
| เล่ม ๔ แผ่น ๓๑ วัน พุฒ เดือน สี่ แรม ๕ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ บาญชี จดหมาย ราย ชื่อ แล บันดา ศักดิ์ แล ตำแหน่ง ใน ราชการ แล ประมาณ ชาติ ตระกูล ของ พวก ทูตานุทูต จำ ทูล พระราช สาสน ณกรุง ปารีศ ครั้ง นี้ ที่ ๑ ราชทูต คือ พระยา ศรี พิพัฒ รัตน โกษา ธิบดี อายุศม ๔๓ ปี มี ตำ แหน่ง ใน ราชการ เปน จางวาง พระคลัง ภาษี สินค้า เปน บุตร ชาย ที่ ๒ ของ สมเด็จ พระเจ้า พระยา บรม มหา พิไชย ญาติ ฯ ล ฯ ผู้ สำเร็จ ราชการ แผ่นดิน ที่ ๒ ซึ่ง บัด นี้ ท่าน ล่วง ชนม์ ชีพ แล้ว ที่ ๒ อุปทูต คือ เจ้า หมื่น ไววร นารถ อายุศม ๓๓ ปี มี ตำแหน่ง ราชการ เปน หัว หมื่น มหาด เล็ก เวร ที่ ๒ เปน บุตร ที่ ๑ ของ เจ้า พระยา ศรี สุริยวงษ ฯ ล ฯ ที่ สมุห พระ กระลาโหม เปน ผู้ สำเร็จ ราชการ ฝ่าย ทหาร แล บังคับ บัญชา หัว เมือง ฝ่าย ใต้ ชาย ทเล จน ตลอด ถึง เมือง มาลายู ซึ่ง ขึ้น แก่ กรุง สยาม บางกอก ที่ ๓ ตรีทูต คือ พระ ณรงค วิชิต อายุศม ๒๕ ปี มี ตำแหน่ง ใน ราชการ เปน เจ้า กรม ตำรวจ นอก ขวา ใน พระบวร ราช วัง เปน บุตร ที่ ๙ ของ สมเด็จ เจ้า พระยา บรม มหา ประยุรวงษ ฯ ล ฯ ซึ่ง เปน ผู้ สำเร็จ ราช การ แผ่นดิน ที่ ๑ ใน กรุง สยาม ซึ่ง บัดนี้ ล่วง ชนม์ ชีพ แล้ว แต่ ชื่อ ของ สมเด็จ เจ้า พระยา ทั้งสอง แล ชื่อ ของ พระยา ศรีสุริยวงษ ด้วย มี ปรากฎ อยู่ ใน หนังสือ สัญา นั้น แล้ว ทะ
๏ พระราช สาสน์ ใน สมเด็จ พระปรเมนทร มหา มงกุฎ พระจอม เกล้า เจ้า กรุง สยาม ผู้ เปน ใหญ่ ใน ราชการ ที่ ๔ แผ่นดิน กรุง เทพ ฯ ด้วย อำนาจ ทิพย นิมิตร วรฤทธา นุภาพ ของ ต้น เหตุ ใหญ่ ซึ่ง เปน ประธาน แก่ สิ่ง ทั้งปวง ใน โลกย แล ชน ใน โลกย ที่ ถือ ลัทธิ ต่าง ๆ ย่อม สำคัญ รู้ จัก เข้า ใจ โดย นาม แล อาการ ต่าง ๆ ตาม ที่ ได้ ส่อง เสพ แล ศึกษา นั้น มา อวยพร ประคับ ประคอง ทำ นุ บำรุง ให้ ได้ เปน เจ้า เปน ใหญ่ มิ อำนาจ ใน แผ่นดิน ที่ ควร จะ เรียก ว่า สยาม ประเทศ ทั้ง ฝ่าย เหนือ ฝ่าย ใต้ แล เมือง ขึ้น อื่น ๆ ที่ ใกล้ เคียง คือ ลาว เฉียง ลาว กาว ข่า กะเหรี่ยง แล กัมภูชา มาลายู หลาย เมือง ต่าง ๆ แล อื่น ๆ เปน เจ้า ครอบ ครอง แผ่นดิน ให้ เปน ศุข ใน ราชการ ที่ ๔ ใน พระบรม วงษา นุวงษ ซึ่ง ดำรงค กรุง เทพ อมรรัตน โกสินทร มหินทรา ยุทธยา ณะ ประเทศ บางกอก ขอ เจริญ ทาง พระราช ไมตรี คำนับ มา ถึง ความ บริสุทธิ์ ของ ท่าน อัน ปรากฏ นาม ว่า สังโต ปาปา บีโว ที่ เก้า ผู้ บิดา ศักดิ์ สิทธิ์ ของ โลกย ที่ ถือ ศาสนา โรมัน กาทอ ลิก กฤศตัง ทั้งปวง ใน สกล โลกย ซึ่ง ได้ สถิตย อยู่ เปน ศุข แล เปน มหา ประชา นาธิบดี ใหญ่ ใน มหา นคร โรม แผ่นดิน วิตาลี่ ประเทศ ให้ ทราบ ว่า เมื่อ ผู้ ครอง กรุง สยาม ยัง ไม่ ได้ เถลิง ถวัลย ราช สมบัติ ราชาภิเศก เปน พระเจ้า แผ่นดิน สยาม นั้น ก็ ได้ รู้ จัก รัก ใคร่ ชอบ พอ คุ้น เคย กับ บาตร หลวง ยวง บัพติศต์ ซึ่ง มี ถานา ดร บัน ดา ศักดิ์ ที่ ตั้ง แต่ง มา แต่ ท่าน สังโตปาปา เรดอรี ที่ ๑๖ ใน มหา นคร โรม ให้ เปน ที่ บีฌอบ คือ สังฆราช หัว น่า ใน บาตร หลวง ทั้งปวง สำหรับ ใน เมือง แมลอศ แล้ว ว่า ที่ แทน บีฌอบ อาโป สะโตโล สังฆราช ซึ่ง ถึง แก่ กรรม ใน กรุง สยาม ท่าน บาตร หลวง ยวง บัพติศต์ ได้ มี บันดา ศักดิ์ เปน บีฌอบ สังฆราช สำหรับ กรุง สยาม เพื่อ เปน ประ ธาน นุเคราะห์ สั่ง สอน แล ท่านุ บำรุง ศาสนา โรมัน กาทอ ลิก กฤศตัง ใน แผ่นดิน สยาม นี้ มา ช้า นาน ครั้น เมื่อ ผู้ ครอง กรุง สยาม ได้ รับ การ บรม ราชา ภิเศก เปน พระ เจ้า แผ่นดิน สยาม แล้ว ได้ มี คำ สั่ง ให้ ท่าน บาตร หลวง ยวง บัพติศต์ บีฌอบ สังฆราช มี หนังสือ เชิญ พวก บาตร หลวง แต่ บันดา ที่ ถูก ขับ ไล่ ออก ไป จาก กรุง สยาม แต่ ครั้ง แผ่นดิน สยาม ที่ ๓ ซึ่ง เปน พระบรม เชษฐา ธิราช ของ กรุง สยาม บัด นี้ เชิญ รับ เข้า มา อยู่ ครอง อาราม ตาม เคย ใน กรุง สยาม บัด นี้ ได้ มี คำ สัญญา กับ พวก บาตร หลวง ว่า จะ ไม่ ห้าม ปราม การ ต่าง ๆ ใน สาศนา ทั้งปวง จะ ยอม ให้ ตาม ใจ ของ ชน ทั้งปวง ที่ จะ มี ความ เชื่อ อย่าง ไร ก็ ตาม อัชฌา ไสย ไม่ ห้าม ขัด ขวาง ต่อ ไป พวก บาตร หลวง ทั้งปวง ก็ ได้ เข้า มา ตาม เชิญ นั้น บ้าง ได้ ตั้ง สาศน: โรมัน กาทอลิก กฤศตัง ดัง เดิม โดย ดี เรียบ ร้อย แล ผู้ ครอง กรุง สยาม บัด นี้ ได้ ยอม อนุญาต ให้ บาตร หลวง ยวง บัพติศต์ บีฌอบ สังฆราช ได้ โอกาส ไป มา หา สู่ กับ ผู้ ครอง กรุง สยาม ตาม คุ้น เคย เนือง ๆ มิ ได้ ขาด ตาม ความ ปราถนา นั้น ครั้น ล่วง มา แต่ เวลา ที่ กรุง สยาม ได้ ตั้ง อยู่ ใน ราช สมบัติ ได้ สอง ปี ท่าน บาตร หลวง ยวง บัพติศต์ บีฌอบ สังฆราช เข้า มา ลา ผู้ ครอง กรุง สยาม แจ้ง ความ ว่า จะ ไป เยี่ยม เยียน กรุง ฝรั่งเสศ แล เมือง แมลอศ ซึ่ง เปน ชาติ ภุม ประเทศ แล้ว ว่า ถ้า ได้ โอกาส ช่อง ที่ ควร แก่ เวลา ใด เวลา หนึ่ง จะ แวะ ไป เฝ้า บังคม บาท ท่าน สังโต ปาปา บีโว ที่ เก้า ใน มหา นคร โรม ซึ่ง เปน บิดา บริสุทธิ ของ โลกย นั้น ด้วย ฝ่าย ผู้ ครอง กรุง สยาม ทราบ ความ ดัง นี้ แล้ว จึง ได้ รำพึง คิด ว่า พระเจ้า กรุง สยาม ทุก ๆ พระองค์ สืบ มา แต่ บูราณ ก็ หา ได้ เปน ศัตรู แก่ สาศนา ต่าง ๆ ซึ่ง เปน เคารพย นับถือ ของ นรชน ที่ อาไศรย อยู่ ใน พระ ราช อาณาจักร นี้ ไม่ เลย ถึง ว่า ถือ ลัทธิ สาศนา ต่าง ๆ กัน ก็ ดี จะ ถือ ไม่ ถูก ต้อง กับ พระ พุทธ สาสนา ซึ่ง เปน การ สำหรับ พระ นคร สยาม เปน ที่ เชื่อ ถือ ของ พระเจ้า แผ่นดิน แล ราษฎร สืบ มา แต่ บูราณ ก็ ดี พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ทุก พระองค์ ก็ ย่อม ทำนุ บำรุง ให้ คน ทั้งปวง ที่ มี ความ เชื่อ อยู่ ใน สาศนา ของ เขา นั้น ย่อม ให้ คน ทั้งปวง ทำ การ ตาม ความ เชื่อ สั่ง สอน ของ สาศนา เขา พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ทุก พระองค์ สืบ มา ไม่ ได้ เปน ศัตรู แก่ สาศนา กฤศตัง เหมือน เช่น พระเจ้า แผ่นดิน จีน แล ญวน แล เจ้า แผ่นดิน เมือง อื่น นั้น นั้น พระราช กำหนด กฎหมาย อย่าง ธรรมเนียม ที่ กรุง สยาม เห็น ว่า การ ที่ จะ เย็น อก ของ ชน ทั้งปวง ใน พระราช อาณาจักร ทั้ง สิ้น นั้น เพราะ ทาง ความ ศุข ใน ประโลกย เห็น ได้ ด้วย ยาก ควร จะ ต้อง ยอม ตาม ใจ ให้ ชน ทั้งปวง แสวง หา ความ ศุข ใน ประโลกย ตาม ความ เชื่อ ของ เขา ทุก คน ๆ จะ ชอบ อย่าง ไร ก็ ตาม อัชฌา ไสย แล ผู้ ครอง กรุง สยาม บัด นี้ มี ความ คำนึง ระลึก ถึง การ โบราณ ที่ ได้ ฟัง มา ว่า ครั้ง แผ่นดิน พระบาท สมเด็จ พระนารายน์ มหาราช เปน พระเจ้า แผ่นดิน ที่ ๒๗ กรุง ศรี อยุทธยา ก่อน แต่ กรุง เทพ ฯ สยาม บัด นี้ ขึ้น ไป ๑๐ แผ่นดิน แล นับ กาล มา เกือบ ๒๐๐ ปี เสศ แล้ว ท่าน สังโต ปาปา ที่ เมือง โรม ซึ่ง เปน ประธาน แก่ สาสนา โรมัน กาทอลิก กฤศตัง โบราณ ใน เวลา โน้น นั้น ได้ ถวาย สมณ สาสน ถวาย พระพร เข้า มา ว่า ขอ ฝาก สาสนา โรมัน กาทอลิก กฤศตัง ด้วย แล ขอ ธรรมมิก วรักขา วรรณคุด ความ ววัง รู้ รักษา แก่ พวก ถือ สาสนา โรมัน กาทอลิก กฤศตัง บันดา ที่ อยู่ ใน พระราช อาณา จักร แผ่นดิน สยาม นั้น ฝ่าย สมเด็จ พระนารายน์ มหาราช ได้ ทรง รับ สมณ สาสน ของ ท่าน สังโต ปาปา ใน มหา นคร โรม แต่ โบราณ นั้น ฉบับ หนึ่ง ก็ เปน พระ เกียรติยศ ปรากฎ แต่ กาล โบราณ มา ถึง กาล บัด นี้ เพราะ เหตุ ฉะนั้น ผู้ ครอง กรุง สยาม บัด นี้ จึ่ง ได้ หาฤๅ กับ ท่าน บาตร หลวง ยวง บัพติศต์ บีฉอบ นั้น ว่า ถ้า ได้ ไป เฝ้า บังคม บาท ท่าน สังโต ปาปา ปีโอ ผู้ เปน บิดา บริสุทธิ ของ โลกย ใน มหา นคร โรม นั้น แล้ว ช่วย ว่า กล่าว ชัก โยง ท่าน สังโต ปาปา บีโอ ให้ รู้ จัก กับ ผู้ ครอง กรุง สยาม บัด นี้ ให้ เหมือน ท่าน สังโต ปาปา โบราณ ใน กาล เมื่อ ครั้ง แผ่นดิน สมเด็จ พระนารายน์ มหา ราช กรุง ศรี อยุทธยา โน้น ด้วย เทอญ จะ ได้ ฤๅ มิ ได้ ท่าน บาตร หลวง ยวง บัพติศต์ บีฉอบ รับ ว่า ได้ แล้ว บาตร หลวง ยวง บัพติศต์ บีฉอบ ว่า ถ้า ผู้ ครอง กรุง สยาม จะ ฝาก พระราช หัตถ์ เลขา ของ กรุง สยาม ไป ให้ ถึง ท่าน สังโต ปาปา บีโอ นั้น ก็ ยินดี รับ ไป ยื่น ส่ง ถวาย แก่ ท่าน สังโต ปาปา บี โอ ใน เมือง โรม ให้ สม พระราช ประสงค์ ก็ ได้ แต่ ใน เวลา นั้น ท่าน บาตร หลวง ยวง บัพติศต์ บีฉอบ ลา รีบ จะ ไป ใน วัน นั้น รอ ช้า ไม่ ได้ ท่าน บาตร หลวง ยวง บัพ ติศต บีฉอบ เร่ง กรุง สยาม ว่า ถ้า จะ ประทาน ราชหัตถ เลขา ไป ถวาย ท่าน สังโต ปาปา บีโอ นั้น ก็ โปรด เขียน ให้ ใน ขณะ นั้น ที่ เดียว จะ รอ ช้า เวลา ไม่ ได้ ด้วย เปน เวลา กำหนด กำปั้น จะ ออก จาก กรุง สยาม ใน วัน นั้น เพราะ ฉะนั้น ผู้ ครอง กรุง สยาม จึ่ง ได้ เขียน ราช หัตถ เปน อักษร อังกฤษ แล ภาษา อังกฤษ เปน เนื้อ ความ แสดง ความ คำนับ ไป ถึง ท่าน สังโต ปาปา บีโอ ที่ เก้า ใน มหา นคร โรม ซึ่ง เปน บิดา ผู้ บริสุทธิ์ ของ โลกย แล้ว ได้ ลง หมาย ลาย มือ แล นาม ดวง ตรา ของ ผู้ ครอง กรุง สยาม แล้ว เข้า ใน ผนึก ประทับ ตรา ช้าง เผือก ประจำ ผนึก ส่ง ให้ แก่ บาตร หลวง ยวง บัพติศต บีฉอบ ไป ใน ขณะ นั้น โดย การ เร่ง รัด ครั้น ล่วง ไป ได้ ปี เสศ ท่าน บาตร หลวง ยวง บัพติศต์ บีฉอบ ได้ ฝาก สมณ สาสน ของ ท่าน สังโต ปาปา บีโอ ใน เมือง โรม มา จาก กรุง ปารีศ แผ่นดิน ฝรั่งเสศ ฉบับ หนึ่ง ลง วัน ที่ ๒๐ ของ เดือน ดิเซม เบอร์ พระคฤศต ศักราช ๑๘๕๒ ปี ฉบับ หนึ่ง นั้น แล้ว ภาย หลัง ท่าน บาตร หลวง ยวง บัพติศต์ ปัลอบ สังฆราช กลับ มา จาก กรุง ปารีศ ถึง กรุง เทพ ฯ แผ่นดิน สยาม นี้ แล้ว ได้ มา เยี่ยม เยียน กรุง สยาม แล ได้ ยิน ส่ง สมณ สาสน ของ ท่าน สังโต ปาปา ปิโว ที่ เก้า ใน เมือง โรม อีก ฉบับ หนึ่ง เปน สมณ สาสน์ คู่ เหมือน ฉบับ ครั้ง ก่อน ที่ ฝาก มา นั้น สมณ สาสน ทั้งสอง ฉบับ นั้น เขียน เปน ภาษา ละ ติง แล มี คำ แปล เปน ภาษา อังกฤษ กำกับ มา ด้วย กรุง สยาม ได้ อ่าน ทราบ ความ ตาม สมณ สาสน แล้ว ก็ มี ความ ยินดี เปน ที่ ยิ่ง นัก อนึ่ง ใน วัน นั้น ท่าน บาตร หลวง ยวง บัพติศต์ ปัลอบ ได้ นำ ฉาก กรอบ ไม้ ปิด ทอง มี ลาย ประกับ ด้วย กรวด แก้ว ศรี ต่าง ๆ เรียบ เรียง เปน รูป ตึก แล วัด โบราณ โดย เรียบ ร้อย สนิท สนม งาม นักหนา มา ส่ง ให้ แก่ ผู้ ครอง กรุง สยาม แล้ว ท่าน บาตร หลวง ยวง บัพติศต์ ปัลอบ มี คำ ยืน ยัน ว่า ฉาก นั้น เปน ของ ท่าน สังโต ปาปา ปิโว มอบ ฝาก มา เปน บรรณาการ แสดง ความ ยินดี ส่ง มา ถึง กรุง สยาม ผู้ ครอง กรุง สยาม ได้ คำนับ รับ ไว้ ด้วย ความ ยินดี แล ความ เชื่อ ถือ นั้น แล้ว ได้ พิเคราะห์ ดู ช่าง ฝี มือ ชาว ยุโรป ทำ ฉาก นั้น โดย เลอี่ยด ก็ เหน ว่า เปน ของ ซึ่ง ช่าง ผู้ ทำ นั้น ทำ ด้วย ความ อุสาหะ เพียร พยายาม ยิ่ง นัก ผู้ ครอง กรุง สยาม ได้ เอา ฉาก นั้น ออก อวด ให้ พระราช วงษา นุวงษ แล ข้า ราชการ ทั้งปวง ดู พร้อม กัน คน ทั้งหลาย ชม ว่า ของ นั้น เปน ของ ทำ ด้วย ความ เพียร อุส่าห์ พยายาม ยิ่ง นัก เปน ของ ปลาด ดี จริง พระเจ้า กรุง สยาม ก็ ได้ เอา ฉาก นั้น ติด ไว้ ใน ที่ อยู่ แห่ง หนึ่ง เปน ที่ ผู้ คน ไป มา ได้ เหน อยู่ เนือง ๆ ใคร เปน คน แปลก หน้า ไป มา ก็ ได้ ชี้ ชวน ให้ ชม เชย แล ดู แล แล้ว บอก อวด ว่า เปน ฉาก สมณ บรรณาการ มา แต่ ท่าน สังโต ปาปา ปิโว ที่ เก้า ใน เมือง โรม ยินดี ส่ง มา ถึง กรุง สยาม การ นั้น ก็ เปน ความ เจริญ เปน เกียรติยศ แก่ กรุง สยาม อยู่ เนือง ๆ จน กาล บัด นี้ เพราะ ฉนั้น กรุง สยาม ขอ แสดง ความ ชื่น ชม นิยม ยินดี ขอบ พระคุณ มา ถึง ท่าน สังโต ปาปา ปิโว ที่ ใน มหา นคร โรม ซึ่ง เปน บิดา ผู้ บริสุทธิ ของ โลกย แล มี ความ เมตา อารี รัก ใคร่ ใน ไมตรี อัน สนิท มา ถึง กรุง สยาม ด้วย ความ ใน สมณ สาสน์ นั้น ก็ ดี ด้วย เครื่อง สมณ บรรณา การ นั้น ก็ ดี ความ จริง นี้ จง ทราบ ใน ทิพ โสตร ของ ท่าน ผู้ บริสุทธิ เทอญ ๚ะ
ข่าว ใน กรุง
๏ มี การ ฉลอง วัด ตั้ง แต่ ณวัน พุฒ เดือน สี่ ขึ้น สิบ สาม ค่ำ จน ถึง วัน จันทร์ เดือน สี่ แรม สาม ค่ำ ปี รกา สัปต ศก พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง สร้าง พระราช กุศล ฉลอง วัด ราช ประดิษฐ สถิตย มหา สีมาราม มี การ ละ เล่น เต้น รำ หลาย อย่าง ต่าง ๆ กัน ตั้ง แต่ วัด ราช ประ ดิษฐ จน ถึง น่า พระที่นั่ง สุทไธยสวรรค์ พวก ราษฎร ทั้ง ชาย ทั้ง หญิง ก็ พา กัน ไป ดู ไป ชม พระบรม โพธิ สม ภาร เปน การ สนุกนิ์ ของ เขา ทั้ง ชาย ทั้ง หญิง ออก แน่น ท้อง สนาม หลวง คน เปน อัน มาก ดู การ ละ เล่น ต่าง ๆ เที่ยว ดู ตาม ชอบ ใจ ของ คน ทุก ชาติ ทุก ภาษา เปน ที่ เพลิน เจริญ ใจ ของ คน ทั้งปวง ทั่ว หน้า กัน ฯะ
๏ ข่าว ลือ กัน ว่า พระยา สระ บุรี เหน ว่า ทุก วัน นี้ โจร ผู้ ร้าย ชุก ชุม พระยา สระ บุรี จึ่ง มี หมาย ประ กาศ ออก ปิด ห้าม ไม่ ให้ ราษฎร ถือ เครื่อง สาตรา อาวุธ เดิน ตาม ทาง ถ้า ราษฎร คน ใด ไม่ ฟัง ขืน ถือ อาวุธ เดิน ตาม ทาง พระยา สระ บุรี ให้ พนักงาน จับ ผู้ ถือ อาวุธ ส่ง ลง มา ตาม กระทรวง กรม หาดไทย การ ซึ่ง พระยา สระ บุรี คิด ทั้ง นี้ ก็ เปน การ ชอบ ด้วย แผ่น ดิน แต่ มี ราษฎร ทำ เรื่อง ราว กล่าว โทษ พระยา สระ บุรี แล้ว ข่าว ลือ กัน ว่า ได้ ชุมนุม เคาน์ซิล ปฤกษา โทษ พระยา สระ บุรี แล้ว ได้ ยิน ว่า พระยา เทพ ประชุนห์ ไม่ เหน ว่า มี ความ ผิด พระยา เทพ ประชุนห์ เหน ว่า พระยา สระ บุรี ซึ่ง มี หมาย ประกาศ ห้าม ไม่ ให้ ราษ ฎร ถือ อาวุธ เดิน ตาม ทาง เหน ชอบ ด้วย การ แผ่นดิน แต่ การ เรื่อง นี้ ซึ่ง เคาน์ซิล ปฤกษา ควร จะ ต้อง ยก ความ ชอบ ของ พระยา สระ บูรี ตาม บันดา ขุนนาง ถ้า จะ พิจารณา ความ สู้ พระยา เทพ ประชุนห์ ไม่ ได้ เลย ด้วย ท่าน เปน คน สัจ ซื่อ ถ้า จะ ตัด สิน ความ ให้ เปน ยุติธรรม ต้อง คน นั้น ใจ เที่ยง ตรง ต้อง กลัว บาป กลัว อาย อย่า เลือก ที่ รัก มัก ที่ ชัง อย่า เหน แก่ ของ กำนัน สินบน เรื่อง ความ เปน หัว ใจ แผ่นดิน ถ้า ตัด สิน ไม่ เปน ยุติธรรม ราษฎร ได้ ความ เดือด ร้อน ก็ คง จะ ต้อง ทำ ฎีกา ขึ้น ทูล เกล้า ฯ ร้อง ทุกข ต่อ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า แผ่นดิน ฯ ก็ จะ รับ ทุกข ของ ราษฎร ด้วย ราษฎร ขึ้น ต้น ไม้ สุด ยอด ไม่ มี ที่ เหน ๆ อยู่ แต่ พระเจ้า แผ่นดิน พระองค์ เดียว แต่ การ ซึ่ง จะ ตัด สิน นั้น จะ ต้อง เลือก สัน คน ที่ เปน ยุติ ธรรม มี สัก สาม คน ก็ ใช้ ได้ วิไสย ความ แล้ว หนี พิรุท ไม่ ได้ เลย แต่ โจทย์ จะ ฟ้อง ต้อง ให้ หา พยาน เข้า ไป คู่ หนึ่ง แล้ว เอา พยาน ไป เกบ เสีย แล้ว ให้ โจทย์ สาบาล ฟ้อง หา กล่าว โทษ แต่ ความ จริง แล้ว จึ่ง ค่อย เอา พยาน ออก สาบาล ที ละ คน แล้ว ตระลา การ ต้อง ซัก ฟอก พยาน คือ คำ พยาน จะ ถูก ต้อง กับ คำ โจทย์ ฤา ไม่ ถ้า คำ พยาน กับ คำ โจทย์ แตก ไม่ เข้า กัน ก็ เปน พิรุท ควร จะ ต้อง กด คะดี เปน แพ้ ฝ่าย จำเลย ตระลาการ ก็ ต้อง ชำระ เอา แบบ โจทย อย่าง เดียว กัน ความ ก็ ไม่ ต้อง ยืด ยาว ถ้า ชำระ เปน ยุติธรรม ความ ก็ คง สั้น อยู่ เอง กงซุล เขา ชำ ระ เขา เรียก เอา ค่า ธรรมเนียม สาม เหรียน ผู้ แพ้ ต้อง เสีย สิน ไหม พิไน ก็ ไม่ มี โส้หุ้ย กงซุล ก็ แร่ง เขา ยัง รับ ชำระ ความ ได้ ซึ่ง คน ไทย มา ใช้ คน มาก ป่วย การ เงิน เดือน แต่ ขอ ชำระ ให้ ได้ จริง ท่าน อย่า ได้ ดูไคร เลย ดู แต่ มิศเตอรคูลด์ ขึ้น ไป ชำระ ความ เมือง เชียง ใหม่ ด้วย เขา เปน คน ยุติธรรม ราษฎร ก็ ไม่ มี ใคร มา ร้อง ทุกข ชวน กัน สรรเสริญ ว่า เขา ดี ถ้า ตระลาการ ของ เรา ตัด สิน เหมือน อย่าง มิศเตอร คูลด์ ชาว ต่าง ประเทศ ก็ คง ต้อง สรรเสริญ
๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ เปน เลข อยู่ หัว เมือง เมือง หนึ่ง ขอ แจ้ง ความ ทุกข ร้อน มา ยัง หมอ ครู สมิท ขอ ท่าน ได้ เอา ความ ทุกข ร้อน ของ ข้าพเจ้า ลง ใน หนังสือ สื่อ พิมพ์ ด้วย ด้วย เดิม ข้าพเจ้า เปน เลข ข้อ มือ อยู่ ใน ท่าน คน หนึ่ง ท่าน ได้ เกบ เงิน ข้า ราชการ กับ ข้าพเจ้า ปี หนึ่ง หก บาท ได้ เกบ เสมอ ทุก ๆ ปี ครั้น ณปี ชวด อัฐศก ท่าน ก็ ถึง อะนิจกำม์ บาญชี ตัว เลข ได้ ตก ไป อยู่ กับ ท่าน ใหม่ แล้ว ภรรยา นาย เก่า ก็ ได้ ไป เกบ เงิน กับ ข้าพเจ้า ล่วง มา จน ทุก วัน นี้ ข้าพ เจ้า ได้ กราบ เรียน ถาม ว่า เลข ได้ ตก ไป อยู่ กับ นาย ใหม่ แล้ว ทำไม ยัง มา เกบ เงิน กับ ข้าพเจ้า อีก เล่า ท่าน ผู้ หญิง บอก ว่า จะ เกบ ไป ส่ง สมุห บาญชี แทน ข้าพเจ้า แล้ว จึง จะ เอา ฎีกา ใบ เสร็จ มา ให้ ข้าพเจ้า ๆ ก็ เปน ที่ เชื่อ วาง ใจ เพราะ ท่าน ได้ เปน นาย มา แต่ ดั้ง เดิม ข้าพเจ้า ก็ ได้ หา เงิน มา ให้ ทุก ๆ ปี จน ถึง ณปี วอก ฉอศก ข้าพเจ้า สืบ ได้ ความ ชัด ว่า ท่าน ผู้ หญิง หลอก ลวง เกบ เงิน ข้า ราชการ กับ ข้าพเจ้า ไป เปน อนา ประโยชน์ ของ ท่าน หา ไป ส่ง สมุห บาญชี เหมือน อย่าง พูด กับ ข้าพเจ้า ไม่ ใน ปี ระกา สัปตศก ข้าพเจ้า จึง มิ ได้ ไป ส่ง เงิน ให้ ท่าน ผู้ หญิง จึง ใช้ คน ไป เร่ง เงิน กับ ข้าพเจ้า ใน ปี ระกา สัปตศก ข้าพเจ้า หา ให้ ไป ไม่ ครั้น ณปี ระกา สัปตศก สมุห บาญชี ของ นาย ใหม่ ให้ หา ตัว ข้าพเจ้า ไป ว่า เงิน ข้า ราชการ ยัง ค้าง อยู่ กับ ข้าพเจ้า ตั้ง แต่ ปี ฉลู นพศก จน ถึง ปี ระกา สัปตศก ปี ละ หก บาท คิด เปน เงิน ห้าสิบ สี่ บาท ข้าพ เจ้า บอก กับ สมุห บาญชี ว่า เงิน ที่ ค้าง ข้าพเจ้า ตั้ง แต่ ปี ฉลู นพศก จน ถึง ปี วอก ฉอศก ท่าน ผู้ หญิง ได้ ไป เกบ กับ ข้าพเจ้า ทุก ๆ ปี ว่า จะ มา ส่ง แทน ข้าพเจ้า สมุห บาญชี ว่า ถ้า มา ส่ง แล้ว ก็ ต้อง ได้ ฎีกา ใบ เสร็จ เจ้า สมุห บาญชี ขอ ฎีกา ใบ เสร็จ ที่ ข้าพ เจ้า ๆ จึง ขอ ผัด กับ สมุห บาญชี ว่า จะ ไป กราบ เรียน ถาม ดู ก่อน ข้าพเจ้า จึง ไป กราบ เรียน ถาม ท่าน ผู้ ๖ หญิง ว่า เงิน ตั้ง แต่ ปี ฉลู นพศก จน ถึง ปี วอก ฉอศก ซึ่ง ใต้ ท้าว ได้ เกบ ไป จาก เกล้า กระผม นั้น สมุห บาญชีย์ บอก ว่า เขา ยัง ไม่ ได้ รับ เขา จะ เร่ง กับ ตัว เกล้า กระผม ถ้า ใต้ ท้าว ได้ ส่ง แล้ว มี ฎีกา ใบ เสร์จ กระผม ขอ รับ ประทาน ฎีกา ใบ เสร์จ ไป ให้ สมุห บาญชีย์ ถ้า ใต้ ท้าว ยัง ไม่ ได้ ให้ เงิน กับ เขา กระผม ขอ รับ ประทาน เงิน ที่ ใต้ ท้าว เกบ มา จะ ไป ให้ สมุห บาญชีย์ ท่าน ผู้ หญิง ตอบ ว่า เออ อ้าย นี่ ตั้ง แต่ คุณ เสี่ย แล้ว เลข ราย นี้ ตก ไป อยู่ ที่ อื่น มึง ก็ ไป อยู่ แล เสีย เงิน ให้ เขา สิ แต่ เงิน ซึ่ง มึง ให้ กู ตั้ง แต่ ปี ฉลู นพ ศก จน ถึง ปี วอก ฉอศก มัน แล้ว ก็ แล้ว ไป ข้าพเจ้า ได้ พูด อ้อน วอน ขอ คืน เงิน อยู่ จน ช้า นาน ก็ ไม่ ได้ ท่าน ก็ พูด อยู่ แต่ อย่าง นี้ แล้ว ข้าพเจ้า จึง กลับ มา ทำ เรื่อง ราว ไป ยื่น แต่ ท่าน ผู้ ว่า ราชการ เมือง ๆ ดู แล้ว ว่า มึง ไป หา นาย มิ่ง สิ ข้าพเจ้า ก็ ไป หา ท่าน ผู้ หญิง ๆ ว่า มึง ให้ กู แล้ว ก็ แล้ว กัน กู ไม่ คืน ให้ มึง ข้าพเจ้า ก็ ต้อง กลับ มา ณวัน ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ข้า พ เจ้า ได้ ทำ เรื่อง ราว ใบ ยื่น ต่อ ท่าน ผู้ ว่า ราชการ เมือง อีก ครั้ง หนึ่ง ท่าน ผู้ ว่า ราชการ เมือง รับ แล้ว ก็ ว่า ไป หา นาย เจ้า เถอะ อ้าย นี่ ข้าพเจ้า ก็ เข้า ไป หา ท่าน ผู้ หญิง คอย จะ กราบ เรียน ท่าน ๆ ก็ หัน หลัง เสีย ประมาณ ครู่ หนึ่ง ท่าน จึง ว่า มัน แล้ว ก็ แล้ว กัน มึง อย่า มา กวน กู ร่ำ ไร ข้าพเจ้า จึง ต้อง กลับ มา ครั้น จะ ไป ร้อง ฟ้อง ตาม โรง ศาล ก็ กลัว เพราะ ท่าน เปน เมีย ผู้ รักษา เมือง ครั้น จะ มา ร้อง ฟ้อง ยัง กรุง เทพ ฯ ข้าพเจ้า เปน คน อานาถา หา เช้า กิน ค่ำ ไหน ยัง จะ ต้อง เสีย ราชการ อีก ซ้ำ หนึ่ง แล้ว ยัง จะ มา ต้อง เสีย เรื่อง เปน ความ อีก ภอ จะ ให้ ครอบ ครัว ฉิบหาย เปน ขี้ ค่า เขา หมด ข้าพเจ้า จึง ต้อง อุษาหะ ทน เอา โค แล นา ไป ขาย ฝาก ผู้ มี ชื่อ ไว้ จะ เอา เงิน มา เสีย ราช การ อนึ่ง คำ ซึ่ง ข้าพเจ้า กล่าว มา นี้ เปน ความ จริง สืบ ได้ ทุก ข้อ และ ขอ ท่าน ครู สมิท ได้ เอา เรื่อง ราว ของ ข้าพเจ้า นี้ ลง พิมพ์ ด้วย ท่าน ผู้ อ่าน จะ ได้ ทราบ โดย ความ ยาก ของ ไพร่ เช่น นี้ ขะ
๏ การ เช่น ความ เรื่อง นี้ มี ขึ้น ได้ เพราะ ความ โง่ ของ คน เช่น พูด มา นี้ ได้ เสีย เงิน ข้า ราชการ แล้ว ไม่ ขอ ให้ มี คู่ มือ ของ ตัว ไว้ ให้ เปน สำคัญ สัก อย่าง อนึ่ง อีก ประการ หนึ่ง ท่าน ผู้ มี วาศนา เลก น้อย ขี้ มัก เบียด เบียน ผู้ เลก ผู้ เลก ขี้ มัก เบียด เบียน ผู้ น้อย กว่า ตัว อีก ขี้ มัก เปน มา เช่น นี้ เปน อัน มาก ใน ประเทศ สยาม แทบ ทุก ตำบล เปน อัน ควร อยู่ แล้ว ที่ ท่าน ผู้ ใหญ่ ใน กรม ต่าง ๆ จะ เอา ใจ ใส่ จริง สนอง พระเดช พระคุณ พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ ให้ ความ เดือด ร้อน ของ ราษฎร น้อย ลง ยุบ ลง ไป ให้ ได้ อย่า ให้ ผู้ มี วาศนา เลก น้อย แล่ เนื้อ กิน เลือด ราษฎร ให้ ปั่น ปี้ มิ ให้ เขา ตั้ง เนื้อ ตั้ง ตัว ภอ ทำ มา หา กิน บริบูรณ ภอ มี ทรัพย์ ใช้ ข้า ราชการ ส่วย สา อากร ให้ ทั้ง พระ ราช ทรัพย์ ทวี มาก ขึ้น ได้ ด้วย ถ้า ผู้ มี วาศนา เลก น้อย ทำ ทั้ง ทรัพย์ ราษฎร ทั้ง ทรัพย์ อัน ควร จะ เข้า ใน ท้อง พระคลัง สาบ สูญ ไป หมด หนัก เข้า ทุก วัน เช่น นี้ พระราช อาณาเขตร ประเทศ สยาม นาน ไป จะ เปน อะไร ไป ได้ ๚ะ
๏ จะ ออก จาก กรุง เทพ ณวัน พฤหัศบดี เดือน สี่ แรม หก ค่ำ เวลา บ่าย สี่ โมง คือ พรุ่ง นี้ เอง ๚ะ
ข่าว โทรเลข นอก
๏ ปารีศ วัน ศุกร์ เดือน สี่ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง พวก แจมเบอร์ ออฟ เดปุติ ไม่ รับ บิล ที่ จะ ให้ ขับ ไล่ พวก เจ้า เปน มะยอริติ ใหญ่ ทั้ง คอเวินเมนต์ ก็ ไม่ เหน ชอบ ใน ความ บิล นั้น ด้วย ๚ะ
๏ เมือง กอนซะแตนไตนเปล วัน อังคาร เดือน สี่ ขึ้น สี่ ค่ำ จะ เลิก แล ให้ กอง ทัพ กระจัด กระจาย ไป ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สี่ ขึ้น สี่ ค่ำ เปน ที่ คอย คำ อัลไตมาตัม พวก เตอกี มา ยัง พวก ครีศ บังคับ ให้ เมือง นั้น วาง เครื่อง สัตรา อาวุธ ให้ จง ได้ ๚ะ
๏ พวก เซเนต เหน ชอบ เหน ดี ใน ข้อ สัญา ที่ ทำ ไว้ แล้ว กับ พวก มะดะแคศ์การ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน สี่ ขึ้น สอง ค่ำ พวก ปฤก ษา ราชการ ใน เฮาซ ออฟ กอมมันซ์ ณวัน ศุกร์ ห้าม ไม่ รับ ข้อ หนึ่ง ที่ หมาย จะ เลิก ให้ ตำแหน่ง ติด ตาม กระกูล ใน เฮาซ ออฟ ลอดซ์ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สี่ ขึ้น ห้า ค่ำ หนังสือ จด หมาย เหตุ ไตมซ์ ใน ข้อ สำคัญ ข้อ หนึ่ง แจ้ง ความ ว่า ใน หนังสือ กำหนด การ กอง ทัพ นั้น จัด การ ให้ มี ทหาร บริติช แต่ เพียง ๘๐๐๐ คน ใน ประเทศ อียิบต์ ๚ะ
๏ กรุง ปารีศ วัน พุฒ เดือน สี่ ขึ้น หก ค่ำ พวก ยวน กระบถ รุก ตี กอง ทัพ ฝรั่งเศศ กอง หนึ่ง ที่ เมือง ตุเรน ได้ ฆ่า กัปตัน คน หนึ่ง แล คน อีก สิบ คน แล้ว ออก ทัพ ไป ถึง กวินฮอน ๚ะ
๏ กรุง เบอรลื่น วัน พุฒ เดือน สี่ ขึ้น หก ค่ำ ปรินซ์ บิศ มาก ป่วย ถึง ลำบาก โรค รุมติศม หนัก เข้า ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัสบดี เดือน สี่ ขึ้น เจด ค่ำ พวก เฮาซ ออฟ กอมมันซ์ มะคืนนี้ ห้าม ไม่ ให้ รับ ข้อ หนึ่ง ที่ หมาย จะ ให้ คอเวินแมนต์ เลิก หนุน จำเพาะ แต่ ศาสนา เดียว ใน ประเทศ เวลซะ ๒๕๑ คนโวต มิ ให้ คอเวินแมนต์ เลิก ๒๒๙ คน โวต จะ ให้ เลิก ๚ะ
๏ มี คำ เลื่อง ฦา กัน ว่า เมื่อ เจ้า คุณ เที่ยว อยู่ ใน ซแตรตเซตเตลแมนตซ์ เจ้า คุณ ถูก โขมย ของ มี ราคา เปน อัน มาก สาม หมื่น เหรียญ นก ๚ะ
๏ เมือง กอนซแตนโตโนเปล วัน ศุกร เดือน สี่ ขึ้น แปด ค่ำ ราชทูต ประเทศ ใหญ่ เหน ชอบ ยิง ยอม ใน หนัง สือ สัญญา อย่าง แก้ ใหม่ นั้น ฝ่าย ประเทศ เตอรกี แล ประเทศ รูมีเลีย ๚ะ
๏ เมือง ปารีศ วัน อาทิตย์ เดือน สี่ ขึ้น สิบ ค่ำ มี ความ แจง ออก มา ว่า ฝรั่งเสศ กู้ เงิน อีก ถึง ร้อย ล้าน หมาย จะ เปลี่ยน หนี้ ที่ ลอย ๆ นั้น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย์ เดือน สี่ ขึ้น สิบ ค่ำ ได้ ตั้ง เซอร ซี วาเริน เปน กอมมิศเซอนเออร โปลิศ กรุง ลันดัน แทน เซอร เอดมันด เฮนเดอรซัน ๚ะ
๏ กรุง ปารีศ วัน จันทร เดือน สาม แรม สิบเอ็ด ค่ำ มอง ซิเออ พี่ลบีนี ได้ รับ ตำแหน่ง ตั้ง เปน คอเวินนอ สำหรับ ราชการ ที่ ประเทศ โกจินไจนะ ๚ะ
๏ ปารีศ วัน อังคาร เดือน สี่ ขึ้น สี่ ค่ำ มองซิเออ ถะ ไบร ดะวิเลร์ แต่ ก่อน เปน คอเวินอร ประเทศ โกจินไจนะ ได้ รับ ตำแหน่ง ตั้ง เปน เรไซเดนต์ เยนิรัล ที่ เกาะ มะตะ แคซคาร ๚ะ
๏ มองซิเออ ปอยเออ ได้ ตำแหน่ง ตั้ง เปน ไปรเวต เซกริแตรี ของ มองซิเออ พี่ลบีนี ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สี่ ขึ้น สิบ สอง ค่ำ มิศ เตอร์ แกลดซโตน ได้ เอา ความ หมาย ซึ่ง ท่าน จะ ให้ มี ฝ่าย พวก ไอริช นั้น มอบ ไว้ กับ แก่ บิเนต แล้ว ๚ะ
๏ มิศเตอร์ แจม เบอร์เลน ไม่ เหน ด้วย แล เปน ที่ เหน ว่า จะ ถา ออก จาก ราชการ ๚ะ
๏ มิศเตอร์ แจมเบอร์เลน แล มิศเตอร์ เตรวิเลน ลา ออก จาก ราชการ ทั้ง สอง แล้ว ๚ะ
| แต่วัน อังคาร เดือน สี่ ขึ้น ๑๒ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน สี่ แรม ๔ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| อันนะเบิดทะ | ก ๒ ส ค เยอรแมน | ๔๖๙ | กรอซ | มากวาลด แอน โก | อะมอย | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| ดานุบ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๙๑ | วาลตอน | วินดซอ โรซ แอน โก | ซัวเถา | ขึ้น ๑๔ ค่ำ |
| เฮกากิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | เร | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๓๗๕ | โมลเซน | มากวาลด แอน โก | สิงคโปร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| พระจุลจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ไดกะวุด | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงคโปร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| ไฮเจียง | ก ๒ ส ค นอรเว | ๓๒๕ | ไมลน | ฮอกโป | สิงคโปร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| วอไลเยิน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๗๕ | เบราน | — | — | แรม ๒ ค่ำ |
| ไปซิโอะละ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๘๑๕ | ไนเซน | จื่น | แฮมเบิก | แรม ๒ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| มะดุซะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๘ | เลารี่ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงคโปร | ขึ้น ๘ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๘๘ | ไวตะ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๗ | ตุลลอด | บอนิโอกำปะนี่ | สิงคโปร | ขึ้น ๑๔ ค่ำ |
| ดานุบ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๙๑ | วาลตอน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกอง | แรม ๓ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า อันนะเบิดทะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เดิน สาน ดาษฟ้า ๒๓๐ คน ๏ ดานุบ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ | ||||||
| แล เมล เมือง จีน แล ยิปุ่น อะเมริกัน คน เดิน สาน แกบิน ๒ คน แล จีน เดิน สาน ดาษฟ้า ๒๓๑ คน ๏ เฮกากิ บันทุก สิน | ||||||
| ค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป คน เดิน สาน แกบิน ๒ คน ดาษฟ้า ๔ คน ๏ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ | ||||||
| เดิน สาน ดาษฟ้า ๒๖ คน ๏ พระจุลจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงคโปร แล ยุโรป คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๘๒ คน | ||||||
| ๏ วอไลเยิน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๑๒ คน ๏ ไปซิโอะละ บันทุก อับเฉา ๚ะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก มะดุซะ บันทุก เข้า ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล เมือง สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ แมกอะลิศ | ||||||
| เตอร บันทุก เข้า แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๏ ดานุบ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ยิปุ่น ๚ะ | ||||||
๏ ๑๑ อนึ่ง ฝัน ว่า คน หนึ่ง นั่ง หุง เข้า ม่อ เดี่ยว หลาก ล้น พ้น วิไสย์ บ้าง ดิบ บ้าง สุก คลุก ระคน ปน กัน ไป บ้าง เปียก บ้าง ใหม้ ไม่ มี ดี พระ แย้ม โอฐ โปรด พุทธ ฎีกา ว่า เทพา รักษา บุรี ศรี พระ เสื้อ เมือง ทรง เมือง เรื่อง ฤทธิ์ ประเพณี พลาด เพลี่ยง ไม่ เที่ยง ทัด เทวัน อัน รักษา สาศนา จะ รักษา แต่ คน ที่ เอา สัจ ผู้ มี ศีล ก็ จะ เสีย ศิลา วัด มิตร รัก จัก ตัด ความ รัก ตน ฝูง ราษฎร์ จะ อาพาธ เจ็บ ไข้ เกิด มรณ ไภย์ ทุก แห่ง หน ประเพณี ปี เดือน ก็ เบือน ปน ระดู ฝน หนาว ร้อน ก็ ผ่อน ไป ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤๅ ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤๅ ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤๅ จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤๅ ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ๚ะ
๏ กำปั่น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชร์บุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤๅ วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ
คน เดิน สาน ดาษฟ้า คน ละ บาท
๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤา กัปตัน กำปั่น นั้น ๚ะ
๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั่น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ๚ะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( จ ห ) ๚ะ
๏ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สี่ถม ที่ ตึก คุณ เวล เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เปิด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤา จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เบิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอสบิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ซอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ
๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา ส่อง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอียด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สุน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ผูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด