
| เล่ม ๔ แผ่น ๔๕ วัน พุฒ เดือน เจ็ด แรม ๑๔ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ |
๏ ตั้ง แต่ วัน ราชทูต ไป ถึง เมือง ลอนดอน ถ้า จะ นับ ถึง สี่ เดือน กับ เจ็ด วัน จึ่ง ได้ กลับ ออก จาก เมือง ลอน ดอน มา ลง เรือ ที่ ท่า โดเวอ แล้ว ลง เรือ กลไฟ ข้าม ทเล ไป ขึ้น ที่ ท่า กาลิศ ครั้น ถึง ท่า กาลิศ ฟาก ข้าง ฝรั่งเศศ มิศเตอร เฝาล์ จึ่ง นำ พวก ราชทูต ขึ้น พัก อยู่ บน โฮเตล คืน หนึ่ง รุ่ง ขึ้น กิน อาหาร พร้อม แล้ว เวลา เช้า สาม โมง จึ่ง ขึ้น รถ ไฟ ไป เมือง ปาริศ เปน เมือง หลวง ของ ฝรั่งเศศ ไป ทาง ประมาณ สอง ชั่ว โมง มี ป้อม แห่ง หนึ่ง บ่าย โมง ครึ่ง ถึง โฮเตล กลาง ทาง หยุด รถ กิน ของ หวาน น้ำ ชา บ่าย ห้า โมง เศษ ถึง เมือง ปาริศ ทาง สอง ร้อย ไมล์ คือ เก้า พัน เส้น มิศเตอร เฝาล์ ให้ พวก ราชทูต พัก อยู่ ที่ โฮเตล ชื่อ แครนต์ โฮเตล ดุ ลูฟรี ๚ะ
๏ วัน เสาร์ เดือน สี่ แรม เจ็ด ค่ำ เจ้า พนักงาน ฝ่าย ฝรั่ง เศศ มา นำ พวก ราชทูต ไป ที่ ลิมิวสิ ดูลูฟรี เปน ตึก ใหญ่ ใน นั้น มี รูป เขียน รูป สินลา ต่าง ๆ ทั้ง ผู้ ชาย แล ผู้ หญิง แล ของ ต่าง ประเทศ คือ ของ จีน ของ เมือง อื่น ๆ ก็ มี มาก ดู แล้ว จึ่ง เลย ไป หา เลอรด์ เกาเล เปน กงซุล อังกฤษ พูดจา ปราไสรย กัน แล้ว ลา กลับ มา ที่ อยู่ ๚ะ
๏ วัน อาทิตย เดือน สี่ แรม แปด ค่ำ เวลา บ่าย โมง เศษ เอมเปอเรอ คือ พระเจ้า กรุง ฝรั่งเศศ ให้ เอา รถ มา รับ พวก ราชทูต สาม รถ มี คน แต่ง ตัว ใส่ หมวก ติด สาย แถบ ทอง เปน คน ขับ รถ คน หนึ่ง ยืน ท้าย รถ สอง คน ไป ที่ วัง ชื่อ ลิ ปาลิศ เดศ ตูวิลิริศ ราชทูต คอย อยู่ จน บ่าย สอง โมง เอมเปอเรอ กับ เอมเปรศ ซึ่ง เปน พระ มะเหษี เกี่ยว พระกร เสด็จ มา ด้วย กัน มี ขุนนาง นำ สี่ คู่ เอมเปอเรอ แต่ง พระองค์ อย่าง นาย ทหาร ทรง ฉลอง พระองค์ ดำ กาง เกง แดง แต่ เอมเปรส นั้น แต่ง ตาม ธรรมเนียม พวก ราชทูต พร้อม กัน ยืน ขึ้น คำนับ เอมเปอเรอ แล เอมเปรส เสด็จ มา ยืน ตรัส ด้วย พวก ราชทูต อยู่ ประมาณ ห้า นาที แล้ว เสด็จ กลับ ไป ราชทูต ก็ กลับ มา โฮเตล ที่ พัก ๚ะ
๏ รุ่ง ขึ้น พวก ราชทูต ไป ดู ที่ ฝัง ศพ แนบโปเลียน บูนะปาต อยู่ ใน วัด ใหญ่ แนบโปเลียน บูนะปาต คน นี้ ได้ เปน กระษัตร ครอง กรุง ฝรั่งเศศ เปน ลุง ของ พระเจ้า ฝรั่งเศศ องค์ นี้ แต่ ศพ ยัง หา ได้ ฝัง ไม่ ใส่ หิบ ตั้ง ไว้ ใน ห้อง แห่ง หนึ่ง หลุม ที่ จะ ฝัง นั้น ขุด ลง ไป ฦก ได้ ประมาณ สาม วา กว้าง ประมาณ สี่ วา ตาม ข้าง หลุม ก่อ ด้วย สินลา ขาว ที่ สำหรับ ใส่ ศพ ตั้ง อยู่ กลาง ประดับ ด้วย โมรา ดำ แต่ การ ที่ ทำ ยัง หา สำเร็จ ไม่ ๚ะ
๏ วัน อังคาร เดือน สี่ แรม สิบ ค่ำ มิศเตอร เฟาล์ พา หมื่น มณเฑียร พิทักษ หม่อม ราโชทัย นาย พิจารณ์ สรรพ์ กิจ ไป เยี่ยม เจ้า แล ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ใน เมือง ปาริศ แทน ราชทูต อุปทูต ๚ะ
๏ วัน พฤหัศบดี เดือน สี่ แรม สอง ค่ำ เวลา เช้า ห้า โมง มิศเตอร เฟาล์ นำ พวก ราชทูต ไป ขึ้น รถ ไฟ ออก จาก เมือง ปาริศ ครั้น ถึง เวลา บ่าย เวลา ค่ำ หยุด พัก กิน อาหาร ที่ โฮเตล ตาม ระยะ ทาง รุ่ง ขึ้น วัน ศุกร เดือน สี่ แรม สิบสาม ค่ำ เวลา เช้า โมง หนึ่ง ถึง ท่า เมือง มาเซล์ เปน เมือง ขึ้น แก่ ฝรั่งเศศ ทาง แปด ร้อย ไมล์ คือ สาม หมื่น หก พัน เส้น มิศเตอร เฟาล์ จึง ให้ พวก ราชทูต ขึ้น พัก อยู่ บน โฮเตล ชื่อ เดศโกโลนิษ แล้ว จึง เชิญ ให้ ไป เยี่ยม เจ้า เมือง แล แอดมิรัล จน เวลา เยย่น จึง กลับ มา ที่ สำนักนี้ กิน อาหาร เสร็จ แล้ว ก็ พร้อม กัน มา ลง เรือ กลไฟ ชื่อ กาเวดอก ซึ่ง เคย รับ ราชทูต ไป ส่ง เมือง ปอร์ตสมัท เมื่อ มา นั้น มิศเตอร เฟาล์ ก็ ตาม ลง มา ส่ง ถึง กำปั่น ด้วย แล้ว จึ่ง ลา กลับ ไป ๚ะ
๏ วัน เสาร์ เดือน สี่ แรม สิบสี่ ค่ำ เวลา เช้า ห้า โมง เศษ กำปั่น กาเรดอก ได้ ใส่ ไฟ ใช้ จักร์ ออก จาก ท่า เมือง มาเซล์ วัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง บ่าย โมง หนึ่ง ถึง สักสิลี เปน ชื่อ ฝั่ง ขณะ นั้น มี สุริย์ อุปราคา จับ ข้าง ทิศ พายัพ เวลา แปด ทุ่ม ถึง เมือง มอลตา รุ่ง ขึ้น เวลา เช้า สี่ โมง เศษ เจ้า เมือง ให้ จัด เรือ โบต สาม ลำ มา รับ พวก ราชทูต เมื่อ ราชทูต ลง จาก กำปั่น แล้ว ที่ บน ป้อม น่า เมือง ยิง ปืน ใหญ่ สลุด รับ สิบเก้า นัด ครั้น ถึง ฝั่ง มี รถ มา คอย รับ อยู่ สาม รถ พวก ราชทูต ก็ ขึ้น รถ ไป หา เจ้า เมือง พูดจา ไถ่ ถาม ศุข ทุกข กัน แล้ว เจ้า เมือง จึ่ง ว่า ค่ำ วัน นี้ เวลา ทุ่ม หนึ่ง ขอ เชิญ ท่าน ทั้ง หก คน มา กิน โต๊ะ กับ ข้าพเจ้า ราชทูต รับ คำ แล้ว ลา มา โฮเตล ๚ะ
๏ บ่าย สอง โมง จึ่ง พา กัน ไป บ้าน เลอรด์ ไลออนส์ เปน ที่ แอดมิรัล ถึง เวลา ทุ่ม หนึ่ง ก็ พร้อม กัน ขึ้น รถ ไป กิน โต๊ะ ที่ บ้าน เจ้า เมือง สำเร็จ แล้ว ก็ ลา กลับ มา โฮเตล รุ่ง ขึ้น เช้า สี่ โมง เข้า เมือง กับ แอดมิรัล แล ขุนนาง ฝ่าย ทหาร อีก ห้า คน มา เยี่ยม ราชทูต ที่ โฮเตล ๚ะ
๏ วัน ศุกร เดือน ห้า ขึ้น ห้า ค่ำ แอดมิรัล กับ ขุนนาง รอง มา หา ราชทูต แล้ว มอบ ล่าม คน หนึ่ง ให้ มา ส่ง ราชทูต ด้วย จน ถึง ถ้า เมือง สุเอศ ครั้น แอดมิรัล ลา กลับ ไป แล้ว พวก ราชทูต พร้อม กัน มา ลง เรือ โบต ที่ ท่า เมื่อ เรือ จะ ออก จาก ท่า นั้น บน ป้อม ให้ ยิง สลุด ส่ง สิบเก้า นัด เวลา ห้า โมง เช้า กำปั่น กาเรดอก ได้ ออก จาก ที่ ทอด สมอ เมือง มอลตา ๚ะ
๏ วัน อังคาร เดือน ห้า ขึ้น เก้า ค่ำ เวลา เช้า โมง เศษ ถึง เมือง อาเลกซันเดอ เจ้า เมือง ให้ จัด เรือ โบต มา รับ พวก ราชทูต สาม ลำ แล้ว เชิญ ให้ ขึ้น พัก อยู่ ใน วัง ชื่อ มูแชเฟียฮอเนอ อาเลกซันเดรีย แล้ว ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ใน เจ้า ไกโร คน หนึ่ง มา ต้อน รับ ราชทูต แล้ว แจ้ง ความ ว่า เจ้า ไกโร ไม่ อยู่ ขึ้น ไป ธุระ ข้าง ปลาย น้ำ เหน จะ ช้า อยู่ สัก สี่ ห้า วัน จึ่ง จะ กลับ มา เมื่อ เจ้า ไกโร จะ ไป ได้ สั่ง ไว้ ว่า ถ้า พวก ราชทูต ไทย มา ถึง แล้ว ให้ รับ รอง เหมือน อย่าง แต่ ก่อน แล้ว ให้ ขุนนาง มา รับ ใช้ อยู่ คน หนึ่ง ถ้า พวก ราชทูต จะ ปราถนา สิ่ง ใด ก็ ให้ ดู จัดแจง ให้ แล้ว สั่ง ว่า ถ้า พวก ราชทูต จะ ใคร่ พบ กัน กับ เจ้า ไกโร ขอ เชิญ คอย อยู่ สัก สี่ ห้า วัน ราชทูต ตอบ ว่า อยาก จะ พบ กับ เจ้า ไกโร อยู่ แต่ จะ รอ ช้า วัน นั้น ไม่ ได้ ด้วย กลัว กำปั่น รบ จะ มา คอย ขุนนาง ใน เจ้า ไกโร จึ่ง ว่า ถ้า ท่าน จะ ไป เมื่อ ไร เจ้า ไกโร สั่ง ไว้ กับ ขุนนาง ล่าม คน หนึ่ง ให้ ตาม ไป ส่ง จน ถึง กำปั่น รบ ด้วย พูด กัน เท่า นั้น แล้ว ก็ ลา ไป ราชทูต พัก อยู่ ที่ วัง สาม คืน ๚ะ
๏ วัน ศุกร เดือน ห้า ขึ้น สิบสอง ค่ำ เวลา เช้า ห้า โมง พร้อมกัน ขึ้น รถ ไฟ ไป จน บ่าย สี่ โมง เศศ ถึง เมือง ไกโร เจ้า พนักงาน จัด รถ มา รับ มี ทหาร ขัด กระบี่ ขี่ ม้า นำ น่า คู่ หนึ่ง ตำรวจ เดิน ถือ หวาย คู่ หนึ่ง นำ ไป ส่ง ถึง โฮเตล ชื่อ โคเรียนเตล ราชทูต พัก อยู่ ที่ นั้น ถึง วัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น สิบห้า ค่ำ ขุนนาง ล่าม ที่ เจ้า ไกโร ให้ มา อยู่ ด้วย ราชทูต นั้น มา แจ้ง ความ ว่า ที่ เมือง สุเอศ บอก เตลคราฟ มา ว่า กำปั่น รบ ซึ่ง มา รับ ราชทูต นั้น บัด นี้ ถึง เมือง สุเอศ แล้ว ๚ะ
๏ รุ่ง ขึ้น เวลา เช้า สี่ โมง ครึ่ง พวก ราชทูต ทั้ง นาย แล ไพร่ พร้อม กัน ขึ้น รถ ไฟ ออก จาก เมือง ไกโร ไป จน บ่าย สี่ โมง ครึ่ง สิ้น ทาง รถ ไฟ แปด สิบ ไมล์ คือ สาม พัน หก ร้อย เส้น ถึง ที่ รถ เทียม ม้า เจ้า พนัก งาน จัด ให้ พวก ราชทูต ขึ้น รถ ม้า ต่อ ไป จน เวลา ยาม หนึ่ง ถึง เมือง สุเอศ ครั้น เวลา เช้า กงซุล อังกฤษ อยู่ ที่ เมือง สุเอศ มา บอก ความ ว่า กำปั่น ที่ มา นี้ มิ ใช่ มา รับ ราชทูต เปน กำปั่น ที่ มา เที่ยว หยั่ง น้ำ ใน ทเล ว่า ที่ ไหน ภุก ที่ ไหน ตื้น พวก ตุรเก ส่อง กล้อง ดู เห็น เปน เรือ กลไฟ ก็ สำคัญ ว่า จะ มา รับ ราชทูต จึง ได้ บอก เตลคราฟ ขึ้น ไป ถึง กงซุล ที่ เมือง ไกโร ไม่ รอ รั้ง ฟัง ให้ แน่ ก่อน การ อย่าง นี้ เปน ผิด อยู่ อนึ่ง เมือง นี้ เปน เมือง เล็ก น้อย โฮเตล ก็ คับ แคบ ทั้ง อาหาร ก็ กัน ดาร ที่ เมือง ไกโร นั้น เปน เมือง ใหญ่ อาหาร จะ บริ โภก ก็ บริบรรณ ที่ อยู่ ที่ กิน ก็ เปน ศุข ท่าน จะ กลับ ไป อยู่ ที่ เมือง ไกโร ฤา จะ คอย อยู่ ที่ นี้ ก็ ตาม แต่ ใจ พวก ราชทูต จึง ปฤกษา เห็น พร้อม กัน ว่า ซึ่ง จะ กลับ ไป กลับ มา นั้น จะ เปน ที่ รำคาน ใจ แก่ เจ้า พนัก งาน ด้วย ต้อง รับ ต้อง ส่ง บ่อย ๆ จึง บอก กับ กงซุล ว่า ถึง จะ ลำบาก อด อยาก บ้าง ได้ มา แล้ว จะ คอย อยู่ ที่ นี้ กว่า กำปั่น จะ มา รับ กงซุล จึง ว่า ถ้า ท่าน มี ธุระ อย่าง ไร จะ ประสงค์ สิ่ง ใด ขอ จง ใช้ คน ไป บอก แก่ ข้าพเจ้า ให้ ทราบ ด้วย พูด กัน แล้ว กงซุล ก็ ลา ไป ๚ะ
อายฆุบโต แล้ว ก็ ไป เมือง มักหะ แล เมือง คาลี่
แล เมือง สิงฆโปร
๏ ณวัน ศุกร เดือน ห้า แรม สี่ ค่ำ กำปั่น เมล มา ถึง ลำ หนึ่ง กงซุล ที่ เมือง สุเอศ ได้ รับ หนังสือ ฉบับ หนึ่ง มา แต่ กัปตัน กำปั่น รบ ที่ จะ มา รับ พวก ราชทูต ใน หนัง สือ นั้น ว่า กำปั่น ได้ ออก จาก เมือง กาลกาตา แล้ว แล จะ รีบ มา ให้ ถึง เมือง สุเอศ ใน วัน แรม เจ็ด ค่ำ แปด ค่ำ ๚ะ
ข่าว ใน กรุง
กรม ขุน ภูวะไนย นฤเบน ทราธิบาล
๏ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ เจ้าพนัก งาน จัด การ ซึ่ง จะ ได้ เชิญ พระศพ พระเจ้า ราชวร วงษ์เธร กรม ขุน ภูวะไนย นฤเบน ทราธิบาล เข้า สู่ พระเมรุ ณท้อง สนาม หลวง ณวัน ศุกร เดือน เจ็ด แรม สอง ค่ำ มี งาน ฉลอง สาม วัน ตาม อย่าง ธรรมเนียม ครั้น ณวัน อาทิตย์ เดือน เจ็ด แรม สี่ ค่ำ เวลา บ่าย จึง พระราช ทาน เพลิง เปน เสรจ การ เท่านั้น ๚ะ
พระองค์ มัณยา ภาธร
๏ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ เจ้า พนักงาน ทั้งปวง จัด การ ซึ่ง จะ ได้ เชิญ พระศพ พระเจ้า น้อง นาง เธอ พระองค์ เจ้า หญิง มัณยา ภาธร เข้า สู่ พระเมรุ ณท้อง สนาม หลวง ณวัน เสาร์ เดือน เจ็ด แรม สิบ ค่ำ มี งาน ฉลอง สาม วัน ตาม อย่าง ธรรมเนียม ครั้น ณวัน จันทร์ เดือน เจ็ด แรม สิบ สาม ค่ำ เปน วัน พระ ราชทาน เพลิง เสร็จการ เพียง นี้ ๚ะ
๏ ณวัน ศุกร เดือน เจ็ด แรม สิบ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ เวลา บ่าย ประมาณ โมง หนึ่ง เกิด เพลิง ไหม้ ขึ้น ณ ตำบล บ้าน ลาว ตี เหล็ก ริม วัด โสมนัศ วิหาร นับ ทั้ง เรือน แล โรง ที่ เพลิง ไหม้ นั้น ประมาณ สัก ห้า สิบ หลัง เพลิง จึง ซา ลง ดับ ได้ ๚ะ
๏ ข่าว ที่ พูด กัน ใน เมื่อ ๒ เดือน ๓ เดือน ก่อน นี้ ว่า มี ผู้ หญิง จีน มะเก๊า เข้า มา สำนัก อาไศรย์ อยู่ ที่ ตลาด สำ เพง บ้าง บาง รัก บ้าง ที่ ตะพาน โพ บ้าง คอย รับ ซื้อ เด็ก ๆ ส่ง เรือ กลไฟ ออก นอก ผู้ ที่ พา เด็ก ไป ขาย ให้ นั้น ได้ ไป ทำ หนังสือ ที่ อำเภอ ว่า เปน พ่อ แม่ ของ เด็ก ทำ หนังสือ ขาย เด็ก ให้ เปน ลูก แก่ หญิง จีน พวก มะเก๊า นั้น ก็ ครั้น ได้ เด็ก แล้ว ก็ ส่ง ออก ไป โดย เรือ กลไฟ แต่ ดัง นี้ ก็ หลาย เที่ยว เรื้อ กลไฟ มา แล้ว อยู่ มา เมื่อ ใน เร็ว ๆ นี้ อำแดง นิ่ม อำ แดง ปริก แม่ ลูก ส่อง คน เดิน เที่ยว ร้อง ไห้ ร่ำ ไร ตาม หา หนู จง คื บุตร อำแดง ปริก อายุศม์ ได้ ๖ ขวบ หาย ไป ได้ ประมาณ ๙ วัน ๑๐ วัน มา แล้ว ก็ ไป พบ เหน โรง ซึ่ง จีน กวาง ตุ้ง เข้า มา อาไศรย์ อยู่ โรง หนึ่ง ปิด น่า ถัง ลั่น กุญแจ ไว้ สืบ ถาม ผู้ อยู่ ใก้ล เคียง โรง นั้น เขา บอก ฉ่า ได้ เหน ผู้ มี ชื่อ พา เอา เด็ก มา ขาย ให้ หญิง จีน มะเก๊า ซื้อ ไว้ ๓ คน พา ลง เรือ กลไฟ ออก ไป นอก ได้ ๙ วัน ๑๐ วัน มา แล้ว แล บอก ลักษณะ รูป ร่าง เด็ก ๓ คน นั้น แจ้ง ชัด อำแดง นิ่ม อำแดง ปริก ก็ มา ร้อง ไห้ เล่า ความ นี้ แก่ ข้าพเจ้า แล เที่ยว ปฤกษา ผู้ มี ชื่อ อื่น ๆ ว่า หนู จง ดี นั้น หญิง จิ่น มะเก๊า ซื้อ ออก ไป นอก แน่ แล้ว สุด สิ้น ความ คิด สติปัญญา ที่ จะ สืบ เสาะ ตาม หา ให้ พบ ปะ ต่อ ไป อีก ได้ ข้าพเจ้า ผู้ ทำ เรื่อง ราว มา ให้ ครู ลง ใน หนังสือ พิมพ์ สยาม ไสมย์ นี้ ก็ เพราะ ด้วย ความ สงสาร อำแดง นิ่ม อำแดง ปริก ทั้ง วิตก ด้วย เด็ก ๆ บุตร หลาน ใน พวก ข้าพเจ้า กลัว จะ มี ผู้ พา ไป ขาย แก่ หญิง จิ่น พวก นั้น เช่น นั้น ด้วย หญิง จิ่น พวก นั้น เมื่อ พา เด็ก ๓ คน ออก ไป คราว หลัง นั้น เหน ว่า สม ควร ที่ จะ ให้ เรื่อง ราว นี้ ลง ใน หนังสือ พิมพ์ ถ้า ความ ทราบ ถึง ใต้ ฝ่า ลออง ธุลี พระบาท พระราช อาญา ล้น เกล้า ล้น กระหม่อม แล้ว เหน จะ ไม่ ทรง โปรด ใน การ ที่ นอก ประเทศ ชาว ใน ประเทศ ซื้อ ขาย เด็ก ๆ อัน เปน ข้า แผ่นดิน ให้ ออก ไป นอก พระราช อะณาเขตร์ เช่น ที่ ว่า แล้ว นั้น หวัง ใจ ว่า เหน จะ ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ กำจัด การ อย่าง นี้ เสีย ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ได้ ฟัง สยาม ไสมย จะ เปน นาย ฤๅ ท่าน ก็ ไม่ ทราบ กล่าว ด้วย คน รับ จ้าง ลาก รถ นั้น ดุ เหมือน สัตว บาง ที ลาก ไม่ ไหว มี คน ขับ อยู่ คน หนึ่ง เขา เขียน ด้วย แส้ ก็ สู้ ดัน ลาก ไป พัก หนึ่ง แล้ว คน ขับ ก็ เขี่ยน อีก เจ๊ก ที่ ลาก รถ นั้น ก็ หยุด เทลาะ กับ คน ขับ แต่ ใจ ข้าพเจ้า ไม่ นึก เหน เปน การ ปลาด อัน ใด ด้วย จิ่น ที่ จะ เข้า ไป รับ จ้าง ลาก รถ นั้น ก็ ได้ สัญญา ตก ลง กัน กับ นาย ผู้ จ้าง ว่า วัน หนึ่ง จะ เอา เงิน ของ เขา เท่า นั้น จะ ทำ การ ของ เขา ให้ แขง แรง เมื่อ จิ่น ผู้ นั้น ลาก รถ ทำ การ ไม่ เต็ม กำลัง เขา ก็ จำ ต้อง เอา แส้ หวด เอา บ้าง เมื่อ จิ่น ผู้ เปน ลูก จ้าง ถูก เขี่ยน ด้วย แส้ มี ใจ โกรธ ยัง กลับ หน้า มา เทลาะ ได้ บ้าง พอ ได้ เบา ความ เจบ ความ โกรธ ลง เถ้า ผู้ จ้าง ข่ม เหง เหลือ ทน จิ่น ลูก จ้าง ก็ คง ไม่ รับ จ้าง คง ไป หา การ อื่น รับ จ้าง เลี้ยง ชีวิตร ต่อ ไป แต่ ม้า นั้น ผู้ ที่ ทำ รถ จ้าง ไป เที่ยว ซื้อ เอา ม้า มา ลาก รถ จ้าง ก็ มิ ได้ ทำ สัญญา กับ มัน ว่า จะ ให้ มัน ลาก กลาง วัน กลาง คืน กี่ เที่ยว ๆ หนึ่ง บัน ทุก คน เท่า นั้น คน เปน แต่ ไป ซื้อ มา แล้ว ก็ เอา เข้า ลาก รถ จ้าง คน ที่ ขึ้น นั่ง บล รถ ก็ ไม่ มี เปน ประมาณ ว่า สัก กี่ คน ตาม แต่ จะ ขึ้น นั่ง บาง ที ๑๐ คน ๑๒ คน ๑๖ คน ก็ มี บาง ที ถึง ๒๐ คน ขับ ไป เขี่ยน ไป วัน หนึ่ง กับ คืน หนึ่ง แต่ ที่ ผู้ ขับ เขี่ยน มัน ถ้า โดย จะ นับ เหน จะ กว่า ๒๐๐ ขวับ ข้าพเจ้า ก็ ไม่ เหน อ้าย ม้า แหงน หน้า ขึ้น มา เทลาะ แล ไม่ เหน มัน ร้อง บอก ว่า ฉัน หนัก เตม ที่ แล้ว ฉัน หิว เตม ที่ ฉัน เหนื่อย เตม ที่ ไม่ ได้ ยิน เลย เหน แต่ ขวับ ลง ไป ก็ วิ่ง ไป กว่า จะ สิ้น เวลา บาง ที่ เหลือ ทน ด้วย ความ หนัก ความ เจ็บ ความ เหนื่อย จน ล้ม ลง ตาย บาง ตัว ไม่ ตาย แต่ เตม ที่ ลุก ไม่ ขึ้น ผู้ ขับ ถึง จะ เฆี่ยน ตี สัก เท่า ใด ก็ หมอบ นิ่ง ทน ให้ เฆี่ยน ไป บันดา รถ จ้าง ใน ถนน ใหญ่ ข้า พเจ้า เหน ผอม เตม ที่ มี แต่ ซี่ โครง ทุก ตัว เจ้า ของ เร่ง เฆี่ยน เอา แต่ เงิน ได้ กำ ไร เกิน ค่า ตัว ๒ เท่า ๓ เท่า แล้ว ก็ ไม่ มี ความ กรุณา มัน บ้าง ใช้ ตาย แล้ว ลาก ทิ้ง น้ำ ไป ให้ ลอย เน่า เหม็น ผู้ อื่น แล้ว หา ซื้อ ม้า ใช้ ใหม่ การ เปน ดัง นี้ ขอ ท่าน ช่วย มิ ใจ สงสาร มัน บ้าง ด้วย มัน เปน เดระฉาน ไม่ มิ เงิน จะ ถ่าย ค่า ตัว จะ หนี เขา ก็ ไม่ มี ที่ ไป เหน ความ เหนื่อย หยาก อด กิน อด นอน เปน ที่ สุด ฯะ
๏ คน ผู้ ดี คือ คน ใจ ดี คง มี ความ สมเพช ถึง ทาษ ถึง ลูก จ้าง ถึง ลูก เต้า ถึง สัตว ใช้ ของ ตัว ถ้า ใช้ คน คง คิด ค่า จ้าง ให้ พอ เลี้ยง ชีวิตร สบาย สม ตำแหน่ง สม วาศนา ถ้า ใช้ สัตว คง เลี้ยง ให้ กิน อิ่ม ๆ ใช้ แต่ พอ ได้ กำลัง มาก ขึ้น พอ ใช้ ไป ได้ นาน คน อัน มี ตำแหน่ง ใช้ คน ใช้ สัตว ถ้า ใช้ เหลือ เกิน ไม่ สมเพช แล้ว ไม่ มี ใคร นับ ถือ เลย เอไดเตอร ฯะ
๏ คำนับ มา ยัง ครู สมิท ทราบ เดิม ท่าน มา อยู่ ใน กรุง สยาม ท่าน ตั้ง ใจ จะ มา สั่ง สอน คน ใน ชาว กรุง สยาม จะ ให้ รู้ ใน คฤษ สาสนา อย่าง นั้น ไม่ ใช่ ฤา ท่าน ยก ย้อง คฤษ สาสนา ติเตียน พุทธ สาสนา แล้ว ท่าน แปล พระ คำภีร์ ตี พิมพ์ หนังสือ ออก แจก ไทย ไม่ รู้ ใจ ความ ไทย จึ่ง ได้ ฉีก พระ คำภีร์ ออก ห่อ ยา ซึ่ง ท่าน ยก คฤษ สาสนา ติ พุทธ สาสนา ท่าน ชั่ง ไม่ มี ความ เกรง ใจ เดี๋ยว นี้ ท่าน ออก จดหมาย เหตุ มี คน แต่ง สาสนา มี คำ บุษฉา วิสัชนา ไป ให้ ท่าน ลง ประสงค์ จะ ให้ ชาว กรุง สยาม รู้ ใน คฤษ สาสนา ท่าน กลับ มา พูด ออก ตัว มี ความ เกรง ใจ ท่าน เปน คน ถือ ใน คฤษ สาสนา เปน สิศย์ พระ เยซู ไม่ กลัว ความ ตาย ข้าพเจ้า มี ความ เชื่อ เรื่อง มาเตน รุดเธร ท่าน ครู สมิท เหน จะ ลืม ไป ครู สมิท จึ่ง ได้ ออก จดหมาย เหตุ ออก ตัว กลัว ไทย จะ เอา โทษ ท่าน เปน ฝรั่ง ท่าน ยัง กลัว ษา อะไร จะ ให้ คน ไทย ลง ชื่อ ถ้า แม้น ท่าน จะ เอา โทษ ครู สมิท จะ ช่วย เขา ได้ ฤา ซึ่ง คน แต่ง คฤษ สาสนา เขา มี ความ เชื่อ เขา ก็ อยาก จะ รับ ศีล เปน พวก คฤศเตียน แต่ เขา กลัว ความ ผิด ถ้า ยังไร แล้ว กลัว จะ ไม่ มี คน ช่วย เขา ซึ่ง เขา ออก บุจฉา วิสัชนา คน ไทย รับ จดหมาย เหตุ ไป อ่าน มี คน เชื่อ ถือ ใน คฤษ สาสนา เหน จริง ก็ มี มาก แต่ เขา ไม่ อาจ ออก น่า เมื่อ ครั้ง ครู สมิท สั่ง สอน ใน คฤษ สาสนา ไม่ มี ใคร ไป รับ หนังสือ ไป อ่าน ถึง คฤษ สาสนา จะ จริง เขา ก็ มิ ได้ รู้ เปน เพราะ ครู สมิท ไม่ ได้ แต่ง คำ บุช ฉา วิสัชนา เขา จึง ไม่ รู้ ว่า ข้าง ไหน เท็จ ข้าง ไหน จริง ถ้า ครู สมิท แต่ง มี คำ บุชฉา วิสัชนา คน ไทย ก็ คง จะ รู้ จริง เท็จ ซึ่ง เขา แต่ง คำ บุชฉา วิสัชนา ไป ให้ ครู สมิท ลง ใน จดหมาย เหตุ เขา ประสงค์ จะ ให้ คน มา รับ เอา จดหมาย เหตุ ไป อ่าน จดหมาย เหตุ จะ ได้ ขาย ดี อีก ประการ หนึ่ง คน ไทย จะ ได้ รู้ ใจ ความ ใน คฤษ สาสนา มิ ใช่ เขา จะ ได้ ดี กะไร กับ ครู สมิท เขา ต้อง ขาด ทุน ป่วย การ เวลา ป่วย การ ปัญญา ได้ ดี ๆ กับ ครู สมิท ซึ่ง เขา ทิ้ง หนังสือ ไปรสนีย์ ไป ให้ กับ ครู สมิท ๆ เหน ควร ก็ ลง ให้ กับ เขา ถ้า เหน ไม่ ควร อย่า ลง ให้ ทุระ อะไร จะ ต้อง พูด ออก ตัว ซึ่ง พูด ออก ตัว ครู สมิท ก็ มี ความ กลัว จดหมาย เหตุ มี ความ กลัว มี ความ เกรง ใจ จดหมาย นั้น ก็ ใช้ ไม่ ได้ คือ ครู สมิท รู้ เหตุ อะไร แล้ว ก็ จะ ต้อง ลง ให้ แก่ เขา เดี๋ยว นี้ ไทย เขา อยาก ฟัง บุฉา วิสัชนา เชิญ ครู สมิท แต่ง ไป ให้ เขา ฟัง ๚ะ
๏ ประการ หนึ่ง โสด ใคร ผู้ มา โปรด สร้าง โลกย์ โลกา แล สิ่ง ทั้ง สิ้น แผ่นดิน แผ่นฟ้า ทั้ง มนุศยษา มี มา ครบ ครัน ผู้ นั้น เปน ใหญ่ กว่า สัตว ทั้งหลาย ใน ไตร โลกย์ นั้น มิ ได้ อาไศรย สิ่ง ใด สัก อัน ควร ว่า ผู้ นั้น ท่าน เปน พระเจ้า เปน สัตย มั่น คง เปน ธรรม โดย จง ไม่ หลง ไม่ เดา ท่าน เปน ผู้ สร้าง ชิง ร่าง กาย เรา คือ องค์ พระเจ้า ถือ เอา ให้ มั่น ควร เรา จะ ยก คุณ ท่าน ขึ้น ปก ยก บน เกล้า พลัน เพราะ ท่าน เปน ใหญ่ ใคร ไม่ เท่า ทัน พระเจ้า องค์ นั้น เปน อัน เที่ยง แท้ ท่าน เปน เจ้า ของ แก่ โลกย ทั้ง ผอง ตฤก ตรอง ดู แล ควร จะ นับถือ อย่า ดื้อ เชือน แช เลือก เอา นี่ แน่ มั่น คง แท้ จริง ชื่อ ยะโฮวา เปน ใหญ่ หนัก หนา จะ หา ใคร ยิ่ง มี องค์ เดียว ไซร้ เปน ใหญ่ จริง ๆ เปน ที่ สุด ยิ่ง กว่า สิ่ง นา ๆ พระองค์ นั้น เหนอ ใคร ไม่ เสมอ เธอ เปน เจ้า ของ พระองค์ ก็ เท่า นี้ ไม่ มี ถึง สอง ท่าน ได้ ครอบ ครอง ต้อง เรียก พระเจ้า ขึ้น ชื่อ ว่า คน ถึง มี กุสล มาก พ้น วิไสย แม้น จะ กระทำ ซึ่ง กรรม ใด ๆ ก็ ไม่ พ้น ไป ไกล ชาติ์ มนุศย ไม่ พ้น เปน แท้ เปน ความ ตรง แน่ ใช่ แต่ สมมุติ นี่ ไสย ชาติ์ คน ไม่ พ้น ไม่ สุด คน เปน มนุศย ไม่ สุด สูญ หาย ไม่ ทิ้ง ชาติ์ ตน ไม่ รู้ จัก พ้น เพท ตน จริง เจียว แม้น จะ วอด วาย ตาย ใน บัด เดี๋ยว ไม่ ได้ วก เงี้ยว ลด เลียน เปน อื่น ถ้า ขึ้น สวรรค์ คง จะ ตั้ง มั่น ไม่ ได้ กลับ คืน ถ้า ตก นรก มก อยู่ ไม่ ขึ้น ไม่ ผ่า ไม่ ผืน กลับ คืน ดวง จิตร ฝูง สัตว ทั้งหลาย เปน ชาติ์ ใด ๆ วิไสย คง ติด ไม่ ได้ กลับ กลาย เมื่อ ตาย ดับ จิตร ไม่ ได้ เบียน บิด ผิด จาก เพท ตน ผู้ อ่าน ทั้งหลาย ผู้ ฟัง มาก มาย อย่า ได้ ฉงน ข้อ คำ แก้ ไข เบื้อง ปลาย แล ต้น หวัง จะ ให้ ชน รีบ รน รู้ พลัน พระเจ้า ถาวร อยู่ ทุก นคร บ่ห่อน แปร ผัน ท่าน สร้าง โลกา สืบ มา ทุก วัน พระเจ้า องค์ นั้น มั่น คง ตรง แท้ มิ แต่ องค์ เดียว ไม่ ได้ ลด เลี้ยว บิด เบี้ยว ปรวน แปร เปน ใหญ่ ใน โลกาย เปน ยอด ยิ่ง แท้ เปน พระ เจ้า แน่ เที่ยง แท้ ถาวร ฝูง คน อย่า หลง ว่า พระ หลาย องค์ จง จำ คำ สอน พระเจ้า องค์ นี้ มิ ได้ จาก จอน อยู่ ทุก นคร รู้ หมด ด้วย ความ ชาติ พระเจ้า แท้ ไม่ ผัน ไม่ แปร แน่ว แน่ คง นาม มี แต่ องค์ หนึ่ง ไม่ ถึง สอง สาม จง เร่ง รู้ ตาม ข้อ ความ บัด นี้ ฝูง คน ทั้งหลาย ถึง บุญ มาก มาย ตาย แล้ว เลื่อน ที่ ขึ้น เปน พระเจ้า จะ เปน เช่น นี้ คง จะ ไม่ มี สม คำ พระ ว่า คำ สอน นี้ ไซ้ร คิด อย่าง วิไสย ห่าง ไกล หนักหนา อัน ชาติ มนุศย ไม่ ทิ้ง ธรรมดา ไม่ เลื่อน ขึ้น มา เปน พระเจ้า ได้ อัน ชาติ มนุศย ก็ เปน มนุศย ไม่ สุด ไป ไหน จะ กลับ เปน สัตว อุบัติ ไม่ ได้ ไม่ ทิ้ง เพท ไซ้ร ไม่ ไหว ไม่ ติง ถึง ชาติ พระเจ้า ก็ เปน พระเจ้า ไม่ เศร้า ไม่ ยิง ท่าน เปน ผู้ สร้าง ทุก อย่าง ทุก สิ่ง ไม่ ทอด ไม่ ทิ้ง ไม่ นิ่ง นอน ใจ เพท พระเจ้า แท้ เปน พระเจ้า แน่ ไม่ แช เชือน ไป ไม่ เสื่อม ไม่ สูญ ตระกูล ไป ไหน เปน พระเจ้า ใหญ่ อยู่ ใน สวรรค พระ ยะโฮวา ผู้ สร้าง โลกา ย่อม มา เปน นิจ ฝูง คน ทั้งหลาย ทำ ร้าย ทำ ผิด ท่าน รู้ ใน จิตร ความ คิด แห่ง คน มนุศย ทั้งหลาย กระทำ กล้า กลาย ร้าย ดี เหตุ ผล พระองค์ ก็ ล่วง รู้ ทุก ผู้ ทุก คน ลับ แจ้ง แห่ง ตน ทั่ว ชน อัน มี่ แต่ ว่า วิไสย ของ พระเจ้า ใหญ่ ร้าง กาย ไม่ มี่ เปน จิตร วิญาน สำราญ ด้วย ดี เรื่อง อิทธิฤทธิ์ ไม่ มี ใคร ทัน พระ วิญาน นี้ อยู่ ทั่ว โลกีย์ ไม่ มี เว้น วัน จะ หา ที่ ใด ไม่ ได้ อยู่ นั้น ประเทศ เขตร ขัณฑ ท่าน อยู่ ทุก แห่ง ฝูง คน ทั้ง หลาย อ่าน ฟัง มาก มาย อย่า ได้ กิน แหนง ความ ผิด สิ่ง ใด พระไทย ท่าน แจ้ง จง เร่ง ดัด แปลง แต่ง ใจ เสีย ใหม่ จง ลุกะโทษ ขอ ให้ ท่าน โปรด ยก โทษ น้อย ใหญ่ อย่า ได้ นิ่ง นอน อ้อน วอน ร่ำ ไป ท่าน จะ โปรด ให้ ได้ ศุข สวรรค สำราญ เปน นิจ ๚ะ
๏ ผู้ ที่ แต่ง เรื่อง นี้ ควร จะ มา หา ครู สมิท ๆ จะ ได้ รู้ จัก ตัว ว่า เปน คน ถือ ใน คฤศ สาศนา จริง ฤๅ ไม่ จริง ที่ แต่ง มา หลาย ๆ ครั้ง แต่ง เพราะ เชื่อ พระเยซู สาศ์ นา แล ถือ ใน ใจ จริง ฤๅ จะ เปน คน มี ความ ปราถนา อย่างไร บ้าง เรื่อง บุฉา วิสัชนา อย่าง ดี เลอียด มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม ใคร อยาก จะ มา ซื้อ ฤๅ ใคร อยาก จะ มา ศึกษา เล่า เรียน ต่อ ไป ใน การ สาศนา แท้ จริง ใน การ เว้น การ บาป ใน การ ประพฤติ์ การ ให้ เลอียด ตาม สมเด็จ พระบรม มหาเยซู เจ้า เรา สอน ให้ พึ่ง พระ บารมี กุศล แล เอา ตัว รอด เปน แน่ เชิญ มา ซื้อ มา อ่าน มา เรียน ต่อ ไป ด้วย เถิด เอไดเตอร ฯะ
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันด้น วัน หฤหัสบดี เดือน เจ็ด แรม ค่ำ หนึ่ง กอโลเนล วาเกิอร ใน หัว เมือง มิดโลเรียน จะ สู้ ให้ พวก กอนเซอรวะติว ตั้ง ให้ ท่าน เปน ที่ ช่วย ปฤกษา ราชการ ของ พวก กอนเซอรวะติว นั้น ฯะ
๏ ลอด อาชิงตัน ได้ สำแดง ทำนอง การ ซึ่ง ท่าน จะ ทำ เพื่อ จะ ให้ คน ชอบ ใจ ตั้ง ท่าน เปน ที่ ช่วย ปฤก ษา ราชการ แทน เขา ฯะ
๏ เอได เตอร หนังสือ จดหมาย เหตุ คือ ซแตรศ ไตมซ ได้ รับ ข่าว โทรเลข แต่ เกาะ หมาก ซึ่ง มิศเตอร ดับเบิล ยู แอ บี กัลเลน ใจ ความ ว่า ฯะ
๏ กำปั่น ฮอก แกนตอน ถูก สลัด ที่ โอเลเล พวก สลัด ได้ ฆ่า มิศเตอร มะกัลลอก กัปตัน แฮนซัน แล ภรรยา นั้น เข้า จับ เอา ไป เปน เชลย แล ลูก เรือ กำปั่น นั้น หก คน ด้วย ครั้น พวก สลัด ได้ เอา ของ ไป จาก กำปั่น หมด จึ่ง ได้ ทิ้ง กำปั่น เสีย ฯะ
๏ กำปั่น ฮอก แกนตอน เปน กำปั่น ฮอลันดา เที่ยว ค้า ขาย ใน หว่าง เกาะ หมาก แล เมือง ซึ่ง เปน ท่า กำปั่น ที่ ประเทศ อาจิ่น ฯะ
หา คู่ ชีวิตร อัน เปน ความ ร้าย แก่ ตัว
๏ สิงหโต ตัว นั้น เอง มี ความ กะตัญญู ต่อ หนู เล็ก นั้น เพราะ คุณ ที่ หนู นั้น ได้ ทำ ไว้ แล นึก ใน ใจ จะ ไม่ แพ้ เปรียบ แก่ กัน ใน การ คุณ ที่ หนู นั้น ได้ ทำ ไว้ จึ่ง ถาม หนู เล็ก ที่ ช่วย ตัว ให้ รอด นั้น จะ นึก ขอ สิ่งใด ก็ ตาม เถิด อย่า เกรง ใจ กัน เลย คง ยอม ทำ ให้ แล้ว แต่ จะ ขอ มา นั้น ครั้น โปรด ท่า ทาง กว้าง ขวาง ดัง นี้ แล้ว หนู นั้น มี ใจ โต กำ เริบ ขึ้น มิ ได้ นึก ว่า ของ สิ่งไร จะ เปน ของ ควร จะ ขอ คิด ถึง แต่ เพียง กำลัง เจ้า ของ ตัว จะ โปรด ให้ ได้ นั้น จึ่ง มี ความ กำเริบ ขอ บุตร สาว สิงหโต ของ ท่าน เปน ภรรยา ด้วย เถิด สิงหโต ก็ ยอม ให้ ตาม ขอ แต่ ชะนะ เมื่อ จะ ยก พระราช ธิดา ให้ นั้น บุตร สาว นั้น ด้วย ใจ ชะนอง หา ระวัง ด้วย ท่า ทาง จะ เดิน นั้น พเอิน เอา ขา น่า ทับ เจ้า บ่าว อัน เคราะห ร้าย ตาย คราว จะ ออก มา รับ นาง นั้น ๚ะ
๏ เรื่อง นี้ จะ ส่อน ว่า ตระกูล ของ แล อายุศม์ เสมอ เท่า กัน เหมาะ ที่ เปน ผัว เมีย คู่ ชีวิตร ด้วย กัน ไป ได้ ฯะ
๏ เรื่อง นี้ ส่อน ว่า การ เปน ผัว เมีย กัน เปน การ ใหญ่ ที่ สุด ใน ระหว่าง ชีวิตร การ น่า นั้น จะ เปน เย็น มี ศุข ฤา เปน ร้อน ลำบาก ๚ะ
| แต่วัน อังคาร เดือน เจด แรม ๖ ค่ำ จน ถึงวัน อังคาร เดือน ๗ แรม ๑๔ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ๑๒๔๘ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำ หนัก | ชื่อ กปิตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| อาเบอร์เดมโน | ก ๒ ส ค อังกฤษ | ๗๓๕ | กลาก | บอนิโอทำปะนี | ปอยนต์คะ | แรม ๗ ค่ำ |
| ดอล | ||||||
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๗ | ไฮด | จิ่น | สิงฆโปร | แรม ๗ ค่ำ |
| ปอรศตอศ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๑๐๕๐ | ซอยเอเชน | จิ่น | ฮองกอง | แรม ๗ ค่ำ |
| ค่ำ | ||||||
| ค่ำ | ||||||
| ค่ำ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา เข้า ๏ อาเบอร์เดมโน ๚ะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก ๏ บอนิโอ บันทุก ต่าง ๆ แล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ ปอรศตอศ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล | ||||||
| เมือง จิ่น แล ยี่ปุ่น ๚ะ | ||||||
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไส่มย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ถง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ฯะ
๏ กำปั้น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชร์บุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤา วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ
คน เดิน สาน ดาษฟ้า คน ละ บาท
๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤา กัปตัน กำปั้น นั้น ๚ะ
๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั้น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ฯะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก (จ ห) ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไส่มย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เชี่ยวแถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ แจ้ง ความ ให้ ทาน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สีลม ที่ ตึก คอน เวด เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤๅ จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เปิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอส์บิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ
๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา ส่อง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอื่ยด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอืยด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไล้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคาถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด