เดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำ, ๑๒๔๘
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๓๗ วัน พุฒ เดือน หก ขึ้น ๓ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘

พระบรมรา โชวาท

๏ ใน พระบาท สมเดจ พระจอมเกล้า เจ้า อยู่ หัว ซึ่ง ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ พระ ราชทาน ไว้ ใน ประ กาศ สงกรานต์ ปี มโรง สัมฤทธิศก ศักราช ๑๒๓๐ ๚ะ

๏ เมื่อ วัน คืน เดือน ปี ล่วง ๆ ไป ดัง นี้ อายุศม์ ของ มนุศย ทั้งปวง ใน โลกย ครั้ง นี้ ประมาณ แปดสิบ ปี แล ต่ำ ลง มา กว่า นั้น ก็ หมด ไป สิ้น ไป ใกล้ ต่อ เวลา ที่ จะ ถึง แก่ ความ ตาย เข้า ไป ทุก วัน ๆ สั้น เข้า ไป ทุก เวลา ความ ตาย ไม่ เลือก น่า ว่า ผู้ ใด เปน คน จน คน มี ผู้ ดี แล ไพร่ ชาว บ้าน ชาว วัด ไม่ ล่วง พ้น จาก ความ ตาย ได้ เลย ก็ แล สัตว ทั้งปวง มนุศย ทั้งปวง ย่อม รัก ชีวิตร หมด ด้วย กัน กลัว ตาย ไม่ อยาก ตาย เปน ธรรมดา ถึง กระนั้น ไม่ ล่วง ความ ตาย ไป ได้ ความ ปราถนา ชีวิตร ของ มนุศย ทั้งปวง ของ สัตว ทั้งปวง น้อย นัก น้อย หนา มี แต่ หมด ไป สั้น ไป เหมือน หนึ่ง น้ำ ใน แม่ น้ำ ใน คราว ระดู แล้ง มี แต่ แห้ง ไป หมด ไป ถ่าย เดียว ก็ อายุศม์ ของ มนุศย ทั้งหลาย สัตว ทั้งหลาย น้อย นัก ควร ที่ เปน คน ดี มี ปัญญา จะ พึ่ง เบื่อ หน่าย เกลียด ชัง แล้ว รีบ เร่ง ประพฤติ การ ชอบ ที่ เปน ที่ ตั้ง ศุข ประโยชน แก่ กัน โดย เปน การ เร็ว การ ด่วน เหมือน คน ที่ ศีศะ เพลิง ไหม้ รีบ ร้อน หา น้ำ เครื่อง เย็น ดับ เพลิง ฉนั้น การ ประพฤติ ชอบ ดี เปน คุณ เปน ประโยชน แก่ กัน ซึ่ง สำเร็จ เปน ที่ พึ่ง พำนักนิ์ ของ สัตว ทั้งปวง ที่ นักปราช เปน อัน มาก เหน ว่า ชอบ ดี พร้อม กัน นั้น คือ ความ เมตา กรุณา แล สงเคราะห อนุเคราะห เผื่อ แผ่ ความ ศุข ให้ แก่ กัน ทั้ง ใน มนุศย แล หมู่ สัตว แล ตั้ง ตน ไว้ ให้ เตม พร้อม ด้วย ความ ดี ความ ชอบ ๑๐ อย่าง คือ ไม่ ฆ่า สัตว เปน ให้ ตาย ไม่ ลัก ฉ้อ ทรัพย ของ ผู้ อื่น ไม่ ประพฤติ ผิด ใน ที่ ๆ ไม่ ควร ล่วง เปน ผู้ ถือ สัจ ไม่ กล่าว เท็จ พ่อ ลวง ให้ ผู้ อื่น หลง ไม่ พูด ยุยง ส่อ เสียด ให้ ผู้ อื่น แตก ร้าว กัน ไม่ พูด คำ หยาบ ให้ เจบ ร้อน ใจ ผู้ อื่น ไม่ พูด เพ้อ เจ้อ เปล่า จาก ประ โยชน ไม่ มุ่ง หมาย อยาก ได้ ทรัพย ของ ผู้ อื่น ด้วย ความ มัก ได้ ไม่ มี ผูก ใจ เจบ จน ถึง แช่ง ให้ ผู้ นั้น ตาย ย่อม ตฤก ตรอง ด้วย ปัญญา ที่ ชอบ ไม่ ถือ มั่น ตาม ความ ที่ เหน ผิด ทาง ที่ ทาง ชั่ว การ ประพฤติ ชอบ ดี ๑๐ อย่าง ดัง กล่าว มา นี้ เปน ความ ดี ความ ชอบ มี สำหรับ โลกย ตั้ง อยู่ เสมอ จะ มี ผู้ ถือ ก็ ดี ไม่ มี ใคร ถือ ก็ ดี คง มี อยู่ อย่าง นั้น ไม่ แปร ผัน ยัก เยื้อง ไป เลย เปน อัน ขาด แล การ ฆ่า สัตว นั้น ว่า ตาม พระ บัญญัติ ใน พระ พุทธสาศนา เปน อย่าง อุกฤษฐ ก็ ปรับ โทษ หนัก โทษ เบา ตาม ที่ เปน มนุศย เปน สัตว ดิรัจฉาน แล ห้าม มิ ให้ ตัด ฟัน ต้น ไม้ กอ หญ้า มิ ให้ ขุด ให้ เผา ทำ แผ่นดิน ให้ กำเริบ อนุโลม ตาม ลัทธิ คน บาง จำพวก ใช้ ถือ กัน ใน ที่ บาง แห่ง ว่า เปน บาป เพราะ ถือ ว่า ต้น ไม้ กอ หญ้า แล แผ่นดิน มี ชีวิตร รู้ เปน รู้ ตาย เหมือน กัน บาง พวก ถือ ว่า ฆ่า มนุศย มี ชาติ เสมอ กับ ตน รู้ จัก สุข รู้ จัก ทุกข เหล่า เดียว จึ่ง เปน บาป ฆ่า สัตว อื่น นอก นั้น ไม่ บาป ลัทธิ คน สอง พวก นี้ ไม่ ต้อง กัน แก่ง แย่ง กัน อยู่ ดัง นี้ นักปราช ผู้ มี ปัญญา เปน อัน มาก ใคร่ ครวญ เทียบ เคียง ด เหน ว่า สัตว มี ชีวิตร ใคร ฆ่า เปน บาป สิ้น แต่ ว่า ฆ่า สัตว มี คุณ มาก บาป มาก มี คุณ น้อย บาป น้อย ต้อง ฆ่า ด้วย การ ขวน ขวาย จัด หา เตรียม การ มาก ก็ บาป มาก น้อย ก็ บาป น้อย โดย สมควร ๚ะ

๏ ใน การ เจือ เอา สิ่ง ของ ที่ เจ้า ของ หวง แหน ไม่ ยอม ให้ นั้น เมื่อ ว่า ตาม บัญญัติ ใน พระ พุทธ สาศนา ก็ ปรับ โทษ หนัก โทษ เบา ตามสิ่ง ของๆ มนุศย ที่ มี ราคา มาก น้อย ตาม ควร แต่ ฝ่าย ใน ของ สัตว ชาต อื่น จาก มนุศย ไม่ ว่า ไว้ แต่ เมื่อ ว่า ด้วย การ ที่ ควร ประพฤติ ทั่ว ใน โลกย์ ผู้ มี ปัญญา ใคร่ ครวญ ดู ก็ เหน ว่า ของ ที่ มี เจ้า ของ หวง แหน แล้ว จะ มาก จะ น้อย ก็ ดี ก็ คง เปน บาป สิ้น เพราะ เจ้า ของ เขา ไม่ ยอม ให้ เพราะ ฉนั้น การ ที่ เว้น จาก เจ้า ของ หวง แหน เปน ทาง แห่ง ความ ดี ความ งาม ใน โลกย์ แท้ ผู้ มี ปัญญา เหน พร้อม กัน เหน ว่า เปน กุศล ก็ การ ประ พฤติ ผิด ใน ที่ ๆ ไม่ ควร ล่วง เล่า เมื่อ พิเคราะห์ ดู เจ้า ผัว ไม่ อยาก จะ ให้ หญิง ผู้ เปน เมีย ไป รัก ใคร่ ปะ ปน กับ ชาย อื่น หญิง ผู้ ภรรยา เล่า ภอ ใจ จะ ให้ ผัว ร่วม รัก อยู่ แต่ กับ ตน บิดา มารดา ญาติ พี่ น้อง ฝ่าย หญิง ก็ ไม่ อยาก จะ ให้ หญิง บุตร แล ผู้ ที่ เปน ญาติ พี่ น้อง ไป คบ หา กับ ชาย อื่น นอก จาก ชาย ผู้ เจ้า ของ ฤๅ ใน การ กำหนด ตาม ที่ ตั้ง ไว้ ใน บาง ประเทศ เมื่อ ชาย มา ประพฤติ คง ที่ อยู่ ตาม ประสงค์ ดั่ง ว่า มา นั้น ก็ เปน อัน ผูก พันธ์ รักษา จิตร ผัว เมีย บิดา มารดา ญาติ พี่ นัอง ไว้ ไม่ ให้ กำเริบ ร้าว ราน เกิด เฉลาะ วิวาท ได้ พรัก พร้อม เปน ศุข ใน การ นั้น ๆ เมื่อ มา ละ เมิด จาก ที่ ว่า มา นั้น ก็ เปน เหตุ ให้ กำเริบ จิตร ร้าว ราน เกิด เฉลาะ วิวาท วุ่น วาย ไม่ พรัก พร้อม ใน กิจ การ จึ่ง เหน ว่า การ ประพฤติ ผิด ใน ที่ ไม่ ควร ล่วง เปน บาป การ งด เว้น จาก ประพฤติ ผิด ดั่ง ว่า มา นั้น เสีย ได้ เปน ความ ดี ความ ชอบ ใน โลกย์ ฯ การ เจรจา คำ เท็จ เล่า เมื่อ ว่า ตาม บัญญัติ ใน พระพุทธ สาศนา ก็ ปรับ โทษ หนัก โทษ เบา ตาม ความ ล่วง การ ผิด พุทธ บัญญัติ ถึง นักปราช ก็ เหน ต้อง กัน ว่า เปน บาป แท้ เพราะ พ่อ ลวง ให้ ผู้ ฟัง ทราบ ความ ผิด ไป สำคัญ ผิด ไป แต่ ความ จริง พูด คำ ส่อ เสียด พูด คำ หยาบ คาย พูด คำ เพ้อ เจ้อ ทั้ง ๓ นี้ เพราะ มี โทษ ทำ ผู้ พร้อม เพรียง ให้ แตก ร้าว ให้ ผู้ ฟัง เกิด ความ เจบ ช้ำ ใจ ด้วย เรื่อง ที่ ไม่ ก่อ ประโยชน ทำ ให้ ผู้ ฟัง เสื่อม การ งาน เสีย ประโยชนา ที่ จะ ได้ ทำ นักปราช จึ่ง เหน พร้อม กัน ว่า เปน บาป ความ โลภ อยาก ได้ ของ ผู้ อื่น มัก คิด จะ เอา เปน ของ ตน เสีย ถ่าย เดียว ไม่ ดี ขอ แล ซื้อ หา แล แลก เปลี่ยน ตาม ควร ความ ประทุศร้าย ผูก ใจ เจบ ตำริห แช่ง สัตว นั้น ๆ มนุศย นั้น ๆ ซึ่ง ตน ไม่ ชอบ ใจ คิด จะ ให้ ขาด สูญ จะ มิ ให้ อยู่ ได้ แล ความ เหน ผิด จาก ต้น เหตุ ของ บุญ ของ บาป เหน ส่วน ผิด ว่า เปน ชอบ เหน ส่วน ชอบ ว่า เปน ผิด ความ เหน ว่า ทาง ความ ดี ทั้ง ๙ ไม่ เปน ความ ดี ทาง ความ ชั่ว ทั้ง ๙ ไม่ เปน ความ ผิด จึ่ง ให้ เกิด ความ อยาก ได้ ก็ ความ ประทุศ ร้าย แรง กล้า จน ล่วง ฆ่า สัตว ลัก ทรัพย ประ พฤติ ผิด ใน ที่ ๆ ไม่ ควร ล่วง พูด เท็จ ส่อ เสียด หยาบ คาย เพ้อ เจ้อ มาก มูล จน เสื่อม สูญ จาก ทาง ชอบ ทาง ผิด ทุก ประการ เพราะ ฉนั้น นักปราช ผู้ มี ปัญญา ได้ ทราบ ความ ชอบ ความ ผิด ดั่ง ว่า นี้ ว่า เปน เหตุ แห่ง ทาง ที่ ไป ดี ไป ชั่ว แล้ว จง ประพฤติ ให้ ดำรง อยู่ ใน ความ ดี ความ ชอบ ละ เว้น ความ ผิด หา ความ ชอบ อัน เปน ทาง จะ ให้ ทิ้ง ที่ ชั่ว ให้ ห่าง ไกล ด้วย ความ ไม่ เลินเล่อ ใน ที่ ทุก แห่ง ใน การ ที่ จะ พึ่ง ทำ ทุก ประการ นั้น เทอญ ๚ะ

๏ อนึ่ง การ แสวง หา ถือ สาศนา ซึ่ง จะ เปน ที่ พึ่ง ของ ตน ใน ชาติ นี้ ก็ เปน การ ดี สมควร เปน ที่ ยิ่ง แล้ว ควร ที่ ท่าน ทั้งปวง ทุก ๆ คน จะ ตฤก ตรอง ใคร่ ครวญ ด้วย ปัญญา ตน เอง เมื่อ เหน คุณ ประจักษ ว่า เปน สาศนา ใด ใน หมู่ ใด พวก ใด จะ เปน ที่ พึ่ง ได้ ควร ปัญญา แล้ว ก็ จง ถือ แล ปฏิบัติ ตาม สาศนา นั้น โดย น้ำ ใจ ตน เอง อย่า ถือ ด้วย การ ตื่น การ เกณฑ์ แล การ เล่า ฦๅ แล ว่า ธรรมเนียม เคย ถือ สืบ ๆ มา ฤๅ ว่า การ ที่ ไม่ เหน มา ว่า ขู่ ให้ กลัว ให้ ดี ใจ ก็ อย่า มี ความ พิศวง ต่อ เหตุ ต่าง ๆ แล้ว ถือ ตาม ทำ ตาม เมื่อ ได้ ที่ พึ่ง ที่ นับถือ อัน งาม ดี ควร แล้ว จะ ประกอบ ความ เลื่อม ใสย ให้ มาก จึ่ง ปฏิบัติ ตาม ก็ จะ มี ความ เจริญ ดี แก่ ตน ทุก คน ๆ นั้น แล ๚ะ


๏ คำ สรรเสิญ ของ ไพร่ ๚ะ

๏ ข้าพเจ้า ผู้ เปน ไพร่ ขอ แสดง ความ มา ยัง ท่าน ครู สมิท ขอ ท่าน เอา คำ ของ ข้าพเจ้า ลง ใน จด หมาย เหตุ ของ ท่าน บ้าง ให้ บันดา ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ ผู้ มี บันดา ศักดิ์ สกูล ทราบ ทั่ว กัน ด้วย ข้าพเจ้า ได้ อ่าน ใน จด หมาย เหตุ ของ ท่าน เหน มา มาก ๆ แล้ว ข้าพเจ้า เหน ว่า มี หลาย คน พูดจา เลอะ เทอะเพราะอวด ตัวว่ามี ปัญญา ไป ต่าง ๆ พูดจา ติเตียน คอเวอนแมน สยาม ว่า จัด การ ไม่ ดี ต่าง ๆ ทำ ให้ ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่นดิน แล ราษฎร ได้ ความ เดือด ร้อน ต่าง ๆ ความ ที่ คน เอา มา ติเตียน ดั่ง นี้ ข้าพเจ้า เหน ว่า คน ชนิด นี้ เปน คน หา ปัญญา มิ ได้ เปรียบ เหมือน หนึ่ง เปน ของ ต่ำ ไม่ มี ความ รู้ อะไร นักหนา เอา กิจ การ บ้าน เมือง ของ ตัว ของ เจ้า แผ่นดิน มา แกล้ง ประจาน เปล่า ๆ ทำไม กับ ความ เบ็ตเตล็ด เล็ก น้อย ที่ ไม่ ถึง แก่ อันตราย ถึง แก่ ชี วิตร เอา มา พูด เพ้อ ไป ส่วน พระเจ้า แผ่นดิน ซึ่ง ได้ ทรง พระ มหา กรุณา มี ความ เมตา แก่ ไพร่ พล เมือง ที่ อด อยาก น้ำ จืด ต้อง กิน น้ำ เค็ม จน ถึง แก่ ชีวิตร เปน อัน มาก ท่าน ได้ ทรง ทราบ ใน พระ ไทย มี ความ เจบ ร้อน แก่ ไพร่ ฟ้า ค่า แผ่นดิน จน ได้ มี รับ สั่ง ให้ เจ้า พนักงาน จัด เรือ กล ไฟ ไป ลาก เรือ น้ำ มา เที่ยว แจก จ่าย ให้ ราษฎร ได้ รับ ประ ทาน จน ถึง รอด ชีวิตร ทำไม ข้อ นี้ อ้าย คน ตัว ดี จึ่ง ไม่ เอา มา ลง จด หมาย เหตุ สรรเสิญ ชอบ พระ เดช พระ คุณ พระเจ้า อยู่ หัว บ้าง มัน เอา หัว ไป มุด ที่ ไหน มด มัน นึก ว่า กู อิ่ม แล้ว ก็ แล้ว ไป ข้าพเจ้า ผู้ เปน ไพร่ ดอก หา ได้ รับ ประ ทาน เบี้ย วัด ไม่ แต่ มี ความ กตัญญู เพราะ ได้ พึ่ง อยู่ ใน อำนาจ พระ บารมี ท่าน เหน ว่า การ พระ ราช ทาน น้ำ จืด นั้น เปน การ สำคัญ ที่ เดียว จึ่ง ข้าพเจ้า ขอ ยก มือ ถวาย บังคม ขอ ขอบ พระ เดช พระ คุณ ท่าน เปน ที่ ยิ่ง ด้วย ได้ รับ ประทาน น้ำ จืด มา ขอ ให้ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระ ชนม ยืน ยาว อยู่ มาก กว่า ร้อย พรรษา ขอ ให้ แคล้ว คลาศ จาก อันตราย ทั้ง ปวง จะ ได้ เปน ที่ พึ่ง แก่ ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่นดิน ตลอด ไป เถิด ๚ะ


หัว เมือง ฝ่าย ทเล ข้าง ตวัน ตก

๏ ข่าว ลือ กัน ว่า มี รับ สั่ง ให้ กัปตัน ลอฟตัส เอา แบบ แผน ที่ ร่าง ไว้ จะ เปิด ค้า ขาย ให้ มาก ทวี ขึ้น คล่อง เข้า ด้วย ใน หัว เมือง เหล่า นั้น เข้า ไป ถวาย ด้วย ๚ะ


กัปตัน ลอฟตัส

๏ ได้ ทรง พระ กรุณา โปรด ตั้ง ให้ มี ตำแหน่ง ขึ้น ใน ราช การ ใน สัญญา บัตร ว่า ดัง นี้ ๚ะ

๏ ให้ มิศเตอ เอ เย ลอฟตัส เปน พระ นิเทศ ชลธี เจ้า กรม เซอรเว ทาง น้ำ อยู่ ใน กรม ท่า กลาง ถือ ศักดิ นา ๔๐๐ ทำ ราช การ ตาม ตำแหน่ง ตั้ง แต่ บัด นี้ ไป จง เว้น การ ควร เว้น หมั่น ประพฤติ การ ควร ประพฤติ สม ควร แก่ ตำแหน่ง ทุก ประการ ตาม อย่าง ขำเนียม ข้า ราช การ ทั้งปวง ขอ ให้ มี ศุข สวัสดิ์ เจริญ เทอญ ๚ะ ตั้ง แต่ ณวัน อังคาร เดือนห้า แรม สอง ค่ำ ปี จอ อัฐ ศก ศัก ราช ๑๒๔๘ ณวัน ที่ ๒๓๗๐ ใน ราช การ ปัตยุบัน นี้ ๚ะ เช่น พระ นาม ว่า สมเด็จ พระ ประมินทร มหา จุลา ลง กรณ์ ป ร ส ๚ะ


ทาง เหลก สำหรับ กรุง เทพ ฯ

๏ มี ข่าว เลื่อง ลือ ว่า กัปตัน ลอฟตัส แล กัปตัน ริจลู เปน ฝรั่ง สอง คน ที่ รับ ทำ ราช การ สนอง พระ เดช พระ คุณ ได้ ทูล ขอ ให้ อนุญาต ทำ ทาง เหล็ก ใน กรุง เทพ ฯ แล ลือ กัน ว่า มี พระ บรม ราชานุญาต ยอม ให้ ท่าน ทั้ง สอง เปน เจ้า พนักงาน จัด ทำ ทาง เหล็ก นั้น หนังสือ สัญญา อนุญาต ให้ ทำ นั้น ทำ เปน ภาษา อังกฤษ เสร็จ แล้ว ครั้น แปล เปน ภาษา สยาม แล้ว จึ่ง จะ ลง มือ ไซน ให้ การ อนุญาต เปน อัน เสร็จ แล้ว แก่ กัน ๚ะ



ประกาศ

๏ สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยาเธอ เจ้า ฟ้า จาตุรนต์ รัศมี กรม พระ จักรพรรดิ พงษ ขอ ประกาศ แก่ อำเภอ กำนัน นาย บ้าน นาย ห้าง นาย ร้าน ต่าง ๆ แต่ บันดา ที่ อยู่ ตาม แถว ริม น้ำ ทั้งสอง ฟาก ฝั่ง แม่ น้ำ เจ้า พระยา ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า เมื่อ ท่าน ทั้งหลาย ได้ พบ ปะ ความ กันดาน ขัด สน ด้วย เปน เวลา น้ำ เค็ม จะ หา น้ำ จืด กิน ได้ โดย ความ ลำบาก ดัง นี้ ได้ อาไศรย พระมหา กรุณา อัน ใหญ่ ของ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระเมตา ปรานี ทั่ว ไป แก่ พระบรม วงษานุวงษ แล ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย สมณชี พราหมณ์ อณา ประชา ราษฎร และ ชาว ต่าง ประเทศ เพื่อ จะ ทรง อนุ เคราะห์ ให้ ได้ ความ ศุข สำราญ ปราศจาก ความ ยาก ลำบาก แล ความ กันดาน จึง ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ จ้าง เรือ ราษฎร ขึ้น ไป บันทุก น้ำ ลง มา จำหน่าย ก็ เรือ บันทุก น้ำ เหล่า นั้น ได้ มี คน อยู่ ใน ลำ เรือ แต่ เพียง ๒ คน บ้าง ๓ คน บ้าง ๔ คน บ้าง เมื่อ เวลา ที่ เข้า จอด ตาม ที่ ซึ่ง เปลี่ยว คือ จอด ที่ วัด ฤา ที่ บ้าน ซึ่ง ตั้ง อยู่ ปาก คลอง แล ปลาย คลอง ที่ มี บ้าน แล คน น้อย แต่ เปน หนทาง ขี่ คน เดิน ไป มา มาก ภอ จะ เดิน ทั่ว ถึง กัน ได้ ใน เวลา ที่ มี คน ไป มา อยู่ ก็ จะ ดี อยู่ ถ้า เปน เวลา กลาง คืน ฤา เวลา ดึก เปน เวลา เปลี่ยว บาง ที จะ มี โจร ผู้ ร้าย เข้า ทุบ ตี แย่ง ชิง เอา เรือ แพ ก็ จะ เปน ข้อ ได้ ความ ลำบาก แก่ พวก เรือ ที่ บันทุก น้ำ ดู ไม่ ภอ สมควร ราคา กัน เลย กับ ที่ จะ เสีย เรือ ไป เพราะ ฉนั้น จึง เปน การ จำ เปน ที่ จะ อยู่ ใน การ ป้อง กัน แล เปน ธุระ ของ เจ้า พนักงาน ผู้ จัด การ แล ควร จะ ต้อง เปน ธุระ ของ ท่าน ทั้งปวง ซึ่ง ได้ รับ ความ มหากรุณา อัน ใหญ่ ของ พระบาท สม เด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ต้อง ช่วย อนุเคราะห์ ป้อง กัน อัน ตราย แก่ พวก เรือ ที่ รับ ราชการ ฉลอง พระเดช พระคุณ ใน การ ส่ง น้ำ เพราะ ฉนั้น จึง ขอ ประกาศ ว่า ถ้า เรือ น้ำ จะ จอด ที่ ได ตำบล ได น่า บ้าน ของ ผู้ ได ต้อง ขอ ให้ นาย บ้าน ตำบล ซึ่ง เรือ จะ จอด นั้น ช่วย เปน ธุระ ดู แล ป้อง กัน ไภย อันตราย ด้วย ถ้า มี โจร เข้า มา รบ กวน พวก เรือ น้ำ เมื่อ สมควร จะ ช่วย จับ ตัว มา ส่ง ได้ ก็ ขอ ให้ ช่วย จง เตม กำลัง ถ้า จะ จับ มิ ได้ ก็ ขอ ให้ รู้ ชื่อ คน ตำบล บ้าน ภอ เปน เลา ที่ จะ ได้ สืบ เสาะ ติด ตาม เอา ตัว ผู้ ร้าย ให้ จง ได้ ถ้า ท่าน ทั้งปวง ได้ ช่วย สมเคราะห์ โดย เตม กำลัง ได้ ดัง นี้ แล้ว ข้าพเจ้า จะ มี ความ ชอบ ใจ เปน อัน มาก ๚ะ

๏ ประกาศ มา ณวัน ศุกร เดือน ห้า แรม สิบสอง ค่ำ ปี จอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ ๚ะ



๏ ประกาศ ๚ะ

๏ พระยา นนทบุรี ศรีเกษตราราม ผู้ ว่า ราช การ เมือง นนทบุรี รับ ฯ สั่ง สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยาเธอ เจ้า ฟ้า จาตุรนต์ รัศมี กรม พระ จักร พรรดิพงษ โปรด เกล้า ฯ สั่ง ว่า ให้ ประกาศ แก่ ราษฎร บันดา ที่ ได้ มี เรือ มา รับ บันทุก น้ำ ที่ เมือง นนทบุรี ลง ไป ส่ง ถึง กรุง เทพ ฯ ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า การ ซึ่ง พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระ มหา กรุณา โปรด เกล้า ฯ อนุเคราะห์ แก่ ราษฎร ซึ่ง มี ความ ลำบาก ขัดสน ด้วย น้ำ ซึ่ง จะ รับ พระ ราชทาน จึ่ง ทรง พระมหา กรุณา โปรด ฯ ให้ ว่า จ้าง ราษฎร ที่ มี เรือ อัน สมควร จะ บันทุก น้ำ ได้ ให้ บันทุก น้ำ จืด ที่ เมือง นนทบุรี ไป จำหน่าย ที่ กรุง เทพ กับ แขวง เมือง นคร เขื่อน ขัน เมือง สมุท ปราการ แล ทรง บริจาก พระ ราชทรัพย์ ให้ เปน มูล ค่า แก่ เจ้า ของ เรือ ถ้า เรือ ใหญ่ ขนาด เรือ ฉลอม เรือ อิฐ เรือ ทราย พระ ราชทาน ให้ เที่ยว หนึ่ง เสมอ ราคา ลำละ ๒ บาท ถ้า เรือ กลาง ขนาด เรือ ต่อ เล็ก เรือ นางและ เที่ยว หนึ่ง เสมอ ราคา ลำ ละ ๖ สลึง ให้ เจ้า ของ เรือ บันดา ที่ ได้ บันทุก น้ำ ลง ไป จำหน่าย ตาม ระยะ ที่ วาง ไว้ หมด น้ำ แล้ว ให้ คอย พ่วง เรือ กลไฟ ซึ่ง จะ จุง ขึ้น มา แวะ ที่ แพ พระยา นนทบุรี แล้ว ให้ รับ ตั๋ว ราคา เงิน ที่ พระยา นนทบุรี ไว้ สำหรับ ลำ เพื่อ จะ ได้ สังเกต กำหนด เที่ยว ว่า เรือ ลำ นั้น เดิน ได้ เท่า นั้น เที่ยว ตาม ที่ ได้ กำหนด ราคา ไว้ ข้าง ต้น นั้น ถ้า เจ้า ของ เรือ อยาก จะ ได้ เงิน สด ใน วัน เดียว นั้น ก็ ดี ฤา จะ รวบ รวม ตั๋ว ไว้ ได้ มาก แล้ว จึ่ง จะ ไป รับ ที หนึ่ง ก็ ตาม ถ้า จะ เอา ตั๋ว ไป ขึ้น เมื่อ ใด แล้ว ให้ ไป ขึ้น ที่ นาย นุ่ม จางวาง อยู่ ที่ พระราช วัง เดิม จะ ได้ จำหน่าย เงิน ให้ ตาม ปราถนา ๚ะ ประกาศ มา ณวัน อังคาร แรม เก้า ค่ำ เดือน ห้า ปีจอ อัฐศก ๑๒๔๘


๏ คำ ตอบ คำ ถาม ๚ะ

๏ มี คน ถาม ว่า พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ห้าม หา ให้ ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ข่ม เหง ช่อ ราษฎร ของ พระเจ้า อยู่ หัว ไม่ แต่ ยัง มี ผู้ ข่ม เหง ช่อ ราษฎร ของ พระเจ้า อยู่ หัว แล มิ หนำ ซ้ำ เก็บ เอา พระ ราช ทรัพย ของ หลวง มา ปิด บัง ไว้ ใช้ สอย สำหรับ ตน เรื่อง คน เช่น นี้ จะ เอา ลง สยาม ไสมย ได้ ฤา ไม่ ได้ ถ้า มี ผู้ รู้ เหน ว่า มี คน ได้ ทำ เช่น นี้ ผู้ ที่ รู้ แน่ นั้น ควร จะ เอา ความ นั้น ไป แสดง แก่ คน ลัก ถาน ใน แผ่นดิน บ้าน เมือง ฤา ถวาย ฎีกา ท่าน ผู้ เปน เจ้า พนักงาน จะ ได้ จัด การ ชำระ เรื่อง ความ เอา จริง แล เท็จ กัน ให้ แน่ นอน การ ฟ้อง หา กัน อย่าง นี้ ยัง เปน ที่ ส่ง กัน ได้ ลง จดหมาย เหตุ ไม่ ได้ ส่ง ได้ ถึง ศาล ถ้า ผู้ ที่ เขา ฟ้อง หา นั้น จะ สู้ ปติเสศ ว่า ไม่ จริง มา ฟ้อง หา ผู้ ฟ้อง นั้น ว่า หา ความ ไม่ จริง ใคร จะ ออก หน้า มา สู้ ถ้า เขา ชะนะ ผู้ ฟ้อง หา นั้น แพ้ ใคร จะ สู้ เสีย ทน โทษ ซึ่ง ตระลาการ ลูก ขุน จะ ชี้ โทษ ขาด ลง มา ตาม กฎหมาย แผ่นดิน บ้าน เมือง เล่า จด หมาย เหตุ หา ข่าว เรื่อง ต่าง ๆ มา ลง พิมพ์ อัน จะ เปน คุณ แก่ ท่าน ผู้ อ่าน จะ หา ประโยชน ให้ ท่าน ทั้ง ปวง มิ ได้ คิด ทำร้าย แก่ ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด เลย ฯะ


คลอง โอ่งอ่าง

๏ พระ บาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว มี พระ บรม ราช โอง การ โปรด เกล้า ฯ ให้ พระเจ้า น้อง ยา เธอ กรม หมื่น ภูธเรศ ธำรงค์ ศักดิ์ จัด การ ขุด คลอง โอ่ง อ่าง ซึ่ง เปน ลำ น้ำ ไหล เข้า มา ใน กำแพง เมือง นั้น ให้ ลึก ลง ไป อีก เพื่อ ประโยชน์ ให้ ราษฎร ไป มา ทาง เรือ ได้ โดย สดวก แล ให้ เปน การ รุ่ง เรือง แก่ บ้าน เมือง ฯะ


เรื่อง ประเทศ อินเดีย แล ไชนะ แล เมือง ยี่ปุ่น

๏ มี คน หนึ่ง ใน ฝรั่ง ได้ เที่ยว ใน สาม เมือง นี้ แล้ว พิมพ์ เรื่อง ว่า ด้วย ธรรมเนียม แล แผ่นดิน แล สิ่ง ต่าง ๆ ที่ ได้ เห็น ใน คราว ที่ ไป เยี่ยม เมือง ต่าง ๆ ทั้ง สาม เมือง นั้น ฉัน จะ อ่าน เรื่อง นี้ แล จับ ความ ที่ เห็น น่า ชอบ พวก ไทย จะ รู้ แล แปล สำหรับ สยาม ไสมัย ฝรั่ง นั้น จึง จับ เล่า เรื่อง ที่ เมือง บุมไบ ฯ จะ ไป จาก เมือง ไทย ถึง บุมไบ ต้อง ออก จาก อ่าว ไทย ไป ถึง สิงฆโปร แล้ว ข้าม มหา สมุท อินเดีย ถึง ทะเล อาหรับ ขึ้น ทะเล อาหรับ นี้ จึง ถึง เมือง บุมไบ ที่ อยู่ ใน อินเดีย ข้าง ตวัน ตก อินเดีย นั้น ที่ ขึ้น แก่ อังกฤษ แบ่ง เปน สาม ส่วน บุมไบ เปน ส่วน หนึ่ง มะแครศ ที่ อยู่ ใน อินเดีย เฉียง ใต้ แล ตวัน ออก เฉียง ใต้ แล เมือง เบงคอล ที่ เปน อินเดีย ตวัน ออก เฉียง เหนือ แล ข้าง เหนือ บุมไบ นั้น มี บ้าน เมือง ชื่อ บุมไบ เหมือน กัน บ้าน บุมไบ นั้น อยู่ ที่ เกาะ แบ่ง เปน สอง ส่วน ๆ หนึ่ง มี ป้อม ยาว ไมล์ หนึ่ง คือ ๔๐ เส้น อยู่ ริม อ่าว ที่ เรียก ว่า บุมไบ ข้าง นอก ป้อม นั้น มี คลอง รอบ นอก จาก นั้น อีก ที่ หนึ่ง เปน ที่ ราบ สนุกนี้ สนาน แล้ว พ้น นั้น ไป เปน บุมไบ ใหม่ บุมไบ โบราณ นั้น อยู่ ข้าง ใน ป้อม แล คน อยู่ ชิด ๆ กัน ไม่ ค่อย จะ สบาย ถนน ก็ แคบ มืด สก ปรก บ้าน ที่ ทำ ด้วย ไม้ มัก เกิด ไฟ ไหม้ ง่าย ๆ คราว เรว ๆ นี้ คน ใน บุมไบ ทวี มาก ขึ้น ป้อม แล คลอง ไม่ เปน ประโยชน์ น่า จะ ทำ ถาย เสีย ข้าง ท้าย เมือง มี ที่ ๆ แต่ ก่อน เปน เกาะ เดี๋ยว นี้ ติด กับ บุมไบ ด้วย ตะพาน มี เสา โคม ข้าง เหนือ ตวัน ตก มี ภูเขา ยาว แต่ ไม่ สู้ จะ สูง เปน ที่ ดู ทะเล สบาย เขา นี้ เต็ม ไป ด้วย สวน แล คน ค้า ขาย ทั้ง ฝรั่ง แล ชาว เมือง บุมไบ เปน เกาะ ไกล จาก อินเดีย สัก โยชน์ ครึ่ง กำปั่น ไฟ เดิน ทุก วัน ๆ แล รถ โบรนีย์ ไป ที่ พุนะ ได้ ที่ เปน เมือง หลวง แห่ง แคว้น มะแครส์ ไกล สัก ๗ โยชน์ ซึ่ง พวก อังกฤษ ได้ ไชย ชะนะ ฯ ข้าง เหนือ เกาะ มุมไบ เปน อีก เกาะ หนึ่ง ชื่อ ซาละเซศ ติด กัน กับ มุมไบ ด้วย ตะพาน สอง ตะพาน ฯ ปลาย นี้ พวก ที่ สร้าง ถนน สำหรับ รถ ไฟ หว่าง กลาง มุมไบ แล กาละกัตตา ได้ สร้าง มัน ขึ้น ๚ะ

๏ พวก อังกฤษ ใน เมือง อินเดีย นี้ มี ใจ อารี กว้าง ขวาง ไม มี ใคร สู้ ตลอด พิภพ เขา ว่า แต่ คน มา หา ที่ ไม่ รู้ จัก เคย แต่ เขา เอา หนังสือ มา จาก คน ที่ ไว้ ใจ ได้ ว่า เขา เปน กิริยา ดี เขา รับ เลี้ยง เต็ม ใจ ๚ะ

๏ พวก หนึ่ง ทิ อยู่ ใน มุมไบ เปน พวก ปาระซี เขา มัก เปน คน มี เงิน มาก ใน พวก เหล่า นี้ คน หนึ่ง อรรค มเหษี ของ อังกฤษ ได้ โปรด ให้ ตรา พวก ผู้ ดี พวก หนึ่ง เปน ต้น ใน การ ที่ ให้ กับ พวก อินเดีย เขา เปน คน มั่ง มี เงิน ถึง ๑๕๐๐๐๐๐ เหรียน แล ได้ แจก ให้ ทาน เปน บุญ ต่าง ๆ กว่า สอง ล้าน เขา ได้ สร้าง ที่ ฮอสปิตตัล ใหญ่ สำหรับ เลี้ยง รักษา คน เจ็บ ที่ ตะพาน ที่ ติด กับ มุมไบ แล ซาละเซศ แล้ว ทำ ท่อ สำหรับ แจก น้ำ ให้ ทั่ว กัน ที่ เมือง พุนะ มี ลูก คน หนึ่ง ก็ มั่ง มี แล มี กิริยา คล้าย กัน กับ บิดา ลูก อีก คน หนึ่ง เปน นักปราช ฯ รู้ จัก เลอียด ใน ภาษา เปอเซีย แล้ว ได้ แต่ง พิมพ์ หนังสือ เรื่อง ว่า ด้วย นักปราช ฯ โซโรอาศเตอร เปน ผู้ วิเศศ ของ พวก ปาระซี ๚ะ

๏ พวก ปาระซี นั้น มา อยู่ ที่ มาละบา สัก ๘๐๐ ปี มา แล้ว คราว ที่ ถูก ไล่ จาก เปอเซีย เขา เปน ลูก ศิษย์ ของ โซโรอาศเตอร เขา ถือ ว่า มี ส่อง สิ่ง คือ ดี แล ร้าย สู้ กัน ตลอด จักรวาฬ เขา ไหว้ พระ อาทิตย์ แทน พระเจ้า แล ไหว้ ไฟ ทุก อย่าง ไหว้ ทะเล วิหาร ของ เขา ไม่ มี รูบ มี แต่ ไฟ บริสุทธิ์ เขา มี วัน เวลา ที่ เขา ถือ ศีล แต่ ทะว่า เขา สวด ทุก เช้า พอ แดด ขึ้น ศพ เขา ไม่ ได้ ฝัง เขา เอา ไว้ ที่ มี กำแพง รอบ บน ภูเขา ศพ ของ คน จน ทิ้ง ให้ นก กิน ศพ คน ผู้ ดี นั้น มี ลวด กั้น เสีย ไม่ ให้ ถูก อัน ตราย แล ค่อย ๆ โทรม ที ละ น้อย ใน พวก นั้น ลูก เด็ก ๆ ก็ สัญญา เปน ผัว เมีย กัน แต่ อายุ สี่ ขวบ ห้า ขวบ แล ผู้ ใหญ่ ต้อง เลี้ยง เขา ไว้ จน อายุ พอ หา กิน อยู่ ด้วย กัน ตาม ลำพัง ได้ มัก กล่าว กัน ระ ดู หนาว แล เคย แห่ แล ร้อง เพลง ใน ถนน บ่อย ๆ บาง พวก ขี่ วอ ขี่ รถ มา ก่อน เต็ม ด้วย เด็ก ผู้ หญิง แล เด็ก ผู้ ชาย ลูก ของ ปาระซี นั้น เปน คน งาม ยิ่ง กว่า คน ทั้งปวง แต่ง ตัว แล้ว ไป ด้วย ผ้า เงิน ผ้า ทอง ประดับ มุกดา มรกฎ แล้ว พวก เพลง ก็ กระ ทำ เพลง สนุกนิ์ สนาน ด้วย เสียง อัน เพราะ ต่อ ไป กับ เพลง นั้น เปน ของ ใส่ สิน สอด มี เครื่อง ปีด ทำ ด้วย เงิน ที่ สุด ท้าย มี พวก ผู้ หญิง เปน อัน มาก แต่ง ตัว ด้วย ผ้า ห่ม มี สี เงิน แล ทอง เปน ต้น ๚ะ

๏ ที่ ข้าง นอก ป้อม นั้น ชาว บ้าน ชาว เมือง ปลูก เรือน อยู่ สูง ๆ สอง ชั้น บ้าง สาม ชั้น บ้าง มี ระ เบียง น่า บ้าน ดู มืด ๆ อยู่ ด้วย เสา ที่ จารึก ต่าง ๆ แล ลูก กรง ที่ ทำ ด้วย ไม้ ดำ ใน ระ หว่าง บ้าน นั้น ปลูก ต้น มะพร้าว สูง ๆ ไว้ ประดับ บ้าน แล ที่ บ้าน เจ้า เมือง นั้น ก็ งาม ประ ดับ ด้วย ต้น ไม้ แล ดอก ไม้ ต่าง ๆ แล ถนน ใน เมือง นั้น ก็ สอาด งาม เปน ที่ สุด ๚ะ


ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงฆโปร์
ณวัน จันทร เดือน ห้า แรม สิบเอ็ด ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๔ ชิลิง ๓ เปนซ

เงิน ไบ่รเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๓ เปนซ ๔ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๖ เหรียน ๑๐ เซนต

ข่าว โทรเลข นอก


การ กระชั้น ใน ตวัน ออก

๏ กรุง ลันดอน วัน พฤหัสบดี เดือน ห้า แรม สี่ ค่ำ ประ เทศ ใหญ่ ได้ เหน ชอบ ใน การ ซึ่ง คอเวินแมนต์ อังคริษ จะ มี คำ บังคับ ขาด เปน อัลไตมาตัม ให้ เลิก ให้ ปลด เครื่อง อาวุธ ใน แปด วัน ๚ะ


การ กระชั้น ใน ฝ่าย ตะวัน ออก

๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน อาทิตย เดือน ห้า แรม เจด ค่ำ ใน ปลาย ค่าย สุด ทั้งสอง ฝ่าย พวก คริค แล พวก เตอร กี ได้ ยิง ปืน แต่ มี คำ ว่า กัน ว่า เปน ที่ ไม่ เข้า ใจ กัน ทั้งสอง ฝ่าย แล ทั้งสอง ฝ่าย ได้ ขอ อาไภย กัน ๚ะ


โรค ลง ราก

๏ เมือง โรม วัน อาทิตย เดือน ห้า แรม เจด ค่ำ โรค นี้ มิ ได้ มาก ขึ้น ที่ เมือง บรินดิชิ ผู้ ที่ ตาย เพราะ โรค นั้น ก็ น้อย ตัว คน ๚ะ


ฆ่า พวก ฝรั่ง

๏ ไกโร วัน จันทร์ เดือน ห้า แรม แปด ค่ำ แขก อิ่มิร เจ้า เมือง ฮาราร์ ได้ ประหาร ชีวิตร์ พวก ฝรั่ง ทั้งสิ้น ที่ อาไศรย อยู่ ใน แว่น แคว้น นั้น ตาม เทล แดง ๚ะ


การ กระชั้น ฝ่าย ตวัน ออก

๏ เมือง กอนซแตน ไตโนเปล วัน อังคาร เดือน ห้า แรม เก้า ค่ำ พวก คริศ ยอม ทั่ว ว่า จะ ให้ ปลด เครื่อง อาวุธ แต่ ประเทศ ใหญ่ นั้น ยัง หา เต็ม ใจ ไม่ แล ขอ ให้ มี สัญญา แน่ นอน ให้ จง ได้ ๚ะ


แต่ วัน อังคาร เดือน ห้า แรม ๙ ค่ำ จน ถึงวัน อังคาร เดือน ๖ ขึ้น ๒ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดั่ง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เล่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เล่า ก ส ค แทน กำปั่น เล่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
แฮตติ แอน แบงซ์ซ ๒ ส ค อะเมริกัน๕๔๒แบงซ์มาวาฮองกองแรม ๙ ค่ำ
คิลซแลนด์ก ก ฟ อังกฤษ๑๐๕๘เดควิลวันลีฮองกองแรม ๑๑ ค่ำ
เฮกาดิก ก ฟ อังกฤษ๖๐๗เรวินดซอ โรซ แอน โกสิงคโปรแรม ๑๒ ค่ำ
มงกุฎก ก ฟ อังกฤษ๘๔๗ลอฟวินดซอ โรซ แอน โกฮองกองแรม ๑๒ ค่ำ
บอนีโอก ก ฟ อังกฤษ๓๔๗ไฮดบานหองสิงคโปรขึ้น ๒ ค่ำ
ปอลก ๒ ส ค เยอรแมน๗๔๔วังลีฮองกองขึ้น ๒ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๘๐ไวตวินดซอ โรซ แอน โกสิงคโปรแรม ๑๑ ค่ำ
แมกอะลิศเตอรก ก ฟ อังกฤษ๔๒๙ตุลลอดบอนิโอ กำปะนีสิงฆโปรแรม ๑๑ ค่ำ
พระจอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๑ชะตรัดตันวินดซอ โรซ แอน โกฮองกองแรม ๑๒ ค่ำ
มะดุซะก ก ฟ อังกฤษ๖๐๘เลารี่วินดซอ โรซ แอน โกสิงคโปรแรม ๑๓ ค่ำ
แฮตติ แอน แบงซ์ซ ๓ ส อะเมริกัน๕๔๒แบงซ์มาวาอิโลอิโลขึ้น ๒ ค่ำ
๏ กำปั่น ขา เข้า ๏ คิลซแลนด์ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน ส่าน ดาษฟ้า ๑๗ คน ๏ เฮกาดิ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ
แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป คน เดิน ส่าน ดาษฟ้า ๑๕ คน ๏ มงกุฎ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล เมือง จีน แล ยี่ปุ่น
คน เดิน ส่าน ดาษฟ้า ๒๓๕ คน ๏ บอนีโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ฯะ
๏ กำปั่น ขา ออก ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ แมกอะลิศเตอร บันทุก สินค้า ต่าง ๆ
เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๏ พระจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ยี่ปุ่น ๏ มะดุซะ บันทุก สินค้า
ต่าง ๆ เมล สิงคโปร แล ยุโรป ฯะ

เรือน แล ที่ House สำหรับ เช่า

๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤๅ ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤๅ ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤๅ จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤ ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ๚ะ



๏ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน ๚ะ

๏ กำปั่น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชร์บุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤๅ วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ


ค่า เดิน สาน
คน เดิน สาน ดาษฟ้า คน ละ บาท

๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤๅ กัปตัน กำปั่น นั้น ๚ะ

๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั่น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ฯะ

๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก ( จ ห ) ๚ะ



ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฦๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น


ถ้า ลง ตลอด เดือน

สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง


ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เชี่ยวแถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท



๏ แบงกอก ฮอสปิตแตล ๚ะ

๏ แจ้ง ความ ให้ ทาน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สีลม ที่ ตึก คุณ เวต เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบิด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤา จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ

๏ จะ เบิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอสปิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ซอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ

๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา สอง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ

๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอียด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ



ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังครึษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้กลาง โลกะ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๘๗ ถึง ๑๘๙๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ



๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ


ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด