
| เล่ม ๔ แผ่น ๒๕ วัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น เจ็ด ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น ห้า ค่ำ เวลา เช้า กำมตัน ให้ ใช้ จักร ออก จาก อ่าว แล้ว หยุด พัก ยิง สลุด สิบ เก้า นัด ทหาร ที่ ป้อม สลุด ตอบ สิบ เก้า นัด แล้ว ใช้ จักร มา จาก เมือง สุวิตตะ เวย์เกีย แล้ว ออก ภุก แล ไม่ เหน ฝั่ง เก้า วัน ๚ะ
๏ ณวัน จันทร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบ ค่ำ เวลา สองทุ่ม เสศ เรือ มา ถึง ปาก อ่าว เมือง อาเล็ก ซันตรี กำมตัน ว่า เวลา นี้ เปน เวลา ค่ำ ไม่ มี ผู้ นำ ร่อง จะ เข้า ไป ใน อ่าว นั้น ไม่ ได้ ต้อง ใช้ จักร แล่น เก้า อยู่ จน สว่าง ๚ะ
๏ ครั้น รุ่ง ขึ้น ณวัน อังคาร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ เวลา เช้า กำมตัน ให้ ชัก ธง ช้าง เผือก ขึ้น เสา กลาง ธง ฝรั่งเสศ ขึ้น ปลาย เพลา โกซี เสา ท้าย แล้ว เจ้า ท่า ออก ไป นำ ร่อง เข้า มา ใน อ่าว ทอด สมอ แล้ว ๆ ชัก ธง เด็ก ขึ้น เสา น่า ทหาร ยิง ปืน สลุด ธง ยี่ สิบเอ็ด นัด ทหาร ปืน บน ป้อม ยิง สลุด ตอบ ยี่ สิบเอ็ด นัด มองเซอ มิศเด ฝรั่งเสศ ผู้ สำเร็จ ราชการ เรือ รบ ที่ ท่า อาเล็กซันตรี แล ท่า สุวิต มิศ หับบีบเบ ขุนนาง กรม ท่า เมือง อาเล็ก ซันตรี สำหรับ กำกับ ทูต ต่าง ประเทศ กงซุล ฝรั่ง ที่ สยง มา ทัก ถาม ทูตานุทูต ที่ เรือ อัศโมเด ครั้น เวลา บ่าย สอง โมง เจ้า เมือง อาเล็กซันตรี จัด เรือ โบด สาม ลำ มา รับ ทูตานุทูต ขึ้น เมือง อาเล็กซันตรี ทูตานุทูต แต่ง ตัว ตาม บันดา ศักดิ์ แล้ว เชิญ พระราช สาสน์ สม เด็จ พระเจ้า ยำเปรอ ใส่ พาน ทอง สอง ชั้น เชิญ ลง เรือ โบด พร้อม ด้วย ทูตานุทูต กำมตัน เมื่อ แตรัด กับ ออฟ พีเซอ แต่ง ตัว ตะพาย ดาบ คำนับ ทุก คน ทหาร ถือ ปืน ไฮแฟบ ยืน คำนับ ส่ง ทูต สอง แถว ๆ ละ สิบ สอง คน ทหาร ขื้น ยืน เพลา ร้อง หิบ อำเปรอ คำนับ พร้อม กัน สาม ครั้ง เรือ รบ ฝรั่งเสศ ซึ่ง ทอด อยู่ ใน อ่าว สอง ลำ ทหาร ก็ ขื้น ยืน บน เพลา ร้อง หิบ อำเปรอ สาม ครั้ง เหมือน กัน แล้ว ทหาร เรือ อัศโมเด ยิง ปืน ใหญ่ สลุด ส่ง ทูต สิบ เก้า นัด ครั้น ทูต ถึง ท่า แล้ว ทหาร ที่ ป้อม ยิง สลุด รับ สิบ เก้า นัด เจ้า เมือง จัด รถ เทียม สี่ ม้า รถ หนึ่ง เทียม สอง ม้า สอง รถ รับ พระราช สาสน์ แล ทูตานุทูต มา อยู่ บ้าน หลวง ที่ ทูต อยู่ ครั้ง ก่อน ครั้น เวลา ค่ำ กงซุล ฝรั่งเสศ ที่ เมือง มอง เซอ มิศเด เปน กัปตัน เอศโซ สำหรับ บังคับ เรือ รบ ท่า อาเล็กซันดรี่ ท่า สุเวด มา ทัก ถาม ทูตานุทูต ที่ พัก กงซุล บอก ว่า เมื่อ วัน ศุกร เดือน สิบเอ็ด ขื้น เจ็ด ค่ำ น้ำ เหนือ มาก หลาก มา ท่วม ป่า ท่วม ทุ่ง ทาง รถ ไฟ ไป เมือง ไกโร นั้น พัง เสีย ห้า แห่ง น้ำ ก็ ยัง ไม่ ลด รถ ไฟ ไป มา ไม่ ได้ จะ ต้อง ขอ เรือ กลไฟ เล็ก ของ เจ้า ไก โร ซึ่ง ใช้ อยู่ ใน กลาง ทะเล มา รับ ทูตานุทูต ไป ทาง เรือ ราชทูต ตอบ ว่า ทาง บก มา ครั้ง หนึ่ง แล้ว กลับ ไป ทาง เรือ ดี จะ ได้ เหน ภูม ลำเนา บ้าน เมือง ต่าง ๆ แล้ว ราชทูต ถาม มิศ หับบีบเบ ว่า น้ำ เหนือ เคย หลาก มาก ท่วม อย่าง นี้ ทุก ปี ฤา มิศหับ บีบเบ บอก ว่า แต่ ก่อน ประมาณ ห้า สิบ ปี มา แล้ว น้ำ ท่วม ครั้ง หนึ่ง แล้ว ก็ เว้น มา ปี นี้ ฝน ข้าง เหนือ ตก มาก กว่า ทุก ปี น้ำ จึง มาก มองเซอ มิศเด บอก ทูต มินิศเตอ มริน ปาริศ ผู้สำเร็จ ราชการ เรือ รบ มี คำ สั่ง มา ว่า เรือ กลไฟ ฝรั่งเสศ มา อยู่ ท่า สุเวด เรือ ยิรวนเดอ ลำ หนึ่ง เรือ เออ รอบ เปียน ลำ หนึ่ง เรือ โฟ ระบา ลำ หนึ่ง เรือ ยิ รา ล่า หนึ่ง สี่ ลำ ให้ เลือก เอา เรือ ที่ เดิน เรว ส่ง ทูตานุทูต อย่า ให้ ทูต ได้ ความ ลำบาก เรือ เดิน เรว นั้น ชื่อ เรือ เออ รอบ เบี้ยน จักร ท้าย มี ปืน แต่ สอง บอก จะ สลุด ไม่ ได้ ราชทูต ตอบ ว่า สุด แล้ว แต่ คำ สั่ง มินิสเตอ มริน แล ท่าน จะ เหน ควร มองเซอมิสเต ว่า จะ ต้อง จัด เรือ ตาม คำ สั่ง แล้ว มองเซอมิสเต มิศ หิบ บีบเบ กิเบน เวียระ กงซุล ก็ ลา กลับ ไป ทูตานุทูต พัก อยู่ เมือง อาเล็กซันดรี เจ็ด วัน ๚ะ
๏ ณวัน อังคาร เดือน สิบเอ็ด แรม สาม ค่ำ เวลา ห้า โมง เช้า กงซุล ฝรั่งเสศ มองเซอ มิสเต มิศหิบ บีบเบ เสมียน กงซุล สอง นาย รวม ห้า นาย จัด รถ มา รับ พระราช สาสน์ แล ทูตานุทูต มา ลง เรือ กลไฟ จักร ข้าง ที่ คลอง เมือง อาเล็ก ซันดรี แล้ว กงซุล ฝรั่งเสศ ลา กลับ ไป แต่ มองเซอมิสเต มิศหับ บีบเบ เสมียน กงซุล มา ด้วย ทูตา นุทูต คลอง ที่ ทูต มา นั้น เปน คลอง ขุด ปาก คลอง ออก ทะเล เมือง อาเล็กซันดรี ปลาย คลอง มา ทะลุ ออก แม่ น้ำ ใหญ่ ชื่อ แม่ น้ำ ไนล์ ทิศ ตวัน ตก ออก ไป เมือง ไกโร ทิศ ตวัน ออก ไป ทเล น้ำ ใน คลอง นั้น ฤก สาม วา บ้าง สี่ วา บ้าง เรือ ลูก ค้า ไป มา มิ ได้ ขาด ตาม ตลิ่ง สอง ฟาก คลอง นั้น เปน คัน สูง มี ตึก บ้าน ใหญ่ ๆ บ้าน ละ สี่ หลัง ห้า หลัง ตาม น่า บ้าน ปลูก ต้น ไม้ นอก นั้น เปน บ้าน แขก ดำ ก่อ ด้วย ดิน ดิบ หมู่ ละ ห้า สิบ หลัง หมู่ ละ ร้อย หลัง หมู่ ละ สอง ร้อย หลัง ตลอด ลำ คลอง ที่ หลัง บ้าน เปน ทุ่ง นา เวลา นั้น น้ำ ยัง หา แห้ง ไม่ เวลา สอง ทุ่ม เรือ มา ถึง ปาก คลอง ที่ จะ ออก แม่ น้ำ ใหญ่ ชื่อ แม่ น้ำ ไนล์ ก็ มี กำแพง ก่อ ด้วย ศิลา มี ทาง ทำ สอง ทาง ทาง หนึ่ง กว้าง สาม วา ทาง หนึ่ง กว้าง หก ศอก ยาว ประมาณ เส้น หนึ่ง ทั้ง สอง ทาง มี ประตู สอง ชั้น ประตู ทำ ด้วย เหล็ก ปิด มิ ให้ น้ำ แม่ น้ำ ใหญ่ ไหล เข้า ไป ใน คลอง ได้ ถ้า เรือ ลูก ค้า ใน คลอง มา ถึง กำแพง แล้ว เจ้า พนักงาน ซึ่ง รักษา นั้น เบิด ประตู ชั้น ใน ให้ เรือ ลูก ค้า เข้า อยู่ ใน ทำนบ แล้ว ปิด ประตู ชั้น ใน เบิด ประตู ชั้น นอก ปล่อย ไป เรือ ลูก ค้า แม่ น้ำ ใหญ่ มา ถึง ก็ ปิด ก็ เบิด ให้ เรือ เข้า คลอง ไป เหมือน กัน เมื่อ เรือ ทูต มา ถึง นั้น เปน ระดู น้ำ มาก น้ำ แม่ น้ำ ใหญ่ สูง กว่า น้ำ ใน คลอง ประมาณ ศอก เสศ เจ้า พนักงาน เบิด ประตู ชั้น ใน ให้ เรือ ทูต เข้า อยู่ ใน ทำนบ แล้ว ปิด ประ ตู ชั้น นอก ให้ น้ำ เข้า ใน ทำนบ สูง ขึ้น เสมอ น้ำ แม่ น้ำ ใหญ่ แล้ว ปล่อย เรือ ออก มา มิศหับ บีบเบ บอก ทูต ว่า ถ้า ระดู แล้ง น้ำ แม่ น้ำ ใหญ่ ลด ต่ำ กว่า น้ำ ใน คลอง ถึง สาม ศอก สี่ ศอก น้ำ ทเล ชัก น้ำ ใน คลอง แห้ง เรือ เดิน ไม่ ได้ เจ้า ไกโร จึง ตั้ง โรง จักร สูบน้ำ สอง โรง สำหรับ สูบ น้ำ แม่ น้ำ ใหญ่ ขึ้น ใส่ ใน คลอง ให้ เรือ ลูก ค้า เดิน ไป มา ตาม คลอง ได้ สดวก ฟาก แม่ น้ำ ไนล์ นั้น มี ตึก แล บ้าน ตลอด มา จน ถึง เมือง ไกโร ทูตานุทูต มา ถึง เมือง ไกโร ณวัน พุฒ เดือน สิบ เอ็ด แรม สี่ ค่ำ เวลา สอง ทุ่ม ขุนนาง จัด รถ มา รับ พระราช สาสน์ แล รับ ทูตานุทูต มา อยู่ ที่ บ้าน หลวง แต่ มองเซอมิศเด ลา มา จัด เรือ อยู่ ท่า สุเอต ก่อน ๚ะ
๏ วัน พฤหัสบดี เดือน สิบเอ็ด แรม ห้า ค่ำ ขุนนาง เชิญ หนังสือ ตอบ เจ้า ไกโร มา ถึง ท่าน เสนาบดี กรุง เทพ ฯ มา ส่ง ให้ ทูต ฉบับ หนึ่ง ทูตานุทูต พัก อยู่ เมือง ไกโร สอง วัน ๚ะ
๏ วัน เสาร เดือน สิบเอ็ด แรม เจ็ด ค่ำ เวลา ห้า โมง เช้า มิศหับ บีบเบ เสมียน กงศุล จัด รถ มา รับ พระราช สาสน์ แล ทูตานุทูต ขึ้น รถ ไฟ มา จาก เมือง ไกโร ถึง ท่า สุเอต เวลา บ่าย สอง โมง ผู้สำเร็จ ราชการ ท่า สุเอต จัด เรือ กลไฟ จักร ข้าง รับ พระราช สาสน์ แล ทูตานุทูต ออก มา รับ ส่ง ขึ้น เรือ เออรอบ เบียน กำมดัน เลอ ฟรา เบ้ ออฟพิเซอ ศพาย ดาบ คำนับ ทหาร ปืน ไซแฟน ยืน แถว ๆ ละ หก คน ทหาร ขึ้น ยืน เพลา สาม ชั้น ร้อง ฮิบ อำเปรอ สาม ครั้ง เรือ เออรอบ เบียน ลำ นี้ สาม เสา เปน เรือ เหล็ก กลไฟ จักร ท้าย กำลัง ห้า ร้อย แรง ม้า ยาว เก้า สิบ สาม เมด คิด เปน ไทย สี่ สิบ วา สอง ศอก ปาก กว้าง สิบเอ็ด เมด คิด เปน ไทย ห้า วา สอง ศอก กิน น้ำ ฤก หก เมด ครึ่ง คิด เปน ไทย สาม วา ศอก ท้อง ฤก แปด เมด ครึ่ง คิด เปน ไทย สี่ วา ศอก มี ปืน ราย ปาก เรือ กระสุน ปอน ข้าง ละ บอก มี เรือ โบด ใหญ่ เรือ โบด เล็ก เก้า ลำ มี กำมดัน แล ออฟ พีเซอร์ ทหาร แล คน งาน กะลาสี สำหรับ ลำ ร้อย หก สิบ หก คน ทหาร เดิน สาน ไป เมือง ไซ่ง่อน สี่ ร้อย สาม สิบ แปด คน รวม คน หก ร้อย สี่ คน ครั้น เวลา ย่ำ ค่ำ กำมดัน ให้ ติด ไฟ ใช้ จักร มา จาก ท่า สุเอต เรือ เดิน โมง ละ เจ็ด นอต แปด นอต เก้า นอต เจ็ด วัน ถึง แหลม เอเดน ๚ะ
๏ วัน อาทิตย์ เดือน สิบ สอง ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เวลา สาม โมง เช้า ทอด สมอ แล้ว ผู้ สำเร็จ ราชการ แหลม เอเดน ที่ หนึ่ง ลง มา ทัก ถาม ทูตานุทูต ที่ เรือ เออ รอบ เบียน มา ถาม ราชทูต ว่า จะ ขึ้น พัก ที่ โฮเตล บน บก ฤๅ ไม่ ราชทูต ตอบ ว่า ขอ พัก อยู่ เรือ เถิด แล้ว ผู้ สำเร็จ ราช การ ลา กลับ ไป ๚ะ
๏ รุ่ง ขึ้น ณวัน จันทร์ เดือน สิบ สอง ขึ้น สอง ค่ำ ทูต นุทูต ให้ บาด หลวง ลุตวิศ ดอนนาดี ล่าม นำ ก๊าด ไป หา ตอบ แทน ผู้ สำเร็จ ราชการ เมือง เอเดน ทูต พัก อยู่ แหลม เอเดน สี่ วัน ครั้น ณวัน พฤหัสบดี เดือน สิบ สอง ขึ้น ห้า ค่ำ เวลา บ่าย สอง โมง กำมดัน ให้ ใช้ จักร มา จาก แหลม เอเดน ๚ะ
๏ วัน อังคาร เดือน สิบ สอง ขึ้น สิบ ค่ำ เวลา สอง
๏ ใน หนังสือ สยาม ไสมย วัน พฤห เดือง ยี่ แรม แปด ค่ำ ซึ่ง ท่าน เอไดเตอร์ กล่าว ว่า ซึ่ง จะ ห้าม มิ ให้ ท่าน ผู้ มี ทรัพย์ มาก เอา ทรัพย์ ออก จำหน่าย ใน ทาง ทำ นา ทำ สวน ฤา เจริญ ใน ทาง ค้า ขาย นั้น ไม่ ได้ แต่ ผู้ ที่ มี ทรัพย์ มาก จะ ทำ การ สิ่ง ใด ก็ อย่า ให้ เปน การ ปิด หน ทาง ทำ มา หา กิน ของ ราษฎร ที่ ยาก จน เสีย ได้ จึ่ง จะ เปน การ รุ่ง เรืองแก่ บ้าน เมือง ฯะ
๏ ความ ซึ่ง ท่าน เอไดเตอร์ กล่าว มา ทั้ง นี้ เปน การ ดี แล เปน ความ ชอบ ธรรม แท้ ควร ที่ จะ นบ นอบ สรรเสริญ ท่าน เอไดเตอร์ จริง ๆ ขอ ให้ ท่าน มี ความ ศุข เจริญ ยิ่ง ๆ ขึ้น ไป เถิด ด้วย เปน คำ ควร ที่ ท่าน ผู้ มี วาศนา แล มี ทรัพย์ จะ คิด โดย แท้ แต่ ทุก วัน นี้ ท่าน ผู้ มี บุญ วาศนา แล มี เงิน ท่าน หา คิด ให้ เปน ยุติธรรม ดัง ท่าน เอไดเตอร์ กล่าว ไม่ ท่าน เหน ที่ แผ่นดิน แล ที่ บ้าน ที่ สวน ที่ นา ได ดี ๆ มี ประ โยชน์ อยู่ บ้าง ท่าน ก็ จะ ซื้อ เอา เปน ประโยชน์ ของ ท่าน เสีย เอง แต่ ราคา ท่าน ไม่ ให้ ตาม เจ้า ของ ที่ จะ ต้อง การ ขาย ท่าน คิด ให้ แต่ วา ละบาท บ้าง ไร่ ละ ตำลึง หนึ่ง บ้าง อีก อย่าง หนึ่ง ที่ ว่า ท่าน เมตา นั้น ท่าน ว่า ซื้อ มา เท่า ใด ท่าน จะ ให้ ราคา เท่า นั้น ถ้า ไม่ ขาย ท่าน ว่า แผ่นดิน จะ ต้อง การ จะ ขัด ไม่ ให้ นั้น จะ อยู่ ใน แผ่นดิน ของ ท่าน ได้ ฤา ที่ ลง ทุน ทำ อีก เท่า ใด ฤา ที่ นั้น เปน ประโยชน์ อยู่ กับ เจ้า ของ เท่า ไร นั้น ท่าน ไม่ คิด ท่าน คิด จะ เอา แต่ ประโยชน์ ของ ท่าน ฝ่าย เดียว ที่ จะ ได้ มี จิตร คิด เมตา ว่า ที่ บ้าน เรือน เทือก สวน ไร่ นา ของ เขา มี ประโยชน์ ภอ เปน ที่ ทำ มา หา กิน บ้าง นั้น ไม่ มี เลย ท่าน คิด แต่ ว่า ดี ท่าน ก็ จะ เอา มา เปน ประโยชน์ ของ ท่าน เท่า นั้น ที่ ท่าน จะ ได้ จับจอง ปลูก สร้าง เอา ใหม่ นั้น ไม่ เหน มี เลย บาง ที่ ท่าน ว่า จะ ซื้อ ทำ ที่ ใช้ ราชการ บ้าง ราษฎร ก็ ไม่ ทราบ ว่า จะ ปลูก สร้าง อไร ลง ไป ได้ เปน การ จน ใจ แล ทุกข ร้อน อยู่ ด้วย กัน ทั้ง นั้น ถ้า การ เล่า นี้ ได้ ทรง ทราบ ถึง พระ เนตร พระ กรรณ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว แล้ว คง จะ มี พระไทย สงสาร แก่ ไพร่ บ้านพล เมืองเจ้า ของ ที่ หนัก หนา เพราะ ท่าน ทรง พระ มหากรุณา แก่ ไพร่ บ้านพล เมืองจริง ๆ ถ้า ท่าน ผู้ มี บุญ วาสนา แล มี ทรัพย มี ใจ เมตา กรุณา แล มี ความ อาย ถึง ไม่ เหมือน สมเด็จ พระเจ้าอยู่ หัว ก็ เพียง แต่ ละ ม้าย บ้าง ราษฎร ก็ คง จะ ค่อย มี ความ ศุกข ขึ้น เปน อัน มาก ขอ ท่าน ครู สมิท ได้ โปรด เอา หนังสือ นี้ ลง พิมพ์ เอา บุญ ด้วย เถิด ฯะ
๏ ข้าพเจ้า ขอ ส่ง คำ หลัก ถาน ที่ เสื่อม แห่ง ความ ยุติธรรม แล เจริญ แห่ง ความ ยุติธรรม มา ให้ ท่าน เอไดเตอร์ ถง สยาม ไสมย ใจ ความ ว่า พระโคดม เจ้า ของ ผู้ แต่ง ตั้ง พุทธ สาศนา ตรัส ตัด สิน ทำนาย พุทธ สาศนา ว่า มหา ชน ใน พุทธ สาศนา พระโคดม นับ วัน แต่ จะ เสื่อม สูญ ร่วง โรย จาก พุทธ สาศนา ซึ่ง เปน คำ สอน แห่ง พระโคดม ลง ไป เปน ลำดับ นี้ และ ท่าน พึง เข้า ใจ เถิด ขัย หลัก ถาน ที่ เสื่อม แห่ง พุทธ สาศนา ว่า ดัง นี้ จำ ไว้ ชินะ ใจ ความ ข้อ นี้ มี ใน บาพี [?] คำภีร์ ไตรปิฎก แห่ง พุทธ สาศนา นั้น และ เรา ท่าน จง กำนฎ สังเกต ดู คำ พุทธ ทำนาย ข้อ นี้ บ้าง เถิด เลื่อม ร่วง โรย จริง หฤๅ ไม่ ใช่ ข้าพเจ้า จะ แกล้ง ว่า ไดร สระณา คม แห่ง พุทธ สาศนา เสื่อม ลง หนัก หนา จง ดู พุทธ รูป ที่ นับถือ ก็ ไล่ ตลาด ขาย กิน พระธรรม ทั้ง เจ็ด คำภีร์ ก็ เอา มา สวด เล่น เปน ลำ ปน คำ ตลก คะนอง เฮ ๆ ฮา ๆ ทั้ง ภิขุสงฆ์ นั้น เล่า ก็ มิ ได้ ตั้ง อยู่ ใน ข้อ ปาฎิโมข สัง วร ศิล อีก ทั้ง โสฬศ นคร ที่ นับถือ พุทธ สาศนา นั้น คือ เมือง สาวะถี เมือง โกสำภี เปน ต้น เมือง ลังกา พม่า เขมร เปน ที่ สุด เสื่อม ชุด ลง ถึง ปาน ดัง นี้ สม ดัง คำ พุทธ ทำนาย แห่ง พระโคดม ทุก ประการ ก็ ผู้ ที่ ท่าน มา คิด บำรุง พุทธ สาศนา หวัง ว่า จะ ให้ เจริญ นั้น เหน ที ท่าน จะ ไม่ เข้า ใจ ใน พุทธ ทำนาย ข้อ เช่น ที่ กล่าว มา นี้ กระมัง จึง หลง จิตร คิด บำรุง สาศนา ที่ เสื่อม ถ้า จะ ว่า ตาม จริง ผู้ ที่ คิด บำรุง พุทธ สาศนา เหมือน ดัง ท่าน ไม่ เชื่อ ถ้อย คำ ทำนาย แห่ง พระโคดม นั้น และ แต่ ข้าพเจ้า นี้ เชื่อ ว่ง [?] ผู้ ถือ สาศนา พระโคดม ต้อง เสื่อม จาก สาศนา พระโคดม เปน แท้ เพราะ เหตุ พระ เยซู บรม ครู แห่ง สกล โลกย์ ตรัส ตัด สิน สาศนา ต่าง ๆ เปน คำ คฤศต์ ทำนาย ว่า สาศนา อื่น ๆ จะ เสื่อม สูญ ไป คฤศต์สาศนา นี้ ไช้ จะ รุ่ง เรือง ถาวร เปน นิจ ไม่ เสื่อม สูญ เลย ครั้น พิเคราะห์ สังเกต ดู คฤศต์ สาศนา ก็ เจริญ รุ่ง เรือง จริง คือ ประเทศ แล ข่าว ประเทศ ที่ ถือ คฤศต์สาศนา ก็ ผาศุก รุ่ง เรือง กว่า ประเทศ แล ชาว ประเทศ ที่ ถือ สาศนา อื่น นั้น จริง ๆ ตา ไม่ บอด หู ไม่ หนวก ใจ ไม่ บ้า ก็ เหน ก็ ได้ ยิน ก็ ได้ ฟัง ก็ ได้ รู้ ก็ ได้ อ่าน ประเทศ ชาว ประเทศ ที่ ถือ สาศนา พระเยซู เจริญ ดี จริง นี้ แล บอก ให้ รู้ จัก หลัก ถาน แห่ง สาศนา ที่ เสื่อม แล สาศนา ที่ เจริญ รุ่ง เรือง ขอ ให้ ท่าน ผู้ มี ปัญญา เลือก สัน เอา จะ เอา ที่ เสื่อม ฤๅ จะ เอา ที่ เจริญ ก็ สุด แล้ว แต่ ใจ อย่า ให้ เสีย ที ที่ เกิด มา เปน มนุศย์ ให้ มี ปัญญา สม ว่า เปน มนุศย์ เถิด นะ เรา ท่าน ทั้ง หลาย เอย ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า นาย แสวง ได้ อ่าน สยาม ไสมัย เล่ม ๔ แผ่น ที่ ๒๑ หน้า ๑๖๕ ว่า ถึง เรื่อง จีน ที่ ทำ ภาษี นั้น ว่า เขา คิด เอา เงิน หลวง ใช้ แล ว่า ถึง เรื่อง ไทย ไม่ ส่ง เคราะ ไทย ดู ๆ ก็ เหน จริง ดี เปน คำ เตือน สติ ผู้ ใหญ่ ใน สยาม นี้ ก็ เปน การ ดี แต่ เรา สงไสย ว่า คำ ที่ กล่าว ทั้ง นี้ จะ กล่าว เสีย เปล่า ๆ เท่านั้น ดอก กระมัง เพราะ เรา เหน ว่า ธรรมเนียม สยาม มัก ถือ กัน ว่า ถ้า ไม่ ใช่ ความ คิด แห่ง เจ้า นาย ขุนนาง จะ เปน แต่ ความ คิด ราษฎร ถึง จะ ดี ก็ ปรับ กัน ว่า ไม่ ดี เพราะ เขา ถือ กัน ว่า ราษฎร มี กำเนิด อัน ลามก ไม่ ควร เชื่อ ฟัง คำ แห่ง ราษฎร นั้น เลย เหตุ นี้ จึ่ง ได้ จัด เอา แต่ ล้วน ลูก เจ้า ลูก ขุนนาง ส่ง ไป ยัง ประเทศ ยุโรป ให้ เรียน หนังสือ แล ภาษา ยุโรป จึ่ง ไม่ ได้ ส่ง ลูก ราษฎร ไป ใน ที่ ร่ำ เรียน ใน เมือง ยุโรป นั้น เลย ดู ก่อน ท่าน อย่า เพ่อ ประมาท ชาติ พวก ราษฎร นั้น บาง ที บิดา มารดา ใน ชาติ พวก ราษฎร จน เต็ม ที หา เช้า กิน ค่ำ บุตร แห่ง ราษฎร นั้น ก็ จน ไม่ มี เงิน ที่ จะ ทำ ทุน เลย ต้อง ไป รับ เปน ลูก จ้าง หา เงิน ทำ ทุน ครั้น ได้ เงิน ทำ ทุน จึ่ง อุส่าห์ ค้า ขาย ตาม สติ กำลัง แล้ว ก็ เจริญ มั่ง มี เงิน ตั้ง ร้อย ชั่ง ก็ มี บาง ที จีน ที่ จน มี เสื้อ กังเกง สำหรับ เดียว มา แต่ เมือง จีน อยู่ ใน ประเทศ สยาม ทำ มา หา กิน มี เงิน ตั้ง ร้อย ชั่ง ก็ มี นี้ บอก แต่ จำเพาะ ตา เหน แต่ ข่าว ไกล มี ใน ประเทศ ยุโรป อะเมริกา ราษฎร กระลาลี่ ทำ มา หา กิน ได้ เงิน มั่ง มี เปน เสรฐี ถม ไป บาง ที ฝ่าย ลูก ขุนนาง เมื่อ บิดา มารดา ได้ ทรัพย์ มรดก มาก ทำ การ เผอ เรอ ใช้ ฟูม ฟาย ไม่ รู้ จัก ทำ มา หา กิน ๆ จน สิ้น ทรัพย์ ที่ ได้ มา แต่ บิดา มารดา กระทั้ง ถึง จน ได้ เช้า พอ กิน ค่ำ เช่น นี้ ก็ มี เหตุ นี้ เรา จึ่ง เหน ว่า เจ้า นาย ขุนนาง ราษฎร ฉลาด แล โง่ เหมือน ๆ กัน ซึ่ง จะ ลง เนื้อ เหน ว่า มี ธรรม ลามก จึ่ง ได้ เกิด เปน ลูก ชาติ ราษฎร ต้อง โง่ แล ซึ่ง จะ ลง เนื้อ เหน ว่า มี บุญ กุศล มาก จึ่ง ได้ เกิด เปน ลูก เจ้า แล ขุนนาง มี ปัญญา ถ้า ความ เหน เช่น นี้ ก็ เปน ความ เหน อัน ผิด เสีย จริง ๆ เรา จะ ชัก เอา เรื่อง ที่ ว่า ราษฎร มี ปัญญา มา ให้ ท่าน ฟัง สัก ข้อ หนึ่ง คือ เมื่อ ครั้ง อังกฤษ ยก กอง ทัพ ไป ตี เมือง อะเมริกา ใน ปถม แรก นั้น ชาว อะเมริกา พา กัน ประชุม เลือก สัน หา คน มี ปัญญา เปน หัว หน้า บังคับ การ ทัพ ระ งับ ทัพ อังกฤษ ให้ เลิก หนี กลับ ไป เขา เลือก ได้ ราษฎร ชาว นา คน หนึ่ง ชื่อ วอชิงตัน ตั้ง ให้ เปน หัว หน้า กำกับ การ ทัพ ชาว อะเมริกา พร้อม กัน อยู่ ใน บังคับ วอชิงตัน ทุก ๆ ประการ วอชิงตัน จึ่ง ได้ บังคับ ยก ทัพ ตี พวก ทัพ อังกฤษ ๆ ทน ไม่ ได้ เลิก หนี ไป สิ้น วอชิงตัน ก็ ได้ จัด การ บ้าน เมือง อะเมริกา ให้ เรียบ ร้อย ต่อ ๆ กัน มา ตั้ง แต่ คราว นั้น จน ถึง เท่า ทุก วัน นี้ ก็ ซึ่ง จะ มา ปรับ เอา ว่า ราษฎร มี กรรม ลามก ใน โง่ ทั้ง สิ้น นั้น เรา จึ่ง ไม่ เหน ด้วย วอชิงตัน ก็ เปน คน ราษฎร ชาว นา เธอ ก็ ยัง มี ปัญญา ถึง เพียง นี้ นี่ และ จึ่ง ว่า ราษฎร ก็ มี ปัญญา เหมือน กัน ท่าน จง ดู เถิด ประเทศ จีน แล ยี่ปุ่น เขา ก็ ได้ เลือก เอา ลูก ราษฎร ที่ มี ชั้น เชิง ดู ฉลาด ดี นั้น ให้ ไป เรียน วิชา ฯ แต่ ประเทศ ยุโรป แล อะเมริกา เปน ต้น ว่า ช่าง ต่าง ๆ แล เปน กับ ตัน ฝ่าย ทหาร แล ฝ่าย เรือ แล เรียน กฎหมาย ด้วย ครั้น นัก เรียน เหล่า นั้น ได้ ศิลประสาตร วิชา มา แล้ว ตาม สติ ปัญญา เขา คง เวินแมนต์ ก็ จัก ให้ เขา ทำ การ มี เงิน เดือน ให้ ตามสม ควร แต่ เรา เหน ว่า นัก เรียน ฝ่าย เจ้า ฝ่าย ขุนนาง ฝ่าย ราษฎร สาม ตระกูล นี้ เงิน ที่ จะ จ่าย ส่ำรับ ลูก เจ้า ลูก ขุนนาง จะ มาก กว่า ลูก ราษฎร เปน แน่ ความ กำเริบ ใจ แห่ง ลูก ราษฎร ไม่ สู้ มี เพราะ บิดา มารดา เขา ขัดสน ไม่ สู้ จอง หอง นัก โดย จะ ได้ นัก เรียน สาม กระกูล นี้ มา ใช้ ใน บ้าน ใน เมือง ฝ่าย นัก เรียน ลูก ราษฎร เหน จะ ใช้ ได้ เต็ม มือ มี กำลัง ดี ถ้า ท่าน ผู้ มี บันดา ศักดิ์ ได้ อ่าน ความ เหน ของ เรา พิเคราะห์ ดู เอา เถิด แต่ อย่า นึก ว่า เรา ลง ความ เหน มา ทั้ง นี้ ว่า อยาก เปน เจ้า แล อยาก เปน ขุนนาง อย่า นึก เช่น นี้ เลย เปน อันขาด เรา แสวง หา ยศ ศักดิ์ ที่ เที่ยง ที่ จริง เท่า นั้น ดอก ถึง เรา จะ ตาย ไม่ อยาก ให้ คน นินทา ว่า เรา ชั่ว เท่า นั้น เอง ขอ ท่าน เอไดเตอร์ อย่า ลืม ความ เหน ของ เรา เอา ลง สยาม ไสมย ไว้ ด้วย เถิด โปรด อย่า ให้ เสีย ความ เหน ของ เรา ๚ะ
๏ คือ นก แล สัตว ที่ เปน อยู่ คน ที่ มี ของ เช่น นี้ อยาก จะ ขาย รีบ มา หา มิศ.เตอร์ อาร์อี มินจิน ที่ ห้าง มิศเตอร์ วินด์ซอร์ โรซแอนโก ๚ะ
๏ อนึ่ง นิมิตร ว่า แม่ โคคาวิ่น วอน ขอ นม ลูก กิน น่า บัด สี โปรด พิปราย ทาย ว่า นิมิตร นี้ ไป ภาย น่า จะ มี เปน แน่ นอน พ่อแม่ แก่ ชรา มา หา บุตร ทั้ง สิ้น สุด เข้า ปลา ทั้ง ผ้า ผ่อน ต้อง มา ยอบ ปลอบ ขอ เฝ้า ง้อ งอน มัน ฃอด ค่อน ลำ ทับ ให้ อับ อาย หยาบ ช้า ต่อ บิดา ชนนี่ พา ที่ ให้ เคือง ช้ำ ทำ ฉลาย มิ ได้ มี หิริ โอตัปปะ อาย หยาบ คาย ขี่ ข่ม ด้วย ถม พาล ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาว์ เดือน ยี่ แรม สี่ ค่ำ ไวเกานต์ แกรน ปรุก รับ ตำแหน่ง เปน เซกรีแตรี่ สำหรับ การ ณรงค์ สงคราม ลอด ซอลิซบุรี ออก ความ ว่า ทั้ง อังศริษ แล ประเทศ ใหญ่ อื่น ๆ มิ ได้ หนุน ความ ซึ่ง พวก ศรีศ หา นั้น ๚ะ
๏ เมือง อะเธนซ์ วัน จันทร์ เดือน ยี่ แรม หก ค่ำ มินิสเตอร์ บริติช แจ้ง ความ แก่ คอเวินเมนต์ ครีก ว่า ประเทศ ใหญ่ ต่าง ๆ จะ ใช้ กำปั่น รบ ไป ยัง ประเทศ ศรีศ ถ้า พวก ศรีศ ไม่ เลิก ถือ เครื่อง อาวุธ เพื่อ จะ ไม่ ให้ มี การ รบ ข้าง ทะเล ต่อ ประเทศ เตอร กี ๚ะ
๏ มินิสเตอร์ ครีก ผู้ ว่า การ ต่าง ประเทศ ไม่ ยอม ทำ ตาม เขา บอก มา นั้น กำปั่น รบ ครีก แล่น ออก แล้ว ได้ รับ คำ สั่ง เปน การ ลับ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน ยี่ แรม เจ็ด ค่ำ กำปั่น เหล็ก รบ เยอรแมนต์ ลำ หนึ่ง รับ คำ สั่ง ให้ ไป ถึง เมือง ไบริอัซ แล้ว ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ยี่ แรม แปด ค่ำ มะคืน นี้ พวก เฮาซ ออฟ คอมมอนซ์ ยอม ตั้ง ขอ เพิ่ม เติม แก่ บิล เหน ชอบ ที่ จะ แบ่ง ปัน ส่วน ที่ ให้ แก่ คน การ คือ ชาว ไร่ ชาว สวน ชาว นา นาย ที่ เหน ดี นั้น ถึง ๓๒๙ นาย ที่ ไม่ เหน ด้วย นั้น ถึง ๒๕๐ นาย พวก โฮมรู เลอร์ นั้น ไม่ โวด เข้า กัน กับ คอเวินเมนต์ ๚ะ
๏ พวก เฮาซ นั้น เลิก การ จน วัน พฤหัษบดี แล พวก มินิศตรี่ จะ ลา ออก จาก ราชการ พรุง นี้ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ยี่ แรม แปด ค่ำ คอเวิน เมนต์ ครึต ใน หมาย ตอบ หมาย ของ ประเทศ กำลัง ใหญ่ นั้น ขืน ตอบ ว่า จะ ไม่ เลิก ถือ เครื่อง อาวุธ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัษบดี ลอด ซอลิศบุรี วาน นี้ ได้ ส่ง หนังสือ บอก เลิก ลา ราชการ ของ พวก มินิศ ตรี ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน สุกร เดือน ยี่ แรม สิบ ค่ำ สมเด็จ พระ บรม นาง กวิน อังศริษ มี พระ บรม ราช โองการ สั่ง ให้ ลอด ซอลิซะบุรี เข้า เฝ้า ที่ ออศบอน ๚ะ
๏ กำปั่น รบ ยุโรบ ต่าง ๆ กำลัง ชุม นุม รวม อยู่ ที่ อ่าว เทล ซดา ๚ะ
๏ สมเด็จ พระ บรม นาง กวิน มี พระ บรม ราชโอง การ รับ ให้ พวก มินิศ ตรี ลา ออก จาก ราช การ แล ได้ สั่ง ให้ มิศเตอร แกลด ซะโตน เข้า เฝ้า ที่ ออศบอน ด้วย ๚ะ
ชื่อ อาเลิด ได้ เข้า มา ยัง กรุง เทพ ฯ ณวัน อาทิตย เดือน สาม ขึ้น สาม ค่ำ เจริญ ทาง พระราช ไมตรี เมือ เวลา บ่าย ครั้น รุ่ง ขึ้น วัน จันทร เดือน สาม ขึ้น สี่ ค่ำ เวลา เช้า ประมาณ สัก ส่อง โมง กำปั่น รบ อะเมริกัน นั้น ได้ ยิง สลุด ยี่ สิบ เอ็ด นัด คำนับ ธง ช้าง เผือก ซึ่ง เปน ธง ประเทศ สยาม นั้น พวก ขุนนาง จัด การ รับ เลี้ยง แขก เมือง ตาม สมควร กับคน ราชการ ของ ประ เทศ อัน เปน ไมตรี นั้น ๚ะ
ณวัน จันทร เดือน ยี่ แรม สิบเอ็ด ค่ำ
เงิน แบงก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ซิลิง ๔ เปนซ ๖ อัฐ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ซิลิง ๕ เปนซ ๑ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๙๕ เซนต
๏ วัน อาทิตย เดือน สาม ขึ้น ห้า ค่ำ กำปั่น รบ อะ เมริกัน ลำ เล็ก ลำ หนึ่ง เข้า มา ยัง กรุง เทพ ฯ เจริญ ทาง พระ ราช ไมตรี ๚ะ
๏ ณวัน จันทร เดือน สาม ขึ้น หก ค่ำ กำปั่น รบ อังคริศ สี่ ลำ ลำ หนึ่ง ชื่อ แอคะเมม นัน กำปั่น ไฟ หุ้ม เหล็ก รบ ตัน ๔๕๓๐ ปืน ใหญ่ หก กระ บอก กำลัง ม้า ๖๓๖๐ ม้า ลำ หนึ่ง ชื่อ ออเดซือซ กำปั่น ไฟ เหล็ก ตัน ๖๐๑๐ ปืน ใหญ่ ๑๔ กระ บอก แรง ม้า ๔๓๓๐ ม้า ลำ หนึ่ง ชื่อ แดริง ตัน ๘๔๐ ปืน ใหญ่ ๔ กระ บอก แรง ม้า ๘๔๐ ม้า ลำ หนึ่ง ชื่อ วิยิเลนต์ กำปั่น รบ จักร ข้าง ตัน ๖๓๕ ปืน ใหญ่ ส่อง กระ บอก แรง ม้า ๑๒๓๐ ม้า ลูเตนแนนต คอมแมนเดอ ร มิศเตอร ฟากวา แกด มิวัลแฮมิล ตัน แม่ กอง บังคับ กำปั่น รบ อังคริศ ทั้ง สิ้น อัน อยู่ ใน เทล ข้าง ประเทศ จีน นั้น ก็ มา ด้วย กำปั่น ไฟ เหล่า นี้ เมือ สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม จะ โปรด ให้ แอดมิรัล แล พวก อันมีรัล เข้า เฝ้า แล้ว ท่าน แอดมิรัล จะ อยู่ ไม่ กี่ วัน แล้ว จะ กลับ ออก จาก กรุง อีก ๚ะ
( คือ พวก อังกฤษ )
๏ ใน ปี ที่ สิ้น แล้ว ณวัน พฤหัสบดี เดือน อ้าย แรม สิบ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก เงิน เข้า สำ หรับ ใช้ ใน การ แผ่นดิน อังกฤษ นั้น ถึง ๘๗๕๗๗๕๔ ชั่ง เกิน เงิน เข้า ปี กลาย ถึง ๒๐๖๗๖๖ ชั่ง ๚ะ
พระราช ทาน ตรา มงกุฎ ชั้น ที่ ส่อง ชื่อ ยศกรภาภรณ วรารี่ จุลสุราภรณ แก่ ดอกเตอร แฮร มัน สตาเนียศ หมอ กฎหมาย วัน อาทิตย เดือน เจ็ด ขึ้น ห้า ค่ำ ปี เถาะ เอกศก ศักราช ๑๒๔๑ พระราช ทาน ตรา มงกุฎ สยาม ชั้น ที่ สี่ ชื่อ ภัทรา ภรณ แก่ มิศเตอร อาเลกซาเดอ อาตุน ยับ การ กงซุล สยาม ที่เมือง กาลกัตตา วัน อังคาร เดือน เก้า ขึ้นสิบเอ็ดค่ำ ปี เถาะ เอกศก ศักราช ๑๒๔๑ ๚ะ
| แต่วัน อังคาร เดือน ยี่ แรม ๑๔ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน สาม ขึ้น ๖ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดั่ง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| แอนยลิกะ | ก ๒ ส ค อิตาเลียน | ๖๒๒ | เวติติ | มากวาลด์ แอน โก | นุยอก | แรม ๑๓ ค่ำ |
| แอไมติ | ก ๒ ส ค สยาม | ๕๑๙ | แฮเบอร์ กอซต์ | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกอง | ขึ้น ๑ ค่ำ |
| เฮกากิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | เลารี่ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๓ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๓๓ | โมลเซน | มากวาลด์ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๔ ค่ำ |
| อะเล็ค | ก ก ฟ ร อะเมริกัน | ๕๕๓ | บากเล | — | ฮ่องกอง | ขึ้น ๔ ค่ำ |
| ขงเบ้ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๒๖ | โยนุซ | วินดซอ โรซ แอน โก | ซัวเถา | ขึ้น ๕ ค่ำ |
| เอคะเมมนอน | ก ก ฟ ร อังกฤษ | ๘๕๑๐ | ถอง | — | ฮ่องกอง | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| ออแคซีอัซ | ก ก ฟ ร อังกฤษ | ๒๐๑๐ | เบ๊ซซัน | — | ฮ่องกอง | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| แดริง | ก ก ฟ ร อังกฤษ | ๘๕๐ | แมเกลีย | — | ฮ่องกอง | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| วิยแลนด์ | ก ก ฟ ร อังกฤษ | ๘๓๔ | ฟากวา | — | ฮ่องกอง | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| เฟรดิริก | ก ๒ ส ค เยอรแมน | ๕๙๕ | ซไปเซน | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๕ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| พระจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ซเครตตัน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกอง | แรม ๕ ค่ำ |
| มะชิดกี่ | ก ๒ ส ค เยอรแมน | ๔๗๓ | เฟเรนเซียน | วินดซอ โรซ แอน โก | ยุ โรป | ขึ้น ๑ ค่ำ |
| ไดจิ๋ว | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | นุตอน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกอง | ขึ้น ๔ ค่ำ |
| เฮกากิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | เลารี่ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๓๓ | โมลเซน | มากวาลด์ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๗ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า แอนเถลิกะ น้ำมัน กาด ๒๑๐๓๒ หีบ ๑ แอไมติ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๑ ขงเบ้ง คน เดิน สาน | ||||||
| แกบิน กัปตัน โฮกรุเตอร แขก คลิง ๑๒ คน แขก อื่น บ้าง แล จีน เดิน สาน แกบิน ๓ คน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๑ เฮกากิ | ||||||
| บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๑ สุริยวงษ คน เดิน สาน แกบิน จีน ๑ ดาษฟ้า พม่า ๑๓ คน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๑ เฟรดิริก บันทุก | ||||||
| สินค้า ต่าง ๆ ๚ะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก พระจอม เกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ยิปุ่น ๑ มะชิดกี่ บันทุก ไม้ สัก | ||||||
| ๏ ไดจิ๋ว บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ยิปุ่น ๑ เฮกากิ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป | ||||||
| ๏ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๚ะ | ||||||
๏ ภูเขา ไฟ โกลิมะ ข้าง ชายฝั่ง มหาศมุท ปะซิฟิก ณวัน อาทิตย์ เดือน อ้าย แรม หก ค่ำ มี ไฟ พลุ่ง ขึ้นมา กล้า แขง ผู้ คน ตก ใจ เปน อัน มาก ดิน ที่ ละลาย ร้อน ไหล ปิด ข้าง ภูเขา นั้น เปลวไฟ นั้น ยัง พลุ่ง แตก ออก จาก ปลาย เขา ซึ่ง เปน ปาก ช่อง นั้น แล เหนือ ภูเขา นั้น คลุม ด้วย เมฆ ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ ฮ่องกง เดลี่ เปรต
๏ จดหมาย เหตุ ไชนิศ เดลี่ เปรต
๏ จดหมาย เหตุ ไชนา โอเวอ แลน เตรดรี่ย ปอด
๏ หนังสือ กรม ไปรสนีย เรียก ว่า กร่อนิเกอ แอน ไดเรตตรี่ย สำหรับ ประเทศ ๚ะ
๏ เมือง จีน เมือง ญี่ปุ่น เมือง มะลิลา เมือง ไซ่ ง่อน เมือง สิงคโปร์ เมือง ปีนัง ข้าพเจ้า นาย ห้าง แรม เซ แอน กัมปะนี ขอ ประกาศ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทั้ง ปวง ทราบ ทั่ว กัน ด้วย ว่า ข้าพเจ้า ได้ รับ ธุระ เปน เอเยนต์ สำหรับ ที่ จะ ขาย จดหมาย เหตุ แล หนังสือ กรม ไปรสนีย ต่าง ประเทศ นั้น ถ้า แล ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด จะ ต้อง การ ด้วย หนังสือ นี้ ขอ เชิญ ท่าน มา สั่ง ที่ ห้าง ข้าพเจ้า ประกาศ มา ให้ ท่าน ทราบ ด้วย(๓ ห) ๚ะ
๏ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สีลม ที่ ตึก คุณ เวต เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤา จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เปิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอสปิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ ที่ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา จะ ให้ เปน ทาน ๚ะ
๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา สอง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอียด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด (จ ห) ๚ะ
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลุก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๔๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เซี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด