
| เล่ม ๔ แผ่น ๒๖ วัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ ข้าพเจ้า ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน ครู สมิท เอใด เตอร์ เจ้า ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย์ ด้วย ข้าพเจ้า ขอ เรียง ความ ทั้งปวง โดย คำ กลาง มา แจ้ง แก่ ท่าน ขอ ท่าน ได้ ดำริห์ ตริ ตรอง ดู ให้ แท้ จริง โดย เลอียด เดิม ท่าน จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ใน กรุง เทพ ฯ ความ คิด ที่ ท่าน บอก ประกาศ จะ ให้ เปน ความ ดี ความ เจริญ แก่ แผ่นดิน คำ ประกาศ ของ ท่าน ก็ ย่อม แจ้ง อยู่ ใน คำ ประกาศ ของ ท่าน ข้าพเจ้า ตรวจ ดู ใน คำ ประกาศ ก็ เหน เปน ความ ดี ด้วย ท่าน ที่ ท่าน จะ คิด ให้ มี ความ เจริญ แก่ บ้าน เมือง สยาม เจริญ รุ่ง เรือง เหมือน กับ ประเทศ ยุโรบ คน ที่ คิด เหมือน ๆ กัน กับ ข้าพเจ้า ก็ ได้ ช่วย กัน คิด อุด หนุน กำลัง ท่าน มาก คน มาก กำลัง เข้า ด้วย กัน ท่าน จึ่ง ได้ ทำ การ ตลอด เจ็ด วัน ได้ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ฉบับ หนึ่ง ทุก วัน พุฒ ทำ การ ตลอด ต่อ ๆ มา ได้ ก็ เพราะ พวก ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ที่ ถือ พระ พุทธ สาศนา ช่วย อุด หนุน กำลัง ท่าน จึ่ง ได้ มี จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ต่อ เนื่อง มา จน ทุก วัน นี้ ไม่ ใช่ ฤา ขอ ท่าน จง รฤก ถึง การ ชั้น นี้ เสีย ชั้น หนึ่ง ก่อน ข้าพเจ้า จะ ได้ เรียบเรียง กล่าว คำ กลาง ต่อ ไป ๚ะ
๏ ด้วย มนุศย์ มี ใน โลกย หลาย อย่าง ต่าง ชาติ ต่าง ภาษา มนุศย เหล่า นั้น เมื่อ ต้น ยุค ต้น เยน ย่อม แสวง หา ที่ พึ่ง ที่ นับถือ ด้วย กัน ทุก ชาติ ทุก ภาษา แต่ สาศนา มี ลัทธิ ถือ ต่าง ๆ กัน ที่ ควร จะ เชื่อ ก็ มี ที่ ไม่ ควร จะ เชื่อ ก็ มี ที่ เลอะ เทอะ เหลว ไหล คือ บูชาโค ถือ เปน พระ เจ้า เปน ที่ สุด ใน ลัทธิ สาศนา ของ ชาติ ใด ภาษา ใด ชาติ นั้น ภาษา นั้น ก็ ย่อม นับ ถือ สาศนา ของ ตัว ที่ พวก ของ ตัว เคย ถือ มา ว่า เปน ถูก ดี กว่า สาศนา อื่น ทุก ชาติ ทุก ภาษา ทุก ตัว คน การ ประ พฤติ ถือ สาศนา เปน ของ สำหรับ ตัว ผู้ นั้น ๆ ซึ่ง จะ บังคับ ข่ม ขี่ ความ ใน ใจ ด้วย อำ นาจ ให้ ถือ ตาม นั้น ไม่ ได้ ต่อ ใจ เชื่อ แล้ว จึ่ง จะ ทรมาน สั่ง สอน ให้ เหน ผิด เหน ชอบ เพราะ เหตุ ดัง นั้น พุทธ สาศนา จึ่ง ได้ ตั้ง โรง อุโบสถ แล โรง ธรรม เปน ที่ สำหรับ สอน คน ต่าง ๆ ให้ คน ต่าง ๆ เข้า ไป สดับ ตรับ ฟัง เมื่อ สดับ ตรับ ฟัง เปน ที่ ชอบ ใจ ก็ จง มา ที่ ไม่ ชอบ สดับ ตรับ ฟัง ก็ จง อย่า มา ไม่ ได้ เปน การ กด ขี่ คฤช สาศนา ก็ ตั้ง โรง สวด โรง สอน สาศนา มห มัด ก็ ตั้ง สะเหร่า สำหรับ ถมาด สวด อ่าน สาศนา เจ้า เซน ก็ ตั้ง กระ ดี สำหรับ สวด อ่าน สาศนา จีน ก็ ย่อม ตั้ง ศาล เจ้า แล สร้าง วัด ไว้ ไหว้ บูชา ย่อม มี เหมือน กัน เปน ที่ สำหรับ ทำ บุญ ด้วย กัน ทุก ชาติ ทุก ภาษา สาศนา ของ ใคร ที่ นับถือ ทุก ชาติ ทุก ภาษา ก็ ย่อม สรรเสริญ ว่า สาศนา ของ ตัว ถูก เปน สาศนา แท้ จริง ดี กว่า สาศนา อื่น ๆ ทุก ชาติ ทุก ภาษา การ สาศนา ซึ่ง ถือ เปน ลัทธิ ต่าง ๆ กัน มี ใน โลกย นับ ด้วย พัน ปี ทุก สาศนา ก็ มิ ได้ มี เรื่อง ราว กล่าว ว่า การ ถือ สาศนา ต้อง รบ รา ฆ่า ฟัน กัน ก็ ไม่ มี เลย เพราะ การ ถือ สาศนา เปน การ กด ขี่ กัน ไม่ ได้ เปน ลัทธิ ถือ ด้วย ใจ เปน ของ สำหรับ ตัว ด้วย ความ ยินดี เต็ม ใจ เชื่อ ถือ ของ ผู้ นั้น ๆ ทุก ตัว คน มี คำ ย่อม ว่า สวรรค์ ใน อก นรก ใน ใจ ย่อม มี ลัทธิ ประพฤติ ต่าง ๆ กัน ทุก สาศนา ใน สาศนา เหล่า นั้น ถ้า จะ หยิบ ยก ลัทธิ ที่ ถือ ต่าง ๆ ขึ้น กล่าว ตอบ โต้ ทุ่ม เถียง ซึ่ง กัน แล กัน ก็ ย่อม มี ที่ ผิด ที่ ถูก ที่ ควร เชื่อ แล ไม่ ควร เชื่อ ใน สาศนา ด้วย กัน ทุก ๆ สาศนา ที่ จะ ให้ สาศนา ที่ คน ถือ ต่าง ๆ จะ ให้ เปน อย่าง เดียว กัน ไป นั้น ไม่ ได้ ด้วย ใน สาศนา ทั้งปวง เปน ของ ต้น ยุค นักปราช โบราณ มี ปัญา ตาม เวลา ของ ใส้มย โบราณ ตั้ง ลัทธิ สั่ง สอน กัน ไว้ ใน สาศนา เปน สาศนา ผู้ ที่ ได้ ฟัง เชื่อ ถือ ถือ เปน ลัทธิ มา เล่า ก็ เปน นักปราช โบราณ มี ปัญา ตาม เวลา ของ ใส้มย โบราณ ครั้น ต่อ มา ใน กาละ บัด นี้ นักปราช ทั้งหลาย ใน โลกย ใส้มย นี้ ประ กอบ ไป ด้วย ปัญา อัน สุก ขุม ละเอียด ดี ขึ้น กว่า แต่ ก่อน ไม่ ว่า แต่ สาศนา ถึง สรรพ การ งาน ทั้ง ปวง ใน ทุก ชาติ ทุก ภาษา ย่อม เจริญ ดี ยิ่ง ขึ้น กว่า แต่ ก่อน ทุก สิ่ง ทุก อย่าง เพราะเหตุ ด้วย มนุศย์ เลียน แล ถ่าย ปัญา ที่ เปน แบบ อย่าง ของ เก่า ต่าง ๆ ที่ มี แต่ โบราณ มา คิด ประกอบ ขึ้น ใหม่ ให้ เจริญ ขึ้น กว่า ของ ต่าง ๆ ซึ่ง มี แต่ โบราณ ใน ใส้มย เวลา นี้ มี ตะเลคราฟ เปน ที่ สุด ดี กว่า ใส้มย โบราณ ยัง ต่อ ไป ข้าง น่า คง มี นักปราช คิด เหาะ ได้ ก็ นี่ แล ชี้ ให้ เหน เปน หัว ข้อ ที่ จะ ได้ ตรึก ตรอง พิจารณา เปน ที่ ส่อง ความ ที่ จะ สำแดง เปน คำ กลาง อีก ต่อ ไป
๏ ข้าพเจ้า เหน ว่า สาศนา เปน ของ สำหรับ ตัว คน ถือ ประพฤติ์ ถือ ใน ใจ สาศนา ของ ใคร นับ ถือ ใคร ก็ ว่า สาศนา ของ ตัว ถูก เปน สัมมา ทิฐิ ติเตียน สาศนา อื่น ว่า เปน มิตฉาทิฐิ ต่าง ถือ ว่า เปน สาศนา แท้ จริง ด้วย กัน ทุก ๆ เจ้า ของ ผู้ ถือ สาศนา บัด นี้ มี ผู้ กล่าว ใน จดหมาย เหตุ สยาม ใส้มย เปน คำ หยาบ ไม่ สม ควร ด้วย พระ พุทธ สาศนา ซึ่ง เปน สาศนา สำหรับ บ้าน เมือง ของ กรุง สยาม มี มา ยืด ยาว นับ ด้วย พัน ปี ข้าพเจ้า จะ เปน คน กลาง ขอ ห้าม อย่า ให้ ท่าน เอ ไดเตอร์ รับ ถ้อย คำ ของ คน ที่ ไม่ ถือ พระ พุทธ สาศนา กล่าว ด้วย เรื่อง ราว ให้ เปน คำ ประจาร พระพุทธ สาศนา ที่ ยัง มี คน นับถือโดย คำ หยาบ ไม่ สม ควร ถึง ท่าน จะ เหน เปน ดี กล่าว แก้ ว่า เปน แต่ สาธก ยก เอา ความ ขึ้น เปรียบ เทียบ แล้ว แล กล่าว ความ จน ถึง หยาบ คาย ต่าง ๆ นั้น ข้าพเจ้า เหน ว่า ไม่ ควร เลย แท้ จริง เพราะ สาศนา เปน ของ ตาม ใจ คน จะ ชอบ ถือ แล ไม่ ชอบ ถือ ถ้า ผู้ ใด ถือ ใน สาศนา นี้ จะ ไป ถือ ใน สาศนา โน้น ก็ ควร จะไป สั่ง สอน กัน ใน สำนักนี้ แล โรง สวด ของ สาศนา นั้น ๆ ไม่ ควร จะ เอา การ สาศนา มา ตี แผ่ ในหนังสือ ราย วัน จดหมาย เหตุ ให้ เปนการ ประจาร สาศนา ที่ เขา นับถือ ดัง นี้ ข้าพเจ้า เหน ว่า เปน การ ไม่ สม ควร ทั้ง ส่อง ฝ่าย ด้วย พระพุทธ สาสนา ใน ราชกูล แล ตระ กูล เสนาบดี ราษฎร ก็ ยัง นับถือ เชื่อ ถือ พระพุทธ สาสนา อยู่ โดย มาก ถ้า ท่าน จะ ขืน ออก เช่น นี้ ไม่ หยุด ยั้ง ความ ร้อนใจ ของ คน ต่าง ๆ ก็ คง จะบังเกด มี เพราะ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย ของ ท่าน เอใดเตอร จะ ทำ ให้ คน เปน อัน มาก ที่ ยัง นับถือ พระพุทธ สาสนา พา กัน โทมนัศ น้อย ใจ เพราะ ท่าน บังอาจ และ เลียม ลบ หลู่ ทั้ง อาณาจักร พุทธ จักร ขึ้น ด้วย คำ กลาง ฉบับ นี้ ข้าพเจ้า ไม่ หยาก จะ ฟัง คำ ตอบโต้ อีก ต่อ ไป ประการ หนึ่ง พวก ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ที่ นับถือ พระพุทธ สาสนา สู้ อุส่าห์ ออก เงิน เสีย ค่า รับ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย เพื่อ จะ ช่วย อุด หนุน กำลัง ท่าน แล เพื่อ ประโยชน์ จะ ฟัง เหตุ การ ต่าง ๆ การ ไกล แล การ ใกล้ การ ที่ ล่วง แล้ว แล การ ที่ ยัง ไม่ ถึง ที่ เปน เครื่อง สดับ สติ ปัญญา ให้ รู้ การ ที่ สม ควร ไม่ ได้ เสีย เงิน เพื่อ จะ รับ คำ ที่ กล่าว หยาบ คาย แก่ พระพุทธ สาสนา ให้ เปน ที่ เดือด ร้อน รำคาน ใจ เลย ขอ ท่านครูสมิท เอใดเตอร เจ้า ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย จง ดำริห์ ตริ ตรอง ให้ สม ควร แก่ ประโยชน์ ทั้ง ส่อง ฝ่าย ให้ เปน ความ ดี ความ งาม ด้วย กัน เทิญ ๚ะ
๏ คน ที่ จะหา ความจริง ความ ดี ยิ่ง เลอียด ยิ่ง งาม ขึ้น ชอบ ฟัง ความ คิด ต่าง ๆ ตาม ปัญญา ต่าง ๆ จะ แสลง ออก ได้ ใคร เหน ว่า สาสนา ใด มี คุณ อย่าง ไร ไม่ มี คุณ อย่าง ไร เจ้า ของ สยาม ไสมัย เชิญ ให้ ท่าน แสดง ความ คิด ความ เหน ของ ท่าน ตาม ปัญญา เลอียด แหลม ของ ท่าน ด้วย เถิด ไม่ ต้อง กลัว อะไร ความ จริง ความ ดี ข้อ ลัทธิ ต่าง ๆ อัน มี คุณ จริง คง ยั่ง ยืน ถาวร ครั้น เหน ความ สว่าง แล้ว จึ่ง ได้ รู้ จัก ความ มืด มี หวาน แล้ว คง รู้ จัก ว่า เปรี้ยว นั้น อย่าง ไร การ ดี การ จริง คง ไม่ แพ้ เปรียบ แก่ การ ไม่ ดี ไม่ จริง ถ้า มิ ได้ กด ขี่ ความ ดี ความ จริง นั้น แต่ เอใดเตอร ต้อง ขอ แต่ ท่าน ทั้งปวง ทั้งหลาย ที่ ชอบ แสดง ความ คิด ความ เหน ตาม ปัญญา ใน สาสนา ต่าง ๆ จง ใช้ แต่ คำ เรียบ ร้อย พูด แต่ คำ อัน จะ เปน หลัก ถาน ขอ ให้ หลีก ให้ เว้น คำ ต่าง แล ความ ต่าง อัน หยาบ ช้า ยัน จะ ให้ คน ที่ ไม่ เหน กับ เรา เคือง ใจ ร้อน ใจ เลย พูด เปน คำ ใคร ฟัง คง ว่า คำ แล ความ ของ เขา เรียบ ร้อย แหลม จริง ถึ่ง เรา ไม่ เหน ยัง เขา เหน นั้น ถ้า พูด คำ หยาบ ความ ของ ตัว ก็ จะ เสีย ไป เขา คง ติ ว่า ใจ หยาบ คิด แล พูด ความ เลอียด ไม่ ได้ คน เช่น นั้น เชื่อ ฟัง ไม่ ได้ จะ เปน คน นำ ปัญญา แล ความคิด ของท่าน ผู้ อื่น ไม่ ได้ เพราะ เปน คน ใจ หยาบ ปัญญา หยาบ แล กิริยา หยาบ ด้วย เพราะ เหตุ อย่าง นี้ เอไดเตอร จึ่ง ขอ ให้ ท่าน ทั้งปวง ระวัง ให้ มาก ๆ อย่า พูด เปน การ เล่น เปน การ หยาบ เมื่อ จะ แสดง ความ คิด เห็น ใน สาสนา ต่าง ๆ นั้น เถิด เอได เตอร ๚ะ
๏ ณวัน เสาร์ เวลา เช้า พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม เสด็จ ไป ถึง ปาก น้ำ ไป ทอด พระเนตร ดู กำปั่น รบ อังกฤษ ซึ่ง ทอด สมอ อยู่ นอก สันดอน อัดมิรัล แฮมิลตัน แม่ กอง กำปั่น รบ ทั้ง สิ้น อัน อยู่ ใน ทเล เมือง จีน รับ ใน หลวง สม ทาง พระราช ไมตรี ซึ่ง มี อยู่ ต่อ ประเทศ อิงแลนด์ แล ประเทศ สยาม ได้ ทอด พระ เนตร ดู ท่า ทาง ยิง เป้า ด้วย ใน กำปั่น รบ เหล่า นั้น กัปตัน คน หนึ่ง ถึง แก่ กรรม พวก กำปั่น รบ เอา ศพ มา ฝัง ไว้ ที่ ป่าช้า ปรอเตศแตนต์ เซมิเตรี ๚ะ
๏ ใน หลวง เสด็จ กลับ จาก ปาก น้ำ ณวัน อาทิตย เดือน สาม ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ณวัน อาทิตย วัน นั้น เอง เวลา เช้า สาม โมง ครึ่ง กำปั่น รบ อังกฤษ ทั้ง สี่ ลำ ถอน สมอ ใช้ จักร ออก จาก นอก สันดอน จะ ไป ยัง เมือง สิงคโปร ๚ะ
๏ ณวัน จันทร์ เดือน สาม ขึ้น สิบสอง ค่ำ ปี ระกา สัปตศก พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เสด็จ พระ ราช ดำเนิน โดย ทาง ชลมารค ประทับ ณะ เกาะ บาง ปอิน เสด็จ ออก จาก เกาะ บาง ปอิน แล้ว เสด็จ ต่อ ไป สระ บุรี พระฉาย แล เขา คอก เปน ที่ สุด กำหนด อยู่ ใน สิ้น เดือน สาม นี้ จึ่ง จะ เสด็จ พระราช ดำเนิน กลับ พระบรม ราช วัง ๚ะ
๏ วัน เดือน ยี่ แรม เปน ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ศักราช ๑๒๔๗ ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน เอไดเตอร ซึ่ง เปน เจ้า ของ สยาม ไสมัย ทราบ ด้วย การ ที่ ให้ ลง สยาม ไสมัย ว่า ด้วย การ ภาษี ฝิ่น คอเวอนเมนต์ มี ผู้ อยาก จะ รับ ทำ สอง หมื่น ชั่ง นั้น ความ ก็ จริง ตาม ผู้ กล่าว ทุก ประการ แต่ ข้าพเจ้า ขอ ตอบ ให้ ท่าน ทราบ ว่า ธรรมดา ผู้ ทำ ภาษี ผู้ ทำ อากร ทุก วัน นี้ คิด หา กำ ไร อย่าง หนึ่ง คิด อีก อย่าง หนึ่ง ถึง จะ ขาด ทุน ก็ ชั่ง เถิด แต่ คง จะ ต้อง เฉลี่ย กัน เอา เงิน หลวง ไว้ ใช้ พลาง ก่อน เพราะ ไม่ ต้อง เสีย ดอก เบี้ย จะ ขาด ทุน เสีย อย่าง เดียว แต่ ของ กำนัน ค่า ผัด ค่า ทุเลา ต่อ เจ้า พนักงาน เท่า นั้น การ เปน ธรรมเนียม มา ดั่ง นี้ เพราะ คน พูด กัน ว่า ไก่ ยัง กิน เข้า อยู่ ไม่ เปน ไร ถ้า ไก่ ไม่ กิน เข้า เจ้า พนักงาน จึ่ง จะ ไม่ รับ สินบล ทุก วัน นี้ ภาษี อากร จะ หา กำไร ยาก นัก เงิน หลวง ก็ น้อย กว่า ภาษี ฝิ่น ๆ ยัง มี กำไร อยู่ มาก ภอ จะ รับ ทำ ผูก ขาด ได้ ด้วย เวลา นี้ ได้ พึ่ง อำนาจ คอเวอนเมนต์ ทำ มา แล้ว แต่ หลัง มี ผู้ ทำ ตรง การ ดัง นี้ จึ่ง เหน ว่า ทำ ได้ ประการ หนึ่ง จะ ชี้ แจง การ จัด การ ให้ ทราบ ว่า ถ้า ผูก ขาด ภาษี ฝิ่น ได้ แล้ว ผู้ ที่ เจ้า ของ รับ ทำ ต้อง ตรวจ จัด โดย เลอียด อิก ชั้น หนึ่ง ด้วย ขาด ทุน แล มี กำไร เปน ของ ตัว เอง ค่า ใช้ ส่อย ที่ จีน เรียก ว่า โสหุ้ย เรียก ว่า หวยสิต นั้น ก็ จะ ถด น้อย ลง ไม่ สู้ มาก หนัก เหมือน ทำ เปน ของ หลวง ทุก วัน นี้ ๏ ประการ หนึ่ง หลงจู๊ ผู้ จัด การ มา แต่ การ มั่ง มี บริบูรณ ทุก ท่าน ทุก นาย การ ที่ เขา ฉ้อ หลวง นั้น คน ที่ ชั่ง ยา ฝิ่น จำหน่าย เมื่อ เอา ยา เข้า เมื้อ เอา ยา ออก ผ่อน กัน ได้ จีน ที่ เรียก ว่า ตัวเผง คน หนึ่ง ชั่ง ยา ฝิ่น ข้าง ใน โรง จีน ที่ เรียก ว่า ตุ่มเถา คน หนึ่ง สำหรับ ชั่ง ยา ฝิ่น ขาย ข้าง นอก คน สอง คน นี้ คิด ฉ้อ อยู่ เสมอ เขา รู้ กัน ทั้ง สอง ถึง คน นั้น หลง จู๊ ใหญ่ ผู้ จัด การ ต้อง เบน ใจ ด้วย คน ที่ หนึ่ง หลง จู๊ ใหญ่ คน ที่ สอง ผู้ รักษา กุญแจ รับ เงิน เข้า รับ เงิน ออก ผู้ ที่ สาม ตัวเผง ผู้ ที่ สี่ ตุ่มเถา ผู้ ที่ ห้า ที่ หก ที่ เจ็ด นั้น คือ เสมียร จีน ที่ หนึ่ง หลงจู๊ ตรวจ ดู ฝิ่น จีน บวยปั้น คน จำพวก ที่ กล่าว มา นี้ คิด ฉ้อ หลวง แทบ ทุก คน ถึง จะ เอา ไป ให้ สาบถ ษาบาล ตัว สัก เท่า ใด ๆ ก็ ทน ษาบาล เอา เปน แน่ อย่า สงไสย เลย การ ใช้ ส่อย ใน โรง ฝิ่น มี แต่ บาญชี จีน จะ ใช้ ส่อย สิ้น มาก น้อย เท่า ใด หา มี ผู้ จะ ทราบ ไม่ มี แต่ บาญชี หลงจู๊ ใหญ่ กับ เสมียร จีน ผู้ เดียว จะ ใช้ จริง ๆ สิ้น เงิน สัก ๑๐ บาท ๒๐ บาท เขา บอก เสมียร ไทย จด ลง สัก ๑๐๐ บาท ได้ ๒๐๐ บาท ได้ เพราะ รู้แต่ บาญชี ของ เขา ผู้ เดียว อย่าง หนึ่ง จีน บวยปั้น ที่ จัด จ่าย ใน การ ซื้อ กับ เข้า ของ กิน เดิน เหิน กัน เสี่ย เงิน ก็ มาก ถึง ปี ละ ๑๐ ชั่ง ๒๐ ชั่ง ขอ ให้ ได้ เปน บวย ปั้น จ่าย ของ เลี้ยง อย่าง หนึ่ง ไช่ หั ต้ม ฝิ่น ก็ ต้อง เดิน เสี่ย ของ กำนัน นาย หน้า ขอ ให้ ได้ ทำ การ ต้ม ยา เดือน หนึ่ง ชัก เงิน เดือน คละ แปด บาท บ้าง สิบ บาท บ้าง เขา หา กิน ใน โรง ฝิ่น ดัง นี้ ท่าน พระยา เทพย ประชุน ผู้ เดียว ที่ ไม่ เอา ของ ฉ้อ หลวง นอก นั้น ถ้า จะ ฉ้อ มี ที่ ฉ้อ ได้ ทั้ง สิ้น ถ้า ใคร เข้า ทำ การ โรง ฝิ่น ถึง คน โซ ก็ ต้อง มั่ง มี ทุก คน ได้ เหน แก่ ตา มา มาก แล้ว ๏ ที่ ข้อ ว่า ได้ เงิน ภาษี ของ หลวง แล้ว กลัว ว่า จะ เจ้าโล่ ไป เมือง จีน นั้น ข้อ นี้ ขอ ตอบ ให้ ท่าน ทราบ ว่า ถ้า ได้ เงิน มาก มั่ง มี แล้ว จะ คิด ก่อ ตึก สร้าง บ้าน ที่ อยู่ ให้ งด งาม แก่ บ้าน เมือง จะ มิ ดี ฤๅ คน ที่ คิด เอา เงิน ไป เมือง จีน นั้น ถ้า จะ ว่า ก็ เหมือน โทษ กระบถ คิด ยัก ย้าย ถ่าย เข้า เอา พระราช ทรัพย์ หลวง ไป คือ ผู้ ร้าย ก็ ว่า ได้ แต่ ผู้ ที่ จะ ทำ นั้น ก็ คง จะ มี บุตร ภรรยา ค่า ทาษ ภูม ถาน มั่น คง ความ เหน ว่า ควร จะ ทำ ได้ จริง ๆ คง จะ ไม่ คิด เอา เงิน หลวง ไป เมือง นอก เพราะ มี ยศ บันดา ศักดิ์ ด้วย พระ บารมี ชุบ เลี้ยง ถึง กะไร ก็ คง จะ ตาย ใน เมือง ไทย คง จะ ไม่ เหมือน ผู้ ที่ ออก หวย ได้ เงิน หนี ไป เมือง นอก นั้น ถึง จะ หนี ก็ เปน ตัว ๆ เพราะ ความ คิด บุกซน ไม่ เหมือน กัน ที่ ความ คิด ชอบ ก็ มี ไม่ ชอบ ก็ มี คน หนึ่ง ใจ ก็ อย่าง หนึ่ง การ ซึ่ง ผู้ กล่าว นั้น ก็ จริง แต่ ข้าพเจ้า ขอ ให้ แก้ ความ สงไสย ใน ตัว ผู้ ที่ จะ รับ ทำ ภาษี ฝิ่น นี้ ด้วย ข้าพเจ้า เหน ความ ประหลาด หู มาก ขอ ท่าน ได้ ลง ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ด้วย ๚ะ
๏ การ ซื้อ ขาย ฝิ่น นี้ เปน การ ร้าย กับ แผ่นดิน บ้าน เมือง มัก ภา คน เปน นักเลง เปน คน จน ไป เปน อัน มาก เมื่อ คน ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง จน ลง เพราะ กิน แล สูบ ฝิ่น เพราะ การ เล่น เบี้ย กิน เหล้า เพราะ โรง หญิง ชั่ว คน จำพวก นี้ ตั้ง ตัว เปน ผู้ ดี เปน คน มั่ง มี ไม่ ได้ ความ จน ของ ราษฎร ทั่ว ๆ กัน มี เพราะ การ เช่น นี้ กระทำ ให้ เงิน อัน ควร จะ ได้ แก่ แผ่นดิน ขาดไป ยิ่ง มาก กว่า ที่ ได้นั้น เพราะ ผูก ของ ชั่ว นี้ เปน ภาษี ขาด มาก กว่า มาก เปรียบ เทียบ กัน ไม่ ได้ เลย ห้าม ของ ชั่ว เช่น นี้ อย่า ให้ ใคร กล้า ทำ แล ให้ คน ที่ รัก เพื่อน มนุษย์ ด้วย กัน ช่วย กัน อย่า อุด หนุน ทำ นุ บำรุง ของ ชั่ว เหล่านี้ ช่วย กัน ให้ เพื่อน มนุษย์ เหล่า นี้ เลิก ทิ้ง การ ชั่ว ของ ชั่ว เหล่า นี้ คง ซา น้อย สนัด ลง แล เงิน แผ่นดิน เพราะ ความ จำเริญ ของ คน ทั่ว กัน ที่ ตั้ง ตัว เปน คน มี ทรัพย์ ขึ้น ได้ มาก ขึ้น เสมอ จน จะ เกิน ของ ที่ ได้ แต่ ภาษี ผูก ขาด ใน ของ ชั่ว ต่าง ๆ ซึ่ง ว่า มา แล้ว นี้ ด้วย เอไดเตอร์ ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ได้ อ่าน หนังสือ สยาม ไสมย ของ ท่าน เมื่อ วัน พุฒ เดือน ยี่ แรม สิบ ห้า ค่ำ ว่า ด้วย เรื่อง สรรเสรญ ผู้ จัด การ ภาษี ฝิ่น นั้น ๚ะ
๏ ฟัง ดู แปลก หู นัก หนา ไม่ เคย ได้ ยิน จึ่ง ขอ ท่าน เอไดเตอร ได้ เอา หนังสือ นี้ ลง พิมพ์ ตอบ ท่าน ผู้ สรรเสรญ สัก เล็ก น้อย ด้วย ข้อ ที่ ผู้ ลง พิมพ์ ว่า ภาษี ฝิ่น นั้น เจริญ ขึ้น ได้ ปี ละ ๒๐๐๐๐ ชั่ง ๓๐๐๐๐ ชั่ง แต่ ผู้ จัด การ แต่ ก่อน ส่ง เงิน ไม่ ถึง ๑๕๐๐๐ ชั่ง แต่ ครั้น จำ นวน ปี ระกา สัปตศก ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ พระยา เทพ ประชุนห เปน ผู้ จัด การ ได้ ส่ง เงิน ภาษี ฝิ่น เดือน ละ ๑๕๐๐ ชั่ง คิด เปน ปี หนึ่ง ได้ ๑๘๐๐๐ ชั่ง นั้น
๏ ความ สรรเสริญ ข้อ นี้ ข้าพเจ้า พิเคราะห์ ดู ยัง กะ ไร อยู่ ดอก กระมัง เพราะ คำ ของ ท่าน ผู้ ลง พิมพ์ อ้าง เอง ว่า เงิน ภาษี ฝิ่น ได้ ถึง ปี ละ ๒๐๐๐๐ ชั่ง ๓๐๐๐๐ ชั่ง ดั่ง นี้ จะ สรรเสริญ ว่า ดี อย่างไร ข้าพเจ้า ยัง สงไสย นัก หนา ฤา ว่า ดี กว่า ผู้ จัด การ แต่ ก่อน เท่า นั้น ๚ะ
๏ อีก ประการ หนึ่ง ข้าพเจ้า ยัง มี ความ สงไสย นักหนา ว่า ภาษี ฝิ่น เปน ภาษี คอเวินแมนต มิ ใช่ ภาษี ผูก ขาด เหตุ ไฉน เจ้าพนักงาน ผู้ จัด การ ภาษี จึ่ง กะ ส่ง ให้ เงิน เดือน ละ เท่า นั้น เท่า นี้ ได้ ตาม ชอบ ใจ ธรรมดา ภาษี ฝิ่น เมื่อ แรก จะ ทำ ฝิ่น นั้น ก็ ต้อง ลง ทุน ซื้อ ฝิ่น ดิบ มา จาก เมือง สิงคโปร แล้ว เอา มา ต้ม เปน ฝิ่น สุก ขาย หัก ค่า ฝิ่น ค่า โสหุ้ย แล้ว เหลือ เท่า ใด ก็ คง เปน เงิน กำไร ของ หลวง ทั้ง นั้น ไม่ ใช่ ฤา ฯะ
๏ เมื่อ ถึง เดือน หนึ่ง ก็ ควร เจ้า พนักงาน ผู้ จัด การ จะ ต้อง ส่ง บาญชี แล เงิน กำไร ให้ เจ้าพนักงาน หอรัศ ฎา ว่า เดือน นี้ เงิน ทุน เดิน ซื้อ ฝิ่น เท่า นั้น ได้ ซื้อ ฝิ่น มา ปัก ละ เท่า นั้น เปน ฝิ่น เท่า นั้น ปัก เปน เงิน ราคา ฝิ่น เท่า นั้น ได้ เอา มา ต้ม ได้ เนื้อ เท่า นั้น ขาย ฝิ่น ได้ ใน กรุง เท่า นั้น ขาย ที่ หัว เมือง เท่า นั้น เงิน สอด กลาง ถุง เท่า นั้น รวม เปน เงิน เท่า นั้น หัก โสหุ้ย เสีย เท่า นั้น คง ได้ กำไร เปน เงิน เท่า นั้น เมื่อ เดือน หนึ่ง ได้ เงิน กำไร เท่า ใด ก็ ต้อง ส่ง คลัง ทั้ง สิ้น ตาม เดือน มาก แล น้อย ทุก ๆ เดือน จึ่ง จะ ชอบ ที่ จะ กำหนด ส่ง เงิน เดือน ละ เท่า นั้น เดือน ละ เท่า นี้ เหมือน ดั่ง ภาษี ผูก ขาด นั้น ข้าพเจ้า ยัง ไม่ เหน ควร จะ ชม แล สรรเสริญ เพราะ เหตุ ทำ มา ยัง หา ถูก ต้อง ตาม พระราช บัญญัติ ไม่ ฯะ
๏ ข้าพเจ้า ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน เอไดเตอร์ เจ้า ของ สยาม ไสมัย ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า ได้ อ่าน หนังสือ สยาม ไสมัย ของ ท่าน ลง วัน พุฒ เดือน ยี่ แรม สิบ ห้า ค่ำ ปี ระกา สัปตศก มี ความ ว่า ได้ ให้ คน ลง ไป สืบ เรื่อง ที่ ปาก ลัด ปล่อย น้ำ เค็ม เข้า มา นั้น ถูก ต้อง ตาม หนังสือ สยาม ไสมัย สอง ฉบับ ก่อน นั้น แล้ว ข้าพเจ้า มี ความ ขอบ ใจ ท่าน มา บัด นี้ ราษฎร ไทย จีน ใน กรุง เทพ ฯ ได้ กิน น้ำ จืด นั้น มี ความ ยินดี เปน อัน มาก ข้าพเจ้า ขอ แจ้ง ความ ว่า ด้วย พระยา เทพ ประ ชุนห์ เปน ผู้ จัด การ ภาษี ฝิ่น นั้น เงิน ภาษี ทะวี ขึ้น มาก กว่า ผู้ จัด การ มา แต่ ก่อน ปี หนึ่ง ได้ เงิน ๑๘๐๐๐ ชั่ง เพราะ พระยา เทพ ประชุนห์ ท่าน เข้า ใจ ใน การ ภาษี ทุก อย่าง แล้ว ท่าน เปน ขุนนาง ตงฉิน มา บัดนี้ มี ผู้ จะ ประมูล เงิน ขึ้น ถึง ๒๐๐๐๐ ชั่ง เขา ว่า ไม่ ให้ เงิน หลวง ค้าง ได้ จน เฟื้อง หนึ่ง ยอม ให้ เจ้าพนักงาน มา เก็บ เงิน ที่ โรง ภาษี ฝิ่น เสมอ ทุก วัน ตาม จำ นวน เงิน มาก แล น้อย ใน การ ภาษี ฝิ่น จำนวน ปี จอ อัฐศก นั้น อย่า ว่า แต่ ให้ ผูก ขาด ถึง ๒๐๐๐๐ ชั่ง คน มี ปัญญา อย่าง ที่ สุด จึ่ง จะ ทำ ได้ แต่ ความ เหน ว่า ภาษี ฝิ่น เงิน ๒๐๐๐๐ ชั่ง นั้น เด็ก อายุศม์ สิบ ปี ก็ อาจ ทำ ได้ ถ้า พระยา เทพ ประชุนห์ ได้ เปน ผู้ จัด การ ภาษี ฝิ่น ตาม เดิม เงิน ภาษี คง ทะวี มาก กว่า ๒๐๐๐๐ ชั่ง เปน แน่ เพราะ พระยา เทพ ประชุนห์ เปน ขุนนาง ซื่อ ตรง ต่อ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า แผ่นดิน โดย แท้ ขอ ท่าน เอไดเตอร เจ้า ของ สยาม ไสมย ลง พิมพ์ ให้ ข้าพเจ้า ด้วย แจ้ง ความ มา ณวัน อาทิตย เดือน สาม ขึ้น สาม ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ ๚ะ
ณวัน อังคาร เดือน สาม ขึ้น หก ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๔ เปนซ ๖ อัฐ
เงิน โปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๕ เปนซ ๑ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๕๕ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน ยี่ แรม สิบ สาม ค่ำ มิศ เตอร แกลดซะโตน กำลัง ปฤกษา กัน อยู่ กับ เพื่อน ราช การ มาควิศ ออฟ ฮาติงตัน ถอย ออก แล้ว ลอด เดอรบี่ แล ลอด กาลิงฟอด แล เซอร์ เฮนรี่ เยมซ์ ไม่ รับ เข้า เปน พวก มินิศตรี้ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน ยี่ แรม สิบ สี่ ค่ำ มิศเตอร แกลดซะโตน รับ ธุระ จัด ตั้ง มินิศตรี้ ใหม่ ที่ จะตั้ง ให้ ลอด โรซเบรี่ เปน เซกรี่แตรี่ ออฟ ซแตด สำหรับ เมือง ขึ้น คือ กลโลนี่ นั้น ๚ะ
๏ ปาเลี่ยแมนต์ เลิก ชุมนุม ทำ ราชการ พลาง กว่า จะ ตั้ง มินิศตรี้ ได้ ๚ะ
๏ ลอด ยอน เฮ จะ เปน แม่ กอง กำปั่น รบ ซกวาดวัน ประ เทศ ยุโรป นั้น ๚ะ
๏ วัน พุฒ เดือน ยี่ แรม สิบ ห้า ค่ำ มิศเตอร์ แจมเบอร์ เลน ไม่ ยอม รับ ตำแหน่ง เปน เฟอซต์ ลอด ออฟ ที่ อัด มะรัลตี่ ๚ะ
๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน พุฒ เดือน ยี่ แรม สิบ ห้า ค่ำ ซุลตัน เจ้า ประเทศ เตอรกี มี พระราช โองการ คือ อิมปี่เรียอัล ไฮเรศ รับ ตั้ง แรติไฟ หนังสือ สัญญา ซึ่ง ทำ เปน ทาง ราช ไมตรี ฝ่าย ประเทศ เตอรกี แล ประเทศ บัลแคเรีย ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ยี่ แรม สิบ ห้า ค่ำ จัด ตั้ง มินิศตรี้ ใหม่ แล้ว ท่าน ต่าง ๆ ซึ่ง ได้ ตำแหน่ง ขึ้น แล้ว นั้น คือ ๚ะ
๏ ปรี มิเออ แล ลอด ของ เตรซุรี ที่ หนึ่ง คือ มิศเตอร แคลดซะโตน ฯะ
๏ ลอดไฮ แจนเซอลอร คือ เซอร์ แฟเรอร เฮรเซล ฯะ
๏ เปรไซเดนต ของ ปรีวี เกานซิล คือ เอล ซเปนเซอร
๏ เซกรีแตรี่ ออฟ ซะเตศสำหรับ เมือง ขึ้น คือ กอโลนี่ เปน เอล แครนวิล ฯะ
๏ เซกรีแตรี่ สำรับ การ ต่าง ประเทศ นั้น คือ เอล ออฟ โรซเบรี่ ฯะ
๏ เซกริแตรี่ สำหรับ โฮม ดีปาตแมนต คือ มิศเตอร ไจลเดอรซ์ ฯะ
๏ เซกรีแตรี่ สำหรับ ประเทศ อินเดีย เอลร ออฟ กิมเบอ ระลี่ ฯะ
๏ เซกรีแตรี่ สำหรับ การ ณรงค์ สงคราม มิศเตอร แกม เบล แบนเนิรแมน ฯะ
๏ แจนซิลวร ออฟ ที่ เอกซแจเกอร์ เปน เซอร์ ดับเลลยู เวอรนัน ฮาร โกด ฯะ
๏ ลอด ที่ หนึ่ง สำหรับ อัดมิรัลติ คือ มากวิศ ออฟ ริป ปั้น ฯะ
๏ จีฟ เซกรีแตรี่ สำหรับ ไอเออแลนด์ มิศเตอ ยอน โมรลี่ ฯะ
๏ ลอด ไปรวี่ ซิล เปน แม่ กอง เจ้า กรม ไปรสนีย์ แล ลอด ลุเตนแนนด์ สำหรับ ไอเออร์แลนด์ ยัง ไม่ ได้ ตั้ง ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สาม ขึ้น สอง ค่ำ พวก จีน ร้อง หา ว่า เมือง บาโม แล เขตร แห่ง เมือง ขึ้น นั้น จน กระทั่ง ถึง แม่ น้ำ ซวี่ลี่ เปน เมือง ขึ้น เมือง จีน ฯะ
๏ ด้วย เรื่อง ราย นี้ กำลัง ทำ หนังสือ อยู่ ที่ กรุง ลัน ดัน ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน สาม ขึ้น สาม ค่ำ เอรล ออฟ อาเบอดิ่น ได้ ตำแหน่ง เปน ลอด ลุเตนแนนต์ ออพ ไอเอรแลนด์ บารน วุลเวอตัน เปน เจ้า กรม ไปรสนี่ย มิศเตอร เยมซ ไปรซ เปน อันเดอร เซกรีแตรี่ สำหรับ การ ต่าง ประเทศ ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน สาม ขึ้น สี่ ค่ำ เกาะ กิลิง ทั้ง หมู่ ขยาย ยก ออก จาก อำนาถ เจ้า เมือง เกาะ ลังกา ให้ เปน เมือง ขึ้น อำนาถ ซเตรด เซด เตอ แมนด
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สาม ขึ้น ห้า ค่ำ ปาเลี่ย แมนต เปน อัน เลิก จน วัน ประหัศบดี์ เดือน สาม ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ ไรด ฮอนออแรเบล ยอดโอ มอแคน รับ ตำแหน่ง เปน อันเดอร เซกรีแตรี่ สำหรับ กอโลนี่ เมือง ขึ้น ของ อังกฤษ ฯะ
| วัน อังคาร เดือน สาม ขึ้น ๖ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน สาม ขึ้น ๑๓ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดั่ง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๙๐ | ไวตะ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๘ ค่ำ |
| พระจุลจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ไลตะวุด | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | ขึ้น ๙ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอร์ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๖๒ | ตุลลอก | บอนิโอ กำปนี่ | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๙ | ไฮดะ | จีน | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| แนนซัน | ก ก ฟ อังกฤษ | — | แบลก | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๔ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๑๓ | โมลเซน | มากวาลด์ แอน โก | สิงคโปร | ขึ้น ๗ ค่ำ |
| อุบลบุรทิศ | ก ก ฟ ร สยาม | — | พระจุลยด | — | ฝั่ง ตวัน ออก | ขึ้น ๗ ค่ำ |
| แคลดิศ | ก ก ฟ สยาม | — | — | — | หลัง สวน | ขึ้น ๘ ค่ำ |
| อะเลิด | ก ก ฟ ร อะเมริกัน | — | — | — | นอก สันดอน | ขึ้น ๘ ค่ำ |
| ซงเบ้ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | โยนซะ | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | ขึ้น ๙ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอว์ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๖๒ | ตุลลอก | บอนิโอ กำปนี่ | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๔ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๘๘ | ไวตะ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงคโปร | ขึ้น ๑๓ ค่ำ |
| พระจุลจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ไลตะวุด | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | ขึ้น ๑๓ ค่ำ |
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๙ | ไฮดะ | จีน | สิงคโปร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล ยุโรป มิศฟอกซ์ เดิน สาน แกบิน คน ดาษฟ้า ๑๐ คน | ||||||
| ๏ พระจุลจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล ยิปุ่น แล จีน ๏ แมกอะลิศเตอร บันทุกสินค้า ต่าง ๆ เมล สิงคโปร แล | ||||||
| ยุโรป เดิน สาน แกบิน สาม คน ดาษฟ้า ๑๖ ๏ บอนิโอ บันทก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป คน เดิน | ||||||
| สาน ดาษฟ้า ๗ คน ๏ แนนซัน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ฯะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๏ ซงเบ้ง บันทุก สินค้า ต่าง ๆ | ||||||
| เมล จีน แล ยิปุ่น ๏ แมกอะลิศเตอร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ | ||||||
| แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๏ พระจุลจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ยิปุ่น ๏ บอนิโอ บันทุก สิน | ||||||
| ค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง สิงคโปร แล ยุโรป ฯะ | ||||||
๏ บ้างองค์ พระ ชิณวงษ จอม ไตรย อัน อาไศรย์ ส้าวัต ถี บุรี สถาน ภิกษุ สงฆ์ ส่อง หมื่น เปน บริวาร ทรง สําราญ พระ ไทยใน พระ เชตุพล กรุง กระษัตร ปักเถวน ไป ทูล ถาม ด้วย ข้อ ความ นิมิตร คิด ฉงน อภิวาท เบื้อง บาท พระ ยุคล แล้ว ทูล ฝั้น แต่ ต้น ไป จน ปลาย สมเด็จ พระ ชินศรี โมลี่ โลกย์ จึ่ง ดับ โศก กรุง กระษัตร ให้ เสื่อม หาย แย้ม พระโอษฐ โชติ ช่อ วิเชียร พราย ฉาย พระแสง เชี่ยว แก้ว อยู่ แวว วาว สว่าง วับ จับ พระ คันธ กุฎี พระ รังษี ช่วง เปน เกลียว ศรี่ เชี่ยว ขาว อิก นิล แนม แซม หงษ์ เปน วง วาว ทั้ง แดง ขาว เหลือง เบ็ญรงค์พราย ข่ม ขี่ รัศมี พระ สุริยงค์ พุ่ง จาก พระ โอษฐ องค์ เปน ช่อ ฉาย เผย พุทธ บรร หาร ประทาน ทาย ว่า อันตราย นี้ มิ ได้ มี แก่ บพิตร จะ ได้ แก่ สาศนา ตะถา คต กำหนด สอง พัน เลศ สังเกตุ กิจ ราษฎร จะ ร้อน ใจ ดั่ง ไฟ พิษม์ จะ วิปริต ทุก อย่าง ต่าง ๆ เปน ๚ะ
๏ อนึ่ง ฝั้น ว่า โค ทั้ง สี่ มี กำลัง แล่น ประ ดัง มา โดย ทิศ นิมิตร เห็น จะ ชน กัน แล้ว หัน ห่าง กระเด็น ต่าง หลีก ลี้ หนี เร้น ไป หาย ตัว โปรด พิปราย ทาย ว่า ระดู ฝน เมฆ มน มืด มิด ทุก ทิศ ทั่ว ดั่ง จะ ปราย สาย พิรุณ ขุ่น เชี่ยว มัว วายุ พัด กลัด กลั้ว ละ ลาย ไป จะ ลำบาก ยาก เย็น กับ ไพร่ พล ด้วย ฝน ไม่ ตก มา ใน นา ไร่ ต้น เข้า เต้า แตง เหี่ยว แห้ง ไป ผลไม้ ม่วง ปราง จะ บาง เบา จะ เกิด เข้า ยาก หมาก แพง ทุก แหล่ง หล้า ฝูง ประชา จะ แค้น คับ ลง อับเฉา ด้วย มนตรี โมหา ปัญญา เยาว์ ลำเอียง เอา อามิศ ไม่ คิด ธรรม์ ๚ะ
๏ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สี่ลม ที่ ตึก คุณ เวต เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤา จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี่ อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เบ็ด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอสปิตแอล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ซอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ข่าน ผู้ ที่ มี่ อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา จะ ให้ เปน ทาน ๚ะ ๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา สอง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอีียด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิสเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จด แจง ดู แล ใน โมง ยา นี้ เถิด (จ ห) ๚ะ
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมัย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอีียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๒ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ทุก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี (จ ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด