
| เล่ม ๔ แผ่น ๓๔ วัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ |
๏ วัน อังคาร เดือน สิบสอง แรม สอง ค่ำ พวก ราชทูต ไป ดู เรือ กล ไฟ ต่อ ด้วย เหล็ก พึ่ง จะ แล้ว เรือ ลำ นี้ ใหญ่ โต นัก ยาว หก ร้อย เก้าสิบ เอ็ด ฟิต คือ ห้า เส้น หก วา คืบ สาม นิ้ว กับ สาม กะเบียด กว้าง ร้อย สิบ แปด ฟิต คือ สิบ แปด วา คืบ กับ สอง กะเบียด สง ห้า สิบ สี่ ฟิต คือ แปด วา ศอก สี่ นิ้ว กับ สอง กะเบียด มี ท่อ ไฟ ห้า ท่อ เสา กะโดง หก เสา มี ทั้ง จักร ท้าย จักร ใน ลำ นั้น กั้น เปน ห้อง เล็ก ห้อง ใหญ่ มี อุโมง เดิน ไป แต่ ท้าย ตลอด ศีศะ ดาด ฟ้า สี่ ชั้น ทำ ด้วย เหล็ก แล้ว เอา ไม้ ทาบ ข้าง บน เจ้า ของ เรือ บอก ว่า จะ บันทุก คน ได้ สัก หมื่น หนึ่ง พร้อม ทั้ง เสบียง อาหาร ด้วย แต่ กำ ปั่น ลำ นี้ มิ ใช่ กำปั่น รบ ต่อ ไว้ รับ จ้าง คน ที่ จะ ไป ธุระ แล เที่ยว เล่น ต่าง บ้าน ต่าง เมือง เปน กำปั่น กำปะนี ๚ะ
๏ ราชทูต ดู กำปั่น แล้ว มิศเตอร์ เฟาล์ ก็ นำ ไป ดู อุโมง ใต้ น้ำ ใน อุโมง นั้น ยาว สอง พัน ฟิต คือ สิบ ห้า เส้น เจ็ด วา ศอก กับ สี่ นิ้ว กว้าง สี่สิบ ฟิต คือ หก วา กับ สี่ นิ้ว ฦก แต่ ปาก อุโมง จน ถึง พื้น ล่าง เจ็ด สิบ หก ฟิต คือ สิบเอ็ด วา สอง ศอก กับ ห้า นิ้ว ทำ เปน สอง ทาง ๆ หนึ่ง เปน ทาง รถ อีก ทาง หนึ่ง เปน ทาง คน เดิน ตาม ริม ทาง ขาย ของ เล่น ของ กิน ต่าง ๆ ดู สนุกนิ์ สว่าง แจ้ง ด้วย แสง ไฟ ก๊าด คน เดิน ไป มา มิได้ ขาด อนึ่ง เรือ กลไฟ ที่ ขึ้น ล่อง อยู่ ใน ลำ แม่ น้ำ ถ้า มา ถึง ตรง นั้น คน ที่ อยู่ ใน อุโมง ก็ รู้ ด้วย จักร พัด น้ำ ดัง ได้ ยิน ถนัด พวก ราชทูต เที่ยว ซือ ของ เล่น อยู่ ใน อุโมง จน เย็น แล้ว กลับ มา ที่ สำนักนิ์ ๚ะ
๏ รุ่ง ขึน เวลา ยาม หนึ่ง เลอรด์ มายอร์ ผู้ สำเร็จ ราช การ ฝ่าย กรม เมือง เชิญ ราชทูต ทั้ง สาม ไป กิน โต๊ะ มี ขุนนาง แล เสษฐี กิน โต๊ะ ด้วย กัน ประมาณ สาม ร้อย คน ฯะ
๏ วัน พฤหัสบดี เดือน สิบสอง แรม สี่ ค่ำ มิศเตอร เฟาล์ มา แจ้ง กับ ราชทูต ว่า เลอรด์ กลาเรนดอน ให้ หนังสือ กำ หนด มา ว่า ราชทูต จะ ได้ เฝ้า กวีน ณวัน พุฒ เดือน สิบสอง แรม สิบ ค่ำ เวลา บ่าย โมง หนึ่ง ที่ วัง ชื่อ วินดเซอ กาศเตล วัน จันทร์ เดือน สิบสอง แรม แปด ค่ำ เวลา เช้า เจ้า พนักงาน ชื่อ มิศเตอ นอมัน แมกโดแนลด์ มา ทำ บาญ ชีย แล้ว รับ เครื่อง ราช บรรณาการ ไป จาก โฮเตล รุ่ง ขึ้น ราชทูต อุปทูต หม่อม ราโชทัย ไป หา เลอรด์ กลาเรนดอน แล เลอรด์ แซลบัน ไถ่ ถาม ด้วย การ ที่ จะ เฝ้า กวีน นั้น จะ ทำ ประก ร ใด เลอรด์ กลาเรนดอน บอก ว่า กวีน รับ สั่ง ว่า แต่ ก่อน ราชทูต ไทย ยัง ไม่ เคย มี มา ถึง เมือง อังกฤษ เลย ด้วย เปน เมือง ไกล กัน ครั้ง นี้ มี ราชทูต มา ถึง กวีน ยินดี นัก อยาก จะ ได้ เหน ธรรมเนียม ไทย ที่ เฝ้า แล คำนับ ใน พระเจ้า แผ่นดิน นั้น ทำ ประการ ใด ขอ ให้ พวก ราชทูต เฝ้า แล คำนับ ตาม ธรรมเนียม ไทย เถิด พูดจา ไถ่ ถาม ได้ ความ เสร็จ แล้ว ราชทูต ก็ ลา กลับ มา โฮเตล ครั้น เวลา ค่ำ เลอรด์ กลาเรนดอน มี หนัง สือ มา แจ้ง แก่ ราชทูต ว่า เมื่อ เวลา บ่าย พระญาติ ของ กวีน คน หนึ่ง เปน เจ้า หญิง ชื่อ ดัชเชส ดิ นิมัส บังเกิด โรค เปน ปะจุบัน ขึ้น ถึง แก่ กาม์ ใน ทัน ใด เดี๋ยว นี้ กวีน มี ความ เศร้า โศก นัก การ ที่ จะ เสด็จ ออก รับ ราชทูต ใน วัน พุฒ ยังไม่ ได้ ฃอ เลื่อน ไป อีก สัก แปด วัน ๚ะ
๏ วัน ศุกร เดือน สิบสอง แรม สิบสอง ค่ำ มิศเตอร เฟาล เชิญ พวก ราชทูต ไป ที่ โกโลเซียม เปน ที่ สำแดง ให้ เหน ว่า เย่า เรือน แม่ น้ำ แล ถนน ทั่ว ทั้ง เมือง ลอนดอน นั้น เปน อย่าง ไร เมื่อ พวก ราชทูต ไป ถึง แล้ว เจ้า ของ ที่ จึ่ง เชิญ ให้ เข้า นั่ง ใน ที่ แห่ง หนึ่ง นั่ง ได้ ประมาณ สิบ หก คน แล้ว หัน จักร ที่ นั้น ก็ ลอย ขึ้น ไป สูง ประมาณ สิบ วา ครั้น ถึง ชั้น บน จึ่ง ให้ ออก เดิน ดู ตาม เฉลี่ยง รอบ โดย กลม แล เหน เปน ภพ ถาน เมื้อง ลอนดอน กว้าง ใหญ่ สุด สาย ตา มี ถนน แล ตึก บ้าน ร้าน ตลาด ลำ แม่ น้ำ เรือ ขึ้น ล่อง ใน เวลา กลาง คืน จุด โคม สว่าง ไป ทั้ง ทาง บก ทาง เรือ ฝ่าย อากาศ เบื้อง บน ก็ มี ดวง จันทร รัศมี สว่าง กระจ่าง แจ้ง เหมือน จริง ถ้า ไม่ มี คน บอก คน ที่ ดู ก็ จะ สำคัญ ว่า จริง ด้วย แล ดู เหมือน ฟ้า แล ดิน ที่ ได้ เหน อยู่ กับ จักขุ ของ ตัว ไม่ มี สำคัญ สิ่ง ใด จะ ให้ รู้ ว่า เปน ของ ทำ ด้วย ฝีมือ แล ปัญญา มนุษย ครั้น ดู ทั่ว แล้ว ก็ เข้า ใน ที่ พร้อม กัน ใช้ จักร กลับ คืน ลง มา ดั่ง เก่า ฯะ
๏ มิศเตอร เฟาล จึ่ง พา ไป ดู หนัง ๆ นั้น วิเสศ น้า ทำ เปน บ้าน เมือง ข้าง อินเดีย ดู บ้าน เรือน ป้อม ดู ผู้ คน ถนน แม่ น้ำ ภูเขา ต้น ไม้ ใหญ่ โต เหมือน จริง เมื่อ เปลี่ยน ตัว หนัง ก็ ไม่ ทัน เหน ว่า เปลี่ยน กัน อย่าง ไร ดู เปน น่า อัศจรรย นัก ราชทูต ดู อยู่ จน สี่ ทุ่ม เสศ หนัง เลิก ก็ พา กัน กลับ มา ฯะ
๏ ครั้น รุ่ง เช้า สาม โมง มิศเตอร เฟาล พา พวก ราช ทูต ไป ดู วัง แก้ว ชื่อ กฤษเตล แปเลศ ไป จาก โฮเตล ด้วย รถ เทียม ม้า ทาง สอง ชั่วโมง เสศ ที่ นั้น ทำ เปน เรือน แก้ว สี่ ชั้น ฝา แล หลังคา ล้วน แล้ว ไป ด้วย แก้ว แต่ เสา กับ เครื่อง บน ทำ ด้วย เหล็ก สูง หก สิบ หก ฟิต คือ สิบ วา กับ สิบ สาม นิ้ว กึ่ง กว้าง สี่ ร้อย ห้า สิบ หก ฟิต คือ สาม เส้น สิบ สี่ วา ศอก กับ แปด นิ้ว กึ่ง ยาว พัน แปด ร้อย สี่สิบ แปด ฟิต คือ สิบห้า เส้น กับ เจด ศอก สิบ นิ้ว ข้าง ใน ทำ เปน สวน ปลูก ต้น ไม้ ต่าง ๆ แล้ว ทำ เปน รูป คน รูป สัตว ไว้ เปน อัน มาก แล มี เครื่อง กล ไฟ ต่าง ๆ ไว้ ดู เปน ตัว อย่าง ราชทูต เที่ยว ดู อยู่ จน เวลา เย็น มิศเตอร เฟาล จึ่ง ให้ จัด แจง อาหาร เลี้ยง ดู สำเร็จ แล้ว ก็ กลับ มา ฯะ
๏ วัน อังคาร เดือน อ้าย ขึ้น ค่ำ หนึ่ง มิศเตอร เฟาล พา ราชทูต ไป ที่ โปลิติกนิก ที่ นั้น มี รูป กวีน แล ปรินซ อาลเบิต กับ ลูก เธอ ทั้ง ชาย ทั้ง หญิง เก้า องค มี รูป คน ชาติ อื่น ก็ หลาย ชาติ มี คน ดำ น้ำ อด เดิน ใน น้ำ หาย ใจ ใน น้ำ ก็ ได้ แต่ ความ ข้อ นี้ ท่าน ผู้ ฟัง คง สงไสย ว่า เปน ความ เท็จ หา จริง ไม่ ต่อ เมื่อ ใด ข้า พเจ้า ผู้ จดหมาย เรื่อง ราว นี้ ได้ อะธิบาย ให้ ท่าน แล้ว จึ่ง จะ เหน จริง ครั้น จะ กล่าว ไว้ ใน หนังสือ นี้ ก็ ยืด ยาว นัก ราชทูต ดู ของ ปลาด ทั่ว แล้ว ก็ กลับ มา โฮเตล
๏ วัน พฤหัศบดี เดือน อ้าย ขึ้น สาม ค่ำ เวลา เช้า ห้า โมง เสศ มิศเตอร เฟาล กับตัน เทลเวลริง สอง นาย มา เชิญ ราชทูต ทั้งสาม หม่อม ราโชทัย จมื่น ราชา มาตย นาย พิจารณ สรรพกิจ ขุนจร เจน ทะเล ขุน ปรีชา ชาญ สมุท แปด คน พร้อม กัน ราชทูต ก็ เชิญ พระราช สาสน ขึ้น รถ เทียม ม้า สาม รถ ไป จาก โฮเตล ทาง ไมล์ หนึ่ง คือ สี่สิบ ห้า เส้น ถึง ที่ รถ ไฟ เยนเนอรัล กัศต เปน ทหาร ใหญ่ รักษา พระองค กับ ขุนนาง ฝ่าย ทหาร อีก สอง คน มา คอย รับ อยู่ ที่ นั้น ด้วย จึ่ง เชิญ พวก ราชทูต เข้า หยุด พัก ใน ตึก เปน ที่ ประทับ ของ กวีน สัก ครู่ หนึ่ง แล้ว เชิญ ให้ ขึ้น รถ ไฟ ไป ทาง ยี่สิบ สาม ไมล์ คือ พัน สาม สิบ ห้า เส้น ถึง ที่ พัก ใกล้ วัง วินดเซอ ราชทูต ลง จาก รถ ไฟ หยุด พัก อยู่ ที่ นั้น ครู่ หนึ่ง แล้ว เชิญ พระราช สาสน์ ขึ้น รถ เทียม ม้า มี ทหาร ขัด กระบี่ ขี่ ม้า นำ หน้า คู่ หนึ่ง คน ขี่ ม้า ชัก รถ ๆ ละ สอง คน เทียม ม้า สี่ ม้า ทุก รถ ไป ประมาณ ห้า นาที ถึง วัง วินดเซอ เปน วัง สำหรับ กวีน อยู่ ใน ฤดู หนาว ๚ะ
๏ เมื่อ ราชทูต เข้า ไป ถึง ใน วัง มี ทหาร ปืน ปลาย หอก ยืน คำนับ อยู่ สอง แถว ประมาณ สาม ร้อย คน พวก ปี่พาทย์ ยี่สิบ สอง คน แล้ว เยนเนอรัล กัศต์ เชิญ พวก ราชทูต ลง จาก รถ ขึ้น ไป พัก อยู่ ใน ห้อง แห่ง หนึ่ง บน ตึก ที่ กวีน เสด็จ อยู่ ตึก นั้น ใหญ่ โต กว้าง ขวาง มี ห้อง หลาย สิบ ห้อง กั้น ลด เลี้ยว ไป มา เดิร ถึง กัน ได้ ตลอด เยนเนอรัล กัศต์ ชวน ราชทูต พูด จา อยู่ จน บ่าย โมง หนึ่ง ได้ ยิน เสียง ปี่พาทย์ ประโคม ขึ้น แล้ว มี ขุนนาง มา บอก ว่า กวีน เสด็จ ออก แล้ว ให้ เชิญ ราชทูต เข้า เฝ้า เถิด เยนเนอรัล กัศต ก็ กำกับ นำ ทูตา นุทูต ไป สู้ ห้อง ที่ เฝ้า เมื่อ ถึง ปะตู มี ทหาร แต่ง ตัว ใส่ เสื้อ ปัก ทอง ถือ ขวาน ด้ำ ยาว ปลาย เปน กฤษ ยืน รักษา อยู่ ทั้ง สอง ข้าง ปะตู ราชทูต จึ่ง เชิญ พระ บรม ราช สาส์น แล พระ บวร ราช สาสน รวม ลง พาน เดี่ยว กัน แล้ว เชิญ เดิร เข้า ไป ใน ที่ เฝ้า เมื่อ ถึง ปะตู ชั้น ใน อุปทูต ตรีทูต หม่อม ราโชทัย จมื่น ราชา มาตย์ นาย พิจารณ์ สรรพกิจ ขุน จรเจน ทเล ขุน ปรีชา ชาญ สมุท เจ็ด คน พร้อม กัน ถวาย บังคม แล้ว คลาน ตาม เข้า ไป จน ถึง ที่ เฝ้า ราชทูต จึ่ง เชิญ พาน พระ ราช สาสน์ ขึ้น วาง บน โต๊ะ ที่ ตั้ง อยู่ ตรง หน้า พระ ที่นั่ง ธโรน ห่าง ประ มาณ แปด ศอก แล้ว คลาน ถอย ออก มา ถึง ที่ เฝ้า ไกล กวีน ประมาณ สิบ ศอก พร้อม กัน ถวาย บังคม แล้ว ราชทูต ก็ อ่าน คำ ทูล เบิก ตาม ภาษา ไทย ใจ ความ ว่า คือ คน นั้น เปน ขี้ นั้น ๆ ได้ รับ พระ บรม ราช โองการ แล พระ บวร ราช โองการ เชิญ พระ ราช สาสน์ นำ เครื่อง มงคล ราช บรรณา การ แต่ พระเจ้า กรุง สยาม ทั้ง สอง พระองค์ ออก มา จำเริญ ทาง พระ ราช ไมตรี ใน พระเจ้า กรุง ลอนดอน ครั้น จบ มิสเตอ เฟ้าล์ จึ่ง อ่าน คำ ที่ แปล ออก จาก ไทย เปน ภาษา อังกฤษ ถวาย จน จบ สิ้น ข้อ ความ แล้ว พวก ราชทูต พร้อม กัน ถวาย บังคม อีก ครั้ง หนึ่ง ราชทูต จึ่ง คลาน ไป เชิญ พาน พระ ราช สาสน์ ซึ่ง ตั้ง ไว้ บน โต๊ะ เดิร เข้า ไป ถึง หน้า พระ ที่นั่ง โทรน แล้ว คุก เข่า ชู พาน พระ ราช สาสน์ ขึ้น ถวาย กวีน ก็ รับ เอา ด้วย พระหัถ วาง ไว้ ริม พระองค์ ราชทูต ก็ คลาน ถอย ออก มา พร้อม กัน ถวาย บังคม อีก ครั้ง หนึ่ง กวีน จึ่ง ทรง อ่าน คำ ตอบ ใจ ความ ว่า เรา มี ความ ยิน ดี ใน การ ที่ รับ ราชทูต ซึ่ง มา แต่ พระเจ้า กรุง สยาม ทั้ง สอง พระองค์ เรา หมาย ใจ ว่า พระองค์ จะ เปน ที่ ยั่ง ยืน ด้วย เรา เหน ราชทูต นั้น เหมือน เปน ของ สำคัญ แห่ง ไมตรี ของ พระเจ้า กรุง สยาม ทั้ง สอง พระองค์ แล หมาย ว่า พระองค์ ท่าน ทั้ง สอง จะ เปน ญาติ สำพันธมิตร รักษา อณาจักร แล ราษฎร ให้ ดี ยิ่ง ขึ้น ไป จึ่ง ได้ เปลี่ยน ทำ หนังสือ สัญญา แก่ เรา เรา ก็ เอา ใจ ใส่ มาก ด้วย หมาย ว่า หนังสือ สัญญา ที่ ทำ ใหม่ นี้ จะ ให้ เปน ที่ มั่นคง ใน ทาง พระ ราช ไมตรี แล มี คุณ ยิ่ง ขึ้น ไป ทั้ง สอง พระ นคร แล ลูก ค้า วานิช ได้ ค้า ขาย ต่อ กัน ทั้ง สอง ฝ่าย หนึ่ง เรา ยินดี นัก ด้วย รู้ ว่า พวก ขุนนาง ของ เรา ที่ ให้ ไป รับ ท่าน ทั้งปวง แล ได้ เอา ใจ ใส่ ใน พวก ราช ทูต ให้ มี ความ สุข จน ตลอด ถึง เมือง อังกฤษ โดย ความ ชอบ ธรรม ๚ะ
๏ ครั้น ทรง อ่าน จบ แล้ว ส่ง ให้ เลอรด กลาเรนดอน เอา มา ประทาน ราชทูต แล้ว รับ สั่ง บอก ว่า กวีน นี่ พระไทย ยินดี ที่ ได้ รับ เครื่อง ราช บรรณาการ แล พระ ราช สาสน ของ พระเจ้า กรุง สยาม ทั้ง สอง พระองค นั้น ขอบ พระไทย นัก ราชทูต ยัง ไม่ ทัน ทูล ตอบ ประการ ใด เลอรด กลาเรนดอน จึ่ง บอก ว่า เวลา นี้ เสดจ ออก รับ แขก เมือง เปน การ ยศ ซึ่ง จะ พูด จา พิดทูล สิ่ง ใด ขอ งด ไว้ ก่อน ยัง จะ โปรด ให้ เฝ้า อีก จึ่ง ค่อย พิดทูล ต่อ ฝ่าย หลัง วัน นี้ เชิญ กลับ ไป ก่อน เถิด พวก ราชทูต พร้อม กัน ถวาย บังคม แล้ว คลาน ถอย หลัง ออก มา จาก ที่ เฝ้า ๚ะ
ข่าว ใน กรุง
๏ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ สั่ง ว่า พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น พิชิตปรีชากร พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า ชุม พล สมโภช พระชน มายุศม์ พรรษา การ บริบูรณ กอบ ด้วย ไวยวุฒิ ปรีชา สามาท อาจ ทราบ ใน ราชกิจ การ ใหญ่ น้อย ต่าง ๆ มี พระไทย สวามิภักดิ์ สัจ ซื่อ สุจริต ต่อ ใต้ ฝ่า ลออง ธุลี พระบาท สมควร เปน พระ องค์ เจ้า ต่าง กรม ผู้ ใหญ่ ใน ราช ตระกูล ได้ จึ่ง ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น พิชิต ปรีชากร ทรง ตั้ง การ เลื่อน กรม ที่ วัง แล พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า ชุมพล สมโภช นั้น ก็ ทรง พระ เจริญ ไวยวุฒิ รอบรู้ ใน ราชกิจ ใหญ่ น้อย ทั้ง ปวง ควร จะ เปน พระองค์ เจ้า ต่าง กรม ได้ ใน ราช ตระกูล อีก องค์ หนึ่ง จึ่ง ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า ชุมพล สมโภช ตั้ง การ รับ กรม ที่ วัง พร้อม กับ พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น พิชิต ปรีชากร ๚ะ
๏ ณวัน ศุกร เดือน สี่ แรม เจ็ด ค่ำ เวลา เช้า พระ เจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น พิชิต ปรีชากร พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า ชุมพล สมโภช ทรง ประเคน อาหาร บิณฑบาตร แก่ พระสงฆ์ ฯ ฉัน ๑๐ รูป ครั้น เวลา เช้า ๔ โมง เสศ พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว เสดจ ออก ทาง พระ ที่ นั่ง จักรกรี มหา ประสาท ทรง รถ พระ ที่ นั่ง แต่ เชิง บันได ด้าน ตวัน ออก เสดจ พระราช ดำเนิน ออก ประตู พิมาน ไชยศรี ประตู วิเสศ ไชยศรี พร้อม ด้วย กระบวน ม้า ตำรวจ ทหาร แห่ นำ ตาม เสดจ ไป เลี้ยว ป้อม เผด็จ ดัศกร ไป ตาม ถนน ท้อง สนาม ไชย เลี้ยว ถนน เจริญ กรุง ตรง ไป หยุด รถ พระ ที่ นั่ง ที่ วัง พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น พิชิต ปรีชากร แล้ว เสดจ ขึ้น ประทับ ใน ท้อง พระโรง ครั้น ถึง กำหนด พระฤกษ เช้า ๔ โมง ๑๑ นาที พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น พิชิต ปรีชากร กับ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า ชุมพล สมโภช เสดจ เข้า สู่ ที่ สรง พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว จึ่ง เสดจ พระราช ดำเนิน พระราช ทาน น้ำ พระ พุทธมนต์ สรง พระเจ้า น้อง ยาเธอ ทั้ง ๒ พระองค์ แล้ว พระ บรมราช วงษ ที่ มี พระชนม พรรษา มาก แล ที่ ทรง กอบ ไป ด้วย คุณ วุฒิ ทั้ง ฝ่าย น่า ฝ่าย ใน แล ท่าน เสนาบดี ก็ ถวาย น้ำ พระ พุทธมนต์ สรง ตาม สมควร ครั้น แล้ว พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว เสดจ ประทับ พระ ที่ นั่ง โทรน ใน ท้อง พระโรง พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น พิชิต ปรีชากร กับ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า ชุมพล สมโภช เข้า เฝ้า ทูล ลออง ธุลี พระบาท พร้อม ด้วย พระบรม วงษานุวงษ แล ท่าน เสนาบดี ข้า ราชการ ฝ่าย ทหาร พล เรือน พระยา ศรีสุนทรโวหาร จึ่ง นำ คำ ประกาศ เลื่อน กรม พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น พิชิต ปรีชากร แล คำ ประกาศ ตั้ง กรม พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า ชุมพล สมโภช อ่าน ใน ท่าม กลาง ประชุม น่า พระ ที่ นั่ง ครั้น อ่าน ประกาศ จบ แล้ว พระ บาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ พระ ราชทาน พระ สุพรรณบัตร ให้ พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น พิชิต ปรีชากร เปน พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หลวง พิชิต ปรีชากร แล พระ ราชทาน เครื่อง ยศ สำหรับ พระองค์ เจ้า ต่าง กรม ผู้ ใหญ่ เพิ่ม อีก แล้ว พระ ราชทาน พระ สุพรรณบัตร ให้ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า ชุมพล สมโภช เปน กรม หมื่น สรรพสิทธิ ประสงค์ แล้ว พระ ราชทาน เครื่อง ราช อิสริยยศ อัน มี เกียรติ คุณ รุ่ง เรือง ยิ่ง มหา จักรกรี บรมราช วงษ์ แล้ว จึ่ง พระ ราชทาน เครื่อง อิสริยยศ ต่าง ๆ สำหรับ เจ้า ต่าง กรม ตาม สม ควร แก่ พระเจ้า น้อง ยาเธอ ทั้ง สอง พระองค์ ๚ะ
๏ ครั้น พระ ราชทาน พระ สุพรรณบัตร แล เครื่อง ราช อิสริยยศ เสร็จ แล้ว เสดจ ประทับ โต๊ะ เสวย พร้อม ด้วย พระบรม วงษานุวงษ์ เวลา บ่าย โมง หนึ่ง พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว เสดจ ทรง รถ พระ ที่ นั่ง เสดจ พระราช ดำเนิน กลับ ทาง เดิม มา เข้า พระบรม ราชวัง ขึ้น ทรง พระ ที่ นั่ง จักกรี มหา ประสาท ๚ะ
๏ ครั้น เวลา บ่าย เจ้า พนักงาน ตั้ง บาย ศรี ซี่พ่อ พราหมณ์ เบิก แว่น เวียน เทียน สมโภช พระ สุพรรณบัตร การ เลื่อน กรม ตั้ง กรม เปน เสร็จ แต่ เพียง นี้ ๚ะ
๏ ศุภมัสดุ พระ พุทธศาสน กาล เปน อดีตภาค ล่วง แล้ว ๒๔๒๗ พรรษา ปัตยุบัน กาลกุกุฏ สังวัจฉระ ผคุณ มาศ กาฬปักษ สัตมี่ ดิถี ศุกรวาร บริเฉท กาล กำหนด พระบาท สมเดจ พระ ปรมินทร มหา จุฬาลงกรณ์ ฯ ล ฯ พระ จุลจอมเกล้า เจ้า อยู่ หัว ทรง พระราช ดำริห ว่า พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น พิชิต ปรีชากร ทรง ประ กอบ ไป ด้วย พระ ปรีชา รอบ รู้ ใน พระราช กำหนด กฎหมาย เก่า ใหม่ แม่น ยำ ทรง สามารถ อาจ หาญ ใน การ ที่ จะ พิจารณา พิพากษา คดี ทั้งปวง เฉียบ แหลม รอบ คอบ ประกอบ ให้ ถูก ต้อง ด้วย คลอง ยุติธรรม แล ทรง พระ สติปัญญา สามารถ ใน การ ที่ จะ ตฤก ตรอง เรียบ เรียง ข้อ บังคับ สำหรับ ราชการ แล พระราช กำ หนด กฎหมาย ประกาศ ทั้งปวง ทั้ง ทราบ ราชการ น้อย ใหญ่ ทั่ว ถึง ได้ รับ ราชการ ฉลอง พระเดช พระคุณ มา ใน ศาล ฎีกา แล ความ รับ สั่ง ทั้ง ราชการ อื่น ๆ เปน อัน มาก ภาย หลัง ก็ ได้ เสดจ ขึ้น ไป จัด การ ใน เมือง เชียง ใหม่ ได้ ราชการ เรียบ ร้อย สม กับ พระราช ประ สงค์ มี ความ จง รัก ภักดี ต่อ ใต้ ฝ่า ละออง ธุลี พระ บาท เปน อัน มาก มิ ได้ ฝ่า ฝืน พระราช ดำริห พระราช ประสงค์ ดำรงค์ อยู่ ใน ความ ซื่อ สัตย สุจริต สมควร เปน ที่ ไว้ วาง พระราช หฤไทย รับ ราชการ ต่าง พระ เนตร พระกรรณ สืบ ไป ภาย น่า ๚ะ
๏ จึ่ง มี พระ บรมราช โองการ มาร พระ บัณฑูรสุร สิงหนาท ดำรัส สั่ง ให้ สฐาปนา เลื่อน พระเจ้า น้อง ยา เธอ กรม หมื่น พิชิต ปรีชากร ขึ้น เปน พระองค์ เจ้า ต่าง กรม ผู้ ใหญ่ มี พระนาม ตาม จาฤก ใน พระ สุพรรณ บัตร ว่า พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หลวง พิชิต ปรี่ชากร มุสิกะนาม ทรง ศักดินา ๑๕๐๐๐ ตาม พระราช กำหนด อย่าง พระองค เจ้า ต่าง กรม ใน พระบรม มหา ราชวัง จง ทรง เจริญ พระ ชนมายุ พรรณศุขพล ปฏิภาณ คุณสาร สมบัติ์ สรรพสิริ สวัสดิ พิพัฒน มงคล วิบุลย ศุภผล ธนสาร สมบูรณ อดุลย เกียรติยศ เดชานุภาพ ทุก ประการ ๚ะ
๏ ให้ ทรง เลื่อน เจ้า กรม เปน หลวง พิชิต ปรี่ชากร ถือ ศักดินา ๖๐๐ ๚ะ
๏ ปลัด กรม เปน ขุน อมรภักดิ์ ถือ ศักดินา ๔๐๐ ๚ะ
๏ สมุห บาญชี คง เปน หมื่น พยุหพล ถือ ศักดินา ๓๐๐
๏ ให้ ผู้ ซึ่ง รับ ตำแหน่ง ทั้ง ๓ นี้ ทำ ราชการ ใน หลวง แล ใน กรม ตาม อย่าง ธรรมเนียม เจ้า กรม ปลัด กรม สมุห บาญชี ใน พระองค เจ้า ต่าง กรม ทั้งปวง สืบ ไป ให้ มี ศุข สวัสดิ์ เจริญ เทอญ ๚ะ
๏ ศุภมัสดุ พระ พุทธสาสน กาล เปน อดีตภาค ล่วง แล้ว ๒๔๒๗ พรรษา ปัตยุบัน กาลกุกุฏ สังวัฉระ ผคุณ มาศ กาฬปักษ สัตมี ดิถี ศุกรวาร บริเฉท กาล กำหนด พระบาท สมเดจ พระ ปรมินทร มหา จุฬาลงกรณ์ ฯ ล ฯ พระ จุลจอมเกล้า เจ้า อยู่ หัว ทรง พระราช ดำริห ว่า พระ เจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า ชุมพล สมโภช ทรง พระ เจริญ ไวยวุฒิ ปรีชา สามารถ ใน ราชกิจ ทั้งปวง มี พระ อัทยาไศรย เรียบ ร้อย อ่อน น้อม โอบ อ้อม อารี เปน ที่ สนิท ชิด ชม รัก ใคร่ ทั่ว ไป ใน พระบรม วงษานุวงษ ทรง เข้า พระไทย ใน การ ช่าง ต่าง ๆ ได้ ทรง บังคับ ราชการ ใน กรม ช่าง ทหาร ใน แล ได้ รับ ฉลอง พระ เดช พระคุณ เปน เอเคอแกม หลวง เปน ที่ ไว้ วาง พระ ราช หฤไทย สมควร ที่ จะ ดำรงค์ ยศ เปน พระองค์ เจ้า ต่าง กรม พระองค หนึ่ง ได้ ๚ะ
๏ จึ่ง มี พระบรม ราชโองการ มาร พระบัณ ฑูรสุร สิงหนาท ดำรัส สั่ง ให้ สถาปนา พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระ องค เจ้า ชุมพล สมโภช ขึ้น เปน พระองค เจ้า ต่าง กรม มี พระนาม ตาม จาฤก ใน พระ สุพรรณบัตร ว่า พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น สรรพสิทธิ ประสงค์ อัชนาม ทรง ศักดินา ๑๕๐๐๐ ตาม พระราช กำหนด อย่าง พระองค เจ้า ต่าง กรม ใน พระบรม มหา ราชวัง จง ทรง เจริญ พระ ชนมายุ พรรณศุขพล ปฏิภาณ คุณสาร สมบัติ์ สรรพ ศิริ สวัสดิ พิพัฒน มงคล วิบุลย ศุภผล ธนสาร สมบูรณ์ อดุลย เกียรติยศ เดชานุภาพ ทุก ประการ ๚ะ
๏ ให้ ทรง ตั้ง เจ้า กรม เปน หมื่น สรรพสิทธิ ประสงค์ ถือ ศักดินา ๖๐๐ ๚ะ
๏ ปลัด กรม เปน หมื่น ดำรง ราชกิจ ถือ ศักดินา ๔๐๐
๏ สมุห บาญชี เปน หมื่น ลิขิตคุณา รักษ ถือ ศักดินา ๓๐๐
๏ ให้ ผู้ ซึ่ง ได้ รับ ตำแหน่ง ทั้ง สาม นี้ ทำ ราชการ ใน หลวง แล ใน กรม ตาม อย่าง ธรรมเนียม เจ้า กรม ปลัด กรม สมุห บัญชี่ย ใน พระองค เจ้า ต่าง กรม ทั้งปวง สืบ ไป ให้ มี ศุข สวัสดิ์ เจริญ เทอญ ฯะ
๏ ณวัน จันทร เดือน สี่ แรม สิบ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง ทำ บุญ พระ อัฏ แล ฉลอง พระ ฉลอง พระองค์ การ เฉลิม ศิริ ราช สม บัติ เปน การ ใหญ่ บันดา พระ บรม วงษานุวงษ์ แล ข้า ราชการ ฝ่าย น่า ฝ่าย ใน แล ต่าง ประเทศ ถวาย ไชย พมงคล พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว จึ่ง มี พระ บรม ราช โอง การ ตอบ ให้ เปน ที่ เจริญ แล รุ่ง เรือง แก่ ข้า ราชการ แล บ้าน เมือง แล้ว จึ่ง พระราชทาน เครื่อง ราช อิศริยศ โดย สมควร ตาม ลำดับ ฯะ
๏ ณวัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สี่ ค่ำ ปี จอ ยัง เปน สัปต ศก เวลา บ่าย ๕ โมง สระ สนาน ช้าง มี กระบวน แห่ น่า มี คน ถือ ธง มี โค เทียม รถ แล มี ช้าง นำ น่า กระ บวน หลัง มี ทหาร ม้า แล ทหาร เดิน เท้า เดิน เปน ตับ ๆ มี หลาย กระบวน แห่ มา จน ถึง น่า พระที่ นั่ง สุทไธย สวรรค์ คน ดู ตาม ท้อง สนาม ออก แน่น สนาม หลวง ฝูง คน ทั้งปวง ได้ ดู ได้ ชม ว่า งาม ดี สม พระบารมี สม บูรณ พร้อม เปน สำหรับ พระนคร ด้วย เทิญ ฯะ
๏ ณวัน พฤหัสบดี เดือน ห้า ขึ้น ห้า ค่ำ ปี จอ ยัง เปน สัปตศก เวลา ประมาณ สอง ยาม เศษ เกิด เพลิง ไหม้ ขึ้น ที่ ตรอก ข้า วัด สาม ปลื้ม ไหม้ อยู่ จน เวลา ประมาณ สาม ยาม จึ่ง หยุด รวม เรือน โรง แล ตึก ที่ เพลิง ไหม้ นั้น ประมาณ ๕๐ หลัง เศษ ฯะ
๏ วัน จันทร์ เดือน ห้า ขึ้น เก้า ค่ำ เวลา ประมาณ สาม ทุ่ม ครึ่ง เกิด เพลิง ไหม้ โรง สีไฟ ของ เจ๊สัว โฮก โป้ ขึ้น ที่ คลอง สำเหร่ ไหม้ อยู่ จน เวลา สี่ ทุ่ม เศษ จึ่ง ดับ ได้ ฯะ
๏ เรื่อง ฝิ่น นี้ เปน ของ มี ความ ร้าย แก่ บ้าน เมือง เปน อัน มาก คน ที่ รัก บ้าน เมือง แล เพื่อน มนุษย์ ด้วย กัน ก็ มี ความ เสี่ย ดาย เปน อัน มาก เพราะ คน เปน อัน มาก ชอบ กิน ของ ร้าย อย่าง นี้ จน ตัว เปน ขี้ ค่า แก่ ฝิ่น เปน คน อด ไม่ ได้ พวก ขี้ยา ติด ฝิ่น นั้น เมือ มัน หา เงิน ไม่ ทัน มัน ต้อง คิด อ่าน หา เงิน ใน ทาง อัน ไม่ เปน ทาง ชอบ ธรรม ครั้น การ เปน เช่น นี้ เรา ไม่ ยาก ฟัง ไม่ ยาก เปน ธุระ ช่วย ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ที่ มี แต่ ความ ปราถนา ให้ พวก ขี้ยา มาก ทวี ขึ้น ใน แผ่นดิน บ้าน เมือง ใน เพื่อน มนุษย์ ด้วย กันคน ที่ ยาก ชิง เข้า ภา ษี อย่า นึก เลย ว่า สยามไสมย จะ ช่วย ท่าน ใน การเช่น นี้
๏ ได้ ความ แน่ ที่ พวก โปลิศ ได้ สืบ ความ นัก ว่า ข่าว เลื่อง ภา กัน ว่า เมื่อ ณวัน พุฒ เดือน สี่ แรม ห้า ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ เมื่อ เวลา บ่าย ประมาณ สอง โมง เสศ มี เจ๊ก ฉุด ผู้ หญิง ไป กลาง ถนน เอา ไป ที่ ทุ่ง นา ริม วัด ดอน แล้ว เอา มีด คม แทง แล ผ่า อก ผู้ หญิง คน นั้น ตาย แล้ว เอา ศพ ไป ทิ้ง ไว้ ใน ป่า รก สืบ ได้ ความ แน่ ว่า ข่าว เลื่อง ภา นั้น หา จริง ไม่ คน ทั้งปวง คง มี ความ ดี ใจ ว่า เจ้า พนักงาน แล คน อื่น ได้ รวัง ได้ สืบ นัก แล ได้ ความ แน่ ว่า ความ เลื่อง ภา นั้น หา จริง ไม่ ฯะ
การ กระชั้น มี แต่ จะ เปน อย่าง อื่น ไป
๏ เมือง กอนซแตนโตโนเปล วัน อังคาร เดือน สี่ แรม สิบเอ็ด ค่ำ กำปั่น รบ ซกวาดรัน ของ ประทศ รุเซีย รับ คำ สั่ง แล้ว ให้ ออก จาก อ่าว ซุดา แล ไป ถึง เมือง ซะเมอร์นะ ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สี่ แรม สิบเอ็ด ค่ำ พวก ขุด แร่ ถ่าน หิน ใน ประเทศ เบลยี่ยม รวม กัน เลิก การ จะ ให้ ผู้ จ้าง เพิ่ม เติม ค่า จ้าง ขึ้น เกิด รบ กัน กับ ทหาร จน ถึง ชีวิตร พวก ทหาร เพื่อ ได้ จัด ให้ เกรียม ตัว ไว้ บ้าง ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สี่ แรม สิบสอง ค่ำ การ วุ่น วาย ตี กัน นั้น สงบ ลง ไป บ้าง ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน สี่ แรม สิบ ค่ำ ไรด ฮอ นอร์แอเบล เยมซ์ ซแคนซ์ฟีลด ได้ ตำแหน่ง เปน เปร ไซเดนต์ พวก คอเวอนเมนต์ จำเพาะ ตำบล แล เอิล ดัลเฮาซี่ ได้ ตำแหน่ง เปน เซกริเตรี สำหรับ ประเทศ ซกอดแลนด ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สี่ แรม สิบสี่ ค่ำ ปรินซ อะเลกซันเดอร์ ไม่ ยอม ทำ ตาม พระราช ประสงค์ ของ สมเด็จ พระบรม เจ้า ซาร์ ถึง โปรด เจ้า ประเทศ เตอร กี แล เจ้า ประเทศ ใหญ่ นั้น ที่ เตือน แล ชวน ให้ รับ ว่า ราชการ เปน คอเวินนอ ประเทศ รุมีเลีย ฝ่าย ตวัน ออก ครบ จำนวน ห้า ปี ฯะ
๏ หนังสือ พิมพ์ จดหมาย เหตุ เดลินุซะ ลง พิมพ์ ข่าว โทรเลข ข้อ หนึ่ง ว่า พวก รุเซีย ทำ ที จะ เอา ประ เทศ บัลแคเรีย ไว้ ฯะ
| แต่ วัน อังคาร เดือน ห้า ขึ้น ๓ ค่ำ จน ถึงวัน อังคาร เดือน ๕ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดั่ง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ล แทน กำปั่น สาม เสา ก ล ค แทน กำปั่น เล่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| เจริญ วัฒนา | ก ๒ ส ค สยาม | ๖๕๖ | อุดริด | โลมาเตง | ปากน้ำ | ขึ้น ๓ ค่ำ |
| ไตจิ๋ว | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | นุตัน | วินดซอโรซ แอน โก | ซัวเถา | ขึ้น ๓ ค่ำ |
| อีไลสิ | ก ๒ ส ค เยอรแมน | ๕๑๓ | บรุน | มากวาลด แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๔ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๙๐ | ไวต | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงคโปร | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| ไฟดีลีโอ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๓๔๗ | บรอก | จิ่น | ฮ่องกง | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๔๑๓ | โมลเซน | มากวาลด์ แอน โก | สิงคโปร | ขึ้น ๘ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๖๒ | คุลลอก | บอนิโอ กำปะนี่ | สิงคโปร | ขึ้น ๘ ค่ำ |
| มิดุซะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๘ | เลารี่ | วินดซอโรซ แอน โก | สิงคโปร | ขึ้น ๙ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| มงกุฎ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๕๘ | ลอฟ | วินดซอโรซ แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๓ ค่ำ |
| เฮกกาติ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | แกด | วินดซอโรซ แอน โก | สิงคโปร | ขึ้น ๓ ค่ำ |
| ท่า ฮ่องกง | ก ๒ ส ค สยาม | ๕๓๕ | ชมิยิโล | จิ่น | ฮ่องกง | ขึ้น ๔ ค่ำ |
| ดุติรอศ | ก ก พ อังกฤษ | ๑๑๙๖ | คูเที่ย | วังลี | ฮ่องกง | ขึ้น ๔ ค่ำ |
| โลเที่ย | ก ๒ ส ค อังกฤษ | ๗๙๓ | เอแรนด | บอนิโอ กำปะนี่ | ยุโรป | ขึ้น ๕ ค่ำ |
| แมกนัคฮุชี | ก ๒ ส ค ซวิด | ๕๗๒ | ซุนเดอรซตอม | วินดซอโรซ แอน โก | ยุโรป | ขึ้น ๕ ค่ำ |
| มิริเดียน | ซกูเนอร สยาม | ๒๙๐ | — | จิ่น | ซังไห้ | ขึ้น ๕ ค่ำ |
| แอไมตี้ | ก ๒ ส ค สยาม | ๕๑๙ | แฮเบอกฮซต | วินดซอ โรซ แอน โก | ยุโรป | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๙๔๗ | ไฮตะ | จิ่น | สิงฆโปร | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๕๕ คน ๏ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน | ||||||
| เดิน สาน ดาษฟ้า ๕ คน ๏ แมกอะลิศเตอร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๕๑ คน ๏ มิดุซะ บันทุก สินค้า | ||||||
| ต่าง ๆ คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๕ คน ๚ะ | ||||||
๏ ท่าน ทั้ง หลาย ที่ มัก หฤา อยาก จะ เขียน เรื่อง ต่าง ๆ จะ ให้ ลง ใน สยาม ไสมย ต้อง มี ก๊าศ เข้า ฝนึก เดี่ยว กัน กับ เรื่อง ที่ ตัว แต่ง มา นั้น ที่ กี เศ นั้น ต้อง ลง ชื่อ ของ ท่าน ผู้ แต่ง เขียน เรื่อง นั้น แล ต้อง บอก ตำ บล บ้าน ที่ อยู่ ของ ผู้ แต่ง เขียน เรื่อง ภอ เปน พยาน แก่ เอ ได เตอร์ ว่า ผู้ แต่ง ผู้ เขียน นั้น มิ ได้ แกล้ง แต่ง เรื่อง ราว อัน ไม่ จริง มา ขอ ลง ใน สยาม ไสมย สยาม ไสมย จะ ช่วย ธุระ คน ซื่อ ตรง แล ดี ใจ รับ เรื่อง ต่าง ๆ แต่ คน ซื่อ ตรง ที่ จะ ช่วย คน ซื่อ ตรง ด้วย กัน คน ชนิด อื่น ๆ นั้น จะ ช่วย เขา แต่ เพียง ให้ เขา ทิ้ง พยศ กลับ เปน คน ดี ซื่อ เข้า ช่วย ได้ แต่ เพียงนี้ เท่า นั้น เอง การ ไม่ ดี ต่าง ๆ เปน ของ สยาม ไสมย รังเกียต นัก แต่ คน ไม่ ดี สยาม ไสมย สมเพช คน เช่น นี้แล คิด แต่ จะ ช่วย ให้ กลับ เปน คน ดี ขึ้น ได้ ถ้า เดียว ฯะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๗๐ บาท
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤๅ ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤๅ ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤๅ จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาว ขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤๅ ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ฯะ
๏ กำปั่น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชรบุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤๅ วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ
คน เดิน ส่าน ดาษฟ้า คน ละ บาท
๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤา กัปตัน กำปั่น นั้น ๚ะ
๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั่น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ๚ะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก (จ ห) ฯะ
๏ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สี่ลม ที่ ตึก คุณ เวด เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เปิด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤา จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เปิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอสบีตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ
๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา สอง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอียด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังครึษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ผูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี (จ ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด