
| เล่ม ๔ แผ่น ๔๐ วัน พุฒ เดือน หก แรม ๙ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ |
๏ วัน อาทิตย เดือน ยี่ ขึ้น สิบสอง ค่ำ บ่าย ห้า โมง ราชทูต ขึ้น รถ ไฟ ออก จาก เมือง แมนเชสเตอ ไป ทาง ห้า สิบ ห้า ไมล คือ สอง พัน สี่ ร้อย เจ็ด สิบ ห้า เส้น ถึง เมือง ซีฟีลด เมือง นั้น ทำ เครื่อง มือ ต่าง ๆ ที่ ทำ ด้วย เหล็ก ราชทูต พัก อยู่ สอง วัน เที่ยว ดู การ งาน เสร็จ แล้ว ณวัน อังคาร เดือน ยี่ ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ บ่าย โมง ครึ่ง ออก จาก เมือง ซีฟีลด ขึ้น รถ ไฟ มา เมือง เบอมิงซำ ทาง หก สิบ ไมล คือ สอง พัน เจ็ด ร้อย เส้น อยู่ ใน เมือง นั้น สอง วัน ณวัน พฤหัสบดี เดือน ยี่ แรม ค่ำ หนึ่ง บ่าย ห้า โมง ครึ่ง ออก จาก เมือง เบอมิงซำ กลับ มา เวลา สี่ ทุ่ม ครึ่ง ถึง โฮเตล ใน เมือง ลอนดอน เมื่อ พวก ราชทูต ไป พัก อยู่ ที่ เมือง ใด ๆ เจ้า เมือง ก็ เอา ใจ ใส่ ให้ เลี้ยง ดู เปน ศุข ทุก แห่ง ทุก ตำบล ๚ะ
๏ วัน อังคาร เดือน ยี่ แรม หก ค่ำ หนาว ปรอด ลง ถึง ที่ ยี่สิบ แปด น้ำ แขง ๚ะ
๏ วัน พฤหัสบดี เดือน ยี่ แรม สิบ ห้า ค่ำ มิสเตอ กริศติ เปน บุตร เศรษฐี อยู่ ใน เมือง ลอนดอน มา เชิญ พวก ราชทูต ไป ดู รำ เท้า ที่ บ้าน ๚ะ
๏ วัน เสาร เดือน สาม ขึ้น สอง ค่ำ กวีน รับ สั่ง ให้ มา เชิญ พวก ราชทูต ทั้ง หก คน ไป ที่ ตึก สำหรับ ชัก รูป ถวาย ราชทูต ทั้ง สาม จมื่น ราชา มาตย นาย พิจารณ สรรพ กิจ ห้า คน พร้อม กัน ขึ้น รถ ไป ที่ ตึก นั้น แต่ หม่อม ราโชทัย จับ ไข้ อยู่ ไป หา ได้ ไม่ นาย ช่าง ได้ ชัก รูป ถวาย แต่ ห้า รูป ๚ะ ว่า ด้วย เฝ้า กวีน ที่ วัง ชื่อ บักกิงซำ ดู กวีน รำเท้า แล การ ซ้อม ทหาร แล การ อาวาห เจ้า ลูก เธอ หญิง ใหญ่ ๏ วัน จันทร เดือน สาม ขึ้น สี่ ค่ำ เวลา ยาม หนึ่ง กวีน รับ สั่ง ให้ เชิญ ราชทูต ทั้ง สาม หม่อม ราโชทัย ไป ดู รำ เท้า ที่ วัง บักกิงฮ่ำ ขณะ นั้น หม่อม ราโชทัย กำลัง ป่วย อยู่ ยัง ไป ไม่ ได้ เวลา สอง ทุ่ม เศษ ราช ทูต ทั้ง สาม กับ ขุนจร เจน เทล ล่าม มิศเตอ เฝาล พร้อม กัน ไป ที่ วัง บักกิงฮ่ำ เจ้า พนักงาน นำ ไป พัก อยู่ ใน ห้อง ต่อ กัน กับ ห้อง ที่ รำ เท้า ประมาณ ยี่ สิบ นาที กวีน จึ่ง เสด็จ มา ตรง ประตู ห้อง ที่ ราชทูต อยู่ ราชทูต กับ ขุนนาง อังกฤษ ยืน ขึ้น พร้อม กัน ก้ม ศีศะ ลง คำนับ กวีน ก็ ก้ม รับ แล้ว เสด็จ เลย ไป ประมาณ อีก สิบ นาที ปรินส อาลเบิด จึ่ง ออก มา ที่ ราชทูต ทั้ง สาม พูด จา ไถ่ ถาม ทัก ทาย แล้ว ก็ กลับ ไป เจ้า ชาย ลูก เธอ ปรินส เวลส จึ่ง ถาม ราชทูต ว่า ท่าน มา อยู่ ใน เมือง ลอนดอน นี้ สนุกนิ์ สบาย อยู่ ฤๅ ราช ทูต ตอบ ว่า สบาย อยู่ ปรินส เวลส จึ่ง ถาม ว่า ได้ ไป ดู ละคอน แล ของ ต่าง ๆ ทั่ว แล้ว ฤๅ ราชทูต ว่า ไป ดู ยัง ไม่ ทั่ว ปรินส เวลส จึ่ง ถาม ว่า เมื่อ ไร ท่าน จะ กลับ ไป เมือง ไทย ราชทูต ตอบ ว่า อีก สาม ขวบ อาทิตย สี่ ขวบ อาทิตย ปรินส เวลส ว่า ท่าน จะ ไป แวะ เมือง ฝรั่ง เศศ ด้วย ฤๅ ราชทูต ว่า อยาก จะ ใคร่ แวะ แล้ว ปรินส เวลส ก็ กลับ ไป ใน ห้อง ที่ รำ เท้า เจ้า พนักงาน จึ่ง เชิญ ราชทูต ทั้ง สาม ไป กิน น้ำชา แล ขนม ใน ห้อง ที่ สำหรับ เลี้ยง ครั้น กิน แล้ว ราชทูต จึ่ง พา กัน มา ดู รำ เท้า อยู่ ครู่ หนึ่ง กวีน ก็ เสด็จ ขึ้น แล้ว รับ สั่ง ให้ ขุนนาง มา เชิญ ราชทูต ทั้ง สาม ไป เฝ้า ที่ ข้าง ใน จึ่ง ตรัส ถาม ว่า สบาย อยู่ ฤๅ ราชทูต ทูล ตอบ ว่า สบาย อยู่ จึ่ง รับ สั่ง ว่า บ๋วย หาย แล้ว ฤๅ ราช ทูต ทูล ว่า ข้าพเจ้า ไม่ ได้ ป่วย ป่วย แต่ ตรี ทูต เดี๋ยว นี้ หาย แล้ว กวิ่น รับ สั่ง เท่า นั้น แล้ว เสด็จ ขึ้น ราช ทูต ก็ กลับ มา โฮเตล ๚ะ
๏ วัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น หก ค่ำ เวลา สี่ ทุ่ม กวิ่น ให้ เชิญ ราชทูต ทั้ง สาม หม่อม ราโชทัย จมื่น ราชามาตย์ นาย พิจารณ์ สรรพ์ กิจ ไป ดู รำ เท้า อีก ครั้ง หนึ่ง ถึง เวลา พวก ราชทูต พร้อม กัน ขึ้น รถ ไป ที่ วัง บักกิงฮำ แล้ว ไป นั่ง อยู่ บน ที่ แห่ง หนึ่ง ไกล จาก ที่ รำ เท้า ประมาณ สิบ วา เยนเนอรัล กัสต์ จึ่ง ถาม ราชทูต ว่า ท่าน ดู รำ เท้า ชอบ ใจ อยู่ ฤา ราชทูต ตอบ ว่า ชอบ ใจ แต่ ดู หา ถนัด ไม่ เยนเนอรัลกัสต์ จึ่ง นำ พวก ราช ทูต เข้า ไป ดู ใน ที่ ใกล้ เปน ที่ สำหรับ กวิ่น หยุด พัก พวก ราชทูต ยืน ดู กวิ่น ทรง รำ เท้า กับ เจ้า น้อง ของ ปรินส์ อาลเบิด บาง ที ก็ เปลี่ยน ทรง รำ กับ บิดา ของ ปรินส์ เฟรดดริก วิลเลียม ที่ จะ มา เปน เขย ราชทูต ดู อยู่ ประมาณ ครึ่ง ทุ่ม แล้ว พา กัน กลับ ออก มา นั่ง อยู่ ห้อง นอก ครั้น กวิ่น รำ เท้า สิ้น เพลา แล้ว ก็ พา พระ ญาติ พระวงษ อยก ไป เสวย ที่ ห้อง นอก สำหรับ เลี้ยง ๚ะ
๏ พวก ราชทูต จึ่ง พา กัน ไป คอย อยู่ ที่ ประตู เมื่อ กวิ่น จะ เสด็จ กลับ ครั้น กวิ่น เสวย แล้ว เสด็จฯ อยก มา นอก ราชทูต ก้ม ศีระ คำนับ พร้อม กัน กวิ่น ก็ ก้ม พระเศียร ลง รับ แล้ว เสด็จ เลย ไป ที่ ห้อง รำ เท้า ราชทูต จึง พา กัน มา นั่ง อยู่ บน ที่ ตาม เดิม อยู่ ประ มาณ สิบ นาที เจ้า พนักงาน จึง มา เชิญ พวก ราชทูต ไป กิน โต๊ะ ครั้น แล้ว ก็ กลับ มา นั่ง ดู อยู่ อีก ประ มาณ ครึ่ง ชั่ว ทุ่ม กวิ่น จึ่ง เสด็จ ขึ้น ราชทูต ก็ กลับ มา โฮเตล ๚ะ
๏ รุ่ง ขึ้น เปน วัน กำหนด ซ้อม ทหาร ที่ สนาม ชื่อ วูลวิช คำมอน มิศเตอร เฟาล จึ่ง พา พวก ราชทูต ไป ดู ที่ สนาม นั้น ยาว ประมาณ สี่ ร้อย เส้น กว้าง ประ มาณ สาม ร้อย เส้น มี ทหาร ปืน ใหญ่ ปืน น้อย ทหาร ม้า สาม พวก ม้า ขาว หมู่ ๑ ม้า ดำ หมู่ ๑ ม้า แดง หมู่ หนึ่ง พวก ทหาร เดิน เท้า แต่ง ตัว ต่าง ๆ ตาม หมวด ตาม กอง เปน หลาย พวก มี พิณพาทย์ ทุก ๆ หมวด พวก ทหาร ม้า ก็ มี แตร มี กลอง ทุก หมวด เมื่อ เดิน กระบวน ดู เปน ระเบียบ เรียบ ร้อย งาม สง่า ทหาร ม้า เดิน เปน ตับ เสมอ กัน ไม่ ได้ ลัก ลั่น เมื่อ ห้อ ก็ ห้อ เสมอ กัน ไป ไม่ มี ม้า ตัว ใด ขึ้น น่า ล้า หลัง เมื่อ ทำ ที่ จะ เข้า รบ ก็ ดู เคล่า คล่อง ว่อง ไว รวด เร็ว แขง แรง นัก ทำ เปลี่ยน แปลง ท่า ทาง ต่าง ๆ เปน หลาย อย่าง หลาย กระบวน ดู อยู่ จน เลิก แล้ว ราชทูต ก็ พา กัน กลับ มา โฮเตล ๚ะ
๏ วัน จันทร เดือน สาม ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ กวิ่น รับ สั่ง ให้ เชิญ ราชทูต ทั้ง สาม หม่อม ราโชทัย ไป ดู แต่ง งาน อาวาห์ เจ้า ลูก เธอ หญิง ใหญ่ กับ เจ้า เฟรดดริก วิล เลียม ที่ วัด ชื่อ ชา เป ล์ รอยัล ถึง เวลา สี่ โมง เช้า ราชทูต ทั้งสาม หม่อม ราโชทัย พร้อม กัน ขึ้น รถ ไป คอย อยู่ ที่ วัด ประมาณ ยี่สิบ นาที เจ้า หญิง มารดา เจ้า เฟรดดริก วิลเลี่ยม มา ถึง เข้า ไป ใน โบส เวลา ห้า โมง เช้า กวิ๋น จึ่ง เสด็จ มา อีก ประมาณ ห้า นาที เจ้า เฟรดดริก วิลเลี่ยม จึ่ง ตาม มา อีก ครู่ หนึ่ง ปรินส์อาล์ เบิด จึ่ง พา เจ้า ลูก เธอ หญิง ใหญ่ มา เจ้า หญิง นั้น ทรง แต่ง องค์ ล้วน เครื่อง เพชร์ แต่ เสื้อ ทรง เปน เสื้อ ขาว แล้ว มี ชาย ออก ไป ข้าง หลัง ยาว ประมาณ สิบ ศอก มี หญิง สาว รูป งาม อายุร์ รุ่น ราว คราว เดียว แต่ง ตัว เหมือน กัน ถือ ชาย ผ้า นั้น สี่ คู่ แต่ เจ้า เฟรด ดริก วิลเลี่ยม แต่ง อย่าง นาย ทหาร ๚ะ
๏ ที่ นี้ ข้าพเจ้า จะ แจ้ง ความ ไว้ แต่ ย่อ ๆ ภอ เปน สังเขป ว่า เมื่อ แต่ง งาน เจ้า ส่อง องค์ นั้น ทำ อย่าง ไร บ้าง ครั้น ถึง พร้อม กัน แล้ว เจ้า ส่อง องค์ จึ่ง พา กัน เข้า ไป คุก เข่า ซบ หน้า ลง ไหว้ พระ ฝ่าย มินิศเตอร ซึ่ง สมมุติ ว่า เปน พระครู ผู้ ใหญ่ นั้น จึ่ง ประกาศ ว่า ถ้า ใคร รู้ ความ ประการ ใด ที่ ไม่ ควร จะ ให้ เจ้า ทั้งสอง นี้ เปน สามี ภรรยา กัน ก็ ให้ ผู้ นั้น ว่า กล่าว ขึ้น ใน ขณะ นี้ ถ้า ไม่ ว่า แล้ว ก็ ให้ นิ่ง เสีย ที่ เดียว เถิด อย่า ว่า อะไร เลย ครั้น ไม่ มี ใคร ว่า กล่าว สิ่ง ใด แล้ว พระ ครู จึ่ง ถาม เจ้า ทั้งสอง องค์ ว่า ถ้า ใคร ได้ ทำ ความ ใน ข้อ ที่ ห้าม ก็ ต้อง ให้ การ ตาม สัตย์ ตาม จริง ใน เวลา นี้ อย่า ปิด ไว้ จะ ต้อง ให้ การ เมื่อ วัน พระเจ้า พิพากษา โทษ เจ้า ทั้งสอง องค์ นิ่ง อยู่ แล้ว พระครู ผู้ ใหญ่ จึ่ง ถาม เจ้า เฟรดดริก วิลเลี่ยม ว่า ท่าน จะ รับ เจ้า หญิง นี้ เปน ภรรยา แล้ว จะ อยู่ ด้วย กัน ตาม บัญญัติ ของ พระเจ้า จะ รักษ กัน จะ ร่วม ทุกข ร่วม ศุข กัน แล ไม่ สมัค สังวาศ ด้วย หญิง อื่น ต่อ ไป จน สิ้น ชีวิตร จาก กัน ฤๅ เจ้า เฟรดดริก วิลเลี่ยม ก็ รับ คำ แล้ว พระครู นั้น จึ่ง ถาม เจ้า หญิง รอยัล ว่า ท่าน จะ รับ เจ้า ชาย นี้ เปน สามี แล้ว จะ อยู่ ด้วย กัน ตาม บัญญัติ ของ พระเจ้า จะ รักษ กัน จะ ฟัง คำ แล ปรนิบัติ กัน ให้ เปน เกรียติยศ จะ ร่วม ศุข ร่วม ทุก กัน ไม่ ไป สมัค สังวาศ ด้วย ชาย อื่น ต่อ ไป จน กราบ เท้า สิ้น ชีวิตร จาก กัน ฤๅ เจ้า หญิง รอยัล ก็ รับ คำ แล้ว พระครู จึ่ง ถาม ว่า ใคร จะ ยก ให้ เจ้า หญิง นี้ แต่ง งาน กับ เจ้า ชาย เจ้า อาล์เบิด ผู้ บิดา ของ เจ้า หญิง รอยัล ก็ พา เจ้า หญิง ไป มอบ ให้ แก่ พระครู ผู้ ใหญ่ ฝ่าย พระครู จึ่ง รับ มือ เจ้า หญิง นั้น มา จาก บิดา แล้ว จับ มือ ขวา ของ เจ้า เฟรดดริก วิลเลี่ยม ให้ มา จับ มือ ขวา ของ เจ้า หญิง รอยัล แล้ว พระครู จึ่ง อ่าน คำ สัญญา ให้ เจ้า เฟรดดริก วิลเลี่ยม ว่า ตาม ๚ะ
ข่าว ใน กรุง
๏ จะ ออก จาก กรุงเทพ ฯ ณวัน พฤหัสบดี เดือน หก แรม สิบ ค่ำ เวลา บ่าย สี่ โมง ฑะ
๏ ณวัน ศุกร เดือน หก แรม สี่ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ศัก ราช ๑๒๔๘ พระยา ภาษ กระ วงษ์ มี ก๊าด ไป เชิญ บันดา เจ้า นาย เสนา บดี ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย แล ชาว ต่าง ประเทศ คือ กงซุล นาย ห้าง นาย เรือ แล พวก มีศเตอร์ ต่าง ๆ เปน กัน มาก มา ประชุม ใน การ วิวาห์ มงคล ของ บุตร ชาย แล บุตร สะไภ้ ของ ท่าน เพื่อ ประโยชน์ แต่ ความ สุข แล ความ เจริญ ใน การ ข้าง น่า ต่อ ๆ ไป บันดา เจ้า นาย แล ท่าน ทั้ง หลาย ทั้งปวง ที่ มา ประชุม นั้น ก็ มี ความ สมัค สโมสร สามัคคี พร้อม เพรียง กัน กระทำ การ แดนซิง เปน ที่ สนุกนิ์ สนาน อวย ไชย ให้ พร แก่ บุตร ชาย แล บุตร สะไภ้ ของ ท่าน ให้ มี ความ สุข แล เจริญ ยิ่ง ๆ ขึ้น ไป ๚ะ
๏ ภรรยา ของ มีศเตอร์ เฟรดริก ซีเคตส์ ที่ เปน นาย พิมพ์ ของ หมอ สมิทธิ์ บาง คอ แหลม คลอด บุตร ที่ ๑ ชาย ณวัน อาทิตย์ เดือน หก แรม หก ค่ำ เวลา เช้า โมง หนึ่ง จุลศักราช ๑๒๔๘ ปี จอ อัฐศก ตรง กับ วัน ที่ ๒๓ ของ เดือน เม คฤษต ศักราช ๑๘๘๖ ๚ะ
พระ บรม นาง กวิน
๏ ณวัน จันทร เดือน หก แรม เจ็ด ค่ำ ปี จอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ เปน วัน กำหนด ใน การ ที่ จะ เฉลิม พระ ชนม พรรษา ของ สมเด็จ พระบรม นาง กวิน เจ้า ประ เทศ เครตบริเตน ไอเออแลนด แล เอมเปรซ เจ้า ประเทศ อินเดีย จึง ท่าน ราชทูต อังกฤษ ซึ่ง อยู่ ใน ประเทศ สยาม นี้ ได้ มี ก๊าด เชิญ ท่าน ทั้ง หลาย ทั้งปวง บันดา ที่ เปน ชาว อังกฤษ ด้วย กัน ที่ เข้า มา อยู่ ใน ประเทศ สยาม หลาย ท่าน หลาย นาย มา ประชุม กิน โต๊ะ เปน การ เฉลิม พระ เกรียติยศ แล เปน ที่ ระฤก ถึง พระ เดช พระคุณ ของ สมเด็จ พระบรม นาง กวิน เจ้า ประเทศ เครต บริเตน ไอเออแลนด แล เอมเปรซ เจ้า ประเทศ อินเดีย เมื่อ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง มา ประชุม พร้อม แล้ว กิน โต๊ะ อยู่ ท่าน ราชทูต จึ่ง ลุก ขึ้น ยืน ขอ ให้ ทุก ท่าน ทุก นาย กิน คำนับ แด่ สมเด็จ พระบรม นาง กวิน เจ้า ประเทศ เครตบริเตน ไอเออแลนด แล เอมเปรซ เจ้า ประ เทศอินเดีย ทั่ว ๆ กัน แล้ว อีก ประมาณ ครู่ หนึ่ง จึ่ง พระ วิสูตร สาครดิฐ เจ้า ท่า คน อังกฤษ ซึ่ง รับ ราช การ ฉลอง พระเดช พระคุณ อยู่ ใน ประเทศ สยาม เชิญ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง ลุก ขึ้น ยืน กิน คำนับ ใน ท่าน ราชทูต เปน ที่ ยิน ดี พร้อม เพรียง กัน ออย พร ให้ อายุศม แล กรียติยศ ของ ท่า ราช ทูต ยืน ยง ดำรงค อยู่ สิ้น กาล นาน เพราะ เปน ที่ รัก ใคร่ ของ พวก อยู่ ใน ร่ม ธง อัง กฤษ ด้วย กัน ทั้งสิ้น เมื่อ เลี้ยง กัน แล้ว มี ดอก ไม้ เพลิง ริม น้ำ น่า ที่ ราชทูตอังกฤษ ด้วย ๚ะ
๏ ใน ประเทศ มี กฎหมาย มี ศาล มี ลูก ขุน ตระลา การ แม่ กอง เปน ทุระ บ้อง กัน รักษา คน ทั้งปวง ทั่ว กัน ให้ ต่าง คน ต่าง ทำ มา หา กิน ตาม วิชา ตาม ปัญญา ของ ตัว ใน ทาง ต่าง ๆ อัน ไม่ ขวาง กัน กับ กฎหมาย แผ่นดิน บ้าน เมือง คอเวินแมนต ยก ให้ ตระลาการ แม่ กอง มี อำนาจ ข่ม ขืน ให้ คน ที่ แพ้ ความ นั้น จำ ต้อง ทำ ตาม ลูก ขุน ตระลาการ ชี้ ขาด ลง มา ตาม แบบ กฎหมาย นั้น ทุระ ใหญ่ ของ ลูก ขุน ตระลาการ นั้น คือ ต้อง บ้อง กัน รักษา ทุก ตัว คน ให้ ทำ มา หา กิน ใน ทาง ควร ด้วย ซื่อ สุจริต มิ ให้ คน กำลัง มาก เอา รัด เอา เปรียบ แก่ คน กำลัง น้อย กว่า ตัว มิ ให้ คน ปัญญา มาก เอา รัด เอา เปรียบ แก่ คน ที่ รู้ ไม่ เท่า ไม่ ถึง ตัว มิ ให้ คน มารยา คน โกง เอา รัด เอา เปรียบ แก่ คน ซื่อ คน ตรง คน ปราศ จาก มารยา คอเวินแมนต จำ ต้อง จัด เลือก หา คน ซื่อ คน ปัญญา มา ตั้ง เปน ตระลาการ ต้อง ให้ พวก ตระลาการ คน ละ คน นั้น มี เงิน เดือน เลี้ยง ให้ ภอ สม กับ ตำแหน่ง กับ วาศนา ลูก ขุน ตระลาการ อย่า ให้ มี ที่ ได้ ใน การ ชำระ ความ นั้น ของ ซึ่ง คู่ ความ ต้อง เสีย นั้น เปน ของ คอเวินแมนต อย่า ให้ ผู้ คุม ตระ ลาการ เก็บ ค่า อะไร ไว้ เปน ของ สำหรับ ตัว พิกัด มี มาก เท่าไร ต้อง ให้ คอเวินแมนต แล คอเวินแมนต เปน ทุระ แจก เงิน ให้ ผู้ คุม ตระลาการ ต่าง หาก ปิด ท่า อย่า ให้ มี ทาง ที่ ผู้ คุม ตระลาการ ลูก ขุน จะ ได้ เบียด เบียน เอา รัด เอา เปรียบ แก่ ลูก ความ แล อ้าง ว่า เปน กำลัง เลี้ยง เขา เมื่อ ผู้ คุม ลูก ขุน ตระลาการ จะ เปน คน ซื่อ ตรง เรียบ ร้อย ทั้ง บ้าน เมือง แล้ว คน ทั้ง ปวง ไม่ ควร จะ ลืม ว่า คน เหล่า นี้ เปน แต่ เพียง มนุศย ยัง ไม่ เปน คน สำเร็จ จะ ชำระ ผิด ไป บ้าง แต่ เปน แต่ ชื่น อก ชื่น ใจ ว่า คน ซื่อ นั้น คลาศ แคล้ว ไป บ้าง แต่ มิ ได้ แกล้ง ทำ เมื่อ ลูก ขุน ตระลาการ ผู้ คุม พวก เหล่า นี้ เปน คน ซื่อ ตรง แล้ว แต่ หา ได้ ใน แผ่นดิน บ้าน เมือง แล้ว คู่ ความ ต่าง ๆ ต้อง เต็ม ใจ ยอม ทำ ตาม ตระลา การ ชำระ ตัดสิน ขาด ลง มา ตาม กฎหมาย ด้วย ซื่อ สุจริต ความ ต่าง ๆ ก็ คง แล้ว กัน ทั้ง เรว ทั้ง เรียบ ร้อย ด้วย ถ้า แพ้ ศาล หนึ่ง แล้ว แล จะ ยก ความ ไป ศาล อื่น แพ้ ศาล นั้น ยัง ร้อง ถวาย ฎีกา ครั้น ร้อง ถวาย ฎีกา แล้ว ทรง สั่ง ให้ ชำระ แพ้ อีก ยัง จะ บ่น ด่า บ่น ว่า ต่อ ไป ความ ก็ จะ ไม่ รู้ แล้ว แล พา กัน ลำบาก ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง ครั้น ถึง สุด แล้วแพ้ ด้วย ยอม ด้วย ดี ๆ เถิด อย่า ร่ำไร บ่น เพ้อ ๆ ต่อ ไป ไม่ เปน เรื่อง เลย
๏ มี คำ ถาม ว่า ทำ ไฉน โลหิต ใน กาย มนุศย์ จึง เดิน ไป เดิน มา เปน เหตุ อย่างไร ตอบ ว่า หัว ใจ มนุศย์ ที่ ตั้ง อยู่ ใน อก เปน เครื่อง ฉีด เครื่อง สูบ โลหิต จึง ไหล จาก หัว ใจ ไป ทั่ว กาย แล้ว ก็ กลับ เข้า มา สู่ หัวใจ อีก ก็ ฉีด ออก ไป อีก ไม่ หยุด ดัง นั้น เหมือน กับ เครื่อง ฉีด น้ำ สูบ น้ำ เข้า ไป แล้ว น้ำ นั้น ก็ ฉีด ออก ไป แล้ว ก็ สูบ เข้า มา แล้ว ก็ ฉีด ออก ไม่ หยุด ถ้า หัว ใจ มนุศย์ นั้น ไม่ ได้ สูบ แล ฉีด โลหิต ให้ ไหล ไป ไหล มา เสมอ แล้ว ชีวิตร มนุศย์ นั้น ก็ จะ ดับ ไป ใน บัด เดี๋ยว นั้น ด้วย เหตุ ว่า โลหิต นั้น เปน ที่ ชู ชี วิตร ทั่ว ทั้ง กาย ส่วน อาหาร ทั้งปวง ที่ มนุศย์ กิน นั้น ก็ กลับ กลาย เปน โลหิต ก่อน แล้ว ก็ ไหล ซึม ซาบ ไป ทั่ว ทั้ง กาย เปน เหตุ ที่ จะ ชู ชีวิตร ไว้ ถ้า อาหาร นั้น มิ ได้ กลับ เปน โลหิต แล้ว ก็ ไม่ เลี้ยง ชีวิตร ได้ เลย ฑะ
๏ หัว ใจ อาจ ฉีด ได้ ก็ เพราะ เอ็น นั้น ชัก เข้า จึง ฉีด ได้ เอ็น มังส ะ หัว ใจ นั้น เที่ยว ประสาน กัน ไป มา เมื่อ เส้น นั้น ชัก เข้า ก็ ให้ ห้อง โลหิต หุบ เข้า ชิด กัน โลหิต ที่ อยู่ ใน ห้อง นั้น จึง ฉีด ออก ไป แห้ง หมด เอ็น หัว ใจ ที่ ประสาน ที่ ชัก ข้าง ขวา นั้น ทั้ง เล็ก ทั้ง อ่อน เอ็น หัว ใจ ที่ ประสาน ที่ ชัก ข้าง ซ้าย นั้น ทั้ง โต ทั้ง แขง แรง นัก เปน ไป ดัง นี้ ก็ เพราะ เหน ว่า เอ็น หัว ใจ ที่ ชัก ข้าง ขวา นั้น ฉีด โลหิต ไป ถึง แต่ เพียง ปอด เอ็น หัว ใจ ที่ ชัก ข้าง ซ้าย นั้น มี รู ที่ ให้ โล หิต ไหล เข้า ไป ใน ห้อง รู นั้น วัด โดย กว้าง ประมาณ นิ้ว หนึ่ง ที่ ปาก รู นั้น มี เนื้อ พังผืด เปน กลีบ อยู่ สาม กลีบ ติด อยู่ เมื่อ โลหิต เต็ม ห้อง แล้ว มัน ก็ ปิด รู นั้น ไว้ ไม่ ให้ โลหิต ออก ได้ เมื่อ ห้อง นั้น หุบ เข้า ด้วย เส้น ชัก นั้น ให้ โลหิต นั้น ไหล ออก ไป ทาง อื่น เหมือน กับ เครื่อง สูบ ลม นั้น เมื่อ ลม นั้น เข้า ก็ เข้า ทาง หนึ่ง เมื่อ ออก ก็ ออก ทาง หนึ่ง ด้วย ทาง ที่ ลม เข้า นั้น เมื่อ หุบ เข้า ก็ มี ลูก ลม ปิด ประตู นั้น ไว้ ไม่ ให้ ลม นั้น ออก ได้ ตาม ที่ เข้า บันดา โลหิต ดำ นั้น หมด ก็ ไหล เข้า ใน ชาน ข้าง ขวา แล้ว ชาน นั้น ก็ หุบ เข้า ให้ โลหิต นั้น เข้า ใน ห้อง หัว ใจ ข้าง ขวา ประตู ที่ รู นั้น จึง ปิด ห้อง หัว ใจ ข้าง ขวา นั้น จึง รัด เข้า ให้ โล หิต ฉีด ออก ตาม คลอง ที่ เข้า ไป สู่ ปอด ครั้น โลหิต ดำ นั้น ถูก ลม หาย ใจ ที่ ปอด ก็ กลับ แดง ขึ้น แล้ว ก็ ไหล กลับ มา ตาม คลอง ที่ เข้า ไป สู่ ชาน ข้าง ซ้าย ชาน ข้าง ซ้าย นั้น ก็ หุบ เข้า ยัง โลหิต ให้ ลง ไป สู่ ห้อง ข้าง ซ้าย แล ร ชาน ที่ เปน กลีบ ปิด อยู่ สาม กลีบ นั้น ก็ ปิด มิด ห้อง โลหิต ข้าง ซ้าย นั้น จึ่ง รัด เข้า เข้า โลหิต นั้น ไหล ออก ตาม คลอง ที่ ให้ ไหล ไป ทั่ว ทั้ง กายเปน ที่ ชู ชีวิตร ไว้ เหมือน บิดา มารดา ที่ สงเคราะห์ แก่ ลูก ตาม ที่ ลูก ต้อง การ นั้น โลหิต นั้น ก็ เปน ที่ สง เอ็น เปน เนื้อ ทั้งปวง คือ ให้ เปน กะดูก เปน หนัง เปน เคราะห์ แก่ กายเปน น้ำ สารพัด เปน ทั่ว ทั้ง กาย ๚ะ
๏ ประการ หนึ่ง อกซุเชน นั้น เปน ที่ จะ ยัง ไฟ ให้ ติด ถ้า แม้น เครื่อง ไฟ ปราศจาก อกซุเชน แล้ว ไฟ ก็ ไม่ ลุก เลย ถ้า อยาก จะ รู้ ใน ข้อ นี้ ว่า จะ จริง ฤา ไม่ จริง ก็ จง กระทำ ลม อากาศ ให้ อกซุเชน กับ นิด โรเชน ให้ แยก ออก ต่าง กัน ใส่ ไว้ คน ละ ขวด แล้ว จึ่ง เอา ไฟ จุด เทียน ใส่ ลง ใน ขวด นิดโรเชน เทียน ที่ ไฟ ติด นั้น ก็ จะ ดับ ใน พริบ ตา เดี๋ยว แล้ว เอา เทียน ที่ ไม่ มี เปลว แต่ มี่ ไฟ ยัง ติด อยู่ ที่ เทียน นั้น ใส่ ลง ใน ขวด อกซุเชน เทียน นั้น ก็ จะ ลุก เปน เปลว โต ใหญ่ ขึ้น เอง ใช่ แต่ เท่านั้น ถ้า จะ เอา ลวด เหล็ก แล เทียน เล็ก ๆ ติด ไฟ ติด ไว้ ที่ ปลาย ลวด เหล็ก แล เอา ลวด นั้น ใส่ ลง ใน ขวด อกซุเชน ไฟ ไหม้ เทียน นั้น หมด แล้ว ไฟ ก็ จะ ไหม้ ติด ลวด เหล็ก นั้น ด้วย ๚ะ
๏ หนึ่ง คน ทั้งปวง ก็ รู้ ว่า ถ้า จะ พัด ไฟ ๆ ก็ จะ ลุก ขึ้น เรว แต่ เหตุ ที่ ไฟ ลุก ขึ้น นั้น เขา ก็ มิ ได้ รู้ เหตุ นั้น คือ อย่าง ไร คือ อย่าง นี้ คือ ว่า เมื่อ พัด ไฟ นั้น ลม มัน เข้า เรว กว่า ก่อน แล อกซุเชน ที่ อยู่ ใน ลม นั้น ได้ เข้า ถูก เครื่อง ไฟ นั้น มาก ขึ้น จึ่ง กระ ทำ ให้ ไฟ นั้น ลุก ได้ ถ้า จะ เอา ลม ที่ ไม่ มี อกซุเชน พัด เข้า ที่ ไฟ นั้น ไฟ ก็ ไม่ ลุก เลย ถึง จะ พัด ไป ยัง ค่ำ ไฟ ก็ ไม่ ลุก หนึ่ง ถ้า จะ เอา เทียน ติด ไฟ แล้ว ใส่ ไว้ ใน หีบ ที่ ลม เข้า มิ ได้ แล้ว เทียน มัน ก็ จะ ไหม้ เสีย กว่า อกซุเชนนั้น จะ หมด อกซุเชน หมด เมื่อ ไร เทียน ก็จะ ดับ เมื่อ นั้น ๚ะ
หนู บ้าน นอก ซอก นา แล หนู ใน เมือง
๏ มี คำ ลือ กัน ว่า หนู บ้าน นอก ซอก นา อัน ซื่อ ตรง กิริยา เรียบ ร้อย ตัว หนึ่ง วัน หนึ่ง ได้ เลี้ยง หนู เมือง ตัว งาม ตัว หนึ่ง ที่ รู ของ มัน แต่ ก่อน นั้น หนู ทั้งสอง ตัว นี้ เคย เปน เพื่อน รัก เพื่อน เล่น ด้วย กัน นาน มา แล้ว ภอ เปน ที่ มา เยี่ยม เยือน กัน ได้ แต่ หนู บ้าน นอก นั้น เปน เจ้า ของ รู รัง อยู่ นั้น จึ่ง ถือ ว่า ควร จะ ทำ การ สมควร กับ ผู้ อัน ต้อง เลี้ยง แขก มา เยี่ยม ให้ หนู เมือง นั้น จะ ได้ ความ สบาย เหมาะ แก่ ผู้ มา เยี่ยม เยือน นั้น เพื่อ จะ ให้ เปน เชน นี้ หนู บ้าน นอก จึ่ง จัด ตั้ง ถั่ว แล เนื้อ หมู แล เข้า อย่าง ดี ผิว เนย แขง แห้ว เอา กลวย สุก เปน ของ หวาน เชื่อ จะ ประนิบัติ แก่ แขก อย่าง งาม หนู บ้าน นอก ไม่ รับ ประทาน กิน เอา กลัว แขก ที่ มา เยี่ยม จะ ไม่ มี ภอ กิน แต่ เพื่อ จะ เปน เพื่อน กิน ด้วย กัน จึ่ง นั่ง กัด กิน ฟาง ไว ๆ หนู เมือง จึ่ง พูด ว่า เพื่อน บ้าน เอย อย่า ถือ ฉัน จะ ขอ พูด สัก คำ ทำไม จึ่ง ชอบ อยู่ ใน รู เบื้อน เพราะ รู นี้ แต่ ผู้ เดียว เปน แต่ ป่า เท่านั้น เปน ทุ่ง เปน นา เปน เขา เปน ห้วย ลำธาร เท่า นั้น รอบ ตัว ท่าน ไม่ ชอบ ฟัง ภาษา ที่ เพื่อน มาก ดี กว่า เสียง นก แล ความ สง่า แห่ง พระราช วัง ไม่ ดี กว่า แนว ป่า ทิว ป่า ฤา เชื่อ ฉัน เถิด ถ้า เปลี่ยน ที่ คง จะ สบาย กว่า กัน มาก อย่า ป่วย การ ตรอง คิด เลย รีบ ไป ใน ทัน ได นี้ เอง อย่า ลืม เรา ทั้งสอง อายุศม์ ก็ มาก แล้ว ไม่ มี เวลา ที่ จะ เปลือง เสีย เปล่า ของ สำหรับ วัน นี้ ให้ เปน ของ ๆ ตัว ให้ แน่ จง ชื่น ชม ให้ อิ่ม หนำ ยินดี ด้วย เถิด เพราะ ว่า พรุ่ง นี้ จะ เปน อย่าง ไร ไม่ รู้ ครั้น หนู เมือง พูด ดัง นี้ หนู บ้าน นอก ชอบ ใจ ติด ใจ แล เต็ม ใจ จะ ไป ยัง เมือง ใน คืน วัน นั้น เอง เพื่อน ทั้งสอง จึ่ง เดิน เข้า ไป พร้อม กัน หมาย ใจ ว่า ภอ ค่ำ ลง แล้ว จะ แอบ ลอด ไป จน ได้ คิด อ่าน จัด การ เสร็ จ แล้ว ภอ เที่ยง คืน ทั้ง คู่ ลอด เข้า ไป ใน ตึก หลัง ใหญ่ ตึก หนึ่ง จำเพาะ ค่ำ วัน นั้น มี การ เลี้ยง โตะ กัน ใหญ่ นัก ใน ตึก นั้น เสด เดน อร่อย นั้น หลาย สิ่ง เรี่ย ราด อยู่ ตาม พื้น สัก ครู่ หนึ่ง หนู บ้าน นอก ตั้ง ตัว อยู่ บน เสื่อ พรม อย่าง วิเศษ นัก คราว นี้ หนู เมือง เปน พนักงาน เลี้ยง หนู ขอก นา หนู เมือง จึ่ง ทำ การ เลี้ยง ปรืบ ไว เหมาะ งาม เปลี่ยน ส่ง ของ อร่อย ๆ ด้วย กิริ ยา งาม แล ชิม ลอง ดู ทุก สิ่ง ก่อน เหมือน แม่ งาน ที่ ครัว หนู ขอก นา นั้น ดี เนื้อ ดี ใจ เช่น นักเลง กิน ของ อร่อย นึก ๆ ว่า บุญ นัก หนา จริง เปน เคราะห์ ใหม่ ที่ นัก บัด เดี๋ยว ใจ ทั้ง คู่ นั้น ได้ ยิน เสียง เหมือน คน จะ เปิด ประตู ทั้ง คู่ จึ่ง ตะลี ตะลาน รีบ หนี ตาม ห้อง กิน โต๊ะ หนู ขอก นา นั้น แทบ จะ ตาย ด้วย กำลัง ความ กลัว ได้ ยิน เสียง สุนักข์ ใหญ่ ตัว หนึ่ง เห่า ดัง นัก กึก ก้อง ตลอด เรือน พอ การ สงบ เงียบ ลง หนู บ้าน นอก จึ่ง ได้ ว่า เออ ถ้า เช่น นี้ เปน ทำนอง ชีวิตร ใน เมือง ของ ท่าน นั้น ท่าน จง จำเริญ อยู่ ดี ๆ เถิด ฉัน จะ รีบ กลับ ถึง รู เงียบ สงัด ของ ฉัน แล ถ้า หยาบ แต่ พอ กิน ของ ฉัน นั้น ขอ ให้ ฉัน กลับ ถึง รู โพรง ไม้ ของ ฉัน ทั้ง ของ กิน หยาบ แต่ ขอ อย่า เปน ข้า ของ ใคร เลย ๚ะ
๏ เรื่อง นี้ จะ สอน ให้ ทน ความ ยาก ตาม ธรรมดา ที่ เคย มี นั้น ดี กว่า ที่ จะ หนี ความ ยาก ที่ ยัง ไม่ เคย ถูก เคย ๚ะ
๏ เรื่อง นี้ จะ เตือน ว่า ซึ่ง จะ คิด อ่าน เลื่อน ที่ ดี ขึ้น ใน ทาง ชอบ ก็ เปน อัน ควร กับ ความ อิ่ม หน่า ใจ แล ความ กตัญญู เพราะ ความ ดี ซึ่ง มี อยู่ บัด นี้ แต่ การ ร้อน ใจ ไม่ พอ ใจนั้น เปน การ ร้าย ที่ สุด ของ มนุษย์ เรื่อง นี้ สอน ว่า ถ้า พอ ใจ ชอบ ใจ ด้วย ตำแหน่ง แล ของ ซึ่ง มี อยู่ นั้น เปน ประโยชน์ แก่ ตัว เปน อัน มาก ฯะ
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน หก ขึ้น ห้า ค่ำ เมื่อ คย เวอนแมนต์ ครีศ ตอบ คำ หมาย แห่ง ประเทศ อัน มี ฤทธิ์ ใหญ่ นั้น ไม่ ยอม อธิบาย ความ ต่อ ไป แล ราชทูต ประเทศ ต่าง ๆ นั้น จะ ลา ไป วัน นี้ ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน หก ขึ้น เจ็ด ค่ำ ราชทูต ประเทศ ต่าง ๆ ออก จาก เมือง อะเธนซะ แล้ว เว้น แต่ ราชทูต ฝรั่งเสศ แล ราชทูต รุเซีย ฯะ
๏ ราชทูต ครีศ ซึ่ง อยู่ เมือง กอนซะแตนไตโนเปล พวก ครีศ สั่ง ให้ กลับ มา ฯะ
๏ เมือง อะเธนซ วัน จันทร์ เดือน หก ขึ้น แปด ค่ำ ท่า กำปั่น ต่าง ๆ ใน ประเทศ ครีศ ปิด บลอกเกด ไว้ แล้ว แล พวก มินิศตรี่ ขอ ลา ออก จาก ราชการ แล้ว ฯะ
๏ กิง จอจะ เจ้า ประเทศ ครีศ ไม่ รับ ให้ พวก มินิศ ตรี่ ลา ออก จาก ราชการ ฯะ
๏ กำปั่น รบ แห่ง ประเทศ อัน มี ฤทธิ์ ใหญ่ พร้อม กัน ออก จาก อ่าว ทะเล คือ ซุดาเบ จะ ไป เที่ยว จัด การ ใน ทะเล ประเทศ ครีศ ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน หก ขึ้น เก้า ค่ำ ใน ที่ ชุมนุม ปฤกษา ราชการ คือ เฮาซ ออฟ กอมมันซ์ มะคืน นี้ ลอด ฮาชิงตัน ได้ ขอ ตั้ง ข้อ อย่า รับ บิล อัน ว่า ด้วย การ โฮมรูล ของ มิสเตอร์ แคลดซะโตน ฯะ
๏ การ ทุ่ม เถียง กัน นั้น รอ ไว้ ก่อน แล้ว ฯะ
๏ เมือง อะเธนซ วัน อังคาร เดือน หก ขึ้น เก้า ค่ำ กิง จอจะ เจ้า ประเทศ ครีศ รับ ยอม ให้ พวก มินิศตรี่ ลา ออก จาก ราชการ ฯะ
๏ มิสเตอร์ ตรีกูเป ไม่ ยอม รับ ธุระ จัด แกบิเนต ใหม่
๏ เมือง อะเธนซะ วัน พุฒ เดือน หก ขึ้น สิบ ค่ำ มิศ เตอร์ ทะปะมิคะโลปูโล กำลัง จัด แกบิเนต ใหม่ อยู่ บัด นี้ อณา ประชา ราษฎร มี ความ ปราถนา อยาก จะ ได้ การ สงบ เรียบ ร้อย อย่า ให้ มี การ รบ แล กำลัง ร้อง ขอ ให้ ท่าน จับ เลิก วาง เครื่อง อาวุธ ให้ ทัน การ ที่ เดี๋ยว ฯะ
| แต่วัน อังคาร เดือน หก แรม ๑ ค่ำ จน ถึงวัน อังคาร เดือน ๖ แรม ๘ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๙ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ล ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ล ค แทน กำปั่น เลา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| ซ แทน ซกุนเนอร์ | เรือ เข้า | |||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำ หนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| พระจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ซตรตัน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | แรม ๑ ค่ำ |
| กวาตะ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๒๕ | กอก | วังลี | ฮองกอง | แรม ๒ ค่ำ |
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๗ | ไฮด | จิ่น | สิงคโปร | แรม ๔ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๙๐ | ไวด | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงคโปร | แรม ๖ ค่ำ |
| เอมซโดน | ก ๒ ส ค อังกฤษ | ๖๘๙ | กอ โชวิก | มากถาด แอน โก | นุยอก | แรม ๖ ค่ำ |
| แนนแซน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๗๖๕ | บลอกเบิร์ | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงคโปร | แรม ๗ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| กลิวิเดน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๑๑๔ | คิบ | จิ่น | ฮองกอง | แรม ๒ ค่ำ |
| แคละเวศตัน | ก ๒ ล ค เยอรแมน | ๖๐๙ | ซอนเกล | จิ่น | มะนิละ | แรม ๒ ค่ำ |
| พระจุลจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ไลตวุด | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | แรม ๔ ค่ำ |
| เฮกาดิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | เร | วินดซอ โรซ แอน โก | สิงคโปร | แรม ๕ ค่ำ |
| แฟลกอน | ก ๒ ล ค สยาม | ๓๖๗ | ยอรเคนแซน | จิ่น | ฮองกอง | แรม ๖ ค่ำ |
| ถงฮิน | ก ๒ ส สยาม | ๑๒๐ | จิ่น | — | สงขลา | แรม ๖ ค่ำ |
| พระจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ซแตรตัน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | แรม ๗ ค่ำ |
| กวาตะ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๕๒ | รอก | วังลี | ฮองกอง | แรม ๗ ค่ำ |
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๗ | ไฮด | จิ่น | สิงคโปร | แรม ๘ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า พระจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จิ่น แล ยี่ปุ่น แล คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๑๗ คน | ||||||
| ๏ กวาตะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จิ่น แล ยี่ปุ่น คน เดิน สาน แกบิน ๑ แล ดาษฟ้า ๑๓ คน ๏ บอนิโอ บันทุก | ||||||
| สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป คน เดิน สาน แกบิน | ||||||
| ๒ คน ดาษฟ้า ๑๗ คน ๏ แนนแซน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๏ เอมซโดน บันทุก น้ำมัน | ||||||
| ปิโตรลิอัม ๚ะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก กลิวิเดน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จิ่น แล ยี่ปุ่น ๏ แคละเวศตัน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ | ||||||
| ๏ พระจุลจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จิ่น แล ยี่ปุ่น ๏ เฮกติ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง สิงฆโปร | ||||||
| แล ยุโรป ๏ แฟลกอน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ ลงฮิน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ พระจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล | ||||||
| เมล เมือง จิ่น แล ยี่ปุ่น ๏ กวาตะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จิ่น แล ยี่ปุ่น ๏ บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล | ||||||
| เมล สิงคโปร แล ยุโรป | ||||||
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไส่มย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ถง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ฯะ
๏ กำปั้น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชร์บุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤา วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ
คน เดิน สาน ดาษฟ้า คน ละ บาท
๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤา กัปตัน กำปั้น นั้น ๚ะ
๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั้น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ฯะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก (จ ห) ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไส่มย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เชี่ยวแถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ แจ้ง ความ ให้ ทาน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สีลม ที่ ตึก คอน เวด เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤๅ จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เปิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอส์บิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ
๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา ส่อง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอื่ยด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอืยด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไล้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคาถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด