
| เล่ม ๔ แผ่น ๕๐ วัน พุฒ เดือน เก่า ขึ้น ๕ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ |
๏ ( แต่ อัน ที่ จริง เมื่อ หนังสือ ไป ถึง พระยา ไตรย ภพสิงห์นาท นั้น สมเด็จ พระนารายน์ ยัง ไม่ สวรรคต เจ้า พระยา วิชาเยนทร์ ก็ ยัง ไม่ ตาย เปน หนังสือ อุบาย หลอก ลวง กัน ) ฝ่าย พระยา ไตรยภพสิงห์นาท แล มองซิเออ เด ฟาเชอ สำคัญ คิด เปน จริง เหมือน หนังสือ อุบาย ของ พระ เพทราชา จึ่ง ยก ทัพ กลับ ลง มา ตั้ง รั้ง รอ อยู่ ที่ เมือง ทนบุรีย ยัง เดิม ฝ่าย เจ้า พระยา วิชาเยนทราธิบดี คอย กอง ทัพ ฝรั่งเศศ เมือง ทนบุรีย ไม่ ยก ขืน มา ตาม ที่ นัด หมาย ครั้น จะ นิ่ง การ นั้น ไว้ ก็ ไม่ ได้ ด้วย เปน การ เอิกะเกริก เสีย แล้ว จำ เปน จะ ยก พล ทหาร ฝรั่งเศศ ๒๐๐ ไทย จีน พัน เสศ รวม กัน ใก้ล ๓๐๐๐ แต่ อย่าง นั้น ก็ น้อย กว่า ทหาร พระเพทราชา หลาย เท่า ยก เข้า ไป ใน พระ ราชวัง หมาย จับ พระเพทราชา ผู้ ขบถ ฆ่า เสีย แล้ว จะ ได้ ยก ราช สมบัติ จะ ถวาย พระ ราชบุตร สมเด็จ พระนารายน์ จะ สืบ เชื้อ สาย กระษัตร ต่อ ไป ครั้ง นั้น พล ทหาร ฝ่าย พระเพทราชา กับ พล ทหาร ฝ่าย เจ้า พระยา วิชาเยนทราธิบดี ได้ สู้ รบ กัน ที่ เมือง ลพบุรีย เปน สามาท ต่าง คน ต่าง ตาย ด้วย กัน ทั้ง สอง ฝ่าย ๆ พระเพทราชา มี ทหาร ช้าง มาก จึ่ง ยก ทหาร ช้าง ล้อม จับ เจ้า พระยา วิชาเยนทราธิบดี ได้ แล้ว ให้ เอา ไป ฆ่า เสีย ที่ วัด ซาก ใน เมือง ลพบุรีย ฝ่าย ทหาร เจ้า พระยา วิชาเยนทราธิบดี ก็ แตก กระจัด พรัด พราย เดิน บก บุก รก ไป หา เพื่อน ที่ เมือง ทนบุรีย แจ้ง ความ ตาม เหตุ ที่ มี มา แล้ว นั้น ให้ มองซิเออ เด ฟาเชอ พึ่ง ทุก ประการ ฝ่าย มองซิเออ เด ฟาเชอ คุม ทหาร ฝรั่งเศศ ๓๐๐ คน กับ พระยา ไตรยภพสิงห์นาท เจ้า เมือง ทนบุรีย แต่ เปน บุตร หลาน เหลน ฝรั่ง โปรตุเกศ เก่า มา หลาย ชั่ว แต่ ยัง พูด ภาษา โปรตุเก๊ศ ได้ มาก จึ่ง อพะยบ ครอบ ครัว พล เมือง ทนบุรี ที่ เปน ชาว สยาม เร่ง รีบ เดิน บก หนี ไป ตี ชิง เรือ สลุบ แขก พ่อ ค้า เบี้ย ได้ ๔ ลำ ใช้ ใบ ไป ยัง เมือง มริด แจ้ง ความ ตาม เหตุ ที่ เปน มา แล้ว ให้ มองเซอ โยริซอน แกล นาย ทหาร ใหญ่ ที่ คุม ทหาร เรือ กำปั่น ๒ ลำ กับ ทหาร ฝรั่งเศศ ๑๕๐ คน อยู่ รักษา เมือง มริด นั้น ฟัง ทุก ประการ พวก ฝรั่งเศศ ๒ ตำบล กับ รี พล ไทย ที่ ร่วม คิด กัน นั้น หนี ลง กำปั่น ๒ ลำ เรือ สลุบ ๔ ลำ ใช้ ใบ หนี ไป เมือง ฝรั่งเศศ ๚ะ
๏ หนึ่ง พวก บาท หลวง ฝรั่งเศศ ก็ ได้ ตั้ง สั่ง สอน สาศนา โรมัญ กะทอลิก อยู่ ใน กรุง สยาม ตาม เดิม ไม่ ได้ เปน โทษ ด้วย พวก เจ้า พระยา วิชาเยนทร์ เพราะ ไม่ ได้ เข้า ใน การ รบ ด้วย ฝ่าย สมเด็จ พระเพทราชาธิราช เจ้า แผ่นดิน องค์ ใหม่ นี้ มี พระราช หฤไทย ปราถนา จะ เปน ทาง พระราช ไมตรี กับ พระเจ้า กรุง ฝรั่งเศศ สืบ ต่อ ไป ดั่ง เก่า ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม ใหม่ จึ่ง ได้ มี รับ สั่ง ให้ สังฆราช ฝรั่งเศศ ชื่อ เฮลี โอโปลิศ บิฉอบ แล บาท หลวง แฟรนซิสโกโยเสพ แล บาท หลวง ทอมมัด ทั้ง สาม องค์ นี้ เขียน หนังสือ สำเนา พระราช สาสน์ ของ ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม ใหม่ ฝาก ไป ขอ โทษ แก่ พระเจ้า ลุยวิซ ที่ ๑๔ กรุง ฝรั่งเศศ เพื่อ จะ ขอ เปน ทาง พระราช ไมตรี สืบ ต่อ ไป ครั้ง นั้น พระเจ้า ลุยวิศ ที่ ๑๔ กรุง ฝรั่งเศศ มี รับ สั่ง ให้ เสนา บดี กรุง ฝรั่งเศศ มี หนังสือ ตอบ เข้า มา ว่า ผู้ ครอง ฝรั่งเศศ ไม่ ยอม เปน ทาง พระราช ไมตรี กับ ผู้ ครอง ฝ่าย สยาม ครั้น นาน มา พระเพทราชา มี รับ สั่ง ให้ พวก บุตร หลาน ฝรั่งเศศ มี หนังสือ ไป วิง วอน ง้อ ขอ โทษ กับ ผู้ ครอง ฝ่าย ฝรั่งเศศ ๆ จึง ทรง พระ สังเวช กับ สาศ นา โรมันกะทอลิก ซึ่ง ตั้ง อยู่ ใน กรุง สยาม นั้น จะ เสื่อม ซาม ลง ไป จึ่ง ได้ มี หนังสือ มินิศเตอ เสนาบดี กรุง ฝรั่ง เศศ ส่ง เข้า มา กรุง สยาม ตัด แต่ ใจ ความ ว่า ผู้ ครอง ฝ่าย ฝรั่งเศศ จะ ทรง รับ เปน ทาง พระราช ไมตรี กับ กรุง สยาม ต่อ ไป ครั้ง นั้น พระเพทราชา ได้ แต่ง ทูตานุทูต ไทย ไป กับ พวก บาท หลวง ไป ถึง กรุง ฝรั่งเศศ ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า สังฆราช ฝรั่งเศศ ชื่อ ยอง ปาเลอกัว บิฉอบ ได้ แปล หนังสือ จดหมาย เหตุ ของ มิศเตอ ยี่ฮอน ชาว โปรตุเก็ต ที่ เปน ภาษา ของ เขา ลง พิมพ์ ไว้ ใน เมือง ลิศบอน ใจ ความ ว่า ๚ะ
๏ ว่า ด้วย ชาว ยุโรป หลาย ชาติ ได้ เปน ทาง ค้า ขาย แล ทาง ราชการ แก่ กรุง สยาม แล การ พระราช ไมตรี ของ พระเจ้า แผ่นดิน ยุโรป ได้ มี แก่ พระเจ้า แผ่นดิน กรุง ศรี อยุทธยา โบราณ หลาย ครั้ง หลาย คราว ปรากฏ มี อยู่ ได้ แปล เนื้อ ความ ตาม จดหมาย เหตุ ของ มิศเตอ ยี่ฮอน ชาว โปรตุเก็ต ข้อ ที่ ๑ ชาว ยุโรป ชาติ โปรตุเก็ต ได้ เข้า มา อยู่ ใน แผ่นดิน สยาม กรุง ศรีอยุทธยา โบราณ ก่อน ชาว ยุโรป ชาติ อื่น คน ชาติ โปรตุเก็ต นั้น ควร จะ นับ ว่า เปน ผู้ ได้ เข้า มา อยู่ ใน กรุง ศรีอยุทธยา เปน ที่ แรก ประ ฐม เดิม ด้วย เรา ได้ ทราบ ความ ไม่ สู้ จะ ชัด เจน แจ่ม แจ้ง นัก ทราบ ว่า ชาว ลุซิเตเนียน คือ คน พวก โปรตุเก็ต ที่ เปน ผู้ เที่ยว สืบ หา บ้าน เมือง ซึ่ง เปน ภูม ลำเนา ที่ จะ รักษา ทาง ค้า ขาย แล ชาติ โปรตุเก็ต ได้ เปน ทาง ไมตรี กับ ชาว สยาม เปน ประถม ไมตรี ก่อน ชาว ยุโรป ทั้งหลาย ชาติ โปรตุเก็ต ได้ มา ค้า ขาย ใน กรุง แล หัว เมือง สยาม แต่ เดิม มา ถึง เรา เจ้า ของ หนังสือ พิมพ์ นี้ เกิด ไม่ ทัน เวลา เดิม ที่ เปน ต้น เวลา ของ ชาว โปรตุเก็ต ได้ เข้า มา ถึง แผ่นดิน สยาม แต่ เดิม นั้น ก็ จริง แต่ ว่า เรา ได้ พบ จดหมาย เหตุ ของ ชน ชาว ยุโรป หลาย ชาติ แล ชาว อินเดีย หลาย ชาติ ได้ ทำ เรื่อง ราว ของ ชาว โปรตุเก็ต ที่ ได้ มา ถึง แผ่นดิน สยาม ก่อน ชาว ยุโรป ทั้งหลาย นั้น มี ปรากฏ ใน จดหมาย เหตุ ต่าง ๆ หลาย ฉบับ ควร จะ เชื่อ เอา เปน แน่ ได้ กับ ควร จะ เชื่อ ได้ อีก อย่าง หนึ่ง ซึ่ง มี สิ่ง สำคัญ ที่ เปน การ ควร จะ อ้าง เปน พยาน ได้ ยัง มี อยู่ คือ คน ชาติ โปรตุเก็ต ซึ่ง เข้า มา ตั้ง ค้า ขาย ใน แผ่นดิน สยาม แต่ ครั้ง ก่อน โบราณ นั้น ยัง สืบ เชื้อ สาย บุตร หลาน เหลน ของ โปรตุเก็ต แต่ เก่า ก่อน เนื่อง สืบ มา จน ทุก วัน นี้ ยัง มี ปรากฏ ที่ ถือ คฤศต ศาสนา โรมัน กะทอ ลิก ยัง มี ติด อยู่ ใน แผ่นดิน สยาม มาก นัก ภอ เปน ที่ เชื่อ กัน ได้ แน่ แต่ ข้อ ซึ่ง ชาติ โปรตุเก็ต ได้ เข้า มา อยู่ ใน แผ่นดิน สยาม แล้ว จะ ได้ มี หนังสือ สัญญา ทาง พระราช ไมตรี ใน การ ค้า ขาย กัน กับ แผ่นดิน สยาม ฤๅ ไม่ ได้ ทำ สัญญา นั้น ไม่ ทราบ เปน แน่ ลง ได้ เพราะ ว่า ไม่ มี ใน จดหมาย เหตุ ของ ชาว ยุโรป แล ชาว ต่าง ประ เทศ ที่ ทราบ เหตุ การ เดิม นั้น ไม่ มี ปรากต เลย ฤๅ ว่า การ ทำ สัญญา ไมตรี นั้น เปน ทาง ราชการ แผ่นดิน อยู่ พวก พ่อ ค้า ที่ จดหมาย เหตุ แต่ เดิม จะ ไม่ อาจ ทราบ การ นั้น ได้ ด้วย เปน การ ราชการ อยู่ ครั้น จะ อาไศรย ทราบ ใน จดหมาย เหตุ พระราช พงษาวดาร สยาม ทุก ฉบับ ก็ ไม่ มี ปรากต สง ได้ แต่ พวก ชาว ชาติ โปรตุเก็ต เมือ ภาย หลัง นี้ ได้ เถียง ว่า ได้ ทำ หนังสือ สัญญา กับ กรุง สยาม แต่ เดิม เปน แน่ แต่ ที่ กรุง ศรีอยุทธยา เนื้อ ความ ข้อ นี้ ไม่ ทราบ เปน แน่ ได้ แต่ ฝ่าย ชาว สยาม ก็ ไม่ มี ใคร เถียง เปน แต่ นิ่ง เฉย อยู่ ถึง พวก ชาว ยุโรป ทั้งหลาย ก็ ไม่ มี ใคร ทุ่ม เถียง ว่า อะไร กับ พวก โปรตุเก็ต เลย เปน แต่ พวก โปรตุเก็ต ทุก วัน นี้ ได้ ยก ชาติ ของ ตัว ว่า ได้ มา ทำ หนังสือ สัญญา กับ สยาม แต่ ใน กรุง ศรีอยุทธ ยา ก่อน ชาว ยุโรป ทุก ชาติ ความ ข้อ นี้ ยัง สงไสย อยู่ ไม่ รู้ แน่ ได้ เพราะ ไม่ มี จดหมาย เหตุ ด้วย กัน ทั้งสอง ฝ่าย แต่ พวก โปรตุเก็ต ได้ มา ถึง กรุง ศรีอยุทธยา ก่อน ชาว ยุโรป ทั้งหลาย นั้น จริง แล้ว ไม่ เถียง เลย ซ้อ นี้ หนึ่ง ซึ่ง เหตุ ที่ ควร จะ เปน พยาน ของ ชาติ โปรตุเก็ต นั้น มี อยู่ อย่าง หนึ่ง คือ เมื่อ กรุง ศรีอยุทธยา เสีย แก่ พม่า นั้น หนังสือ คำ โคลง ที่ นักปราช ฝ่าย สยาม ได้ แต่ง เปน คำ โคลง สรรเสริญ พวก โปรตุเก็ต ไว้ แต่ เดิม ฉบับ หนึ่ง ได้ ตก ไป อยู่ ใน แผ่นดิน พม่า เมือง ร่าง กุ้ง ๆ เปน ของ อังกฤษ แล้ว จึ่ง ได้ พบ หนังสือ คำ โคลง ฉบับ นั้น เปน ใจ ความ ที่ ชาว สยาม ได้ กล่าว สรรเสริญ ความ กล้า หาญ ของ ชาว ลุศิเตเนียน คือ พวก โปรตุเก็ต ที่ ได้ มา อยู่ ใน แผ่นดิน สยาม ๆ มี การ ศึก สงคราม ใหญ่ โต กับ มอญ ชาว เมือง หงษาวะดี แต่ ครั้ง ก่อน พวก ชาว โปรตุเก็ต ได้ เข้า ช่วย เปน ปีก ทัพ หนึ่ง ของ กรุง ศรีอยุทธยา พวก โปรตุ เก็ต มี น้ำ ใจ ช่วย รบ ข้า ศึก ให้ พ่าย แพ้ ไป ได้ แต่ ใน ครั้ง โน้น นั้น ๚ะ
๏ หนึ่ง ข้าพเจ้า ชื่อ สังฆราช ยองบ่าเลอกัว บินอบ ผู้ แปล หนังสือ นี้ ได้ เหน ได้ ยิน ๚ะ
๏ เซอ ยอง โปวะริง ได้ เปน ราชทูต ของ สมเด็จ พระ นาง เจ้า กวิน วิกโตเรีย บรม มหา ราชินี พระเจ้า กรุง ลัน ดัน เข้า มา เจริญ ทาง พระราช ไมตรี กับ พระบาท สม เด็จ พระ จอมเกล้า เจ้า อยู่ หัว พระเจ้า แผ่นดิน กรุง เทพ ฯ มหา นคร บาง กอก สยาม พระบาท สมเด็จ พระ จอมเกล้า ฯ ได้ ตรัส แก่ ข้าพเจ้า แล เซอ ยอง โปวะริง อ้าง ไป ถึง ความ หลัง ครั้ง ศรีอยุทธยา ว่า ท่าน นั้น แต่ ก่อน ท่าน ก็ ได้ คิด เข้า พระไทย ของ ท่าน ว่า กรุง โปรตุคอล ของ ชาติ โปรตุเก็ต นั้น เปน ประเทศ ใหญ่ โต ที่ สุด ใน โลกย์ นี้ แต่ บัด นี้ ท่าน ทราบ แน่ แล้ว ว่า กรุง ลันดัน ของ ชาติ อังกฤษ เปน พระ มหา นคร ใหญ่ ยิ่ง ควร จะ นับถือ แล ควร จะ บำ รุง ทาง พระราช ไมตรี ให้ สนิท เปน ที่ เจริญ แก่ พระนคร สยาม โดย มาก พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ท่าน ตรัส ดัง นี้ ข้าพเจ้า ก็ พึ่ง ทราบ ว่า แต่ ก่อน ชาว สยาม เหน จะ นับถือ พวก โปรตุเก็ต มาก จริง ๚ะ
๏ ผู้ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ ขอ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งปวง ทราบ ณะกรุง เทพ ฯ ว่า บัด นี้ ข้าพเจ้า จัด การ เสร์จ แล้ว ที่ จะ รับ ทำ เปน การ สัญญา คือ กอนแตรกต์ ฤา เปน การ ไปรเวศ ไป เซอร์เว ดู การ ฤา ทำ แบบ ตัว อย่าง ฤา รับ ทำ การ ซิวิล เอนไยนิริง ทุก อย่าง มิศเตอร บี บิ ซิ กนก์ ซิวิล เอนไยนิร อา ไศรย อยู่ ที่ โฮไรเอนเตล โฮเตล แจ้ง ความ มา ณะวัน พฤหัศบดี เดือน แปด แรม เจ็ด ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๘ ปี จอ อัฐศก ๓ ห ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ใน ท้าย หนังสือ ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน ผู้ มี อัทยาไส อัน ละเอียด ได้ ทราบ ซึ่ง ท่าน มี ความ ตฤก ตรอง แล ปัญญา อัน กว้าง ขวาง อด ส่าห์ สู้ เสีย เงิน ก่อน เพราะ ยาก จะ ได้ ทราบ ความ ต่าง ๆ ซึ่ง มี อยู่ ใน โทรเลข นั้น ข้าพเจ้า ผู้ ปัญญา อัน น้อย ขอ มี ความ ยินดี ด้วย เพราะ ธรรมดา คน เรา ทุก วัน นี้ ที่ มั่ง มี เงิน ทอง อยู่ ใน กรุง แล นอก กรุง ก็ โดย มาก แต่ ผู้ ซึ่ง จะ ได้ รับ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ โดย น้อย นัก ถ้า จะ เอา ผู้ มี ทรัพ มา เปรียบ กัน กับ ผู้ ที่ ได้ รับ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นั้น ก็ เหน ว่า ผู้ มี ทรัพ นั้น จะ มาก กว่า ผู้ ซึ่ง ได้ รับ สยาม ไสมย สัก ๕๐๐ ส่วน อีก ซึ่ง ข้าพเจ้า ว่า มา ทั้ง นี้ ขอ ท่าน ผู้ ที่ ไม่ ได้ รับ สยาม ไสมย ทั้ง นั้น อย่า ได้ มี ความ โทม นัศ น้อย ใจ ใน ถ้อย คำ ของ ข้าพเจ้า คน จน เลย อัน เรา ท่าน ทั้ง หลาย ที่ เกิด มา เปน ลูก ผู้ ชาย ด้วย กัน ทุก คน นี้ ควร จะ ต้อง รักษา ตัว ให้ มี ชื่อ เสียง ปรากฎ แล เชิด ชู สกุน ของ บิดา มารดา ไว้ จึง จะ ควร ซึ่ง ท่าน จะ มา คิด ว่า จน แล มี นั้น ไม่ ควร เพราะ ว่า พระ ไม่ สรรเสิญ ว่า มี ทรัพ จะ ดี คน จน จะ ไม่ ดี นั้น หา มิ ได้ พระ ย่อม สรรเสิญ คน ที่ มี ปัญญา แล ความ ตฤก ตรอง การ อัน เปน ประโยชน์ ต่าง ๆ สุด แท้ แต่ ใจ เรา ดี แล้ว ก็ จัด เอา เปน คน ดี ได้ อนึ่ง เรา มี ทรัพ สมบัติ บริบูณ แล้ว อย่า ได้ มี ความ โลภ จน ลบ ความ อาย จะ เปน ที่ ติ เตียน กับ คน ทั้ง หลาย ประ การ หนึ่ง เรา จะ ทำ การ สิ่ง ใด ที่ จะ ต้อง ออก ทุน ทรัพย์ นั้น ก็ ต้อง ตฤก ตรอง พิจระณา ให้ ควร ก่อน อย่า ทำ การ ให้ เหลือ กำ ลัง ของ ตัว อย่า ทำ การ เอา หน้า จะ เปน ที่ ฉิบ หาย แห่ง ทรัพ ของ เรา อนึ่ง ผู้ มี ปัญญา แล นัก ปราช ทั้ง หลาย ก็ จะ ติเตียน ว่า เรา เปน คน โง่ จะ เปน ที่ เสีย ชื่อ เสียง ไป จน ชั่ว บุต แล หลาน อนึ่ง จะ ทำ การ สิ่ง ใด แล้ว อย่า ได้ ทำ เมื่อ เวลา มี โมโห โทโส จะ เปน ที่ พา ให้ เสีย การ ใหญ่ ไป ได้ ประ การ อนึ่ง ผู้ มี ทรัพ ที่ ได้ ทำ การ ใหญ่ โต คือ เปน ต้น ว่า ภาษี อากร นั้น ย่อม จะ มี ผู้ คน ใช้ สอย มาก จำ จะ ต้อง ประ พฤติ ใจ ให้ เปน ยุติ ธรรม จึ่ง จะ ดี คือ ให้ มี ความ โอบ อ้อม อารี ต่อ ผู้ น้อย ผู้ จน กว่า เรา อนึ่ง ใคร ทำ การ ผิด ก็ ต้อง ว่า ไป ใคร ทำ ตาม ผิด ชอบ ก็ ต้อง ปูน บำเหน็จ ราง วัล ไป ตาม ชอบ อย่า ได้ เหน ว่า คน นี้ เปน ที่ รัก ถึง จะ ทำ ผิด ก็ แกล้ง นิ่ง เฉย เสีย คน นี้ เปน คน ชัง ถึง จะ ทำ ความ ชอบ ก็ แกล้ง เพิก เฉย ถ้า ทำ ความ ผิด ลง ก็ ยิ่ง ซ้ำ เติม เอา จน หนัก อนึ่ง คน มาก จะ ใช้ คน ก็ ต้อง ดู ใช้ เปน อย่าง ๆ คือ คน อย่าง นี้ จะ สมควร ไว้ ใจ ให้ ถือ เงิน แล รักษา ของ ละเอียด ได้ คน อย่าง นี้ ได้ แต่ จะ ใช้ การ อยาบ ๆ จะ ไว้ ใจ ให้ ถือ เงิน ทอง ไม่ ได้ คน อย่าง นี้ สำหรับ จะ ไป พูดจา ที่ เปน การ สำคัญ ต่าง ๆ คน อย่าง นี้ สำหรับ แต่ จะ แจว เรือ พาย เรือ จึ่ง จะ ควร ถ้า และ เรา ไม่ดู คน ให้ เปน ชนิด เปน อย่าง การ เลอะ เทอะ เลือน เปื้อน ไป คน ที่ ดี ซึ่ง มา อยู่ ด้วย นั้น ก็ คน มี ความ ทั่ว ใจ หลบ หลีก ลา ออก ไป จน หมด ซึ่ง เรา จะ ตั้ง ตัว เปน ผู้ ใหญ่ รับ เลี้ยง ผู้ คน มาก ๆ นั้น อุประ มา ดัง เจ้า ของ รถ ม้า ใช้ อยู่ หลาย ม้า แต่ มิ ได้ รู้ จัก ใช้ เปน แต่ เหน ว่า ม้า ไหน เรียบ เรว หน่อย ก็ จะ ใช้ แต่ ม้า นั้น ไป มิ ได้ รู้ จัก ว่า จะ ไป ทาง ใกล้ ฤา ว่า ทาง ไกล สุด แต่ จะ มี ทุระ ไป ก็ จะ ใช้ แต่ ม้า นั้น ตะบึง ไป ม้า นั้น ก็ คง จะ เหนื่อย อ่อน ลง บ้าง ถ้า แล ฝ่าย หลัง เรา มี ทุระ ที่ จะ ไป หน ทาง ไกล เปน การ ร้อน ขึ้น มา แล้ว จะ ได้ ม้า ที่ ไหน มา ขี่ ขับ ไป อิก เล่า เหมือน หนึ่ง เรา จะ ใช้ คน ก็ เหมือน กัน ถ้า เหน ว่า คน ใช้ คน ไหน ใช้ ได้ การ ดี แล้ว ถ้า มี การ มา ไม่ ได้ เลือก รู้ ว่า การ นั้น จะ เปน การ อยาบ ฤา ละเอียด ก็ จะ ใช้ แต่ คน ผู้ นั้น ร่ำ ไป จน เหนื่อย อ่อน เสีย แล้ว จะ เอา ใคร มา ใช้ การ ไป อิก เล่า อนึ่ง เรา มี ผู้ คน ที่ รับ ใช้ การ งาน ใน บ้าน นั้น ถ้า ทำ ชอบ มาก ต้อง ปูน บำเหน็จ ให้ มาก ถ้า ทำ ชอบ น้อย ก็ ต้อง ปูน บำเหน็จ ให้ แต่ น้อย อย่า ให้ เหลือ เกิน แล ลด หย่อน กับ ความ ชอบ ของ เขา ได้ จึ่ง จะ เปน ที่ ยืด ยาว ต่อ กัน ไป ประ การ หนึ่ง มี เวลา ว่าง เปล่า ราชการ อยู่ แล้ว ให้ อุตส่าห์ หมั่น ดู หนังสือ ตำหรับ ตำรา เรื่อง ราว โบราณ ที่ มี ชะติ นั้น จง แม่น ยำ ให้ ชำนาน อนึ่ง อย่า ได้ ไป เที่ยว ที่ หา ประโยชน์ มิ ได้ คือ ไป เที่ยว นั่ง พูด ใน ที่ ประชุม คน มัก เปน ที่ ขัด เคือง มี ปาก เสียง ทะเลาะ วิวาท กัน ด้วย เรื่อง ที่ จะ ขัด คอ แล พูด หัก หน้า กัน อนึ่ง อย่า ไป เที่ยว นั่ง พูด ที่ เรือน คน ที่ ไม่ มี ทุระ มัก จะ ชัก พูด ตะลก ขะนอง แล การ ชั่ว การ เสีย ชื่อ พา ให้ ใจ เรา เฟือน ไป หนึ่ง อนึ่ง ให้ ฟัง คำ คน พูด อย่า ให้ เชื่อ คำ คน พูด อนึ่ง เรา จะ แสวง หา นาย ก็ จะ ต้อง เลือก หา ที่ นาย มี ใจ โอบ อ้อม อารี มี ความ เมตา แล ปัญญา สอด ส่อง เหน ความ ผิด ชอบ ต่าง ๆ จึ่ง เข้า อยู่ ยอม ตัว ให้ ใช้ ถ้า เรา ได้ เข้า ไป เปน ข้า ท่าน แล้ว ต้อง ให้ มี ความ กระ ตันญู แล ความ อาย เปน ประทาน ถ้า คน เรา มี ความ อาย อยู่ แล้ว ก็ ไม่ อยาก ได้ สิ่ง ของ อัน ไม่ สุจริต เปน อันสิ้น ความ โลภ ถ้า สิ้น ความ โลภ แล้ว ความ โกง ก็ คง ไม่ มี อยู่ เอง ถ้า ไม่ มี ใจ คิด โกง แล้ว ก็ ต้อง มี ความ ซื่อ ความ กระตัญู อยู่ เอง อนึ่ง เรา เปน เบ่า ท่าน แล้ว จะ ต้อง ให้ มี ใจ เจ็บ ร้อน ด้วย ของ ท่าน แต่ ให้ มี ใจ รัก คน ซื่อ เกลี่ยด คน โกง คน ขี้ เกี่ยด อย่า ได้ ฟัง คำ คน พูด ประจบ ประแจง หา ความ ชอบ ด้วย ปาก ตัว เรา เอง ต้อง ให้ มี ความ พาก เพียร กาบ เหื่อ ต่าง น้ำ อย่า ได้ สมาคม ด้วย ความ ขี้ เกียจ ให้ เอา ใจ ใส่ ระวัง เจ้า นาย ของ ตน คอย ตัก เตือน อย่า ให้ ทำ ความ ผิด ความ ชั่ว ได้ ถ้า เรา ไม่ ค่อย เตือน ให้ ท่าน ละ การ ผิด การ ชั่ว เรา ก็ เปน คน ที่ เสีย ชื่อ ไม่ มี ใคร สรรเสิญ ว่า ดี เลย ๚ะ
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน แปด แรม หก ค่ำ พวก มิ นิสเตอร์ ลา ออก จาก ราช การแล้ว ๚ะ
๏ คอเวินแมนต อังครีษ แล คอเวินแมนต ยุไนเตดซเตศ ได้ ลง มือ ไซน หนังสือ สัญญา แล ว่า จะ ส่ง ขึ้น ให้ พวก ไดไนไมต แก่ กัน แล กัน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัษบดี เดือน แปด แรม เจ็ด ค่ำ ซึ่ง พวก มิ นิสเตอร์ ทูล ลา ออก จาก ราชการ แล้ว มี พระ บรม ราช อนุยาติ ให้ เลิก ลา ออก ได้ สมเด็จ พระ นาง กวิ๋น พระ บรม ราช นี มี พระ บรม ราช โอง การ สั่ง ให้ ลอด ซอลซบะรี เข้า เฝ้า ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน สุกร เดือน แปด แรม แปด ค่ำ ลอด ฮาติงตัน ไม่ ยอม เข้า แคบิเนต ที่ ประจบ ประแจง ๚ะ
๏ ลอด ซอลิศบะรี่ กำลัง ปรึกษา กัน กับ พวก ของ ท่าน ด้วย การ ซึ่ง จะ รับ ตำแหน่ง ราชการ นั้น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน แปด แรม สิบ เจ็ด ค่ำ ลอด ซอลิศบะรี่ ได้ ปรึกษา กัน กับ ลอด ฮาติงตัน ๆ ได้ สัญญา แล้ว ว่า จะ ช่วย อุด หนุน ปอไลซี่ ของ พวก กอน เซอรวะติฟ ข้าง ซา พวก ไอริ์ช นั้น ๚ะ
๏ ยัง มี คน หนึ่ง มี ลูก ชาย ส่อง คน ลูก น้อย นั้น มา บอก แก่ พ่อ ว่า ขอ พ่อ ให้ แบ่ง ปัน ส่วน ของ ให้ ฉัน พ่อ จึ่ง แบ่ง เข้า ของ ให้ ไม่ ช้า ไม่ นาน ลูก น้อย นั้น เก็บ สารพัด สิ่ง ของ ไว้ แล้ว ก็ ออก ไป เที่ยว ที่ เมือง ไกล ใช้ ทรัพย เข้า ของ สุรุ่ย สุราย ไป สิ้น ด้วย เลี้ยง ชีวิตร ตาม อย่าง นักเลง ครั้น ว่า เสี่ย หมด แล้ว ก็ เกิด เช้า แพง ทั่ว แผ่นดิน เมือง นั้น ก็ กันดาน นัก ตัว ก็ ขัด สน อยู่ แล้ว จึ่ง ไป ลำนักนิ์ อาไศรย แก่ ชาว เมือง นั้น คน หนึ่ง คน นั้น ก็ ใช้ ให้ เลี้ยง ฝูง หมู ใน ทุ่ง ตัว ก็ อยาก จะ ได้ อิ่ม ท้อง ด้วย ผัก แฟง แตง เต้า ที่ หมู กิน นั้น แล้ว ไม่ มี ใคร จะ ให้ เขา กิน ครั้น คิด รู้ ตัว แล้ว จึ่ง ว่า ลูก จ้าง ของ พ่อ มี กี่ คน มี อา หาร กิน แล เหลือ เสี่ย อีก แล้ว ข้า นี้ ก็ จะ ฉิบหาย ด้วย ความ อยาก ข้า จะ ลุก ขื้น กลับ ไป หา พ่อ แล จะ ว่า พ่อ ขา ฉัน ผิด แล้ว ต่อ สวรรค์ แล ต่อ ท่าน ด้วย จะ ได้ ชื่อ ว่า เปน ลูก ของ ท่าน ต่อ ไป ไม่ สม ไม่ ควร แล้ว ขอ ให้ เปน เหมือน ลูก จ้าง พ่อ ข้า คิด ดั่ง นั้น แล้ว ก็ ลุก ขื้น ไป หา พ่อ เมื่อ ยัง อยู่ ใกล้ พ่อ เหน ก็ คิด สังเวศ วิ่ง ไป ก้ม ลง บน คอ จุบ เขา ลูก นั้น จึ่ง บอก แก่ พ่อ ว่า พ่อ ขา ฉัน ผิด ต่อ สวรรค์ แล ต่อ ท่าน ด้วย แต่ นี้ ฉัน จะ ได้ ชื่อ ว่า ลูก ของ ท่าน ไม่ สม ไม่ ควร แต่ ฝ่าย พ่อ ก็ สั่ง บ่าว ใช้ ว่า ไป เอา เสื้อ อย่าง เอก มา ให้ ลูก ใส่ แล้ว ก็ เอา แหวน ให้ ล่อด นิ้ว เข้า เอา เกือก ให้ รอง เท้า เถิด แล้ว เอา ลูก วัว อ้วน พี่ มา ฆ่า เสี่ย ให้ เรา กิน ใจ ยินดี ใจ เบิก บาน เพราะ ว่า ลูก เรา นี้ ตาย แล้ว ก็ เปน จื้น มา อีก หาย แล้ว ก็ ยัง พบ ได้ จึ่ง บังเกิด โสมนัศ ยินดี คราว นั้น ลูก หัว ปี่ อยู่ ใน ท้อง นา ครั้น กลับ เข้า มา ใกล้ บ้าน แล้ว พอ ได้ ยิน เสียง มะโหรี่ แล คน ร้อง เพลง เต้น รำ จึ่ง เรียก บ่าว คน หนึ่ง ถาม ว่า อัน นี้ ก็ จะ เปน อะไร บ่าว นั้น ตอบ ว่า น้อง ท่าน กลับ มา แล้ว แล บิดา ท่าน ให้ ฆ่า ลูก วัว ที่ อ้วน พี่ ด้วย ว่า ได้ รับ ลูก นั้น สบาย ปรกติ อยู่ พี่ ชาย นั้น ก็ โกรธ แล้ว ไม่ เข้า ไป เลย จน พ่อ ออก มา ประโลม ประเล้า ลูก นั้น ตอบ แก่ พ่อ ว่า ดู เถิด ข้า ได้ ปรนนิบัติ แก่ พ่อ สัก กี่ ปี ไม่ ได้ ผิด ไม่ เกิน คำ พ่อ สัก ที่ หนึ่ง เลย แล้ว พ่อ ไม่ ได้ ให้ ลูก แพะ สัก ตัว หนึ่ง ตัว เดียว ที่ จะ เลี้ยง เพื่อน ให้ ชื่น ชม ยินดี ส่วน ลูก น้อย นี้ ที่ ไป เสี่ย ทรัพย สิ่ง ของ ด้วย หญิง แพศยา เมื่อ มา แล้ว พ่อ ก็ ไป ฆ่า ลูก วัว อ้วน พี่ เล่า ฝ่าย พ่อ จึ่ง ตอบ ว่า ลูก เอ๋ย เจ้า อยู่ กับ เรา เปน อัตรา ของ เรา ทั้งปวง ก็ เปน ของ เจ้า จำ เปน ให้ เรา โสมนัศ ยินดี ด้วย ว่า น้อง เจ้า นี้ ตาย เสี่ย แล้ว ยัง เปน จื้น อีก หาย แล้ว ก็ ยัง พบ ได้ ๚ะ
๏ ขอ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน ๚ะ
แว่น ตา อย่าง ดี แว่น ตา อย่าง ดี แว่น ตา อย่าง ดี
แว่น ตา
![[]](../0003-04-46_5_2.png)
๏ มิศเตอร์ ลอะเรนซ์ แต่ ห้าง ลอเวนซ์ แอน เมโย เปน หมอ ชำนาญ ใน การ ช่วย ตา ให้ เหน คือ ออฟธาลมิก ออปติเชียนซ์ ตั้ง ห้าง อยู่ ใน กรุง ลันดัน ใน เมือง กาล กัตตะ เมือง แรงคูน แล เมือง บอมเบ มา พัก แรม อยู่ ใน กรุง เทพ ฯ แล้ว จะ ไม่ อยู่ นาน เพื่อ จะ ช่วย คน อัน เหน ไม่ ถนัด ให้ ได้ แว่น ตา อัน ถูก ต้อง ช่วย ตา ได้ ตาม ตำรา ท่าน ทั้งหลาย อัน ต้อง พึ่ง วิชา ชำนาญ ของ หมอ เชิญ ไป หาฤา ปฤกษา ท่าน ที่ โอไรเอน เตล โฮเตล ทุก วัน กว่า ท่าน จะ กลับ ไป บ้าน ๚ะ
![['LAWRENCE & MAYOS PERFECT PEBBLES,', 'Are clear. cool & preserving to the Sight.']](../0003-04-46_5_4.png)
๏ การ ควร คน ทั่ว กัน จะ จำ ไว้ ว่า ๚ะ
๏ แว่น ตา ดี่ อัน ขัด ให้ ถูก ต้อง ตาม ตำรา จะ ช่วย การ เหน แล เปน พาหะนะ กำลัง แก่ ตา แต่ แก้ว อัน ไม่ ดี ฤๅ แก้ว ดี ถ้า ไม่ จัด เลือก ให้ ถูก ต้อง จะ ทำ ให้ ตา เสีย แล บาง ที ล้าง ผลาญ กำลัง ที่ จะ เหน ได้ ๚ะ
๏ แก้ว หิน สำหรับ แว่น ตา ของ มิศเตอร ลอเรนซ แอน เมโย เปน หิน อัน เลอียด หมด จด แจ่ม ใส่ เย็น ตา แล รักษา ทาง เหน ของ ตา ด้วย ๚ะ
๏ แปล มา จาก หนังสื้อ จดหมาย เหตุ จีน ชื่อ ลัดปอ ซึ่ง ตี พิมพ์ ที่ เมือง สิงฆโปร เปน คำ สรรเสิญ ของ พระยา อัศฎง แว่น ตา ของ มิศเตอร ลอเรนซ์ คน ชำนาญ ใน การ ช่วย ตา ซึ่ง มา แต่ ประเทศ ตวัน ตก ๚ะ
๏ คน ใช้ แว่น ตา หมาย จะ ช่วย รักษา ดวง เนตร ให้ เหน ของ ต่าง ๆ ให้ ชัด แจ่ม ใส การ นี้ ก็ มี คุณ แก่ มนุศย เปน อัน มาก คน ที่ เปน นักเรียน นักปราช ช่าง เขียน ช่าง แต่ง หนังสื้อ จำ ต้อง หา แว่น ตา อย่าง ดี มา ไว้ มา ใช้ ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า เอง เคย ใช้ แว่น ตา มา ประมาณ สิบเจ็ด สิบแปด ปี มา แล้ว แล แว่น ที่ เคย ใช้ นั้น เปน ของ เลว แล ไม่ ควร กับ การ วิไสย คน แก่ มี ความ ปราถนา อยาก เลือก ใช้ แต่ แว่น ตา อัน แจ่ม ใส่ อัน เปน ประโยชน์ มี คุณ ด้วย บัด นี้ เปน เคราะห์ ดี มี หมอ ลอ เรนซ มา แต่ ประเทศ ตวัน ตก ชำนาญ ขัด แต่ง แว่น ตา ทุก ชนิด ฝี มือ ทำ แล แก้ว เปน อย่าง ดี ที่ สุด เมื่อ ท่าน ได้ จัด แว่น ตา เหล่า นี้ ให้ กับ ข้าพเจ้า ๆ จึ่ง ได้ รู้ ว่า แว่น ตา ของ ท่าน ดี เกิน แว่น ตา อื่น ๆ ไหน ๆ แล ใช้ ได้ การ ทุก อย่าง ๚ะ
๏ ท่าน ทั้งหลาย ที่ ต้อง อาไศรย ใช้ แว่น ตา จง รีบ ไป หา ท่าน ที่ โรง เลี้ยง แขก คือ โฮเตล ตะ ยุโรป ใน เมือง สิงฆโปร นี้ หมอ คน นี้ กำหนด การ ว่า จะ เข้า ไป ยัง กรุง เทพ ฯ ณวัน จันทร เดือน แปด ขึ้น สิบสอง ค่ำ ท่าน ทั้งปวง อัน ต้อง การ ซื้อ แว่น ตา นั้น จำ ต้อง รีบ ไป ซื้อ ถ้า เนิ่น ช้า ก็ จะ เสีย ไม่ ทัน การ เลย ข้าพเจ้า จีน เสง กงษี ห้าง กิมเจง แอนโก แจ้ง ความ มา ณวัน พฤหัสบดี เดือน หก ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี ที่ สิบสอง ข้าง จีน ตรง กัน กับ เดือน แปด ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี จอ อัฐ ศก จุลศักราช ๑๒๔๘ ๚ะ
แบงกอก ฮอสปิตแตล
ที่ ถนน สีลม ตึก คุณ เวต เก่า
๏ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน ว่า เมื่อ สิบสี่ วัน ล่วง มา แล้ว มี คน ชาว กรุง สยาม สอง คน มา รักษา ตัว ที่ โรง หมอ ด้วย เปน การ เคราะห์ ร้าย ๚ะ
๏ มี เด็ก คน หนึ่ง อายุ ๕ ขวบ วิ่ง แล กระโดด เล่น ที่ ท้อง ร่อง แล้ว ลื่น ไถล ลง ที่ ริม ท้อง ร่อง ถูก กระเบื้อง แตก ที่ ปัก อยู่ กับ โคลน บาด เอา ที่ ท้อง น้อย เข้า ภุก ไส้ พุง ไหล รั่ว ออก มา ๚ะ
๏ แล้ว ได้ พา มา ที่ โรง หมอ สาม ชั่วโมง เมื่อ ถูก เจ็บ แล้ว แผล ยาว ประมาณ ๖ นิ้ว ฝรั่ง ภุก ถึง ๑ นิ้ว ฝรั่ง เจ็บ โดย ฉกรรจ์ หมอ จึ่ง ได้ จัด แจง ยัด เข้า ไป แล้ว เย็บ ที่ แผล นั้น เดี๋ยว นี้ เด็ก นั้น หาย สบาย ดี กลับ ไป อยู่ ที่ บ้าน เขา ได้ ๚ะ
๏ อีก เรื่อง หนึ่ง คน หนุ่ม อายุ ๒๒ ปี ควาย ชน เอา ที่ ริม โคน ขา เข้า ฉีก ตลอด เปน ทาง ไป แล เส้น เลือด สำคัญ นั้น เฉียด ถลาก เข้า ไป ปาก แผล อ้า แล เส้น นั้น เต้น กระตุก เมื่อ ขณะ หมอ ตรวจ ดู เขา ยัง รักษา อยู่ ที่ โรง หมอ เปน การ ค่อย ทุเลา เจ็บ ปวด นั้น ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด เกิด เหตุ ขึ้น อย่าง นี้ ฤๅ เปน บาด แผล แล โรค ต่าง ๆ ขอ เชิญ มา หา หมอ โดย เร็ว อย่า ช้า โรค นั้น จะ ได้ ระงับ เบา บาง จะ ไม่ ได้ เจ็บ ไป มาก แล ลำบาก ๚ะ
๏ ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ รู้ ความ เลียด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน จะ ได้ ชี้ แจง แล ดู อาการ ที่ เปน โรค แล บาด แผล นั้น ๚ะ
| ตั้ง แต่ วัน อังคาร เดือน แปด แรม ๑๒ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ๙ ขึ้น ๔ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กลไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กลไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น ส่อง เล่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น ๓ เล่า ก ๒ ส แทน กำปั่น ส่อง เล่า ก ส ค แทน กำปั่น เล่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน | ||||||
| กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ซ แทน ซกุเนอร์ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| บิลซิมปชัน | ก ๒ ส ค สยาม | ๔๐๐ | เบราน์ | กัปตัน | ฮ่องกง | แรม ๑๒ ค่ำ |
| มงกุฎ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๕๘ | ลอฟ | วินดซอโรซ แอน โก | ฮ่องกง | ขึ้น ๑ ค่ำ |
| เฮกากิ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๗ | เร | วินดซอโรซ แอน โก | สิงคโปร | ขึ้น ๒ ค่ำ |
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๙ | ไฮด | จื่น | สิงคโปร | ขึ้น ๓ ค่ำ |
| ไจนะ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๓๐๙๒ | เฮ | มากวาลด แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๔ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| สุรี่ยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๑๓ | โฆลเชน | มากวาลด แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๑๔ ค่ำ |
| มะดุซะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๘ | เลารี่ | วินดซอโรซ แอนโก | สิงฆโปร | แรม ๑๕ ค่ำ |
| มงกุฎ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๕๘ | ลอฟ | วินดซอโรซ แอนโก | ฮ่องกง | แรม ๑๕ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า ๏ มงกุฎ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ญี่ปุ่น จีน เดิน สาร ๓๐ คน ๏ เฮกากิ บันทุก | ||||||
| สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป คน เดิน สาร ดาษฟ้า ๒๐ คน แล ช่าง เย็บ ผ้า ๔๑ คน ๏ บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ | ||||||
| แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป คน เดิน ส่าน ๕๘ คน ๏ ไจนะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๚ะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก ๏ สุรี่ยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ มะดุซะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล | ||||||
| เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ มงกุฎ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จีน แล ญี่ปุ่น ๚ะ | ||||||
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอไดตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไส่มย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ถง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ฯะ
๏ กำปั้น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชร์บุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤา วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ๚ะ
คน เดิน สาน ดาษฟ้า คน ละ บาท
๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤา กัปตัน กำปั้น นั้น ๚ะ
๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั้น ไฟ เมล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ฯะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก (จ ห) ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไส่มย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เชี่ยวแถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ แจ้ง ความ ให้ ทาน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สีลม ที่ ตึก คอน เวด เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤๅ จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เปิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอส์บิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ
๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา ส่อง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอื่ยด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอืยด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไล้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคาถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด