
| เล่ม ๔ แผ่น ๔๗ วัน พุฒ เดือน แปด ขึ้น ๑๔ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ |
๏ ราชทูต ต้อง พัก อยู่ ที่ โฮเตล เมือง สุเอศ จน ถึง วัน จันทร เดือน ห้า แรม เจ็ด ค่ำ เวลา กลาง คืน เรือ กล ไฟ ชื่อ ไปเลเดศ เปน กำปั่น รบ มา ถึง ท่า เมือง สุเอศ รุ่ง ขึ้น กัปตัน จึ่ง มา หา ราชทูต แล้ว บอก ว่า ข้าพ เจ้า ได้ คำ สั่ง ให้ มา รับ พวก ราชทูต ไป ส่ง ให้ ถึง กรุง สยาม แต่ บัด นี้ การ ที่ ใน เรือ ยัง หา เรียบ ร้อย ไม่ จะ ต้อง จัดแจง ชำระ ขัด สี ให้ ดี ก่อน วัน พฤหัสบดี เวลา เช้า ข้าพเจ้า จะ ขอ ลา ท่าน ไป ซื้อ สเบียง อา หาร ที่ เมือง ไกโร ต่อ วัน เสาร์ เย็น จึ่ง จะ กลับ มา วัน อาทิตย จึ่ง จะ ได้ เชิญ ท่าน ไป ลง เรือ ๚ะ
๏ ถึง วัน เสาร์ เดือน ห้า แรม สอง ค่ำ เวลา เช้า กัป ตัน บอก เตลคราฟ มา แต่ เมือง ไกโร ว่า ซึ่ง สัญา ไว้ ว่า จะ กลับ มา ใน เวลา เย็น วัน นี้ นั้น ยัง มา หา ได้ ไม่ ด้วย รถ ไฟ ยัง ไม่ ไป จะ ต้อง คอย อยู่ จน พรุ่ง นี้ วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน กัปตัน จึ่ง กลับ มา ถึง ท่า วัน จันทร เดือน ห้า แรม สิบสี่ ค่ำ เวลา บ่าย สี่ โมง กัปตัน ดิกอเซ จึ่ง เชิญ พวก ราชทูต ลง เรือ กลไฟ เล็ก ออก จาก ท่า เมือง สุเอศ ถึง กำปั่น รบ ชื่อ ไปเลเดศ จักร์ ท้าย ยาว สอง ร้อย สี่สิบ ฟิต คือ เส้น สิบสาม วา สาม ศอก กับ ห้า นิ้ว ปาก กว้าง สามสิบ เก้า ฟิต คือ ห้า วา สาม ศอก คืบ สิบ เอ็ด นิ้ว กับ กะเบียด หนึ่ง กิน น้ำ ภุก ยี่สิบ สาม ฟิต คือ สาม วา สอง ศอก สาม นิ้ว กับ กะเบียด หนึ่ง กำลัง สาม ร้อย ห้า สิบ แรง ม้า คน ใน เรือ กัปตัน หนึ่ง ออฟฟี เซอ สามสิบ สาม ทหาร ลูก เรือ คน ใช้ สอง ร้อย ยี่สิบ หก รวม สอง ร้อย หก สิบ คน เมื่อ ราชทูต จะ ขึ้น บน กำปั่น มี ทหาร ปืน ปลาย หอก ยืน คำนับ สอง แถว ๆ ละ สิบสอง คน แล้ว กัปตัน ให้ ยิ่ง ปืน ใหญ่ สลุด ราชทูต สิบ เก้า นัด พวก ออฟพี่เซอ มา ยืน รับ พร้อม ทุก ตำแหน่ง ลุเตนนันต์ ให้ จัดแจง รับ ของ ๆ พวก ราชทูต ขึ้น เสร์จ แล้ว เวลา ทุ่ม เศษ ได้ ใส่ ไฟ ใช้ จักร์ ออก จาก ที่ ทอด สมอ น่า เมือง สุเอศ ๚ะ
๏ วัน จันทร เดือน หก ขึ้น เจ็ด ค่ำ เวลา บ่าย สอง โมง ครึ่ง ถึง ท่า น่า เมือง มกหะ เปน เมือง แขก ชาติ อารับ ถ่าน สินลา หมด ลง กัปตัน จึ่ง ให้ แวะ เข้า ทอด สมอ อยู่ ห่าง ตลิ่ง ประมาณ สอง ร้อย เส้น แล้ว กัปตัน ลง เรือ โบต ขึ้น ไป บน เมือง เที่ยว ซื้อ ถ่าน สินลา ก็ ไม่ ได้ ซื้อ ได้ แต่ ฟืน เล็ก น้อย แล้ว กลับ มา ให้ รับ ฟืน ขึ้น เรือ เสร์จ เวลา ยาม เศษ จึ่ง ให้ ใช้ จักร์ ออก จาก น่า เมือง มักหะ ๚ะ
๏ วัน อังคาร เดือน หก ขึ้น แปด ค่ำ เวลา สี่ ทุ่ม เศษ ถึง เมือง เอเดน รุ่ง ขึ้น เช้า สี่ โมง กัปตัน มา บอก ราช ทูต ว่า จะ รับ ถ่าน ลง เรือ ลออง จะ ปลิว เปื้อน นัก ถ้า ท่าน พา กัน ขึ้น ไป อยู่ บน โฮเตล เหน ว่า จะ เปน สุข กว่า อยู่ ใน กำปั่น ราชทูต ก็ รับ คำ กัปตัน จึ่ง ให้ มิศ เตอร โฮป เปน ขุนนาง นาย ทหาร ใน เรือ รบ ขึ้น ไป อยู่ ด้วย พวก ราชทูต แล้ว จึ่ง จัด เรือ โบต ให้ ไป ส่ง พวก ราชทูต ที่ โฮเตล ชื่อ ปรินส์ ออฟ เวลส์ ๚ะ
๏ วัน พฤหัสบดี เดือน หก ขึ้น สิบ ค่ำ บ่าย สอง โมง กัปตัน มา แจ้ง ว่า ที่ กำปั่น จัดแจง เครื่อง จักร กล แล รับ ถ่าน ลง เสร์จ แล้ว พวก ราชทูต ก็ พร้อม กัน กลับ มา ลง ใน กำปั่น แต่ ลม ยัง พัด ทวน น่า แรง นัก ต้อง รอ อยู่ จน รุ่ง ขึ้น เวลา เช้า โมง เศษ กัปตัน ให้ ใส่ ไฟ ใช้ จักร์ ออก จาก น่า เมือง เอเดน ลม เปน พัทยา ทวน น่า จัด นัก เรือ เดิน ได้ แต่ โมง ละ ห้า นอต หก นอต ถึง วัน อังคาร เดือน หก ขึ้น สิบห้า ค่ำ ลม จึ่ง แปร เยื้อง ไป สัก น้อย ภอ ใช่ ใบ ได้ แต่ ไม่ สู้ เต็ม ใบ ดี วัน ศุกร เดือน หก แรม สาม ค่ำ ได้ ลม สลาตัน เปน บัตะโพก ห้า โมง เย็น กัปตัน ให้ พวก เด็ก ๆ ขึ้น หัด ริบ ใบ เมื่อ จะ ลง มา เด็ก คน หนึ่ง พลัด ตก จาก ร้าน ชั้น ล่าง เสา กระโดง กลาง มา กระทบ กระดาน ที่ ผูก รอก ข้าง แล้ว ตก น้ำ ลง ไป กัปตัน กับ พวก ลูก เรือ วิ่ง ไป ข้าง ท้าย ปล่อย ทุ่น ลอย ไป เด็ก ที่ ตก น้ำ ก็ ว่าย เข้า ยึด ทุ่น ไว้ แล้ว กัปตัน ให้ เอา เรือ ลง โดย เร็ว รีบ ตี กระเชียง ไป รับ เด็ก นั้น มา ได้ เมื่อ มา ถึง หมอ ตรวจ ดู เหน ซี่ โครง หัก ส่อง สี้ หมอ ก็ เอา ผ้า รัด ตัว เข้า ไว้ แล้ว ให้ นอน อยู่ บน เปล ให้ กิน ยา มา ประมาณ สิบห้า วัน ก็ หาย ดี ๚ะ
๏ วัน อังคาร เดือน หก แรม เจ็ด ค่ำ เวลา บ่าย สาม โมง เกิด ฝน ตก ลม สลาตัน พัด นัก เสา กระโดง น่า ชั้น บน หัก สบั้น ลง มา ใบ เสา น่า เสา กลาง เสา ท้าย ขาด ฉีก เปน ริ้ว แร่ง ยับ ย่อย หมด ทุก ใบ คลื่น ใหญ่ ซัด เข้า ใน เรือ น้ำ บน ดานฟ้า ชั้น ล่าง ภุก เพียง เข่า หีบ ใส่ ของ พวก อังกฤษ พวก ไทย ลอย เข้า ซอง เปียก น้ำ เสีย มาก ประมาณ ครึ่ง โมง พะยุ จึ่ง สงบ กัปตัน ให้ เปลี่ยน เสา แล ใบ ใหม่ แล้ว เสร็จ ใน เวลา เดี่ยว ๚ะ
๏ วัน พฤหัสบดี เดือน หก แรม แปด ค่ำ บ่าย โมง เศษ ถึง เมือง คาลี อยู่ ที่ แหลม เกาะ ลังกา ข้าง ทิศ ตวัน ตก เฉียง ใต้ เปน ที่ ไว้ ถ่าน สินลา สำหรับ ใช้ ใน การ เรือ กลไฟ ฝ่าย อังกฤษ ชื่อ มิสเตอร์ เฮนรี่ โอเครดี เปน ผู้ สำเร็จ ราชการ ที่ เมือง คาลี แจ้ง ว่า ราชทูต ไทย ไป ถึง ก็ ลง มา ทัก ถาม แล้ว เชิญ ให้ ขึ้น พัก อยู่ บน เมือง เวลา บ่าย สี่ โมง พวก ราชทูต พร้อม กัน ลง เรือ โบต ไป ถึง ท่า ที่ บน ป้อม น่า เมือง ให้ ยิง สลุต คำนับ สิบ เก้า นัด แล้ว เชิญ ราชทูต ไป ที่ พัก ตาม ทาง สอง ข้าง ตั้ง แต่ ท่า ขึ้น มี ทหาร คน ดำ ถือ ปืน ปลาย หอก ยืน ราย ไป ร้อย คน แล้ว ทหาร อังกฤษ เรียง ต่อ ไป อีก ห้าสิบ คน รวม ร้อย ห้าสิบ คน ถึง ตึก ใหญ่ เปน ที่ สำหรับ เจ้า เมือง มา พัก เจ้า พนักงาน เชิญ ให้ ราชทูต ขึ้น อยู่ ที่ นั้น แล้ว จัด โปลิสแมน คือ คน รักษา ถนน มา คอย ระวัง รักษา อยู่ สอง คน เวลา ค่ำ ผู้ สำเร็จ ราช การ มา เชิญ ว่า พรุ่ง นี้ เวลา สี่ โมง เช้า ขอ เชิญ ท่าน ทั้ง หก คน ไป กิน โต๊ะ ที่ บ้าน ข้าพเจ้า ราชทูต ก็ รับ ว่า จะ ไป รุ่ง ขึ้น เวลา เช้า สาม โมง เศษ เจ้า พนักงาน จัก รถ มา รับ สาม รถ พวก ราชทูต หก คน กัปตัน ดิกอเซ หนึ่ง มิสเตอร์ โฮบ เปน นาย ทหาร ใน กำปั้น รบ ไปเลเดศ หนึ่ง พร้อม กัน ขึ้น รถ ไป กิน โต๊ะ ที่ บ้าน ผู้ สำเร็จ ราชการ ครั้น กิน โต๊ะ เสร็จ แล้ว ก็ ลา ไป ดู โรง ทำ น้ำมัน มะพร้าว ทำ ด้วย เครื่อง จักร ขุด คั้น แล้ว ไป ด้วย จักร ทั้ง นั้น ทำ เร็ว กว่า ทำ ด้วย คน หลาย เท่า แล้ว เลย ไป นมัสการ พระ ที่ วัด บน เนิน เขา ที่ วัด มี พระ ปฏิมากร เหมือน วัด ไทย แต่ พระสงฆ์ ไม่ ได้ ปลง ผม ใน วัน สิบสี่ ค่ำ ตาม แต่ จะ ปลง วัน ไร ก็ ได้ สุด แต่ อย่า ให้ ผม ยาว บ่าย สาม โมง ก็ กลับ มา ที่ พัก ๚ะ
๏ จึ่ง ปฤกษา กัน ว่า เรา จำ จะ ไป ถวาย นมัสการ พระ ทันต์ ธาตุ จึ่ง จะ ชอบ ด้วย เรา ได้ มา ถึง นี่ แล้ว ครั้น ปฤกษา เหน พร้อม กัน พระยา มนตรี สุริยวงษ จึ่ง ให้ ล่าม บอก กัปตัน ดิกอเซ ๆ จึ่ง ตอบ ว่า การ ซึ่ง ท่าน จะ ไป นั้น ข้าพเจ้า ไม่ ขัด ขวาง ตาม แต่ ใจ แต่ ข้าพเจ้า ทราบ ว่า พระทันต์ ธาตุ อยู่ ถึง เมือง แกนดี ถ้า จะ ไป ด้วย รถ เทียม ม้า แต่ เมือง คาลี่ ไป จน ถึง เมือง แกนดี ที่ พระ ทันต์ ธาตุ ทาง ถึง สอง วัน แล้ว จะ ต้อง หยุด พัก ที่ นั้น สัก วัน หนึ่ง ฤๅ สอง วัน ทั้ง ไป ทั้ง มา เปน ห้า วัน หก วัน ใน ระดู นี้ เปน ระดู ลม ร้าย มัก เกิด พะยุ ใหญ่ เนือง ๆ ถ้า เปน ดัง นั้น บันดา กำปั่น ที่ ทอด อยู่ ใน อ่าว นี้ ลม ก็ ตี พัด กระทบ โดน กัน แตก เสีย หลาย ลำ แล้ว พวก กัปตัน มี ความ กลัว ไม่ อาจ เข้า มา ทอด สมอ อยู่ ช้า จน สาม วัน ได้ ถ้า ท่าน จะ ไป เมือง แกนดี แล้ว ข้าพ เจ้า จะ เอา กำปั่น ออก ไป แล่น อยู่ ใน ทะเล ใหญ่ ถึง จะ เกิด พะยุ พัด จัด แรง ประการ ใด ภอ จะ แก้ ไข ได้ ไม่ ขัด สน ด้วย ท้อง ทะเล เปน ที่ กว้าง ต่อ ถึง กำหนด หก วัน ข้าพเจ้า จึ่ง จะ กลับ มา รับ ท่าน มิ ให้ ผิด สัญญา ราชทูต มี ความ สงไสย ว่า กัปตัน เปน คน อังกฤษ ไม่ นับ ถือ พุทธสาศนา ก็ แกล้ง พูด บิด พลิ้ว ด้วย ไม่ อยาก จะ ให้ ไป ใน ขณะ นั้น พระสงฆ์ เปน เจ้า อธิการ อยู่ วัด ใน เมือง คาลี่ ชื่อ ศิริสมณะ กับ นาย คน หนึ่ง เปน ชาว เมือง ลังกา ชื่อ กรุณารัตน์ ทั้ง สอง คน พา กัน มา เยี่ยม ราชทูต ยัง นั่ง อยู่ ที่ นั้น ด้วย เจ้า หมื่น สรรพ์เพช ภักดี จึ่ง ถาม เปน ภาษา มะคธ คน ทั้งสอง ก็ รับ ว่า จริง เหมือน คำ กัปตัน ดิกอเซ ว่า พวก ราชทูต จึ่ง ปฤกษา กัน ว่า เรา จะ ไป เมือง แกนดี เปน แต่ เรา มี ความ ศรัทธา อุส่าห์ จะ ไป นมัสการ พระทันต ธาตุ มิ ใช่ ไป ด้วย ราชการ ซึ่ง เรา จะ ให้ กำปั่น ต้อง ไป แล่น อยู่ ใน ทะเล เสีย ถ่าน ใส่ ไฟ ใช้ เงิน กอเวอแมน ลง มาก นั้น หา ชอบ ไม่ ครั้น เหน พร้อม กัน ดัง นั้น จึ่ง ว่า แก่ กัปตัน ดิกอเซ ว่า ท่าน จะ ต้อง ถอย กำปั่น เข้า ออก ลำบาก ดัง นั้น เรา ก็ จะ ไม่ ไป เมือง แกนดี แล้ว กัปตัน ดิกอเซ ก็ มี ความ ยินดี เปน อัน มาก ๚ะ
๏ วัน ศุกร เดือน หก แรม สิบ ค่ำ เวลา เช้า สี่ โมง พวก ราชทูต จะ กลับ มา ลง กำปั่น ผู้ สำเร็จ ราชการ กับ กำ มโดร์ แล ขุนนาง ฝ่าย ทหาร อีก หลาย คน มา ส่ง แล้ว ลา กลับ ไป แต่ ผู้ สำเร็จ ราชการ ตาม ลง มา ส่ง จน ถึง กำปั่น เมื่อ ราชทูต จะ มา ลง เรือ มี ทหาร ยืน แล ยิง สลุด เหมือน เมื่อ แรก มา ถึง เมือง เวลา เช้า ห้า โมง เสศ กัปตัน ดิกอเซ ให้ ถอน สมอ ใช้ จักร์ ออก จาก ท่า น่า เมือง คาลี มา ใน ทาง ทเล เจ็ด วัน คลื่น ลม ก็ เรียบ ปรกติ ดี จน วัน ศุกร เดือน เจ็ด ขึ้น สอง ค่ำ บ่าย สอง โมง ครึ่ง ถึง เมือง สิงฆโปร เมื่อ ราชทูต ถึง เมือง นั้น เจ้า เมือง ไม่ อยู่ ลง กำปั่น รบ ไป เที่ยว จับ พวก อ้าย จีน สลัด รุ่ง ขึ้น เวลา เช้า สี่ โมง รอง เจ้า เมือง จัดแจง เรือ โบก สาม ลำ มา เชิญ พวก ราชทูต ขึ้น บน เมือง เมื่อ ราช ทูต ไป ถึง ท่า ขึ้น ทหาร ปืน ใหญ่ น่า ป้อม ก็ ยิง สลุด สิบ เก้า นัด แต่ ทหาร ปืน ปลาย หอก ที่ จะ ยืน คำนับ จัดแจง หา ทัน ไม่ แล โฮเตล ที่ เคย พัก แต่ ก่อน คน ก็ เช่า อยู่ เต็ม หมด พระพิเทศ พานิช จึง เชิญ ให้ พวก ราช ทูต ไป พัก อยู่ ที่ ตึก ของ พระพิเทศ พานิช ทำ ไว้ บน ยอด ภูเขา แต่ การ เลี้ยง ดู นั้น รอง เจ้า เมือง จัดแจง ส่ง มา ทุก เวลา แล้ว ให้ ทหาร มา ประจำ ผลัด เปลี่ยน รักษา อยู่ สิบสี่ คน ตัว รอง เจ้า เมือง ก็ ไป มา เยี่ยม เยียน ราชทูต อยู่ เนือง ๆ เวลา บ่าย สี่ โมง จีน จงฮวด เชิญ พวก ราชทูต ไป กิน โต๊ะ เลี้ยง ตาม อย่าง จีน ๚ะ
๏ วัน อาทิตย เดือน เจ็ด ขึ้น สี่ ค่ำ บ่าย ห้า โมง เซอ แมกกอสแลนด์ เชิญ พวกราชทูต ไป กิน โต๊ะ เวลา สี่ ทุ่ม พระพิเทศ พานิช เชิญ ไป กิน อีก ครั้ง หนึ่ง ๚ะ
๏ วัน ศุกร เดือน แปด ขึ้น สอง ค่ำ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ พระ ราชทาน สัญญาบัตร ฯะ
๏ ให้ หลวง พิไชย เสนา ปลัด ทูล ฉลอง เปน พระศรี สุเรนทราธิบดี วิพรหมเทพ ราชผาตยาธิบดี ศรีกาฬ สมุด เจ้า กรม พระ สุรัสวดี ขวา ถือ ศักดินา ๓๐๐๐ ฯะ
๏ ให้ ขุน บำรุง โยธา เปน หลวง พิไชยเสนา ปลัด ทูล ฉลอง กรม พระสุรัสวดี กลาง ถือ ศักดินา ๘๐๐ ฯ ล ฯ ๚ะ
ณวัน พฤหัสบดี เดือน แปด ขึ้น แปด ค่ำ
เงิน แบงก์ ลันดัน สาม เดือน ๓ ชิลิง ๓ เปนซ์ ๗ อัฏ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๔ เปนซ ๑ อัฏ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๖ เหรียน ๑๐ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน เจด แรม สิบสี่ ค่ำ หนัง สือ จดหมาย เหตุ คือ เยอรนัล ดะ แซนต์ ปีเตอรซเบิค ลง พิมพ์ ข้อ หนึ่ง ว่า ซึ่ง โปด เจ้า ประเทศ เตยรกี ทรง พระกรุณา โปรด ชุบ เลี้ยง ปรินซ เจ้า อาเล็กซันเดอร นั้น คง เปน เหตุ ให้ มี ความ ร้าย ข้าง น่า นั้น ฯะ
๏ ได้ ไป เที่ยว เยี่ยม เมือง แมนเจซเตอร แล เมือง ลิเวอ ปูล คน ทั้งปวง ก็ รับ ท่าน ด้วย ความ ยินดี เปน อัน ยิ่ง การ ตั้ง พวก ปฤกษา ราชการ คือ อิเลกเชอนซ์
๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน แปด ขึ้น ค่ำ หนึ่ง พวก กอนเซอรวะติฟ สำหรับ เมือง ลิเวอปูล สาม คน ได้ ตั้ง ไม่ มี อัน ขัด ขวาง ฯะ
๏ ไมเคล แดวิด เปน คู่ แข่ง กัน กับ ลอด ฮาร์งตัน สำหรับ ส่วน โรเซนเดล ใน แขวง เมือง แลนกะไชร์ ข้าง ทิศ อิสาณ ๆะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน แปด ขึ้น สอง ค่ำ จน กระทั่ง ถึง บัด นี้ ได้ ตั้ง พวก ปฤกษา ราชการ ดัง นี้ พวก ปาเนลไอต ๖๘ คน ไม่ มี ใคร ขัด ขวาง พวก ที่ รับ จะ เข้า กัน กับ มิศเตอร แคลดซะโตน ๕๕ คน พวก ยุเนี่ยนอิศ์ต ลิบิรัล ๔๖ คน พวก กอนเซอรวะติฟ ๙๖ คน
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน แปด ขึ้น สาม ค่ำ ซึ่ง ตั้ง ขึ้น วัน เสาร นั้น ปรากฏ ออก ดัง นี้ พวก ปาเนลไอต ๘ คน รวม ๗๖ คน พวก ที่ รับ จะ เข้า กัน กับ มิศเตอร แคลดซะโตน ๓๗ คน รวม ๙๒ คน พวก ยุเนี่ยนอิศ์ต ลิบิรัล ๑๔ คน รวม ๖๐ คน พวก กอน เซอรวะติฟ ๑๐๓ คน รวม ๑๙๙ คน รวม หมด ๔๒๗ คน
๏ ได้ ตั้ง มิศเตอร แคลดซะโตน มิ ได้ มี ที่ ขัด ขวาง เขา ก็ ได้ ตั้ง เซอร ไมเคล ฮิกซ์ บีจะ แล ลอด แรนดอลฟ ด้วย มะยอริตี ใหญ่ ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน แปด ขึ้น สี่ ค่ำ ได้ ตั้ง พวก ปาเนลไอต ถึง ๕๓ คน พวก ที่ รับ จะ เข้า กัน กับ มิศเตอร แคลดซะโตน ๑๔๖ คน พวก ยุเนี่ยนอิศ์ต ลิบิรัล ๘๖ คน พวก กอนเซอรวะติฟ ๓๔๗ คน รวม หมด ๖๗๒ คน ฯะ
๏ ใน การ ที่ บอก มา ข้าง บน คง เห็น ว่า หลง ผิด ถึง สอง ใน บาญชี่ย บน นั้น การ สำคัญ คราว เลือก ตั้ง คน คราว นี้ คือ ว่า คน ที่ ได้ โวด นั้น น้อย เข้า ฯะ
๏ ใน ข่าว โทรเลข บอก ถึง ตั้ง คน นั้น มี การ หลงใหญ่ บัด นี้ เปน ที่ เหน แจ้ง ว่า เลข ที่ บอก มา ใน ข่าว วัน เสาร ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เดือน แปด นั้น มิ ได้ หมาย จะ บอก ว่า ตั้ง ได้ จริง กี่ คน เปน แต่ บอก พวก ที่ จะ ไม่ มีใคร ขัด ขวาง นั้น การ ตั้ง นั้น ยัง หา แล้ว ไม่ บาญชี่ ถูก ณวัน จันทร์ ค่ำ นั้น คือ พวก กอนเซอรวะติฟ ๑๗๒ คน พวก ยุเยี่ยนอิศ์ต ลิบิรัล ๓๖ คน พวก ที่ รับ จะ เข้า กัน กับ มิศเตอร แคลดซะโตน ๗๖ คน พวก ปาเนลไอต ๒๒ คน ฯะ
๏ ใน ชะณะ นั้น อาศิริยะ ได้ ขึ้น เปน ใหญ่ ไม่ มีใคร เสมอ ไม่ ช้า นาน ก็ ยอม แพ้ กับ เพอเซี่ย ๆ ก็ ทวี มาก ขึ้น ได้ เปน ใหญ่ กว่า หมด ใน ทวีป นั้น แล้ว เมือง ครีศ ก็ ได้ ไชย ชะนะ แก่ เพอเซี่ย แล ชื่อ เสียง ของ ครีศ ก็ แผ่ ไป ใน พิภพ ไม่ มี ใคร เสมอ แล้ว ก็ มีคน ฉลาด รู้ ใน วิชา หนังสือ ได้ แต่ง เรื่อง ราว ต่าง ๆ ขึ้น ไว้ เปน แบบ ฉบับ มา จน ทุก วัน นี้ คน ทั้งหลาย ก็ เล่า ฦๅ ชื่อ เสียง ปรากฎ ว่า กล้า หาญ ใน การ ศึก สงคราม แล้ว ผู้ ที่ ได้ ครอง เมือง นั้น ก็ ช่วย ดัด แปลง ตก แต่ง กฎหมาย ที่ เปน แบบ อย่าง ธรรมเนียม สำหรับ แผ่นดิน เมือง มา จน ทุก วัน นี้ แต่ ปลาย มือ ครีศ นั้น ถอย น้อย กำลัง ไป แล้ว เมือง โรม จึ่ง ได้ ครอบ ครอง เมือง ขึ้น ๚ะ
๏ คราว นั้น มนุษย ชาติ ต่าง ๆ ได้ เกิด วิวาท สู้ รบ กัน แล้ว เมื่อ ชาติ ใด พวก ใด ได้ ไชย ชะนะ ก็ มี แต่ ความ ข่ม ขี่ ข่มเหง ชาติ ที่ แพ้ นั้น ไม่ ให้ มี อำนาจ แล ชื่อ เสียง ขึ้น ได้ ใน โลกย ที่ เปน พวก เล็ก น้อย ก็ มี ใจ เจ็บ แค้น ผูก อาฆาฎ คอย สู้ รบ กัน ใน แผ่น ดิน เมือง ใหญ่ นั้น เมือง เล็ก น้อย ไม่ มี กำลัง ที่ จะ ได้ ไชย ชะนะ ที เดียว ได้ ไม่ มี เพราะ เหตุ ดัง นั้น จึ่ง เกิด วิวาท สู้ รบ กัน เปน นิจ ใน เมือง เล็ก น้อย รอบ อาณา เขตร เมือง ไทย นี้ ก็ เปน คล้าย ๆ กับ พวก นั้น เหมือน กัน คือ พวก พม่า พวก มอญ พวก กะเหรี่ยง แล เขมร แล พวก อื่น ๆ เขา ก็ ไม่ ได้ ไว้ใจ สนิท กัน ได้ เคย เกิด ความ ทะเลาะ วิวาท กัน เนือง ๆ แต่ ว่า มี บ้าง ที่ เปน ใหญ่ ได้ ไชย ชะนะ แก่ เมือง เล็ก น้อย แล้ว แล ค่อย ตั้ง ตัว เปน ใหญ่ ขึ้น จน มี อำนาจ มาก มา จน ทุก วัน นี้ เมือง ที่ ได้ ไชย ชะนะ คือ เมือง จีน นั้น ยัง ไม่ มี หัว เมือง ใด สามาถ ไป รบ พุ่ง เอา ไชย ชะนะ แก่ เขา ได้ เพราะ เปน เมือง โบราณ ผู้ คน แล ทหาร ก็ มี เปน อัน มาก แล อณา ประชา ราษฎร ก็ ถือ ธรรมเนียม คล้าย กัน หมด ทั้ง สิ้น ครั้ง นั้น พวก จีน ก็ เที่ยว รบ ได้ ไชย ชะนะ เปน หลาย หน ชาติ ที่ แพ้ นั้น จีน ก็ เอา ไว้ ใต้ บังคับ แล้ว จีน ต้อง จัด พวก ทหาร ไว้ คอย ดู แล ระวัง เขา มิ ให้ เกิด เหตุ การ ขึ้น ได้ แล้ว คราว หนึ่ง เมือง จีน เอง ก็ เสีย แก่ เขา ผู้ ที่ ได้ ไชย ชะนะ นั้น ก็ ได้ ขึ้น ครอง เมือง แต่ ทว่า เขา เปน ชาติ ไม่ ได้ รู้ ใน วิชา หนังสือ แล้ว พวก จีน ต้อง เปน ครู สอน เขา ใน วิชา ต่าง ๆ แล อย่าง ธรรมเนียม ที่ จะ ครอง เมือง นั้น สอน ให้ แก่ เขา อย่าง นี้ เปน ธรรมเนียม มา จน ทุก วัน นี้ ๚ะ
๏ มะหะหมัด ที่ สอน สาสนา อย่าง หนึ่ง แล เปน แม่ ทัพ ใหญ่ ใน การ ศึก สงคราม ครั้ง นั้น เขา ก็ เที่ยว แนะ นำ ทหาร ใน ประเทศ ยุโรป แล เมือง อื่น ๆ หลาย เมือง ใน ประเทศ อาเซีย นั้น คือ เมือง อินเดีย แล เมือง จีน ข้าง เหนือ แล เกาะ อีก หลาย แห่ง ใน มหา สมุท อิน เดย จน ทุก วัน นี้ มี คน ที่ เชื่อ ตาม มะหะหมัด สั่ง ส่อน นั้น เปน อัน มาก แล คน ที่ เชื่อ อย่าง นี้ มี ธรรมเนียม อัน แขง แรง แล มี ปัญญา รุ่ง เรือง มาก ขึ้น ได้ ใน ฝ่าย โลกย ๚ะ
๏ คน ที่ นับถือ แล ประพฤติ ฝ่าย พระพุทธ สาศนา นั้น ผิด กับ คน ที่ ถือ มะหะหมัด นั้น หลาย อย่าง เพราะ เขา ไม่ ได้ ข่ม ขี่ ให้ คน เชื่อ ตาม เขา เขา ไม่ ได้ ไป เที่ยว สั่ง ส่อน ใน ประเทศ ต่าง ๆ ให้ เชื่อ ตาม ล่าศนา ของ เขา แต่ ทว่า คน มี ความ เชื่อ แล ชอบ นึก ว่า ส่าศนา ของ เขา เปน ที่ ช่วย ตัว ให้ รอด ได้ ใน การ บุญ กุศล มี มนุาย หลาย ชาติ หลาย คน เปน อัน มาก ได้ ซึ่ง แล นับถือ ตาม ๚ะ
๏ ยัง อีก พวก หนึ่ง คือ พวก ฮินดู ไม่ ใช่ เปน คน เดิม ใน พวก อินเดีย แต่ โบราณ เปน คน ชาติ เล็ก น้อย มี อยู่ คง ชาติ แล้ว ก็ กระจัด กระจาย ไป อยู่ ใน อินเดีย แต่ ว่า พวก เหล่า นี้ มัก ประกอบ แต่ การ รบ พุ่ง กัน เปน นิจ พวก อื่น ที่ มา แต่ เมือง อื่น ๆ นั้น คือ พวก ฮินดู ที่ มา แต่ อาเซีย กลาง นั้น พวก หนึ่ง เขา ได้ ไชย ชะนะ แล อยู่ ต่อ ไป ใน เมือง นี้ แล พวก มะหะหมัด ก็ ได้ ไชย ชะนะ ใน อินเดีย ทิศ ตวัน ออก ยัง มี มาก จน ทุก วัน นี้ ใน เมือง นั้น มา ภาย หลัง พวก อังกฤษ ได้ ไชย ชะนะ โดย ง่าย ๆ เหตุ เพราะ ว่า เขา มี ความ วิวาท กัน เอง ใน พวก พ้อง มิ ได้ ตั้ง อยู่ ใน ความ ร่วม รัก สมา สามัคคี กัน เหตุ ดัง นั้น พวก อังกฤษ จึ่ง ได้ เขา ไว้ โดย ง่าย ๆ แล้ว อังกฤษ ก็ เปน ผู้ มี คุณ ใหญ่ เพราะ มี ความ เมตา โอบ อ้อม อารี อุ้ม ชู ชาติ เล็ก น้อย ไว้ ไม่ ให้ เปน อันตราย แล ถ้า ต้อง ซึ่ง ความ ร้าย ได้ ให้ อยู่ เปน ศุข สบาย ด้วย กัน ทั้ง สิ้น ๚ะ
๏ บัด นี้ จะ ขอ เก็บ แต่ ข้อ ความ โดย ย่อ ๆ ภอ เปน สังเขป มา แสดง ให้ ทราบ ตาม เวลา ตัด ความ ว่า แต่ สั้น ๆ เดิม ท่าน ไวสรออย ดิโร ชาติ โปรตุเก็ต เปน ผู้ ถือ อาญาสิทธิ์ ของ ผู้ ครอง ฝ่าย โปรตุคอล ไว สรอบ ดิโร ได้ เปน อะธิบดี สิทธิ์ ขาด อยู่ ใน เมือง โค วา ประเทศ อินเดีย ครั้ง หนึ่ง ท่าน ไวสร่อย ดิโร มี คำ สั่ง ให้ มิสเตอร์ เฮนรี เปน ทูต เข้า มา เจริญ ทาง พระ ราช ไมตรี กับ ผู้ ครอง กรุง สยาม ทรง พระนาม ว่า พระ เจ้า ทรง ธรรมหา ประเสิฐ เปน พระเจ้า แผ่นดิน ที่ ๒๒ ใน กรุง ศรี อยุทธยา ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม แต่ง การ รับ รอง ทูต โปรตุเก็ต โดย ความ รัก ใคร่ นับถือ แขง แรง ครั้ง นั้น สังฆราช บาท หลวง ของ มิเซอน โปรตุเก็ต ที่ นับถือ สาศ นา โรมันกะทอลิก ตั้ง สั่ง ส่อน สาศนา อยู่ ตาม เกาะ มา ลายู แล แขก อินเดีย พวก สังฆราช บาท หลวง โปรตุเก็ต ได้ เข้า มา กรุง ศรี อยุทธยา คือ สังฆราช ชื่อ มิโค บิ ฌอบ ๑ บาท หลวง เปโร ๑ บาท หลวง ตอมซัน ๑ บาท หลวง มานิโร ๑ บาท หลวง สะมิกโท ๑ รวม ห้า องค์ เปน ผู้ นำ สาศนา โรมันกะทอลิก คฤศ ตัง เข้า มา ประดิษฐาน ใน กรุง ศรี อยุทธยา เมื่อ ปี มี พระ คฤศต ศักราช ๑๖๒๕ ปี ตรง กับ ปี มี จุลศักราช ๙๔๕ ปี ก่อน พวก บาท หลวง ฝรั่ง เศศ ครั้น ถึง แผ่นดิน ส่มเด็จ พระ เจ้า รามาธิเบศร นเรศวรรมหาราช ปราสาททอง ซึ่ง เปน พระ เจ้า แผ่นดิน ที่ ๒๕ ใน กรุง ศรี อยุทธยา นั้น ทรง พระกรุ ณา อนุญาต พระราชทา น ที่ ให้ พวก บาท หลวง สร้าง วัด ใน กรุง สยาม แต่ เปน วัด เล็ก น้อย ไม่ สู้ ใหญ่ โต ครั้น ถึง แผ่นดิน พระบาท ส่มเด็จ พระนารายน์ เปน เจ้า ซึ่ง เปน พระเจ้า แผ่นดิน ที่ ๒๗ ใน กรุง ศรี อยุทธยา ท่าน พระ ราช ทาน พระราช ทรัพย์ ให้ พวก บาท หลวง ทำ วัด ๆ ฝรั่ง ใน คราว นั้น ใหญ่ โต รุ่ง เรือง ขึ้น มาก สาศนา บาท หลวง แพร่ หลาย ต่อ มา ตลอด ถึง ปัตยุบัน นี้ ฯะ
๏ ใน จดหมาย เหตุ ของ บาท หลวง ฟะแรนซิสโก โย เสพ ที่ มา สั่ง สอน สาศนา โรมันกะทอลิก อยู่ ใน กรุง สยาม ถึง สาม สิบ หก ปี ใน แผ่นดิน พระบาท ส่มเด็จ พระรามาธิเบศร นเรศร มหาราช ปราสาททอง แล้ว อยู่ ตลอด มา ถึง แผ่นดิน พระบาท ส่มเด็จ พระนารายน์ มหาราช ด้วย บาท หลวง ผู้ มี ชื่อ ได้ จดหมาย เหตุ เรื่อง กรุง สยาม ใน คราว โน้น นั้น เปน ภาษา ละติง ส่ง ออก ไป ลง พิมพ์ ที่ กรุง โรม ใน ปี มี คฤศตศักราช ๑๖๘๕ ปี ตรง กับ ปี มี จุลศักราช ๑๐๓๖ ซึ่ง เปน ที่ อยู่ ของ สังโต ปาปา เร เมนต์ ที่ ๙ ผู้ เปน มหา ประธานาธิบดี แต่ มหาชน ใน มหา นคร โรม ครั้น ภาย หลัง สังฆราช ฝรั่งเศศ มี นาม ปรากต ว่า ยวง ปาเลวกัว บิฌอบ ที่ กรุง อมรรัตน โก สินทร์ มหินทรา ยุทธยา เปน ผู้ แปล จดหมาย เหตุ เรื่อง กรุง สยาม ใน คราว โน้น ซึ่ง เปน ของ บาท หลวง ฟะ แรนซิสโก โยเสพ แต่ง เปน ภาษา ละติง ไว้ ได้ แปล ออก เปน ภาษา ไทย โดย พิสดาร ถึง ๑๘ เล่ม สมุท ไทย ได้ เนื้อ ความ เก่า ๆ โดย วิถาน พิสดาร ควร จะ เชื่อ ได้ มี มาก มาย หลาย อย่าง ได้ คัด ตัด แต่ ใจ ความ สั้น ๆ มา ลง พิมพ์ ให้ ปรากต ไว้ ใน กรุง สยาม ใจ ความ ว่า พระบาท ส่มเด็จ พระเจ้า รามาธิเบศร นเรศร วรมหาราช ปราสาททอง เสด็จ เถลิง ถวัลยราช สมบัติ ปราบดาภิเศก เปน พระเจ้า แผ่นดิน ที่ ๒๕ ใน กรุง ทวาราวดี ศรี อยุทธ ยา ใน จุลศักราช ๘๙๒ ปี มเมีย โทศก อยู่ ใน ราช สม บัติ ๒๖ ปี ก็ สวรรคต เมื่อ จุลศักราช ๑๐๑๗ ปี มแม สัป ตะศก ต่อ นั้น มา แผ่นดิน เปน จุลาจล ไพร่ พล ระส่ำ ระ สาย ไม่ เปน ปรกติ เรียบ ร้อย ครั้ง นั้น ส่มเด็จ พระบรม โอรศาธิราช เจ้าฟ้า พระนารายน์ ทรง พระอุษาหะ ปราบ ปราม การ ยุค เขญ เปน การ ปรกติ แล้ว จึง เสด็จ ขึ้น เถลิง ถวัลยราช ส้มบัติ ปราบดาภิเศก เปน พระเจ้า แผ่น ดิน ที่ ๒๗ ใน กรุง ทวาราวดี ศรี อยุทธยา ใน จุลศักราช ๑๐๑๔ ปี วอก อัฐศก ขะณะ นั้น พระชนม์ ได้ ๒๕ ปี ชี พ่อ พราหมณ์ ถวาย พระนาม ว่า พระบาท สม์เด็จ พระบรม ราชา รามา ธิบ ดี ศรี สรรเพชน์ พระนารายน์ เปน เจ้า พระ องค์ ท่าน ได้ สร้าง พระมหา ปราสาท ราชนิเวศน์ มลเฑียร สถาน ป้อม ปราการ มั่น คง ลง ใน ที่ เมือง ลพบุรี เปน ที่ สำราญ พระราช อิริยาบท ใน คิมหรรต์ แล เหมัน ตะระ ดู เมื่อ วะสัรรต์ ตะระ ดู เสด็จ มา ประทับ สำราญ พระ ราช อิริยาบท ใน กรุง ทวาราวดี ศรี อยุทธยา คราว ๑ มอญ เมือง เมาะตะมะ แตก สามคี ร้าว ฉาน กระด้าง กระ เดื่อง ไม่ ยอม เปน เมือง ขึ้น กับ พม่า กรุง รัตน์ บุระ อังวะ ๆ ยก กอง ทับ มา ย่ำยี มอญ เมือง เมาะตะมะ ๆ อพยบ ครอบ ครัว เข้า เมือง เข้า มา พึ่ง พระบรม โพธิ สมภาร กรุง ทวาราวดี ศรี อยุทธยา ๚ะ
๏ ครั้ง นั้น ผู้ ครอง กรุง อังวะ โปรด ให้ กอง ทับ พม่า ยก มา ถึง เมือง กาญจน์ บุรี ซึ่ง เปน ปลาย เขตร แดน กรุง สยาม เพื่อ จะ มา ตาม ทวง เอา ครัว เมาะตะมะ กลับ ไป ฝ่าย ผู้ครอง กรุง สยาม ใน คราว นั้น ไม่ ยอม คืน ครัว มอญ ให้ แก่ พม่า ๆ ก็ ก่อ การ วิวาท กับ ไทย์ ๆ จึ่ง ยก กอง ทับ ไป ตี พม่า ๆ แตก ยับ เยิน ไป สิ้น คราว นั้น ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม ได้ โอกาส จึ่ง โปรด ให้ เจ้า พระยา จักรตรี แล เจ้า พระยา โกษา ซึ่ง เปน มินิส เตอร์ ใน คราว นั้น โปรด ให้ เปน เยนิราล แม่ ทับ บก ยก พล ทหาร ๔๗๗๕ คน ไป ตี หัว เมือง คอลอนี่ ของ ผู้ ครอง ฝ่าย อังวะ สู้ รบ กัน อยู่ ถึง ๔ เดือน ไทย จึ่ง ได้ ไชย ชะนะ กับ พม่า รามัญ ครั้ง นั้น ได้ เมือง ทวาย ๑ เมือง เมาะตะมะ ๑ เมือง รางกุ ณ ๑ เมือง หงษา ๑ เมือง เกรียง ๓ เมือง ตอง อู ๑ ทั้ง ๖ เมือง นี้ มา เปน คอลอ นี่ ขึ้น กรุง สยาม อีก คราว ๑ นาย ทับ นาย กอง กราบ บังคม ทูล ขอ อาษา ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม จะ ขอ ไป ตี เมือง ลว้า เกรียง เมงมอญ ดง ยาง ดำ ยาง ขาว ขอม เขมร กำภูชา รบ ตี ได้ มา เปน คอลอนี่ เมือง ขึ้น กับ กรุง สยาม มาก คราว ๑ ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม ได้ เสด็จ พระราช ดำเนิน ขึ้น ไป ตี เมือง เชียงใหม่ แตก ได้ เมือง ลาว พุงดำ ทุก เมือง ตลอด ลำ แม่ น้ำ โขง ถึง เมือง เชียง ราย เชียง รุ้ง เชียง แสน ได้ มา เปน คอลอนี่ เมือง ขึ้น ทั้ง สิ้น เมือง ต่าง ๆ ชาติ ที่ ตี ได้ รบ ได้ ดัง กล่าว มา แต่ ข้าง ต้น นั้น ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม ใน เวลา โน้น นั้น โปรด ให้ เปน เมือง ประเทศ ราช ถวาย ดอก ไม้ เงิน ทอง บรรณาการ ตาม ขัตยะราช ประเพณี โบราณ เมือง ต่าง ๆ ที่ ถวาย บรรณาการ นั้น มี สุภอักษร สาสน์ มา ถวาย ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม ใน เวลา โน้น นั้น ๚ะ
| แต่ วัน อังคาร เดือน เปด ขึ้น เจ็ด ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ๙ ขึ้น ๑๓ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เล่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เล่า ก ส ค แทน กำปั่น เล่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| ซ แทน ซกุเนอร์ | เรือ เข้า | |||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| ไตจิ๋ว | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๒๒ | นุตัน | วินดซอ โรซ แอนโก | ฮ่องกง | ขึ้น ๗ ค่ำ |
| มะดุซะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | เลารี | วินดซอ โรซ แอนโก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๙ | ไฮด | จิ่น | สิงฆโปร | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| ขงเบ้ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | โยนซ์ | วินดซอโรซ แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๖ ค่ำ |
| นันซัน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๙๔๗ | แบลกเบิน | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๗ ค่ำ |
| เฮกบุะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๘๙ | ไวด | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๐ ค่ำ |
| มงกุฎ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๕๙ | ลอพ | วินดซอโรซ แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๑๐ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า ๏ ไตจิ๋ว บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ยี่ปุ่น ๑ มะดุซะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง | ||||||
| สิงฆโปร แล ยุโรป ๚ะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก ๏ บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ ขงเบ้ง บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล | ||||||
| เมล เมือง จีน แล อะเมริกัน ๏ เฮกบุะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ มงกุฎ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ | ||||||
| แล เมล เมือง จีน แล ยี่ปุ่น ๏ นันซัน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๚ะ | ||||||
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไส่มย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ถง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ฯะ
๏ กำปั้น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชร์บุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤา วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ
คน เดิน สาน ดาษฟ้า คน ละ บาท
๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤา กัปตัน กำปั้น นั้น ๚ะ
๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั้น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ฯะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก (จ ห) ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไส่มย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เชี่ยวแถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ แจ้ง ความ ให้ ทาน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สีลม ที่ ตึก คอน เวด เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤๅ จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เปิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอส์บิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ
๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา ส่อง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอื่ยด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอืยด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไล้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคาถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด