
| เล่ม ๔ แผ่น ๔๑ วัน พุฒ เดือน เจ็ด ขึ้น ๑ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ |
๏ ใจ ความ ว่า ข้าพเจ้า ชื่อ ปรินส์ เฟรดดริก วิลเลียม จะ ขอ รับ ปรินเศศรอยัล เปน ภรรยา ได้ แต่ง การ อาวาห์ มงคล ตั้ง แต่ วัน นี้ ไป จะ ดี จะ ชั่ว จะ มี จะ จน จะ ทุกข จะ ศุข ด้วย กัน จะ รัก กัน จน วัน ตาย ตาม โอวาท ของ พระเจ้า แล้ว เจ้า เฟรดดริก วิลเลียม ก็ วาง มือ เจ้า หญิง รอยัล พระครู จึ่ง ให้ เจ้า หญิง รอยัล เอา มือ ขวา จับ มือ ขวา ของ เจ้า เฟรดดริก วิลเลียม ไว้ บ้าง พระครู จึ่ง อ่าน คำ สัญญา นั้น ให้ เจ้า หญิง นั้น ว่า ตาม ความ ที่ ว่า ก็ คล้าย กัน กับ ความ ก่อน ที่ เจ้า เฟรดดริก วิล เลียม ว่า แต่ ผิด กัน เล็ก น้อย ที่ ว่า จะ ฟัง ถ้อย คำ แล ปรนิบัติ ตาม แล้ว เจ้า สอง องค์ ก็ วาง มือ ออก จาก กัน เจ้า เฟรดดริก วิลเลียม จึ่ง เอา แหวน ที่ เรียก ว่า แหวน กล่าว วาง ลง บน หลัง สมุก ให้ แก่ พระครู พระครู ก็ หยิบ เอา แหวน นั้น กลับ คืน ให้ แก่ เฟรดดริก วิลเลียม เจ้า เฟรดดริก วิลเลียม รับ แหวน นั้น มา แล้ว จึ่ง สรวม ใส่ ใน นิ้ว นาง มือ ข้าง ซ้าย ของ เจ้า หญิง รอยัล แล้ว เจ้า เฟรดดริก วิลเลียม ก็ จับ แหวน ถือ ไว้ จึง กล่าว คำ ว่า เรา จะ รับ ท่าน เปน ภรรยา ของ เรา ด้วย แหวน วง นี้ เรา คำนับ ท่าน ด้วย กาย ของ เรา แล ทรัพย์ สมบัติ ของ เรา ที่ มี อยู่ ใน โลกย์ นี้ แล้ว ก็ วาง มือ ออก จาก แหวน คุก เข่า ลง ทั้งสอง องค์ พระครู กับ พวก สิษย์ ก็ สวด ขึ้น พร้อม กัน เมื่อ สวด จบ ลง แล้ว จึ่ง ให้ เจ้า สอง องค์ จับ มือ กัน ไว้ แล้ว พระครู จึ่ง ว่า พระเจ้า ได้ โปรด ให้ เจ้า ทั้งสอง นี้ เปน สามี ภรรยา กัน แล้ว ตั้งแต่ นี้ ไป อย่า ให้ ผู้ ใด ผู้ หนึ่ง ทำ ให้ พรัด พราก จาก กัน เลย จน กราบ เท้า สิ้น ชีวิตร จาก กัน แล้ว พระครู ก็ อวยพร ให้ แต่ บันดา พวก สิศย์ ทั้งปวง ก็ ร้อง เพลง อวยพร ขึ้น พร้อม กัน แล้ว ประโคม มะโหรี่ ปี่พาทย์ เสียง สนั่น กึก ก้อง ไป ทั้ง โบส เมื่อ สวด จบ การ เสร็จ กัน นั้น เวลา บ่าย โมง หนึ่ง กวีน จึ่ง เสด็จ กลับ ไป วัง บักกิงฮำ พร้อม ด้วย พระวงษา นุวงษ ทั้งสอง ฝ่าย ใน เวลา ทำ การ อาวาห์ ที่ ใน โบส นั้น ผู้ ซึ่ง เข้า ไป ทั้ง ชาย หญิง ประ มาณ สอง ร้อย คน เข้า ไป ได้ แต่ พระญาติ พระวงษ กับ เจ้า พนักงาน แล พวก มะโหรี่ อีก ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ทั้ง ภรรยา แต่ ล้วน คน ที่ โปรด ปราน มาก จึ่ง ได้ เข้า ไป มิสเตอร์ เฝาล์ บอก ทาษทูต ว่า ขุนนาง แล เสรฐี ปราถนา จะ ใคร่ เหน การ นี้ มาก นัก แต่ ว่า ถึง จะ เสีย เงิน คน หนึ่ง สัก สอง พัน ปอน คิด เปน เงิน บาท สอง ร้อย ชั่ง ก็ เข้า มา ไม่ ได้ ใน ค่ำ วัน นั้น กวีน ให้ เชิญ ราชทูต ทั้งสาม หม่อม ราโชทัย จหมื่น ราชา มาตย์ นาย พิจารณ์ สรรพ์ กิจ ไป ฟัง มะโหรี่ สำรับ ใหญ่ ที่ วัง บักกิงฮำ มี ชาย พวก หนึ่ง หญิง พวก หนึ่ง ร้อง ขับ กล่อม ตาม ภาษา อังกฤษ กวีน แล ปรินส์ อาลเบิด กับ เจ้า ลูก เธอ ชาย หญิง ปรินส์ เฟรดดริก วิลเลียม พระ วงษานุวงษ ของ กวีน แล ขุนนาง ฝ่าย ใน ฝ่าย น่า ไป ประชุม กัน หลาย ร้อย คน ถึง เวลา สี่ ทุ่ม กวีน โปรด ให้ พวก ราชทูต ไป กิน น้ำชา กาแฟ ขนม ผลไม้ เจ้า พนักงาน ก็ นำ ไป ที่ ห้อง เลี้ยง ครั้น กิน เสร็จ จึ่ง กลับ มา นั่ง ฟัง อยู่ ตาม ที่ จน สอง ยาม เศศ กวีน เสด็จ ขึ้น ราชทูต ก็ กลับ มา โฮเตล พระ
กับ ปรินส์ เฟรดดริก วิลเลี่ยม ลา ไป เมือง ปรูเซี่ย แล
ราชทูต ไป ดู คุก แล คลัง แล แม่ น้ำ เทมส์
๏ วัน เสาร์ เดือน สาม แรม ค่ำ หนึ่ง กวิ่น ให้ เชิญ พวก ราชทูต ไป ที่ วัง ชื่อ เซนต์เยมส์ เปน ราชวัง เก่า เดี๋ยว นี้ กวิ่น ไม่ ได้ เสด็จ อยู่ โปรด ให้ ดุกแกมบริช อยู่ วัง นั้น กวิ่น จะ ให้ เจ้า หญิง ลูก เธอ ปรินส์เศศ รอยัล กับ ปรินส์ เฟรดดริก วิลเลี่ยม ซึ่ง เปน สามี ลา ไป อยู่ ด้วย กัน ที่ เมือง ปรูเซี่ย คือ เมือง ของ เจ้า เฟรด ดริก วิลเลี่ยม ถึง เวลา บ่าย โมง เศศ มิศเตอ เฟาล์ กับตัน เกลเวอริง ก็ พา พวก ราชทูต ขึ้น รถ ไป ถึง วัง เจ้า พนักงาน จึ่ง ให้ ราชทูต คอย อยู่ ที่ ห้อง ใหญ่ กับ ด้วย พวก ขุนนาง อังกฤษ ทั้ง ภรรยา พร้อม กัน จน บ่าย สอง โมง กวิ่น เสด็จ ออก เจ้า พนักงาน เปิด ปะตู พวก เลอร์ด แล พวก ขุนนาง กับ พวก ราชทูต ก็ เดิน ตาม กัน เข้า ไป เปน แถว กวิ่น เสด็จ ยืน อยู่ ตรง น่า พระ ที่นั่ง โธรน ถัด ไป ข้าง ซ้าย ปรินส์ อาลเบิต ต่อ ไป ปรินเศศ รอยัล แล้ว ปรินส์ เฟรดดริก วิลเลี่ยม แล ดัชเชสเกนต์ มารดา กวิ่น ยืน เรียง กัน ไป แต่ พวก พระ ญาติวงษ นอก นั้น ยืน เรียง กัน อยู่ ข้าง หลัง กวิ่น อีก แถว หนึ่ง ประมาณ ยี่สิบ เอ็ด ยี่สิบ สอง คน เมื่อ ขุนนาง เดิน เข้า ไป ใกล้ ที่ กวิ่น ทรง ยืน อยู่ กับ ขุนนาง ผู้ เข้า ไป จึ่ง ส่ง ก๊าด คือ กระดาด ที่ เขียน ชื่อ แล ตำ แหน่ง ของ ตัว ให้ กับ ขุนนาง ผู้ หนึ่ง ซึ่ง ยืน อยู่ ริม กวิ่น อ่าน ถวาย ว่า คน นั้น เปน ขุนนาง ตำแหน่ง นั้น แล้ว จึ่ง เดิน เข้า ไป ตรง กวิ่น ก้ม ศีศะ ลง คำนับ กวิ่น ก็ ก้ม พระเศียร ย่อ พระองค์ ลง รับ แล้ว ต่อ ไป ปรินส์ อาลเบิต แล เจ้า ซึ่ง ยืน เรียง กัน อยู่ ทุก ๆ องค์ แล้ว ก็ เลย มา ออก ปะตู ข้าง หนึ่ง คอย อยู่ ห้อง นอก แต่ พวก ราชทูต กวิ่น โปรด ให้ ดู อยู่ ข้าง ใน จน สำเร็จ พวก ขุนนาง กับ ภรรยา ซึ่ง เข้า ไป นั้น ประมาณ พัน คน กวิ่น เสด็จ มา ยืน รับ คำนับ ปรินส์ อาลเบิต ปรินเศศ รอยัล ปรินส์ เฟรดดริก วิลเลี่ยม ดัชเชสเกนต์ แล พระวงษา นุวงษ แต่ เวลา บ่าย โมง หนึ่ง จน ถึง บ่าย สี่ โมง เศศ จึ่ง เสด็จ ขึ้น ๚ะ
๏ วัน อังคาร เดือน สาม แรม สี่ ค่ำ เวลา ใน เที่ยง ปรินส์ เฟรดดริก วิลเลี่ยม พา ปรินเศศ รอยัล กลับ ไป เมือง ปรูเซี่ย ทาง ที่ เจ้า ทั้งสอง จะ ไป ลง เรือ นั้น แต่ บันดา ราษฎร ทุก บ้าน ทุก เรือน จัด แจง ตก แต่ง ปัก ดอก ไม้ กิ่ง ไม้ ยก ธง ทั้งสอง ฟาก ถนน จน ตลอด ถึง ท่า ที่ จะ ลง เรือ แต่ พวก ราชทูต หา ได้ ไป ดู ไม่ ด้วย มี ธุระ ไป เยี่ยม ญาติ ฮาริปากษ เอศแควร์ ใน วัน นั้น น้ำ ค้าง แขง ตก ยัง ค่ำ ที่ บน ถนน หนา ประมาณ ห้า นิ้ว หก นิ้ว แล ดู ขาว สอาด เหมือน นา เกลือ ๚ะ ๏ วัน จันทร เดือน สาม แรม สิบ ค่ำ เวลา เช้า สอง โมง ราชทูต ไป ดู คน โทษ ถึง สิ้น ชีวิตร เอา ผูก คอ แขวน ที่ น่า คุก คน นั้น เปน โทษ เพราะ ยิง คน ตาย ๚ะ
๏ วัน ศุกร เดือน สาม แรม สิบ สี่ ค่ำ มิศเตอรเฟาล พา พวก ราชทูต ไป ดู คลัง เงิน คลัง ทอง ที่ คลัง นั้น ทำ แน่น หนา ก่อ ด้วย สินลา แผ่น ใหญ่ ๆ มี ผู้ รักษา กวด ขัน มั่น คง ทอง แล เงิน ซึ่ง ไว้ ใน คลัง ทำ เปน ลิ่ม ๆ ประมาณ ยาว ศอก คืบ น่า ใหญ่ สอง นิ้ว น่า น้อย นิ้ว กึ่ง วาง ลำดับ ซ้อน กัน ขึ้น ไป เหมือน กอง อิฐ เปน หลาย กอง ๚ะ
๏ วัน เสาร เดือน สี่ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง พวก ราชทูต ไป หา เลอรด์ ปาลมิศตอน ซึ่ง เปน ที่ ผู้ สำเร็จราชการ ทั่ว ทั้ง เมือง แล เลอรด กลาเรนดอน เปน ผู้ สำเร็จ ราชการ ฝ่าย กวมท่า บอก ว่า จะ ขอ ลา กลับ คืน เข้า มา กรุง เทพ ฯ ลอรด กลาเรนดอน ก็ รับ คำ ว่า แล้ว จะ กำหนด วัน ให้ ๚ะ
๏ วัน พุฒ เดือน สี่ ขึ้น ห้า ค่ำ มิศเตอรเฟาล พา พวก ราชทูต ไป ลง เรือ กลไฟ เที่ยว ดู ตาม แม่น้ำ เทมส์ แม่ น้ำนี้ อยู่ ใน กลาง เมือง ลอนดอน เหมือน อย่าง แม่น้ำ เจ้า พระยา ที่ อยู่ ใน กรุง เทพ ฯ นี้ แม่น้ำ นั้น มี ตะพาน ข้าม แปด แห่ง บาง ตะพาน ทำ ด้วย เหล็ก บาง ตะพาน ก่อ ด้วย สินลา ใน จังหวัด ที่ ทำ ตะพาน เมื่อ น้ำ ขึ้น ฤก สิบเอ็ด ศอก ลง ฤก เจ็ด ศอก เศษ พ้น ตะพาน ลง ไป น้ำ ฤก มาก กำปั่น ใหญ่ เข้า ออก ได้ แม่น้ำ นั้น บาง แห่ง กว้าง บาง แห่ง เท่า กัน กับ แม่น้ำ ใน กรุง เทพ ฯ บาง แห่ง ก็ แคบ กว่า ตาม ริม ตลิ่ง ทั้งสอง ฟาก ลง เขื่อน เหล็ก บ้าง เขื่อน สินลา บ้าง เขื่อน ไม้ บ้าง มี ตึก แล อู่ ตลอด ไป ตาม ลำ น้ำ แต่ กำปั่น ที่ อยู่ ใน อู่ แล กำปั่น ขึ้น ล่อง ไป มา ทั้ง ใหญ่ ทั้ง เล็ก เปน เรือ กล ไฟ บ้าง เรือ ใบ บ้าง มาก กว่า หมื่น ลำ ราชทูต ดู ลง ไป ตาม ลำ แม่น้ำ ทาง ประมาณ หก ร้อย เส้น แล้ว จึง กลับ ขึ้น มา แวะ ดู กำปั่น เหล็ก ลำ ใหญ่ ที่ ต่อ ใหม่ เจ้า ของ เรือ เหน พวก ราชทูต ขึ้น ไป บน กำปั่น ก็ มี ความ ยินดี มา ต้อน รับ นำ ไป เที่ยว ดู บอก กล่าว ชี้ แจง จน ตลอด ลำ แล้ว ราชทูต ก็ ลง เรือ กลไฟ กลับ มา โฮเตล ๚ะ
แล ราชทูต เข้า เฝ้า กวีน ทูล ลา แล ที่ ขัง คน บ้า
แล บริตอิชมิวเซี่ยม
๏ รุ่ง ขึ้น วัน พฤหัศบดี เดือน สี่ ขึ้น หก ค่ำ กวีน รับ สั่ง ให้ เยนเนอรัล กัศต มา เชิญ พวก ราชทูต ไป เฝ้า ที่ วัง เซนต์เยมส์ เปน วัน กำหนด พวก ขุนนาง เข้า เฝ้า แล้ว จะ โปรด ตั้ง ขุนนาง ด้วย เวลา บ่าย สอง โมง เศษ พวก ราชทูต ก็ ขึ้น รถ ไป คอย อยู่ ที่ วัง ถึง เวลา บ่าย สาม โมง กวีน เสด็จ มา ให้ เปิด ประตู ขุนนาง ก็ เข้า ไป คำนับ ทุก คน แต่ ขุนนาง ซึ่ง จะ รับ เปน ที่ เซอ นั้น เข้า ไป นั่ง คุก เข่า ลง อยู่ ตรง พระภักตร กวีน จึ่ง เอา พระ แสง ดาบ วาง ลง บน บ่า ซ้าย แล้ว ยก มา วาง ลง บน บ่า ขวา แล้ว ยื่น พระหัตถ์ ออก มา ขุนนาง คน นั้น จึ่ง เอา มือ ของ ตัว รอง ลง ใต้ ฝ่า พระหัตถ เอา ปาก จุบ ธรรมรงค์ ที่ หนึ่ง แล้ว ลุก ขึ้น เดิน ถอย หลัง ออก ไป ไกล ประมาณ สาม วา แล้ว จึ่ง กลับ น่า เดิน ออก ไป แต่ ฝ่าย ขุนนาง หัว เมือง เข้า ไป ถึง ก็ คุก เข่า ลง ข้าง หนึ่ง ส่ง หนังสือ ถวาย กวีน ทรง รับ เอา แล้ว ยื่น พระหัตถ์ ให้ ทำ เหมือน เช่น ว่า มา แล้ว ทุก ๆ คน จน บ่าย สี่ โมง เศศ กวีน จึ่ง เสด็จ ขึ้น เลอรด กลาเรนดอน จึ่ง บอก ราชทูต ว่า กวีน กำหนด ให้ พวก ราชทูต เข้า เฝ้า ทูล ลา ใน วัน พรุ่ง นี้ ๚ะ
ข่าว ใน กรุง
๏ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า ดิศวร กุมาร เปน พระองค์ เจ้า ต่าง กรม มี พระนาม ตาม จารึก ใน พระสุพรรณ บัตร ว่า พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น ดำรงค์ ราชานุภาพ ตั้ง แต่ ณวัน ศุกร เดือน หก แรม สี่ ค่ำ ปี จอ อัฐศก จุลศักราช ๑๒๔๘ ๚ะ
กรม พระราช วัง บวร สถาน มงคล
๏ ณวัน จันทร เดือน เจ็ด ขึ้น หก ค่ำ ปี จอ อัฐศก จุล ศักราช ๑๒๔๘ เปน วัน กำหนด ที่ จะ แห่ พระบรม ธาตุ แต่ พระบรม มหา ราชวัง ออก มา สู่ พระเมรุ มี งาน ฉลอง ก่อน ต่อ ถึง ณวัน พฤหัสบดี เดือน เจ็ด ขึ้น เก้า ค่ำ เวลา เช้า จึ่ง จะ ได้ แห่ พระศพ มา เข้า พระเมรุ มี งาน ต่าง ๆ ทั้ง กลาง วัน กลาง คืน ตลอด หก วัน ณวัน จันทร เดือน เจ็ด ขึ้น สิบสาม ค่ำ เวลา บ่าย เปน วัน พระราช ทาน เพลิง ๚ะ
๏ ณวัน อาทิตย เดือน หก แรม สิบสาม ค่ำ ปี จอ อัฐศก ศักราช ๑๒๔๘ เวลา เช้า ห้า โมง เสศ กำปั่น สุริยวงษ จะ ออก จาก กรุง เทพ ฯ ครั้น แล่น มา ถึง ตำ บล บาง คอแหลม โดน เรือ ละคร ของ พระยา มณเฑียร ธรบาล ล่ม ลง สิ่ง ของ ใน ลำ เรือ ละคร นั้น เสีย แล สูญ หาย ไป เปน อัน มาก คน ก็ เจ็บ ป่วย ด้วย สอง คน ๚ะ
๏ วัน จันทร์ เดือน หก แรม เจ็ด ค่ำ เวลา ประมาณ สาม ทุ่ม ลูก ฝรั่ง กับ ลูก จีน อยู่ ที่ บาง คอแหลม เปน ลูก จ้าง ทำ การ พิมพ์ ของ หมอ สมิท เกิด วิวาท กัน กับ ไทย คน หนึ่ง ไม่ ใช่ คน อยู่ ที่ บาง คอแหลม ทั้ง สอง ฝ่าย ใช้ อาวุธ ปืน แล ดาบ กัน แต่ ข้าง ไทย นั้น เจ็บ ปวด มี บาด แผล เปน อัน มาก ฯะ
๏ วัน พุฒ เดือน หก แรม เก้า ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๗ ข้าพเจ้า ชาว สยาม มี ความ ขัด ข้อง ด้วย การ สาศนา ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เอไดเตอร ผู้ เจ้า ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ทราบ ด้วย พวก ข้าพเจ้า ได้ รับ จด หมาย เหตุ ของ ท่าน แต่ ณะวิก ก่อน ๆ นั้น ข้าพเจ้า อ่าน ดู เหน มี คำ บุจฉา แล วิสัชนา ใน การ สาศนา เปน หลาย ฉบับ ครั้น มา วิก หลัง ๆ นี้ ข้าพเจ้า ตรวจ ดู ใน จด หมาย เหตุ สยาม ไสมย เหน บอก แต่ เหตุ ต่าง ๆ แต่ คำ บุจฉา แล วิสัชนา ใน การ สาศนา นั้น ข้าพเจ้า ไม่ เหน ท่าน ลง ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย เลย ซึ่ง คำ บุจฉา แล วิสัชนา ด้วย สาศนา นั้น ก็ ยัง คลุม เครือ ไม่ แจ้ง ชัด ออก ได้ พวก ข้าพเจ้า ยัง ไม่ สิ้น ความ สงไสย อนึ่ง ข้าพเจ้า เหน ผู้ ที่ ถือ สาศนา ทุก วัน นี้ ก็ หลาย พวก ถือ หลาย สาศนา ผู้ ใด ถือ สาศนา ไหน ก็ ว่า สาศนา นั้น เปน สาศนา แท้ จริง บาง สาศนา ว่า การ สิ่ง นั้น เปน บาป บาง สาศนา แก้ ว่า การ สิ่ง นั้น ไม่ เปน บาป บาง สาศนา ว่า ถือ อย่าง นั้น ได้ บุญ บาง สาศนา แก้ ว่า ถือ อย่าง นั้น ไม่ ได้ บุญ เปน คำ โต้ แย้ง ทุ่ม เถียง กัน ต่าง ๆ เช่น นี้ พวก ข้าพเจ้า ผู้ ปัญญา ต่ำ ก็ ไม่ ทราบ ว่า จะ ถือ สาศนา ไหน เปน สาศนา แท้ จริง ได้ แต่ ท่าน ผู้ จะ บุจฉา วิสัชนา แต่ วิก ก่อน ๆ นั้น ท่าน ไม่ กล่าว ต่อ ไป ให้ สิ้น ความ สงไสย ยัง ไม่ ทัน ถึง ไหน ท่าน ก็ เอวัง เสีย เท่า นั้น ทำไม จึง จะ รู้ ว่า สาศนา ไหน เปน สาศนา แท้ จริง ๚ะ ๏ มี บาง คน แต่ง หนังสือ ทิ้ง มา ทาง ไปรสนีย ใน หนังสือ นั้น บาง คน ลง ชื่อ แต่ ไม่ บอก ตำบล บ้าน ไหน เปน แต่ ลง ชื่อ ว่า ชื่อ แดง อยู่ ถนน ใหม่ เปน อัน ใช้ ไม่ ได้ คน ที่ ชื่อ แดง บ้าน อยู่ ถนน ใหม่ จะ มี ขี่ สิบ คน หา ทราบ ไม่ คน ที่ จะ ลง ชื่อ บอก ตำบล บ้าน ลอย ๆ ดัง นี้ พึง เข้า ใจ เถิด ไม่ ควร จะ ยอม เปน คน แต่ง เรื่อง ราว ตี พิมพ์ ลง ใน สยาม ไสมย คน ซื่อ ตรง คน ที่ มี ปัญญา มี วิชา ติด ตัว คน ที่ มี บ้าน ช่อง มี วิชา ทำ มา หา กิน คน ที่ อยาก ทำ คุณ แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง แก่ เพื่อน มนุศ์ ด้วย กัน ท่าน ผู้ ดี อัน เปน หลัก ถาน จะ ทำ ดี ทำ คุณ ให้ เขา ชอบ แล้ว ที่ จะ ให้ เปน คน ลง ความ ใน สยาม ไสมย ได้ ถ้า ท่าน เปน คน เช่น นี้ คง ไม่ คิด ปิด ทั้ง ชื่อ ปิด ตำ บล บ้าน เพราะ เขา จะ พูด แต่ ถึง ความ อัน ควร ฟัง ได้ คน ที่ ปิด บัง ชื่อ ปิด ตำบล บ้าน บอก ชื่อ บอก ตำบล บ้าน ไม่ จริง เปน แต่ คน จะ ลอง ว่า กระทบ ๆ ให้ คน อื่น เสีย เปรียบ เขา คน เช่น นี้ คบ ไม่ ได้ คน ที่ ลง ความ ใน จดหมาย เหตุ ควร จะ มา หา เจ้า ของ จด หมาย เหตุ ให้ เหน ให้ รู้ ตัว เปน คน รู้ จัก กัน เปน คน คุ้น เคย กัน แล้ว ถ้า เปน การ ควร เรา จึ่ง จะ เปิด สยาม ไสมย ให้ คน ดี ๆ ลง ความ ให้ มี ทาง จำเริญ แก่ เขา ถ้า ผู้ แต่ง เรื่อง ต่าง ๆ นั้น เปน คน เรา ไม่ รู้ จัก กัน แล้ว อย่า บังอาจ คิด เอา ความ ลง ใน สยาม ไสมย เลย ๚ะ
๏ คน ที่ เหน ดี เหน คุณ ใน สาสนา ข้อ ใด จะ แต่ง เรื่อง ราว เรียบ ร้อย อัน ไม่ เปน ที่ ให้ คน มี ปัญญา มี ความ ร้อน ใจ เคือง ใจ ได้ เชิญ แต่ง เถิด ส่ง มา เถิด แต่ ให้ เรา รู้ แน่ ว่า ใคร ถ้า ควร ลง คง ลง ให้ แต่ ทว่า ถ้า จะ แอบ ว่า ถือ สาสนา นี้ นั้น แอบ เอา ช่อง ด่า คน อื่น ประจาน คน อื่น ขอ อย่า ป่วย การ แต่ง เปล่า อย่า เสีย ค่า ซแตมป ไปรสนีย เปล่า เรา ไม่ ชอบ ใจ ลง ความ เช่น นั้น เลย ๚ะ
๏ อนึ่ง อย่า ว่า แต่ สาสนา เลย เรื่อง ต่าง ๆ แล้ว แต่ ท่าน จะ ชำนาญ สนัด ถ้า แต่ง ขึ้น แล้ว อยาก จะ ลง สยาม ไสมย ให้ ท่าน ผู้ อื่น อ่าน ฟัง อ่าน ดู เล่น ฤา เอา ปัญญา ก็ จะ ดี ใจ ลง ให้ แต่ ผู้ ที่ จะ ลง นั้น ต้อง มา หา เจ้า ของ สยาม ไสมย ให้ รู้ จัก กับ ตัว ท่าน ถ้า เหน ว่า เปน คน มิ ได้ คิด มุ่ง หมาย ทำ ร้าย แก่ ผู้ ใด จะ ทำ แต่ ก็ ให้ ปรีชา ภะ ดี ใจ ลง ให้ ถ้า เปน คน แอบ ซ่อน ซุ่ม ปิด บัง ตัว จะ อาไศรย สยาม ไสมย ยิง เขา ให้ เจบ ลำบาก เปล่า จะ คบ กับ ท่าน อย่าง ไร ได้ คบ ไม่ ได้ อย่า เลย เรา ขอ อย่า ให้ ได้ รู้ จัก กัน กับ คน เช่น นั้น เลย เปน อัน ขาด ๚ะ
๏ ประการ หนึ่ง อกซุเชน นั้น เปน ที่ จะ เลี้ยง ชีวิตร สัตว์ ๆ ทั้งปวง นั้น ถ้า ไม่ มี อกซุเชน อยู่ ใน ลม หาย ใจ เข้า ออก แล้ว มัน ก็ จะ ตาย เรว ถ้า จะ เอา สัตว์ เล็ก ๆ มี หนู แล นก เปน ต้น ใส่ ลง ใน ขวด แล ปิด ปาก ขวด ให้ มิด มัน จะ หาย ใจ อยู่ ได้ กว่า อกซุเชน นั้น จะ หมด อกซุเชน หมด เมื่อ ใด มัน ก็ จะ ตาย เมื่อ นั้น แต่ หาก ว่า ถ้า จะ ใส่ สัตว์ นั้น ไว้ ใน ขวด ที่ มี อกซุเชน สิ่ง เดียว สัตว์ นั้น ก็ จะ มี ชีวิตร นาน อยู่ สัก สาม เท่า ๚ะ
๏ มี คำ ถาม ว่า เปน เหตุ อย่างไร ที่ อกซุเชน นั้น จะ เลี้ยง ชีวิตร สัตว์ ไว้ ได้ ตอบ ว่า อกซุเชน นั้น เปน ที่ ชำระ โลหิต ให้ สอาด ศรี แรก เดิม โลหิต ที่ ฉีด ออก จาก หัวใจ นั้น ก็ เปน สี แดง สอาด บริสุทธิ์ แต่ เมื่อ มัน จะ กลับ เข้า มา หา หัวใจ อีก นั้น มัน ก็ ดำ ไป ไม่ บริสุทธิ์ เหมือน แต่ ก่อน โลหิต ดำ นั้น มัน เข้า ไป ใน ปอด พบ กับ ลม อากาศ ที่ หาย ใจ เข้า นั้น แล้ว อกซุเซน ที่ อยู่ ใน ลม นั้น ก็ จะ เข้า ติด กับ เลือด ดำ นั้น ให้ กลับ เปน สี่ แดง แล เมื่อ หาย ใจ ออก นั้น ไดโรเซน ได้ หอบ เอา ของ ที่ ไม่ สอาด ออก ทิ้ง ไว้ ข้าง นอก นั้น ๚ะ
๏ เรา รู้ ดัง นี้ เปน แน่ ด้วย เหตุ อัน ใด ก็ รู้ ว่า ด้วย มี คน หลาย คน ได้ เอา เลือด ดำ ใส่ ลง ใน ขวด ที่ มี อกซุเซน สิ่ง เดียว นั้น แล้ว สั่น ให้ อกซุเซน กับ เลือด นั้น ปน กัน เข้า สัก ครู่ หนึ่ง เลือด ดำ นั้น ก็ จะ กลับ เปน สี่ แดง งาม บริสุทธิ์ จึ่ง รู้ ว่า อกซุเซน นั้น เปน ที่ จะ ล้าง โลหิต ให้ เปน ดี ๚ะ
หมาไน แล สิงโต
๏ คราว แรก หมาไน ได้ แล เหน ตัว สิงโต มัน ล้ม ลง ที่ ตีน สิงโต แล แทบ ตาย ด้วย กำลัง กลัว คราว สอง เมื่อ หมาไน พบ ตัว สิงโต ใจ กล้า ขึ้น หน่อย ภอ แหงน ตา แล ดู ตัว สิงโต ได้ คราว สาม เมื่อ หมาไน พบ ตัว สิงโต ก็ มี ความ กำเริบ เข้า มา ใกล้ ทัก ถาม พูด จา กัน เปน เกลอ กัน ๚ะ
๏ เรื่อง นี้ จะ สอน ว่า คุ้น เคย กัน เกิน มัก ประ มาท กัน ๚ะ
๏ เรื่อง นี้ เปน เรื่อง นิทาน สั้น เรื่อง นี้ มี คุณ เปน อัน มาก เพราะ ชี้ ให้ เหน การ หลง สอง ชนิด ซึ่ง คน อัน ไม่ เรียบ ร้อย ดี มัก ทำ แก่ ท่าน ผู้ มี วาศนา สูง กว่า ตัว คน อัน ไม่ เรียบ ร้อย ดี นั้น มัก มี กิริยา หยาบ ฤๅ ความ กลัว เกิน ถ้า ไม่ อย่าง นั้น มัก ประ พฤติ์ การ หยาบ คาย เหลือ ทน ผู้ ดี แท้ ๆ นั้น คง หลีก การ หลง ทั้ง สอง อย่าง นี้ ๚ะ
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน หก ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ พวก เออแรนซะเมน ที่ เมือง อัลซะเตอร มี ความ เดือด ร้อน ยิ่ง มาก ขึ้น ถ้า บิล ของ มิสเตอร์ แกลดซะโตน จะ ตั้ง ขึ้น เปน อัน ใช้ ได้ แล้ว เขา ตั้ง ท่า จะ ขัด ขวาง ๚ะ
๏ มี รับ สั่ง ให้ พวก แจมเบอร ออฟ เดปุติ ชุมนุม กัน ให้ เร็ว ๆ มินิศเตอร ฝรั่งเศศ ไป จาก เมือง อะเธนซะ แล้ว ๚ะ
๏ กรุง เทพ วัน เสาร์ เดือน หก ขึ้น สิบสาม ค่ำ มิสเตอร์ แจมเบอรแลน ได้ ลง พิมพ์ หนังสือ ฉบับ หนึ่ง ใน หนังสือ นั้น ท่าน ว่า ถ้า บิล ของ มิศเตอร แคลดซะโตน จะ ตั้ง ให้ เปน อัน ใช้ ได้ แล้ว พวก อัลซะเตอร จะ คง มี ที่ จะ ร้อง ขอ ให้ พวก เขา มี กำลัง ครอง การ บ้าน เมือง เขา เอง ต่าง หาก ให้ ได้ ฯะ
ลอดซอลซะบะรี่ เตือน ให้ ข่ม ขืน
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน หก ขึ้น สิบห้า ค่ำ เปน ที่ เหน ว่า ปาเลี่ยแมนต คง กระจัด กระจาย เลิก เปน อัน แน่ ลอด ซอลซะบะรี่ กล่าว ว่า จะ ไว้ ใจ ใน พวก ไอริช นั้น ไม่ ได้ เลย ท่าน จึ่ง เตือน ว่า ให้ มี การ ข่ม ขืน ไป ตาม เดิม เถิด ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน หก แรม ค่ำ หนึ่ง เกานต์ เฮอเบิด บิศมาก รับ ตำแหน่ง เปน ผู้ ว่า การ ต่าง ประเทศ ใน ประเทศ เยอรแมน แอมไปร นั้น ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน หก แรม ส่อง ค่ำ มิศ เตอร ละบุแซ ได้ จับ การ ดิเบต ทุ่ม เถียง กัน ต่อ ไป แล เตือน ว่า ให้ อ่าน บิล นั้น ครั้ง ส่อง เถิด หนุน ความ เรื่อง โฮมรูล นั้น อาไศรย ความ เข้า ใจ ว่า คอเวอน แมนต จะ ถอน ให้ เลิก บิล นั้น ต่อ ภาย หลัง ฯะ
๏ การ ดิเบต ทุ่ม เถียง กัน ใน เรื่อง ราย นี้ คง ยืด ยาว ไป ถึง หลาย วัน ๚ะ
๏ เมือง เตียนตะซิน วัน อังคาร เดือน หก ขึ้น เก้า ค่ำ แล เมือง บีกิง วัน จันทร เดือน หก ชื้น แปด ค่ำ เยอร แมน มินิศเตอร ได้ มี คำ ลำลึก ถึง ขอ ให้ เข้า เฝ้า เจ้า ซีน แล มองซิเออ ริศเตอรฮุเบอ มี คำ ขอ ให้ ได้ เฝ้า เหมือน กัน เจ้า องค์ นั้น ยอม จะ ให้ ทั้งสอง ท่าน นั้น มา เฝ้า ที่ เมือง เตียนตะซิน ณวัน จันทร เดือน หก ขึ้น สิบห้า ค่ำ พวก ซินไดเกด ทั้ง คู่ นั้น มี ความ ยินดี เปน อัน มาก ฯะ
๏ เมือง ไลอง วัน จันทร เดือน หก ขึ้น แปด ค่ำ อากาศ ราชการ อยู่ ข้าง จะ วุ่น ราคา ไหม จึ่ง ตก ต่ำ ลง ไม่ ใคร่ จะ ซื้อ ขาย กัน แต่ ใน ประเทศ ยุโรป นั้น ไหม ใหม่ ที่ จะ มาก ระดู นี้ ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน หก แรม ค่ำ หนึ่ง พระ บรม ราช ชนนี่ ประเทศ ซะเปน ประสูตร พระราช โอรส องค์ หนึ่ง ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน หก แรม สี่ ค่ำ บิล ที่ ให้ กฎหมาย อามซแอกด ใน เกาะ ไอ เออ แลนด มี ขึ้น อีก ได้ อ่าน ครั้ง ที่ ส่อง ใน เฮาซ ออฟ กอมมันซ แต่ ได้ ทุ่ม เถียง กัน ทั้ง แซง แรง ทั้ง นาน ด้วย พวก โฮมรูล ได้ โวด ไม่ เข้า กัน กับ คอเวินแมนต ฯะ
๏ เมือง กอนซแตนไตนเปล วัน ศุกร เดือน หก แรม ห้า ค่ำ พวก มินิศตรี่ ใหม่ ของ พวก คริศ ลา ออก จาก ราชการ แล้ว สมเด็จ พระเจ้า ซา เจ้า ประเทศ รุเซีย มี คำ สั่ง ไป ถึง พวก ออฟฟีเซอร แล คน ใน กำปั่น รบ รุ เซีย อัน อยู่ ใน เทลแปลกซี่วา มี พระราช ประสงค์ จะ ให้ ประ เทศ รุเซีย วัฒนา เจริญ ออก ด้วย การ สงบ เรียบ ร้อย แต่ บาง ที่ จะ เกิด เหตุ ไม่ รู้ ว่า เมื่อ ไร จำ จะ ต้อง รีบ ถือ เครื่อง อาวุธ ป้อง กัน รักษา ความ สง่า ของ ประเทศ รุเซีย
๏ เมือง อะเธนซ วัน เสาร์ เดือน หก แรม ห้า ค่ำ จับ รบ กัน ที่ แดน ต่อ แดน พวก คริศ ๚ะ
๏ ซึ่ง จะ ให้ พล รบ วาง อาวุธ กระจัด กระจาย นั้น กลับ ห้าม แล้ว บังคับ ให้ พล รบ คริศ ทั้ง สิ้น ไป ประมวน เข้า ที่ แดน ต่อ แดน ฯะ
๏ เมือง อะเธนซ วัน จันทร เดือน หก แรม เจ็ด ค่ำ ณวัน เสาร แรม ห้า ค่ำ นั้น จับ รบ กัน เข้า อีก ครั้น สาย ไป ใน วัน นั้น ก็ หยุด ฯะ
๏ ต้น เหตุ ซึ่ง กระทบ ตี กัน นั้น ยัง ไม่ แจ้ง ๚ะ
๏ เมือง สิงฆโปร วัน อังคาร เดือน หก แรม แปด ค่ำ ข่าว โทรเลข จาก เซกรี่แตรี่ ของ กะโลนิเอล แล อินเดียน เอกซฮิบิเซอน ที่ กรุง ลันดัน คำนับ มา ยัง ท่าน เจ้า เมือง สิงฆโปร ว่า ปรินซ ออฟ เวลซะ พระราช โอรส องค์ ใหญ่ สั่ง ให้ ข้าพเจ้า แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทราบ ว่า พระราช โอรส องค์ ใหญ่ ได้ นำ สมเด็จ พระนาง พระ บรมราช ชนนี่ เมื่อ เช้า นี้ ให้ เสดจ เยี่ยม ห้อง ที่ มี ของ ซแตรดเซต เตลแมนต เสดจ ทรง ทอด พระเนตร นาน ใน ห้อง นั้น มิสเตอร์ ซเวเตนแฮม ผู้ เปน เอกซิกุติว กอมมิศเซอนเนอร์ คน หนึ่ง ได้ รับ สมเด็จ พระราช ชนนี่ ๆ แล่ดง พระไทย ยินดี ด้วย เอกซฮิบิเซอน แล การ จัด ของ ต่าง ๆ นั้น ด้วย
๏ เมือง อะเธนซ วัน อังคาร เดือน หก แรม แปด ค่ำ จดหมาย เหตุ ราชการ มี คำ ประกาศ ให้ พล รบ ถึง ๕๐ ๐๐๐ คน ให้ เลิก ทัพ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน หก แรม แปด ค่ำ เฮาซ ออฟ ลอด ครั้น อ่าน ส่อง ครั้ง แล้ว ไม่ เอา บิล ที่ จะ ให้ ชาย เอา พี่ สาว ฤๅ น้อง สาว ของ ภรรยา อัน ถึง แก่ กรรม แล้ว มา เลี้ยง ไว้ เปน ภรรยา ๚ะ
| แต่วัน อังคาร เดือนหก แรม ๘ ค่ำ จน ถึงวัน อังคาร เดือน ๖ แรม ๑๕ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ๑๒๔๘ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เล่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เล่า ก ส ค แทน กำปั่น เล่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| ซ แทน ซกุเนอร์ | เรือ เข้า | |||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วันเข้า |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๓๑ | โมลเซน | มากลาด แอน โก | ฮ่องกง | แรม ๑๐ ค่ำ |
| มะดุซะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๘ | เลารี่ | วินดซอโรซ แอน โก | สิงคโปร | แรม ๑๐ ค่ำ |
| เฮกาดิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | เร | วินดซอโรซ แอน โก | สิงคโปร | แรม ๑๔ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๙๐ | ไวต | วินดซอโรซ แอน โก | สิงคโปร | แรม ๑๐ ค่ำ |
| แนนแซน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๐๕ | บลอกเบิร | วินดซอโรซ แอน โก | ฮ่องกง | แรม ๑๐ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๓๑ | โมลเซน | มากลาด แอน โก | ฮ่องกง | แรม ๑๕ ค่ำ |
| มะดุซะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๘ | เลารี่ | วินดซอโรซ แอน โก | สิงคโปร | แรม ๑๕ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า ๏ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล อะเมริกัน เมือง จีน แล ญี่ปุ่น ๏ มะดุซะ บันทุก สินค้า | ||||||
| ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร แล ยุโรป ๏ เฮกาดิ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง สิงฆโปร แล ยุโรป ๚ะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง นอก ๏ แนนแซน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล | ||||||
| สำหรับ เมือง จีน แล เมือง ญี่ปุ่น ๏ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สำหรับ เมือง จีน แล เมือง ญี่ปุ่น ๏ มะดุซะ | ||||||
| บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล นอก ๚ะ | ||||||
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไส่มย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ถง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ฯะ
๏ กำปั้น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชร์บุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤา วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ
คน เดิน สาน ดาษฟ้า คน ละ บาท
๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤา กัปตัน กำปั้น นั้น ๚ะ
๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั้น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ฯะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก (จ ห) ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไส่มย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เชี่ยวแถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ แจ้ง ความ ให้ ทาน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สีลม ที่ ตึก คอน เวด เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤๅ จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เปิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอส์บิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ
๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา ส่อง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอื่ยด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอืยด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไล้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคาถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด