
| เล่ม ๔ แผ่น ๒๗ วัน พุฒ เดือน สาม แรม ๖ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ ขอ แสดง ความ มา ยัง ท่าน หมอ สมิท ด้วย ข้าพ เจ้า ได้ ทราบ ความ ใน สยาม ไสมย ลง วัน พุฒ เดือน ยี่ แรม แปด ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ศักราช ๑๒๔๗ ข้าพเจ้า พิเคราะห์ ดู เหน มี ความ ว่า ข้อ หนึ่ง ปลาด ใจ หนัก หนา ด้วย ว่า ได้ ยิน ความ ฦา กัน ว่า เจ้า ภาษี ฟืน ที่ เมือง นคร ไชยศรี เหน จะ ผิด ไป ดอก กระมัง ข้าพ เจ้า ได้ ทราบ ว่า ภาษี ฟืน มี แต่ เมือง สมุท สาคร สมุท สงคราม เพชบุรี่ย์ สาม เมือง นี้ เปน ภาษี ฟืน หัว เมือง ซึ่ง ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ ตั้ง เจ้า ภา ษี ฟืน ออก ไป เรียก ภาษี ฟืน ทั้ง นี้ คง จะ มี ตรา พระ คชศรี บัว แก้ว นำ ตั้ง และ ตรา เจ้า จำนวร เจ้า ภาษี จึ่ง กล้า เรียก ภาษี ได้ ถ้า ไม่ มี ตรา บัว แก้ว แล ตรา พระ คชศรี แล ไม่ มี ตรา เจ้า จำนวร แล้ว ซึ่ง เจ้า ภาษี ไป ลัก ลอบ เรียก เอา ภาษี ทั้ง นี้ เจ้า ของ ฟืน ควร จะ ต้อง ร้อง ฟ้อง ต่อ เจ้า เมือง กรมการ เมือง นั้น จับ เอา ตัว เจ้า ภาษี มา ปรับ ไหม ทำ โทษ ให้ จง หนัก ตาม พระราช กำหนด กดหมาย จึ่ง จะ ควร แต่ ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ความ อีก ข้อ หนึ่ง ว่า เรือ โปะ พวก จีน แล บุตร พวก นั้น แล ผู้ มี ชื่อ หลาย คน มี เรือ โปะ ไป บันทุก ฟืน มา ถึง ด่าน ภาษี ฟืน เมือง สมุท สาคร หา ยอม เสีย ภาษี ฟืน ให้ ไม่ หลบ หนี ไป หลาย เที่ยว เรือ ครั้น เจ้า ภาษี ฟืน ไป จะ ขอ เรียก เอา ภาษี ฟืน ตาม พิกัด ท้อง ตรา พวก เรือ ก็ ชัก อาวุธ ออก ต่อ สู้ เจ้า ภาษี หลาย ครั้ง เจ้า ภาษี พวก น้อย ก็ ต่อ สู้ ไม่ ได้ พวก เรือ ก็ หนี ไป ทั้งสิน เจ้า ภาษี จะ เรียก ภาษี ก็ ไม่ ได้ เจ้า ภาษี ได้ ไป ร้อง ต่อ เจ้า เมือง ๆ ก็ หา ว่า กล่าว ให้ ไม่ เปน หลาย ครั้ง หลาย หน ภาย หลัง มา เจ้า ภาษี ได้ ยึด เอา เรือ ลำ ที่ หนี ภาษี มา แต่ ก่อน ๆ ไว้ ครั้ง หนึ่ง ได้ จับ เอา คน ใน เรือ ไว้ คน หนึ่ง แล้ว พวก จีน พวก หนึ่ง สมัค ภัก พวก หลาย สิบ คน มี เครื่อง สัตรา อาวุธ พร้อม ทุก คน เข้า ปล้น แย่ง ชิง เอา คน ที่ โรง เจ้า ภาษี ที่ เจ้า ภาษี จับ ไว้ นั้น แล เรือ ฟืน ที่ หนี ภาษี ฟืน เจ้า ภาษี จับ ไว้ ใน เวลา นั้น ด้วย อีก หลาย ลำ พวก จีน นั้น ก็ ปล้น แย่ง ชิง เอา ไป ด้วย หมด โดย อำนาถ พวก มาก ความ เรื่อง นี้ รู้ ทั่ว ทั้ง เมือง สมุท สาคร ให้ ท่าน สืบ ดู เถิด ตั้ง แต่ พวก จีน ไป ปล้น แย่ง ชิง เอา เรือ และ คน ที่ โรง ภาษี ฟืน ไป ได้ แล้ว นั้น พวก เรือ ฟืน ต่อ มา ก็ ไม่ ยอม เสีย ภาษี ทั้งสิ้น เจ้า ภาษี เรียก ภาษี ไม่ ได้ พระราช ทรัพย์ ของ หลวง ก็ จะ ตก ขาด ไป มาก ข้าพเจ้า พิเคราะห์ ดู ถึง การ ซึ่ง ทำ การ ดั่ง นี้ นั้น ข้าพเจ้า มี ความ วุ่น วาย มาก ไม่ กลัว เกรง พระราช อาญา แผ่นดิน เลย ต่อ ไป เบื้อง น่า ภาษี หัว เมือง เหน จะ ไม่ มี ผู้ ใด รับ ทำ ภาษี ได้ เพราะ เหน อำนาถ จีน ซึ่ง ทำ การ ได้ ตาม ลำพัง และ อำนาถ ฤา ถือ ว่า เปน ผู้ มี ทรัพย์ มาก ถึง ทำ ผิด ไป ก็ เอา ทรัพย์ เที่ยว ยัด ให้ ที่ เจ้า แขง นาย แรง และ ท่าน ผู้ มี อำนาถ ช่วย ความ นั้น กลับ เท็จ เปน จริง กลับ จริง เปน เท็จ กับ โดย เปน เรื่อง อย่าง นี้ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย วิตก นัก ซะ
๏ ขอ แสดง ความ มา ยัง ท่าน คร สมิท ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า ได้ ยิน ความ ว่า มี ผู้ หนึ่ง ช่วย ไป ต่อ ว่า และ ทุ่ม เถียง กัน เวลา นั้น ข้าพเจ้า ได้ ยืน ฟัง ดู เปน คำ ทุ่ม เถียง กัน ต่อ เจ้า ภาษี ฟืน เมือง ส มุ่ ท สาคร ใจ ความ ว่า มี ผู้ หนึ่ง มา ขอ ดู พิกัด ท้อง ตรา ภาษี ฟืน เมือง ส มุ่ ท สาคร เจ้า ภาษี ฟืน ก็ ได้ เอา ท้อง ตรา มา ให้ ผู้ นั้น มา ดู ครั้น ดู ตลอด แล้ว ผู้ นั้น มี คำ ทุ่ม เถียง กับ เจ้า ภาษี ว่า ใน พิกัด ท้อง ตรา มี ภาษี แต่ เมือง ส มุ่ ท สงคราม เมือง ส มุ่ ท สาคร เมือง เพชบุรี ย์ เท่านั้น ด้วย เรือ ฟืน ของ ผู้ นั้น จะ ไป จำหน่าย เมือง นคร ไชยศรี ไม่ ยอม เสีย ภาษี ฝ่าย เจ้า ภาษี ก็ ชี้ แจง ข้อ ความ ว่า ที่ ท่าน ไม่ ยอม เสีย ภาษี นั้น ไม่ ถูก ไม่ ถูก เปน อย่าง ไร เจ้า ภาษี จึ่ง ได้ ชี้ แจง เปรียบ ความ ว่า ด้วย ภาษี ฟืน ที่ กรุง เทพ ฯ นี้ เหมือน กัน ด้วย ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ เจ้า ภาษี ฟืน ไป ตั้ง ภาษี ฟืน ที่ เมือง นคร เขื่อน ขันฑ์ ฟืน ลูก ค้า ที่ จะ เอา เข้า มา จำหน่าย ณ กรุงเทพ ฯ นั้น ก็ ต้อง เสีย ภาษี ที่ เมือง นคร เขื่อน ขันฑ์ เหมือน กัน แล ภาษี ๑๐๐ ชัก ๓ ซึ่ง ลูก ค้า บันทุก สินค้า มา จาก ต่าง ประเทศ มา ถึง กรุงเทพ ฯ เจ้า ภาษี ๑๐๐ ชัก ๓ ก็ เรียก เอา ภาษี เหมือน กัน สิ่ง ของ เหล่า นั้น จะ ไป จำหน่าย หัว เมือง หนึ่ง หัว เมือง ใด ก็ ได้ เปน ธรรมเนียม อย่าง นี้ ผู้ เถียง นั้น จีน ตอบ ว่า ข้าพเจ้า ก็ เหน ถูก ต้อง แล้ว แต่ ว่า พวก จีน แล บุตร พวก จีน มา ห้าม ปราม ว่า ไม่ ให้ ข้าพเจ้า เสีย ภาษี ให้ แก่ เจ้า ภาษี ฟืน ครั้น ข้าพเจ้า จะ เสีย ภาษี ให้ แก่ เจ้า ภาษี ฟืน กลัว จีน พวก หนึ่ง จะ ด่า ให้ เพราะ เปน ลูก ค้า ด้วย กัน ๚ะ
๏ จะ ขอ กล่าว ถึง เรื่อง ราว เจ้า ภาษี คือ มี ใน จดหมาย เหตุ ว่า ด้วย จีน ทำ ภาษี เปน หนี้ หลวง เอา เงิน ไป เมือง จีน จีน ที่ ดี ก็ มี ที่ ชั่ว ก็ มี จีน ที่ ดี ถิ่น ฐาน บ้าน ช่อง คุ้ม เกิน แก่ เงิน หลวง ก็ ควร จะ ให้ ทำ จีน ที่ ชั่ว เย่า เรือน เคหา ไม่ คุ้ม แก่ เงิน หลวง ก็ ไม่ ควร จะ ให้ ทำ แต่ ภาษี แล้ว ต้อง ให้ กับ จีน ทำ ถ้า ไม่ ให้ จีน ทำ จะ ให้ กับ ไทย ทำ ไทย ก็ เหน จะ ทำ ไป ไม่ ได้ ด้วย ทุก วัน นี้ ภาษี สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด คน ที่ รับ ผูก ไป นั้น ก็ มี แต่ ขาด ทุน ครั้น ไม่ ขึ้น เงิน หลวง ให้ สูง ก็ ไม่ ได้ ทำ ภาษี คน ที่ ดี มี เย่า เรือน เคหา คุ้ม กับ เงิน หลวง แต่ ทำ เงิน หลวง ต่ำ ครั้น เจ้า พนักงาน จะ ให้ เงิน หลวง ต่ำ ก็ กลัว ความ ผิด เพราะ การ เปน เช่น นี้ เจ้า ภาษี จึ่ง ได้ เปน หนี้ หลวง ๚ะ
๏ เรื่อง ราย นี้ พึง เข้า ใจ เถิด คน ซื่อ ตรง แล มี ปัญญา มี ความ เพียร ควร แก่ การ เกบ ภาษี ถวาย ใน หลวง ถ้า จะ สนอง พระเดช พระคุณ ด้วย ซื่อ ตรง ถ้า เปน ชาว สยาม ด้วย กัน ควร จะ ได้ ก่อน คน ต่าง ชาติ ต่าง ภาษา กัน เมื่อ ได้ คน ต่าง ภาษา ดี วิเศศ กว่า ซื่อ ตรง กว่า คน ชาว สยาม จึ่ง จะ ควร ยก ให้ คน ต่าง ภาษา ทำ เอไดเตอร์ ๚
๏ ที่ นี้ จะ ว่า ด้วย หวย ถั้ว โป มี ใน จดหมาย เหตุ ฉบับ ก่อน ๆ ว่า หวย ถั้ว โป ไม่ ดี ให้ โทษ แก่ ราษฎร ขอ ให้ เลิก หวย ถั้ว โป เสีย เก็บ เอา เงิน ค่า เลข คน ละ ๑๐ บาท ราษฎร ก็ คง จะ มี เงิน เหลือ ทุก วัน นี้ หวย ถั้ว โป ฝืน ทำ ให้ ราษฎร คน ไทย ยับ เยิน ขะโมย มี ทั่ว บ้าน ทั่ว เมือง ขะโมย ใน บ้าน ขะโมย นอก บ้าน เหลือ ปัญญา ที่ จะ ระวัง ถนน มี โปลิศ ก็ มี คน วิ่ง ราว ทุก ถนน นาย ให้ เงิน ให้ อัฐ บ่าว ไป จ่าย กับ เข้า บ่าว ก็ เอา เงิน อัฐ ไป เล่น หวย ถั้ว โป เล่น เสีย ก็ เลย หนี การ มี อย่าง นี้ ชุก ชุม ถ้า หวย ถั้ว โป ไม่ เลิก ราษฎร เหน ก็ จะ ชุด โทรม ทุก วัน นี้ มี เงิน จะ ช่วย บ่าว ก็ หา ช่วย ยาก มี แต่ ขี้ยา ขี้ ลัก ขี้ ขะโมย เปน ความ สัจ จริง ดัง นี้ ถ้า มี ความ สงไสย ให้ สืบ ถาม ตาม บันดา ขุนนาง ท่าน ก็ รู้ อยู่ ทุก ตัว คน ๚
๏ หวย ถั้ว โป ดี อยู่ แต่ ต้น มือ เก็บ ได้ เงิน หลวง มาก ไป ปลาย มือ นาน ไป วัน ข้าง หน้า จึ่ง จะ รู้ ว่า หวย ถั้ว โป ให้ โทษ ด้วย ทุก วัน นี้ ราษฎร หญิง ชาย เด็ก ผู้ ใหญ่ ก็ ชวน กัน เล่น หวย ถั้ว โป การ พะนัน ต่าง ๆ ผู้ ดี เข็ญ ใจ ก็ ชวน กัน เล่น ไม่ เว้น ตัว คน ถ้า แต่ อย่าง นี้ นาน ไป วัน ข้าง หน้า โจร ผู้ ร้าย ที่ ไหน จะ ห้าม หยุด ถ้า ท่าน ไม่ เชื่อ ถ้อย คำ จด หมาย เหตุ ขืน จะ ให้ มี หวย ถั้ว โป บ้าน เมือง จะ เอา สิวีไล มา แต่ ไหน พุทธ ศาสนา ก็ คง จะ ร่วง โรย เปน เหตุ เพราะ ราษฎร ยาก จน จะ มี ก็ แต่ ลัก ขะโมย กัน เปน พื้น บ้าน เมือง ข้าพเจ้า ผู้ สัจ ซื่อ เปน แต่ ลูก ราษฎร ไม่ ใช่ เปน ลูก ขุนนาง เจ้า นาย แต่ มี ความ เหน อย่าง นี้ จึ่ง ได้ เรียบ เรียง ถ้อย คำ มา ขอ ลง จดหมาย เหตุ แต่ ถ้อย คำ นั้น จะ ผิด ชอบ ประการ ใด ต้อง ขอ อไภย โทษ ๚ะ
๏ คน จีน เข้า มา อยู่ เมือง ไทย มี แต่ เสื้อ กับ กุง เกง เขา ได้ ทำ ภาษี นึก ว่า ได้ เปน ขุนนาง ถ้า เจ้า พนักงาน สมเคราะ เงิน หลวง หลาย พัน ชั่ง ก็ ทำ ได้ อากร ขาด ทุน ชื่อ เปน หนี้ เงิน หลวง ไว้ เงิน อากร ปี ละ หมื่น ชั่ง เก็บ ได้ ตัว เงิน สด ห้า พัน ชั่ง ถ้า โปรด ให้ กับ เขา ทำ เขา ก็ ทำ ได้ เสมอ ทุก ปี เขา กลัว อย่าง เดียว แต่ จะ ไม่ โปรด ให้ แก่ เขา ทำ แต่ อัน ที่ สัจ ที่ จริง พวก จีน เจ้า ภาษี ก็ มี ความ ชอบ ต่อ แผ่นดิน ปี หนึ่ง พวก เจ้า ภาษี เก็บ เงิน ไป ส่ง เช่า ท้อง พระ คลัง ก็ เปน อัน มาก เงิน แผ่นดิน จึ่ง ได้ มี ใช้ สอย ข้า ราชการ ถ้า ลำพัง แต่ คน ไทย แล้ว เงิน แผ่นดิน เหน จะ ไม่ ภอ ใช้ ข้าพเจ้า เหน อย่าง นี้ ท่าน นักปราช ผู้ มี ปัญญา อ่าน แล้ว ขอ ให้ ตอบ แก้ มา ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ส่ง ความ เหน เรื่อง ทาษ มา ให้ ท่าน เอไดเตอร์ ลง สยาม ไสมัย คือ ความ เหน ว่า ดัง นี้ พระบาท สม เด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ จะ ให การ ทาษ ใน กรุง สยาม ผ่อน ถอย น้อย เลิก ไป จึ่ง ทรง โปรด ให้ ออก หมาย ประกาศ ว่า ถ้า มนุษย์ เกิด ปี มะโรง ใน ปี ที่ ทรง เถลิง พระบรม ราช สมบัติ นั้น อย่า ขาย อย่า ซื้อ กัน เปน อัน ขาด ทรง พระมหา กรุณา ข้อ นี้ วิเสศ เลิศ ล้ำ ล้น พ้น ปรากฎ ทั่ว ไป เปน ข้อ กุศล ผล บุญ อย่าง เอก ใหญ่ ยิ่ง ของ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง ไว้ ใน พระไทย แต่ ว่า ชน ชาว ไทย ๆ นี้ มี สันดาน ชอบ การ ชั่ว ต่ำ ที่ จะ เปน ทาษ สุด แต่ ว่า จน ลง แล้ว ก็ มุ่ง หมาย หา ช่อง อุบาย ที่ จะ ให้ ตน เปน ทาษ แล จะ ขาย ให้ กัน เปน ทาษ ท่าน จง ดู ชน ที่ เกิด ใน ปี ที่ ต้อง ห้าม ไม่ ให้ ขาย กัน เปน ทาษ นั้น เขา ยัง คิด อุบาย ขาย กัน แล ขาย ตัว เอง ให้ เปน ทาษ คือ เมื่อ เขา ไป หา อำ เพอ ทำ สาร กรม ธรรม์ เขา บอก ว่า ผู้ ที่ จะ เปน ตัว ทาษ นั้น ม่ อายุศม์ เกิด ก่อน ปี ที่ ต้อง ห้าม แล้ว อำเพอ ผู้ ที่ จะ ทำ สาร กรม ธรรม์ นั้น ก็ ตะกรุม ตะกราม อยาก ได้ เงิน โลหุ้ย ที่ ทำ สาร กรม ธรรม์ ก็ เร่ง ทำ สาร กรม ธรรม์ ให้ ไม่ พิเคราะ ตรวจ ตรา ดู ผู้ ที่ บอก อายุศม์ ทาษ อายุศม์ นั้น จะ สม ฤา ไม่ ถ้า เหน ว่า ไม สมควร จะ ให้ ผู้ ที่ บอก อายุศม์ นั้น สาบาล ฤา ควร จะ สืบ สวน ดู ให้ เหน จริง เสีย ก่อน จึ่ง ทำ สาร กรม ธรรม์ ให้ ทำ เช่น นี้ จึ่ง จะ สม ความ พระราช ประสงค์ ของ พระเจ้า อยู่ หัว ของ เรา ท่าน ก็ ซึ่ง ผู้ ทำ การ เปน อำเพอ นั้น ซึ่ง จะ มา คิด ว่า ตัว ใคร ก็ ตัว มัน คิด เช่น นี้ ไม่ เปน ทาง กุศล เลย ข้าพเจ้า เหน ว่า ผู้ ที่ ไม่ คิด ระงับ ดับ การ ทาษ ใน บ้าน เมือง แห่ง ชาติ ตน ก็ ควร จะ จัด ว่า ผู้ นั้น ไม่ รัก ชาติ ของ ตน เปน แท้ จำ ต้อง จัด ว่า โง่ ถ้า ชาว ไทย เรา เปน ทาษ เขา ก็ พูด ว่า ชาติ ไทย เปน ทาษ เขา ลำเลิก ชาติ ว่า ชาติ ตน เปน ทาษ ไม่ อาย เขา บ้าง ฤา จง ดู ชาติ คน ชาว ยุโรป อะเมริกัน นั้น เถิด เขา ตัด การ ทาษ ให้ เลิก สูญ จาก ชาติ แห่ง เขา นี้ ก็ จัด ว่า เขา รัก ชาติ แห่ง เขา จริง ๆ จง สืบ ดู เถิด ครั้ง หนึ่ง ชน ชาติ อะเมริกะ ทั้ง ประเทศ วิวาท กัน ด้วย การ ที่ ทำ ให้ กัน เปน ทาษ ถึง แก่ รบ พุ่ง กัน เปน สามาถ คือ ฝ่าย หนึ่ง จะ ใช้ ทาษ ฝ่าย หนึ่ง ห้าม ไม่ ให้ ใช้ ทาษ ฝ่าย ที่ ห้าม ไม่ ให้ ใช้ ทาษ รบ มี ไชย ชะนะ จึ่ง ต้อง เลิก การ ใช้ ทาษ มา จน กราบ เท่า ทุก วัน นี้ ก็ เรา ท่าน ชาว ไทย ๆ ควร จะ ทำ การ ดี เลิก การ ทาษ เสีย ดั่ง พวก ยุโรป แล พวก อะเมริกา ให้ มี กุสลา ผาสุก มี ปัญญา ทั่ว กัน ให้ พ้น จาก การ ทาษ ปัญญา นั้น เถิด ๚ะ
๏ อาตมา ภาพ เปน ภิกษุ รามัญ อยู่ ใน กรุง เทพ ฯ รุกขมูล ไป จำ พรรษา อยู่ ที่ กรุง อังวะ เมือง พม่า เจ็ด พรรษา ได้ สังเกต ราชการ กรุง อังวะ ตาม สติ ปัญญา นั้น คือ ว่า ผู้ ใด ใน กรุง อังวะ ถ้า ปราถนา จะ เปน ขุน นาง เจ้า บ้าน เจ้า เมือง ต้อง เอา เงิน สินบน ให้ แก่ เจ้า กระทรวง ผู้ ใหญ่ แล ให้ กับ หม่อม นาง ห้าม ของ พระ เจ้า อังวะ แล้ว ก็ ได้ เปน ขุนนาง เจ้า บ้าน เจ้า เมือง เขา หา ได้ เลือก สัน เอา คน ดี มี ปัญญา อัน สมควร แก่ ราชการ นั้น ไม่ สุด แล้ว แต่ เปน เชื้อ สาย เจ้า นาย ขุนนาง แล ได้ เงิน สินบน ถึง เปน คน ชั่ว แต่ ทำ ให้ ชอบ ใจ พระเจ้า อังวะ ก็ คง ได้ เปน ขุนนาง เปน เจ้า บ้าน เมือง เหตุ การ เมือง พม่า เปน อย่าง เช่น นี้ ราษ ฎร จึ่ง มี ความ เดือด ร้อน ด้วย ขุนนาง เจ้า บ้าน เจ้า เมือง เขา หา ช่อง อุบาย ที่ จะ เอา เงิน สินบน คืน โดย เร็ว แล้ว ราษฎร ที่ เมือง พม่า แตก ตื่น กัน หนี ลง มา อยู่ เมือง มรเมน ย่างกุ้ง เปน อัน มาก ราษฎร พม่า คราว นั้น ต่าง คน ต่าง ก็ สรรเสริญ นิยม ชม ว่า ธรรมเนียม ราชการ อังกฤษ ดี กว่า ธรรมเนียม ราชการ พม่า ถ้า ชาว สยาม ไป เหน ธรรมเนียม พม่า ครั้ง อาตมา เหน นี้ ก็ จะ เปน ที่ เกลียด ชัง ธรรมเนียม พม่า นั้น นักหนา ครั้น อาตมา กลับ มา จาก กรุง อังวะ จำ วะษา อยู่ ที่ กรุง เทพ ฯ ประมาณ สอง สาม วะษา แล้ว ได้ ยิน ข่าว ว่า อังกฤษ ยก กอง ทัพ มา รบ ตี กรุง อังวะ แตก อยู่ ใน อำนาจ อังกฤษ แล้ว อาตมา พิเคราะห์ ดู การ ทั้ง นี้ ที่ พม่า เสีย เมือง ให้ อังกฤษ ก็ เพราะ ราชการ เมือง พม่า เหลว ๆ ไหล ๆ นัก ถึง ว่า อังกฤษ ไม่ ยก กอง ทัพ มา ตี กรุง พม่า ๆ ก็ จำ ต้อง เปน ของ อังกฤษ อยู่ เอง เพราะ อังกฤษ จัด การ บ้าน เมือง เปน ยุติธรรม พ่อ ต่อ อยู่ ที่ เมือง มรเมน ย่างกุ้ง ให้ ราษฎร พม่า เหน ดี อยู่ ต่อ ตา อังกฤษ เขา มี ปัญญา มาก อัน สุกขุม จัด การ บ้าน เมือง ให้ มี ความ สุข ทั่ว กัน กฎหมาย อังกฤษ ให้ คน มี กำลัง สงเคราะห์ คน ที่ ไม่ มี กำลัง คือ อาตมา ได้ ยิน ข่าว ว่า เมือง เขา กฎหมาย ห้าม ไม่ ให้ เอา กัน เปน ทาษ นี้ ก็ สม ว่า อังกฤษ เปน เมือง ชื่อ ว่า ไทย แท้ เพราะ ไม่ มี ทาษ ก็ เหตุ ใด จึ่ง มา เรียก เมือง สยาม ที่ เมือง เอา กัน เปน ทาษ ว่า เมือง ไทย เล่า ควร จะ เรียก เมือง ที่ ใช้ ทาษ ว่า เมือง ทาษ ควร จะ เรียก เมือง ที่ ไม่ ใช้ ทาษ ว่า เมือง ไทย เพราะ แปล คำ ไทย ว่า ไม่ เปน ทาษ แต่ อาตมา ก็ หา ได้ เคย ไป เมือง ฝรั่ง นั้น ไม่ แต่ ได้ ยิน เขา พูด กัน ว่า สาสนา ที่ ฝรั่ง ยุโรป แล อะเมริกัน นั้น ว่า ดี นักหนา แต่ อาตมา ก็ ยัง ไม่ ได้ พึ่ง ดู เลย อย่าง ไร ก็ ยัง ไม่ ทราบ แต่ ดู กิริยา ข้าง เขา ดี กว่า ชาติ อื่น ๆ แน่ ถ้า จะ ว่า ตาม จริง ความ ดี ต้อง อาไศรย ส้าศนา เปน แท้ แต่ ได้ ยิน เขา พูด กัน ว่า เขา ตัด การ มาตุคาม ให้ เบา บาง มี ผัว เดียว เมีย เดียว ถ้า จริง ดัง นั้น ส้าศนา เขา เหน ที่ จะ ดี จริง เพราะ ว่า พระ สัมมา สัมพุทธเจ้า ก็ ติ เตียน การ มาตุคาม นี้ ว่า เปน ทาง ที่ จะ ให้ เสีย การ ชอบ ธรรม นำ ไป สู่ ทุกข์ อาตมา ภาพ ได้ ยิน ว่า ถ้า ผู้ ใด ส่ง ความ เหน แล ความ รู้ มา ให้ ท่าน ลง พิมพ์ จดหมาย เหตุ ของ ท่าน ๆ ก็ ลง ให้ แท่บัก นี้ อาตมา ส่ง ความ เหน ให้ ท่าน ครู สมิท ลง ใน สยาม ไสมย ให้ อาตมา ด้วย เถิด ๚ะ
๏ แต่ ขอ เติม ความ อีก ข้อ หนึ่ง ซึ่ง เปน ที่ น่า กลัว นักหนา เพราะ ทุก วัน นี้ ใน ประเทศ สยาม ใน กรุง นอก กรุง พวก อ้าย ผู้ ร้าย ชุก ชุม นัก มัก ปล้น ฆ่า เจ้า ทรัพย ตาย แล ชก ตี ชิง วิ่ง ราว ทำ ร้าย ซึ่ง คน เดิน ทาง ตาม ถนน อยู่ เนือง ๆ การ พวก อ้าย ผู้ ร้าย นี้ เปรียบ เหมือน ไฟ ไหม้ เรือน ไฟ ไหม้ แต่ น้อย ก็ พอ ดับ ได้ ถ้า ไหม้ ใหญ่ ขึ้น แล้ว ก็ คง ดับ ไม่ ไหว จำ ต้อง เปน ไหม้ เรือน จน สิ้น เชิง เปน แท้ นี่ และ ฉัน ใด ก็ ดี ถ้า จะ ดับ ระงับ พวก อ้าย ผู้ ร้าย ก็ ต้อง ระงับ แต่ มัน ยัง น้อย เปน ธรรมดา ถ้า จะ หัก ล้าง สิ่ง ใด ๆ ก็ จำ จะ ต้อง หัก ล้าง แต่ เมื่อ ยัง พึ่ง จะ เกิด มี นี่ แล เปน การ ง่าย ใน การ ที่ จะ หัก ล้าง ตัด ฟัน ให้ สูญ เสีย แต่ อาตมา เหน พวก อ้าย ผู้ ร้าย ใน ประเทศ สยาม กำเริบ แขง แรง นัก ถึง จะ ระงับ อ้าย ผู้ ร้าย ก็ คง จะ ระงับ ยาก นัก แล้ว การ ผู้ ร้าย ใน บ้าน ใน เมือง นั้น อย่า ประมาท เลย จง ให้ เหน ว่า เปน การ ร้าย ใหญ่ ยิ่ง กว่า ทุก อย่าง จง ให้ เหน ว่า เปน การ ร้าย กว่า การ อ้าย ผู้ ร้าย ฮ่อ นั้น อีก การ ผู้ ร้าย ใน บ้าน เมือง นี้ เปรียบ เหมือน ฝี เมด ยอด ตั้ง มี ขึ้น ใน ร่าง กาย นั้น และ ทุกข ใน บ้าน ควร ทุกข ให้ มาก กว่า ทุกข นอก บ้าน การ ที่ ผู้ ร้าย ยิ่ง กำเริบ ขึ้น ถ้า จะ ว่า ตาม จริง ตาม ตรง ถ้า ผู้ จัด การ ไม่ เหน แก่ หน้า บุคคล ผู้ ใด จริง แล้ว ผู้ ร้าย คง หย่อน ลง แท้ จง ดู เถิด การ โปลิศ ตาม ถนน ก็ เหลว ไหล ลง เต็ม ที่ การ เปน เช่น นี้ อาตมา ไม่ แกล้ง กล่าว จง สืบ ดู ตาม ราษฎร เถิด คง รู้ แน่ ได้ อาตมา ภาพ เปน แต่ ชาว รามัญ ดอก แต่ มา อยู่ ใน ประเทศ สยาม นาน จำ เปน ต้อง รัก ประเทศ สยาม อยู่ เอง เพราะ กะตัญญู ต่อ อุบาศก ลีกา ชาว สยาม จึง ได้ กล่าว ความ เหน นี้ ไว้ เตือน สติ ใน ประเทศ สยาม แล ๚ะ
๏ ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เอไดตอร์ เจ้า ของ สยาม ไส่มย ทราบ ด้วย นาย สุด จินดา สุ่ย บุตร พระยา โชฎึก ราช เสษฐี พุก ได้ รับ ราชการ เปน มหาดเล็ก วิเสศ อยุ่ ใน แผ่นดิน ปัตยุบัน นี้ แล้ว ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ เปน ที่ นาย รอง สนอง ราช บรรหาร รับ ราชการ อยุ่ ใน กรม มหาดเล็ก เวร ศักดิ์ ได้ รับ พระราช ทาน เบี้ยหวัด ปี ละ ชั่ง แล้ว ทรง พระกรุณาโปรด เกล้า ฯ ให้ เลื่อน ที่ ขึน เปน นาย สุด จินดา มหาดเล็ก หุ้ม แพร เวร สิทธิ์ ได้ รับ พระราช ทาน เบี้ยหวัด ปี ละ ชั่ง สิบ ตำลึง รับ ราชการ มา หา ได้ มี ความ ผิด ให้ ขุ่น เคือง ฝ่า ละออง ธุลี พระบาท ไม่ ครั้น ณวัน เดือน อ้าย ขึน สอง ค่ำ ปี ระกา สัปตศก นาย สุด จินดา ป่วย เปน โรค ให้ ชัก หน้า มืด เปน กำลัง หา พระ ประสิทธิ์ วิะยา หมอ ใน พระราชวัง บวร มา รักษา ว่า เปน เพท ลม บ้า หมู แกม ได้ ประกอบ ยา รักษา อาการ ทรง อยู่ แล้ว กลับ ทรุด ไป ให้ ชัก วัน ละ เก้า ครั้ง สิบ ครั้ง ครั้น ณวัน เดือน สาม ขึน สาม ค่ำ ได้ หา พระยา มรสาตร ฯ หมอ ใน พระบรม มหา ราชวัง มา รักษา ได้ ประกอบ ยา ให้ รับ ประทาน อาการ ทรง อยู่ แล้ว กลับ ทรุด หนัก ไป ครั้น ณวัน อังคาร เดือน สาม ขึน หก ค่ำ ปี ระกา สัปต ศก เวลา สี่ โมง เช้า สามสิบ มินิต นาย สุด จินดา สุ่ย ถึง แก่ กรรม อายุ ๒๗ ปี พระราช ทาน หีบ ทอง ทึบ ใส่ ศพ เปน เกียรติยศ ขอ ท่าน เอไดตอร์ ช่วย ลง สยาม ไส่มย ด้วย ๚ะ
๏ เปน หมอ ยา หมอ ผ่า สำหรับ พวก ราชทูต ยง กฤษ ใน กรุง เทพ ฯ หมอ คน นี้ ได้ กำหนด การ ว่า ทุก วัน ศุกร เวลา บ่าย สี่ โมง สี่สิบ ห้า มินิต จะ อธิบาย ความ ด้วย ร่าง กาย กระดูก เอน เส้น เลือด เนื้อ ผิว หนัง ของ มนุศย ให้ ท่าน ทั้งหลาย จะ ได้ เข้า ใจ การ รัก ษา บาด แผล ต่าง ที่ จะ เกิด ขึน ใน บ้าน นอก บ้าน ฤา ใน กลาง ศึก คราว ศึก ไป พลาง กว่า หมอ ชำนาญ ใน การ จะ มา ช่วย รักษา ให้ เลอียด เต็ม วิชา เพท หมอ ไป ได้ ๚ะ
๏ ณวัน ศุกร เดือน สาม แรม ค่ำ หนึ่ง พวก เลดี ฝรั่ง เปน อัน มาก ได้ ชุมนุม กัน ที่ ตึก แจก ยา แล รักษา โรค ต่าง ๆ คือ บางกอก ฮอซะปิแตล ที่ ถนน สีลม ที่ ตึก คุณ เวต เก่า คราว นั้น หมอ วิลลิช ได้ อธิบาย ความ ด้วย ร่าง กาย กระดูก เลือด เนื้อ ผิว หนัง แล เส้น เลือด ของ มนุศย เปน คำ อัน เข้า ใจ ได้ ง่าย ๆ แล ได้ อธิบาย ความ ให้ ท่าน ทั้งปวง เหน อย่าง ที่ จะ ได้ ทำ ที่ จะ ได้ มัด ผูก ใช้ ผ้า สำหรับ หุ้ม รักษา บาด แผล ต่าง ๆ ไป พลาง กว่า หมอ ชำนาญ จะ ได้ มา รักษา บาด แผล นั้น ด้วย เลอียด ตาม วิชา เพท หมอ ท่าน หมอ วิลลิช คน นี้ เปน คน ชำนาญ ใน วิชา เพท หมอ เปน อัน แม่น ยำ เลียด นัก เมื่อ เปน ใช้ มอบ ธุระ ให้ หมอ คน นี้ รักษา เปน ที่ ไว้ ใจ ได้ ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ผู้ ได้ อ่าน จดหมาย เหตุ สยาม ไศมย เหน ความ ข้อ หนึ่ง มี ผู้ ลง มา ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไศมย ข้อ ที่ กล่าว ว่า มี แขก คน หนึ่ง เปน ชาว เมือง อารับ ประพฤดิ์ การ เที่ยว พ่อ หลอก ผู้ หญิง สาว ลูก เขา บ้าง บ่าว ทาษ เขา บ้าง ได้ แล้ว ก็ เอา ไป ขาย ปล่อย เสีย ใน เมือง ต่าง ประเทศ ความ เรื่อง นี้ เปน การ จริง ข้าพเจ้า ได้ รู้ การ เปน พยาน ใน เรื่อง นี้ ได้ แขก ผู้ นั้น แต่ หาย หน้า ไป ช้า นาน บัด นี้ คน ภา พูด กัน ว่า ได้ เหน แขก คน นั้น กลับ มา อยู่ ใน กรุง เทพ ฯ แล้ว ขอ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง ที่ มี บุตร สาว หลาน สาว ทาษ สาว ๆ จง ระวัง การ ให้ มาก อย่า ให้ เสีย ที่ แขก ผู้ นั้น ได้ จึ่ง จะ สมควร ด้วย แขก ผู้ นี้ กล้า หาญ นัก ถ้า เหน ลูก สาว หลาน สาว ทาษ สาว ใคร งาม รัก ชอบ ใจ แล้ว ทอด เท หา แม่ สื่อ พูด บน แม่ สื่อ ถึง สาม ชั่ง สี่ ชั่ง ห้า ชั่ง แล กว่า ๆ ขึ้น ไป ตาม ง่าย ตาม ยาก ถ้า ได้ สม ความ ปราถนา แล้ว ก็ เอา ไป ทำ เมีย แล้ว ก็ ภา เอา ออก ไป ขาย ต่าง ประเทศ เอา กำ ไร แพง ๆ ขอ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง จง ทราบ เมื่อ ใน กลาง เดือน สาม นี้ ข่าว คน ภา พูด กัน ว่า เหน แขก คน นั้น ไป ดู ละคร ปรินซ์ เทิยเตอ ดี ร้าย จะ มี ใจ คยาก ได้ พวก ลคร ไป เที่ยว ขาย เอา กำไร บ้าง ผู้ เปน เจ้า ของ แล บิดา มารดา ของ คน ลคร จะ ต้อง ระวัง ให้ มาก ด้วย เคย มี เคย เปน อย่า ให้ แขก หลอก เอา ไป ขาย ปล่อย ได้ ดุจ ขาย สัตว์ เดรฉาน ข้าพเจ้า ขอ เตือน สติ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง จง ระวัง การ ตาม ที่ กล่าว มา นี้ อย่า เผลอ ตัว ได้ หมั่น คิด ไว้ นึก ไว้ อย่า ลืม เลย ๚ะ
ณวัน เสาร์ เดือน สาม ขึ้น สิบ ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๔ เปนซ ๖ อัฐ
เงิน โปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๔ เปนซ ๗ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียญ ๙๕ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สาม ขึ้น หก ค่ำ วาน นี้ คน อัน ไม่ มี การ ที่ ถนน คือ ตระฟาลคาร สแควร์ ชุมนุม กัน เปน อัน มาก ๚ะ
๏ น่า ต่าง ของ ตึก ที่ พวก กลับ ต่าง ๆ เคย ชุมนุม กัน นั้น พวก ผู้ ร้าย ตี แตก หลาย วง แล พวก อัน ไม่ มี การ นั้น ซะโมย ของ ที่ โรง ขาย ของ พวก ผู้ ร้าย นั้น ก็ จับ รถ แล ซะโมย ของ ๆ คน ที่ เดิน ล้าน นั้น ๚ะ
๏ เมื่อ เพิ่ม เติม พวก โปลิศ การ วุ่น วาย จึ่ง สงบ เงียบ ลง ไป ได้ ๚ะ
๏ ของ ซึ่ง พวก ไม่ มี งาน นั้น ได้ ลัก เอา ไป แล ทำ เสีย ไป ที่ ถนน ตระพัลการ แซกวร์ นั้น ก็ เปน อัน มาก ๚ะ
๏ พวก ที่ รบ กวน อยาก ให้ คน ทุก ตัว คน มี ทรัพย์ สมบัติ เสมอ เท่า กัน คือ โซแซลซิศ์ แอไยแตเตอร์ซ ได้ นำ คน วุ่น วาย ผู้ ร้าย นั้น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน สาม ขึ้น แปด ค่ำ เพราะ คำ เลื่อง ลือ กัน ว่า ฝูง คน เปน อัน มาก ออก พร้อม จะ ไป ยัง กรุง ลันดัน คน ทั้งปวง มี ความ วิตก ตก ใจ เปน อัน มาก เจ้า ของ ร้าน ขาย ของ แล เจ้า ของ ตึก ล้อม กัน ที่ ไว้ แขง แรง นัก จะ รบ สู้ ถ้า ผู้ ร้าย จะ รุก ตี เข้า มา ๚ะ
๏ แต่ คำ เลื่อง ลือ นี้ ดู เหมือน ไม่ จริง เกิน เหตุ ไป
๏ กรุง ลันดัน วัน สุกร เดือน สาม ขึ้น เก้า ค่ำ การ แตก ตื่น ตก ใจ ซา ลง ไป แต่ คน ยัง ระวัง ตัว อยู่ ๚ะ
๏ เมือง กอนซแตนไตนเปิล วัน สุกร เดือน สาม ขึ้น เก้า ค่ำ ประเทศ ใหญ่ ต่าง ๆ นั้น จัด การ จะ ให้ พวก รุเซี่ย ยอม ให้ ประเทศ เตอรกี แล บัลแคเรีย เข้า สัญญา เปน ไมตรี กัน แต่ พวก รุเซี่ย ไม่ ยอม ให้ ปรินซ์ อะเล็กซันเดอร มี ตำแหน่ง ใหญ่ ใน ทาง ไมตรี ใน การ รบ ฝ่าย ประเทศ บัลแคเรีย แล ประเทศ เตอรกี ๚ะ
๏ ๔ อนึ่ง ฝั้น ว่า โค ใหญ่ เคย ไถนา ไม่ น่า พา ปล่อย ทิ้ง จาก สถาน เอา ลูก โค เทียม ไถ เข้า ใช้ การ ไม่ เคย งาน เสีย รอย ย่อย ยับ ไป เดิน แตก แยก ข้าม คัน นา หนี ไม่ รู้ ใน ท่วง ที ทำนอง ไถ โปรด พุทธ บรรหาร ว่า นาน ไป นเรศ ไทย ท้าว พระยา ทุก ธานี จะ คบ คน พาลา ปัญญา หยาบ บ้า บาป หนุ่ม ซะนอง ให้ ครอง ที่ นับถือ ว่า ซื่อ สุจริต ดี ได้ ที พวก อุทาม ก็ ลาม ลวน ถึง ได้ เปน เสนา ปฤกษา ความ ทำ วู่ วาม ตาม ศักดิ์ แล้ว หัก หวน ชอบ ผิด มิ ได้ คิด ที่ ข้อ ควร เอา แต่ ส่วน สินบน คน เข็ญ ใจ ๚ะ
| วัน อังคาร เดือน สาม ขึ้น ๑๓ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน สาม แรม ๕ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดั่ง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| เอศบีแรนช์ | ก ๒ ส ค ฝรั่งเสศ | ๒๗๙ | คุเออนิอัน | มากวาลด์ แอน โก | เมือง แกศเตล | ขึ้น ๑๔ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๑๓ | โมลเซน | มากวาลด์ แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๑ ค่ำ |
| เฮกาดิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๘ | เลารี่ | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๑ ค่ำ |
| มงกุฎ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๕๙ | ลอฟ | วินดซอโรซ แอน โก | ซัวเถา | แรม ๕ ค่ำ |
| ดูเบิก | ก ก ฟ เยอรแมน | ๗๒๑ | ชูลดซ์ | วังลี | ฮองกอง | แรม ๕ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| แนนซัน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๕ | แบลกเบิน | วินดซอโรซ แอน โก | ฮองกอง | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| ไดอะมอนด์ซิติ | ก ๒ ส ค สยาม | ๓๖๑ | ซะเปนเซอร์ | จื่น | บอมเบ | แรม ๔ ค่ำ |
| เฮกาดิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๘ | เลารี่ | วินดซอโรซ แอน โก | สิงคโปร | แรม ๕ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๑๓ | โมลเซน | มากวาลด์ แอน โก | สิงคโปร | แรม ๕ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า เอศบีแรนช์ บันทุก ถ่าน หิน ๔๒๔ ตัน ๏ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ มิศเตอร โมน เดิน | ||||||
| ส่าน แกบิน แล คน เดิน ส่าน ดาษฟ้า ๓๐ คน ๏ เฮกาดิ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ มิศเตอร แล มิศแตรซ แบดแมน มิศเคลลิ | ||||||
| บู แม่ เลี้ยง แล ลูก สอง คน เดิน ส่าน แกบิน จีน เดิน ส่าน ดาษฟ้า ๓๓ คน แล แขก กะลิง ๓ คน ๏ มงกุฎ บันทุก สินค้า | ||||||
| ต่าง ๆ เมล เมือง จีน แล ญี่ปุ่น แล อะเมริกัน จีน เดิน ส่าน ดาษฟ้า ๓๐ คน ๏ ดูเบิก บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล จีน | ||||||
| จีน เดิน ส่าน มา คน หนึ่ง ๚ะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก แนนซัน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ญี่ปุ่น ๏ ไดอะมอนด์ ซิติ บันทุก ไม้ สัก | ||||||
| ๏ เฮกาดิ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๏ สุริยวงษ บันทุกสินค้า ต่าง ๆ เมล สิงคโปร แล ยุโรป | ||||||
๏ ๒ อนึ่ง ฝัน ว่า ไม้ รุ่น เจริญ ผล ดู วิกาล เหมือน ไม้ ใหญ่ ใน ไพร สัณฑ์ ทรง สัตยา ตรัส ทาย ทำนาย พลัน ภาย น่า นั้น ชาย หญิง จะ ทิ้ง ราว จะ คบ ชู้ สู่ หา สมา คม เสพย์ ส่ม กัน แก่ แรก พึ่ง รุ่น สาว กุมารี จะ มี บตร แต่ รุ่น ราว อายุศม์ ไม่ ยาว ยาก เย็น ด้วย เข็ญ มี ฯะ
๏ ๓ อนึ่ง นิมิตร ว่า แม่ โคคาวิน วอน ฃอ นม ลูก กิน น่า บัดสี โปรด พิปราย ทาย ว่า นิมิตร นี้ ไป ภาย น่า จะ มี เปน แน่ นอน พ่อ แม่ แก่ ชรา มา หา บุตร ทั้ง สิ้น สุด เข้า ปลา ทั้ง ผ้า ผ่อน ต้อง มา ยอบ ปลอบ ฃอ เฝ้า ง้อ งอน มัน ขอด ค่อน ลำทับ ให้ อับ อาย หยาบ ช้า ต่อ บิดา ชนนี่ พาที ให้ เคือง ซ้ำ ทำ ฉลาย มิ ได้ มี หิริ โอตัปปะ อาย หยาบ คาย ขี่ ข่ม ด้วย ลม พาล ฯะ
๏ กำปั่น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้างโคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชรบุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฦๅ วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ฯะ
คน เดิน สาน ดาษฟ้า คน ละ บาท
๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฦๅ กัปตัน กำปั่น นั้น ฯะ
๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั่น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ฯะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( จ ห ) ฯะ
๏ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สีลม ที่ ตึก คุณ เวด เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฦๅ จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ฯะ
๏ จะ เบิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอสบิตตาล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ฃอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ ที่ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก ๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา สอง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอีียด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิสเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จด แจง ดู แล ใน โมง ยา นี้ เถิด (จ ห) ๚ะ
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมัย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอีียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๒ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ทุก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี (จ ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด