
| เล่ม ๔ แผ่น ๒๙ วัน พุฒ เดือน สาม แรม ๑๓ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ ณวัน ศุกร เดือน สาม แรม ค่ำ หนึ่ง ปี ระกา สัปต ศก ๑๒๔๗ ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน ครู สมิท ผู้ ยิน ดี ด้วย ความ ซื่อ ตรง ให้ ทราบ ด้วย ครั้ง นี้ ข้าพเจ้า ป่วย อาการ โรค มาก นี่ หาก ว่า สิ่ง ซึ่ง เปน ใหญ่ เปน ประธาน ใน สกล โลกย ช่วย บันดาล จึ่ง ไม่ เปน อันตราย อาการ โรค ข้าพเจ้า ก็ คลาย หาย ขึ้น ลืม ตา เบิด ตา ขึ้น ได้ เหน หนังสือ สยาม ไสมย ของ ท่าน หลาย ฉบับ ข้าพเจ้า ได้ อ่าน ก็ ได้ รู้ ได้ เหน ความ ต่าง ๆ ที่ ชอบ ใจ ก็ เปน ที่ ยินดี ไม่ เปน ที่ ยินดี ชอบ ใจ อยู่ สอง เรื่อง คือ เรื่อง ที่ กล่าว ด้วย พุทธ จักร อาณาจักร ข้าพเจ้า ก็ ได้ เรียบ เรียง กล่าว ความ เปน คำ กลาง ส่ง ไป ยัง ท่าน ๆ ก็ ได้ ส่งเคราะห์ ข้าพ เจ้า ลง มา ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย เปน คำ กลาง ใน วิก ก่อน แล้ว ด้วย ความ กล่าว ใน พุทธจักร เปน หัว ข้อ พอ สังเขป ข้าพเจ้า ขอ ให้ ความ ขอบ ใจ มา ยัง ท่าน ขอ ให้ ท่าน มี ความ เจริญ ใน ท่าม กลาง ของ การ ที่ เปน ยุติธรรม ๚ะ
๏ บัด นี้ ข้าพเจ้า ได้ ส่ง คำ กลาง ที่ กล่าว ด้วย อาณาจักร เปน หัว ข้อ พอ สังเขป พอ จะ ได้ เปน นิไสย ปัจจัย แก่ ผู้ อ่าน หนังสือ ที่ ชอบ ใจ จะ ได้ ประพฤติ กระทำ แต่ การ ที่ มี คุณ เปน ประโยชน์ ความ เจริญ ใน หนังสือ สยาม ไสมย ของ ท่าน ก็ จะ ได้ ปรากฎ ไป ใน กาล นาน ข้าพเจ้า ได้ ส่ง คำ ที่ ข้าพเจ้า คิด ขนาน นาม ว่า คำ กลาง เปน คำ สุภาสิตา วาจา มา ให้ แก่ ท่าน โดย คำนับ เพื่อ จะ ให้ ท่าน เอา ความ แล ถ้อย คำ ซึ่ง เอา ปัญญา ตฤก ตรอง คิด นั้น ลง ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย วิก นี้ พอ จะ ได้ เปน นิไสย ปัจจัย แก่ ข้าพเจ้า ซึ่ง ใน พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระ กรุณา ชุบ เลี้ยง เปน ขุนนาง มี ยศ โดย ตำแหน่ง บัด นี้ ข้าพเจ้า ตก อยู่ ใน เวลา เปน คน ชะรา แล้ว ไม่ ได้ คิด ต้อง การ ความ ดี ที่ เหลือ เกิน แก่ ความ ดี ของ คน ชะรา ประสงค์ แต่ ความ กะตัญญู ต่อ ราชการ แผ่นดิน เท่า นั้น ขอ ท่าน ได้ สงเคราะห์ ให้ สม ความ ปราถนา ของ ข้าพ เจ้า ด้วย เทอญ เจ้า พระยา มหินทรศักดิ์ ธำรงค์ ฯะ
๏ ขอ แจ้ง มา ยัง ท่าน ครู สมิท เจ้า ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ด้วย เมื่อ วิก ก่อน นั้น ข้าพเจ้า ได้ เรียบ เรียง แต่ง เปน คำ กลาง กล่าว ด้วย การ สาศนา ที่ เรียก กล่าว ว่า พุทธ จักร ก็ ได้ ชี้ แจง สำแดง เปน หัว ข้อ สังเขป ไป แล้ว แต่ คำ ที่ กล่าว เรียก ว่า อาณา จักร นั้น ยัง ไม่ ได้ กล่าว สำแดง จะ ขอ กล่าว เปน หัว ข้อ คำ กลาง ขึ้น ให้ ผู้ ที่ เปน ปราช ฉลาด ใน คะติ โลกย คะติ ธรรม พิจารณา ตาม คำ นี้ ที่ จะ กล่าว เปน คำ กลาง ต่อ ไป ด้วย หนังสือ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย เปน ของ ดี มี คุณ เปน ประโยชน์ แก่ บ้าน เมือง เพื่อ ประกอบ จะ ให้ ความ เจริญ บังเกิด มี แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง ของ เมือง ที่ มี ความ เจริญ แล้ว ให้ เจริญ ยิ่ง ขึ้น ไป ท่าน ครู สมิท ผู้ นี้ ได้ มา อยู่ ใน กรุง เทพ ฯ ตั้ง แต่ อายุ หนุ่ม จน อายุศม์ แก่ เปน คน ฉลาด รู้ ราชการ บ้าน เมือง แล ลัทธิ ธรรมเนียม ต่าง ๆ ของ กรุง สยาม จึ่ง ได้ คิด กระทำ การ เพื่อ ประโยชน์ ใน ตัว แล อาไศรย แอบ อ้าง เพื่อ ประโยชน์ จะ ให้ เปน เครื่อง อุด หนุน แก่ ราชการ แผ่นดิน นั้น ด้วย จึ่ง ให้ ออก หนังสือ สยาม ไสมย มา ทุก วัน พุฒ ใน หนังสือ ที่ ออก ใน วิก ที่ ล่วง แล้ว แต่ ก่อน ๆ กล่าว ความ ต่าง ๆ ใน อาณาจักร ก็ ไม่ สู้ จะ กล่าว เรียว แรง นัก ตั้ง แต่ กล่าว ด้วย พุทธ จักร ขึ้น แล้ว กล่าว ถึง อาณาจักร ด้วย ถ้อย คำ ใน ความ ที่ กล่าว เกิน เลย หยาบ คาย ต่าง ๆ ขึ้น แรง ๆ ฤๅ จะ เปน ด้วย ตัว ของ ผู้ ที่ กล่าว นั้น จะ ไม่ ใช่ เปน คน ใน ตำแหน่ง ราชการ จึ่ง กล่าว เล่น ตาม ชอบ ใจ ดุจ เปน คน มี แก้ว สาระพัด นึก นึก เอา ง่าย ๆ ตาม ชอบ ใจ เหมือน จะ ให้ จัด ราชการ บ้าน เมือง ซึ่ง เปน การ สำคัญ โต ใหญ่ ประดุจ จัด การ ใน บ้าน เรือน ของ ตัว ซึ่ง ข้าพเจ้า กล่าว ทั้ง นี้ เพื่อ จะ ชี้ ให้ เปน คำ กลาง หัว ข้อ มิ ใช่ จะ ห้าม ปัญา ของ ผู้ ที่ จะ คิด ความ ดี ความ เจริญ ที่ จะ มี ขึ้น แก่ บ้าน เมือง นั้น หา มิ ได้ การ สิ่ง ใด ที่ จะ เปน ความ ดี ความ เจริญ ขึ้น แล้ว แต่ บันดา คน ที่ อยู่ ใน พื้น แผ่นดิน บ้าน เมือง อัน เดียว กัน ต้อง ที่ ช่วย กัน ยินดี ทุก ตัว คน ด้วย บ้าน เมือง เปน ที่ อาไศรย สำหรับ อยู่ ของ ครอบ ครัว ด้วย กัน การ ปัญา แล ความ คิด นั้น ย่อม มี ทั่ว ไป ทุก ตัว คน ไม่ ว่า ผู้ ดี ไพร่ เขญ ใจ แต่ มี ปญา อัน ยาว บ้าง มี ปัญา อัน สั้น บ้าง แล ปัญา อัน หยาบ อัน เลอียด แล ปัญา รู้ คิด การ รอบ คอบ หยั่ง น่า หยั่ง หลัง คิด การ ได้ การ เสีย ปัญา เช่น นี้ เรียก ว่า เปน ปัญา ประกอบ พร้อม นักปราช ควร ต้อง สรรเสริญ ยก ย่อง ว่า เปน ผู้ มี ปัญา รอบ คอบ รู้ การ ได้ การ เสีย ธรรมดา การ บ้าน เมือง ทุก ๆ เมือง เปน ธรรมเนียม ของ คอเวอนเมนต์ ผู้ ครอง บำรุง รักษา ทุก บ้าน ทุก เมือง ย่อม เต็ม ใจ ยินดี ที่ จะ คิด ให้ ราชการ บ้าน เมือง ของ เมือง นั้น ๆ ให้ เจริญ ขึ้น ด้วย กัน ทุก บ้าน ทุก เมือง มิ ได้ คิด ที่ จะ ให้ เมือง ถอย อำนาจ ทรุด โซม ไป นั้น หา มิ ได้ แต่ เมือง ใด ที่ ตั้ง ตัว เจริญ มา ได้ แล้ว ก็ มี แต่ เจริญ ขึ้น ไป แต่ เมือง ใด ที่ ยัง ไม่ เจริญ ขึ้น ได้ นั้น ก็ เพราะ ผู้ ครอง คอเวอนเมนต์ จัด การ คิด การ ยัง ไม่ สำเร็จ ตลอด ไป ได้ ด้วย กำ ลัง ต่าง ๆ ยัง ไม่ เพียง พอ คือ ทรัพย สิน เงิน ทอง ที่ จะ ใช้ สอย ใน การ งาน เปน ต้น จึ่ง จัด การ ยัง ไม่ เจริญ ไป ได้ เร็ว ทัน ท่วง ที ด้วย เหตุ นี้ ถ้า มี ขึ้น อย่าง ใด อย่าง หนึ่ง แก่ บ้าน เมือง ใด บ้าน เมือง นั้น ก็ ยัง ไม่ เจริญ ไป ได้ การ ที่ จะ ทำนุ บำรุง รักษา บ้าน เมือง ให้ เจริญ นั้น ถ้า การ ทั้งปวง ยัง ไม่ ประกอบ พร้อม จะ ให้ เจริญ เปน ไป โดย เร็ว ไม่ ได้ ต้อง อา ไศรย ทรัพย ที่ จะ บังเกิด ใน พื้น แผ่นดิน ที่ จะ ได้ มา ใช้ สอย ทำ การ พร้อม เพรียง แล้ว จึ่ง จะ จัด การ ให้ เจริญ สำเร็จ ไป ได้ ซึ่ง จะ คิด จัด ให้ ได้ ดัง ใจ ดุจ ผู้ กล่าว ใน สยาม ไสมย ทั่ว ไป ทุก สิ่ง ทุก อย่าง ยัง ไม่ ได้ ด้วย เพศ บ้าน พื้น เมือง ยัง รุง รัง ด้วย ธรรมเนียม เก่า มาก นัก จะ รื้อ ถอน จัด การ ใหม่ ยัง ไม่ ได้ พร้อม เพรียง บาง สิ่ง ก็ สำเร็จ ไป ได้ ก็ มี ข้าพเจ้า คิด เหน การ ยัง ขัด ข้อง อยู่ ดัง นี้ จึ่ง ได้ เรียง ความ เปน คำ กลาง มา ชี้ แจง แก่ ท่าน ครู สมิท เจ้า ของ สยาม ไส่มย เอไดตอร์ ให้ ช่วย พิเคราะห์ ใน คำ กลาง อัน นี้ เอา คำ ใน คำ กลาง อัน นี้ พิเคราะห์ เทียบ เคียง กับ คำ ของ ผู้ ที่ กล่าว แต่ ก่อน ๆ ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ว่า คำ นี้ จะ ใช้ เปน คำ กลาง ได้ แล ไม่ ได้ ประการ ใด ถ้า ท่าน พิเคราะห์ เหน ได้ ว่า เปน คำ กลาง แล้ว การ ต่อ ไป ใน เบื้อง น่า ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด จะ แต่ง ความ กล่าว ว่า ด้วย จะ ให้ เปน ความ ดี ความ เจริญ บังเกิด แก่ บ้าน เมือง แล จะ ให้ เจริญ ใน กิจ การ งาน ต่าง ๆ จะ มา ให้ ท่าน ลง ใน สยาม ไสมย ขอ ให้ ท่าน พิเคราะห์ พิจารณา ถ้า ท่าน เหน เปน ความ ดี จะ เจริญ จะ จัด การ ทำ การ ไป ได้ ตลอด จริง ๆ แล้ว ท่าน ไม่ ต้อง รับ เอา ถ้อย คำ ที่ เปน ความ ดี ของ ท่าน ผู้ นั้น ๆ ลง ใน สยาม ไสมย ของ ท่าน ให้ เปลือง น่า กระดาษ ที่ จะ ได้ ลง ความ เรื่อง อื่น ๆ เลย ควร จะ นำ ความ ขึ้น ทูล เกล้า ฯ ถวาย ใน พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ให้ ทรง ทราบ ถ้า ไม่ ขัด ขวาง อัน ใด ก็ คง จะ ทรง ยินดี ด้วย ความ เจริญ ของ ผู้ ที่ คิด ความ เจริญ ขึ้น ได้ ทุก อย่าง ถ้า แล ผู้ นั้น ๆ จะ เกลือก เกรง ไป ด้วย เหตุ ต่าง ๆ ไม่ อาจ สามารถ ที่ จะ นำ ความ ดี ความ ชอบ ขึ้น กราบ บังคม ทูล พระกรุณา ได้ ให้ ทราบ ถึง ใต้ ฝ่า ลออง ฯ ด้วย เหตุ นี้ ถ้า ดัง นั้น เคาุนซิลลอ ออฟ เสตก แล ปรีวี่ เคาุนซิล ที่ ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ตั้ง แต่ง ยก ย่อง ขึ้น ไว้ ก็ มี ตัว เปน อัน มาก หลาย พระองค์ หลาย ท่าน หลาย นาย ถ้า แม้น ว่า ผู้ ที่ ทำ การ สุจริต โดย ทาง ราชการ ดัง นี้ แล้ว ก็ อาจ ให้ สำเร็จ ผล มี คุณ แล มี ประโยชน์ ทั้ง สอง ฝ่าย ถ้า ผู้ ที่ จะ หา ความ ดี ความ เจริญ ที่ ประกอบ ไป ด้วย สติ ปัญญา ควร จะ ต้อง กระทำ ตาม ทาง อัน นี้ จึ่ง จะ ถูก ต้อง สม ควร ถ้า จะ ไม่ ดำเนิน ตาม ทาง นี้ จะ ไป ดำเนิน ตาม ทาง ที่ เคย ดำเนิน มา แต่ ก่อน ๆ ก็ จะ ไม่ มี ประโยชน์ อัน ใด นักปราช ทั้งหลาย จะ ไม่ เปน ที่ ยินดี สรรเสริญ ก็ คง สำคัญ ใจ นึก เอา ว่า ที่ กล่าว เรื่อง ราว ใน สยาม ไสมย ว่า เล่น ไม่ ออก ตัว ออก ชื่อ นั้น เปน คำ ไม่ จริง แกล้ง กล่าว ประจาน ใน ของ ที่ ไม่ จริง เล่น ตาม ชอบ ใจ ของ ผู้ นั้น ชอบ เล่น ผู้ นั้น ชอบ ประพฤติ เปน การ สนุกนิ์ ถ้า จะ ขืน ประพฤติ แล กระทำ ดัง นี้ ไม่ หยุด ยั้ง จะ ขอ แต่ง เปน คำ กลาง เตือน สติ แก่ ผู้ นั้น ๆ ให้ ได้ สติ ถ้า หาก ว่า เคราะห์ หาม ยาม ร้าย ประพฤติ เล่น ดัง นี้ เคย ตัว เข้า จะ ลืม ตัว เผลอ สติ กล่าว การ ที่ สำคัญ ๆ มี เกี่ยว ข้อง ใน ราชการ ขึ้น จะ มี โทษ แก่ ตัว ฉัน ใด บ้าง ขอ จง ดำริห์ ตริ ตรอง คำ กลาง สั้น ๆ อัน นี้ ให้ เปน การ ยาว โดย เลอียด ด้วย ธรรมเนียม ราชการ บ้าน เมือง มี ราชการ สำหรับ ตำแหน่ง ใน น่า ที่ นั้น ๆ โดย แบบ อย่าง ธรรมเนียม ที่ ตั้ง ธรรมเนียม มา ไม่ ให้ ก้าว ก่าย กัน เปน กิ่ง ก้อย แม่ มือ ราชการ ของ บ้าน เมือง มี พนัก งาน ของ คอเวอนแมนต์ เปน ผู้ รักษา การ ทำ มา หา กิน ค้า ขาย เปน ธรรมเนียม ของ จำพวก ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่น ดิน ประกอบ การ งาน การ สอง อย่าง นี้ มี เปน ธรรม เนียม ทุก บ้าน ทุก เมือง ถ้อย ที ถ้อย อาไศรย ซึ่ง กัน แล กัน ทุก บ้าน ทุก เมือง เมื่อ ฝ่าย ใด กำลัง ไม่ พอ ก็ ต้อง พึ่ง ขอ กำลัง แก่ ฝ่าย นั้น มา อุด หนุน จะ ได้ เปน กำลัง ของ บ้าน เมือง ถ้า ฝ่าย ใด มี ฆาระทุกข์ ก็ ต้อง มา ร้อง ทุกข์ ขอ อำนาจ ดับ ทุกข์ ร้อน เหมือน กัน ก็ นี่ และ จึ่ง ได้ เปน ธรรมเนียม มา ที่ ว่า ถ้อย ที่ ถ้อย อาไศรย แก่ กัน นั้น ดั่ง นี้ แต่ ข้อ ที่ มี ผู้ กล่าว เกบ เอา ราชการ แผ่นดิน ที่ สำคัญ ไม่ สมควร กล่าว ไป กล่าว ขึ้น ใน หนังสือ สยาม ไสมย ที่ ไม่ ควร จะ กล่าว ด้วย ของ ใน ราชการ แผ่นดิน ที่ ยัง ไม่ มี เหตุ กล่าว ขึ้น ก่อน เหตุ ที่ เปน ดู ไม่ สม ควร ถ้า ผู้ ที่ จะ กล่าว เปน คน ได้ รู้ เหตุ แล้ว ว่า จะ ทำ ได้ ตลอด ให้ มี คุณ ควร จะ ต้อง เอา ความ ที่ ผู้ นั้น คิด การ ตลอด จะ ทำ ได้ เปน การ เจริญ ผู้ นั้น ควร แนะ นำ ความ ไป แจ้ง แก่ เจ้า พนักงาน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ๆ เพิก เฉย ไม่ เปน ใจ ด้วย ราช การ ดั่ง นี้ แล้ว ควร ผู้ นั้น จะ ชี้ แจง ขึ้น เปน เรื่อง ราว ทั้งปวง เปน ข้อ ความ ต่าง ๆ ให้ ปรากฏ เปน ที่ ประจาน แก่ คน ที่ เปน ราชการ ไม่ เปน ธุระ เอื้อ เฟื้อ ด้วย ราช การ แผ่นดิน นั้น จึ่ง จะ สม ควร แล้ว จะ ให้ ปรากฏ มี เกียรติยศ คน ทั้งปวง จะ ได้ เหน ความ ดี ของ ผู้ นั้น ด้วย ถ้า กระทำ ดัง นี้ เปน การ ถูก ต้อง โดย สม ควร เหน ว่า จะ มี คุณ เปน ประโยชน์ เพราะ เบิด เผย ให้ คน ทั้งปวง รู้ จัก เจ้า ของ ความ คิด ที่ ทำ ดี ทำ ชั่ว คน ทั้งปวง ที เปน ผู้ ฉลาด เปน นักปราช ก็ จะ ตัดสิ์น เหน ได้ ว่า ผู้ ใด ทำ ถูก ทำ ชอบ การ ที่ ลง ใน สยาม ไสมย กล่าว ต่าง ๆ ใน ราย วัน ฉบับ ก่อน ๆ อ่าน พิ เคราะห์ ใน ถ้อย คำ สำนวน โดย ทาง ความ แล ทาง ราชการ บาง เรื่อง ก็ เรียบ ร้อย ที่ ฟัง ชอบ กล ก็ มี ฟัง เปน คะติ ใน ทาง ราชการ ได้ ก็ มี หลาย เรื่อง หลาย แห่ง แต่ ไม่ ควร จะ ต้อง กล่าว ยก ขึ้น สรรเสริญ แล ติ เตียน ด้วย เปน คำ อากาศ ธาตุ กล่าว ไม่ มี ตัว ตน ผู้ อ่าน ที่ เปน นักปราช พิจารณา ก็ คง เข้า ใจ ได้ ทุก ๆ เรื่อง ทั้ง ที่ ดี ทั้ง ที่ ไม่ ดี แต่ ต้อง ตก ลง หา ธรรมดา เหมือน กับ ตัว ข้าพเจ้า ผู้ กล่าว คำ กลาง นี้ ผง เข้า ตา ตัว แล้ว เหน ไม่ ได้ ประการ หนึ่ง นักเลง แปร ธาตุ ผู้ ที่ เปน เจ้า ของ ย่อม เหน ธาตุ ที่ ประ กอบ จะ ให้ เปน ทอง ย่อม จะ เหน เปน ศิ ลาน เปน ธรรมดา แต่ ความ เรื่อง ที่ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง ที่ ได้ แต่ง ความ ลง ใน หนังสือ สยาม ไสมย ข้าพเจ้า อ่าน เปน ที่ ยินดี ทั้งสิ้น ข้าพเจ้า ไม่ ยินดี อ่าน แต่ เรื่อง ที่ ติ เตียน ด้วย พระพุทธ ศาสนา แล กล่าว เกี่ยว ด้วย ราชการ แผ่น ดิน ลอย ๆ ไม่ มี ชื่อ จัง ตัว ข้อ นี้ ให้ เปน ที่ สงไสย สนเท่ ต่าง ๆ ด้วย เหตุ นี้ ข้าพเจ้า จึ่ง ได้ มี ความ เสีย ใจ เพราะ เหน ว่า ปัญา แล ความ คิด ของ ท่าน ทั้งหลาย ก็ ประกอบ ไป ด้วย ปัญา แล ความ คิด อัน รุ่ง เรือง เหตุ ไฉน ท่าน จึ่ง ไม่ กระทำ การ ให้ เปน คุณ มี ประโยชน์ แก่ แผ่นดิน โดย ที่ จริง ท่าน ไป กระทำ การ ลอย ๆ เปน อากาศ ธาตุ ดัง นี้ ดุ ประหนึ่ง ประดุจ เปน การ ทำ เล่น เสีย นั้น ไม่ ควร เลย การ สิ่ง ใด กระทำ แล้ว ให้ คน ทั้งปวง ได้ เหน เปน ความ จริง ได้ แล้ว เปน การ ดี่ นี่ กระทำ ดู ประหนึ่ง กระทำ เล่น โดย การ พยาบาท ซึ่ง มี ใจ บาท หมาง ซึ่ง กัน แล กัน เหมือน ติ เตียน กัน เล่น ใน หนังสือ สยาม ไสมย ถ้า แล เปน แต่ กล่าว ด้วย วาจา เปน อากาศ ธาตุ กล่าว การ จำเพาะ ตัว ผู้ นั้น โดย โทษะ ครั้น วาย โทษะ ก็ หาย ไป เอง แต่ ชัย ที่ กล่าว เกบ เอา ความ ต่าง ๆ ใน ราชการ แผ่นดิน ที่ ไม่ ควร จะ กล่าว ไป กล่าว ใน หนังสือ ราย วัน จด หมาย เหตุ สยาม ไสมย ไม่ มี คุณ เปน ประโยชน์ อัน ใด เหมือน หนังสือ ที่ เขียน กล่าว ประจาน ไม่ ออก ตัว ด่า ทอ กัน ดุจ หนังสือ ที่ เขียน ไว้ ตาม ฝา ผนัง กำแพง แก้ว ศาลา วัด แล ฝา ถาน เหมือน เปน คน ประพฤติ การ ผิด จิตร เปน พาล ซุ่ม ซ่อน อยู่ ใน ที่ มืด คอย เอา ก้อน อิฐ ก้อน หิน ขว้าง ปา คน ทั้งหลาย ถ้า เขา จับ ได้ ก็ มี โทษ ถ้า เขา จับ ไม่ ได้ เขา ก็ แช่ง ด่า ติ เตียน นินทา ถึง หู ผู้ ที่ ประพฤติ ๆ ได้ ความ เดือดร้อน ขึ้น เปล่า ๆ เหมือน คำ กล่าว ว่า เอา กระดูก แขวน คอ ไว้ ไม่ มี คุณ มี ค่า อัน ใด เลย ถ้า ใน หนังสือ สยาม ไสมย เขียน ขึ้น ได้ ดุจ ดัง กล่าว นี้ หนังสือ สยาม ไสมย ที่ เปน ของ ดี ก็ จะ เสื่อม เสีย กลาย เปน ของ ชั่ว ไป ไหน ๆ ท่าน ครู สมิท ก็ ประกอบ ไป ด้วย ปัญา อัน ยาว จง พาก เพียร อย่า ให้ หนังสือ สยาม ไสมย ที่ เปน ของ ดี เปน ชั่ว เสีย ไป ได้ ด้วย ความ พาก เพียร โดย ปัญา ของ ท่าน ช่วย คิด จัด การ ให้ พวก ข้าพเจ้า ทั้งหลาย ยินดี เต็ม ใจ ได้ รับ อ่าน สดับ ตรับ ฟัง ไป ให้ นาน ๆ จะ ได้ เปน เครื่อง ประดับ สติ ปัญา ของ พวก ข้าพเจ้า ชาว สยาม ต่อ ไป ด้วย เทอญ ด้วย พวก ข้าพเจ้า ทั้ง หลาย สู้ อุสาห ออก เงิน รับ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย เพื่อ ประโยชน์ จะ อุด หนุน กำลัง ท่าน แล อยาก จะ ฟัง ข่าว การ ต่าง ๆ ที่ เปน การ ใกล้ แล ไกล เปน เครื่อง ประดับ สติ ปัญญา ไม่ ได้ ตั้ง ใจ เสีย เงิน รับ ถ้อย คำ ที่ กล่าว ไม่ มี คุณ เปน ประโยนน์ ชึ่ง กล่าว ขึ้น ทั้ง นี้ เพราะ ด้วย ความ ร้อน ใจ สอง ประการ ๆ หนึ่ง ร้อน ใจ ด้วย พระพุทธ สาศนา ที่ นับถือ มี ผู้ กล่าว ด้วย คำ ที่ ไม่ ควร จะ กล่าว อีก ประการ หนึ่ง ร้อน ใจ ด้วย ราช การ แผ่นดิน มี ผู้ กล่าว ยก เอา แบบ อย่าง ธรรมเนียม ของ เมือง ที่ เปน ข่าศึก ที่ เปน อัป มงคล แล้ว มา กล่าว ดู เหมือน เปน แกล้ง กล่าว ทับ ถม ไม่ เกรง ขาม ธรรม เนียม ของ เมือง ชาว เรา สยาม ชึ่ง ได้ เคย เปน ที่ พึ่ง ที่ นับถือ ต่อ ๆ กัน มา นม นาน นับ ด้วย ร้อย ปี การ ที่ เจริญ แล ไม่ เจริญ ก็ ต้อง ตก ไป ตาม เวลา ของ ไสมย นั้น ๆ ยัง ไม่ ควร ที่ จะ กล่าว ขึ้น ให้ เปน ข่าว แก่ คำ ปรากฎ อยู่ ใน แผ่น กระดาษ เหมือน เปน การ ประมาท ดู ถูก ต่อ ชาติ ของ ตัว สวรรค อยู่ ใน อก นรก อยู่ ใน ใจ ดี กว่า ที่ กล่าว เปล่ง เปน อุทานะ วาจา ออก ไป กับ คำ หนึ่ง มี คำ ว่า เหน เขา ขี่ คาน หาม สาน มือ รัด ก้น กับ ยัง มี ต่อ ไป อีก นิด หน่อย ว่า เหน ช้าง ขี้ ๆ ด้วย ช้าง วิตก เปน เหตุ ด้วย คน ที่ ไม่ รู จัก ประมาณ กาย ที่ จะ ควร แล ไม่ ควร จะ ขอ กล่าว อีก คำ หนึ่ง ว่า มี ปาก กลวง ๆ พูด ง่าย ๆ รำ คาน ใจ ด้วย เหตุ นี้ จึ่ง ได้ เรียบ เรียง คำ กลาง ส่ง มา ยัง ท่าน เปน คำ เตือน สติ จะ เหลือ เกิน แล ไม่ เหลือ เกิน ประการ ใด ขอ อะไภย โทษ ไม่ ได้ แกล้ง ว่า กล่าว แล ตอบ โต้ แก่ ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ไม่ ได้ คิด เลย แท้ จริง ครั้น จะ ไม่ กล่าว ก็ จะ ขาด กะตัญญู ต่อ ชาติ สยาม ไป คิด เหน ดัง นี้ จึ่ง ได้ กล่าว มา เปน คำ กลาง ด้วย ความ กะตัญญู กัตตะเวที โดย แท้ จริง ฯะ
๏ มี พระ บรมราช โองการ โปรด เกล้า ฯ ให้ ประกาศ แก่ พระบรม วงษานุวงษ ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย แล พ่อ ค้า ราษฎร ทั้งปวง ทราบ ทั่ว กัน ด้วย ใน พระบาท สม เดจ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระราช ดำริห์ เหน ว่า วิชา หนังสือ เปน ต้น เค้า คุณ ความ เจริญ ของ ราชการ บ้าน เมือง ยิ่ง กว่า ศิลปล่าตร วิชา การ อื่น ๆ ทั้งสิ้น ถ้า ผู้ ใด เล่า เรียน รู ถ่อง แท้ จริง ถึง แม้น ว่า จะ เปน คน ตระกูล สูง ฤา ตระกูล ต่ำ อย่าง ใด ก็ สมควร ที่ จะ ทรง พระกรุณา ชุบ เกล้า ฯ เลี้ยง ให้ ได้ มี ยศ ศักดิ์ รับ ราชการ บ้าน เมือง สนอง พระเดช พระคุณ ตาม คุณา นรูป ถ้วน ทั่ว กัน ทุก วัน นี้ ผู้ ที่ เล่า เรียน วิชา หนังสือ ไทย ก็ มี เปน อัน มาก แต่ บาง คน เรียน รู จบ ตำรา เรียน บ้าง ที่ เรียน ได้ แต่ ครึ่ง หนึ่ง ค่อน หนึ่ง แล้ว เลิก เรียน เสีย ก็ มี เปน อัน มาก เพราะ ไม่ มี กำหนด อัน ใด เปน ที่ สังเกต ที่ จะ รับ ประกัน ว่า ผู้ ใด รู้ ถ่อง แท้ จริง แล ผู้ ใด ไม่ รู้ จริง จึ่ง ยัง เปน ความ ขัด ขวาง แก่ พระราช ประสงค์ ซึ่ง จะ ทรง ชุบ เลี้ยง เกล้า ฯ เลี้ยง แล พระ ราชทาน คุณ ความ ดี แก่ ผู้ เล่า เรียน อยู่ เพราะ แล เหตุ ฉนี้ ได้ โปรด เกล้า ฯ ให้ ตั้ง แบบ หลวง สำหรับ สอบ ไล่ วิชา หนังสือ ไทย นักเรียน ทั้งปวง จะ โปรด เกล้า ฯ ให้ มี ข้า หลวง เปน พนักงาน ไล่ หนังสือ ปี ละ ครั้ง หนึ่ง เสมอ ต่อ ไป ถ้า นักเรียน คน ใด มี ความ รู้ ไล่ ได้ ตลอด วิชา โดย กำหนด ไว้ เพียง ชั้น ใด ก็ จะ โปรด เกล้า ฯ พระ ราชทาน ให้ ได้ คุณ วิเศษ โดย ควร แก่ ผู้ มี ความ รู้ ใน วิชา ชั้น นั้น ถ้วน ทั่ว กัน กำหนด วิชา ที่ จะ ไล่ นั้น ชั้น ประโยค ต้น จะ สอบ วิชา ตลอด แบบ เรียน หลวง ทั้ง หก เรื่อง คือ ตั้ง แต่ มูลบท บรรพ กิจ จน จบ พิศาล การันต์ ถ้า ผู้ ใด ไล่ ได้ ตลอด ก็ จะ ได้ หนังสือ สำหรับ ตัว ใบ หนึ่ง ลง ชื่อ ข้า หลวง พร้อม กัน รับ รอง ว่า ผู้ นั้น เปน คน มี ความ รู้ จริง ได้ สอบ ซ้อม วิชา ใน ที่ ประชุม ข้า หลวง แล้ว หนังสือ ฉบับ นี้ จะ เปน ประโยชน์ แก่ ตัว ของ เจ้า ของ ใน เมื่อ เวลา จะ ไป ทำ การ ที่ ใด ๆ จะ ได้ ถือ ไป เปน ประ กัน สำหรับ ตัว ถ้า ผู้ นั้น อยาก จะ ใคร่ เล่า เรียน เพื่อ จะ ได้ คุณ วิเศษ ใน วิชา ชั้น สุด ต่อ ขึ้น ไป ก็ จะ เข้า เรียน ใน โรง เรียน หลวง สำหรับ สอน วิชา ชั้น สูง ได้ ตาม พระราช บัญญัติ สำหรับ โรง เรียน วิชา ที่ จะ ไล่ ชั้น ประโยค สอง นั้น แปด อย่าง คือ ลาย มือ หวัด แล บรรจง อย่าง หนึ่ง เขียน หนังสือ ใช้ ตัว ว่าง วรรค ถูก ตาม ใจ ความ ไม่ ต้อง ดู แบบ อย่าง หนึ่ง ทาน หนังสือ ที่ ผิด คัด จาก ลาย มือ หวัด อย่าง หนึ่ง คัด สำเนา ความ แล ย่อ ใจ ความ อย่าง หนึ่ง แต่ง จดหมาย อย่าง หนึ่ง แต่ง แก้ กระทู้ ความ ร้อย แก้ว อย่าง หนึ่ง วิชา เลข อย่าง หนึ่ง ทำ บาญชีย์ อย่าง หนึ่ง ผู้ ใด มี ความ รู้ ไล่ สอบ ได้ ตลอด วิชา ทั้ง สี่ อย่าง เปน ชั้น ประโยค สอง นี้ ถ้า เปน ไพร่ หลวง ฤๅ ไพร่ สม กรม ใด ๆ ก็ จะ ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ ขาด จาก สังกัด เดิม ได้ หนังสือ พิมพ์ คุ้ม สัก ตลอด ชีวิตร ถ้า เปน ผู้ จะ รับ ราชการ สนอง พระเดช พระ คุณ ก็ จะ ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ เลี้ยง ตาม สมควร แก่ คุณา นรูป ถ้วน ทุก คน ถ้า ไม่ สมัค จะ รับ ราชการ จะ ไป ทำ การ ที่ ใด ๆ ก็ จะ พระ ราชทาน พระบรม ราชานุญาต ให้ ไม่ ขัด ขวาง กำหนด จะ ได้ ไล่ หนังสือ ตั้ง แต่ ปี จอ อัฐศก นี้ ต่อ ไป ถ้า ผู้ ใด จะ ใคร่ ทราบ ความ แล วิธี แบบ สำหรับ ไล่ หนังสือ โดย เลอียด ก็ ให้ ไป ถาม ที่ ออฟฟิซ เจ้า พนักงาน จัด การ โรง เรียน ฤๅ ตาม โรง เรียน หลวง แห่ง ใด แห่ง หนึ่ง นั้น เถิด ๚ะ
๏ ประกาศ มา ณวันศุกร เดือน สาม ขึ้น สอง ค่ำ ปี ระกา สัปตศก จุลศักราช ๑๒๔๗ เปน วัน ที่ ๖๒๙๖ ใน รัชกาล ปัตยุ บัน นี้ ๚ะ
ณวัน อังคาร เดือน สาม แรม ห้า ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๕ เปนซ ๕ อัฐ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๔ เปนซ ๗ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๖ เหรียน
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน สาม ขึ้น สิบ ค่ำ การ วุ่น วาย น่า กลัว เกิด ขึ้น ใน เมือง ไลเซซเตอร แต่ พวก โปลิศ กระทำ ให้ พวก วุ่น วาย นั้น กระจัด กระจาย ไป สิ้น ๚ะ
๏ ชนะ ใน เรื่อง ความ ขอ อย่า กัน นั้น
๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน จันทร เดือน สาม ขึ้น สิบสอง ค่ำ บันดา คน พวก บัลแคเรีย แล รูมีเลีย ที่ เปน คน เพื่อ แล โปรด ให้ เลิก ไป พลาง บัดนี้ เรียก มา ตาม ธง อีก ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สาม ขึ้น สิบสอง ค่ำ พวก โปลิศ กอง ใหญ่ วาน นี้ ได้ ช่วย มิ ให้ พวก โซไซอัล อิสต์ ออก ชุมนุม ใน กลาง แจ้ง ๚ะ
๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน จันทร เดือน สาม ขึ้น สิบสอง ค่ำ เมื่อ ตอบ คำ ถาม ของ รูเซีย ด้วย ข้อ สัญา ฝ่าย ประเทศ เตอรกี แล ปรินซ อะเลกซันเดอร์ โปด เจ้า ประเทศ เตอรกี แสดง ความ ไว้ ใจ ว่า คอเวิน แมนต์ รูเซีย จะ คิด อยู่ ใน ทาง ราช ไมตรี เพราะ ประเทศ เตอรกี ได้ ประพฤติ ตาม หนังสือ สัญา ซึ่ง ทำ ที่ เมือง เบอลิน ๚
๏ กรุง ปารีศ มองซิเออร์ ปอล เบิด ออก แล้ว จะ ไป ยัง ประเทศ ตอนกวิน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สาม ขึ้น สิบสาม ค่ำ การ วุ่น วาย ได้ เกิด ขึ้น ใน หัว เมือง เบอรมิงแฮม แล หัว เมือง ยารมท แต่ พวก โปลิศ กระทำ ให้ พวก ผู้ ร้าย กระจัด กระจาย ไป ๚ะ
๏ จะ เสดจ กลับ ไป ยัง ประเทศ อินเดีย
๏ เมือง นุยอก วัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบสี่ ค่ำ พวก กอมมิตติ ซึ่ง หาฤๅ ปฤกษา ด้วย เรื่อง เงิน ตั้ง ใจ แล้ว ส่ง ริโปต ว่า ไม่ ชอบ จำหน่าย เงิน ให้ มาก เหลือ เกิน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบสี่ ค่ำ หนัง สือ จด หมาย เหตุ เดลี่ นุซ์ ลง พิมพ์ ข่าว โทรเลข ข้อ หนึ่ง แจ้ง ความ ว่า กำปั่น รบ พวก ครีช น่า จะ ถูก ยับ เยิน
๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน สาม ขึ้น สิบห้า ค่ำ มิสเตอร์ แกลดซโตน ได้ รับ ตำแหน่ง เปน ลอด ไปรวิ ซีล ๚ะ
๏ พวก รูเซีย ยิง ยอม ใน ข้อ สัญญา ฝ่าย ปรินซ อะ เลกซันเดอร แล โปต เจ้า ประเทศ เตอรกี เว้น แต่ การ ไมตรี ใน การ รบ กัน นั้น ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ได้ อ่าน สยาม ไสม เล่ม ๔ แผ่น ๒๗ ซึ่ง พระ รามัญ ท่าน ได้ ทราบ การ ใน เมือง พม่า ว่า ด้วย จัด การ ต่าง ๆ นั้น สม กับ ท่านผู้ มี กะตัญญู แท้ จริง ช่วย เตือน สติ ใน ประเทศ สยาม นี้ จะ ให้ มี ความ ศุข เจริญ ขึ้น นั้น แต่ ข้าพเจ้า เหน ว่า หา มี ผู้ ซึ่ง จะ ช่วย พระเจ้า อยู่ หัว ไม่ ถ้า จะ ทรง พระ กรุณา ให้ ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด จัด การ ทำ การ ก็ ดู เหน ว่า คิด เอา เปรียบ แก่ ราชการ เอา มา เปน ผล ประโยชน์ กับ ตัว ฝ่าย เดียว เปน อัน มาก หา มี ผู้ ซึ่ง จะ คิด ทำนุ บำรุง แผ่น ดิน ช่วย พระเจ้า อยู่ หัว โดย ความ สัตย์ ซื่อ ไม่ ถ้า ได้ ท่าน ผู้ ซึ่ง มี ใจ สม ดั่ง พระราช หฤไทย สัก ๑๒ คน การ ทุก อย่าง ที่ ต้อง พระ ราช ประ สงค์ คง สำเร็จ ได้ ขอ ท่าน เอไดเตอร ช่วย เอา ความ เหน ของ ข้าพเจ้า ลง สยาม ไสมย ด้วย เถิด ๚ะ
๏ ๘ อนึ่ง ฝัน ว่า มี ผู้ ฟั่น เชือก หนัง อยู่ เคหัง เพิง พะ ใน สถาน ปลาย เชือก เสือก ห้อย ลง ย้อย ยาน สุนักข์ นอน ใต้ ร้าน กัด กิน ไป ยิ่ง ฟั่น ก็ ยิ่ง สั้น ไป หมด สิ้น หา ยืด ลง ถึง ดิน นั้น ได้ ไม่ พระ โลกุตรมา จาริย์ บรรหาร ไว้ ว่า นาน ไป จึ่ง จะ เหน ที่ เข็ญ มี ชาย มา หา ลาภะ สการ มา บ้าน เรือน หญิง เบื่อน บาก บ่าย จำหน่าย หนี แสน งอน ซ่อน ทรัพย์ ดู อัปปรีย์ ข่ม ขี่ หยาบ คาย ให้ ชาย กลัว ทำ ยอก ยัก ลัก ทรัพย์ ส่ง ให้ ชู้ ตะแคง ค้อน ข่ม ขู่ ข่ม เหง ผัว ชาย เขลา เมา รัก สมัค มัว เหน ผัว กลัว กลับ ข่ม ให้ สม ใจ ๚ะ
| วัน อังคาร เดือน สาม แรม ๕ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน สาม แรม ๑๒ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บัญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เล่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เล่า ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำ หนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๔๐ | ไวตะ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๘ ค่ำ |
| ท่า ฮองกอง | ก ๒ ส ค สยาม | ๓๓๕ | ชมิจโล | เฮงลี่ | ฮองกอง | แรม ๑๐ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอ์ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๖๗ | ตุลลอก | บอนิโอ กำปนี | สิงฆโปร | แรม ๑๑ ค่ำ |
| พระจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๑๑๓ | ชแตรดตัน | วินดซอ โรซ แอน โก | ซัวเถา | แรม ๑๒ ค่ำ |
| อุบลบุรทิศ | ก ก ฟ สยาม | — | — | — | ฝั่ง ตวัน ออก | แรม ๑๒ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| บุระนอฟจุฟ | ก ๒ ส ค สยาม | ๓๔๐ | คะแกมปอศ | จีน | สิงคโปร | แรม ๖ ค่ำ |
| มงกุฎ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๕๘ | ลอฟ | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | แรม ๙ ค่ำ |
| ดุเบิก | ก ก ฟ เยอรแมน | ๘๒๑ | ชุดตซ์ | วังลี | ฮองกอง | แรม ๑๐ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๔๐ | ไวตะ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงคโปร | แรม ๑๑ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงคโปร แล ยุโรป คน เดิน สาน แกบิน ๔ คน ดาษฟ้า ๕๐ คน | ||||||
| ๏ ท่า ฮองกอง บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๑ แมกอะลิศเตอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๕๑ คน | ||||||
| ๏ พระจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล เมือง จีน ๑ อุบลบุรทิศ กรม พระจักรพรรดิ พงษ เสด็จ กลับ มา ยัง | ||||||
| กรุง เทพ ฯ ใน ลำ นี้ ฯะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก มงกุฎ บันทุกสินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ยี่ปุ่น ๑ ดุเบิก บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๑ เฮกุบะ | ||||||
| บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป ฯะ | ||||||
๏ ๖ อนึ่ง ฝันว่า มี่ ม้า นั้น สอง ปาก เหน หญ้า อยาก ปาก อ้า น้ำ ลาย ไหล บุรุษ สอง ปอง ป้อน จน อ่อน ใจ หยิบ หญ้า หย่อน ยื่น ให้ ไม่ เว้น วาย มี พุทธ ฎีกา พยากรณ์ ว่า ผู้ ตัด รอน ความ ราษฎร ลิ้น ทั้ง หลาย จะ รวบ รวม กัน กิน ทั้ง สอง ฝ่าย แนะ นำ ให้ ท้าย โจทย์ จำ เลย กิน พลาง ทาง ข่ม ด้วย ลม ลวง เหนี่ยว หน่วง ถาม ทิ้ง แล้ว นิ่ง เฉย บ้าง อาไศรย์ ใช้ การ จน นาน เลย ความ ก็ เกย แห้ง ร้าง อยู่ ค้าง ปี ๚ะ
๏ ๗ อนึ่ง ฝัน ว่า สุวรรณ ภาชน์ ทอง สุนัข ปอง ขึ้น นั่ง น่า บัดสี เอื้อม พระ โอฐ โปรด พุทธ วาที ลา จะ ได้ ที่ เสนา นาย จะ หยิ่ง ยศ มา ลำทับ ไม่ นับ ปราช เสพ สังวาส คบ พาล สมาน หมาย เสมือน ขมิ้น ขยำ น้ำ ปูน ละลาย ทั้ง ไพร่ นาย จะ ขะนอง ลำพอง พาล ๚ะ
๏ กำปั่น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้างโคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชร์บุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤๅ วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ
คน เดิน สาน ดาษฟ้า คน ละ บาท
๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤๅ กัปตัน กำปั่น นั้น ๚ะ
๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั่น ไฟ มล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ๚ะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( จ ห ) ๚ะ
๏ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สี่ลม ที่ ตึก คุณ เวต เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤๅ จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี่ อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เบิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอส์บิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ ที่ มี่ อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา จะ ให้ เปน ทาน ๚ะ
๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา สอง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอียด ขอ เชิญ ท่าน มาร หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จด แจง ดู แล ใน โมง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ เปน ภาษา อังคริด บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ผูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด