
| เล่ม ๔ แผ่น ๕๒ วัน พุฒ เดือน เก้า แรม ๔ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ |
๏ ถึง ปี มี่ คฤศต ศักราช ๑๖๓๐ ปี ตรง กับ ปี มี่ จุล ศักราช ๙๙๒ ใน แผ่นดิน สมเดจ พระเจ้า รามาธิเบศ นะเรศ มหา ราช ปราสาท ทอง ซึ่ง เปน พระเจ้า แผ่นดิน ที่ ๒๕ ใน กรุง ศรี อยุทธยา ครั้ง นั้น ชาว ฮอลันดา ได้ ทราบ ข่าว ว่า กรุง สยาม มี พวก โปรตุเกศ มา ตั้ง ห้าง ค้า ขาย อยู่ นาน ชาว ฮอลันดา ก็ รีบ เข้า มา ถวาย บรรณา การ พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ได้ เฝ้า ทูล ขอ ตั้ง ห้าง ค้า ขาย ในแผ่นดิน สยาม พระเจ้า กรุง สยาม โปรด อะนุญาต พระราช ทาน ที่ ให้ ตั้ง ห้าง แล ทำ อู่ ต่อ กำปั่น ด้วย แล้ว พวก ฮอลันดา ถวาย ค่า ปาก เรือ แล ค่า ระวาง แล ถวาย ระวาง ให้ ใน หลวง เข้า สวน ค้า ขาย ด้วย ใน หลวง ได้ ผล ประโยชน เงิน เข้า ใน ท้อง พระคลัง ปี ละ หมื่น เหรียน แต่ กำไร ที่ ทุน ต่าง หาก เพราะ ของ ทั้ง นั้น ไม่ ได้ ซื้อ เปน ของ เกณฑ์ มา แต่ ราษฎร ชาว ป่า หา มา ส่ง ส่วย เมื่อ พระเจ้า แผ่นดิน สยาม มี กำไร ใน การ ค้า ขาย เข้า ส่วน ฮอลันดา ดั่ง นั้น ก็ โปรด ปราน พวก ฮอลันดา มาก เพราะ หา ผล ประโยนช ถวาย พวก โปรตุ เกศ หา ได้ ชัก ชวน พระเจ้า แผ่นดิน ค้า ขาย ไม่ เปน แต่ ค้า ขาย หา กำไร แต่ ผู้ เดียว แล ถวาย เงิน ภาษี ค่า ธรรมเนียม ปาก เรือ เท่านั้น ครั้ง นั้น พวก ฮอลันดา ประจบ ประแจง ฝาก ตัว พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ๆ รัก ใคร เกื้อ กูล แล้ว ฮอลันดา ได้ ทูล ยุ ยง ว่า โปรตุเกศ เปน คน โกง ไม่ ดี แล โปรตุเกศ ไม่ ได้ มี บ้าน เมือง ใหญ่ โต หา ไม่ เปน พวก โจร ทเล หนี หน้า มา แต่ ยุโรป จึ่ง มิ ได้ กลับ ไป บ้าน เมือง ได้ แล ได้ มี บุตร หลาน อยู่ ที่ นี้ ด้วย เพราะ เหตุ ดั่ง นั้น ครั้ง พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ทรง เชื่อ พวก ฮอลันดา ทูล ยุ ยง จึ่ง ไม่ สู้ สม เคราะห์ แก่ พวก โปรตุเกศ เหมือน แต่ ก่อน การ ค้า ขาย ของ พวก โปรตุเกศ ก็ ไม่ สู้ มิ กำไร พระเจ้า แผ่นดิน ทรง พระ กรุณา โปรด พวก ฮอลันดา มาก ทรง อนุญาต พระราช ทาน อำนาจ ให้ พวก ฮอลันดา เปน ผู้ รับ ซื้อ ขาย ใบ ชา แต่ ผู้ เดียว พวก เดียว ตลอด พระราช อาณา เขตร สยาม พวก ฮอลันดา แบ่ง ส่วน กำไร ถวาย คล้าย ๆ ภาษี สิบ ยิบ หนึ่ง เพราะ พระเจ้า แผ่นดิน ไม่ ได้ ออก ทุน ด้วย เปน แต่ ได้ ฝ่าย เดียว ด้วย สินค้า ใบ ชา นี้ เปน สินค้า สำ คัญ อยู่ ใน ทวีป อินเดีย ใน เวลา โน้น พวก จีน แล ญี่ปุ่น แล สยาม โปรตุเกศ แขก เทศ แขก ฉะวา มาลายู ขาย ใบ ชา ไม่ ได้ ทั้ง สิ้น ขาย ได้ แต่ พวก ฮอลันดา พวก เดียว ถึง ดั่ง นั้น ชาว โปรตุเกศ ก็ มิ ได้ ละ ทิ้ง การ ค้า ขาย ไม่ ได้ ออก จาก กรุง สยาม ต้อง ค้า ขาย อย่าง อื่น ตาม ธรรมดา แต่ ว่า การ กำไร ค้า ขาย นั้น เสี่ย หาย ตก ลง มาก กว่า แต่ ก่อน หลาย เท่า พวก โปรตุเกศ ก็ ได้ อยู่ ใน กรุง สยาม โดย สุภาพ ๚ะ
๏ สิ้น ข้อ ความ ใน จดหมาย เหตุ ของ ดอกเตอร ชาริศ แต่ เพียง นี้ ๚ะ
๏ ต่อ นี้ เปน เนื้อ ความ ใน จดหมาย เหตุ ของ เซกรี แตรี ได้ จดหมาย ลง พิมพ์ ไว้ แต่ โปราณ ภายหลัง มา ข้าพเจ้า สังฆราช ยวงปาเลอกัว บิดฉอบ ได้ เกบ มา รวบ รวม ลง พิมพ์ ไว้ เปน เล่ม เดียว ๚ะ
๏ มี ความ ใน จดหมาย เซกรีแตรี ว่า เดิม พวก โปรตุเกศ ได้ มา ข่มขี่ พวก แขก มาลายู ที่ เปน เจ้า ปก ครอง บ้าน เมือง เล็ก ๆ หลาย บ้าน หลาย เมือง ตาม แหลม มาลายู ทั้ง สิ้น ได้ อยู่ ใน อำนาจ ใต้ ร่ม ธง โปรตุเกศ ตั้ง แต่ เมื้อง ไทรบุรี แล ตลอด มา ตาม แหลม มาลายู จน ถึง เมื้อง ปัตานี อยู่ใน อำนาจ โปรตุ เกศ ทั้ง หมด ปรากฏ เปน พยาน อยู่ ว่า คือ ภาษา โปรตุเกศ ได้ เข้า แทรก ปน ประสม กับ ภาษา สำหรับ เมื้อง ตาม แหลม มาลายู ตลอด มา พวก โปรตุเกศ ได้ มา ตั้ง การ ค้า ขาย ที่ ใน เมื้อง ไทรบุรี แล เมื้อง ปัตานี แล เมื้อง นคร ศรี ธรรมราช ด้วย แต่ คน ชาว เมื้อง เหล่า นี้ เปน ชาว ป่า แท้ มี กิริยา ดุ ร้าย คด โกง มาก พวก พ่อ ค้า โปรตุเกศ ได้ ตั้ง ห้าง อยู่ ค้า ขาย ใน ที่ ตำบล แหลม มาลายู นั้น ก่อน ชาว ประเทศ ยุโรป ทั้งปวง แล พวก โปรตุเกศ จึ่ง ได้ มา ตั้ง การ มั่นคง อยู่ ที่ ฝั่ง มะลักกา เปน แขก ด้วย ภาษา โปรตุเกศ ได้ เจือ อยู่ ใน ภาษา ที่ มะลักกา มาก ด้วย ฯะ
๏ ภายหลัง ที่ พวก โปรตุเกศ ได้ เมื้อง แขก ต่าง ๆ ตาม แหลม มาลายู แล้ว จึ่ง ได้ เข้า มา ทำ ทาง พระ ราชไมตรี กับ พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ครั้ง แรก เดิม นั้น ใน ปี มี คฤษต ศักราช ๑๕๑๑ ปี ตรง กัน กับ ปี จุล ศัก ราช ๘๗๒ ปี ใน แผ่นดิน สมเด็จ พระบรม ราชา มหา พุทธาง กุร ซึ่ง เปน พระเจ้า แผ่นดิน ที่ ๑๑ ใน กรุง ศรี อยุทธยา พระเจ้า แผ่นดิน โปรตุเกศ กับ พระเจ้า แผ่นดิน สยาม เริ่ม แรก จะ ได้ เปน ทาง ประราช ไมตรี นั้น เพราะ ครั้ง นั้น พระเจ้า กรุง โปรตุคอล โปรด ให้ แอดมิราล ดอม อัลฟองโซ เดอ อัลบูเคิรศ เปน แม่ ทัพ เรือ คุม เรือ รบ ทเล มา รบ เมื้อง มะละกา แขก ซึ่ง ประทุษฐ ร้าย แก่ พวก พ่อ ค้า โปรตุเกศ แม่ ทัพ เรือ ได้ ยก ทัพ มา ล้อม เมื้อง มะละกา แขก ได้ ทำ สงคราม กัน ฝ่าย แขก มะละกา จับ พวก พ่อ ค้า โปรตุเกศ ใน เมื้อง มะละ กา ฆ่า เสีย สิ้น ไม่ เหลือ เลย เอา ศพ ทิ้ง ส่ง ออก มา จาก เมื้อง ให้ แก่ แม่ ทัพ โปรตุเกศ ๆ ได้ ทำ ศึก ไม่ ได้ ชำนะ แล แพ้ เปน แต่ รบ กัน อยู่ หลาย เดือน ครั้ง นั้น แอดมิราล แม่ ทัพ โปรตุเกศ ได้ แต่ง ลุตเตลแนนต์ นาย ทหาร เปน ราชทูต เข้า มา เจริญ ทาง พระราช ไม ตรี กรุง สยาม ราชทูต โปรตุเกศ มา ด้วย เรือ สำเภา จีน สอง ลำ ราชทูต โปรตุเกศ ได้ เข้า เฝ้า ถวาย พระราช สาสน แล บรรณาการ ปืน เล็ก คาบ สิลา ๑๐๐ บอก กับ ของ อื่น อีก ด้วย ขอ กอง ทัพ เรือ แล สะเบียง อาหาร ออก ไป ช่วย รบ เมื้อง มะละกา ฝ่าย พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ได้ เสดจ ออก รับ ราชทูต โดย ดี เมื่อ ราชทูต จะ ทูล ลา กลับ นั้น พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ได้ พระราชทาน ราง วัล แก่ ทูตานุทูต แล คน ใช้ ตาม สมควร แล้ว พระ ทาน ของ ตอบ แทน บรรณาการ ก็ มาก แล้ว โปรด พระราช ทาน กอง ทัพ เรือ ออก ไป ช่วย รบ โปรด ให้ ขุน นาง ผู้ ใหญ่ ฝ่าย ทหาร ชื่อ เจ้า พระยา กระลาโหม เปน แม่ ทัพ เรือ คุม เรือ รบ ทเล ๓๐ ลำ พล กอง ทัพ ๒๐๐๐ คน พร้อม ด้วย สะเบียง อาหาร สรรพ อาวุธ ครบ ยก ทัพ เรือ ออก จาก กรุง มา กับ ราชทูต โปรตุเกศ ใช้ ใบ แลน เลียบ ทเล มา ถึง เมือง ชุมพอน เปน หัว เมือง ของ สยาม ทัพ เรือ สยาม ได้ จอด เรือ ไว้ ที่ นั้น แล้ว เดิน บก ยก มา ถึง เมือง กรัง เปน หัว เมือง ที่ ไว้ เรือ รบ ทาง ทเล ของ กรุง สยาม แม่ ทัพ สยาม ได้ จัด การ ซ่อม แซม เรือ รบ เดือน เสศ จึ่ง ได้ ยก ข้าม ทเล ไป ช่วย ตี เมือง แขก มะละกา ได้ โดย ง่าย ทัพ โบรตุเกศ เปน ทัพ เรือ ล้อม น่า เมือง ชาย ทเล ทัพ สยาม ยก ขึ้น บก เดิน อ้อม โอบ หลัง เมือง เข้า ตี ได้ โดย เรว โปรตุเกศ มี ไชย ชะนะ แก่ แขก มะละกา นั้น เพราะ กอง ทัพ ไทย ได้ ช่วย โดย เติม กำลัง เปน การ กำลัง ใหญ่ สำคัญ ใน เวลา โน้น นั้น ครั้น แอดมิราล แม่ ทัพ โปรตุ เกศ เมื่อ ตี เมือง มะละกา ได้ แล้ว แอดมิราล แม่ ทัพ เรือ โปรตุเกศ ได้ เกบ เอา เงิน ทอง สิ่ง สำรศ แล ของ ต่าง ๆ มา รวบ ไว้ แล้ว ได้ ให้ แม่ ทัพ ไทย แล รี้ พล ทหาร ไทย ทั่ว ทั้ง กอง ทัพ ไทย แม่ ทัพ โปรตุเกศ เกบ เงิน ทอง ของ ดี ส่ง ไป ถวาย พระเจ้า กรุง โปรตุคอล แต่ เปลือก เมือง มะละกา แล การ ปก ครอง บ้าน เมือง มะ ละกา ต่อ ไป ถวาย แก่ พระเจ้า แผ่นดิน สยาม เปน การ ขอบ พระไทย ที่ ได้ ทรง พระ กรุณา ช่วย ใน การ ตี มะละกา นั้น ราชทูต โปรตุเกศ ที่ เข้า เฝ้า พระเจ้า กรุง สยาม นั้น ชื่อ เตาระเตเฟอ นามเดซ์ เปน ที่ เลบเตน แนนต์ นาย ทหาร เมื่อ ได้ เมือง มะละกา แล้ว ได้ อยู่ จัด การ บ้าน เมือง ให้ เรียบ ร้อย ซึ่ง จะ ได้ ถวาย พระเจ้า กรุง สยาม ครั้น การ บ้าน เมือง เรียบ ร้อย แล้ว พระ เจ้า กรุง สยาม โปรด ให้ เจ้า แขก ผู้ หนึ่ง ชื่อ มะหะ หมัศ เปน ผู้ ภักดิ์ เปน เจ้า เมือง มะละกา ขึ้น แก่ กรุง ศรี อยุทธยา ครั้น รุ่ง ขึ้น อีก ปี ๑ แอดมิราล แม่ ทัพ เรือ โปรตุเกศ ที่ ชื่อ ดอม อัลฟอนโซ อัลบูเคอ ได้ แต่ง ให้ มิศเตอ อัลโตนี่ โอดาเบรีย เปน ราชทูต คุม ราช สาส์น แล บรรณาการ เข้า มา ถวาย พระเจ้า แผ่นดิน สยาม เปน การ ยินดี ที่ ได้ ทรง ช่วย ตี เมือง มะละกา นั้น ขอบ พระไทย ยิ่ง หนัก ราชทูต ได้ เข้า เฝ้า สมเด็จ พระบรม ราชา มหา พุทธาง กุร ใน ปี มี่ คฤ ษต ศัก ราช ๑๕๑๒ ตรง กับ ปี มี่ จุลศักราช ๘๗๓ ปี ได้ รับ ทูต ตาม ธรรมเนียม สยาม โดย การ ดี
๏ ครั้ง หนึ่ง ใน ปี มี่ คฤ ษต ศักราช ๑๕๑๖ ตรง กับ ปี จุลศักราช ๘๗๗ ปี ใน แผ่นดิน สมเดจ พระ ไชย ราชาธิราช ซึ่ง เปน พระเจ้า แผ่นดิน ที่ ๑๓ ใน กรุง ศรี อยุทธยา ครั้ง นั้น พระเจ้า กรุง โปรตุคอล ได้ แต่ง ให้ มิศเตอ มาโนเอล ฟาลกาว เปน ราชทูต เชิญ พระราช สาส์น แล บรรณาการ เข้า มา ขอ ตั้ง ห้าง ค้า ขาย ที่ เมือง บัตานี่ ด้วย ที่ เมือง บัตานี่ นั้น มี ลูก ค้า ต่าง ประเทศ อยู่ มาก คือ พวก อะหรับ แล ชาว อาเชีย แล ชาติ แขก อื่น อีก มาก ซึ่ง หนี มา จาก เมือง มะละ กา เมื่อ ครั้ง เสีย เมือง นั้น เมื่อ ราชทูต มา ถึง กรุง แล้ว พระเจ้า แผ่นดิน ก็ ได้ รับ ราชทูต โดย การดี เรียบ ร้อย ตาม ธรรมเนียม แต่ ก่อน มา โปรด ยอม อนุญาต ให้ มาโนเอล ฟาลเการ์ ราชทูต เปน นาย ห้าง ไป ตั้ง ห้าง ค้า ขาย อยู่ ที่ เมือง บัตานี่ ครั้ง นั้น ต่อ มา ชาว โปรตุเกศ ได้ พา กัน มา ตั้ง ห้าง ค้า ขาย ใน แผ่นดิน สยาม ใน เมือง หลวง ที่ ชื่อ กรุง ศรี อยุทธยา แล หัว เมือง ที่ ชื่อ เมือง ตะนาวศรี เมือง มะฤษ เมือง ทวาย เมือง นคร ศรี ธรรมราช เมือง สังขลา เมือง ธนบูรี เมือง เพชบุรี เมือง เหล่า นี้ เปน หัว เมือง ขึ้น แก่ กรุง ศรี อยุทธา ๚ะ
ข่าว ใน กรุง
๏ SAYAHM SAMAI ฃอ ถา ท่าน ทั้งหลาย ที่ ชอบ ใจ อ่าน หนังสือ สยาม ไสมัย นี้ บัด นี้ จะ มิ ได้ อ่าน ตาม ความ ประสงค์ ของ ท่าน ต่อ ไป อีก แล้ว เปน หน้า เสีย ใจ ยิ่ง นัก ก็ เหมือน ทำ ให้ จักษุ มืด ไป ถึง ท่าน จะ เสีย ทรัพย์ มาก น้อย เท่าใด ท่าน ก็ ไม่ เสียดาย ทรัพย์ ด้วย ทรัพย์ นั้น นำ น้ำ ใจ ให้ สว่าง ท่าน ก็ ไม่ รัก ทรัพย์ ให้ เหลือ เกิน ทรัพย์ นั้น เปน คู่ กับ ความ รู้ ของ ท่าน ที่ ชอบ ใจ อ่าน หนังสือ สยาม ไสมัย ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า เอไดเตอร ผู้ เจ้า ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง ได้ ทราบ ด้วย ณวัน พุฒ เดือน เก้า แรม สี่ ค่ำ นี้ เปน วัน ที่ ครบ กำหนด หมด จำนวน ปี ของ สยาม ไสมัย ข้าพเจ้า ขอ ลา ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง หยุด เลิก จาก การ พิมพ์ หนังสือ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย ไม่ ทำ ต่อ ไป อีก แล้ว ขอ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง อย่า มี ความ เสีย อก เสีย ใจ เลย แต่ ใน การ พิมพ หนังสือ อื่น ๆ ยัง คง ทำ อยู่ เสมอ ไม่ ขาด ขอ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง จง มี ความ เจริญ ทั้ง ในปัญญา ความ รู้ ใน การดี เรียบ ร้อย ทั้งปวง ให้ ได้ ความ ศุข แล ความ รอด ทั้ง ใน โลกย นี้ แล โลกย น่า ด้วย ๚ะ
๏ ตัว เรา เอ๋ย เกิด มา สํมมุติ นาม ว่า มนุศย ก็ เรา เกิด มา เปน มนุศย แล้ว จะ มี ความ ทุกข ที่ จะ บัง เกิด แก่ เรา ฉัน ใด บ้าง เรา เกิด มา เปน มนุศย แล้ว ก็ ย่อม จะ มี บิดา มารดา ญาติ พี่ น้อง ของ เรา ซึ่ง เปน ที่ รัก ใคร่ ถ้า ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด คือ บิดา มารดา ญาติ พี่ น้อง ของ เรา นี้ รัก ใคร่ ถึง แก่ ความ โรคา พยาธิ์ ชีวิตร จะ แตก จะ ทำลาย คือ จะ ตาย จาก กัน ไป สู่ ประโลกย์ ถ้า เรา เปน ผู้ ยัง ก็ จะ ต้อง มี ความ ทุกข แล ความ เศร้า โศก เสีย ใจ อย่าง หนึ่ง ก็ ชื่อ ว่า ความ ทุกข ครั้น เมื่อ เรา เติบ โต เจริญ ไวย ประกอบ ไป ด้วย ตัน หา ราคะ โทษะ โมหะ นิยม ยินดี ด้วย รูป เสียง กลิ่น รศ แห่ง สัตรี มี ความ ปราถนา อยาก ได้ สัตรี ผู้ นั้น ๆ ถ้า แล ไม่ สม ความ ปราถนา ก็ เกิด เปน ความ ทุกข เดือด ร้อน ขึ้น อย่าง หนึ่ง ซึ่ง ตัณหา ราคะ โทษะ โมหะ ใน การ เรื่อง สัตรี อาจ ให้ บังเกิด ไภยยัน อันตราย ให้ ถึง ซึ่ง ความ วินาศ ฉิบหาย ได้ ความ เดือด ร้อน โดย สาหัส กระทำ ให้ เปน กอง ทุกข ใหญ่ หลวง ถ้า แล เรา ยินดี ปราถนา สัตรี ผู้ นั้น ก็ ได้ สำเร็จ ตาม ความ ปราถนา ได้ อยู่ กิน เปน สามี ภะริยา แก่ กัน ก็ มี ความ เสน่หา รัก ใคร่ กัน ครั้น สัตรี ผู้ เปน ภรรยา มี ครรภ์ ก็ เปน เหตุ ให้ ก่อ เกิด ความ ทุกข ด้วย เกรง เกลือก ว่า เมื่อ ถึง เวลา ภรรยา คลอด บุตร จะ ถึง ซึ่ง เปน อันตราย แก่ ชีวิตร จะ พลัด พราก จาก กัน ไป ให้ เกิด ความ วิตก วิจาระ เปน ทุกข ขึ้น อย่าง หนึ่ง ถ้า แล ภรรยา คลอด บุตร ออก มา เรา ผู้ เปน บิดา มี ใจ รัก ใคร่ บุตร ใน เมื่อ เวลา น่า ชม เชย ตั้ง ใจ จะ ให้ บุตร มี ความ ดี ความ เจริญ ต่าง ๆ เกรง เกลือก ว่า จะ ไม่ สม คิด ก็ เกิด ความ ทุกข ขึ้น อย่าง หนึ่ง ถ้า แล ทารก ผู้ เปน บุตร มี โรคา พยาธิ เบียด เบียน เรา ผู้ เปน บิดา ก็ ได้ ความ ทุกข อย่าง หนึ่ง ถ้า แล มี บุตร ภรรยา หลาย คน ความ ทุกข ก็ มาก ขึ้น ต่าง ๆ มัก จะ ก่อ ให้ มี ความ ทุกข ไป ต่าง ๆ หลาย อย่าง หลาย ประการ อนึ่ง ธรรมดา บุคล ที่ มี บุตร ภรรยา มาก เรา ไม่ ใช่ เปน เสรฐี คหบดี มัก จะ เกิด ความ โลภ ด้วย ประโยชน์ ลาภ ผล ต่าง ๆ ให้ เต็ม ตาม ความ ปราถนา ก็ ความ โลภ นี้ อาจ สามาท ให้ เสีย ยุติธรรม อย่าง หนึ่ง ให้ เสีย ชื่อ เสียง เปน คน ชั่ว ไป อย่าง หนึ่ง ถ้า แล เรา เกิด ความ ใหญ่ โต ประ กอบ ไป ด้วย โทษะ โมหะ หลง ประพฤติ ชั่ว ปล่อย ใจ ให้ เปน ไป โดย ความ ปราถนา ยินดี ด้วย ความ ชั่ว บาง ที่ กระทำ ความ โลภ ให้ ผิด ล่วง พระราช กำหนด กฎหมาย ก็ จะ ถึง ซึ่ง โทษ อัน ร้าย แล ความ ตาย ความ ฉิบหาย ถึง แก่ ตัว เรา ผู้ ประพฤติ ความ โลภ ที่ เปน การ ชั่ว ต่าง ๆ ให้ เรา ได้ ความ เดือด ร้อน เปน ทุกข ยิ่ง ใหญ่ หลวง ซึ่ง เรา มี ชาติ เกิด มา เปน มนุศย ความ เดือด ร้อน ที่ เปน ทุกข ต่าง ๆ ด้วย เรา อยู่ รอบ ตัว เรา จะ ทำ ฉัน ใด ให้ ห่าง ไกล พ้น ความ ทุกข ก็ ตัว ของ เรา ยัง มี ชาติ ให้ เวียน ตาย เวียน เกิด อยู่ จะ หนี ความ ทุกข ของ ชาติ มนุศย คง จะ ไม่ พ้น แต่ มี ใน พระพุทธ สาศนา กล่าว ชี้ ให้ มี หน ทาง ที่ จะ ให้ มนุศย ทั้งหลาย ถึง ซึ่ง ความ ศุข คือ พระนิพานัง ประมัง ศุกขัง แนะ นำ ให้ มนุศย ทั้งหลาย ประพฤติ การ แต่ ที่ ชอบ แล้ว มุ่ง หมาย ให้ ใกล้ ถึง ซึ่ง พระนิพาน พระนิพาน วิเศศ อย่าง ไร พระนิพาน มี ความ วิเศศ คือ ว่า ร่าง กาย สังขาร วิญญาณ แห่ง เรา แตก ดับ ทำลาย แล้ว สิ้น เชื้อ ไม่ มี ชาติ ที่ จะ เวียน ตาย เวียน เกิด อีก ต่อ ไป คำ ที่ ว่า เวียน ตาย เวียน เกิด ฦ แล้ว ตาย ฦ แล้ว เกิด มี จริง ฤๅ เรา จะ คิด สงไสย ดัง นั้น ไม่ ชอบ จะ ต้อง คิด ว่า ถ้า ตาย แล้ว ไม่ ต้อง เกิด ๆ ไม่ ได้ ก็ เปน บุญ ของ เรา ที่ จะ ไม่ ต้อง เกิด มา หา ความ ทุกข ถ้า แล หาก ว่า เรา ต้อง เวียน ตาย เวียน เกิด จริง จะ มิ เสีย ที ที่ เรา เหนี่ยว ยึด ประพฤติ ทาง ผิด ไป ฤๅ เปรียบ เหมือน คน ที่ ใจ เปน พาล พระพฤติ แต่ การ ชั่ว คิด ปล้น สดม ย่อง เบา ฉก ลัก เขา นั้น มัน ก็ ถือ ใจ นิยม ยินดี ว่า เปน การ ดี ของ มัน คิด ว่า เขา คง จับ มัน ไม่ ได้ มัน จึ่ง กระทำ การ ชั่ว เลย ไป ครั้น เขา จับ ตัว ได้ ถึง ซึ่ง ความ ทุกข เดือด ร้อน จึ่ง คิด ถึง ตัว รู้ ตัว ว่า เพราะ ถือ ตัว ทนง ใจ พระพฤติ การ ชั่ว เหน เปน ดี ไป ครั้น ถึง ซึ่ง ความ ทุกข จึ่ง ได้ รู้ สึก ตัว ว่า พระพฤติ ผิด ไม่ มิ หนทาง ที่ จะ แก้ ตัว เสีย แล้ว คำ อุประมา มา ว่า ดัง นี้ เขา เรา จึ่ง จะ ต้อง ประพฤติ แต่ ความ ดี ประพฤติ ความ ดี จะ ทำ เปน ประการ ใด จึ่ง จะ เรียก ว่า ประพฤติ ความ ดี ท่าน ผู้ เปน ปราช ได้ เลือก ค้น ทั่ว แล้ว เหน ว่า ท่าน ผู้ ที่ ถือ เพศ บรรพชิต ตั้ง ใจ ประพฤติ โดย วิไนย สิกขา บท ธระมาร ร่าง กาย แล ใจ ให้ มัก น้อย สันโดด เอา ปัญญา แล ความ เพียร ตัด เสีย ซึ่ง ตันหา ราคะ โทษะ โมหะ ซึ่ง มี ใน สันดาน ให้ พ้น ไกล เหน ว่า เปน การ สมควร ก็ มี ความ ศุข ได้ อย่าง หนึ่ง เพราะ ประพฤติ สละ ละ กะเลศ ทั้งปวง ซึ่ง เปน เครื่อง ทุกข ให้ ถึง ซึ่ง ความ เดือด ร้อน ด้วย เพศ บรรพชิต ไม่ ต้อง ประกอบ การ ตัว กาย แล เปลี่ยน หา กำไร บำรุง ตันหา เปน ข้า ตันหา แล เพศ บรรพชิต ไม่ มี เมีย มี ลูก ไม่ ต้อง ทุกข ถึง ใคร ไม่ ต้อง เปน ห่วง ถึง ใคร มี เท่า ใด ก็ บริโภค เท่า นั้น ไม่ ต้อง เปน กังวน ขวน ขวาย ใน ประโยชน์ ต่าง ๆ มี แต่ การ พาก เพียร บัจ เวค พิจารณา ร่าง กาย สังขาร ให้ เหน เปน ปฏิกูล ไว้ ดัง นี้ ถ้า และ มนุศย จะ ต้อง ตาย ต้อง เกิด จะ เปน การ ถูก เพราะ ถือ เพศ บรรพชิต โดย วิไยน สิกขา บท ไม่ ได้ เปน คน ประพฤติ ความ ชั่ว ไม่ ได้ เบียด เบียน ข่มเหง ผู้ ใด ถึง ว่า ถ้า ตาย ไป แล้ว จะ ไม่ ต้อง เวียน ตาย เวียน เกิด ก็ ได้ ความ ศุข ใน เวลา ที่ ตน ประพฤติ ความ ดี แล ไม่ ต้อง เปน ทุกข เปน ห่วง ผู้ ใด เพราะ รู้ จัก เวลา การ ว่า เกิด มา แล้ว คง จะ ต้อง ถึง แก่ ความ ตาย วัน หนึ่ง เปน เที่ยง เปน แท้ รู้ ตัว อยู่ ดั่ง นี้ เมื่อ เวลา จะ ถึง ซึ่ง ความ ตาย ความ ดับ ก็ มิ ได้ ย่น ย่อ ท้อ ถอย กลัว แก่ ความ ตาย ด้วย รู้ ตัว ว่า ความ ตาย เปน ธรรมดา ของ ตน ได้ เคย สอน ใจ หัด ใจ อยู่ เปน อารมณ์ ควร เรา ท่าน ทั้งหลาย จะ ต้อง คิด จะ ต้อง นึก ว่า ความ ตาย เปน ของ ไม่ เที่ยง ความ ตาย มี อยู่ สำหรับ ตัว เรา ทุก ชั่ว ลม หาย ใจ ยัง ไม่ ทัน แก่ ยัง ไม่ ทัน หนุ่ม ตาย ไป ก็ มี อยู่ ไป จน ถึง แก่ ตาย ก็ มี ถ้า และ จะ อยู่ ไป จน ถึง แก่ ตาย ก็ อยู่ ใน กำหนด เจ็ดสิบ ลง มา ถึง ว่า จะ มี อายุศม์ ยืน กว่า ขึ้น ไป ก็ ไม่ มี ความ วิเศศ อัน ใด เพราะ มี อายุศย์ มาก เปน ชรา คร่ำ คร่า ตา มืด หู หนวก ฟัน หัก สติ ฟั่น เฟือน หลง ใหล ร่าง กาย ทุพลภาพ เหี่ยว หด คด ค่อม สิ้น สวย สิ้น งาม ไม่ มี กำลัง วังชา ปราศ จาก ความ ศุข ความ สนุกนิ์ ใน รูป เสียง กลิ่น รศ เปรียบ ประดุจ นักโทษ ที่ ต้อง ทัณฑ์ กรรม จำ ขัง ไว้ อยู่ ใน ที่ มืด ที่ สงัด ไม่ เหน มี ความ วิเศศ สิ่ง ใด มนุศย เรา ทั้งปวง อุประมา เปรียบ ประดุจ นักโทษ ที่ มี โทษ ถึง ประหาร ชีวิตร ตั้ง แต่ ปะฏิสนธิ อยู่ ใน ครรภ์ มารดา เมื่อ มี เครื่อง อาไวยวะ พร้อม เปน รูป เปน กาย พิจารณา ดู ประดุจ ดั่ง ว่า นักโทษ ที่ ต้อง ทัณฑ์ กรรม จำ ห้า ประการ อยู่ ครั้น เมื่อ คลอด ออก จาก ครรภ์ มารดา มี ความ ตาย ประจำ สำหรับ ตัว เปรียบ ประดุจ ดั่ง ว่า นาย พะ ธรรมรง ถือ ดาบ ซึ่ง คม กล้า คอย ประจำ คุม ตัว ไป ยัง ที่ ประหาร ชีวิตร มี หน ทาง กำหนด เจ็ดสิบ เส้น คือ เจ็ดสิบ ปี นาย พะ ธรรมรง คุม ตัว ไป บาง ที ยัง ไม่ ทัน ถึง ที่ ฆ่า นักโทษ ผู้ นั้น ทำ การ กล้า หาญ ขึ้น นาย พะ ธรรมรง ก็ คง จะ เอา ดาบ ฟัน ให้ ถึง ซึ่ง ชีวิตร ใน ต้น มรคา แล กลาง มรคา ซึ่ง ตัว เรา เกิด มา มี ความ ศุข สนุกนิ์ สบาย มี ทรัพย สิน เงิน ทอง สมบัติ ทั้งปวง ก็ อย่า หลง เลย ว่า เปน ของ แห่ง ตน เปน เที่ยง ควร จะ คิด ว่า นาย พะ ธรรมรง เขา นำ เรา ไป เรา ได้ พบ เหน ตึก กว้าน บ้าน เรือน ร้าน ตลาด เรี่ย ราย ไป ด้วย แก้ว แหวน เงิน ทอง ผ้า ผ่อน แพร พรรณ เครื่อง ภาชนะ ทั้งปวง กลาด เกลื่อน อยู่ ตาม ทาง ใช่ ของ ๆ เรา ๆ เอา ของ ๆ เขา ไป ไม่ ได้ แต่ เขา มี ใจ สังเวช เรา ว่า จะ เปน ผู้ ถึง ซึ่ง ชีวิตร เขา ยอม อานุญาต ให้ แก่ เรา จำ เรา จะ ประกอบ การ สิ่ง ใด ที่ จะ สมควร แก่ ตัว เรา พึ่ง ให้ ปลง ใจ คิด เหน ดั่ง นี้ อายุศม์ ของ เรา ได้ สามสิบ ปี เปรียบ เหมือน เพชฆาฎ พา ล่วง ห่าง มา ได้ สามสิบ เส้น ถึง ครึ่ง ทาง ยัง อีก สามสิบ เส้น เสศ จะ ถึง ที่ ฆ่า อายุศม์ เรา ได้ สี่สิบ ปี ล่วง มา สี่สิบ เส้น ยัง อีก ยี่สิบ เส้น เสศ อายุศม เรา ได้ ห้าสิบ ปี เดิน ล่วง มา ห้าสิบ เส้น ยัง อีก สิบ เส้น กว่า ๆ ก็ จะ ถึง ที่ ฆ่า วัน เดือน ปี ที่ ล่วง ไป ก็ เหมือน เรา เดิน เก้า ล่วง ใกล้ ถึง ซึ่ง ความ ตาย ยิ่ง เดิน ยิ่ง ล่วง ก็ จะ พลัน ถึง ที่ ตาย เปน แน่ แท้ จริง เรา ท่าน ทั้งหลาย อย่า พึ่ง ประ มาท ความ ตาย เลย ความ ตาย เปน ของ ๆ เรา จะ ยก จะ เว้น ให้ ผู้ ใด ไม่ ไ[ด]้ อนึ่ง ให้ พึ่ง คิด ถึง ผู้ ที่ เขา ถึง ความ ตาย ล่วง ไป แล้ว คือ คน นั้น ๆ พ่อ คน นั้น แม่ คน นั้น พี่ คน นั้น น้อง คน นั้น ลูก คน นั้น หลาน คน นั้น มิศหาย คน นั้น เบ่า คน นั้น เขา หาย ไป ไหน ให้ นึก จำ ได้ ว่า เขา ตาย แล้ว ด้วย ความ ตาย เปน ธรรมดา มี สำหรับ ตัว เรา เหมือน กัน คง จะ มี เวลา ตาย ถึง เรา กาย ของ เรา คง จะ เน่า คง จะ เปื่อย เหลือ แต่ กระดูก ผุ พัง เปน เท่า เปน ดิน ไป ดุจ ผู้ นั้น ๆ ที่ เรา ถึง แก่ ความ ตาย ล่วง ไป แล้ว ฉัน ใด ก็ ฉัน นั้น แล ๚ะ
๏ พระเยซู เจ้า เรา ผู้ เปน เจ้า ของ แห่ง ชีวิตร ทั้ง ปวง คง จะ ประทาน ชีวิตร อัน ถาวร ให้ แก่ ทุก คน ที่ เชื่อ ใน พระองค์ นี้ แล เปน ของ วิเศศ จริง ๚ะ
ณวัน อังคาร เดือน เก้า ขึ้น สิบเอด ค่ำ
เงิน แบกภ์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๑ เปนซ ๒ อัฎ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๑ เปนซ ๕ อัฎ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๙๕ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน สุกร์ มิศเตอร เฮนรี่ แมทิวช์ กุยซี่ ได้ รับ ตำแหน่ง เปน โฮม เซกรีแตรี่ ๚ะ
๏ ที่ ไรด ฮอนอร แอเบล ซิซิล เรกซ เปน เจ้า กรม ไปรสนีย ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน เก้า ขึ้น ส่อง ค่ำ ไว เกานต์ แกรนบรุก ได้ รับ ตำแหน่ง เปน ลอด เปรไชเดนต์ ออฟ ที่ ไปรวี่ เกานซิล ๚ะ
๏ เกิด การ ขัด ที่ จะ ทำ ให้ พวก แกบิเนด สำเร็จ เพราะ คำ ร้อง หา ของ เซอ ริจาด กรอซ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน เก้า ขึ้น สาม ค่ำ บัด นี้ แกบิเนต ครบ สำเร็จ แล้ว ๚ะ
๏ เซอร ริจาด กรอศ เปน เซกรีแตรี่ ออฟ ชเตด สำหรับ อินเดีย ๚ะ
๏ มิศเตอร เอดวาด ชตานโฮบ เซกรีแตรี่ สำหรับ กอ โลนี่ ๚ะ
๏ มิศเตอร เกอเนล ซแตนลี่ เปรไซเดนต์ ออฟ ที่ โบด ออฟ แตรด ว่า ข้าง การ ค้า ขาย ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น ห้า ค่ำ เอิลดันเรเวน ได้ ตำแหน่ง เปน อันเดอร์ แซกรีเตร์ สำหรับ กอโลนี่ ๚ะ
๏ เกิด การ วิวาท กล้า แซง ใน เมือง เบลแฟศ จน ต้อง เพิ่ม เติม ทหาร มิลิเตร์ ทวี ขึ้น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน เก้า ขึ้น หก ค่ำ เซ เนต ที่ เมือง ยุไนเตดซแตศ ไม่ จัด ทำ หนังสือ สัญญา ส่ง พวก ไดไนไมต ให้ แก่ กัน แล กัน ๚ะ
๏ เซอ ริจาด กรอซ แล เกอเนล ซแตนลี่ ได้ ตำแหน่ง เลื่อน ที่ ขึ้น ถึง ปิแรซะ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน สุกร เดือน เก้า ขึ้น เจ็ด ค่ำ พวก ลิบริล ยุเนียนอิค์ แล พวก แกลดซโตน ได้ ยอม เข้า กัน เว้น แต่ ใน เรื่อง ราย ปอลิซี ของ คอเวินแอนต์ ข้าง พวก ไอริช ๚ะ
๏ พวก ไอริช เมมเบอร์ นั้น ชุมนุม กัน แล้ว ตั้ง ข้อ ว่า บิล ของ มิศเตอร แกลดซะโตน เปน อัน ชอบ อย่าง เดียว สำหรับ จัด การ ไอเออรแลนด์ ๚ะ
๏ ปารีศ วัน สุกร เดือน เก้า ขึ้น เจต ค่ำ คอเวินแมนต์ ฝรั่งเศศ กล่าว ความ ออก แล้ว ว่า ยัง คง เปน ธุระ ป้อง กัน รักษา มิเชอน ฝรั่งเศศ ใน เมือง จีน แล ซึ่ง หัว น่า ของ พวก บาต หลวง ได้ ตั้ง มองซิเนอร แอกลอิวิติ นั้น ถ้า เกิด เหตุ หัว น่า บาต หลวง ต้อง ใช้ ๚ะ
๏ ที่ ขัด ข้อง ข้อ หนึ่ง ด้วย เขตร แดน ต่อ กัน นั้น จัด เรียบ แล้ว ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน เก้า ขึ้น แปด ค่ำ ใน เฮาซ ออฟ กอมมันซ ได้ ขอ ให้ มี ริด ใหม่ สำหรับ การ ตั้ง คน ใหม่ นั้น ที่ เปน ขึ้น เพราะ มินิศตรี ใหม่ ได้ รับ ตำ แหน่ง พวก ที่ เฮาซ นั้น เลิก ราชการ ไป พลาง จน วัน พฤหัศบดี เดือน เก้า แรม ห้า ค่ำ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันท เดือน เก้า ขึ้น สิบ ค่ำ ลอด โรซบารี่ มี หมาย ตอบ คำ หมาย อัน ว่า ด้วย เมือง บะ ตูม แจ้ง ความ ว่า อิงแลนด์ ไม่ ยอม เหน กับ การ ซึ่ง คอเวินแมนต รุเซีย ปิด ท่า กำปั่น นั้น ๚ะ
๏ สมเด็จ พระ บรมเจ้า เอมบีรอร เยอรแม่นี่ แล ออศ เตรีย ประชุม กัน แล้ว ซึ่ง สมเด็จ พระ บรมเจ้า เอม บีรอร ซา พระเจ้า รุเซีย มิ ได้ ชุมนุม ด้วย นั้น เปน ที่ สำ คัญ ว่า สัญญา ทั้ง สาม ร่วม นั้น ที่ จะ ขาด กัน แล้ว ๚ะ
| ตั้ง แต่ วัน อังคาร เดือน ๙ ขึ้น ๑๒ ค่ำ จน ถึง วัน อังคาร เดือน ๙ แรม ๔ ค่ำ ปี จอ อัฐศก ๑๒๔๘ | ||||||
| ๏ ในบาญ ชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดั่ง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กลไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กลไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น ส่อง เส่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น ๓ เส่า ก ๒ ส แทน กำปั่น ส่อง เส่า ก ส ค แทน กำปั่น เส่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน | ||||||
| กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ซ แทน ซกุเนอร์ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๙๐ | ไวด | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๒ ค่ำ |
| แนนซัน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๗๖๕ | แบลกเบิน | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| กวีนออฟอิงแลนด์ | ก ๒ ส ค สยาม | ๕๔๒ | ซูแมเกอร์ | จิ่น | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| เดซี่มะ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๙๖๕ | — | จิ่น | ฮ่องกง | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| บินโนวาโต | ก ๒ ส ค อิตาเลี่ยน | ๗๓๒ | กาโบนิศ | มากวาลด แอน โก | นุยอก | แรม ๑ ค่ำ |
| พระจุลจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๓๓ | ไลลวุด | วินดซอโรซ แอน โก | ซัวเถา | แรม ๓ ค่ำ |
| บอนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๘ | ไฮด | จิ่น | สิงฆโปร | แรม ๓ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| พระจอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๑๑๑ | นุตัน | วินดซอโรซ แอนโก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| มะตุซะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๖๐๘ | เลารี่ | มากวาลด แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| ดานูบ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๑ | เบรานิง | วินดซอโรซ แอนโก | ฮ่องกง | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๑๓ | โมลเซน | มากวาลด แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๔ ค่ำ |
| ไตจิ๋ว | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | นุตัน | วินดซอโรซ แอนโก | ฮ่องกง | ขึ้น ๑๕ ค่ำ |
| เอกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๙๐ | ไวด | วินดซอโรซ แอนโก | สิงฆโปร | แรม ๑ ค่ำ |
| ลงหิน | ก ๒ ส ค สยาม | ๑๒๐ | จิ่น | — | — | แรม ๑ ค่ำ |
| แนนซัน | ก ก ฟ อังกฤษ | ๗๖๒ | แบลกเบิน | วินดซอโรซ แอนโก | ฮ่องกง | แรม ๔ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น ขา เข้า ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป เดิน สาร ๔ คน ๏ แนนซัน บันทุก สิน | ||||||
| ค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ กวีน ออฟ อิงแลนด์ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๏ เดซี่มะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล | ||||||
| เมือง จิ่น แล ยี่ปุ่น เดิน สาร จิ่น ๑๗ คน ๏ บินโนวาโต บันทุก น้ำมัน เกโรซื่น ๏ พระจุลจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ | ||||||
| แล เมล เมือง จิ่น แล ยี่ปุ่น ๏ บอนิโอ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๚ะ | ||||||
| ๏ กำปั่น ขา ออก ๏ พระจอมเกล้า บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ มะตุซะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ | ||||||
| แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ ดานูบ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จิ่น แล ยี่ปุ่น ๏ ไตจิ๋ว บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล | ||||||
| เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ สุริยวงษ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๏ เฮกุบะ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ๚ะ | ||||||
| แล เมล สิงฆโปร แล ยุโรป ๆ ๏ แนนซัน บันทุก สินค้า ต่าง ๆ แล เมล เมือง จิ่น แล ยี่ปุ่น ๚ะ | ||||||
เรือน แล ที่
สำหรับ เช่า
๏ ท่าน ทั้งปวง อัน อยาก เช่า บ้าน ฤา ที่ สำหรับ ปลูก เรือน ฤา ที่ สำหรับ จอด แพ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ ฤา จะ ทำ ท่า เรือ จ้าง มา หา เอดิตอร เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสม่ย ก็ คง ได้ ความ ยิ่ง เลอียด ที่ เหล่า นี้ อยู่ ตาม แนว ถนน เจริญ กรุง ตาม ถนน ลง ท่า ตรง ข้าม คลอง ดาวขะนอง ลง แม่ น้ำ ฤา ออก ถนน ใหญ่ ได้ โดย สดวก ( จ ห ) ฯะ
๏ กำปั่น ไฟ เมล จะ ออก จาก ท่า นาย ห้าง โคติ ที่ กรุง ฯ ไป เมือง เพ็ชรบุรี ทุก วัน เสาร์ เวลา บ่าย แล จะ กลับ ออก จาก บ้าน แหลม ทุก วัน อาทิตย เวลา กลาง คืน ฤา วัน จันทร์ เช้า แล้ว แต่ น้ำ จะ ออก ได้ ฯะ
คน เดิน สาน ดาดฟ้า คน ละ บาท
๏ ถ้า จะ ส่ง สินค้า ขา ไป ขา มา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน กับ นาย ห้าง โคติ ฤา กัปตัน กำปั่น นั้น ฯะ
๏ วัน อังคาร เวลา เที่ยง ทุก วัน จะ มี กำปั่น ไฟ มล ลำ หนึ่ง ออก จาก ท่า ห้าง โคติ จะ ไป เมือง จันทบุรี ด้วย ฯะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ จุล ศักราช ๑๒๔๗ ปี ระกา สัปตศก (จ ห) ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสม่ย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ทั่ว กัน ว่า ต้น ทาง เดิน ไป ที่ ถนน สีลม ที่ ตึก คุณ เวต เก่า มี ห้อง ที่ น่า ตึก เบ็ด สำหรับ รักษา คน เจ็บ ที่ เปน โรค ต่าง ต่าง ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ เข้า ไป ข้าง ใน รักษา เชิญ ถาม แล ไป ได้ ทุก ๆ เวลา เมื่อ ต้อง การ ยา ฤๅ จะ ให้ ดู โรค ที่ เจ้า พนักงาน หมอ อยู่ ที่ ตึก นั้น แล ค่า ธรรมเนียม ยา แล รักษา โรค จะ คิด เอา แต่ ราคา ภอ สมควร กับ คน ที่ มี อัน จะ กิน แต่ คน จน นั้น จะ ให้ ทาน ๚ะ
๏ จะ เปิด โรง ยา ทุก ๆ วัน ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง ๓ โมง เช้า ท่าน ที่ ไม่ อยาก จะ ให้ รักษา ที่ โรง ฮอสปิตแตล ( คือ โรง ยา ) ให้ คน มา บอก อาการ ที่ เปน โรค แล ขอ ยา ก็ ได้ จะ คิด เอา ราคา กับ ท่าน ผู้ มี อัน จะ กิน ค่า ยา แล รักษา บ้าง เล็ก น้อย แต่ คน จน นั้น จะ ไม่ คิด เอา ให้ เปน ทาน ๚ะ
๏ จะ ปลูก ฝี ทุก ๆ วัน เสาร์ ขอ เชิญ ท่าน ผู้ อยาก ปลูก ฝี มา หา ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เวลา ๓ โมง เช้า แล จะ คิด เอา คน หนึ่ง แต่ ราคา สอง สลึง เว้น แต่ คน จน จะ ไม่ คิด เอา เลย ๚ะ
๏ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอียด ขอ เชิญ ท่าน มา หา มิศเตอร์ ดาวิน ผู้ เปน คน จัด แจง ดู แล ใน โรง ยา นี้ เถิด ( จ ห ) ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไส้ กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เก้า เล่ม ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๖ ครบ เก้า ปี ( จ ห ) ๚ะ
๏ ผู้ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ ขอ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ทั้งปวง ทราบ ณะกรุง เทพ ฯ ว่า บัด นี้ ข้าพเจ้า จัด การ เสร็จ แล้ว ที่ จะ รับ ทำ เปน การ สัญญา คือ กอนแตรกต์ ฤๅ เปน การ ไปรเวศ ไป เซอร์เว ดู การ ฤๅ ทำ แบบ ตัว อย่าง ฤๅ รับ ทำ การ ซิวิล เอนไยนีริง ทุก อย่าง มิศเตอร์ บี บี ซิ กินก์ ซิวิล เอนไยนีร์ อา ไศรย อยู่ ที่ โอไรเอนเตล โฮเตล แจ้ง ความ มา ณวัน พฤหัสบดี เดือน แปด แรม เจ็ด ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๘ ปี จอ อัฐศก ๓ ห ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด