
| เล่ม ๔ แผ่น ๒๔ วัน พุฒ เดือน ญี่ แรม ๑๕ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ มี คำ ปุจฉา วิสัชนา มี บาเรียน คน หนึ่ง มา ถาม พวก คฤศเตียน ว่า พระ บาฬี ท่าน กล่าว ว่า ส่มณะโคดม สร้าง พระบารมี มา สี่ อะสงไขย จึ่ง ได้ สำเร็จ ขึ้น เปน พระเจ้า ท่าน มี ความ เชื่อ ฤๅ ไม่ คฤศเตียน ตอบ ว่า พระบารมี สี่ อะสงไขย ใคร เปน ผู้นับ ใคร เปน ผู้ จด จำ จึ่ง ได้ รู้ ซึ่ง ว่า สร้าง พระบารมี มา สี่ อะสงไขย เหตุ ไฉน ท่าน จึ่ง ได้ ไป ตก นรก ถึง หลาย สิบ ปี้ ข้าพเจ้า ได้ ถาม นักปราช ผู้ รู้ ท่าน ว่า บุญ มาก บุญ ชัก เอา ไป บาป มาก บาป ชัก เอา มา ซึ่ง ว่า ท่าน สร้่าง พระบารมี มาก กว่า ท่าน ทำ บาป เหตุ ไฉน ท่าน จะ ต้อง ไป ตก นรก ทำ ไม ซึ่ง ว่า ท่าน ไป ตก นรก นั้น ใคร ให้ ท่าน ไป ตก คือ บาป ฤๅ ให้ ท่าน ไป ตก ซึ่ง ท่าน ขึ้น มา จาก นรก ใคร ช่วย ท่าน ขึ้น มา บุญ ฤๅ ช่วย ท่าน ขึ้น มา ท่าน ก็ ย่อม รู้ อยู่ ว่า บุญ บาป ไม่ มี เนื้อ ไม่ มี ตัว จะ ให้ ตน ไป ตก นรก เอง ขึ้น สวรรค์ เอง ที่ ไหน ได้ เหลือ ปัญญา ที่ จะ เชื่อ ฟัง ซึ่ง ท่าน อ้าง ถึง พระบาฬี ข้าพเจ้า ได้ สืบ เสาะ ใน พุทธ ศาสนา ท่าน ผู้ ได ใคร เปน ผู้ ตบ แต่ง ใคร คน ไร เปน คน เขียน ไว้ ข้าพเจ้า ได้ สืบ เสาะ ค้น หา นัก แล้ว ไม่ ได้ ตัว เลย พระบาฬี จะ เปน คำ พระเจ้า เหตุ ไฉน จึ่ง ได้ กล่าว คำ เหลว ไหล ฟัง ไม่ เข้า หู เลย ดี ร้าย จะ เปน คำ ของ ส นุศิศย์ ช่วย กัน คิด อ่าน ตบ แต่ง จึ่ง ได้ กล่าว คำ ฟัง ไม่ ได้ เลย เรื่อง พระ เจ้า โปรด สัตว ถ้า แม้น ใคร เอา ของ ไป ถวาย ท่าน ฤๅ เอา เข้า ไป ใส่ บาตร ท่าน ก็ โปรด ผู้ นั้น ให้ ไป สวรรค์ ถ้า ใคร ไม่ มี ของ ไป ถวาย ท่าน ๆ ก็ ไม่ โปรด คน ที่ ถือ อย่าง นั้น จึ่ง ได้ รับ สินบน กิน ของ กำนัน ถ้า แม้น ใคร ให้ สินบน ก็ ช่วย ทุระ เขา ถ้า ใคร ไม่ ให้ สินบน ก็ ไม่ ช่วย ทุระ เขา คน ที่ มี เงิน ก็ ได้ มี ของ ถวาย ใส่ บาตร คน ที่ ยาก จน จะ กิน เข้า ไป ก็ ไม่ มี จะ เอา อะไร ไป ใส่ บาตร ข้าพเจ้า จึ่ง เหน ว่า ซึ่ง พระ บาพี่ กล่าว ว่า มนุศย์ เปน พระเจ้า ข้าพเจ้า ฟัง ไม่ เข้า หู เลย ข้าพเจ้า จะ พูด ให้ ท่าน ฟัง พระเจ้า ไม่ ใช่ มนุศย์ ๆ แล้ว ไม่ ใช่ พระเจ้า พระเจ้า ท่าน เปน ต้น เหตุ ท่าน เปน อยู่ เอง ท่าน ต้อง หลับ ตา ตรอง ให้ เหน ใน ใจ จึ่ง จะ รู้ ว่า ลักษณ พระเจ้า อย่าง นั้น ซึ่ง ท่าน วิสัชนา มา ทั้ง นี้ ข้าพเจ้า ก็ เหน จริง ด้วย ท่าน แต่ ข้าพเจ้า จะ ขอ ถาม ท่าน อีก สัก ข้อ หนึ่ง คือ พระบาพี่ ท่าน กล่าว ไว้ ว่า สาระพัด ของ ใน โลกย์ อัน นี้ มัน เกิด เอง เปน เอง เปน ธรรมดา ไป อย่าง นั้น ส่วน ใน คฤศ ศาสนา เหตุ ไฉน จึ่ง ได้ ว่า มี ผู้ สร้าง ขอ ท่าน ได้ วิสัชนา มา ให้ เหน แก่ ตา ข้าพเจ้า สัก หน่อย เถิด คฤศเตียน ตอบ ว่า ซึ่ง จะ ให้ เหน นั้น ไม่ ยาก ดอก คือ ตัว ของ ท่าน ๆ มี บิดา ฤา ท่าน เกิด มา เอง บาเรียน ตอบ ว่า ข้าพเจ้า มี บิดา คฤศ เตียน จึ่ง ได้ ว่า เหตุ ไฉน พระบาพี่ จึ่ง ได้ ว่า มัน เกิด เอง ก็ ถ้า แม้น มัน เกิด เอง ตัว ของ ท่าน ก็ ต้อง ไม่ มี บิดา จึ่ง จะ ว่า มัน เกิด เอง เปน ธรรมดา ซึ่ง ข้าพเจ้า วิสัชนา มา ดัง นี้ ท่าน จะ เหน ว่า มี ผู้ สร้าง ฤา ไม่ ซึ่ง พวก ท่าน หลง เชื่อ ถือ พระบาพี่ พวก ท่าน จึ่ง ไม่ มี ปัญญา พวก คฤศเตียน ถือ คฤศ สาศนา มี ปัญญา รุ่ง เรือง อาจ สามารถ จะ ทำ ของ ได้ ต่าง ๆ นา ๆ ท่าน ก็ ย่อม รู้ อยู่ แก่ ใจ ท่าน คน ถือ พระ บาพี่ ๆ คำ สอน นั้น เปน เท็จ พวก ท่าน จึ่ง ได้ ทั่ว ล้วน แต่ การ เท็จ ถือ น้ำ พิพัฒ สัตยา ว่า ไม่ ฉ้อ ราษฎร บัง หลวง ท่าน เหน ฤา ไม่ ใคร คน ไร ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม บาเรียน ได้ ฟัง แล้ว จึ่ง ได้ ปู ผ้า ลง กราบ ว่า ท่าน วิสัชนา มา ทั้ง นี้ ข้าพเจ้า เหน จริง ด้วย ท่าน แล้ว คฤศ เตียน จึ่ง ได้ สรรเสิญ ว่า บาเรียน คน นี้ ดี เปน คน รู้ ผิด แล ชอบ วิไสย เกิด มา เปน คน จะ ต้อง เรียน รู้ ใน สาศนา ถ้า ไม่ รู้ ใน สาศนา แล้ว ก็ เปรียบ ดุจ สัตว์ ไม่ รู้ ผิด แล ชอบ ข้าพเจ้า จะ ขอ ถาม ความ ท่าน อีก สัก ข้อ หนึ่ง คือ พระ บิดา พระ บุตร พระ วิญาณ เหตุ ไฉน จึ่ง ได้ ว่า เปน พระเจ้า องค์ เดียว ตอบ ว่า พระบุตร พระวิญาณ ออก มา จาก พระ บิดา ถาม ว่า เรา ไม่ เหน แก่ จักษุ จะ ให้ เชื่อ อย่าง ไม่ ได้ ตอบ ว่า ที่ เหน แก่ ตา เชื่อ ก็ มี ที่ ไม่ เหน แก่ ตา เชื่อ ก็ มี ถ้า อย่าง นั้น ขอ ท่าน ได้ วิสัชนา ให้ ข้าพ เจ้า เข้า ใจ คือ บิดา กับ มารดา อยู่ ด้วย กัน มารดา มี ครรภ์ ครั้น แล้ว มารดา คลอด กุมาร นั้น ออก มา กุมาร ไม่ เหน บิดา ครั้น กุมาร นั้น เติบ โต ขึ้น ก็ ว่า อาต มา มี บิดา ถ้า ความ ข้อ นี้ ท่าน ยัง ไม่ เข้า ใจ เรา จะ เปรียบ ให้ ท่าน ฟัง อีก สัก ข้อ หนึ่ง คือ พระ สมณะ โคดม ใน บาพี่ ท่าน ว่า เปน พระเจ้า คือ ตัว ของ ท่าน ๆ ก็ ไม่ เหน รูป ร่าง พระโคดม เหตุ ไฉน ท่าน จึ่ง ได้ มี ความ เชื่อ ฉัน ใด ก็ เปรียบ ดุจ อย่าง เดียว กัน คือ ท่าน มี ความ เชื่อ ใน พระบาพี่ ท่าน ไม่ เอา ปัญญา อัน เลอียด ตฤก ตรอง ดู คือ พระบาพี่ กล่าว ว่า มนุษย์ เปน พระเจ้า แล้ว มนุษย์ ตาย ไป เปน สัตว แล้ว สัตว กลับ มา เปน มนุษย์ ถ้า จริง ดุจ ดั่ง พระ บาพี่ กล่าว พวก ท่าน ทุก วัน นี้ จะ มี กิน เนื้อ มนุษย์ กัน ฤา คำ สอน ใน พระบาพี่ ฟัง แล้ว น่า บัดสี ไช น่า สาศนา พระโคดม มี อยู่ ห้า พัน ปี เท่า นั้น สาศนา พระ ผู้ เปน เจ้า มี อยู่ ชั่ว กับ กัลป ไม่ รู้ สิ้น ไม่ รู้ สุด ท่าน จะ เหน ว่า ข้าง ไหน ยั่ง ยืน เรา จะ กล่าว ถึง คำ เท็จ ใน พระบาพี่ ให้ ท่าน ฟัง คือ เขา พระสุ เมรุ สูง แปด หมื่น สี่ พัน โยชน์ คือ ใคร เปน ผู้ นับ จึ่ง ได้ รู้ อสุริน ทะราหู อาฆาฎ แก่ พระ อาทิตย์ พระ จันทร์ ขึ้น มา จาก แผ่นดิน อ้า ปาก กว้าง สาม ร้อย โยชน์ อม เอา พระ อาทิตย์ พระ จันทร์ เข้า ไป ใน ปาก วิมาน เทวดา ลอย อยู่ บน อากาศ ก็ มี อยู่ บน ต้น ไม้ ก็ มี มี คน ไป ฟัน ต้น ไม้ วิมาน ของ เทวดา จะ มิ พัง ทะ ลาย ลง มา ฤา มนุษย์ แต่ ก่อน จำ ชาติ ปาง ก่อน ได้ เหาะ เหิน เดิน อากาศ ก็ ได้ จำแลง ก็ ได้ เนระมิตร ก็ ได้ ซึ่ง กล่าว มา แล้ว ทั้ง นี้ มี ใน พระบาพี่ เหตุ ไฉน มนุษย์ ทุก วัน นี้ จึ่ง ไม่ มี ใคร ทำ ได้ ว่า แต่ ย่อ ภอ เข้า ใจ ถ้า จะ ว่า ให้ ถี่ ถ้วน ซึ่ง คำ เท็จ มิ จริง มี ใน พระบาพี จะ พรรณา ไป ก็ จะ ยืด ยาว แต่ อุบาสก อุบา สิกา ท่าน ฟัง ภิษุ เทศ นี้ แล้ว ท่าน มี ความ เชื่อ แต่ พวก คฤศเตียน ฟัง แล้ว รำคาน หู ชั่ง ไม่มี ปัญญา ตฤก ตรอง ดู บ้าง เลย คำ สอน เช่น นี้ ฟัง ไม่ เข้า หู เลย บาเรียน จึ่ง ว่า ซึ่ง ท่าน พรรณา มา ทั้ง นี้ ข้าพเจ้า เหน จริง ด้วย ท่าน แต่ จะ ทำ กะไร ได้ ด้วย ปู่ ย่า ตา ยาย เคย ถือ มา อย่าง นี้ ครั้น ตัว ข้าพเจ้า จะ ถือ ตาม ท่าน คน ทั้งหลาย ก็ จะ ติเตียน คฤศเตียน จึ่ง ตอบ ว่า ท่าน เอ่ย พระ ผู้ เปน เจ้า คือ เปน บิดา ของ เรา ทั้งหลาย คือ ท่าน เปน ผู้ สร้าง เรา มา เรา จะ ต้อง คิด ถึง ท่าน บุญ คุณ ของ ท่าน จะ ต้อง กราบ ไหว้ ท่าน ทุก ค่ำ เช้า จึ่ง จะ มี ความ จำเริญ แก่ ท่าน ซึ่ง ท่าน จะ ไป ถือ เอา อิฐ ปูน ทราย มนุศย์ ฤา สัตว เดร ฉาน ว่า เปน พระเจ้า ความ ข้อ นี้ ผิด จริง เปน เที่ยง แท้ ถ้า ท่าน ขืน กราบ ไหว้ ตัว ของ ท่าน ก็ คง ได้ บาป ๚ะ
๏ ท่าน เอดิเตอร์ ซึ่ง ข้าพเจ้า แต่ง คำ ปุจฉา วิสัจนา ว่า ด้วย คฤศ สาสนา กับ พระบาพี ท่าน เปน ผู้ ลง จด หมาย เหตุ คน กรุง สยาม อ่าน แล้ว สิ้น คำ ตอบ แก้ มี คน เชื่อ ใน คฤศ สาสนา มาก ก็ มี มาก แต่ เขา ไม่ อาจ ออก หน้า เขา กลัว คน โต จะ พาน เอา โทษ เขา ขอ ครู สมิท ได้ ออก ให้ ทุก วิก ด้วย สาสนา เบน ของ สำคัญ เกิด มา เปน คน จะ ต้อง รู้ คะดี ธรรม แล้ว จึ่ง จะ รู้ คะดี โลกย์ คน ใน กรุง สยาม ยัง เหลว ไหล ของ จริง ไม่ เชื่อ ไป เชื่อ ของ เท็จ การ ซึ่ง กล่าว มา แล้ว ทั้ง นี้ ถ้า ท่าน รู้ จัก ตัว ท่าน คง เอา โทษ ครู สมิท ช่วย ออก สรรเสริญ ถึง คน ออก เรื่อง เมือง อังวะ คน ๆ นี้ เปน คน ดี มี ปัญญา ยก ขึ้น เปน นักปราช ก็ ใช้ ได้ กล่าว คำ เพราะ เสนาะ หู เปน คะติ ตัก เตือน ชาว กรุง สยาม หา ใคร จะ สู้ ปัญญา ฝี ปาก แต่ง เรื่อง เมือง อังวะ น้อย ตัว คน ที่ จะ สู้ ได้ ขอ ให้ เขา มี ความ จำเริญ ภิณ โย ยิ่ง ๆ เถิด ๚ะ
๏ ขอ ส่ง ความ สงไสย ให้ ครู สมิท ลง ภิมพ์ ใน สยาม ไสมย ใจ ความ ด้วย ศีล ปานา ติบาต นั้น ว่า อย่า ฆ่า สัตว เดรฉาน ให้ จำ ตาย ครั้น ข้าพเจ้า พิเคราะห์ ดู ศีล ข้อ ปานา ติบาต นี้ ก็ เหน เปน อัน มัว หมอง เกี่ยว ข้อง ด้วย ความ สงไสย หนัก หนา เพราะ ข้าพเจ้า มา เหน ว่า ครู ผู้ ที่ สอน ห้าม ไม่ ให้ ฆ่า สัตว เดร ฉาน นั้น ท่าน ก็ เปน ผู้ ฆ่า สัตว เดรฉาน อยู่ เนือง ๆ ซึ่ง ท่าน จะ มา สอน ห้าม ผู้ อื่น ไม่ ให้ ฆ่า สัตว เดร ฉาน นี้ เปน ที่ พิศวง สงไสย ยิ่ง นัก หนา เพราะ เหตุ ครู ผู้ นั้น ท่าน ไม่ รู้ ว่า น้ำ มี สัตว เดรฉาน ตัว เลอียด ติด อยู่ ใน น้ำ เปน ธรรมดา ท่าน จึ่ง มา หลง ละเมอ เพ้อ สอน ว่า ฆ่า สัตว เดรฉาน เปน บาป นี่ แนะ ดู กร ท่าน พึ่ง รู้ เกิด ถึง มา หลง ว่า ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด จะ เอา ผ้า ชำมะกะรก ตรอง น้ำ ปราถนา จะ ให้ น้ำ ปราศ จาก ตัว สัตว เดรฉาน นั้น ไม่ ได้ เปน อัน ขาด เด็ด ถ้า ท่าน ไม่ เชื่อ ก็ พึ่ง เอา แว่น แก้ว ชาว ยุโรป ส่อง ดู สัตว ที่ เหน ด้วย ตา เปล่า ไม่ ได้ นั้น มา ส่อง ดู ที่ ตรอง ด้วย ผ้า ทำ มะกะรก แล้ว นั้น ท่าน ก็ จะ เหน ตัว สัตว เดรฉาน เต้น ยั้ว ไป ใน น้ำ เพราะ เหตุ นี้ จึ่ง ว่า สาศนา ที่ ส่อน ว่า ฆ่า สัตว เดรฉาน เปน บาป นี้ ก็ เปน เหมือน ดั่ง สาศนา บอด อยู่ เอง ทำมะดา เกิด มา เปน มะนุศย ต้อง ฆ่า สัตว เดรฉาน ด้วย อาการ ดื่ม กิน น้ำ นั้น ทุก ๆ คน ข้าพะเจ้า กล่าว ทั้ง นี้ ถ้า ท่าน สืบ พิจรณา เหน จริง ว่า น้ำ มี ตัว สัตว ตรอง น้ำ ให้ พ้น ตัว สัตว เดร ฉาน ไม่ ได้ จริง เช่น นี้ แล้ว ฤา ครู ท่าน จะ แก้ ตัว ว่า อะลัญจิจะ ไม่ แกล้ง ไม่ บาป แก้ เช่น นี้ ข้าพะเจ้า จับ ได้ ว่า เปน คำ เทจ โกหก ร่อน ๆ เปน คำ ล่อน ของ ครู เหลว ไหล หลาย ข้อ ไม่ สม ต้น สม ปลาย คือ ดั่ง นี้ เพราะ ครู ได้ สอน ไว้ มี ใน บาพี ข้อ หนึ่ง ว่า สีกา ยายชี คน หนึ่ง เย็บ ผ้า เขม ไป ถูก ตัว เลน ตาย โดย ใจ ไม่ แกล้ง แล้ว เลน นั้น มัน มา เกิด เปน มนุศย เปน พราน เที่ยว ฆ่า สัตว หา เนื้อ เปน อาหาร กาละ นั้น พราน เลน คน นั้น ไป แลวง หา เนื้อ ใน ป่า สีกา ยาย ชี ที่ ทำ เลน ตาย โดย ไม่ แกล้ง นั้น ก็ เดิน ไป เที่ยว ตาม ราว ป่า แล เหน พราน เลน นั้น เดิน มา สีกา ยายชี ก็ กระนก ตก ใจ กลัว พราน เลน ผู้ นั้น แล้ว ยายชี หลบ หลีก เข้า ไป แอบ ใน สุ่ม ทุม พุ่ม หญ้า ป่า ไม้ พราน เลน เหน สำคัญ ว่า เปน เนื้อ สมัน กวาง พราน เลน ก็ เอา หอก แทง ยายชี ตาย โดย ถาน ไม่ แกล้ง เหตุ นี้ ก็ เพราะ เวรา กรรม ที่ ทำ ให้ เลน ตาย โดย ใจ ไม่ แกล้ง นั้น มา บันดาล ให้ เปน ไป เช่น นี้ ก็ ซึ่ง ครู จะ แก้ ว่า ไม่ แกล้ง ไม่ บาป นั้น จะ ว่า กะไร เล่า นักปราช เขา จะ ปรับ ว่า สาศนา พ่อ ลวง แท้ จริง ศีล ปานา เช่น ว่า มา นี้ ก็ ตั้ง ไว้ เปน เค้า เปน มูล ปฏิกูล เน่า สูญ ไม่ เปน แก่น สาร ดั่ง ว่า มา นี้ แก้ สัก ที เถิด นะ ท่าน ฉัน อยาก ฟัง สำนวน ลังกา จะ ว่า กะไร ฯะ
๏ กอดิง—มิศเตอร์ อี กอดิง เปน อะซิซแตนด ที่ หนึ่ง ที่ ราชทูต อังกฤษ ถึง แก่ กรรม ณวัน อังคาร เดือน ยี่ แรม สิบสี่ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก จุลศักราช ๑๒๔๗ ท่าน เปน โรค ไม่ สู้ แขง แรง หลาย เดือน มา แล้ว ได้ ฝั่ง ศพ ที่ ป่าช้า ปรอเตซเตนต์ เซะมิเตรี่ เวลา บ่าย สี่ โมง วัน นั้น เอง ฯะ
๏ วัน อาทิตย เดือน ยี่ แรม สิบสอง ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ศักราช ๑๒๔๗ ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน เอดิ ตอร์ ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า ลง มา คำนับ ท่าน เมื่อ ณวัน พุฒ เดือน ยี่ แรม แปด ค่ำ ฟัง ถ้อย คำ ของ ท่าน พูด จา เปน ที่ ยินดี ใน ใจ มาก ข้าพเจ้า สืบ ถาม ด้วย เรื่อง ปากลัด น้ำ เค็ม นั้น สม กับ ถ้อย คำ ของ ท่าน ที่ ลง ใน สยาม ไสมย จริง ๆ ข้าพเจ้า ขอ ให้ ท่าน ลง ใน สยาม ไสมย มี ความ เรื่อง หนึ่ง ว่า ด้วย การ ภาษี ฝิ่น เดิม ภาษี ฝิ่น เปน ภาษี ผูก ขาด พระภาษี สม บัติ บริบูรณ ซึ้ง เปน ที่ พระยา พิสณ สมบัติ บริบูรณ ทำ บ้าง พระยา โชฎึก พุก ทำ บ้าง เงิน ภาษี เพียง สี่ พัน ชั่ง ห้า พัน ชั่ง เท่า นั้น จะ เอา เงิน เพียง หก พัน ชั่ง ก็ ไม่ ได้ สมเด็จ เจ้า พระยา บรม มหาศรี สุริยวงษ ซึ่ง สำเร็จ ราชการ แผ่นดิน ท่าน เปน อธิบดี จัด การ ภาษี ฝิ่น จึ่ง ยก ภาษี ฝิ่น มา ทำ เปน คอเวินแมนต์ ท่าน ให้ นาย นุด อาหาร บริรักษ เมื่อ ยัง ไม่ ต้อง โทษ เปน ผู้ จัด การ ภาษี ฝิ่น ครั้น นาย นุด อาหาร เปน โทษ โปรด ให้ พระสุรินทรา มาตย ซึ่ง เปน พระยา พิพิธ โภไคย สวริย เปน ผู้ จัด การ ภาษี ฝิ่น ต่อ มา แล้ว พระ นรินทร์ ราชเสนี ปลัด บาญชี กรม พระ กระลาโหม จัด การ ภาษี ฝิ่น ชั้น ที่ ๓ ก็ มี ผล ประโยชน์ มาก แต่ เงิน ภาษี ฝิ่น ไม่ จำเริญ ขึ้น ได้ ได้ เงิน ภาษี เสมอ ปี ละ หมื่น ๑ บ้าง ๒ หมื่น บ้าง ๓ หมื่น บ้าง จะ เอา เงิน ฝิ่น เพียง ปี ละ ๑๕๐๐๐ ชั่ง ก็ ไม่ ได้ เพราะ ฉะนั้น พระราช ทรัพย ของ หลวง จึ่ง ไม่ จำเริญ ขึ้น ได้ ตก ต่ำ ไป ๚ะ
๏ ครั้น จำนวน ปี ระกา สัปตศก นี้ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง เหน ว่า พระยา เทพ ประชุนห์ เปน ปริวีเคาน์ซิลลอร์ ราช ปลัด ทูล ฉลอง กรม พระกระลา โหม เปน คน ซื่อ ตรง มี ความ กะตัญญู ต่อ แผ่นดิน มาก แล้ว ก็ กว้าง ขวาง ชำนิ ชำนาญ ใน การ ภาษี อา กร จึ่ง โปรด เกล้า ฯ ให้ ยก พระนรินทร์ เสนี ออก เสีย จาก ที่ กำกับ ภาษี ฝิ่น ให้ พระยา เทพ ประชุนห์ เปน ผู้ จัด การ ภาษี ฝิ่น ๆ มี ความ เจริญ ขึ้น มาก กว่า แต่ ก่อน พระยาเทพ ประชุนห์ ฯ ส่ง เงิน ภาษี เดือน ละ ๑๕๐๐ ชั่ง เสมอ ทุก เดือน คิด ดู ปี หนึ่ง เงิน ถึง ๑๘๐๐๐ ชั่ง มาก กว่า ท่าน ที่ ทำ มา แต่ ก่อน ทั้ง สาม ท่าน การ เปน ดัง นี้ ก็ เพราะ อำนาจ พระบารมี ของ พระเจ้า แผ่นดิน จัด ใช้ คน ถูก จะ หา ขุนนาง ที่ ซื่อ ตรง กะตัญญู ต่อ แผ่นดิน เหมือน พระยา เทพ ประชุนห์ น้อย ตัว นัก บัด นี้ ทราบ ข่าว ว่า มี ผู้ จะ รับ ผูก ขาด ภาษี ฝิ่น ไป ทำ อีก จะ ถวาย เงิน ปี ละ สอง หมื่น ชั่ง ๚ะ
๏ จึ่ง มี คำ ถาม ว่า แต่ ก่อน เงิน ภาษี ตก ต่ำ น้อย นัก จะ เอา เสมอ ปี ละ ๑๕๐๐๐ ชั่ง ก็ ไม่ ได้ เหตุ ใด จึ่ง ไม่ มี ผู้ คิด จะ ทำ ต่อ พระยา เทพ ประชุนห์ เปน ผู้ จัด การ ภาษี ฝิ่น เงิน จึ่ง จำเริญ ขึ้น ถึง ๑๘๐๐๐ ชั่ง จึ่ง มี ผู้ คิด จะ ทำ ดัง นี้ มิ เปน การ อิจฉา ฤา ๚ะ
๏ ผู้นั้น ตอบ ว่า เมื่อ ครั้ง ก่อน เงิน ภาษี ตก ต่ำ นั้น จะ อธิบาย ความ ให้ เข้า ใจ แต่ เดิม นั้น ใน กรุง เทพ ฯ ก็ มี เรือ เมล์ แต่ ลำ เดียว คือ เรียก ชื่อ ว่า เรือ เจ้า พระยา พระภาษี สมบัติ บริบูรณ เปน ผู้ จัด การ ค้า ขาย แต่ ก่อน กับ เดียว นี้ ก็ ผิด กัน มาก บัด นี้ บ้าน เมือง มี ความ เจริญ ขึ้น ด้วย การ ค้า ขาย แล สิน ค้า ต่าง ๆ เรือ เมล์ เมือง นอก เข้า ออก ก็ มาก อย่าง หนึ่ง อย่าง หนึ่ง พวก จีน ก็ เข้า มา อยู่ มาก กว่า แต่ ก่อน หลาย เท่า เพราะ บ้าน เมือง มี ความ เจริญ อย่าง หนึ่ง พวก ไทย สูบ ฝิ่น ชุก ชุม มาก ขึ้น ชั้น ที่ สุด ผู้ หญิง ก็ สูบ ฝิ่น มาก ขึ้น พวก นี้ เขา คิด เหน ว่า แต่ ก่อน เปน ภาษี ผูก ขาด ไม่ มี ผู้ ใด จะ ข้อย สูบ ฝิ่น ครั้น ทำ เปน ภาษี คอเวอนแมนต์ เขา จึ่ง ชัก ชวน กัน สูบ ฝิ่น เพราะ เขา เกิด อยู่ ใน แผ่นดิน สยาม เขา คิด ช่วย ส่ง เงิน เพิ่ม เติม พระราช ทรัพย ของ หลวง ๚ะ
๏ ประการ หนึ่ง จะ ชี้ แจง ให้ เข้า ใจ ใน อย่าง ต่ำ ๆ ที่ สุด โรง คน หา เงิน เดี๋ยว นี้ กับ แต่ ก่อน ผิด กัน มาก คน มาก ขึ้น อึก หลาย พัน คน ขุนนาง แล พระยา เจี้สัว คน ที่ ดี มี ทรัพย แล ราษฎร ไพร่ บ้าน พล เมือง พา กัน เที่ยว โรง ผู้ หญิง มาก เพราะ เปน การ เล่า ยั้ว ของ เขา ถ้า เข้า ไป ใน โรง ห้อง ผู้ หญิง ถึง ไม่ นอน คืน ก็ คุย เตง คือ สูบ ฝิ่น ใน ห้อง ผู้ หญิง เสีย เงิน ค่า ฝิ่น ๒ บาท บ้าง ๓ บาท บ้าง ๔ บาท บ้าง ทั้ง ไทย ทั้ง จีน เปน การ ดัง นี้ เงิน ภาษี ฝิ่น จะ ไม่ มาก ขึ้น อย่าง ไร ๚ะ
๏ อีก ข้อ หนึ่ง เงิน ภาษี อากร บ่อน เบี้ย แล หวย ก็ ดี ลด ลง ทุก ปี ฤา ขึ้น ทุก ปี มี แต่ ขึ้น ทุก ปี มิ ใช่ ฤา ว่า แต่ ใน ตา เหน เร็ว ๆ นี้ แต่ ก่อน หวย กับ บ่อน เบี้ย อยู่ ด้วย กัน เงิน ก็ เพียง ๓ พัน ชั่ง ๔ พัน ชั่ง เท่า นั้น ก็ ไม่ มาก ขึ้น ไป ได้ ครั้น โปรด ให้ แยก หวย ต่าง หาก บ่อน เบี้ย ต่าง หาก เงิน หวย ปี หนึ่ง ถึง ๘ พัน ชั่ง ๙ พัน ชั่ง เงิน บ่อน เบี้ย ถึง หมื่น เสศ ก็ การ เปน ดัง นี้ เงิน ฝิ่น จะ ไม่ ขึ้น มาก อย่าง ไร เขา เหน การ ดัง นี้ จึ่ง คิด ทำ ได้ สอง หมื่น ชั่ง ๚ะ
๏ จึ่ง มี ผู้ ถาม ว่า ถ้า ทำ ๒๐๐๐๐ ชั่ง ได้ จริง เหมือน อย่าง ว่า แล้ว จะ คิด กัน เอา เงิน หลวง ไว้ ใช้ ดอก กระมัง กลัว จะ ไม่ ส่ง เงิน เหมือน พระยา เทพ ประชุนห์
๏ ผู้นั้น จึ่ง ตอบ ว่า ธรรมดา ทำ ภาษี อากร ก็ ย่อม ทราบ อยู่ ด้วย กัน ไม่ มาก ก็ น้อย คง จะ ต้อง เปน หนี้ หลวง บ้าง ไม่ รู้ ฤา ว่า กฎหมาย หอ ว่า ด้วย การ ภาษี การ อากร นั้น ให้ ส่ง เงิน ล่วง น่า สาม เดือน แต่ ต้อง ส่ง ทุก เดือน ถึง เดือน ที่ เก้า จึ่ง หัก เงิน ล่วง น่า สาม เดือน ให้ การ เปน ดัง นี้ มิ ใช่ ฤา ทำ ไม เงิน จึ่ง ค้าง ได้ เล่า กฎหมาย หอ เสี่ย ธรรมเนียม เสีย แล้ว เงิน หลวง ก็ หา ใคร่ จะ ได้ ไม่ การ ทั้ง นี้ ก็ เปน เพราะ เจ้า พนักงาน เหน แก่ อามิศ มิ ใช่ ฤา เงิน หอ ค้าง ได้ ก็ ไม่ ใคร จะ ถึง ราย ละ พัน ชั่ง ถ้า โปรด ให้ ทำ ฝื่น แล้ว คง ค้าง ได้ ใน อย่าง น้อย ปี หนึ่ง เพียง ๓ พัน ชั่ง ๔ พัน ชั่ง เปน แน่ เอา เงิน ส่ง ไป ทำ ตึก แล ไร่ นา ที่ เมือง จีน โดย สบาย ถ้า ตึง ตัว เข้า เมื่อ ได ก็ คิด เซ้าโถ่ เท่า นั้น ๚ะ
๏ ใน การ นี้ ขอ ท่าน เอไดตอร์ โปรด เรียบ เรียง ลง พิมพ์ สยาม ไศมย ใน วิก นี้ ให้ จง ได้ ขอ ท่าน พิ เคราะห์ ความ ข้อ ใด จะ เหน ควร แล ไม่ ควร นั้น สุด แต่ ท่าน เปน การ จริง ดัง นี้ ๚ะ
๏ ความ นี้ เปน ความ ของ ชาว สยาม มา พูด ขอ ให้ ท่าน ผู้ มี ปัญญา รัก บ้าน เมือง กับ เพื่อน มนุศย์ ตฤก ตรอง ดู จะ ยัก ธรรมเนียม อย่า ให้ ลูก บ้าน ลูก เมือง แล คน เข้า มา พึ่ง พระบรม โพธิ สมภาร เสีย เช่น ว่า มา นี้ จะ ไม่ เปน การ กุศล การ งาม แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง แล อณา ประชา ราษฎร ตลอด พระ ราช อาณา เขตร ฤา ถ้า ยัก ธรรมเนียม ไม่ ดี นี้ ไป ได้ คน ทั้งปวง คง ชม สรรเสริญ ผู้ คิด ยัก ตั้ง ธรรมเนียม ดี ขึ้น นั้น เปน อัน มาก เอไดตอร์ ๚ะ
จริง เถียง ไม่ ได้
มนุศย์ ซึ่ง พระบรม เจ้า ได้ สร้าง นั้น จะ ตั้ง ตัว เปน ตระลาการ บังคับ พระบรม เจ้านั้น ไม่ ได้ ๚ะ
๏ ถ้า พระเจ้า สั่ง มนุศย์ อย่าง ไร ถ้า มนุศย์ ไม่ ทำ ตาม ผู้ ไม่ ทำ ตาม นั้น เปน กระ บถ ต่อ พระบรม เจ้า๚ะ
๏ ถ้า พระบรม เจ้า บัง คับ สั่ง แล้ว ควร ประ พฤติ ตาม กัน ทั่ว กัน ๚ะ
๏ ถ้า มนุศย์ บังคับ ผู้ ที่ ท่าน บังคับ นั้น จะ ตาม ก็ ได้ จะ ไม่ ตาม ก็ ได้ ถ้า ไม่ ถูก กัน ไม่ ชอบ กัน จะ ไป คน ละ ต่าง หาก ก็ ได้ ถ้า ลง สู้ กัน ท่าน ผู้ มี ปัญญา มี กำลัง มาก กว่า กัน คง ชะนะ ถ้า ผู้ ชะนะ นั้น เปน คน บังคับ แต่ การ ควร ไม่ มี ใคร จะ ติ เตียน เขา ถ้า ผู้ ชะนะ นั้น บังคับ การ ไม่ ควร แล้ว แล เรา จำ ต้อง ตาม เขา คน ทั้ง ปวง จะ นิน ทา เขา ว่า เปน ร้าย ข่ม เหง เขา เปล่า ๆ ๚ะ
๏ ไม่ มี ใคร อัน บังคับ มนุศย์ ทั่ว กัน ได้ นอก จาก พระ ผู้ ได้ สร้าง ผู้ เปน เจ้า ของ นั้น เพราะ พระ เจ้า มี สรรพ ริทธ ทำ โทษ พูน บำ เหน็จ ได้ ทั่ว กัน ตลอด ใน ปัจุบัน ใน อะนา คต ด้วย ๚ะ
๏ จำ ต้อง มี ต้น เหตุ จึ่ง จะ มี ของ บัง เกิด ขึ้น ได้ ต้น เหตุ นั้น สิ่ง เดี่ยว เปน เอง ของ อื่น ๆ หมด มี ขึ้น เพราะ ต้น เหตุ นั้น ๚ะ ๏ มนุศย์ ใน โลกย์ นี้ ที่ มี ปัญญา เหน ว่า ต้น เหตุ นั้น เปน เอง เพราะ เปน ต้น เหตุ จึ่ง เปน พระ เจ้า ผู้ สร้้าง ๚ะ
๏ คน อัน ไม่ มี ปัญญา เลอียด คิด ไม่ ถึง ต้น เหตุ คน ที่ ซื่อ ๆ นั้น มัก รับ ว่า ไม้ รู้ สิ่ง นี้ นั้น แต่ คน บิด ๆ บัง ความ โง่ มัก ว่า ของ นี้ นั้น เกิด เอง ไม่ ชอบ อยาก ตัด สำนวน มิ ให้ อ้าง ถึง ต้น เหตุ ที่ ลึก ซึ้ง เกิน ตัว จะ รู้ ไป ไม่ ได้ ตลอด ๚ะ
ณวัน จันทร เดือน ยี่ แรม ล่อง ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๔ เปนซ ๖ อัฐ
เงิน โปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๕ เปนซ ๑ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๙๕ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน ยี่ ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ เออะละ กานาวอน ลา เลิก จาก ตำแหน่ง เปน ลอด ลุ เตนแนนต์ ออฟ ไอออรแลนด์ ๚ะ
๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน จันทร เดือน ยี่ ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ พวก คฤศ แล พวก เซอรเวี่ย ไม่ ยอม เลิก ถือ เครื่อง อาวุธ ตาม คำ ร้อง ขอ ของ ประเทศ อัน มี กำลัง ๚ะ
๏ เมือง ไกโร วัน จันทร เดือน ยี่ ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ พวก กระบถ อัน อยู่ รอบ เมือง ซุอะกิม แสดง ความ ว่อง ไว อึก ๚ะ
๏ เมือง ปารีศ วัน จันทร เดือน ยี่ ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ พวก มินิศตรี่ ได้ กล่าว แสดง ความ ใน เซเนต์ แล ใน แจม เบอร์ ออฟ เดปูตี้ ว่า คอเวินแมนต์ จะ รับ กระทำ ทุระ จัด การ คุ้ม ป้อง กัน รักษา ประเทศ ตอนกวิน แล เกาะ มะดะคาซการ แต่ จะ ไม่ จัด กอง พลรบ ออก อีก ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน ยี่ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ เออะละ กานาวอน แสดง ความ ว่า มิ ได้ ลา ออก จาก ราชการ เพราะ ความ ไม่ เข้า เหน กัน กับ เพื่อน ราชการ ด้วย กัน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ยี่ แรม ค่ำ หนึ่ง คอเวินแมนต์ รูเชีย ขอ ให้ ทำ การ ต่อ ไป อีก เพราะ พวก คฤศ แล พวก เซอร์เวี่ย ไม่ เลิก ถือ เครื่อง อาวุธ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ยี่ แรม ค่ำ หนึ่ง พวก ลูก ค้า ซแตรต เซตเตลแมนท์ อัน อยู่ ใน กรุง ลันดัน ได้ ชุม นุม เลี้ยง เจ้า ซุลตัน โยโฮร์ วาน นี้ เปน การ คำนับ ลา ท่าน มิศเตอร์ ดับเบลยู แฮช รีด นั่ง เปน หัว น่า คน ที่ ถูก เชิญ มา ชุมนุม กัน ใน การ เลี้ยง กัน นั้น คือ เซอร แอนดรู กลาก เซอร รุเทอรฟอด อัลกอก อัดมิรัล เคบเปล แล อัดมิรัล ชุวิด แล มิศเตอร์ เปรมซตน ด้วย ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน ยี่ แรม ส่อง ค่ำ ได้ เปิด ปาเลี่ยแมนต์ วัน นี้ สมเดจ พระบรม นาง กวีน เสด็จ ออก ลอด แจ น เซลลอร จึ่ง ได้ อ่าน สปีจ ของ กวีน ความ สำคัญ ว่า ด้วย การ ซึ่ง เปน อยู่ แล มี ใน เกาะ ไอเออร์แลนด์ แล เปน ที่ แสดง เหน ว่า ซึ่ง จะ ให้ มี การ วุ่น วาย ฝ่าย แครต บริแตน ไอเออร์แลนด์ เปน ที่ ขัด ขวาง พระไทย เปน อัน มาก แล เตือน ให้ เพิ่ม เติม กำ ลัง กำกับ ปราบ การ บอยกอตติง แล การ ขู่ อย่าง อื่น ๆ ใน คำ สปีจ นั้น ยอม จะ ให้ แก่ การ ตรอง การ ใน ตำบล ต่าง ๆ ทั้ง ใน ประเทศ อิงแลนด์ แล ไอเออร์ แลนด์ ๚ะ
๏ ใน เฮาซ ออฟ ลอดซ์ พอ ทุ่ม เถียง กัน เล็ก น้อย ได้ โวต ยอม คำ ตอบ สปีจ ของ สมเดจ พระบรม นาง กวีน ๚ะ
๏ คราว ทุ่ม เถียง กัน ใน เฮาซ ออฟ กอมมันซ์ มิศ เตอรแกลดซโตน เสียดาย ที่ จะ คิด งด รอ การ เถียง กัน ใน ราย ตรอง การ เอง ใน ตำบล ต่าง แล้ว ท่าน เตือน ให้ อุส่าห์ ฟัง เรื่อง ความ ของ พวก โฮมรูเลอร์ ๚ะ
๏ ได้ ตั้ง ไรต ฮอนอะระเบล ดับเบลยู แฮซ สมิท ให้ เปน จีฟ เซกริตรี่ สำหรับ ไออร์แลนด์ ๚ะ
๏ กล่าว กลอน สอน โกลย์ ล้วน แก่น สาร ๏ ศุภะ พจน์ พิ เศศ หวาน สุด ไซร้ ๏ ภา ให้ ฉลาด อาจ หาญ เหตุ ชั่ว ดี แฮ ๏ สิต เร่ง ศึก ษา ไว้ ไล่ ห้อง หฤทยา ๚ะ
๏ รู้ ยาว ยาว ให้ โอ่ เอก อุ ๏ รู้ สั้น สั้น พอ จุ อรรถ แจ้ง ๏ รู้ หาญ อย่า หาญ ดุ ตี ด่า ท่าน นา รู้ ขลาด ขลาด ดั่ง แร้ง สิ่ง ร้าย ฤา ทำ ๚ะ
๏ อยู่ ทับ ที่ มืด ด้วย โมหา ๏ มี่ ไฟ คือ วิทยา ส่อง ไว้ ๏ จะ ไป จาก โลกา ละ โลกย์ นี้ พ่อ ๏ มี่ เพื่อน คือ บุญ ไซร้ จึ่ง ได้ ไป ดี ๚ะ
| แต่ วัน อังคาร เดือน ยี่ แรม ๗ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ยี่ แรม ๑๔ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เส่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เส่า ก ส ค แทน กำปั่น เส่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๘๙ | ไวตะ | วินดซอ โรซ แอน โก | นิมคะ | แรม ๘ ค่ำ |
| พระจอม เกล้า | ก ๒ ค อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ซแตรตตัน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | แรม ๑๑ ค่ำ |
| ไตจิ๋ว | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | นุตัน | วินดซอ โรซ แอน โก | ซัวเถา | แรม ๑๓ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๙ | ไฮดะ | บาน ฮอง ลอง | สิงคโปร | แรม ๑๑ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๘๙ | ไวตะ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงคโปร | แรม ๑๓ ค่ำ |
| มงกุฎ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | ดอฟ | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | แรม ๑๕ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า พระจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ ไตจิ๋ว บันทุก สินค้า ต่าง ๆ จีน เดิน สาน ดาษฟ้า ๒๕ คน ๚ะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก มงกุฎ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล จีน แล ยิปุ่น ๏ บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงค | ||||||
| โปร แล ยุโรป ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๏ มงกุฎ มี จีน เดิน สานดาษ ฟ้า เข้า มา | ||||||
| ๑๕ คน วิก ก่อน นั้น ๏ บอนิโอ มี คน เดิน สาน แกบิน ๑๑ คน ดาษฟ้า ๑๑ คน วิก ก่อน นั้น ๚ะ | ||||||
๏ ข้าพเจ้า ผู้เจ้า ของ ที่ ขอ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า จะ ขาย ที่ บ้าน ที่ สวน แห่ง หนึ่ง มี เรือน ปั้น หยา ด้วย ที่ นั้น กว้าง ไป ตาม แม่ น้ำ ๓ เส้น สูง ขึ้น ไป ๓ เส้น ตั้ง อยู่ ตรง วัด คลอง ภูม ข้าม ใต้ ปาก ลัด ใน สวน นั้น มี ผล ไม้ ต่าง ๆ ถ้า ท่าน ผู้ ใด จะ ต้อง การ ขอ เชิญ ไป หา ไถ่ ถาม ที่ บ้าน คุณ พลอย อยู่ หลัง บ้าน หลวง บำรุง ราชากร เถิด (๔ ห) ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ ฮองกอง เดลี่ เป รด
๏ จดหมาย เหตุ ไชนิศ เดลี่ เป รด
๏ จดหมาย เหตุ ไชนา โอเวอ แลน เตรดรี่ ย ปอด
๏ หนังสือ กรม ไปรสนีย เรียก ว่า กร่อนิเกอ แอน ไดเรตดรี่ย สำหรับ ประเทศ ๚ะ
๏ เมือง จีน เมือง ญี่ปุ่น เมือง มะลิลา เมือง ไซ่ ง่อน เมือง สิงคโปร์ เมือง ปีนัง ข้าพเจ้า นาย ห้าง แรม เซ แอน กัมปะนี ขอ ประกาศ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทั้ง ปวง ทราบ ทั่ว กัน ด้วย ว่า ข้าพเจ้า ได้ รับ ธุระ เปน เอเยนต์ สำหรับ ที่ จะ ขาย จดหมาย เหตุ แล หนังสือ กรม ไปรสนีย ต่าง ประเทศ นั้น ถ้า แล ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด จะ ต้อง การ ด้วย หนังสือ นี้ ขอ เชิญ ท่าน มา สั่ง ที่ ห้าง ข้าพเจ้า ประกาศ มา ให้ ท่าน ทราบ ด้วย(๓ ห) ๚ะ
๏ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สี่ลม ที่ ตึก คุณ เวต เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤา จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เบิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอส์บีตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ฃอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ ที่ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา จะ ให้ เปน ทาน ๚ะ
๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ฃอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา สอง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอียด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด (จ ห) ๚ะ
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลุก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๔๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เซี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด