เดือน ๔ ขึ้น ๖ ค่ำ, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๒๙ วัน พุฒ เดือน สี่ ขึ้น ๖ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗

ว่า ด้วย สาศนา

๏ ข้าพเจ้า ได้ อ่าน สยาม ไสมย ได้ ฟัง ผู้ ถือ สาศนา ฝ่าย พุทธ สาศนา แล คฤศต์ สาศนา ลง พิมพ์ ติเตียน ความ เหน ซึ่ง กัน แล กัน เปน เนื้อ ความ หลาย ข้อ แจ้ง อยู่ ใน สยาม ไสมย นั้น แล้ว ดู ๆ ก็ เปน การ ไม่ ตก ลง ซึ่ง กัน แล กัน เพราะ ตน เคย นับถือ สาศนา ได้ มา แต่ เดิม ช้า นาน สันดาน ก็ เชื่อง นิยม อยู่ ใน สาศนา นั้น บัด นี้ ฉัน ขอ พูด เปน กลาง สัก คำ หนึ่ง ว่า ผู้ ถือ สาศนา พระโคดม ลง พิมพ์ บอก ว่า อัน องค์ พระโคดม เปน ลูก เจ้า ผู้ เปน กระษัตร ครั้น ไป บวช จึ่ง เรียก พระ โคดม ว่า พระเจ้า เหมือน หนึ่ง เจ้า ทุก วัน นี้ ถ้า ไป บวช ก็ เรียก กัน ว่า เจ้า พระ เหตุ นี้ ผู้ ถือ พุทธ สาศนา จึ่ง ลง เนื้อ เหน ว่า เจ้า พระ กับ พระเจ้า เปน คำ เดียว กัน แต่ ฝ่าย ผู้ ถือ คฤศต์ สาศนา นั้น เล่า เขา เหน ว่า นาม ที่ เรียก ว่า พระเจ้า นั้น คือ พระองค์ เปน เจ้า ของ สวรรค์ เจ้า ของ นรก เจ้า ของ มนุศย์ โลกย์ ทรง พูน บำเหนจ แล ปรับ โทษ ทั่ว ไป เที่ยง ธรรม โดย นิยม ของ พระองค์ ไม่ มี สิ่ง ใด ขัด ขวาง พระองค์ ได้ เลย การ ลัทธิ กิริยา ก็ ถือ กัน อยู่ เช่น นี้ อย่า ทุ่ม เถียง กัน ให้ เสี่ย เวลา เลย ควร จะ เร่ง ประติบัติ ไป เถิด ก็ ฝ่าย ผู้ ที่ รับ ว่า ตน เปน สานุศิษย์ พระ โคดม ก็ จง เพ่ง เอา องค์ พระโคดม เปน ตัว แบบ ตัว อย่าง ไป เถิด พระโคดม นั้น ท่าน ละ บุตร ภรรยา แล ทรัพย์ สิ่ง ของ ทั้งปวง เสีย สิ้น เสร็จ คือ พระโคดม เหน ว่า การ มาตุคาม เปน ราค เง่า เค้า มูล แห่ง การ บาป ทั้ง สิ้น เผื่อ จะ ให้ เกิด โลภ เจตนา หา ทรัพย์ สิ่ง ของ เหตุ นี้ พระโคดม จึ่ง ติเตียน ว่า การ มาตุคาม แล ทรัพย์ สิ่ง ของ ข้อง เกี่ยว เปน เครื่อง การ บาป ก็ เหตุ ใด ชาว ลังกา ถือ สาศนา พระ โคดม จึ่ง มา ภา กัน ประพฤติ์ มี เมีย มาก ตั้ง สิบ ตั้ง ร้อย เช่น นี้ เล่า แล้ว มิ หน่า ชาว ลังกา ภา กัน เอา ทรัพย์ สิ่ง ของ ที่ พระโคดม ไม่ ปราถนา นี้ ไป บูชา ถวาย ให้ กัน นั้น ว่า เปน การ บุญ ทำ การ เช่น นี้ ฉัน เหน ว่า ผิด อย่าง ที่ พระโคดม หนัก หนา เออ ก็ เหตุ ใด จึ่ง ภา กัน กระทำ อย่าง พระโคดม ติเตียน นั้น ว่า เปน การ บุญ กุศล นั้น เล่า ฤา ชาว ลังกา จะ พูด แก้ ว่า การ ที่ เอา ทรัพย์ สิ่ง ของ ถวาย บูชา แล ให้ ฉัน ว่า เปน การ สละ ละ ทรัพย์ สิ่ง ของ เช่น อย่าง พระโคดม นี้ บ้าง เออ ก็ ตัว ฉัน ได้ เข้า ใจ ใน คำ บาฬี มี ว่า เมื่อ พระโคดม ท่าน สละ ละ ทรัพย์ สิ่ง ของ ๆ ท่าน นั้น ท่าน ก็ มิ ได้ ยก เอา ทรัพย์ สิ่ง ของ ๆ ท่าน ถวาย บูชา ให้ แก่ ผู้ ใด ๆ นั้น เลย เปน แต่ สละ แล้ว ก็ ไป สุด แล้ว แต่ ผู้ ต้องการ ความ จริง เช่น นี้ ไม่ ใช่ ฤา ซึ่ง ผู้ ถือ สาศนา ว่า ตน เปน สิศย์ พระโคดม จำ ต้อง ทำ ตาม อย่าง พระโคดม กระทำ จึ่ง จะ ชอบ จะ ควร เหมือน หนึ่ง ชน ฝ่าย สิศย์ พระเยซู เขา ก็ เอา องค์ พระ เยซู เปน ตัว แบบ ตัว อย่าง เขา ก็ ต้อง ระงับ การ มาตุ คาม ถือ ลัทธิ ผัว เดียว เมีย เดียว แล เขา มิ ได้ ยก เอา ทรัพย์ สิ่ง ของ ถวาย บูชา แล ให้ ว่า เปน การ บุญ นั้น เลย เขา อุษา หะ หัก จิตร หัก ใจ ให้ ตั้ง อยู่ ใน การ ยุติธรรม ให้ กาย วาจา ใจ แห่ง ตน บริสุทธิ์ เปน เครื่อง ถวาย บูชา แก่ พระเจ้า นี่ และ การ ที่ สิศย์ พระเยซู กระทำ ลัทธิ ผัว เดียว เมีย เดียว แล กระทำ กาย วาจา ใจ แห่ง ตน ให้ บริสุทธิ์ เปน เครื่อง ถวาย บูชา เช่น นี้ พระโคดม จะ ติเตียน ลัทธิ ฝ่าย สิศย์ พระเยซู ที่ กล่าว มา นี้ ว่า จะ ไม่ ดี ฤา ขอ ให้ ฝ่าย ชาว ลังกา ลง พิมพ์ ว่า มา ให้ ฟัง บ้าง เถิด จะ ได้ เกิด ปัญา ท่าน เอได เตอร์ เยา คำ นี้ ที่ ฉัน กล่าว ลง สยาม ไสมย อย่า ลืม ฯะ


ว่า ด้วย ผู้ ใหญ่ ทำ ไร่ นา

๏ ข้าพเจ้า ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน เอไดเตอร์ ครู สมิท เจ้า ของ สยาม ไสมย ทราบ ด้วย ใน หนังสือ สยาม ไสมย มี เนื้อ ความ ว่า ผู้ มี บุญ ทำ เรือก สวน ไร่ นา นั้น ราษฎร หา กิน ขัด สน ที่ ท่าน ออก เปน หนัง สือ สยาม ไสมย นั้น ผู้ ซึ่ง ว่า นั้น หา ว่า ถูก ต้อง ไม่ ท่าน ผู้ มี บุญ ทำ เรือก สวน ไร่ นา นั้น ข้าพเจ้า เหน ว่า ท่าน ประพฤติ์ ดี อย่าง ที่ สุด จะ ทำ นา นั้น ที่ นา ว่าง เปล่า อยู่ ถม ไป หา มี ผู้ อื่น ทำ ไม่ จะ ทำ สวน ก็ ต้อง เอา เงิน ซื้อ เขา ตาม ราคา มาก แล น้อย ถ้า เขา ไม่ ขาย ก็ สุด แล้ว แต่ เจ้า ของ เขา จะ เปน การ กด ขี่ นั้น หา ไม่ จะ ปลูก โรง ให้ เช่า ที่ ก็ ต้อง ซื้อ เขา ตาม ราคา ก็ ไม่ ได้ กด ขี่ เขา ผู้ มี บุญ ประพฤติ การ อย่าง นี้ จะ ว่า ราษฎร ขัด สน อย่าง ไร ที่ ราษฎร กิน แล้ว เข้า บ่อน ก็ ตั้ง หลาย สิบ หมื่น คน มิ ขัด สน มาก ฤา ฤา ท่าน คิด เหน ว่า จะ ให้ ผู้ มี บุญ เฆี่ยน ตี ราษฎร เร่ง เอา เงิน ฤา ราษฎร จึ่ง จะ ได้ ขัด สน ท่าน ออก สยาม ไสมย ว่า อย่าง นี้ ไม่ ถูก ข้าพเจ้า จะ เปรียบ เนื้อ ความ ให้ ท่าน ฟัง อย่าง หนึ่ง เมื่อ ครั้ง แผ่น ดิน พระบาท สมเด็จ พระนั่ง เกล้า เจ้า อยู่ หัว กรม หมื่น อ่ำมะเรน มี เงิน มาก ไม่ มี เจ้า กรม อื่น เปรียบ ได้ เมื่อ ครั้ง กรม หมื่น อ่ำมะเรน มี บุญ นั้น มี เงิน หลาย พัน ชั่ง ของ อื่น ก็ บริบูรณ พร้อม เครื่อง ภาชนะ ใช้ สอย ก็ บริบูรณ ครั้น แผ่นดิน พระบาท พระนั่งเกล้า สวรรณคต ต่อ ๆ ถึง แผ่นดิน ปัจุบัน นี้ กรม หมื่น อ่ำมะเรน ท่าน ก็ ได้ เบี้ย หวัด และ เงิน กลาง ปี่ เสมอ มาก ครั้น กรม หมื่น อ่ำมะเรน สิ้น พระชนม์ เหลือ เงิน ไม่ ถึง ๔๐๐ ชั่ง เพราะ ท่าน ไม่ ตรึก ตรอง ทำ เรือก สวน ไร่ นา ครั้น ใน เวลา นี้ หม่อม เจ้า และ หม่อม ราชวงษ ของ ท่าน ก็ อยู่ ข้าง ขัด สน มาก มี ตัว อย่าง อยู่ ท่าน จะ กล่าว ว่า ผู้ มี บุญ ทำ เรือก สวน ไร่ นา ไม่ ถูก เพราะ เงิน นั้น หา ยาก หา กิน ได้ โดย บริสุทธิ์ ท่าน จะ ว่า ไม่ ดี นั้น ข้าพเจ้า ไม่ เหน และ การ ซึ่ง ผู้ มี บุญ ทำ เรือก สวน ไร่ นา นั้น ข้าพเจ้า เหน ว่า เปน การ ภา ให้ บ้าน เมือง มี ความ เจริญ ขึ้น อีก ข้าพเจ้า จะ ขอ ชี้ แจ้ง ชัก ตัว อย่าง ให้ ท่าน ทราบ คือ พระบาท สมเดจ พระ เจ้า อยู่ หัว ได้ ทรง ซื้อ เรือก สวน ไร่ นา สำหรับ ประ ทาน พระเจ้า ลูก เธอ ก็ หา ได้ ทรง ซื้อ โดย ราคา วา ถะ บาท ตาม ธรรมเนียม เดิม ไม่ ได้ ทรง ซื้อ ตาม ราษ ฎร ซื้อ ขาย กัน และ จะ แพง กว่า ราษฎร ซื้อ ขาย กัน เสีย อีก เพราะ เจ้า พนักงาน คิด เข้า กัน เสีย ใน หลวง มี พระไทย กรุณา แก่ ราษฎร จึ่ง ขาย ได้ มี ราคา แพง มาก เมื่อ ทรง ซื้อ แล้ว ก็ ได้ ทรง ทำนุ บำรุง ที่ นั้น มี ความ เจริญ ขึ้น เปน ที่ ว่า ตำบล บางรัก แต่ ต้น เดิม นั้น ก็ เปน จาก ครั้น ใน หลวง ซื้อ แล้ว ก็ ทำ เปน ตึก ชั้น ทั้ง สิ้น ถนน สระ ประทุมวัน แต่ เดิม ก็ เปน นา ก็ ยก เปน สวน ขึ้น ทั้ง สิ้น อย่าง นี้ จะ ไม่ เปน การ เจริญ แก่ บ้าน เมือง ฤา ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ว่า พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น ภู ธเรศ ธำรงค์ ศักดิ์ เสดจ ไป จับ ผู้ ร้าย ลัก โค กระบือ ที่ ตำบล ทุ่ง แสน แสบ แขวง กรุง เทพ ฯ ที่ ตำบล นั้น ผู้ ร้าย ก็ เงียบ สงบ ลง แต่ ที่ บ้าน ตำบล แสน แสบ เปน ที่ สำหรับ ช้าง อาไศรย เนื้อ ที่ มาก กว่า มาก ว่าง เปล่า อยู่ เดี๋ยว นี้ จ้าง จีน ขุด คลอง ได้ เนื้อ ที่ นา หลาย หมื่น ไร่ ราษฎร มา ซื้อ หลาย ร้อย ครัว ไม่ เปน การ เจริญ ขึ้น แก่ บ้าน เมือง ฤา ท่าน ก็ จำหน่าย ขาย ให้ เดี๋ยว นี้ ท่าน ยัง จ้าง จีน ขุด อยู่ เสมอ ที่ นา เกิด ขึ้น เปน ผล ประโยชน์ แก่ แผ่นดิน มาก ผู้ ร้าย ก็ เงียบ สงบ ลง การ ขุด คลอง อย่าง นี้ ก็ เปน การ เจริญ แก่ บ้าน เมือง ท่าน จะ ว่า โลภ นั้น ๆ ไม่ ได้ เพราะ ทำเนียม ใน กรุง สยาม นั้น จะ เปรียบ กับ ชาว ยุโรป นั้น ไม่ ได้ เพราะ ธรรมเนียม กรุง สยาม นั้น มี ภรรยา ตั้ง สามสิบ สี่สิบ คน ชาว ยุโรป เรา มี คน เดียว พระยา ภาษกรวงษ ท่าน ก็ มี ภรรยา คน เดียว เหมือน ชาว ยุโรป เหมือน กัน ท่าน เปน คน ดี ไม่ มัก มาก พระยา เทพ ประชุนห์ ท่าน ก็ มี ภรรยา คน เดียว เหมือน กัน ท่าน ไม่ คิด ทำ เรือก สวน ไร่ นา แล้ว ท่าน มิ คิด เบียด เบียน เนื้อ เรา ฤา เพราะ ท่าน ต้อง ใช้ สอย มาก จึ่ง ได้ ทำ เรือก สวน ไร่ นา ขอ ท่าน เอไดเตอร์ ครู สมิท เจ้า ของ สยาม ไสมย ลง พิมพ์ ให้ ข้าพเจ้า ด้วย ข้าพเจ้า ขอ แจ้ง ความ มา ณวัน อาทิตย เดือน สาม ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ศักราช ๑๒๔๗ ๚ะ


คน ที่ ท่า ไข่ ร้องทุกข์

๏ วัน ศุกร เดือน สาม แรม แปด ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ ข้าพเจ้า ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เอไดเตอร์ ทราบ ข้าพเจ้า มี ความ ทุกข์ ร้อน ขอ ท่าน เอไดเตอร์ ลง พิมพ์ ด้วย ท่าน ผู้ ใหญ่ จะ ได้ ทราบ ด้วย ตำบล สาม เสน ที่ ท่า ไข่ นั้น เปน แขวง เมือง ฉะเชิงเซา มี นาย กอง คน หนึ่ง มี บุตร ทั้ง ชาย ทั้ง หญิง หลาย คน ไม่ มี ตก ลัก คน หนึ่ง อยู่ ด้วย กัน ทั้ง นั้น มา บัด นี้ ได้ ตั้ง ตัว เปน ใหญ่ ขึ้น อยู่ ตำบล ท่า ไข่ เที่ยว ข่ม เหง ชาว บ้าน เปน นิจ พวก พี่ น้อง เหล่า นี้ ก็ มี ผัว มี เมีย ด้วย กัน ผู้ คน ก็ พรัก พร้อม มาก ต่อ มาก ตั้ง ซ่อง สุม เปน กอง โจร เข้า แย่ง เอา ควาย เขา กับ เที่ยว ขะโมย ควาย ราษฎร ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด พลัด มา ก็ จับ เอา เปน ควาย ของ ตัว เสีย ราษฎร ควาย ที่ หาย นั้น มา ดู ควาย ของ ตัว ก็ พาล ตี เอา ว่า เปน ขะโมย มี คำ ลือ กัน ว่า ควาย ของ พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น ภูธเรศ ธำรงค์ ศักดิ์ ที่ ขะโมย ลัก เอา ไป นั้น ก็ ตก อยู่ ใน ควาย กอง นั้น เหมือน กัน บัด นี้ ยัก เอา ไป ไว้ ที่ อื่น เสีย แล้ว อย่า ว่า แต่ ควาย ราษฎร จะ ไม่ หาย แต่ ควาย ของ ท่าน ผู้ มี บุญ ยัง หาย เพราะ พวก ผู้ ร้าย ลัก ควาย นั้น ตั้ง กอง ส้อง สุม กัน โดย มาก ราษฎร ที่ ทำ นา นั้น มี ความ ร้อน ใจ เปน ที่ สุด ขอ ท่าน เอไดเตอร์ ครู สมิท ลง พิมพ์ ด้วย จง เอนดู กับ สัตว ผู้ ยาก เทอญ ๚ะ


ความ สงไสย

๏ ถึง ครู สมิท ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า มี ความ สงไสย อยู่ ว่า การ พระศพ กรม พระราช วัง บวร ครั้ง นี้ เกณฑ์ เจ้า ต่าง กรม ทำ ระทา พระองค์ เจ้า น้อง ยาเธอ ถูก ฉัตร ทอง ฉัตร เงิน ขุนนาง ใน พระราช วัง บวร ถูก รูป สัตว์ แล โรง พัก โรง รำ ต่าง ๆ มี พระนาม แล ชื่อ ขุนนาง ใน พระราช กิจจา ทั้งสิ้น แต่ หม่อม เจ้า ที่ ถูก ฉัตร ทอง ฉัตร เงิน ถึง เก้า ชั้น หลาย คน ทำไม ไม่ มี ชื่อ หม่อม เจ้า ใน พระราช กิจจา ฤๅ ท่าน ผู้ ทำ พระราช กิจจา ท่าน จะ ลืม หลง ชื่อ หม่อม เจ้า เสีย ฤๅ จะ ไม่ เกณฑ์ เปน การ หลวง เปน เกณฑ์ ของ ผู้ หา ประโยชน์ ต่าง ๆ ข้าพเจ้า มี ความ สงไสย ๚ะ


เรือ เมล

๏ เมล สำหรับ เชียง ใหม วัน นี้ จะ ออก เวลา บ่าย ๔ โมง


สมเดจ เจ้า ฟ้า กรมพระ ภาณุ พันธุวงษ สว่างวงษ

๏ ณวัน เสาร เดือน สี่ ขึ้น สอง ค่ำ เวลา เช้า สาม โมง สมเดจ เจ้า ฟ้า กรมพระ ภาณุ พันธุวงษ สว่างวงษ เสดจ ออก จาก บาง ปอิน จะ กลับ มา ยัง กรุง เทพ ฯ ๚ะ


คำ เลื่อง ลือ กัน

๏ มี คำ เลื่อง ลือ กัน ว่า มี ผู้ หนึ่ง เอา หญิง สาว หลาย คน จาก กรุง เทพ ฯ ลง เรือ จะ พา กัน ไป ขาย เมือง เขมร ใน เร็ว ๆ นี้ ข้อ นี้ ไม่ น่า จะ เชื่อ แต่ ใน เมือง เรา เอง คน เกิด ใน แผ่นดิน ปัตยุบัน นี้ จะ ขาย เปน ทาษ ไม่ ได้ แล้ว อย่าง ไร คน จึ่ง จะ บังอาจ ซื้อ บุตร สาว เขา ใน กรุง สยาม ไป ขาย ใน ประเทศ อื่น พ่อ แม่ พวก พ้อง เจ้า นาย ที่ จะ ขาย บุตร สาว ดัง นี้ ยัง จะ มี ใน กรุง เทพ ฯ ฤๅ ใคร จะ เชื่อ ได้ ๚ะ


ราชทูต สยาม

๏ พระองค์ เจ้า ปฤษฎางค เสด็จ ไป ยัง กรุง ไวเอนนะ จะ ไป เฝ้า สมเด็จ พระบรม เจ้า เอมบีรอ เจ้า ประเทศ ออส เตรีย จะ ไป ถวาย พระราช สาสน ของ สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม แสดง ความ ว่า ได้ ตั้ง พระองค์ เจ้า ปฤษฎางค เปน ราชทูต เอนวอย เอกซะแตรออรไดเนรี่ แล มินิศเตอร ปลีโนโป เตนไตแอรี่ สำหรับ จะ เจริญ ทาง พระราชไมตรี ทั้งสองฝ่าย เมื่อ เสร็จ ราชการ ที่ กรุง ไวเอนนะ แล้ว พระองค เจ้า ปฤษ ฎางค จะ กลับ มา ยัง กรุง เทพ ฯ สมเด็จ พระบรม เจ้า เอม ปเรอร์ ประเทศ ออสเตรีย ได้ โปรด ให้ พระองค เจ้า ปฤษ ฎางค์ เข้า เฝ้า ณวัน จันทร เดือน ยี่ แรม หก ค่ำ เปน การ ให้ แขก เมือง เฝ้า กรมหมื่น นเรศวรฤทธิ์ พระองค์ สวัสดิ โสภณ แล พระองค ปฤษฎางค ออก จาก เมือง มาเซล ณวัน อาทิตย เดือน สาม แรม สิบ ค่ำ จะ กลับ มา ยัง กรุง เทพ ฯ


คำ กลาง เดือน สติ

๏ ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน ครู สมิท เจ้า ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ขอ เรียง ความ ตาม ความ เหน เปน คำ กลาง ส่ง มา ยัง ท่าน อีก ฉบับ หนึ่ง ด้วย ท่าน กับ ข้าพเจ้า เปน คน วิสาสะ คุ้น เคย กัน มา ช้า นาน ความ สนิท สนม ของ ข้าพเจ้า กับ ท่าน ก็ ยัง ยั่ง ยืน มา จน ทุก วัน นี้ ข้าพเจ้า เปน ชาว สยาม มี ความ เจริญ ก็ ด้วย อำนาจ ของ เมือง สยาม ท่าน เล่า ก็ เปน ชาว ประเทศ นอก เปน ครู ศาสนา มา แต่ เมือง อะเมริกัน แต่ ได้ มา อยู่ ใน กรุง เทพ ฯ เมือง เดียว กัน กับ ข้าพเจ้า ช้า นาน ข้าพเจ้า คิด ว่า ข้าพเจ้า รัก นับถือ เมือง สยาม ฉัน ใด ท่าน ก็ คง รัก นับถือ เมือง สยาม ฉัน นั้น ครั้ง นี้ ที่ ท่าน ได้ ขอ พระ บรม ราชานุญาต ออก หนังสือ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ทุก วิก วัน พุฒ นั้น ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ยินดี ด้วย ท่าน คิด ว่า ท่าน จะ หา ความ ดี ความ เจริญ ให้ มี แก่ กรุง เทพ ฯ ฉลอง พระเดช พระคุณ ที่ ท่าน ได้ มา พึ่ง พระบรม โพธิ สมภาร อยู่ ใน แผ่นดิน ท่าน จึง ได้ คิด ออก หนังสือ สยาม ไสมย คน ทั้งหลาย ที่ มี ใจ ยินดี ด้วย การ บ้าน เมือง ก็ ได้ ลง ชื่อ รับ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย อุด หนุน ช่วย กำลัง ท่าน ๆ ก็ ได้ ออก หนังสือ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นับ ตาม ปี ได้ สาม ปี, เศษ แต่ ก่อน ๆ คน ทั้งหลาย ที่ รับ จดหมาย เหตุ เปน ที่ ยินดี เปน อัน มาก บาง คน ยัง คิด ว่า ที่ ท่าน ออก ทุก วัน พุฒ ได้ รับ อ่าน ยัง ช้า นัก อยาก จะ ได้ รับ อ่าน ทุก วัน ๆ ตาม คำ ประกาศ ของ ท่าน ยก เว้น แต่ วัน อาทิตย ความ นิยม ยินดี ใน หนังสือ สยาม ไสมย ที่ ออก แต่ ก่อน ใน ชั้น ต้น เปน ดัง นี้ ครั้น ภาย หลัง ต่อ มา คน กลับ ใจ ไม่ ยินดี ชอบ ใจ ด้วย ความ ที่ กล่าว ใน หนังสือ สยาม ไสมย โดย มาก ไม่ อยาก จะ รับ ที่ คืน เสีย ไม่ รับ ก็ มี ที่ คิด อยาก จะ ไม่ ให้ คน ทั้งหลาย รับ ซื้อ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ มี คำ ที่ ข้าพเจ้า กล่าว นี้ มี ตัว ตน เปน คำ จริง ทั้ง นี้ ข้าพเจ้า เหน ว่า ท่าน เปน คน ประกอบ ด้วย ทั้ง สติ แล ปัญา อัน รอบ คอบ ขอ ท่าน จง พิเคราะห์ พิจารณา ไต่ สวน ให้ รู้ เหตุ เหน เหตุ จะ เปน ด้วย เหตุ อัน ใด แต่ ก่อน คน ทั้งหลาย เปน ที่ ยิน ดี บัด นี้ คน ทั้งหลาย ทำไม จึง กลับ ไม่ เปน ที่ ยินดี ขอ ท่าน ได้ ดำริห์ ตริ ตรอง เรื่อง นี้ ให้ ได้ ความ จริง จง แน่ นอน ท่าน จะ ได้ คิด จัด การ ประกอบ การ ทำ การ ของ ท่าน เสีย ใหม่ ไม่ ให้ ของ ที่ ว่า ดี แล้ว กลับ เปน ของ ไม่ ดี ให้ กลับ เปน ของ ดี ขึ้น ได้ จึ่ง จะ สม ควร แก่ ผู้ ที่ มี สติ ปัญา อัน รุ่ง เรือง ข้าพเจ้า คิด เหน การ ดัง นี้ จึ่ง ได้ ชี้ แจง มา ให้ ท่าน ทราบ โดย คำ กลาง สังเขป สั้น ๆ กับ ข้าพเจ้า จะ ขอ กล่าว ชี้ แจง เปน คำ เตือน สติ ท่าน อีก ต่อ ไป เพราะ ด้วย ข้าพเจ้า รัก ใคร่ นับถือ ท่าน ข้าพเจ้า คิด เหน ว่า ใน เมือง ฝ่าย ประเทศ ยุโรป เปน เมือง ได้ ตั้ง มา นาน แล้ว ศักราช นับ ด้วย พัน ปี เมือง นั้น จึ่ง ได้ เจริญ เปน ศิวิไลย ทุก ๆ เมือง เมือง ใด ศักราช นับ ด้วย ร้อย ปี เมือง นั้น จะ ให้ จำเริญ โดย เร็ว นั้น ยัง ไม่ ได้ ต้อง ค่อย จำเริญ ขึ้น ตาม กำลัง ทรัพย สิน เงิน ทอง ที่ จะ บังเกิด มี ขึ้น ของ เมือง นั้น ๆ ผู้ ตรอง จัด การ เล่า ก็ จัด การ ได้ แต่ พอ กำลัง จะ จัด การ ได้ ซึ่ง จะ จัด การ ไป โดย เร็ว ๆ ให้ เหลือ กำลัง นั้น ไม่ ได้ จะ เปน เช่น คำ ว่า หัก คั้ม พร้า ด้วย หัว เข่า ไป ความ ปราถนา ของ ผู้ ครอง คอเวอนเมนต์ แล ราษฎร ที่ อยู่ ใน แผ่นดิน เมือง ใด ย่อม คิด จะ ให้ เมือง ของ ตัว ที่ ตัว อยู่ เจริญ ดี ขึ้น กว่า เมือง อื่น ๆ ที่ จะ คิด ให้ บ้าน เมือง ของ ตัว ทรุด โทรม ไป ด้วย เหตุ หนึ่ง เหตุ ใด ไม่ มี เลย แต่ เปน ด้วย ความ จน ใจ เพราะ ขัด ข้อง ติด ด้วย เหตุ การ ต่าง ๆ ใน พื้น แผ่นดิน บ้าน เมือง ที่ เปน การ สำคัญ ๆ เปน ต้น ว่า ธรรมเนียม การ เก่า ทั้งปวง ครั้น จะ รื้อ ถอน แล เลิก ทิ้ง การ เก่า เสีย การ ใหม่ ก็ ยัง ทำ การ ไป ไม่ สำเร็จ จำ เริญ ขึ้น ได้ จะ มิ กลับ เสีย เปน สอง อย่าง ไป ฤๅ ก็ นี่ แล ผู้ ที่ กล่าว มัก จะ กล่าว ง่าย ๆ เหมือน กับ กล่าว ทำ ขนม เบื้อง ละเลง แซะ ละเลง แซะ ฉัน ใด ก็ ดี การ ซึ่ง มี ผู้ คิด การ กล่าว การ ต่าง ๆ ด้วย ราชการ แผ่นดิน ที่ จะ ให้ คิด จัด ราชการ บ้าน เมือง อย่าง นั้น ๆ ถ้า จะ ว่า โดย อย่าง ธรรมเนียม ไม่ ใช่ เปน ธุระ ของ ราษฎร เปน ธุระ ของ คอเวอนเมนต์ ผู้ ครอง เปน ธุระ คิด การ แผ่นดิน ถ้า จะ มี ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย แล ราษฎร คน ใด คน หนึ่ง ที่ มี สติ ปัญา จะ เหน ว่า ราชการ สิ่ง ใด ที่ ยัง ไม่ เจริญ จะ ให้ เจริญ ขึ้น จะ คิด จัด การ ทำ การ ให้ ตลอด เปน ความ ดี ได้ ควร จะ ต้อง นำ ความ ขึ้น ไป ชี้ แจง ตาม ตำแหน่ง นั้น ๆ ให้ คอเวอนเมนต์ ทราบ ตาม ปัญา แล ความ คิด ที่ คิด จะ ทำ ได้ ตลอด อย่าง ๆ นั้น ต่อ คอเวอนเมนต์ ถ้า คอเวอนเมนต์ เพิก เฉย เสีย ไม่ เปน ธุระ ควร จะ เกบ เอา ความ ทั้งปวง ตาม ความ ที่ ได้ ชี้ แจง แล้ว นั้น ยก ข้อ กล่าว โทษ ออก ชื่อ คน ที่ ไม่ เปน ธุระ ด้วย ความ ดี ขึ้น กล่าว โทษ ประจาน ก็ เปน การ ควร แล้ว แต่ ข้อ ซึ่ง เกบ เอา ความ ต่าง ๆ ที่ เปน ของ ใน ราชการ แผ่นดิน ซึ่ง เปน น่า ที่ ธุระ ของ คอเวอนเมนต์ เกบ เอา ไป เที่ยว พูด ประจาน ใน ที่ ที่ ไม่ สมควร แล ไม่ ควร จะ กล่าว ก็ ไป กล่าว ก็ เหมือน เปน ประจาน ข้อ นี้ เปน ข้อ ละเมิด บังอาจ เกบ เอา ความ ที่ ไม่ ใช่ พนักงาน น่า ที่ ของ ตัว ทำ เกบ เอา ไป แล้ว แล กล่าว คำ ให้ เปน บัด สนเท่ห เปน คน มี ความ ผิด ด้วย พระราช กำหนด กฎหมาย แล แบบ อย่าง ธรรมเนียม ฝ่าย สยาม ข้าพเจ้า ขอ ชี้ แจง ให้ ท่าน ทราบ โดย สังเขป เปน หัว ข้อ เพื่อ ท่าน จะ ได้ รักษา การ รั้ว การ ท่าน จะ ไม่ ได้ ยอม ให้ ผู้ ประพฤติ ผิด จิตร เปน พาล กระทำ ให้ หนังสือ สยาม ไสมย ของ ท่าน ที่ เปน การ ดี ให้ เปน เสีย ไป อนึ่ง ซึ่ง ท่าน รับ ถ้อย คำ ของ คน ต่าง ๆ ที่ ส่ง ความ มา โดย ทาง ไปรสนีย เพื่อ จะ ให้ ท่าน ลง จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ถ้า เปน คำ ที่ ไม่ ดี คน ที่ เปน เจ้า ของ ความ ก็ คง จะ ไม่ บอก ชื่อ ตัว จึง ลัก เอา ชื่อ ของ ผู้ อื่น แล ชื่อ ที่ ไม่ มี ตัว ตน ตำบล บ้าน อยู่ เหนือ ก็ จะ บอก ว่า อยู่ ใต้ ฝ่าย ท่าน ผู้ รับ เอา ความ มา ลง ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ก็ คง จะ ไม่ รู้ จัก ตัว ตน ของ ผู้ นั้น ถ้า แล ผู้ นั้น กล่าว ความ สำคัญ ๆ เกี่ยว ข้อง ด้วย ราช การ แผ่นดิน แล เกี่ยว ข้อง ด้วย ความ คน ต่าง ประเทศ ชาติ ต่าง ๆ ที่ มี ความ ผิด ต้อง ด้วย พระราช กำหนด กฎหมาย เจ้า พนักงาน ก็ จะ ต้อง มี หนังสือ ไป ถึง กงซุล ของ ท่าน ขอ ตัว ผู้ ที่ เปน เจ้า ของ ความ ที่ ลง จดหมาย เหตุ แก่ ท่าน ก็ ท่าน จะ นำ ตัว ส่ง ตัว ผู้ นั้น ได้ แล้ว ฤา ถ้า ท่าน นำ ส่ง ตัว ไม่ ได้ ก็ จะ ต้อง ตั้ง สินบน สืบ จับ ตัว ได้ โดย ความ ลำบาก ต้อง เปน ธุระ อัน ใช่ ที่ ข้อ นี้ ข้าพเจ้า ซึ่ง เปน ผู้ รัก ใคร่ นับถือ ท่าน ขอ ชี้ แจง เตือน สติ ท่าน ๆ จะ ได้ รวัง การ ทำ การ ให้ ดี มั่น คง แก่ ท่าน ไว้ จะ ได้ เปน ความ เจริญ ใน หนังสือ สยาม ไสมย ของ ท่าน ต่อ ไป เบื้อง น่า นั้น ขอ ให้ ท่าน ดำริห์ ตริ ตรอง ด้วย การ เรื่อง หนังสือ สยาม ไสมย ของ ท่าน ให้ จง มาก ไหน ๆ ท่าน ก็ ได้ คิด กระทำ ขึ้น จะ ให้ เปน การ ดี มี คุณ เปน ประโยชน ของ บ้าน เมือง สยาม เปน ความ เจริญ ด้วย ความ คิด แล สติ ปัญา ของ ท่าน อัน รุ่ง เรือง จง ระวัง อย่า ให้ ผู้ ที่ ประพฤติ ทำ การ ผิด จิตร เปน พาล เข้า ใกล้ เคียง ทำ ให้ หนังสือ สยาม ที่ ดี เสีย ไป ได้ ชื่อ เสียง ของ ทาน ก็ จะ มี ปรากฎ อยู่ ใน กรุง สยาม ชั่ว กระลาปา วะสาน ขอ ทาน จง ได้ ดำริห์ ตริ ตรอง ใน ความ เหน ของ ข้าพเจ้า ซึ่ง เปน ที่ รัก ของ ทาน ให้ จง มาก เทิญ


คำ สรรเสริญ

๏ ขอ คำนับ ให้ ความ สรรเสริญ ขอบ ใจ มา ยัง ท่าน เอไดเตอร เจ้า ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ด้วย ข้าพเจ้า ได้ อ่าน หนังสือ สยาม ไสมย ของ ท่าน ฉบับ ที่ ออก เมื่อ ณวัน พุฒ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน สาม ปี ระกา สัปตศก ได้ ฟัง แต่ ถ้อย คำ ที่ เปน คำ สุภาพ ก็ เปน ที่ ยินดี น่า อ่าน น่า ฟัง และ มี คำ คำ หนึ่ง กล่าว ตอบ ด้วย เรื่อง ภิกษุ รามัญ มี ใจ ความ ว่า ถ้า ได้ คน ที่ ดี ประกอบ ไป ด้วย สติ ปัญา ปราศ จาก ความ โลภ มี ใจ ซื่อ ตรง กระตัญญู ตอ ราช การ ช่วย จัด ราช การ ที่ เปน พระ ราช ธุระ ของ พระ บาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว สัก ๑๒ นาย คง จะ จัด ราช การ บ้าน เมือง ได้ เรียบ ร้อย เจริญ งาม แบบ อย่าง ธรรมเนียม เทียบ กับ ประเทศ ที่ เขา จัด ราช การ ถึง ซึ่ง ความ เจริญ แล้ว เปน แน่ คำ ที่ ท่าน ผู้ นั้น กล่าว มา ดัง นี้ ถูก ต้อง ด้วย ราช การ เปน คำ งาม คำ สุภาพ สม ควร ที่ จะ อ่าน จะ ฟัง จึง ขอ คำนับ ขอบ ใจ มา ยัง ท่าน เอ ไฎเตอร เจ้า ของ ผู้ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ขอ ท่าน ได้ เลือก คัด จัด หา ความ ที่ สุภาพ มา ลง จดหมาย เหตุ ของ ท่าน จึง จะ สม ควร ซึ่ง ถ้อย คำ ที่ จะ กล่าว ได้ ฝ่าย หนึ่ง เสีย ฝ่าย หนึ่ง ฝ่าย หนึ่ง ฟัง เดือด ร้อน รำ คาน ฝ่าย ที่ ยินดี ฟัง ก็ ไม่ มี ประโยชน์ อัน ใด เปน แต่ อ่าน ฟัง เล่น สนุกนิ์ ไป ใน เวลา อ่าน ฟัง เล่น เท่า นั้น ผู้ ที่ ฟัง ได้ ความ เดือด ร้อน รำคาณ ที่ ถูก ถ้อย คำ ประจาน ไม่ จริง แล้ว ต้อง ได้ ความ เดือด ร้อน ไม่ รู้ หาย สิ้น สุด เลย การ ที่ ไม่ ให้ มี ความ เดือด ร้อน แก่ ผู้ หนึ่ง ผู้ ใดที่ กล่าว ไม่ จริง เหลือ เกิน นั้น เปน ความ ดี ความ งาม สม ควร แล้ว คน กล่าว ซึ่ง คำ สุภาพ ดัง นี้ น่า ฟัง ขอ ให้ ท่าน กล่าว อีก ใน วิก น่า ให้ ผู้ ฟัง ที่ ชอบ ใจ ฟัง ได้ ฟัง อีก ให้ เปน คะติ ของ การ ที่ จะ เปน เครื่อง ประกอบ ปัญา ให้ เปน คุณ แก่ ปัญา ทั้งหลาย ที่ จะ รุ่ง เรือง เจริญ อีก ต่อ ไป ๚ะ


ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงคโปร์
ณวัน อังคาร เดือน สาม แรม สอง ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๔ เปนซ ๕ อัฐ

เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๔ เปนซ ๗ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๖ เหรียน


ข่าว โทรเลข นอก


ปาเลี่ยแมนต์

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สาม แรม ค่ำ หนึ่ง มะ คืน นี้ เมื่อ ปาเลี่ยแมนต์ ได้ ชุมนุม กัน มิสเตอร์ แคลด ซโตน แสดง ความ ด้วย คอเวินแมนต์ ปอไลซิ ๚ะ

๏ จะ ไม่ ให้ มี การ กด ขี่ ใน เกาะ ไอเออแลนด์ ๚ะ

๏ คง ประพฤติ์ ตาม ปอไลซิ ของ ลอด ซอล ซะปะรี่ ด้วย เรื่อง ประเทศ ครีศ ๚ะ

๏ ภอ เถียง กัน เลก น้อย ได้ โวต ให้ มี คำ ตอบ พระบรม ซปิ้จ ของ สมเดจ พระบรม นาง กวิ๋น ๚ะ


ประเทศ ครีศ แล เตอวกี่

๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน เสาร์ เดือน สาม แรม สอง ค่ำ ฝูง กำปั่น รบ คือ ซกวาดรัน อัน ประชุม อยู่ ที่ อ่าว ซุดา ครบ เสรจ แล้ว ฝรั่งเสศ พวก เดียว ไม่ ยอม เข้า การ ด้วย ๚ะ



พวก ร้าย คือ โซไชอัลิศท์

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สาม แรม สี่ ค่ำ พวก หมู่ ผู้ ร้าย คือ กลับ โซไชอัลิศท์ มี การ ชุมนุม กัน ใหญ่ วาน นี้ ที่ สนาม เล่น คือ ไฮด ปาก ๚ะ

๏ พวก หัว น่า ที่ พูด คราว นั้น ท้า ทาย ว่า ถ้า ไม่ แก้ ไป ให้ มี การ ใหม่ สำหรับ หมู่ มนุศย์ คง มี การ ร้าย ถึง ชีวิตร บ้าง ๚ะ

๏ พวก ชุมนุม นั้น ต่าง คน ต่าง เลิก กลับ ไป มิ ได้ เกิด การ วุ่น วาย ๚ะ


ประเทศ อีหยิปต์

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัษบดี เดือน สาม แรม เจด ค่ำ ลิบรล คอเวินแมนต์ นั้น จะ ไม่ ขัด ขวาง ทาง ราชการ ของ เซอร์ แฮช ดิ วุลฟ ๚ะ


การ วุ่น วาย ใน กรุง ลันดัน

๏ พวก กอมมิตติ ได้ จัด ริ โปด สืบ ถาม ถึง การ วุ่น วาย ณวัน จันทร เดือน สาม ขึ้น ห้า ค่ำ พวก กอม มิตติ นี้ ติเตียน การ ของ พวก โปลิศ เปน อัน มาก ที่ ซีก เมือง ข้าง ตวัน ออก ใน คราว วุ่น วาย นั้น ว่า การ พวก โปลิศ คราว นั้น น้อย ไม่ สม กับ การ ทั้ง คิด ทำ ไม่ ถูก ท่า ด้วย ๚ะ


ปาเลี่ยแมนต์

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัษบดี เดือน สาม แรม เจด ค่ำ ลอด ซอลิศปะรี่ จะ ไป เที่ยว ประเทศ นอก เพราะ ท่าน ไม่ สบาย ๚ะ


การ วุ่น วาย ใน กรุง ลันดัน

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สาม แรม แปด ค่ำ มิศเตอร ไจลเดอร์ หมาย จะ ให้ ปูน บำเหนจ แก่ คน ต้อง ลำบาก ใน การ วุ่น วาย พึ่ง เกิด นั้น แต่ เงิน สำหรับ พวก โปลิศ


ประเทศ คริศ แลเตอรก็

๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน อาทิตย เดือน สาม แรม สิบ ค่ำ การ รอ เลิก ทัพ พลาง จะ สิ้น วัน นี้ การ ทำ สัญญา ให้ มี ทาง ไมตรี เลิก ทัพ สงบ เรียบ ลง นั้น ติด หยุด ไป พลาง ๚ะ


เตอรก็ แล บัลแคเรีย

๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน จันทร เดือน สาม แรม สิบเอ็ด ค่ำ พวก รุเซีย ยัง ขัด ขวาง อยู่ อีก จะ ไม่ ให้ บัล แคเรีย แล เตอรก็ ตก ลง เปน ไมตรี กัน ๚ะ

๏ เมือง มาลตะ วัน จันทร เดือน สาม แรม สิบ ค่ำ ดุก ออฟ เอกิน เบิก ซึ่ง เปน แม่ กอง ฝูง กำปั่น รบ ใน ทเล เมติเตรเรเนียน เสดจ มา ถึง เมือง มาลตะ แล้ว แล จะ ออก ไป ยัง อาว ซูด เรว ๆ นี้ ๚ะ


แต่ วัน อังคาร เดือน สาม แรม ๑๒ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน สี่ ขึ้น ๕ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
แมกอะลิสเตอร์ก ก ฟ อังกฤษ๔๖๗ตุลลอกบอนิโอ กำปะนีสิงฆโปรแรม ๑๓ ค่ำ
พระจอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๑ซแตรตตันวินดซอโรซ แอน โกซัวเถาแรม ๑๔ ค่ำ
อุบลบุรทิศก ก ฟ สยามฝั่ง ตวัน ออกแรม ๑๓ ค่ำ
ไตจิ๋วก ก ฟ อังกฤษ๘๖๒นุตอนวินดซอโรซ แอน โกซัวเถาแรม ๑๕ ค่ำ
เฮกาดิก ก ฟ อังกฤษ๖๐๗เลารี่วินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรขึ้น ๑ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๓๓โมลเชนมากวาลด แอน โกสิงฆโปรขึ้น ๑ ค่ำ
ไพดิโลก ก พ เยอรแมน๘๕๒บรอกมากวาลด แอน โกฮ่องกองขึ้น ๒ ค่ำ
บอนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๔๙คอนซเดลจื่นสิงคโปรขึ้น ๕ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๘๐ไวตะวินดซอโรซ แอน โกสิงคโปรแรม ๑๒ ค่ำ
แมกอะลิสเตอร์ก ก ฟ อังกฤษ๖๔๗ตุลลอกบอนิโอ กำปะนีสิงฆโปรแรม ๑๔ ค่ำ
พระจอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๑ซแตรตตันวินดซอโรซ แอน โกฮ่องกองขึ้น ๑ ค่ำ
มุซีโนก ๒ ส ค อิตาเลี่ยน๔๕๙ซิอะมิโนยุโรปขึ้น ๑ ค่ำ
ไตจิ๋วก ก ฟ อังกฤษ๘๖๒นุตอนวินดซอโรซ แอน โกฮ่องกองขึ้น ๕ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ อังกฤษ๕๓๓โมลเชนมากวาลด แอน โกสิงคโปรขึ้น ๕ ค่ำ
เฮกาดิก ก ฟ อังกฤษ๖๐๗เลารี่วินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรขึ้น ๕ ค่ำ
๏ กำปั่น ขา เข้า แมกอะลิสเตอร์ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๏ พระจอมเกล้า บันทุก สินค้า
ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ยี่ปุ่น ๏ อุบลบุรทิศ สมเด็จ เจ้า ฟ้า กรม พระ จักรพรรดิพงษ เสด็จ เข้า มา ด้วย ๏ ไตจิ๋ว
บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล เมือง จีน แล ยี่ปุ่น ๏ เฮกาดิ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๏ สุริยวงษ
บันทุกสินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๏ ไพดิโล บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล ยี่ปุ่น ๏ บอนิโอ
บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป ฯะ
๏ กำปั่น ขา ออก เฮกุบะ บันทุก เข้า แล สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ แมกอะลิสเตอร์ บันทุก เข้า แล
สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ พระจอมเกล้า บันทุก เข้า แล สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ยี่ปุ่น
๏ มุซีโน บันทุก ไม้ สัก ๑ ไตจิ๋ว บันทุก เข้า แล สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ยี่ปุ่น ๏ สุริยวงษ บันทุก
เข้า แล สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ เฮกาดิ บันทุก เข้า แล สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ฯะ

๏ ห้าง บราแมน แอนด์ กรูช จะ เลิก ห้าง แล จะ จัด การ กับ พวก เข้า หุ้น เข้า ส่วน ให้ เสร็จ ด้วย จึ่ง จะ เถล้ง
ขาย ใน ห้าง ของ เขา ที่ ตึก ที่ เคย เรียก ว่า ห้าง ดิ เบ นั้น ณวัน พุฒ เดือน สี่ ขึ้น หก ค่ำ วัน หนึ่ง วัน พฤหัสบดี
เดือน สี่ ขึ้น เจ็ด ค่ำ วัน หนึ่ง แล วัน ศุกร เดือน สี่ ขึ้น แปด ค่ำ วัน หนึ่ง จะ จับ เถล้ง ขาย เวลา เช้า ห้า โมง      ของ
ต่าง ๆ ซึ่ง จะ ขาย นั้น คือ         ๚ะ
เครื่อง แก้วเตียง นอนเครื่อง แล น้ำ หอม
ตะเกียง หลาย ชนิด หลาย อย่างร่มเครื่อง ชั่ง แบ่ง เปน ส่วน สิบ
ของ น่า รัก ของ งาม ต่าง ๆนาฬิกา ตั้งเหล้า บรันดี
กระจก ส่อง หน้าเครื่อง กำหนด อากาศเหล้า องุ่น กลารต สำหรับ เลี้ยง โต๊ะ
เครื่อง อาน แล เครื่อง รถเครื่อง เหล็กเหล้า ฟอง บีร
รถ ดอก ก๊าดหมวกน้ำ มินิรัล
รถ สี่ ล้อผ้า ใบเหล้า แจมเปน
หีบ เพลงหีบ ใส่ น้ำ แขงเหล้า ขม
หีบ กำปั่นเครื่อง สำหรับ จัด โต๊ะ เลี้ยง ดินเนอร์ขนม บิศกัด
หีบ ใส่ เงินเครื่อง ใช้ ไฟ ฟ้า ให้ ส่อง สว่างอาหาร ต่าง ๆ แล ของ อื่น เปน อัน
เครื่อง เพลง ฮาโนมิอันเครื่อง ตั้ง ดอก ไม้ มี น้ำ พุ่ง ไหลมาก
๏ ทำนอง ขาย ต้อง ใช้ เงิน สด ก่อน จึ่ง เอา ของ ไป ได้ ต้อง เอา ของ ไป ให้ พ้น ที่ ใน ยี่สิบ สี่ ชั่ว โมง ตั้ง แต่
วัน ศุกร วัน ขาย นั้น แจ้ง ความ มา ณวัน พฤหัสบดี เดือน สาม แรม สิบสี่ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ๚ะ


๏ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน ๚ะ

๏ กำปั้น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชรบุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤา วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ


ค่า เดิน สาน
คน เดิน สาน ดาษฟ้า คน ละ บาท

๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤา กัปตัน กำปั้น นั้น ๚ะ

๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั้น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ๚ะ

๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( จ ห ) ๚ะ


๏ แบงกอก ฮอส์ปิตแตล ๚ะ

๏ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สี่ลม ที่ ตึก คุณ เวต เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤา จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ

๏ จะ เปิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอส์บีตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ

๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา สอง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ

๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอียด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ



ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังครึษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ



๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ


ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด