก่า ขึน อย่าง ไร ถ้า แจก เงิน เดือน ยัง อ้อย สร้อย ยืด ยาว อยู่ ร่ำ ไป ดังนี้ บ้าน เมือง จะ เรียก ว่า งาม ว่า ดี ขึ้น ไม่ ได้ เปน แน่ ๚ะ
๏ การ ซึ่ง ข้าพ.จ้า กล่าว มา นี้ ถ้า จะ มี ผู้ใด ชี้ แจง แก้ ตัว ใน การ เงิน เดือน แล้ว ข้าพเจ้า จะ ไม่ ขอ ตอบ ให้ เปลือง ที่ สยาม ไสมย ของ ท่าน เลย เพราะ ได้ รู้ ได้ เหน อยู่ ด้วย กัน ทั้ง สิ้น ใน การ เพิก เฉย ของ เจ้าพนักงาน ถ้า ทราบ ถึง ใต้ ฝ่า ลออง ธุลี พระ บาท แล้ว เงิน เดือน ซึ่ง ต้อง จำ เปน แจก เลมี่ยน คง จะ มี วิธี ใหม่ เปน แน่ ๚ะ
๏ ขอ ท่าน เอไดเตอร์ ช่วย สงเคราะห์ เอา ความ จน ของ เล่มียน ลง ใน สยาม ไสมย ด้วย ๚ะ
๏ คน ใน ประเทศ ต่าง ๆ มี คราว ต่าง ๆ ซึ่ง เปน วัน คน ทั่ว กัน ใน ประเทศ นั้น มัก จัด ว่า เปน เทศกาล ใหญ่ พวก ฝรั่ง จัด ว่า วัน ที่ ๓๑ ใน เดือน ดิเซมเบอร์ ทุก ๆ ครั้ง เปน วัน สิ้น ปี ๆ หนึ่ง แล ถัด วัน นั้น ทุก ๆ ปี พวก ฝรั่ง จัด ว่า เปน วัน ที่ หนึ่ง ใน เดือน แยนุเอรี่ เปน วัน แรก ใน เดือน แรก ของ ปี ใหม่ ทุก ๆ ปี นั้น เทศกาล สิ้น ปี ๆ คฤช ศักราช ๑๘๘๕ ครั้ง นี้ เปน วัน พฤหัศบดี เดือน อ้าย แรม สิบ ค่ำ แล เทศกาล วัน แรก เดือน แรก ใน ปี คฤศ ศักราช ๑๘๘๖ เปน วัน ศุกร เดือน อ้าย แรม สิบเอ็ด ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก บัด นี้ ทั้งสอง วัน ล่วง ไป แล้ว ครู สมิท เจ้า ของ สยาม ไสมย ขอ ฝาก คำนับ มา ยัง ท่าน ทั้ง หลาย ทั้งปวง ขอ ให้ พระบรม เจ้า ผู้ เปน พระเจ้า แท้ จริง จำเพาะ องค์เดียว นั้น อุปถำภ์ ช่วย ธุระ ของ ท่าน ทั้ง ปวง ทั้ง ใน ปัตยุบัน ทั้ง ใน อนาคต ให้ ได้ ความ ดี ความ เจริญ ความ สุข เนือง ๆ ต่อ ๆ กัน ไป เปน นิจ การ แล ให้ บ้าน เมือง แล คน ทั่ว ทั้ง บ้าน เมือง ใน ประเทศ สยาม มี ความ เจริญ ยิ่ง ๆ ขึ้น ไป ทุก ครั้ง เถิด ๚ะ
ณวัน เสาร เดือน อ้าย แรม เจด ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๔ เปนซ ๗ อัฐ
เงิน โปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๕ เปนซ ๑ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๔๕ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน อังคาร เดือน อ้าย แรม ค่ำ หนึ่ง พวก พล รบ ที่ ได้ อำนาจ มา แต่ ประเทศ ใหญ่ ทิ้ง ความ เปน อัน ขาด แล้ว จะ ให้ พล รบ เซอรเวีย ถอย ไป จาก ประเทศ บัลแคเรีย ให้ ทัน วัน ศุกร์ เดือน อ้าย แรม สี่ ค่ำ แล ให้ พวก บัลแคเรีย ถอย ไป จาก ประเทศ เซอรเวีย ให้ ทัน วัน อาทิตย์ เดือน อ้าย แรม หก ค่ำ แล ให้ เลิก รบ กัน จน กระทั่ง ถึง วัน จันทร์ เดือน สาม แรม สิบเอ็ด ค่ำ ๚ะ
๏ เมือง ปารีศ วัน พุฒ เดือน อ้าย แรม ส่อง ค่ำ ฝ่าย ฝรั่ง เศศ แล พวก มะดะแคศการ์ ลง รอย ดี กัน เข้า แล้ว พวก มะดะแคศการ์ ยอม ให้ ฝรั่ง เศศ เปน ผู้ ป้อง กัน รักษา คุม เมือง ของ เขา ๚ะ
๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน พุฒ เดือน อ้าย แรม สอง ค่ำ พวก เซอร์เวีย แล พวก บัลแคเรีย ได้ ยอม รับ จะ รอ การ รบ กัน ไป พลาง แล จะ ตั้ง พวก พนักงาน สำหรับ จัด การ ให้ สงบ เรียบ ร้อย อย่า ให้ รบ กัน ต่อ ไป ๚ะ
๏ เมือง ปารีศ วัน อาทิตย์ เดือน อ้าย แรม หก ค่ำ คราว ทุ่ม เถียง กัน ด้วย เรื่อง ประเทูศ ตอนกวิน มองซิเออ บริซซอน ยั่ง ยืน ว่า ถ้า จะ ถอย ออก จาก ประเทูศ ตอนกวิน ก็ คง เปน การ อับระยศ แล การ ซึ่ง จะ ทำ ทาง ไมตรี กับ ประเทูศ จีน คง เปน การ เหลวไหล เสีย เปรียบ กัน นัก ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ผู้ เจ้า ของ ที่ ขอ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า จะ ขาย ที่ บ้าน ที่ สวน แห่ง หนึ่ง มี เรือน ปั้น หยา ด้วย ที่ นั้น กว้าง ไป ตาม แม่ น้ำ ๓ เส้น สูง ขึ้น ไป ๓ เส้น ตั้ง อยู่ ตรง วัด คลอง ภูม ข้าม ใต้ ปาก ลัด ใน สวน นั้น มี ผล ไม้ ต่าง ๆ ถ้า ท่าน ผู้ ใด จะ ต้อง การ ขอ เชิญ ไป หา ไถ่ ถาม ที่ บ้าน คุณ พลอย อยู่ หลัง บ้าน หลวง บำรุง ราชากร เถิด ( ๔ ห ) ๚ะ
ห้าง แฟรนซิซ จิตร แอนด ซัน
๏ นาย ห้าง ชักรูป คือ แฟรนซิซ จิตร ขอ แจ้ง ความ ว่า บุตร นาย ทองดี ได้ ไป เรียน วิชา ชักรูป อย่าง ใหม่ อย่าง ละเอียด ที่ เคย ใช้ ใน ประเทูศ ยุโรป ใน ทุก วัน นี้ ครู ของ นาย ทองดี นั้น คือ นาย ห้าง เฮิร์น บินกิ แอน กินเดอร์แมน เปน ชั่ง ชัก รูป อย่าง ดี อย่าง เอก ใน ประเทูศ เยอรแมนี้ ห้าง ชัก รูป ของ แฟรนซิซ จิตร นั้น บัด นี้ ด้วย เครื่อง ใหม่ เครื่อง วิเศศ ชัก รูป ทั้ง ของ เดิน ทั้ง ของ ตั้ง นั้น ได้ คล่อง แล เร็ว ถ้า ท่าน ทั้งหลาย จะ ต้อง การ พิมพ์ รูป ต่าง ๆ เปน ลาย เส้น หมึก แล สี ต่าง ๆ ตาม ทำเนียม ที่ ใช้ พิม หนังสือ นั้น นาย ห้าง นี้ จะ รับ ทำ ให้ สำเร็จ เหมือน แบบ ตัว อย่าง ที่ ท่าน จะ เขียน ส่ง มา ให้ นั้น ราคา ค่า จ้าง นั้น จะ เรียก เอา แต่ สม ควร ตาม รูป เล็ก รูป ใหญ่ ท่าน ทั้งหลาย อัน อยู่ ฟาก แม่ น้ำ เจ้า พระยา ข้าง ตะวัน ออก ถ้า ทิ้ง หนังสือ มา ทาง ไปรสนีย์ บอก เวลา ที่ ท่าน จะ มา ถึง ห้าง มิศเซอช บี คริม แอนโก ที่ ปาก คลอง ตลาด คง ให้ เรือ ไฟ ไป คอย รับ ท่าน มา ส่ง ที่ ห้าง ชัก รูป ไม่ ต้อง เสีย ค่า เดิน สาน ข้าม ฟาก เลย ๚ะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ยี่ ขึ้น สอง ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( ๔ ห ) ๚ะ
| แต่วัน อังคาร เดือน อ้าย แรม ๙ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ญี่ ขึ้น ๑ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดั่ง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เล่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เล่า ก ส ค แทน กำปั่น เล่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| บางกอก | ก ก ฟ สยาม | — | — | — | จันทบุรี | แรม ๙ ค่ำ |
| ลีโด | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๒๐ | ลิดจะ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๑๐ ค่ำ |
| เฮกาดิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๘ | เลารี | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๑๑ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๖๒ | ตุลลอก | บอนีโอ กำปะนี | สิงฆโปร | แรม ๑๒ ค่ำ |
| โดริตะ | ก ๒ ส ค สยาม | ๓๐๐ | มะที่ซัน | จีน | สิงฆโปร | แรม ๑๓ ค่ำ |
| ไตจิ๋ว | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | นุตยน | วินดซอ โรซ แอน โก | ซัวเถา | ขึ้น ๑ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| แคลดิซ | ก ก ฟ สยาม | — | — | — | — | แรม ๙ ค่ำ |
| ลีโด | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๒๐ | ลิดจะ | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกอง | แรม ๑๓ ค่ำ |
| เฮกาดิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๘ | เลารี | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๑๔ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๖๒ | ตุลลอก | บอนีโอกำปะนี | สิงฆโปร | ขึ้น ๒ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า ลีโด บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ เฮกาดิ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป คน เดิน | ||||||
| สาน แกบิน ๑ ดาษ ฟ้า ๑๗ คน ๏ แมกอะลิตอร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป คน เดิน สาน แกบิน ๒ ดาษ | ||||||
| ฟ้า ๕ คน ๏ โดริโต บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาน ดาษ ฟ้า ๕๐ คน ๏ ไตจิ๋ว บันทุก สินค้า ต่าง ๆ จีน เดิน สาน | ||||||
| เต็ม ดาษ ฟ้า ๚ะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก ลีโด บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล จีน แล ยิปุ่น ๏ เฮกาดิ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงฆโปร แล | ||||||
| ยุโรป ๏ แมกอะลิศเตอร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๚ะ | ||||||
ม้า แล ตัว ฟ้า
๏ ม้า ตัว หนึ่ง นั้น มี อาน ใหญ่ สำหรับ การ สง คราม ประดับ ตัว อม กัด เหล็ก บังเหียน ห้อ ควบ ตาม ทาง ดั่ง ฟ้า ร้อง แล เสียง ม้า นั้น ใน หว่าง เขา ก็ก ก้อง นัก ม้า ตัว นั้น ยัง ไม่ ได้ ไป ไกล นัก ทัน ตัว ฟ้า เข้า ตัว หนึ่ง ทน ลำบาก บันทุก ของ หนัก บน หลัง ค่อย ๆ เดิน ใน ทาง ที่ ม้า นั้น เดิน มา ภอ ม้า เหน ตัว ฟ้า ก็ ตวาด ร้อง เปน เสียง เจ้า กำเริบ เจ้า จองหอง ว่า จะ เหยียบ ตัว ฟ้า ลง กับ แผ่น ดิน ถ้า ไม่ หลีก ทาง ให้ ตัว ฟ้า นั้น ทน บันทุก ของ มาก นั้น ไม่ อาจ เถียง แต่ เงียบ รีบ หลีก ทาง ให้ ม้า เลย ไป ได้ แต่ นั้น ไป ไม่ สู้ นาน นัก ม้า ตัว นั้น เอง ครั้น ติด ศึก อยู่ ถูก ลูก ปืน ตา บอด เสีย ไป ข้าง หนึ่ง จะ เปน ม้า รบ ต่อ ไป ไม่ ได้ จึ่ง ต้อง ปลด เครื่อง ประดับ เจ้า ของ เอา ม้า นั้น ไป ขาย แก่ คน เคย รับ จ้าง บันทุก ของ หา กิน เมื่อ ม้า นั้น ตก ตำแหน่ง ต่ำ ลง ดังนี้ แล้ว ฟ้า มา พบ เข้า วัน หนึ่ง จึ่ง นึก ใน ใจ ว่า เปน ที่ เรา จะ ว่า ให้ มัน เจบ บ้าง ฟ้า นั้น จึ่ง ทัก ว่า พุทโธ พุทธัง เพื่อน เปน เอง ฤๅ ข้า ก็ ได้ คิด เนื่อง มา แล้ว ว่า ความ จองหอง ของ เจ้า นั้น คง ล้ม สัก คราว หนึ่ง ฯะ
๏ เรื่อง นี้ ส่อน ว่า ความ จองหอง นำ น่า ความ อาย คง ติด ตาม กัน มา ฯะ
๏ เรื่อง นี้ เตือน ว่า ความ จองหอง ใจ กำเริบ เปน เครื่อง ใจ อย่าง หนึ่ง อัน ไม่ ใคร่ จะ ให้ เรา รู้ จัก สมเพช ความ ขัด ยาก ของ เพื่อน มะนุศย์ ถึง จะ เปน คน สูง ตระกูล ฤๅ ต่ำ ตระกูล คน จองหอง นั้น เมื่อ มัน ล้ม ไม่ ใคร่ จะ มี ใคร นึก สมเพช แท้ ฯะ
๏ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สีลม ที่ ตึก คุณ เวต เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤๅ จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เบิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอสปิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ ที่ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา จะ ให้ เปน ทาน ะ
๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา สอง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอียด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไศมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ฯะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไศมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เซี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗ ถึง ๑๘๗๕ ครบ แปด ปี ( จ ห ) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด