
| เล่ม ๔ แผ่น ๓๕ วัน พุฒ เดือน ห้า แรม ๓ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ |
๏ แล เมื่อ กวีน เสด็จ ออก รับ ราชทูต นั้น ทรง เครื่อง ประดับ แล้ว ไป ด้วย เพ็ชร แต่ เพ็ชร ใหญ่ ที่ เลื่อง ฦๅ ทำ เปน เครื่อง ห้อย พระศอ ริม พระกรรณ ซ้าย ขวา เสียบ ดอก ไม้ เพ็ชร มี ระย้า ห้อย ลง มา ถึง พระ อังษา ทรง ฉลอง พระองค์ ดำ ด้วย เปน การ เศร้า โศก ถึง ญาติ์ ที่ ถึง แก่ กำม์ เมื่อ เสด็จ ออก มี ขุนนาง ผู้ ใหญ่ แล หญิง ที่ เปน ผู้ ดี ยืน เฝ้า อยู่ ประมาณ สาม สิบ คน แต่ ปรินส อาลเบิต ซึ่ง เปน เจ้า ราช สามี แต่ง พระองค์ ทรง เครื่อง พร้อม อย่าง นาย ทหาร ทรง กางเกง แดง ทรง เสื้อ สักลาด ดำ ขัด พระแสง กระบี่ ยืน อยู่ ริม พระ ที่ นั่ง โทรน ข้าง ซ้าย เครื่อง ราช บรรณา การ นั้น เจ้า พนักงาน จัด แจง มา ตั้ง เรียง ถวาย พร้อม ทุก สิ่ง ๚ะ
๏ เมื่อ พวก ราชทูต ออก จาก ที่ เฝ้า แล้ว เจ้า พนักงาน พา ไป ให้ กิน โต๊ะ ที่ ห้อง สำหรับ เลี้ยง ขุนนาง โต๊ะ ที่ เลี้ยง ประมาณ ยาว เจ็ด วา กว้าง สี่ ศอก เครื่อง ที่ ใช้ บน โต๊ะ เปน เครื่อง ทอง บ้าง เงิน บ้าง ขุนนาง อังกฤษ ที่ กิน โต๊ะ ด้วย ราชทูต ยี่สิบ เจ็ด คน ๚ะ
๏ ครั้น กิน โต๊ะ แล้ว เจ้า พนักงาน จึง พา ราชทูต ไป ดู เครื่อง อาวุธ ใหญ่ น้อย ต่าง ต่าง ที่ จัด แจง เรียบ เรียง ไว้ ตาม ผนัง แล้ว กลับ มา ภัก อยู่ ใน ห้อง ที่ ภัก เดิม เยนเนอรัลกัศต์ จึง ให้ พวก มะโหรี่ มา ทำ ให้ ราชทูต ฟัง อยู่ ประมาณ สิบ นาที ถึง เวลา บ่าย สาม โมง ราชทูต ก็ พา กัน ขึ้น รถ ไฟ กลับ มา กลาริชโฮเตล ๚ะ
๏ วัน ศุกร์ เดือน อ้าย ขึ้น สี่ ค่ำ ราชทูต ไป หา เลอรด์ กลาเรนดอน ถาม ไถ่ การ ซึ่ง จะ ไป เยี่ยม เยียน ใคร บ้าง เลอรด์ กลาเรนดอน ว่า ควร จะ ไป หา แต่ เจ้า น้า ของ กวีน ซึ่ง เปน มารดา ดุก แกมบริช ขุนนาง นอก จาก นั้น ถ้า มา เยี่ยน ท่าน ก่อน ท่าน จึ่ง ไป เยี่ยน ตอบ บ้าง จึ่ง จะ ควร ด้วย ราชทูต เปน ใหญ่ ได้ เชิญ พระราช สาสน แล ถือ รับ สั่ง มา ด้วย วัน เสาร์ เดือน อ้าย ขึ้น ห้า ค่ำ พวก ราชทูต พา กัน ไป หา ดัชเชศ แกมบริช น้า ของ กวีน กับ ดุก แกมบริช พูดจา ไถ่ ถาม กัน ตาม ธรรมเนียม แล้ว ก็ ลา กลับ มา ๚ะ
๏ วัน จันทร เดือน อ้าย ขึ้น เจ็ด ค่ำ เลอรด์ แชลบน ให้ หนังสือ มา ว่า สมเด็จ พระนาง เจ้า รับ สั่ง ว่า จะเลี้ยง โต๊ะ แล้ว จะ เสวย ร่วม โต๊ะ เดียว กัน ด้วย ให้ เชิญ ราชทูต ทั้ง สาม หม่อม ราโชทัย ไป กิน โต๊ะ ที่ วัง วินดเซอ ณวัน พุฒ เวลา สอง ทุ่ม ครั้น ถึง วัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น เก้า ค่ำ บ่าย ห้า โมง เจ้า พนักงาน จัด รถ เทียม ม้า สาม รถ มา รับ ราชทูต ไป ถึง ที่ รถ ไฟ ก็ ขึ้น รถ ไฟ ไป ตาม ทาง ยี่สิบ สาม ไมล์ คือ พัน สามสิบ ห้า เส้น ถึง ที่ ภัก เจ้า พนักงาน จึ่ง เชิญ ขึ้น รถ ม้า ต่อ ไป เวลา ย่ำ ค่ำ กับ สามสิบ หก นาที ถึง วัง วินดเซอ มิศเตอ เฟาล จึ่ง เชิญ ราชทูต ไป อยู่ ห้อง ที่ ภัก ครั้น เวลา เกือบ สอง ทุ่ม จึ่ง นำ ราชทูต ทั้ง สาม หม่อม ราโชทัย ขุนจร เจน ทเล ล่าม ไป คอย อยู่ ใน ห้อง แห่ง หนึ่ง เปน ทาง ที่ กวีน จะ เสด็จ มิศเตอ เฟาล จึ่ง บอก พวก ราชทูต ว่า ถ้า กวีน เสด็จ มา ถึง นี่ แล้ว ก็ จะ ก้ม พระเศียร ลง ให้ พวก ราชทูต ก้ม ลง รับ ทุก ๆ คน ถึง เวลา สอง ทุ่ม กวีน กับ ปรินส์ อาลเบิต เจ้า หญิง ลูก เธอ องค ใหญ่ ชื่อ ปรินส เศศ รอยัล เจ้า ชาย ลูก เธอ ที่ สอง ชื่อ ปรินส เวลส แล เจ้า ซึ่ง จะ มา เปน บุตร เขย ชื่อ ปรินส เฟรดดริก วิลเลียม กับ ดัชเชศ เก็นต มารดา ของ กวีน อีก พระญาติ์ พระวงษ ประมาณ เก้า คน สิบ คน ตาม เสด็จ ด้วย ครั้น ถึง ห้อง ที่ พวก ราชทูต ยืน อยู่ กวิน ก็ ก้ม พระเศียร ลง พวก ราชทูต แล ขุนนาง อังกฤษ ก็ ก้ม ลง ทุก คน กวิน จึ่ง เสด็จ เลย ไป ที่ ห้อง เลี้ยง โต๊ะ ราชทูต กับ ขุนนาง ทั้งปวง ก็ ตาม เสด็จ ไป กวิน จึง เสด็จ นั่ง ลง ที่ เก้าอี้ กลาง ตรง กับ พระยา มนตรี สุริยวงษ ราชทูต ต่อ ไป ข้าง ซ้าย เลอรด กลาเรนดอน นั่ง ตรง กับ ปรินส เฟรดดริก วิลเลี่ยม ถัด ไป เจ้า หมื่น สรรเพช ภักดี อุปทูต นั่ง ตรง กับ ปรินส เศส รอยัล ฝ่าย ขวา จมื่น มณเฑียร พิทักษ ตรี ทูต นั่ง ตรง กับ ปรินส อาลเบิต ต่อ มา หม่อม ราโชทัย นั่ง ตรง กับ ดัชเชส เก็นต มารดา ของ กวิน แต่ ขุน จรเจ[..] ทเล เลอรด กลาเรนดอน ให้ นั่ง อยู่ ข้าง หลัง คอย เปน ล่าม เมื่อ กิน โต๊ะ อยู่ นั้น กวิน หา ได้ ตรัส ประการ ใด ด้วย ราชทูต ไม่ จน เสวย แล้ว ก็ เสด็จ จาก เก้าอี้ กลับ ไป พวก ราชทูต แล ขุนนาง อังกฤษ ต้อง ยืน ขึ้น ก้ม ศีศะ คำนับ ทุก คน ๚ะ
๏ กวิน จึ่ง เสด็จ ไป ประทับ อยู่ ห้อง แห่ง หนึ่ง แล้ว รับ สั่ง ให้ ขุนนาง มา เชิญ ราชทูต ไป เฝ้า ใน ที่ นั้น เมื่อ พวก ราชทูต ไป ถึง จึง พร้อม กัน ก้ม ศีศะ ลง คำ นับ กวิน ก็ เสด็จ มา ยืน ตรง หน้า ราชทูต ตรัส ถาม ว่า ท่าน มา ตาม ทาง มี ความ สบาย อยู่ ฤๅ ราชทูต ทูล ว่า มี ความ ศุข สบาย มาก กวิน จึ่ง รับสั่ง ว่า เรา ได้ ยิน คำ ว่า สบาย นั้น เรา มี ความ ยินดี นัก แล้ว เสด็จ ไป ยืน ตรง หน้า อุปทูต ตรัส ถาม ว่า พระเจ้า อยู่ หัว ที่ หนึ่ง ใน กรุง สยาม ทรง สบาย อยู่ ฤๅ อุปทูต ทูล ว่า ทรง สบาย อยู่ แล้ว ตรัส ถาม ว่า ท่าน ไม่ ใช่ เชื้อ พระวงษ เปน แต่ ได้ ทรง เลี้ยง มา ฤๅ อุปทูต ก็ รับ สั่ง แล้ว เสด็จ ไป ยืน ตรง หน้า ตรีทูต ตรัส ถาม ว่า พระเจ้า อยู่ หัว ที่ สอง ใน กรุง สยาม ทรง สบาย อยู่ ฤๅ ตรีทูต ทูล ว่า ทรง สบาย อยู่ แล้ว เสด็จ ไป ยืน ตรง หน้า หม่อม ราโชทัย ตรัส ถาม ว่า ท่าน พูด อังกฤษ ได้ ฤๅ หม่อม ราโชทัย ทูล ว่า พูด ได้ เล็ก น้อย แล้ว รับ สั่ง ถาม ว่า ท่าน ไป เรียน ใน เมือง ไทย ฤๅ ไป เรียน ที่ อื่น หม่อม ราโชทัย ทูล ว่า เรียน ใน เมือง ไทย แล้ว ผัน พระภักตร ไป รับ สั่ง ด้วย มิสเตอร์ เฝาล์ แล กับตัน เกลเวอริง แล้ว ก็ เสด็จ กลับ ไป ปรินซ์ อาลเบิต จึง เสด็จ มา จับ มือ ราชทูต ทั้งสาม กับ หม่อม ราโชทัย แล้ว ตรัส ไถ่ ถาม ถึง ทุกข ศุข เสร็จ แล้ว ก็ เสด็จ กลับ ไป ลูก เธอ เจ้า หญิง ใหญ่ เจ้า ชาย รอง เจ้า หญิง ที่ สาม จึง เข้า มา พูดจา แล้ว ก็ หลีก ออก ไป เจ้า เฟรดดริก วิลเลี่ยม จึง เข้า มา พูด ต่อ ภาย หลัง ๚ะ
๏ ครั้น เสร็จ แล้ว กวิน จึ่ง เสด็จ ไป อยู่ ใน ห้อง อีก แห่ง หนึ่ง รับ สั่ง ให้ หา ราชทูต ทั้งสาม หม่อม ราโช ท้ย ไป เฝ้า กวีน โปรด ให้ นั่ง บน เก้าอี้ พระราช ทาน น้ำ ชา กาแฟ ให้ กิน ร่วม โต๊ะ เดียว กัน พูดจา ถาม ไถ่ กัน ไป มา ตาม ธรรมเนียม แล้ว รับ สั่ง ให้ มี มะ โหรี่ อังกฤษ ให้ ทูตา นุทูต ฟัง ฯะ
๏ ถึง เวลา ห้า ทุ่ม กวีน เสด็จ ขึ้น ราชทูต ก็ พา กัน กลับ มา ห้อง ที่ พัก นอน อยู่ ที่ วัง วินดเซอ คืน หนึ่ง รุ่ง ขึ้น เช้า สาม โมง ปรินซ์ อาลเบิต จึ่ง พา เจ้า ลูก เธอ เก้า องค์ มา รับ ของ ซึ่ง พระราช ทาน ออก ไป แต่ กรุง เทพ ฯ แต่ กวีน หา ได้ เสด็จ มา ด้วย ไม่ ปรินซ์ อาล เบิต กับ เจ้า ราชบุตร รับ ของ แล ตรัส ด้วย ราชทูต แล้ว ก็ ลา กลับ ไป เวลา เช้า สี่ โมง เสศ พวก ราชทูต กิน อาหาร เสรจ แล้ว ก็ กลับ มา จาก วัง วินดเซอ ถึง โฮเตล ที่ พัก ใน เมือง ลันดัน ฯะ
๏ วัน จันทร เดือน อ้าย ขึ้น สิบ ค่ำ พวก ราชทูต ไป ดู โรง หมอ ใหญ่ ชื่อ กัลเลช ออฟ ซาเยนต์ ที่ ใน โรง หมอ ประมาณ สูง สิบ วา กว้าง สอง เส้น ทำ เปน สี่ ชั้น มี กระดูก คน ทั้ง ชาย ทั้ง หญิง แล เด็ก แล กระ ดูก คน โบราณ สูง แปด ศอก กระดูก สัตว์ ต่าง ๆ ก็ มี มาก กระดูก เหล่า นั้น เอา มา รำดับ แล้ว ผูก ด้วย ลวด ให้ เปน รูป ยืน อยู่ บาง ที เอา รูป ทารก ที่ คลอด จาก ครรภ มารดา แล้ว ก็ ตาย รูป ร่าง วิปลาด ผิด กับ มนุศย ธรรมดา ไม่ เคย มี หมอ เหน ว่า ทารก นั้น สิ้น ชีวิตร แล้ว จึ่ง เอา มา ใส่ ใน ขวด แช่ เหล้า ไว้ บาง ที ก็ เอา สัตว์ ที่ ปลาด มา แช่ บาง ที เปน ของ ที่ เกิด ใน ตัว มนุศย บ้าง แต่ ขวด ที่ แช่ ของ เหล่า นั้น เหลือ ที่ จะ ประมาณ มาก มาย นัก ดู ใน โรง หมอ แล้ว จึ่ง ไป ดู ที่ ทำ เงิน ๚ะ
๏ ตึก ที่ ทำ เงิน ชื่อ รอยัล มินต์ ใน นั้น ใช้ เครื่อง กล ไฟ ทำ เร็ว ยิ่ง กว่า คน ทำ ด้วย มือ หลาย เท่า การ ที่ ทำ ครั้น จะ พรรณา ก็ จะ มาก มาย ยืด ยาว นัก ฯะ
๏ ดู ที่ ทำ เงิน แล้ว จึ่ง ไป ดู ที่ แห่ง หนึ่ง ชื่อ เตา เวอ เปน ตึก ใหญ่ มี รูป ทหาร ขี่ ม้า ใส่ เกราะ เหล็ก ถือ อาวุธ ต่าง ๆ มี เครื่อง สำหรับ ฆ่า คน อย่าง เก่า แต่ โบราณ แล เครื่อง สำหรับ พันธนา การ จำ จอง มี ห้อง ที่ ขัง เจ้า นาย ซึ่ง ทำ ความ ผิด แล้ว เจ้า พนักงาน นำ ขึ้น ไป ดู ชั้น บน ที่ ไว้ เกราน์ สมมุติ ว่า มงกุฎ ของ กวีน กับ เครื่อง ทรง อีก หลาย อย่าง แล เพ็ชร เม็ด ใหญ่ ประมาณ เท่า ฟอง นก พิราบ ครั้น ดู ทั่ว แล้ว ก็ กลับ มา โฮเตล ๚ะ
๏ วัน อังคาร เดือน อ้าย ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ เจ้า พนักงาน นำ ราชทูต ไป ดู วัง ชื่อ บักกิงฮำ เปน ที่ กวีน เสด็จ อยู่ เมื่อ ฤดู ร้อน ทำ เปน ตึก หลัง เดียว ประมาณ ยาว สาม เส้น กว้าง สอง เส้น สูง สิบ วา ทำ เปน สี่ ชั้น มี รั้ว เหล็ก ล้อม รอบ เมื่อ ไป ถึง วัง มี ผู้ หญิง คน หนึ่ง ออก มา นำ พวก ราชทูต เที่ยว ดู ทุก ห้อง เว้น แต่ ห้อง ที่ บันทม ห้อง เดียว ใน ที่ นั้น มี ห้อง มาก กว่า ร้อย ห้อง ชื่อ ต่าง ๆ กัน ทั้ง สี่ ชั้น กั้น เปน ห้อง ใหญ่ ห้อง เล็ก ลด เลี้ยว สนุกนิ์ งาม ด้วย ลวด ลาย ระบาย เขียน แล ลาย ปั้น แล้ว เอา สินลา อ่อน มา ทำ เปน รูป มนุศย แล รูป สัตว ต่าง ๆ วาง ตั้ง ไว้ เปน อัน มาก เครื่อง แต่ง ห้อง ก็ ต่าง กัน พื้น ทำ ด้วย ไม้ ลาย บ้าง ปู พรม บ้าง ฝา ปิด กระดาษ ทำ เปน ลาย สินลา บ้าง ลาย ทอง บ้าง เก้าอี้ แล โต๊ะ เครื่อง ใช้ ก็ ต่าง กัน ทุก ห้อง ห้อง ที่ เรียก ว่า แพร เขียว เบาะ หมอน ก็ ล้วน แต่ แพร เขียว สิ้น ทั้ง นั้น ที่ เรียก แพร อัน ใด เบาะ แล หมอน ก็ ทำ ด้วย แพร อัน นั้น มี เครื่อง ใช้ ประจำ อยู่ ทุก ห้อง ถ้า เสด็จ อยู่ ห้อง ไหน ก็ ใช้ ของ ห้อง นั้น ไม่ ได้ เอา ของ ห้อง นี้ ไป ใช้ ห้อง โน้น ของ ทั้งปวง ล้วน ต่าง ๆ หลาย อย่าง หลาย ชนิด สุด ที่ จะ พรรณา ให้ ถ้วน ถี่ ราชทูต ดู รอบ แล้ว ก็ กลับ มา โฮเตล ๚ะ
ข่าว ใน กรุง
๏ ณวัน อาทิตย์ เดือน ห้า ขึ้น สิบสี่ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ เวลา สอง ทุ่ม เศษ เจ้า พระยา ศรี พิพัฒน์ รัตน โกษา ธิบดี ถึง อาสัญ กรรม ด้วย โรค ไข้ แล ความ ชรา ของ ท่าน ด้วย ครั้น รุ่ง ขึ้น ณวัน อาทิตย์ เดือน ห้า ขึ้น สิบห้า ค่ำ เวลา ห้า โมง เย็น พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ได้ เสด็จ ไป รด น้ำ ยัง ที่ บ้าน ท่าน พร้อม ด้วย พระบรม วงษานุวงษ แล ท่าน เสนาบดี ด้วย ฯะ
๏ พวก พิณพาทย์ สยาม จะ ได้ สำแดง เพลง ดนตรี ต่าง ๆ ที่ สวน หลวง สราญ รมย์ ใน วัน เสาร์ เดือน ห้า แรม ห้า ค่ำ ปี จอ อัฐศก เวลา บ่าย ห้า โมง พิณ พาทย์ วง นี้ มี เกียรติยศ ที่ ได้ สำแดง วิชา ถวาย สมเด็จ พระนาง เจ้า กรุง อังกฤษ แล สมเด็จ พระเจ้า ลูก เธอ ปรินซ์ แล ปรินเสศ ออฟ เวล แล พระราช วงษา นุวงษ แล ผู้ มี บันดา ศักดิ์ ใน ประเทศ นั้น ด้วย พิณพาทย์ วง นี้ ได้ ออก ไป สำแดง วิชา ที่ ประเทศ อังกฤษ ใน การ อินเตอนาแชนแนล อินเวนชัน แล มิวซิก เยกษฮิบิเชอน กรุง ลันดัน แล้ว แล เพิ่ง กลับ เข้า มา ถึง กรุง เทพ ฯ จะ ได้ สำแดง วิชา อย่าง ที่ ได้ ไป เล่น ใน ประเทศ นั้น ตาม ซึ่ง ได้ รับ เหรียน เงิน แล เหรียน ทอง รางวัล จาก ท่าน กอมมิตี เอกษฮิบิเชอน ทุก ตัว คน แล้ว ฯะ
๏ มี พระบรม ราชโองการ โปรด เกล้า ฯ ให้ ประกาศ ไว้ แก่ ชน ทั้งปวง บันดา ที่ นับถือ พระ พุทธ ศนา แล ธรรมเนียม ปี่ เดือน วัน คืน อย่าง เช่น ใช้ ใน สยาม ประ เทศ ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า ใน ปี จอ อัฐศก นี้ พระ อา ทิตย จะ ยก ขึ้น ราษี เมศ วัน อาทิตย เดือน ๕ ขึ้น ๘ ค่ำ เวลา ๑๑ ทุ่ม กับ ๓๖ นาที เปน วัน มหา สงกรานต์ วัน จันทร เดือน ๕ ขึ้น ๙ ค่ำ วัน หนึ่ง วัน อังคาร เดือน ๕ ขึ้น ๑๐ ค่ำ วัน หนึ่ง เปน วัน เนาว วัน พุฒ เดือน ๕ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เปน วัน เถลิง ศก ขึ้น ศักราช ใหม่ เปน ๑๒๔๗ ใน เวลา เช้า ๓ โมง กับ ๑๖ นาที กับ ๑๒ วินาที เพราะ ฉนั้น การ เล่น นักษัตร ฤกษ สงกรานต์ แต่ ณวัน จันทร วัน อังคาร วัน พุฒ เดือน ๕ ขึ้น ๙ ค่ำ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ๓ วัน ๚ะ
๏ ลักษณ จดหมาย วัน คืน เดือน ปี ใช้ ดัง นี้คือ ตั้ง แต่ วัน อาทิตย เดือน ๕ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ไป จน ถึง เดือน ๕ ขึ้น ๑๐ ค่ำ ให้ จดหมาย ลง ชื่อ ปี ใน ที่ ทั้งปวง ให้ ว่า ปี จอ ยัง เปน สัปตศก อยู่ ถ้า จะ จด จุลศักราช ให้ เปน ๑๒๔๗-๘ ตั้ง แต่ วัน พุฒ เดือน ๕ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ไป จน ถึง วัน พุฒ เดือน ๔ แรม ๑๕ ค่ำ เปน วัน ตรุศ สุด ปี นั้น ให้ ว่า ปี จอ อัฐศก ลง เลข จด จุลศักราช เปน ๑๒๔๘ ให้ ลง เลข บน ศก นั้น เปน ๑๘ ตาม ปี แผ่นดิน ไป กว่า จะ เปลี่ยน ศก ใหม่ เทอญ ๚ะ
๏ ใน ปี จอ ยัง เปน สัปตศก อยู่ วัน อังคาร เดือน ๕ ขึ้น ๑ ค่ำ วัน หนึ่ง วัน เสาร เดือน ๑๐ แรม ๑๓ ค่ำ วัน หนึ่ง เปน วัน ประชุม ถือ น้ำ พระพิพัฒ สัตยา วัน ศุกร เดือน ๖ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เปน วัน จะ ทำ พระราช พิธี จรด พระ นังคัล ห้าม อย่า ให้ ราษฎร ลง มือ ทำ นา ก่อน วัน นั้น ตั้ง แต่ ณวัน ศุกร เดือน ๖ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ให้ ทำ นา แต่ ภาย หลัง วัน พระราช พิธี ไป ตลอด พระราช อาณาเขตร ๚ะ
๏ วัน วิสาขบุรณ มี ที่ นิยม ใน พระคัมภีร์ อรรฐกถา ว่า เปน วัน ประสูตร แล ตรัส รู้ แล ปรินิพาน ของ สมเดจ พระสัมมา สัมพุทธเจ้า นั้น ปี นี้ นักษัตร ฤกษ วิสาขบุรณ มี ตก ใน วัน อังคาร เดือน ๖ แรม ค่ำ หนึ่ง ใน ปี จอ อัฐศก นี้ เปน ปรกติมาศ วัน ศุกร เดือน ๘ แรม ค่ำ หนึ่ง เปน วัน เข้า บุริม พรรษา วัน อาทิตย เดือน ๙ แรม ค่ำ หนึ่ง เปน วัน เข้า ปฉิม พรรษา ๚ะ
๏ วัน ฉลอง พระชนม์ พรรษา ใน ปี จอ อัฐศก นี้ ตก ใน วัน พฤหัสบดี เดือน ๑๐ แรม ๕ ค่ำ เวลา ๒ ทุ่ม กับ ๒๔ นาที ตาม จันทรมาศ แล วัน เฉลิม พระชนม์ พรรษา ใน ปี จอ อัฐศก นี้ ตก ใน วัน อังคาร เดือน ๑๐ แรม ๙ ค่ำ เวลา เช้า โมง ๓ กับ ๔๒ นาที กับ ๑๒ วินาที ตาม สุริยค ติกาล ๚ะ
๏ วัน อังคาร เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เปน วัน มหา ปาวา ระณา ที่ เรียก ว่า ออก พรรษา วัน อังคาร เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เปน วัน พระราช พิธี จอง เปรียง ยก โคม วัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เปน วัน ลด โคม ให้ พระ บรมงษานุวงษ แล ข้า ทูล ฉลอง ธุลี พระบาท แล ราษฎร บันดา ซึ่ง จะ ได้ ลด โคม ยก โคม นั้น จง ได้ ทราบ แล้ว ทำ ตาม กำหนด เทอญ ฯะ
๏ อนึ่ง พระราช พิธี ฉัตร มงคล สมโภช พระ มหา เสวตร ฉัตร ใน ปี จอ อัฐศก นี้ คง ทำ ใน วัน อาทิตย เดือน ๑๒ แรม ๑๑ ค่ำ ที่ พระ ที่ นั่ง ดุสิตมหา ปราสาท วัน จันทร เดือน ๑๒ แรม ๑๒ ค่ำ ที่ พระ ที่ นั่ง ไพศาล ทักษิณ วัน อังคาร เดือน ๑๒ แรม ๑๓ ค่ำ ที่ พระ ที่ นั่ง จักรี มหา ปราสาท ๚ะ
๏ วัน พฤหัศบดี เดือน ๑๒ แรม ค่ำ หนึ่ง เปน วัน ชี พ่อ พราหมณ จะ ได้ ทำ พระราช พิธี กฤติ เกยา ณหอ เทวสฐาน ถ้า จะ ทำ มาฆบูชา จาตุรงค สันนิบาต ว่า วัน เปน ที่ ชุมนุม พระสาวก ๑๒๕๐ องค์ พระ สัมมา สัมพุทธ เจ้า ได้ ทรง แสดง โอวาท ปาฎิ โมกข ใน ที่ ชุมนุม นั้น วัน อังคาร เดือน ๓ แรม ค่ำ หนึ่ง ชีพ่อ พราหมณ จะ ได้ ทำ สิวราตรี ใน หอ เทวสฐาน วัน พระราช พิธี คเชน ทร์ศวสนาน สอง ครั้ง คง ทำ ใน วัน ขึ้น ๓ ค่ำ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๕ ขึ้น ๕ ค่ำ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑๑ พระราช พิธี สารท คง ทำ ใน วัน แรม ๑๓ ค่ำ ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ๚ะ
๏ เดือน ๑๐ สามรา ตรี ให้ การ เปน เสรจ ใน วัน ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เดือน ๑๑ พระราช พิธี ตรียัม พวาย เริ่ม แต่ ณวัน ศุกร เดือน ยี่ ขึ้น ๗ ค่ำ จน วัน อาทิตย เดือน ยี่ แรม ค่ำ หนึ่ง ๑๐ ราตรี พระราช พิธี ตรีปวาย เริ่ม แต่ ณวัน อาทิตย เดือน ยี่ แรม ค่ำ หนึ่ง ไป ให้ การ เปน เสรจ ใน วัน พฤหัศบดี เดือน ยี่ แรม ๕ ค่ำ ๕ ราตรี ๚ะ
๏ พระราช พิธี สัมพัจฉรฉิน คง ทำ แต่ ณวัน เสาร เดือน ๔ แรม ๑๑ ค่ำ ตาม เคย เหมือน อย่าง ทุก ปี ไม่ ยัก เยื้อง อะไร ๚ะ
๏ ใน ปี จอ อัฐศก นี้ วัน จันทร เปน ธงไชย วัน เสาร เปน วัน อธิบดี วัน อาทิตย เปน วัน อุบาสน วัน จันทร เปน วัน โลกย วินาศ ฯะ
๏ อนึ่ง การ ซึ่ง ทรง บำเพญ พระราช กุศล ฉลอง พระเดช พระคุณ ใน พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทุก ๆ พระองค โดย กาล สมัย ที่ ตรง กับ วัน พระ บรมราช สม ภพ แล วัน สวรรคต ตาม จันทร คติกาล นั้น ใน ปี จอ อัฐศก นี้ กำหนด ณวัน อาทิตย เดือน สี่ แรม ห้า ค่ำ เปน วัน ตรง กับ วัน พระ บรมราช สมภพ ณวัน ศุกร เดือน เก้า แรม สิบสาม ค่ำ ตรง วัน สวรรคต ใน พระบาท สมเดจ พระพุทธ ยอดฟ้า จุฬาโลกย แล จะ ได้ ทรง บำเพ็ญ พระราช กุศล อุทิศ ถวาย ใน กรม สมเด็จ พระอมริน ทรามาตย ด้วย ฯะ
๏ ณวัน จันทร เดือน สี่ ขึ้น เจ็ด ค่ำ ตรง วัน พระบรม ราชสมภพ ณวัน จันทร เดือน แปด แรม สิบเอ็ด ค่ำ ตรง วัน สวรรคต ใน พระบาท สมเดจ พระพุทธ เลิศหล้า นภา ไลย แล จะ ได้ ทรง บำเพญ พระราช กุศล อุทิศ ถวาย ใน กรม ส้มเดจ พระศรี สุริเยน ทรามาตย ด้วย ฯะ
๏ ณวัน ศุกร เดือน สี่ แรม สิบ ค่ำ ตรง วัน พระบรม ราชสมภพ ณวัน อาทิตย เดือน ห้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ตรง วัน สวรรคต ใน พระบาท ส้มเดจ พระ นั่ง เกล้า เจ้า อยู่ หัว จะ ได้ ทรง บำเพญ พระราช กุศล อุทิศ ถวาย ใน กรม ส้มเดจ พระศรี สุลาไลย ด้วย ๚ะ
๏ ณวัน จันทร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบสี่ ค่ำ ตรง วัน พระบรม ราชสมภพ ณวัน อังคาร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ ตรง วัน สวรรคต ใน พระบาท ส้มเดจ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ฯะ
๏ ณวัน จันทร์ เดือน แปด ขึ้น สิบสอง ค่ำ ตรง วัน ประสูตร ณวัน พฤหัศบดี เดือน สิบ ขึ้น ห้า ค่ำ ตรง วัน สิ้น พระชนม ใน กรม ส้มเดจ พระ เทพศิรินทรามาตย พระ บรมราช ชนนี ฯะ
๏ ณวัน จันทร เดือน หก แรม สิบสี่ ค่ำ ตรง วัน สิ้น พระชนม์ ส้มเดจ พระนาง เจ้า สุนันทา กุมารี รัตน ตาม สุริยค ติกาล ฯะ
๏ วัน เวลา พระอาทิตย เปลี่ยน ขึ้น ราศี ใหม่ ซึ่ง เรียก ว่า สงกรานต์ เดือน ใน ปี จอ อัฐศก นั้น พระ อาทิตย จะ ยก ขึ้น ราศี เมศ ตั้ง แต่ ณวัน อาทิตย เดือน จิตรมาศ คือ เดือน ๕ ขึ้น ๘ ค่ำ เวลา ๑๑ ทุ่ม กับ ๓๖ นาที อยู่ จน วัน พุฒ เดือน วิสาขมาศ คือ เดือน ๖ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เวลา ๓ ยาม กับ ๓๖ นาที ใน เดือน จิตรมาศ คือ เดือน ๕ นั้น ขึ้น ๖ ค่ำ แรม ๖ ค่ำ เปน วัน ฤกษ์ มหา สูญ ฯะ
๏ แล้ว ยก ไป อยู่ ราศี พฤศพ จน วัน อาทิตย เดือน เชฐมาศ คือ เดือน ๗ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เวลา บ่าย ๑ โมง กับ ๑๒ นาที ใน เดือน วิสาขมาศ คือ เดือน ๖ นั้น ขึ้น ๔ ค่ำ แรม ๔ ค่ำ เปน วัน ฤกษ์ มหาสูญ ฯะ
๏ แล้ว ยก ไป อยู่ ราศี เมถุน จน วัน พุฒ เดือน อา สาธมาศ คือ เดือน ๘ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เวลา ๑๑ ทุ่ม กับ ๑๒ นาที ใน เดือน เชฐมาศ คือ เดือน ๗ ขึ้น ๘ ค่ำ แรม ๘ ค่ำ เปน วัน ฤกษ์ มหาสูญ ฯะ
๏ แล้ว ยก ไป อยู่ ราศี กรกฎ จน วัน อาทิตย เดือน สาวนมาศ คือ เดือน ๙ แรม ค่ำ หนึ่ง เวลา บ่าย ๕ โมง ๑๒ นาที ใน เดือน อาสาธมาศ คือ เดือน ๘ ขึ้น ๖ ค่ำ แรม ๖ ค่ำ เปน วัน ฤกษ์ มหาสูญ ๚ะ
๏ แล้ว ยก ไป อยู่ ราศี สิงห จน วัน พุฒ เดือน พัทร บทมาศ คือ เดือน ๑๐ แรม ๓ ค่ำ เวลา ย่ำ ค่ำ แล้ว ๔๘ นาที ใน เดือน สาวนมาศ คือ เดือน ๙ นั้น ขึ้น ๑๐ ค่ำ แรม ๑๐ ค่ำ เปน วัน ฤกษ์ มหาสูญ ๚ะ
๏ แล้ว ยก ไป อยู่ ราศี กัญ จน วัน เสาร คือ เดือน ยาสยชมาศ คือ เดือน ๑๑ แรม ๔ ค่ำ เวลา เช้า ๑ โมง กับ ๑๒ นาที ใน เดือน พัทรบทมาศ คือ เดือน ๑๐ ขึ้น ๘ ค่ำ แรม ๘ ค่ำ เปน วัน ตฤถีมหาสูญ ๚ะ
๏ แล้ว ยก ไป อยู่ ราษี ดุล จน วัน อาทิตย เดือน กติกมาศ คือ เดือน ๑๒ แรม ๕ ค่ำ เวลา ๑๐ ทุ่ม กับ ๒๕ นาที ใน เดือน อาสยุชมาศ คือ เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๒ ค่ำ แรม ๑๒ ค่ำ เปน วัน ตฤถี มหาสูญ ฯะ
๏ แล้ว ยก ไป อยู่ ราษี พิจิตร จน วัน อังคาร เดือน มฤคสิรมาศ คือ เดือน อ้าย แรม ๕ ค่ำ เวลา บ่าย ๕ โมง กับ ๒๕ นาที ใน เดือน กติกมาศ คือ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๑ ค่ำ แรม ๑๐ ค่ำ เปน วัน ตฤถีมหาสูญ ๚ะ
๏ แล้ว ยก ไป อยู่ ราษี ธนู จน วัน พุธ เดือน บุรุษมาศ คือ เดือน ๒ แรม ๕ ค่ำ เวลา ๒ ยาม กับ ๒๔ นาที ใน เดือน มฤคสิรมาศ คือ เดือน อ้าย ขึ้น ๒ ค่ำ แรม ๒ ค่ำ เปน วัน ตฤถี มหาสูญ ๚ะ
๏ แล้ว ยก ไป อยู่ ราษี มังกร จน วัน ศุกร เดือน มาฆ มาศ คือ เดือน ๓ แรม ๕ ค่ำ เวลา เช้า ๕ โมง ใน เดือน บุศมาศ คือ เดือน ยี่ ขึ้น ๑๒ ค่ำ แรม ๑๒ ค่ำ เปน วัน ตฤถี มหาสูญ ๚ะ
๏ แล้ว ยก ไป อยู่ ราษี กุมภ จน วัน เสาร เดือน ผคุณ มาศ คือ เดือน ๔ แรม ๕ ค่ำ เวลา ๑๐ ทุ่ม กับ ๔๘ นาที ใน เดือน มาฆมาศ คือ เดือน ๓ ขึ้น ๕ ค่ำ แรม ๕ ค่ำ เปน วัน ตฤถีม หาสูญ ๚ะ
๏ แล้ว ยก ไป อยู่ ราษี มิญ จน วัน อังคาร เดือน จิตร มาศ คือ เดือน ห้า แรม ห้า ค่ำ ปี กุน ยัง เปน อัฐ ศก อยู่ ใน เดือน ผคุณมาศ คือ เดือน สี่ นั้น ขึ้น สอง ค่ำ แรม สอง ค่ำ เปน วัน ตฤถีมหาสูญ ๚ะ
๏ อนึ่ง วัน ธรรม สวน นิยม ตาม วิธี ปัก ขค ณนา เปน วันที่ รักษา อุโบสถ แล ประชุม ฟัง ธรรม ซึ่ง ยก เยี่ยง กัน กับ วัน พระ ตาม เคย มี ที่ รู้ ทั่ว กัน กับ ชาว สยาม ประเทศ ทั้งปวง นั้น ใน ปี จอ อัฐ ศก นี้ ๓๐ วัน ฯะ
๏ คือ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง วัน จันทร ขึ้น เก้า ค่ำ วัน อังคาร แรม ค่ำ หนึ่ง วัน อังคาร แรม เก้า ค่ำ วัน พุธ ใน เดือน ๖ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง วัน พฤหัสบดี ขึ้น เก้า ค่ำ วัน ศุกร แรม ค่ำ หนึ่ง วัน ศุกร แรม เก้า ค่ำ วัน เสาร ใน เดือน ๗ ๚ะ
๏ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง วัน อาทิตย ขึ้น เก้า ค่ำ วัน จันทร แรม ค่ำ หนึ่ง วัน จันทร แรม เก้า ค่ำ วัน อังคาร ใน เดือน ๑๐ ฯะ
๏ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง วัน อังคาร ขึ้น เก้า ค่ำ วัน พุธ ใน เดือน ๑๑ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง วัน พุธ แรม เก้า ค่ำ วัน พฤหัสบดี แรม เก้า ค่ำ วัน ศุกร ใน เดือน ๑๒ ฯะ
๏ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง วัน ศุกร ขึ้น เก้า ค่ำ วัน เสาร ใน เดือน ๑ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง วัน เสาร ขึ้น เก้า ค่ำ วัน อาทิตย แรม ค่ำ หนึ่ง วัน อาทิตย แรม เก้า ค่ำ วัน จันทร ใน เดือน ๒ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง วัน จันทร ขึ้น เก้า ค่ำ วัน อังคาร ใน เดือน ๓ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง วัน อังคาร ขึ้น เก้า ค่ำ วัน พุธ แรม ค่ำ หนึ่ง วัน พุฒ แรม เก้า ค่ำ วัน พฤหัสบดี ใน เดือน ๔ รวม ๓๐ วัน เท่า นี้ นอก กว่า ๓๐ วัน นี้ แล้ว ก็ คง ต้อง กัน กับ วัน พระ ตาม เคย ทุก ๆ เดือน ตลอด ปี ฯะ
ข่าว โทรเลข นอก
๏ เมือง กอนซแตนไตนเปล วัน ศุกร เดือน ห้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง มิศเตอร โซติกซ ได้ จัด มินิศตรี ใหม่ ฯะ
๏ เมือง ปาริศ วัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น สอง ค่ำ เมือง ลาวไก ที่ อยู่ ปลาย แม่ น้ำ เรดริเวอร ซึ่ง เปน ที่ ชุมนุม สำคัญ ของ พวก ธง ดำ นั้น พวก ฝรั่งเศศ ไป อยู่ แล้ว ฯะ
๏ เมือง กอนซแตนไทโนเปล วัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น สอง ค่ำ มินิศตรี พวก ครีก ได้ ทำ บิล ข้อ หนึ่ง ให้ กู้ ยื่น เงิน ๒๕ ๐๐๐ ๐๐๐ แดรกม จะ อุดหนุน เพิ่ม เติม ทหาร บก แล ทหาร ทเล ด้วย ๚ะ
๏ กำปั่น รบ ซกว ดรัน พวก บริติช แล พวก ออศเตรีย อัน อยู่ ใน อ่าว ซุดา อุดหนุน เพิ่ม เติม เข้า แล้ว ๚ะ
๏ ซื้อ ว่า มิศเตอร ริศติกซ ได้ จัด เซอรเวียน แกบิเนต ใหม่ ว่า เกิน ไป ๚ะ
๏ เมือง กอนซแตนไตนโนเบิล วัน อังคาร เดือน ห้า ขึ้น สาม ค่ำ พวก ราชทูต ประ ชุมกัน ลง มือ ไซนโปรโต กอล จัด ให้ มี ผู้ ครอง ประเทศ รูมีเลีย ฝ่าย ตะวัน ออก ถึง ห้า ปี ฯะ
๏ กำปั่น รบ ซกวาดรัน พวก รุเซีย กลับ มา ถึง อ่าว ซุดา ฯะ
๏ เมือง อะเธนซะ วัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สี่ ค่ำ พวก ราชทูต ประเทศ ใหญ่ เข้า กัน มี หมาย ไป ถึง คอเวอน แมนต์ ครีก แจ้ง ความ ว่า ได้ ลง มือ ไซน ข้อ โปรตุกยล เตือน พวก ครีค แขง แรง ให้ เลิก ท่า ขู ท่า รบ นั้น เถิด
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน ห้า ขึ้น หก ค่ำ นั้น ณะ เว ลา ค่ำ วัน ประหัศบดี นั้น มิศเตอร แคลดซโตน ได้ นำ สำเนา ความ จะ ให้ มี ไอริช ปาเลี่ยแมนต์ นั่ง ใน เมือง ดับลิ่น ให้ พวก นั้น มี กำลัง จัด เก็บ เงิน แตกซิซ อัน เรียก ได้ แต่ ทุก ตัว คน แล ทรัพย แล ได้ ของ เข้า แล ไม่ ต้อง ใช้ ผู้ แทน ไป ถึง ที่ เวศมินซเตอร ฯะ
๏ ปาเลี่ยแมนต์ อิมบีรี่อัล นั้น ยัง จะ เก็บ แล ใช้ ค่า ธรรมเนียม ค่า ของ ที่ เกิด ที่ ใช้ ใน เมือง นั้น เอง แล ค่า สำหรับ พวก กันซแตเบล ฯะ
๏ ประเทศ ไอเออรแลนด์ ต้อง เสีย หนึ่ง ใน สิบห้า ใน ของ สำหรับ การ อิมบีรี่อัล นั้น มิศเตอร ปา นอลล์ แสดง การ เหน ชอบ ใน ข้อ เหล่า นี้ ด้วย ฯะ
| แต่ วัน อังคาร เดือน ห้า ขึ้น ๑๐ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ๕ แรม ๒ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดั่ง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เส่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เส่า ก ส ค แทน กำปั่น เส่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กปิตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| ชงเบ้ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | โยนซ | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| อันดรีอัช | ก ๒ ส ค เยอรแมน | ๔๒๕ | โพลเกอร | ลิ่น ฮก โบ๋ | ซัวเถา | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| เฮกากิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | เร | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงคโปร | ขึ้น ๑๓ ค่ำ |
| ดานุบ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๗๗ | วาลตอน | วินดซอ โรซ แอน โก | ซัวเถา | ขึ้น ๑๓ ค่ำ |
| พระจุลจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๓๑ | ไลตะวุด | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๘ | ไฮดะ | จีน | สิงคโปร | แรม ๑ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๔๑๓ | โมลเซน | มากวาลด์ แอน โก | สิงคโปร | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๖๗ | ดุลลอก | บอนิโอ กำปะนี่ | สิงคโปร | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| มะดุซะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๘ | เลารี่ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงคโปร | ขึ้น ๑๔ ค่ำ |
| ชงเบ้ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | โยนซ | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| เฮกากิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | เร | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงคโปร | แรม ๒ ค่ำ |
| ดานุบ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๗๗ | วาลตอน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกง | แรม ๒ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า ชงเบ้ง บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๘๐ คน ๏ อันดรีอัช มี แต่ อับเฉา ๏ เฮกากิ | ||||||
| เดิน สาน แกบิน กรมหมื่น นเรศวรฤทธิ์ พระองค์ เจ้า สวัสดิโสภณ แล พระองค์ ปฤษฎางค์ แล คน ดาษฟ้า ๑๒ คน ฯะ | ||||||
| ๏ ดานุบ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๗ คน ๏ พระจุลจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาน | ||||||
| แกบิน คน หนึ่ง ดาษ ฟ้า ๒๒๖ คน ๏ บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาน แกบิน คน หนึ่ง ดาษฟ้า ๒๙ คน ฯะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก แมกอะลิศเตอร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ มะดุซะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ ชงเบ้ง บันทุก สินค้า | ||||||
| ต่าง ๆ ๏ ดานุบ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ฯะ | ||||||
ใน ศาล กงซุล เยนิรัล อังกฤษ
บุศ โจท ส์มิท จำเลย
จำเลย แพ้ ต้อง เสี่ย เงิน พัน บาท ทั้ง ค่า ศาล
ปั้นกาว โจท ส์มิท จำเลย
จำเลย แพ้ ต้อง เสี่ย เงิน ห้า ร้อย บาท ทั้ง ค่า ศาล อี แอม ซะตาว ซี แอม ยี่ ราชทูต ซอง สมเด็จ พระบรม นาง กวิ๋น เปน ตระลาการ นั่ง ศาล ชำระ ความ ท่าน แสดง ความ ปราถนา เปน ความ จริง จะ ป้อง กัน ทุก คน แล ตัด สิน ให้ เปน ยุติธรรม แก่ คู่ ความ ทั้งสอง เรื่อง ทั้งสอง ฝ่าย นั้น ด้วย ๚ะ
๏ หมอ ส์มิท จำเลย ที่ แพ้ นั้น ขอ แสดง ความ เสี่ย ดาย เปน อัน มาก แก่ ทุก ท่าน ที่ ถือ ว่า ได้ ถูก นินทา เพราะ จำเลย ได้ ลง พิมพ์ หนังสือ ของ ผู้ ซึ่ง ได้ ลง ชื่อ ปลอม ว่า ปาไตอัล อินไควเรอร เขียน มา ณวัน พุฒ เดือน สาม แรม หก ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก จำเลย นั้น หา ได้ รู้ ว่า ผู้ แต่ง หนังสือ นั้น ได้ หมาย เลง เอา ใคร จำเลย นั้น จึ่ง ขอ อะไภย โทษ เพราะ ความ ร้าย ซึ่ง เกิด ขึ้น ซึ่ง จำเลย นั้น จะ คิด แกล้ง ทำ ร้าย แก่ ท่าน ซึ่ง เคย นับถือ ว่า เปน คน ชอบ กัน เปน อัน หลง ผิด ไป คง ไม่ คิด ไป ได้ ใน ทาง นั้น ถ้า จำเลย ได้ รู้ ว่า ท่าน ได้ ถูก นินทา เสี่ย เมื่อ ก่อน ฟ้อง หา ดู ถูก ดู หมิ่น คง ได้ ขอ อะไภย โทษ ใน ทัน ใด นั้น เอง ซะมูเอล เย ส์มิท เจ้า ของ หนังสือ จดหมาย เหตุ อังกฤษ คือ สยาม วิกถี่ แอดเวอรไตเซอร ขอ อะไภย โทษ ด้วย ฯะ
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอี่ยด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ๚ะ
๏ กำปั่น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชร์บุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤา วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ
คน เดิน สาน ดาษฟ้า คน ละ บาท
๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤา กัปตัน กำปั่น นั้น ๚ะ
๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั่น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ๚ะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( จ ห ) ๚ะ
๏ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สี่ลม ที่ ตึก คุณ เวต เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ได อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤา จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เบ็ด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอส์ปิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ
๏ จะ ปลก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา สอง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอียด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ผูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด