
| เล่ม ๔ แผ่น ๓๙ วัน พุฒ เดือน หก แรม ๒ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ |
เบอมิงขำ เมือง แมนเชสเตอ เมือง ลิเวอปูล แล เมือง ซีฟิลก
๏ วัน พฤหัศบดี เดือน อ้าย แรม สอง ค่ำ เวลา เช้า ห้า โมง มิศเตอ เฟาล ให้ จัด รถ มา รับ พวก ราชทูต ไป เฝ้า กวีน ที่ ปาลิเมนต ที่ นั้น เปน ตึก ใหญ่ โต กว้าง ขวาง ก่อ ด้วย สินลา สูง ประมาณ สามสิบ วา เศษ มี ยอด แหลม สำหรับ ประ ชุม ขุนนาง ครั้น ไป ถึง แล้ว เจ้า พนักงาน จัด แจง ให้ นั่ง อยู่ ตาม ที่ อัน ควร จน เวลา บ่าย สอง โมง กวีน จึง เสด็จ มา เปน กระบวน แห่ อย่าง หลวง มี รถ เจ้า เทียม ม้า รถ ละ สาม คู่ ห้า รถ นำ มา ก่อน ถัด มา ถึง ทหาร แต่ง ตัว ใส่ เกราะ เงิน ขี่ ม้า ตะพาย ปืน สอง แถว แถว ละ ยี่ สิบ ห้า คน รวม สอง แถว ห้า สิบ คน ต่อ มา ทหาร ใส่ เกราะ เหล็ก ขี่ ม้า ถือ ดาบ สอง แถว หกสิบ คน ทหาร แต่ง ตัว อย่าง สกอดลันต ถือ หวาย เทด ซ่น เงิน สอง แถว หก สิบ คน ถือ กระบอง หุ้ม เงิน สอง แถว หก สิบ คน ถือ ขวาน ปลาย เปน กฤช สอง แถว สี่สิบ คน แล้ว ถึง รถ กวีน ทรง สลัก เปน ลวด ลาย ปิด ทอง เทียม ม้า สี่ คู่ บน หลังคา รถ ทำ เปน อย่าง ตรา สำหรับ เมือง บน ท้าย รถ มี ทหาร ชัด กระบี่ ยืน อยู่ สี่ คน ต่อ ไป หลัง รถ มี ม้า แต่ง เครื่อง ที่ พระ ราชทาน ออก ไป แต่ กรุง เทพ ฯ ม้า หนึ่ง แล้ว ทหาร แต่ง ตัว ใส่ เกราะ ตะพาย ปืน ถือ ดาบ ขี่ ม้า ดำ สี่ แถว ร้อย ม้า เมื่อ กวีน เสด็จ ถึง ที่ ปาลิเมนต มี ทหาร แต่ง ตัว อย่าง สกอดลันด ถือ ขวาน ปลาย เปน กฤช ยืน คอย รับ เสด็จ สอง แถว ยี่สิบ คน ถือ ปืน ปลาย หอก สอง แถว หก สิบ คน ขุนนาง เดิน นำ เสด็จ สอง แถว สาม สิบ คน ขุนนาง เชิญ พระ มาลา กำมะหยี่ คน หนึ่ง เชิญ กราน์ ประดับ เพ็ชร คน หนึ่ง เดิน นำ เสด็จ ไป ก่อน เมื่อ กวีน เสด็จ ลง จาก รถ เจ้า ซึ่ง เปน สามี ชื่อ ปรีนส อาลเบิต จึ่ง รับ พระกร ข้าง ซ้าย เดิน ไป ด้วย กัน เจ้า เฟรดดริก วิลเลียม ก็ ตาม เสด็จ ด้วย เมื่อ กวีน เสด็จ ดำเนิน ไป นั้น มี กำ มะหยี่ แดง ประมาณ ยาว สิบ ศอก กว้าง สอง ศอก ริม ปัก ทอง ผูก กับ บั้น พระองค แล้ว มี ผู้ หญิง ถือ ชาย กำมะ หยี่ คู่ หนึ่ง ถัด ออก ไป ขุนนาง ถือ อีก สอง คู่ แล้ว มี ทหาร ถือ กระบอง หุ้ม เงิน อีก คู่ หนึ่ง ก่อน กวีน ยัง ไม่ เสด็จ เข้า ไป นั้น เจ้า หญิง ลูก เธอ องค ใหญ่ กับ เจ้า หญิง น้อง ดุก แกมบริช เดิน เข้า ไป ก่อน ไป นั่ง อยู่ บน ที่ แห่ง หนึ่ง ตรง หน้า พระ ที่ นั่ง โทรน แล้ว กวีน จึ่ง เสด็จ ไป ขึ้น บน พระ ที่ นั่ง โทรน ปรินส อาล เบิต จึ่ง นั่ง ลง บน ที่ ข้าง ซ้าย แต่ ลด ต่ำ ลง กว่า พระ ที่ นั่ง ของ กวีน น้อย หนึ่ง เจ้า ชาย ลูก เธอ ที่ สอง ชื่อ ปรีนส เวลส นั่ง บน ที่ ข้าง ขวา สูง เท่า กับ บิดา มี ขุน นาง คน หนึ่ง เชิญ พระแสง ดาบ ยาว อีก คน หนึ่ง เชิญ กราน์ ประดับ เพ็ชร สำหรับ กระษัตร ยืน อยู่ ริม พระ ที่ นั่ง ข้าง ขวา ฝ่าย ซ้าย มี ขุนนาง ยืน ถือ แซ่ หวาย เทด อีก สี่ คน ๚ะ
๏ กวีน นั้น ทรง ฉลอง พระองค ขาว กระจัง ที่ ใส่ พระเศียร สร้อย ระย้า ใส่ พระสอ กำไล ใส่ พระกร แล ธรรมรงค ล้วน ประดับ เพ็ชร สิ้น ทั้ง นั้น เมื่อ เสด็จ ขึ้น บน พระ ที่ นั่ง โทรน แล้ว จึ่ง ทรง อ่าน หนังสือ ประมาณ หก นาที ทรง อ่าน แล้ว ก็ เสด็จ ลง จาก พระ ที่ นั่ง จะ กลับ คืน ไป วัง บักกิงฮำ เยนเนอรัล กัศต จึ่ง พา พวก ราชทูต ไป ดู กระบวน แห่ เสด็จ อยู่ ที่ น่า ห้อง แห่ง หนึ่ง เมื่อ รถ ทรง มา ถึง ที่ นั้น พวก ราชทูต พร้อม กัน ถอด หมวก ก้ม ศีศะ ลง คำนับ กวีน แล ปรินส อาล เบิต ก็ ก้ม พระเศียร ลง รับ แล้ว เสด็จ เลย ไป ราช ทูต ก็ ขึ้น รถ กลับ มา ที่ อยู่ ๚ะ
๏ วัน จันทร เดือน อ้าย แรม หก ค่ำ เวลา บ่าย สาม โมง ราชทูต ไป หา เลอรด กลาเรนดอน แล้ว บอก ว่า จะ ลา ไป เที่ยว ดู ที่ ทาง ที่ ทำ สิ่ง ของ ประหลาด ที่ เมือง เบอ มิงฮำ เมือง แมนเชสเตอ แล เมือง ลิเวอปูล เลอรด กลาเรนดอน จึง ตอบ ว่า ท่าน จะ ไป ดู การ ทั้ง ปวง นั้น ชอบ แล้ว เชิญ ไป เถิด ๚ะ
๏ วัน อังคาร เดือน อ้าย แรม เจ็ด ค่ำ เวลา เที่ยง ราช ทูต อุปทูต หม่อม ราโชทัย จมื่น ราชามาตย นาย พิจารณ สรรพกิจ ห้า นาย กับ ล่าม เสมียน คน ใช้ รวม สิบ คน แต่ จมื่น มณ เทียร พิทักษ ตรีทูต ป่วย อยู่ หา ได้ ไป ไม่ พวก ราชทูต ขึ้น รถ ไฟ ไป เมือง เบอมิงฮำ ก่อน ตาม ทาง ที่ ไป จาก เมือง ลอนดอน นั้น มี นา เข้า โพช เข้า สาลี่ นา หญ้า ไร่ ผัก แล เปน สวน บ้าง บ้าน บ้าง หน ทาง ที่ รถ ไฟ ไป บาง ที่ ต้อง เข้า ใน ภู เขา เจาะ เปน อุโมง ยาว ร้อย เส้น บ้าง สอง ร้อย เส้น บ้าง บาง แห่ง หก สิบ เส้น บ้าง เจ็ด สิบ เส้น บ้าง ใน อุโมง นั้น มืด ไม่ เหน สิ่ง ใด เลย บาง แห่ง ทำ เปน ตะพาน ข้าม แล้ว มี คลอง น้ำ ไหล เร็ว เดิน ได้ บน ตะ พาน ใต้ ตะพาน เปน ทาง คน เดิน บาง แห่ง บน ตะ พาน ก็ มี คลอง ใต้ ตะพาน ก็ มี คลอง เปน คลอง เรือ เดิน ได้ ทั้ง สอง ชั้น ตั้ง แต่ เมือง ลอนดอน ถึง เมือง เบอมิงฮำ ทาง ร้อย สิบสอง ไมล คือ ห้า พัน สี่ สิบ เส้น เมื่อ ไป ถึง เมือง แล้ว เจ้า เมือง จึง มา หา ราช ทูต เชิญ ไป ให้ พัก อยู่ ที่ โฮเตล โฮเตล นั้น ชื่อ กวีนส์ โฮเตล รุ่ง ขึ้น เจ้า เมือง จึง จัด รถ สาม รถ มา รับ ราช ทูต แล ข้า หลวง ไป ดู ที่ ทำ เครื่อง ทอง เหลือง ที่ ทำ เบี้ย ทอง แดง ที่ ทำ แก้ว ทำ กระจก ที่ ทำ เครื่อง เหล็ก ที่ ทำ ถาด กระดาด หีบ กระดาด ซอง ต่าง ๆ ทำ ด้วย กระดาด แล้ว ทา น้ำ มัน เขียน ลาย ทอง ราชทูต พัก อยู่ ใน เมือง เบอมิงฮำ สี่ วัน ๚ะ
๏ วัน อาทิตย เดือน อ้าย แรม สิบสอง ค่ำ เวลา เที่ยง แล้ว จึง พร้อม กัน ขึ้น รถ ไฟ ไป ถึง เมือง แมนเชสเตอ ทาง ร้อย สิบ ไมล คือ สี่ พัน เก้า ร้อย ห้า สิบ เส้น เจ้า เมือง ก็ มา คอย รับ เชิญ ให้ ทูตา นุ ทูต ไป พัก อยู่ ที่ โฮเตล กวีน เหมือน อย่าง เมือง เบอมิงฮำ ราชทูต อยู่ พัก เจ็ด วัน ได้ ไป เที่ยว ดู หลาย ตำบล คือ ที่ ทำ ฝ้าย ที่ ซอ ผ้า ที่ ทำ ปืน ที่ ทำ ของ อื่น อีก หลาย อย่าง ๚ะ
๏ ณวัน อาทิตย เดือน ยี่ ขึ้น ห้า ค่ำ เวลา เช้า สอง โมง ครึ่ง จึง ขึ้น รถ ไฟ ออก จาก เมือง แมนเชสเตอ ไป ถึง เมือง ลิเวอปุล ทาง สี่สิบ ไมล คือ พัน แปด ร้อย เส้น เจ้า เมือง ก็ มา คอย รับ เหมือน เมือง ที่ ว่า มา แล้ว นั้น แต่ ท่าน ผู้ อ่าน ผู้ ฟัง จะ สง ไสย ว่า เหตุ ใด เจ้า เมือง จึ่ง รู้ จะ ได้ มา คอย รับ ข้าพเจ้า จะ บอก ให้ ท่าน ทราบ ด้วย เมื่อ ราชทูต จะ ออก จาก เมือง นี้ ไป เมือง โน้น ฝ่าย เจ้า เมือง ข้าง นี้ บอก ไฟ ฟ้า ที่ อังกฤษ เรียก ว่า เตลคราฟ ไป ถึง เมือง ข้าง โน้น ว่า ราชทูต จะ ไป เวลา นั้น แล จะ ถึง เวลา นั้น เพราะ ฉนั้น เจ้า เมือง ข้าง โน้น รู้ จึ่ง ได้ มา คอย รับ ๚ะ
๏ เมื่อ ราชทูต ไป ถึง เมือง แล้ว รุ่ง ขึ้น วัน หนึ่ง เจ้า เมือง จัด รถ มา รับ สาม รถ พา ไป ดู อู่ สำหรับ ตั้วส้ว กำปั่น อู่ นั้น บาง ที่ มี หลังคา บาง ที่ ก็ ไม่ มี หลังคา ทำ ด้วย แก้ว เพราะ จะ ให้ สว่าง เสา แล ขื่อ เครื่อง ทั้ง ปวง ทำ ด้วย เหล็ก พื้น ล่าง ข้าง อู่ ก่อ ด้วย สินลา เมื่อ กำปั่น เข้า ใน อู่ แล้ว จึ่ง ปิด ประตู เสีย สูบ น้ำ ออก จน หมด ใน อู่ ก็ แห้ง ดี คน เดิน ยืน นั่ง ทำ การ ได้ ที่ เมือง ลิเวอปุล มี อู่ มาก เรียง ๆ กัน ไป ตาม ลำ แม่ น้ำ กำปั่น เข้า อู่ ไว้ ดู เสา กระโดง สะ พรั่ง ดั่ง ต้น หมาก จะ นับ จะ ประมาณ มิ ได้ ๚ะ
๏ เวลา ค่ำ เจ้า พนักงาน นำ ไป ดู ละคอน ละคอน เมือง นั้น เล่น ม้า คล้าย ละคอน ใน เมือง ลอนดอน แต่ ม้า ดี กว่า ม้า ที่ เมือง ลอนดอน ใช้ ให้ ยิง ปืน ก็ ได้ แล้ว ให้ รำ เท้า ให้ กิน โต๊ะ ให้ ก้ม ศีศะ หมอบ ลง รับ คำนับ ราชทูต แล คน อื่น ๆ ม้า ก็ ทำ ตาม เจ้า ของ เห็น ม้า เมิน จึ่ง เอา ผ้า เช็ด หน้า ม้วน ให้ เล็ก ทิ้ง ไป แล้ว ใช้ ให้ ม้า ไป เที่ยว หา ม้า ก็ เที่ยว ดม เขา กลิ่น หา ผ้า ได้ คาบ เอา กลับ มา ให้ เจ้า ของ ทำ เปน ไม่ เห็น แกล้ง เดิน หนี เสีย ม้า ก็ เดิน ตาม ไป จน เจ้า ของ รับ เอา แต่ ทำ ดั่ง นั้น ถึง สอง ครั้ง สาม ครั้ง ม้า ก็ หา ผ้า ได้ ทุก ที แล้ว บอก ม้า ว่า เรา จะ เอา ผ้า นี้ โยน ขึ้น ไป จง คอย รับ เอา อย่า ให้ ตก ถึง พื้น ได้ แล้ว ม้วน ผ้า โยน ขึ้น ไป ม้า ก็ เอา ปาก รับ เอา ไม่ ตก เลย บาง ที่ เล่น หก คะเมน ไต่ ลวด ต่าง ๆ จะ รำ พรรณ เรื่อง ละคอน ให้ สิ้น เห็น ยืด ยาว นัก ว่า แต่ ภอ เปน สังเขป ยัง วิเศษ มาก อยู่ พวก ราชทูต พัก อยู่ ใน เมือง ลิเวอปุล สี่ วัน ๚ะ
๏ ณวัน พฤหัศบดี เดือน ยี่ ขึ้น เก้า ค่ำ เวลา เช้า ห้า โมง ครึ่ง พร้อม กัน ไป ขึ้น รถ ไฟ กลับ มา เมือง แมน เชสเตอ รุ่ง ขึ้น เปน วัน กรุศ ข้าง อังกฤษ ชาว บ้าน ชาว เมือง เลิก การ ไม่ ได้ ค้า ขาย แล้ว เอา กิ่ง ไม้ ดอก มา ปัก ใน เรือน ทุก บ้าน ทุก เมือง เวลา ค่ำ เลี้ยง โต๊ะ ชวน มิตรสหาย ญาติกา มา กิน แล้ว ร้อง เล่น เต้น รำ เปน การ สนุกที่ ต่าง ๆ ๚ะ
ข่าว ใน กรุง
๏ ณวัน อาทิตย ขึ้น สิบสี่ ค่ำ เดือน หก ปี จอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ เวลา บ่าย ประมาณ สี่ โมง เศษ มี จีน กวาง ตุ้ง กับ หญิง กวาง ตุ้ง เปน ผัว เมีย กัน อยู่ ที่ บ้าน ทวาย เกิด ทะเลาะ วิวาท กัน ขึ้น จีน ผู้ ผัว นั้น มี ความ โกรธ เคือง ว่า หญิง กวางตุ้ง ที่ เปน เมีย นั้น มี ชู้ จึ่ง เอา เหล็ก มี คม แทง เอา ภรรยา เจ็บ ป่วย มี บาด แผล ที่ ท้อง น้อย แผล หนึ่ง ทลุ ตลอด หลัง กับ ที่ นม แล ที่ อื่น อีก หลาย แผล แล้ว ผู้ มี ชื่อ คน หนึ่ง จึง มา เอา หญิง กวางตุ้ง นั้น ไป รักษา ที่ โรง ฮอซ บิตเตล ครั้น เวลา ประมาณ สอง ยาม เศษ หญิง กวางตุ้ง นั้น ก็ ตาย จีน กวาง ตุ้ง ผู้ ผัว นั้น ก็ หนี ไป ๚ะ
๏ ณวัน พฤหัสบดี เดือน หก ขึ้น สิบ เอ็ด ค่ำ เวลา ประ มาณ สาม ยาม เสศ มี อ้าย ผู้ ร้าย เข้า ล้วง แพ ที่ น่า ห้าง หมอ สมิท ที่ บาง คอแหลม ชาว บ้าน ออก ช่วย ไล่ อ้าย ผู้ ร้าย แต่ อ้าย ผู้ ร้าย สอง คน จึง หนี เข้า มา ใน ลำ กะโดง ส่วน ข้าง บ้าน หมอ สมิท คน ใน บ้าน จึง ออก ช่วย อ้าย ผู้ ร้าย โดด หนี ไป ได้ ทิ้ง เรือ ไว้ ใน เรือ อ้าย ผู้ ร้าย นั้น มี เครื่อง มือ สำหรับ โขมย แล สาตรา อาวุธ พร้อม เช่น นี้ ขอ ให้ เจ้า พนักงาน ฝ่าย ท้อง น้ำ ตรวจ ตรา ให้ แขง แรง ก็ คง จะ จับ อ้าย ผู้ ร้าย ได้ พวก ราษฎร ก็ จะ มี ความ สุข สืบ ไป ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ผู้ ชาว สยาม มี ความ ทุกข ร้อน นัก ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เอไดตอร์ ผู้ เจ้า ของ สยาม ไสมย ทราบ ด้วย พวก ข้าพเจ้า ทราบ ว่า ท่าน มี จิตร กอบ ด้วย ความ เมตา อยาก ให้ ชาว สยาม เจริญ ด้วย วิชา ความ ฉลาด ปราศจาก ความ ชั่ว ต่าง ๆ หวัง จะ ได้ มี ความ รุ่ง เรือง ใน การ บ้าน เมือง ขึ้น ซึ่ง ท่าน มี จิตร สงเคราะห์ แก่ ชาว สยาม สู้ อุส่าห์ คิด ใน การ หนังสือ สยาม ไสมย นี้ เพื่อ จะ อุด หนุน ชาว สยาม ให้ มี ความ เรียบ ร้อย ขึ้น ท่าน มิ ได้ คิด แก่ ความ เหน็ด เหนื่อย ยาก แค้น แล มิ ได้ คิด หา ผล ประโยชน์ ใน การ หนังสือ สยาม ไสมย ให้ เหลือ เกิน ดัง กล่าว มา นี้ พวก ข้าพเจ้า ขอ อวย พร มา ถึง ท่าน ขอ ให้ ท่าน มี อายุศม์ อัน ยั่ง ยืน ปราศจาก ทุกข ไภย อันตราย ต่าง ๆ จง มี ความ เจริญ ศุข ปรกติ จะ ได้ คิด การ หนังสือ สยาม ไสมย ให้ ยืด ยาว ถาวร ต่อ ไป ทุก เมื่อ เทิญ ๚ะ
๏ อนึ่ง ข้าพเจ้า จะ กล่าว ความ ทุกข ของ พวก ข้าพ เจ้า ให้ ท่าน ทราบ ด้วย พวก ข้าพเจ้า เปน สัตว ผู้ ยาก แต่ ได้ ศึกษา เล่า เรียน ใน การ วิชา หนังสือ ให้ ชำนิ ชำนาญ หวัง จะ พึ่ง วิชา เปน ที่ เลี้ยง ชีวิตร เพื่อ เปน กำลัง ราชการ บ้าน เมือง ด้วย ครั้น พวก ข้าพเจ้า ได้ เข้า รับ ทำ การ ใน วิชา หนังสือ ตาม ตำแหน่ง ที่ มี เจ้า พนักงาน หมาย จะ ได้ เงิน เดือน ทุก ๆ เดือน จะ ได้ รับ ประทาน เลี้ยง ชีวิตร พอ เปน กำลัง ต่อ ไป ครั้น พวก ข้าพเจ้า ทำ ไป จน ถึง ๒ เดือน ๓ เดือน ๔ เดือน ก็ เพิก เฉย เสีย หา คิด เงิน เดือน เบี้ย เลี้ยง ให้ แก่ พวก ข้าพ เจ้า ผู้ เปน สัตว ผู้ ยาก ไร้ จน พวก ข้าพเจ้า ไม่ มี จะ กิน จะ ใช้ ซื้อ เลี้ยง บุตร แล ภรรยา ถ้า ผู้ใด มี เข้า ของ ต้อง เอา ไป จำนำ กิน ใช้ ไป พลาง กว่า จะ ได้ เงิน เดือน บาง คน เลิก การ แล้ว ก็ เข้า โรง บ่อน แก้ ไข ตาม ถั่ว โป พอ จะ ได้ เพียง สลึง มา สู่ บุตร ภรรยา รอ ท่า เงิน เดือน บาง คน เหน ว่า เงิน เดือน ค้าง ถึง ๒ เดือน ๓ เดือน ๔ เดือน ก็ เที่ยว หา การ จร ทำ บ้าง เล็ก น้อย พอ จะ ได้ เพียง สลึง จะ ได้ กิน ใช้ ไป ก่อน กว่า จะ ได้ เงิน เดือน ครั้น ผู้ นั้น ขาด ไม่ ได้ ไป ทำ การ วัน หนึ่ง สอง วัน ก็ คิด หัก เงิน เดือน ผู้ ที่ ขาด ไม่ ได้ มา ทำ การ นั้น ๆ ตาม ราย วัน ที่ ขาด หา คิด เงิน ให้ เต็ม เดือน ไม่ บาง คน เหน ว่า เงิน เดือน นั้น ค้าง นาน นัก มี ความ อด อยาก นัก ผู้ นั้น ต้อง คิด ขาย เงิน เดือน ของ ตัว ที่ ค้าง นั้น ให้ กับ ผู้ อื่น ที่ เงิน เดือน สาม ตำลึง ขาย เอา แต่ สอง ตำลึง ที่ เงิน เดือน ห้า ตำลึง ขาย เอา แต่ สี่ ตำลึง จะ ได้ เลี้ยง บุตร ภรรยา ไป ก่อน บาง คน คิด เหน ว่า ทำ เปน เงิน เดือน ค้าง นาน เช่น นี้ ไม่ ทัน จะ เลี้ยง บุตร ภรรยา ก็ พา กัน บอก เลิก การ ที่ ทำ นั้น เสีย ไป หา การ อื่น ๆ ทำ ต่อ ไป เลย เลิก ทิ้ง การ วิชา หนังสือ ที่ ได้ เล่า เรียน แต่ ก่อน นั้น ชุด เสื่อม ไป หมด คน พวก ใหม่ ที่ เงิน เดือน ค้าง นาน นัก มัก ชัก พา กัน เข้า หา หวย ถั่ว โป เสีย โดย มาก ถ้า เล่น ได้ ก็ ดี ไป ถ้า เล่น เสีย ก็ ยับ เยิน ปั่น ปี้ ไป ต่าง ๆ คน ดี ๆ ก็ จะ ต้อง เปน คน ไม่ ดี เหตุ ทั้ง นี้ เพราะ เงิน เดือน ค้าง นาน นัก คน จำพวก นั้น ๆ จึ่ง ได้ พา กัน ได้ ความ เดือด ร้อน เลิก การ วิชา หนัง สือ ไป หา กิน ด้วย การ อยาบ คาย ต่าง ๆ พวก ข้าพ เจ้า เหน ว่า การ วิชา หนังสือ นี้ ก็ เปน การ สำคัญ ถ้า ผู้ ใด ศึกษา เล่า เรียน ให้ ชำนิ ชำนาญ แล้ว ก็ จะ เปน กำลัง ราชการ บ้าน เมือง ด้วย ถ้า บ้าน เมือง ได้ เจริญ ด้วย วิชา ต่าง ๆ บ้าน เมือง นั้น จะ รุ่ง เรือง ขึ้น ได้ ไม่ ใช่ ฤๅ เพราะ ฉนั้น พระบาท ส่มเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว จึ่ง ทรง พระมหา กรุณา โปรด เกล้า ฯ ตั้ง โรง เรียน ตาม พระอาราม สู้ สละ พระราช ทรัพย เงิน หลวง พระราช ทาน เปน เงิน เดือน ให้ กับ คน ที่ สอน เด็ก ๆ ตาม พระ อาราม ก็ มี ให้ กับ คน สอน เดก เรียน หนังสือ ฝรั่ง ที่ สวน อนันต์ ก็ มี เดือน หนึ่ง สิ้น พระราช ทรัพย เงิน หลวง เปน อัน มาก ราษฎร ที่ มี บุตร จะ ให้ ไป เรียน หนัง สือ ก็ ไม่ ต้อง เสีย อะไร ซึ่ง โปรด เกล้า ฯ สงเคราะห์ แก่ ราษฎร ดั่ง นี้ มี พระราช หฤไทย หวัง จะ ให้ กุล บุตร ผู้ เล่า เรียน หนังสื้อ ให้ ชำนิ ชำนาญ ใน การ วิชา หนังสื้อ จะ ได้ มี สติ ปัญญา รอบ รู้ ใน การ ผิด แล ชอบ ชั่ว แล ดี จะ ได้ ประพฤติ ตาม ธรรมเนียม อัน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน กำลัง แก่ ราชการ บ้าน เมือง ๆ ก็ จะ ได้ รุ่ง เรือง ขึ้น อีก อย่าง หนึ่ง จะ ได้ เปน ที่ สรร เสริญ แก่ นา นา ประเทศ เมื่อ มี พระราช ประสงค์ หา ความ ศุข ให้ แก่ ราษฎร ดั่ง นี้ เปน พระเดช พระคุณ ล้น เกล้า ฯ หา ที่ สุด มิ ได้ พวก ข้าพเจ้า ผู้ มี ปัญญา ต่ำ เหน ความ ดั่ง นี้ แต่ ลาง ท่าน ลาง นาย ท่าน ไม่ คิด เหน ตาม พระราช ประสงค์ ของ พระเจ้า แผ่นดิน ท่าน เอา แต่ ได้ การ ของ ท่าน อย่าง เดียว ท่าน ไม่ เอา ใจ ช่วย ทำ นุ บำรุง ผู้ ที่ มี ใจ อุส่าห์ เล่า เรียน วิชา การ จน ได้ ออก รับ รอง ราชการ ตาม ตำแหน่ง ที่ ต่าง ๆ จะ ได้ มี ความ ศุข บ้าง ถึง ท่าน ที่ เปน เจ้า พนักงาน ไม่ มี เงิน ทอง ทด รอง อุด หนุน ให้ แก่ ผู้ ทำ การ นั้น ๆ ก็ ชั่ง เถิด ขอ แต่ ช่วย ใน การ เงิน เดือน ให้ แก่ ผู้ ทำ การ นั้น ๆ เสมอ ทุก เดือน คน จำพวก นั้น ๆ ก็ จะ ไม่ มี ความ เดือด ร้อน ต่าง ๆ เพราะ การ จะ ใช้ แต่ อาหาร นั้น อย่า ให้ ขาด ได้ ธรรมเนียม อย่าง นี้ จึง เรียก ว่า ประโยชน์ ตน ประโยชน์ ท่าน ถ้า คิด การ สิ่ง ใด ไม่ เผื่อ ประโยชน ตน ประโยชน ท่าน แล้ว การ สิ่ง นั้น ไม่ มี ความ เจริญ ถาวร ไป ได้ นับ วัน จะ ชุด เสื่อม ลง ไป ทุก ที่ ซึ่ง พระเจ้า แผ่นดิน มี น้ำ พระไทย พระราช ทาน ตั้ง โรง เรียน ตาม พระอาราม หลวง ทุก วัน เพื่อ พระ ราช ประสงค์ ให้ บ้าน เมือง รุ่ง เรือง เจริญ ด้วย วิชา ต่าง ๆ ก็ เปน การ ใหญ่ ไม่ ใช่ ฤา แต่ เงิน เดือน มา นิ่ง เฉย ให้ เงิน เดือน ค้าง ถึง ๒ เดือน ๓ เดือน ๔ เดือน จน พวก นั้น ๆ พา กัน มี ความ ท้อ ถอย ไม่ มานะ เล่า เรียน ใน การ วิชา หนังสื้อ นี้ ให้ เจริญ ขึ้น ได้ เมื่อ ท่าน ผู้ กระทำ การ เช่น นี้ เหมือน ล้าง ความ พระราช ประสงค์ ของ พระเจ้า แผ่นดิน ไม่ มี กะตัญู ต่อ พระเจ้า อยู่ หัว เหมือน กัน ขอ ท่าน เอไดตอร์ ได้ นำ ความ เรื่อง นี้ ลง ใน หนังสื้อ สยาม ไสมย เพื่อ จะ ทราบ ถึง ท่าน ผู้ ใหญ่ ท่าน จะ ได้ ช่วย ประคับ ประคอง ผู้ มี วิชา เลอียด แล้ว อย่า ให้ ไป ประพฤติ ใน การ ชั่ว ได้ ๚ะ
๏ บัด นี้ กรุง เทพ ฯ ได้ เปน มิตร ไมตรี กับ เมือง อังกฤษ แล้ว เห็น ว่า ควร จะ รู้ เรื่อง พงษาวดาร เดิม ของ ชาว เมือง อังกฤษ บ้าง เกาะ ที่ พวก อังกฤษ อยู่ เดี๋ยว นี้ นั้น ใน โบราณ เรียก ว่า เกาะ บริตเต็น คน เดิม ที่ อยู่ ใน เกาะ นั้น มิ ได้ มี กระษัตร ครอบ ครอง รักษา เปน แต่ ตั้ง ก๊ก ทำ กท่อม อยู่ เปน หมู่ ๆ กัน พวก นั้น ใจ ดุร้าย มาก แต่ง ตัว นุ่ง ห่ม ด้วย ขน สัตว ต่าง ๆ เที่ยว ยก ไป ตั้ง เลี้ยง ฝูง สัตว ใน ตำบล เหล่า เกาะ นั้น แล มัก เที่ยว รบ ฆ่า ฟัน กัน เนือง ๆ พวก นั้น นับถือ สาศนา ศรูอิส ใน สาศนา นั้น ถือ ว่า เวียน ตาย เวียน เกิด แล ต้อง ฆ่า คน บูชา แต่ พระ ของ พวก นั้น แต่ง ตัว นุ่ง ห่ม ผ้า ยาว ๆ เมื่อ จะ ประฏิบัติ ตาม สาศนา ต้อง แต่ง ตัว ใส่ เสื้อ ขาว แล ได้ สั่ง สอน เด็ก ๆ ทั้งปวง อนึ่ง พวก พระ นั้น มี อำนาจ มาก ตั้ง ตัว เปน ตระลาการ ชำระ ตัดสิน ถ้อย ความ ของ คน ทั้งปวง ๆ ย่อม ยำ เกรง นับถือ เปน อัน มาก ๚ะ
๏ แต่ เรื่อง โบราณ ของ ชาว เกาะ บริตเต็น นี้ หา สู้ จะ ถ้วน ถี่ แจ้ง ชัด ไม่ ด้วย เปน แต่ ได้ ทราบ ข่าว มา จาก พ่อ ค้า เมือง โรม แล เมือง เฮเล็น แล นักปราช ผู้ แต่ง เรื่อง พงษาวดาร แล เรื่อง ต่าง ๆ ใน พวก อังกฤษ นั้น อนุมาน เหน พร้อม กัน ว่า ชาว บริตเต็น เดิม นั้น เหน จะ เปน ตระกูล หนึ่ง อัน มา แต่ เมือง คอละ ซึ่ง เปน ชื่อ เดิม ของ ประเทศ ฝรั่งเสศ ๚ะ
๏ ครั้น อยู่ มา ใน ปี ที่ ๕๕ ก่อน กฤษ ศักราช มี นาย ทหาร คน หนึ่ง ชื่อ ยุลิยัศ ซีซาร อยู่ ใน เมือง โรม ยก ไป ตี เมือง ใน ประเทศ คอละ ได้ เปน ขัน มาก แล ยก ข้าม ไป ตี เกาะ บริตเต็น ได้ ไชย ชำนะ แล้ว ให้ เมือง ทั้งปวง บันดา ซึ่ง ตี ได้ นั้น ขึ้น แก่ เมือง โรม ทั้งสิ้น ๚ะ
๏ แต่ ชาว เกาะ บริตเต็น นั้น มิ เต็ม ใจ ขึ้น แก่ เมือง โรม ได้ แขง เมือง เปน ขบถ เนือง ๆ จน กฤษ ศักราช ได้ ๗๘ ปี มี นาย ทหาร คน หนึ่ง ชื่อ อังกรึกโกลา มา แต่ เมือง โรม ได้ ปราบ ปราม ชาว บริตเต็น นั้น ให้ ราบ คาบ สงบ เปน ปรกติ ดี มา จน กฤษ ศักราช ได้ ๔๑๑ ปี ๚ะ
๏ ขณะ นั้น เมือง โรม เกิด ศึก สงคราม เปน อัน มาก ต้อง กวาด เอา ทหาร ซึ่ง อยู่ รักษา เกาะ บริตเต็น นั้น ไป ช่วย การ ทัพ ใน เมือง โรม ๚ะ
๏ ฝ่าย พวก ปิ๊ก แล พวก สกอต ซึ่ง อยู่ เกาะ ข้าง ทิศ เหนือ ได้ แจ้ง กิติศัพท์ ไป ว่า พวก โรม มิ ได้ อยู่ รักษา เกาะ บริตเต็น นั้น จึ่ง พา กัน มา รบ เกาะ นั้น เนือง ๆ ชาว บริตเต็น เหน ฆ่าศึก ย่ำยี อยู่ ดัง นั้น จึ่ง แจ้ง ข่าว ไป ยัง เมือง โรม ขอ กอง ทัพ ถึง สาม ครั้ง แล ครั้ง ที่ สาม ได้ ทราบ ความ ชัด เปน แน่ ว่า พวก โรม มิ รับ ช่วย ป้อง กัน รักษา แล้ว จึ่ง ไป ขอ กอง ทัพ พวก แซ็กซัน ซึ่ง อยู่ ใน ประเทศ เยอรมะนี ๚ะ
๏ ครั้ง นั้น ใน ประเทศ เยอรมะนี มี พี่ น้อง สอง คน ชื่อ เฮนยิศ แล ฮอซา ได้ เปน ใหญ่ ใน พวก แซ็กซัน เมื่อ แจ้ง ความ นั้น แล้ว ก็ จัด แจง ทหาร ยก ไป ช่วย ชาว บริตเต็น รบ แขง แรง ยิ่ง นัก พวก ฆ่าศึก ก็ ถอย ทัพ กลับ เลิก ไป สิ้น ๚ะ
๏ ฝ่าย เฮนยิศ แล ฮอซา ซึ่ง เปน แม่ ทัพ มา นั้น เหน ชาว บริดเต็น มิ ได้ ชำนาญ ใน การ ส่งคราม จึ่ง ปฤกษา กัน คิด จะ ชิง เอา เกาะ นั้น แล้ว แจ้ง ความ ไป ยัง เยอ มะนี่ ขอ กอง ทัพ ได้ ทหาร มา อีก ห้า พัน แล้ว กลับ ทำ ส่งคราม กับ ชาว บริดเต็น ต่อ ไป อีก ปี่ หนึ่ง ก็ มี ไชย ชำนะ ได้ เขตร แดน ข้าง ฝ่าย ใต้ ไว้ หลาย แห่ง หลาย ตำบล แต่ ฮอซา ผู้ น้อง ถึง แก่ กรรม เสีย ใน รหว่าง เมื่อ ยัง ทำ ส่งคราม อยู่ นั้น ๚ะ ครั้น คฤษ ศักราช ล่วง ได้ ๔๕๐ ปี เฮนยิศ จึ่ง สร้าง เมือง ขึ้น เมือง หนึ่ง ชื่อ แกนเตอเบรี่ ใน แขวง เคนต์ อัน เปน ฝ่าย ใต้ เกาะ บริดเต็น ครั้น สำเร็จ แล้ว ก็ ตั้ง ตัว เปน กระษัตร ครอง ราชสมบัติ อยู่ ใน เมือง แกนเตอ เบรี่ นั้น เฮนยิศ ผู้ นี้ ได้ เปน ปถม กระษัตร ใน เกาะ บริดเต็น ก่อน กระษัตร ทั้งปวง ใน เกาะ นั้น ๚ะ
๏ ครั้น อยู่ มา ภาย หลัง จึ่ง มี นาย ทหาร มา หลาย คน แต่ พวก แซ็กซัน แล พวก แองคอละ ตั้ง เมือง ขึ้น อีก หก เมือง คือ เมือง นอซำเบอลันด์ หนึ่ง เมือง อังเกลี่ย หนึ่ง เมือง เมอเซีย หนึ่ง เมือง เอศเซ็ก หนึ่ง เมือง ซะเซ็ก หนึ่ง เมือง เวศเซ็ก หนึ่ง เปน เจ็ด เมือง ทั้ง เมือง แกนเตอเบรี่ ก็ เมือง ทั้ง เจ็ด นี้ รวม เปน คำ เดียว เรียก ว่า เฮบตาเก ต่าง คน ต่าง ตั้ง ตัว เปน กระ ษัตร มิ ได้ อ่อน น้อม แก่ กัน ทั้ง เจ็ด พระนคร นั้น มี กระษัตร เสวย ราช สมบัติ ต่อ ๆ กัน มา ตั้ง แต่ นั้น มา จึ่ง เรียก ชาว เกาะ นั้น ว่า แองโกล แซกซัน ๚ะ
๏ อนึ่ง เมื่อ ครั้ง เฮบตาเก นั้น ชาว บริดเต็น แตก อพยบ หนี ไป เกือบ สิ้น ๚
๏ อยู่ มา เมื่อ คฤษ ศักราช ล่วง ได้ ๘๒๗ ปี เมือง เวศเซก ได้ เปน ราช ธานี ใหญ่ กระษัตร ที่ ครอง ราช สมบัติ นั้น ทรง พระนาม ว่า เอศเบิด มี อำนาจ เปน อัน มาก ได้ ครอบ ครอง ตลอด ทั้ง เจ็ด พระนคร ๚ะ
๏ ก็ ใน รหว่าง ๔๐๐ ปี นี้ สาศนา ตรูอิศ นั้น ก็ เสื่อม สูญ สิ้น ไป พวก แซกซัน นั้น นับถือ สาศนา พระเยซู เจ้า ล้วน เปน คฤษเตียน ทั้งสิ้น เรื่อง นี้ คัด มา แต่ หนังสือ จดหมาย เหตุ คือ บางกอก ริกอเดอร์ ๚ะ
๏ จะ แจ้ง การ ที่ ทำ บาลูน เรียก ว่า โคม ลอย นั้น เอา ลวด มา ขด ทำ เปน โครง สัณฐาน คล้าย ผล น้ำ เต้า คอ เรียว มิ ได้ คอด แล้ว เอา ผ้า แพร มา บึด คว่ำ ลง ที่ เปล ดุจ เรือ มี สาย ลวด ผูก โยง ห้อย ติด กับ เปล แล คาด คอ ไว้ คน ขึ้น นั่ง อยู่ บน เปล นั้น แล ภาย ใน โคม นั้น มี เรือน ไฟ แคศ ทำ ด้วย ลวด บ้าง เหล็ก วิลาด บ้าง ถ้า เอา ไฟ จุด เข้า แล้ว โคม ก็ ขึ้น พา เอา คน กับ เปล นั้น ลอย ปลิว ขึ้น ไป ด้วย ลม พัด ไป ทาง ไหน ก็ หัน ไป ทาง นั้น บาง ที ก็ สูง บาง ที ก็ ต่ำ ๏ อยู่ มา ครั้ง หนึ่ง สัก ห้า ปี ที่ ล่วง ไป แล้ว นี้ มี ผู้ อยู่ ใน เมือง แว่น แคว้น ยุในเตดซเตศ อเมริกา สี่ คน ได้ ทำ บาลูน ขึ้น ขี่ เล่น ก็ ลอย ไป สูง ประมาณ แปด เส้น แล ใน สิบเก้า ชั่ว โมง ลอย ไป ไกล พัน ร้อย ห้าสิบ ไมล์ คิด เปน ไทย ได้ ร้อย สิบห้า โยชน์ เปน อย่าง ยิ่ง อีก อย่าง หนึ่ง เมื่อ มี ฆ่าศึก ยก มา ตั้ง ค่าย อยู่ จะ รบ ชาว อเมริกา แล ชาว ยุโรบ ก็ ได้ ใช้ บาลูน คน ขึ้น อยู่ อย่าง นั้น มี สาย เชือก ชัก ให้ ลอย ขึ้น สูง ใน เวลา กลาง วัน ส่อง กล้อง ดู ค่าย แล หมู่ พล ฆ่าศึก ที่ ตั้ง อยู่ นั้น ครั้น ส่อง ดู แล้ว เห็น ว่า ท่าย พล ศึก ไม่ แน่น หนา ด้าน ไหน ก็ ชัก เชือก บาลูน ให้ ลง มา จึง ใช้ คน เข้า ไป รบ ทำลาย ค่าย ด้าน นั้น อีก สฐาน หนึ่ง ถ้า จะ ต้อง การ ชัก รูป แผนที่ แผ่นดิน ว่า กว้าง ใหญ่ มี อาการ เปน อย่าง ไร ก็ ใช้ บาลูน คน อยู่ เช่น นั้น ทั้ง เครื่อง สำหรับ ชัก เสรจ ให้ ลอย ขึ้น ไป สูง แล้ว ชัก รูป แผ่นดิน บน อากาศ นั้น เมื่อ แล้ว ก็ ชัก เชือก บาลูน ลง มา นี่ และ บาลูน เครื่อง เล่น ชาว ประเทศ อเมริกา แล ยุโรบ ได้ ใช้ อยู่ อย่าง นี้ มี คุณ โดย มาก ๚ะ
ณวัน พฤหัศบดี เดือน หก ขึ้น ห้า ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สาม เดือน ๓ ชิลิง ๔ เปนซ์ ๑ อัฐ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๔ เปนซ ๔ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๖ เหรียน ๑๐ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน หก ขึ้น สาม ค่ำ มะคืน นี้ มิศเตอร แกลดซโตน เมื่อ ตอบ คำ ถาม ได้ ว่า ยัง หา ได้ รับ คำ เดด ขาด มา จาก พวก คริศ ไม่ คำ ตอบ ก่อน นั้น ไม่ พอ แก่ การ แล ไม่ เปน ที่ ชอบ ใจ ดี เลย ๚ะ
๏ เมือง กอนซแตนไตโนเปล วัน พฤหัศบดี เดือน หก ขึ้น สี่ ค่ำ ประเทศ ริทธิ์ ใหญ่ ได้ จัด หมาย ใหม่ พร้อม กัน ส่ง ถึง คอเวินแมนต คริศ อีก ๚ะ
๏ เมือง นุยอก วัน พฤหัศบดี เดือน หก ขึ้น สี่ ค่ำ วาน นี้ พวก โซไซอะลิศต ได้ ชุมนุม ใน เมือง ชิกอโค พวก โปลิศ กระทำ ให้ พวก นั้น กระจัด กระจาย พวก นั้น สู้ พวก โปลิศ แขง แรง ได้ ทิ้ง ลูก แตก คือ บอมปะ หลาย ลูก หลาย คน ถูก บาด แผล เจบ หลาย คน ล้ม ตาย ด้วย ๚ะ
| แต่ วัน อังคาร เดือน หก ขึ้น ๙ ค่ำ จน ถึงวัน อังคาร เดือน ๖ แรม ค่ำ หนึ่ง ปีจอ อัฐศก ๑๒๔๘ | ||||||
| ๏ ใน บัญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส ค แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ | ||||||
| ซ แทน ซกุนเนอร์ | เรือ เข้า | |||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| ดอระธิ | ก ๒ ส ค อังกฤษ | ๓๑๐ | โครอัล | — | ซังไไฮ | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| กลิวิเดน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๑๐๔ | คิบ | จิ่น | ฮ่องกอง | ขึ้น ๑๓ ค่ำ |
| เฮกาดิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | เร | วินดซอโรซ แอน โก | สิงคโปร | ขึ้น ๑๔ ค่ำ |
| พระจุลจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๑๐๓ | ไลดวุด | วินดซอโรซแอนโก | ฮ่องกอง | ขึ้น ๑๔ ค่ำ |
| พระจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ซตรัดตัน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกอง | แรม ๑ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๙๐ | ไวด | วินดซอ โรซ แอนโก | สิงค โปร | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอร์ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๖๐ | ตุลลอด | บอนิโอกำปะนี | สิงค โปร | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| ซงเบ้ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๒๒ | โยนซ | วินดซอโรซ แอน โก | ฮ่องกอง | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| มะดุซะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๘ | เลารี | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงค โปร | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| แดนนุบ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๙๑ | วอลตัน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮ่องกอง | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| บานลี่ | ก ๒ ส ค สยาม | ๒๖๐ | มาติน | จิ่น | ฮ่องกอง | ขึ้น ๑๔ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า ๏ ดอระธิ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ กลิวิเดน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๑๒ คน | ||||||
| ๏ เฮกาดิ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล สิงฆโปร แล ยุโรป คน เดิน สาน แกบิน ๓ ดาษฟ้า ๘ คน ๏ พระจุลจอมเกล้า บันทุก | ||||||
| สินค้า ต่าง ๆ เมล เมือง จิ่น แล ยี่ปุ่น คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๑๘๐ ๏ พระจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จิ่น | ||||||
| แล ยี่ปุ่น ฯะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๑ แมกอะลิศเตอร บันทุก สินค้า | ||||||
| ต่าง ๆ แล เมล เมือง สิงคโปร แล ยุโรป ซงเบ้ง บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จิ่น แล ยี่ปุ่น ๏ มะดุซะ บันทุก สินค้า | ||||||
| ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ แดนนุบ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จิ่น แล ยี่ปุ่น ๏ บานลี่ บันทุก เข้า ฯะ | ||||||
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไส่มย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ถง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ฯะ
๏ กำปั้น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชร์บุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤา วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ
คน เดิน สาน ดาษฟ้า คน ละ บาท
๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤา กัปตัน กำปั้น นั้น ๚ะ
๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั้น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ฯะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก (จ ห) ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไส่มย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เชี่ยวแถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ แจ้ง ความ ให้ ทาน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สีลม ที่ ตึก คอน เวด เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤๅ จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เปิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอส์บิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ
๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา ส่อง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอื่ยด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอืยด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไล้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคาถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด