เดือน ๗ ขึ้น ๑๕ ค่ำ, ๑๒๔๘
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๔๓ วัน พุฒ เดือน เจ็ด ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘

๏ เรื่อง ปลา บู่ ทอง ๚ะ

๏ ส่วน ลูก นั้น ใช้ เลี้ยง ลูก ไก่ ไว้ ค่ำ เช้า อัตรา วัน หนึ่ง พ่อ แม่ ชวน กัน ไป นา ทัก น้ำ ขึ้น มา ใส่ ม่อ ต้ม ไว้ ให้ แต่ ลูก น้อย กับ ลูก ไก่ ท้อย อยู่ เฝ้า เคหา ใน อุ้ม ลูก ไก่ เล่น ไม่ มา เหน ใคร เจ้า จึ่ง ร้อง ไห้ ด้วย พ่อ แม่ ตน จึ่ง เอา ลูก ไก่ ทิ้ง ลง บัด ใจ ใน น้ำ ร้อน รน เพราะ กำม์ เวรา จึ่ง มา ถึง ตน ครั้น เกิด เปน คน จึ่ง ล้าง ผลาญ กัน ท่าน ท้าว พรมทัต ครั้น ได้ ฟัง อัด กัม เกล้า อะภิวันท์ ช้า คิด สงไสย หีฤา ไทย สำคัญ เมื่อ นาง จอม ขวัญ เปน นก ปักษี เปน กำม์ สิ่ง ไร เขา เอา ลง ไป แล้ว มา ฆ่า ตี จึ่ง หนี ไป รอด ปลอด จาก เปน ผี จึ่ง พบ ฤาษี ชุบ ขึ้น ด้วย พลัน พระเจ้า เทศนา ชาติ ก่อน นั้น นา กำพร้า จอม ขวัญ เปน นาง เหยี่ยว ร้าย บิน ชาย ผาย ผัน หา เหยื่อ ทุก วัน กิน เปน อาหาร นาง อ้าย เปน ไก่ ท่าน เลี้ยง เอา ไว้ ใน รัง กระดาน เหยี่ยว ร้าย ชาย ไป ฉวย ได้ มิ นาน กิน เปน อาหาร พา บิน ไป รัง เปน บุญ คุณ นั้น ตก จาก ปาก พลัน รอด จาก ความ ตาย ซอก ซอน จร หนี เข้า มิ วอด วาย นาง นาฏ โฉม ฉาย อยู่ ใน กรง ทอง เปน บุญ ตัว นั้น ตก จาก ปาก พลัน หนี ได้ โดย ปอง ไม่ มี มิ่ง ขวัญ บุญ นั้น ตาม ฉลอง กำพร้า เศร้า หมอง ได้ ทำ แต่ หลัง เกิด มา ชาติ นี้ นาง เปน ปักขี่ เขา จึ่ง ชิง ชัง เขา ลัก เอา ไป ได้ ตั้ง ใจ คิด หวัง บุญ ตัว ร้อย ชั่ง ไม่ ม้วย มระณา ดู รา ท้าว ไทย แต่ วัน นี้ ไป อย่า ได้ เบกษา อย่า ได้ พะยา บาท ฆาฏ เวร เวรา จง ขอ สะมา ลา กัน นาง แก้ว กำพร้า ได้ ฟัง เทศนา ก้ม เกล้า อะภิวันท์ ระฤก ชาติ ได้ หื ฤา ไทย กระสัน ที่ จริง ทูล ผัว ขวัญ บัด เดี๋ยว ทัน ใจ ขอ พระ กรุณา เร่ง ให้ ไป หา บิดา มา ใน ท้าว ฟัง นาง นาฏ พระ บาท ตรัส ใช้ ชาว พ่อ เร่ง ไป หา สอง เสรฐี มนตรี รับ สั่ง วิ่ง มา โดย หวัง ถึง เรือน ทัน ที่ เหน แต่ เรือน เปล่า ไม่ เหน คน มี ทารก เสรษฐี หนี แล้ว แล นา จึ่ง กลับ มา ทูล แก่ พระ นะเรนสูน พรมทัต ราชา ซ้ำ บาท ออก ไป ถึง ใน เคหา เสรฐี สอง รา ไป แห่ง หน ใด เหน แต่ เรือน เปล่า รั้ว เริอก นั้น เล่า เข้า ของ สิ่ง ไร เหน เปน ยับ ย่อย ชะรอย หนี่ ไป เย่า เรือน นั้น ไซ้ ยับ เปน ธุลี่ ท้าว พั้ง เสนา ตรัส สั่ง ลง มา แก่ หมู่ มนตรี่ ชาว เจ้า นอก ใน เร่ง ไป บัด นี้ หา สอง เสรฐี ให้ พบ อย่า นาน เสาะ สาง ให้ ได้ ใน ดง พง ไพร ป่า ไม้ ไพรสาณฑ์ สู จง เร่ง ไป อย่า ได้ อยู่ นาน เสนา ทหาร ถวาย บังคม ลา ต่าง คน ต่าง ไป เที่ยว หา ใน ไพร ป่า ไม้ หิมะวา เที่ยว หา เสรฐี มี ทั้ง ใน ป่า ชวน กัน เที่ยว หา อุทารก เสรฐี ชอ ลอง ไป พบ เสรฐี บัด ซบ อพะยบ ถอย หนี่ ผัว เมี่ย คิด กัน กำม์ นั้น ตาม ทัน ที่ เหน ว่า ชี่วิ่ จะ ม้วย วอด วาย เมี่ย บอก แก่ ผัว อก สั่น ระรัว ด้วย กลัว ความ ตาย แล เหน เสนา เสือก สน วุ่น วาย ชะรอย ฤา สาย ให้ มา กุม เอา พ่อ ลูก แม่ ลูก ใจ จิตร คิด ผูก ที่ นี้ กรรม เรา ตี่ ร้าย กำพร้า ให้ มา จับ เอา ชี่วิตร แห่ง เรา จะ ม้วย มระณา ส่วน เมี่ย ร้อง ไห้ กอต ลูก เข้า ไว้ ตัว คือ ตี่ ปลา เหน เขา ทั้ง นั้น กระ ชั้น เข้า มา เมื่อ นั้น เสนา จึ่ง เดิน เข้า ไป ต่าง คน ต่าง ว่า ท่าน ทั้ง สอง รา อย่า กระหนก ตก ใจ สมเด็จ ภูบาล ให้ คลาน เข้า ไป อย่า ช้า เร็ว ไว ตาม พระ โองการ ได้ ยิน เขา ว่า ดุจะ ดั่ง ไฟ ฟ้า มา ไหม้ เผา ผลาญ ผัว เมี่ย ปาก สั่น ความ กลัว ลน ลาน จึ่ง ค่อย ร้อง ฑาน แก่ เสนา ใน ท่าน เอ๋ย ข้า ไหว้ สมเด็จ ท้าว ไทย ใช้ ให้ มา หา จะ เอา เข้า ไป ฆ่า ให้ มระณา ฤา ว่า ราชา จะ ลง โทษ ทัณฑ์ มนตรี่ อัน มา จึ่ง กล่าว วาจา แล้ว บอก ไป พลัน สมเด็จ พาน เกล้า ไม่ เอา โทษ ทัณฑ์ ท่าน อย่า โศก ศัลย มา เรา จะ ไป หมู่ เหล่า เสนี่ จึ่ง พา เสรฐี เข้า มา บัด ใจ ถึง ท้อง พระโรง ทอง ทูล ฉลอง เข้า ไป บัด นี้ ข้า ได้ เสรฐี เข้า มา พรมทัต ผู้ มี ครั้น เหน เสรฐี ตรัส ด้วย วาจา เรียก ทั้งสอง คน ขึ้น ปราง รจนา ตรัส ถาม ลง มา แก่ สอง เสรฐี ท่าน ยัง รู้ จัก อระ องค์ ทรง ศักดิ์ กำพร้า นารี่ เปน ลูก หลาน ท้าว ฤๅ ว่า ไม่ มี่ กำพร้า นารี่ เปน ลูก เต้า ใคร ทารก เสรฐี ฟัง คำ ผู้ มี กระหนก ตก ใจ ละลน ละลาน ค่อย คลาน เข้า ไป ข้า บาท นี้ ใช้ เปน คน ไหล หลง ทั้ง ลูก ทั้ง เมีย ข้า บาท ฆ่า เสีย ชีวิตร ปลิด ปลง โทษ ข้า ผิด แล้ว พระ แก้ว โฉมยง เปน คน ไหล หลง มิ ได้ ปรานี่

๏ ยานี ๏ เมื่อ นั้น ท้าว พรหมทัต ได้ ฟัง อัถ สอง เสรฐี ทูล ความ ตาม ท่วง ที่ พระ จักรี ไม่ โกรธา จึ่ง ทูล แก่ พระเจ้า ตาม สำเนา แต่ หลัง มา ทารก คือ บิดา นาง กำพร้า ผู้ นารี่ ควร ฤๅ ไม่ กรุณา ฆ่า นวล น้อง ให้ เปน ผี ลูก ตน ผลาญ ชีวี ดั่ง ชีวิตร แห่ง อาตะมา ข้า บาท คิด สงไสย ชาติ ก่อน ไช้ ฉัน ได นา ขอ พระ ตรัส เทศนา แต่ ชาติ หลัง ล่วง ลับ ไป เมื่อ นั้น พระ เจกะโพธิ แย้ม พระโอฐ ฉะเลย ไข จง ท่าน มา ตั้ง ใจ ฟัง ตำนาน คำ พระ ศรี บ้าง ก่อน นาง ขนิฐี เปน พี่ ของ เสรฐี ทารก ผู้ สามี่ เปน แขก เต้า งาม รจนา เสรฐี เลี้ยง ด้วย กัน แขก นั้น รู้ เจรจา เสรฐี จึ่ง เอา มา สอน ปักษา ให้ พาที สอน แล้ว วาง ลง ไว้ ชอบ น้ำ ใจ แห่ง เสรฐี พูด พลอด ฉะออด ดี เสรฐี รัก เปน หนัก หนา ๚ะ



ข่าว ใน กรุง
การ แขก เมือง เฝ้า ทูล ลออง

๏ วัน อาทิตย์ เดือน เจ็ด ขึ้น สี่ ค่ำ ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ เจ้าพนักงาน ทั้งปวง จัด การ รับ คอ ลอแนล ไจลด ซึ่ง กรุง อเมริกัน ตั้ง ให้ เปน มินิศเตอ เร สิเดนต กง ซุล เยเนอราล เข้า มา เฝ้า ทูล ลออง ธุลี พระ บาท ทูลเกล้า ฯ ถวาย อักษร สาสน์ สำหรับ ที่ คอลอ แนล ไจลด มินิศเตอ เรสิเดนต กงซุล เยเนอราล จะ ได้ เข้า มา รักษา ทาง พระราช ไมตรี กรุง สยาม แทน มิศ เตอ ยอน เอ ฮอลเคอแมน มินิศเตอ เรสิเดนต กงซุล เยเนอ ราล คน ก่อน ต่อ ไป นั้น เจ้าพนักงาน ทั้งปวง ได้ จัด การ ตาม สมควร ๚ะ

๏ ครั้น เวลา บ่าย คอลอแนล ไจลด มินิศเตอ เรสิเดนต กงซุล เยเนอราล ขึ้น รถ มา ทาง ถนน ท้อง สนาม ไชย เจ้า พนักงาน กรม ทหาร ปืน ใหญ่ ยิง ปืน สลุด รับ ๑๓ นัด แล้ว คอลอแนล ไจลด มินิศเตอ เรสิเดนต กงซุล เยเนอราล มา ลง รถ เข้า พระบรมมหาราชวัง ขึ้น พัก อยู่ บน พระ ที่ นั่ง จักรกรี มหา ปราสาท เมื่อ เข้า มา ถึง ทิม ดาบ นั้น ทหาร รักษา พระบรมมหาราชวัง ๔๐๐ ได้ คำนับ แล มี ทหาร แตร วง คำนับ ตาม สมควร เจ้า พนักงาน กรม ช้าง กรม ม้า ได้ ผูก ช้าง ต้น ม้า ต้น ยืน ที่ น่า พระ ที่ นั่ง จักร กรี มหา ปราสาท ใน การ ที่ คอลอแนล ไจลด มินิศเตอ เรสิเดนต กงซุล เยเนอราล เข้า เฝ้า ทูล ลออง ธุลี พระ บาท นั้น ด้วย ครั้น เวลา บ่าย ๕ โมง เสศ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เสด็จ ออก พระ ที่ นั่ง จักรกรี มหา ปราสาท ประทับ พระ ที่ นั่ง โทรน ภาย ใต้ พระ ม หา เศวตรฉัตร ชาว ประโคม ก็ ประโคม แตรสังข มโหร ทึก กลอง ชะนะ ขึ้น พร้อม กัน พระบรมวงษานุวงษ แล ข้า ราชการ ฝ่าย ทหาร พล เรือน แต่ง เต็ม ยศ เข้า เฝ้า ทูล ลออง ธุลี พระบาท ครั้น สุด เสียง ประโคม แล้ว เจ้า พนักงาน กรมวัง นำ คอลอแนล ไจลด มินิศเตอ เรสิเดนต กงซุล เยเนอราล เข้า เฝ้า ทูล ลออง ธุลี พระบาท พระยา พิพัฒ โกษา กราบ บังคม ทูล พระกรุณา เบิก คอลอแนล ไจลด มินิศเตอ เรสิเดนต กงซุล เยเนอราล ทูล เกล้า ฯ ถวาย อักษร สาสน์ ครั้น พระยา พิพัฒ โกษา กราบ บังคม ทูล พระกรุณา แล้ว คอลอแนล ไจลด มินิศเตอเรสิเดนต กงซุล เยเนอราล อ่าน คำ แอดเดรส กราบ บังคม ทูลพระ กรุ ณา ครั้น คอลอแนลไจลด มินิศเตอเรสิเดนต กงซุล เย เนอราล อ่าน คำ แอดเดรส แล้ว จึ่ง นำ อักษร สาสน์ ขึ้น ทูล เกล้า ฯ ถวาย พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว จึ่ง มี พระบรม ราชโองการ ตอบ อักษร สาสน์ ดัง นี้ ๚ะ

๏ ท่าน ได้ รับ ตำแหน่ง ยศ เปน ผู้ รักษา ทาง พระ ราช ไมตรี ทั้งสอง พระนคร ใน กรุง สยาม ได้ สำแดง น้ำ ใจ ด้วย ถ้อย คำ ไพเราะห์ เปน ที่ ให้ มี ความ ยินดี มาก เรา ไว้ ใจ ว่า การ ใน ราชการ แล การ ค้า ขาย ทั้งสอง พระนะคร คง จะ มี ความ เจริญ ไม่ มี เหตุ อัน ใด ซึ่ง จะ ทำ ให้ เปน ที่ มัวหมอง เพราะ อาไศรย ทาง พระราช ไมตรี อัน สนิท ๚ะ

๏ เรา ได้ สั่ง ให้ คอเวอนแนนต ของ เรา นับถือ ปฤก ษา หาฦๅ ท่าน ตาม ทาง ราชการ ที่ ได้ เกี่ยว พันธ์ ต่อ กัน โดย ทาง พระราช ไมตรี ทุก ประการ ๚ะ

๏ เรา ขอ ให้ ท่าน มี ความ เจริญ ใน อิศริยยศ รับ การ ตาม ตำแหน่ง เรียบ ร้อย รักษา ทาง พระราช ไมตรี ทั้งสอง พระนะคร ให้ ถาวร เจริญ ยิ่ง ขึ้น ไป ตาม ความ ประสงค์ แล อุส่าห อัน ดี ที่ จะ รักษา ทาง พระราช ไม ตรี ด้วย กัน ทั้งสอง ฝ่าย ๚ะ

๏ แล้ว มี พระราช ปฏิสันฐาน กับ คอลอแนล โจลด มิ นิศเตอเรสิเดนก กงซุล เยเนอราล ตาม สมควร แล้ว เสด็จ ขึ้น ๚ะ


ประกาศ เลข ไพร่ หลวง ไพร่ สม

๏ เจ้า พระยา มหินธรศักดิ์ ธำรงค์ ผู้ บัญชา การ กรม พระ สุรัสวดี ประกาศ แก่ เจ้า หมู่ นาย หมวด ตาม บันดา ที่ คุม เลข ไพร่ หลวง ไพร่ สม ทั้งปวง ทราบ จง ทั่ว กัน ด้วย แต่ ก่อน ได้ หมาย บอก กำหนด ราชการ ไป ด้วย เรื่อง เจ้า หมู่ จำหน่าย ปิด บัง ไพร่ หลวง ไพร่ สม และ ปิด บัง ลูก หมู่ ไพร่ หลวง ไว้ ไม่ เอา มา สัก ให้ สิ้น เชิง แจ้ง อยู่ ใน หมาย ประกาศ ครั้ง ก่อน นั้น แล้ว เจ้า หมู่ นาย หมวด ที่ กระทำ ตาม หมาย ประกาศ ก็ มี ที่ ไม่ กระทำ ตาม หมาย ประกาศ ก็ มี บัด นี้ ไพร่ หลวง ที่ จะ จับ จ่าย ใช้ ราชการ งาน โยธา ก็ เบา บาง ลง ไม่ ภอ จะ จ่าย ใช้ ราชการ เพราะ ด้วย เจ้า หมู่ เบียด บัง ลูก หมู่ ให้ ไป รับ ราชการ ใน กรม อื่น ที่ การ เบา ไม่ นำ มา สัก ใน การ หนัก คง หมู่ คง กรม เพราะ ด้วย เจ้า หมู่ นาย หมวด ถึง ว่า ใน หมาย ประกาศ ครั้ง ก่อน ตั้ง สินบล บน จับ แต่ ตัว ไพร่ เจ้า หมู่ ถือ ใจ ดัง นี้ จึง ไม่ ร้อน ด้วย ราช การ จึง ได้ ประกาศ บอก เตือน มา ให้ เจ้า หมู่ นาย หมวด ทั้งปวง รู้ จง ทั่ว กัน แต่ นี้ ไป ถ้า เจ้า หมู่ มูล นาย คน หนึ่ง คน ใด สม รู้ เปน ใจ เลือก ไส ให้ ไพร่ หนี ก็ ดี เอา ไป สัก แอบ แฝง ไว้ กับ เจ้า หมู่ มูล นาย กรม หนึ่ง กรม ใด ที่ เปน การ เบา ก็ ดี และ เจ้า หมู่ เกี่ยจ กัน เอา ตัว ไพร่ แล ลูก หมู่ ไว้ ใช้ สอย การ งาน ที่ บ้าน เรือน แล ลง เก็บ เอา เงิน เปน อาณา ประโยชน์ ของ ตัว ก็ ดี แล้ว แล มา ตั้ง จำหน่าย ตาย หนี ถ้า มี โจทย์ ฟ้อง ร้อง พิจารณา ได้ ความ จริง จะ ให้ เฆี่ยน เจ้า หมู่ มูล นาย แล้ว จะ ส่ง ตัว ไป จำ ให้ ทำ การ หนัก ไว้ ณคุก ให้ เข็ด หลาบ ส่วน โจทย์ ผู้ ร้อง ฟ้อง นั้น จะ ให้ ได้ มี่ เบี้ย ปรับ เปน ราง วัน เปน เงิน ตรา ชั่ง หนึ่ง ถ้า โจทย์ เปน เลข อยู่ ใน กรม นั้น เปน ไพร่ ก็ จะ ยก ให้ เปน นาย ขึ้น ถ้า โจทย์ เปน นาย อยู่ แล้ว จะ กราบ บังคม ทูล พระการุณา ขอ พระบรม ราชานุ ญาต ให้ เลื่อน ยศ ขึ้น โดย สมควร แต่ ตัว ไพร่ ที่ สม รู้ เปน ใจ ด้วย เจ้า หมู่ นาย หมวด นั้น ต้อง เสีย สิน บล ตาม หมาย ประกาศ ครั้ง ก่อน แต่ ใน ประกาศ ครั้ง นี้ เพิ่ม อาญา โดย ฉกรรจ มิ ฉกรรจ แล้ว จะ ส่ง ตัว ไพร่ ผู้ ที่ สม รู้ เปน ใจ ด้วย เจ้า หมู่ ไป จำ กราก กรำ ให้ ทำ การ หนัก ไว้ ณคุก หก เดือน ครบ หก เดือน แล้ว จึ่ง จะ ให้ มี ผู้ รับ ประกัน แล้ว จึ่ง จะ บล่อย ตัว ไป รับ ราชการ ต่อ ไป ถ้า และ เจ้า หมู่ ไพร่ หลวง จ่าย เดือน การ หนัก ใน กรม หนึ่ง กรม ใด ลูก หมู่ ใน กรม ของ ตัว หนี โจทย์ ไป สัก เปน ไพร่ หลวง ไพร่ สม กรม ใด ๆ ที่ เปน การ เบา เจ้า หมู่ รู้ ละ เลย เพิก เฉย เสีย ไม่ นำ ความ มา ฟ้อง ร้อง ว่า กล่าว ขึ้น มี โจทย์ ร้อง พิจารณา ได้ ความ จริง จะ ให้ มี โทษ โดย อาญา ฉกรรจ มิ ฉกรรจ ตาม ซึ่ง มี ใน พระราช กำหนด กฎหมาย กับ อนึ่ง ถ้า ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ที่ เปน คน ใน กรม ไพร่ หลวง ไพร่ สม และ ราษฎร ชาย หญิง ก็ ดี ผู้ ใด ได้ รู้ ได้ เหน ว่า คน ไพร่ หลวง ไพร่ สม ใน กรม ต่าง ๆ ที่ เจ้า หมู่ ปิด บัง ตั้ง จำหน่าย ไว้ แล ตัว ไพร่ หลบ หนี ราชการ นั้น อยู่ แห่ง ใด ก็ ดี จับ ตัว มา ส่ง ได้ จะ ให้ เงิน สินบล ตาม ซึ่ง มี เปน พระราช กำ หนด กฎหมาย คน ละ ห้า ตำลึง ตาม ที่ ได้ หมาย ประกาศ ครั้ง ก่อน ถ้า ผู้ รู้ เหน ว่า คน ซึ่ง มี ความ ผิด ตาม กล่าว ข้าง ต้น แต่ จะ จับ ตัว มา ส่ง มิ ได้ ด้วย มี ที่ ขัด ขวาง ก็ ให้ มา ร้อง ต่อ เจ้า พนักงาน กรม พระ สุรัศวดี ๆ จะ ได้ แต่ง ให้ มี ผู้ ไป จับ ถ้า จับ ตัว ได้ จะ ต้อง แบ่ง สินบล ให้ แก่ ผู้ จับ สิบ บาท ให้ แก่ ผู้ นำ จับ สิบ บาท จะ ได้ มี น้ำ ใจ แขง แรง ใน ราชการ ถ้า เจ้า หมู่ นาย หมวด รู้ ประกาศ นี้ แล้ว ผู้ ใด ได้ กระทำ ไว้ ตาม ข้อ ประกาศ นี้ แต่ ก่อน ก็ ให้ มา รับ สาระภาพ เสีย แต่ โดย ดี จะ ไม่ ให้ มี โทษ แก่ ผู้ นั้น ฤา จะ ตั้ง บวก บาญชี หนี กลับ บวช สึก ป่วย ตาย ตาย กลับ เปน ตั้ง บวก ขึ้น ใน หาง ว่าว ดัง นี้ ก็ ได้ จะ ไม่ ให้ มี โทษานุโทษ อัน ใด ถ้า แล เจ้า หมู่ แล พวก ไพร่ รู้ ตัว กลัว ความ ผิด ก็ ให้ มา สาระภาพ รับ ผิด แต่ โดย ดี ก็ จะ ไม่ ให้ มี โทษ สิ่ง ใด ถ้า เจ้า หมู่ นาย หมวด แล ตัว ไพร่ รู้ ประกาศ แล้ว ไม่ ทำ ตาม ละ เลย ไว้ จน มี โจทย์ ฟ้อง ร้อง พิจารณา ได้ ความ จริง ก็ ต้อง มี โทษ ตาม พระราช กำหนด กฎหมาย สำ หรับ กรม พระ สุรัสวดี ซึ่ง มี เปน พระราช บัญญัติ ตาม ธรรมเนียม แบบ อย่าง จง ทุก ประการ ๚ะ

๏ ประกาศ มา ณวัน อังคาร เดือน หก แรม แปด ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๗ ๚ะ๛



ว่า ด้วย รถ ลาก

๏ ณวัน เดือน เจ็ด ข้าง ขึ้น ฝน ตก มาก ข้าพเจ้า ได้ เหน คน ลาก รถ ให้ คน ขี่ นั้น ข้าพเจ้า พิเคราะห์ ดู คน ที่ ลาก รถ นั้น ดู เหมือน สัตว ลาง ที่ ลาก ไม่ ค่อย ไหว มี คน ขับ อยู่ คน หนึ่ง เขา เขี่ยน ด้วย แส้ ก็ สู้ ดัน ลาก รถ ไป ได้ พัก หนึ่ง แล้ว คน ขับ ก็ เขี่ยน อีก เจ๊ก ลาก รถ นั้น ก็ หยุด เทลาะ กับ คน ขับ เปน การ เช่น นี้ แล้ว เหน จะ ไม่ มี ใคร ค่อย จะ ขี่ รถ อย่าง นี้ เลย เปน แน่ เพราะ ว่า เปน มนุศย์ ด้วย กัน จะ ทำ เหมือน อย่าง สัตว เดระฉาน อย่าง นั้น แล้ว จะ ขึ้น ขี่ ได้ ก็ แต่ คน มี ใจ ดุ ร้าย กาจ ไม่ มี ใจ สมเพช เพื่อน มนุศย์ ด้วย กัน บ้าง เลย ข้าพเจ้า พิเคราะห์ ดู รถ อย่าง นี้ เหน จะ ไม่ มี ความ วัฒนา เจริญ ด้วย กัน ทั้ง คน ขี่ ทั้ง คน ขับ ทั้ง คน ลาก กำลัง มนุศย์ จะ ให้ เหมือน กำลัง สัตว นั้น ไม่ ได้ แรง คน นั้น ไม่ ไหว แล้ว ก็ แล้ว เท่า นั้น เอง อาการ ของ มนุศย์ นั้น รู้ จัก ดี รู้ จัก ชั่ว ถ้า จะ ทำ การ สรรพ สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ก็ ดี ถ้า เหนื่อย หนัก เข้า แล้ว อยาก จะ ให้ ถึง ให้ แล้ว เรว ๆ มิ ให้ ลาก ช้า เหนื่อย มาก ไป เลย ๚ะ



ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงฆโปร์
ณวัน พฤหัศบดี เดือน เจ็ด ขึ้น เก้า ค่ำ
เงิน แบงก์ ลันดัน สาม เดือน ๓ ชิลลิง ๔ เบนซ์

เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลลิง ๔ เบนซ ๑ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๖ เหรียน ๘ เซนต


ข่าว โทรเลข นอก


เฮาซะ ออฟ ลอดซ

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน เจ็ด ขึ้น ค่ำ หนึ่ง พวก เฮาซะ ออฟ ลอดซ ได้ ตั้ง อามซ์ บิล ให้ เปน ใช้ ได้ ใหม่ แล้ว และ ไอเออแลนด์ ๚ะ

๏ พวก อะเมริกะ ได้ ประกาศ เปน ทุระ ป้อง กัน คุม รักษา ซะโมอะ ๚ะ


ยุไนเตดซะเตศ แล กานะดะ

๏ เมือง นุยอก วัน พุฒ เดือน เจ็ด ขึ้น ค่ำ หนึ่ง มี ความ เคือง แก่ ใน ประเทศ ยุไนเตศซะเตศ เพราะ พวก กานะดะ ได้ จับ เรือ อะเมริกัน ที่ จับ ปลา ผิด ข้อ สัญญา ว่า ด้วย เรื่อง จับ ปลา นั้น ๚ะ


ประเทศ ครีศ แล เตอร กี

๏ เมือง กอนซะแตนไตนเปิล วัน เสาร์ เดือน เจ็ด ขึ้น สี่ ค่ำ โปด เจ้า ประเทศ เตอร กี แส้ดง ความ แก่ ประเทศ อัน มี อำนาจ ใหญ่ ว่า เพราะ พวก ครีศ เลิก ถือ เครื่อง อาวุธ แล้ว ได้ ยก เลิก บลอกเกด เสีย ๚ะ



ปาเลี่ยแมนต

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน เจด ขึ้น หก ค่ำ เมื่อ อ่าน ครั้ง สอง แล้ว พวก เฮาซ ออฟ กอมมันซ ๓๔๑ คน โวด ไม่ เอา โฮมรูล บิล เลย ๓๑๑ คน โวด เหน ชอบ ใน บิล นั้น ๚ะ


ความ เหน โดย ความ โง่ เขลา

๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ได้ ยิน พวก ราษฎร ที่ เปน ไพร่ มี ปัญญา อัน โง่ เขลา ออก ความ เหน กัน ว่า ที่ ๑ ทุก วัน นี้ คน ที่ เปน ความ กัน ตาม โรง ศาล มาก นัก ถ้า จะ ตัด ให้ ราษฎร เปน ความ น้อย ลง แล ตระลาการ ชำระ ตัด สิน ให้ แล้ว ได้ โดย เร็ว เขา เหน ว่า ควร ให้ มี อาญา เฆี่ยน ผู้ กล่าว เท็จ ฟ้อง ความ แล ผู้ ที่ ให้ การ เท็จ แก้ คดี ถ้า ผู้ ใด จะ ฟ้อง ความ ต้อง กล่าว จำเพาะ แต่ ความ ที่ จริง ผู้ ที่ จะ ให้ การ แก้ คะดี ต้อง ให้ การ จำเพาะ แต่ ความ ที่ จริง ถ้า ตระลาการ พิจารณา สืบ สวน ได้ ความ ว่า ผู้ ฟ้อง หา ฤา ผู้ ให้ การ แก้ คะดี คำ ที่ ฟ้อง แล คำ ที่ ให้ การ เกิน จาก ความ จริง เอา ความ เท็จ มา กล่าว เจือ ต้อง ปรับ เปน ข้อ หลอก ลวง ตระลาการ ผู้ พิพากษา มี โทษ เฆี่ยน กึ่ง โทษ ผู้ ที่ กล่าว หา แล ผู้ ที่ ให้ การ เท็จ ทั้ง เรื่อง ไม่ มี จริง โทษ เฆี่ยน นั้น จะ ถ่าย โทษ ด้วย เงิน ทอง สิ่ง ของ เปน ไม่ ได้ ต้อง เฆี่ยน ตาม โทษ เว้น ไว้ แต่ ผู้ มี บันดา ศักดิ์ ที่ ได้ รับ พระราช ทาน สัญญาบัตร เปน ขุนนาง สุด แต่ ใน พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว จะ ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ สถาน ใด ที่ ๒ ตระลาการ ผู้ พิ ภากษา ไม่ เปน ธรรม์ รับ สินบล ฝ่าย โจทย์ ฤา ฝ่าย จำเลย กลับ ความ แพ้ เปน ชะนะ มี ผู้ ฟ้อง อุธร แพ้ อุธร ถ้า ให้ มี โทษ เฆี่ยน ศัก หน้า จำ คุก สาม ปี ตระลาการ ทั้งปวง คง จะ ไม่ ประพฤติ ใจ ชั่ว ที่ ๓ พวก ราษฎร เขา มี ความ เหน ว่า คน ที่ เปน ผัว เมีย กัน เปน คน จน ผัว ตาย ผัว เปน หนี้ เงิน ข้า ราชการ เจ้า หมู่ ไป คิด เอา แก่ ภรรยา ถึง ผู้ ตาย จะ มี พี่ น้อง นับ ด้วย ร้อย คน เจ้า หมู่ ก็ ไม่ ไป ทวง เอา เงิน ข้า ราชการ แก่ พี่ น้อง วงษ ญาติ เอา แก่ ภรรยา ผู้ เดียว ถ้า ภรรยา ไม่ มี เงิน ให้ ก็ ต้อง ขาย ตัว เปน ทาษ เอา เงิน มา เสีย ข้า ราชการ ถ้า แล ผู้ ตาย เปน คน มั่ง มี พวก ญาติ พี่ น้อง ผู้ ตาย ฟ้อง พลอย ได้ ส่วน ทรัพย มรฎก ส่วน ความ ทุกข ตก อยู่ แก่ ภรรยา คน เดียว ส่วน ผู้ ตาย มี ทรัพย มรฎก พี่ น้อง พลอย ได้ เช่น นี้ เหน ว่า ไม่ เปน ยุติธรรม ถ้า แล ผัว เมีย เขา ได้ อยู่ ร่วม สุข ร่วม ทุกข ด้วย ถึง ห้า ปี มี สิน สมรศ บริคน ปน กัน อยู่ ไม่ มี บุตร ต่อ กัน ผู้ ผัว ตาย ไม่ ได้ ทำ พิไนกรรม์ แบ่ง ทรัพย มรฎก ผู้ ภรรยา ชื่อ ตรง ต่อ ผัว มิ ได้ เคย มี ชู้ แล ไม่ ทำ ชู้ เหนือ ผี ไม่ ควร ญาติ พี่ น้อง จะ ฟ้อง เอา ส่วน มรฎก ได้ เว้น ไว้ แต่ ผู้ เปน บุตร ของ ผู้ ตาย ที่ ยัง ไม่ ออก เรือน ควร ต้อง แบ่ง มรฎก ให้ ญาติ พี่ น้อง จะ ฟ้อง ได้ แต่ ส่วน ที่ เปน ของ ดั้ง เดิม ของ บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ควร ฟ้อง ได้ ดั่ง นี้ เหน ว่า เปน ยุติธรรม ๚ะ


เรื่อง นิทาน

๏ บวช เปน พระ จะ ถัก จั๊ก คิด น้อ ไม่ ต้อง ข้อ เหมือน กะ เดระฉาน ช้า ทำไม ไป หา ตะลาการ ได้ ว่า ขาน ร่ำ ไร ทำไม มี เจ้า ของ ต่าง พั่ง เตือน ไม่ เชือน ช้า คุม กัน มา เดิน มุ่ง เข้า กรุงศรี ทั้ง สอง ข้าง ต่าง เคือง แค้น ใน ที่ จน ถึง ที่ ต่าง ประเทศ เขตร ศาลา ให้ เสมียน เขียน ฟ้อง เรื่อง ของ หาย พบ ผู้ ร้าย ยืน อยู่ ซอก ภูผา ได้ ไถ่ ถาม ความ อูฐ หยุด พูดจา ผู้ ร้าย ว่า ถูก ต้อง ของ สำคัญ เปน คะดี มี มา สี่ ห้า ข้อ ที่ หนึ่ง ก็ แฟ้ม ต่าง สอง ข้าง นั้น ข้อ ที่ สอง รอง มา ว่า เรื่อง ฟัน ที่ สาม นั้น ตา บอด โต๊ะ สอด รู้ ข้อ ที่ สี่ นี้ ว่า ขา เขยก อ้าย คน เฉก ขี้ ฉ้อ คิด ต่อ สู้ ความ เข้า ง่าม จำเพาะ พิเคราะห์ ดู จบ ฟ้อง อยู่ เพียง นั้น ผูก ทัน ใด ข้าง ฝ่าย ว่า ตระลาการ ชาญ ชำระ ร้อง เรียก เสมียน มา หา ช้า ไม่ พอ โต๊ะ ต่วน ส่วน ควัน มา ทัน ใด บังคับ ให้ ต่อย ฟ้อง ท้อง สำนวน เสมียน หรั่ง นั่ง อ่าน เรื่อง ราว ฟ้อง ก็ ถูก ต้อง ดิบดี พั่ง ถี่ ถ้วน จบ บังคับ กลับ ถาม ตาม กระบวน ตัว โต๊ะ ต่วน ให้ การ ว่า บ้าน ไกล เมื่อ เดิน ทาง กลาง ป่า เวลา เช้า พบ รอย เท้า หยุด ดู จึ่ง รู้ ได้ ข้อ ที่ ว่า ขา เขยก โผลก เผลก ไป สำคัญ ใจ หาด ทราย ชาย คงคา ดู รอย ลึก รอย ตื้น อูฐ ยืน ยัน เปน สำคัญ รู้ แจ้ง ที่ แข้ง ขา ข้าพเจ้า เข้า ใจ เรื่อง ใน ตา สำเหนียก หญ้า ยับ แยบ ไป แถบ เดียว ซึ่ง ฟัน ฟาง ห่าง หัก ประจักษ ลิ้น อูฐ กัด กิน กอ หญ้า น่า เฉลี่ยว ขาด ครึ่ง กอ เหมือน กัน กระนั้น เจียว หญ้า ยัง เขียว ข้าพเจ้า ก็ เข้า ใจ แฟ้ม สอง ข้าง ต่าง นั้น ของ มัน ชั่ว ไหล เรี่ย รั่ว หก อยู่ ก็ รู้ ได้ น้ำ ผึ้ง หยด มด กิน ไต่ ดิน ไป จึ่ง เข้า ใจ หมด คำ สั้น สำ นวน เสมียน นัด คัด กระทง ส่ง ขึ้น เทียบ เรียง ความ เรียบ เหน ชอบ ซ้ำ สอบ สวน ท่าน ผู้ รู้ ดู ไป คิด ใคร่ ครวญ ชอบ เชิง ชวน พูด เล่น เจรจา หมาย ธุระ ประ สงค์ ที่ ตรง ทรัพย งุบ งิบ งับ ได้ ที่ ช่วย สิหวา จิตร นึก ปอง ของ กำนัน มัน ไม่ มา แกล้ง ถ่วง ไว้ ให้ ช้า เวสา เที่ยว นิทาน นี้ สี่ ข้อ ก็ ชอบ กล เปรียบ ด้วย คน ตรอง การ ชาญ เฉลี่ยว รู้ วินิจ พิส ยิ่ง จริง ๆ เจียว แต่ ท่อง เที่ยว เดิน ไป ยัง ใคร่ ครวญ ทำ สิ่ง ไร อาไศรย กะ เลอียด อย่า คร้าน เกียจ ประกอบ หมั่น สอบ สวน ใช้ ถี่ ดี กว่า ห่าง วาง พอ ควร จง ประมวญ ประมาณ ใน การ เอย ๚ะ


แต่วัน อังคาร เดือน เจ็ด ขึ้น ๗ ค่ำ จน ถึงวัน อังคาร เดือน ๗ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ๑๒๔๘
๏ ใน บัญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ
ซ แทน ซกุเนอร์เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
ชงเบ้งก ก ฟ อังกฤษ๘๖๒โยนซวินดซอโรซ แอน โกสิงคโปรขึ้น ๘ ค่ำ
อินดิเปนเดนตก ก ฟ เยอรแมน๘๗๑แฮซชินวินกีมาวาสิงคโปรขึ้น ๙ ค่ำ
มะดุซะก ก ฟ อังกฤษ๖๐๘เลารีวินดซอ โรซ แอนโกสิงคโปรขึ้น ๙ ค่ำ
พระจุลจอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๑ไดตวุดวินดซอโรซ แอน โกฮองกองขึ้น ๑๑ ค่ำ
ดานุบก ก ฟ อังกฤษ๕๖๒วัดตันวินดซอโรซ แอน โกสิงคโปรขึ้น ๑๓ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๔๐ไวตะวินดซอโรซ แอน โกสิงฆโปรขึ้น ๙ ค่ำ
ชงเบ้งก ก ฟ อังกฤษ๘๖๒โยนซวินดซอโรซ แอน โกฮองกองขึ้น ๑๐ ค่ำ
อินดิเปนเดนตก ก ฟ เยอรแมน๘๗๑แฮซชินวินกีมาวาฮองกองขึ้น ๑๒ ค่ำ
๏ กำปั่น ขา เข้า ๏ ชงเบ้ง บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร เดิน สาน แกบิน มิศเตอร แล แหม่ม กลอบ
๏ อินดิเปนเดนต บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมื้อง สิงฆโปร ๏ มะดุซะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร
๏ พระจุลจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ยี่ปุ่น ๏ ดานุบ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงค
โปร แล ยุโรป ๚ะ
๏ กำปั่น ขา ออก เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงคโปร ๏ ชงเบ้ง บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล
เมือง จีน แล ยี่ปุ่น ๏ อินดิเปนเดนต บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมล เมือง จีน แล ยี่ปุ่น ๚ะ

เรือน แล ที่ House สำหรับ เช่า

๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไส่มย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ถง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ฯะ



๏ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน ๚ะ

๏ กำปั้น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชร์บุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤา วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ


ค่า เดิน สาน
คน เดิน สาน ดาษฟ้า คน ละ บาท

๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤา กัปตัน กำปั้น นั้น ๚ะ

๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั้น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ฯะ

๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก (จ ห) ๚ะ



ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไส่มย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น


ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เชี่ยวแถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท



๏ แบงกอก ฮอส์บีตแตล ๚ะ

๏ แจ้ง ความ ให้ ทาน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สีลม ที่ ตึก คอน เวด เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤๅ จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ

๏ จะ เปิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอส์บิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ

๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา ส่อง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ

๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอื่ยด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ



ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอืยด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไล้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคาถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ



๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ


ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด