เดือน ๔ แรม ๑๓ ค่ำ, ๑๒๔๗
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๓๒ วัน พุฒ เดือน สี่ แรม ๑๓ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗

ราชทูต สยาม ออก ไป เมือง ฝรังเสศ

๏ ใน กาล ครั้ง นี้ กรุง สยาม ได้ ช่อง โอกาศ อัน ดี แล้ว เพื่อ จะ ส่ง ทูตา นุทูต สยาม ที่ มี ยศ แล บันดาศักดิ์ ล้วน เปน ขุนนาง อยู่ ใน ตำแหน่ง ราชการ เชื้อ พระวงษ ของ ผู้ ครอง กรุง สยาม โดย ฝ่าย ราชนิกุล สืบ มา แต่ ปถม วงษ กรุง สยาม เปน ทูตา นุทูต ออก ไป กรุง ฝรัง เสศ เพราะ สมเด็จ พระเจ้า กรุง ฝรังเสศ เมื่อ ได้ มี พระ ราช ไมตรี อัน สนิท ติด พัน กับ กรุง สยาม แล้ว จึ่ง มี ความ นัด หมาย ถึง กรุง สยาม เพื่อ จะ ส่ง แล รับ ทูตา นุทูต ฝ่าย กรุง สยาม ให้ ได้ ไป จำ ทูล พระราชสาสน์ เจริญ ทาง พระราช ไมตรี ถึง ที่ จำเพาะ พระภักตร พระเจ้า กรุง ฝรังเสศ นั้น เปน ความ ประสงค์ ครั้น ตก ลง กัน แล้ว จึ่ง ได้ สั่ง เรือ รบ กล ไฟ มา รับ ทูตา นุทูต กรุง สยาม ไป ครั้ง นี้ ฝ่าย ผู้ ครอง กรุง สยาม จึ่ง ได้ มี ความ ระฦก ถึง พระคุณ ใน ทาง ไมตรี ซึ่ง มี กับ ท่าน สังโต ปาปา ปิโอ ผู้ บริสุทธิ แต่ ก่อน นั้น แล้ว ด้วย ความ ปราถนา ของ ผู้ ครอง กรุง สยาม จะ ใคร่ ให้ ทูตา นุทูต สยาม ได้ ไป เฝ้า บังคม บาท ถึง เฉพาะ หน้า คำนับ แก่ ท่าน ผู้ บริสุทธิ ใน โลกย แทน กรุง สยาม ด้วย กรุง สยาม จึ่ง ได้ เรียบ เรียง พระราช สาสน์ ฉบับ หนึ่ง คำนับ มา ถึง ท่าน ผู้ บริสุทธิ เพื่อ จะ ให้ ท่าน ผู้ บริสุทธิ ทราบ การ ว่า กรุง สยาม ยัง มี ความ ระฦก ถึง แล นับถือ ท่าน ผู้ บริสุทธิ อยู่ เนือง ๆ มิ ได้ ขาด โดย โอวาท นุสาสน์ ซึ่ง ท่าน ผู้ บริสุทธิ ให้ ไป เพื่อ จะ ให้ ประพฤติ แก่ ประชา ชน ที่ รับ คำ ประพฤติ การ ด้วย ถือ สาสนา แล ตาม ความ เชื่อ แล เลี้ยง ชีวิตร ไม่ มี โทษ ไม่ ควร จะ กระทำ ให้ โกรธ เผื่อ แผ่ อารีย์ รอบ รู้ รักษา ชน บันดา ที่ นับถือ สาสนา โรมัน กาทอลิก กฤษทั้ง อยู่ นั้น ก็ ดี กรุง สยาม ได้ ประพฤติ ตาม โดย ดี อยู่ ทุก ประการ แล กรุง สยาม ได้ ฝาก เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ เปน ของ สำแดง ความ ยินดี นับถือ เคารพย มา ถึง ท่าน ผู้ บริสุทธิ ให้ ได้ เหน แล รู้ จัก แล ประจักษ ใน ทาง ไมตรี นั้น เครื่อง บรรณาการ นั้น ที่ ๑ คือ กันไกร สำหรับ ตัด ผม คร่ำ ทอง ทั้ง เล่ม ที่ ช่น กันไกร นั้น มี รูป พระ มหา พิไชย มงกุฎ มี ภาน ถม รอง กันไกร ด้วย ที่ ๒ ขัน น้ำ ล้าง หน้า มี ภาน รอง ทำ ด้วย เงิน กาไหล่ ทอง คำ ถม ยา ดำ เปน ลาย เครือ วัล แล รูป ช้าง เผือก พลาย พังค์ ที่ ก้น ขัน นั้น เปน รูป พระ มหา พิไชย มงกุฎ ที่ ๓ คือ ถาด เท้า สิงห์ สาม เท้า สำหรับ รอง น้ำ ล้าง หน้า ทำ ด้วย เงิน กาไหล่ ทอง คำ ถม ยา ดำ เปน ลาย เปลย ใน ระหว่าง ลาย นั้น เปน รูป ช้าง บ้าง ราชสีห์ บ้าง รูป คช สี่ห์ บ้าง เปน สี่ มุม สำหรับ หนึ่ง ของ ทั้ง นี้ ฝีมือ ช่าง ชาว สยาม ทำ ใน ประเทศ นี้ เอง ที่ ๔ แผ่น ไฟ่ ตี พิมพ์ เปน อักษร อังกฤษ เปน พระนาม ของ ผู้ ครอง กรุง สยาม บัด นี้ ใต้ พระนาม นั้น เปน ลาย พระราช หัตถ เลขา มี ความ ว่า คำนับ มา ยัง ท่าน บริสุทธิ ที่ ๕ คือ ระจก ใส่ แผ่น กระดาษ เปน พระราช สาทิศ ฉายา ลักษณ ของ ผู้ ครอง กรุง สยาม ประจุบัน นี้ แผ่น หนึ่ง เพราะ ความ ประ สงค จะ ให้ ท่าน ผู้ บริสุทธิ์ ได้ เหน แล รู้ จัก พระ ศิริ รูป โฉม โนม พรรณ ของ กรุง สยาม เครื่อง ราช บรรณาการ ทั้งปวง นี้ กับ พระราช สาสน ด้วย ได้ มอบ มา ใน มือ ราชทูต แล้ว แต่ ทูตา นุทูต จะ ได้ ไป เฝ้า บังคม บาท ท่าน ผู้ บริสุทธิ์ ฤา จะ ไม่ ได้ ไป ถึง เฉพาะ พระภักตร ท่าน นั้น กรุง สยาม ยัง ไม่ ไว้ ใจ เปน แน่ ได้ ความ ประสงค ของ ผู้ ครอง กรุง สยาม นั้น ใช้ ก็ สุด แล้ว แต่ ผู้ ครอง ฝ่าย ฝรั่งเสศ จะ บังคับ การ ให้ เปน ไป ตาม การ ที่ ควร เพราะ ผู้ ครอง ฝ่าย ฝรั่งเสศ ใช้ ให้ ขุนนาง นำ เรือ รบ กล ไฟ มา รับ ทูตา นุทูต สยาม ไป ทูตา นุทูต สยาม ต้อง อยู่ ใน อำนาจ ท่าน ผู้ ครอง ฝ่าย ฝรั่งเสศ กว่า จะ ได้ กลับ มา บ้าน เมือง สยาม แต่ ผู้ ครอง กรุง สยาม มี ความ หวัง พระไทย เชื่อ ได้ เปน แน่ ว่า พระราช สาสน แล เครื่อง มง คล ราช บรรณาการ ทั้ง นั้น คง จะ ได้ ไป ถึง ท่าน ผู้ บริ สุทธิ์ โดย อาการ อย่าง ไร อย่าง หนึ่ง เปน แน่ แท้ เพราะ ทราบ ชัด ว่า ท่าน ผู้ ครอง กรุง ฝรั่งเสศ ก็ ถือ สาศนา โรมัน กาทอลิก กฤศตัง โดย ความ เลื่อม ใส สัทธา ใน ท่าน ผู้ บริสุทธิ์ ท่าน ผู้ตรวจ กรุง ฝรั่งเสศ คง จะ อนุเคราะห์ ให้ พระราช สาสน แล เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ ทั้ง นั้น ไป ถึง ผู้ บริสุทธิ์ ด้วย ความ ยินดี นับถือ ท่าน นั้น อนึ่ง ผู้ ครอง กรุง สยาม ขอ ยืน ยัน ความ จริง ใน ใจ มา ว่า เมื่อ ท่าน ผู้ บริสุทธิ์ ได้ มี อิศริยศ อย่าง สูง ที่ สุด โดย ทาง ธรรม มหา ชน เปน อัน มาก ได้ ยก ย่อง ให้ เปน ผู้ ใหญ่ คือ ประธา นาธิบดี เปน ที่ เคารพย นบ นอบ บูชา นับถือ ของ มหา ชน เปน อัน มาก ใน โลกย แม้น เปน พระเจ้า แผ่นดิน ใหญ่ ๆ ใน ยุโรป ประเทศ หลาย บ้าน หลาย เมือง นั้น แล้ว ท่าน ผู้ บริสุทธิ์ มี น้ำ พระไทย เมตา กรุณา อาริย รัก แก่ นรชน ทั้งปวง ใน สกล โลกย ไม่ ว่า ใคร จะ นับถือ สาศนา กฤศตัง ก็ ดี จะ ไม่ นับถือ เชื่อ ฟัง ก็ ดี ท่าน ผู้ บริสุทธิ์ มี เมตา อาริย แผ่ เผื่อ ไป หมด ทั้ง สิ้น ผู้ ครอง กรุง สยาม เห็น ว่า ท่าน ผู้ บริสุทธิ์ นั้น ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม โดย ความ ดี ที่ ชอบ สมควร โดย สถาน ที่ เปน ผู้ ใหญ่ ยิ่ง อยู่ แล้ว ผู้ ครอง กรุง สยาม ขอ อา ราธนา แก่ สิ่ง ซึ่ง เปน ใหญ่ เปน ประธาน ใน สกล โลกย ให้ มี ทิพยาน นุเคราะห์ แก่ ท่าน ผู้ บริสุทธิ์ ให้ ได้ มี ความ ศุข เจริญ แล สดวก ใน กาย ใน จิตร ตลอด ปลอด โปร่ง ใน อิทโลกย จน ประโลกย นั้น เทอญ พระราช สาสน นี้ ได้ ส่ง ไป แต่ พระ ที่นั่ง อนันต สมาคม ใน พระบรม ราช สถาน ชื่อ พระบรม มหา ราชวัง ตั้ง อยู่ ใน กรุง เทพ มหา นคร อมรรัตน โกสินทร มหินทรา ยุทธยา บรม ราช ธานี อัน มี อยู่ ใน ประเทศ บางกอก แว่น แคว้น แผ่นดิน สยาม ใน วัน พฤหัสบดี วัน ที่ ๑๐ ค่ำ ข้าง ขึ้น ของ เดือน จันทรมาศ ชื่อ จิตรมาศ นับ เปน เดือน ที่ ๕ แต่ ต้น ฤดู หนาว ใน ปี ระกา ยัง เปน โทศก ศักราช สยาม นับ ได้ ๑๒๒๒ ปี ตรง กัน กับ สุริยการ เช่น ใช้ ใน ยุโรป ประเทศ นั้น เปน วัน ที่ ๒๓ ของ เดือน มาช ศักราช พระคฤศต์ ๑๘๖๑ ปี เปน ปี ที่ ๑๑ ใน รัชกาล กรุง สยาม แล เปน วัน นับ ๓๕๙๙ วัน แต่ ต้น ราชา ภิเศก มา ถึง ลง พระราช สาสน์ นี้ เทอญ ๚ะ


ข่าว ใน กรุง



การ ตั้ง กรม พระองค์ เจ้า จิตร เจริญ

๏ ครั้น วัน อังคาร เดือน สี่ ขึ้น ค่ำ ปี ระกา สัปตศก เจ้า พนักงาน ทั้งปวง ได้ จัด การ พร้อม ตาม เคย แล้ว เชิญ พระ สุพรรณบัตร จาก หอ พระ มณเทียร ธรรม ขึ้น เฉลี่ยง ไป เข้า พระ มณฑล ที่ วัง พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า จิตร เจริญ ครั้น เวลา บ่าย พระสงฆ์ ๑๐ รูป เจริญ พระ พุทธมนต์ ๚ะ

๏ เวลา ย่ำ ค่ำ แล้ว พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว เสดจ ออก ทรง พระ ที่ นั่ง ราชยาน แต่ เกย เชิง บันได พระ ที่ นั่ง จักรกรี มหา ปราสาท เสดจ พระราช ดำเนิน พร้อม ด้วย กระบวน ตำรวจ ทหาร แห่ นำ ตาม เสดจ ออก ประตู พิมาน ไชยศรี ประตู วิเศศ ไชยศรี เลี้ยว ไป เข้า วัง พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า จิตร เจริญ ประ ทับ ใน ท้อง พระโรง พระบรม วงษานุวงษ เฝ้า ทูล ลออง ธุลี่ พระบาท โดย ลำดับ พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว ประทับ อยู่ จน เวลา ยาม เสศ จึ่ง ทรง พระ ที่ นั่ง ราช ยาน เสดจ พระราช ดำเนิน กลับ เข้า พระบรม มหา ราช วัง ทาง เดิม ขึ้น พระ ที่ นั่ง จักรกรี มหา ปราสาท ๚ะ

๏ ครั้น อ่าน คำ ประกาศ จบ แล้ว พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ พระราช ทาน พระสรง พระ พุทธมนต์ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า จิตร เจริญ เปน กรม ขุน นริศรานุ วัตติวงษ แล พระ ราชทาน เครื่อง ราชู ประโภค ต่าง ๆ สำหรับ เจ้า ต่าง กรม ด้วย ตาม สมควร ครั้น พระ ราชทาน พระ สุพรรณ บัตร แล เครื่อง ราชู ประโภค เสรจ แล้ว พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว เสดจ ทรง พระ ที่ นั่ง ราชยาน เสดจ กลับ มา เข้า พระบรม มหา ราชวัง ขึ้น ทรง พระ ที่ นั่ง จักรกรี มหา ปราสาท ๚ะ

๏ ครั้น เวลา บ่าย เจ้า พนักงาน ตั้ง บาย ศรี ชี่ พ่อ พราหมณ์ เบิก แว่น เวียน เทียน สมโภช พระ สุพรรณบัตร การ เลื่อน กรม เปน เสรจ แต่ เพียง นี้ ๚ะ


ประกาศ ตั้ง กรม

๏ ศุภมัสดุ พระ พุทธสาสนกาล เปน อดีตกาล ล่วง แล้ว ๒๔๒๘ พรรษา ปัตยุ บันกาล กุกุฏ สังวัจฉระ ผคุณมาศ ชุณณ ปักษฉัฐมี ดิถี พุฒวาร บริเฉท กาล กำหนด พระ บาท สมเดจ พระ ปรมินทร มหา จุฬา ลงกรณ์ ฯ ล ฯ พระ จุลจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ทรง พระราช ดำริห์ ว่า พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ จิตร เจริญ เปน พระราช อนุชา อัน พระ มารดา เปน พระ ธิดา ใน สมเดจ พระบรม ราช มาตา มหัยกา เธอ เปน พระ กนิษฐา แห่ง กรม สม เดจ พระ เทพศิรินทรามาตย สมเดจ พระ บรมราช ชนนี นับ เปน พระราช อนุชา อัน สนิท สัมพันธวงษ อีก ชั้น หนึ่ง จึ่ง เปน ที่ ทรง สนิท ชิด ชม แต่ เดิม มา ตาม ธรรมดา ที่ เปน ดั่ง นี้ ประการ หนึ่ง ๚ะ

๏ ส่วน พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า จิตร เจริญ นั้น เล่า ก็ ทรง พระ สติปัญา รอบ รู้ ใน ราช กิจ น้อย ใหญ่ สามารถ ที่ จะ รับ ราชการ ฉลอง พระเดช พระ คุณ ต่าง พระเนตร พระกรรณ ใน ราชการ ทั้งปวง ได้ มี พระ อัธยาไศรย ซื่อ ตรง เที่ยง ธรรม แล รักษา พระ องค์ ตาม แบบ อย่าง มิ ได้ มี รแวง ผิด พลั้ง แต่ สัก ครั้ง หนึ่ง เลย มี ความ จง รักษ ภักดี อย่าง ยิ่ง ต่อ ใต้ ฝ่า ลออง ธุลี พระบาท เปน ที่ ไว้ วาง พระราช หฤไทย อัน สนิท มี พระ หฤไทย เจบ ร้อน ด้วย ราชการ ยิ่ง กว่า เหน แก่ ประโยชน์ ของ พระองค์ ได้ ทรง ดำรง อยู่ ใน ตำ แหน่ง เอเดแกม หลวง แล ได้ ทรง บังคับ การ กรม ทหาร มหาด เลก คราว หนึ่ง จน บัด นี้ ทรง บังคับ การ ใน กรม ทหาร รักษา พระองค์ ก็ ทรง พระ อุษาหะ สอด ส่อง การ ใน ตำแหน่ง ฉลอง พระเดช พระคุณ โดย ความ สุจริต รอบ คอบ แล ทรง ประกอบ ด้วย พระ ปัญา แล ความ เพียร ใน การ ศิลประสาตร การ ช่าง เชี่ยว ชาญ ทำ ได้ ด้วย พระหัตถ ได้ ทรง ทำ การ ใน วัด พระศรี รัตน ศาสดา ราม แล พระ พุทธรูป ฉลอง พระองค์ ใน พระบาท สมเดจ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว แล การ อื่น ๆ เปน อัน มาก ๚ะ

๏ เมื่อ พระองค์ เปน พระราช อนุชา อัน สนิท แล ได้ รับ ราชการ เปน ที่ ไว้ วาง พระราช หฤไทย ฉนี้ ก็ มิ ได้ มี ความ กำเริบ ฟุ้ง ซ่าน ซึ่ง จะ ได้ ความ ทุจริต ต่าง ๆ ตาม มา แล ให้ เปน ที่ รังเกียจ พระบรม วงษานุ วงษ ข้า ราชการ ทั้งปวง มี อัธยาไศรย อ่อน น้อม เรียบ ร้อย ตาม สมควร มี ความ เคารพย ต่อ ราชการ กลัว ความ ผิด ประพฤติ พระองค์ เหมือน ข้า ราชการ อัน มี ความ ซื่อ ตรง จง รัก ภักดี อย่าง ยิ่ง ย่อม ปรากฎ แก่ ใจ ผู้ ซึ่ง ได้ ทราบ พระ อัธยาไศรย ทั่ว หน้า ๚ะ

๏ เพราะ ฉนั้น จึ่ง ทรง พระราช ดำริห์ เหน สมควร ที่ จะ สฐาปนา ขึ้น เปน พระองค์ เจ้า ต่าง กรม ผู้ ใหญ่ รับ ราชการ ฉลอง พระเดช พระคุณ ต่าง พระเนตร พระ กรรณ ได้ ๚ะ

๏ จึ่ง มี พระ บรมราช โองการ มาร พระบัณ ฑูรสุร์ สิงหนาท ดำรัส สั่ง ให้ สฐาปนา เลื่อน ตำแหน่ง ยศ พระ เจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า จิตร เจริญ เปน พระองค์ เจ้า ต่าง กรม มี พระนาม ตาม จาฤก ใน พระ สุพรรณ บัตร ว่า พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม ขุน นริศรานุ วัดิวงษ (นาคนาม) ทรง ศักดินา ๑๕ ๐๐ ตาม พระราช กำหนด อย่าง พระองค์ เจ้า ต่าง กรม ใน พระบรมมหาราชวัง จง ทรง เจริญ พระชนมายุ พรรณศุขพลปฏิภาณ คุณสาร สมบัติ สรรพ ศิริ สวัสดิ์ พิพัฒนมงคล วิบุลยศุภผลธน สาร สมบูรณ อดุลย เกียรติยศ เดชา นุภาพ ทุก ประการ เทอญ ๚ะ ๏ ให้ ทรง ตั้ง เจ้า กรม เปน ขุน นริศรา นุวัติวงษ ถือ ศักดินา ๖๐๐ ๚ะ

๏ ให้ ทรง ตั้ง ปลัด กรม เปน หมื่น จำนง บริรักษ ถือ ศักดินา ๔๐๐ ๚ะ

๏ ให้ ทรง ตั้ง สมุห บาญชี เปน หมื่น พลพรรค ภิบาล ถือ ศักดินา ๓๐๐ ๚ะ

๏ ให้ ผู้ ซึ่ง ได้ รับ ตำแหน่ง ทั้ง ๓ นี้ ทำ ราชการ ใน หลวง แล ใน กรม ตาม อย่าง ธรรมเนียม เจ้า กรม ปลัด กรม สมุห บาญชี ใน พระองค์ เจ้า ต่าง กรม ทั้งปวง สืบ ไป ให้ มี สุข สวัสดิ์ เจริญ เทอญ ๚ะ

๏ ตั้ง แต่ ณวัน พุฒ เดือน ยี่ ขึ้น หก ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ศักราช ๑๒๔๗ เปน วัน ๖๓๒๙ ใน รัชกาล ปัตยุบัน นี้ ๚ะ


ผู้ หญิง ถึง แก่ ชีวิตร

๏ ข้าพเจ้า มี ความ เสีย ใจ นักหนา ที่ ได้ ยิน ข่าว เล่า ลือ กัน ว่า เมื่อ ณวัน พุฒ เดือน สี่ แรม ๕ ค่ำ ปี ระ กา สัปตศก ๑๒๔๗ เมื่อ เวลา บ่าย ประมาณ สอง โมง เสศ จึ่ง มี เจ๊ก คน หนึ่ง รูป ร่าง ใหญ่ โต ฉุด ผู้ หญิง ไป กลาง ถนน เอา ไป ที่ ทุ่ง นา ริม วัด ดอน แล้ว เอา มีด มี คม แทง แล ผ่า อก ผู้ หญิง คน นั้น ตาย แล้ว เอา ศพ ไป ทิ้ง ไว้ ใน ป่า รก ผู้ หญิง คน นั้น ร้อง ให้ เขา ช่วย ขณะ เมื่อ ฉุด ไป นั้น แต่ คน ทั้งหลาย เขา คิด ว่า เปน ผัว เปน เมีย กัน ก็ นิ่ง เสีย มี โปลิศ ยืน หัวเราะ อยู่ หา รู้ ไม่ ว่า จะ เอา ผู้ หญิง นั้น ไป ฆ่า แต่ สาเหตุ นั้น หา รู้ ว่า จะ เอา ไป ทำ ไม ไม่ หา มี คน รู้ ไม่ การ จึ่ง เปน ดัง นี้ ท่าน ผู้ อ่าน ผู้ ฟัง จง พิเคราะห์ ดู คง จะ รู้ ความ เลอียด สืบ ความ ดู ก็ จะ รู้ เรื่อง ต่าง ๆ ข้าพเจ้า คิด เหน ว่า เปน การ สมเพช เวทนา มาก นัก เปน การ เตือน สติ ให้ ผู้ หญิง รู้ ตัว ว่า ใจ พวก เจ๊ก เหมือน พวก เดอร กี ขอ ให้ ท่าน ครู สมิท สู้ เปน ที่ พึ่ง เอา เรื่อง นี้ ลง ใน สยาม ไสมัย จง ได้ ๚ะ


เมือง สิงคโปร
คน แกล้ง ทำ ให้ คน ชื่อ ยับ เยิน

๏ เมื่อ เรว ๆ นี้ ที่ ศาล นคร บาล ชำระ เรื่อง ราย หนึ่ง เปน เรื่อง สำคัญ หนัก หนา คือ จีน คน หนึ่ง ชื่อ ซื่อ อา เกา เขา ฟ้อง หา ว่า จีน คน นี้ ได้ คิด จัด แต่ง การ สำคัญ อัน ไม่ จริง เพื่อ จะ ได้ เอา การ สำคัญ เปน อัน อ้าง ได้ ใน ศาล นั้น ณวัน เสาร เดือน อ้าย ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก จีน ซื่อ อาเกา คน นี้ ลอบ ลัก เอา ฝิ่น ไป ใส่ ใน เรือน จีน ตันยี่ซุน คราว พวก โปลิศ กำลัง จับ ฝิ่น เถื่อน จีน ซื่อ อาเกา รับ สารภาพ ตัว ว่า ซึ่ง ฟ้อง หา นั้น เปน ความ จริง แต่ ซึ่ง ตัว ทำ นั้น ได้ ทำ ตาม คำ สั่ง หลงจู๊ นาย การ ภาษี ฝิ่น นั้น ลูก ขุน ตระลาการ เมือง สิงคโปร ตัด สิน ลง โทษ เปน อย่าง น้อย ให้ จีน ชิวา อาเกา ติด คุก สิบ แปด เดือน ให้ ใช้ ทำ การ ให้ หนัก บัด นี้ เกาะ หลง จู๋ นาย การ ภาษี ฝิ่น ฟ้อง หา ความ ราย นี้ เหมือน กัน ๚ะ

๏ ถ้า ใน ประเทศ สยาม จะ เกาะ ชำระ พวก ภาษี ต่าง ๆ ที่ แกล้ง ทิ้ง เหล้า ทิ้ง ฝิ่น ที่ เรือน ราษฎร คน ซื่อ แล้ว พาโล ทำ เรื่อง ราว ฟ้อง หา ว่า จับ ได้ เหล้า เถื่อน ฝิ่น เถื่อน อย่า ให้ พวก คน โกง ใน พวก ภาษี ต่าง ๆ แอบ เสือก ของ กำนัน กับ เจ้า พนักงาน ให้ เขา ช่วย เอา อำ นาจ ผู้ ใหญ่ มา กด ขี่ คน ซื่อ หา ว่า ทำ พระราช ทรัพย หาย สูญ ปรับ ราษฎร อัน มี บ้าง เล็ก น้อย ยับ เยิน ฉิบ หาย จน ฝื้น ไม่ ขึ้น ได้ ถ้า ใน ประเทศ สยาม จะ ชำ ระ ความ จริง ทำ โทษ แก่ คน โกง ชนิด นี้ ทุก ราย ให้ แขง แรง ราษฎร ซื่อ ตรง นั้น ก็ จะ มี ความ ศุข เปน อัน มาก แล จะ เปน คุณ แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง เปน อัน มาก ที่ เดียว จง ป้องกัน รักษา ราษฎร ซื่อ ๆ ให้ มาก ๆ อย่า เหน แก่ ใคร อย่า เหน แก่ อนา ประโยชน จำเพาะ ตัว เลย จึ่ง จะ ชอบ เอไดตอร ๚ะ


ภาษี ฝิ่น

๏ ข้าพเจ้า ขอ คำนับ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน ครู สมิท ทราบ ด้วย ภาษี ฝิ่น คอเวอนแมนต์ กรุง สยาม พระเจ้า แผ่นดิน ทรง พระ ปัญญา อัน เลอียด เหน ว่า พระยา เทพ ประ ชุนห์ คน นี้ เปน คน สัจ ซื่อ มั่น คง ตั้ง ใจ รับ ราชการ พระเจ้า อยู่ หัว จึ่ง ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ มอบ การ ภาษี ฝิ่น คอเวอนแมนต์ ให้ พระยา เทพ ประชุนห์ เปน เจ้า พนักงาน จัด การ ภาษี ฝิ่น ทั้ง นอก กรุง ใน กรุง ก็ เรียบ ร้อย โดย ยุติธรรม ๚ะ

๏ ขอ ให้ เจ้า คุณ ได้ ตั้ง คน ที่ ซื่อ ตรง ทั้ง นั้น เปน คน สำหรับ ช่วย ท่าน ใน ทาง ราชการ ให้ การ เปน อัน สำเร็จ ไป ได้ อย่า ให้ ทรัพย ราษฎร แล พระราช ทรัพย ของ หลวง แพ้ เปรียบ ไป ได้ ๚ะ


คำ ร้อง ทุกข
การ ปล้น ที่ สุพรรณ บูรี

๏ ข้าพเจ้า เปน คน ซื้อ ค้า ขาย ที่ เมือง สุพรรณ บูรี มี ข่าว เล่า ฦา กัน ว่า มี อ้าย ผู้ ร้าย ปล้น บ้าน ชาว บ้าน ชุก ชุม มาก ขึ้น เมื่อ ณวัน เดือน สี่ ปี ระกา สัปตศก มี อ้าย ผู้ ร้าย ปล้น บ้าน ท่า ช้าง ท่า โป่ง แขวง เมือง สุพรรณ บูรี พวก อ้าย ผู้ ร้าย เก็บ เอา เข้า ของ เงิน ทอง ไป ได้ เปน อัน มาก พวก อ้าย ผู้ ร้าย ประมาณ หลาย สิบ คน เหลือ กำลัง ชาว บ้าน จะ ออก ช่วย ต่อ สู้ พวก อ้าย ผู้ ร้าย ได้ ยัง มี อีก แห่ง หนึ่ง ใน แขวง เมือง นั้น พวก อ้าย ผู้ ร้าย เข้า ปล้น ได้ เก็บ เอา สิ่ง ของ เงิน ทอง ไป ได้ อีก ข้าพเจ้า เปน ผู้ เดิน เรือ ค้า ขาย เปน ที่ หวาด หวั่น กลัว เปน อัน มาก แต่ ก่อน ก็ ได้ ยิน ข่าว เล่า ฦา กัน ว่า ท่าน ผู้ ว่า ราช การ เมือง นั้น ก็ ได้ จับ พวก อ้าย ผู้ ร้าย ส่ง เข้า มา ยัง กรุง เทพ ฯ หลาย สิบ คน แล้ว ข้าพเจ้า สำคัญ ว่า จะ หมด สิ้น พวก อ้าย ผู้ ร้าย แล้ว ยัง มี ขึ้น อีก ฤา จะ เปน ที่ มัน หนี ไป ได้ มัน จึ่ง เที่ยว โจร กํ ทำ เขา ร่ำ ไป มิ ได้ เขด หลาบ เลย ฤา จะ เปน พวก อ้าย ผู้ ร้าย ที่ จับ ส่ง เข้า มา ยัง กรุง เทพ ฯ ดอก กระมัง มัน ดอด หนี ออก ไป ได้ จึ่ง มี ใจ อาจ หาญ นัก มัน เคย ติด โซ่ จำ ตรวน ขัง ตราง มัน มี ใจ กำเริบ ขึ้น ขอ ท่าน เอดิเตอร์ เหน แก่ แผ่นดิน ด้วย จึ่ง เอา ถ้อย คำ ที่ ข้าพเจ้า กล่าว มา ตาม รู้ ตาม เหน ลง ใน สยาม ไสมัย ด้วย เพื่อ ท่าน ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ จะ ได้ ทราบ บ้าง ท่าน จะ ได้ จัด หมู่ พวก พาล ให้ เรียบ ราบ ลง บ้าง ราษฎร จะ ได้ นอน ตา หลับ ลง บ้าง ด้วย เทอญ ๚ะ


ข่าว เลื่อง ฦๅ

๏ มี ความ เลื่อง ฦๅ ว่า ผู้ หนึ่ง ได้ ข้าม พระ ภูษา โยง ซึ่ง ทอด อยู่ บน อาสน์ สงฆ ใน พระ ที่ นั่ง อนันต สมาคม เมื่อ ณเดือน สี่ เวลา กลาง คืน ๆ หนึ่ง เปน การ อัศจรรย์ แปลก บลาด ยัง ไม่ มี ผู้ ใด ได้ เคย ภบ เหน แล ยัง ไม่ เคย ได้ ยิน ได้ ฟัง ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด เล่า เลย ขณะ เมื่อ ผู้ นั้น ได้ เหน ดัง นั้น ก็ ตลึง เสียว สลด สยด สยอง เศร้า ใจ หนัก หนา เพราะ ยัง ไม่ เคย มี เคย เปน ตั้ง แต่ สร้าง พระ นคร มา จน บัด นี้ กำหนด ถึง ร้อย ปี เสศ แล้ว ไม่ ได้ ยิน ว่า ผู้ ใด กล้า หาญ บังอาจ ข้าม กราย เหมือน คราว นี้ เลย จะ เชื่อ ดี ฮึก เหียม อย่าง ไร หนอ ขอ อย่า ให้ ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด หมิ่น ประมาท เหมือน คำ เลื่อง ฦๅ นี้ ถึง ว่า พระบาท สมเดจ พระเจ้าแผ่น ดิน จะ ไม่ ได้ ทอด พระเนตร เหน ความ อัประ มงคล ก็ จะ มั่ว สุม ใน กาย ตัว บุคคล ผู้ นั้น เปน มั่น คง ไม่ ต้อง สงไสย ๚ะ


คำ ตอบ

๏ ข้าพเจ้า ทราบ ความ มา ตาม ใน หนังสือ สยาม ไสมัย หลาย ฉบับ มา หา มี ท่าน ผู้ ใด บังคม ทูล พระ กรุณา ทราบ ฝ่า ละออง ธุลี่ พระบาท ขอ ใต้ ท้าว กรุณา เจ้า โปรด สืบ ดู การ ตาม ถนน หน ทาง แล เรื่อง อ้าย ผู้ ร้าย ที่ ถนน เมื่อ ขณะ ต้น แผ่นดิน แล ทุก วัน นี้ ไสมัย ใด คราว ใด จะ ดี กว่า กัน ถ้า เหน ว่า ไม่ สม ดัง พระ ราช ประสงค์ ซึ่ง เปน ที่ ติเตียน แห่ง คน ต่าง ประเทศ นี้ ขึ้น กราบ บังคม ทูล พระ กรุณา ตาม การ ดี แล การ ไม่ ดี นี่ จึ่ง สม ว่า เปน ผู้ ปฤกษา ราชการ แผ่นดิน แล คำ กลาง ที่ ว่า ให้ ผู้ มี ความ เหน ที่ ดี มี คุณ ต่อ แผ่นดิน ขึ้น กราบ บังคม ทูล ถ้า ทูล ไม่ ได้ ให้ ร้อง เรียน ต่อ เจ้า พนักงาน ๆ จะ ทูล ให้ คำ กลาง ข้อ นี้ ยัง ไม่ เหน มี ตัว อย่าง แล ยัง ไม่ มี พระราช วะโรภาษ โปรด ออก มา เลย แต่ บัด นี้ ข้าพเจ้า ขอ เรียน เรื่อง อ้าย ผู้ ร้าย ที่ ไม่ สม พระราช ประสงค์ นี้ ต่อ ใต้ ท้าว กรุณา ลอง ดู สัก ข้อ หนึ่ง ให้ เหน เท็จ แล จริง เจ้า คุณ ก็ อ่าน สยาม ไสมย แทบ ทุก ฉบับ ว่า ด้วย การ รักษา ถนน เหลว ไหล ผู้ ร้าย จึง กำเริบ ตาม ถนน ไม่ ได้ ยิน ได้ ฟัง บ้าง ฤๅ เหตุ ใด ไม่ กราบ บังคม ทูล พระ กรุณา เล่า ถ้า เจ้า คุณ เหน ว่า การ เรียบ ร้อย อ้าย ผู้ ร้าย ไม่ มี ใน ถนน ความเหน เช่น นี้ คำ กลาง ของ ท่าน ต้อง เปน อากาศ ธาตุ ไป อยู่ เอง ขอ เอา คำ นี้ ลง สยาม ไสมย


ว่า ด้วย ธรรมเนียม

๏ ข้าพเจ้า ผู้ ลัจ ชื่อ ขอ คำนับ มา ถึง ท่าน เอได เตอร์ ซึ่ง ท่าน คิด ออก จดหมาย เหตุ ข้าพเจ้า เหน ว่า ท่าน คน ดี มี ปัญา ข้าพเจ้า ก็ ได้ ศึกษา คะดี โลกย์ คะดี ธรรม อยู่ กับ เขา บ้าง แต่ หา ได้ อ่าน จดหมาย เหตุ ของ ท่าน ไม่ พึ่ง มา ได้ อ่าน จดหมาย เหตุ แผ่น ๒๗ จึง ได้ รู้ จดหมาย เหตุ ของ ท่าน ดี เปน คะติ สอน ใจ ด้วย จดหมาย เหตุ คน ปัญา ร้อย ปัญา พัน ช่วย กัน คิด ความ ดี มา ขอ ลง จดหมาย เหตุ ประสงค์ จะ เตือน สะติ เพื่อน มนุษย์ ด้วย กัน ให้ ละ ทิ้ง ความ ชั่ว ให้ ตั้ง อยู่ ใน การ ดี ถ้า ผู้ ใด มี ปัญา อัน ละเอียด อ่าน แล้ว ได้ ตฤก ตรอง จึง จะ รู้ ว่า จดหมาย เหตุ ดี ไม่ มี ที่ เปรียบ แผ่น ๒๗ การ ที่ กล่าว แล้ว นั้น ก็ เปน การ ดี ทั้งสิ้น แต่ ข้อ ที่ ว่า เรื่อง ทาษ นั้น ข้าพเจ้า จะ ขอ ขัด สัก หน่อย ด้วย กรุง สยาม กับ กรุง ประเทศ ถือ คฤศต สาศนา ธรรมเนียม ผิด กัน กฎหมาย ก็ ต่าง กัน สาศนา ก็ ไม่ เหมือน กัน ข้าง หนึ่ง ว่า เวียน ตาย เวียน เกิด ข้าง โน้น ว่า ตาย หน เดียว เกิด หน เดียว มี สวรรค์ นรก เปน เบื้อง น่า เมื่อ ยัง มี ชีวิตร อยู่ ให้ ละ ทิ้ง ซึ่ง การ บาป ตั้ง อยู่ ใน ยุติ ธรรม ถวาย ตัว เปน สิศย์ ของ สมเดจ พระบรม มหา เยซู เจ้า เรา แล พระเยซู จำ ต้อง เปน ธุระ ให้ คน ที่ เชื่อ ทุก ตัว คน นั้น ถึง แก่ ความ รอด ได้ ข้าง นี้ ถือ ว่า เมื่อ ยัง มี ชีวิตร อยู่ ถึง จะ ทำ บาป กาม์ ประการ ใด ก็ ไม่ กลัว แต่ ขอ ให้ ได้ เงิน ถึง ตัว จะ ตาย ไป ลูก หลาน อยู่ ข้าง หลัง แผ่ กุศล กรวด น้ำ ไป ให้ ก็ คง ได้ ไป เกิด เปน สอง ใจ ความ ดัง นี้ ก็ หา มี ผู้ จะ ตัด สิน ว่า ของ ใคร ถูก ของ ใคร ผิด ยัง เปน คำ เถียง กัน อยู่ ถ้า เปน แต่ เพียง นักปราช ผู้ ฉลาด แล้ว ก็ คง เหน ผิด แล ชอบ ด้วย กัน ทั้ง สอง ฝ่าย เพราะ เปน คน ไม่ ชอบ อาไศรย ความ เชื่อ ๚ะ



ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงคโปร์
ณวัน พุฒ เดือน สี่ แรม ห้า ค่ำ
เงิน แบกน์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๔ เป็นซ ๒ อัฐ

เงิน โปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๔ เป็นซ ๔ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๖ เหรียน ๕ เซนต


ข่าว โทรเลข นอก


ประเทศ อิยิบต์

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน สี่ ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ กอง ทัพ บริติช ที่ สทิต อยู่ รักษา ประเทศ อิยิบต์ ไว้ จะ ให้ น้อย ลง ให้ มี แต่ เพียง หก เรโยเมนต์ ๚ะ


ประเทศ เซอร์เวีย แล บัล แคเรีย

๏ หนังสือ สัญญา ให้ ลิ้น การ รบ ให้ มี การ สงบ เงียบ ลง นั้น แรติไฟ แล้ว ๚ะ


การ ไม่ เข้า กัน ใน แกบินเต

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สี่ ขึ้น สิบสาม ค่ำ มิศ เตอร์ แจมเบอร์เลน แล มิสเตอร์ เตรวิลยาน ลา ออก จาก แกบินเต เพราะ ท่าน ทั้งสอง ไม่ เหน ด้วย แล ไม่ ชอบ ใน การ ซึ่ง มิสเตอร์ แกลดซะโตน หมาย จะ จัด ขึ้น นั้น คือ จะ ให้ ปาเลี่ยแมนต์ ไอไรซ ใน เมือง ดับลิน เปน ธุระ จำหน่าย เงิน ๒๐ ๐๐๐ ๐๐๐ ชั่ง ให้ เจ้า ของ เนื้อ ที่ เลิก ไม่ เปน เจ้า ของ ต่อ ไป ๚ะ


กำปั่น รบ เนวี่ อังกฤษ

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สี่ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ เซกรี แตรี่ กรม กำปั่น รบ คือ แอดไมรัลตี้ ครั้น นำ เรื่อง กาด ขน ค่า พล รบ ใน ที่ ปฤกษา ราชการ เฮาซ ออฟ กอม มันซ ได้ แสดง ความ ว่า ใน ขนะ เดี๋ยว นี้ กำลัง ต่อ กำปั่น รบ หุ้ม เหล็ก ยี่สิบ ลำ กำปั่น อัน ไม่ หุ้ม เหล็ก ยี่สิบ ห้า ลำ แล เรือ ตอบีโด ห้าสิบ สี่ ลำ สำหรับ พล รบ เนวี่ ของ สมเด็จ พระบรม นาง กวิ้น อังกฤษ ๚ะ


เนวี่ อังกฤษ

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน สี่ แรม ค่ำ หนึ่ง เซกรี แตรี่ แดไมรัลตี้ แจ้ง ความ ใน เฮาซ ออฟ กอมมันซ์ ว่า จะ ให้ มี ใน เมือง ฮองกอง ตอบีโด อย่าง เอก หก ลำ ๚ะ


ปาเลี่ยแมนต

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สี่ แรม สี่ ค่ำ พวก เฮาซ ออฟ กอมมันซ์ ปติเสศ ไม่ รับ ข้อ ที่ จะ ทวี เงิน ให้ คน ละคน แก่ พวก วอลันตีร์ คือ พวก อาษา ๚ะ

๏ มิสเตอร์ แกมเบล แบนเนอรแมน เมื่อ ตอบ คำ ถาม ได้ ว่า คอเวินแมนต ตั้ง ใจ แล้ว จะ ถอน กอง ทัพ บริติช ทั้ง สิ้น ที่ อยู่ เลย เกิน เมือง อัศซูอัน แล จะ รักษา เอา แต่ เมือง อัดดิแฮลฟะ ไว้ ด้วย กอง ทัพ พวก อิยิบต ๚ะ



พระพุทธ ทำนาย นิมิตร พระยา ปักเถวน

๏ ๑๕ อนึ่ง ฝัน ว่า กบ ซบ งู ร้าย กัด ตาย แล้ว ถ่วง กิน จน สิ้น ไสร์ พระ แย้ม โอษฐ โปรด ตรัส พิปราย ใบ ภาย น่า นั้น หญิง พาล จะ ราญ ชาย จะ ขี่ ข่ม ด้วย ถม ถึน ให้ ผัว กลัว จะ ใช้ ผัว เทียม ทาษ ดั่ง มาท หมาย ผัว สมาน น้ำ ใจ มิ ให้ ระคาย หญิง ร้าย ยิ่ง ถาม คำราม รน ๚ะ


แต่ วัน อังคาร เดือน สี่ แรม ๔ ค่ำ จน ถึงวัน อังคาร เดือน สี่ แรม ๑๑ ค่ำ ปี รกา สัปตศก ๑๒๔๗
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำ หนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
บอนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๔๗ดอนซเดลจีนสิงคโปรแรม ๔ ค่ำ
แนนซันก ก ฟ อังกฤษ๘๐๕แบลกเบินวินดซอ โรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๕ ค่ำ
มะดุซะก ก ฟ อังกฤษ๖๐๘เลารี่วินดซอ โรซ แอน โกสิงคโปรแรม ๕ ค่ำ
โลแทร์ก ก ฟ อังกฤษ๗๘๓เอวันซบอนิโอ กำปะนี่ซังไห้แรม ๕ ค่ำ
ไกลซะแลนชก ก ฟ อังกฤษ๑๐๕๘ดะไลลี่จีนฮ่องกงแรม ๗ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๘๘ไวตะวินดซอ โรซ แอน โกสิงคโปรแรม ๘ ค่ำ
แมกอะลิศเตอรก ก ฟ อังกฤษ๕๔๗กุลลยอดบอนิโอ กำปะนี่สิงคโปรแรม ๑๐ ค่ำ
มงกุฎก ก ฟ อังกฤษ๘๕๙ลอพวินดซอ โรซ แอน โกซัวเถาแรม ๑๑ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
พระจุลจอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๑ไดตะวุดวินดซอ โรซ แอน โกฮ่องกงแรม ๕ ค่ำ
บีซิโอะละก ก ฟ อังกฤษ๘๙๕สมิรซ์จีนฮ่องกงแรม ๕ ค่ำ
วอไลเยินก ก ฟ อังกฤษ๘๗๖เบรานจีนฮ่องกงแรม ๖ ค่ำ
บอนิโอก ก พ อังกฤษ๓๔๙ดอนซเดลจีนสิงคโปรแรม ๗ ค่ำ
แนนซันก ก ฟ อังกฤษ๘๐๕แบลกเบินวินดซอ โรซ แอน โกฮ่องกงแรม ๘ ค่ำ
มะดุซะก ก ฟ อังกฤษ๖๐๘เลารี่วินดซอ โรซ แอน โกสิงคโปรแรม ๘ ค่ำ
แมกอะลิศเตอร์ก ก ฟ อังกฤษ๕๖๗ตุลลอกบอนิโอ กำปะนี่สิงคโปรแรม ๑๒ ค่ำ
๏ กำปั่น ขา เข้า บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงคโปร คน เดิน สาน แกบิน ๒ คน ดาษฟ้า ๕๗ คน ๏ แนนซัน
ไม่ ได้ บันทุก อะไร มี คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๒ คน ๏ มะดุซะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เดิน สาน แกบิน คน หนึ่ง ดาษฟ้า ๑๔
คน ๏ โลแทร์ บันทุก อับเฉา ๏ ไกลซะแลนด บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ยิปุ่น ๏ เฮกุบะ บันทุก
สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงคโปร คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๑๖ คน ๏ แมกอะลิศเตอร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล
ยุโรป ๏ มงกุฎ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล เมือง จีน แล ยิปุ่น คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๖๔๐ คน ๚ะ
๏ กำปั่น ขา ออก พระจุลจอมเกล้า บันทุก เข้า แล ของ อื่น เมล เมือง จีน แล ยิปุ่น ๏ บีซิโอะละ บันทุก เข้า แล ของ
อื่น เมล เมือง จีน แล ยิปุ่น ๏ วอไลเยิน บันทุก เข้า แล ของ อื่น เมล เมือง จีน แล ยิปุ่น ๏ บอนิโอ บันทุก สินค้า
ต่าง ๆ เมล เมือง สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ แนนซัน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล เมือง จีน แล ยิปุ่น ๏ มะดุซะ บันทุก สิน
ค้า ต่าง แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๏ แมกอะลิศเตอร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๚ะ


พระพุทธ ทำนาย นิมิตร พระยา ปักเถวน

๏ ๑๒ อนึ่ง ฝัน เหน ว่า แก่น จันทน์ แดง ราคา แพง เลิศ ล้ำ ใน ต่ำ ใต้ ชาย เขลา เอา มา ไม่ แจ้ง ใจ เอา ไป แลก นม โค เสีย ง่าย ดาย ทรง พระ พุทธ ทำนาย จะ พิปราย โปรด ฝ่าย น่า โสต หมู สงฆ์ สิ้น ทั้ง หลาย จะ แนะ นำ พระ ธรรม อัน เพริด พราย เที่ยว เร่ ขาย แลก ทรัพย์ มา ซื้อ กิน ไม่ อดสู ดู ร้าย ละ อาย บาป นิยม หยาบ เอื้อม อาจ ประหมาท หมิ่น ก็ กรรม กระทำ ตน ให้ มลทิน เหมือน หนึ่ง กิน ยา ตาย ไม่ หมาย เปน ๚ะ

๏ ๑๓ ฝัน อนึ่ง เล่า เหน น้ำ เต้า นั้น จม ชล ดู กิกล ไม่ เคย พบ ประสบ เหน พุทธ บรรหาร ว่า นาน ไป จะ เปน ที่ ข้อ เข็ญ ของ สัตว วิบัติ มี ครื่อ นักปราช ผู้ รู้ ธรรม จะ ต่ำ ต้อย พาลา ลอย เฟื่อง ฟู ชู ศักดิ์ ศรี ผู้ พงษา สกูล ประยูร มี จะ ลัป ลี้ เสื่อม สูญ ประยูร ยศ คน พาล จะ ราน เริง บัน เทิง หน้า เจรจา ผิด ธรรม ไป จน หมด ใครปลอก ปลิ้น ลิ้น ลม เปนคน คด รู้ โป้ ปด กลอก กลับ จึ่ง นับ กัน


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น


ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เซี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท

เรือน แล ที่ House สำหรับ เช่า

๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤๅ ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤๅ ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤๅ จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวธะนอง ลง แม่ น้ำ ฤๅ ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ๚ะ


๏ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน ๚ะ

๏ กำปั่น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชร์บุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤๅ วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ



ค่า เดิน ส่าน
คน เดิน ส่าน ดาษฟ้า คน ละ บาท

๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤา กัปตัน กำปั่น นั้น ๚ะ

๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั่น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ๚ะ

๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( จ ห ) ๚ะ


๏ แบงกอก ฮอสปิตเตล ๚ะ

๏ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สี่ลม ที่ ตึก คุณ เวต เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เปิด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ได อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤา จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ

๏ จะ เปิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอสปิตเตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ซอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ

๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ข อ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา สอง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ

๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอียด ข อ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ผูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ



๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ


ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด