เดือน ๘ แรม ๖ ค่ำ, ๑๒๔๘
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๔ แผ่น ๔๙ วัน พุฒ เดือน แปด แรม ๖ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘

จดหมาย เหตุ ฝรั่ง ครั้ง กรุง เก่า


๏ เขา ออก พระนาม ว่า พระบาท สมเด็จ พระนารายน์ มหาราช ผู้ ทรง อิศรานุภาพ ธิปะไต ใน สยาม ประเทศ เพราะ เหตุ ที่ พระองค์ ทรง พระมหา อนันตยานุภาพ ปราบ อารินทร ราชประจามิตร โดย ทิศานุทิศ ดั่ง ที่ กล่าว มา นี้ จึ่ง มี สร้อย พระนาม เฉลิม เพิ่ม เข้า อีก ว่า มหาราช คือ เปน พระเจ้า แผ่นดิน ใหญ่ ใน แว้น แคว้น แดน เอซี่ ยา ที่ ใกล้ เคียง อณาจักร สยาม หนึ่ง พระราช สาสน์ ของ พระบาท สมเด็จ พระนารายน์ เปน เจ้า จะ ไป ถึง นา ๆ ประเทศ นั้น ได้ ดำเนิน พระนาม ว่า พระราช สาสน์ พระบาท สมเด็จ พระนารายน์ มหาราช พระเจ้า กรุง พระ มหานคร บวรทวาราวดี ศรีอยุทธยา ได้ ภพ เนื้อ ความ ใน สำเนา พระราช สาสน์ เก่า ๆ ดั่ง ที่ กล่าว มา นั้น นี้ ใน ที่ ต่าง ๆ ด้วย พระบาท สมเด็จ พระนารายน์ มหาราช ทรง ปราบ ปราม ประจามิตร ภาย นอก ภาย ใน ราบ คาบ สิ้น เสี้ยน สัตรู แล้ว จำ เดิม แต่ นั้น มา พระราช กฤษฎา เดชานุภาพ พระบาท สมเด็จ พระนารายน์ มหาราช ภา ชา ปรากฎ พระ เกรียติยศ แผ่ ซ่าน กับ ผู้ ผ่าน นคร ทั่ว ทิศานุทิศ ประจามิตร ประเทศ ธานี ใหญ่ น้อย แต่ บันดา ขัติยราช ดัษกร ก็ สยบ สยอน ครั่น คร้าม ขาม พระเดช พระคุณ เปน อันมาก มิ อาจ จะ ย่ำยี บีฑา ต่อ พระราช อะณาจักร กรุง สยาม ครั้ง นั้น เกษมศุข ไพศาล สมบูรณ์ ยิ่ง นัก ๚ะ

๏ ครั้ง หนึ่ง ชาย ชาว ยุโรป ชื่อ มองซิเออ คอนสตัน ไตน ฟอลคอล เกิด ที่ เกาะ เซฟาลอนี่ ใน ยุโรป บิดา เปน ชาติ อิตาลี่ มารดา เปน ชาติ กริกซ์ มองซิเออ คอนสตัน ไตน ฟอลกอล ได้ ไป เล่า เรียน วิชา ใน เมือง ฝรั่งเศศ จน ชำนิ ชำนาญ แล อายุศม์ ได้ ๒๐ ปี ได้ มี ภรรยา ชื่อ เมไร ยอง เบน ชาติ โปรตุเก็ต จึ่ง พา กัน เข้า มา ค้า ขาย อยู่ ใน กรุง สยาม ใน แผ่นดิน พระบาท สมเด็จ พระนารายน เปน เจ้า เมื่อ คฤศตศักราช ๑๖๖๖ ปี ตรง กับ ปี มี จุล ศักราช ๑๐๒๗ ปี ครั้ง นั้น มินิสเตอร์ เสนาบดี กรุง สยาม ผู้ ว่า ราชการ ฝ่าย ต่าง ประเทศ ชื่อ คุณ เล็ก จึ่ง พา มองซิเออ คอนสตันไตน ฟอลคอล เข้า เฝ้า พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ที่ พระ ที่ นั่ง ศุชประเวศ มหาปราสาท ที่ พระเนียด จับ ช้าง แล้ว อยู่ มา ช้า นาน จน พระเจ้า แผ่นดิน โปรด ปราน มาก มาย ได้ ทรง ตั้ง มองซิเออ คอนสตันไตน ฟอล คอล ให้ เปน ขุนนาง หลาย ตำแหน่ง จน ถึง ที่ มินิสเตอร์ นอต ชื่อ เจ้า พระยา วิชาเยนทราธิบดี ที่ สมุห์ นา ยก อรรค มหาเสนาบดี แต่ ภรรยา เปน ที่ ท้าว ทอง กีบ ม้า ได้ เปน ผู้ กำกับ การ ชาว เครื่อง พนักงาน ของ หวาน ท่าน ท้าว ทอง กีบ ม้า ผู้ นี้ เปน ต้น สั่ง สอน ให้ ชาว สยาม ทำ ของ หวาน คือ ขนม ทองหยิบ ทองหยอด ฝอย ทอง ขนม ทองโปร่ง ทองพลุะ ขนม ผิง ขนม ฝรั่ง ขนม ขิง ขนม ไข่เต่า ขนม ทองม้วน ขนม สำปันนี่ ขนม ม่อแกง เปน ต้น เหตุ เดิม ที่ ท้าว ทอง กีบ ม้า ทำ แล สอน ให้ ชาว สยาม ทำ เปน ดั่ง ที่ ว่า มา นี้ ครั้ง หนึ่ง สังฆราช ฝรั่งเศศ ชื่อ ออฟเฮลี โอโบลิศ บิชอบ ซึ่ง เปน ประธานาธิ บดี แก่ พวก บาท หลวง ใน มิซัง กรุง สยาม ได้ มา สั่ง สอน คฤศต ศาสนา อยู่ ใน กรุง ศรีอยุทธยา เก้า ปี จึ่ง มี ความ ปราถนา จะ ออก ไป เยี่ยม เยียน ประเทศ ฝรั่ง เศศ ซึ่ง เปน ชาติ ภูม เดิม จึ่ง ได้ ขอ ต่อ เจ้า พระยา วิ ชาเยนทร์ ให้ ช่วย กราบ ทูล ฝาก พระ คฤศ ศาสนา แล้ว ว่า จะ ลา ออก ไป เยี่ยม กรุง ฝรั่งเศศ ด้วย ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม ก็ ทรง รับ ฝาก พระ คฤศต ศาสนา แล้ว มี พระบรม ราชานุญาต ยอม ให้ ไป โดย สดวก แล้ว พระ ราช ทาน สิ่ง ของ ให้ สังฆราช คือ ตะลุ่ม มุข ใหญ่ ๒ เล็ก ๔ ช้อน มุข คาว ๒๐ หวาน ๒๐ สมุด ไทย ดำ ๕๐ เล่ม ขาว ๕๐ เล่ม ผ้า ปูม ๔ ผืน ทอง คำ เปลว ๓๐๐๐ แผ่น ให้ เปน ส่วน ของ สังฆราช จะ ได้ นำ ไป ถวาย สังโตปาปา แล พระเจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเศศ แล แจก ญาติ มิตร์ ของ สังฆราช ด้วย สังฆราช ได้ รับ ของ พระราช ทาน แล้ว ได้ ทูล ลา ที่ พระ ที่ นั่ง สนาม จันทร์ สังฆราช โดย สาน กำปั่น ใบ พ่อ ค้า ชาว สะเปน ออก จาก กรุง สยาม ไป ตาม ลำดับ ทาง ทะเล จน ถึง เมือง ฝรั่งเศศ ได้ เข้า เฝ้า พระ เจ้า ลุยวิซ ที่ ๑๔ แล้ว ได้ ถวาย สิ่ง ของ แก่ พระเจ้า แผ่น ดิน ฝรั่งเศศ คือ ตะลุ่ม ใหญ่ ๑ เล็ก ๑ ช้อน มุข คาว ๒ หวาน ๒ ทอง คำ เปลว ๒๐๐ แผ่น สมุด ไทย ดำ ๑๐ เล่ม ขาว ๓๐ เล่ม ผ้า เชิง ปูม ผืน ๑ แล้ว สังฆราช ทูล สรร เสริญ ยก ย่อง พระเจ้า กรุง สยาม ว่า น้ำ พระ ไทย โอบ อ้อม อารี รัก พวก มิศชันนารี่ ยิ่ง นัก แล้ว สังฆราช ก็ เลย ไป เมือง โรม เฝ้า สังโตปาปา ถวาย สิ่ง ของ เหมือน เช่น ถวาย แก่ พระเจ้า กรุง ฝรั่งเศศ คราว หนึ่ง สังฆราช ออฟเฮลี่ โอโปลิศ บิฉอบ จะ กลับ มา กรุง สยาม ตาม เดิม จึง ได้ ไป ถวาย บังคม ทูล ลา สังโตปาปา เรเมน ที่ เก้า ๆ ฝาก สมณสาสน์ ถวาย พระเจ้า กรุง สยาม ฉบับ หนึ่ง กับ บรรณาการ พอ สมควร เพื่อ จะ แสดง ความ ชอบ พระไทย ใน พระเจ้า กรุง สยาม ซึ่ง ท่าน ช่วย ทำนุ บำรุง พระ คฤศตศาสนา ให้ ประดิษฐาน วัฒนาการ ถาวร ใน กรุง สยาม นั้น ใจ ความ ว่า ใน สมณสาสน์ ที่ ออก พระนาม พระเจ้า กรุง สยาม เปน อักษร โรม แล ภาษา ละติง ดัง นี้ ๚ะ


( Somdeteh Phra narai maharat Prima rex Ajuthia e Lavo )

แปล ตาม เสียง ภาษา ละติง ดัง นี้ ( สมเด็จ พระนา รายน์ มหาราช ปริมะ แรกซ์ อายเทีย เอ ละโว ) แปล เทียบ มคธ ภาษา ดัง นี้ ( ปริมะ ) ว่า ( มหา ) ( แรกซ์ ) ว่า ( กระษัตร ) ( อายุเทีย ) ว่า ( กรุง ศรีอยุทธยา ) ( เอ ) ว่า ( และ ) ( ละโว ) ว่า ( เมือง ลพบุรี ) รวม คำ แปล ว่า พระ มหา กระษัตร กรุง ศรีอยุทธยา แล ลพบุรี่ ถ้า จะ แปล เปน สยาม ภาษา แท้ ต้อง ว่า ดังนี้ ( พระเจ้า แผ่นดิน ใหญ่ ใน กรุง ศรีอยุทธยา แล กรุง ลพบุรี่ ) สังฆราช ออฟ เฮ ลี่ โอโปลิศ บิฉอบ ได้ รับ สมณสาสน์ ของ สังโตปาปา เรเมน ที่ เก้า แล้ว จึง มา ทูล ลา พระเจ้า ลุยวิซ ที่ ๑๔ กรุง ฝรั่งเศศ ๆ ได้ ฝาก พระราช สาสน์ มา ถวาย พระเจ้า กรุง สยาม ฉบับ หนึ่ง เพื่อ แสดง ความ ชอบ พระไทย ใน ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม ที่ ทรง ทำนุ บำรุง สัปเยกต์ ของ พระ องค์ ท่าน ใจ ความ ใน พระราช สาสน์ ที่ ออก พระนาม ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม นั้น เปน อักษร ฝรั่ง แล ภาษา ฝรั่ง เศศ ดัง นี้ ๚ะ

(Somdetch Phra narai maharat Premier roi De Ajuthia De Lavo.)

แปล ตาม เสียง ฝรั่งเศศ ดัง นี้ สมเด็จ พระนารายน์ มหาราช เปรเมี่ย รัว เด อายุเทีย ละโว แปล เทียบ มคธ ภาษา ดัง นี้ ( เปรเมี่ย ) ว่า ( มหา ) (รัว ) ว่า ( กระษัตร ) ( เด ) ว่า ( แห่ง ) ( อายุเทีย ) ว่า ( กรุง ศรีอยุทธ ยา ) ( ละโว ) ( ลพบุรี่ ) รวม คำ แปล ว่า พระมหา กระษัตร กรุง ศรีอยุทธยา แล กรุง ลพบุรี่ ถ้า จะ แปล เปน สยาม ภาษา แท้ ต้อง แปล ดัง นี้ พระเจ้า แผ่นดิน ใหญ่ ใน กรุง ศรีอยุทธยา แล กรุง ลพบุรี่ พระราช สาสน์ แล สมณ์สาสน์ ทั้งสอง ฉบับ ลง วัน ที่ ๒๘ เดือน ออคุศต์ คฤศต ศักราช ๑๖๖๗ ตรง กับ ปี มี่ จุลศักราช ๑๐๓๑ ปี พระราช สาสน์ แล สมณ์สาสน์ อย่าง นี้ เปน แต่ สำทก ยก หยิบ เอา แต่ ใจ ความ สังเขป ที่ อ้าง ออก พระนาม สม เด็จ พระนารายน์ มหาราช เท่า นั้น เพื่อ จะ ให้ ท่าน ทราบ แต่ สั้น ๆ เนื้อ ความ ยืด ยาว ใน พระราช สาสน์ แล สมณ์สาสน์ ยัง มี พิศดาร โดย วิถาน มาก มาย ไม่ ได้ นำ มา ว่า ไว้ ใน นี้ แจ้ง อยู่ ใน ที่ ฉบับ เดิม ๑๙ เล่ม สมุด ไทย นั้น แล้ว ฝ่าย สังฆราช ออฟเฮลี่ โอ โปลิศ บิฉอบ ได้ เชิญ พระราช สาสน์ แล สมณ์สาสน์ โดย สาน กำปั่น ใบ พ่อ ค้า แขก เข้า มา ถวาย สมเด็จ พระนารายน์ มหาราช ที่ กรุง ลพบุรี่ ใน ปี มี่ คฤศตศัก ราช ๑๖๗๒ ปี ตรง กับ ปี มี่ จุลศักราช ๑๐๓๕ ปี เปน ครั้ง ที่ ๑ ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม โปรด ปราน มาก มาย จึง ได้ พระราช ทาน เงิน ปี ๆ ละ ๖๐๐๐ แฟรง ครั้ง หนึ่ง ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม ทรง แต่ง พระราช สาสน์ ตอบ ผู้ ครอง ฝ่าย ฝรั่งเศศ แล สังโตปาปา แล้ว จึ่ง โปรด ให้ ขุน กำ จร อายุศม์ ๔๐ ปี เปน ที่ พระสวัสดิ์ สุนทร ราชทูต ๑ ให้ ขุน กำจัด อายุศม์ ๓๕ ปี เปน ที่ หลวง บวร ไมตรี อุป ทูต ๑ ให้ ขุน ทอง สื่อ อายุศม์ ๕๕ ปี เปน ที่ ขุน ภา ที่ ไภเราะ ตรี่ ทูต ๑ แล คน ไทย แล คน แขก แล คน จีน ๘๗ คน พร้อม กัน ลง กำปั่น ใบ ใน กรุง สยาม นี้ เอง ไป เจริญ ทาง พระราช ไมตรี กรุง ฝรั่งเศศ ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม ได้ จ้าง กัปตัน ฮอลันดา ชื่อ มิศเตอ เฮนรี่ เปน นาย เรือ คุม เรือ ไป เรือ ได้ ออก มา จาก กรุง สยาม ใน ปี มี่ คฤศตศักราช ๑๖๘๐ ปี ตรง กับ ปี มี่ จุลศักราช ๑๐๓๖ ปี แต่ เรือ ทูต สยาม ครั้ง ที่ ๑ นั้น แตก ทำลาย เสีย ที่ น่า แหลม เคบ ปอน คุศโฮบ น่า แผ่นดิน ทวีป แอฟริกา จึ่ง ไม่ ถึง กรุง ฝรั่งเศศ คน ใน เรือ ยัง เหลือ บ้าง ได้ โดย สาน มา ถึง เมือง ปัตเวีย ๆ ได้ ส่ง เข้า มา กรุง สยาม ๆ จึ่ง ได้ ทราบ ความ ดัง นี้ ๚ะ



ข่าว ใน กรุง
คำ สรรเสริญ ใน หลวง

๏ ข้าพเจ้า ผู้ เกิด ปี มะโรง ขอ คำนับ มา ยัง ครู สมิท ขอ ท่าน ได้ เมตา กับ สัตว ผู้ ยาก ช่วย ลง พิมพ์ ให้ ข้าพเจ้า ด้วย ข้าพเจ้า ได้ ทราบ หมาย ประกาศ พิกัด กระเศียร อายุศม์ เด็ก ปี ของ ข้าพเจ้า เกิด ว่า เกิด ครบ อายุศย์ ๒๑ ปี หลุด จาก ทาษ ได้ เปน ไทย นั้น ข้าพ เจ้า ก็ มี ความ ยินดี เปน ที่ ยิ่ง บัด นี้ ได้ ทราบ ว่า มี คำ สั่ง บังคับ อำเภอ มา อีก ว่า ห้าม ไม่ ให้ ผู้ หนึ่ง ผู้ ได ขาย เด็ก ปี มะโรง เปน อัน ขาด มั่น ข้าพเจ้า ก็ เหน เปน การ กระชั้น มา มาก แล้ว มี ความ ยินดี ยก มือ ขึ้น ถวาย บังคม สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทั้ง เวลา เช้า เวลา เย็น มิ ได้ ขาด ด้วย มี ความ ยินดี ว่า ตั้ง แต่ เกิด มา ก็ ไม่ รู้ จัก รศ ไทย เลย บัด นี้ จะ ได้ เปน ไทย กับ เขา ขึ้น บ้าง แล้ว แต่ มา ตริ ตรอง ไป ก็ ยัง มี ความ วิตก อยู่ อย่าง หนึ่ง ว่า ถ้า พัน ทาษ แล้ว ข้อ มือ ยัง ขาว อยู่ เขา จะ จับ เอา ไป สัก เปน ไพร่ หลวง ฤา ทหาร ดอก กระมัง ถ้า เปน ดัง นั้น จะ มิ โดน เปน สอง โขก ไป ฤา เพราะ เปน ทาษ เขา นั้น ยัง ได้ เงิน เขา มา ใช้ บ้าง ถ้า เปน ไพร่ หลวง แล้ว เงิน ก็ ไม่ ได้ แล้ว จะ ต้อง เสีย ปี ละ สิบแปด บาท อีก แล้ว ก็ เปน กรรม ตลอด ถึง บุตร แล หลาน เหลน ด้วย ทะ


คำ เตือน สติ

๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี อายุศม์ แล ปัญญา อัน น้อย ขอ คำ นับ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน ผู้ ที่ ได้ รับ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย ทั้งหลาย ได้ ทราบ ด้วย ความ ซึ่ง ข้าพ เจ้า ว่า มา ทั้ง นี้ [..]า้า ผิด พลั้ง ประการ ใด ขอ ท่าน ทั้งหลาย จง ให้ อาไภย กับ ข้าพเจ้า ผู้ แต่ง อย่า ได้ มี ความ ขุ่น หมอง โกรธ เคือง ข้าพเจ้า เลย ธรรมดา คน เรา ทุก วัน นี้ ที่ เกิด มา เปน ผู้ ดี มี ทรัพย แล ไพร่ พล เรือน คน จน คน อนาถา ก็ เหมือน กัน ทุก คน ย่อม จะ มี ความ รัก แล ความ ยาก ได้ ด้วย กัน หมด ทุก คน แต่ คน เรา ทุก วัน นี้ มี อยู่ หลาย จำพวก จำพวก หนึ่ง นั้น มิ ได้ คิด เห็น กับ ความ บาป แล ความ อาย สุด แล้ว แต่ เห็น สิ่ง ของ ซึ่ง ชอบ ใจ ให้ ไม่ ได้ รู้ ว่า ของ ตน แล ของ คน อื่น ของ ควร จะ ได้ ฤา ของ ไม่ ควร ได้ ให้ มี ความ อยาก ได้ ไป เสีย ทั้ง นั้น คิด อุบาย ถ่าย เท ไป ต่าง ๆ นา ๆ ซึ่ง คน จำพวก นี้ ถึง จะ มี เชื้อ สาย แล กระกูล อัน สูง มั่ง มี ทรัพย สมบัติ มาก ก็ ดี คง จะ ไม่ มี ชื่อ เสียง ให้ งาม ให้ ดี อยู่ ใน โลกย์ ประ การ หนึ่ง เปน ที่ ลบ ล้าง ชื่อ เสียง แล ควา [?] ดี ของ ปู่ แล บิดา เสีย คน อีก จำพวก หนึ่ง เล่า ได้ เห็น ทรัพ สิ่ง ของ ๆ ผู้ หนึ่ง ผู้ ได เขา ก็ ยิ่ง มี ความ อยาก ได้ ขอ เอา บ้าง โกง เอา บ้าง ขโมย เอา บ้าง ชัก หา แลก เปลี่ยน เอา บ้าง แต่ ของ ๆ ตน ที่ มี อยู่ แล้ว ที่ บ้าน นั้น มิ ได้ มี ความ ระวัง รักษา รวบ รวม เก็บ ห่อ ไว้ สุด แต่ ได้ เห็น ของ คน อื่น เข้า ก็ มี ความ รัก อยาก ได้ ครั้น ตก มา เปน ของ ๆ ตัว แล้ว ก็ สิ้น รัก สิ้น อยาก ได้ ทอด ทิ้ง เสีย มิ เอา ใจ ใส่ ว่า จะ เปน ของ ดี แล ชั่ว เลย ซึ่ง คน จำพวก นี้ มี แต่ จะ บำรุง ให้ ความ ฉิบ หาย แล ความ วิบัติ จำเริญ ขึ้น ทุก วัน ๆ ยัง คน อีก จำพวก หนึ่ง นั้น เล่า จะ พูดจา สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ก็ หา เปน หลัก ถาน ไม่ สุด แล้ว แต่ ใจ คิด ยัง ไร ก็ พูด อย่าง นั้น หา ตฤก ตรอง ที่ จะ ประมาณ การ ได้ มิ ได้ เลือก ว่า เท็จ ว่า จริง ไม่ เอา แต่ จะ พูด เอา พอ ให้ มี น่า เวลา หนึ่ง จะ พูดจา สิ่ง ใด ก็ มัก มี แต่ เท็จ มาก กว่า จริง ถึง จะ รับ การ งาน ของ ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ก็ รับ แต่ ใน ขณะ เมื่อ ต่อ น่า แขก ครั้น วัน หลัง มี การ มา ก็ ปติเสศ เสีย หา มี ความ อาย แล กระดาก ปาก บ้าง เลย คน ชนิด นี้ มี แต่ จะ ทำ ให้ อำนาจ ชื่อ เสียง ของ ตน เสื่อม ถอย ไป ทุก วัน แล จะ ให้ ครู ทั้งหลาย ประ มาท หมิ่น สิ้น ความ เชื่อ ถือ ใน ตน ถึง จะ มั่ง มี ทรัพย สมบัติ ก็ ไม่ มี ใคร จะ นับถือ เลย บาง คน ก็ มัก จะ มี ความ ประมาท คน อื่น ถือ ว่า ตัว ของ ตัว เปน คน ดี มี ปัญญา แล รู้ จัก ตำรับ ตำรา ขนบ ธรรม เนียม ทุก อย่าง มี ใจ คิด เห็น ว่า คน ทั้ง โลกย์ จะ ไม่ มี ใคร มี ปั้[?]า แล ความ รู้ ยิ่ง กว่า ตัว ถึง จะ ทำ การ สิ่ง ใด มี ผู้ มา ทัก ท้วง ก็ หา มี ความ เชื่อ ถือ ไม่ กลับ มี ใจ โกรธ ว่า กล่าว เสียด แทง ผู้ ซึ่ง มา เตือน นั้น ให้ ได้ ความ เจ็บ อาย ต่าง ๆ คนอย่าง นี้ มีแต่ ความ โง่ จะ สะ สม เข้า ทุก วัน ๆ ทั้ง วิชา ความ รู้ สิ่ง ใด ที่ ได้ เรียน รู้ ไว้ นั้น ก็ มี แต่ จะ หด หาย ซึ่ง จะ งอก เพิ่ม เติม ออก ไป นั้น หา มิ ได้ ถึง จะ ทำ การ สิ่ง ใด ก็ มัก จะ มี แต่ ความ ผิด เปน ประทาน คน อีกอย่าง หนึ่ง นั้น เปน ลูก ผู้ มี วาสนา มั่ง มี ทรัพ ทั้ง มีสติ ปัญญา ว่อง ไว จะ พูดจา ก็ มี ไหว พริบ แต่ กว่า มีปัญญา แต่ จะ ทำ การ เล่น สนุกนิ์ ที่ หา ประโยชน์ ไม่ ทั้ง วาจา ที่ จะ พูด ไหว พริบ ก็ ดี แต่ จะ พูด ถาก ถาง ว่า กล่าว หลอก ล้อ อัน ที่ หา มี ประโยชน์ ไม่ ซึ่ง การ ที่ จะ ทำ แล พูด ให้ มี ประโยชน์ แก่ การ สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด นั้น เปน ที่ โง่ ไม่ รู้ จัก เลย คน เช่น นี้ ก็ มี แต่ จะ ทำ ให้ ฉิบหาย บ้าน เรือน ของ ตน เอง ซึ่ง การ ชั่ว ที่ ข้าพเจ้า กล่าว มา นี้ เปน แต่ ย่อ ๆ ต่อ ท่าน ผู้ ใด ตริก ตรอง ไป จึง จะ ได้ รู้ ความ อัน ละเอียด ถ้า จะ ดู เอา แต่ เที่ยว เดียว เหมือน อย่าง เรื่อง ราว ละคร นั้น ก็ หา มี ประ โยชน์ ไม่ กลับ จะ เปน ที่ รำคาน หู เสีย อีก ทะ

๏ จะ ขอ กล่าว ความ ที่ ดี ที่ งาม ควร จะ พึง จำ เอา ไว้ เปน แบบ อย่าง สั่ง สอน ลูก หลาน สืบ ตระกูล ต่อ ไป อัน คน ซื่อ นั้น มี อยู่ สาม ชนิด คือ ชะนิด หนึ่ง นั้น มี ความ กะตัญญู รู้ จัก คุณ แล สัจ ซื่อ ต่อ เจ้า นาย ใน ขณะ เจ้า นาย ของ ตน มี บุญ อยู่ นั้น ใคร จะ มา ว่า กล่าว เจ้า นาย ก็ มี ความ เจ็บ ร้อน แทน เจ้า นาย ของ ตัว ถ้า เจ้า นาย จะ ทำ ผิด ก็ คอย ช่วย ตัก เตือน ว่า กล่าว ห้าม ปราม มิ ให้ เจ้า นาย ของ ตน ทำ ผิด ได้ เมื่อ เจ้า นาย ของ ตน ขืน จะ ทำ แต่ ความ ชั่ว ไม่ เชื่อ ไม่ ฟัง คำ ห้าม ครั้น เจ้า นาย ได้ ความ ลำบาก ต้อง โทษ มี ความ ทุกข ยาก เหน ว่า เจ้า ของ ตน นั้น ไม่ เชื่อ แล้ว ๆ จะ เปน ที่ พึ่ง ไม่ ได้ ก็ เอา ตัว ออก หาก เสีย ซึ่ง คน เช่น นี้ ก็ จัด ว่า เปน คน ซื่อ แต่ เปน คน รู้ มาก ไม่ มี ความ อด กลั้น กับ ความ ลำ บาก ถึง ใคร จะ เลี้ยง ไว้ ก็ มี ประโยชน์ บ้าง เล็ก น้อย แต่ ควร จะ เลี้ยง เสมอ แต่ ชั้น ที่ สอง ยัง คน อีก จำ พวก หนึ่ง นั้น ถ้า ได้ อยู่ กับ ผู้ ใด แล้ว ก็ มี ความ รัก แล กะตัญญู ต่อ ผู้ นั้น แต่ หา มี ปัญญา แล ความ คิด ที่ จะ ให้ เหน ผิด แล ชอบ ไม่ ถึง เจ้า นาย ของ ตน จะ ทำ ผิด แล ชอบ ก็ หา ทัก ท้อง ห้าม ปราม แล ส่ง เสริม ให้ ไม่ สุด แต่ จะ มี ความ รัก กะตัญญู รู้ คุณ เจ้า นาย เท่า นั้น เอง ถึง เจ้า นาย จะ ได้ ความ ทุกข ยาก ลำบาก ประการ ใด ก็ ดี หา ละ ทิ้ง เจ้า นาย ของ ตน ไม่ สู้ ติด ตาม ไป กว่า จะ หา ชีวิตร มิ ได้ ซึ่ง คน ซื่อ ชะนิด นี้ ผู้ ใด จะ เลี้ยง ไว้ ก็ ดี แต่ ซึ่ง จะ ให้ มี ผล ประโยชน์ ได้ กับ เจ้า นาย นั้น หา มิ ได้ เอา ไว้ ใช้ ได้ แต่ การ ที่ ควร จะ เลี้ยง ก็ เลี้ยง แต่ เพียง ชั้น ที่ สาม ยัง คน ซื่อ อีก อย่าง หนึ่ง นั้น ถ้า เหน เจ้า นาย ของ ตัว จะ ทำ ผิด พลั้ง ประการ ใด ก็ คอย ช่วย ตัก เตือน ว่า กล่าว ให้ ทำ แต่ ที่ ชอบ ถ้า เจ้า นาย จะ ไม่ เชื่อ ไม่ ฟัง ก็ สู้ เอา กาย เข้า สู้ ความ ลำบาก คิด ถ่าย เท สุด แท้ แต่ จะ มิ ให้ เจ้า นาย ของ ตน เสีย ชื่อ แล เสีย ทรัพย ถึง เจ้า นาย จะ ตก ทุกข ได้ ยาก อย่าง ไร ก็ มิ ได้ ละ ทิ้ง สู้ ติด ตาม สนอง พระเดช พระคุณ ไป กว่า จะ สิ้น ชีวิตร อัน คน อย่าง นี้ ถ้า ผู้ ใด จะ เลี้ยง ดี ต้อง เลี้ยง ไว้ เปน ที่ หนึ่ง จึ่ง จะ ควร ฯะ

๏ ประการ หนึ่ง ท่าน ทั้งหลาย ที่ จะ ตั้ง ตัว เปน ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ พ่อ บ้าน แม่ บ้าน นั้น จำ จะ ต้อง ให้ รู้ จัก เลี้ยง คน ใช้ คน คือ คน ซื่อ จะ ต้อง บำรุง ไว้ อย่าง หนึ่ง คน ส่อพลอ จะ ต้อง บำรุง ไว้ อย่าง หนึ่ง อัน เรา เปน นาย เขา นั้น จะ ต้อง มี ความ ระวัง รักษา ตัว ของ เรา ให้ มาก ๆ จึ่ง จะ ได้ คือ อย่า ได้ เปน คน หู เบา ฟัง ความ ข้าง เดียว หนึ่ง อย่า ได้ เมา ยศ หลง ยศ หนึ่ง อย่า ได้ มี ความ โลภ ให้ เกิน ประมาณ หนึ่ง อย่า ได้ หลง ด้วย มาตุคาม หนึ่ง อย่า ได้ หลง ด้วย การ เล่น อัน หา ประโยชน์ ต่าง ๆ คือ เปน ต้น ด้วย การ เล่น พนัน เปน ที่ จะ ให้ ทรัพย ของ ตน ฉิบหาย แล รูป รศ กลิ่น เสียง เครื่อง สำผัส ทั้ง สี่ หนึ่ง ถ้า ผู้ ใด จะ ตั้ง เปน ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ แล้ว แล ยัง หลง อยู่ ด้วย การ ชั่ว อย่าง เช่น ที่ กล่าว มา นี้ แล้ว ก็ เปน ช่อง ที่ คน โกง จะ เข้า มา แอบ อาไศรย อยู่ อาจ ทำลาย การ ที่ ใหญ่ โต นั้น ให้ เสีย ไป ได้ อนึ่ง คน ที่ จะ มา อยู่ ให้ เรา ใช้ นั้น ก็ มี หลาย ชนิด เรา ผู้ เปน นาย จะ ใช้ เขา ก็ ต้อง ดู ใช้ ให้ เปน อย่าง ๆ จึ่ง จะ ยึก คือ คน อย่าง นี้ ควร จะ ใช้ เปน การ เลอียด ฤา เปน การ ใหญ่ โต ได้ ก็ ต้อง ดู ตาม ภุม คน ซึ่ง เรา จะ มี การ แล้ว จะ ใช้ สับ สน กัน ไป ก็ เหน จะ ไม่ ยื้ด ยาว ได้ ๚ะ

๏ ซึ่ง ความ ที่ ข้าพเจ้า กล่าว มา ทั่ว นี้ เปน แต่ ความ คิด ของ ข้าพเจ้า เอง กล่าว แต่ ย่อ ๆ พอ เปน ทาง เตือน สติ ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ได้ อ่าน ได้ ฟัง มี ความ ชอบ ใจ แล้ว ก็ ใน วัน ที่ จะ ออก คราว หลัง ข้าพ เจ้า จึ่ง จะ อธิบาย ความ ให้ จะ แจ้ง ถ้า ผิด พลั้ง ประ การ ใด ท่าน ทั้งหลาย ที่ ได้ อ่าน ได้ ฟัง จง ขอ อะ ไภย โทษ กับ ข้าพเจ้า ผู้ ปัญญา น้อย นี้ เทอญ ๚ะ



ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงฆโปร์
ณวัน พุฒ เดือน แปด ขึ้น สิบสี่ ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สาม เดือน ๓ ชิลึง ๓ เปลซ์ ๖ อัฐ

เงิน โปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลึง ๔ เปนซ ๖ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๖ เหรียญ ๑๒ เซนต


ข่าว โทรเลข นอก


การ เลือก ตั้ง พวก ปฤกษา ราชการ

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน แปด ขึ้น แปด ค่ำ พวก ยุเนียน อิสต์ ลิบริล ๔๗ คน พวก กอนเซอระติฟ ๒๕๐ คน พวก แกลดซะโตน ๑๒๑ คน พวก ปาเนลไอต ๕๕ คน ๚ะ


ประเทศ รุเซีย

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน แปด ขึ้น แปด ค่ำ คอเวินแมนต์ รุเซีย ได้ มี หมาย ออก ว่า เมือง บาตูม หา เปน ฟรีเปด ต่อ ไป ไม่ คือ ไม่ เปน ท่า กำปั่น เข้า ออก ได้ เปล่า ไม่ ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน แปด ขึ้น เจ็ด ค่ำ พวก กอนเซอระติฟ ๒๐๘ คน พวก ยุเนียน อิสต์ ลิบริล ๔๔ คน พวก แกลดซะโตน ๑๐๑ คน พวก ปาเนลไอต ๔๑ คน ๚ะ

๏ มิศเตอร โคเชน แล เซอร์ ชาเลศ ไดก แพ้ เขา มิ ได้ ตั้ง ขึ้น ๚ะ


๏ ขอ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน ๚ะ

แว่น ตา อย่าง ดี แว่น ตา อย่าง ดี แว่น ตา อย่าง ดี

แว่น ตา


[]

๏ มิศเตอร์ ลอะเรนซ์ แต่ ห้าง ลอเวนซ์ แอน เมโย เปน หมอ ชำนาญ ใน การ ช่วย ตา ให้ เหน คือ ออฟธาลมิก ออปติเชียนซ์ ตั้ง ห้าง อยู่ ใน กรุง ลันดัน ใน เมือง กาล กัตตะ เมือง แรงคูน แล เมือง บอมเบ มา พัก แรม อยู่ ใน กรุง เทพ ฯ แล้ว จะ ไม่ อยู่ นาน เพื่อ จะ ช่วย คน อัน เหน ไม่ ถนัด ให้ ได้ แว่น ตา อัน ถูก ต้อง ช่วย ตา ได้ ตาม ตำรา ท่าน ทั้งหลาย อัน ต้อง พึ่ง วิชา ชำนาญ ของ หมอ เชิญ ไป หาฤา ปฤกษา ท่าน ที่ โอไรเอน เตล โฮเตล ทุก วัน กว่า ท่าน จะ กลับ ไป บ้าน ๚ะ


['LAWRENCE      & MAYOS PERFECT PEBBLES,', 'Are clear. cool   & preserving to the Sight.']

๏ การ ควร คน ทั่ว กัน จะ จำ ไว้ ว่า ๚ะ

๏ แว่น ตา ดี่ อัน ขัด ให้ ถูก ต้อง ตาม ตำรา จะ ช่วย การ เหน แล เปน พาหะนะ กำลัง แก่ ตา แต่ แก้ว อัน ไม่ ดี ฤๅ แก้ว ดี ถ้า ไม่ จัด เลือก ให้ ถูก ต้อง จะ ทำ ให้ ตา เสีย แล บาง ที ล้าง ผลาญ กำลัง ที่ จะ เหน ได้ ๚ะ

๏ แก้ว หิน สำหรับ แว่น ตา ของ มิศเตอร ลอเรนซ แอน เมโย เปน หิน อัน เลอียด หมด จด แจ่ม ใส่ เย็น ตา แล รักษา ทาง เหน ของ ตา ด้วย ๚ะ


๏ แปล มา จาก หนังสื้อ จดหมาย เหตุ จีน ชื่อ ลัดปอ ซึ่ง ตี พิมพ์ ที่ เมือง สิงฆโปร เปน คำ สรรเสิญ ของ พระยา อัศฎง แว่น ตา ของ มิศเตอร ลอเรนซ์ คน ชำนาญ ใน การ ช่วย ตา ซึ่ง มา แต่ ประเทศ ตวัน ตก ๚ะ

๏ คน ใช้ แว่น ตา หมาย จะ ช่วย รักษา ดวง เนตร ให้ เหน ของ ต่าง ๆ ให้ ชัด แจ่ม ใส การ นี้ ก็ มี คุณ แก่ มนุศย เปน อัน มาก คน ที่ เปน นักเรียน นักปราช ช่าง เขียน ช่าง แต่ง หนังสื้อ จำ ต้อง หา แว่น ตา อย่าง ดี มา ไว้ มา ใช้ ๚ะ

๏ ข้าพเจ้า เอง เคย ใช้ แว่น ตา มา ประมาณ สิบเจ็ด สิบแปด ปี มา แล้ว แล แว่น ที่ เคย ใช้ นั้น เปน ของ เลว แล ไม่ ควร กับ การ วิไสย คน แก่ มี ความ ปราถนา อยาก เลือก ใช้ แต่ แว่น ตา อัน แจ่ม ใส่ อัน เปน ประโยชน์ มี คุณ ด้วย บัด นี้ เปน เคราะห์ ดี มี หมอ ลอ เรนซ มา แต่ ประเทศ ตวัน ตก ชำนาญ ขัด แต่ง แว่น ตา ทุก ชนิด ฝี มือ ทำ แล แก้ว เปน อย่าง ดี ที่ สุด เมื่อ ท่าน ได้ จัด แว่น ตา เหล่า นี้ ให้ กับ ข้าพเจ้า ๆ จึ่ง ได้ รู้ ว่า แว่น ตา ของ ท่าน ดี เกิน แว่น ตา อื่น ๆ ไหน ๆ แล ใช้ ได้ การ ทุก อย่าง ๚ะ

๏ ท่าน ทั้งหลาย ที่ ต้อง อาไศรย ใช้ แว่น ตา จง รีบ ไป หา ท่าน ที่ โรง เลี้ยง แขก คือ โฮเตล ตะ ยุโรป ใน เมือง สิงฆโปร นี้ หมอ คน นี้ กำหนด การ ว่า จะ เข้า ไป ยัง กรุง เทพ ฯ ณวัน จันทร เดือน แปด ขึ้น สิบสอง ค่ำ ท่าน ทั้งปวง อัน ต้อง การ ซื้อ แว่น ตา นั้น จำ ต้อง รีบ ไป ซื้อ ถ้า เนิ่น ช้า ก็ จะ เสีย ไม่ ทัน การ เลย ข้าพเจ้า จีน เสง กงษี ห้าง กิมเจง แอนโก แจ้ง ความ มา ณวัน พฤหัสบดี เดือน หก ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี ที่ สิบสอง ข้าง จีน ตรง กัน กับ เดือน แปด ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี จอ อัฐ ศก จุลศักราช ๑๒๔๘ ๚ะ


แบงกอก ฮอสปิตแตล


คือ โรง ยา รักษา โรค ต่าง ๆ
ที่ ถนน สีลม ตึก คุณ เวต เก่า

๏ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน ว่า เมื่อ สิบสี่ วัน ล่วง มา แล้ว มี คน ชาว กรุง สยาม สอง คน มา รักษา ตัว ที่ โรง หมอ ด้วย เปน การ เคราะห์ ร้าย ๚ะ

๏ มี เด็ก คน หนึ่ง อายุ ๕ ขวบ วิ่ง แล กระโดด เล่น ที่ ท้อง ร่อง แล้ว ลื่น ไถล ลง ที่ ริม ท้อง ร่อง ถูก กระเบื้อง แตก ที่ ปัก อยู่ กับ โคลน บาด เอา ที่ ท้อง น้อย เข้า ภุก ไส้ พุง ไหล รั่ว ออก มา ๚ะ

๏ แล้ว ได้ พา มา ที่ โรง หมอ สาม ชั่วโมง เมื่อ ถูก เจ็บ แล้ว แผล ยาว ประมาณ ๖ นิ้ว ฝรั่ง ภุก ถึง ๑ นิ้ว ฝรั่ง เจ็บ โดย ฉกรรจ์ หมอ จึ่ง ได้ จัด แจง ยัด เข้า ไป แล้ว เย็บ ที่ แผล นั้น เดี๋ยว นี้ เด็ก นั้น หาย สบาย ดี กลับ ไป อยู่ ที่ บ้าน เขา ได้ ๚ะ

๏ อีก เรื่อง หนึ่ง คน หนุ่ม อายุ ๒๒ ปี ควาย ชน เอา ที่ ริม โคน ขา เข้า ฉีก ตลอด เปน ทาง ไป แล เส้น เลือด สำคัญ นั้น เฉียด ถลาก เข้า ไป ปาก แผล อ้า แล เส้น นั้น เต้น กระตุก เมื่อ ขณะ หมอ ตรวจ ดู เขา ยัง รักษา อยู่ ที่ โรง หมอ เปน การ ค่อย ทุเลา เจ็บ ปวด นั้น ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด เกิด เหตุ ขึ้น อย่าง นี้ ฤๅ เปน บาด แผล แล โรค ต่าง ๆ ขอ เชิญ มา หา หมอ โดย เร็ว อย่า ช้า โรค นั้น จะ ได้ ระงับ เบา บาง จะ ไม่ ได้ เจ็บ ไป มาก แล ลำบาก ๚ะ

๏ ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ รู้ ความ เลียด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน จะ ได้ ชี้ แจง แล ดู อาการ ที่ เปน โรค แล บาด แผล นั้น ๚ะ


แต่วัน อังคาร เดือน แปด ขึ้น ๑๓ ค่ำจน ถึงวัน อังคาร เดือน ๙ แรม ๕ ค่ำ ปีจอ อัฐศก ๑๒๔๘
๏ ใน บัญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน
กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เล่า ก ๔ ส ค แทน กำปั่น เล่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ซ แทน
ซกุเนอร์ ๚ะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำ หนักชื่อ กัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ ไหนวัน เข้า
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๑๓โมลเซนมากวาลด แอน โกสิงคโปรขึ้น ๑๔ ค่ำ
ดานุบก ก ฟ อังกฤษ๕๖๑เบรานิงวินดซอ โรซ แอน โกฮ่องกองขึ้น ๑๕ ค่ำ
พระจุลจอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๑๑ไลดวุตวินดซอ โรซ แอน โกสิงคโปรขึ้น ๑๕ ค่ำ
เฮกาติก ก ฟ อังกฤษ๒๐๗เรวินดซอ โรซ แอน โกสิงคโปรแรม ๒ ค่ำ
เอศ์บรานซ์ก ๒ ส ค ฝรั่งเศก๒๗๗คุนิออร์ซอ แอน จะถานด์ฮ่องกองแรม ๒ ค่ำ
บอนิโอก ก ฟ อังกฤษ๓๔๙ไฮดจิ่นสิงฆโปรแรม ๓ ค่ำ
ริโนวาโตอิตาเลียน๗๑๔การโปนมากวาลด แอน โกนุยอกแรม ๓ ค่ำ
บัวผันก ๒ ส ค สยาม๕๘๔มะริซันจิ่นฮ่องกองแรม ๔ ค่ำ
ท่าฮ่องกองก ๒ ส ค สยาม๖๓๕ซมิฮิโลจิ่นฮ่องกองแรม ๕ ค่ำ
เฮกุบะก ก ฟ อังกฤษ๕๙๐ไวตวินดซอ โรซ แอน โกสิงฆโปรแรม ๕ ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
ไตจิ๋วก ก ฟ อังกฤษ๘๖๗นุตันวินดซอ โรซ แอน โกฮ่องกองขึ้น ๑๓ ค่ำ
มะดุซะก ก ฟ อังกฤษ๖๐๘เลารี่วินดซอ โรซ แอน โกสิงฆโปรขึ้น ๑๕ ค่ำ
สุริยวงษก ก ฟ เยอรแมน๕๑๓โมลเซนมากวาลด แอน โกสิงฆโปรแรม ๒ ค่ำ
ดานุบก ก ฟ อังกฤษ๕๖๐เบรานิงวินดซอ โรซ แอน โกฮ่องกองแรม ๓ ค่ำ
เอลิ่นซะโตนก ๒ ส ก ออศเตรียน๖๙๘โกโชวีมากวาลด แอน โกยุโรปแรม ๔ ค่ำ
เมานต์เลบันนันก ๒ ส ค อะเมริกัน๕๘๐เนลสันบอนิโอกัมปะนีแรม ๔ ค่ำ
๏ กำปั่น ขา เข้า ๏ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร มิสเตอร์ แอบรัม เดิน สาน แกบิน ดาษฟ้า ๓๗ คน
๏ ดานุบ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ญี่ปุ่น คน เดิน สาน ดาษฟ้า ๒ คน ๏ พระจุลจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ
แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ เฮกาติ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ เอศ์บรานซ์ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ
๏ บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ บัวผัน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ
แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ ท่า ฮ่องกอง บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ ริโนวาโต บันทุก น้ำมัน บิโตรลิอัม ๚ะ
๏ กำปั่น ขา ออก ๏ ไตจิ๋ว บันทุก สินค้า ต่าง ๆ เมือง จีน แล ญี่ปุ่น ๏ มะดุซะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล
เมือง สิงฆโปร ยุโรป ๏ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง สิงฆโป แล ยุโรป ๏ ดานุบ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ
แล เมล เมือง จีน แล ญี่ปุ่น ๏ เอลิ่นซโตน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ เมานต์เลบันนัน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๚ะ

เรือน แล ที่ House สำหรับ เช่า

๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไส่มย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ถง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ฯะ



๏ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน ๚ะ

๏ กำปั้น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชร์บุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤา วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ


ค่า เดิน สาน
คน เดิน สาน ดาษฟ้า คน ละ บาท

๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤา กัปตัน กำปั้น นั้น ๚ะ

๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั้น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ฯะ

๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก (จ ห) ๚ะ



ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไส่มย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น


ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เชี่ยวแถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท



๏ แบงกอก ฮอส์บีตแตล ๚ะ

๏ แจ้ง ความ ให้ ทาน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สีลม ที่ ตึก คอน เวด เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤๅ จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ

๏ จะ เปิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอส์บิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ

๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา ส่อง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ

๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอื่ยด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ



ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอืยด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไล้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคาถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ



๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ


ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด